ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ประชุมนานาชาติ ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ จำนวน 1 งาน
โครงการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้อาคารที่มีมาตรฐาน คุณภาพดี มีความมั่นคงถาวร และพร้อมใช้งานตามหลักวิชาการช่าง โดยขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การรื้อถอนอาคารเดิม การเตรียมพื้นที่ งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา ไปจนถึงงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ได้แก่ ระบบไฟฟ้า-สื่อสาร ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย
ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาวัสดุ แรงงาน และเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดทำแผนงานก่อสร้างอย่างละเอียด (เช่น Site Layout, Master Schedule, S-Curve) และต้องส่งมอบ Shop Drawing เพื่อขออนุมัติก่อนเริ่มงานในแต่ละส่วน นอกจากนี้ยังต้องจัดให้มีบุคลากรประจำสนามที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ทั้งวิศวกรโครงการ วิศวกรงานระบบ สถาปนิก และช่างเขียนแบบ เพื่อควบคุมงานให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพ
การดำเนินงานต้องเป็นไปตามแบบรูปและรายการประกอบแบบอย่างเคร่งครัด โดยมีคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้กำกับดูแลและอนุมัติวัสดุ รวมถึงการทดสอบคุณภาพวัสดุจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานประจำวันและประจำเดือนเพื่อติดตามความก้าวหน้า และต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในการทำงานอย่างเข้มงวด เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่ ขนย้ายวัสดุส่วนเกิน และจัดทำ As-Built Drawing ส่งมอบให้แก่ทางมหาวิทยาลัยฯ
English summary
The Renovation Project of the International Convention Center at Nakhon Sawan Rajabhat University, Yan Matri, Phayuha Khiri, Nakhon Sawan, involves structural, architectural, civil, and MEP (Mechanical, Electrical, and Plumbing) works. The contractor is responsible for providing materials, labor, and machinery, ensuring compliance with professional standards and the project’s Master Schedule. Key requirements include the submission of Shop Drawings, As-Built Drawings, and the employment of experienced personnel (minimum 5 years of experience) for project management. The project emphasizes safety, quality control, and strict adherence to the provided specifications under the supervision of the project committee.
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพดี และมีสภาพพร้อมใช้งาน
- เพื่อให้งานก่อสร้างมีความมั่นคงถาวร ถูกต้องตามหลักวิชาการช่าง
- เพื่อให้งานก่อสร้างเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ขอบเขตของงาน
- งานรื้อถอนอาคารเดิมตามความจำเป็น
- งานโครงสร้าง (Structural Works)
- งานสถาปัตยกรรม (Architectural Works)
- งานโยธา (Civil Works)
- งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร (Electrical & Communication Systems)
- งานระบบปรับอากาศ (Air Conditioning System)
- งานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัย (Sanitary & Fire Protection Systems)
- การจัดทำแผนงานก่อสร้าง (Master Schedule, Shop Drawing, As-Built Drawing)
- การทดสอบวัสดุและอุปกรณ์ตามมาตรฐาน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งานก่อสร้างที่แล้วเสร็จตามแบบรูปและรายการประกอบแบบ
- แผนงานก่อสร้าง (Master Schedule, S-Curve, Monthly/Weekly Schedule)
- Shop Drawings และ As-Built Drawings
- รายงานประจำวันและรายงานประจำเดือน
- คู่มือการดูแลรักษาอุปกรณ์และหนังสือรับประกันคุณภาพ (Warranty)
- อะไหล่และวัสดุสำรองสำหรับการบำรุงรักษา
- ผลการทดสอบวัสดุจากสถาบันที่ได้รับอนุมัติ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาการพิจารณาแบบใช้งาน (Shop Drawing): 14 วัน
- ระยะเวลาการส่งแผนงานโครงการ: ภายใน 15 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาการทำความสะอาดและส่งมอบงาน: ภายใน 15 วันนับจากวันที่ผู้จ้างให้รับมอบงาน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Experience: บุคลากรประจำสนามต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (วิศวกรโครงการ, วิศวกรงานระบบ, สถาปนิก, ช่างเขียนแบบ)
- Personnel: ต้องมีวิศวกรและสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ว./ก.ส.) ประเภทภาคีขึ้นไป
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการจัดทำแผนงานก่อสร้าง (Site Layout, Master Schedule, S-Curve, Shop Drawing)
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ASTM สำหรับงานยาแนวและงานวัสดุอื่นๆ ที่ระบุใน TOR
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตามแบบรูปและรายการประกอบแบบเป็นสำคัญ
- คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัยในกรณีที่มีข้อขัดแย้งระหว่างแบบและรายการ
- การอนุมัติวัสดุและวิธีการทำงานขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานฝ้าเพดาน: ยิปซั่มบอร์ด, T-Bar, Fiber Cement, อะคูสติก, Aluminum Composite ตามมาตรฐานที่กำหนด
- งานยาแนว: ต้องได้มาตรฐาน ASTM C920 (สำหรับงานกระจก, โครงสร้าง, งานกันรั่วซึม)
- งานทาสี: สี Acrylic ชนิดกันเชื้อรา ปลอดสารตะกั่วและปรอท ตามมาตรฐาน มอก. 272-2531
- งานคอนกรีต: ต้องมีการทดสอบกำลังรับน้ำหนัก (Mix Design) และการทดสอบแท่งคอนกรีต
เงื่อนไขสัญญา
- หากข้อกำหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือตามสัญญาหลักเป็นสำคัญ
- ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s All Risks)
- การชำระเงินเป็นไปตามงวดงานที่กำหนดในสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: หากแบบแปลนและรายการประกอบแบบขัดแย้งกัน ต้องยึดตามสิ่งใด? ตอบ: ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัยโดยยึดสิ่งที่ดีกว่าเป็นสำคัญ
2. ถาม: ผู้รับจ้างสามารถปลูกสร้างที่พักคนงานในพื้นที่ได้หรือไม่? ตอบ: ไม่ได้รับอนุญาต ยกเว้นที่เก็บวัสดุและที่ทำงานช่างเท่านั้น
3. ถาม: บุคลากรประจำสนามต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? ตอบ: ต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ว./ก.ส.)
4. ถาม: หากงานล่าช้ากว่าแผน ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องเสนอแผนงานเร่งรัดและอาจถูกสั่งให้ทำงานล่วงเวลาโดยไม่สามารถเรียกร้องค่าจ้างเพิ่ม
5. ถาม: การทดสอบวัสดุต้องทำที่ใด? ตอบ: ต้องทำโดยสถาบันที่ได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือกรมวิทยาศาสตร์
6. ถาม: งาน Shop Drawing ต้องส่งล่วงหน้ากี่วัน? ตอบ: อย่างน้อย 14 วันก่อนเริ่มดำเนินการติดตั้ง
7. ถาม: การทาสีภายนอกมีข้อห้ามอย่างไร? ตอบ: ห้ามทาขณะฝนตกหรือความชื้นสูง และต้องทิ้งพื้นผิวหลังฝนหยุดอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
8. ถาม: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุ? ตอบ: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
9. ถาม: หากผู้รับจ้างไม่ทำความสะอาดพื้นที่หลังงานเสร็จ จะเกิดอะไรขึ้น? ตอบ: คณะกรรมการฯ อาจจ้างผู้อื่นมาทำความสะอาดและหักเงินจากงวดสุดท้าย
10. ถาม: การรับประกันงานทาสีมีระยะเวลานานเท่าใด? ตอบ: 2 ปีหลังจากส่งมอบงาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดทั่วไป
โครงการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ประชุมนานาชาติ ตําบลย่านมัทรี อําเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ในการปฏิบัติงานการก่อสร้าง หากข้อความของข้อกําหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือปฏิบัติ ตามสัญญาการก่อสร้างหลักเป็นสําคัญ
- วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์หลักของการก่อสร้างเพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพดี มีสภาพ พร้อมที่จะใช้งานได้ ทันทีเป็นอย่างดี เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ มีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทํางานที่ ประณีต ละเอียด ถูกต้องตามหลัก วิชาการช่างที่ดีทุกประการ และมีความถูกต้องตามมาตรฐาน และ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด - ขอบเขตของงาน
2.1 สถานที่ตั้งของการก่อสร้าง
ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์โดยผู้รับจ้างต้องเตรียมพื้นที่สําหรับก่อสร้างอาคารใหม่ และ จะต้องทําการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานโครงสร้าง สําหรับงานระบบ และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องของโครงการงานก่อสร้าง
2.2 งานที่จะต้องทํา
ผู้รับเหมาก่อสร้าง จะต้องจัดหาวัสดุก่อสร้าง แรงงาน ตลอดจนอุปกรณ์ เครื่องจักรกลที่จําเป็นต้อง ใช้ในการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ ในอาคารตามแบบและรายการ ประกอบแบบเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีในทุกๆ กรณี หากพบว่าแรงงานและ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ผู้รับจ้างจัดหามาไม่เหมาะสมกับสภาพงานคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิจะสั่ง เปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อให้การดําเนินงานได้ผลตามความมุ่งหมายของสัญญาและแบบก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าที่จะก่อสร้างประกอบด้วยงานก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง - การดําเนินงานโดยทั่วไป
3.1 อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ของผู้รับจ้าง
3.1.1 ผู้ควบคุมงาน มีหน้าที่ควบคุมและตรวจงาน ทําการทดสอบและวิเคราะห์ผลการทํางาน
- ผู้ควบคุมงานมีอํานาจออกคําสั่ง คําแนะนํา หรืออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร โดยถือว่าเป็น ข้อผูกมัดผู้รับจ้าง เหมือนคําสั่งสถาปนิก/วิศวกรเอง
- ผู้ควบคุมงานไม่มีอํานาจที่จะยกเว้นความรับผิดชอบใดๆ ของผู้รับจ้างตามสัญญาและไม่มี
อํานาจเกี่ยวกับการเพิ่มราคาค่าก่อสร้างหรือทํางานเปลี่ยนรูปไป
- 2 -
- การที่ผู้ควบคุมงานไม่คัดค้านการทํางานใดๆที่ผู้รับจ้างกระทําไปโดยพลการ ไม่อาจลบล้าง อํานาจของผู้ว่าจ้าง หรือสถาปนิก วิศวกร ที่จะไม่เห็นชอบกับงานหรือสิ่งของนั้นๆ
3.1.2 สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง - สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจที่จะออกคําสั่งเพิ่มเติมได้อีก ในระหว่างงานกําลังดําเนินอยู่ในเมื่อสถาปนิก วิศวกรเห็นสมควร เช่น วิธีการใช้วัสดุที่ถูกต้องหรือการดําเนินการส่วนใดควรจะทําก่อนหรือหลัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายกับ งานส่วนอื่นๆ (ทั้งนี้ ไม่หมายถึงการทําให้ราคาเพิ่มขึ้นหรือต่ําลง) ในขณะก่อสร้างหรือภายหลังได้ ผู้รับจ้าง จะต้องทําตามและยอมรับคําสั่งนั้นๆในขณะก่อสร้าง
- สถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจที่จะสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้รื้อถอนวัสดุสิ่งของใดๆก็ตามที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในแบบรูป
และสัญญาออกจากบริเวณงานเปลี่ยนวัสดุสิ่งของที่ถูกต้องมาแทน รื้อถอนงานใดๆที่ฝีมือการทํางานหรือ วัสดุสิ่งของที่ใช้ไม่เป็นไปตามตาม รายการแบบรูปและสัญญาแล้วให้สร้างใหม่ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามคําสั่งดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะว่าจ้างผู้อื่น มาปฏิบัติตามคําสั่งนั้นตามคําแนะนําของสถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดและ
ยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินที่จะจ่ายให้กับผู้รับจ้างมาชดเชยการนี้ - สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี สิทธิจะเข้าไปในบริเวณงาน หน่วยงาน/โรงงาน และทุกๆแห่งที่มีการเตรียมงาน หรือแหล่งผลิตเก็บรักษา วัสดุสิ่งของที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่คอยให้ความสะดวกในการนําเข้าไปในสถานที่ต่างๆ
เหล่านั้น - สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจในการเปลี่ยนแปลงแบบรูป และรายละเอียดประกอบแบบ ตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะให้อาคารมั่นคงแข็งแรงหรือทําให้ประโยชน์ในการใช้สอยดีขึ้น โดยไม่ทําให้ราคาก่อสร้างเพิ่มขึ้น
หรือลดลงและผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
3.1.3 ผู้รับจ้าง - หากผู้รับจ้างไม่เข้าใจในแบบหรือรายการก่อสร้าง หรือจะเป็นวัสดุที่ใช้ หรือวิธีการทําก็ ตามผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงาน และสถาปนิก วิศวกร จะเป็นผู้ชี้แจงข้อสงสัยนั้นๆเป็นลายลักษณ์ อักษร หรือให้รายละเอียดเป็นแบบเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้รับจ้างตัดสินใจทําอย่างใดอย่างหนึ่งเอง ผลเสียที่ เกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดวางผังการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปตลอดจนการ แก้ไขที่ตั้งระดับ
ดับ ขนาด และแนวต่างๆของงาน จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และแรงงานให้เพียงพอ หากมีการ วางผังผิดพลาดจะต้องแก้ไขใหม่ให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาหลักฐานแนวหมุดต่างๆที่ใช้ใน การวางผังให้คงสภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ - ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้มีความชํานาญการก่อสร้างและฝีมือดี โดยสถาปนิก/วิศวกรของผู้ รับจ้างเอง คอยควบคุมอยู่อย่างใกล้ชิด ฉะนั้น ความผิดพลาดต่างๆที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงาน ตรวจพบ อาจจะช้าหรือเร็วก็ตาม มิได้หมายความว่าสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานบกพร่องในหน้าที่ และหากมีการผิดพลาดเกิดขึ้น เนื่องจากกรณีใดๆก็ตาม เวลาที่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ผู้รับจ้างจะ
