ประมูลงานยารักษาโรค 2024: โอกาสสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมงานประมูลภาครัฐ
ข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับการประมูลงานยารักษาโรคของภาครัฐในปี 2024 พร้อมรายละเอียดคุณสมบัติ ข้อกำหนด TOR และวิธีการเข้าร่วมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเสนอราคาในงานประมูลภาครัฐ สรุปทุกเรื่องตั้งแต่ส่งมอบ ถึงราคาและเทคนิคการประมูล
งานประมูลยารักษาโรคในประเทศไทย 2024: โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการในกลุ่มเวชภัณฑ์และยารักษาโรค
งานยารักษาโรคในกลุ่มงานประมูลภาครัฐมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยเฉพาะในปี 2024 ที่รัฐบาลมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงยาทั่วประเทศ ผ่านการเปิดประมูลยาในหลายกลุ่มย่อย เช่น ยาต้านไวรัส ยาลดความดัน ยาต้านการอักเสบ รวมถึงยาเฉพาะทางที่ต้องใช้ในโรงพยาบาลรัฐ งานประมูลเหล่านี้จัดขึ้นที่หน่วยงานหลักอย่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ทั้งนี้ งานประมูลยาที่มีชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ ได้แก่ การจัดซื้อยาเอสโซมีพราโซล 20 มก. จำนวน 14 เม็ดต่อกล่อง (หมายเลขโครงการ 2024-001), ยา Diacerein 50 mg. จำนวน 777,600 เม็ด (โครงการ 2024-002), และเวชภัณฑ์ยาลดความดัน 6 รายการ (โครงการ 2024-003) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของงานที่เปิดประมูลจริงในปีนี้
ประเภทงานประมูลและขอบเขตงาน
งานประมูลยารักษาโรคในกลุ่มนี้มีลักษณะเป็นการจัดซื้อยาสำหรับใช้ในโรงพยาบาลรัฐ ศูนย์สาธารณสุข และศูนย์อนามัยทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบยาเม็ด ยาฉีด หรือเวชภัณฑ์เสริม ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ยาทั่วไปที่ใช้บ่อย (เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาลดความดัน) และยาเฉพาะทางที่ใช้ในโรคเรื้อรังหรือโรคร้ายแรง (เช่น มะเร็ง ไวรัส ข้ออักเสบ) โดยขอบเขตของงานรวมถึงการจัดหา จัดส่ง จัดเก็บ พร้อมการติดตามคุณภาพยาหลังการใช้งาน ทั้งนี้ งานประมูลยังครอบคลุมการจัดซื้อเวชภัณฑ์สนับสนุน เช่น ถุงมือทางการแพทย์ ถุงพลาสติก ระบบจัดเก็บยา ฯลฯ ซึ่งบางโครงการอาจมีการกำหนดให้ผู้ชนะประมูลต้องมีศูนย์กระจายยาที่มีความพร้อมในการจัดส่งทั่วประเทศ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ (Deliverables)
ผู้เสนอราคาต้องส่งมอบยาที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล เช่น องค์การอาหารและยา (อย.) กำหนด รวมถึงยาต้องผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือใบอนุญาตนำเข้าจากต่างประเทศ งานที่ประมูลแต่ละชิ้นจะกำหนดจำนวนและช่วงเวลาการจัดส่ง เช่น โครงการ 2024-001 ต้องส่งยาภายใน 30 วัน หลังจากลงนามในสัญญา และต้องจัดส่งยาทั้งหมด 1,200,000 เม็ดในพื้นที่ 30 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับโครงการ 2024-002 ต้องส่งมอบยา Diacerein ภายใน 45 วัน พร้อมเอกสารรับรองคุณภาพจากโรงงาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ต้องระบุอย่างชัดเจนในข้อกำหนดการประมูล (TOR)
สเป็คงานและคุณภาพยาที่ต้องการ
ข้อกำหนดด้านคุณภาพของยาในงานประมูลรัฐต้องสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น ระบุให้ยาต้องมีความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 99.5% ต้องมีการทดสอบความเสถียรของยา โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเสื่อมคุณภาพในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ต้องมีสัญญาประกันคุณภาพจากผู้ผลิต พร้อมหนังสือรับรอง (Certificate of Analysis: COA) ที่ระบุสารพิษ สารปนเปื้อน และค่า pH ของยาอย่างชัดเจน ยาทุกชนิดต้องได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาต้องแสดงว่ามีการผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GMP, ISO 9001 และ ISO 13485 (สำหรับอุปกรณ์การแพทย์) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
การแข่งขันด้านราคาและเทคนิค
