จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy)

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 69039215662
฿3,600,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 9 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีความต้องการจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ รักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศขององค์กร รวมถึงควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นศูนย์กลาง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่ทันสมัย รองรับการเข้าถึงข้อมูลจากทุกสถานที่และอุปกรณ์อย่างปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารนโยบายความปลอดภัย

ขอบเขตงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะชัดเจน:

  1. ระยะที่ 1 (ติดตั้งระบบพื้นฐาน): ดำเนินการติดตั้ง/ตั้งค่าระบบ Internet Proxy พร้อมใช้งานภายใน 30 เมษายน 2569 โดยระบบต้องมีคุณสมบัติรองรับผู้ใช้ ≥500 คน, โครงสร้างแบบ Security as a Service, Multi-Category URL Filtering, การจัดเก็บ Log ≥100 วัน/ผู้ใช้, มี Dedicated Cloud Instances และมี Connection Location ในประเทศไทย
  2. ระยะที่ 2 (ยกระดับเป็น SSE): พัฒนาระบบให้เป็นไปตามกรอบ Security Service Edge (SSE) ให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2569 โดยเพิ่มความสามารถเช่น Zero Trust Network Access, Cloud Secure Web Gateway, การป้องกัน DNS Tunneling, Advanced Malware Detection แบบ Cloud-Based Sandbox with AI/ML, และการรองรับการติดตั้ง Agent บนหลากหลายระบบปฏิบัติการ
  3. ระยะที่ 3 (บริการบำรุงรักษา): ให้บริการใช้งานและบำรุงรักษาระบบในรูปแบบ Managed Service เป็นเวลา 3 ปี (1 พ.ค. 2569 - 30 เม.ย. 2572) รวมถึงการฝึกอบรม การส่งข้อมูลไปยังระบบ XDR/SIEM ของ กบข. การปรับแต่ง Policy ตามคำแนะนำของ CSOC และการให้คำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชม.

วงเงินจัดจ้างสำหรับโครงการนี้คือ 3,600,000 บาท (สามล้านหกแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว

English summary

The Government Pension Fund (GPF) is seeking to hire a service for an Internet Proxy management and control system to enhance cybersecurity. This project aims to protect against cyber threats, secure organizational data and information systems, and efficiently manage and control internet usage.

The project objectives are to establish a modern internet proxy management system, ensure secure access to data from any location and device, and improve centralized security policy management.

The scope of work is divided into three distinct phases:

  1. Phase 1 (Basic System Installation): Install/configure the Internet Proxy system to be operational by April 30, 2026. The system must support ≥500 users, have a Security as a Service architecture, Multi-Category URL Filtering, store logs for ≥100 days/user, have Dedicated Cloud Instances, and a connection location in Thailand.
  2. Phase 2 (Upgrade to SSE): Enhance the system to align with the Security Service Edge (SSE) framework, to be completed by December 31, 2026. This includes adding capabilities such as Zero Trust Network Access, Cloud Secure Web Gateway, DNS Tunneling prevention, Cloud-Based Advanced Malware Detection with AI/ML Sandbox, and support for deploying Agents on various operating systems.
  3. Phase 3 (Maintenance Service): Provide operational and maintenance services in a Managed Service model for 3 years (May 1, 2026 - April 30, 2029). This includes training, feeding data into GPF’s XDR/SIEM systems, adjusting policies per CSOC recommendations, and providing 24/7 technical consultation.

The project’s approved budget is 3,600,000 THB (Three million six hundred thousand Baht), inclusive of VAT and all other expenses.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุที่อยู่โครงการโดยตรงใน TOR (น่าจะดำเนินงานที่สำนักงาน กบข.)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy)
  • เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานภายในองค์กร
  • เพื่อรองรับการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลและระบบสารสนเทศขององค์กรได้อย่างมีความมั่นคงปลอดภัย จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทุกสถานที่และทุกอุปกรณ์
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตแบบรวมศูนย์

ขอบเขตของงาน

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ระยะที่ 1: การติดตั้งหรือตั้งค่าระบบที่ให้บริการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ Internet Proxy ให้พร้อมใช้งานภายใน 30 เมษายน 2569

  • ติดตั้ง/ตั้งค่าระบบให้เหมาะสมกับระบบงานของ กบข.
  • ตั้งค่าระบบให้รองรับการทำงานร่วมกับ Internet Proxy Auto-Configuration (PAC) File และเปลี่ยนการตั้งค่าบนเครื่องผู้ใช้งานเดิม
  • กำหนดการตั้งค่าระบบควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตให้มีความปลอดภัยเทียบเท่าหรือดีกว่าระบบเดิม
  • ติดตั้ง/ตั้งค่าระบบให้เชื่อมโยง (Integrate) กับระบบ Cybersecurity Operation Center (CSOC) ของ กบข.
  • ระบบต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กำหนด เช่น รองรับผู้ใช้ ≥500 คน, โครงสร้างแบบ Security as a Service, Multi-Category URL Filtering, จัดเก็บ Log ≥100 วัน/ผู้ใช้, มี Dedicated Cloud Instances และ Public IP, มี Gateway Connection Location ทั่วโลกและในประเทศไทย

ระยะที่ 2: ยกระดับขีดความสามารถระบบให้เป็นไปตามกรอบแนวคิด Security Service Edge (SSE) ให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2569

  • พัฒนาระบบให้มีบริการผ่าน Web-based อย่างน้อยในรูปแบบ Zero Trust Network Access, Cloud Secure Web Gateway/Cloud Web Proxy, Firewall as a Service, Networking for Mobile Users
  • ตั้งค่าระบบให้สามารถทำ Dedicated Tunnel Connection จาก SSE Cloud ไปยังเครือข่ายของ กบข. เพื่อเข้าถึง Private Application
  • เพิ่มความสามารถในการตรวจสอบและป้องกัน DNS Request/Response, DNS Tunneling
  • เพิ่มความสามารถป้องกันภัยคุกคามประเภท Vulnerability และ Spyware
  • เพิ่มระบบตรวจจับ Advanced Malware แบบ Cloud-Based Sandbox ที่ใช้ AI/ML
  • รองรับการติดตั้ง Agent บนเครื่องลูกข่ายสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS, macOS, Android, Windows 10/11, Linux
  • ตั้งค่าระบบให้สามารถตรวจสอบและกำหนดนโยบายจากปัจจัยของเครื่องที่เชื่อมต่อ (OS, Antivirus version ฯลฯ)
  • พัฒนาความสามารถในการทำงานผ่าน Enterprise Browser
  • หากจำเป็นต้องติดตั้ง Software Agent จะต้องดำเนินการผ่านระบบ Endpoint Management ของ กบข.
  • ติดตั้ง/ตั้งค่าระบบให้สามารถเชื่อมต่อ IPsec VPN ไปยัง Public Cloud ของ กบข.
  • ระบุทรัพยากรคอมพิวเตอร์ (Specification/Resource) ที่จำเป็นสำหรับติดตั้งบน Server เพื่อให้ กบข. จัดเตรียมล่วงหน้า

ระยะที่ 3: การให้บริการการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ Internet Proxy เป็นเวลา 3 ปี (1 พ.ค. 2569 - 30 เม.ย. 2572)

