ซื้อยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาซื้อยา sodium chloride 900 mg/100 mL solution for injection/infusion, 100 mL bag (NSS 100 ml) จำนวน 256,000 ขวด

กรุงเทพมหานคร 69059251210
฿2,688,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 7 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจัดซื้อยา Sodium Chloride 900 mg/100 mL (NSS 100 ml) จำนวน 256,000 ขวด โดยโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและราคาที่เหมาะสมตามมาตรฐานสากล

ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดส่งยาที่ได้มาตรฐานตามเภสัชตำรับฉบับล่าสุด (พ.ศ. 2561/2562) โดยตัวยาต้องผ่านการทดสอบคุณภาพที่เข้มงวด เช่น Identification, Assay (95.0-105.0%), pH (4.5-7.0), Sterility, Bacterial endotoxins และการควบคุมโลหะหนัก (Elemental Impurities) ภาชนะบรรจุต้องเป็นพลาสติกชนิด Non-PVC หรือไม่มีสาร DEHP เป็นส่วนประกอบ มีระบบปิด (Closed system) ที่ไหลต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้เข็มแอร์ และมีปริมาตรอากาศเหลือ (Head space) ไม่น้อยกว่า 75 มิลลิลิตร

ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้มีอาชีพขายยา มีใบอนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ถูกต้อง และผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตยาตามหลักเกณฑ์ PIC/S การพิจารณาตัดสินจะใช้เกณฑ์ราคารวมต่ำสุด (Lowest Price) โดยผู้ชนะต้องทำสัญญาแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ (Fixed Price, Indefinite Quantity) และต้องรับประกันคุณภาพยาโดยการเปลี่ยนยาใหม่ทันทีหากพบความเสื่อมสภาพหรือใกล้หมดอายุ

English summary

This project involves the procurement of 256,000 units of Sodium Chloride 900 mg/100 mL (NSS 100 ml) for Rajpipat Hospital, Bangkok. The objective is to ensure a continuous and sufficient supply of high-quality medication for patient care. The product must comply with the latest Pharmacopoeia standards and PIC/S Good Manufacturing Practice (GMP). Key technical requirements include Non-PVC/DEHP-free packaging, a closed system design, and strict quality control on impurities and sterility. The selection process will be based on the lowest total price, and the contract will be a fixed-price, indefinite-quantity agreement.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 18 ซอยพุทธมณฑลสาย 3 ซอย 10 แขวงบางไผ่ เขตบางแค

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์
  • เพื่อให้ผู้ป่วยมียาใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
  • เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาและส่งมอบยา Sodium Chloride 900 mg/100 mL (NSS 100 ml) จำนวน 256,000 ขวด
  • ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนด (Non-PVC, Closed system, มาตรฐาน PIC/S)
  • ส่งมอบยาตามใบสั่งซื้อของโรงพยาบาลภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันที่ได้รับใบสั่งซื้อ
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพยาหากมีการสุ่มตรวจ
  • รับเปลี่ยนยาเมื่อยาใกล้หมดอายุหรือเสื่อมสภาพโดยไม่มีเงื่อนไข

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ยา Sodium Chloride 900 mg/100 mL (NSS 100 ml) บรรจุในถุงพลาสติก Non-PVC จำนวน 256,000 ขวด
  • เอกสารรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ยารุ่นที่ส่งมอบ (COA) ทุกงวด
  • เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นการผลิตของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ 365 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญา
  • การส่งมอบยา: ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันลงนามในใบสั่งซื้อแต่ละคราว

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance: ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานการผลิตยา PIC/S (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme)
  • Experience: ต้องเป็นผู้มีอาชีพขายยาโดยตรง
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องมีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา (ทย.2, ทย.3, ทย.4 หรือ ย.2)
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด (Lowest Price)
  • ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารครบถ้วนตามที่กำหนดใน TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • รูปแบบ: สารละลายใส ปราศจากเชื้อ สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
  • ส่วนประกอบ: Sodium Chloride 900 mg ในปริมาตร 100 ml
  • ภาชนะ: พลาสติก Non-PVC (ไม่มีสาร DEHP), ระบบปิด (Closed system), มี Scale ที่ชัดเจน
  • คุณภาพ: ผ่านมาตรฐานเภสัชตำรับ (พ.ศ. 2561/2562), Assay 95.0-105.0%, pH 4.5-7.0, Bacterial endotoxins < 0.5 USP EU/ml
  • อายุยา: อายุการผลิตไม่น้อยกว่า 5 ปี และอายุคงเหลือ ณ วันส่งมอบไม่น้อยกว่า 2 ปี

