ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง งานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จำนวน 1 JB เลขที่ หจฟม-ห.(จ)290/2569
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เพื่อจ้างเหมางานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง โครงการนี้มีขึ้นเนื่องจากอาคารดังกล่าวได้รับความเสียหายจากปัญหาคุณสมบัติของดิน ทำให้โครงสร้างไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน จึงมีความจำเป็นต้องรื้อถอนออกไป วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือเพื่อให้การรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ แล้วเสร็จตามแผนงาน ขอบเขตของงานครอบคลุมถึงการรื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับพื้นที่ให้ได้ระดับใกล้เคียงกัน โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องใช้วิธีการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงน้อยที่สุด เช่น การตัดคอนกรีตโดยใช้เลื่อย (Saw Cut) และต้องดำเนินการตามข้อกำหนดด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด รวมถึงการจัดหาบุคลากรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย การวางแผนการดำเนินงาน การควบคุมฝุ่นละออง มลพิษทางเสียง และการจัดการความปลอดภัย โครงการนี้เป็นสัญญาแบบเหมารวม (Lump Sum) และเป็นสัญญาแบบไม่ปรับราคา (ค่า K) โดยมีวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,092,656.58 บาท
English summary
The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) is inviting bids for the demolition of the Medical Department Building at Mae Moh Power Plant, Lampang Province, through electronic bidding (e-bidding). This project is initiated due to structural instability and safety concerns of the building caused by soil property issues. The scope of work includes the demolition of the building, structures, machinery, and equipment, as well as site leveling. Contractors must adhere to engineering and environmental principles, employing techniques that minimize impact on surrounding areas. The contract will be a lump-sum, non-adjustable price (K-factor) contract, with an estimated budget including VAT of 3,092,656.58 Baht.
บริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้งานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ แล้วเสร็จตามแผนงาน
ขอบเขตของงาน
- งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ในบริเวณที่กำหนด
- การรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และอาคารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและพัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่บนพื้นที่ราบ ใต้ระดับผิวดิน รวมถึงโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้เหลือเฉพาะเสาเข็ม และเกลี่ยพื้นที่ทั้งหมดให้ระดับใกล้เคียงกัน
- การจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่ออาคารข้างเคียงในระหว่างการรื้อถอน
- การสำรวจตำแหน่งเสาเข็มและฐานรากเดิม แนวท่อดับเพลิงและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่น ๆ และตรวจวัดความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบจากการรื้อถอน
- การวางแผนการดำเนินงาน จัดทำเอกสาร ขั้นตอน และวิธีการให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยจัดหาบริการวิชาชีพวิศวกรและสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- การจัดหาวิศวกรที่มีประสบการณ์เพื่อควบคุมงานและรับรองเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรื้อถอน
- การจัดหาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ที่ผ่านการอบรม
- การจัดการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- การขนย้ายพัสดุจากการรื้อถอนและพัสดุอื่น ๆ ที่ กฟผ. กำหนด ไปยังพื้นที่ที่ กฟผ. กำหนด
- การกำหนดแนวทางการประเมินความเสี่ยงและมาตรการลดผลกระทบของฝุ่นละออง มลพิษทางเสียง และอากาศ
- การปฏิบัติตามเกณฑ์ปฏิบัติในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตามระเบียบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่รื้อถอนแล้วเสร็จ
- พื้นที่ที่ปรับระดับเรียบร้อย
- เอกสารรายงานผลการดำเนินงานต่างๆ ตามที่กำหนด
- แผนการทำงาน
- แผนการใช้เครื่องมือหรือเครื่องจักร
- แผนการขนย้ายเศษวัสดุจากการรื้อถอน
- อัตรากำลังจำแนกตามลักษณะของงาน
- วิธีการรื้อถอนอาคารพร้อมการรับรองโดยบุคลากรที่ได้รับใบอนุญาต
- แผนผังบริหารโครงการ (Organization Chart)
- หนังสือแต่งตั้งบุคลากร
- แผนประเมินความเสี่ยงและด้านความปลอดภัย
- รายงานประจําสัปดาห์ (Weekly Report)
- รายงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำเดือน
- เอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรื้อถอน, การรับซื้อ, คุณสมบัติ, ใบอนุญาตการประกอบกิจการ, ใบรับรองของวิศวกร หรือเอกสารอื่น ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ระยะเวลาดำเนินการ
- ผู้รับจ้างต้องเริ่มงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
- งานต้องแล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
- ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนการทำงานให้ กฟผ. พิจารณาภายใน 3 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- กรณีสัญญาอายุเกิน 60 วัน ผู้รับจ้างต้องทำตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ นำเสนอให้ กฟผ. ตามตัวอย่างเอกสารแนบท้ายสัญญา (ถ้ามี) ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้ายของงานทั้งหมดตามสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จดทะเบียนในประเทศไทย
- มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- Standards Compliance:
- ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง แต่ต้องปฏิบัติตามหลักวิชาการด้านวิศวกรรมและด้านสิ่งแวดล้อม
- Experience:
- มีผลงานรื้อถอนสิ่งก่อสร้างหรืองานก่อสร้างประเภทอาคาร หรืออาคารสูง หรือสำนักงาน หรืออาคารขนาดใหญ่ หรือคลังสินค้า หรืออาคารชุมนุมคน หรือโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต หรือโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือโรงไฟฟ้า ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้างโดยตรงกับเจ้าของโครงการที่เป็นหน่วยงานราชการ องค์กร เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่เชื่อถือได้ สำหรับงานรื้อถอนนั้นๆ
- มีผู้รับจ้างช่วง ซึ่งมีราคางานตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญา ซึ่งได้ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- Previous Project Cost:
- ราคางานตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (สำหรับผลงานที่ใช้ยื่น)
- Technical Capabilities:
- ต้องใช้วิธีการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบข้างน้อย เช่น การตัดคอนกรีตโดยใช้เลื่อย (Saw Cut)
- ต้องจัดหาบริการวิชาชีพวิศวกรและสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- Personnel:
- วิศวกรโยธาที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จากสภาวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี (จำนวน 1 คน)
- คนงานช่างเทคนิค วุฒิ ปวช. หรือ ปวส. สาขาทางก่อสร้าง ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี (จำนวน 1 คน)
- จป. หัวหน้างาน (จำนวน 1 คน)
- จป. ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร และการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2549 (จำนวน 1 คน)
- วิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณขั้นตอนวิธีการรื้อถอนอาคารและสิ่งป้องกันวัสดุร่วงหล่น พร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม วิศวกรโยธา ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
- วิศวกรผู้ควบคุมงาน พร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป (ห้ามเป็นบุคคลเดียวกับผู้ออกแบบ)
เกณฑ์การพิจารณา
- กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยรับราคาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ. และมีเกณฑ์ราคาต่ำสุด
- การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กฟผ. จะพิจารณาจาก ราคารวมของผู้เสนอราคารายที่เสนอราคาต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ.
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินงานตามขอบเขตของงาน (TOR) ได้ กฟผ. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินงานตามขอบเขตของงาน (TOR) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะรับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การรื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ โดยใช้เทคนิคที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบข้างน้อย เช่น การตัดคอนกรีตโดยใช้เลื่อย (Saw Cut)
- การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและพัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่บนพื้นที่ราบ ใต้ระดับผิวดิน รวมถึงโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้เหลือเฉพาะเสาเข็มเท่านั้น และเกลี่ยพื้นที่ทั้งหมดให้ระดับใกล้เคียงกัน
- การจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่ออาคารข้างเคียง
- การสำรวจตำแหน่งเสาเข็มและฐานรากเดิม แนวท่อดับเพลิงและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่น ๆ และตรวจวัดความสั่นสะเทือน
- การควบคุมฝุ่นละออง มลพิษทางเสียง และอากาศ
- การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- การใช้เครื่องมือ เครื่องจักร หรือเทคนิคการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบข้างน้อย
- การติดตั้งรั้วโครงการรอบพื้นที่บริเวณรื้อถอน ความสูงไม่น้อยกว่า 4 เมตร ในส่วนที่ติดกับอาคารกองการแพทย์ และไม่ต่ำกว่า 2 เมตรในพื้นที่รอบด้านอื่นๆ ติดด้วยแผ่นเหล็กเมทัลชีท
- การติดตั้งที่ล้างล้อรถบรรทุกที่ประตูเข้าและออก เพื่อป้องกันฝุ่นละออง
- การติดตั้งระบบสปริงเกอร์โดยรอบบริเวณที่เกิดฝุ่นละออง
- การรื้อถอนตามหลักวิศวกรรม โดยวิเคราะห์โครงสร้างและพฤติกรรมของอาคารหลังการรื้อถอน
- การใช้ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ (รถเครน) ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- การทำงานบนที่สูงต้องเป็นไปตามมาตรฐานและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม
- การทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน ต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule:
- งวดที่ 1: ร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 25 ของปริมาณงานตามสัญญา ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
- งวดสุดท้าย: จำนวนเงินที่เหลือทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
- Penalties:
- ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 13.0 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วง
- ค่าปรับกรณีทำงานล่าช้า: รายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- ค่าปรับรวมทั้งหมดเกินร้อยละ 10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา อาจนำไปสู่การบอกเลิกสัญญา
- Retention Money:
- กฟผ. จะหักเงินจำนวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดเพื่อเป็นประกันผลงาน
- Advance Payment:
- ไม่มี
- Warranty:
- รับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A1: เพื่อรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่มีความเสียหายและไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน - Q2: ขอบเขตงานครอบคลุมถึงส่วนใดบ้าง?
A2: ครอบคลุมการรื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย - Q3: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติพิเศษด้านใดบ้าง?
A3: ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีประสบการณ์ผลงานรื้อถอนอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง และต้องมีวิศวกรและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ได้รับใบอนุญาตและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด - Q4: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการทำงานด้านความปลอดภัยหรือไม่?
A4: มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก ทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงการจัดอบรม การใช้อุปกรณ์ PPE และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - Q5: การรื้อถอนจะส่งผลกระทบต่ออาคารข้างเคียงอย่างไร และมีมาตรการป้องกันอย่างไร?
A5: ผู้รับจ้างต้องใช้วิธีการที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงน้อยที่สุด เช่น การตัดคอนกรีตด้วยเลื่อย (Saw Cut) และต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น - Q6: สัญญาเป็นแบบใด และมีเงื่อนไขการปรับราคาหรือไม่?
A6: สัญญาเป็นแบบเหมารวม (Lump Sum) และเป็นสัญญาแบบไม่ปรับราคา (ค่า K) - Q7: ระยะเวลาในการดำเนินงานทั้งหมดประมาณเท่าใด?
A7: ผู้รับจ้างต้องเริ่มงานภายใน 15 วัน และทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน - Q8: มีการรับประกันผลงานหรือไม่ และนานเท่าใด?
A8: มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่ กฟผ. รับมอบงานงวดสุดท้าย - Q9: การจัดการเศษวัสดุจากการรื้อถอนมีข้อกำหนดอย่างไร?
A9: ผู้รับจ้างต้องขนย้ายเศษวัสดุไปทิ้งนอกพื้นที่ กฟผ. ตามที่กำหนด และต้องปรับเกลี่ยพื้นที่ให้เรียบร้อย - Q10: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรหนัก เช่น รถเครน หรือการทำงานบนที่สูงหรือไม่?
A10: มีข้อกำหนดที่เข้มงวดตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดทำแผนการยก การตรวจสอบอุปกรณ์ และการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อมูลประชาสัมพันธ์และช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน
ด้านการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินการ
นโยบายต่อต้านการให้หรือรับสินบนเพื่อป้องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบ
จรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ
ช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน *
การแจ้งข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนทางเว็บไซต์ กฟผ. *
回
จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ. **
*
- ไม่ใช่ช่องทางแสดงความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ
ซื้อหรือจ้าง/ ร่างประกาศ/ ร่างเอกสารประกวดราคาฯ
** กฟผ. จัดทําและเผยแพร่จรรยาบรรณคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าของ กฟผ. ทุกรายมีแนวปฏิบัติในการดําเนิน ธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม การกํากับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติ ตามกฎหมาย และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังมีรายละเอียดระบุใน QR Code จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ."
ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุ และการบริหาร สัญญาของ กฟผ.
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดําเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุ และการบริหารสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง nnsuŝunswag blaznisuŝunsåman läй bitps://www.gat.co.th/privacy-ustice-procurement.btool หรือที่ OR Code ด้านล่าง
การขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
กฟผ. มีประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุ และการบริหาร สัญญา เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หากเอกสารของท่านที่ต้องส่งมอบให้ กฟผ. มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือ ข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยู่ด้วย ขอให้ท่านขีดฆ่า หรือปกปิด ข้อมูลดังกล่าว ก่อนส่งมอบให้แก่ กฟผ.