  • ให้บริการหลังการขายในรูปแบบ Managed Service
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานระบบให้แก่เจ้าหน้าที่ กบข.
  • ส่งข้อมูลไปจัดเก็บและวิเคราะห์บนระบบ Extended Detection and Response (XDR) ของ กบข. และกำหนดแนวทางตอบสนองต่อภัยคุกคาม
  • หากระบบไม่สามารถส่งข้อมูลไปยัง XDR ได้ ต้องทำการ Integrate กับระบบ SIEM ของ กบข. พร้อมนำเสนอ EPS เพิ่มเติม
  • ปรับแต่งการตั้งค่าหรือ Policy ตามคำแนะนำของ CSOC ตลอดอายุสัญญา
  • ขออนุมัติจาก กบข. ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลง Configuration ใดๆ
  • ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

สำหรับระยะที่ 1 (ส่งมอบภายใน 30 เมษายน 2569):

  • ผลการทดสอบการทำงานของระบบที่ผ่านการทดสอบใช้งานแล้ว
  • เอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (Operation Manual)
  • แผนการดำเนินงาน (Implementation Plan)
  • รายงานการออกแบบระบบ (System Design) ในรูปแบบดิจิทัล

สำหรับระยะที่ 2 (ส่งมอบภายใน 31 ธันวาคม 2569):

  • ผลการทดสอบการทำงานของระบบที่ผ่านการทดสอบใช้งานแล้ว
  • เอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (Operation Manual)
  • แผนการดำเนินงาน (Implementation Plan)
  • รายงานการออกแบบระบบ (System Design) ในรูปแบบดิจิทัล

สำหรับระยะที่ 3 (ส่งมอบรายงานภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป ตลอด 3 ปี):

  • เอกสารรายงานการใช้งานรายเดือน (Monthly Usage Report)
  • รายงานผลการทำงานของระบบ Internet Proxy ตลอดระยะสัญญา

ระยะเวลาดำเนินการ

  • วันที่เสนอราคา: 24 มีนาคม 2569 (ระหว่างเวลา 09.00 - 12.00 น.)
  • ระยะที่ 1 (ติดตั้งระบบพื้นฐาน): ต้องแล้วเสร็จภายใน 30 เมษายน 2569
  • ระยะที่ 2 (ยกระดับเป็น SSE): ต้องแล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2569
  • ระยะที่ 3 (บริการบำรุงรักษา): ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2572
  • กำหนดยืนราคา: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เสนอราคา
  • การทำสัญญา: ผู้ชนะการคัดเลือกต้องทำสัญญาภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและให้บริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) โดยเฉพาะ

  • Standards Compliance:

    • ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Leader Gartner Magic Quadrant for Security Service Edge ปี 2025 หรือล่าสุด (สำหรับระบบที่นำเสนอ)
    • สำหรับผู้รับจ้าง: มีใบรับรองการจัดการความมั่นคงด้านสารสนเทศ ISO/IEC 27001:2022 (ให้คะแนนในการประเมิน)
    • สำหรับผู้รับจ้าง: มีใบรับรองด้านมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301) (ให้คะแนนในการประเมิน)
    • สำหรับผู้รับจ้าง: มีใบรับรองด้านความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับบริการคลาวด์ (ISO/IEC 27017) หรือด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลบนคลาวด์ (ISO/IEC 27018) หรือผ่านการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยบนคลาวด์ (CSA-STAR) (ให้คะแนนในการประเมิน)
  • Experience:

    • ต้องแสดงผลงานด้านบริการ (Site Reference) ที่มีลักษณะคล้ายกับงานตาม TOR จำนวนอย่างน้อย 2-3 งาน ขึ้นไป (ให้คะแนนตามจำนวนและคุณภาพของผลงาน)
  • Technical Capabilities:

    • ต้องเป็นผู้มีความสามารถในการให้บริการ โดยมีระดับ Partner กับทางผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในระดับ Managed Security Service Provider (MSSP) (ให้คะแนนในการประเมิน)
    • ระบบที่นำเสนอต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กำหนดใน TOR ข้อ 4.1.1 และ 4.2.1
  • Personnel:

    • เจ้าหน้าที่ออกแบบและให้คำปรึกษาการติดตั้งระบบฯ (Consultant) อย่างน้อย 1 คน และมีเอกสาร Certified Information Systems Security Professional (CISSP)
    • เจ้าหน้าที่ดูแลและติดตั้งระบบฯ (Implement) อย่างน้อย 2 คน และมีเอกสาร Certificate จากผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในระดับ Intermediate ขึ้นไป โดยมีเอกสาร Certificate ในระดับ Expert อย่างน้อย 1 คน
    • เจ้าหน้าที่ทีมบำรุงรักษาระบบฯ (Service Support) อย่างน้อย 1 คน และมีเอกสาร Certificate จากผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในระดับ Expert
    • บุคลากรดังกล่าวต้องเป็นพนักงานประจำและแสดงเอกสารหลักฐาน

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคาสูงที่สุด (Price Performance) โดยมีน้ำหนักดังนี้

  1. ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): น้ำหนัก 30%

    • วิธีการให้คะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  2. ข้อเสนอด้านเทคนิค: น้ำหนัก 70% แบ่งประเมินตามปัจจัยและน้ำหนักย่อยดังนี้

    • ข้อมูลโครงการและหน่วยงานที่เคยรับทำงาน (Site Reference): 5% (ให้คะแนนตามจำนวนและคุณภาพของผลงานที่แสดง)
    • ใบรับรองมาตรฐานชั้นนำระดับสากล: 5% (ให้คะแนนสำหรับการมีใบรับรอง ISO/IEC 27001, ISO 22301, ISO/IEC 27017/27018 หรือ CSA-STAR, และสถานะ Partner ระดับ MSSP)
    • รายละเอียดด้านการบริหารโครงการ: 30% (ประเมินจากแผนบริหารคุณภาพ, แผนดำเนินงาน 3 ระยะ, System Architecture, โครงสร้างบุคลากร, และ Workflow)
    • รายละเอียดทีมงานผู้รับจ้าง: 25% (ประเมินจากคุณสมบัติและใบรับรองของพนักงานประจำในตำแหน่ง Consultant, Implement, และ Service Support ตามที่กำหนด)
    • รูปแบบการให้บริการและ SLA: 5% (ประเมินจากรายละเอียดบริการ, กระบวนการแจ้งเหตุขัดข้อง, และข้อตกลงระดับการให้บริการที่เสนอ)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

คุณลักษณะระบบพื้นฐาน (ระยะที่ 1):

  • รองรับจำนวนผู้ใช้งานพร้อมกันไม่น้อยกว่า 500 ผู้ใช้ และรองรับการขยายในอนาคตได้
  • มีโครงสร้างระบบแบบ Security as a Service
  • อยู่ในอันดับ Leader Gartner Magic Quadrant for Security Service Edge ปี 2025 หรือล่าสุด
  • สามารถกำหนดนโยบาย Multi-Category URL Filtering (จัด category ให้แต่ละ website ไม่น้อยกว่า 2 category) แบบอัตโนมัติ
  • จัดเก็บบันทึกเหตุการณ์ (Log) ได้อย่างน้อย 100 วันต่อผู้ใช้งาน
  • มี Dedicated Cloud Instances และ Dedicated Public IP Address ให้กับ กบข.
  • มี Gateway Connection Locations ทั่วโลก และต้องมีอยู่ใน ประเทศไทย
  • ออกแบบมาทำหน้าที่ Security Service Edge (SSE) โดยเฉพาะ

