ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ถ. 24-002 หมู่ที่ 16 ตำบลบางระกำ เชื่อมต่อ ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (14 018)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีความประสงค์จะดำเนินการจัดจ้างโครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.อ.24-002 หมู่ที่ 16 ตำบลบางระกำ เชื่อมต่อตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีขอบเขตการทำงานหลักคือการปรับปรุงและก่อสร้างผิวทางด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดความกว้าง 6.00 เมตร ระยะทางยาว 880.00 เมตร ระหว่างช่วง กม.ที่ 1+260 ถึง กม.ที่ 2+140 งานโครงสร้างชั้นทาง (ชั้นรองพื้นทางหินคลุกหรือวัสดุคัดเลือกตามแบบมาตรฐาน) งานราดยาง Prime Coat และ Tack Coat งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง พร้อมติดตั้งป้ายจราจรและป้ายประชาสัมพันธ์โครงการตามมาตรฐานของกรมทางหลวงและองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในการเดินทางขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น
English summary
The Phitsanulok Provincial Administrative Organization proposes the asphalt concrete road resurfacing project for Local Highway No. Phol.A.24-002, Moo 16, Bang Rakham Subdistrict connecting to Tha Nang Ngam Subdistrict, Bang Rakham District, Phitsanulok Province. The project scope includes asphalt concrete paving with a width of 6.00 meters and a length of 880.00 meters (from Sta. 1+260 to 2+140), base course preparation, prime and tack coat applications, thermoplastic traffic line markings, and installation of safety traffic signs. The project aims to improve local transportation infrastructure, enhance road safety, and facilitate agricultural product logistics for the community.
ทางหลวงท้องถิ่น รหัส พล.อ.24-002 หมู่ที่ 16 ตำบลบางระกำ เชื่อมต่อตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเภทถนนให้ได้มาตรฐาน
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคมขนส่งให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
- เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกรในการสัญจรและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร
- เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ตำบลบางระกำและตำบลท่านางงาม
ขอบเขตของงาน
- งานเตรียมพื้นที่และทำความสะอาดผิวทางเดิม
- งานก่อสร้างชั้นทางและบดอัดตามมาตรฐานงานทาง
- งานราดยางไพรม์โคท (Prime Coat) และแทคโคท (Tack Coat)
- งานผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphalt Concrete) ความกว้าง 6.00 เมตร ยาว 880.00 เมตร ช่วง กม. 1+260 - 2+140
- งานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง
- งานติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์ความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดกว้าง 6.00 เมตร ระยะทางยาว 880.00 เมตร ที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแบบแปลน
- เครื่องหมายจราจรบนผิวทางและป้ายจราจรครบถ้วนตามรายการกำหนด
- รายงานผลการทดสอบวัสดุและผลการทดสอบความหนาแน่นในสนาม (Field Density Test & Marshall Test)
- แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing)
ระยะเวลาดำเนินการ
ดำเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างของทางราชการ (ระบุวันเริ่มและสิ้นสุดในสัญญาจ้างจริง)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- Standards Compliance: วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมาตรฐานงานทางที่กำหนด
- Experience: มีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับที่ประกวดราคา
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: มีเครื่องจักรและเครื่องมือกลสำหรับงานแอสฟัลท์ติกคอนกรีตพร้อมใช้งาน เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต รถปู (Paver) รถบรรทุก และรถบดประเภทต่างๆ ที่มีสภาพสมบูรณ์และผ่านการตรวจสอบ
- Personnel:
- วิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) ระดับไม่ต่ำกว่าภาคีวิศวกร จำนวนอย่างน้อย 1 คน พร้อมใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุ
- นายช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวนอย่างน้อย 1 คน
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคาต่ำสุด หรือเกณฑ์ราคาประกอบคุณภาพตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphalt Concrete) ตามมาตรฐาน มทช. 230-2563
- งานชั้นพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base) ตามมาตรฐาน มทช. 223-2562
- งานรองพื้นทางและงานดินคันทางตามมาตรฐานกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท
- งานตีเส้นด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ตามมาตรฐาน มอก. 542-2549 ความหนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
เงื่อนไขสัญญา
การจ่ายเงินและเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่ายของทางราชการและข้อกำหนดในสัญญาจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ทางหลวงท้องถิ่น รหัส พล.อ.24-002 หมู่ที่ 16 ตำบลบางระกำ เชื่อมต่อตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก - ถาม: ผิวจราจรของโครงการมีความกว้างและยาวเท่าไหร่?
ตอบ: ผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 880.00 เมตร ช่วง กม.ที่ 1+260 - 2+140 - ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานระดับใด?
ตอบ: ต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานสาขาวิศวกรรมโยธา จำนวนอย่างน้อย 1 คน และนายช่างโยธาคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวนอย่างน้อย 1 คน - ถาม: มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีตอ้างอิงตามข้อกำหนดใด?
ตอบ: อ้างอิงตามมาตรฐาน มทช. 230-2563 ของกรมทางหลวงชนบท - ถาม: เส้นจราจรใช้ материалов ประเภทใด?
ตอบ: ใช้สีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตามมาตรฐาน มอก. 542-2549 ความหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร - ถาม: โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องอยู่ห่างจากโครงการไม่เกินเท่าไหร่?
ตอบ: ระยะขนส่งจากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางโครงการต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร - ถาม: การตรวจสอบความแน่นของชั้นแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามต้องใช้เกณฑ์เท่าใดสำหรับชั้นผิวทาง?
ตอบ: ค่าความแน่นในสนามต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความแน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการ - ถาม: หน่วยงานใดเป็นเจ้าของโครงการ?
ตอบ: องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กระทรวงมหาดไทย - ถาม: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงเกี่ยวกับวัสดุภายในประเทศอย่างไร?
ตอบ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณทั้งหมดตามสัญญา - ถาม: มีข้อกำหนดเรื่องป้ายประชาสัมพันธ์โครงการอย่างไร?
ตอบ: ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ชั่วคราวขนาดไม่น้อยกว่า 1.20 x 2.40 เมตร บริเวณจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญา
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
อง
บริหา
ค์การบริ
วนจังหวี
หารส่วนจ
ลก
ดพิษณุ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กระทรวงมหาดไทย
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.อ 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ รําบลท่านางงาม อ้าเภอบางระก๋า จังหวัดพิษณุโลก
โดยทําการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ย
กวาง 6.00 เมตร ยาว 880.00 เมตร
ช่วง กม.ที่ 1+260 - 2+140
·
ย
หนา…
14
ข้อ. 018
www.ppao.go.th
กองช่าง โทร 0 5598 7718 - 20 ต่อ 313
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ - กองช่าง - องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1291
แผนที่บริเวณโดยสังเขป โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.อ 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตําบลท่านางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
ลุ้นสุดโครงการ
กม. 2+140
N 16.77129
E 100.07046
วัดยางแขวนอู่
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองช่าง
ศูนย์สงเคราะห์ ราษฎรประจ้า…
เริ่มต้นโครงการ
กม. 1260
N 16.76484
E 100.06728
ม่านหลัง
เพชรเกรียนโกรฟาร์
วัดตลุกแรด
กึ่งกลางโครงการ
N 16.76807
E 100.06879
โครงการ
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรสาค
สารวจ/ออกแบบ นายนพดล เพ็งเทค เขียนแบบ นายมนตรี โพธิ
ยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
วิศวกร
นางสาวพิมพ์ไจล คมข่า
สถานที่
วิศวกร
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ต 24-002 หมู่ที่ 15
นายช่างโยธาชํานาญงาน
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ จูทอง
.
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
วิสวกรโยธาปฏิบัติการ
วิศวกรโยธาชานาญการ
ตรวจ
คําบลบางระก๋า เอี่ยมต่อ ตาบลท่านางงาม
อําเภอบางระกา จังหวัดพิษณุโลก
นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล
ตรวจ
นายบิโยรส บุญญฤท
ผู้อ่านวยการกองช่าง
หัวหน้าค่ายสํารวจและออกแบบ
เห็นชอบ นางสีไพร โกธรรม
เห็นชอบ
นายเอกพงษ์ จุลเจริญ
อนุมัติ นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาลัย
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วัน/เดือน/ปี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบแผนที่
4 ของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นายกตั้งควรบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบเลขที่
2
37
ไป ต.ชุมแสงสงคราม
รูปแปลน
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.อ 24-002 หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตําาบลท่านางงาม อําเภอบางระก๋า จังหวัดพิษณุโลก
ลุ้นสุดโครงการ
กม. 2+140
N 16.77129
TE 100.07048
ไป ต.ชุมแสงสงคราม
วันกรุงกวัก
วัดกรุงกรัก
เริมตนโครงการ
กม. 1+260
N 16.76484 E 100.06728
ค ล อ ง พ ร ะ พ า ย
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองข่าง
L
วัดตลุกแรด
กึ่งกลางโครงการ
N 16.76807
E 100.06879
วัดแหลมเจดีย์
โครงการ
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาด ยางแบบแอสฟัลติกคอนกรีต
เขียนแบบ
วิศวกร
สํารวจ/ออกแบบนายนพดล เห่งเทค
นายมนตรี โพธิ
นางสาวพิมพ์ใจ คน า
สถานที่
วิศวกร
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ต 24-002 หมู่ที่ 15
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
ตรวจ
จําบลบางงะ า เ อมต่อ ดาบลท่านางงาม
นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล
อ้าเภอบางระกา จังหวัดพิษณุโลก
ตรวจ
นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
โรงเรียนบ้านท่านางงาม
ไป ต.ท่านางงาม
เทศบาลบางระกําเมืองใหม่
uns
TOY-
เข้าเมืองพิษณุโลก
นายช่างโยธาชานาญงาน
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
วิศวกรโยธาชานาญการ
สกจนที
Lingerie únadrin - โท พิดโลก
โพ พ้น แทน น น
Li
หมายเหตุ
ตารางแสดงแหล่งวัสดุและผลการทดสอบ
ชนิดของ
LL
PL
PI
แหล่งวัสดุ วัสดุ
X
X
X
wwwwwwww; voetgah | vanilganh
ช
edit
COR
x
X
AL
24.00
17.20
7.40
2.000
10.00
5.03
28.10
ทีปคสุด 01
24.60
17.20
7.40
2.00p
10.80
5.03
28.10
แทงวัล ที่กําหนดใบแบบแปลนเป็นเพียงแหล่งแนะนําเท่านั้น
- การเปลี่ยนแปลงบก และโรงโม่หินที่กําหนดไว้ในแบบแปลน
ให้ปรับราคาค่าจ้างขนส่งตามระยะทางฝั่งที่เปลี่ยนแปลง
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
В
วัน/เดือน/ปี
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบแผ่นที่
เห็นชอบ นางสีไพร โกธรรม
เห็นชอบ นายเอกพงษ์ กุลเจริญ
หัวห ล า สํารวจและออกแบบ
ผู้อ้านวยการกองช่าง
อนุมัติ
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบเลขที่
ELEV.
103.000
102.000
101.000
100.000
99.000
98.000
97.000
96.000
95.000
94.000
ระดับกอสราง
ระดับถนนเดิม
ระดับ นทีม)
99.020
98.950
93.000
99.020
99.020
99.020
99.020
จุดเรียมต่อโครงการ กม.ที่ 1750
99.020
98.700
99.020
1+760
หมายเหตุ
1+810
- จํานวนท่อในแต่ละแถวและตําแหน่งการวางท่ออาจเปลี่ยนแปลง ชิ้นอยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานทั้งนี้ยอดรวมต้องเท่าเดิม
1+860 - ตําแหน่งก่อสร้างสะพาน,ท่อลอดเหลี่ยม,เครื่องหมายจราจรและรางระบายนํ้า
อาจเปลี่ยนแปลงไปจากแบบก่อสร้างได้ ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เขตทาง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่
4. งานตัด (ได้แก่ งานตัดดิน,งานตัดหิน,งานตัดหินแข็ง และงานตัดอื่นๆ)
5. ท่อลอดเหลี่ยม คสล. ที่ระบุไว้ในแบบสามารถใช้ท่อลอดเหลี่ยมสําเร็จรูปแทนได้
โดยพื้นที่หน้าตัดของการรับน้ําจะต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่าที่ระบุในแบบ และผู้รับจ้างจะต้อง
ส่งแบบพร้อมรายการคํานวณมาให้หน่วยงานเจ้าของแบบตรวจสอบ เพื่อพิจารณาอนุมัติ
+
1+800
1+900
2+000
2+100
99.020
99.490
1+910
-ระดับห ถนนเต็ม
99.020
99.020
98.490
1+960
มาตราส่วน
10
20
30
40
50 4
|: 1,000
2
5 บ
R
1 : 100
แผ่นที
99.020
89.020
98.500
99.020
ระดับก่อสร้าง
99.020
98.450
99.020
99.020
98.320
แบบลายทาง
2+010
2+060
2+110
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ต 24-002 หมู่ที่ 16 คําบลบางระก้า เชื่อมต่อ ตําบลท่านางงาม
อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูป คตามยาว
สํานวนแผ่น
รวง
เขียนแบบ
วิศวกร
www.ppao.go.th
นายนพดล เต็งเทศ
นายมนตรี โพธิ
นางสาวพิมพ์ไฉล คมชา
วิศวกร | นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
ตรวจแบบ
นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
99.020
99.020
98.320
2+140
นายชางโยธาชานาญงาน
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
เ บ บ
thermal
ก กา ก า ห ในก
วิวกรโยธาปฏิบัติการ
เทม บ
วิสวกรโยธา านาญการ
( yuzanneni quedag ),
ห้า นาย ช ารวจและออกนะ
ชี
อนุ
- ผู้อํานวยการกองช่าง
Cupoznala Varaturna > manufázuforiafyajlan
Lover)
โร
POT, STA. 2+190.000
ELEV.
103.000
102.000
101.000
100.000
99.000
98.000
97.000
96.000
95.000
94.000
93.000
103.000
102.000
101.000
100.000
99.000
98.000.
97.000
96.000
95.000
94.000
ระดับกอสราง
ระดับถนนเดิม
ระดับดินเดิม
99.020
98.710
99,020
99.020
99.620
ELEV.
99.020
99.020
98.460
1+260
หมายเหตุ
14310
- จํานวนท่อในแต่ละแถวและตําแหน่งการวางท่ออาจเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานทั้งนี้ยอดรวมต้องเท่าเดิม
1+360 - ตําแหน่งก่อสร้างสะพาน, ท่อลอดเหลี่ยม,เครื่องหมายจราจรและรวงระบายน้ํา
อาจเปลี่ยนแปลงไปจากแบบก่อสร้างได้ ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - เขตทาง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่
- งานตัด (ได้แก่ งานติดดิน,งานตัดหิน,งานตัดหินแข็ง และงานตัดอื่นๆ) 5. ท่อลอดเหลี่ยม คสล. ที่ระบุไว้ในแบบสามารถใช้ท่อลอดเหลี่ยมสําเร็จรูปแทนได้
โดยพื้นที่หน้าตัดของการรับน้ําจะต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่าที่ระบุในแบบ และผู้รับจ้างจะต้อง ส่งแบบพร้อมรายการคํานวณมาให้หน่วยงานเจ้าของแบบตรวจสอบ เพื่อพิจารณาอนุมัติ
POT. STA. 1+260.000
89.020
99.020
98.420
เ
1+260
99.020
1+500
1+300
1+700
1+400
1+500
99.020
98.350
99.020
ระดับก่อสร้าง
ระดับหลั่งบนเดิม
99.020
98.490
99.020
99.020
98.400
1+410
1+460
แบบสายทาง
1+510
1+560
1+610
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.ต 24-002 หมู่ที่ 16 าบลบางระก๋า เชื่อมต่อ ตําบลท่านางงาม
อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูปตัดตามยาว
มาตราส่วน
0
10
20
40
50 ม
บล
1 : 1,000
0
2
5 LL
1: 100
แผ่นที่
จํานวนแผ่น
ารวจ
www.ppao.go.th
นายนพดล เพ็งเท
เขียนแบบ นายมนตรี โพธิ
วิศวกร | นางสาวพิมพ์ไกล คมช วิศวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ศรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์
99.020
99.020
98.490
99.020
99.020
98.630
1+660
99.020
99.020
98.760
1+710
เทนชอบ
99.020
5
Chatratalan
นายช่างโยธาชานาญงาน
เหิมสอบ
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
, to Kingsmotrniqvimiadyola
สิวกรโยธาปฏิบัติการ
เทพน
วิวกรโฮ า านาญการ หัวหน้าย ย ารวจและออกแบบ
อ่านวยการกองช่าง
taomile)
v
Cupomada Hateuma >
ห
99.020
98,960
1+750
::: L
::-::.