ขอบเขตของงาน (TOR)
งานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “เฟม.” มีความประสงค์จะจ้างเหมา คาวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ ค่าดําเนินการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยให้เป็นไปตามหลัก
วิชาการด้านวิศวกรรมและด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อดําเนินการงานรื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องจักรและ อุปกรณ์ในบริเวณขอบเขตงานที่กําหนดและระบบงานที่เกี่ยวเนื่อง บริเวณภายในการหาฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลําปาง ตามรูปแบบ รายการ ข้อกําหนดทางวิชาการ และรายละเอียดต่าง ๆ ให้เสร็จเรียบร้อยครบถ้วนสมบูรณ์ ตรงตามวัตถุประสงค์ของ กฟผ. ทุกประการโดย
ๆ เสนอราคาแบบเหมารวม (Lunity Sur) ทั้งนี้สัญญานี้เป็นสัญญาแบบไม่ปรับราคากวสร้าง (ค่า K) วงเงิน งบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,092,656.58 1.14
โดยมีรายละเอียดสาระสําคัญของขอบเขตของงาน (TOR) และคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ดังต่อไปนี้
- ความเป็นมา
เนื่องจาก อาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ มีความเสียหายจากปัญหาของตนสมบัติของดินใน ที่ตั้งของอาคารฯ ส่งผลให้โครงสร้างอาคารที่ไม่มั่นคง จึงได้บทสรุปที่ว่าโครงสร้างของอาคารดังกล่าวไม่ ปลอดภัย ให้ทําการงดใช้งานอาคารและให้พิจารณาจัดหาสถานที่เพื่อรองรับภารกิจอย่างแรง ซึ่งได กําหนดให้การก่อสร้างอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ไม่นั้นก่อสร้างบนพื้นที่เดิม จึงมีความจําเป็นใน
การราเรื้อถอนดังกล่าว - วัตถุประสงค์
เพื่อให้งานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ แล้วเสร็จตามแผนงาน - ขอบเขตของงาน
น
งานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ประกอบด้วย งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่า ขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดตามแบบรูปและรายการ ละเอียด เงื่อนไขข้อกําหนด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยการทํางานใช้เครื่องมือ เครื่องจักรหรือเทคนิคการทํางาน ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบข้างน้อย เช่น การตัดคอนกรีตโดยใช้เลื่อน (Saw Cut) และปรับ พื้นที่ในเขตการ
รื้อถอนอาคาร
3.1 งานรื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ ประกอบด้วย งานรื้อถอนอาคารกอง การแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และอาคารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.1. เรือถอนอาคารโดยการทํางานใช้เครื่องมือ เครื่องจักรหรือเทคนิคการทํางานที่ส่งผล กระทบต่อพื้น
พื้นทีรอบข้างน้อย เช่น แบบเทคอนกรีต (Saw Cut) และรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมขนย้ายโดยมีลักษณะงาน ขอบเขตความรับผิดชอบที่ต้องดําเนินการ และข้อควร ปฏิบัติที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติเป็นไปตามข้อกําหนดการดําเนินการ 1 ถึง 28 โดยทาง กฟผ. จะ
ข้อ 10 เป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายเงินค่ารื้อถอนอาคารให้ผู้รับจ้าง
ๆ
3.1.2 การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและพัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นที่ราบ และใต้ระดับผิวดิน รวมถึงโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั้งที่อยู่บนระดับผิวดินให้เหลือเฉพาะเสาเข็มเท่านั้น และเว้น เกลี่ยพื้นที่ทั้งหมดให้ระดับใกล้เคียงกัน โดยไม่ต้องถมดินเพิ่ม รวมกับการประเมินมูลค่าการขยายเส วัสดุ วัตถุ หรือพัสดุ ต่าง ๆที่เกิดขึ้นจากการรื้อถอนออกไปทั้งภายนอก การผ
3.1.3 งานจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบอาคารข้างเคียง ในระยะ รื้อถอนอาคาร
3.1.4 งานสํารวจตําแหน่งเสาเข็มและฐานราก(เดิม) แนวท่อดับเพลิงและระบบสาธารณูปโภค พื้นฐานอื่น ๆ และตรวจวัดความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบจากการรื้อถอน 2.2 งานทั่วไป
3.2.1 วางแผนการดําเนินการ จัดทําเอกสาร ขั้นตอน วิธีการทําให้เป็นไปตามที่กฎหมาย กําหนดและถูกต้อง โดยจัดหาบริการวิชาชีพวิศวกร และสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั้นวุฒิ ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับสภาวิชาชีพ ให้การลงนามรับรองพร้อมนําเสนอให้ กฟผ.. พิจารณา
เห็นชอบ
3.2.2 จัดหาวิศวกร ที่มีประสบการณ์ ดําเนินงานตามหน้าที่ให้การรับรองลงนามเอกสาร สําหรับดําเนินการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างของอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ถูกต้องเป็นไปตาม ข้อกําหนดวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพตาม กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ทั้งนี้ให้ผู้รับจ้างจัดหาบริการวิชาชีพตามลักษณะงานเบื้องต้น
ดังนี้
3.2.2.1 ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมผู้ออกแบบและคํานวณขั้นตอนวิธีการรื้อถอน
อาคารและสิ่งป้องกันวัสดุร่วงหล่นในการรื้อถอนอาคารพร้อมสําเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุม วิศวกรโยธา ระดับสามัญวิศวกร ขึ้นไป
3.2.2.2 วิศวกรผู้ควบคุมงานพร้อมสําเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุม วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกร ขึ้นไป **อนึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม ที่ทําหน้าที่ออกแบบและทํารายการคํานวณ
ประกอบตามข้อ 2.2.2.1 และผู้ทําหน้าที่เป็นวิศวกรผู้ควบคุมงานตาม ข้อ 3.2.2.2 ที่มีหน้าที่และ ความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน ห้ามมิให้เป็นบุคคลเดียวกัน
3.2.2.3 จัดหาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย พร้อมแสดงคนแต่ละระดับที่ผ่านการ
อบรม กรมสวัสดิการ สะสมครองแรงงาน
3.2.2.4 จัดการอบรมด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการ ทํางานให้ครอบคลุมประเภทและลักษณะงาน หรือลักษณะงานที่มีแนวโน้มอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อ สุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดเตรียมเอกสารดังกล่าวให้กับ
กฟผ. เพื่อตรวจรับรอง
3.2.3 ให้ผู้รับจ้างต้องดําเนินการขนย้ายพัสดุจากการรื้อถอน พัสดุอื่น ๆ ที่ กฟผ. กําหนดอยู่ใน สัญญานี้ ไปในเขตพื้นที่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ
จ.ลําปาง กําาหนด
3.2.1 ผู้รับจ้างต้องกําหนดแนวทางการประเมินความเสี่ยงและกําหนดมาตรการลดผลกระทบ ของฝุ่นละออง มลพิษทางเสียง อากาศ ที่เกิดจากการดําเนินกิจกรรมงานตามขอบเขตของงานนี้ เสมอ ต่อ กฟผ. เพื่อพิจารณาทั้งนี้การปฏิบัติตามแนวทางลดผลกระทบต่อพื้นที่รื้อถอนอาคาร ให้ผู้รับจ้าง
ปฏิบัติตามข้อแนะนําและบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
3.2.5 ให้ผู้รับจ้างใช้เกณฑ์ปฏิบัติในการดําเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยและ
สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการก่อสร้าง เป็นไปตามเอกสารแนบในภาคผนวก 1 ระเบียบการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฉบับที่ 229 ว่าด้วยข้อกําหนดสําหรับการดําเนินงานด้านความ ปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
3.2.5 ให้ผู้รับจ้างใช้เกณฑ์ปฏิบัติในการดําเนินงานด้านความปลอดภัยรับจ้าง (Contractor Safety Management) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามเอกสารแนบในภาคผนวก 2 ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ เทย ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
** กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในการจ้างครั้งนี้ หากไม่ได้รับ
การจัดสรรงบประมาณ
สถานที่รื้อถอนบริเวณ พื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ อําเภอ แม่เมาะ จังหวัด นาง…… พิกัด : ละติจูด …..18.2928511……งวด …..99.7328214
งานก่อสร้างนี้เป็นสัญญาแบบ
สัญญาแบบไม่ปรับราคา (คา) - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
4.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กรอนิกส์ (e-bidding) “ขอ 2 คณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็น นิติบุคคลตามกฎหมาย จดทะเบียนในประเทศไทย ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
1.5
ว
4.3 ต้องมีผลงานรื้อถอน รื้อถอนสิ่งก่อสร้างหรืองานก่อสร้างประเภทอาคาร หรืออาคารสูง หรือ สํานักงานหรืออาคารขนาดใหญ่ หรือคลังสินค้า หรืออาคารชุมนุมคน หรือโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต หรือ โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือโรงไฟฟ้า ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้างโดยตรงกับเจ้าของโครงการที่เป็น หน่วยงานราชการ องค์กร เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่เชื่อถือได้สําหรับงานรื้อถอนนั้น ๆ มีผู้รับจ้าง ช่วง ซึ่งมีราคางานตามสัญญาเดียวไม่ต่ํากว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดย ผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญาซึ่งได้ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน ปี นับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับแนบหนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่
ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทํางานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเอกชนให้แนบสําเนาสัญญาด้วย
4.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีวิศวกรและ/หรือสถาปนิกลงนามรับรองการเป็นผู้ตรวจสอบงานออกแบบและ คํานวณและหรือควบคุมงานตาม พรบ. ควบคุมอาคารกําหนด เพื่อยื่นต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) และ ต้องมีบุคลากรตามรายการ ดังนี้
(1) วิศวกร ยาที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
จากสภาวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธาประสบการณ์ไม่ต่ํากว่า 2 ปี
2
(2) คนคมงานช่างเทคนิค ฒิ ปวช. หรือ ปวส. สาขาทางก่อสร้าง
ፖ.
ประสบการณ์ไม่ต่ากว่า 3 ปี
(3) จป. หัวหนางาน
เซียน
และสภาพดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2549
ราคาภายใน 3 วัน ก่อนการลงนามสัญญาก่อสร้าง
จํานวน 1 คน
จํานวน 1 คน
จํานวน 1 คน
จํานวน 1 คน
(4) จป. ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร และการจัดการด้านความปลอดภัย
ผู้เสนอราคาต้องแนบหลักฐานของบุคลากร และเอกสาร ตามข้อ 4.4 มาภายหลังการพิจารณาเสนอ - เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่กําหนดยื่น ข้อเสนอ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์
3
5.1 เป็นไปตามข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ เอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
5.2 หลักฐานยืนยันคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอตามที่กําหนดในข้อ 2
í
5.2.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ตามข้อ 4.2 กรณีวงเงินประมาณ 1 ล้านบาท) 5.2.2 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการทํางานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น
เอกชน ให้แนบสําเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 4.3
5.2.3 สําเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนงานก่อสร้าง……สาขางานก่อสร้างอาคาร…ไว้กับ กรมบัญชีกลาง พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง กรณีคณะกรรมการราคากลางได้ประกาศกําหนดให้งานก่อสร้าง สาขานั้นต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการไว้กับกรมบัญชีกลาง) ตามข้อ 2.4
(1) 5.3 เอกสารอื่นๆ
ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณา ขอเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น - หลักเกณฑ์การเสนอราคา
- เป็นไปตามข้อ 4. การเสนอราคาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bicding)
6.2 ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกรายละเอียดการเสนอราคาในใบเสนอราคาตามที่แนบในเอกสารประกวด ราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องยื่นใบแจ้งปริมาณ งานและคนละใบบัญชีรายการก่อสร้าง ในรูปแบบ PDF - te (Portable Document Format)
- le
6.3 ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา แบบรูป และรายการละเอียด ฯลฯ ให้ถี่ถ้วน และเข้าใจทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กําหนด
- ยื่นข้อเสนอต้องคํานวณหาปริมาณงาน และจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณงาน ที่เสนอ หากมีข้อสงสัยในปริมาณงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไปตรวจสอบเอง ณ สถานที่ก่อสร้าง ผู้ยื่นข้อเสนอจะ นํามาเป็นข้ออ้างในการขอเบิกค่าใช้จ่ายจาก กฟผ. อีกไม่ได้ เว้นในกรณีที่มีการแก้ไขงานหรือเปลี่ยนแปลง รายละเอียดในแบบ ซึ่ง ฟ… สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาให้หรือหักคืนจากผู้รับจ้าง
$
6.5 สําหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ก่อนลงนามในสัญญา กฟผ. จะจัดทําแบบแสดงรายการ มา งาน และราคา โดยปรับราคาทุกรายการตามอัตราร้อยละที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอราคา โดยเทียบกับราคากลาง ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ และนํารายละเอียดในการปรับลดราคาในแบบแสดงรายการ ปริมาณงานและราคา ไปเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ที่ 17 (กวจ) 0.05.3/ว 232 ลงวันที่ 8 เมษายน 2558
(2) 6.6 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายใน กําหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคามิได้ - หลักประกันการเสนอราคา (3) เฉพาะงานที่มีงบประมาณเกิน 5 ล้านบาท)
ไม - หลักเกณฑ์การพิจารณา
ย
8 : เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วย
วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding
8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยรับราคาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอรายละเอียด ถูกต้องตามข้อกําหนด กฟผ. และมีเกณฑ์ราคาต่ําสุด
8.3 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กพผ. จะพิจารณาจาก ราคารวม ของผู้เสนอราคารายที่ เสนอราคาต่ําสุด และมีรายละเอียดถูกต้องตามข้อกําหนด กพผ. - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาชํารุด เสนอราคาต่ําจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดําเนินงาน ตามขอบเขตของงาน (TOR) ได้ กฟผ. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้น..จงและแสดงหลักฐานที่ทําให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่น ข้อเสนอสามารถดําเนินการตามขอบเขตของงาน (TOR) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคําชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะรับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ.
- กําหนดเวลาแล้วเสร็จ
ภายในกําหนด 3 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนการทํางานให้เป็น ที่พอใจแก่ กฟผ. โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทํางานและกําหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทํางานหลักต่าง ๆ ให้แล้ว
เสร็จ
(4) 9.1 กรณีสัญญาอายุเกิน 60 วัน ผู้รับจ้างจะต้องทําตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ, ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ มานําเสนอให้ กฟผ. ตามตัวอย่าง เอกสารแนบท้ายสัญญา (ถ้ามี) ดังนี้
9.1.1 จัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
9 - 2 จัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
9.1.3 หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือการใช้เหล็กที่ผลิต ภายในประเทศตามที่ได้เคยแจ้งไว้ในแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือแผนการ
ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างแก้ไขตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตในประเทศหรือแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศส่งให้ เฟม. พิจารณาก่อน
การส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทํางานที่รับจ้างภายในกําหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ ให้เริ่มงาน และจะต้องทํางานให้แล้วเสร็จภายในกําหนด 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ใช้เรีงาน - การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
บ
รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม
G
ວຍາວ ່ົ ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้ายของงานทั้งหมด ตามสัญญา หากมีเหตุ ชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง อันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้าง จะต้องรีบทําการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดย กฟผ. ไม่ต้องออกเงินใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่ กระทําาการดังกล่าวภายในก้าหนอ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หรือไม่ทําการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ กฟผ. กําหนด กฟผ. มีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น โดยผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น - หลักประกันสัญญา
กําหนดเป็นจํานวนเต็มในอัตราร้อยละ…….. ของมูลค่าตามสัญญา - การเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะทําการแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานจากแบบ และรายการเต็มได้ทุกอย่าง โดยต้องเลิก สัญญานี้ ราคาที่เปลี่ยนแปลงของการเพิ่มหรือลดงานจะคิดราคาต่อหน่วยในสัญญา (ถ้ามี) ในกรณีที่ไม่มีราคา ต่อหน่วย จะคิดและตกลงราคากันใหม่เพื่อความเหมาะสม - (ข) ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กฟผ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือ ราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงินเป็นจํานวน 2 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 25 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดที่ 2 งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินที่เหลือทั้งหมด ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ให้แล้วเสร็จ ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
การจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างแต่ละงวด กรณีมีเศษสตางค์ กฟผ. อาจจะหักเศษสตางค์ออก และนํารวมไป
จ่ายในงวดสุดท้าย - การจ่ายเงินล่วงหน้า ถ้ามี)
- ไม่มี
- ค่าปรับ
- ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วน..ห่งสัญญานี้ไปข้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การ จ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ. กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืน ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟอ.. เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 13.0 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตาม สัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์ กฟผ. ในการบอกเลิกสัญญา
15.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และ กฟผ. ยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นรายวันเป็นจํานวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จะต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท และจะต้อง
ชําระค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน (ถ้ามี) ในเมื่อ กฟผ. ต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจํานวนเงินวันละ
จํานวนเงินวันที่
…บาท นับถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางานให้ จนถึงวันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้าง ทํางานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนตาปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
15.3 หาค่าปรับรวมทั้งหมดจะเกินร้อยละ 10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา กฟผ. จะ พิจารณาบอกเลิกสัญญา เว้นแต่คู่สัญญาจะยินยอมเสียค่าปรับให้ กฟผ. โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น โดย กพผ
จะพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาเท่าที่จําเป็น - การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างช่วงใดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ กฟผ โดยสิ้นเชิงภายในกําหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือจาก เงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ เงินประกันผลงาน หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชําระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วน
ตามจํานวนค่าปรับค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกําหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ
จาก กห.. - การหักเงินประกันผลงาน (ถ้ามี)
ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กฟผ. จะหักเงินจํานวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้อง
จ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน
นายเงินประกันผลงานถูกหักไว้ทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่า 6 เดือน (สําหรับสัญญาที่เป็นราคาต่อหน่วย) หรือ ในกรณีที่เงินประกันผลงานถูกหักไว้ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมด (สําหรับสัญญาที่เป็นราคา เหมารวม) ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนําหนังสือค้ําประกันของธนาคาร หรือหนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์จึงออกโดยธนาคารภายในประเทศ มามอบให้ กฟผ. เพื่อเป็นหลักประกัน
แทน
กฟผ. จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ําประกันของธนาคารดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก ผู้จ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงาดสุดท้าย - มาตรฐานฝีมือช่าง (ถ้ามี)
18.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมี วิศวกร
ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรโยธา สาขา
วิศวกรรมโบรา แนะ ระดับ ภาษี ขึ้นไป เพื่อทําหน้าที่ควบคุมงานจ้างในครั้งนี้ โดยจะต้องยื่นหนังสือ
รับรองการเป็น
วิศวกร พร้อมสําเนาใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพ (กว.) ดังกล่าวที่ยังไม่ หมดอายุ มาภายหลังการพิจารณาเสนอราคาภายใน 3 วัน ก่อนการลงนามสัญญาก่อส………..
18.2 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสําคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ
สํานักพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือ……………หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปวท.