นํามาเป็นข้ออ้างให้ร่วมรับผิดชอบไม่ได้เป็นอันขาด
A
น
- 3 -
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดส่งตัวอย่างเพื่ออนุมัติและสั่งซื้อในเวลาอันเหมาะสม 5) ผู้รับจ้างจะเก็บรักษาวัสดุ เครื่องมืออย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ในกรณีที่การเก็บ บกพร่องสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานจะแนะนําให้ผู้รับจ้างปฏิบัติ จัดหา หรือระวังรักษาให้ดีขึ้น เป็น หน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
- ในงานบางส่วนที่จําเป็นจะต้องทํา
และฝีมือเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงาน
ตามนั้น
จัดทําเป็นตัวอย่างในหน่วยงานเพื่อแสดงถึงคุณภาพ ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาตัวอย่างที่ได้รับอนุมัติและดําเนินการ - ผู้รับจ้างจะต้องระวังไม่ให้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาดในเรื่องก่อความรําคาญ หรือเดือดร้อนต่อ ทรัพย์สิน หรือบุคคลในบริเวณ หรือนอกบริเวณก่อสร้าง
- ในระหว่างการทํางานตามสัญญา เมื่อใดก็ตามที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานเห็นว่า จะต้องเร่งงาน ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งและคําแนะนําของสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานที่จะ ให้หยุดงานในที่แห่งหนึ่ง แล้วย้ายคนงานไปยังอีกที่แห่งหนึ่งเพื่อความเหมาะสม ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ ตามที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานสั่งการ
- เพื่อให้การดําเนินงานก่อสร้างบรรลุเป้าหมายโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้าง และคําสั่งของผู้ควบคุม งาน โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อเรียกร้องอื่นใด
3.2 แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ
การก่อสร้างจะต้องทําตามแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เอกสารการเซ็นสัญญาโดยเคร่งครัด ข้อความใดที่ปรากฏในรายการประกอบแบบแต่ไม่มีแสดงในแบบหรือมี แสดงในแบบแต่ไม่ปรากฏในรายการประกอบแบบ ให้ถือเสมือนว่าข้อความนั้นมีปรากฏอยู่ในรายการ
ก่อสร้างและในแบบแล้วในกรณีที่มีการขัดแย้งกันระหว่างแบบกับรายการก่อสร้าง จะต้องให้คณะกรรมการ
ตรวจการจ้าง เป็นผู้วินิจฉัยและตัดสินโดยยุติที่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไปและหากข้อความของข้อกําหนดในเล่มนี้
ขัดแย้งกับสัญญาหลักให้ถือปฏิบัติตามสัญญาหลักเป็นสําคัญ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์จะสงวน สิทธิ์ที่จะเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลง วัสดุก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างได้ โดยแสดงราคา และระยะเวลา การทํางานจริงเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และให้ถือว่างานเพิ่มลดหรือเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ดังกล่าวเป็นส่วน
หนึ่งของสัญญานี้
Jens
3
бж
-4-
3.3 ลําดับการดําเนินงาน
3.3.1 ผู้รับจ้าง ต้องเตรียมพื้นที่ก่อสร้างโดยการรื้อถอนอาคารเดิมออกตามความจําเป็น ก่อน เริ่มทํางานต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนทุกครั้งไป อุปกรณ์ต่างๆ ที่รื้อถอนออกมา หากนําไปใช้ใหม่ได้ต้องนําไปเก็บไว้ ณ สถานที่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนด
มาด้วย
3.3.2 ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรประจําที่สนามอย่างน้อย นอกเหนือจากคนงานก่อสร้าง คือ
วิศวกรโครงการ ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
วิศวกรงานระบบ (ไฟฟ้าหรือเครื่องกล) ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี สถาปนิก ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ช่างเขียนแบบเพื่อเตรียมแบบก่อสร้างทุกประเภทและรวมรวมแบบ ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
3.3.3 ผู้รับจ้าง ต้องวางแผนงานการก่อสร้างอย่างละเอียดโดยเริ่มตั้งแต่การทํา
- Site Layout
- Master Schedule
- Human Resource Schedule
- Machine Schedule
Shop Drawing Schedule - S-Curve
- Monthly Schedule
Weekly Schedule - ถ้ามีการล่าช้าให้เสนอวิธีเร่งรัดให้ทันตามแผนงาน และเสนอวิธีทํางานให้มีประสิทธิภาพ
3.3.4 ผู้รับจ้าง ต้องเสนอแผนงานอื่นๆ อีก เช่น แผนงานหลัก (Master Schedule) แผนงาน เรื่องแรงงานงานเครื่องจักร, แผนงานกําลังคน, แผนงานส่งวัสดุเข้าหน้างาน แผนงานการเสนอ Shop Drawing และ Construction Drawing เป็นต้น เพื่อให้การก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องส่ง รายชื่อวิศวกร และสถาปนิก ที่ควบคุมงานดังกล่าวตามกฎหมายควบคุมวิชาชีพวิศวกรรม โดยเซ็นใบ ควบคุมงาน และใบอนุญาตวิชาชีพควบคุม ส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนเริ่มทํางาน เพื่อใช้เป็น
ใบรับรองการควบคุมงานตามกฎหมาย
3.3.5 การขออนุมัติวัสดุก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างที่ระบุให้ ทดสอบตามแบบรายการก่อสร้างตลอดจนค่าใช้จ่ายในการทดสอบทุกอย่าง โดยการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ จะต้องทําโดยสถาบันที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้างด้วย
3.3.6 คณะกรรมการตรวจการจ้างสงวนสิทธิ์ในการสั่งหยุดงาน ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ทํางาน ดําเนินตามแบบและรายการประกอบแบบทั้งนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะไม่สามารถอุทธรณ์ร้องขอเวลาและ
ค่าเสียหายใดๆ
A T
โ - 5-
3.3.7 การจัดทํารายงาน
- รายงานประจําวัน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานประจําวันตามแบบฟอร์มเอกสาร ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้าง รายงานประจําวันนี้จะต้องประกอบด้วย ดังนี้
- จํานวนพนักงาน คนงานทุกประเภทของผู้รับจ้างในหน่วยงานก่อสร้าง - วัสดุที่มีอยู่ในบริเวณก่อสร้าง วัสดุที่ส่งเข้ามาและวัสดุที่ได้ใช้ไป - อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่อยู่ในบริเวณก่อสร้าง
- ความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง
- อุปสรรคและความล่าช้าของงานก่อสร้าง
คําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างและการเปลี่ยนแปลงในงานก่อสร้างที่คณะกรรมการตรวจ
การจ้างสั่งให้ทํา
ก่อสร้าง - แบบก่อสร้างและแบบแก้ไขที่ได้รับจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
- เหตุการณ์พิเศษต่างๆ รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุขึ้นในบริเวณก่อสร้างและผู้มาเยี่ยมหน่วยงาน
- รายงานประจําเดือน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา และส่งรายงานประจําเดือนให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง 1 ชุด ภายใน 7 วันแรกของเดือนถัดไปตามแบบฟอร์มของเอกสารซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสรุปจากรายงานประจําวันความก้าวหน้าของงานในช่วงเดือนที่ผ่านมา และ
เปรียบเทียบความก้าวหน้าของงานกับแผนงานก่อสร้างทั้งหมด
ในแต่ละเดือนอย่างน้อย 10 รูป
3.3.8 การประชุมในระหว่างการก่อสร้างอาคาร
รวมทั้งรูปถ่ายแสดงความก้าวหน้าของงาน - ผู้รับจ้าง ต้องเข้าร่วมประชุมที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจัดให้มีขึ้นเป็นประจําในระหว่าง การก่อสร้าง และผู้รับจ้างต้องให้ผู้จัดการงานก่อสร้าง / วิศวกร หรือผู้รับผิดชอบในงานก่อสร้างของตนเข้า ร่วมประชุมด้วย การประชุมดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นประธานในที่ประชุม และผู้รับจ้าง ต้องผูกพันตนกับข้อตกลงที่มีขึ้นในระหว่างการประชุมนั้นตามที่มีบันทึกการประชุม ซึ่งจะเสนอให้ผู้รับจ้าง
รับรองในการประชุมครั้งต่อไป - ในกรณีทั่วไปให้ถือว่า จะต้องมีการประชุมในระหว่างการก่อสร้างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเรียกประชุมนอกจากนี้ตามสถานการณ์ และความจําเป็นได้
- ผู้รับจ้างอาจขอให้คณะกรรมการตรวจการจ้างแก้ไขบันทึกการประชุมที่กล่าวข้างต้นได้ และ
ให้มีการบันทึกข้อโต้แย้งดังกล่าวไว้ในบันทึกการประชุมครั้งถัดไป
3.3.9 ผู้รับจ้าง จะต้องทําแผนการดําเนินการก่อสร้างรวม และแผนย่อยเพื่อให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างตรวจสอบ หากมีการปรับปรุงแผนการดําเนินงานใหม่ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือในการปรับ แผนการก่อสร้างใหม่ด้วย
3.3.10 ผู้รับจ้างต้องทํา As Built Drawing ให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้าง เมื่อเสร็จงานในแต่ ละงานนั้นๆ และผู้รับจ้างจะต้องทํา Shop Drawing ส่งมอบต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกครั้งที่แบบ ก่อสร้างไม่ระบุวิธีการ ผู้รับจ้างจะไม่ทํางานที่ไม่มีแบบหรือแบบระบุรายละเอียดไม่เพียงพอ
کم کستر
on
- 6 -
3.3.11 มติที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจการจ้างในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ถือว่าสิ้นสุด 3.3.12 ถ้าผู้รับจ้างสงสัยในรายละเอียด หรือข้อกําหนดของสัญญานี้หรือถ้าปรากฏว่าแบบหรือ
รายการกรรมการตรวจการจ้างจะเสนอวินิจฉัยการก่อสร้างให้เจ้าของโครงการตัดสินใจและสิ่งใดที่ไม่ได้ระบุ ไว้ในแบบก่อสร้างแต่จําเป็นต้องทําเพื่อให้ได้ผลงานที่ถูกต้องบริบูรณ์และวิธีปฏิบัติการช่างที่ดีคณะกรรมการ
ตรวจการจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทําการนั้นๆ โดยผู้รับจ้างไม่เรียกร้องค่าจ้างและค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติม
แต่อย่างใด
3.3.13 ถ้าคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเพิ่ม หรือ ลด จากแบบตาม สัญญาก่อสร้างคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มหรือลดลงกับเวลา เพิ่ม หรือ ลด การ ทํางานแล้วแต่กรณี ตามที่จะตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนั้นและให้ถือว่าการตกลงดังกล่าวเป็น ส่วนหนึ่งแห่งสัญญานี้
3.3.14 เมื่องานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือและเครื่องใช้ และอุปกรณ์ก่อสร้างของผู้รับจ้าง และทําความสะอาดเก็บกวาดกลบเกลี่ยพื้นที่ที่ทําการก่อสร้าง และรื้อ ถอนอาคารชั่วคราวออกจากบริเวณงานให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้จ้างให้รับมอบงานแล้ว 3.3.15 ผู้รับจ้าง ต้องทําการประกันความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s all Risks) ที่ เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง
3.4 การเตรียมอุปกรณ์, วัสดุก่อสร้างและแรงงาน
3.4.1 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาอุปกรณ์ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีที่ใช้ในการทํางานเป็นไป ตามแบบและรายการประกอบแบบที่จะใช้ในงานนี้ นอกจากวัสดุอุปกรณ์ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ จัดหาให้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งวัสดุที่จัดหาให้นี้จะนําออกไปบริเวณที่ก่อสร้างไม่ได้นอกจากจะมีการ
อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
3.4.2 วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องมีคุณสมบัติดีและใหม่ซึ่งจะต้อง ได้รับอนุมัติให้ใช้ในการก่อสร้างจึงจะนําไปใช้ในการก่อสร้างได้
3.5 ข้อกําหนดของผู้รับจ้างในการก่อสร้าง
งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า-สื่อสารและระบบปรับอากาศ งานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัย และงานโครงสร้างสําหรับงานระบบ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานซึ่งต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
3.5.1 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องป้องกัน และเครื่องอํานวยความสะดวก ทั้งหลายไว้ในที่ก่อสร้าง เพื่อการทํางานและลดการเสี่ยงภัยน้อยลง
3.5.2 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีสภาพการทํางานที่ดีไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และชีวิตของ นงานรวมทั้งต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ แก่พนักงาน คนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ก่อสร้างรวมทั้งผู้มาเยี่ยมดูงานก่อสร้างด้วย ทั้งนี้จากการจัดสภาพการทํางานต้องให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.5.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทําเครื่องหมายต่างๆ ให้เห็นได้ชัดเจนติดตั้งในสถานที่จะเป็นอันตราย แก่ พนักงานคนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานก่อสร้างและบุคคลอื่นๆ ที่เข้าไปในบริเวณ ก่อสร้าง
دك
2
-7-
3.5.4 ในการก่อสร้างหรือทํางานใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของบุคคลต่างๆ หรือของทรัพย์สินคณะกรรมการตรวจการจ้าง อาจสั่งให้ผู้รับ จ้างป้องกันเหตุนั้นได้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้หยุดการทํางานนั้น
ได้และจะถือเป็นเหตุขอต่อระยะเวลาการก่อสร้างอีกไม่ได้
3.5.5 การส่งมอบอุปกรณ์และรายการเอกสาร
- คู่มือสําหรับการดูแลรักษา ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมคู่มือและข้อแนะนําของ บริษัทผู้ผลิตสาหรับวัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่นํามาติดตั้งในอาคารนี้
- ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดหาวิทยากร ผู้ชํานาญงานของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ นํามาติดตั้งอาคารมาอบรมหรือแนะนําให้บุคลากรของผู้ว่าจ้างรับทราบเกี่ยวกับการดูแลรักษาการใช้งาน
หรือซ่อมบํารุงเบื้องต้นจนกว่าจะมีความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานได้
ทั้งหมด - ผู้รับจ้างจะต้องมอบเครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีมากับอุปกรณ์ให้ผู้ว่าจ้างเก็บรักษา
- หนังสือรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตหรือตัวแทน หรือผู้ติดตั้งสําหรับเครื่องจักรและ
อุปกรณ์ทุกชนิด โดยมีกําหนดระยะเวลารับประกันอย่างน้อยเท่ากับระยะเวลาบํารุงรักษาตามสัญญา ก่อสร้าง - ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์งานตกแต่งสถาปัตยกรรม เพื่อสํารองใน การบํารุงรักษาอาคารหลังการรับมอบงานในปริมาณ และตามรายการที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยจัดเตรียมส่ง มอบกับผู้ว่าจ้างพร้อมกับการส่งมอบอาคาร ทั้งนี้ รวมถึงตามข้อกําหนดเฉพาะงานในแต่ละระบบด้วย