103.000
102.000
101.000
100.000
99.000
98.000
97.000
96.000
95.000
94.000
03.000
ELEV.
เรียนต่อโครงการ คนที่ 1760
100-
99-
98-
97-
96-
101-
100-
99-
98-
97-
101-
100-
99-
98-
97
101-
100-
99
98
97
101-
100-
99-
98
97-
มาตราสวน
2
RA. UOV
5 ม.
1 100
ผิวจราจร
600
6.00
99.020
STA. 1+910.000
NGL = 98.490
100-
ลกรัง
2
1.png ม.
99-
98-
97-
96-
100-
99
99.020
ลูกรัง 0.452 ม.2
98-
97-
96-
STA. 1+860.000
NGL = 98.700
99.020
STA. 1+810.000
NGL = 99.020
ลูกรัง
T
ม.
101-
100-
2
99-
98-
97
100
99
99.020
ลูกรัง
98
97
96-
STA. 1+760.000
NGL = 98.960
99.020
ลูกรัง
2
STA. 1+710.000
NGL = 98.760
++
ผิวจราจร
6.00
99.020
ลกรัง 3.028 ม.
2
STA. 2+110.000 NGL - 98.320
99.020
ลูกรัง 2.018 ม.
2
STA. 2+060.000 NGL = 98.450
99.020
ลูกรัง 1.720 ม.2
STA. 2+010,000 NGL = 98.500
99.020
ลูกรัง 1.395 ม.2
2
แบบสายทาง
STA. 1+960.000 NGL = 98.490
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พล.0 24-002
หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ าบลทานางงาม อ้าเภอบางระก๋า จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูปต์ ตามขวาง
แผ่นที่
จํานวนแผ่น
www.ppoo.go.th
สํารวจ นายนพดล เพ่งเทค
เขียนแบบ นายมนตรี โพธิ์
เห็นชอบ
tral )
นายช่างโยธาชานาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา
พ ร า
เห็น บ
Landim. Ievu)
วิศวกร นางสาวพิมพ์ไฉล คนข วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
เห็นชอบ
ตร
วิศวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตวรณ์ วิศวกรโยธาชํานาญการ ตรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์ แสนวยการกองช่าง
อนุมัติ
tour to
o บ ก
า
ผิวจราจร
ቲ
6.00
100-
101
99.p20
ลูกรัง 2.858 ม.
99
100-
98-
99
97-
96-
100-
99-
98-
97-
96-
100-
99-
98-
97-
96
101-
100-
99-
98
97.
101-
100
99-
98
97
มาตราส่วน
5
บ
ง
นอ
1: 100
STA. 1+460.000
NGL = 98.350
98
97-
100-
99.020
ลูกรัง 2.250 ม.
2
99-
98-
97
96-
STA. 1+410.000
NGL = 98.420
100-
99,020
ลูกรัง 2. 23 ม.
2
99-
98-
97-
96-
STA. 1+360,000
NGL
= 98.460
100
99-
99.020
ลูกรัง 0.975 ม.
98-
97-
96-
STA. 1+310.000
NGL
98.620
99.020
ลูกรัง
2
0.580 ม.
STA. 1+260.000
NGL
98.710
จราจร
f
6:00
99.020
STA. 1+660.000 NGL = 98.630
99.020
STA, 1+610,000 NGE - 98.490
ลูกรัง 0.866 ม.
2
ลูกรัง
2
1.890 ม.
99.020
ลูกรัง 2.660 ม.2
STA. 1+560.000 NGL = 98.400
99.020
ลูกรัง 1.950 1.2
ม.
STA. 1+510,000
NCL = 98.490
แบบสายทาง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น ทล.ค 24-002
หมู่ที่ 15 ตําาบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตาบลท่านางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูปตัดตามขวาง
แผ่นที่
จํานวนแผ่น
www.ppob.go.th
สํารวจ นายนพดล เห่งเทค
เขียนแบบ นายมนตรี โพธิ์
วิศวกร นางสาวพิมพ์ไล คม วิศวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตา ตรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล
รี
นายช่างโยธาชานาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
เห็น
เห็นชอบ
วิศวกรโยธาชํานาญการ หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ อนุมัติ
ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์ ผู้อํานวยการกองช่าง
จันโ
เห็นชอบ
พาชก การพิ
CK
(
ok w - ด พ
100-
99-
98-
97-
96-
มาตราสวม
2
N
UT
ผิวจราจร
6.00
ผิวจราจร
6.00
99.020
ลูกรัง 3.028 ม.
2
.
STA. 2+140.000
S V.
I : 100
แบบลายทาง
องคการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รหัสทางหลวงท้องถิ่น พ.ศ 24-002
หมู่ที่ 16 ตําบลบางระกํา เชื่อมต่อ ตาบลท่านางงาม อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
แสดงแบบ
แปลนและรูปตัดตามขวาง
แผ่นที่
จํานวนแผ่น
www.ppao.go.th
สํารวจ นายนพดล เพ็งเทศ เขียนแบบ นายมนตรี โพ
วิศวกร นางสาวพิมพ์ไฉล คมขํา
นายช่างโยธาชํานาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
วิศวกรโยธา วนา การ
วิศวกร นายวุฒิวงศ์ อนันตา โร ตรวจแบบ นายณัฐวุฒิ ศรีมงคล หัวหน้าฝ่ายสําารวจและออกแบบ ตรวจแบบ นายปิโยรส บุญญฤทธิ์ ผู้อํานวยการกองช่าง
เ ป อบ
เห็น บ
dlin, tone)
เทพ ป
ok
OM
lil
mui - - น โท
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง/ปรับปรุง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
EQ.
ผิวจราจร…6.00
ม.
EQ.
กรณีไม่มีไหล่ทาง
ห ม โร
กองบ้าง
ารท้าทวงแครรอทแบค
เขียนแบบ
แบบแสดง
มาตรฐาน งานเอสฟัลติกคอนก
(ASPHALT CONCRETE)
Slop 11.5
3%
2
•
(4.
ระดับก่อสร้าง
(3)
3%
Slop 1:15
-ผิวจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 4
พันทาง CRUSHED ROCK หนา…….0.20 ม. รองพื้นทาง SOIL AGGREGATE………………………… -ชั้นลมจับทาง
ชั้นทางที่ดําเนินการ (1) Do do de
1.
มาตรฐานในงานทาง
(3.
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยค้นทางเดิม ตาม บทล. 219
2) มาตรฐานงานผมค้นทาง ตาม มาก. 220 - 2562
3.
4 cm
5 cm.
-ชั้นดันทางเดิม ดิน ลูกรัง หินคลุก อื่นๆถนนลาดยางเดิม
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ 1.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้า เสารั้วชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างชดเชยโดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทํางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดท่า As BLL Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ของผู้รับจ้าง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน
ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มทส. 222 - 2552 (4) มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม มทร. 223 - 2562
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
..
2562
- ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แชล (Marshall Mix Design Method)
- ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมๆ เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แชล และคํานวณ void Analysis
- ผลทดสอบหาหาค่า Marshall Stability และ Marshall flow ของก้อนตัวอย่าง 4. ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดคละของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
ག
3.กรณีที่ต้องเว้นดิบทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา AS BUILT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือค่างานเงินสด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง )
เวปจก
วด
วิศวก
Pana
ตรวจ
Intru
(สราวุฒิ เสียงย
รายนารา บนแบบ
کان
( นายพีรพงษ์ คับปากฟัง )
สถาปนิกปฏิบัติการ
MIMIKIL
( นางสาวพิมพ์โอล ข่า
สวกรโยธาปฏิบัติการ
(นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
( นายศราวุธ แสงก
mta าจ า วั ชไนเ
ทีมไห มส ม
( นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ)
หัวหน้าฝ่าย วาวละออกแบบ
ตรวจ
ทน อบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) บ้านบวกองช่าง
(นายภัทร โอม) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เทร
(นางสิกพร โกยรรม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
คนรอบ
2
Ba
(นายพงษ์มนู ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาคม ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ชาวไ
อมมัด
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
UARIUCN
เช่นเ
ສວນທ້າຍ
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มทภ. 223 - 2562
งานชั้นพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
2. วัสดุ
3.
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มทส. 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือต้นทางให้ถูกต้องก่อน
องค์กร หาร าน นพรัตษณุโลก
ทองชาง
ป่านฟ้ารางแพะ จอแบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มทส. 223
2562
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาขึ้นพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หนาชิ้นละเท่าๆกันโดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกลบดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก. (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งชั้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบดอัด จะต้องขุดคุ้ยออก (Scarify) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยทําการผสมคลุกเคล้า
ใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องซื้อพื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง
3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 125 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่ําและปาดพื้นทางที่สูงออก บดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
เขียนแบบ
นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) รวบบาย าง บนเบบ
สถาปนิก
(นายพีรพงษ์ กับปากพิง } สถาปนิกปฏิบัติการ
วิศวกร
วิศวกร
วิศวกร
ตรวจ
( นางสาวพิมพ์โล ) วิศวกรโยธาปฏิบัติกาง
leel
( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธาช้านาญการ
นายศราวุธ แสง รอกโชรรามา ทาง ราย ในแห่ง
หมดไป วายร
ปรับปรุงเคียน มีนาคม 2566
ตรวจ
เทมชลป
( นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ผู้อํานวยการกองช่าง
( นายภัทร ใจอม
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
V22.0.6
( นางสีไพร โกธรรม )
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เมินชอบ
Z 10/201
(นายพงษ์มนู ทองหนัก ) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แทง
WWTEM
פח
♪ ปิ
- ขอบชาย
มาตรฐานงานถมต้นทาง (Embankment) โดยอ้างอิงจาก มาก. 220 - 2562
งานถมคันทาง หมายถึง การก่อสร้างสมคันทาง การคมขยายคันทาง รวมทั้งการกลบแต่งหลุมบ่อต่างๆ ด้วยวัสดุกัน ทางที่มีคุณภาพและถูกต้องตามข้อกําหนดจากแหล่งที่ได้รับการเห็นชอบแล้วมาถมเป็นต้นทาง โดยการเกลี่ยแต่งและบดอัด ให้ได้แนวระดับ และรูปร่าง ตามที่แสดงไว้ในแบบก่อสร้าง - วัสดุ
2.1 กรณีแบบก่อสร้าง ไม่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ให้ใช้วัสดุถมดินทางประเภทดินทั่วไปตาม มท. 201 : มาตรฐาน วัสดุถมดินทาง (Embankment)
2.2 กรณีบริเวณก่อสร้างคันทางมีลักษณะเป็นหนองน้ํา คูน้ํา ที่มีเลนและซากวัสดุตกตะกอนอยู่ ให้ใช้วัสดุถมคันทาง ประเภทวัสดุมวลรวมหรือวัสดุถมค้นทางประเภททรายตาม มาก. 207 : มาตรฐานวัสดุถมต้นทาง (Embankment)
2.3 กรณีบริเวณก่อสร้างคันทางมีลักษณะเป็นดินอ่อน มีค่า ซี.บี.อาร์ (C.B.R.) น้อยกว่าร้อยละ 2 ที่มีเลนและซากวัสดุ ตกตะกอนอยู่หรือแบบก่อสร้างระบุให้ใช้ทรายเป็นวัสดุถมดินทางให้ใช้วัสดุถมคันทาง ประเภททรายตาม มาก 201 : มาตรฐานวัสดุดค้นทาง (Ernbankment) - วิธีการก่อสร้าง
3.1 การถมคันทางด้วยวัสดุตามข้อ 2.1
3.1.1 ก่อนถมดินคันทาง ถ้ามีหลุม แอ่ง หรือโพรงที่เกิดขึ้นจากการถางป่า ชุดคอ ต้องใช้วัสดุที่เหมาะสมกลบแล้ว
บดอัดให้แน่นสม่ําเสมอเสียก่อน
3.1.2 การถมดินทางจะต้องถมให้ได้แนว ระดับ และรูปร่างตามที่แสดงไว้ในแบบก่อสร้าง 3.1.3 ดินเดิมหรือลวดค้นทางของถนนเดิม ซึ่งอยู่ต่ํากว่าระดับคันทางที่จะทําการก่อสร้างใหม่น้อยกว่า 1 เมตร
ตามแบบก่อสร้าง หลังจากกําจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆ ออกหมดแล้ว หรือหลังจาก การถางป่าและขุดคอ แล้ว จะต้องทําการบดอัดชั้น 25 เซนติเมตร สุดท้ายวัดจากระดับดินเดิม หรือผิวถนนเดิมลงไป โดยให้มี ความแน่นแห้งไม่ น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาต. (1) 5014 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่น ของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test) 3.1.4 ก่อนการถมวัสดุชั้นแรกให้ราดน้ําปั้นดินเดิม หรือชั้นคันทางเดิมที่ได้เตรียมไว้แล้วให้เปียกชื้นอย่างสม่ําเสมอ
ใช้เครื่องจักรที่เหมาะสมชนดินไปยังชั้นที่เตรียมไว้ โดยใช้ปริมาณน้ําที่ Optimum Moisture Content +3 % วัสดุที่จะใช้ทําการถมและบดอัดในแต่ละชั้นต้องนํามา เกลี่ยคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อน แล้ว พรมน้ําตามจํานวนที่ต้องการใช้รถเกรด (Motor Grader) ปาดเกลี่ยให้วัสดุมีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการ
บดอัดแน่น
3.1.5 การถมคันทางให้ผมเป็นชั้น ๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตามมาตรฐานแล้วมีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร
โดยให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มอ.(1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความ แน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test) 3.1.6 ในกรณีที่จะขยายค้นทางเดิม ให้ตัดลาดค้นทางเดิมเป็นแบบขั้นบันได (Benching) จากปลายเชิงลาดถึง ขอบไหล่ทาง มีความกว้างพอที่เครื่องมือบดอัดที่เหมาะสมลงไปทํางานได้ วัสดุที่ตัดนี้ให้เกลี่ยแผ่ วัสดุ อย่างสม่ําเสมอในแนวราบ โดยให้ดําเนินการก่อสร้างเป็นชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตาม มาตรฐานแล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร โดยให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก. (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (FieldDensity Test) 3.1.7 วัสดุที่ใช้ทําคันทางที่อยู่ติดกับท่อหรือคอสะพาน หรือบริเวณอื่นใดก็ตามที่ไม่สามารถบดอัดด้วยเครื่องจักร ขนาดใหญ่ได้ทั่วถึง ให้ใช้เครื่องมือบดอัดขนาดเล็กทําการบดอัดได้ ทั้งนี้เครื่องมือและ วิธีการบดอัดจะต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อนและให้ดําเนินการก่อสร้างเป็น ชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตาม มาตรฐานแล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร ได้ความแน่นแห้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาถ (1) 501.4 มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density est) 3.1.8 ในกรณีที่แบบก่อสร้างไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ทางเดิมที่ยังไม่มีผัวถาวรและต้องการจะถมต้นทางให้สูง
ขึ้นอีกไม่เกิน 30 เซนติเมตร จากระดับเดิม จะต้องคราดไถผิวทางเดิมให้ลึกไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร แล้ว ทําการบดอัดรวมไปกับชั้นใหม่ที่ถมของวัสดุถมคนทางนั้นความหนาของชั้นที่ คราดไถรวมกับวัสดุ ใหม่จะต้องมีความหนาของแต่ละชั้นไม่เกิน 40 เซนติเมตร เมื่อทําการบดอัดแน่นตามมาตรฐานแล้ว
3.1.9 ในกรณีที่งานปั้นดินเดิมเป็นบริเวณไหล่เขา หรือทางลาดหรืองานดินตัด ก่อนท่าการถมดินชั้นแรกใน
บริเวณดังกล่าว ให้ทําการคราดได้ชั้นดินเดิมอีกไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร เพื่อการยึดเกาะที่ดีระหว่าง ชั้นดินเดิมและวัสดุถมคันทาง
3.1.0 เมื่อสมวัสดุจนเสร็จถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ให้เกลี่ยวัสดุจนได้แนว ระดับ ความลาด ขนาด และรูปตัดตามที่ แสดงในแบบก่อสร้าง บดทับจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด ไม่มีหลุมบ่อหรือวัสดุที่หลุดหลวม ไม่แน่นอยู่บนผิว แล้วก่อสร้างชั้นทางชั้นถัดไปปิดทับทันที
3.2 การถมดินทางด้วยวัสดุตามข้อ 2.2
3.2.1 ให้ทําการถางป่า ชุดคอ และกําจัดวัสดุอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์ออกจากบริเวณที่จะก่อสร้างต้นทาง
3.2.2
3.2.3
3.2.4
