จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงผิวจราจรโดยเทแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Overlay) บ้านนางบุตร ยินดี - บ้านนายปั๊ด ธรรมศร หมู่ ๑๐

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านร้อง 69029346942
฿681,600 ปีงบ 2569 ประกาศ 20 มี.ค. 2569 ลำปาง
รายละเอียดการจ้าง

โครงการปรับปรุงผิวจราจรโดยเทแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Over Lay) สายบ้านนางบุตร ยินดี - บ้านนายปัด ธรรมศร หมู่ 10 ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้ได้มาตรฐาน มีความมั่นคงปลอดภัยในการสัญจร โดยมีขอบเขตงานแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 กว้าง 4.00 ม. ยาว 200 ม., ช่วงที่ 2 กว้าง 3.00 ม. ยาว 114 ม. และช่วงที่ 3 กว้าง 4.00 ม. ยาว 69 ม. รวมพื้นที่ดำเนินการไม่น้อยกว่า 1,418 ตร.ม. ความหนาหลังบดทับ 0.05 ม.

งานประกอบด้วยการเตรียมผิวทาง (Deep Patching/Skin Patching), การทำ Tack Coat, การปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต, การตีเส้นจราจร และการทดสอบวัสดุตามมาตรฐาน มทช. ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานและแผนการใช้วัสดุภายในประเทศตามเกณฑ์ที่กำหนด ระยะเวลาดำเนินงานรวม 60 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุและจัดหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงวิศวกรโยธาควบคุมงานที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

English summary

The Ban Rong Subdistrict Administrative Organization (SAO) is initiating an asphaltic concrete overlay project for the road connecting Ban Nang But Yindi and Ban Nai Pat Thammasorn (Village No. 10), Ngao District, Lampang Province. The project covers three sections with a total area of at least 1,418 square meters and a thickness of 0.05 meters. The scope includes surface preparation (patching), tack coating, asphalt paving, and traffic line marking, adhering to Department of Rural Roads standards. The project duration is 60 days, with a 2-year warranty period for defects.

สถานที่ดำเนินการ

หมู่ที่ 10 บ้านร้องพัฒนา ตําบลบ้านร้อง อําเภองาว จังหวัดลําปาง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงผิวจราจรให้ได้มาตรฐานตามหลักวิชาการ
  • เพื่อความมั่นคงปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่
  • เพื่อซ่อมแซมและยกระดับสภาพผิวทางเดิมให้ใช้งานได้ดีขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • งานเตรียมผิวทาง (Deep Patching และ Skin Patching) ในจุดที่ชำรุด
  • งานทำ Tack Coat ผิวทางเดิม
  • งานปูผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) หนา 0.05 ม.
  • งานตีเส้นจราจรและทดสอบค่าการสะท้อนแสง
  • งานทดสอบวัสดุ (Job Mix Formula, ความหนาแน่น, ความหนา, ค่าการสะท้อนแสง)
  • การบริหารจัดการจราจรระหว่างก่อสร้าง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 1,418 ตร.ม.
  • เส้นจราจรตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
  • รายงานผลการทดสอบวัสดุและผลการทดสอบความหนาแน่น
  • แผนการทำงานและแผนการใช้วัสดุภายในประเทศ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินงาน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างตามประกาศ
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานทางของกรมทางหลวงชนบท (มทช.)
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง (เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐ)
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการปูและบดอัดแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
  • Personnel: ต้องมีวิศวกรโยธา (ภาคีวิศวกรขึ้นไป) อย่างน้อย 1 คน ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ขาดอายุ