ดังต่อไปนี้
3.6 สถาบันตรวจสอบ
น
ในกรณีที่ต้องทดสอบคุณภาพ วัสดุ-อุปกรณ์ ที่ใช้งานตามสัญญานี้ อนุมัติให้ทดสอบสถาบัน
ก. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ค. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ง. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซ. การไฟฟ้าท้องถิ่นที่กําหนด (สําหรับงานระบบไฟฟ้าฯ)
ณ. สถาบันอื่นๆ ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
สา
© 2
W
- 8 -
เงื่อนไขประกอบสัญญาการก่อสร้าง โครงการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ประชุมนานาชาติ ตําาบลย่านมัทรี อําเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ในการปฏิบัติงานการก่อสร้าง หากข้อความของข้อกําหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือปฏิบัติ ตามสัญญาการก่อสร้างหลักเป็นสําคัญ
- สถานที่ก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างงานนี้ ณ ที่ดินของ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ - เงื่อนไขในแบบแปลนรายการก่อสร้าง
แก้ไข
2.1 การตรวจสอบแบบแปลน รายการและสภาพของสถานที่ ที่จะทําการก่อสร้างและทําการ
2.1.1 ผู้รับจ้าง จะต้องตรวจสอบแบบแปลนรายการก่อสร้างกับสถานที่จริงให้เข้าใจแจ่มแจ้ง โดยตลอดเพื่อมิใ
พื่อมิให้มีข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง ในกรณีที่ผู้รับจ้างเห็นว่าแบบแปลนรายการก่อสร้างไม่ ชัดเจนขัดแย้งหรือมีข้อสงสัยไม่เข้าใจส่วนหนึ่งส่วนใดเกี่ยวกับแบบแปลน รายการก่อสร้างสถานที่ก่อสร้าง
นั้นๆ ให้ผู้รับจ้างสอบถามโดยตรง หรือแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบล่วงหน้าในระยะเวลาที่ เหมาะสมก่อนการดําเนินงานต่อไป เพื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างจะได้แก้ไขแบบแปลน รายการหรือ
ข้อความเพิ่มเติมให้ถูกต้องและทําเป็นลายลักษณ์อักษร และมีลายเซ็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง กํากับในแบบแปลน รายการข้อความแก้ไขทุกฉบับ หากมีข้อบกพร่อง หรือผิดพลาดเนื่องจากผู้รับจ้างไม่ ปฏิบัติตามที่กล่าวไว้นี้ หรือดําเนินการไปก่อนประการใดก็ตามผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบที่จะต้อง แก้ไขให้ถูกต้องตามคําแนะนําของ คณะกรรมการตรวจการจ้างนั้น โดยไม่เรียกร้องเป็นมูลค่าหรืออื่นใด
เพิ่มเติม
2.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบ สํารวจ และรังวัดสถานที่ก่อสร้างเพื่อสํารวจเกี่ยวกับ ทางเข้าพื้นที่
ที่ ที่จะใช้สําหรับเครื่องอุปกรณ์การก่อสร้างต่างๆ ท่อประปาสาธารณะ สายไฟฟ้า ทางระบายน้ํา สาธารณะและระยะต่างๆ ให้แน่นอนจนจัดวางตําแหน่งแนวระยะสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ให้ถูกต้องตามรูปแบบ รายการตามสัญญา จัดทําระดับมาตรฐานตรวจสอบสิ่งก่อสร้างข้างเคียงต่างๆ ที่จําเป็นที่ระบุไว้ในงาน บริเวณและ/หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร การอ่านแบบ อ่านระยะในแบบ และกะขนาดให้
ผู้รับจ้างถือระยะตัวเลขในแบบแปลนรายละเอียดเป็นเกณฑ์ในกรณีที่สงสัยจะมีความขัดแย้งคลาดเคลื่อน
หรือไม่เข้าใจประการใดก็ตามเกี่ยวกับแบบแปลนรายละเอียดกับสถานที่ก่อสร้างจริง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทันที หลักฐานในการตรวจสอบรังวัดและรายละเอียดต่างๆ ดังกล่าวนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําให้ชัดเจนเรียบร้อย เสนอให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนจึงจะ ดําเนินงานขั้นต่อไปหลักฐานดังกล่าวจะต้องเสนอล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน นับจากวันทําสัญญานี้ การ ปักผังที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตามสัญญาและการตกลง การวางแนวไฟฟ้า น้ําใช้ชั่วคราว สิ่งปลูกสร้าง ชั่วคราว เส้นทางลําเลียงขนส่ง และอื่นๆ ที่จําเป็นเพื่อให้งานก่อสร้างดําเนินไปได้เรียบร้อยตามสัญญา
-9-
ผู้รับจ้างจะต้องทําเป็นรูปแบบและหลักฐานพร้อมรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจนครบถ้วนเหมาะสม ให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
หากมีข้อขัดแย้งใดๆ ให้ผู้รับจ้างจัดเป็นหลักฐานพร้อมรายละเอียดให้ชัดเจน เสนอต่อคณะกรรมการตรวจ การจ้างและปฏิบัติงานต่อไปได้ตามการวินิจฉัย และเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจการจ้างนั้น ความ ล่าช้าเนื่องจากการนี้จะด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะหยิบยกเป็นข้ออ้างเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.1.3 การกําหนดระดับ ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแบบ
ตามแบบ หรือตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนด
ส่วนการวางแนวอาคารให้เป็นไป
2.2 ความคลาดเคลื่อนในแบบแปลน รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบและการแก้ไข
2.2.1 แบบแปลนรายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบ มีไว้เพื่อความสะดวกของผู้รับจ้างใน การที่จะดําเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์จึงอาจมีความคลาดเคลื่อน ขาดตกบกพร่อง และ
ความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่วัตถุประสงค์ของคณะกรรมการตรวจการจ้างต้องการให้ผู้รับจ้างทําการก่อสร้าง งานต่างๆ ที่ระบุไว้ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยโดยสมบูรณ์ด้วยความมั่นคงแข็งแรง และถูกต้องตามหลักวิชาการ ดังนั้นหากมีงานใดที่จะต้องทําเพิ่มเติม เนื่องจากความคลาดเคลื่อน ขาดตกบกพร่อง หรือความผิดพลาด ของแบบแปลนรายละเอียด และข้อกําหนดประกอบแบบแล้ว ผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงินเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้าง
มิได้
2.2.2 สิ่งใดที่สงสัยว่า จะมีการคลาดเคลื่อนของแบบแปลน รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบ แบบขัดแย้งกันผู้รับจ้าง จะต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัยให้ โดยคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะถือเอาความถูกต้องในวิชาช่างและความเหมาะสมเป็นหลักในการปฏิบัติ
และผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขและดําเนินการก่อสร้างตามคําวินิจฉัยนั้นทันที
2.2.3 สิ่งใดที่กําหนดไว้ในแบบแปลนรายละเอียด และข้อกําหนดประกอบแบบแล้วแต่ในทาง ปฏิบัติงานช่างไม่อาจระบุไว้ได้ครบถ้วน เช่น ความอ่อนแก่ของสี การติดตั้ง รูปร่างลักษณะและสิ่งปลีกย่อย ต่างๆ ตลอดจนรูปขยายรายละเอียด เป็นต้น คณะกรรมการตรวจการจ้างจะชี้แจงอธิบาย รายละเอียดให้
ขณะพาดูสถานที่หรือขณะทําการก่อสร้างการชี้แจงรายละเอียดนี้ถือเป็นส่วนประกอบของแบบแปลน
รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบครั้งนี้ด้วย
2.2.4 หากผู้รับจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักวิชาช่างหรือทําด้วยฝีมือไม่ประณีตเรียบร้อย
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างรื้อถอน หรือทําใหม่ตามความเหมาะสมซึ่งผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามคําสั่งทันที และในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ไม่ได้
2.3 แบบใช้งาน (Shop Drawings) และแบบตามการสร้างจริง (AS Built Drawings) งานระบบสถาปัตยกรรม และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําและส่งให้คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างพิจารณา
2.3.1 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําแบบใช้งาน (Shop Drawing) งานระบบวิศวกรรมโครงสร้าง โยธา งานระบบตรวจสอบอนุมัติล่วงหน้า ก่อนดําเนินการใช้และติดตั้งไม่น้อยกว่า 14 (สิบสี่) วัน หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นเหมาะสม และผู้รับจ้างต้องไม่ดําเนินการก่อสร้างหรือติดตั้งงานนั้นๆ
จนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการพิจารณาอนุมัติแบบ ใช้งานดังกล่าวแต่ละครั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างจะใช้เวลา 14 (สิบสี่) วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแบบ ใช้งานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ การพิจารณาอนุมัติแบบใช้งานจะใช้ข้อกําหนดตามเอกสารสัญญา กฎเกณฑ์
ในวิชาชีพแต่ละสาขาเป็นมาตรฐาน
ہو
بوكسة
on
- 10 -
2.3.2 แบบใช้งาน (Shop Drawings) จะต้องแสดงรายละเอียดของวัสดุ ขนาด รูปร่าง ลักษณะ ชนิดตําแหน่ง ระยะ ระดับ แนว รายละเอียดประกอบแบบ และ ข้อมูลเกี่ยวข้อง รายละเอียดประกอบ ติดตั้งให้ชัดเจน ด้วยมาตราส่วนเหมาะสมเป็นไปตามข้อกําหนดของสถาปนิก วิศวกร แขนงช่างนั้นๆ แบบใช้งานจะต้องมีการตรวจสอบจากสภาพสิ่งก่อสร้างที่แท้จริง นํามาเป็นพื้นฐานในการทําแบบใช้งาน
หากแบบใช้งานนั้นๆ กระทําขึ้นและได้รับการพิจารณาอนุมัติไปก่อนถึงกําหนดการใช้งานจริงให้ผู้รับจ้าง ทําการตรวจสอบปรับแก้ไขให้เหมาะสม ถูกต้อง กับสภาพการก่อสร้างจริง คณะกรรมการตรวจการจ้าง แขนงงานช่างนั้นๆ ตรวจสอบพิจารณาใหม่ในเวลาที่เหมาะสม จนได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจ
การจ้างเสียก่อนจึงจะนําไปทําการก่อสร้างติดตั้งได้
2.3.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบใช้งานสําหรับงานก่อสร้างในขั้นตอนต่างๆ (นอกเหนือจากที่
กล่าวไว้ข้างต้น) เมื่อ
- แบบก่อสร้างไม่ชัดเจนเพียงพอหรือมีปัญหาในการก่อสร้าง
- จุดตําแหน่งของรูปแบบส่วนต่างๆ โดยทั่วไปควรทําแบบใช้งาน 3) คณะกรรมการตรวจการจ้างแจ้งให้ทําแบบใช้งาน
หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น จนเกิดหรือเป็นเหตุให้เกิดข้อผิดพลาด บกพร่องขึ้นในงานส่วนใดๆ ให้ถือว่าผู้รับจ้างฝ่าฝืนสัญญา และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแก้ไขข้อบกพร่อง ผิดพลาดให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะทํางานส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปได้หรือตามที่คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างจะเห็นสมควรโดยผู้รับจ้างจะโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.3.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบใช้งานต่างๆ ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบ พร้อมหนังสือแจ้งส่งและสําเนาเพื่อการอนุมัติอย่างน้อย 1 ชุด หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็น
เหมาะสม
2.4 เครื่องมือ เครื่องใช้และเครื่องจักร นั่งร้าน เครื่องหมายเพื่อให้ความปลอดภัย
2.4.1 เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร นั่งร้าน ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่นํามาใช้ในการก่อสร้าง ต้องเป็นชนิดที่เหมาะสมกับชนิดของงาน มีประสิทธิภาพสูง มั่นคงและปลอดภัยจากอันตรายอันอาจจะเกิด กับคนงาน คนภายนอกและทรัพย์สินข้างเคียง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายอันอาจ เกิดขึ้นได้นอกเหนือจากส่วนที่ได้รับการชดใช้จากประกันภัย
2.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของทางการในการขออนุญาตใช้ หรือติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องใช้ นั่งร้าน อุปกรณ์ต่างๆ สําหรับงานก่อสร้างในสัญญาและผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําติดตั้งเครื่องหมายบริเวณที่จะเกิดอันตราย อุบัติเหตุหรือจัดทําสิ่งป้องกันชั่วคราวบริเวณ อันตรายนั้นรวมทั้งต้องดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดระยะเวลาก่อสร้างในสัญญา
2.4.3 เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักรและอุปกรณ์ชนิดใดที่คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา เห็นว่าไม่เหมาะสมในการนํามาใช้ในการก่อสร้าง หรือไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน อาจสั่งให้นําออกจาก สถานที่ก่อสร้าง และผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักรและอุปกรณ์ชนิดที่คณะกรรมการ ตรวจการจ้างเห็นสมควรให้ใช้ได้มาปฏิบัติงานทันที
ส
2
- 11 -
2.5 ช่างฝีมือและคนงาน
ผู้รับจ้างจะต้องหาช่างฝีมือ และคนงานที่มีความสามารถและความชํานาญในงานแต่ละประเภทมา ปฏิบัติงานถ้าปรากฏว่าช่างฝีมือและคนงานนั้นปฏิบัติไม่ดีพอ ประพฤติตนไม่เหมาะสมไม่มีหลักการช่างที่ดี คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีสิทธิที่จะสั่งเปลี่ยนช่าง คนงาน เพื่อให้ได้งานที่ประณีตเรียบร้อยมีมาตรฐาน ถูกต้องตามแบบแปลนรายการข้อตกลงและถูกต้องตามกฎหมายและเทศบัญญัติ การแจ้งเปลี่ยนช่างและ คนงานนี้ผู้รับจ้างจะต้องรีบปฏิบัติจัดหาช่างและคนงานให้เหมาะสมทันที โดยไม่มีข้อเรียกร้องหรือโต้แย้ง
ใดๆ
ผู้รับจ้างต้องมีหน้าที่ในการป้องกันดูแลรักษา ไม่ให้เกิดความเสียหายอันตรายใดๆ แก่สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินช่างและคนงานตลอดจนบุคคลต่างๆ ที่ปฏิบัติงานในงานก่อสร้างนี้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครสวรรค์ และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้หากมีเหตุอันตรายเสียหายใดๆ เกิดขึ้นเนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
2.6 ผู้ควบคุมงานประจําของผู้รับจ้าง
2.6.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานก่อสร้างตามกฎหมาย ประกอบด้วยสถาปนิกและ วิศวกร ซึ่งคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาเห็นว่ามีความสามารถและเหมาะสมทําหน้าที่เป็นผู้ ประสานงาน และควบคุมงานการก่อสร้างให้เป็นไปอย่างถูกต้องและมีคุณภาพที่ดีทุกประการ
2.6.2 ผู้ควบคุมงานก่อสร้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้างจะต้องมีคุณวุฒิดังต่อไปนี้
ม
- เป็นสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ก.ส.) ประเภทภาคีขึ้นไป 2) เป็นวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (ก.ว.) ประเภทภาคีขึ้นไป 3) เป็นผู้ที่เคยผ่านงานก่อสร้างขนาดใหญ่ และประสบการณ์ ในงานก่อสร้างมาเป็นอย่างดี 4) เป็นผู้ที่มีประวัติการทํางานดี มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่เป็น อย่างดีและให้ความรับผิดชอบในหน้าที่
