จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างวิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมและเมตาจีโนมทั้งหมด ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 1 งาน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 69019163606
฿8,800,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 28 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้จัดโดยศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการ (Integrated Precision Medicine Platform) สำหรับการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคในแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุข โดยมีผู้ป่วยในระบบมากกว่า 3 ล้านคน และคาดการณ์ผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 3 แสนคนต่อปี

ขอบเขตงานคือการจ้างวิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมทั้งหมด (Whole Exome Sequencing) และเมตาจีโนมทั้งหมด (Whole Metagenome Sequencing) ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินงานและให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมโดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการเวชศาสตร์จีโนม ใช้เทคโนโลยี NGS หลักการ Combinatorial Probe-Anchor Synthesis (cPAS) และ improved DNA Nanoballs (DNB) แบบ paired-end ความยาวไม่น้อยกว่า 400 คู่เบส พร้อมควบคุมคุณภาพตัวอย่างดีเอ็นเอและ DNA Library อย่างครบวงจร

ผลส่งมอบหลักคือข้อมูลรหัสพันธุกรรมในรูปแบบไฟล์ FASTQ ที่บีบอัดแล้ว (zip file) บันทึกใน External Hard Drive ส่งมอบให้คณะผู้วิจัย โดยข้อมูลต้องมีคุณภาพตามเกณฑ์ (Average coverage 100X, Q20 ≥ 90%, Q30 ≥ 80% สำหรับ WES และ Total reads ≥ 10 Gb สำหรับ Metagenome) การตรวจวิเคราะห์ต้องดำเนินการภายในประเทศไทยทั้งหมด ใช้เวลาทดสอบ 60 วันหลังตัวอย่างผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และต้องสำรองข้อมูลไว้ 90 วันหลังส่งมอบงาน

ระยะเวลาส่งมอบงานทั้งสิ้น 365 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา วงเงินงบประมาณ 8,800,000 บาท จ่ายเป็นเหมาจ่ายงวดเดียวเมื่องานแล้วเสร็จ และการคัดเลือกผู้ชนะใช้เกณฑ์การพิจารณาราคาเป็นหลัก

English summary

This project, commissioned by the Biomedical Engineering Research Center, Faculty of Engineering, Chulalongkorn University, involves Whole Exome Sequencing (WES) and Whole Metagenome Sequencing for a cohort of diabetic patients, supporting the development of an Integrated Precision Medicine Platform for diabetes prevention, diagnosis, and treatment. The service provider must perform genetic analysis and counseling using NGS technology based on Combinatorial Probe-Anchor Synthesis (cPAS) and improved DNA Nanoballs (DNB) with paired-end reads of at least 400 bp, achieving high-quality data (Average coverage 100X, Q20 ≥ 90%, Q30 ≥ 80% for WES; Total reads ≥ 10 Gb for Metagenome). Deliverables are compressed FASTQ files stored on an external hard drive. All analysis must be performed within Thailand, with a testing period of 60 days after sample QC approval and 90 days of data backup after delivery. Total delivery period is 365 days from contract signing, with a budget of 8,800,000 THB paid in a single lump-sum installment. Selection is based on price criteria.

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หน่วยงานผู้จัดจ้าง)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  1. เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการ ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกับการประยุกต์ใช้ระบบการแพทย์ทางไกลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  2. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  3. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานของผู้ป่วย และสร้างฐานข้อมูลที่สามารถใช้ในการพัฒนาการแพทย์แม่นยำของโรคเบาหวานต่อไปได้
  4. เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาในประเทศ ให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับใช้งานได้จริง
  5. เพื่อการต่อยอดแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการนี้ ในการรักษาโรคอื่น ๆ ต่อไป

