ระบบป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์: เจาะลึกงานประมูลรัฐ พร้อมก้าวสู่ความปลอดภัยไซเบอร์ระดับสูง
ค้นพบงานประมูลภาครัฐในกลุ่มระบบป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ ที่มีการเปิดประมูลทุกปี พร้อมข้อมูลล่าสุดจากกรมบัญชีกลาง สำหรับผู้สนใจยื่นข้อเสนออย่างมืออาชีพ ตั้งแต่ TOR ราคา ด้านเทคนิค ถึงคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูล ทั้งงานบริหารจัดการ ระบบสำรองข้อมูล ป้องกันภัยคุกคามอัตโนมัติ และการบำรุงรักษาระบบ ติดตามได้เลยที่นี่ ผลงานจริง ตัวอย่างโครงการ 5 โครงการ
ระบบป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ (Cyber Security Protection System) คือหนึ่งในกลุ่มงานประมูลภาครัฐที่มีการเปิดประมูลอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะภายใต้การรับผิดชอบของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGA) และหน่วยงานอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบข้อมูลราชการ ป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์หรือภัยคุกคามไซเบอร์ที่อาจส่งผลต่อความลับของข้อมูลราชการ ต่อความต่อเนื่องในการให้บริการสาธารณะ และต่อความมั่นคงของชาติ โดยงานประมูลในกลุ่มนี้ครอบคลุมการจัดซื้อจัดจ้างทั้งในรูปแบบการติดตั้ง ดูแลรักษาระบบ หรือการให้บริการ ซึ่งมีการเปิดประมูลในหลายรูปแบบ เช่น การจ้างเหมาบริการ (Service Contract) การจัดจ้างออกแบบและติดตั้ง (Turnkey) หรือการจ้างบำรุงรักษา (Maintenance) ผ่านกระบวนการประกวดราคาแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง
หนึ่งในตัวอย่างโครงการที่มีการเปิดประมูลจริงคือ โครงการประกวดราคาจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตในหน่วยงานราชการให้ปลอดภัย และตรวจสอบการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง โครงการนี้ต้องการผู้ให้บริการที่มีระบบกรองเนื้อหา ระบบบันทึกการใช้งาน (Log) และระบบแจ้งเตือนภัยคุกคามอัตโนมัติ ซึ่งต้องส่งมอบระบบพร้อมติดตั้ง อบรมการใช้งาน และให้บริการหลังการขายเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยมีขอบเขตงานครอบคลุมการตั้งค่าเครือข่าย ติดตั้งอุปกรณ์ไฟร์วอลล์ (Firewall) รวมถึงการจัดอบรมให้กับผู้ใช้งานในหน่วยงาน
อีกหนึ่งโครงการที่มีความน่าสนใจคือ โครงการพัฒนาระบบสำรองข้อมูล (Backup System) เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งมีการเปิดประมูลในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีข้อมูลสำคัญสูง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โครงการนี้ต้องการระบบสำรองข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง รองรับการกู้คืนข้อมูล (Recovery) ได้ภายใน 4 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุการณ์ภัยคุกคาม หรือระบบล่ม พร้อมทั้งจัดให้มีการทดสอบการกู้คืนข้อมูล (DRP Test) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ความต้องการของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสำรองข้อมูล แต่ยังต้องมีการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลที่สำรองไว้ รวมถึงการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ก่อนจัดเก็บ และการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลสำรอง
ในปี 2567 มีการเปิดประมูลโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบป้องกันภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Cyber Security Maintenance) ซึ่งมีการจัดทำ TOR (ทีโออาร์) ที่ชัดเจน โดยผู้ที่ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 3 ปีในงานด้าน Cyber Security และต้องมีผลงานในโครงการที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อหน่วยงาน ต้องมีทีมงานวิศวกรด้านเครือข่าย นักวิเคราะห์ความปลอดภัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบระบบ (Penetration Tester) จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ทั้งนี้ งานนี้ต้องมีการติดตามผลการดำเนินงานทุก 3 เดือน และรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Cyber Risk Assessment) ให้กับหน่วยงานที่จ้าง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการจัดหาระบบป้องกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติ (Automated Cyber Threat Response System) ซึ่งเป็นโครงการที่เน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) เพื่อตรวจจับภัยคุกคามก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ ต้องมีระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบปิดกั้นการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต (Automated Firewall) และระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันภัยคุกคาม (Anti-Virus) อัตโนมัติ ซึ่งต้องส่งมอบระบบให้กับหน่วยงานราชการในหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงต้องมีการอบรมผู้ใช้งานทั้งในระดับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานทั่วไป
ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมประมูลงานในกลุ่มนี้ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอผ่านเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง (www.accounting.go.th) หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (www.ega.or.th) หรือเว็บไซต์ของกระทรวงดิจิทัล ซึ่งมีการประกาศ TOR อย่างเป็นทางการ พร้อมรายละเอียดการยื่นข้อเสนอ การทำสัญญา และการประเมินผลการเสนอราคา ทั้งนี้ ต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น เช่น จดทะเบียนนิติบุคคล ไม่เป็นผู้ถูกตัดสิทธิ์ หรืออยู่ในบัญชีดำของรัฐบาล รวมถึงต้องมีผลงานในอุตสาหกรรมไซเบอร์ หรือด้านความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 5 ปี พร้อมมีทั้งทีมงานที่มีคุณวุฒิสูงและประสบการณ์ตรง
การชนะประมูลในกลุ่มนี้ ไม่ใช่แค่เสนอราคาต่ำที่สุด แต่ต้องมีความเข้าใจลึกซึ้งในข้อกำหนดด้านเทคนิค ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบ ต้องมีแผนการจัดการความเสี่ยงและแผนการฝึกอบรมที่ชัดเจน รวมถึงต้องมีการเตรียมพร้อมให้สามารถให้บริการได้ทันทีเมื่อมีการแจ้งเตือน ผู้ชนะประมูลที่ดี ไม่เพียงแต่ให้ระบบที่ดี แต่ยังต้องรักษาความปลอดภัยในระยะยาว และต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับปรุงระบบตามสถานการณ์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมประมูลจึงต้องมีความพร้อมทั้งในด้านเทคโนโลยี บุคลากร และการบริหารจัดการ รวมถึงต้องเข้าใจว่าความปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งระบบ แต่คือการสร้างระบบที่มีชีวิต ที่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และป้องกันได้ตลอดเวลา
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง หรือเว็บไซต์ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีตัวอย่างโครงการจริงที่ผ่านมา รวมถึงข้อมูลการประเมินผล ข้อเสนอแนะจากผู้ชนะประมูล และความต้องการของหน่วยงานภาครัฐในอนาคต ทั้งนี้ ยังมีงานอบรมจากสมาคมดิจิทัล (Digital Association) หรือสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ที่มีการจัดอบรมด้านการจัดการการประมูลงานไซเบอร์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมประมูลอย่างมืออาชีพ อย่ารอช้า ติดตามข่าวสาร ศึกษาคุณสมบัติ แล้วเดินหน้าเข้าสู่สนามประมูลที่มีคุณค่าและสร้างผลลัพธ์ด้านความมั่นคงของชาติ