ในบริเวณพื้นที่ที่จะก่อสร้างต้นทางที่เป็นคูน้ําซึ่งมีเลนหรือวัสดุอื่นที่ไม่ต้องการหรือตะกอนทับถมจะต้อง
ทําการกําจัดวัสดุดังกล่าวออกจากบริเวณที่จะเป็นฐานรองรับคนทาง (Working Platform) โดยสูบน้ํา ออกและใช้เครื่องจักรตัดหรือปาดเล่นออกให้มากที่สุด แล้วใช้วัสดุตาม ข้อ 2.2 ถมไม่สน การถมวัสดุไล่เล่นให้เริ่มถมจากแนวกึ่งกลางทางหรือจากเชิงลาดค้นทางเดิมออกไปทางด้านข้างจน
พื้นที่บริเวณที่ต้องการไม่มีเลนเหลือตกค้าง อันอาจทําให้เกิดความเสียหายแก่ต้นทางได้
การสมวัสดุเพื่อทําเป็นฐานรองรับต้นทางชั้นแรกโดยให้ผมวัสดุอยู่เหนือระดับน้ําไม่เกิน 40 เซนติเมตร แล้วทําการบดอัดให้ได้ความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1)501.4 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.2.5 ในกรณีที่จะขยายค้นทางเดิม เมื่อดําเนินงานตามข้อ 3.2.2 เรียบร้อยแล้วให้ทําการก่อสร้างคันทาง
โดยตัดลาดค้นทางเดิมออกไปเป็นแบบขั้นบันไดจากปลายเชิงลาดถึงขอบไหล่ทาง มีความกว้าง พอที่ เครื่องมือบดอัดที่เหมาะสมลงไปทํางานได้ แล้วถมวัสดุเป็นชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตาม มาตรฐาน แล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร ได้ความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาถ (1) 5014 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test) 3.2.6 เมื่อมวัสดุจนเสร็จถึงขั้นสุดท้ายแล้วให้เกลี่ยวัสดุจนได้แนว ระดับความลาด ขนาด และรูปตัด ตามที่
แสดงในแบบก่อสร้าง บดทับจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด ไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุที่หลุดหลวมไม่ แน่นอยู่บนผิว แล้วก่อสร้างชั้นทางชั้นถัดไปปิดทึบทันที
3.2.7 ให้ทําการป้องกันลาดค้นทาง (Slope Protection) เพื่อป้องกันน้ําเซาะด้วยวัสดุและวิธีการที่เหมาะสม
หรือตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
3.3 การถมคันทางด้วยวัสดุตามข้อ 2.3
3.3.1 ให้ทําการถางป่า ชุดคอ และกําจัดวัสดุอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์ออกจากบริเวณที่จะก่อสร้างคันทาง 3.3.2 ในบริเวณพื้นที่ที่จะก่อสร้างคันทางที่เป็นคูน้ํา ซึ่งมีเลนหรือวัสดุอื่นที่ไม่ต้องการหรือตะกอนทับถมอยู่
จะต้องทําการกําจัดวัสดุดังกล่าวออกจากบริเวณที่จะเป็นฐานรองรับคันทาง (Working Platform) โดย สูบน้ําออก และใช้เครื่องจักรตัดหรือปาดเลนออกให้มากที่สุด แล้วใช้วัสดุตามข้อ 2.3 ถมใส่สบ 3.3.3 การถมทรายได้เล่นให้เริ่มถมจากแนวกึ่งกลางทางหรือจากเชิงตันทางเดิมออกไปทางด้านข้างจนพ้น
บริเวณที่ต้องการโดยไม่มีเงินเหลือตกค้าง อันอาจทําให้เกิดความเสียหายแก่ดินทางได้ 3.3.4 การถมทรายเพื่อทําเป็นฐานรองรับต้นทางชั้นแรก โดยให้สมวัสดุอยู่เหนือระดับน้ําไม่เกิน 40
เซนติเมตร แล้วทําการบดอัดให้ได้ความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มท.(ท) 5014 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.3.5 เมื่อได้ก่อสร้างถมดินทางจนเสร็จขั้นสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ต้องทิ้งไว้ในช่วงระยะเวลาก
ามทิ้งไว้(Waiting Period) ตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง ให้เกลี่ยทรายจนได้แนวระดับความลาด ขนาด และ รูปตัด ตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง บดอัดจนได้ความแน่นตามข้อกําหนดให้ก่อสร้างชั้นทางชั้นถัดไปปัด ทับทันที ในกรณีที่ต้องทิ้งไว้ในช่วงระยะเวลาผมทิ้งไว้ตามที่ กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง เมื่อครบระยะ เวลาผมทิ้งไว้ให้ตรวจสอบระดับผิวชั้นทรายถมคันทาง และทําการปรับระดับเสริมด้วยทรายที่มี คุณภาพถูกต้องก่อสร้างขึ้นมาเป็นชั้นๆ ตามวิธีการข้างต้นจนเสร็จขั้นสุดท้าย เคลย แต่งจนได้แนวระดับ ความลาด ขนาด และรูปตัด ตามที่กําหนด ไว้ในแบบก่อสร้าง บดอัดจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด และต้องก่อสร้างชั้นทางชั้นถัดไปปิดทับทันที
4 การบริหาร นพวัด ษณุโ
กองช่าง ฝ่ายสาว และ 2 แบบ
แบบแสดง
มารายงานทาง (Embankurrenl} โดยอ้างอิงจาก มา 220
เขียนแบบ
สถาปนิก
วิศกร
วิค กร
วง
ตรวจ
เน้นสอบ
( นายสราวุฒิ เสียงชัยศิริ ) รายนายชางเขียนแบบ
|||||-||
( นายพีรพงษ์ มาฟัง
สถาปนิกปฏิบัติการ
( บางสาวพิมพ์ไอล คนบ้า ) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
NAIINNAI HAIdled
(นายว าง อนันดากรณ์ ) วิศวกรโยธาช้านาญการ
2562
( นายอ สิทธิ์ จงกล่าว ) หัวหน้าฝ่ายตรวจและออกแบบ
C
( นายปิโยรส บุญญฤทธิ์ )
อ้านวยการกอง วง
( นายภัทร โจอย) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ บ ก
X 210.07.64
( บางสีไพร โกธรรม )
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เล่น บ
( นายพงษ์มนู ทองหนัก) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
CKY
2เม็ดน
( นมมนชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นบบเง
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
BL
L ปี
3.3.6 ในกรณีที่จะขยายค้นทางเดิม เมื่อดําเนินงานตามข้อ 3.3.4 หรือ 3.3.5 เรียบร้อยแล้วให้ทําการก่อสร้าง
คันทางส่วนที่ขยายโดยทําการติดเชิงลาดค้นทางเดิมออกไปเป็นแบบขั้นบันได แล้ว ถมทรายเป็นชั้นๆ เมื่อทําการบดอัดแน่นตามข้อกําหนดแล้ว มีความหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร และได้ความแน่นแห้งไม่ น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก. (1) 5014 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางใน 3.3.7 ให้ทําการป้องกันลายคันทาง เพื่อป้องกันน้ําเซาะตามที่กําหนดโดยเร็วที่สุด โดยปิดทับลาดคันทางด้วย ดินเหนียวหนา 40 เซนติเมตร และปลูกหญ้าโดยชนิดปูแผ่นเต็มพื้นที่ลาดค้นทาง หรือตามที่กําหนดไว้ ในเบบก่อสร้าง
สนาม (Field Density Test)
3.3.8 เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างคันทางต้องเป็นเครื่องจักรที่มีขนาดเบา เช่น รถแทรคเตอร์ (Bull Dozer
Tractor) ขนาด D-4 และห้ามบดอัด โดยใช้การสั่นสะเทือนเป็นอันขาด
3.3.9 ในระหว่างก่อสร้างไม่ควรกองวัสดุ หรือจอดเครื่องจักร หรือจอดรถบรรทุกใดๆ บนคันทางส่วนที่ขยาย
ใหม่
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
4.1 งานถมคันทางที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีรูปร่างตามแบบก่อสร้าง และต้องมีค่าระดับช่วง 3.00 เมตร ตามแนวขนาน และตั้งฉากกับศูนย์กลางทาง ต่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร การตรวจสอบค่าระดับให้ทําทุกระยะ 25 เมตร - 50 เมตร หรือตามที่แบบกําาหนด
4.2 ค่าระดับก่อสร้างของงานถมดินทาง ต้องไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้างเกิน 1.5 เซนติเมตร และต้องไม่สูง
กว่าที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้างอาคาร
งแต
บริ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองข่าง ฝ่าย ารวจและออกแบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานทาง (Embankment)
โดยอ้างอิงจาก มทส. 220
2562
เขียนแบบ
( นายสราวุฒิ เลี้ยงชัยศรี) ผู้ช่วยนายชางเขียนแบบ
สถาปนิก
วิศวกร
( ยาย ราง คับปากพิง
สถาปนิกปฏิบัติการ
วิศวกร
ตรวจ
กะวง
เห็นชอบ
( นางสาวพิมพ์ใจ คมบ้า ) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
IRGIN HIA NU-N
( นาย อนันดากรณี ) วิศวกรโยธาชานานุการ
( นายอภิสิทธิ์ ลุงกล้าหาญ ) หัวหน้าฝ่ายสาววจและออกแบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ผู้อ่านวยการกองช่า
( นายภัทร ใจเอย)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป
( บางสีไพร โกธรรม )
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ ม บ
12/
( นายพงษ์มนู ทองหนัก ) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
CY
( นายมนชัย ทนาย
นายกองการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เง
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2546
เคยเบ
วัน 1
TAAU
1.
2.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง
(Subbase)
โดยอ้างอิงจาก มาก. 222 - 2552
งานชั้นรองพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นรองพื้นทางโดยถมและบดอัดวัสดุรองพื้นทางให้ได้รูปร่างและ ระดับตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้ ตาม มท.. 202 : มาตรฐานวัสดุ รองพื้นทาง (Subbase)
3. วิธีการก่อสร้าง
4.
3.1 ในกรณีที่ดินทางเป็นถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคันทาง
3.1.1 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคนทางที่ไม่ได้แนวและระดับต้องถม แต่งให้ได้แนวและระดับตามรูปแบบที่กําหนด
3.1.2 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทาง ถ้าบริเวณใดมีดินชั้นล่างอ่อน (Soft Spot ต้องขุดออกแล้วนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือกมาถมบดอัดเป็นชั้นๆ ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.1.3 การเสริมบริเวณใดที่ทําให้ชั้นรองพื้นทางที่เสริมใหม่มีความหนาน้อยกว่า 10 เซนติเมตร ต้องขุดคุ้ยวัสดุชั้นรองพื้นทางเดิมช่วงนั้นออกไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร แล้วผสมคลุกเคล้ากับวัสดุชั้นรองพื้นทางใหม่ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
แล้วจึงจะทําการบดให้แน่นและได้ระดับตามแบบ
3.2 วัสดุที่หลุดร่อนไม่คงทนหรือที่มีคุณภาพเลวบนถนนเดิม ซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบน คืนทางใหม่ ต้องกวาดออกให้หมด
3.3 หลุมบ่อต่างๆ บนถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบนคันทางใหม่ จะต้องกลบและบดอัดให้แน่นด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือก
3.4 เมื่อได้ตบแต่งถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทางใหม่เรียบร้อยแล้ว ให้นําวัสดุรองพื้นทางที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดคลุกเคล้าผสมน้ํา โดยใช้ปริมาณน้ําที่ Optimumn Moisture Content + 3% เกลี่ยบทอดเป็นชั้นๆ โดยที่
แต่ละชั้นหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความแน่นแห้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทาง ในสนาม (Field Density Test)
วิท
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองข่าง
่าน ารวจและ กน ก
แบบแสดง
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง
(Subbose)
โดยอ้างอิงจาก มาก 222
เขียนเบบ
สถาป ก
2562
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ คับปากฟัง
สถาปนิกปฏิบัติการ
ควกร
{ นางสาวพิมพ์โจล คม
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
วิศวกร
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใดที่วัสดุรองพื้นทางเกลี่ยบดอัดมีมวลหยาบและมวลละเอียดแยกตัวจากกัน(Segregation) ให้แก้ไขโดยขุดคุ้ยออก (Scority) แล้วทําการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันหรือซื้อออกใส่วัสดุรองพื้นทางที่มีส่วนผสมสม่ําเสม
มสมาเสมอแทน
วิศวาร
3.6 ในกรณีที่ใช้วัสดุมากกว่า 1 ชนิด มาผสมเป็นวัสดุรองพื้นทางบนที่ก่อสร้าง วัสดุแต่ละชนิดนั้นจะต้องได้รับการคลุกเคล้าให้มีลักษณะสม่ําเสมอ และต้องได้รับการตรวจสอบตรงตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทางเสียก่อน จึงจะทําการเกลี่ยบดอัดได้ 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างชั้นรองพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีผิวหน้าเรียบแน่นสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
ระดับหลังชั้นรองพื้นทางที่บดอัดแน่นแล้วทุกจุด ยอมให้สูงหรือต่ํากว่าระดับตามแบบก่อสร้างได้ไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร หากช่วงใดตอนใดที่มีระดับผิดไปจากนี้ให้ตัดส่วนที่เกินออก หรือขุดคุ้ยออกหนาไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร แล้วทําการ บดอัดใหม่ให้แน่นและได้ระดับสม่ําเสมอตามแบบ
ตรวจ
( เมลเบิวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วกรโยธา มาญการ
[ นายศราวุธ แสง
วงโย นาการ
From ชาราม งา วาวในค่ายหน่
ATH
หมอบ
( นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ ) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
..
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อําานวยการยง ทุ่ง
Price
( นายภัทร ใจเอม ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
Chinchi
223
(นางสีไพร โกธรรม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ ม ลบ
41 skin ilmi Trat 176x118111 = ||es II ju
13
( นายพงษ์ ทองหนัก ) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
C
( นายมนต์ วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
AIA
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2556
I
น ย
ชาม พ
1.
2.
3.
ขอบขาย
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มาก. 223 - 2552
งานชั้นพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มท.. 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือต้นทางให้ถูกต้องก่อน
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาขึ้นพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หนาชิ้นละเท่าๆกันโดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกลบดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม ม.ก. (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งขึ้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบคอด จะต้องขุดคุ้ยออก (Scarify) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยทําการผสมคลุกเคล้า
ใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องซื้อพื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง
3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 1.25 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่ําและปาดพื้นทางที่สูงออก บดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
20กการประ
วิหารป
องค์การบริาร บน พิษณุโลก กองชาง ฝ่านสารวจและออกแบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานชั้นพันกาง (Base)
โดยอ้างอิงจาก มาก 223 - 2552
เขียนแบบ
สกาป ก
วิศวกร
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ชวนนาย าง บนแบบ
HIIIIII-RI
( นายพีรพงษ์ คับปากพิง) สถาปนิกปฏิบัติการ
( นางสาว ม โจล คร วิวการโยธาปฏิบัติกา
วิศวกร
( นามวงศ์ อนันตการณ์ ) วิศวกรโยธาชานาญการ
วิศวกร
ตรวจ
ข่าวจ
( นายศราวุธ แสงเกต
พร ปารานา ก ร ะ ห น่
พลโท เรsprit
| PL
( นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ )
หัวหน้าฝาย ารวจและออกแบบ
เทม บ
1141 11 11 AT PETITAN — TELE
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) อ้านวยการกองช่าง
( นายภัทร ใจเอย )
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ ม อบ
Irel
V22.0.8
( นางไพร โกธรรม )
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็น อบ
Zo
R BLITHAIIIIIIIMPICING IIBI
16
( นายพงษ์ ทองหนัก ) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
OK
TEMIS SETTE || - || -
(นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นม
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
LOOTIKUJU
น C 1
Lanta
1.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานไพรมโคท
(Prime Coot)
โดยอ้างอิงจาก มท. 225 - 2552
งาน Prime Coat หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้าพื้นทางเกาะยึดได้ดี และช่วยป้องกันมิให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย
2.