คุณลักษณะระบบยกระดับ SSE (ระยะที่ 2):

  • ให้บริการผ่าน Web-based อย่างน้อยในรูปแบบ: Zero Trust Network Access (ZTNA), Cloud Secure Web Gateway/Cloud Web Proxy, Firewall as a Service (FWaaS), Networking for Mobile Users
  • สามารถทำ Dedicated Tunnel Connection จาก SSE Cloud ไปยังเครือข่าย Private ของ กบข.
  • ตรวจสอบและป้องกัน DNS Tunneling (ทั้ง Known และ Unknown)
  • ป้องกันภัยคุกคามประเภท Vulnerability และ Spyware พร้อมอัพเดท Signature อัตโนมัติ
  • มีระบบตรวจจับ Advanced Malware แบบ Cloud-Based Sandbox ที่ใช้ AI/Machine Learning เพื่อระบุ Zero-day Malware และสร้าง Signature อัตโนมัติ
  • รองรับ File Analysis สำหรับ: Android APK, MS-Office files, Archive files, Portable executable files, Script files
  • รองรับการติดตั้ง Agent บนเครื่องลูกข่ายสำหรับ OS: iOS, macOS, Android, Windows 10/11, Linux
  • ตรวจสอบและกำหนดนโยบายจากสถานะเครื่องลูกข่าย (OS version, Antivirus version, Host firewall version, Registry)
  • สามารถทำงานผ่าน Enterprise Browser (พัฒนาจาก Chromium) พร้อมความสามารถเช่น ป้องกันการ Copy, Masking, Watermarking, Session recording, ควบคุมการเปิดไฟล์

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินจัดจ้าง: 3,600,000 บาท (สามล้านหกแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวง
  • การจ่ายเงิน: แบ่งการจ่ายค่าบริการออกเป็น 12 งวด งวดละเท่าๆ กัน ทุกๆ 3 เดือน โดยคำนวณจากมูลค่าสัญญา จ่ายภายใน 30 วัน หลังจากผู้รับจ้างปฏิบัติงานครบถ้วนและ กบข. ตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการคัดเลือกต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงิน ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
  • ค่าปรับ:
    • กรณีนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับ ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญานอกเหนือจากข้อแรก: ค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ 0.1 ของราคาค่าจ้าง (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
  • ระยะเวลาสัญญาบริการ: 3 ปี (1 พ.ค. 2569 - 30 เม.ย. 2572)
  • การรักษาความลับ: ผู้รับจ้างต้องรักษาข้อมูลความลับของ กบข. เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่สัญญาสิ้นสุดลง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบที่เสนอต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่นของ กบข. อะไรบ้าง?
    A: ระบบต้องสามารถเชื่อมโยง (Integrate) กับระบบ Cybersecurity Operation Center (CSOC) ของ กบข. ได้ในระยะที่ 1 และต้องส่งข้อมูลหรือ Integrate กับระบบ Extended Detection and Response (XDR) หรือ SIEM ของ กบข. ในระยะที่ 3

  • Q: กรณีระบบไม่สามารถส่งข้อมูลไปยัง XDR ของ กบข. โดยตรงได้ จะต้องทำอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องทำการ Integrate ระบบที่นำเสนอให้ทำงานร่วมกับบริการระบบ SIEM ที่ กบข. ใช้อยู่ พร้อมทั้งนำเสนอ EPS เพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมการใช้งาน พัฒนา ruleset และปรับปรุง playbook

  • Q: การเปลี่ยนแปลง Configuration หรือ Policy ของระบบในระหว่างให้บริการต้องทำอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของ กบข. ก่อนดำเนินการใดๆ ตลอดอายุสัญญา

  • Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องให้คำปรึกษาด้านเทคนิคอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องให้คำปรึกษาด้านเทคนิคแก่ กบข. ผ่านทางอีเมลหรือโทรศัพท์ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตลอด 24 ชั่วโมง

  • Q: Enterprise Browser ที่ระบบรองรับต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ำอะไรบ้าง?
    A: ต้องถูกสร้างจากเทคโนโลยีมาตรฐานเช่น Chromium Platform, ป้องกันการ Copy ข้อมูลได้, ทำ Masking ได้, ทำลายน้ำ (Watermarking) ได้, เชื่อมต่อกับ Private Application ได้, ทำ Session recording ได้, และควบคุมการเปิดไฟล์ที่ Download มาได้

  • Q: การติดตั้ง Agent บนเครื่องลูกข่ายต้องทำผ่านช่องทางใด?
    A: หากจำเป็นต้องติดตั้ง Software Agent ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้ง Agent ผ่านระบบ Endpoint Management ของ กบข. เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งาน

  • Q: ระบบต้องรองรับการเชื่อมต่อกับ Public Cloud ของ กบข. อย่างไร?
    A: ในระยะที่ 2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งหรือตั้งค่าระบบให้สามารถเชื่อมต่อ IPsec VPN ไปยัง Public Cloud ที่ กบข. ใช้งานอยู่

  • Q: ก่อนเริ่มติดตั้งระบบในระยะที่ 2 ผู้รับจ้างมีหน้าที่แจ้งอะไรแก่ กบข.?
    A: ผู้รับจ้างจะต้องระบุทรัพยากรคอมพิวเตอร์ (Specification / Resource) ที่จำเป็นสำหรับติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เพื่อให้ กบข. ทราบล่วงหน้าและจัดเตรียมทรัพยากรไว้ให้

  • Q: ในระยะให้บริการ (ระยะที่ 3) ผู้รับจ้างต้องปรับแต่งระบบตามคำแนะนำของ CSOC อย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับแต่งการตั้งค่าหรือ Policy ตามคำแนะนำของ CSOC เพื่อป้องกันภัยคุกคามหรือเพิ่มประสิทธิภาพ โดยอาจต้องมีการประชุมหารือร่วมกันและนำเสนอแผนการดำเนินการให้ กบข. พิจารณาก่อนดำเนินการ

  • Q: นอกเหนือจากเอกสารส่งมอบที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารอะไรเพิ่มเติมในการเสนอราคา?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ, รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ, และการรับประกัน ตามแบบฟอร์มที่กำหนดใน TOR ข้อ 5.2 (2) เพื่อยืนยันความสามารถดำเนินการได้ตามขอบเขตงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy)