จาก
หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองเข้ารับราชการได้ ในอัตราต่ํากว
แต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างจํานวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่างดังต่อไปนี้
ของ
2
18.2.1
ซึ่งโยง สร้างบางสํารวจ
18.2.2
งไหหา
18.2.3
อื่นๆ (ถ้ามี) - แผนการทํางาน
คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน…15….วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทํา แผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีการเช่า หรือกรณี สัญญาอายุไม่เกิน 30 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากําหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเช่า ราง และการจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้
ทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา - ข้อกําหนดเพิ่มเติม (ถ้ามี)
20.1 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัย รับจ้าง (บัญชี 3 5) ดังนี้
(1) บัญชี 3 เงื่อนไขความเตย (Safety Criteria)
(2) 4
- บัญชี 4 ข้อมูลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งด่วนเริ่ม ปฏิบัติงานตามสัญญาง
ทําเนินการ
(3) บัญชี 3 แบบประเมินผลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
20.2 ผู้รับจ้างต้องส่งแบบขออนุญาตเข้าทํางานทั่วไป (General Work Permit) ทุกวันที่มีการ
20.3 ผู้รับจ้างต้องส่งแบบฟอร์มขออนุญาตเข้าทํางานเฉพาะอย่างทุกวันที่มีการดําเนินการงานเฉพาะ อย่างนั้นๆ โดยให้ส่งเอกสารข้อ 13.2
20.1 ให้ผู้รับจ้างดําเนินตามข้อกําหนดการดําเนินการขอ 1 ถึง ชั่ว 25 หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการหรือ ปฏิบัติตามที่ กพผ. กําหนด หรือผู้รับจ้างผิดสัญญา หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ กฟผ. จะพิจารณาบอกเลิกสัญญา
20.5 กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างสวนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด หากไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณหรือไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จาก กฟผ. มิได้
20.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ กฟผ. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญ ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอาสารส่วนหนึ่งของสัญญา
20.7 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานสรุปผลการปฏิบัติงานให้ กฟผ. โดยส่งให้ กฟผ. ก่อนวันทําการ สุดท้ายของ..ละเดือน และจัดให้มีการประชุมรายงานความก้าวหน้าประจําเดือน โดยสาระสําคัญของรายงาน จะต้องประกอบด้วย
(1) ตารางความก้าวหน้างานพร้อม S Curve
(2) รายงานอัตรากําลังที่ใช้ในแต่ละเดือน
(3) รายงานการใช้เครื่องจักรกลและเครื่องมือพิเศษ (4) รายงานความก้าวหน้า
(5) รายงานด้านความปลอดภัย
(6) รายงานการเบิกจ่ายเงิน
20.8 กพผ. จะเป็นผู้ดําเนินการขออนุญาตในการรื้อถอนกับชุดงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาการ กฎระเบียบของคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน และกฎหมาย อื่นที่เกี่ยวข้องและที่จะมีการแก้ไขไป โดยมาก กฟผ. ต้องการรายละเอียดและเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนการ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรื้อถอน การรับซื้อ คุณสมบัติ ใบอนุญาตการประกอบกิจการ ใบรับรองของวิศวกร หรือ เอกสารอื่น ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหาเอกสารดังกล่าวให้ กฟผ. ภายใน 7 วันทาการ นับจาก กฟผ. มีหนังสือแจ้งอยางเป็นทางการ
20.5 กฟผ. มีสิทธิ์บอกสิกสัญญาได้ทันที หากผู้รับจ้างผิดสัญญา หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าไม่สามารถ ปฏิบัติตามสัญญาได้
&
ข้อกําหนดการนําเนินการ (เงื่อนไขเฉพาะงาน)
งานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
- ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
1.1 กฟผ. ให้ความสําคัญกับความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานต่อผู้คนมาเป็น อันดับแรกในแง่ของ บุคลากรของ กฟผ. บุคลากรของผู้รับจ้าง บุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่อยู่ในพื้นที่กฟผ. โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และชุมชนบริเวณโดยรอบ กฟผ. ทั้งหมดในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามที่กฎหมายกําหนด หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. หรือกฎกระทรวง หรือการดําเนินการที่จะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย กฟผ. จะสั่งหยุดงานทันที และให้ผู้รับ จ้างปรับปรุงหรือปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างไรก็ตาม หาก กฟผ. พิจารณาแล้วว่าผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการด้าน ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในระหว่างระยะเวลาของสัญญา หรือไม่สามารถ ปรับปรุงหรือปฏิบัติให้ถูกต้องได้ กฟผ. จะพิจารณาบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง
1.2
ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดต่อไปนี้
ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 129 ว่าด้วย ข้อกําหนดสําหรับการดําเนินการ
ด้านความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
ปลอดภัย
ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 100 ว่าด้วย มาตรฐานเครื่องหมายความ
ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง - ปฏิบัติตามระเบียบและข้อกําหนด ด้านความปลอดภัย ของผู้รักษาบริเวณอย่างเคร่งครัดใน ระหว่าง ดําเนินการก่อสราง
1.3 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความ
ปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง งานรื้อถอนอาคาร และกฎหมาย
ด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
1.4
ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารด้านความปลอดภัย ตามข้อกําหนดสําหรับการดําเนินการด้านความ ปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้างและงานรื้อถอนอาคาร
1.5
ก่อนเริ่มงานรื้อผู้รับจ้างจะต้องศึกษารายละเอียดของสัญญา ขอบเขตงานรื้อถอนอย่างละเอียดและ จัดลําดับการทํางานต่างๆประกอบด้วย แผนงานรื้อถอนแผนการใช้เครื่องมือเครื่องจักร แผนการย้ายวัสดุและ แผนอัตรากําลังคนเสนอให้ กฟผ. พิจารณาเห็นชอบ ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เข้าดําเนินการ
เป็นลายลักษณ์อักษร
1.6 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายชื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับหัวหน้างาน พร้อมใบแสดงคุณวุฒิแต่ละ ระดับที่ผ่านการอบรมจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมให้ กฟผ. ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เข้าดําเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร และแต่งตั้งให้ทําหน้าที่
รับผิดชอบความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานจนงาน แล้วเสร็จ โดยต้องอยู่ปฏิบัติงานประจํา ณ สถานที่ก่อสร้าง หากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยไม่อยู่ปฏิบัติงาน ณ สถานที่ก่อสร้าง ในขณะที่มีการดําเนินการของผู้รับจ้าง กฟผ. จะสั่งหยุดงานทันที
1.7 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานด้านความปลอดภัยให้ กฟผ. เห็นชอบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เข้าดําเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร
1.8
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) เช่นหมวกนิรภัย รองเท้านิรภัยเสื้อ สะท้อนแสง ถุงมือ เข็มขัดนิรภัย หน้ากากปิดจมูกและอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามลักษณะของงานและในพื้นที่อันตรายที่ กฟผ. กําหนด ให้เพียงพอ และเหมาะสมต่อผู้ปฏิบัติงาน
2. เงื่อนไขทั่วไป
2.1
ก่อนเริ่มงานก่อสร้างส่วนใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบ สัญญาจ้าง แบบก่อสร้างและเอกสารแนบ สัญญาทั้งหมด ให้เข้าใจชัดเจนหากมีข้อสงสัยให้สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. ก่อน
2.2
ในระหว่างการก่อสร้างมีให้ผู้รับจ้างทํางานโดยปราศจากแบบก่อสร้างและเอกสารแนบสัญญาห้าม
ผู้แทนผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างกระทําไปโดยพลการ
2.3
กิจกรรมรื้อถอนที่ก่อให้เกิดเสียงดัง จะต้องดําเนินการในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น (เวลา 08:00 - 17:00 น.) ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ข้อ 3.2) กรณีมีเหตุจําเป็นที่ต้องดําเนิน กิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดังนอกเวลาดังกล่าว หรือหากมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดังมากกว่าปกติให้แจ้งผู้ ควบคุมงาน กฟผ. ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
ให้ผู้รับจ้างจัดทําหนังสือแจ้งเข้าดําเนินการส่ง กฟผ. ดังต่อไปนี้ (ถ้ามี)
2.4
ล่าดับ
1
รายการ
การนําเนินการ
หมายเหตุ
หนังสือแจ้งเขาดําเนินการในวันและเวลาทําการ
ส่งเป็นรายสัปดาห์
วันจันทร์ ถึง
วันศุกร์
2
การ
หนังสือแจงเขานําเนินการในวันและเวลานอกท่า ส่งเป็นรายสัปดาห์
วันเสาร
วันอาทิตย์
วันหยุดตาม
ประเพณี
3
4
5
6
7
แบบฟอร์มรายชื่อผู้ปฏิบัติงานสําหรับขออนุญาต ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงาน
เขาทํางาน
แบบขออนุญาตเข้าทํางานทั่วไป
(General work permit)
แบบฟอร์มขออนุญาตเขาทํางานเฉพาะอย่าง
: งานในที่อับอากาศ
แบบฟอรมขออนุญาตเขาทํางานเฉพาะอย่าง
: งานที่ทําให้เกิดความร้อน ประกายไฟ
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงาน
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงานในที่ แนบพร้อมกับ
General
อับอากาศ
work permit
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงานที่ทํา แนบพร้อมกับ
ให้เกิดความร้อน ประกาย General
work permit
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงานบน แนบพร้อมกับ
ไฟ
แบบฟอร์มขออนุญาตเขาทํางานเฉพาะอย่าง :
ที่สูง/บ่อลึก
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงาน
8
co
งานบนที่สูง/บ่อลึก
แบบฟอร์มขออนุญาตเข้าทํางานเฉพาะอย่าง
: งานเกี่ยวกับอุปกรณ์ ยกย้าย ของขนาดใหญ่
แบบฟอร์มขออนุญาตเข้าทํางานเฉพาะอย่าง
9
: งานนังราน งานนั่งร้าน
10
11
12
แบบฟอร์มขออนุญาตเข้าทํางานเฉพาะอย่าง
งานที่ปฏิบัติงานใกล้สายส่งไฟฟ้าแรงสูง
.
แบบฟอร์มขออนุญาตเขาทํางานเฉพาะอย่าง
- งานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตราย
แบบฟอร์มขออนุญาตเขาทํางานเฉพาะอย่าง
: งานเกี่ยวกับการขุดเจาะ ลึกไม่ถึง 2 เมตร
General
work permit
แนบพรอมกับ
เกี่ยวกับอุปกรณ์ ยก ย้าย | General
ของขนาดใหญ่ ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงาน นั่งร้าน
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงานที่
ปฏิบัติงานใกล้สายส่ง
ไฟฟ้าแรงสูง ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้องกับสารเคมี
อันตราย
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับการขุด เจาะ ลึก
ไม่ถึง 2 เมตร
work permit
แนบพรอมกับ
General
work permit
แนบพรอมกับ
General
work permit
แนบพรอมกับ
General
work permit
แนบพรอมกับ
General
work permit
13
14
แบบฟอร์มขออนุญาตเขาทํางานเฉพาะอย่าง
: งานขุดเจาะ ลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
แบบฟอร์มขออนุญาตเข้าทํางานเฉพาะอย่าง - งานก่อสร้างที่มีเสาเข็มและกําแพงพูด
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงานขุด แนบพร้อมกับ
เจาะลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้น General
ไป
ส่งทุกวันที่ปฏิบัติงาน
work permit
แนบพรอมกับ
ก่อสร้างที่มีเสาเข็มและ
General
work permit
กําแพงพืด
ทั้งนี้แบบฟอร์มรายชื่อผู้ปฏิบัติงานสําหรับขออนุญาตเข้าทํางาน แบบขออนุญาตเข้าทํางานทั่วไป
(General Work Permit) และแบบฟอร์มขออนุญาตงานเฉพาะอย่างฯ ให้ผู้รับจ้างเสนอให้ผู้ควบคุมงาน กฟผ. พิจารณาและอนุมัติล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทําการ และในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะทํางานนอกเวลา ทําการ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ กฟผ. เห็นชอบล่วงหน้า 1 วันทําการ สําหรับทํางานล่วงเวลาในตอนเย็น และ ล่วงหน้า 3 วันการ สําหรับวันหยุด เพื่อให้ กฟผ. เปิดให้เข้าพื้นที่
หากผู้รับจ้างไม่ส่งแบบขออนุญาตเข้าทํางานทั่วไป (General Work Permit) และแบบฟอร์มขอ อนุญาตงานเฉพาะอย่าง กฟผ. จะสั่งหยุดงานทันที และแบบขออนุญาตเข้าทํางานทั่วไป (General Work Permit) และแบบฟอร์มขออนุญาตงานเฉพาะอย่าง
2.5
ให้ผู้รับจ้างส่งเอกสารขออนุมัติแบบปฏิบัติงานรื้อถอนอาคาร (Shop Drawing Approve) ทุกวันที่มี การดําเนินการรื้อถอน โดยให้ระบุอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่จะทําการรื้อถอน และองค์อาคารหรือส่วนประกอบ หรือพัสดุหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ในสัญญางานรื้อถอน ให้ผู้รับจ้างเสนอให้ผู้ควบคุมงาน กฟผ. พิจารณาและ อนุมัติล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันทําการ
2.6 กฟผ. ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างบ้านพักคนงานในเขตพื้นที่ของ กฟผ. เว้นแต่ที่ทําการสนามโรง เก็บพัสดุและเครื่องมือ โดย กฟผ. จะกําหนดสถานที่ให้ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแบบที่ เกี่ยวข้อง ให้ กฟผ. พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการล่วงหน้า 30 วัน
2.7
ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานประจําสัปดาห์ (Weekly Report) ให้ กฟผ. ตามแบบฟอร์มที่ผู้รับจ้างเป็นผู้ กําหนดโดยความเห็นชอบของ กฟผ. ซึ่งรายงานต้องจัดส่งให้ กฟผ. ในวันแรกของสัปดาห์ถัดมาโดยผู้ได้รับ มอบหมายของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองรายงานนั้น ผู้ควบคุมคุมงานหรือวิศวกร กฟผ. จะทําการตรวจสอบ และลงนามรับรองเมื่อตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
2.8 กฟผ. สงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ในการเข้าดําเนินการ ในสถานที่และเวลาที่ผู้รับจ้างดําเนินการอยู่โดยไม่เป็น อุปสรรคต่องานหลักของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอขยายระยะเวลา ของสัญญาไม่ได้
2.9
ในกรณีที่ กฟผ. สั่งให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมงานในส่วนของงานรื้อถอนซึ่งไม่ทําให้เกิด อุปสรรคกับ งานหลักหรือกับงานส่วนที่ไม่ใช่งานหลักหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นกับงานส่วนที่ไม่ใช่งานหลักผู้รับจ้างจะนํามาเป็น
ข้ออ้างเพื่อขอขยายเวลาของสัญญาไม่ได้
2.10 งานต่างๆ ในส่วนที่ไม่ใช่งานของผู้รับจ้างแต่มีความสัมพันธ์กับงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องแจ้ง กฟผ. ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ก่อนเริ่มดําเนินการในส่วนของผู้รับจ้างเพื่อให้ กฟผ. พิจารณาดําเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
2.11 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตาม
ตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
2.12 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นของ กฟผ. หรือบุคลภายนอกรวมทั้งอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดจาการดําเนินการของผู้รับจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานของผู้ รับจ้าง ซึ่งผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่า โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบทั้งสิ้น
2.13 หากปรากฏว่าแบบ หรือ เอกสารเงื่อนไขเฉพาะงาน รายละเอียดงานโดยสังเขปมีข้อขัดแย้งกันผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ กฟผ. และคําวินิจฉัยของ กฟผ. ให้ถือเป็นที่สุด โดยขอคําแนะนําจาก กฟผ. ก่อน แล้วจึงปฏิบัติงานต่อไปตามคําแนะนํานั้นทุกประการ
2.14 ผู้รับจ้างต้องทํางานให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและหลักวิชาช่างที่ดี และวิธีการดําเนินการได้รับการ
ยอมรับจาก กฟผ. แล้ว
2.15 เมื่องานรื้อถอนแล้วเสร็จก่อนส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องเก็บเศษวัสดุต่างๆ ออกไปทิ้งนอกเขตพื้นที่ กฟผ. (ผู้รับจ้างหาที่ทิ้งเองและเป็นไปตามกฎหมาย) และแจ้งสถานที่ทิ้งเศษวัสดุ กฟผ. ทราบ พร้อมทําความ สะอาดสถานที่รื้อถอนให้เรียบร้อยตามสภาพที่ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างของ กฟผ.
เห็นสมควร
2.16 ให้ผู้รับจ้างติดตั้งป้ายโครงการ ป้ายสถิติความปลอดภัย ป้ายเครื่องหมายปลอดภัยไว้ก่อน (Safety First) และป้ายการช่วยชีวิตฉุกเฉิน ไว้ที่ตําแหน่งหน้ารั้วโครงการ
2.17 ข้อกําหนด เอกสารต่างๆ รายละเอียดใดๆ ที่ระบุไว้ไม่ชัดเจน ขาดตก ผิดพลาด หรือจําเป็นต้องจัดหา ข้อมูลเพิ่มเติม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหา เพื่อให้งานรื้อถอนสมบูรณ์ครบถ้วนตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะเอา ความไม่สมบูรณ์ดังกล่าวข้างต้น มาเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ. เพิ่มเติมมิได้
2.18 กฟผ. ขอสงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ในการเข้าดําเนินการ ในสถานที่และเวลาที่ผู้รับจ้างดําเนินการอยู่ โดยไม่เป็น อุปสรรคต่องานหลักของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอขยายระยะเวลา ของสัญญาไม่ได้
2.19 ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานความก้าวหน้าของงานให้ กฟผ. ทราบเป็นระยะทุก 30 วัน รวมถึงจัดประชุม ประจําเดือน ตามแบบฟอร์มที่ผู้รับจ้างเป็นผู้กําหนด โดยความเห็นชอบของ กฟผ. หากปรากฏว่าผู้รับจ้าง ทํางานช้ากว่าแผนงานที่นําเสนอไว้ ผู้รับจ้างต้องชี้แจงสาเหตุที่ล่าช้า ทั้งต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงเร่งรัด การ ทํางานให้แล้วเสร็จตามแผนเดิมที่กําหนดไว้
2.20 หนังสือและเอกสารและบันทึกทั้งหมดที่ใช้สําหรับการดําเนินการรื้อถอนอาคารให้จัดส่งที่ อาคารกอง โยธาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 800 หมู่ 6 ตําบลแม่เมาะ อําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง 52220
2.21 ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมประชุมกับ กฟผ. อย่างน้อยดังต่อไปนี้ โดย วัน เวลา และสถานที่จะแจ้งให้ทราบ
ภายหลัง
ล่าดับ
รายการ
ระยะเวลา (วัน)
หมายเหตุ
1
Kick-off Meeting
1
งานรื้อถอนอาคารกอง
การแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่
2
Technical Meeting
ทุก 7 วัน
เมาะ
3
Safety Meeting
4
การซักซ้อมแผนควบคุมและระงับเหตุ
ฉุกเฉินระบบดับเพลิง
ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
1
ตองเขารวมทุกคน
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ต้องเข้าร่วมทุกคน
5
Lifting Plan
ทุก 15 วัน
ถาม
6
Pre-Demolition Conference
1
ก่อนเริ่มรื้อถอน
อาคารสถานพยาบาล
อาคารสถานพยาบาล
7
Asset Management Meeting
ทุก 15 วัน
วอย่าง-เอกสารการขอ Approve แบบก่อสร้าง
FOR SAFETY ANALYSIS (ส่วนที่ 2
งาน เคราะห์:
Atrict : : พิเคราะห์ : ***เคราะห์ :
งาน หา
ขั้นตอน การทํางาน
Cob Steps)
PROFC OWNER
SWAY DEFIER
JOB SAFETY ANALYSIS
การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
ตาม ป : กาน นารา :
ลักษณะอันตรายที่อาจ เกิด น
การตรวจสอบ
มาตรการป้อน
¡A Potentially
(Safe Procedure /Measures)
ไม่มี
Dangerous Manny!