เงื่อนไขสัญญา

  • สัญญาแบบราคาคงที่ ไม่จำกัดปริมาณ (Fixed Price, Indefinite Quantity)
  • วางหลักประกันสัญญา 5% ของราคาที่เสนอ
  • ค่าปรับ: 0.20% ต่อวันของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  • รับประกันความชำรุดบกพร่อง 1 ปี นับจากวันที่ได้รับมอบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ภาชนะบรรจุต้องเป็นแบบใด? A: ต้องเป็นพลาสติก Non-PVC หรือไม่มีสาร DEHP เป็นส่วนประกอบ และเป็นระบบปิด (Closed system)
    • Q: อายุยาที่ส่งมอบต้องเหลือเท่าใด? A: ต้องมีอายุใช้ได้ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันส่งมอบ
    • Q: หากยาเสื่อมสภาพต้องทำอย่างไร? A: ผู้ขายต้องรับเปลี่ยนยาโดยไม่มีเงื่อนไข
    • Q: การส่งมอบยาทำอย่างไร? A: ส่งมอบตามใบสั่งซื้อภายใน 5 วันทำการ
    • Q: ต้องส่งตัวอย่างยาหรือไม่? A: ต้องส่งตัวอย่างยาอย่างน้อย 10 ถุง เพื่อประกอบการพิจารณา
    • Q: มาตรฐานการผลิตยาที่กำหนดคืออะไร? A: ต้องเป็นมาตรฐาน PIC/S (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme)
    • Q: หากผลตรวจวิเคราะห์ไม่ผ่านเกณฑ์จะเกิดอะไรขึ้น? A: โรงพยาบาลสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาการเสนอราคาครั้งต่อไป และอาจยกเลิกสัญญา
    • Q: การปรับราคาสามารถทำได้หรือไม่? A: หากราคากลางปรับลดลง ผู้ขายต้องปรับลดราคาลงมาไม่เกินราคากลาง
    • Q: ปริมาตรอากาศเหลือ (Head space) ในถุงต้องมีเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 75 มิลลิลิตร
    • Q: เกณฑ์การตัดสินคืออะไร? A: พิจารณาจากราคารวมต่ำสุด (Lowest Price)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