  1. หลักการและเหตุผล
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีความต้องการจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการ ใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) เพื่อป้องกันการโจมตีจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และรักษาความมั่นคง ปลอดภัยให้แก่ข้อมูลและระบบสารสนเทศขององค์กร และควบคุมดูแลการใช้งานอินเทอร์เน็ตขององค์กรได้อย่างมี ประสิทธิภาพและมีความมั่นคงปลอดภัย
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) 2.2 เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานภายในองค์กร
    2.3 เพื่อรองรับการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลและระบบสารสนเทศของอค์กรได้อย่างมีความมั่นคงปลอดภัย จากเครือข่ายอินเทอร์ในทุกสถานที่และทุกอุปกรณ์
    2.4 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งาน อินเทอร์เน็ตแบบรวมศูนย์
  3. คุณสมบัติผู้รับจ้าง
    3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) กำหนด
    3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและให้บริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งาน อินเทอร์เน็ต (Internet Proxy)
  4. รายการรายละเอียดของงานจ้าง
    4.1 การดำเนินการระยะที่ 1: การติดตั้งหรือตั้งค่าระบบที่ให้บริการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ Internet Proxy ให้พร้อมใช้งานภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้
    4.1.1 คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้
    4.1.1.1 ระบบที่ให้บริการต้องสามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 500 ผู้ใช้และ
    1
    รองรับการขยายเพิ่มในอนาคตได้โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
    4.1.1.2 ระบบที่ให้บริการมีโครงสร้างระบบแบบ Security as a Service สำหรับผู้ใช้งานและ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Leader Gartner Magic Quadrant for Security Service Edge ปี 2025 หรือ ล่าสุด
    4.1.1.3 ระบบที่ให้บริการสามารถกำหนดนโยบายการเข้าถึง Website ในรูปแบบ URL Filtering โดยสามารถทำ Multi-Category URL filtering โดยต้องมีการจัด category ให้กับแต่ละ website ไม่ น้อยกว่า 2 category (Multi-Category URL Filtering) ได้แบบอัตโนมัติ รวมทั้งสามารถติดตามและควบคุมการ เข้าถึงเว็บได้ตาม Block List, Allow List ที่กำหนดได้)
    4.1.1.4 ระบบที่ให้บริการสามารถจัดเก็บบันทึกเหตุการณ์ (Log) ที่เกิดขึ้นได้อย่างน้อย 100 วันต่อผู้ใช้งาน
    4.1.1.5 ระบบที่ให้บริการมี Dedicated Cloud Instances และ Dedicated Public IP Address ให้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    4.1.1.6 ระบบที่ให้บริการมี Gateway Connection Locations เพื่อรองรับการเชื่อมต่อใน พื้นที่ทั่วโลก (Worldwide) และต้องมี Connection Location อยู่ในประเทศไทย
    4.1.1.7 ระบบที่ให้บริการ ออกแบบมาทำหน้าที่ Security Service Edge (SSE) โดยเฉพาะ เพื่อกำหนดนโยบายควบคุมและป้องกันภัยคุกคาม ผู้ใช้เข้าใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์จากภายนอก ที่เข้ามาใช้ งานระบบ Application ทั้ง On Cloud และ On Premise และป้องกันภัยคุกคามผู้ใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
    4.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องทำการติดตั้งหรือตั้งค่าระบบที่นำเสนอให้เหมาะสมกับระบบงานของกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    4.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้งหรือตั้งค่าระบบให้รองรับการทำงานร่วมกับ Internet Proxy Auto-Configuration (PAC) File และดำเนินการเปลี่ยนการตั้งค่าบนเครื่องผู้ใช้งานเดิมไปยังระบบที่นำเสนอ 4.1.4 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการกำหนดการตั้งค่าระบบให้มีการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยมี ความปลอดภัยเทียบเท่าหรือดีกว่าระบบที่ทางกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใช้งานอยู่เดิม 4.1.5 ผู้รับจ้างทำการติดตั้งหรือตั้งค่าระบบที่เสนอให้เรียบร้อยพร้อมเชื่อมโยง (Integrate) อุปกรณ์ และระบบที่จัดหาในโครงการให้สามารถทำงานร่วมกันกับระบบ Cybersecurity Operation Center (CSOC) ที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใช้งานอยู่
    4.2 การดำเนินการระยะที่ 2: ยกระดับขีดความสามารถระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งาน อินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) ให้เป็นไปตามกรอบแนวคิด Security Service Edge (SSE) โดยมีระยะเวลาการ ดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้
    4.2.1 คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้
    4.2.1.1 ระบบที่ให้บริการต้องมีความสามารถในการให้บริการใช้งานพร้อมทั้งมีระบบบริหาร จัดการผ่าน Web-based ได้โดยมีรูปแบบอย่างน้อยดังนี้
    2
  • Zero Trust Network Access
  • Cloud Secure Web Gateway หรือ Cloud Web Proxy
  • Firewall as a Service
  • Networking for Mobile Users
    4.2.1.2 ระบบที่ให้บริการสามารถทำ Dedicate Tunnel Connection จาก SSE Cloud ไป ยังระบบเครือข่ายของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อเข้าถึง Private Application 4.2.1.3 ระบบที่ให้บริการสามารถตรวจสอบ DNS Request และ DNS Response เพื่อ ตรวจสอบความถูกต้อง และปลอดภัยของการเข้าถึง Domain ที่ผิดปกติได้
    4.2.1.4 ระบบที่ให้บริการสามารถตรวจจับและป้องกัน DNS Tunneling ได้ทั้งในรูปแบบ Known และ unknown เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลขององค์กรผ่านช่องทาง DNS
    4.2.1.5 ระบบที่ให้บริการสามารถป้องกันภัยคุกคามประเภท Vulnerability และ Spyware ได้โดยมีการอัพเดท Signature ใหม่แบบอัตโนมัติได้
    4.2.1.6 ระบบที่ให้บริการมีระบบตรวจจับ Advanced Malware แบบ Cloud-Based ที่ใช้ เทคโนโลยีแบบ Sandbox ซึ่งมีระบบ AI หรือ Machine learning เพื่อใช้ระบุ Malware ประเภทใหม่ (Zero-day Malware) ซึ่งไม่มีใน Signature มาก่อน และสามารถสร้าง Signature ขึ้นมาเพื่อใช้ป้องกันระบบเครือข่ายได้โดย อัตโนมัติ พร้อมทั้งแสดง Report รายละเอียดการทำงานของ Malware ที่ตรวจพบได้ และรองรับ File Analysis ได้อย่างน้อยดังต่อไปนี้
  • Android Application Package (APK)
  • MS-Office (includes DOC, DOCX, RTF, XLS, XLSX)
  • Archive (RAR, 7-Zip, ZIP)
  • Portable executable file
  • Script (JS, VBS, PS1)
    4.2.1.7 ระบบที่ให้บริการรองรับการติดตั้ง Agent สำหรับเครื่องลูกข่าย เพื่อบังคับการเข้าใช้ งานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด (Policy) รวมถึงจัดเก็บบริบทต่างๆของเครื่องลูกข่าย เพื่อตรวจสอบความ พร้อมในการเข้าใช้งานของเครื่องลูกข่าย โดย Agent สำหรับเครื่องลูกข่ายต้องรองรับการติดตั้งบน ระบบปฏิบัติการของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างน้อยดังนี้
  • iOS
  • macOS
  • Android
  • Microsoft Windows 10 และ Windows 11
  • Linux
    4.2.1.8 ระบบที่ให้บริการสามารถตรวจสอบ และกำหนดนโยบายเครื่องที่ทำการเชื่อมต่อเข้าสู่
    3
    ระบบ SSE (IPsec/SSL) เข้ามาในระบบเพื่อใช้งาน Application โดยกำหนดนโยบายการใช้งานจาก - Operating System
  • Antivirus version
  • Host firewall version
  • Registry
    4.2.1.9 ระบบที่ให้บริการสามารถทำงานผ่าน Enterprise Browser เพื่อบังคับการเข้าใช้งาน ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด (Policy) โดยมีความสามารถอย่างน้อย ดังนี้
  • ต้องถูกสร้าง หรือพัฒนาจากเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐาน เช่น Chromium Platform โดยออกแบบมาสำหรับการใช้งานระดับ Enterprise
  • สามารถป้องกันการ Copy ข้อมูลจาก Browser โดยสามารถระบุเป็นราย Application ได้
  • สามารถทำ Masking ได้โดยเลือกจาก Predefined template หรือใช้ Regex ใน การระบุข้อความที่ต้องการ
  • สามารถทำลายน้ำ (Watermarking) บน Application ที่ต้องการ โดยระบุรูปแบบ เช่น ตราบริษัท, วัน/เวลา หรือ Email ของผู้ใช้งาน เป็นต้น
  • สามารถเชื่อมต่อกับ Private Application ที่อยู่ภายใน Data center โดยการระบุ FQDN หรือ IP Address ได้
  • สามารถทำ Session recording ตาม Application และ Website ที่กำหนดได้