น นา
ตัวอย่าง-เอกสารการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
3. มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ให้ผู้รับจ้างดําเนินการตามมาตรการและจัดทํารายงานบันทึกผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไข
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังต่อไปนี้
3.1
คุณภาพอากาศ
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
คุณภาพอากาศ ให้ผู้รับจ้างฉีดพรมน้ําบริเวณรื้อถอนที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง
และถนนทางเข้า-ออกพื้นที่โครงการฯ อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง
ในช่วงฤดูแล้งหรือตามความเหมาะสมในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกัน ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายสู่บรรยากาศ และส่งผลกระทบต่อชุมชน
ใกล้เคียง
- ให้ผู้รับจ้างใช้วัสดุกันฝุ่นโดยรอบอาคารก่อนเริ่มงานรื้อถอน
หรือในพื้นที่ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง - ให้ผู้รับจ้างทําแผงกันชน (กันวัสดุตกหล่น) โดยรอบอาคาร - ให้ผู้รับจ้างดูแลทําความสะอาดถนนบริเวณทางเข้าพื้นที่ โครงการฯ ให้สะอาดอยู่เสมอ
- ให้ผู้รับจ้างจํากัดความเร็วของรถและเครื่องจักรภายในพื้นที่รื้อ ถอนไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของ ฝุ่นละออง
ให้ผู้รับจ้างตรวจสภาพเครื่องยนต์/เครื่องจักรที่ใช้ในการรื้อ ถอน ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนดเช่น ปั้นจั่นยกของ ลิฟต์ที่ ใช้ในการรื้อถอน เป็นต้น และบํารุงรักษาตามแผนการตรวจ สภาพและซ่อมบํารุง เพื่อลดการระบายมลสารทางอากาศ - ให้ผู้รับจ้างทําความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากพื้นที่ซื้อ ถอน สู่ถนนสาธารณะ และทางหลวง เพื่อป้องกันเศษดินและ ทรายที่อาจติดไปกับล้อรถบรรทุก
หมายเหตุ
3.2 เสียง
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เสียง ให้ผู้รับจ้างพิจารณาทางเลือก วิธีการ และอุปกรณ์ในการรื้อถอน ที่มีระดับเสียงต่ํารวมทั้งจัดเตรียมแผนงานให้เหมาะสมเพื่อลด
ผลกระทบจากระดับเสียง - ให้ผู้รับจ้างติดตั้งกําแพงกันเสียงทําด้วยแผ่นเหล็ก (Steel
Sheet)
ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบและบํารุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพดี ตามแผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อลดผลกระทบ ด้านเสียงและความสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ - ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีและกําหนดให้ใช้อุปกรณ์ลดเสียง เช่น ปลั๊ก ลดเสียง หรือหูลดเสียง เป็นต้น สําหรับคนงานและเจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้อง ที่ทํางานในพื้นที่ที่มีระดับเสียงเกิน 85 เดซิเบล - ให้ผู้รับจ้างหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดังพร้อมกัน - ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
ดานเสียงอย่างเครงครัด
3.3
คุณภาพน้ํา
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
คุณภาพนํา - ให้ผู้รับจ้างจัดหาน้ําใช้ให้เพียงพอ - ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีห้องสุขาสําหรับคนงานให้เพียงพอ และ
เป็นไปตามกฎหมายกําหนด
ห้องสุขาของคนงานรื้อถอน ต้องอยู่ห่างจากแหล่งน้ําสาธารณะ อย่างน้อย 30 เมตร พร้อมทั้งจัดให้มีระบบบําบัดน้ําเสีย เช่น
แบบ On-site Package Sanitary Treatment Tank แบบ Aerobic เป็นต้น และเมื่อห้องน้ําห้องส้วมของคนงานเต็ม ต้อง
หมายเหตุ
หมายเหตุ
3.4
ส่งให้หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตหน่วยงานราชการ นําไปกําจัด
อยางถูกหลักสุขาภิบาล - ให้ผู้รับจ้างจัดระเบียบการวางกองวัสดุรื้อถอน และการจัดการ มูลฝอย เพื่อให้เกิดการชะล้างลงสู่รางระบายน้ําฝนของ
โครงการฯ - กิจกรรมปรับผิวดิน การขุดหลุมเพื่อสร้างฐานราก หลีกเลี่ยง การดําเนินการในช่วงฤดูฝนเพื่อลดผลกระทบจากการชะล้าง
ตะกอนดินลงสู่ทางระบายน้ํา - ให้ผู้รับจ้างขุดลอกตะกอนจากท่อระบายน้ํา บริเวณโดยรอบ เขตรื้อถอนเป็นประจํา
ห้ามผู้รับจ้างทิ้งขยะลงสู่แหล่งน้ําธรรมชาติ
ทรัพยากรชีวภาพ
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรชีวภาพ - ห้ามคนงานของผู้รับจ้างตัดต้นไม้ และจับสัตว์ป่าในบริเวณ
พื้นที่ใกล้เคียงเขตพื้นที่รื้อถอน หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้มี อํานาจ ถ้าคนงานไม่ปฏิบัติตามต้องมีบทลงโทษ เช่น ยกเลิกการ จาง เป็นต้น
หากพบเห็นสัตว์ป่าที่จะได้รับอันตรายจากการปฏิบัติงาน เช่น สัตว์วัยอ่อน สัตว์ที่มีรังและลูกอ่อน เป็นต้น อาศัยอยู่ในบริเวณ พื้นที่ที่กําลังปฏิบัติงาน ถ้าดําเนินการต่อไปจะทําให้สัตว์ป่ามี อันตรายได้ ผู้ปฏิบัติงานจะต้องหยุดการดําเนินงานทันทีและแจ้ง ให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชสายด่วน 1362 เพื่อมาดําเนินการให้เรียบร้อยก่อน จึงจะดําเนินงานต่อไป
ได้
ห้ามคนงานของผู้รับจ้างจับสัตว์น้ําในแหล่งน้ําสาธารณะ
หมายเหตุ
การคมนาคมขนส่ง
3.5
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
การคมนาคม
ขนส่ง
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ให้ผู้รับจ้างวางแผนการใช้เส้นทางในการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ของ
โครงการฯ อย่างรอบคอบและรัดกุม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้าน
จราจร
- จํากัดความเร็วของรถขนส่งวัสดุอุปกรณ์ในพื้นที่ กฟผ. พื้นที่ โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อป้องกันการ เกิดอุบัติเหตุ และความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่โครงการฯ
- กําหนดให้มีการติดหมายเลขโทรศัพท์ผู้รับผิดชอบที่รถขนส่ง ในขนาดที่มองเห็นได้ชัดทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง เพื่อ เป็นช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน
จัดให้มีสัญลักษณ์แสดงขอบเขตพื้นที่รื้อถอนที่ชัดเจน
- การขนย้ายด้วยรถบรรทุกหากมีวัสดุตกหล่นบนถนนให้รีบทํา ความสะอาด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
การขนย้ายเศษวัสดุอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามระเบียบการนําของออกนอกบริเวณพื้นที่ กฟผ. อย่าง
เครงครัด
การคมนาคมขนส่ง (ต่อ)
3.5
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
การคมนาคม
ขนส่ง (ต่อ)
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม - ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีผู้ควบคุมหรือผู้บริการงานจราจรบริเวณทาง รวม ทางแยก และจุดเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาจราจร โดยต้องได้รับ การอบรมแลว
- ให้ผู้รับจ้างกวดขันพนักงานขับรถบรรทุก ให้ปฏิบัติจราจรอย่าง เคร่งครัด
- ให้ผู้รับจ้างส่งแผนฉุกเฉินในกรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง
หมายเหตุ
หมายเหตุ
3.6
การระบายน้ําและป้องกันน้ําท่วม
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การระบายน้ําและ ห้ามผู้รับจ้างทิ้งขยะและเศษวัสดุรื้อถอนลงรางระบายน้ํา
ป้องกันน้ําท่วม ให้ผู้รับจ้างมีการตรวจสอบรางระบายน้ําไม่ให้อุดตัน เดือนละ
1 ครั้ง
- ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีแนวกั้นรอบบริเวณพื้นที่ที่มีการกองดินใน พื้นที่รื้อถอน เพื่อป้องกันน้ําฝนชะดินไปอุดตันท่อระบายน้ํา
การจัดการกากของเสีย
3.7
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
การจัดการกาก
ของเสีย
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม - ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีพื้นที่สําหรับเก็บขยะมูลฝอย โดยกองเก็บให้ เป็นระเบียบและแบ่งเขตให้ชัดเจน เพื่อความเป็นระเบียบ
เรียบร้อย - ให้ผู้รับจ้างจัดหาภาชนะรองรับขยะมูลฝอยที่มีฝาปิดมิดชิด กระจายตามจุดต่างๆ ภายในพื้นที่รื้อถอน ให้เพียงพอกับปริมาณ ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น
จัดให้มีการคัดแยกกากของเสียที่เกิดจากการรื้อถอน เช่นเหล็ก เศษปูนซีเมนต์ เศษไม้ เศษดิน ปนเปื้อนสารเคมี เป็นต้น และ จากกิจกรรมของคนงานออกจากกัน โดยแยกเศษวัสดุที่สามารถ นํากลับมาใช้ประโยชน์หรือมีมูลค่า - ควบคุมคนงานให้ทิ้งขยะมูลฝอยในถังรองรับมูลฝอยในส่วนที่ จัดเตรียมไว้ ก่อนนําไปกําจัดและไม่ให้ทิ้งขยะมูลฝอยในราง ระบายน้ํา เพื่อป้องกันน้ําเสียและเศษขยะอุดตัน
หมายเหตุ
หมายเหตุ
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
3.8
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
อาชีวอนามัยและ ให้ผู้รับจ้างมีการดําเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความ
ความปลอดภัย
—
—
ปลอดภัย ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชี
วอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554 และ
กฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง
จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ (จป.) ที่มีความรู้ ความสามารถรับผิดชอบดูแลความปลอดภัย
- จัดอบรมหัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน คนงาน และผู้เกี่ยวข้องใน เรื่องความปลอดภัยในการทํางานที่เกี่ยวกับการรื้อถอน
- ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะต้องผ่านการอบรมเรื่อง ความ ปลอดภัย กฎและระเบียบปฏิบัติในการทํางานอย่างปลอดภัยที่
สอดคล้องเหมาะสมกับงานรื้อถอนอาคาร และให้ความรู้แก่ พนักงานทางด้านความปลอดภัย ในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ - จัดให้มีการพูดคุยเรื่องความปลอดภัย (Safety Talk /Toolbox Talk) โดย จป. วิชาชีพ ก่อนเริ่มงานทุกวัน - มีระบบ Work Permit สําหรับงานที่เสี่ยงอันตราย เช่น ระบบ Hot Work Permit และ การทํางานในที่อับอากาศ เป็นต้น - ให้ผู้รับจ้างเตรียมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้เหมาะสมกับการรื้อถอน แต่ละประเภท เช่น หมวกนิรภัย รองเท้านิรภัย ถุงมือ แว่นตานิรภัย ปลั๊กลดเสียง และครอบหูลด เสียงเป็นต้น และจัดให้มีการตรวจสอบและควบคุมดูแลให้มีการ ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด - ให้ผู้รับจ้างจัดทําแนวรั้วของบริเวณพื้นที่รื้อถอน กําหนดจุด เข้า-ออก และติดป้ายเตือนอันตรายห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใน พื้นที่ดังกล่าวให้ชัดเจน
ห้ามใช้เครื่องมือที่ชํารุด เสียหาย หรืออยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะ
ใชงาน
หมายเหตุ
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ต่อ)
3.8
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
—
อาชีวอนามัยและ จัดเก็บเครื่องมืออุปกรณ์รื้อถอนให้เป็นระเบียบ และตรวจสอบ
ความปลอดภัย ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
(ต๋อ) - ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
กําหนดให้มีเครื่องป้องกันอันตรายสําหรับการรื้อถอน เช่น แผง
กันตก ผ้าใบกัน เศษวัสดุ เป็นต้น
- เชือก ลวดสลิง และรอก มีขนาดเหมาะสม แข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งานโดยต้องมีการตรวจสอบก่อนอนุญาต
ใหใชงาน - Mobile Crane ต้องมีแบบ ปจ.2 และต้องได้รับการตรวจสอบ จาก จป. ก่อนอนุญาต ให้เริ่มงาน
การขนย้ายเศษวัสดุอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามระเบียบการนําของออกนอกบริเวณพื้นที่สํานักงานกลาง
กฟผ. อยางเดรงครัด
- ให้ผู้รับจ้างส่งแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย และแผน ป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจรให้ กฟผ. ภายใน 10 วัน หลังจาก วันที่เริ่มต้นสัญญา
จัดให้มีน้ําดื่มสะอาด และน้ําใช้ให้เพียงพอต่อคนงาน - จัดหาห้องสุขาที่ถูกหลักสุขาภิบาลสําหรับคนงานให้เพียงพอ ตามที่กฎหมายกําหนด
- จัดให้มีสถานที่ เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์สําหรับการปฐมพยาบาล เบื้องต้น กรณีคนงานได้รับบาดเจ็บหรือเกิดเจ็บป่วย รวมทั้งรถ รับส่งฉุกเฉินเพื่อนําผู้ป่วย ส่งต่อไปรักษายังสถานพยาบาล
ใกล้เคียง
หมายเหตุ
3.9 เศรษฐกิจ-สังคม
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เศรษฐกิจ-สังคม จัดให้มีหัวหน้าคนงานเป็นผู้ดูแลคนงาน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ดูแล
—
การเข้า-ออกพื้นที่ รื้อถอนอย่างเคร่งครัด ผู้รับจ้างต้องดูแล ควบคุมคนงานอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาการทําร้าย
ร่างกายและการทะเลาะวิวาทระหว่างคนงานต่างถิ่นกับคนงาน ในชุมชน ตลอดจนปัญหาต่อคนในชุมชนรอบข้าง
จัดให้มีขอบเขตที่พักคนงานชั่วคราว (พักกลางวัน) และพื้นที่
รื้อถอนอย่างชัดเจน
ควบคุมกิจกรรมการรื้อถอนและพฤติกรรมของคนงานอย่าง
ใกล้ชิดไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่
จัดให้มีระบบการจัดการเรื่องร้องเรียนในระยะรื้อถอนที่ชัดเจน
โดยกําหนดบุคคลที่รับผิดชอบและระยะเวลาในการตรวจสอบ
และติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน
การประชาสัมพันธ์และการมีสวนรวมของประชาชน
3.10
องค์ประกอบด้าน
สิ่งแวดล้อม
การ
ประชาสัมพันธ์
และการมีส่วน
ร่วมของ
มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ให้ความรู้คนงานในเรื่องสุขอนามัยและการป้องกันโรคติดต่อ
เช่น การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เป็น ต้น อย่างสม่ําเสมอ พร้อมทั้งดูแลสภาพแวดล้อมและรักษาความ สะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงาน
ประชาชน
หมายเหตุ
หมายเหตุ
4. ผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
4.1 การคมนาคม
4.1.1 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการด้วยวิธีดังต่อไปนี้
ดัชนีที่ใช้ติดตามตรวจสอบ
ประเภทและจํานวนรถที่เข้า-ออกพื้นที่ซื้อ
ลําาดับ
1
ถอน
วิธีการวิเคราะห์
บันทึกประเภทและจํานวนรถทีเฃา-ออก
พื้นที่รื้อถอน
4.2 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
4.2.1 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการด้วยวิธีดังต่อไปนี้
ดัชนีที่ใช้ติดตามตรวจสอบ
ลําาดับ
1 สถิติอุบัติเหตุ
วิธีการวิเคราะห์
บันทึกสถิติอุบัติเหตุโดยระบุ สาเหตุ ลักษณะ
ของอุบัติเหตุ ผลต่อสุขภาพ จํานวน ผู้ได้รับบาดเจ็บพร้อมทั้งระบุวิธีการแก้ปัญหา
และขอเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะ
4.2.2 ให้ผู้รับจ้างบันทึกสถิติอุบัติเหตุ โดยระบุสาเหตุ ลักษณะของอุบัติเหตุ ผลต่อสุขภาพ จํานวน ผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งระบุวิธีการแก้ปัญหาและข้อเสนอแนะ บริเวณพื้นที่รื้อถอน ตลอดระยะเวลารื้อถอน
5. ระเบียบปฏิบัติสําหรับผู้รับจ้าง
5.1 ผู้รับจ้างหรือผู้แทนผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในบริเวณอาคารสํานักงานหรือสถานที่จะต้อง ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือกฎระเบียบที่ผู้รักษาบริเวณ กฟผ. กําหนดโดยเคร่งครัด
5.2 ก่อนที่ผู้รับจ้างหรือผู้แทนผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องทําหนังสือ แจ้งผู้แทน กฟผ. หรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานรื้อถอน เพื่อขออนุญาตเข้าดําเนินการตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง พร้อมทั้งแจ้งจํานวนรายชื่อผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานนั้นๆ เมื่อได้รับอนุญาตจาก กฟผ. แล้วจึง
เข้ามาดําเนินการได้
5.3 ผู้รับจ้างต้องทําบัตรแสดงตนตามระเบียบ กฟผ. ให้กับผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างทุกคนผ่านที่เข้า ออกพื้นที่ของ กฟผ. และจะต้องติดบัตรแสดงตนตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่อาคาร สํานักงานหรือ สถานที่รื้อถอน โดยติดบัตรแสดงตนไว้ที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้ายเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน และห้ามนําไปติดหรือ แขวนไว้ที่กางเกงหรือกระโปรงโดยเด็ดขาดเมื่องานแล้ว เสร็จผู้รับจ้างต้องนําส่งบัตรแสดงตนคืนแก่ กฟผ.