- ต้องเป็นผู้ที่มีอุปนิสัย เข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้เป็นอย่างดีและให้ความร่วมมือในการ ดําเนินงานก่อสร้างกับทุกฝ่ายได้ดี
2.6.3 ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งรายชื่อพร้อมทั้งประวัติการทํางานของผู้ควบคุมการก่อสร้างของผู้ รับจ้าง ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างอนุมัติ แล้วจึงปฏิบัติงานได้
2.6.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตารางปฏิบัติงาน พร้อมทั้งแจ้งกําหนดเวลาในการควบคุมงานของ สถาปนิกและวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติ
2.6.5 ผู้รับจ้าง จะต้องให้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้างตามคุณวุฒิที่ระบุในข้อ 2.6.6 และตามตารางที่อนุมัติโดยคณะกรรมการตรวจการจ้างในข้อ
สัญญา
2.6.7 ปฏิบัติงานตามตารางการปฏิบัติงานในข้อ 3.5.4 อย่างเคร่งครัดที่สุด มิฉะนั้นจะถือว่าผิด
2.6.8 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดวางแผนให้มีผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานให้เป็นอย่าง ดี และไม่ชักช้าจนเป็นผลเสียหายแก่งาน
2.6.9 ผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างจะต้องศึกษา แบบและรายการก่อสร้างอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน และต้องวางแผนงานโครงการล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมงานได้อย่างถูกต้องและมีหลักการของ ช่างที่ดี เป็นไปตามกฎข้อบังคับการทํางานก่อสร้างที่กําหนดไว้
- 12 -
2.6.10 ช่างและคนงานของผู้รับจ้างที่ดําเนินงานก่อสร้างตามสัญญา จะดําเนินงานไปโดยลําพัง โดยไม่มีวิศวกร และผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างคอยติดตามตรวจสอบดูแลชี้แนะแก้ไขความถูกต้องของงาน ก่อสร้างในแต่ละส่วน แต่ละขั้นตอนของงานก่อสร้างไม่ได้และคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิและอํานาจ
สั่งไม่รับงานในแต่ละส่วน แต่ละ ขั้นตอนของงานก่อสร้างนั้นๆ ไว้ได้จนกว่าผู้รับจ้างได้แก้ไขให้ถูกต้อง เหมาะสมจึงได้ดําเนินงานนั้นๆ ต่อไปได้โดยฝ่าย ผู้รับจ้างจะโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.6.11 หากวิศวกร หรือสถาปนิกควบคุมประจํา หรือผู้ควบคุมประจํางานการก่อสร้างของผู้ รับจ้างไม่อยู่ควบคุมงานก่อสร้าง ณ ที่ก่อสร้างในระหว่างมีการดําเนินงานก่อสร้าง ไม่ว่าในลักษณะใดที่ จําเป็นต้องมีวิศวกร หรือสถาปนิกควบคุมประจํางาน หรือผู้ควบคุมงานควบคุม คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีสิทธิและอํานาจสั่งระงับงานก่อสร้างในส่วนงานนั้นๆ หรืองานก่อสร้างสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ จนกว่าจะมี วิศวกรควบคุมประจํางาน และผู้ควบคุมประจํางานของ ผู้รับจ้างเข้าประจําควบคุมงานและจัดดําเนินงาน อย่างเหมาะสม จึงจะให้ดําเนินงานก่อสร้างในส่วนที่ถูกระงับงานไว้นั้นต่อไปได้ และโดยคณะกรรมการตรวจ การจ้างจะแจ้งเหตุผลด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรการสั่งระงับและการให้ทํางานต่อไปให้ผู้รับจ้างทราบ
ทันที
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างสงสัยว่างานก่อสร้างไม่เรียบร้อย ไม่ถูกต้องตามแบบและ
รายการก่อสร้าง หรือเป็นปัญหา คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิและอํานาจสั่งระงับงานส่วนนั้นๆ ได้ ชั่วคราวและแจ้งการวินิจฉัยจากผู้บริหารการก่อสร้างทันที ที่ได้สั่งระงับงานดังกล่าว และการวินิจฉัยของ คณะกรรมการตรวจการจ้างถือเป็นข้อชี้ขาด โดยผู้รับจ้างจะนํามาโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.6.12 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิ ที่จะขอให้เปลี่ยนผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ใหม่ได้ หากพิจารณาเห็นว่า ผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นไม่เหมาะสม หรือมีความบกพร่องในหน้าที่ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิ และความสามารถ และมีความเหมาะสมตามการพิจารณา ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง และ/หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้างมาปฏิบัติงานในหน้าที่ทันที
2.6.13 คําแนะนําหรือคําชี้แจงใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ให้แก่ผู้ควบคุมงานของผู้ รับจ้างนี้ถือว่าได้แจ้งโดยตรงต่อผู้รับจ้างแล้ว
2.7 การตรวจและการทดลองงานวัสดุ
2.7.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะเข้าตรวจ และควบคุมการก่อสร้างในบริเวณงาน ก่อสร้างอาคารโรงงานหรือสถานที่อื่นๆ ของผู้รับจ้างซึ่งมีการเตรียมการและดําเนินการต่างๆ สําหรับการ ก่อสร้างตามสัญญานี้ได้ในทุกเวลาที่เห็นสมควร โดยผู้รับจ้างและผู้รับจ้างช่วงจะต้องรับผิดชอบจัดอํานวย ความสะดวกให้ความปลอดภัยรวมทั้ง จัดหาเครื่องใช้อุปกรณ์ที่จําเป็นเหมาะสมให้พร้อม เพื่อให้
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ใช้สิทธิทําการดังกล่าวข้างต้นนั้นได้โดยสมบูรณ์
2.7.2 ในกรณีที่ระบุไว้ในรายการ หรือตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือตามกฎ เทศบัญญัติหรือระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่กําหนดให้ต้องทําการตรวจหรือทดสอบวัสดุหรืองานใดๆ เกี่ยวกับ
คุณภาพความเหมาะสมหรือความมั่นคงผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะกรรมการตรวจการ จ้างให้ทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 15 วัน เพื่อตรวจหรือทดสอบวัสดุหรืองานนั้นๆ จนกว่าจะได้รับการพิจารณา เห็นชอบจึงจะลงมือปฏิบัติงานนั้นต่อไปได้ อนึ่ง วัสดุสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้รวมทั้งการติดตั้งใดๆ ในส่วน ต่างๆ ของงานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นในระยะก่อนการใช้ระหว่างใช้หรือใช้ไปแล้วประการใดก็ตาม
Riom
น
9 - 13 -
หากคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรให้มีการตรวจสอบ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการโดยเคร่งครัด
ตามที่มีรายการข้อกําหนดไว้นั้นหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควรสั่งให้ดําเนินการจน ได้ผลเป็นที่น่าพอใจและได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น
2.7.3 งานส่วนใดที่ระบุในรายการ หรือตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ที่จะต้องมีการ
ตรวจพิจารณาตามลําดับขั้นจึงจะอนุมัติดําเนินการต่อไปได้ผู้รับจ้างจะต้องถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หากมีส่วนใดที่จัดทําไปก่อนโดยมิได้รับการพิจารณาอนุมัติ คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้รื้อ
ถอนหรือทุบส่วนนั้นได้ และผู้รับจ้างจะต้องจัดทําใหม่โดยไม่คิดมูลค่าหรือเรียกร้องโต้แย้งใดๆ เพิ่มเติม
2.7.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างวัสดุทั้งหมดที่ใช้ในการก่อสร้าง ให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง
ตรวจอนุมัติก่อนทําการติดตั้ง
ในกรณีที่วัสดุหรือชิ้นส่วนที่จะส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจสอบ อนุมัติมีขนาดใหญ่ไม่สะดวกในการขนส่ง เช่น หน้าต่างประตู หรือส่วนอื่นๆ ให้ผู้รับจ้างจัดทําแบบตัวอย่าง ขึ้น ณ ที่ก่อสร้าง เพื่อให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจอนุมัติก่อนที่จะทําการติดตั้งหรือก่อสร้างวัสดุ หรือชิ้นส่วนนั้นๆ ในส่วนอื่นๆ ที่เหลือของอาคารวัสดุก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของอาคารจะต้อง นําเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง และ/หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้างเช่นเดียวกัน ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างต้องการควบคุมคุณภาพ และความสามารถในการรับน้ําหนักของ คอนกรีต โดยการให้หล่อแท่งคอนกรีตเพื่อนําไปทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแท่งคอนกรีตเพื่อการทดสอบ นี้ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งในการทําแท่งคอนกรีตและการทดสอบ
2.7 สิทธิของคณะกรรมการตรวจการจ้างในการแก้ไขงาน
2.7.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีอํานาจ และสิทธิในการสั่งให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงงาน ใดๆ ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในแบบและรายการตามข้อตกลงในสัญญา
2.8 สิทธิของผู้รับจ้างในการปฏิบัติตามสัญญา
หากคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่สามารถจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้ผู้รับจ้างตามข้อตกลงในสัญญา ภายในกําหนดระยะเวลาหนึ่งภายหลังที่ผู้รับจ้างได้ยื่นเอกสารเบิกเงินค่าก่อสร้างที่สร้างเสร็จและ
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้รับรองการส่งงานนั้นแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะร้องขอและทวงถามได้
บ
لمكسرة
cm - 14 -
3.เงื่อนไขในหน้าที่และความรับผิดชอบการดําเนินงาน
3.1 การจัดวางแผนงานและการปฏิบัติ
3.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําแผนงาน การจัดดําเนินงานโครงการก่อสร้าง ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ (Complete Project Management) ให้ถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับสัญญาและข้อกําหนดตกลงต่างๆ แสดงลําดับขั้นตอน ชนิด ลักษณะ ปริมาณระยะเวลา ผลงาน และมูลค่างาน ความสัมพันธ์สอดคล้องของ งานแต่ละขั้นตอนของแขนงงานและของงานทั้งหมด รวมทั้งรายละเอียดที่จําเป็นอื่นๆ พร้อมหนังสือแจ้ง ความสามารถความรับผิดชอบ การดําเนินงานตามแผนงานนั้นจัดแยกเป็นชุด ให้คณะกรรมการตรวจการ จ้างพิจารณาล่วงหน้าอย่างมากไม่เกิน 15 วัน (นับจากวันที่ลงนามในสัญญานี้) คณะกรรมการตรวจการจ้าง จะใช้เวลาพิจารณาและแจ้งผลให้ทราบ (นับจากวันที่ได้รับหนังสือนั้น) ในระยะเวลาประมาณ 15 วัน
ในกรณีที่จําเป็นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแผนงานของอาคาร หรือขั้นตอนการทํางาน เพื่อ ทําการขนส่ง หรือเก็บสต๊อกวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าก่อสร้างหรือค่าใช้จ่ายใดๆ
เพิ่มเติมราคาก่อสร้างในภายหลังมิได้
3.1.2 ในการทํางานก่อสร้างแต่ละส่วน หรือแต่ละขั้นตอนของงานก่อสร้างผู้รับจ้าง จะต้อง
จัดทําแผนงานละเอียดอย่างเหมาะสมกับงาน พร้อมการคาดคะเนผลและปริมาณของงานนั้นๆ ทุกระยะ 7 วันและ 1 เดือน (หรือในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร) จัดให้สอดคล้องกับ
แผนงานโครงการก่อสร้างทั้งหมดที่จัดวางไว้นั้น ส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาล่วงหน้าก่อน
ดําเนินงานดังกล่าว และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการทํางานไป ตามแผนงานนั้น ไม่ว่าจะได้รับการพิจารณาเห็นชอบหรือไม่ประการใดก็ตาม
3.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างทํางานก่อสร้างล่าช้า กว่าแผนงานที่วางไว้หรือมีลักษณะชี้บ่งว่างาน ก่อสร้างจะไม่เป็นไปตามแผนงานที่จัดวางไว้นั้นๆ ไม่ว่าจะมีเหตุสืบเนื่องจากการทํางานของผู้รับจ้างเอง
หรือจากเหตุอื่นใดก็ตามคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้ผู้รับจ้างเร่งทํางานทั้งกลางวัน กลางคืนและ
ในวันหยุด ได้โดยผู้รับจ้างจะเรียกค่าจ้างเพิ่มเติมไม่ได้ นอกจากนี้ยังเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขจัด แผนงานหลักใหม่ ของแต่ละส่วนแต่ละขั้นตอนและของโครงการก่อสร้างทั้งหมด ให้สอดคล้องเป็นไปตาม ข้อกําหนดสัญญาและการตกลงที่มีไว้แต่เดิมหรือตามที่จะได้มีข้อกําหนดตกลงไว้นั้นๆ
การจัดแก้ไขปรับปรุงแผนงานนั้นๆ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเช่นเดียวกับการจัดวางแผนงานดังกล่าว
ไว้ข้างต้น หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นเหมาะสมจึงจะทํางานก่อสร้างต่อไปได้และผู้รับจ้าง
จะต้องแก้ไขปรับปรุงการทํางานและปริมาณงานตามข้อกําหนดต่างๆ สอดคล้องเหมาะสมกับแผนงานที่
แก้ไขเห็นชอบนั้น
3.2 การแจ้งผลงานและหลักฐาน
ในระยะการทํางานก่อสร้างจนแล้วเสร็จตามข้อกําหนดสัญญา และการตกลงต่างๆ เป็นหน้าที่และ ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา และแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบในรูปของรายงาน
ประจําเดือนคือ
3.2.1 การจัดเตรียมงาน การใช้วัสดุแรงงานแต่ละขั้นตอนแต่ละแขนง ในแต่ละสัปดาห์ แต่ละ เดือน (ในลักษณะตาราง) ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
3.2.2 ผลการทดสอบตรวจสอบวัสดุ และงานก่อสร้างต่างๆ พร้อมความเห็นการพิจารณาของ คณะกรรมการตรวจการจ้าง
A
ซึ่ง - 15 -
3.2.3 ปริมาณผลความก้าวหน้าของงานแต่ละขั้นตอนของแต่ละแขนงงาน และของงานทั้งหมด ที่เสร็จ แจ้งความสําเร็จหรืออุปสรรคความช้าเร็วเทียบกับผลงานที่กําหนดเห็นชอบไว้ในลักษณะ เปรียบเทียบด้วยตารางและ BAR CHART ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นเหมาะสม
3.2.4 ภาพถ่ายผลงานความก้าวหน้าของงานแต่ละเดือน (เพื่อประกอบการเบิกจ่ายเงินงวด ค่าก่อสร้างตามสัญญา) รวมทั้งภาพถ่ายการทดสอบวัสดุก่อสร้างการตรวจสอบข้อชํารุดบกพร่องและการ
แก้ไขการประกอบติดตั้งและงานก่อสร้างที่มีลักษณะสําคัญต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงความ
ถูกต้องเรียบร้อยของการทํางานตามข้อกําหนดสัญญาต่างๆ
3.2.5 แบบฟอร์ม ตารางแสดงรายการใช้วัสดุ แรงงาน ตามตารางแสดงผลความก้าวหน้างาน แต่ละขั้นตอนของงานทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างกําหนดแนะนํา หรือ พิจารณาเห็นชอบ โดยต้องจัดทําด้วยปริมาณให้เพียงพอกับการใช้งานจนงานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยด้วย ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง ภาพถ่ายผลความก้าวหน้าของงานและการตรวจสอบ ทดสอบ วัสดุติดตั้งแก้ไข ต่างๆ ที่กําหนดต้องการนั้นจะต้องเป็นภาพถ่ายที่ครอบคลุมงานอย่างทั่วถึงชัดเจนด้วยภาพถ่ายขนาดไม่เล็ก กว่า 3.5" x 5" และจํานวนภาพถ่ายตามความเหมาะสมของงาน พร้อมข้อความรายละเอียดประกอบให้ เหมาะสมด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองนําส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ควรจัดแยกเป็นชุดๆ พร้อมหนังสือ นําส่งตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร
3.3 การปฏิบัติงานในเวลาปกติและการปฏิบัติงานในเวลาพิเศษ
3.3.1 การปฏิบัติงานก่อสร้างตามปกติในแต่ละวัน ผู้รับจ้าง ช่างคนงานทุกแขนงงานก่อสร้าง ของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กําหนดไว้ข้างต้น และผู้รับจ้างหรือผู้แทนผู้รับจ้างมีหน้าที่ใน
การปฏิบัติและรับผิดชอบอีกดังนี้
- แจ้งขอการทํางานแต่ละวัน โดยแจ้งล่วงหน้าก่อนการทํางานปกติอย่างน้อย 1 วัน ประกอบด้วย ขอบเขต ตําแหน่ง ชนิดลักษณะ ระยะเวลา ปริมาณงาน จํานวน ช่าง คนงาน เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่สําคัญผังสังเขปปริมาณงานที่กะจะทําเสร็จในแต่ละวัน พร้อมทั้งแจ้งการจัดการป้องกันอันตราย ความเสียหายให้เหมาะสมตามความจําเป็นกับสภาพของงาน โดยจะต้องแยกแยะจัดทําให้สอดคล้องกับ
น
แผนงานละเอียดและแผนงานทั้งโครงการที่ได้กําหนดหรือได้รับการเห็นชอบไว้นั้นๆ ให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างแต่ละกรณีงาน พิจารณาเห็นชอบเสียก่อนจึงจะทํางานนั้นได้ หากผู้รับจ้าง ทํางานไม่เสร็จตามที่แจ้ง ขอไว้ในแต่ละวันและมีงานแก้ข้อบกพร่องต่างๆ (หรืองานตรวจสอบต่างๆ) ซึ่งจะต้องทําควบคู่ไปกับงานใน แต่ละวันถัดไปเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องแจ้งขอทํางานดังกล่าวนั้น กับงานที่กําหนดจะทําในวันถัดไป ด้วยวิธีการแจ้งขอทํางานแต่ละวัน ที่กล่าวไว้ข้างต้น ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณีงาน ให้
พิจารณาตรวจสอบเห็นชอบอนุมัติแล้วจึงดําเนินการได้ - แจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณี ให้ทําการตรวจสอบการประกอบการติดตั้ง การแก้ไขต่างๆ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในงานแต่ละขั้นตอนและของแต่ละแขนงงานหรือตามที่มีการระบุ
ตรวจสอบทดสอบให้ตรวจสอบทดสอบให้แล้วเสร็จเรียบร้อยถูกต้องตามกําหนดหรือตามที่คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างเห็นชอบหรือเห็นเหมาะสมแล้วจึงทํางานขั้นต่อไปได้
مدت کمیکس
- 16 -
- ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างมีความเห็นให้แก้ไข ชนิด ลักษณะ ปริมาณงานวิธีการ ทํางานหรืออื่นๆ ให้เหมาะสมประการใดก็ตามผู้รับจ้างและผู้แทนผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบต้อง
ปฏิบัติไปตามความคิดเห็นและการพิจารณาเพื่อให้งานแต่ละขั้นตอนและงานส่วนอื่นๆ ที่ต่อเนื่องดําเนิน ต่อไปได้ไม่หยุดชะงักล่าช้าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องกําหนดระยะเวลาการแจ้งและ
ดําเนินงานตรวจสอบทดสอบรวมทั้งงานแก้ไขต่างๆ จนได้ผลถูกต้องเรียบร้อยตามกําหนดและด้วยค่าใช้จ่าย ของผู้รับจ้างเองโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น - เวลาปฏิบัติงานปกติของผู้รับจ้างเริ่มจาก 8.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ในกรณีจําเป็นต้อง ปฏิบัติงานเกินกําหนดเวลาปกติ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่องานนั้นได้ ให้ผู้รับจ้างแจ้งให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างได้ทราบทุกครั้ง และให้ปฏิบัติงานตามข้อกําหนดการทํางานต่างๆ ที่ระบุไว้รวมทั้งข้อ กําหนดการปฏิบัติงานในเวลาพิเศษ ตามกฎข้อบังคับในกฎหมายแรงงานด้วย
- การจัดเอกสารหลักฐานการทํางานในเวลาปกติต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ต้องจัดทําแยกเป็นชุดๆ พร้อมสําเนาและหนังสือนําส่งมาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร
เหมาะสม
3.4 การร่วมมือในการปฏิบัติงานและการประสานงาน
3.4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดตัวแทนผู้มีอํานาจเต็มเข้าร่วมประชุม ระหว่างผู้รับจ้างกับคณะกรรมการ ตรวจการจ้าง ซึ่งอาจจะรวมถึง สถาปนิก วิศวกร ตัวแทนของคณะกรรมการตรวจการ การประชุมดังกล่าว จะมีขึ้นทุกๆ 7 วัน ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง หรือเมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรเรียก ประชุมกรณีเร่งด่วน
3.4.2 ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างแต่ละองค์กร ต้องให้ความร่วมมือและประสานงานกัน และร่วมกันจัดหาวิธีป้องกันความเสียหาย อันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนการรักษาทรัพย์สินของแต่ละฝ่ายและส่วนรวมให้พ้นจากอันตราย ซึ่งอาจเกิดจาก อัคคีภัยและการสูญเสีย ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างแต่ละองค์กร ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ ค่าเสียหายในกรณีที่เกิดการเสียหายงานฝ่ายอื่น ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
3.4.3 ผู้รับจ้าง ต้องกําหนดระเบียบการปฏิบัติงานของลูกจ้าง ช่างคุมงาน ในการปฏิบัติงานตาม เวลาที่กําหนด และเลิกงานในเวลาที่กําหนดตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ และผู้รับจ้างต้องกําหนดระเบียบ ข้อบังคับในการใช้สถานที่และบริเวณก่อสร้าง เช่น ห้ามเล่นการพนัน การใช้ห้องน้ํา-ห้องส้วม ที่ผู้รับจ้างจัด ไว้ให้ การทําครัว และการเข้าอยู่อาศัยอย่างเป็นระเบียบไม่ขัดต่อสุขภาพอนามัย โดยผู้รับจ้างต้องปิด ประกาศระเบียบต่างๆ เหล่านี้ ณ ที่พักและที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง ช่าง คนงาน แจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งวางหลักเกณฑ์ถือเป็นระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัดถ้าผู้ใดฝ่าฝืน เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ของผู้รับจ้างต้องพิจารณาลงโทษให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นออกจากงาน หรือลงโทษให้เหมาะสมแก่กรณีเหตุ
ณ
سرك
24
ม
- 17 -
3.5 การใช้สถานที่และบริเวณ การทําความสะอาด
3.5.1 การใช้สถานที่และบริเวณ
- มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างที่พักคนงานอยู่ใน ขอบเขตของบริเวณและสถานที่ทําการก่อสร้าง ยกเว้นการจัดสร้างที่เก็บวัสดุเครื่องมือ สัมภาระและที่ ทํางานช่าง คนงาน เท่านั้น
- ผู้รับจ้าง จะต้องไม่ติดตั้งหรือบรรทุกวัสดุ หรืออุปกรณ์ หรือเครื่องมือ เครื่องจักรที่มี น้ําหนักบรรทุกมากเกินไป อันอาจเกิดอันตรายแก่โครงสร้างหรือส่วนของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้ หรือที่ซึ่ง
คณะกรรมการตรวจ การจ้างเห็นไม่สมควร - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเครื่องหมาย หรือป้ายชี้แจงในการใช้สถานที่ การป้องกันอุบัติเหตุ อันตราย ความเสียหายต่างๆ อย่างเหมาะสมและตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
- ในกรณีที่ต้องการสถานที่และบริเวณสําหรับปฏิบัติงานเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากการ ก่อสร้างธรรมดา หรือในกรณีที่จะต้องใช้สถานที่และบริเวณสําหรับปฏิบัติงานในเวลากลางคืน ผู้รับจ้าง
จะต้องทําหนังสือขออนุญาตเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง พิจารณาทุกกรณีและเมื่อได้รับพิจารณา เห็นชอบแล้ว ผู้รับจ้างจึงเข้าไปใช้สถานที่บริเวณงานนั้นและปฏิบัติงานนั้นได้ - ผู้รับจ้าง จะต้องจัดเก็บวัสดุที่ใช้สําหรับการก่อสร้างและวัสดุที่ใช้แล้วหรือเหลือใช้และ เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่กีดขวางการจราจร หรือการขนส่งให้ เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน และต้องปลอดภัยจากอุบัติเหตุและอัคคีภัยและเหมาะสมกับทุกสภาพดินฟ้า อากาศ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ
- ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาป้ายสัญญาณต่างๆ รวมทั้งไฟสัญญาณในเวลากลางคืนติดตั้งไว้ ด้วยเพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมาอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต หรือทรัพย์สินของผู้ สัญจรไปมาหรือเกิดขึ้นกับอาคารทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียง อันมีสาเหตุมาจากงานก่อสร้างนี้แล้ว ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ความเสียหายนั้นๆ แต่ผู้เดียว
3.5.2 การทําความสะอาดสถานที่ - ในระยะเวลาก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องจัดการขนเศษไม้ เศษวัสดุอื่นๆ นั่งร้านหรือแบบไม้ และวัสดุที่ไม่ได้ใช้นําไปทิ้งหรือจัดกองไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่เกะกะกีดขวางการทํางานต่างๆ และรักษา อาคารสิ่งปลูกสร้าง และบริเวณที่ทําการก่อสร้างให้อยู่ในสภาพสะอาดเรียบร้อยอย่างเหมาะสม และตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็น สมควรอยู่เสมอ
- เมื่องานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องกลบหลุมและ บ่ออันเกิดจากการรื้อถอน หรือเกิดจากการก่อสร้างต่างๆ และต้องเก็บสิ่งที่เหลือใช้ต่างๆ จากการก่อสร้าง ออกไปจากอาคารและบริเวณ รวมทั้งต้องเกลี่ยปรับแต่งระดับดินให้เรียบร้อยเหมาะสม อยู่ในสภาพที่เข้าใช้ สอยตามวัตถุประสงค์ความต้องการได้ทันที
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างมิได้จัดทําความสะอาดอาคาร และบริเวณสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ใน ระยะเวลาตามที่กําหนดให้ปฏิบัติหรือที่ระบุไว้คณะกรรมการตรวจการจ้างอาจจ้างให้ผู้อื่นเข้าจัดการได้ คิดค่าใช้จ่ายจากผู้ว่าจ้างโดยหักเงินค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายตามเงื่อนไขในสัญญาการตกลง
และ
كمل
- 18 -
3.6 การทํางานก่อสร้างเฉพาะส่วน และส่วนเกี่ยวเนื่องต่างๆ ผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการสั่ง และทํางานก่อสร้างต่างๆ เพิ่มเติม จากระเบียบกฎเกณฑ์ ข้อกําหนดที่กล่าวไว้ข้างต้นดังต่อไปนี้
3.6.1 การตรวจสอบจัดทําตําแหน่ง แนว ระยะ ระดับต่างๆ กล่าวคือ
- ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบตําแหน่งหมุดหลักเขตที่ดิน แนวระดับ ตําแหน่ง ระยะของบริเวณที่ดินกับของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ระบุไว้ในสัญญาการตกลงต่างๆ ของบริเวณสิ่งข้างเคียงที่ เกี่ยวข้องหรือที่จะใช้ อ้างอิงต่างๆ รวมทั้งจะต้องจัดทําการป้องกันดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อใช้เป็นหลัก ยึดถืออ้างอิงในการบอกตําแหน่ง ระยะ ระดับ แนวต่างๆ กับของงานก่อสร้าง ตามรูปแบบรายละเอียด ข้อกําหนดตกลงต่างๆ ตลอดระยะเวลาทํางานจนงานก่อสร้างต่างๆ เสร็จเรียบร้อยและผู้ว่าจ้างได้รับมอบ งานนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว
- ในการทํางานก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบแนว ตําแหน่ง ระยะ ระดับของ อาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่กําลังทําการก่อสร้างกับแนวตําแหน่ง ระยะ ระดับ และ รายละเอียดอื่นๆ ที่กําหนดไว้ทุกครั้งก่อนที่จะทําการก่อสร้างในส่วนนั้น หรือการทําการก่อสร้างขั้นต่อไป และต้องแจ้งหลักฐานผลการตรวจสอบอย่างชัดเจน ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบไว้ทุกครั้งหากการ
ตรวจสอบต่างๆ แต่ละครั้งดังกล่าวมีผลคลาดเคลื่อนจากที่กําหนดไม่ว่าประการใดผู้รับจ้างจะต้องแจ้งความ
คลาดเคลื่อนนั้นๆพร้อมข้อมูลรายละเอียดหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างชัดเจนเหมาะสมให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบวินิจฉัยนั้นๆ ทันที โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําระยะ ตําแหน่ง ระดับ แนว ดิ่ง ฉาบที่แน่นอนถูกต้องของโครงสร้าง หลัก โครงสร้างส่วนประกอบ ผนังส่วนต่อเนื่องต่างๆ เพื่อเป็นตําแหน่ง ระยะ แนว ระดับ หลักสําคัญงาน ก่อสร้างต่างๆ เช่น งานสุขาภิบาล งานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ การติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ และงานรายละเอียดตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กันเป็นต้นไปให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบให้ความเห็นชอบก่อนการทํางานก่อสร้างส่วนนั้นหรืองาน ขั้นต่อไปของส่วนต่อเนื่องทุกครั้งและผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบปฏิบัติไปตามการพิจารณานั้นโดยไม่มีข้อ
เกี่ยงงอนใดๆ ทั้งสิ้น
3.6.2 การกําหนดระยะ ขนาด และส่วนเกี่ยวข้องจากที่ก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องทําการสํารวจ ตรวจสอบ วัดช่วงระยะ ลักษณะ ขนาด ตําแหน่ง ระดับแนวต่างๆ ตามสภาพความเป็นจริงของงานก่อสร้าง เฉพาะส่วน และส่วน เกี่ยวข้องที่จะทําการสั่งวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ หรือปฏิบัติงานก่อสร้างส่วนใดๆ ของอาคาร สิ่งปลูกสร้างหรือการติดตั้งนั้นๆ หากวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่จะสั่งหรือนํามาใช้ เพื่อให้พอดี ช่วงระยะตรงตามตําแหน่งได้ แนว ระดับ ขนาด ลักษณะ ทั้งในเฉพาะส่วนและส่วนที่เกี่ยวเนื่องของอาคาร สิ่งปลูกสร้างส่วนต่างๆ คลาดเคลื่อนไปจากระยะ ตําแหน่ง แนว ระดับ และอื่นๆ ที่ระบุไว้ในรูปแบบรายการ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งความคลาดเคลื่อนต่างๆ พร้อมหลักฐานอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อ พิจารณาทันที และให้ผู้รับจ้างปฏิบัติไปตามการพิจารณาไว้เท่านั้นการแจ้งส่งหลักฐาน ดังกล่าว ผู้รับจ้างมี
หน้าที่และรับผิดชอบดําเนินการดังกล่าวไว้ข้างต้นนั้นๆ ในกรณีที่ผู้รับจ้างต้องสั่งหรือทําการประกอบ ติดตั้งวัสดุที่มีขนาดหรือระยะตําแหน่ง ระดับ แนว ลักษณะแตกต่างไปจากรูปแบบรายการรายละเอียด ข้อกําหนดต่างๆ แต่ให้พอดีและเหมาะสมกับช่วงระยะ ตําแหน่ง แนว ระดับ ลักษณะ ขนาดของงาน ก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งสัมพันธ์สอดคล้องกับงานก่อสร้างส่วนต่อเนื่องใดๆ ตามสภาพความเป็นจริงนั้นๆ เป็น หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่จะต้องปฏิบัติงานดังกล่าวเหล่านั้นให้ถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสม
ตรงตามพิจารณากําหนดไว้โดยจะเรียกร้องค่าชดใช้หรือโต้แย้งเกี่ยงงอนใดๆ มิได้ทั้งสิ้น
R3 0
- 19 -