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากข้อเสนอทางด้านเทคนิคและราคาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ความหนาผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต: 0.05 เมตร
  • อุณหภูมิแอสฟัลท์ติกคอนกรีตขณะมาถึงหน้างาน: ไม่น้อยกว่า 132 °C
  • อุณหภูมิขณะปูบนพื้นทาง: ไม่น้อยกว่า 121 °C
  • ความแน่น (Density): ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
  • การใช้วัสดุ: ต้องเป็นวัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายค่าจ้าง 1 งวดงาน เมื่อส่งมอบงานครบถ้วนและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วง
  • การซ่อมแซมความชำรุด: ต้องดำเนินการภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: โครงการนี้มีการแบ่งงวดงานอย่างไร? ตอบ: จ่ายค่าจ้าง 1 งวดงาน เมื่อส่งมอบงานครบถ้วนตามสัญญา
    2. ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าทดสอบวัสดุหรือไม่? ตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งหมด
    3. ถาม: หากพบปัญหาความขัดแย้งของแบบรูปรายการ ผู้รับจ้างควรทำอย่างไร? ตอบ: ต้องเสนอรายละเอียดและวิธีการแก้ไขต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อขอความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
    4. ถาม: การทดสอบความหนาแน่นของผิวทางต้องทำอย่างไร? ตอบ: เจาะเก็บตัวอย่างทุกๆ ระยะ 250 เมตร เพื่อหาค่าความหนาแน่น (ต้องไม่น้อยกว่า 98% ของ Marshall Density)
    5. ถาม: ต้องมีวิศวกรควบคุมงานหรือไม่? ตอบ: ต้องมีวิศวกรโยธา (ภาคีวิศวกรขึ้นไป) อย่างน้อย 1 คน
    6. ถาม: วัสดุที่ใช้ต้องเป็นวัสดุในประเทศหรือไม่? ตอบ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% และเหล็กไม่น้อยกว่า 90%
    7. ถาม: หากผิวทางเดิมชำรุดลึกถึงโครงสร้างทาง ต้องแก้ไขอย่างไร? ตอบ: ต้องทำ Deep Patching โดยขุดรื้อและเปลี่ยนวัสดุใหม่ตามมาตรฐาน
    8. ถาม: ระยะเวลาการรับประกันผลงานนานเท่าใด? ตอบ: 2 ปี นับจากวันรับมอบงาน
    9. ถาม: ต้องทำแผนการทำงานส่งเมื่อใด? ตอบ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    10. ถาม: การตีเส้นจราจรต้องทดสอบค่าการสะท้อนแสงหรือไม่? ตอบ: ใช่ ต้องมีการทดสอบค่าการสะท้อนแสงโดยหน่วยงานที่รับรอง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

บ ๆ
อําเภองาว

รอง
งานร้
VV
ww
a
จังหวัดลําปาง
แบบมาตราฐานงานทาง สําหรับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเลขที่ ทถ - 7 -201 (เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง) องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร้อง

  • 7
    (OVER LAY )
    โครงการปรับปรุงผิวจราจรโดยเทแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บ้านนางบุตร ยินดี - บ้านนายปัด ธรรมศร หมู่ 10
    รายละเอียดโครงการ
    ช่วงที่ 1 ขนาดกว้าง 4.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาวรวม 200.00 ม.
    ช่วงที่ 2 ขนาดกว้าง 3.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาวรวม 114.00 ม.
    ช่วงที่ 3 ขนาดกว้าง 4.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาวรวม 69.00 ม. หรือมีพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 1,418.00 ตร.ม.
    สถานที่ดําเนินการ
    หมู่ที่ 10 บ้านร้องพัฒนา ตําบลบ้านร้อง อําเภองาว จังหวัดลําปาง
    ลงซ้อ
    ลงชื่อ
    Ho
    ลงซอ
    ประธานกรรมการ
    .กรรมการ
    กรรมการ
    แผนที่โครงการปรับปรุงผิวจราจรโดยเทแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ( OVER LAY) บ้านนางบุตร ยินดี - บ้านนายปัด ธรรมศร หมู่10 ช่วงที่ 1 ขนาดกว้าง 4.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาว รวม 200.00 ม.
    ช่วงที่ 2 ขนาดกว้าง 3.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาวรวม 114.00 ม.
    ช่วงที่ 3 ขนาดกว้าง 4.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาวรวม 69.00 ม. หรือมีพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 1,418.00 ตร.ม.
    แผนที่ที่ไม่มีชื่อ
    เขียนคําาอธิบายสําหรับแผนที่ของคุณ
    จุดเริ่มต้นช่วงที่1 พิกัด N18.872764, E99.947962
    จุดเริ่มต้นช่วงที่3พิกัดN18.87180, E99.94861
    STA 0+114
    STA 0+000
    อบด
    อําเภองาว
    งานร้
    อง