5.4 ผู้รับจ้างหรือผู้แทนผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานของตนตระหนักถึงความปลอดภัยในการ
ทํางานโดยให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับเรื่อง “ความปลอดภัยในการทํางาน” รวมทั้งต้อง ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยของ กฟผ. เจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยประจําชุดงาน และผู้ควบคุมงานตลอดจนป้ายเตือนต่างๆ โดยเคร่งครัด
5.5
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะต้องช่วยกันรักษาความสะอาดและสภาพแวดล้อมของสถานที่หรือ
พื้นที่ก่อสร้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพหรือทรัพย์สินที่เป็นของตนเองหรือส่วนรวม
5.6 ห้ามผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างมียาเสพติดให้โทษหรือสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่ผิดกฎหมาย ไว้ครอบครองเพื่อมีไว้เสพหรือจําหน่ายภายในพื้นที่ของ กฟผ. โดยเด็ดขาดหากฝ่าฝืน กฟผ. จะดําเนินการตาม
กฎหมายโดยทันที
5.7 ห้ามผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างพกอาวุธทุกชนิดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่ามีความผิดทางอาญาเข้ามา ภายในพื้นที่ของ กฟผ. โดยเด็ดขาดหากผู้ใดฝ่าฝืน กฟผ. จะดําเนินการทางกฎหมายโดยทันที
5.8 ห้ามผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเล่นการพนันทุกชนิดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่ามีความผิดทางอาญา ภายในพื้นที่ของ กฟผ. โดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืน กฟผ. จะดําเนินการส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตํารวจดําเนินการตาม กฎหมายทันที
5.9 ห้ามผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างนําเด็กและสัตว์เลี้ยงเข้ามาในพื้นที่ กฟผ. หรือสถานที่รื้อถอนและ ก่อสร้างโดยเด็ดขาด
5.10 ห้ามผู้รับจ้างใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ปฏิบัติงานในพื้นที่รื้อถอนอาคารโดยเด็ดขาด 5.11 ห้ามผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างดื่มเครื่องดองของเมาและก่อการทะเลาะวิวาทในสถานที่ก่อสร้าง
โดยเด็ดขาด
5.12 ห้ามนํารถยนต์หรือจักรยานยนต์หรือจักรยานไปจอดในบริเวณที่กําลังดําเนินการรื้อถอนยกเว้น
รถส่งวัสดุอุปกรณ์เพื่อนําไปใช้ในงานและต้องรีบนํารถกลับออกมาเมื่อดําเนินการแล้วเสร็จ
5.13 ห้ามสวมรองเท้าแตะในพื้นที่รื้อถอนอาคารโดยเด็ดขาด
5.14 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขระเบียบดังกล่าวข้างต้นโดย
เคร่งครัดหากละเลยหรือเพิกเฉยไปไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขระเบียบดังกล่าว กฟผ. ถือว่าผู้รับจ้างผิดเงื่อนไขของ สัญญาจ้างในเรื่องความปลอดภัยในการทํางาน กฟผ. ขอสงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาจ้างกับผู้รับจ้างโดย
ทันที หรือกฟผ. จะดําเนินการอย่างอื่นตามที่เห็นสมควร
6. การควบคุมงาน
6.1 ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งและส่งแผนงานบริหารโครงการ (Organization Chart) เสนอ กฟผ. เพื่อ พิจารณาก่อนดําเนินการ โดยบุคลากรที่สําคัญต้องประกอบด้วยผู้จัดการโครงการ วิศวกรโครงการควบคุมงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และหัวหน้างานด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
สัญญา
6.1.1 วิศวกร สาขาวิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกร ขึ้นไป ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบ จากสภาวิศวกรและใบอนุญาตต้องมีกําหนดอายุครบครอบคลุมจน
วิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
งานรื้อถอนแล้วเสร็จ จํานวน 1 คน
6.1.2 หัวหน้างาน ช่างควบคุมงาน คุณวุฒิ ปวส. สาขาวิชาช่างก่อสร้าง หรือสาขาโยธา
จํานวน 1 คน
6.1.3 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน จํานวน 1 คน
6.1.4 บุคลากรตามข้อ 6.1.1 ถึง 6.1.3 ต้องอยู่ปฏิบัติงานประจํา ณ สถานที่ก่อสร้าง ตลอดเวลาที่มีการดําเนินการในพื้นที่รื้อถอนอาคาร หากบุคลากรไม่อยู่ปฏิบัติงาน ณ สถานที่ ก่อสร้าง ในขณะที่มีการดําเนินการของผู้รับจ้าง กฟผ. จะสั่งหยุดงานทันที
6.1.5 ผู้แทนของผู้รับจ้างวิศวกรควบคุมงานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานอาจ เป็นบุคคลเดียวกันก็ได้แต่ต้องแสดงใบอนุญาตให้ กฟผ. พิจารณาก่อนการทํางาน ตามข้อ 1.6 6.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารดังต่อไปนี้ให้ กฟผ. เห็นชอบภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามใน
6.2.1 แผนงานการรื้อถอนอาคาร
6.2.2 แผนการใช้เครื่องมือหรือเครื่องจักร
6.2.3 แผนการขนย้ายเศษวัสดุจากการรื้อถอนนําไปทิ้งภายนอก กฟผ.
6.2.4 อัตรากําลังจําแนกตามลักษณะของงาน
6.2.5 วิธีการรื้อถอนอาคารพร้อมการรับรองโดยบุคลากรที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง
6.2.6 แผนผังบริหารโครงการ (Organization Chart)
6.2.7 หนังสือแต่งตั้งบุคลากร
6.2.8 แผนประเมินความเสี่ยงและด้านความปลอดภัย
6.3 ห้ามผู้รับจ้างรื้อถอนโดยใช้วิธีระเบิดและวิธีอื่นๆ นอกเหนือที่ได้รับเห็นชอบจาก กฟผ. อันจะก่อ เกิดผลกระทบกับพื้นที่สํานักงานกลาง กฟผ. ชุมชนโดยรอบ ชุมชนโรงไฟฟ้า เครื่องผลิตไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อื่น ในเขตโรงไฟฟาแม่เมาะ
6.4 ผู้รับจ้างต้องแสดงป้ายรายละเอียดของงานรื้อถอนที่ระบุชื่อผู้จ้าง ระยะเวลาดําเนินการ วิศวกร ควบคุมงาน ผู้ควบคุมงาน กรรมการตรวจรับงาน เป็นต้น บริเวณพื้นที่ทําการรื้อถอนด้วยขนาดที่เหมาะสมและ เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับองค์กรส่วนท้องถิ่น
7. ข้อกําหนดการรื้อถอนอาคาร
7.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการดําเนินการรื้อถอนอาคารกองการแพทย์ รฟ.แม่เมาะและสิ่งปลูก สร้างอื่น ๆ พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ สิ่งแวดล้อมมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ
1.2 ก่อนเริ่มงานรื้อถอนผู้รับจ้างจะต้องศึกษารายละเอียดลักษณะและสภาพของบริเวณงานรื้อถอนสิ่ง
ปลูกสร้างเดิมและสิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้เคียงทางเข้า-ออก ที่จะใช้ในการรื้อถอนและขนย้ายเศษวัสดุและ
สภาพของระบบสาธารณูปโภคเดิมที่อาจได้รับความเสียหายหรืออาจมีผลกระทบต่อการรื้อถอนและให้ศึกษา
ข้อมูลที่จําเป็นทั้งหลายทั้งปวงอันเกี่ยวกับความเสี่ยงภัย ความผันผวนของเหตุการณ์และเหตุอื่นๆ ซึ่งอาจมี ผลกระทบในทางตรงหรือทางอ้อมในการรื้อถอน โดยให้ถือว่าราคาที่เสนอนั้นได้รวมความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น
ไว้ทั้งหมดแล้ว
(ตามแบบ)
7.3 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งป้ายเตือนอันตรายบริเวณเขตงานรื้อถอนอาคารและจะต้องจัดทํารั้วโดยรอบ
7.4 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งผ้าใบตาข่ายกันฝุ่น (Mesh Sheet) โดยรอบอาคารที่รื้อถอน Mesh Sheet ใช้คุณภาพ 170 กรัมต่อตารางเมตร ทําจากวัสดุ Polyester Mesh Fabric PVC Coating และไม่เป็นวัสดุลาม
ไฟ
7.5 กฟผ. จะดําเนินการปิดระบบไฟฟ้าและประปาให้ก่อนที่ผู้รับจ้างเข้าดําเนินการรื้อถอน
7.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องให้พอเพียงกับปริมาณที่ซื้อ
ถอนและแลวเสร็จทันตามแผนงาน
งานรื้อถอนอาคารให้ผู้รับจ้างรื้อถอนโครงสร้างของอาคารสถานพยาบาลและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ
โดยไม่ให้เหลือรูปทรงใดๆของอาคารและองค์อาคาร
7.8 เศษวัสดุที่รื้อถอน (ไม่มีมูลค่า) ที่จะต้องนําไปทิ้งภายใน กฟผ. ให้ผู้รับจ้างกองในบริเวณพื้นที่งาน รื้อถอนอาคารโดยไม่กีดขวางการจราจรก่อนขนย้ายออกไปทิ้งตามพื้นที่ที่ กฟผ. กําหนด
7.9 กฟผ. มีสิทธิ์ในการเข้าพื้นที่ส่วนใดๆ ระหว่างการดําเนินการรื้อถอน โดย กฟผ. จะแจ้งให้ผู้รับจ้าง ทราบก่อนล่วงหน้า โดยผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ของ กฟผ.
7.10 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อการชํารุด เสียหาย การสูญหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของ กฟผ.อัน เนื่องมาจากการกระทําของผู้รับจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างและก่อนดําเนินการให้แจ้งสิ่งชํารุดเสียหาย (ถ้า
มี) ต่อผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าความชํารุดเสียหายนั้นเกิดจากผู้รับจ้างกระทําซึ่งจะต้อง รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายนั้นให้แก่ กฟผ. หรือดําเนินการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่าเดิมโดย ค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
7.11 ผู้รับจ้างต้องมีการติดตั้งผ้ากันสะเก็ดไฟทุกครั้ง ในขณะที่มีการดําเนินงานงานตัดและรื้อถอน โครงสร้างหรือองค์อาคารโลหะด้วยแก๊ส
7.12 ผู้รับจ้างต้องสํารวจพื้นที่จริงเพื่อเป็นข้อมูลในการเสนอราคาและให้ถือว่าราคาที่เสนอหรือราคาที่ สรุปต้องเป็นราคาเหมารวม ไม่สามารถขอเพิ่มเติมภายหลังได้
7.13 ในการรื้อถอนไม่ว่าจะใช้เครื่องจักรและแรงงานคน ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีการฉีดน้ําหรือวิธีอื่นๆ เพื่อขจัดฝุ่นตลอดเวลาทํางาน หากผู้รับจ้างไม่มีการฉีดน้ําในขณะรื้อถอน กฟผ. จะสั่งหยุดงานทันที ทั้งนี้ผู้ รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอขยายระยะเวลาของสัญญาไม่ได้
7.14 งานตัด คืบ และหนีบรื้อสิ่งก่อสร้างเดิมทั้งหมดแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างจะต้องปรับเกลี่ยระดับดินหลุม ฐานราก และขนย้ายเศษวัสดุออกนอกพื้นที่ กฟผ.
7.15 ในการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมถ้าหากพบสายไฟฟ้า ท่อน้ําประปา สาย Fiber Optic หรือ สาย Ground ที่อยู่ใต้ดิน ให้ผู้รับจ้างแจ้งต่อ ผู้ควบคุมงาน กฟผ. เพื่อประสานการรื้อย้ายต่อไป โดยค่าใช้จ่ายเป็น ของผู้รับจ้าง
7.16 ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างพื้นบนดิน (Slab On Ground) ให้ผู้รับจ้างใช้ แรงงานคนรื้อถอนเป็นชั้นๆ ไม่เกินชั้นละ 10 ซม. หากพิจารณาแล้ว ไม่พบ สายไฟฟ้า ท่อน้ําประปา สาย Fiber Optic หรือ สาย Ground ที่อยู่ใต้ดิน กฟผ. อนุโลมให้ใช้เครื่องจักรในการรื้อถอนพื้นบนดินได้
7.17 ผู้รับจ้างต้องจัดหาถังดับเพลิง เคมีแห้ง ขนาดไม่น้อยกว่า 100 ปอนด์ ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 332-2537 อย่างน้อย 1 ตําแหน่งในบริเวณที่ทําการรื้อถอนอยู่ขณะนั้น
7.18 ห้ามมิให้ผู้รับจ้างดําเนินการย่อย แปรรูป หรือบดเศษคอนกรีตภายในพื้นที่ กฟผ. เว้นแต่จะ ได้รับอนุญาตจาก กฟผ. เป็นกรณีเฉพาะ โดยต้องเสนอแนวทางการดําเนินงานที่สามารถควบคุมเสียง ฝุ่น และแรงสั่นสะเทือนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแนบแบบแปลนพื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อน
คําเนินการ
8. ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ (รถเครน)
8.1 การดําเนินการใดๆของการรื้อถอนอาคารที่มีการเกี่ยวข้องกับปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ให้ผู้รับจ้าง ดําเนินตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2564
บ
8.2 การดําเนินการใดๆของการรื้อถอนอาคารที่มีการเกี่ยวข้องกับปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ ให้ผู้รับจ้าง ดําเนินการตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. 2565 ข้อ 8 ประเภทและขนาดของงานวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมเครื่องกล
8.3 การดําเนินการใดๆของการรื้อถอนอาคารที่มีการเกี่ยวข้องกับปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ ให้ผู้รับจ้าง ดําเนินการตามข้อบังคับสภาวิศวกร
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่
ละระดับ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล พ.ศ. 2566
8.4 ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ทุกคันที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ กฟผ. จะต้องมีการทดสอบปั้นจั่น ตามประกาศ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบการทดสอบปั้นจั่น พ.ศ. 2565 (แบบ ปจ. 2) โดยให้ผู้รับจ้างส่ง เอกสารการทดสอบก่อนเริ่มดําเนินการที่เกี่ยวกับปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ทุกคันก่อนเริ่มดําเนินการ
8.5 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการยก และควบคุมให้มีการปฏิบัติตามแผนการยกทุกครั้งที่มีการใช้งาน ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ในบริเวณพื้นที่ของ กฟผ. โดยต้องทําเป็นหนังสือส่ง กฟผ. มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
8.5.1 ผู้ทําหน้าที่เกี่ยวกับปั้นจั่น
8.5.2 ตารางการยกวัสดุ (Load Chart)
8.5.3 รายละเอียดของปั้นจั่น ได้แก่ รัศมีการยกและความยาวของแขนปั้นจั่นที่ใช้ยกขณะทํา การยกวัสดุสิ่งของ
8.5.4 รายละเอียดของอุปกรณ์ประกอบการยกและลักษณะการยึดเกาะวัสดุสิ่งของ 8.5.5 ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก เช่น ขนาด น้ําหนัก ตําแหน่งจุดศูนย์ถ่วง โดย ระบุอัตราส่วนของน้ําหนักที่ยกต่อความสามารถในการยก
8.5.6 ความสามารถในการรับน้ําหนักของพื้นที่รองรับปั้นจั่น
8.5.7 ขนาดพื้นที่ของแผ่นรองรับขาน้ําหนักของปั้นจั่น
8.5.8 ขั้นตอนการยกที่กําหนดมาตรฐานการความปลอดภัยและวิธีการป้องกันอันตราย
8.6 ผู้ที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับปั้นจั่นประกอบด้วย
8.6.1 ผู้บังคับปั้นจั่น (Crane Operator)
8.6.2 ผู้ยึดเกาะวัสดุ (Rigger)
8.6.3 ผู้ให้สัญญาณ (Signal man)
8.6.4 ผู้ควบคุมการใช้ (Crane Supervisor)
8.7 ผู้ที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับปั้นจั่นต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางานที่ปลอดภัยในการ ทํางานของปั้นจั่น การป้องกันอันตรายจากปั้นจั่น รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างอุปกรณ์ การตรวจสอบและ บํารุงรักษาอุปกรณ์ของปั้นจั่น โดยวิทยากรซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทํางานเกี่ยวกับ ปั้นจั่นแต่ละประเภท ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกําหนด ให้ผู้รับจ้างส่งสําเนาหลักฐานการผ่านอบรม ดังกล่าวให้ กฟผ. ก่อนเริ่มดําเนินการ
8.8 จากข้อ 8.5.6 ความสามารถในการรับน้ําหนักของพื้นที่รองรับปั้นจั่น ให้อ้างอิงตามกฎกระทรวง กําหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ.2566