วัสดุ
2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัลต์แต่ละประเภทและเกรด
ดังนี้
2.1.1 Cut Back
RC 70
2.12 Asphalt Emulsions
—
250
MC 30
SC 70
CSS - 1
CSS - 1 H
250
ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราด
ช่วงอุณหภูมิที่ใช้ลาด
ØC
145-175
ชนิดแอสฟัล
ØF
AC 60-70
295-345
AC 80-100
140-175
285-345
RC 3000
120-160
250-310
RC 800
100-120
210-250
40-65
100-150
50-85
125-185
CRS-1
CRS-2
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8 – 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 สูตรการคํานวณปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Coat
ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Coat = P/ R (1 - Y/6) มิตรต่อตารางเมตร
เมื่อ P =
R
ความลึกที่จะให้ยางแอสฟัลต์ซิมลงไปเป็นมิลลิเมตร
R = ค่าของ Residual Asphalt
ความแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
G - ค่าความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
ค่า 2 ขึ้นอยู่กับความพรุน (Porosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า P แนะนํา ให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คํานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราด และทดลองราดยาง แอสฟัลต์ตามปริมาณที่คํานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางแอสฟัลต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยนค่า P ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเกรด ของยางแอสฟัลต์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัลต์เมื่อใช้ราดแล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะต่อไป ค่า 8 ให้ใช้ตามตาราง ดังนี้
ชนิดและเกรสของยางแอสฟัสต
—
R
MC MC
30
0.62
—
70
0.73
SC 70
0.80
SS - K
0.75
—
1
H
0.75
0.75
CSS CSS
ค่า 6 ให้คํานวณจากสูตร
G = P1 + P2
หรือเท่ากับ
G =
100
B + &
8+
8 + B
เมื่อ P1 = คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ P2 = คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ
4.
3.
G2
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยาบซึ่งค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน
เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร)
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน
เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร)
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4
ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การทํา Prime Coat ด้วยยาง Cut Back
3.1.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดโดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ําบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง
3.1.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา
จํานวนยางที่ราดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.1.4 การราดยางควรราดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือ
และช่องทางวิ่งก็สามารถทําได้
3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่รวด โดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Sproy bar) ที่ติดกับรถวิ่งราดให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ นอยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวยางที่ราดไปแล้ว
3.1.6 หลังจากราดยางแล้วให้ทิ้งบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฏอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดสดซับบางส่วนที่เห็นให้แห้งได้ในกรณีที่จําเป็นจริงๆ เช่น
ทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน
การทํา Prime Coat โดยทั่วไปควรทําในสภาวะอากาศแจ่มใสปราศจากฝน พื้นทางแห้งหรือ วัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Back และชนิดยาง Cut Back ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั้นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ด่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน
3.2 การทํา Prime Coat ควยยาง Asphalt Emulsions
3.2.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห่งต้องพรมน้ําให้เปียกขึ้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา
จํานวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ําเสมอ
3.2.4 เมื่อราดยางแล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําชั้นผิวทางได้ การแยกตัว ของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดํา การแยกตัวนี้ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด ของ Emulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทําผิวทางได้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยวดยานวิ่ง
บนชั้น Prime Coat ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปิดหน้าได้
3.2.6 ห้ามราดยาง Asphalt Emulsion ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อราดยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า
ข้อควรระวัง
ก่อนที่ Emulsion แตกตัวมีฝนตกจนชะบางส่วนของ Emulsion บนผิวหน้าออกไปจะต้องท่าการ ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
4.1 ยาง Cut Back เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
จ: การบริหวานหวัดพิษณุโลก กองชาง อ่าน ารวจและลอบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงาน
พรมโคท
(Prime Coot)
โดยอ้างอิงจาก มทด 225
2562
บนแบบ
کیا ہے
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
(นายจีระศักดิ์ ปานมณ์ )
สถาปนิก
(นายพรพงษ์ ฝากทิ้ง
สถาปนิกปฏิบัติการ
คว
วิวกร
วิศวกร
ตรวจ
ตรวจ
เทมป
( นางสาวพิมพ์ไฉล คม ) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
( ย ว อ น าภรณ์ วิศวกรโยธา านาญการ
นายสราวุธ แสงเกตุ วงโยธวาง รักษาไปค้นพบ ay ท่าน n
(นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ ) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อ้านวยการกองร่าง
( นายภัทร ในยม ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เทปรอบ
(นางสีไพร โกธรรม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เหนชอบ
15
Z (นายพงษ์ ทองหนัก ) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
CA
1 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ดนาม ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
tea cu
บ ป
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยกตัวจึง ต้องระมัดระวัง ดังนี้
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถึงบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เพราะอาจจะทําให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.2 Emulsion ชนิดบรรจุถึง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องกลิ้งถังไปมาทุกด้านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย
อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งยัง
4.2.3 เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในส่วผสม Emulsion
จะระเหยทําให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ
4.2.4 ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ลงในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย
เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที “Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวันต่อไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม่
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว กันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
DAT
SLAW
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
ทองชาง สามสาวจนจะออกชม
แบบแสดง
มรรรายงาน พระโคท (Prime Coat)
โดยอ้างอิงจาก มาก 225 - 2552
เบนแบบ
สถาปนิก
سلام
HMI HI
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
ผู้ช่วยนายราเขียนแบบ
คาร
วิศวกร
ตาร
ดาวจ
ตรวจ
( นาทีรพงษ์ ปากฟัง
สถาปนิกปฏิบัติการ
( นางสาวพิมพ์ไอล คม วิวกรโยธาปฏิบัติการ
(นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา านาญการ
( นายศราวุธ แสงก
ร ร ณ า ช แฟ
ควรในชาร่างๆ การเกษ
( นายอภิสิทธิ์ จงกล้าหาญ ) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
เห็นชอบ
Il je m sa prapie || DP44 ||
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อําานวยการกองช่า
(นายภัทร ใจเยบ ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอน
{นาง ไ ง โก รรม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นายพงษ์ ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
CA
1 นายมนต์ชัย วิวัฒน์มา ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
แสนบ
บ G 1
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
โดยอ้างอิงจาก มทบ. 230 - 2563
แอสฟัลต์คอนกรีตหมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม(Aggregate) กับแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Ceinent) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตรา ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือ เกลี่ยแต่งและปิดทับบนชั้นทางใด ๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ - วัสดุ
งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวล หยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวล ละเอียด (Fine Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเพิ่มวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้มีขนาดและตามตารางที่ 1
2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 - มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัสต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบ คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม มทบ. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2
3.4 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job fix Formula) ซึ่งมีเกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerant Linnit) ของวัสดุต่างๆ ตามตารางที่ 4 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่
อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ
ดําาเนินการได้ตามความเหมาะสม
3.6 การผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
ขนาดที่ใช้เรียก
สําหรับชั้นทาง
ความหนา
มิลลิเมตร
ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
องค์การบริหารท่านจังหวัด ใค
กองช่าง
ฝ่าย งรางแหะ
อกแบบ
บบแสดง
มารราบอก คอนกรี
Aspill Code: โดยอ้างอิงจาก มท. 730 - 253
ฟ
นายตรการ แดงเค
เงินแบบ
นายวิระ ก ปาเม ผู้จ่ายมวยช่างเซ๊ย แบบ
ดา ก
มิลลิเมตร
9.5
12.5
19.0
25.0
(นิ้ว)
(3/8)
(1/2)
(3/4)
(1)
นาย ท คับปากทา สถานิกปฏิบัติกา
การ
Wearing
Wearing
Birder
Course
Course
Course
Base
Course
มาา า ม จ ม จ การโนราปฏิบัติ
มิลลิเมตร
25-35
40-70
40-80
70-100
คว
ขนา ด แรง
บายรางค์ นันทกรณ์ ) วิตาก บ ง ามา การ
(นิ้ว)
วิสากร
37.5
(1 1/2)
25.0
(1)
100
100
90-100
PT จ
19.0
(3/4)
100
90-100
12.5
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
90-100
56-80
Tr
4.75
(เบอร์ 4)
55-85
44-74
35-65
29-59
2.36
(เบอร์ 8)
32-67
28-58
23-49
19-45
1.18
(เบอร์ 16)
0.600
(เบอร์ 30)
0.300
(เบอร์ 50)
7-23
5-21
5-19
5-17
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เบอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
(ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม)
4.0-8.0
3.0-7.0
3.0-6.5
3.0-6.0
จ
ניםנקיון
เมา ณ ท จก านวณเ หัวหน้าฝ่าย กาแตะ อกแขน
C.
มาย โบรถท อ่านงบกาmorงาน
กราบ ทร ใจ: ม
รอง : ครบ มา ว เ ต โคก
เทมออน
(บางไทร โตธรรม ปาตอง การบริหารร่วม : ก ษณุโลก
พอม
(นายเชาวฤทธิ์ จริยะกุล
รองนายกอ เ การบริหารค่าน : ลษณุโลก
Our
(นายน ย มาเ นายกองคการบริหารส่วนบริษณุโลก
Le
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
.:…..
1
17
หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดและของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ใช้ แตกต่างจากตารางที่ 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสซิสต์ซีเมนต์ที่ใช้
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
ตารางที่ 3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
ขันทาง
รายการ
Wearing
Course
Wearing Binder
Course Course
Base
Course
หารส่วนจังหวัด โบ กองช่าง น่าห่วงงงและออกแบบ
Shoulder
ชั้นทาง
Aggregate Size
Blows
9.5 mm.
12.5 mm.
19.0 mm.
25.0 1.
25.0 mm.
75
75
75
75
75
แบบแสดง
จากรายวนเร ต ก ก ต
Asphalt Conte)
favdadeson uns 236 - 2563
รายการ
Wearing
Wearing
Course
Course
Binder
Course
Base
Course
Stability Min.
N
9786
9786
9786
9786
9786
Shoulder
เขียนบน
Ih.
2.200
2,200
2.200
2.200
2,200
Aggregate Size
Blows
Stability
Min.
9.5 กก.
12.5.
19.0 mm.
25.0 man.
25.0 mm.
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
9-17
9-17
9-17
9-17
9-17
นาย ระ ปานมณี
อ่ายนายช่างเรียนแบบ
75
75
75
75
75
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
ถาปนิก
N
8.006
8,006
8.006
7,117
7,117
Percent Voids In Mineral Aggregate(VIMA)
15
14
13
12
12
[b.
1,800
1.800
1.800
1.600
1,600
(ราย รพ. บปากจ
สถาปนิกปฏิบัติการ
Min.
วิวสร
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
3-16
8-16
8-16
8-16
8-16
Stability/Flow Min.
N/0.25 m.
750
750
750
750
750
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
th./0.01 in.
170
170
170
170
170
เจ-1กาาเนยเฉด มา วิคการโยธาปฏิบั การ
Percent Voids In Mineral Aggregate(VMA)
tin.
15
14
13
12
12
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
วิวถ
หมายเหต
Stability/Flow Min.
N/0.25 ……….
712
712
712
645
645
lb./0.01 in.
160
160
160
145
145
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
(1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม มทร (1607 :
มาตรฐานการทดสอบแอสไลด์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 ให้ใช้มวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทวงด้วยให้ใช้ข้อกําหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Birder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่
ทาง
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength Index ให้ดําเนินการตาม มทส. (1)611 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าดัชนีความแข็งแรงของส่วนผสมเอส ลดคอนกรีต
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
RT9
RS
เรายาก า ต่ อ บวกรณ์
ลวก:โนชา า า การ
วิศวกร
It F7 ธ :วงเก
sint
| นาย ก ห ว าหาก!)
วหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
นายปิโส ปญญด
อ่าบวมการด ข่า
เห็น ป
นาย ใจจ
19 :ปะ จองการบริหาร งหวัดพิษณุโลก
บ้านตะแกรงขนาด
2.36 มม. (เบอร์ 3) และขนาดใหญ่กว่า
1.18 มม.(เบอร์ 16) 0.600 มม. เบอร์ 30) และ 0 300 มม. (เบอร์ 50)
0:50 มม.(เบอร์ 100)
0.075 มม.(เบอร์ 200)
ปริมาณแอลฟีลด์ซีเมนต์
ร้อยละ
|+ I+ ++
+3
5
±2
- 0.3
เมวอเ
Wed
พาไป โกธรรม ปก : การ สวนจ้าวัด ระบุโลก
เม จน
(นายเชาวฤทธิ์ ยะก รองนายกองครบ มาร่วมจังหวัด ไกก
uri
นายมนาย วิวิ :นธนาร นายกองค์การบริหารส่วน เค โดก
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
2
14
- เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา เครื่องจักรและเครื่องมือทุกช ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ ได้ แต่ต้องสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือทดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางแอสซิสต์ซีเมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการก่อสร้างได้
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Equipriest for Preparation of Asphalt Cellent) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อ เวียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Steam) (x C# Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นใดที่ ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating Systein) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจ เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Stearn Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทฉนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อนแอสฟัลต์ ถัง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ใน ถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั้มแอสฟัลต์ทํางาน
4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bill) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียัง หินเย็นไม่น้อยกว่า 4 ยัง สําหรับแยกใส่วัสดุนั้นหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ยังยืนเป็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับกุ้งมวล ละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยางต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใด ให้ผลเทียบเท่า
4.1.3 หมอเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyronineter) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้
โดยอัตโนมัติ
4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงอัด (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเกินขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้งตะแกรง ทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวมที่ร่อนออกมาผิดขนาด ไปจากที่ต้องการ
4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมีกุ้งหินร้อนอย่างน้อย 4 กุ้ง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสม แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อน ให้กับห้องผสม (Pungtail (Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมี ท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในฝูงอื่นๆ ในกรณีที่มีมวล รวมในยุ่งนั้นๆ มากเกินไป
4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filter Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียังเก็บวัสดุผสม แทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแหรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้อง ผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอก มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็น แบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Ther tutitetric Equipuintent) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบ แท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Arincared Therunneter) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสม ใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ที่ห้อง ผสม นอกจากนี้ จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิด มี หน้าปัทม์ (Dial Scale Llercury Activated Thermolneter) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่า ไฟฟ้า (Electric Pyroseter) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลาย ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียส
ตอนที
นนน
องค์การบริการส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองชง ฝ้า ส่าราง R-6 ก
แบบแสดง
มาตระเวนแอะ คอนทริ Asphalt Concle înudtakvarking, 210 - 7563
(นาเระ กดิ์ ปาน อ่วยมายอ่าแบมบ
ทาป ก
นาป ราว สัปปาก
ແດງນūຕງິນຫຼືການ
วิค t
‘ร
STA
เห็นชอบ
ร่าง เวที หจก คร
วิสวกรโยธาปฏิบัติการ
wa
(เคย เก่ อนันดากห
เวล โบราชามา ร
มาย รร เก
นายอภิสิทธิ จ ก าหาญ หัวหน้าฝ่ายการกรอกแบบ
( ปิโยรส ก
อานวยการกองถ่าย,
นายทรง
บาป : การบริหารง่า จังหวัดพิษณุโลก
ปงอบ
เนาว ทร โกธรร ปลัดองค์การ รับท่วนจังหวั ชะโดก
ชุด
เห็น จน
| มา เราวฤทธิ์ อายะล รองนายกองกาน ร่วมจังหวัดพิษณุโลก
จนท
นายมนอน วิน มากเ นายกอ กวะ วาน หวล โดก
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
I::::
….