    *หวัดลําปาง
    จุดสิ้นสุดช่วงที่1พิกัดN18.87272, E99.94971
    STA 0+200
    ค่า
    อธิบาย
    โครงการ
    ปรับปรุงผิวจราจรโดยเทแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (OVER LAY) บ้านนางบุตร ยินดี - บ้านนายปร ธรรมศร หมู่ 10 ปริมาณงาน
    ช่วงที่ 1 ขนาดกว้าง 4.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาว 200.00 ม. ช่วงที่ 2 ขนาดกว้าง 3.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาว 114.00 ม. ช่วงที่ 3 ขนาดกว้าง 4.00 ม. หนา 0.05 ม. ยาว 69.00 ม. หรือมีพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 1,418 ตร.ม.
    สถานที่
    หมู่ที่ 10 บ้านร้องพัฒนา
    ตําบลบ้านร้อง อําเภองาว จังหวัดลําปา เขียนแบบ
    sas
    นายจิรวัฒน์ แสนหลวง ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ รับรองแบบ
    จุดเริ่มต้นช่วงที่2พิกัด N18.87272, E99.94971
    STA 0+000
    ตรวจสอบ
    20
    วิศวกร
    นายอภิสิทธิ์ หล้าเมา นายช่างโยธาชํานาญ เห็นชอบ
    จุดสิ้นสุดช่วงที่3พิกัดN18.87158, E99.94790
    จุดสิ้นสุดช่วงที่2พิกัดN18.87180, E99.94861
    STA 0+183
    Google Ear
    STA 0+114
    นายนรสิงห์ อบมา
    อนุมัติ
    รองปลัด อา
    จนกรรมการ
    นายประหยัด สุวรรณโน แสดงแบบ
    นายก อบ
    แผนที่โครงการ
    NOT TO SCALE
    มาตราส่วน
    ลงซ๊อ..
    กรรมการ
    แบบเลขที แผ่นที่
    จํานวนแผ่น
    วัตถุประสงค์
    รายการประกอบแบบก่อสร้าง
    รายการประกอบแบบนี้ จัดทําขึ้นเพื่อให้งานก่อสร้างได้มาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยข้อกําหนดต่างๆ ภายในรายการประกอบแบบนี้ เมื่อแบบรูปและรายการไม่ได้ระบุ หรือ ระบุ ไม่ชัดเจน หรือคลุมเคลือ ให้ยึดแบบเป็นหลัก นอกเหนือจากนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของช่างผู้ควบคุมงาน
    รายการทั่วไป
    1.การก่อสร้างตามสัญญาต้องให้เป็นไปตามแบบที่กําาหนดในแบบรูปและรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง
    2.ผู้รับจ้างรับรองว่าได้ตรวจดูแบบรูปรายการ โดยถี่ถ้วนและเข้าใจความหมายโดยแจ่มแจ้งทุกประการจึงได้ลงนามในสัญญาถ้าปรากฏว่าข้อความในแบบรูปรายการเกิดมีปัญหา หรือขัดแย้งกัน หรือ คลาดเคลื่อน ไม่ละเอียด หรือแบบรูปพิมพ์ไม่ชัดเจนผู้รับจ้างต้องเสนอขอความเห็นชอบหรือคําวินิจฉัยต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเสียก่อน โดยคณะ กรรมการตรวจการจ้างจะถือเอาสัญญา หลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ ความถูกต้องเป็นธรรมตามหลักวิชาช่าง ตลอดจนความเหมาะสมในประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักเกณฑ์ในการวินิจฉัยชี้ขาด ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะไม่ดําเนินการไปก่อนที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะให้ความเห็นชอบหรือวินิจฉัยชี้ขาด และผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไข และดําเนินการก่อสร้างตามคําแนะนําของ คณะกรรมการตรวจการจ้างโดยทันที ในเมื่อการแก้ไขนั้นไม่ผิดไปจากรูปแบบรายการ ผู้รับจ้างจะต้องทํางานนั้นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มจากที่กําหนดไว้ 3.สิ่งใดที่ไม่ได้กล่าวไว้ในแบบรูปรายการ แต่สิ่งนั้นเป็นส่วนที่จําเป็นที่จะต้องกระทําเพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ผู้รับจ้างจะต้องทํางานนั้นๆ ให้แล้วเสร็จเรียบร้อย โดยไม่คิดเงินเพิ่ม 4.ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง และผลเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งผลงานดังกล่าว ของผู้รับจ้างต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวกันเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    5.ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีวิศวกรควบคุมงานรับผิดชอบในการดําเนินการก่อสร้างที่ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจ้าง ได้เข้าควบคุมการทํางานสนาม โดยมีหลักฐานคุณวุฒิและมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุมอย่างน้อยประเภทภาคีวิศวกร หรือประเภทวิศวกรพิเศษ สาขาวิศวกรรมโยธา จํานวน 1 คน ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ขาดอายุและไม่อยู่ระหว่างพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาต 6. โครงการปรับปรุงผิวจราจร โดยเทแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (OVER LAY) รายละเอียดตามประมาณการงานก่อสร้างและตามแบบแปลนขององค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร้องกําหนด (กองช่าง) 7.ระยะเวลาดําเนินการ ดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวได้รวมระยะเวลาในการทดสอบวัสดุและฤดูฝนไว้ด้วยแล้ว