  • สามารถกำหนดให้ไฟล์ที่มีข้อมูลสำคัญ ซึ่งถูก Download ไปจาก Enterprise Browser ต้องเปิดใช้งานได้บน Enterprise Browser เท่านั้น
    4.2.2 หากการทำงานจำเป็นต้องมีการติดตั้ง Software Agent ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้ง Agent ผ่านระบบ Endpoint Management ของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อให้พร้อมต่อการ ใช้งาน
    4.2.3 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้งหรือตั้งค่าระบบให้สามารถเชื่อมต่อ IPsec VPN ไปยัง Public Cloud ที่ทางกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใช้งาน
    4.2.4 ผู้รับจ้างจะต้องระบุทรัพยากรคอมพิวเตอร์ (Specification / Resource) ที่จำเป็นต้องใช้ สำหรับติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เพื่อให้ทางกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ทราบล่วงหน้า และจัดเตรียมทรัพยากรไว้ให้ก่อนดำเนินการติดตั้งจริง
    4.3 การดำเนินการระยะที่ 3: การให้บริการการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ Internet Proxy เป็น ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2572 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 4.3.1 ผู้รับจ้างต้องให้บริการหลังการขายในรูปแบบบริการการจัดการแพลตฟอร์ม (Managed Service) ในการบริหารจัดการ และดูแลการใช้งานระบบให้แก่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    4
    4.3.2 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบฯ ที่เกี่ยวข้องกับบริการที่นำเสนอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทางกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถใช้งานระบบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    4.3.3 ผู้รับจ้างทำการส่งข้อมูลไปจัดเก็บและวิเคราะห์บนระบบป้องกัน วิเคราะห์และตอบสนองต่อ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Extended Detection and Response: XDR) ที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใช้งานอยู่ และกำหนดแนวทางในการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทางกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (กบข.) ทำการพัฒนา playbook บนระบบบริหารการจัดการ และตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบ อัตโนมัติ (Security Orchestration Automation and Response: SOAR) ให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวได้
    4.3.4 ในกรณีที่ระบบที่นำเสนอ ไม่สามารถส่งข้อมูลไปยังระบบป้องกัน วิเคราะห์และตอบสนองต่อ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Extended Detection and Response : XDR) ได้ ผู้เสนอราคาจะต้องทำการ Integrate ระบบที่นำเสนอให้ทำงานร่วมกับบริการระบบจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์และระบบจัดเก็บข้อมูล Log และบริหารจัดการเหตุการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศบน Cloud Computing (SIEM) ที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (กบข.) ใช้บริการอยู่ พร้อมทั้งนำเสนอ EPS เพิ่มเติมให้ครอบคลุมการใช้งาน พัฒนาการตรวจจับ (ruleset) และปรับปรุงกระบวนการในการแก้ไขปัญหา (Playbook) ให้เป็นไปตามแนวทางที่กองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (กบข.) กำหนด
    4.3.5 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการปรับแต่งการตั้งค่า หรือปรับแต่ง Policy ของอุปกรณ์หรือระบบที่ นำเสนอ ตามคำแนะนำของ Cybersecurity Operation Center (CSOC) เพื่อป้องกันภัยคุกคาม หรือเพิ่ม ประสิทธิภาพการป้องกันตามความเหมาะสม โดยอาจต้องมีการประชุมหารือฯ ร่วมกับทางกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (กบข.) และนำเสนอแผนการดำเนินการให้ทางกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) พิจารณา ก่อนดำเนินการตลอดอายุสัญญาการให้บริการ
    4.3.6 กรณีหากมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าผลิตภัณฑ์ (Configuration) ผู้รับจ้างต้องได้รับการ พิจารณา และอนุมัติให้ดำเนินการจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ก่อน ดำเนินการใดๆ
    4.3.7 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) สามารถขอรับคำปรึกษาด้านเทคนิคจากผู้รับจ้าง ผ่านทางอีเมลล์ (E-mail) หรือทางโทรศัพท์ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอด 24 ชั่วโมง
    4.4 สิ่งส่งมอบ: ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งมอบงานหลังจากดำเนินการตามขอบเขตงานในข้อ 4.1 – 4.3 แล้ว เสร็จ โดยมีรายละเอียดดังนี
    4.4.1 สำหรับการดำเนินการระยะที่ 1 ให้จัดส่งภายใน 30 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 4.4.1.1 ส่งมอบผลการทดสอบการทำงานของระบบที่นำเสนอ ที่ผ่านการทดสอบใช้งานแล้ว ให้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    4.4.1.2 ส่งมอบเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (Operation Manual)
    4.4.1.3 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบแผนการดำเนินงาน (Implementation Plan)
    5
    4.4.1.4 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานการออกแบบระบบ (System Design) ในรูปสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ (Digital File)
    4.4.2 สำหรับการดำเนินการระยะที่ 2 ให้จัดส่งภายใน 31 ธันวาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 4.4.2.1 ส่งมอบผลการทดสอบการทำงานของระบบที่นำเสนอ ที่ผ่านการทดสอบใช้งานแล้ว ให้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    4.4.2.2 ส่งมอบเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (Operation Manual)
    4.4.2.3 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบแผนการดำเนินงาน (Implementation Plan)
    4.4.2.4 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานการออกแบบระบบ (System Design) ในรูปสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ (Digital File)
    4.4.3 สำหรับการดำเนินการระยะที่ 3 ให้จัดส่งรายงานภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป โดยมี รายละเอียดดังนี้
    4.4.3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารรายงานการใช้งานรายเดือน (Monthly Usage Report) ให้แก่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ตลอดอายุสัญญา
    4.4.2.2 ทำรายงานส่งผลการทำงานของระบบ Internet Proxy ตลอดระยะสัญญาให้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
  1. รายละเอียดผู้ยื่นข้อเสนอ
    ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมการเสนอราคาโดยแยกเป็น 2 ส่วน ดังต่อไปนี้ 5.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีผู้รับจ้างเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้ มีอำนาจควบคุม(ถ้ามี) บัญชีผู้ถือหุ้นรายให้ญ่ (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    (2) ในกรณีผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็น หุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
    6
    (3) ในกรณีผู้รับจ้างเป็นผู้รับจ้างร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
    (4) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้ง รับรองสำเนาถูกต้อง
    5.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีที่ผู้รับจ้างมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย จะต้องระบุในหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจนว่ามีอำนาจในการเสนอราคาแทน หรือทำการในเรื่องใด โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (แนบสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง) ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจ เป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
    (2) ผู้รับจ้างต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา รายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะที่ กบข. ต้องการ และการรับประกัน (ถ้ามี) ตาม TOR นี้ กับข้อเสนอของผู้รับจ้าง ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะจะต้องระบุหัวข้อให้ถูกต้องตรงกันกับเอกสารหรือแคตตาล็อกที่เสนอโดยให้จัดทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
    ลำดับ
    ข้อกำหนดตาม TOR
    ความสอดคล้อง
    รายละเอียดข้อเสนอ
    เอกสารอ้างอิง