3
14:
I
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้ วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
(1) ถังยังมวลรวม (Weigh Box or Hopper) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละกุ้งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ยังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนฟิลครัม (Fulcrum) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟิลครัมและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนวเดิม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (uguillielixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เหลวผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ
อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้องผสมประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้
อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบขายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวล
รวมก้อนโตลุด
(3) เครื่องชั่ง (Plant Scale) เครื่องซึ่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งมวลรวม จะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักคุ้มละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 คุ้ม คุ้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 1 คุ้ม และหนักคุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 คุ้ม หรือมีจํานวนเพียง พอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
อัตโนมัติ
(4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
(1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้อง มีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากกุ้งหินร้อนแต่ละกุ้งได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย
เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ภายใต้ยังเป็นร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ
wearilyn (Wet Mixing)
(2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวม และแอสฟัลต์ ซีเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Cennent Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้
อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
(3) ชุดห้องผสม (Pugunill fixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้อง เป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continuous Mixer) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบพายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสม จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสม บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
รวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เวลาในการผสม (วินาที) = A/B
เมื่อ A = ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Pungunill Dead Capacity) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม ส่วนผสมที่ออกจากห้องผสม (Puigrill Output) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
=
(4) ยังหักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้ง สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม กุ้งหักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยังหินร้อนโรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ ทราบว่าปริมาณมวลรวมในยังหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวม ยังใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทํา การแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
4.2 รถบรรทุก (Haul Truck)
รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผม และความสามารถใน
การปูของเครื่อง ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังของโรงงานผสม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถในการปของเครื่องปู และอื่นๆ
กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียบ ภายในกระบะจะต้องสะอาด ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ในส่วน สมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องทนหรือ
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
เขียนเป
เมya
หาร
Scienti
- กบ วง วางหวัน โดย กองชาง
ใา ารวจและดอกแบบ
แบบแสดง
มารานงานบอก กองก
(Asphalt Concrete)
โดยต่าง จาก ม4 : : 21
(นายจีระศักดิ์ ปาน) อ่งบนใบชาเขียบแบบ
กาฝาก
วาร
ant
กร
เนวณ ณรงษ์ มปาก
กาบ่น้อปฏิกาt
!นางสาวพิม โว กา
จาก โยธาปฏิบั การ
เนา เ ว ล อ น ากรณ์
รวกรโยธา ามา nit
มาคราวก init
…..
:::
ASA
AT
หมอจม
!นายย กา จาก แ หัวหน้าฝ่ายการละ แบบ
(นายปิโยรส
ปร อ่านวงการท าง
มาย ทร ใจเอย) รองปกคร. การบริกพิษณุโลก
เพืเทอม
ไกร โกธรรม
ปกคร
เน้นรอบ
4 นายเราว งานเร รยามากอง mะหาร เจ๊งหวัดพิษณุ
ไม่ติ
…
COLS
เมนชัย วิวัฒน นาย! นายกอะ ราาะ ชารวมจิง พิด กก
4
14
9
10
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใดๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภท เดียวกัน การพ่นหรือเคลือบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกัน
น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
เหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการได้หลายอัตรา และปูส่วนผสมแอสไลต์ คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้อง เป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor เกลียวเกลี่ยง่าย ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Floaty Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Autumatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ ลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected Grade Line (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Floating Bean) หรือ (5) Joint-natching Shoe สาหรับ แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีด จะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอ หรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นลม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตขั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screed) หรือแบบคานกระแทก (Tanniper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับ ความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัลต์ คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Slotor Grader)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเวลา (Wheel Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 นคร การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักรบดย
เครื่องจักรบดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิด น้ําหนักในการบดทับของ เครื่องจักรบดกับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอน
การบดทับและอื่นๆ เครื่องจักรบดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการบดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะต้องประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คัน ในกรณีที่ไม่มีรถบดสั่นสะเทือน
2. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel-Tired Tantien Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ต้น และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบดไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นร่อง (Grosve) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยทุ่ม (Pit) สลักยึดล้อ (kinny Pinn) และลูกปืนล้อ (Wheet Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinkler Systein) มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ
ขณะบด บ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Preuthatic Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rita Diarieter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาด และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้า สัมผัสของล้อรถบัสขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล 190 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบ ฉีดน้ํา มีอุปกรณ์กราดนิ้วล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอลไลต์คอนกรีดติดล้อขณะบดขับ รถบดล้อยางขณะใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยางแต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับบด กับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาไม่เกินนั่นละ 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ต้น สําหรับบดทับชื้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาตั้งแต่ชั้นละ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อ เดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เรด (2,000 รอบต่อ
เขียนแบบ
สภาป ก
ירן
2 ና
Liner
ป
RTA
เมียลอบ
ง การบริห านจังหวัด โ
กองราง ฝ่ายการเงะ แบบ
แบบแสดง
จากรายงา แอส ด ล แ
(Asphalt Concreto) Învăojë anno 2012. 21:40 - 2963
เบาะเ คี ปาม
ผู้ร่วนายอ่างเขียนแบบ
Am
นายพิราง คีบปาก :) สถาปนิกปฏิบัติการ
เบบถาวรด
วิวกรโยธาปฏิบัติกา
(มวย ว ก่ อ นกวรร ควกรโมราว่ามา
นายครรช แสงก
: นายอติม กล้ามาก! บ้านน่าปาย ารวจแสะอาด ป
1 นายปิโบรถ
อ่ารายการ ข่า
ปาย ทร ใจเลย วรา การแจ้งเค้กพิษณุโลก
1 นพไทร โ
ป ต ก ว นารถ เ ก ษณุโลก
TLDL
‘AIL.
4 no. 61 เซท ราบะ นายกรง กบ บาราเดโลก
|
کراون
นายพนม กะ นาก
แ7 30 การบ า ย ล ก
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
… .J
2
5
14
นาที) และมีระยะเต้น (Amplitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถยกจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถปิดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ใต้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรง แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยนุ่ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลต์ (Burner)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Theolite)
4.6.4 ปั๊มแอสฟัลต์ (Asphalt Pump)
4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Porter Unit)
4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัสต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle)
4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัสต์แบบมือถือ (Hand Spray)
4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bits auster)
4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
เครื่องพ่นแอสฟัลต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating Systein) มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลตเหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
(1) แอสฟัลต์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
(3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อนแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อนแอสฟัลต์แบบมือถือได้
(4) คูลแอสฟิลด์จากถังบรรจุหรือท่อนแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
(5) ปั๊มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพันแอสฟัลต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้ (6) เครื่องต้นกําลัง หรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดัน หรืออื่นๆ
ความดัน หรืออื่นๆ
เครื่องปั้นแอสฟัลต์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านม โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็น
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่าง หัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อนแอสฟัลต์ต้องเป็น แบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของท่อและสามารถปรับ ความสูงและความกว้างในการเล่นแอสฟัลต์ได้
ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัลต์บนพื้นที่
ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้
อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว เลยที่ห้า) ต่อสายเชื่อมไปยัง มาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อนํา ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ตั้ง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัด อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Artit tired Theruntornster) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์สําหรับเครื่องเล่นแอสฟัลต์ต่างๆ เหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณแอลฟิลด์
ซีเมนต์ที่ลายตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนดกล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ที่ลาดตาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ที่ลาดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
15 ตามลําาดับ
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Brown) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบ ติดตั้งที่รถไถนา (Farm Tractor) หรือรถอื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ชนไม้กวาดอาจทํา ด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพรอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.8 เครื่องมือประกอบ
4.8.1 เครื่องมือบุคทับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Sinall Vibratory Collyactus) ต้องมีขนาด น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน ซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hand Tape) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสไลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดกับขนาดเล็กเข้าไปปิดทับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อม ขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในคณะที่นิจของผู้ควบคุม
งาน
เขียง ม
กาปล
วิตากร
ตรวจ
เกษ
วง
เนวบ
องค์การบรินธร จังหวัดพิษณุ ไกก กองช่าง ฝ่าน ารวจแตะออกแบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานแ ก ก นกรี
Asphalt Controle) อบช่างฉิงจาก ม. 750 - 15:
4 นายวีระศักดิ์ ปานม
ว่ายมา ช่างเขียนแบบ
นาย ก ล า ง
สถาปนิกปฏิบัติการ
เมะ ภาว ม ไ ว ม า วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
มา ว!ก่ จ คาร
ควกร ชรา วนาญก
Cuntarinė ušanej)
| นายกร จงกล้าหาญ
ปก
วนบ้าฝ่ายาง แกะออกแบบ
( งานปิโยรส ปุกกุ
ผู้อ่านายการกองอ่าง
ปาย ท ไะเอม) รถเปล่ง การบริหารจั ก ษณุโลก
เทะ จบ
- นา: ไมร ทรง
ปาตรง การบริหาร วงเเบโก
ขอบ
(มายเอาทร ระยะ
อะเมา กองการส่วนจังหวัด โก
มุม
นา น บ วิร
เพจ การบริห า เ ล โ
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2556
6
14
การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้บด ทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะท้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับไทรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเดิมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง ในทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ
แล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทํา ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใดๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ
เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ทับ จะต้องทําแทคโครก่อน โดยให้ดําเนินการตาม มรช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆ หรือผิวหน้าตัดขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเต็มที่ต่อเชื่อม กับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทั่วแทคโครก่อน โดยให้ดําเนินการตามมทช.227 : มาตรฐานงาน แทคโคท (Tack Coat)
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอย แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลม เป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคร โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
- วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 6.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
และ ข้อ 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเ ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ 30 วิน : ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่ แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determitting Degree of Particle Coating of Bitutinous-Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวนวลรวม
ซันทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
หนทาง
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวนวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ไม่น้อยกว่า 90
ไม่น้อยกว่า 95
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
ส่วนผสมเฉพาะงาน
(2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 18 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 +20 เซนติสโตกส์ (Centist tikes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
เฉพาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่ อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
เขียนแบบ
องการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
กองช่าง
ฝ่าย เราจะ สะ คน
แบบแสดง
อาคาร
จามงามแฉก ถอน
tes.plielt Curre เตยอ่าง จาก KE 7 14 : ****
(นายวิระศักดิ์ ปาน ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
กาป ก
ገን
วิตากร
ตรวจ
- ย ก า ร ต้นปากง
สถาปนิกปฏิ. กรุ
เมา สาว ม ก า
วิ กรโยธาปฏิบัติการ
(นาบ า นั กากก
กวด โบรา วนา การ
นายกราวุธ แสงแ
เมานะสิทธิ์ ราชานาญ หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
GMA
นายปิโยรส ปุญญฤ
ผู้อ่านานการกองอา
เกม บิบ
เบ เบ รร ใจเอง!!
รองป ด ง การบริหาร น ห ด ษ
แนวข
(นพ โทร โทรรร ปรกองค์การบริหารส่วนจังหวัด งบโลก
มอบป
เมาบาวฤทธิ์ อายะ รองนายกอง การบริการด่วน :: ดร โก
จะ
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
กุย
มายมาย วิวิ ช ร ะ นายกอง การหาทานจ้ะวัดพิษณุโลก
ig
14
กึ่งกลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตองที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน
ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้บดทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของ การปูหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและ
แก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกขั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกซึ่งวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสมแอสฟัสต์ คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะปูกั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสไลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่อง ระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของโครงสร้างใดๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน ขาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้เป็นการภายหลัง
6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
2 วิธี คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มี
ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนลาดได้เพื่อ
ความสะดวกในการลอกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละ แปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ ยวดยานสะดุดมือแล่นผ่าน
เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่เป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
ออกไปจนถึงขั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการ ตาม มทช.227: มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat )
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํา
รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อย
แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้น ด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม มช. 227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ
ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยส่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองชาง ฝ่ายการวจและออกแบบ
เขียบแบบ
แบบแสดง
อาารจานงา แ ต ก ค นก ก
Asphalt Concrete) โดย างยี :จาก 4 1 338 - 2563
นาย ะ ก านมณี) ผู้อ่วยนาย าเ บนแถบ
::ป ก
الرقة
นานทาง ปาก
ถาปนิก การ
ก
אייל
กร
คราง
f
เน วน
เมา:สาว ม า คน) วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
www
( มาชม อนันดากรณ์
วิ วต โยธาอ่านในการ
นายสราวุธ เ
(นาบอก เ จ านาญ
ทําหน้าฝ่าย ารวจแกะออกแบบ
(มายปิโยรส เทริ อ่านภาพการกอา
+มาย ทร ใจจน
ราวป ดย การบริหารด่วน งบ อก โค
เ ม ย
เมว บ
| นางไร โดธรรม
ปลัด - การบริหารท่านจัง
คั ษณุโลก
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
อนุ
(นายเอวฤทธิ์ อายะ รองนายกองค์การบริเวร วน ง งะ โด
นามชัย วิวัฒ รนาบ่
นาย จง การบริหารด่วน งบ ที โคก
“…. Cr C
19
14!
6.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจร ข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วดันส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปนี้ให้ชนแนว รอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อบดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลท์ติกคอ นกรีดตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คัดเม็ดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อนั้นออกทิ้งไป ซึ่ง เมื่อบดทับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ได้ดําเนินการ
ก่อนจะปูนทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.6.3 โดยตัดให้ตั้งจาก กับชั้นทางที่ปูทับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทางที่ประกบ การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการ
ตาม รรช.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat)
ในการปูขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาวเหลื่อมกัน ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบ
ช่องจราจรตามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง การปูชั้น
ทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่อง หน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องทําแทคโคร
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึง โค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบนชั้น
ยาง
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้บดทับเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาตลอดความกว้าง ของชั้นทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันที ขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้องมาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับ
ให้ถูกต้อง
6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้รถ เกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้
ระดับถูกต้อง ทั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.3.10 การปด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และอื่นๆ ที่เครื่องปูและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป
ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการ ปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภาย หลังจากการบดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
6.4 การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การบดทับชั้นทางแอสซิสต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดทับต่างๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับให้ เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การบดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มปิดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อปิดทับแล้ว จะต้อง ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ
6.4.1 หลักการปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการปิดทับเป็น อย่างอื่น การพูดกันให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการบดทับดังนี้
ในเบื้องต้นให้ปิดทับรอยต่อต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial oi Breakdown) Rolling) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการ บดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการปิดทับขั้นกลาง (intertainediate Rolling) โดยให้บดทับตามติดการบดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด เท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสไลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการปิดทับขั้นสุดท้าย (Finnish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
ในการบดทับจะต้องเริ่มบดทับที่ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือด้านขอบนอกก่อน
แล้วจึงค่อยๆ บดทับเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องบดทับ ทางด้านตัวก่อน แล้วจึงปิดทับเหลี่ยมไปทางด้านสูง การบดกับแต่ละเที่ยวให้บดกับขนานไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลาง ถนน และให้แนวบดทับเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าบทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวาง หรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุด รถบดแต่ละเที่ยวของการปิดทับ ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้ เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการยกทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสาร สําหรับเคลือบล้อรถบดใดๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบางๆ เพียงเพื่อเคลือบผิวหน้าล้อ รถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมดความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
ด
เขียนแบบ
กent
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองชาง
สาย ารวจและ0 แบบ
แบบแสดง
มาร1 านงานแ ด ไ ด มกะต
การจาก มทบ 33 :: ::
Aslivelt Corret:)
นายจิระศักดิ์ ป่ามณี ผู้ร่วมบาบาเขียนแบบ
นาย ทง คับป
สถาปนิกปฏิบั ภร
นางสาวพิงไถ ข่าว วิเวก บราปฏิบั การ
คว
นาย ก หั อพิพากร
วดช บราอ่านเกมการ
วิรากร
นายกรวย (14)
กร
ma
!นายา ทธิ จงดารา
หัวหน้าฝ่าย จะออกไปบ
นายปิโยรส ปร
อ่านรบ ครก อ่าง
เนวบิน
มาย หร ใจเอง:
รอง ดิต : การร่วมจัด โด
เงินชอบ
!บากร โกธรรม
ปลัดจง การบริหารสานจังหวัด โลก
ขอบ
ดุด
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
…….