คุณลักษณะเฉพาะของยา
sodium chloride 900 mg/ 100 mL solution for injection/infusion, 100 mL bag (NSS 100 ml)
ชื่อยา sodium chloride 900 mg/ 100 mL solution for injection/infusion, 100 mL bag (NSS 100 ml) 1. คุณสมบัติทั่วไป
1.1 รูปแบบ เป็นสารละลายปราศจากเชื้อ ใส ไม่มีสีปราศจากสิ่งปลอมปน สำหรับฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ 1.2 ส่วนประกอบ ประกอบด้วย sodium chloride 900 mg ในสารละลายปริมาตร 100 ml 1.3 ภาชนะบรรจุ
1.3.1 เป็นภาชนะบรรจุพลาสติกที่ไม่ใช่ PVC (Non PVC) หรือพลาสติกที่ไม่มีสาร DEHPเป็นส่วนประกอบ สำหรับใช้ครั้งเดียว และมี scale ระบุปริมาตรที่อ่านได้แม่นยำและคงทนถาวร
1.3.2 ภาชนะบรรจุต้องได้ใบรับรองคุณภาพมาตรฐานของภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์เภสัชปราศจากเชื้อ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานเลขที่ มอก.531-2558 จากหน่วยงานตรวจวิเคราะห์ของราชการ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กรมวิทยาศาสตร์บริการ รวมทั้งต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานไว้ที่ภาชนะบรรจุ
1.3.3 เป็นภาชนะระบบปิด (Closed system) สารละลายสามารถไหลออกอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องจนหมด โดยไม่ต้องใช้เข็มแอร์
1.3.4 จุกยางที่ใช้ต้องเป็นจุกยางสังเคราะห์ และมีใบรับรองคุณภาพมาตรฐานตามตำรายาจากหน่วยงาน ตรวจวิเคราะห์ของราชการ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมวิทยาศาสตร์บริการและอื่นๆ และจุกยางด้านนอกมีพลาสติก seal ปิดสนิท โดยพลาสติกชั้นนอกป้องกัน สิ่งปนเปื้อนจากภายนอก จุกยางคงความปราศจากเชื้อก่อนเปิดใช้งาน
1.3.5 ภาชนะบรรจุต้องมีปริมาตรอากาศเหลือ (Head space) ไม่น้อยกว่า 75 มิลลิลิตร 1.4 ฉลาก
1.4.1 บนกล่องบรรจุ ระบุชื่อยาหรือชื่อทางการค้า ส่วนประกอบ ขนาดความแรงของยาเลขทะเบียน ตำรับยา เลขที่ผลิต วันที่ผลิตและวันหมดอายุชัดเจน
1.4.2 บนภาชนะบรรจุ ระบุชื่อยาหรือชื่อทางการค้า ส่วนประกอบ ขนาดความแรงของยา ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยของ mOsmol/L, เลขที่ผลิต และวันหมดอายุไว้ชัดเจน 2. คุณสมบัติทางเทคนิค
ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพยาเป็นไปตาม รายละเอียดหัวข้อการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามที่ขึ้นทะเบียน (finished product specification)และข้อกำหนดคุณภาพของวัตถุดิบ (drug substance specification) อ้างอิงจากเภสัชตำรับฉบับเดียวกัน ซึ่งได้จดทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้เภสัชตำรับที่ใช้อ้างอิงต้องเป็นฉบับที่เทียบเท่าหรือใหม่กว่ามาตรฐานเภสัชตำรับใดตำรับหนึ่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตำรายา พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2561 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562) และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุตำรายา
(ฉบับที่2) พ.ศ.2562 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 กรกฎาคม 2562)