    ▪ คัดลอกคุณสมบัติของผู้ รับจ้าง
    ▪ คัดลอกข้อกำหนด
    รายละเอียด
    คุณลักษณะเฉพาะของงาน ตามที่กำหนดใน TOR
    ▪ คัดลอกการรับประกัน
    ▪ ตรงหรือ
    ดีกว่า
    ข้อกำหนด
    ตาม TOR
    ▪ ระบุคุณสมบัติผู้รับจ้าง ราคา
    ▪ ระบุรายการและ
    รายละเอียดคุณลักษณะ
    เฉพาะของงานที่เสนอมา ให้พิจารณา
    ▪ ระบุรายละเอียดการ
    รับประกันงานที่เสนอมาให้ พิจารณา
    ▪ ระบุเลขหน้า
    ของ
    เอกสารอ้างอิง
    หรือแคต
    ตาล็อก

  2. การเสนอราคาและระยะเวลาส่งมอบงาน
    6.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
    6.2 ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    7
    6.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไว้ และถอนการเสนอราคามิได้ 6.4 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการระยะที่ 1 แล้วเสร็จวันที่ 30 เมษายน 2569 และดำเนินการระยะที่ 2 แล้ว เสร็จวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และการดำเนินการระยะที่ 3 จนสิ้นสุดสัญญา
    6.5 กรณีงานจัดซื้อที่ประกอบด้วยพัสดุหลายประเภทในโครงการเดียวกันผู้เสนอราคาต้องแยกราคาต่อ หน่วยของพัสดุแต่ละประเภท (cost breakdown) ให้ชัดเจน (ถ้ามี)

  3. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์คะแนนรวมด้านคุณภาพ และด้านราคาสูงที่สุด (Price Performance) ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่น ข้อเสนอ กบข. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังต่อไปนี้
    (1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 30
    (2) ข้อเสนอด้านเทคนิค กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 70
    ข้อพิจารณา
    คะแนนย่อย
    ร้อยละ

    1. ข้อมูลโครงการและหน่วยงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยรับทำงานให้ (Site Reference) ที่มี ลักษณะคล้ายกับงานตาม TOR
      เงื่อนไข:

1.1 เอกสารแสดงผลงานด้านบริการ 2-3 งาน 1.2 เอกสารแสดงผลงานด้านบริการ 2-3 งานและหนังสือรับรองผลงานอย่างน้อย 1 งาน
1.3 เอกสารแสดงผลงานด้านบริการ 4-5 งาน 1.4 เอกสารแสดงผลงานด้านบริการ 4-5 งานและหนังสือรับรองผลงานอย่างน้อย 1 งาน
1.5 เอกสารแสดงผลงานด้านบริการมากกว่า 5 งานขึ้นไป 1.6 เอกสารแสดงผลงานด้านบริการมากกว่า 5 งานขึ้นไปและมี หนังสือรับรองผลงาน อย่างน้อย 1 งาน
50 60
70 80
90 100
5
2. ผู้รับจ้างมีใบรับรองมาตรฐานชั้นนำในระดับสากล
2.1 ผู้รับจ้างมีใบรับรองการจัดการความมั่นคงด้านสารสนเทศ ISO/IEC 27001 ปี 2022
25
5

8
ข้อพิจารณา
2.2 ผู้รับจ้างมีใบรับรองด้านมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301) 2.3 ผู้รับจ้างมีใบรับรองด้านความปลอดภัยของข้อมูลสําหรับบริการคลาวด์ (ISO/IEC 27017) หรือ ด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลบนคลาวด์ (ISO/IEC 27018) หรือ ผ่านการ ประเมินมาตรฐานความปลอดภัยบนคลาวด์ (CSA-STAR)
2.4 ผู้รับจ้างเป็นผู้มีความสามารถในการให้บริการ โดยมีระดับ Partner กับทาง ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในระดับ Managed Security Service Provider (MSSP)
คะแนนย่อย
25 25
25
ร้อยละ

3. รายละเอียดด้านการบริหารโครงการการจ้างบริการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ  Internet Proxy 

เงื่อนไข:
3.1 รายละเอียดการบริหารและวิธีการปฏิบัติงานด้านคุณภาพ 3.2 แผนการดำเนินงานของโครงการที่แสดงถึงรายละเอียดของการดำเนินการตาม แผนงานใน TOR ข้อ 4.1 การดำเนินการระยะที่ 1 และ ข้อ 4.2 การดำเนินการระยะที่ 2 และ ข้อ 4.3 การดำเนินการระยะที่ 3 ได้แก่
10
80
30
3.2.1 ภาพรวมลักษณะการเชื่อมต่อระบบ Internet Proxy และ Security Service Edge (SSE) ที่เหมาะสมกับการให้บริการของ กบข. (System Architecture) (15 คะแนน)

 3.2.2 แผนผังโครงสร้างบุคลากรที่ระบุรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้  - เจ้าหน้าที่บริหารโครงงาน 
  • เจ้าหน้าที่ออกแบบและให้คำปรึกษาการติดตั้งระบบฯ (Consultant) - เจ้าหน้าที่ดูแลและติดตั้งระบบฯ (Implement)

  • เจ้าหน้าที่ทีมบำรุงรักษาระบบฯ (Service Support)
    (10 คะแนน)

    3.2.3 แผนดำเนินการระยะที่ 1: การติดตั้งหรือตั้งค่าระบบที่ให้บริการใช้งานและ บำรุงรักษาระบบ Internet Proxy (20 คะแนน)

    3.2.4 แผนดำเนินการระยะที่ 2: ยกระดับขีดความสามารถระบบบริหารจัดการและ ควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) ให้เป็นไปตามกรอบแนวคิด Security Service Edge (SSE) (20 คะแนน)