ขอบเขตของงาน

  • วิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมทั้งหมด (Whole Exome Sequencing) ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • วิเคราะห์หาลำดับเมตาจีโนมทั้งหมด (Whole Metagenome Sequencing) ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ดำเนินงานและให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการเวชศาสตร์จีโนม
  • ควบคุมคุณภาพตัวอย่างดีเอ็นเอ (ตรวจความเข้มข้น ปริมาณ และความสมบูรณ์/Integrity ของตัวอย่าง)
  • ควบคุมคุณภาพ DNA Library (วัดปริมาณ Library และวัดขนาดด้วยวิธี Fragment analysis)
  • ถอดรหัสพันธุกรรมด้วยเทคโนโลยี NGS หลักการ cPAS และ improved DNA Nanoballs (DNB) แบบ paired-end ความยาวไม่น้อยกว่า 400 คู่เบส
  • ดำเนินการตรวจวิเคราะห์ทั้งหมดภายในประเทศไทย เพื่อความรวดเร็วและป้องกันความเสียหายของคุณภาพตัวอย่าง
  • บีบอัดข้อมูลรหัสพันธุกรรม (FASTQ) และบันทึกลง External Hard Drive เพื่อส่งมอบให้คณะผู้วิจัย
  • สำรองข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมหลังส่งมอบงานเป็นระยะเวลา 90 วัน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ข้อมูลรหัสพันธุกรรม (clean reads) จากการถอดรหัส Whole Exome Sequencing ในรูปแบบไฟล์ FASTQ ที่บีบอัดแล้ว (zip file)
  • ข้อมูลรหัสพันธุกรรม (clean reads) จากการถอดรหัส Whole Metagenome Sequencing ในรูปแบบไฟล์ FASTQ ที่บีบอัดแล้ว (zip file)
  • ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดบันทึกใน External Hard Drive ส่งมอบให้แก่คณะผู้วิจัย
  • บริการคำปรึกษาทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการเวชศาสตร์จีโนม
  • การสำรองข้อมูล (Data backup) หลังส่งมอบงาน ระยะเวลา 90 วัน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาส่งมอบงาน: ภายใน 365 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาดำเนินการทดสอบ: 60 วัน หลังจากตัวอย่างได้รับการตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อยแล้ว
  • ระยะเวลาสำรองข้อมูลหลังส่งมอบงาน: 90 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
    • มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก (กรณีมีงบแสดงฐานะการเงินตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้าย) หรือกรณียังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
    • กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัดส่วนผู้เข้าร่วมค้าหลักและการมอบอำนาจยื่นข้อเสนอตามที่กำหนด
  • Standards Compliance:
    • ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO 15189:2012 และ ISO 15190:2003 ในรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์จีโนมด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS)
    • ได้รับรองมาตรฐานการบริการเวชศาสตร์จีโนมของสถานพยาบาล
    • มีระบบคุณภาพประกันคุณภาพการทดสอบภายนอก (External Quality Assurance: EQA) ในรายการทดสอบ NGS กับหน่วยงานทดสอบความสามารถระดับสากล เช่น College of American Pathology (CAP) ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • Experience:
    • มีประสบการณ์ในการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและเวชศาสตร์จีโนมทางการแพทย์ให้กับคนไทยมาไม่น้อยกว่า 3 ปี (แสดงเอกสารในวันยื่นเสนอราคา)
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ระบุ (เอกสารไม่ได้กำหนดมูลค่าผลงานในอดีต)
  • Technical Capabilities:
    • มีห้องปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์ เปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
    • ใช้เทคโนโลยี Whole Exome Sequencing หลักการ cPAS และ improved DNA Nanoballs (DNB) Technology
    • รองรับการถอดรหัสพันธุกรรมแบบ paired-end ความยาวไม่น้อยกว่า 400 คู่เบส
    • สามารถถอดรหัสพันธุกรรมจากตัวอย่างดีเอ็นเอมนุษย์ที่ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 20 นาโนกรัมต่อไมโครลิตร ปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ไมโครลิตร
    • มีขั้นตอนควบคุมคุณภาพตัวอย่างดีเอ็นเอและ DNA Library (Fragment analysis)
  • Personnel:
    • มีแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรองให้เป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้ให้บริการเวชศาสตร์จีโนม