    7.1 ผู้รับจ้างต้องออกแบบส่วนผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Jobmix Fomula) โดยหน่วยงานที่รับรอง
    7.2 งานTack Coat
    7.3 งาน Asphalt Concrete
    7.2 เก็บก้อนตัวอย่างแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จํานวน 8 ก้อน ส่งทดสอบโดยหน่วยงานที่รับรอง
    7.3 ทําการตรวจเจาะความหนาพร้อมนําก้อนตัวอย่างทดสอบหาความหนาแน่น โดยหน่วยงานที่รับรอง
    7.4 ทําการตีเส้นจราจรและทดสอบค่าการสะท้อนแสงเส้นจราจร โดยหน่วยงานที่รับรอง
    8.งวดงานและการจ่ายเงิน องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร้อง จะจ่ายค่าจ้างจํานวน 1 งวดงาน ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัด เลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบครบถ้วนตามสัญญาเป็นหนังสือ และองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร้องได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
    9.อัตราค่าปรับ กรณีผู้รับจ้างทํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร้อง จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อย 10 ของวงเงินจ้างช่วงนั้น 10.การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง กําหนดระยะเวลา 2 ปี นับจากรับมอบงานดังกล่าว โดยจะต้องจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิม ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง 11.การปรับราคาค่างาน ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่องการพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532 ดังนี้ หมวดที่ 3 งานผิวทาง
    3.1)งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, TACK COAT, SEAL COAT
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.40 AT/AO+0.20 Et/Eo +0.10 F/Fo
    3.3) งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
    สูตร K = 0.30 +0.10 Mt/Mo+0.40 At/Ao+0.10 E/Eo + 0.10 Ft/Fo
    12.ข้อกําหนดเพิ่มเติม กําหนดให้ผู้รับจ้างใช้วัสดุประเภทวัสดุหรือคุรุภัณฑ์ที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตาม สัญญาและจัดทําแผนการใช้วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก 1) โดยส่งให้สํานักงานองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร้อง ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
  1. ข้อกําหนดเพิ่มเติม กําหนดให้ผู้รับจ้างใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 บองปริมาณงานเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญาและจัดทําแผนการใช้ปริมาณเหล็กภายในประเทศที่ต้องใช้ทั้งหมด
    ตามสัญญา(ภาคผนวก 2) โดยส่งให้สํานักองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร้อง ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา (ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลางด่วนที่สุด) ที่กค (กวจ) 0405.2/ว 78 ลงวันที่ 31 มกราคม 2565
  2. ข้อกําหนดเพิ่มเติม คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทําแผนการทํางานตามสิ่งที่มาด้วย 2 และสิ่งที่ส่งมาด้วย 3 ทั้งนี้แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่ง ของสัญญา (ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566
    15.สิ่งใดที่ระบุไว้ในแบบรูปรายการแล้ว แต่ไม่ได้ระบุให้ชัดเจน คณะกรรมการฯจะชี้แจงอธิบายรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร
    16.การอ่านแบบรูป และ กําหนดขนาด ให้ถือเอาระยะหรือขนาดที่ระบุไว้เป็นตัวเลขระยะต่างๆที่ระบุไว้เป็นมาตราเมตริกยกเว้นจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    17.ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในระหว่างการก่อสร้าง เช่น ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าทดสอบวัสดุ ผู้รับจ้างจะต้องติดต่อ และ ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
    18.ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบวัสดุตามกฎเกณฑ์มาตรฐานกําหนดไว้ทุกครั้งที่ทําการก่อสร้าง
