ประมูลงานรัฐ Next Generation Sequencing: แนวทางเข้าร่วม คุณสมบัติ ข้อกำหนด 2023
ข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับงานประมูลภาครัฐในกลุ่มงาน Next Generation Sequencing (NGS) ทั้งสเป็คเครื่องมือ ขนาดงาน คุณสมบัติผู้เข้าประมูล และเทคนิคเพื่อชัยชนะ พร้อมตัวอย่างโครงการจริงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานวิจัย ที่เปิดประมูลอยู่ตอนนี้
งานประมูลภาครัฐในกลุ่ม Next Generation Sequencing (NGS) ได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์พันธุกรรมเพื่อการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ซึ่งงานเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนากลุ่มงานวิจัย ตรวจสอบโรคมะเร็ง โรคทางพันธุกรรม รวมถึงการเฝ้าระวังโรคระบาด โดยเฉพาะในกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการวางแผนสุขภาพประชาชน และผลักดันให้ประเทศก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ระดับโลก
ตัวอย่างโครงการที่เปิดประมูลจริงในปี 2566–2567 ได้แก่ โครงการ ประกวดราคาซื้อเครื่องวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมชนิด Next Generation Sequencing พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 ชุด ภายใต้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 25 ล้านบาท หรือ โครงการ ซื้อเครื่องหาลำดับสารพันธุกรรม พร้อมอุปกรณ์ประกอบ โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อใช้ในห้องปฏิบัติการวิจัยทางชีวภาพ รวมทั้งโครงการ ซื้อน้ำยาตรวจหาการกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing จำนวน 500 tests จำนวน 1 รายการ ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีเทคโนโลยีหรือประสบการณ์ด้านชีววิทยาโมเลกุลเข้าร่วมประมูล
งานประมูลในกลุ่มนี้ครอบคลุมงานหลายประเภท ทั้งการจัดซื้อเครื่องมือวิเคราะห์ DNA อย่างเช่น Illumina Sequencers, Ion Proton, หรือ Oxford Nanopore รวมถึงการจัดซื้อน้ำยา ชุดตรวจ และอุปกรณ์สนับสนุนการวิเคราะห์ รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง หรือการพัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรม ซึ่งต้องใช้ความรู้ด้านชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) และการจัดการข้อมูลชีวภาพอย่างเป็นระบบ จึงต้องมีการวางแผนการก่อสร้างห้องแล็บที่มีมาตรฐานสูง เช่น ระดับ A2 หรือ B2 ตามมาตรฐาน ISO 15189
ผู้เข้าร่วมประมูลต้องมีคุณสมบัติสูง ได้แก่ ต้องเป็น บริษัทจดทะเบียนนิติบุคคลไทยหรือต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในไทย ต้องมีประสบการณ์การติดตั้งหรือให้บริการ หรือติดตั้งเครื่องมือ NGS อย่างน้อย 2–3 โครงการที่มีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต้องมีผลงานแสดงว่าเคยใช้กับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองคุณภาพ เช่น ห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง ISO 17025 หรือยุโรป ต้องมีพนักงานที่มีความรู้เฉพาะทาง เช่น นักชีววิทยาโมเลกุล นักชีวสารสนเทศ หรือวิศวกรชีวภาพ ที่มีวุฒิปริญญาตรีหรือสูงกว่า อย่างน้อย 3–5 คนต่อโครงการ
นอกจากนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมี งบการเงินที่มั่นคง โดยมีปริมาณสินค้าคงคลังหรือเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอเพื่อรองรับการสั่งซื้อเครื่องมือราคาสูง และต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบอนุญาตการผลิตหรือจัดจำหน่ายสารชีวภาพ หรือใบอนุญาตดำเนินกิจกรรมวิจัยทางชีวภาพในรูปแบบของห้องแล็บ หรือการผลิตเครื่องมือวิเคราะห์ทางพันธุกรรม หรือใบอนุญาตใช้เทคโนโลยี NGS ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