(บบ 1: ราคา ! นายกอบการมากวนจังหวัดพิษณุโกก
- ::: ::
10
14
การปิดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่อง ปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรอบขณะบดทับ จะต้องค่อยๆ เปลี่ยนความเร็วทีละน้อย ในช่องทางการ บดทับช่องทางใดๆ การบดทับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ในแนวของทางการปิดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและ ถอยหลังรถบดจะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยน แนวของทางบดทับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้บดทับและ เย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การบดทับช่องทางบด ทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบตขณะปิดทับหรือบดทับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดทับ ทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม
พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงปิดทับใหม่
6.4.2. ความเร็วของรถบดในการปิดทับ ในการพูดทับโดยทั่วๆ ไป รถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหนาของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการบดทับ สําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทือนซึ่งบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน และรถบด ล้อยาง ในการบดทับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 6
ชนิดของรถบด
ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการบดย
ความเร็วของการบดในการบดทับ
การบดทับขั้นต้น การบดทับขั้นกลาง
กม./ชม. ไมล์/ชม.
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นทึบ)
จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร
ความถี่การสั่นสะเทือน
เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที)
(จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
องค์การบรส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองชาง ฝ่าย ารวจและออกแบบ
30 (1.800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
(15.2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอลฟัด กอมคริล
Asphalt Concreet โดย รองจาก มทบ. 230 - 21:3
37 (2,200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
ฟินเบบ
(16.7)
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
40 (2,400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
นายจีระศักดิ์ ปานมณี ผู้ช่วยมาบอ่างเรียบแบบ
(18.2)
(13.6)
(10.9)
(9.1)
(7.8)
43 (2.600)
65.0
48.8
39.0
32.5
27.9
(19.7)
(14.8)
(11.8)
(9.8)
(8.4)
นาบ ร า ง
สถาปนิกปฏิบั
47 (2,800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
(21.2)
(15.9)
(12.7)
(10.6)
(9.1)
50 (3,000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
4 บาท : : ได มา ควกรโยธาปฏิบัติการ
(22.7)
(17.0)
(13.0)
(11.4)
(9.7)
กม./ชม.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
เนาวุฒิ กากเ
ความเร็ว
ไมล์/ชม.
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
วิศวกรโยธา านาญการ
รถบด
ม./นาที
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
ฟุต/นาที
132
176
220
264
308
(นานครสวร แสงเท
การบดทับขั้นสุดท้าย กม./ชม. ไมล์/ชม.
กม/ชม
ไมล์/ชม.
รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
3
2
5
3
5*
3*
รถบดล้อยาง
S
13
5
3
8
5
รถบดสั่นสะเทือน -
4-5
2.5-3
4-5
2.5-3
หมายเหตุ
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน /
ดูตารางที่ 7 ประกอบ
ความเร็วสูงสุดของการบดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใดๆ ขึ้นอยู่
กับระยะกระแทกของล้อรถบด (Airpact Spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบคจะน้อยกว่าความ หนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปิดทับแล้ว ในการปิดทับระยะกระแทกของล้อรถบดไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ 33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่ระบบเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่ เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใด ๆ ที่ใช้และระยะกระแทกของล้อรถบดที่ กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรบดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ (Pattern of Rolling) ที่ เหมาะสมกับชนิด จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อบดทับเสร็จแล้วจะต้องได้ชั้นทางแอสฟัสต์ คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความสวดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะสามารถบดรับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็น บรรทัดฐานในการก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบครับที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงาน อาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดใด ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
ดําเนินการทดลองบดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่บดกับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนแอสฟัลต์คอนกรีตของ โรงงาน อัตราการปูส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการบดทับเต็มผิวหน้าขึ้นทาง
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
ตรวจ
ครัวจ
เห็นจะป
มวยอารี่ จงคว้าหาญ หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
,
นายปิโยรส ปุก
ผู้อานวยการกองอา
4 นาย ทร ใจม รอเปด้วย! การการส่วนจังหวัด โ
: แววบ
న
เบา โกธรรม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหรีด โลก
เ เ จบ
(นายเชาวกุละ จะต รองนายกอง การบริหารส่วนจันวัดพิษณุโ
จนมัติ
!บายมนกาย วิชา ธนาล ขายคอ เก่า หาก :แ ล ะโลก
11
14
แอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับที่ของทางบดทับแต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถ บทแต่ละชนิดในการบดทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การปิดทับ
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ค. บดทับขั้นต้น
ง. บดทับขั้นกลาง
จ. บดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ใหม่ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบด
ทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. นดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับรอยต่อตามยาว
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีดด้านนอก
ง. บดทับขั้นต้น
จ. บดทับขั้นกลาง
2. บดทับขั้นสุดท้าย
6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้ปิดทับโดยไม่ สั่นสะเทือน
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการบดทับรอยต่อตามขวาง
ควรใช้แผ่นไม้ที่มีความ ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบครับเลยขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงปิดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการบดทับ เที่ยวแรกให้รถบดวิ่งบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวบคาบค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้า ไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2
สําหรับการก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตของ
จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การบดทับในครั้งแรกให้บดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกับ
รอยต่อตามยาว โดยให้บดกับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัด ความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับ
รอยต่อตามขวาง ก่อนปิดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองขีดชอบชั่นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้บดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการบดบ
ดังกล่าวข้างต้น
6.4.6 การบดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และบดทับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
ประกบกัน
ในการบดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับเที่ยวแรกให้ ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การปิดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้าง แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการบูดทับซ้ําตามแนวบลทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่ เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
(2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
ในการปิดทับรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้าบดทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้าง ของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบดทับขั้นต้น การปิดทับให้แนวรอยต่อ ตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้บดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
แน่นตามที่กําหนด
6.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial ur Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้บิดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการปิดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การบิดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบครับที่ใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นทางที่ปู และสภา
และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่ จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ การบบให้เริ่มบดกับจากชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น ผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเป็นด้าน
เขียนแป
תקנקרה
Ah
ง การบริหารส่วน-งหวัดพิษณุโลก กองชาง
ป่าย ารวจนะ จ นนบ
แบบแสดง
ฐานงานแ ก ก ก น
¡Asphalt ContrZIE)
int :. วาก มศว :: - 2563
นายจิระศักดิ์ ปานเรี ผู้ชายมาย เเ บ บ
นาย กน คีบวก กาปนิกปฏิบ
กว
วิวทะ
มาลางพิม โจล กา วิภวกรโยธาปฏิบัติการ
เมายา รา อนิมากรณ์) วิศวกรโบราธนาดการ
วิว:
(บอย แดง
ATTA
กวง
เบ
นายอภิสิทธิ จ จ.กาญ
หน้าเยกาจและ แบบ
4 บาย โบรค ทธิ
ผู้อานวยการกองว่าง
1 นายภัทร ใจเอย!!
รองปลัดองค์การบริหารจังแลษณุโลก
เงิน อบ
به
เรา:ไกร โกรม ปอง กากบาง แว๊กพิษณุโลก
เคีเวยบ
มาบชาวก 5 จะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังบาดพิษณุโลก
นมั
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
นายม ส ย วะน่ะนาวเ นายกองค์การ แารถ่านจังหวัดพิษณุโลก
…
12-14
สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อรถบดในการพูดทับ ให้พิจารณาจาก
ผลการทําแปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบดทับโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านค่าต่ําโดยเมื่อปิดทับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบคด้านต่ํา
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบด สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้น ของล้อรถบคด้านต่า
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากบดทับตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการบดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้าย ของการบดพับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การบดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการบดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การบดทับชั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยให้ปิดทับตามหลังการบดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดกับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่ กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบด ที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อเหล็ก
รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.4.9 การปิดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแต่บทับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักพูดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การบดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การบดทับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ใช้ล้อตาม (Tilter Wheel) เดินหน้า โดยให้ปิดทับตามหลังเครื่องปู โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องจะปู ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปูลงตามทางลาดขึ้นก็ตาม ในการยกพับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมเอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมี ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดกับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน
(2) การบดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบตกับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.3.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบิดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Bell Mouth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
ก. การปิดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
อีงบดทับขนานกับขอบทางโค้ง
ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงปิดทับขนานกับขอบทางโค้ง
7. การตรวจสอบขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture)
ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ มี ลักษณะผิว และลักษณะการปิดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผิวหน้าหลุด (Put) รอยฉีก (Ton) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
เห็นสมควร
7.2 ความเรียบผิว (Surface, Tolerarice)
เขียนแบบ
การส
ยาหาร
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองชาง
าย าเวจแกะ ลุกม
แบบแสดง
พารา งานแอด จ
Aspaleal Correlirt โดยอ้างจาก: เรท 23 : :
: นายจิระ ปาน)
รายนามอ่าง นมขบ
ดษ ก
นาย ก ปาก
กาปนิกปฏิบัติการ
อวกร
เมาะดาว เ ล ข่า วิวกรโนราปฏิบัติภาร
ตะวกา
พาย การ
วิศวกรในวิชานาญการ
วิก
: มายครา ล ด ค
วง
ดวง
เมจอป
4 นาย สิทธิ์ กล่าเงา
หัวหน้าฝ่าบก วงแกะออกมบ
นพ.ปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ผู้อานวยการ หู่ร่าง
เมา กร ก ::ปู ล า าา บริหารก่วนจัง งัก เ โกด
เบาะ
นาง ไป โกธร
ปริต : การบริหารสวนจังหวัด ก
เช่นจอม
4S.C A
นายเบาๆพร จามะกุล รองบวบทอง กาบ รร ว จังหวัด ได
อนุมัต
นาย น ย ก นาร มายาย การบริหาร งบจังเกิดพิษณุโลก
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2556
‘I LI
hit ]
13
14
:
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนตัวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉา และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
เรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
7.3 ความแน่น (Density)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม มช. (1) 607; มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่ปิดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตใบห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน
ในสนาม
สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและ
วิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม บทช.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บด
อัดทาก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก่อนตัวอย่าง ตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4.6.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 200 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความแน่นตาม มา (1607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
สําหรับชั้นผิวทางชั้นรองผิวทาง และชั้นปรับระดับบอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
สําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้ เปรียบเทียบประจําวัน ตามลําดับ
8. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่
ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
9. หนังสืออ้างอิง
9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทส.-ม. 408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot-Mix Asphalt) 9.2 Arnierican Society Of Testing Keterials Aston, Standard D-1559
9.3 The Asphalt Institute “Mix Design Methods For Asphalt Concrete And The Hot- Mix
Types” Manual Series No.2 (5-2)
เขียนแบบ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กองชาง
อ่าน ารวจ และ ถนนพ
แบบแสดง
กราบงานแถว คนกรี Asahill Concrete
โดย า งจากJIN9 2313 2:46.
นายจีระศักดิ์ ปาน) อ่ายนานอ่างเงิบบบบ
ภาพโ
: นาย ราง บปาก
กกไป กปฏิบัตการ
ิศวก
นางสาว ม อ ควา วิคากรโยธาปฏิบัติการ
การ
เขาวงค์ อนิมากรณ์) จาก บรา า า าร
วิก กร
1 บาน เ
กรง
SMAR
เนป
(มารี จ.กาญ เวนบ้าฝ่ายทํา: แดะ งดนมม
เยปิโยรส เดร
ບາຍ ຕ ຕວ
(มายภัทร ใจเอม)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นอ
บางโพ โกธร
ป ล ะเ การบริหารส่วนจังหวัด ณ ไกล
เลยบ
0 30 4
A
A
ปรับปรุงเดือน สิงหาคม 2566
มวยเราวทริ กายะ รองนายกองค์การหารรวม เ ล ชโล
จด
เนา มห น วิ น ร า นายกองค์การ จาก วนจังหวัดพิษณุโลก
’
.:11.
14.
14
ประเภทป้ายบังคับ (U)
ให้ทาง,
ประเภทป้ายบังคับ (1)
ล่าดับที่ เครื่องหมาย
ทีค
ลําดับที่ ชื่อเครื่องหมาย
ทด ให้ทาง
U-1
1-10 ทางโ ดางา
ประเภทปายเดือน (ต.)
A-1 ÎN R-10
U-2
11-20 ยาง กลาง
-M1 ถึง A-20
3
น-1
1-2
U-3
U-4
บ-5
U-6
L+7
U-8
U-9
U-10
U-1}
U-12
ให้รกสานทางมาก่อน ทาง
U-3
21 วะ นางหน่า
R-21
1-4
22
ทางแคบทั้งสองด้าน
:
R-22
5
ทางลา
U-S
23
ทางแคบคาบ ม
A-23
5
K
7
ข้ามกลับรถไปทางขวา ห้ามกลับรถไปทางชาย
U-6
24
ทางคงคานยา
:
F-24
U-7
25
สะท้านคน
:
A-25
8 ทาม ยาชาน
U-0
26
ช่องจราจร าน าย
R-25
9
11-13
1-14
U-15
1-16
U-17
U-18
U-19
U-20
U-Z1
U-22
11-23
V-24
10
ห้ามเลี้ยวขวา
ห้ามเปลี่ยนช่องเดินมาไปทางจ่าย
V-0
27
ช่องจราจร ดควน วา
0-27
U-10
11
HA
co
50
21
ห้ามเปลี่ยนช่องเดินไปทางขวา
U-11
29
ทางราง ให
28 ทางข้ามรถไฟไม่มีเครื่องกั้นทาง
A-25
ทาง
R-20
2.sut
2.5ม.