2.1 Finished product specification

  1. Identification test ตรวจผ่าน
  2. Assay 95.0-105.0 % L.A. of sodium chloride
  3. pH 4.5-7.0
  4. Sterility test Sterile
  5. Bacterial endotoxins Not matter than 0.5 USP Endotoxin Unit/ml 6. Particulate matter ตรวจผ่าน
  6. Iron Not more than 2 ppm
  7. Volume in container Not less than the nominal volume
  8. Elemental Impurities - Cadmium : Not more than 1 mcg/L
  • Lead : Not more than 2.5 mcg/L
  • Arsenic : Not more than 7.5 mcg/L
  • Mercury : Not more than 1.5 mcg/L
  • Cobalt : Not more than 2.5 mcg/L
  • Vanadium : Not more than 5 mcg/L
  • Nickel : Not more than 10 mcg/L
    หมายเหตุ - กรณีที่จดทะเบียนแจ้งการเว้น (waive) การตรวจสอบวิเคราะห์รายการใด ให้ยื่นแสดงเอกสาร หลักฐานดังกล่าวที่ได้รับอนุมัติด้วย
  • Drug substance specification พิจารณาจากใบวิเคราะห์ของผู้ผลิต drug substanceหรือใบวิเคราะห์ drug substance ของผู้ผลิตยาสำเร็จรูปฉบับใดฉบับหนึ่ง โดยที่การตรวจวิเคราะห์ครบทุกหัวข้อที่กำหนด
  1. เงื่อนไขอื่น ๆ
    3.1 เอกสารการได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย และสำแดง (declare) แหล่งผลิต 3.1.1 ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา (ทย.2 ทย.3 ทย.4 หรือ ย.2 แล้วแต่กรณี) 3.1.2 ใบคำขอขึ้นทะเบียน ทย.1/ย.1 ของยาที่เสนอราคา พร้อมรายละเอียดหัวข้อการควบคุม
    คุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามที่ขึ้นทะเบียน (finished product specification) และข้อกำหนดคุณภาพของวัตถุดิบ (drug substance specification) กรณีอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องแนบเอกสารการขอแก้ไข (ย.5) มาพร้อม finished product specification และ/หรือ drug substance specification โดยขอแก้ไขก่อนวันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และไม่เกิน 2 ปี ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 3.2 เอกสารรับรองมาตรฐานการผลิตยา
    3.2.1 ยาที่ผลิตในประเทศไทย ผู้ผลิตต้องมีสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ดีในการผลิตยา PIC/S (Pharmaceutical Inspection Co-operationScheme) ของกระทรวงสาธารณสุข ในหมวดยาที่เสนอขาย ในกรณีที่เป็นยานำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ผลิตต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา PIC/S (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme) โดยหน่วยงาน PIC/S participating authorities ฉบับล่าสุดตามรอบการตรวจสอบหรือมาตรฐานการผลิตยา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดี มาตรฐานอื่นที่สำแดงได้ว่า มีความสอดคล้องและทัดเทียมกับ PIC/Sในหมวดยาที่เสนอขาย โดยมีผลการรับรองถึงวันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    3.3 เอกสารคุณภาพของยาที่เสนอราคา
    3.3.1 ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิต (Certification of analysisof finished product) ในยารุ่นที่ส่งเป็นตัวอย่างจากผู้ผลิตหรือหน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง
    3.3.2 ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพวัตถุดิบของตัวยาสำคัญ (Certification of analysis of drug substance) ที่ใช้ในการผลิตยารุ่นที่ส่งเป็นตัวอย่างทั้งของผู้ผลิตยาและผู้ผลิตวัตถุดิบ