8.9 ให้ผู้รับจ้างส่งแผนการยกในการดําเนินงานของปั้นจั่นให้ กฟผ. พิจารณาและอนุมัติล่วงหน้าอย่าง
นอย 3 วันทําการ
8.10 การดําเนินการที่เกี่ยวกับปั้นจั่นอื่นๆ นอกเหนือปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ให้ผู้รับจ้างดําเนินการตาม กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2564
9. การทํางานบนที่สูง
9.1 ในการทํางานบนที่สูงสําหรับงานรื้อถอนอาคารกองการแพทย์และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ให้ผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานโดยยึดถือคําจัดกัดความ การจัดหาอุปกรณ์ และปฏิบัติตามมาตรฐานต่อไปนี้
9.1.1 มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยในการทํางานบนที่สูง (มปอ. 101 : 2561) 9.1.2 คู่มือการดําเนินงานตามข้อกําหนดการจัดการความปลอดภัยในการทํางานบนที่สูง
(2562)
9.1.3 คู่มือการดําเนินงานตามข้อกําหนดการจัดการความปลอดภัยในการทํางานบนที่สูง
(2563)
9.1.4 คู่มือการยับยั้งการตกจากที่สูง (2564)
9.1.4 คู่มือการช่วยเหลือการตกจากที่สูง (2565)
9.2 การทํางานบนที่สูงคือ การปฏิบัติงานใดๆ ก็ตามในบริเวณที่มีความต่างระดับของพื้นที่ทํางานและ มีโอกาสที่บุคคลหรือวัสดุจะตกจากที่สูงจากระดับที่ต่ํากว่า
9.3 ให้ผู้รับจ้างจัดหาและติดตั้งระบบยับยั้งการตกส่วนบุคคล (Personal Fall Arrest System) เพื่อ ควบคุมยับยั้งไม่ให้ตกถึงพื้นด้านล่าง อย่างน้อยประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้
9.3.1 จุดยึดเกี่ยว (Anchorage Point)
9.3.2 สายรัดนิรภัยชนิดเต็มตัว (Full Body Harness)
9.3.3 อุปกรณ์เชื่อมต่อ (Connector)
9.3.4 สายช่วยชีวิต (Lifeline)
9.3.5 เชือกนิรภัย (Lanyard)
9.4 ให้ผู้รับจ้างจัดหาและติดตั้งจุดยึดเกี่ยว (Anchorage Point) สําหรับยึดเกี่ยวเชือกนิรภัย (Lanyard) สายช่วยชีวิต (Lifeline) หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ของระบบจํากัดระยะเคลื่อนที่ (Fall Restraint System) หรือระบบการยับยั้งการตกส่วนบุคคล (Personal Fall Arrest System) โดยจุดยึดเกี่ยว ต้องสามารถรับแรงตกกระชากได้ตามจุดประสงค์ในการใช้งาน
9.4.1 ให้ผู้รับจ้างใช้จุดยึดเกี่ยวประเภทดังต่อไปนี้
9.4.1.1 จุดยึดเกี่ยวชนิดเล็กแปนดิ้ง ซ็อกเก็ต (Expanding Socket) 9.4.1.2 จุดยึดเกี่ยวชนิดทรูไทป์ (Through-Type)
9.4.1.3 จุดยึดเกี่ยวชนิดเคมีคัลลี่ บอนด์ (Chemically Bonded)
9.4.1.4 จุดยึดเกี่ยวชนิดแอนคอร์ สลิง (Anchor Sling)
9.4.1.5 จุดยึดเกี่ยวชนิดอายโบลต์ (Eye-Bolt)
9.4.2 จุดยึดเกี่ยวต้องยึดกับโครงสร้างที่มีความแข็งแรง สามารถรับแรงดึงและแรงกระชากที่ เกิดขึ้นได้ รับแรงดึงได้ไม่น้อยกว่า 12 กิโลนิวตัน และมีค่าความปลอดภัย (Safety Factors) ที่ 2.0 ให้ผู้รับจ้างแสดงหลักฐานการรับแรงดึงให้ กฟผ. ก่อนเริ่มดําเนินการ
9.5 ให้ผู้รับจ้างจัดหาสายรัดตัวนิรภัยชนิดเต็มตัว (Full Body Harness) สายรัดลําตัวและต้นขาที่มี หรือไม่มีเข็มขัดรัดเอวก็ได้ โดยออกแบบให้กระจายแรงตกกระชากเพื่อลดโอกาสการบาดเจ็บ และป้องกันผู้สวม ใส่หลุดออกจากเข็มขัดนิรภัย สายรัดตัวนิรภัยชนิดเต็มตัวสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น เชือกนิรภัยและอุปกรณ์ดูดซับแรงตกกระชาก เป็นต้น ตามมาตรฐาน ANSI หรือ EN 361 หรือเป็นไปตาม
มาตรฐานสากลที่ยอมรับ
9.5.1 องค์ประกอบของสายรัดนิรภัยมีองค์ประกอบที่สําคัญ ดังนี้
9.5.1.1 สายรัดคลองบา (Shoulder Straps)
9.5.1.2 สายรัดอก (Shoulder Straps Restrainer)
9.5.1.3 หัวเข็มขัด (Buckles)
9.5.1.4 ห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Fall Arrest Attachment; D-ring)
9.5.1.5 สายรัดรองรับใต้กระดูกเชิงกราน (Sub-Pelvic Strap)
9.5.1.6 สายรัดกระชับต้นขา (Thigh Straps)
9.5.2 ชนิดสายรัดนิรภัย ให้ผู้รับจ้างใช้ดังต่อไปนี้
9.5.2.1 ชนิดยับยั้งการตกทั่วไป (Fall Arrest)
ต้องมีห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่ออย่างน้อย 1 จุด อยู่บริเวณด้านหลัง กึ่งกลางระหว่าง หัวไหล่ 2 ข้างเรียกว่าห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่อด้านหลัง (Dorsal Attachment) และ สามารถปรับเลื่อนตําแหน่งให้เหมาะสมกับขนาดรูปร่างของผู้ปฏิบัติงานได้
- ต้องมีสายรัดรองรับใต้กระดูกเชิงกราน
9.5.2.2 ชนิดเคลื่อนที่ขึ้น-ลงในแนวดิ่ง (Control Ascent/Descent) - ต้องมีข้อกําหนดด้านคุณสมบัติอย่างน้อยเป็นไปตามสายรัดนิรภัยชนิดยับยั้งการตกทั่วไป
ต้องมีห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่อบริเวณกลางทรวงอกเพื่อเชื่อมต่อกับระบบควบคุมการ เคลื่อนที่ขึ้น-ลงในแนวดิ่ง (Controlled Ascent/ Descent System)
9.5.2.3 ชนิดยึดรั้งตําแหน่งปฏิบัติงาน (Work Positioning)
ต้องมีข้อกําหนดด้านคุณสมบัติอย่างน้อยเป็นไปตามสายรัดนิรภัยชนิดยับยั้งการตกทั่วไป ต้องมีห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่อบริเวณเอวทั้ง 2 ข้าง สมมาตรกันใช้เชื่อมต่อกับระบบยึดรั้ง ตําแหน่งการปฏิบัติงาน เพื่อปฏิบัติงานในลักษณะที่สามารถปล่อยมือทํางานได้อย่างอิสระ 9.5.2.4 ชนิดทํางานในที่อับอากาศ (Confined Space Access)
- ต้องมีข้อกําหนดด้านคุณสมบัติอย่างน้อยเป็นไปตามสายรัดนิรภัยชนิดยับยั้งการตกทั่วไป - ต้องมีห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่อบริเวณสายรัดคล้องบ่าทั้ง 2 ข้างสําหรับเชื่อมต่อกับระบบ ความปลอดภัยสําหรับการทํางานในที่อับอากาศ เพื่อปฏิบัติงานในแนวดิ่งและมีทางเข้าออก คับแคบ หรือ การช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
9.5.3 คุณลักษณะของสายรัดนิรภัย
9.5.3.1 สายรัดนิรภัยต้องมีความแข็งแรง และ สามารถรับแรงที่กระทําต่อสายรัดนิรภัยโดยไม่ ฉีกขาดได้อย่างน้อย 12 กิโลนิวตัน และสามารถรองรับน้ําหนักของผู้ปฏิบัติงานได้อย่างน้อย 100 กิโลกรัม หรือตามมาตรฐานสากล
9.5.3.2 สายรัด (Strap) ต้องทําจากเส้นใยสังเคราะห์
9.5.3.3 ห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่อต้องมีความแข็งแรง สามารถทนแรงดึงสูงสุด (Tensile Strength) ได้อย่างน้อย 22.2 กิโลนิวตัน และมีผิวเรียบ ไม่มีคมให้ผู้รับจ้างแสดงหลักฐานการ รับแรงดึงให้ กฟผ. ก่อนเริ่มดําเนินการ
9.6 ให้ผู้รับจ้างจัดหาและทํางานบนที่สูงด้วยอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Connector) ให้ใช้ชนิดดังต่อไปนี้
9.6.1 คาราไบเนอร์ (Carabiner) เป็นห่วงสําหรับเชื่อมต่อกับจุดยึดเกี่ยวต่างๆ ซึ่งปกติอุปกรณ์ต่างๆนี้ ประกอบด้วยประตู (Gate) เปิดเพื่อเกี่ยวกับอุปกรณ์อื่น ๆ และเมื่อเกี่ยวเสร็จแล้ว ประตูจะปิด และจะ
มีระบบล็อก
ๆ
9.6.2 ตะขอเกี่ยวขนาดเล็ก (Snap Hook) ต้องมีคุณสมบัติในการทํางานที่ปิดล็อกด้วยตัวเองได้ ตลอดเวลา และการเปิดประตูขอเกี่ยวจะต้องเปิด 2 จังหวะ เพื่อป้องกันไม่ให้ขอเกี่ยวอุปกรณ์เปิดออก ได้โดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
9.6.3 ตะขอเกี่ยวขนาดใหญ่ (Rebar Hook) ต้องมีคุณสมบัติในการทํางานที่ปิดล็อกด้วยตัวเองได้ ตลอดเวลา และการเปิดประตูขอเกี่ยวจะต้องเปิด 2 จังหวะ เพื่อป้องกันไม่ให้ขอเกี่ยวอุปกรณ์เปิดออก ได้โดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
9.6.4 ห่วงเกี่ยวนิรภัย ตัวโครงอุปกรณ์ต้องทําจากวัสดุที่มีความแข็งแรงและเหมาะสมกับการใช้งาน สามารถรับแรงขณะประตูขอเกี่ยวบิดได้ไม่น้อยกว่า 20 กิโลนิวตัน ตามมาตรฐาน EN 362 Class B 9.7 ให้ผู้รับจ้างจัดหาและทํางานบนที่สูงด้วยเชือกนิรภัย (Lanyard) ตามมาตรฐาน ANSI หรือ EN 355 หรือเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ยอมรับ
9.7.1 เชือกนิรภัยต้องประกอบด้วยดังต่อไปนี้
9.7.1.1 สายเชือกนิรภัย
9.7.1.2 อุปกรณ์ดูดซับแรงกระชาก
9.7.1.3 ห่วงเกี่ยวนิรภัย
9.7.2 ชนิดของเชือกนิรภัยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
9.7.2.1 เชือกนิรภัยชนิดมีอุปกรณ์ดูดซับแรงกระชาก (Shock Absorber Lanyard)
9.7.2.2 เชือกนิรภัยชนิดดีงกลับอัตโนมัติ (Self-Retractable Device: SRD) 9.7.2.3 เชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติส่วนบุคคล (Personal SelfRetractable
Lanyard; pSRL)
9.7.3 เชือกนิรภัยต้องมีโครงสร้างที่มีความแข็งแรง และสามารถรับแรงดึงและแรงกระชากที่ เกิดขึ้นตามชนิดและวัสดุของเชือกนิรภัย เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือข้อกําหนดที่ได้รับ
การยอมรับ
9.8 ให้ผู้รับจ้างจัดหาและทํางานบนที่สูงด้วยสายช่วยชีวิต (Lifeline) ตามมาตรฐาน ANSI หรือ EN 795
9.8.1 ระบบสายช่วยชีวิต (Lifeline System) อย่างน้อยประกอบด้วย
9.8.1.1 จุดยึดเกี่ยวกับโครงสร้าง
9.8.1.2 เชือก หรือ เชือกลวด
9.8.1.3 อุปกรณ์ดูดซับแรง
9.8.2 ชนิดของสายช่วยชีวิต
การติดตั้งทั้งแบบชั่วคราว
9.8.2.1 สายช่วยชีวิตที่ออกแบบติดตั้งในแนวระนาบ (Horizontal Lifelines: HLL) ซึ่งจะมี ทั้งทั้งแบบชั่วคราว และแบบถาวร ที่ประกอบด้วยจุดยึดเกี่ยวอย่างน้อย 2 จุด เชือก ลวดหรือเชือกสําหรับเชื่อมต่อระหว่างจุดยึดเกี่ยว อุปกรณ์ดูดซับแรง (Shock Absorber Device) อุปกรณ์ชี้บ่งความตึงของระบบ (Tension Indicator) และอุปกรณ์ขันเร่งความตึง
(Turn Buckle)
9.8.2.2 สายช่วยชีวิตที่ออกแบบติดตั้งในแนวดิ่ง (Vertical Lifelines: VLL) ซึ่งจะมีการ ออกแบบเพื่อติดตั้งทั้งแบบชั่วคราว และแบบถาวร โดยการติดตั้งแบบชั่วคราวต้องมีจุดยึด เกี่ยว ด้านบนบริเวณเหนือพื้นที่เคลื่อนที่อย่างน้อย 1 จุด ส่วนการติดตั้งแบบถาวรจะ
ประกอบด้วยจุดยึดเกี่ยว 2 จุด คือด้านบนบริเวณเหนือพื้นที่เคลื่อนที่ และบริเวณด้านล่างใกล้
2 ฐาน การติดตั้งให้ไปไปตามผู้ผลิต และระบบสายช่วยชีวิตแนวดิ่งต้องมีอุปกรณ์ดูดซับแรงตก
กระชาก
9.8.3 คุณลักษณะของสายช่วยชีวิต
9.8.3.1 เชือกหรือเชือกลวด มีความแข็งแรงรับแรงดึงและแรงกระชากได้ไม่น้อยกว่า 15 กิโล
นิวตัน
9.8.3.2 จุดยึดเกี่ยวสามารถรับแรงดึงและแรงกระชากได้ไม่น้อยกว่า 12 กิโลนิวตัน
9.8.3.3 ความสามารถในการรับแรงดึงและแรงกระชากทั้งระบบได้อย่างน้อย 12 กิโลนิวตัน 9.9 ให้ผู้รับจ้างคํานวณระยะตก (Fall Clearance Distance Calculation) ทุกครั้งที่มีการปฏิบัติงานบนที่สูง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
9.9.1 การคํานวณระยะตกให้ใช้ปัจจัยดังต่อไปนี้
9.9.1.1 ความสูงของผู้ปฏิบัติงาน
9.9.1.2 ความสูงและตําแหน่งของจุดยึดเกี่ยว
9.9.1.3 ความยาวของเชือกนิรภัย
9.9.1.4 การหยอนตัวและการยืดของสายช่วยชีวิตแนวนอน
9.9.1.5 การยืดตัวของเชือกนิรภัยเนื่องจากการตก
9.9.1.6 ความยาวของอุปกรณ์ดูดซับแรงและระยะยืดตัวของอุปกรณ์เมื่อเกิดการตก
9.10 การคํานวณระยะการตกที่ปลอดภัย (Fall Clearance Distance) ของเชือกนิรภัยชนิดมีอุปกรณ์ดูดซับ
แรงกระชาก (Shock Absorber Lanyard)
ระยะการตก = ความยาวของเชือกนิรภัย + การยืดตัวสูงสุดของอุปกรณ์ดูดซับแรง + ความสูงของ 4
ผู้ปฏิบัติงาน + ระยะปลอดภัย
9.11 การคํานวณระยะการตกที่ปลอดภัยของเชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติ (Self-Retractable Device;
SRD)
9.11.1 คํานวณระยะการตกที่ปลอดภัยของเชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติแนวดิ่ง (Vertical SRD)
ระยะการตก = คุณลักษณะเฉพาะของเชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติที่นํามาใช้ + ระยะตก
อิสระ + ระยะยืดของสายนิรภัย + ระยะปลอดภัย หรือ
ระยะการตก = ข้อกําหนดตามคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์ที่บริษัทผู้ผลิตกําหนด + ระยะ
ปลอดภัย
9.11.2 คํานวณระยะการตกที่ปลอดภัยของเชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติแนวราบ (Horizontal
SRD)
ระยะการตก = ความสูงจากเท้าของผู้ปฏิบัติงานถึงห่วงคล้องอุปกรณ์เชื่อมต่อด้านหลัง ผู้ปฏิบัติงาน + ความสูงของผู้ปฏิบัติงาน + การยืดตัวสูงสุดของอุปกรณ์ดูดซับแรง + ระยะ
ปลอดภัย
9.12 การคํานวณระยะการตกที่ปลอดภัยของเชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติส่วนบุคคล (Personal Self-
Retractable Lanyard; pSRL)
9.12.1 เชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติส่วนบุคคลเดี่ยว (Single Personal Self- RetractableLanyard; Single pSRL) ใช้สําหรับการทํางานบนที่สูงที่ออกแบบมาให้เคลื่อนที่ได้ใน พื้นที่จํากัด ไม่เกิน 8 เมตร
9.12.2 เชือกนิรภัย ชนิดดึงกลับอัตโนมัติส่วนบุคคลคู่ (Twin Personal Self-Retractable Lanyard; Twin pSRL) ใช้สําหรับการทํางานบนที่สูง ที่ออกแบบมาให้เคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ ได้ โดยการใช้งาน นี้ทําให้มีการเกาะกับจุดยึดเกี่ยวตลอดเวลา (100% Tie-off) ในการคํานวณระยะการตกที่ปลอดภัย ของเชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติส่วนบุคคลแนวดิ่ง (Vertical pSRL) สามารถคํานวณได้โดยหา จากคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์ตามที่บริษัทผู้ผลิตกําหนด
9.13 การคํานวณระยะการตกที่ปลอดภัยของการใช้สายช่วยชีวิต (Lifeline)
9.13.1 การคํานวณระยะการตกที่ปลอดภัยของการใช้สายช่วยชีวิตแนวดิ่ง (Vertical Lifeline)
ระยะการตก = ระยะการตกอิสระ + ระยะยืดของอุปกรณ์ดูดซับแรง + คุณลักษณะเฉพาะ ของตัวล็อกที่ใชกับสายช่วยชีวิต + ระยะปลอดภัย
9.13.2 การคํานวณระยะการตกที่ปลอดภัยของสายช่วยชีวิตแนวราบ (Horizontal Lifeline)
ระยะการตก = ระยะยืดของสายช่วยชีวิตแนวราบ (รวมระยะยืดสูงสุดของอุปกรณ์ดูดซับแรง ในระบบ) + ระยะยืดของอุปกรณ์ตามคุณสมบัติของอุปกรณ์นั้น ๆ รวมถึงระยะตกที่ปลอดภัย ของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมในระบบ เช่น เชือกนิรภัยชนิดดึงกลับอัตโนมัติ เชือกนิรภัยชนิดดึง กลับอัตโนมัติส่วนบุคคล หรือ เชือกนิรภัย เป็นต้น
9.14 ข้อควรระวังในการติดตั้งระบบยับยั้งการตก การติดตั้งระบบยับยั้งการตกต้องคํานึงถึงระยะตกอิสระ (Free Fall) และ การแกว่ง/เหวี่ยงเนื่องจากการตก (Swing Fall)
9.14.1 การตกอิสระ (Free Fall) หมายถึง การตกของผู้ปฏิบัติงานบนที่สูงในแนวดิ่งเนื่องจากแรงโน้ม ถ่วงของโลกโดยไม่มีแรงอื่นมากระทํา
9.14.2 ระยะตกอิสระ (Free Fall Distance) หมายถึง ระยะทางการตกจากพื้นที่ปฏิบัติงานอย่าง อิสระก่อนที่อุปกรณ์ยับยั้งการตกจะทํางาน
9.14.3 อัตราการตกที่ปลอดภัย (Fall Factor) คือ สัดส่วนระหว่างระยะตกอย่างอิสระหารด้วยความ ยาวเชือกนิรภัย ผลลัพธ์หากน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 เชือกนิรภัยดังกล่าวสามารถใช้งานได้
อัตราตกที่ปลอดภัย - ระยะตกอย่างอิสระ/ความยาวเชือกนิรภัย
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยค่าอัตราการตกที่ปลอดภัยไม่มากกว่า 1 โดยให้ส่งการคํานวณให้ กฟผ.