3.6.3 การเตรียมงานเพื่อการก่อสร้างอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการ และจัดทําช่อง รู คร่าว พุก ส่วนยึดเชื่อมโยง ค้ํายันต่างๆ หรือส่วนที่จําเป็นต้องจัดทําในส่วนต่างๆ และงานส่วนต่อเนื่อง ที่เกี่ยวข้องงานก่อสร้างนั้นๆ ให้ได้ขนาด ระยะ ระดับ แนว ดิ่ง ฉาบด้วยวิธีการจัดทําอย่างถูกต้องเหมาะสม ตามรูปแบบ รายละเอียดและ ข้อกําหนดประกอบแบบและได้มาตรฐานของงานก่อสร้างแต่ละแขนงงานช่าง นั้นๆ ด้วยวิธีการทํางานของช่างที่ดีให้เสร็จเรียบร้อยก่อนดําเนินงานขั้นต่อไปในแต่ละส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้าง
จะต้องแจ้งหลักฐานพร้อมรายละเอียดการเตรียมและจัดทําการต่างๆ ดังกล่าวอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้าง (แล้วแต่กรณีงาน) พิจารณาตรวจสอบเห็นชอบเสียก่อน หากมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อน
เสียหายเกิดขึ้นในส่วนนั้นๆ ไม่ว่าประการใด เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องทําการเคลื่อนย้าย รื้อถอน เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสมตามข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นและตามที่คณะกรรมการ ตรวจการจ้างจะเห็นสมควรเสียก่อน จึงจะทํางานขั้นต่อไปได้ และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการปฏิบัติงาน ดังกล่าวนั้นทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องระวังในการปฏิบัติงานมิให้เกิดความ เสียหายแก่งานของผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างได้ และหากเกิดการเสียหายขึ้นเนื่องจากการ ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นๆ ในกรณีที่มีการขัดแย้งหรือไม่สามารถตกลงกัน ได้ ให้ถือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นการตัดสิน หากงานใดที่ผู้รับจ้างได้จัดทําไปแล้วเกิด
ความเสียหายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นหากปรากฏว่างานใดเป็นหน้าที่ของ
ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมไว้สําหรับการก่อสร้างที่จําเป็นและเกี่ยวข้องกับงานอื่น แต่มิได้จัดทําไว้ผู้รับจ้างจะต้อง
เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทําไว้ทั้งสิ้น
3.6.4 ผู้รับจ้าง จะต้องระมัดระวังกวดขันการปฏิบัติงานก่อสร้างต่างๆของผู้รับจ้างมิให้เกิดความ
เสียหายขึ้นกับงานของผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องและหากเกิดการเสียหายขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงาน
ก่อสร้างของผู้รับจ้างไม่ว่าเป็นกรณีใดๆ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องจัดทําให้มีสภาพ
ถูกต้องเหมาะสมตามข้อกําหนดความต้องการและตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร รวมทั้ง ต้องชดใช้ความเสียหายนั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด อนึ่ง หากปรากฏว่าการก่อสร้างส่วนใดๆ ตามข้อกําหนด รายละเอียดข้อตกลงหรือตามมาตรฐานงานก่อสร้างแขนงงานนั้นๆ หรือตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของ ช่างที่ดีถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมไว้สําหรับการทํางานก่อสร้างที่ จําเป็นและเกี่ยวข้อง หรือ ต่อเนื่องกับงานอื่นแต่ผู้รับจ้างมิได้จัดเตรียมไว้จะด้วยเหตุประการใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบใน การจัดทําให้ถูกต้องเหมาะสม ตามข้อกําหนด ตกลงความต้องการทั้งสิ้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ
ทงสน
Ai Om
คร - 20 -
3.6.5 ผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดดําเนินการเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ในงานก่อสร้างเพิ่มเติมจากที่กําหนดไว้ดังนี้
- วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ตามรูปแบบรายการข้อกําหนดประกอบแบบ จะต้องได้รับการพิจารณา ตรวจสอบ ทดสอบ เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ใช้ได้รวมทั้ง จะต้องจัดส่งหลักฐาน ตัวอย่างรายละเอียดสิ่งต่างๆ ดังกล่าวเหล่านั้นตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง เรียกร้องต้องการและดําเนินการตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ระบุไว้จนเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อนผู้รับจ้างจึงจะสั่ง ทําและนําใช้ประกอบติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ได้ รวมทั้งการเก็บรักษาตามที่กําหนดตกลงไว้ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดส่งตัวอย่างรายละเอียดผลการทดสอบวัสดุผสมคอนกรีต (Mix Design) เหล็กเสริมคอนกรีต และ เหล็กโครงสร้างต่างๆ (ด้วยวิธีการและการจัดส่งตามที่ระบุไว้) ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา ตรวจสอบเห็นชอบให้ใช้จึงนําไปใช้ อนึ่งคอนกรีตที่ผสมใช้เองในหน่วยงานจะต้องผสมตามที่กําหนดให้ใช้
โดยต้องมีการจัดเตรียมและใช้ภาชนะที่ตวงวัดส่วนผสมให้เหมาะสมตลอดระยะการก่อสร้างมีสัดส่วน มาตรฐานตามอัตราส่วนที่กําหนดสัมพันธ์เหมาะสมกับความจุและการทํางานของเครื่องผสมคอนกรีตที่ผสม
ใช้ในแต่ละครั้งด้วยวิธีการผสม และการใช้งานคอนกรีตตามข้อกําหนดรายละเอียดที่ระบุไว้อย่างถูกต้อง
ครบถ้วนและต้องรับรองความถูกต้องการผสมคอนกรีตในการใช้งานและต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจการจ้าง (แล้วแต่กรณีงาน) ทุกครั้ง หากผู้รับจ้างมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ส่วนผสมวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ก็ให้ปฏิบัติไปตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ในบททั่วไป - ก่อนการส่งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เข้าในบริเวณก่อสร้างทุกครั้ง ผู้รับจ้างจําเป็นต้องกําหนดวัน เวลา ประเภท ชนิด ลักษณะ จํานวนรายละเอียดที่จําเป็นเหมาะสมของวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ ให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมกับการนําเข้าไว้และ
การใช้ทํางาน - หากผู้รับจ้างนําวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาในบริเวณที่ก่อสร้างรวมทั้ง จัดทําการใช้ประกอบ ติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใดโดยที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ ทดสอบ พิจารณา เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างดังกล่าวไว้ข้างต้นให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องทําการขนย้าย
รื้อถอนเอาออกไปจากบริเวณที่ก่อสร้างทันที และหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่มี
ข้อโต้แย้งใดๆ อนึ่งในกรณีที่ผู้รับจ้างนําวัสดุก่อสร้างต่างๆ ตามรูปแบบ ข้อกําหนดประกอบแบบเข้าบริเวณ ที่ก่อสร้าง และจัดทําใช้ประกอบติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ โดยมิได้ผ่านการตรวจสอบ ทดสอบเห็นชอบ จากคณะกรรมการตรวจการจ้างตามที่ระบุไว้ข้างต้นให้เรียบร้อยเสียก่อน หากปรากฏว่าการพิจารณา ตรวจสอบ ทดสอบไม่ถูกต้องตามข้อกําหนดประกอบแบบต่างๆ และตามที่คณะกรรมการตรวจ การจ้างเห็นไม่เหมาะสมไม่สมควรนํามาใช้งานก่อสร้างต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องขนย้าย รื้อถอน จัดหา เปลี่ยน
ใช้ให้ถูกต้องตามข้อกําหนดประกอบแบบและตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่ให้เกิด ความกระทบกระเทือนเสียหายใดๆ กับงานก่อสร้างต่างๆ
سدك
สร
১ল
- 21 -
- ผู้รับจ้างจะต้องตรวจตราดูแลป้องกันรักษาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ที่ระบุไว้ ในรูปแบบ รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบต่างๆ ซึ่งผ่านการตรวจสอบทดสอบ เห็นชอบให้นําเข้า ใช้ประกอบ ติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ที่ระบุไว้ตลอดระยะการก่อสร้างจนงานแล้วเสร็จและผู้ว่าจ้างได้รับ มอบงานไว้เรียบร้อยแล้วหากปรากฏว่าก่อนการใช้ระหว่างการใช้งาน หรือหลังการใช้งานก่อสร้างต่างๆ รูปลักษณะ คุณสมบัติ ของวัสดุก่อสร้างต่างๆ เหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปไม่ถูกต้องเหมาะสมตามข้อกําหนด ต่างๆ และหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรไม่เหมาะสมต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอนขน ย้าย แก้ไข จัดหาใช้ประกอบติดตั้งให้คงสภาพ คุณภาพถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสม ตามข้อกําหนดตาม ต้องการ และตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่เกิดความล่าช้า และไม่ก่อให้เกิดความ กระทบกระเทือนเสียหายใดๆ กับการก่อสร้าง
- การทดสอบ ตรวจสอบ และผลการตรวจสอบ ทดสอบ การเก็บตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ระบุไว้รวมทั้งข้อกําหนด การตรวจสอบ ทดสอบ มาตรฐานวิชาชีพงานช่าง สาขานั้นๆ เมื่อได้ผลการทดสอบตรวจสอบถูกต้องเหมาะสมที่กําหนดความ ต้องการ หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรเหมาะสม ผู้รับจ้างจึงจะทํางานก่อสร้างส่วน ต่อเนื่องหรืองานขั้นต่อไปได้ หากผลการตรวจสอบทดสอบงานก่อสร้างต่างๆไม่ถูกต้องเหมาะสมตาม ข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องแก้ไขจัดทําจนได้ผลตามเกณฑ์ข้อกําหนดนั้นๆ หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควรจึงจะทํางานก่อสร้างขั้นต่อไปหรืองานก่อสร้างส่วน ต่อเนื่องต่อไป ได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดดําเนินการและรับผิดชอบกําหนดการปฏิบัติการ ตรวจสอบ ทดสอบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จนได้ผลการตรวจสอบ ทดสอบถูกต้องตามข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าวโดยไม่ให้เกิดความล่าช้ากระทบ กระเทือนเสียหายกับงานก่อสร้างต่างๆ หากมีความล่าช้าเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับงานก่อสร้างสืบเนื่องจาก การทํางานต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบจัดทําและชดใช้ทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ
- 22 -
งานสถาปัตยกรรม
โครงการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ประชุมนานาชาติ ตําาบลย่านมัทรี อําาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
- งานฝ้าเพดาน
1.1 ขอบเขตของงาน
1.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝี มือและความชํานาญ มีระบบ ควบคุมคุณภาพที่ดี ในการติดตั้ง งานฝ้านเพดานตามระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
1.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างและประสานงานกับผู้ติดตั้ง งานระบบไฟฟ้า ระบบ ปรับอากาศและระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานฝ้าเพดาน เช่น งานเตรียมโครงเหล็กยึดวงกบประตู โครง เหล็กในฝ้าสําหรับยึดลวดแขวนโครงเคร่าฝ้าเพดาน, ยึดดวงโคม, ยึดท่อลมของระบบปรับอากาศ เป็นต้น
เพื่อให้งานฝ้านเพดานแข็งแรง และเรียบร้อยสวยงาม
1.1.3 ในกรณีที่จําเป็นต้องเตรียมช่องสําหรับเปิดฝ้าเพดาน สําหรับซ่อมแซมงานระบบต่างๆ ของ อาคารหรือซ่อมแซมหลังคาในภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้แข็งแรงและเรียบร้อย ตามที่กําหนดในแบบ หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ
1.1.4 ระดับความสูงของฝ้าเพดาน ให้ถือตามระบุในแบบ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย ตามความ เห็นชอบของผู้ควบคุมงาน
1.1.5 ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างพร้อมรายละเอียด และขั้นตอนการติดตั้ง งานฝ้าเพดาน เช่น แผ่น ยิบซั่มโครงเคร่าผนังและฝ้าเพดาน พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
1.1.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนการติดตั้ง ดังนี้ 1) แบบแปลน, รูปด้าน, รูปตัด ของผนังหรือฝ้าเพดาน แสดงแนวโครงเคร่าระยะและตําแหน่ง สวิทช์ปลั๊ก ดวงโคม หัวจ่ายลม หัวดับเพลิงและอื่นๆ ให้ครบถ้วนทุกระบบ
- แบบขยายการติดตั้ง บริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ การชนผนังและโครงสร้างของอาคาร
- แบบรายละเอียดการยืด ห้อยแขวนกับโครงสร้างอาคาร หรือโครงหลังคา หรือผนังอาคาร 4) แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็น เช่น การติดตั้ง ท่อร้อยสายไฟ ท่อน้ํา ทิ้งของระบบ
ปรับอากาศ สวิทซ์ ปลั๊ก ช่องซ่อมบํารุง เป็นต้น
1.2 วัสดุ
บ
1.2.1 แผ่นยิบซั่มหนา 9 มิลลิเมตร หรือ 12 มิลลิเมตร หรือตามระบุในแบบ ชนิดธรรมดา, กันชื้น, บุฟอยล์ หรือกันไฟ ตามระบุในแบบ ขนาด 1.20x2.40 เมตร แบบขอบลาดสําหรับผนังหรือฝ้าฉาบเรียบ รอยต่อ และขอบเรียบสําหรับฝ้า T-Bar
1.2.2 โครงเคร่าผนังเหล็กชุบสังกะสี ขนาดไม่เล็กกว่า 30x70 มิลลิเมตร ความหนาของแผ่นเหล็ก ไม่ต่ํากว่า 0.50 มิลลิเมตร ระยะห่างของโครงเคร่าตั้ง ทุก 400 มิลลิเมตร
1.2.3 โครงเคร่าฝ้าเพดานฉาบเรียบรอยต่อ ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสี ขนาดไม่เล็กกว่า 14x37 มิลลิเมตร
-24
:
- 23 -
ความหนาของแผ่นเหล็กไม่ต่ํากว่า 0.47 มิลลิเมตร ระยะห่างของโครงเคร่าหลัก (วางตุ้ง) ทุก 1.00 เมตร โครงเคร่ารอง(วางนอน) ทุก 400 มิลลิเมตร ลวดแขวนขนาด Dia. 4 มิลลิเมตร ทุกระยะ 1.00x1.20 เมตร พร้อมสปริงปรับระดับทํา
ด้วยสแตนเลสรูปปีกผีเสื้อ
1.2.4 โครงเคร่าฝ้าเพดาน T-Bar ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสีเคลือบสี ความหนาของแผ่นเหล็กไม่ต่ํากว่า 0.30มิลลิเมตร พับขึ้นรูป 2 ชั้น โครงเคร่าหลักสูงไม่น้อยกว่า 38 มิลลิเมตร ระยะห่างทุก 600 มิลลิเมตร โครงเคร่าซอยสูงไม่น้อยกว่า 28 มิลลิเมตร ระยะห่างทุก 1.20 เมตร ลวดแขวนขนาด Dia. 4 มิลลิเมตร ทุก ระยะ 1.20x1.20 เมตร พร้อมสปริงปรับระดับทําด้วยสแตนเลสรูปผีเสื้อ
1.2.5 นิ้ว เข้ามุมต่างๆ สําหรับผนังและฝ้าเพดานยิบซั่ม ให้ใช้คิ้ว สําเร็จรูป โดยได้รับการอนุมัติจาก คณะกรรมการตรวจการจ้างและผู้ควบคุมงาน
1.2.6 ฝ้าเพดานแผ่น Fiber Cement ชนิดไม่มีส่วนผสมของ ASBESTOS ขนาดกว้าง 3” และ 6” หนาไม่น้อยกว่า 8 มม. หรือตามแบบระบุ โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี มอก.1427-2540 ให้ผู้ว่าจ้างเสนอ ตัวอย่างฝ้าเพดานต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนดําเนินงาน
1.2.7 ฝ้าเพดานแผ่น Fiber Cement ชนิดไม่มีส่วนผสมของ ASBESTOS ขนาด 1.20×2.40 ม. หนาไม่น้อยกว่า 6 มม. หรือตามแบบระบุ โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี มอก.878-2537 ยาแนวรอยต่อ 5 มม. ด้วย PU หรือตามแบบระบุ ให้ผู้ว่าจ้างเสนอตัวอย่างฝ้าเพดานต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อน
ดําเนินงาน
1.2.8 ฝ้าเพดานยิปซั่มชนิดฉลุรูลดเสียงสะท้อน ขนาด 1200x2400 มม. ความหนา 12.5 มม. กรุ แผ่นซับเสียงด้านหลัง ฉลุรูสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้น ที่เจาะรู 13-16.5 % รอยต่อให้ใช้เทปประสานและปูนฉาบ รอยต่อตามคําแนะนําของผู้ผลิต การติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิต โดยให้เสนอรูปแบบของฝ้า
และการติดตั้ง ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนดําเนินการ
1.2.9 ฝ้าเพดานอะคูสติก ขนาด 600 x 1200 มม. ความหนาไม่น้อยกว่า 16 มม.ขอบบังใบ ผลิตจาก แผ่นใยแร่เคลือบสีสําเร็จจากโรงงาน ค่าการดูดซับเสียง (NRC) ไม่น้อยกว่า 0.50 ตามมาตรฐาน ASTM
1.2.10 ฝ้าเพดานเหล็กรีดลอนเคลือบสี ความสูงและรูปแบบของลอนตามกําหนดในแบบ แผ่น เหล็กกล้ามีค่า Yeild strength ไม่น้อยกว่า 550 mpa เคลือบผิวด้วยโลหะผสม อลูมิเนียมกับสังกะสี ไม่ น้อยกว่า 100 กรัม/ตรม. (2 ด้าน) เคลือบสี POLYESTER ความหนารวมหลังคาเหล็กไม่รวมชั้น เคลือบ (Base Metal Thickness) ไม่น้อยกว่า 0.42 มม. รวมชั้น เคลือบสี (Total Coating Thickness) ต้องไม่ น้อยกว่า 0.50 มม. รอยต่อระหว่างแผ่นให้ปิดด้วย FLASHING METAL SHEET ดําเนินการตามคําแนะนํา ของผู้ผลิต
1.2.11 ฝ้าเพดาน Aluminum Composite หนา 4 มม. ผิวด้านนอกเคลือบด้วยสี PVDF (PolyvinylideneFluoride) หรือ F.E.V.E.มีการรับประกันสินค้านานไม่น้อยกว่า 10 ปี เคลือบสีหนา 31 ไมครอน/ชัน รวมสีผิวทั้ง 3 ชั้น 58 ไมครอน และด้านหลังเคลือบสีกันสนิม (Chromate Treatment) ให้ ผู้รับจ้างดําเนินการตามแบบระบุ โดยการติดตั้ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต และให้เสนอ Shop Drawing รูปแบบและการติดตั้ง แก่กรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อนดําเนินการ
1.3 การติดตั้ง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝี มือที่ดี มีความชาญในการติดตั้ง ฝ้าเพดานทุกส่วนที่ติดตั้ง แล้วจะต้อง ได้ระดับและเส้นแนวตรงเรียบร้อยหรือลวดลายได้ฉาก ตามที่ผู้ออกแบบกําหนดด้วยความประณีตเรียบร้อย
1.3.1 การติดตั้ง โครงเคร่าฝ้าฉาบเรียบรอยต่อและแผ่นยิบซั่ม
- หาระดับรอบห้อง แล้วยึดรางระดับโดยรอบโดยยึดฉากริมฝ้าฉาบเรียบกับผนังโดยรอบให้
BJC On
24
- 24 -
มั่นคงแข็งแรง ได้แนวและระดับที่ต้องการด้วยพุกเหล็ก ยึดฉากเหล็ก 2 รู เข้ากับใต้ท้องพื้นอาคารซัน ถัดไป ที่ระยะ1.00x1.20 เมตร ด้วยพุกเหล็ก 6 มิลลิเมตร (1.00 เมตร คือระยะห่างของโครงเคร่าหลัก) ให้เสริม โครงเคร่าหลักชุดแรกห่างจากผนัง 150 มิลลิเมตร ในกรณีเป็นโครงหลังคาเหล็กให้ยึดกับแนวจันทันหลัก โครงสร้างเป็นหลัก โดยให้ยึดเป็นตาราง 1.00 1.00 มม
- วัดระยะความสูงจากฉากริมถึงท้องพื้นชั้นถัดไป เพื่อตัดลวด 4 มิลลิเมตร และประกอบชุด หิว โครง โดยใช้สปริงปรับระดับ และงอปลายด้านหนึ่งของลวด 4 มิลลิเมตร เป็นขอไว้ (หรืออาจใช้ฉากริม แทน ในกรณีมีช่องว่างระหว่างฝ้าเพดานและใต้ท้องพื้นน้อยกว่า 200 มิลลิเมตร)
- นําชุดนิ้ว โครงที่ประกอบไว้ขึ้นแขวนกับฉากเหล็ก 2 รู ที่ติดตั้งไว้ทั้ง หมด
- นําโครงเคร่าหลักขึ้นวางลงในขอของชุดหิว โครงจนเต็มพื้นที่ติดตั้ง จะได้โครงเคร่าหลักทุก
ระยะห่าง 1.00 เมตร - นําโครงเคร่าซอยขึ้นยึดติดกับโครงเคร่าหลัก โดยใช้ตัวล็อคโครง ให้ได้แนวตั้งฉากกับโครง คร่าวหลัก โครงคร่าวซอยจะห่างกันทุกระยะ 40 ซม. สําหรับแผ่นยิบซุ้มหนา 9 มม. โดยจะเป็นลักษณะ ตาราง 40 x 100ซม. และ 60 ซม. สําหรับแผ่นยิบซั่มหนา 12 มม. โดยจะเป็นลักษณะตาราง 60 x 100
ซม. - ปรับระดับโครงเคร่าทั้ง หมดอย่างละเอียดที่สปริงปรับระดับก่อนยกแผ่นยิบซั่มขึ้นติดตั้ง 7) นําแผ่นยิบซั่มขอบลาดขึ้นติดตั้ง กับโครงเคร่าซอย ให้ด้านยาว (2.40 เมตร) ตั้งฉากกับแนว โครงเคร่าซอย ปลายของแผ่นด้าน 1.20 เมตร จะต้องสลับแนวกัน 1.20 เมตร ยึดโดยใช้สกรูยิบซั่มขนาด 25 มิลลิเมตรควรเริ่มยิงสกรูจากหัวหรือท้ายแผ่น ไล่ไปด้านที่เหลือ ให้ห่างจากขอบแผ่นประมาณ 10 มิลลิเมตร การยึดสกรูให้ยึดตามแนวโครงเคร่าซอยห่าง 240 มิลลิเมตร และยึดบริเวณขอบแผ่นด้าน 1.20 เมตร ห่าง 150 มิลลิเมตร
A - ติดตั้ง คิ้ว เข้ามุม สําหรับทุกขอบ ทุกมุม เพื่อความเรียบร้อยและสวยงาม
- วิธีการฉาบรอยต่อแผ่นยิบซัม
)
ก) ครั้งที่ 1 (รอยฉาบกว้างประมาณ 6 นิ้ว )
- ใช้เกรียงโป้วตักปูนฉาบ ปาดทับรอยต่อ
ปิดทับด้วยผ้าเทปตามแนวดังกล่าว โดยให้กึ่งกลางเทปอยู่ตรงแนวรอยต่อรีดเทป
ให้เรียบเป็นเนื้อเดียวกันกับปูนฉาบ
ข) ครั้งที่ 2 (รอยฉาบกว้างประมาณ 6 นิ้ว ทับแนวเดิม) - ใช้เกรียงโป้วตักปูนฉาบ ฉาบทับผ้าเทปอีกครั้ง โดยให้เรียบเสมอผิวหน้าแน่น ทิ้งไว้
ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ค) ครั้งที่ 3 (รอยฉาบกว้าง 12 นิ้ว )
ประมาณ24 ชั่วโมง
ใช้สันเกรียงฉาบขูดหน้ารอยต่อให้เรียบฉาบทับแนวฉาบเดิมด้วยเกรียงฉาบทิ้งไว้ - ใช้กระดาษทรายละเอียดเบอร์ 3-4 ขัดแต่งรอยฉาบให้เรียบร้อย
3.3.2 การติดตั้ง โครงเคร่าผ้า T-Bar และแผ่นยิบซั่ม
- ยึดฉากริม T-Bar กับผนังโดยรอบให้ได้ระดับที่ต้องการ และยึดฉากเหล็ก 2 รู เข้ากับใต้ท้อง
พื้นอาคารชัน ถัดไป ที่ระยะ 1.20x1.20 เมตร ด้วยพุกเหล็ก 6 มิลลิเมตร - วัดระยะความสูงจากฉากริม T-Bar ถึงท้องพื้น ชั้น ถัดไป เพื่อตัดลวด 4 มิลลิเมตร และ
Burdah Sur
- 25 -
ประกอบเข้ากับขอหิว T-Bar โดยใช้สปริงปรับระดับทําด้วยสแตนเลสรูปปีกผีเสื้อ งอปลายด้านหนึ่งของลวด 4 มิลลิเมตรเป็นขอไว้
- นําชุดแขวนที่ประกอบไว้ขึ้น แขวนกับฉากเหล็ก 2 รู ที่เตรียมไว้ทั้ง หมด
- นําโครงเคร่าหลักขึ้น เกี่ยวกับชุดแขวนที่เตรียมไว้ โดยเกี่ยวขอหัว เข้าในรูบนสันของโครง เคร่าหลักจนเต็มพื้นที่ติดตั้ง ให้ได้โครงเคร่าหลักทุกระยะห่าง 1.20 เมตร ให้ขนานหรือยัง ฉากกับผนังห้อง
บ - สอดโครงเคร่าซอย 1.20 เมตร เข้าในรูเจาะของโครงเคร่าหลักทุกระยะ 600 มิลลิเมตร โดย วางให้ได้ฉากกับโครงเคร่าหลัก วางโครงเคร่าขนาด 0.60x1.20 เมตร หากต้องการขนาดโครงเคร่า 0.60x0.60 เมตร ให้เพิ่มโครงเคร่าซอย 600 มิลลิเมตร เสียบลงในช่องระหว่างกลางของโครงเคร่าซอย
1.20 เมตร - ปรับระดับโครงเคร่าทั้ง หมดอย่างละเอียดที่สปริงปรับระดับ ก่อนวางแผ่นฝ้าเพดานที่ทาสี หรือตกแต่งเรียบร้อยแล้วขนาด 595x595 มิลลิเมตร หรือ 595x1195 มิลลิเมตร ตามต้องการ
1.4 การบํารุงรักษา
งานยิบซั่มบอร์ดฉาบเรียบที่ติดตั้งเสร็จแล้ว จะต้องได้แนวระดับและแนวฉากที่เรียบร้อยสวยงาม งานฝ้าเพดาน T-Bar จะต้องได้แนวของ T-Bar ที่ตรง ไม่คดเคี้ยว ได้แนวระดับและแนวฉากที่เรียบร้อย สวยงามงานทาสีให้ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในหมวดงานทาสี ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้งานยิบซั่มบอร์ด
สกปรกหรือเสียหายตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
- งานยาแนว
2.1. ข้อกําหนดทั่วไป
งานยาแนว (JOINT SEALANTS) ตามที่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบก่อสร้าง รวมถึงหมวดต่างๆ ทั้ง หมด ถ้าได้กล่าวถึงในหมวดอื่นๆ แล้วให้ใช้หมวดนี้ประกอบด้วยผู้รับจ้างจะต้อง เตรียมรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตามความต้องการของผู้ออกแบบก่อน นําไปใช้งาน และหากรอยต่อใดที่ต่อยาแนวแต่มิได้กําหนดในแบบผู้รับจ้างจะต้องยาแนวรอยต่อนั้น ให้
เรียบร้อย
2.2. วัสดุ
จ
2.2.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุที่เหมาะสมกับการยาแนวตามแบบที่กําหนด รวมทั้ง รอยต่อใดที่ ต้องยาแนวแต่มิได้กําหนดในแบบ ผู้รับจ้างจะต้องยาแนวรอยต่อนั้น ให้เรียบร้อยด้วย
2.2.2 วัสดุที่ใช้จะต้องบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรงเพียงพอต่อการขนส่ง อยู่ในสภาพเรียบร้อย โดย มีรายละเอียดชื่อสินค้า ชนิดผลิตภัณฑ์ รุ่น หมายเลขการผลิต และอื่นๆอย่างสมบูรณ์ชัดเจน
2.2.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเก็บวัสดุตามคําแนะนําของผู้ผลิต
2.2.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําระบบบันทึกการหมุนเวียนของวัสดุดังนี้
ก. วันที่ที่รับของ
ข. ชื่อสินค้าและหมายเลขผลิตภัณฑ์
ค. หมายเลขการผลิต
ง. บันทึกใบรับประกันคุณภาพ หรือ COA (Certificate of Analysis) จากผู้ผลิตในทุก
หมายเลขการผลิต
จ. วันที่เบิกของไปใช้ - จํานวนของที่เบิกไปใช้ ช. ชื่องานที่นําไปใช้
- 26 -
2.2.5 วัสดุที่ใช้ต้องเป็นวัสดุชนิดที่เหมาะสมกับวัสดุและประเภทของงานนั้น ๆ และวัสดุจะต้อง ได้รับมาตรฐานดังนี้
ท
ก. สําหรับรอยต่อประเภท Curtain watt (4-sided และ 2-sided), งานโครงสร้าง (Structural Glazing Sealant) - สําหรับ 2-part ใช้ตามมาตรฐาน ASTMC1184 Standard Specification for Structural Silicone Sealants, Type M, Class 12.5, Use G, O
- สําหรับ 1-part ใช้ตามมาตรฐาน ASTMC1184 Standard Specification for Structural Silicone Sealants, Type S, Class 12.5, Use G,O
- สําหรับ 1-part สีใส ใช้ตามมาตรฐาน ASTM C1184 Standard Specification for Structural Silicone Sealants, Type S, Class 12.5, Use G, O
JointSealants - วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric
ข. สําหรับงานกระจกเปลือยที่สูงกว่า 3 เมตร (Float, Plate, Tinted, Tempered) สีใส
วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐานASTM C920 Standard Specification for Elastomeric JointSealants, Type S, Grade NS, Class 25, Use NT, M, G, A
www
วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C1184 Standard Specification for Structural
Silicone Sealants - วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อย กว่า +25% ค. สําหรับงานกระจกเปลือย (Laminated, Insulated, Reflective)
- วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric
JointSealants, Type S, Grade NS, Class 50, Use NT, M, G, A - วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า 50%
ง. สําหรับงานยาแนวกระจก/กรอบบาน, งานกันรั่วซึม (Weatherproofing) - วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric Joint Sealants, Type S, Grade NS, Class 50, Use NT, M, G, A
- วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า 50%
He
จ. สําหรับงานยาแนวแผ่นหินแกรนิต
วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric
Joint Sealants, Type S, Grade NS, Class 50, Use NT, G, A, M, O
วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า +50% - วัสดุยาแนวต้องไม่มีการคายตัวของ plasticizer
- สําหรับงานยาแนวแผ่น Aluminum Composite
- วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric Joint Sealants, Type S, Grade NS, Class 50, Use NT, G, A, M, O
วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า +50% - วัสดุยาแนวต้องไม่มีการคายตัวของ plasticizer -วัสดุยาแนวต้องไม่ผลิตคราบน้ํามัน (Non-Stain Sealant)
سرك
24
ห้องน้ํา - 27 -
ช. สําหรับงานยาแนวสุขภัณฑ์กับกระเบื้องเคลือบหรือหินแกรนิต สําหรับงานห้องครัวและ - วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า 25% - มีสารยับยั้ง การเกิดเชื้อรา
ซ. สําหรับงาน Precasted Concrete หรืองานยาแนวที่ต้องการทาสีทับ - โพลียูรีเทนยาแนว
วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric
Joint Sealants, Type S, Grade NS, Class 35, Use NT, M, A, O - วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า +35% ฌ. สําหรับงานยาแนววงกบ/ปูน
- โพลียูรีเทนยาแนว
- วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric Joint Sealants, Type S, Grade NS, Class 35, Use NT, M, A, O
- วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า ±35% ญ. สําหรับงานพื้น
- โพลียูรีเทนยาแนว
- วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric Joint Sealants, Type S, Grade P, Class 25, Use T, M
- วัสดุยาแนวต้องมีความสามารถในการรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อไม่น้อยกว่า +25% ฎ. งานกันไฟ
- วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric
Joint Sealant Type S, Grade NS, Class 25 - วัสดุยาแนวต้องได้รับมาตรฐาน ASTM E841 หรือ UL1479 Standard Test Method for
Fire Tests of Through Penetration Fire Stops
2.3. ตัวอย่างวัสดุ
สถาปนิก ผู้ออกแบบจะเป็นผู้กําหนดสีของยาแนวที่ใช้
น
2.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุที่จะใช้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่างต่อ รายการ และส่งให้ผู้ออกแบบเพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตามความต้องการของผู้ออกแบบก่อนที่จะ
นําไปใช้งาน
2.3.2 ผู้รับจ้างต้องนําส่งรายละเอียดสินค้า (Product Manufacturer’s Specification) จาก บริษัทผู้ผลิต
2.3.3 สําหรับซิลิโคนยาแนวผู้รับจ้างต้องส่งผลการทดสอบซิลิโคนยาแนวกับวัสดุที่จะยาแนวจาก
ห้องปฏิบัติการของผู้ผลิตซิลิโคนยาแนวที่สถาปนิกรับรองก่อนที่จะลงมือทํางาน ผลการทดสอบขั้น ต่ําที่
ต้องการประกอบด้วย
ก. การทดสอบการยึดเกาะของวัสดุกับยาแนว (Adhesion-In-Peel Test) ตามมาตรฐาน
การทดสอบ ASTM C794
ข. การทดสอบการเข้ากันได้กับวัสดุทั้ง หมดที่ใช้ร่วมกัน (Compatibility Test) กับซิลิโคน ยาแนวที่ใช้ตามมาตรฐานการทดสอบ ASTM C1087
لسك
20 - 28 -
ค. การทดสอบการเกิดคราบในวัสดุจากซิลิโคนยาแนว (Stain Test) ตามมาตรฐานการ
ทดสอบ ASTM C1248
ง. สําหรับซิลิโคนยาแนวงานโครงสร้าง (Structural Glazing Sealant) ผู้รับจ้างต้องส่ง รายงานการควบคุมคุณภาพ ได้แก่ เอกสารการทดสอบการยึดติดที่สถานที่ก่อสร้าง (Site Adhesion Test) หรือเอกสารการตรวจสอบการยึดติดโดยการรื้อยาแนว (Deglazing)
จ. ข้อแนะนําจากห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับความจําเป็นในการใช้สารรองพื้น (Primer) ชนิด
ของสารรองพื้น และข้อแนะนําชนิดของสารละลายในการทําความสะอาด
( 7.3.4 สําหรับซิลิโคนยาแนวผู้รับจ้างจะต้องส่งผลการตรวจสอบแบบรอยต่อ (Print Review) จาก