12
ทามเจียว วาหรือกลับรถ
11-12
30
Aราจ
101
U-25
U-26
U-27
U-28
U-29
1-30
U-31
U-32
คน
1-33
13
ทาม ว า ท ก บ
1-13
34
ทางบ้านรถไฟติดทางแยก
ทางเกษ
G-30
R-31
14
ามารถชา
ป-H
32
ทางลอดต่ําา
R-32
: :
U-34
U-35
U-36
15
ห้ามรถบรรทุก
L-15
33
หาง
นลาดชัน
A-33
16
ห้ามรถจักรยานยนต์
U-16
34
17
ทาม พม
U-17
35
ทางลงลาดชัน เทียบรณาจะโดด
A-34
A-35
15
หามรณ เค านลอ
U-18
36
ผิวทางขรุขระ
A-36
19
ชมรถสามล
U-10
37
กาง บนลง
A-37
U-37
V-38
U-39
U-40
U-41
U-42
1-43
U-44
U-45
U-46
U-47
U-48
20
ทามๆกรยาน
U-20
38
ทางลิบ
R-38
21
ห้ามล้อเลื่อนลาก บ
U-21
39
ผิวทางงวน
G-3P
โปนิก
22
ห้ามรถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร
U-22
40
ระวังหีบรวง
A-40
ร
23
คน
U-23
47
สะพานเปิดได้
A-41
24
H
ห้ามรถจ่างยวนบน และ รถยนต
U-24
42-43 เปลี่ยนช่องจราจ
A-42 04 -43
กบเจา อานก
กองชาง ยาวาส วง บ
แบบแสดง
แบบมาตราฐาน ป้ายจราจร ประเภทป้ายจราจรบังคับ ป้ายเดือน
ยนแบบ
และ ป้ายแนะน่า
( นายจีระสัก ปานมณี ) ผู้ป่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ )
25
ห้ามรถจักรยาน รถสามล้อ
U-25
44 จอดทางขนาน
U-49
U-50
U-51
U-52
U-53
U-54
U-55
ประเภทป้ายเตือน (ต)
:
25
27
26
และ ล เ ยมล น
ห้ามรถจักรยานยนและ
จบดามอ
ห้ามใช้เสียง
45
เข้าทางหลีก
U-25
46-47 ทางรุม
P-45 A-46 ถึง -47
วิศวกร
48
ทางขางหนา
48
1-27
49 ลับสุดทางคู่
B-49
28
ามคน
11-26
50-51 จุดกลับรถ
-30 ถึง -51
29
หามจอดรถ
U-20
52
ทางดิบรดสองทาง
( นาย อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธาช้านาญการ
A-52
30
A-1
3-2
7-5
K-B
R-10
A-11
R-12
31
หามหยุดรถ หยุดครว
บ-30
53 |
สัญญานจราจ
A-53
ศวกร
1-31
56
หยุดยางขนา
P-54
32
จ่า ความร่ว
U-32
55 ให้ทางข้างหน้า
A-55
33
หามรถหน้าห
11-33
56
ระวัง บ า ถนน
A-Se
34
ห้ามรถกว้างเกินก้าหนด
ศวกรโยธา
านาญการพิเศษ
U-34
57
โรงรียนระวัง ก
R-ST
35
ทาม ถ ง บ าทบค
U-35
56
ระวังสัตว
ท
R-54
7-14
GFS
A-17
-16
A-19
ด-20
G-21
A-22
P-23
R-24
36
หามรถยาวเกินค่าท
U-34
ให้เดินรถทางเดียวไปข้างหน้า
59
ระวัง องบิน บิน
R+59
U-37
-HMA PARA
60
1
H
2.sut
38
ทางเดินรถทางเดียวไปทางชาน
ระวังอันตราย
-60
( นาย
U-38
2.5ม.
www
61
เลนามแข่ง
A-AT
39
ทางดินรถทางเดียวไปทาง วา
U-30
บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย ววจและออกแบบ
40
ให้สิทสาย
62-73 เดือนเทววางคางา
A-62 Ã3 A-73
U-40
74
สลินกินไป
R-74
7-26
A:
7-23
2 20
R-30
R-31
A-32
Q-33
R-34
A-35
A-L
41
ให้ควา
::
42
ให้ไปทางร้ายหรือ ทางขวา
U-41
75
ทาง เก
A-75
43
ให้เลี้ยวซ้าย
U-42
76
ปายเดือนความเร็ว
A-76
U-43
44
ให้เลี้ยวขวา
77 ายขอความ
A-77
4
78 ปานชอความ
( นาย ชัย หล่อนมิติ )
R-78
45
ให้ ว า ห เลี้ยวขวา
สุ านวยการกองช่าง
V-45
D. ::
5-39
R-40
G-41
R-42
R-43
R-44
4-45
R-46
R-47
9-46
46
ให้ตรงไปหรือ เคี้ยวง่าย
U-48
47
ตรงไปทอ เดี๋ยวขวา
หันแสง
A-40
$-50
ต-:
N
A-32
G
U-47
48
วงเวียน
U-46
รายการประกอบแบบ
- แผ่นป้ายสะท้อนแสงสําหรับป้ายบังคับและบ้านเรือน
เห็นชอบ
JUATES
49
สองเดินรถประจําพวง
1-40
50
ช่องเดินรถมวลชน
U-50
-53
P-54
A-55
A-56
8-57
7-56
A-59
$1
ช่องเดินรถจักรรวจ น
R-60
U-51
ให้ ม ม ก 5o6 สัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงแบบที่ 1 ยกเว้น ป้าย 1-1.2-28 ง 2-3 และ 0-61 ให้ไร้สัมประดิทธิ์การสะท้อนแสงแบบที่
CX
-23
52
องคิม บาน
U-52 - ขนาด ายจราจร า ถนนชนบทโดย ไปให้ใช้ขนาดที่ 2
<
53
เหาะ บดิน
U-53
นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง
เห็นชอบ
54
ให้ใช้ความเร็ว
U-54
3 ป้าย F-77 และ 78 ขนาดบ้านละชามปรับเปลี่ยน
$5
สุดเรล งคับ
1-55
สามความเหมาะสม
A-61
2-62
P-C3
A-64
A-65
A-665
A-67
5-68
!!
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังห
ex
( นายภัทร ใจเอม)
ป ตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อมมัด
«<»>
A-69
30 เอกสมชน
กม/ชม.
A-76
ควาย
A-77
Я-70
ใช้เกียร์ด่ว
UYS LOW OLAR
A-78
~71
A-72
G-73
A-75
-74
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
…….
INAN
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
- ht
พิษ
T
0.60
D.5C
หยด
สลักกลีบ 3/ บวบ 2 ว
-C,6C–
ให้ทาง
เจาะรู ล ก ย 3/8” ใช้จ่านวน 2 ล้า
Aus R
มาตรฐานเครื่องหมายควบคุมการจราจร
49
การติด
งป้ายบังคับและป้ายเตือน
ป้ายแปดเหลี่ยมด้านเท่า - เจาะรูใ
ด ก.ก 63/6*
ใช้งานวน 2 ตัว
Li
_AUT
ก ก ก ะ ห น า
บะวอ ายปานในเห็นคน
จาก น เนินงานแม่สารถ
คคีงตามวะจะ ค่าหมอได้
นิสิต ตั้งความเหมาะสมต่อง
สม
หีบ
40
นายพัน ค่านินงานไม่สามารถ
งานระยะ จนได้
ให้ติดตั้งความเหมาะสมแต่ต้อง
-สติกเกอร์สีส้ม อยู่ในดุลพินิจรองผู้ควบคุมงาน
ALT
0.56
( ยางบ
ง.ทางหงีย
du.
ฝ้าจราจร
21.20
ส างบอม
อย่างน่งบ
1.50
0.25 ระดับบบ!
ใน ทางหรือ Àารจะ
ระดับของ 5. คร
อ้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า
~0.60-
เจาะรูใส่สาย3/
านวน 2
เพลง
อน หล
1
ห t
3797x
a
ไหล่ทางหวี
หากพ้น ร่านับงานไม่สามารถ #7 ระยะที่กาหนดได้ Viðaf ve KALIZZA
อยู่ในตุล ← .::.วาน
กบ พาก น ช ไม
กรงทาง
ฝ่าย ย า ะ พ
แบบแสดง
แบบมาตราฐาน ป้ายจราจร ประเภท ายจราจร ง บ า อน
และ เคยสนะ
เขียนแบบ
0.60
ป้ายวงกลม
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมตั้งขึ้น
-1.80
จํานวน 4 ว
กาย ส ห ยี 3/B ใช้จํานวน 4 ตัว
1.30
1…
-1.80.
เลม ป
ความเร็ว
CITY LIMIT
REDUCE SPEED
เจาะ x 3/8”
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
!
-1.20-
+
0.80
อุบัติเพร บางหน่า
ACCIDENT AHEAD
0
0
-เจาะปูไข่ส ก.ก ยย 3/8”
ใช้จาน - ง
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
0.45
เจาะ กลั ย 3/8 ไร่จ่านวน 2 ตัว
A.so
용
0.60
I
1.
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
—~1.20-
ไสยสา
USE LOW GEAR
เจาะรู สลักเกลีย
นายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
-1.00
30
เขต
หามแข่ง
0.75
0.45
กุม
1….
เจาะ: สลักหก ยอ 3/8"
เทพนวน 2 ตัว
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ป้ายสี่เหลี่ยมหน้าจั่ว
ไว้จํานวน 4
ชนิดและขนาด : 1 จราจร
10.60
-เหล็กปิดหัวเสา หนา 2.3 มม
95x95x2.3 มม
-สาเหล็ก Z
เสาป้ายเหล็ก ขนาด 95495x2.3 ม. โดยทาสีรองพื้นด้วยสิ นสนิม เสาอ้าย หากันตมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน่าน และติดสติกเกอร์สสันสะท้อนแสง
เกวดสําหรับงานจราจรตามแบบ
ส่วนบนสุดของเสาเหล็กให้ ดด้วยแผนเหล็กหนา 2.3 มม. เชื่อมปิดโดยรอบ
ขนาด.หลาเหล็กหนา 6 มม
น^ 0.20x0.20 ม
ร่า
-·นกรีต โดยรอบ
Q
รูปขยาย A
" ดา พุกเหล็กหรือพุกตะกั่วขนาด ไม่น้อยกว่า 1/2" จํานวน 4 ตัว
พื้นคอนกรีตเดิมต้องมีพื้นที่
กว้างไม่น้อยกว่า 1,00x100 ม และหนาไม่น้อยกว่า 0.10 18 แบบการติดตั้งบนพื้น คสล. เดิม
ขอ าหนด
ลักษณะป่าย
- กรณีใช้เสาป้ายเหล็กให้ดูรูปขยาย
1.4 โดยทั่ว ป้ายบังคับมีรูปร่างแผ่นกลมโดยมีเครื่องหมาย
สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรเป็นสีดําอยู่บนพื้นป่ายสีขาว เส้นขอบปายและขีดกลางเป็นสีแดง นอกจาก
1.1.1 ป้ายหยุด (STOP SIGN) เป็นรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่า ตัวอักษรสีขาวบนพื้นป้ายสีแดงขอบป้ายสีขาว
1.1.2 ป้ายให้ทาง (CAVEWAY SIGN) เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
มุมลง ตัวอักษรสีดํา ชอบบ่ายสีแดง
1.1.3 ป้ายห้ามจอดรถและป้ายห้ามหยุดรถ เป็นรูปแผ่นกลม
พื้นป่ายสีน้ําเงิน เส้นขอบป้ายและขีดกลางสีแดง 1.1.4 ป้ายสุดเขตบังคับ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป่ายสีขาว
ไม่มีเส้นชอบบ่าย แต่มีขีดสี จํานวน 2 ขีด ท่ามุม 45 กับแนวระดับ จากทางขวาของป้ายมาทางซ้ายของฝ่าย
1.2 ป้ายเตือน โดยทั่วไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตรัสตั้งมุมขึ้น
โดยมีเครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรสีดํา พื้นป้ายสีเหลือง
- ส่วนประกอบแผ่นป้ายประกอบด้วย
2.1 แผ่นเหล็กอาบสังกะสี ความหนาไม่น้อยกว่า 1.20 มม
2.2 สีพื้นป่าย: สติกเกอร์ ชนิด สะท้อนแสง
หมายเหตุ ขนาดของเสาเหล็ก 95x95 มม. หนา 2.3 มม. เกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนยอมให้ + 1.5 มม
หมายเหตุ, เส้นขอบป้าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความ บนป้ายสติกเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือทึบแสง (ตามชนิดของป้าย) เกรดสําหรับงานจราจร มอก. 606-2553 - พื้นป่ายใช้ สติกเกอร์ ชนิดสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจร มอก. 606-2553
- เสาป้าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง ในหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามันสีดําและติดสติกเกอร์สีส้มสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจรตามแบบ
เกรดสําหรับงานจราจร
สถาปนิก
สวกะ
Aoni
POO
คร
เป็นระบ
: นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ทา นายช่างเขียนแบบ Ar
( นายสรพงษ์ ปากพิง
สถาปนิกปฏิบัติการ
M
( นายก วง อนันดากรณ์)
วิ วกรโยธา านาญการ
( นายสรา แส วงโยธา านาญการพิเศษร
นายเกรียงไกร บุญรวย) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
( นาย ย ห อ
ผู้ข่าวเการกองท
Cater
( นางสาว สุรางค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
KN
: นาย ทร ใน ม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
เห็นชอบ
เครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร และเส้นขอบป้าย ใช้สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง หรือทีปแสง
(ตามชนิดของป้าย) เกรดสําหรับงานจราจร
สําหรับด้านหลังแผ่นป้ายพ่นสีรองพื้น กันสนิมสีเทา ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ - ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําป้ายให้
ก่อนน่าไปติดตั้ง ณ สถานที่ ซี อบจ พล าหนดไว้
อนุมัติ
30
( นายมน ย น ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
ฟรีแบบ
[.วิธีดําเนินการจัดท่า
…
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (TRAFFIC PAINT) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจร ที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นโต และไม่ลบทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่น เพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเยิ้มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนในกรณีที่
เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกันเครื่องหมายจราจรที่จะทําชั้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจร บนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังจากการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมผิววัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้ผิดเพี้ยน หรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจาก ให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ให้เพียงพอกับความร้อนในการเตาต้มที่มีการกวนอยู่
ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขนาดใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้ว ต้องรีบใช้ทันที่ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องให้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้งาน ปริมาณของวัสดุจะต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไป ต้องขอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
2 ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 สีจราจร (TRAFFIC PAINT) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําให้ประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 215 จราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLOSTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีฟัน รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542
วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร 2.3 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (TOOK COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมี ใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
รายการที่กําหนด
เ วัสดุ
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
สีจราจร
วัสดุเทอร์โมหลาสติก
เขียนแบบ
สถาปนิก
องค์การบริหาจีฟ โ กองชาง
แบบแสดง
แบบม งาน
อ าหนดการ เลนจราจร
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายร่างปิยุบแบบ
( นายพรพงษ์ : :
วก
IPAWNAR
( นาย นภรณ์ )
ons
วิศวกรโยธา านาญการ
( นายสาย แสงเกตุ
วิศวกรโยธาช้านาญการพิเศษ
1.1 ข้อก้าหนด
1.2 การใช้งาน
2 การตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนาเมื่อแห้ง มิลลิลิตร
พ่น
รีต หรือปาด
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้วโรยจากเครื่อง
3.ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที ตรวจรับงาน)
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), racc.xm
สีขาว สีเหลือง
4 การตรวจสอบคุณลักษณะการใช้งานระยะเวลาประกัน - การมองเห็นในเวลากลางคืน
4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), mcd.xm
5 ระยะเวลาประกัน
สีขาว สีเหลือง
มอก.จุด 45 -2541 ชนิดที่2
พ่น
มอก. 542 - 2530 ระดับ I
ท่นรี หรือปาดลาก
A
0.2
400
≥ 3.0
3.0
400
→ 0.2
3.0
A
300
200
6 เดือน ครั้ง
12 เดือน 1 ครั้ง
AAA
เห็นรอบ
لم
( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
หัวหน้าสาย รวละออกแบบ
( นาย พล นิมิต) ผู้อําานวยการกองช่าง
300
200
12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
( นางสาว ราง ๆ อง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เปรยบ
ex
( นายพร ใจอ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
150
100
150
100
12 เดือน
24 เดือน
ок
HABIN HANON HPHHAEHHRER H
4 นายมนติ ย วิวัฒน์ธนา)
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
SULASKA
เ
Atlan
ล ท
I
เขตห้ามแซงจากจุด 0 ถึง 6
a.a’
C
ตามทิศที่แสดง
จุดเริ่มเขตห้ามแซง
5.5" - จุดสิ้นสุดเขตห้ามแซง
- หมายเหตุ : เขตห้ามแซงในทิศทางตรงข้าม
อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทาง
นน มอง
เขตห้ามสูงจาก 0 ถึงจุด 5 ตามทิศ แสดง
เขตบ้านแสงจาก 0 ถึง 5
คาม ด แสดง
สําหรับตีเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งราบ
ไม้แสดงมาตราส่วน
1,05
แนวมอง
-PAVEMENT PROFILE
เขตห้ามแซงจากจุด 4. 1992 6 4
อาม
ส แสดง
แถบห้ามแซง (เหลือง)
PROFILE
So.pot อย่าง
แถบ (เหสียง
< 1 วงจราจร
รายการประกอบแบบ
- มิติต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตรนอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
- เส้นแบ่งทิศทางจราจร ใช้เส้นสีเหลือง ตีเส้นที่กึ่งกลางผิวจราจรตลอดแนว
2.1 เส้นประเป็นเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรบนสายทาง 2 ช่องจราจร
ในบริเวณที่ยอมให้รถแซงขึ้นหน้ากันได้สองทิศทาง
ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเส้นประกําหนดไว้ดังนี้
- ทางหลวง หยกชุมชน เส้นยาว 3 ม. เป็นช่อง 9 ม.
- 1
ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เป็นช่อง 3 ม.
2.2 เส้นใบเดี่ยว เป็นเส้นทึบสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทิศทางจราจรในบริเวณ
ที่ห้ามแซงสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก ทํามรถเปลี่ยนช่องจราจรความยาวเสน บดองไมนายกว่า 24 ม.