9
ข้อพิจารณา
คะแนนย่อย
ร้อยละ
3.2.5 การดำเนินการระยะที่ 3: การให้บริการการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ Internet Proxy (15 คะแนน)
3.3 กระบวนการทำงานร่วมกัน (Workflow) ระหว่างผู้รับจ้างกับ กบข. 4. รายละเอียดทีมงานผู้รับจ้าง ประวัติการศึกษาและประกาศนียบัตรบอกถึงทักษะความ เชี่ยวชาญและประสบการณ์ซึ่งมีใบรับรองตามมาตรฐานสากลที่น่าเชื่อถือ (Certified) ทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยต้องเป็นพนักงานประจำและแสดงเอกสาร หลักฐานดังกล่าวใน TOR ข้อ 4.1 การดำเนินการระยะที่ 1 ข้อ 4.2 การดำเนินการ ระยะที่ 2 และ 4.3 การดำเนินการระยะที่ 3
เงื่อนไข:
4.1 เจ้าหน้าที่ออกแบบและให้คำปรึกษาการติดตั้งระบบฯ (Consultant) อย่างน้อย 1 คน และ มีเอกสาร Certificate ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ดังนี้ - เอกสาร Certified Information Systems Security Professional (CISSP) 4.2 เจ้าหน้าที่ดูแลและติดตั้งระบบฯ (Implement) อย่างน้อย 2 คน และ มีเอกสาร Certificate จากผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในระดับ Intermediate หรือระดับ Intermediate ขึ้นไป โดยมีเอกสาร Certificate จากผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในระดับ Expert อย่างน้อย 1 คน
4.3 เจ้าหน้าที่ทีมบำรุงรักษาระบบฯ (Service Support) อย่างน้อย 1 คน และ มี เอกสาร Certificate จากผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในระดับ Expert
5. รูปแบบการให้บริการ กระบวนการปฏิบัติงาน รายละเอียดการบริการ ข้อตกลงระดับ การให้บริการ (Service Level Agreement) ที่เสนอ
เงื่อนไข:
5.1 เอกสารแสดงรายละเอียดการบริการ การแจ้งเหตุขัดข้องระบบ
5.2 เอกสารแสดงข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement) ที่ เสนอ

10 

35 35
30
50 50
25
5
รวมน้ำหนัก (ร้อยละ)
70

10
8. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กำหนด ภายใน 15 วัน นัดถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
9. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และ ค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว ให้แก่ผู้รับจ้างที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างภายใน 30 วัน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ถูกต้องและครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้ตรวจรับมอบ งานจ้างเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้ง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้รับหนังสือเรียกเก็บเงินจากผู้รับจ้าง โดยแบ่งการจ่ายเงินตามรายละเอียดข้อ 4.1,4.2 และ 4.3 การชำระค่าบริการแบ่งออกเป็น 12 งวดๆละเท่าๆกัน ทุกๆ 3 เดือนโดยคำนวณจากมูลค่าของสัญญา
10. อัตราค่าปรับ
10.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กบข. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น 10.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 10.1 จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ 0.1 ของราคาค่าจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
10.3 วิธีการคิดค่าปรับ “ถ้าวันสุดท้ายของระยะเวลาสัญญาเป็นวันหยุดราชการให้นับวันเริ่มตันทำการ ใหม่ต่อจากวันหยุดราชการ เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาสัญญา” ค่าปรับจะเริ่มคิดถัดจากวันสุดท้ายของสัญญา กรณีการส่งมอบงานแล้วพบว่ามีข้อบกพร่องยังไม่ถูกต้องหรือยังไม่ครบถ้วน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะแจ้งผู้รับจ้างให้แก้ไข และเริ่มคิดค่าปรับตั้งแต่วันที่แจ้งจนกว่าจะส่งมอบงานถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวไม่รวมถึงระยะเวลาในการตรวจทดลอง หรือตรวจสอบในทางเทคนิค
11. วงเงินในการจัดจ้าง
วงเงินในการจัดจ้างครั้งนี้เป็นเงิน 3,600,000.00 (สามล้านหกแสนบาทถ้วน) ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี อากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
12. ข้อสงวนสิทธิในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างที่มาปฏิบัติงานตาม TOR นี้ จะต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของ กบข. รายละเอียดดังนี้
11

  1. ข้อมูลที่เป็นความลับ
    “ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถสื่อความหมายได้ที่ กบข. หรือ พนักงานของ กบข. ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ได้เปิดเผยให้แก่ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ซึ่ง ต่อไปจะเรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” ทราบ และมีความประสงค์ให้ผู้รับข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ 2. การเปิดเผยและการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้รับข้อมูลตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง โดยผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้
    (1) เก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับไว้ในสถานที่ปลอดภัยและไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับไม่ว่า ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลใดทราบ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่บุคคลที่ต้อง เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นและผู้รับข้อมูลจะต้องจัดให้บุคคลนั้นได้ผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไข ในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับด้วย หรือเป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้ข้อมูล
    (2) ใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพียงเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น (3) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลมีเหตุผลความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยกฎหมายหรือ ตามคำสั่งศาล ผู้รับข้อมูลจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้ข้อมูลทราบถึงข้อกำหนดหรือคำสั่งดังกล่าวก่อนที่จะ ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้รับข้อมูลจะต้องดำเนินการตาม ขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
  2. วิธีปฏิบัติเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
    เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับ (ถ้ามี) คืน ให้แก่ผู้ให้ข้อมูล หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดและแจ้งยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงการทำลายดังกล่าวให้ผู้ให้ข้อมูลทราบ ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับ
  3. มาตราการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
    ด้วย กบข. มีนโยบายต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กบข. ไม่ยอมรับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยบุคลากร ของ กบข. หรือบริษัทในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. ซึ่งรวมถึงคู่ค้าของ กบข. ทุก ราย นอกจากนี้ กบข. ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จรรยาบรรณ และรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มี ส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วย
    12
    กบข. จึงขอความร่วมมือจากผู้รับจ้าง หากพบเห็นการกระทำของบุคลากรของ กบข. หรือบริษัทในเครือ ของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. หรือคู่ค้าของ กบข. รายใดที่มีการกระทำเข้าข่ายทุจริต ติด สินบน หรือเรียกรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าในรูปแบบใด ขอให้แจ้งโดยตรงไปยัง บุคคลและที่อยู่ดังต่อไปนี้
    “ประธานอนุกรรมการตรวจสอบ
    ฝ่ายตรวจสอบภายใน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
    เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ถนนพระราม 4
    แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
  4. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  5. การแจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
    กบข. มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองาน กรรมการของนิติบุคคลที่เป็นผู้เสนองาน ผู้แทน ผู้รับมอบฉันทะ หรือผู้รับมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้เสนองาน” ตามที่ผู้เสนองานได้จัดส่ง ให้แก่ กบข. และตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานจากแหล่งอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาคัดเลือก ผู้เสนองานที่จะปฏิบัติงานตามข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ และเพื่อการทำนิติกรรมสัญญา ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดย กบข. จะจัดเก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้เสนองานที่เป็นต้นฉบับและสำเนาเอกสาร รวมทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็นระยะเวลา 10 ปี นับ แต่วันที่ข้อผูกพันตามนิติกรรมสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุที่ผู้เสนองานมีอยู่กับ กบข. สิ้นสุดลง
    ตลอดระยะเวลาที่ กบข. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานไว้นั้น กบข. อาจใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานในการติดต่อหรือประสานงานกับผู้เสนองานเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุของ กบข. เพื่อการสอบบัญชีของ กบข. เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเปิดเผยต่อหน่วยงานที่มี อำนาจตามกฎหมายในการขอทราบข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยผู้เสนองานได้รับทราบนโยบายเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. รวมทั้งสิทธิของผู้เสนองานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ กบข. กำหนดแล้ว
  6. กรณีผู้เสนองานมีขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่ผู้เสนองานได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่มี ขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กบข. อาจมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่ง กบข. เก็บรวบรวมมาจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้เสนองาน เพื่อให้ผู้เสนองาน สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของนิติกรรมสัญญาได้ จึงเป็นผลให้ผู้เสนองานมีสถานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล (Data Processor) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการนี้ กบข. อาจ ต้องการทราบแนวทางการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับจาก กบข. ของผู้เสนองาน ซึ่งผู้เสนองานต้องจัดให้
    13
    กบข. รับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือมาตรการที่ใช้จัดการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับ จาก กบข. ที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยนโยบายหรือมาตรการดังกล่าวจะต้องสอดคล้องตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    (1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรการที่จะใช้ดำเนินการเมื่อข้อมูลรั่วไหลหรือถูกละเมิด
    (2) มาตรการควบคุมดูแลการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    (3) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลผู้รับผิดชอบประสานงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วน บุคคล
    นอกจากนี้ผู้เสนองานจะต้องถือปฏิบัติตาม “ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งจะได้ลงนาม ในวันทำนิติกรรมสัญญาด้วย
  7. กรณีผู้เสนองานต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงานภายในสถานที่ทำการของ กบข.
    ผู้เสนองานที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. และต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงานภายในสถานที่ทำ การของ กบข. ผู้เสนองานจะเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวและเปิดเผยให้ กบข. รับทราบ ในการนี้ผู้เสนองานมีหน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย
  8. ผู้จัดทำขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
  9. ชื่น ชื่นงูเหลือม
  10. วัชรพงศ์ ชัยกิจ
  11. ณัฐสุดา เป้าเพ็ชร์
  12. อาทิตย์ บุตรอ่อน
    14๑.
    ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล………
  • บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล….
    O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
    ไฟล์ข้อมูล…
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
    ๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
    ๓.
    O (ก) บุคคลธรรมดา
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
    ไฟล์ข้อมูล……
    O (ข) คณะบุคคล
  • สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า
  • สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
    ไฟล์ข้อมูล…..
    (ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา
  • บุคคลสัญชาติไทย
    สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
    ไฟล์ข้อมูล
    บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์……………
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ….. ขนาดไฟล์
    ….. ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์
    …..uunalw………
    ขนาดไฟล์
    ขนาดไฟล์…….
    สําเนาหนังสือเดินทาง
    ไฟล์ข้อมูล………..
    …..vunalw……..