ฝ่ายเทคนิคของผู้ผลิตซิลิโคนยาแนวที่สถาปนิกรับรองก่อนที่จะลงมือทํางาน
2.4. การติดตั้ง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้ดําเนินการหรือช่างฝี มือที่มีความชํานาญมีประสบการณ์ในการติดตั้ง โดย ปฏิบัติตามกรรมวิธีและคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด โดย
2.4.1 การเตรียมผิวงาน ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบสถานที่ให้เรียบร้อย แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆให้ เรียบร้อยก่อนดําเนินการ
2.4.2 ผู้รับจ้างทําความสะอาดผิวงานให้สะอาด แห้ง ปราศจากฝุ่น ผง คราบ น้ํา มัน สนิม ด้วย สารละลายที่บริษัทผู้ผลิตแนะนํา ผ้าที่ใช้ต้องเป็นผ้าฝ้ายขาว 100% ใช้ผ้าผืนแรกชุบสารละลายเช็ดที่ผิวงาน แล้วใช้ผ้าผืนที่สองเช็ดตามเพื่อเป็นการดูดซับสิ่งสกปรก และไขมันทันทีก่อนที่สารละลายจะระเหย
2.4.3 สําหรับพื้นผิวคอนกรีตให้ใช้แปรงขัดทําความสะอาด แล้วเป่าด้วยลมจากเครื่องอัดแรงดันสูง 2.4.4 สําหรับพื้นผิวโลหะ เช่นอลูมิเนียม ต้องทําความสะอาดพื้นที่ที่จะยาแนวให้สะอาด โดย ปราศจากสนิมคราบไขมัน คราบน้ํามัน เทป รอยเปรอะเปื้อนต่างๆ เช็ดให้สะอาด และทิ้งให้แห้งก่อนยา
แนว
2.4.5 ทาสารรองพื้น (ถ้าจําเป็น) เพียงบางๆ ทิ้งไว้ให้แห้ง 20-30 นาทีโดยประมาณ
2.4.6 ติดเทปโฟม (Spacer) ยางหนุน (Setting Block) โฟมหนุน (Backer Rod) แถบกันการยึด ติด (BondBreaker) และอื่นๆ ตามมาตรฐานของผู้ผลิตยางยาแนว หรือตามแบบที่กําหนด
2.4.7 สัดส่วนความลึกและความกว้างของรอยต่อของยางยาแนวต้องปฏิบัติตามกรรมวิธีของ
บริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัดหรือตามที่ผู้ออกแบบกําหนดและมีความปราณีต ไม่มีฟองอากาศในยาแนว ปาด
ตบแต่งผิวของยาแนวด้วยแห่งปาดให้สะอาดเรียบร้อย
2.5. การทําความสะอาด
ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดบริเวณทํางานทุกแห่งหลังจากติดตั้งระบบกันไฟลามแล้วด้วยความ ปราณีเรียบร้อยก่อนการอนุมัติตรวจสอบจากผู้ออกแบบ และก่อนส่งมอบงาน - 29 -
2.6. การรับรอง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพ คุณสมบัติของวัสดุ และการติดตั้ง ตามมาตรฐานของ บริษัทผู้ผลิต เมื่อติดตั้งแล้วจะต้องไม่มีการหลุดร่อน หรือมีตําหนิใด ๆ หากเกิดการดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้อง ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีด้วยความประณีตเรียบร้อย โดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้ง สิน ตามมาตรฐานของ บริษัทผู้ผลิตและความเห็นชอบของผู้ออกแบบในระยะเวลาการรับประกันไม่น้อยกว่า 10 ปี
- งานทาสี
3.1 ขอบเขตของงาน และข้อกําหนดทั่วไป
3.1.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้และสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ เพื่อดําเนินการ ทาสีให้สัมพันธ์กับงานในส่วนอื่นๆ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมสีที่จะใช้ จะต้องทํางานด้วยความ ระมัดระวังและ ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ต้องเก็บไว้ในสถานที่ก่อสร้างที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง กําหนดให้เมื่อจะนําไปใช้ให้แจ้งคณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกครั้ง
3.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด และแจ้งปริมาณของสีแต่ละชนิดที่จะใช้ทา อาคารโครงการนี้ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ และคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิเข้าตรวจสอบ คุณภาพและจํานวนของสีได้ตลอดเวลาการก่อสร้าง
3.1.3 ห้ามนําสีเก่าที่เหลือจากงานอื่น หรือชนิดและหมายเลขนอกเหนือไปจากที่กําหนดไว้มา ใช้หรือนํามาผสมเป็นอันขาด
3.1.4 ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการป้องกันมิให้สีเปรอะเปื้อนวัสดุอื่นๆ ที่ติดตั้งไว้แล้วหรืออยู่ใน บริเวณใกล้เคียงซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการทาสี
3.1.5 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างที่มีฝีมือดีมีประสบการณ์และชํานาญงานโดยเฉพาะมาทํางานสี สีที่ทา แล้วจะต้องเรียบสม่ําเสมอกันตลอด ปราศจากรอยต่อหรือรอยแปรง ไม่ไหลเยิ้ม ไม่มีรอยหยดของสี หากมีส่วนใดที่สงสัยหรือไม่สามารถทาสีได้ตามข้อกําหนดผู้รับจ้างต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง
ทราบทันที
3.1.6 ห้ามทาสีในขณะที่ฝนตก ความชื้นในอากาศสูง และห้ามทาสีภายนอกอาคารหลังฝนหยุด ใหม่ๆ จะต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
3.2 วัสดุ
3.2.1 สีที่ใช้ในการก่อสร้างให้ใช้สี Acrylic ชนิดกันเชื้อราและปลอดจากสารตะกั่วและปรอท ที่มีคุณภาพเทียบเท่า หรือดีกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 272-2531 สีทั้งหมดจะต้องเป็นสีที่ ผลิตขึ้นโดยมีตัวยาป้องกันการขึ้นราของสีกันสนิม อันเกิดจากโลหะป้องกันต่างอันเกิดจากคอนกรีตและ
กําแพงอิฐจะต้องเป็นสีที่มีความคงทนถาวรไม่ร่อนหลุดง่ายสีที่นํามาใช้ในงานจะต้องบรรจุกระป๋องหรือ
ภาชนะ ซึ่งออกมาจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงภาชนะที่ใส่สีนั้นจะต้องเรียบร้อย ไม่ชํารุด มีชื่อบริษัทผู้ผลิต และหมายเลขต่างๆ ติดอยู่อย่างสมบูรณ์ การทาสีให้ใช้สีชนิดที่ระบุไว้ในรายการก่อสร้าง และ ตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างระบุให้ใช้อย่างเคร่งครัด ห้ามนําสีชนิดที่นอกเหนือไปจากที่กําหนดไว้มาใช้ผสม
หรือทาเป็นอันขาดผู้รับจ้างจะต้องส่งแผ่นสีตัวอย่างให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจเลือกชนิดและสี ก่อนลงมือดําเนินการ และต้องส่งล่วงหน้าในเวลาพอสมควรเพื่อการออกแบบสีต่อไป
3.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องสั่งซื้อสีโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต หรือจากตัวแทนของบริษัทผู้ผลิต ปริมาณสีที่ได้สั่งมาเพื่องานนี้จริงสีจะต้องซื้อใหม่ทั้งหมดห้ามนําสีของเก่าที่เหลือจากงานอื่นมาใช้โดย เด็ดขาดทุกครั้งที่จะนําสีเข้ามายังบริเวณก่อสร้างสําหรับทาตัวอาคารจะต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง
كسكسك
- 30 -
รับทราบและตรวจสอบให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะนําไปดําเนินการได้กระป๋องสีที่ใช้แล้วห้ามนําออกนอก บริเวณก่อสร้างจะต้องเก็บกระป๋องสีเหล่านี้รวบรวมไว้ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง
ก่อน
3.2.3 ห้ามนําสีอื่นนอกเหนือจากที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้กําหนดให้ใช้เข้ามาในบริเวณ ก่อสร้างเป็นอันขาด
3.2.4 สิ่งอื่นๆ ที่ใช้ประกอบในการทาสีที่ไม่ได้ระบุไว้ เช่น น้ํามันสนหรือสารละลายต่างๆ ซึ่งต้อง ใช้ควบคู่กันไปในระบบการทาสี ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตสีนั้นๆ
3.3 การเตรียมพื้นผิว
3.3.1 ผิวปูนฉาบผิวคอนกรีต จะทาสีจะต้องแห้งสนิทสะอาดปราศจากฝุ่นผงคราบสกปรกรอย แตกร้าวและคราบไขมันต่างๆ ร่อง รูพรุน ทั้งหมดต้องอุดให้เรียบร้อยด้วย Cement Filler
3.3.2 ผิวไม้จะต้องแห้งมีความชื้นไม่เกิน 18% ไสแต่งเรียบร้อย ซ่อมอุดรูรอยแตกต่างๆ ของผิวไม้ ให้เรียบร้อยด้วย Wood Sealer แล้วทําการขัดให้เรียบร้อยด้วยกระดาษทราย ทําความสะอาดให้เรียบร้อย 3.3.3 ผิวโลหะให้ขัดรอยต่อเชื่อม ตําหนิต่างๆ ให้เรียบและปราศจากสนิม ทําความสะอาดผิวหน้า ไม่ให้มีไขมันหรือน้ํามันจับ แล้วจึงทาสีรองพื้นกันสนิมส่วนที่เป็นรูให้อุดด้วย Caulking Compound
3.4 การทาสี
ถ้ามิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติดังรายละเอียด ต่อไปนี้
3.4.1 งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายนอก
- ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
- ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ําพลาสติกชนิดทา
ภายนอก (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว - เป็นสี Acrylic กันเชื้อรา
3.4.2 งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายใน - ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
- ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ําพลาสติกชนิดทา
ภายใน (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว
เที่ยว - เป็นสี Acrylic
3.4.3 งานโลหะเหล็ก - ทารองพื้นด้วยสีประเภท Red Lead 1 เที่ยว และประเภท Red Lead Iron Oxide อีก 1
- ทาทับหน้าด้วยสีน้ํามัน 2 เที่ยว
3.4.4 งานโลหะสังกะสีหรือกัลวาไนซ์ - ทารองพื้นเที่ยวแรกด้วยสีรองพื้นประเภท Wash Primer 1 เที่ยวและ รองพื้นเที่ยวที่สอง ด้วยสีรองพื้นประเภท Zinc Chromate 1 เที่ยว
- ทาทับหน้าด้วยสีน้ํามัน 2 เที่ยว
3.4.5 งานหินล้าง, กรวดล้าง หรือทรายล้าง - ทาเคลือบด้วยน้ํายาเคลือบใสประเภท Silicone Water Repollent 3 เที่ยว (ในอัตรา 8-
10 ตร.ม. ต่อแกลลอน)
ส. อา ส
- 31-
3.4.8 งานคอนกรีตปูนฉาบภายนอก สีชนิดมี Texture ให้เสนอตัวอย่างสีก่อนดําเนินการ
3.5 การฝีมือ
การทาสี ให้เป็นไปตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตสี หรือตามแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ กําหนดให้ก่อนทาสีต้องทําความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อยปราศจากรอยแปรงและรอยชํารุด ขรุขระ หาก จําเป็นให้ใช้กระดาษทรายขัด ต้องใช้ช่างฝีมือดี ประณีต มีความชํานาญ ส่วนที่ทาทั่วทุกซอกทุกมุมและ สม่ําเสมอ ปราศจากรอยแปรงลูกกลิ้ง แปรงที่ใช้ต้องสะอาด การทาสีแต่ละชั้นจะต้องให้หนาพอและเป็นไป ตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตสี หรือตามแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะกําหนดให้ ภายหลังจากทาสี
แล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดไม่ทําให้สีที่ทาไว้เดิมเสียหาย หากมีรอยชํารุดเสียหายต้องตกแต่งแก้ไข
ให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบงาน
3.6 การรับรองความเสียหาย
3.6.1 สีชนิดใดที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพเป็นของใหม่และเป็นสีชนิดที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ไม่หลุดหรือลอกหรือ แตกภายในกําหนดเวลาอันสมควรผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างตามสัญญานี้ ด้วย และผู้รับจ้างจะต้องทําการตกแต่งซ่อมแซมให้เรียบร้อยตามสัญญาว่าด้วยการรับรองคุณภาพวัสดุและ ฝีมือปฏิบัติ งานเป็นระยะเวลา 2 ปี ภายหลังส่งมอบงาน
3.6.2 ผู้รับจ้างจะต้องนําหลักฐานใบรับรองการใช้สีจากบริษัทผู้ผลิต มาแสดงกับคณะกรรมการ
ตรวจการจ้าง
3.6.3 หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามรายการก่อสร้าง งานทาสีข้อ 1-6 คณะกรรมการตรวจการจ้างมี สิทธิที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างขูดล้างสีที่ทาไว้แล้วออกหมดแล้วทาสีใหม่ให้เรียบร้อยโดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงิน ค่าจ้าง เพิ่มเติมไม่ได้ หรือผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับค่าเสียหาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคณะกรรมการ
ตรวจการจ้าง
- รายการมาตรฐานผลิตภัณฑ์แนะนําให้ใช้
รายละเอียดในหมวดนี้ได้แจ้งถึงรายชื่อผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ที่ถือว่าได้รับการยอมรับ ทั้งนี้
คุณสมบัติของอุปกรณ์นั้นๆ ต้องไม่ขัดต่อรายละเอียดเฉพาะที่ได้กําหนดไว้
และการพิจารณาของผู้ว่าจ้างที่
จะอนุมัติหรือไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด อย่างไรก็ดีหากว่าผู้ว่าจ้างเป็นว่าจําเป็นต้องมีการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบ
คุณภาพกับวัสดุและอุปกรณ์ที่กําหนดผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระค่าใช้จ่ายที่จําเป็นในการนี้ทั้ง สิน
4.1 งานวัสดุกันซึมหลังคา คสล.
- AQUAKOTE PS v ZILLION INNOVATION Co.,Ltd.
- LANKO 453 ของบริษัท ParexGroup Co.,Ltd.
- GEQCO FLEX PU ของบริษัท Proofcoat Chemical Co.,Ltd.
- UNICONS PU-02 ของบริษัท Advance Material Service Co,.Ltd.
- DURASEAL900 ของบริษัท ดูรากรีต จํากัด
- XANDER URETHANE SEAL 195 ของบริษัท วิสแพค จํากัด
Primiproof PX ของบริษัท ไพรม คอนสตรัคทีฟ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส จํากัด - Crocodile Elastic Shield ของ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น บจก.
- หรือคุณภาพเทียบเท่า
3 s - 32-
4.2 สีทา Acrylic แท้ ชนิดทาภายนอกและภายใน - Jorakay Graf Clean ของ จระเข้ คอร์ปอร์เรชั่น บจก. - TOA รุ่น Supershield ของ ทีโอเอเพ้นท์ บมจ.
Beger รุ่น Beger Cool UV Shield ของ เบเยอร์ บจก. - หรือคุณภาพเทียบเท่า
4.3 สีทาโลหะและสีชนิดพิเศษ (EPOXY, POLYURETHANE) - JOTUN (PENGUARD FC, HARDTOP XP)
- TOA-CHUGOKU PAINT (EPICON FINISH, UNY MARINE HS)
BEGER (Duraguard Epoxy Top Coat, Durathane Polyurethane Top Coat) - หรือเทียบเท่า
4.4 งานยาแนว - GE
- Dow Corning
- จระเข้
- หรือคุณภาพเทียบเท่า
4.5 งานซ่อมแซมคอนกรีตโครงสร้าง และปูนฉาบ - Crocodile Acrylic Patch ของ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น บจก.
- Sika MonoTop®-614 T ของ ซิก้า ประเทศไทย บจก.
- CONPATCH 600HS ของ คอร์มิกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัดบจก.
หรือเทียบเท่า
4.6 งานสร้างความแข็งแรงให้กับพื้นผิวคอนกรีต - Crocodile Floor Hardener ของ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น บจก.
- Lanko 243 ของ ซิก้า ประเทศไทย บจก.
- MasterTop® 300 ของ บีเอเอสเอฟ (ไทย) บจก.
- หรือเทียบเท่า
4.7 น้ํายาผสมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการกันซึมของคอนกรีต หรือปูน-ทราย - Crocodile Admix Proof ของ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น บจก.
- Lanko 322 ของ ซิก้า ประเทศไทย บจก.
- TOA 211 Concrete Plus ของ ทีโอเอ เพ้นท์ ประเทศไทย บมจ.
- หรือเทียบเท่า
หมายเหตุ “คุณภาพเทียบเท่า” หมายถึง ให้ใช้ตามเครื่องหมายการค้าที่ระบุ ยกเว้นมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า ไม่มีจําหน่ายในท้องตลาด หรือมีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถจัดหาได้ จึงสามารถให้ใช้เทียบเท่าได้
ซึ่งตร
لسك
23