2.3 เส้นประคู่กับเส้นทับ เป็นเส้นสีเหลืองใน คู่ขนานไปกับเส้นประสีเหลืองโดยเส้นทั้งสอง ห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นทับคู่กับเส้นประเป็นเส้นทิศทางจราจร ในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจากทิศทางหนึ่งแซง แต่ยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้
คานที่ห้ามแฮงใช้เส้นทีบ ส่วนด้านที่ยอมให้แซง ส้นประ
2.4 เส้นทับคู่ เป็นเส้นห้ามแซงและเป็นเส้นแบ่งทิศทางหลายช่องจราจร ไม่มีเกาะกลาง 2.5 การตีเส้นห้ามแซง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
2.6 กรณีที่ผิวจราจรกว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร
ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 30 เมตร
ก่อนถึงบริเวณดังกล่าวและภายในคงที่มีรัศมีต่ํากว่า 300 เมตร, ระยะ 30 เมตร ก่อนถึงบ้านหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
- เส้นขอบทาง ให้ใช้เส้นทึบสีขาว ทั้ง 2 ข้าง ตลอดแนว
สีทาถนนผิวจราจรที่มีผิวเรียบทั้งหมด ( เคปซีล, แอสฟัลติกคอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก ) ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
5. กรณีที่ผิวจราจรและไหล่ทางเป็นผิวทางชนิดเดียวกันหรือไม่มีไหล่ทาง
ให้สีเส้นแสดงขอบทางทั้งสองข้างตลอดสาย
5. การที่เส้นขอบทาง บริเวณโด่งอันตราย ในช่วง PC ถึง 1 (แบบขยาย 1) ถนนสายใดที่จะทําการตีเส้น
บริเวณดังกล่าว ผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนด
7 ความว่างเส้น ตามตารางที่ 2 หรือตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
ตารางที่ 2 แสดงความกว้างของเส้นจราจร
ความกว้างของจรวจ รวมส - ทาง (เบส)
6.50
เขียนแบบ
min
)
วิศวกร
MAHA
บะน่าชนิดสิน
NLINGU
น จน
แบบแสดง
แบบมาคราน เองหมาจร ทาง (มจร)
——— Sp
( นายระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช้าง อบแบบ
An
( นายพีรพงษ์ ฟัง ) สถาปนิกปฏิบันการ
( นาย นิว ปัญหากรณ์) วิศวกรโยธา านาญการ
นายสร แสง หวกรโยยาร่านาญการ ศษ
ذه
0.0* -
b,b"
จุดเริ่มเขตห้ามชง
จุดสิ้นสุดเขตห้ามแซง
หมายเหตุ : เขตห้ามแข่งในทิศทางตรงข้าม
อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทาง
PLAN
150.co
สําหรับตีเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งดิ่ง ไม่เสดงมาตราส่วน
สิมาณการจราจร
PCU/วัน
6.00
7.00
- เส้นประเดี่ยว
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
เส้นแบ่งทิศทางจราจร
กรณี: นอกเขตชุมชน
ความ ของ นมร (เจนมาก)
บอยกว่า 2,000
10
10
10 Thermoplastic
คร
มากกว่า 2,000
15
15
15 Thermoplastic
หมายหตุ
€
3.00
9.00
+1.00
9.00
+3.00
กรณี
ถนน ชมความกว้างพลาย
นาคในสายทางเดียวกัน ให้เลือกใช้ขนาดความกว้างช่วงที่มีระยะทางรวมมากที่สุดเป็นเกณฑ์พิจารณา
กรณี: ในเขตชุมชน
1.00
3.00 - เส้นทับเดี่ยว
ตารางที่ 1 ระยะแซงน้อยที่สุด
25 th เปอร์เซนได ความเร็ว
(KPH.)
ระยะแซงน้อย ชุด
(METER) - เส้นประตูกับเส้นบ
40
140
50
160
60
180
70
210
80
245
90
280
100
320
110
355
120
395
|
E
1.Co
3.00
↓ |
1.00
3.00
9.00 3.00 + 9.00
3.00 - เส้นทับคู่
ข) เส้นขอบทาง
0.10-0.40
C
£
(นายเกรียงไกร 5) หัวหน้าฝ่าย ขวาและออกแบบ
เห็นชอบ
( นาย
ย น > อ่าวนางกองทาง
CA
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
บ
( นายภัทร ใน ม
ป ต ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
£
0.10-0.40
อบผิวจราจร
คาบ อก
หมายเหตุ
กลอก
อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สาหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
( นายมนตรีย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์ รบ ารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
-เส้นขอบทาง
โบ :
-ไหล่ทาง
-สมประดี่ เส้น 1 ม. เทประบะ 2 ม.
เส้นผมิคทาง จราจรสีเหลือง
เส้นสลบทางสีขาว
150 IL MIN
เ ม น
1-TOW.
ติดตั้งป้ายหยุด
เสน ต
Fd.30-0.sp
(150 MIN
เล่นบ
ใหล่ทาง
ทวารณะ
การตีเส้นจราจรทางแยก
(ทางสาธารณะ)
- บ อ ทาง ว
-ไช
ทพ - น นมไม่น้อยกว่า 24 ม.
am
-เส้นแบ่งทิศทาง จราจรสีเหลือง
150 21.
ลับขอบกาง ชาว
ไหล่ท
-เส้น บ
(150 11.MN)
เ บ บ
(150 W. MIN }
เส้น อบทางสีขาว
SO ม.
การ เส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ไปแสดงมา รา น
ให้ติดตั้งง่าย 2-25
150 11
ไหล่ทาง
เนค บทมงสีขาว นทีบสีเหลือง
(150 ม. NTN )
ทาง
…ฝันแบ่ง ทาง จราจรสีเหลือง
(150 17.MIN )’
เส้นขอบทางสีขาว
150 J.
ไหล่ทาง
ให้ อ ง าพ -25
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
โน่ คงมาตราส่วน
รายการประกอบแบบ
- มิติทั้งหมดเป็นเมตร ยกเว้นที่ระบุเป็นอย่างอื่น
2.เครื่องหมายจราจรบนผิวทางสําหรับผิวจราจรลาดยาง และผิวจราจรคอนกรีต จะเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตาม มอก 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม
เ บ ายทาง ลาว
ไหล่ทาง
ไหล่ทาง
เส้นขอบทาง ขาว
ทางเรียม
เท - con เอกรม
ขับแข่งทิศทาง
จราจร เท
ไหล่ทาง
-เส้นประ เส้น
1 บ
เงินระยะ
2 ม.
การตีเส้นจราจรทางเชื่อม (ทางเชื่อม เข้า - ออก เอกชน)
ส
ช จานกดช โด กองบา
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน
เครื่องหมาย
(นาค
เป็นแบบ
สถาปนิก
N
( นายจิระศักดิ์ ปานมณี )
..
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ บ ง )
สถาปนิก
การ
Aons
ให้ติดตั้งป่า ม-22
- แพง ภาพ จราจรสีเหลือง
anan
เส้นขอบทาง สาา
-ไหล่ทาง
เมนสีเหลือง
A
TCA ม.UN
เส้นชอน าง (ลพบ
((150,20 MIN }
ทรง - ทาง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
ไม่แสดงมาตราส่วน
ATA
ไหล่ทาง
เด่น
จนทาสีชา
-เส้น หล
150 MIN
TO UN
ไหล่ทาง
เส้นเข่งที ทาง รางสีเหลือง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
หมายเหตุ
ไม่แสดงมาตราส่วน
คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
05
( นายวาส อนันตาภรณ์ วิศวกรโยธา านาญก
วี วก โยจา านาญymanษ
( นายเกรียงไกร บุญชาย) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
เห็นชอบ
( นายรชัย ห น คี )
นวยการกองง
( นาง สุรา ง ) รองปลัด การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ ion
เห็นชอบ
( นายภัทร ในอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัค
E
C
( นายมน งัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกร การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
U G
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
งานก่อสร้าง ฺงหน้า
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งานก่อสร้างข้างหน้า
โปรดระมัดระวัง ขนาดป้าย 0.90x1.80 เมตร
ป้ายเตือนงานก่อสร้าง
svima zahušesadzony Tan กองราง
100.00 เมตร
ลดความเร็ว
50.00 เมตร
พื้นที่ก่อสร้าง
ลดความเร็ว
ขนาดป้าย 0.90x1.80 เมตร
จุดสิ้นสุดโครงการฯ
ป้ายเตือนลดความเร็ว
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง ขนาดป้าย 0.45x1.80 เมตร
ป้ายสิ้นสุดเขตก่อสร้าง
- ระยะการติดตั้งป้ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
เขียนแบบ
สเปก
วิศวกร
แบบแสดง
ป้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
RRAPUN
(นายระ ปานมณี ) ช่วยนายช่างเขียนแบบ
-de
( นายพีรพงษ์ ป ง ) สถาปนิกปฏิบัตการ
( นาย ดวง ส น ารณ์
)
หมายเหตุ
ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน
ศวกรโยธารานาญการ - แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา
ก
ตามสภาพทาง
พื้นที่ก่อสร้าง - ติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
ขนาดและข้อความบนป้าย อาจคลาดเคลื่อนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
นายสราวุธ แสง วิศวกรโยธาชานาญการพิเศษ
ลดความเร็ว
5. ข้อความในแบบเป็นเพียงตัวอย่างแนะนําเท่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
PP
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งานก่อสร้าร่างหน้า โปรดระมัดระง
จุดเริ่มต้นโครงการฯ
สิ้นสุดขตก่อสร้าง
เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
โครงเคร่าไม้
แผ่นป้ายไม้อัดหรือแผ่นไวนิล
หรือแผ่นเหล็ก
- ระดับดินเดิมทั่วไป
ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
ด
2174
( นายเกรียงไกร บุญชาย
หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
เห็นชอบ
( นายชูชัย หล่อ) อ้านวยการกองข่าง
นางสาว สุรวงศ์ เทอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
เน้นชอบ
( นายภัทร ใ น ) ปลัดองค์การบริน ส่วนจังหวัดพิษณุโลก
มุมัติ
( นายมนตรัย วัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ДВАМ
பிரய
ตราสัญลักษณ์ อบจ พล 25
1.20
2.40
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
โทร 0 5598 7718-20 ต่อ 304
3 โครงการ
24 ปริมาณงาน………
S ผู้รับจ้าง
ที่อยู่
6 ระยะเวลาดําเนินการ เริ่มสัญญาวันที่
7 ค่าก่อสร้าง
(3) ผู้ควบคุมงาน 1.
ค
กองสง
โลก
แบบแสดง
ป่า ลงราคะ เกี่ยวกับงานก่อสร้าง
เค้ก วนท้องน
โรสัชท์
เขียนแบบ
สิ้นสุดสัญญาวันที
งามระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น
วัน
.บาท
ria…….
โทรศัพท์…….
…………..
… โทรศัพท์…..
6. กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
A
เสาไม้หรือหลักทั่วไปที่แข็งแรงและป้องกันแน่นล้ม
ตั้งในบริเวณ เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
ส. ก
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) รายนายร่างรียนแบบ
(นาย พงษ์ บ ง )
สถา : กป
วิศวกร
วิศวกร
(นายาว มินดากรณ์ ) วิศวกรโยธารานา การ
( นายทราย แส วิศวกร โยดา นาถการ 6.
a
(นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้านาย
ารวจและออกแบบ
รายละเอียดแผ่นป้าย
แผ่นป้ายเป็นแผ่นไม่อัดทั่วไปทาสีรองพื้นคลาสสีน้ําเงิน กรอบและตัวอักษรสีขาว หรือแผ่นไวนิลกับโครงเคร่าไม่ให้แข็งแรง โยงยึดให้มั่นคงแข็งแรง ขนาดไม่น้อยกว่า 1.20x2.40 ม
2. การปักป้ายควรอยู่ในวิเวณ - รัศมีของโครงการที่ดําเนินการและประชาชนสัญจรไป-มามองเห็นชัดเจน
3. ควร-ตัวพนัง ง ว —ทรา บบก้านด
(1) ดวงตราสัญลักษณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
5. 2 ซึ่งส่วนราชการเจ้าของโครงการและเบอร์โทรศัพท์ 11. 8 ชื่อผู้ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
6. 3 ประเภทและชนิดของสิ่งก่อสร้าง
7. 4 ปริมาณงานก่อสร้าง จํานวนหน่วยที่ท่าเนินการ
8. 53 ซึ่งผู้รับจ้าง ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์
1
123) ระบุข้อความ “กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
—
13.
OR Code a 0.15 x 0.15
9. 4 ระยะเวลาเริ่มต้น และระยะเวลาสิ้นสุด รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น
5
10.
2 วงเงินค่าก่อสร้าง
sakumvoaine………………..
ลักษณะป้าย
แผ่นป่า เป็นไม้ขัดทั่วไป ขนาด 1.20-2.40 ม ทาสีพื้นสนาน วสท เงิน ตัวอักษร ขาว หรือใช้แผ่นไวนิล ขนาด 1.20-2.40 น. กับโครงเคร่าไม่ให้แข็งแรง การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณรัศมีของโครงการที่ดําเนินการ ประชาชนสัญจรใน - มา มองเห็นได้ชัดเจน
- ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการจัดทํา และติดตั้งแผ่นป้ายภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง
แผ่นป้ายติครึ่งระหว่างค่าเนินการก่อสร้าง มีสภาพคงทนดระยะเวลาระ สร้าง - มูลค่างานจ้างไม่ถึง สามแสนบาทไม่ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ แต่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ
มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง งานทาง คลองหรือลําน้ําให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดงานก่อสร้าง มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง อาหาร ให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดดําเนินการก่อสร้าง 1 จุด
*หมายเหตุ : ขนาดตัวอักษร, ข้อความ ปรับเปลี่ยน ตามความเหมาะสม
- ข้อความสัญลักษณ์ รายละเอียดตัวอักษร OR Code จะกําหนดระหว่างดําเนินการ
เห็นชอบ
( นาย ชัย หล่อนิมิต)
อ่างวชการ ลงข่าง
कर
นางสาร ง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ex
( นายทร ในยม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
ม
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Age
ดลย
A G
i
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ - ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆ ในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ทําการก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตาม ข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ.2564 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คนพร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
- วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2565 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ
สภาวิศวกร เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป - (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์
7. การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมจากผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
8. ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด
โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
3. รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน
ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป
10. ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
ค
กองช่าง งาน s aru
แบบ คง
ในก
หน้าที่ และข้อปฏิบัติ ของผู้รับจ้างระหว่างตําหนินการ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
เขียนแบบ
สถานก
วิศวกร
Dan
N
( นาระ
ก ปานมณี : จ่ายนายยนแบบ
A
الله
นาย พงษ์ บ ด ง )
ส ป ก
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกร โวรา
านาญการ
นายศกร แสงเท วิศมา โยสา านาญการ เศษ
تم
( นายเกรียง กร บุญช่วย) หัวหน้านาย ารวจและออกแบบ
( นายย หล่อ A )
มุ านวยการกองร่าง
เห็นชอบ
ทอง)
{ นางสาว สุรา ง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
เป็นชอบ
อนุมัติ
( นาย ทร ในม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
35
:
:
( นายมนชัย วัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
ܕܩܩ
น 2 ปี
오
2
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา 3. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ 4. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
บริ จังหวัด โ
กอง วง
- ระบบ
แบบแสดง
กําหนดตามกฎกระทรวง
เขียนแบบ
นายจิระ ปานมณี ) หุยมาอ
างเขียนแบบ
สถาปนิก
วิศวกร
วิศona
กร
ทาง
( นายพีรพงษ์ ปรกพิง ) สถาปนิกปา กา
( มิวงศ์ อนันตาภรณ์ )
กรโยธา านาญการ
นายสร แสงก วิศวกรโยธา
านาญการ ศษ
వ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย)
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
เห็นชอบ
( นายชัย หล่อนิมิต) อ่านวยการกองช่าง
(นางสาง ๆ ลง
รองปล่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ ล เห็นชอบ
(นายภัทร ไทยม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
คล
( นายมนตรัย วัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
A