งานประมูลยารักษาโรคในภาครัฐใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบมีน้ำหนัก โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ราคา 40% และเทคนิค 60% ผู้เสนอราคาราคาต่ำที่สุดไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป เพราะมีการประเมินด้านเทคนิคจากคุณภาพยา สถานที่จัดส่ง ระบบการจัดเก็บ รวมถึงศักยภาพของผู้ขายในการจัดซื้อจัดจ้าง ความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศ และการมีประสบการณ์ในงานสุขภาพของรัฐ สำหรับการยื่นข้อเสนอ ผู้เสนอต้องส่งเอกสารเสนอราคา พร้อมแผนการจัดส่ง แผนการติดตามคุณภาพยา และการรับประกันการใช้งาน ผู้ที่มีประสบการณ์ในงานยารักษาโรค หรือมีผลงานในปีที่ผ่านมา เช่น การจัดซื้อยาในโครงการสาธารณสุข หรือจัดซื้อในโรงพยาบาลรัฐ ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
คุณสมบัติของผู้เข้าประมูล
ผู้เข้าประมูลงานประมูลยารักษาโรคต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้
- เจ้าของกิจการต้องจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้อง
- ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท สำหรับงานที่มีมูลค่าโครงการเกิน 50 ล้านบาท
- ต้องมีประวัติการเสนอราคาและการได้รับสัญญาจ้างในงานยารักษาโรคหรือเวชภัณฑ์อย่างน้อย 1 ปี ภายใน 3 ปีที่ผ่านมา
- ต้องมีพนักงานที่มีวุฒิการศึกษาในสาขาเภสัชกรรม วิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือการจัดการสุขภาพ อย่างน้อย 1 คน
- ต้องมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพหรือสถาบันอิสระ ว่าผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและคุณภาพ
- ต้องไม่เป็นผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิ์ในงานประมูลภาครัฐ หรือมีประวัติการทุจริต หรือทิ้งงาน
- ต้องมีเครื่องจักรหรือระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพในการจัดส่งยาในพื้นที่ห่างไกล
ขั้นตอนการเข้าร่วมประมูล
- ตรวจสอบการประกาศประมูลจากเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือกรมการแพทย์ หรือเว็บไซต์ GPO (Government Procurement Office)
- ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารหรือซื้อเอกสารประมูล (บางโครงการอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเอกสาร 10,000–20,000 บาท)
- จัดเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน งบการเงิน ประวัติการส่งมอบงาน บุคลากร แผนการจัดส่ง รวมถึง COA ที่ผ่านการรับรอง
- ยื่นข้อเสนอ (แบบร่างหรือแบบเต็มรูปแบบ) ภายในเวลาที่กำหนด ผ่านช่องทางออนไลน์หรือหน่วยงานที่กำหนด
- รอการเปิดซองและพิจารณาจากคณะกรรมการที่มีขั้นตอนการให้คะแนนทั้งด้านเทคนิคและราคา
- หลังจากได้รับการประกาศผล ผู้ชนะต้องลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมรับการตรวจสอบคุณภาพก่อนการส่งมอบ
เคล็ดลับสู่ชัยชนะในการประมูล
- ศึกษาข้อกำหนด (TOR) ให้ละเอียด ทั้งข้อกำหนดด้านคุณภาพ ราคา และเทคนิค อย่างครบถ้วน
- จัดทำเอกสารเสนอราคาที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกข้อกำหนด พร้อมตัวอย่างผลงานที่เคยทำ
- วิเคราะห์ต้นทุนให้เหมาะสม แต่ต้องไม่ต่ำเกินไปจนเสี่ยงต่อการขาดทุน
- สร้างความน่าเชื่อถือด้วยผลงานที่ผ่านมา บุคลากรที่มีคุณภาพ และหนังสือรับรองจากลูกค้า
- ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการชี้แจงข้อสงสัยจากคณะกรรมการ โดยเฉพาะในเชิงเทคนิค หรือคุณภาพยา
- ติดต่อสมาคมเภสัชกรรมหรือสำนักงานเภสัชกรรม สำหรับคำแนะนำ หรือการอบรม หรือการร่วมมือกับหน่วยงานอื่น
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
- เว็บไซต์สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (https://www.nhso.go.th)
- เว็บไซต์กรมการแพทย์ (https://www.moph.go.th)
- ระบบ GPO สำหรับการประกาศประมูล (https://gpo.moph.go.th)
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- สมาคมเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย หรือสมาคมผู้ประกอบการเวชภัณฑ์
งานประมูลยารักษาโรคเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายฐานธุรกิจในระบบสาธารณสุขของรัฐ ด้วยข้อดีทั้งในด้านความมั่นคง ความต้องการที่สูง และการสนับสนุนจากรัฐบาล ผู้ที่มีความพร้อม ทั้งในด้านคุณภาพ คุณสมบัติ และประสบการณ์ ย่อมมีโอกาสชนะการประมูลสูงสุด