    19.ผู้รับจ้างต้องหาคนงาน หรือ ช่างฝีมือที่มีความชํานาญ มาดําเนินการ ถ้าคณะกรรมการฯเห็นว่าลูกจ้างหรือช่างคนใด ไม่เข้าใจงานหรือหากให้ทํางานต่อไปจะทําให้งานเสียหาย ประพฤติตน
    ลงชื่อ
    ประธานกรรมการ
    สง อ.
    กรรมการ
    กรรมการ
    ไม่เหมาะสมหรือฝีมือไม่ดี คณะกรรมการฯมีอํานาจในการขอเปลี่ยนลูกจ้างหรือช่างคนนั้นได้ และผู้รับจ้างต้องหามาโดยเร็ว ส่วนการแก้ไขหรือเวลาที่เสียไปเพราะการนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างสําหรับเรียกร้องค่าเสียหายหรือขยายเวลาออกไปอีกไม่ได้ 20.กรณีที่เกิดปัญหาด้านวิศวกรรมโครงสร้างอันเนื่องมาจากการขัดแย้งกันของแบบรูปต่อแบบรูป รายการต่อรายการ หรือ แบบรูปต่อรายการก็ดี ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องเสนอรายละเอียด วิธีการแก้ไข
  3. สิ่งของใดที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในแบบและรายการละเอียดแต่จําเป็นต้องใช้ในการก่อสร้างครั้งนี้เพื่อให้ตรงตามหลักวิชาช่าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาให้ครบถ้วน
    22.ผู้รับจ้างต้องจัดหาและใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพดีให้ครบถ้วนตามแบบ และรายละเอียดทุกประการและจะต้องจัดหามาให้ครบถ้วนทันเวลา
    23.ก่อนที่ผู้รับจ้างจะลงงานผู้รับจ้างต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อนที่จะลงงาน
    24.สําหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ทดสอบ) ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
    ระดับดินเน
    SIDE SLOPE
    Slope
    รูปตัดโครงสร้างทาง 1
    ระดับดินเดิม
    SIDE SLOPE
    ไหล่ทาง
    Slope
    วงพ
    Slope
    SIDE SLOPE
    ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    -ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
    Roaste
    นายอภิสิทธิ์ หล้าเมา นายช่างโยธาชํานาญงาน
    ไหล่ทาง
    Slope
    SIDE SLOPE
    รายการประกอบแบบ
  4. ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
  5. ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
    ให้เรียบร้อยเสียก่อน
  6. ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
  7. ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
  8. ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  9. ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  10. รายละเอียดตามรูปดัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
    และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
    ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  11. ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
    ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  12. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
    ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  13. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  14. งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
  15. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    หมายเหตุ
    แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3(ม.บร. 3/2546) และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
    ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต -ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
    รูปตัดโครงสร้างทาง 2
    ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    -ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
    ทําดับที
    รายการ
    1
    ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    2
    ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    3
    TACK COAT
    4
    การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
    ลงชื่อ.
    นายอภิสิทธิ์ หล้าเมา นายช่างโยธาชํานาญงาน
    ประธานกรรมการ
    ลงชื่อ
    Mor
    ลงชื่อ
    ..กรรมการ .กรรมการ
    ข้อกําหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    อ้างถึง
    อ้างถึง
    "
    ข้อกําหนด
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต “230-2545
    "
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230-2545
    อ้างถึง มาตรฐานงานแทคโคท " มทช.227-2545
    อ้างถึง

แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง mn-3-110(1) 110(4)
กรม - - -
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แบบเลขที่ ทล-7-201
แผ่นที่ 94
180
150
www.wapima geng
C-wte the b
D
bb’urranse E - เห็นกับหอมกันได้
การเพจบริเวณใต้ทราบ
C
150
Timet
-เส้นของ
-ใหม่ลง
150 HIN พบ
เทรด

  • ไหล่ทาง
    เส้นขอบทาง
    150
    Tima
    sammandrapurazem
    นางปลาแสง บวบแข่ง
    เดินจราจรวมได้ฟัง
    E

bs -
150 M
Teine
0.0050-0.10 0.50
A iso MINT)
wwway as
www.afram (L)
rains
180
8 8 8 8 8
780
210
240
276
150
100
915
180
Tinna

  • เป็นแบทแมน
    กามกันจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลง
    กรด ในรอบชน
    150 M
    1150LL
    แบ
    soiz
    เห็นจราจร การค้างของไหล่ทางลง
    พ เ งบท
    ܣܢܐ
    ความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
    ให้ตั้งป้าย -
    150
    -เส้นขอบทาง
    ใหม่ทาง
    100
    เส้นทางทางแยก
    Inims
    0.10
    9.00
    +3.00 +
    9.00
    0.10
    3.00
    1.00
    3.00 11.00
    0.10
    0.10
    010
    0.10
    ใน
    150 MIN
    Ivinno
    -ไหล่ทาง
    รายการประกอบแบบ
    เมบทบาง
    150
    ให้เทพ
    ให้สน
    การเส้นจราจรบริเวณสะพาน
    2 เส้นแบ่งพื้นทางลาด ใช้เป็นหอย นาง 5 ชน ทว
    ขนาด ความยาว แกนช่องเองในประเทศนาไว้ดังนี้
  • TALONมชน เป็นยาว 8 น เว้นช่อง 9 ม
  • ทางหลวงในเขตชุมชน เป็นยา 1 เว้นช่อง 9 ม.
    22 เป็นใบเดียว เป็นเส้นสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งตราราชในบริเวณที่บ้านแซงในสาย 2 ช่องหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก
    โดยบริเวณก่อนถึงทางแยก ห้ามรถเปลี่ยนของความยาวเห็นทีบต้องไม่น้อยกว่า 24 ม.
    28 เห็นประกับเนย เป็นเส้นเหลือง ขนานกันไป โดยนางสองต่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้ต้นกับคู่ กับเป็นประเป็นเป็นศาลาในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจากโลกหนึ่งแข่ง และแม่ให้รถที่มาจากบ้านตรงข้ามแซงได้ ด้านที่ห้ามแข่ง
    24
    25
    ใช้ใบ ส่วนด้านที่ยอมให้แรงใช้เป็นประ
    เห็นห้ามแซง บริเวณทางใต้ทราบและทางได้แนวตั้งให้อยู่ในคุณพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
    สร้าง 5 ม. หน้อยกว่าไม่มีใหม่ทาง ไม่ต้องเป็นแบ่งทิศทางจราจร
    ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่ชาย, บริเวณท่านแสง, ระยะ 80 เยนประว เบาะภายในได้กว่า 20 แบต, eur 30 เมตรถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยทั้ง
  1. เส้นขอบทาง ให้ใช้ทันที ชาว กว้าง 3 ม ทั้ง 2 ข้าง คอหว
    ให้ใช้ไทยในมาก คน มา 52 หนาไม่น้อยกว่า 3
    หมายเห
    แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบเลขที่ท-3-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
    “ลงขอ
    ประธานกรรมการ
    ลงชื่อ.
    หลัง
    สรงการ
    แบบมาตรฐานงานทาง
    ลงชื่อ.
    กรมทาง
    " การ
    สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
    แบบเลขที่ ทล-3-110 (1)
    แผ่นที่ 49
    ข้อกําาหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
  2. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
  3. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
  4. งานดินถมดินทาง
    3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินค้นทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
    3.3 การถมดินทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Standard Proctor Density งานชั้นรองพื้นทาง
    24.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
    -ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Modified Proctor Density
  5. งานแฟ้นทาง
    -5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทส.203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    -ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแม่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
    ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
    5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง - Slave Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
    5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  6. งาน Prime Coat มท.225-2545
    6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก
  7. งาน Tack Coat มท.227-2545
    7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    นายอภิสิทธิ์ หล้าเมา นายช่างโยธาชํานาญงาน
    1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