3.3.3 เอกสารหรือหลักฐานยืนยัน ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นการผลิตของวัตถุดิบของตัวยาสำคัญ (drug substance ) ข้อ 3.3.2 กับรุ่นการผลิตของผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป (finished product) ข้อ 3.3.1 3.4 ยาที่เสนอเป็นยาที่บริษัทเป็นผู้ผลิตหรือเป็นผู้แทนจำหน่ายโดยตรงมีเอกสารมาแสดง 3.5 ตัวอย่างยา
3.5.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งตัวอย่างยาอย่างน้อย 10 หน่วยบรรจุภัณฑ์(10 ถุง) ซึ่งเป็นตัวแทนแสดง รายละเอียดได้ครบถ้วนตามที่กำหนดในหัวข้อคุณสมบัติทั่วไปข้างต้น สำหรับตัวอย่างดังกล่าวโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ขอสงวนสิทธิ์ที่ไม่คืนให้ผู้ขาย โดยผู้ขายจะเรียกร้องเงินค่าชดเชยตัวอย่างดังกล่าวจากโรงพยาบาลราชพิพัฒน์มิได้
3.6 หน่วยราชการขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาผลิตภัณฑ์ยาที่มีประวัติถูกเรียกเก็บคืนโดยสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาในระยะเวลา 1 ปี ก่อนวันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(ยกเว้นกรณีการเรียก เก็บคืนยาโดยสมัครใจของผู้ขาย)
3.7 การประกันคุณภาพยาที่ส่งมอบ
3.7.1 อายุของยาที่ผลิต ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันที่ผลิต
3.7.2 อายุของยาที่ส่งมอบต้องมีอายุใช้ได้ไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันส่งมอบถึงวันสิ้นอายุยา 3.7.3 ยาทุกงวดที่ส่งมอบ จะต้องส่งสำเนาภาพถ่ายใบรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ยารุ่นที่ส่งมอบของผู้ผลิต 3.7.4 ในกรณีที่หน่วยราชการทำการสุ่มตัวอย่างยาที่ส่งมอบเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
หน่วยราชการจะทำหนังสือร้องขอตัวอย่างยา โดยผู้เสนอราคา (ผู้ขาย) จะต้องส่งยาเพิ่มอีก ตามจำนวนที่หน่วยราชการส่งตรวจวิเคราะห์และเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ ในกรณีที่พบว่ายาไม่เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะ หน่วยราชการขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาการ เสนอราคายาดังกล่าวของผู้ขายและ/หรือ ผู้ผลิตในครั้งต่อไป
3.7.5 ผู้เสนอราคา (ผู้ขาย) จะต้องรับเปลี่ยนยาเมื่อยาใกล้หมดอายุ หรือ เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพด้วยประการใดๆ ก่อนกำหนด โดยไม่มีเงื่อนไข
3.7.6 ผลการศึกษา Long term stability ตลอดช่วงอายุของยาที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
3.8 ผู้เสนอราคา (ผู้ขาย) ยินยอมให้ยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด ดังนี้
3.8.1 กรณีผลการสุ่มตรวจวิเคราะห์ยานี้จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือห้องปฏิบัติการ ที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ไม่เป็นไปตามมาตรฐานข้อกำหนดในประกาศประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์
3.8.2 กรณีผลิตภัณฑ์ยาชนิดนี้ถูกเรียกเก็บคืนจากท้องตลาด โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในช่วงเวลาของสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ
3.8.3 กรณีที่พบปัญหาคุณภาพจากผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิผลและความปลอดภัย ต่อผู้ป่วยที่ได้รับยา
3.8.4 กรณีที่คณะกรรมการเภสัชกรร มและการบำบัดของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พิจารณาตัดยาออกจากบัญชียาของโรงพยาบาล โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ขอยกเลิกการสั่งซื้อยา ในงวดต่อ ๆ ไป
3.9 การปรับราคา
3.9.1 หากผู้เสนอราคา (ผู้จะขาย) มีการปรับราคาขายต่ำกว่าราคาเดิมให้กับหน่วยราชการ ให้ผู้จะขายส่งเอกสารใบเสนอราคาแจ้งขอปรับราคาขายลงและหน่วยราชการสามารถจัดซื้อในราคาขายใหม่ ที่ต่ำลงโดยไม่ต้องขอแก้ไขสัญญาใดๆ
3.9.2 ระยะเวลาระหว่างสัญญา หากมีการปรับราคากลางของยานี้ลง จนมีราคาต่ำกว่าราคา ที่ผู้จะขายเสนอขายให้กับหน่วยราชการ ผู้จะขายจะต้องปรับลดราคาลงมาไม่เกินราคากลาง ที่กำหนด นับแต่วันที่มีราคากลางนั้นมีผลตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)

  1. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
    ชื่อโครงการ :ซื้อยา sodium chloride 900 mg/ 100 mL solution for injection/infusion, 100 mL bag (NSS 100 ml) จำนวน 256,000 ขวด โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เงินงบประมาณโครงการ : 2,688,000.00 บาท (สองล้านหกแสนแปดหมื่นแปดพันบาทถ้วน) ราคากลาง : 4,108,800.00 บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน)
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร 2.2 เพื่อให้ผู้ป่วยมียาใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
    2.3เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม
  3. คุณสมบัติผู้ประสงค์จะเสนอราคา
    3.1 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องเป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุดังกล่าว
    3.2 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ 3.3 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์เสนอราคารายอื่น ณ วันเสนอราคา หรือไม่ เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
    3.4 ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสารสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฎิเสธไม่ยอม ขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.5 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคาในสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคา และห้ามทำสัญญาตามที่ กวพ. กำหนด
    3.6 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายจ่ายหรือแสดงบัญชี รายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
    3.7 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    3.8 คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่ การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาท คู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
    3.9 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว 1๒๔ ลงวันที่ 1 มีนาคม ๒๕๖6 ดังนี้ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒)กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียน ที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
    (๒.1) มูลค่าการจัดชื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
    (๒.๒)มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1ล้านบาท (๒.3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
(๒.8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๒.9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคาร เป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 9๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
(๕.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและงานจ้างก่อสร้าง ที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ 4. หลักฐานการเสนอราคา
ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) พร้อมรับรองเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาพร้อมกับซองใบเสนอราคา โดยแยกไว้นอกซองใบเสนอราคา เป็น 2 ส่วน คือ
4.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
4.1.1 ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล
4.1.1.1 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 4.1.1.2 บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

