เจาะลึกงานประมูลภาครัฐ Pipe Jacking (การดันท่อลอด) วิธีเตรียมตัวและคุณสมบัติผู้รับเหมา
คู่มือครบเครื่องสำหรับผู้รับเหมาที่สนใจประมูลงาน Pipe Jacking (การดันท่อลอด) ของภาครัฐ เรียนรู้เกณฑ์การคัดเลือก คุณสมบัติที่ต้องมี และกลยุทธ์การยื่นประมูลให้ชนะ
ภาพรวมของงาน Pipe Jacking ในโครงการภาครัฐ
งาน Pipe Jacking (การดันท่อลอด) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของเมือง งานประเภทนี้ครอบคลุมตั้งแต่การวางระบบท่อระบายน้ำฝน การติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน ไปจนถึงการสร้างอุโมงค์ทางลอดขนาดเล็ก วัตถุประสงค์หลักคือการก่อสร้างโดยไม่ต้องขุดเปิดหน้าดิน (Trenchless Technology) ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการจราจรและชุมชน โดยหน่วยงานที่มักเปิดประมูล ได้แก่ กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, การไฟฟ้านครหลวง, สำนักการระบายน้ำ และเทศบาลต่างๆ ทั่วประเทศ
ลักษณะงานและขอบเขตงาน
งาน Pipe Jacking ประกอบด้วยการขุดบ่อรับ (Receiving Shaft) และบ่อส่ง (Jacking Shaft) ก่อนจะใช้เครื่องจักรดันหัวเจาะ (TBM) พร้อมท่อคอนกรีตเสริมเหล็กหรือท่อเหล็กผ่านชั้นดินไปตามแนวที่กำหนด สถานที่ดำเนินงานมักอยู่ในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูงหรือพื้นที่ที่ต้องการรักษาสภาพผิวจราจร สิ่งที่ต้องส่งมอบคือแนวท่อที่ได้ระดับและทิศทางตามแบบวิศวกรรม พร้อมการทดสอบแรงดันและการรั่วซึม รวมถึงการฟื้นฟูสภาพพื้นที่และบ่อพักให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด
สเป็คงานและมาตรฐานทางเทคนิค
ข้อกำหนดทางเทคนิคใน TOR มักเน้นไปที่ประเภทของเครื่องจักร (เช่น Slurry Shield หรือ Earth Pressure Balance), กำลังในการดัน (Jacking Force), และความแม่นยำในการควบคุมทิศทาง (Alignment) นอกจากนี้ยังต้องมีมาตรฐานการทดสอบวัสดุท่อ (มอก.) และการตรวจสอบความสมบูรณ์ของรอยต่อท่อ (Joint Test) รวมถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง (HSE) และการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันดินทรุดตัวในพื้นที่ใกล้เคียง
การแข่งขันด้านราคาและเทคนิค
ในการประมูลงาน Pipe Jacking ส่วนใหญ่จะใช้เกณฑ์ราคาประกอบกับคะแนนเทคนิค (Price/Technical Score) ซึ่งสัดส่วนมักเป็น 70:30 หรือ 60:40 การแข่งขันจะสูงมากในด้านการเสนอเทคโนโลยีการเจาะที่ลดความเสี่ยงและความเสียหายต่อสาธารณูปโภคเดิมใต้ดิน ผู้เข้าประมูลต้องวิเคราะห์ต้นทุนเครื่องจักร ค่าแรง และค่าความเสี่ยงทางธรณีวิทยาให้แม่นยำที่สุด
คุณสมบัติของผู้เข้าประมูล
- คุณสมบัติทั่วไป: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าที่ TOR กำหนด และไม่เป็นผู้ถูกตัดสิทธิ์จากฐานข้อมูลผู้ทิ้งงานของรัฐ
- ประสบการณ์และผลงาน: ต้องมีผลงานการก่อสร้าง Pipe Jacking ในประเภทและขนาดท่อที่ใกล้เคียงกับโครงการที่ประมูล (เช่น ท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มม. ขึ้นไป) โดยต้องมีหนังสือรับรองผลงานจากหน่วยงานรัฐ
- บุคลากร: ต้องมีวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กว.) ประจำโครงการ รวมถึงช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ควบคุมเครื่องจักร TBM โดยเฉพาะ
- เครื่องจักร: ต้องแสดงหลักฐานการครอบครองเครื่องจักรหรือสัญญาเช่าเครื่องจักรที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุในแบบ
ขั้นตอนการเข้าร่วมประมูล
ผู้สนใจควรเริ่มต้นจากการติดตามประกาศผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง จากนั้นทำการโหลดเอกสาร TOR มาศึกษาอย่างละเอียด โดยเฉพาะส่วนของ ‘คุณสมบัติผู้รับจ้าง’ และ ‘ข้อกำหนดทางเทคนิค’ ในการยื่นซองต้องจัดเตรียมเอกสารนิติบุคคล ผลงานย้อนหลัง และข้อเสนอทางเทคนิคที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการทำงาน (Method Statement) อย่างเป็นระบบ
เคล็ดลับสู่ชัยชนะ
การชนะประมูลในหมวด Pipe Jacking ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาที่ต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำเสนอ ‘แผนการทำงาน’ ที่ลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด การมีทีมงานที่มีประสบการณ์สูงและเครื่องจักรที่ทันสมัยจะช่วยให้ข้อเสนอทางเทคนิคได้รับคะแนนสูงขึ้น นอกจากนี้ การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตาม TOR ตั้งแต่ครั้งแรกจะช่วยลดโอกาสการถูกปัดตกจากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นได้