พิจารณาก่อนเริ่มดําเนินการ
9.14.4 ให้ผู้รับจ้างติดตั้งจุดยึดเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติงาน ไม่เกิน 30 องศา เพื่อลดความรุนแรงของการ แกว่ง/เหวี่ยงเนื่องจากการตก (Swing Fall)
9.15 บุคคลที่ทํางานบนที่สูงทุกคนต้องผ่านการอบรมการทํางานบนที่สูงสําหรับผู้ปฏิบัติงาน 9.16 บุคคลที่ทํางานบนที่สูงในบริเวณพื้นที่ของ กฟผ. ต้องได้รับการตรวจสุขภาพทุกคน ให้ผู้รับจ้าง
สําเนา
ผลตรวจสุขภาพโดยมีรายละเอียดการตรวจสุขภาพสําหรับบุคคลที่ทํางานบนที่สูง อย่างน้อยดังต่อไปนี้
(HbA1C)
9.16.1 ตรวจร่างกายทั่วไป
9.16.2 การตรวจสายตาระยะไกล 9.16.3 ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
9.16.4 สมรรถภาพปอด
9.16.5 สมรรถภาพการได้ยิน
9.16.6 ภาพถ่ายรังสีทรวงอก
9.16.7 ตรวจเลือดเพื่อหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และ ระดับน้ําตาลสะสมในเลือด
10. การทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายันและแผงกันวัสดุหล่น
10.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายการข้อมูลการใช้งานและรายละเอียดประกอบการออกแบบนั่งร้านและค้ํายัน 10.2 ให้ผู้รับจ้างส่งรายการคํานวณและแบบการติดตั้งและประกอบนั่งร้านและค้ํายันส่งให้ กฟผ. พิจารณาและ อนุมัติ ก่อนเริ่มดําเนินการ
10.3 จากข้อ 10.1 ในกรณีที่นั่งร้านหรือค้ํายันชั่วคราว ที่มีความสูงเกิน 25 เมตร ให้วิศวกรโยธาระดับสามัญ เป็นผู้ออกแบบและคํานวณ ส่งให้ กฟผ. พิจารณาและอนุมัติก่อนเริ่มดําเนินการ
10.4 รายการคํานวณและแบบการติดตั้งและประกอบนั่งร้านและค้ํายัน ให้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
10.4.1 ให้ผู้รับจ้างใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์โครงสร้างแสดงผล 3 มิติ แกน X แกน y และ แกน 2 ในการ
ออกแบบและคํานวณนั่งร้านและค้ํายัน
10.4.2 ให้ผู้รับจ้างพิจารณาแรงลมในการออกแบบนั่งร้านและค้ํายัน ตามกฎกระทรวง กําหนดการ ออกแบบโครงสร้างอาคาร และลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร พ.ศ.2566 10.4.3 ให้ผู้รับจ้างพิจารณา P - Delta Effect ในการคํานวณและออกแบบนั่งร้านและค้ํายัน
10.4.4 ให้ผู้รับจ้างแสดงรายการวัสดุและอุปกรณ์ เช่น ขาตั้งนั่งร้าน (Vertical Frame) ฝาครอบ นั่งร้าน (Horizontal Frame) กากบาทนั่งร้าน (Cross Brace) เป็นต้น โดยต้องระบุขนาดและมิติ ทั้งหมด
10.4.5 วิธีการติดตั้งนั่งร้าน
10.5 ค้ํายันที่ทําด้วยเหล็กต้องสามารถรับน้ําหนักบรรทุกใช้งานได้ไม่น้อยกว่าสองเท่าของน้ําหนักบรรทุกใช้งาน ในกรณีค้ํายันทําด้วยวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก ต้องสามารถรับน้ําหนักบรรทุก ใช้งานได้ไม่น้อยกว่าสี่เท่าของน้ําหนัก
บรรทุกใช้งาน และต้องมีเอกสารแสดงกําลังวัสดุประกอบด้วย
10.6 เหล็กที่ใช้ทําค้ํายัน ต้องเป็นเหล็กที่มีจุดคราก (Yield Point) ไม่น้อยกว่า 2,400 กิโลกรัม ต่อตาราง เซนติเมตร และมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2
10.7 ในกรณีที่มีที่รองรับค้ํายัน ต้องสามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ไม่น้อยกว่าสองเท่า ของน้ําหนักบรรทุกใช้งาน 10.8 ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบส่วนประกอบของค้ํายันและที่รองรับค้ํายัน ทุกครั้งก่อนการใช้งานและระหว่างใช้ งาน หากพบว่าไม่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย ให้ผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงส่วนประกอบของค้ํา ยันและที่รองรับค้ํายันให้มั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยอยู่เสมอ และส่งรายงานให้กฟผ. ทุกครั้ง
10.9 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งป้ายน้ําหนักบรรทุกใช้งานสูงสุดแต่ละชั้นของนั่งร้าน และติดตั้งหมายเลขแต่ละชั้นให้
ชัดเจน
10.10 ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานดังต่อไปนี้
10.10.1 กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564
10.10.2 มาตรฐานการติดตั้งและการตรวจสอบโครงสร้างนั่งร้าน มยผ. 1571-62 กรมโยธาธิการและ
ผังเมือง กระทรวงมหาดไทย
10.10.3 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคํานวณ
ออกแบบและควบคุมการใช้นั่งร้านโดยวิศวกร
10.11 หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานการติดตั้งนั่งร้านตามข้อ 10.10 กฟผ. จะ
พิจารณาสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานโดยทันที
10.12 แผงกันวัสดุหล่นให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเหมือนกับนั่งร้านและค้ํายัน
10.13 วัสดุและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ประกอบเป็นนั่งร้านและค้ํายันและแผงกันวัสดุหล่นเป็นของผู้รับจ้าง
ทั้งหมดเมื่อรื้อถอนอาคารเสร็จให้ผู้รับจ้างรื้อถอน
ภาพแสดงอาคารสถานพยาบาลที่รื้อถอน
รูปที่1 อาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
อาคารประชาสัมพันธ์
The Blocks X At Mine
แบเบาะ
อาคารกองการแพทย์
Lawntuar clyde iso
รูปที่2 ตําแหน่งอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
田
ww!
รูปที่ 3 รูปด้านอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
目
目
H
门
I
รูปที่ 4 รูปด้านอาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ (ต่อ)
J
2
+1 50 4 40+5.00 +5.00 +5.50 +5.00 +5.00 +5:30
H
G
C
A
1
ویه
h
J
57
DA DA GA
Γά
ย
་ད་
@ 00 0
4.00
དྷྭ:
t
!.
R
J
UF
P
• 30
1
E
ל
5.20
- 50
09
+30
E
D
+441952
200
ན
ન
6.30
รูปที่ 5 รูปแปลนชั้น 1 อาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
0 0
+
@ @ @ @ @ @ 00 0
0.00
53.56
+
TINUO
500 t
- 500
:
لها
ai.
**
FATIM
الله
+++
LA
M
ન
ny
2.90
t
5.00
+
5.00
t
4.5%
t
3.00
TH
@
F
Fi
3.30
C
www
3.QU
E
รูปที่ 6 รูปแปลนชั้น2 อาคารกองการแพทย์ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
t
A
1.
รูปที่ 8 สภาพพื้นที่ส่วนโครงสร้างหลังคา (ต่อ)
รูปที่ 7 สภาพพื้นที่ส่วนโครงสร้างหลังคา
W
人
m
1
A
!
รูปที่ 9 สภาพพื้นที่ส่วนทางเดินภายในอาคารชั้นที่ 1
รูปที่ 10 สภาพพื้นที่สวนในอาคารชั้นที่ 1
1
รูปที่ 11 สภาพผนังอาคารด้านหน้าอาคาร (ด้านที่1)
1
รูปที่ 12 สภาพผนังอาคารด้านข้างอาคาร (ด้านที่2)
RANE
รูปที่ 13 สภาพผนังอาคารด้านหลังอาคาร (ด้านที่3)
รูปที่ 14 สภาพผนังอาคารด้านข้างอาคาร (ด้านที่4)
eye :
รูปที่ 15 แผนผังแนววางรั้วโครงการและส่วนที่วางของต่างโดยสังเขป
+
2
€
DROU
5.00 +5.00 +5.00
50%
་
5.00 +
5.
4.50 +6.00 +5.00 +5.00 +500 +5.00 +5.00
[D]
育
2
ล าษ ปาน
POD
3 เมฆ
D
A
[ESTM
12,
9
SST 0
123
GE
LAD
Tran
2.5 F
回庆
135
3.09
DI
10
B+
I
Ph
13.50 JIMS
8.0 11:5
คนที่
DURANCENE UMUG
กงเก
NOT TO SCALE
855
O’z
WW
J
(14
H
24
4.90
ト
E.CO
1)
D
C
BOT
รูปที่ 16 โรงจอดรถ ด้านหลังอาคารกองแพทย์
11. งานรื้อถอนเบ็ดเตล็ด
11.1 ครุภัณฑ์สํานักงาน พัสดุสํานักงาน อุปกรณ์และเครื่องจักรที่มีเลขครุภัณฑ์ และไม่มีในรายการรับซื้อพัสดุ จากงานรื้อถอน ให้ผู้รับจ้างรื้อถอนมากองไว้ในตําแหน่งที่ กฟผ. กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องรื้อ
ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย
องรื้อถอนด้วยความ
11.2 แผงโซล่าเซลล์ ให้ผู้รับจ้างรื้อถอนมากองไว้ในตําแหน่งที่ กฟผ. กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องรื้อถอนด้วยความ ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย
11.3 เสาสัญญาณโทรศัพท์ทุกประเภทและเสาอากาศ ให้ผู้รับจ้างรื้อถอนมากองไว้ในตําแหน่งที่ กฟผ.กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องรื้อถอนด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย
11.4 ครุภัณฑ์ห้องสตูดิโอสําหรับถ่ายภาพเคลื่อนไหวของฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ สําหรับถ่าย ภาพยนตร์ และครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ เช่น จอรับภาพ ชนิดมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องฉายภาพ 3 มิติ เครื่อง มัลติมีเดียโปรเจคเตอร์ โทรทัศน์ แอล อี ดี (LED) เป็นต้น ให้ผู้รับจ้างรื้อถอนมากองไว้ในตําแหน่งที่ กฟผ. กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องรื้อถอนด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย
11.5 อุปกรณ์สําหรับเครื่องเสียงในระบบเสียงตามสาย ให้ผู้รับจ้างรื้อถอนมากองไว้ในตําแหน่งที่ กฟผ. กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องรื้อถอนด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย
11.6 ทรัพย์สินบางรายการที่ระบุไว้ในข้อ 24.2 เป็นทรัพย์สินที่ผู้รับจ้างต้องรื้อถอน และต้องรื้อถอนด้วยความ ระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากต้องส่งคืนให้ กฟผ. หลังรื้อถอนเสร็จสิ้น รายการดังกล่าวได้แก่
ก๊อกน้ํา สายชําระ ฝารองนั่งชักโครก เครื่องปั้มน้ํา ระบบจ่ายน้ําดื่ม ถังเก็บน้ํา ระบบลิฟต์ เครื่องปรับอากาศแบบ แยกส่วน ระบบ VRF (รวมถึงคอยล์ร้อน-คอยล์เย็น และอุปกรณ์ควบคุมระบบ) ป้ายหมายเลขอาคาร เครน ตู้โม บาย ชั้นเก็บพัสดุ โกดังพัสดุ เครื่องฟอกอากาศ ตู้ทึบ และทรัพย์สินที่มีรหัสครุภัณฑ์ของ กฟผ. ห้ามผู้รับจ้างนํา ออกจากพื้นที่หรือใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
12. งานเตรียมพื้นที่สําหรับการรื้อถอน
12.1 ให้ผู้รับจ้างติดตั้งรั้วโครงการรอบพื้นที่บริเวณรื้อถอน โดยต้องมีความมั่นคงแข็งแรง มีความสูงไม่น้อยกว่า 4 เมตร ในส่วนพื้นที่ที่ติดกับอาคารกองการแพทย์ (ชั่วคราว) และไม่ต่ํากว่า 2 เมตรในพื้นที่รอบด้านอื่นๆ ติด ด้วยแผ่นเหล็กเมทัลชีท และเป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรื่องเสียง ข้อ 3.2 และ
ในส่วนของวัสดุและอุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของรั้วทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง
12.2 ประตูเข้าและออกของโครงการและให้จัดทําป้ายสัญลักษณ์ในนามของผู้รับจ้างแสดงให้เห็นชัด โดยประตู
โครงการต้องสามารถล็อคเพื่อไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าและออกได้
12.3 รั้วโครงการนั่งติดกับอาคารกองการแพทย์ (ชั่วคราว) ให้ติดตั้งแผ่นกันเสียง (ดู Spec. ตลาด) และให้ผู้รับ
จ้างติดแผ่นเมทัลชีทเพิ่มอีกชั้น
12.4 ในกรณีที่ค่าเสียงยังเกินกว่ามาตรฐานกําหนด ให้ผู้รับจ้างติดแผ่นซีเมนต์บอร์ด ความหนาไม่น้อยกว่า 10 มม. หลังแผ่นเมทัลชีทฝั่งบริเวณ กฟผ. อีกชั้น
12.5 เมื่อส่งมอบงานงวดสุดท้ายและผู้รับจ้างส่งมอบพื้นที่การรื้อถอนอาคารให้ กฟผ. แล้วเสร็จ ให้ผู้รับจ้างรื้อ ถอนรั้วโครงการออกจากพื้นที่ กฟผ. ทั้งหมด
12.6 ให้ผู้รับจ้างติดตั้งที่ล้างล้อรถบรรทุกที่ประตูเข้าและออก เพื่อป้องกันฝุ่นละอองจากการขนวัสดุออกต้อง จัดทํารางระบายน้ํา
และมีระบบกรองตะกอนและสิ่งสกปรกก่อนที่น้ําจากการล้างล้อรถลงสู่รางระบายน้ํา สาธารณะ ให้ผู้รับจ้างเสนอรูปและรายการให้ กฟผ. พิจารณาและอนุมัติก่อนดําเนินการ ทั้งนี้ส่วนของวัสดุและ อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของที่ล้างล้อรถบรรทุกทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง และเมื่อส่งมอบงานงวดสุดท้ายและ ผู้รับจ้างส่งมอบพื้นที่การรื้อถอนอาคารให้ กฟผ. แล้วเสร็จ ให้ผู้รับจ้างรื้อถอนที่ล้างล้อรถบรรทุกออกจากพื้นที่
กฟผ.