4.1.2 ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
4.1.3 ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้เสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการ เข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทย ก็ให้ยื่นสำเนาหนังสือเดินทางหรือผู้ร่วมค้าฝ่ายใดเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน 4.1.1 4.1.4 เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ
4.1.4.1 สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.20)
4.1.4.2 สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
4.1.5 บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา
4.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
4.2.1 แบบรูปรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะ (ตามข้อ 5)
4.2.2 แคตตาล็อก (ถ้ามี)
4.2.3 ในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน ให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ 4.2.4 หนังสือแสดงมูลค่าสุทธิของกิจการตาม ข้อ 3 (3.9)
5. แบบรูปรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะ
โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามรายละเอียดแนบท้ายนี้ 6. ระยะเวลาดำเนินการ
ภายใน 365 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจะซื้อจะขาย
7. ระยะเวลาส่งมอบ
ภายใน 365 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจะซื้อจะขาย โดยทำสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ ไม่จำกัดปริมาณ ซึ่งผู้จะซื้อจะออกใบสั่งซื้อสิ่งของในแต่ละคราวและผู้จะขายจะส่งมอบสิ่งของตามใบสั่งซื้อ ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันลงนามในใบสั่งซื้อ
8. วงเงินในการจัดซื้อ
เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ได้มาจากเงินนอกงบประมาณ ประเภทเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ วงเงิน 2,688,000.00 บาท (สองล้านหกแสนแปดหมื่นแปดพันบาทถ้วน) (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ราคากลาง 4,108,800.00 บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน) (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) 9. วิธีดำเนินการ
ดำเนินการซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มาตรา 55 (1) ตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
10. หลักเกณฑ์ในการพิจารณา
10.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e-bidding) ครั้งนี้ กรุงเทพมหานคร โดยโรงพยาบาลราชพิพัฒน์จะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด
10.2 หากผู้เสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 3 หรือยื่นหลักฐานการเสนอราคาไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ 4 หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ 5 คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จะไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาด หรือผิดแผกไปจากเงื่อนไขของเอกสารในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ทั้งนี้เฉพาะในกรณีที่พิจารณา เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร โดยโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เท่านั้น

  1. การทำสัญญาจะซื้อจะขาย
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จะต้องทำสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ ไม่จำกัดปริมาณกับกรุงเทพมหานคร โดยโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งและจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาซื้อขายที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์(e-bidding) ได้ให้กรุงเทพมหานคร โดยโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้
    11.1 เงินสด
    11.2 เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรุงเทพมหานคร โดยโรงพยาบาลราชพิพัฒน์โดยเป็นเช็คลงวันที่ที่ทำสัญญา หรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน 3 วันทำการ
    11.3 หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ
    11.4 หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งเวียนชื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบแล้วโดยอนุโลมให้ใช้ ตามแบบหนังสือค้ำประกัน
    11.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะ (ผู้จะขาย) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว
  2. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับ ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.20 บาทต่อวัน ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  3. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)ซึ่งได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือหรือทำสัญญาจะซื้อจะขาย แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่จะซื้อจะขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 1 ปี นับถัดจากวันที่กรุงเทพมหานคร โดยโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ได้รับมอบงาน โดยผู้จะขายต้องแลกเปลี่ยนยา ทดแทนให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 7 วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง 14. หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ
    กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลราชพิพัฒน์สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร
  4. สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
    15.1 ทางไปรษณีย์
    ส่งถึง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์(กลุ่มงานเภสัชกรรม)
    สำนักงานตั้งอยู่ที่ 18 ซอยพุทธมณฑลสาย3 ซอย10 แขวงบางไผ่
    เขตบางแค กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10160
    15.2 ทางโทรศัพท์ 02-4440138 ต่อ 8822, 8841
    15.3 ทางโทรสาร 02-4443742