การตัดสินคะแนนการประมูลในกลุ่มนี้มีความซับซ้อน โดยเฉพาะในโครงการที่มีมูลค่าสูง ซึ่งคะแนนจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ด้านเทคนิค 50% และราคา 50% โดยด้านเทคนิคจะพิจารณาจากความทันสมัยของเครื่องมือ ความแม่นยำของผลลัพธ์ ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลสุขภาพ ระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล และความทนทานของอุปกรณ์ พร้อมทั้งต้องผ่านการทดสอบความถูกต้องของระบบวิเคราะห์ และมีฐานข้อมูลการใช้งานจริงที่ได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้งานปลายทาง
ในด้านราคานั้น โครงการ NGS มักถูกประเมินด้วยราคาต่อหน่วย ซึ่งต้องอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ บริษัทที่เสนอราคาต่ำที่สุดมักไม่ได้รับการคัดเลือกหากไม่สามารถชี้แจงเหตุผลของราคาได้ ดังนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีการวิเคราะห์ต้นทุนอย่างละเอียด รวมถึงต้นทุนการติดตั้ง การดูแลรักษา การฝึกอบรมบุคลากร และการสนับสนุนหลังการขาย เพื่อให้สามารถนำเสนอราคาที่แข่งขันได้และผ่านเกณฑ์ประเมิน
เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะประมูล ผู้ยื่นข้อเสนอควรศึกษาเอกสารข้อกำหนด (TOR) อย่างละเอียด รวมถึงข้อกำหนดด้านคุณภาพ ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ข้อกำหนดด้านกฎหมาย และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ต้องจัดทำข้อเสนอที่มีความชัดเจน ครบถ้วน พร้อมการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น วิเคราะห์ต้นทุนต่อการทดสอบ หรือตัวอย่างการใช้งานจริงในสถานพยาบาลที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ ควรเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น ใบอนุญาตต่างๆ หนังสือรับรองคุณภาพ รายงานผลการประเมินจากหน่วยงานตรวจสอบภายนอก หรือแม้แต่เอกสารยืนยันว่ามีการใช้งานจริงในประเทศ หรือมีความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยแสดงถึงความรับผิดชอบต่อโครงการและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอเริ่มจากการตรวจสอบประกาศจากเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมบัญชีกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการทุกเดือน โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางได้เพื่อรับข้อมูลการประมูล หรือติดตามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมต้องยื่นข้อเสนอภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ พร้อมเอกสารแนบทั้งหมด รวมถึงข้อเสนอทางเทคนิค แผนการติดตั้ง แผนการฝึกอบรม และแผนการให้บริการหลังการขาย
สำหรับบริษัทที่ต้องการเข้าร่วมประมูลงานในกลุ่มนี้ ควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาประวัติการประมูลที่ผ่านมาใน 3–5 ปีที่ผ่านมาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเข้าร่วมสัมมนา หรือการประชุมวิชาการด้านชีววิทยาโมเลกุล หรือการแพทย์แม่นยำ เพื่อให้เข้าใจแนวโน้มของเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนดในอนาคต รวมถึงต้องประเมินว่าตนเองมีความพร้อมในด้านใดบ้าง เช่น ขนาดของทีมงาน ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี หรือการมีเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้จริง
โดยสรุป งานประมูลในกลุ่ม Next Generation Sequencing ไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องมือ แต่คือการลงทุนในระบบการวิเคราะห์พันธุกรรมที่มีคุณภาพสูง ซึ่งต้องการทั้งความสามารถทางเทคนิค ความรับผิดชอบต่อระบบสุขภาพของประเทศ และความพร้อมในด้านการบริหารจัดการโครงการ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ประสบการณ์สูง และมีแผนงานที่ชัดเจนจะมีโอกาสชนะการประมูลสูงในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์แม่นยำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งงานประมูลในกลุ่มนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานของระบบนี้ให้มั่นคงในอนาคต