12.7 ในกรณีที่ผู้รับจ้างจะย่อยคอนกรีตหรือทําการใดๆที่ทําให้เกิดฝุ่นละออง ให้ผู้รับจ้างติดตั้งระบบสปริงเกอร์ โดยรอบบริเวณนั้นๆ โดย กฟผ. จะเป็นผู้พิจารณาและอนุมัติพื้นที่สําหรับการย่อยคอนกรีต
12.8 ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนผังพื้นที่ปฏิบัติงานรื้อถอน เช่น พื้นที่จอดรถยนต์ พื้นที่จอดเครื่องจักร พื้นที่ รับประทานอาหาร พื้นที่เก็บของ พื้นที่อื่นๆที่เห็นสมควรจะดําเนินการกิจกรรมสําหรับการรื้อถอน เป็นต้น 12.9 กฟผ. ไม่อนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานพักผ่อนระหว่างวันในอาคารที่กําลังรื้อถอน
12.10 ภายหลังรื้อถอนฐานราก (ถ้ามี) ให้ผู้รับจ้างสํารวจตําแหน่งเสาเข็มเดิมด้วยกล้องประมวลผลรวม (Total Stations) และจัดทํา Shop Drawing ของตําแหน่งเสาเข็มเดิมของอาคาร (ส่งพร้อมรายงานเสร็จงาน)
13. การรื้อถอนตามหลักวิศวกรรม
13.1 กฟผ. เป็นองค์การที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมทุกภาคส่วน หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามหลักวิศวกรรม กฟผ.
จะพิจารณาบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างโดยทันที
13.2 งานที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมควบคุมทุกงานและทุกประเภทตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพ วิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ.2565 ให้ผู้รับจ้างส่งรายการคํานวณให้ กฟผ. พิจารณาและอนุมัติ ก่อนดําเนินการรื้อถอนองค์อาคาร โดยวิศวกรโยธา ระดับสามัญวิศวกร ขึ้นไป
13.3 ให้ผู้รับจ้างวิเคราะห์โครงสร้างและพฤติกรรมของอาคารหลังจากรื้อถอนส่วนใดส่วนหนึ่งทุกครั้ง โดยพฤติกรรมของอาคารภายหลังจากการรื้อถอนส่วนใดส่วนหนึ่งต้องมีความแข็งแรงและปลอดภัยอยู่เสมอ
13.4 การวิเคราะห์และจําลองโครงสร้างต้องเป็นในรูปแบบของ 3 มิติ เท่านั้น และใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ เช่น
ETABS □ Autodesk Robot Structural Analysis usa ProtaStructure vsa Tekla Structural Designer หรือ STAAD.Pro หรือ Midas Gen หรือ Midas nGen เป็นต้น
13.5 ให้ผู้รับจ้างใช้มาตรฐานการรื้อถอนอาคารตาม Hongkong Code of Practice for Demolition of Buildings หรือตามมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับ
13.6 การรื้อถอนองค์อาคารที่อยู่ขอบของอาคาร ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติดังต่อไปนี้
13.6.1 ให้แบ่งน้ําหนักขององค์อาคาร โดยน้ําหนักต้องไม่เกินกําลังการยกของปั้นจั่นเคลื่อนที่
13.6.2 ชิ้นส่วนที่ยกต้องมีลักษณะสมมาตร ไม่มี Off-Centered CG
13.6.3 ในการรื้อถอนองค์อาคารที่อยู่ขอบของอาคารต้องมีลวดสลิงเซฟตี้พร้อมระบบรอกยึดรั้ง กับ
โครงสร้างด้านในอาคารทุกครั้ง
13.6.4 รื้อถอนโดยการดึงองค์อาคารที่กําลังตัดคอนกรีตหรือหนีบ เข้ามาด้านในอาคาร โดยมีแผ่นยาง
รองกันกระแทก
13.6.5 ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนงานการรื้อองค์อาคารที่อยู่ขอบอาคารให้ กฟผ. พิจารณาและอนุมัติก่อน
คําเนินการ
13.7 ตัวอย่างการการรื้อถอนองค์อาคารที่อยู่ขอบของอาคาร
Im-2m
Im-201
reinforcing bare in the beam connecting to exterior column to remain for additional support
begin with section at mid span. break away a vertieni groove with mote reinforcing barn retain is support the structure
additional the wire for externul mulla only
size and no. of the wire
shall be determined by the PSE and shall be specified on the demolition plans
wall lie anchored to interior column or benen
EXTERNAL R.C. WALL (VIEW FROM INSIDE)
Break out
the conerele
on the interior Euce
reinforcing
bare to remain
៖
| ་ |
|---|
| cul |
| the wire to pull the wall down |
| le wire for addition safety exterior walk puly) |
| pulley¡ |
| pulley |
| Cutting away the |
| reinforcing hars connecting the wall section. Reinforcing bar at the bolieru To remain. Pulling down The |
| wall section by wire and winch in a controlled molim |
| SECTION A prior to pulling |
| rubber tires (optional) |
| SECTION A |
| NOTES : |
| This method may apply to both hand-felling of interior and external walls. |
| FIGURE 4.6 FELLING OF A REINFORCED CONCRETE WALL |
| (MANUAL METHOD) |
| of columns |
| attached to lie wire and winch system or excavator arm |
| of coluND |
| direction |
| of fall |
| EXTERIOR |
| INTERIOR |
| _ reforcing |
| bars |
| EXTERIOR |
| INTERIOR |
| 亚 |
| — |
| reinforcing bark |
| SECTION 1 |
| LEGEND |
| Reinforcing bar to remain |
| Reinforcing bar to be cut |
| tie wire to existing structure for additional safety (exterior columns oɛly) |
| NOTES: |
- Secure the column by wire & winch to
existing structure or excavator arm - Pre-weakening at the bottom of column
i) Break away the concrete to expose the
reinforcing bars.
ii) cut the reinforcing bars at the exterior half of the column. Cutting shall be performed immediately prior to pulling - Pulling down the column in a controlled motion.
FIGURE 45 PRE WEAKENING AND DISMANTLING OF COLUMN
(MANUAL METHOD)
n: Code of Practice for Demolition of Buildings 2004-Hong Kong Buildings Department-
government - การประกันภัย
14.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้าง โดยต้องครอบคลุมระยะเวลางานก่อสร้างจนกว่า ผู้รับจ้างจะส่งมอบงานให้ กฟผ. โดยมีความคุ้มครอง ดังนี้
14.1.1 กรมธรรม์ประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้าง (Contractors All Risks Insurance) จะต้อง คุ้มครองความเสียหายที่มีต่องานที่ทําการก่อสร้าง โดยมีทุนประกันภัยมูลค่างานตามสัญญา
14.1.2 กรมธรรม์ประกันภัยจะต้องคุ้มครองรวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินทุกชนิดที่มีอยู่เดิมของผู้
ว่าจ้างซึ่งอยู่ในสถานที่ที่ทําการก่อสร้าง
14.1.3 กรมธรรม์ประกันภัยจะต้องคุ้มครองความสูญเสีย หรือเสียหายต่อทรัพย์สินรวมถึงการบาดเจ็บ เสียชีวิตของบุคคลภายนอก (ให้หมายความรวมถึงผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ด้วย) ที่เกิดจากงานที่ทําการ ก่อสร้าง
14.2 การประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้างจะต้องทํากับ บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ที่ได้รับ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย และส่งมอบสําเนากรมธรรม์ประกันภัยให้ กฟผ. ภายใน 30 วันนับถัด จากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน กฟผ. สงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะให้ ผู้รับจ้างทําการแก้ไขและ เปลี่ยนแปลงในข้อความและเงื่อนไขในกรมธรรม์นี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ กฟผ. โดย กฟผ. จะเป็นผู้ได้รับ ผลประโยชน์จากการประกันภัยนี้
14.3 เงื่อนไขทั่วไปสําหรับกรมธรรม์ประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้าง (Contractors’ All Risks Insurance)
14.3.1 ผู้ทําประกันภัยและประเภทของประกันภัย ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่ทําประกันภัยงานก่อสร้างประเภทคุ้มครองภัยทุกชนิด (Contractor’s All Risks Insurance) โดยคุ้มครองความเสียหายและความรับผิดต่อบุคคลที่สาม ทั้ง 3 หมวด คือ
(1) หมวดที่ 1 งานอาคารและงานโยธา (Section I Building and Civil Engineering Works ) เว้นแต่สัญญาจ้างจะไม่รวมงานในหมวดนี้ด้วย
(2) หมวดที่ 2 งานติดตั้งเครื่องจักร (Section | Machinery Erection) เว้นแต่สัญญาจ้างจะ ไม่รวมงานในหมวดนี้ด้วย
(3) หมวดที่ 3 ความรับผิดต่อบุคคลที่สาม (Section III Third Party Liability)
14.3.2 ทุนประกันภัย (Sum Insured) ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) และจํานวนจํากัดความรับ ผิด (Limit of Liability) ทุนประกันภัย คาเสียหายส่วนแรก และจํานวนจํากัดความรับผิด กําหนดไว้
ดังนี้
2
(1) ทุนประกันภัย สําหรับการประกันภัยในหมวดที่ 1 และ/หรือ หมวดที่ 2 ต้องไม่ต่ํากว่า คาจางเหมา
(2) ทุนประกันภัย ค่าเสียหายส่วนแรก และจํานวนเงินจํากัดความรับผิดให้กําหนดจํานวน ตามสมควร โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง โดยเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) ค่าเก็บกวาดสิ่งก่อสร้างที่หักพัง (Clearance of Debris)
(ข) ค่าวิชาชีพของสถาปนิก วิศวกร ที่ปรึกษา ในการดําเนินการให้สิ่งก่อสร้างกลับคืน
ดีดังเดิม (Architect’s, Surveyor’s, Consulting Engineers" Fees necessary
incurred by the Insured in the reinstatement or replacement of the
property insured destroyed or damaged)
(ค) ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง (Existing Property)
(ง) ค่าเสียหายส่วนแรกทุกกรณี
14.3.3 ผู้รับประกันภัย และการกําหนดชื่อผู้เอาประกันภัย
(1) ผู้รับประกันภัย (the Insurers) จะต้องเป็นบริษัทประกันภัยในประเทศไทยที่ได้รับความ เห็นชอบของผู้ว่าจ้าง
(2)
กรมธรรม์ประกันภัยจะต้องระบุชื่อบุคคลดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อยเป็นผู้เอาประกันภัย
(the Insured)
ยา
(ก) ผู้วาจาง และ/หรือ (ข) ผู้รับจ้าง และ/หรือ (ค) ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือ
(ง) ที่ปรึกษา และ/หรือ
(จ) ผู้แทนผู้ว่าจ้าง
(2) ผู้ควบคุมงาน กฟผ.
(ช) ผู้จําหน่ายวัสดุ (Supplier)
14.3.4 ระยะเวลาประกันภัย
(1) เท่ากับระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา บวกกับ
(2) ระยะเวลาประกันผลงานตามสัญญา
14.3.5 การขยายความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย
กรมธรรม์ประกันภัยควรมีการขยายความคุ้มครองโดยการสลักหลัง (Endorsements)
ให้กฟผ. พิจารณาและเห็นชอบก่อน
ทั้งนี้ให้ลง
14.3.6 ความรับผิดของผู้รับจ้างในกรณีที่กรมธรรม์ไม่คุ้มครองผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในค่าเสียหาย ส่วนแรก และค่าเสียหายใดๆ ที่กรมธรรม์ประกันภัยไม่คุ้มครองอันเกิดจากการกระทําของผู้รับจ้าง - ทรัพย์สิน
15.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบดูแลทรัพย์สิน พัสดุ และอุปกรณ์ของ กฟผ. ที่อยู่ภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน ให้อยู่ใน สภาพเดิมตลอดระยะเวลาการดําเนินงาน ห้ามทําให้เกิดความเสียหาย สูญหาย หรือ เคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับ
อนุญาต
15.2 ทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่อไปนี้ ไม่อยู่ในขอบเขตการรับซื้อของผู้รับจ้าง แต่ ให้ผู้รับจ้างรื้อถอนตามความ จําเป็นในงาน และต้องส่งคืนให้ กฟผ. ตามที่เจ้าหน้าที่ควบคุมงานกําหนด ห้ามนําออกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ รับจ้างโดยเด็ดขาด
15.2.1 ทรัพย์สินที่มีรหัสครุภัณฑ์ของ กฟผ. ทุกกรณี
- โทรทัศน์
ตู้เก็บเอกสาร โต๊ะทํางาน
15.2.2 อุปกรณ์สุขาภิบาลและระบบน้ํา ประกอบด้วย - ก๊อกน้ํา
- สายชําระ
- ฝารองนั่งชักโครก
- เครื่องปั้มน้ําระบบจ่ายน้ําดื่ม
- ถังเก็บน้ําของระบบจ่ายน้ําดื่ม
15.2.3 ระบบอาคารและงานวิศวกรรม - เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน Split Type (คอยล์ร้อน คอยล์เย็น)
- ระบบเครื่องปรับอากาศระบบ VRF (คอยล์ร้อน-คอยล์เย็น และอุปกรณ์ควบคุมระบบ)
- เครื่องฟอกอากาศ
- แบตเตอรี่ทุกประเภทที่พบหรือถอดถอนได้จากการรื้อถอนอาคาร อาทิ แบตเตอรี่ตะกั่ว- กรด (Lead-acid) แบตเตอรี่แห้ง แบตเตอรี่สํารองในตู้ควบคุมไฟฟ้า (UPS) แบตเตอรี่ลิเธียม หรือแบตเตอรี่ชนิดอื่น
- หลอดไฟ
- ตู้ไฟฟ้า หรือตู้ MDB
15.3 ผู้รับจ้างสามารถนําทรัพย์สินหรือวัสดุออกจากพื้นที่ได้ เฉพาะตามรายการที่ที่ได้รับอนุมัติจาก กฟผ. เท่านั้น ห้ามนําทรัพย์สินอื่นใดออกเพิ่มเติมโดยพลการ
15.4 สําหรับทรัพย์สินหรือพัสดุใด ๆ หากผู้รับจ้างมีความประสงค์จะนําออกจากพื้นที่ ให้เป็นสิทธิของ กฟผ. ในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตแต่เพียงผู้เดียว โดยผู้รับจ้างต้องจัดทําหนังสือขออนุมัติเป็นลายลักษณ์ อักษร และรอผลการพิจารณาก่อนดําเนินการ
15.5 ก่อนการนําของออก ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังนี้
- กรอกแบบฟอร์มแจ้งนําทรัพย์สินออก
- จัดทําหนังสือแจ้งขออนุมัติล่วงหน้าจากเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ กฟผ. อย่างน้อย 2 วันทําการ 3. ผ่านการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ณ จุดเข้า-ออกของ กฟผ.
15.6 เมื่อ กฟผ. พิจารณาอนุมัติแล้ว จะออกเอกสาร “ใบนําของออก (แบบ กฟผ. นอ.11)” ให้ผู้รับจ้างใช้แสดง ต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อประกอบการขนย้ายออกจากพื้นที่
15.7 หากผู้รับจ้างมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะของทรัพย์สินหรือพัสดุใด ๆ ให้หยุดดําเนินการทันที และแจ้ง เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ กฟผ. เพื่อพิจารณาและสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษร
15.8 วัสดุหรือซากที่มิได้อยู่ในรายการทรัพย์สินที่ต้องส่งคืนตามข้อ 15.2 ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินตกค้างของ กฟผ. ผู้รับจ้าง ห้ามนําไปใช้ จําหน่าย หรือครอบครองโดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับหนังสือยินยอมจาก กฟผ. ว่าไม่ ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในวัสดุนั้น และอนุญาตให้นําออกจากพื้นที่ได้โดยเฉพาะเจาะจง
15.9 กฟผ. ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บวัสดุหรือพัสดุของผู้รับจ้างภายในพื้นที่ปฏิบัติงานหรือ
พื้นที่พักของรื้อถอนได้ทุกเมื่อโดยไม่จําเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า หากพบการครอบครองทรัพย์สินของ กฟผ. ที่ไม่ได้ รับอนุญาต จะถือเป็นการละเมิดสัญญา
15.10 ห้ามผู้รับจ้างดําเนินการใด ๆ ที่ขัดกับข้อกําหนดในข้อ 15 นี้ หากฝ่าฝืน กฟผ. ขอสงวนสิทธิ์ในการ ดําเนินการทางกฎหมาย และเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายเต็มจํานวน รวมถึงพิจารณาหักเงินประกันสัญญาตาม
ความเหมาะสม
15.11 หาก กฟผ. เห็นว่าวัสดุใดมีลักษณะอาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น สารเคมีตกค้าง วัสดุอันตราย หรือความ ไม่แน่นอนในการจัดการ กฟผ. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงแนวทางดําเนินงานเกี่ยวกับวัสดุนั้น เช่น งด รื้อ งดจําหน่าย หรือให้ขนย้ายโดยวิธีเฉพาะ โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิคัดค้านหรือเรียกร้องค่าเสียหาย