    7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป
  8. งานแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มทช.225-2545 หรือ Tack Coat ตาม บทช.227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
    8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูนทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
    8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มท.(1)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอนฟิลด์ซีเมนต์ที่ใช้
    8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเงียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) ขอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
    8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ 8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ต้น ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
    9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
    9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
    9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
    นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
    เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
    1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
    9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 12 c ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
    ลงชื้อ
    ลงชื่อ
    ลงชื่อ
    ประธานกรรมการ
    …กรรมการ
    ༽2
    กรรมการ แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    กรมทาน อา
    งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ ทด-7-601
    แผนที 100
    ผิวทาง
    คันทางเดิม
    หินคลุก นฟันทาง
    ลูกรังกรณี ชินเสียหายลิกเกินชันฟินทาง ขุดรื้อค้นทางเดิมถึงขั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
    DEEP PATCH
    คันทางเดิม
    ขุดรื้อผิวทางเดิมที ซาอุด
    PRIME COAT
    COLD MIX หรือ HOT MIX
    SKIN PATCH
    ผิวทาง
    COLD MIX หรือ HOT MIX
    TACK COAT
    LEVELLING
    ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  9. งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
    เป็นการซ่อมเทีอแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการบดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
    วิธีการก่อสร้าง
  10. ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงขั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  11. ทําการปิดทับค้นทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
  12. ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้าที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างชั้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
    5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
    6.ทําการก่อสร้างชิมผิวทางตามแบบที่กําหนด
    2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
    เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
    ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไถ (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
    วิธีการก่อสร้าง
  13. ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  14. ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
  15. ทํา PRIME COAT
  16. วัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
  17. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
  18. ท่าการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    3.งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
    เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
    เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวชุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง
  19. ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  20. ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
  21. ทํา TACK COAT
    ลงชื่อ.
  22. ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับซอ
  23. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
    หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
    6.ทําการก่อสร้าง นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    asd…….

    กรมทาง ww
    ประธานกรรมการ
    ..กรรมการ
    แบบมาตรฐานงานทาง
    การสําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
    (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ กก-7-602
    แผ่นที่ 101