  • O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…
    บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
    ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    …..vunalw……..
    ขนาดไฟล์…..
    ขนาดไฟล์
    ……………….
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์…………..
    ขนาดไฟล์……
    มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    ไฟล์……………..
    ขนาดไฟล์………
    ๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
    จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    ไฟล์ข้อมูล
    ขนาดไฟล์…..
    ๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล…….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ขนาดไฟล์……..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์…….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ…….
    ผู้ยื่นข้อเสนอ
    (…………….0
    0
    0
    0
    0
    บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    ไฟล์ข้อมูล…..
    ขนาดไฟล์…….
    ๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล…
    ขนาดไฟล์……
    ๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
    ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
    ๓.๑
    ไฟล์ข้อมูล
    ๓.๒ ……
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
    ……….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๒……..
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๓……….
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………………….
    ขนาดไฟล์……………….
    ขนาดไฟล์…..
    ไฟล์ข้อมูล….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ….

    ……………….
    ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
    “ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
    ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
    ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
    และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่ ๒๕๖๙/๐๒๔๐
    การจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) ตามประกาศกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กบข.” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    การจ้างบริการระบบบริหารจัดการ
    และควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต
    (Internet Proxy)
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ แบบฟอร์มบัญชีรายชื่อ
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กบ ข. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ
    บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและให้บริการระบบบริหารจัดการและควบคุม การใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy)
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล (ที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๙๐ วันนับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ) บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล (ที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๙๐ วันนับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ) หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อ กรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
    (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง
    แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (๖) สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด
    ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ผู้รับจ้างต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา ราย ละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่ กบข. ต้องการ และการรับประกัน (ถ้ามี) ตาม TOR นี้ กับข้อเสนอของผู้รับจ้าง ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะจะต้องระบุหัวข้อให้ถูกต้องตรงกันกับเอกสารหรือแคตตาล็อกที่เสนอโดยให้จัดทำในรูป
    แบบตามที่กำหนดไว้ใน TOR ข้อ ๕.๒ (๒) เพื่อยืนยันความสามารถดำเนินการได้ตามขอบเขตงานครั้งนี้ (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะ ต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคา รวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดการติดตั้งหรือตั้งค่าระบบที่ให้บริการใช้งาน และบำรุงรักษาระบบ Internet Proxy ให้พร้อมใช้งานภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๙ และบริการอื่นๆ ตาม ที่กำหนดไว้ใน TOR โดยระยะเวลาการให้บริการจะสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๗๒ ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ
    งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ กบข. ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่าก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และ กบข. จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กบข.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการก ระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ กบข.
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา
    ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กบข. จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อ เสนอ กบข.
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๕.๒.๑ การจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy)
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามที่กำหนดไว้ใน TOR ข้อ ๗. (๒)
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่ กบข. กำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กบข. สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกบข. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กบข. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กบข. ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ
    จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของ กบข. เป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของ กบข. เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้ จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้ง กบข. จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการ ยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล อื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือ กบข. จะให้ผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กบข. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือ ไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กบข.
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญา กบข. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับ กบข. ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ กบข. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่ กบข. ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่ง กบข. ได้รับมอบ ไว้แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กบข. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๑๒ งวด (โดยมีรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ใน TOR ข้อ ๙.)
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจาก กบข. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    (โดยมีรายละเอียดตามที่กำหนดไว้ใน TOR ข้อ ๑๐.)
    ๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กบข. ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๙.๒ เมื่อ กบข. ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่ง กบข. ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๖ กบข. อาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ
    ๙.๔ กบข. สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ กบข. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๙.๖ กบข. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียก ร้องค่าเสียหายใดๆ จากกบข.ไม่ได้
    (๑) กบข.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กบข. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กบข. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับ กบข. ไว้ชั่วคราว
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    นลินรัตน์ เวศย์วิริยะกูล
    (นางสาวนลินรัตน์ เวศย์วิริยะกูล)
    ผู้อำนวยการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙
    โดย นางสาวนลินรัตน์ เวศย์วิริยะกูล ผู้อำนวย
    การ(สำเนา)
    ประกาศกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างบริการระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างบริการระบบ บริหารจัดการและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet Proxy) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๖๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามล้าน หกแสนบาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ๒๕๖๙/๐๒๔๐ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.gpf.or.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (กบข.) ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลาง กำหนด ภายในวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๙ ในเวลาราชการ โดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะ ชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.gpf.or.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๙
    ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    วรรณา พรเจริญวาสน์
    (นางสาววรรณา พรเจริญวาสน์)
    รองเลขาธิการ ผู้บริหารกลุ่มงานบริหารและปฏิบัติการ
    ปฏิบัติงานแทน เลขาธิการคณะกรรมการ กบข.
    สำเนาถูกต้อง
    นลินรัตน์ เวศย์วิริยะกูล
    (นางสาวนลินรัตน์ เวศย์วิริยะกูล)
    ผู้อำนวยการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวนลินรัตน์ เวศย์วิริยะกูล ผู้อำนวย การ