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้เกณฑ์การพิจารณาราคาในการตัดสิน (ราคาต่ำสุด) ตามที่ระบุในข้อ 11 ของ TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรม: Whole Exome Sequencing ด้วยหลักการ Combinatorial Probe-Anchor Synthesis (cPAS) และ improved DNA Nanoballs (DNB) Technology
  • วิธีถอดรหัสพันธุกรรม: แบบ paired-end ความยาวการถอดรหัสไม่น้อยกว่า 400 คู่เบส และหลัง Clean data แล้วได้ขนาดความยาวไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของความยาว original
  • ตัวอย่างดีเอ็นเอที่รองรับ: ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 20 นาโนกรัมต่อไมโครลิตร ปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ไมโครลิตร
  • การควบคุมคุณภาพตัวอย่าง: ตรวจความเข้มข้น ปริมาณ และความสมบูรณ์ (Integrity) ของตัวอย่างดีเอ็นเอ
  • การควบคุมคุณภาพ DNA Library: วัดปริมาณ Library และวัดขนาดด้วยวิธี Fragment analysis
  • คุณภาพข้อมูล Whole Exome Sequencing:
    • Average coverage 100X
    • Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของข้อมูลทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
    • Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของข้อมูลทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
  • คุณภาพข้อมูล Whole Metagenome Sequencing:
    • Total reads ของข้อมูลไม่น้อยกว่า 10 Gb
    • Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของข้อมูลทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
    • Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของข้อมูลทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
  • การส่งมอบข้อมูล: ไฟล์ FASTQ จากเครื่องถอดรหัสพันธุกรรม (clean reads) บีบอัดเพื่อลดขนาดไฟล์ (zip file) บันทึกใน External Hard Drive
  • ข้อจำกัดการดำเนินงาน: ตรวจวิเคราะห์ภายในประเทศไทยทั้งหมด

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 8,800,000 บาท (แปดล้านแปดแสนบาทถ้วน)
  • การชำระเงิน: ราคาเหมารวม รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว จ่ายเป็นจำนวน 1 งวด เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 365 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.1 ของราคาจ้าง (ตามแบบสัญญาจ้าง)
  • เงื่อนไขการส่งมอบ: ข้อมูลรหัสพันธุกรรมในรูปแบบไฟล์ FASTQ บีบอัด (zip) บันทึกใน External Hard Drive ส่งมอบให้คณะผู้วิจัย
  • การสำรองข้อมูล: ผู้ให้บริการต้องสำรองข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมหลังส่งมอบงาน 90 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: งานนี้ต้องใช้เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมแบบใด?
    ตอบ: ต้องใช้เทคโนโลยี Whole Exome Sequencing หลักการ Combinatorial Probe-Anchor Synthesis (cPAS) และ improved DNA Nanoballs (DNB) Technology แบบ paired-end ความยาวไม่น้อยกว่า 400 คู่เบส
  • ถาม: ข้อมูลผลลัพธ์ที่ส่งมอบต้องมีคุณภาพระดับใด?
    ตอบ: Whole Exome Sequencing ต้องได้ Average coverage 100X, Q20 ≥ 90%, Q30 ≥ 80% ส่วน Whole Metagenome Sequencing ต้องได้ Total reads ≥ 10 Gb, Q20 ≥ 90%, Q30 ≥ 80%
  • ถาม: ต้องส่งมอบข้อมูลในรูปแบบใดและอย่างไร?
    ตอบ: ส่งมอบข้อมูล clean reads ในรูปแบบไฟล์ FASTQ ที่บีบอัดแล้ว (zip file) บันทึกใน External Hard Drive ส่งมอบให้คณะผู้วิจัยในวันส่งมอบงาน
  • ถาม: ใช้เวลาดำเนินการทดสอบนานเท่าใด?
    ตอบ: 60 วัน นับหลังจากตัวอย่างได้รับการตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อยแล้ว
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลหลังส่งมอบหรือไม่?
    ตอบ: ต้องดำเนินการสำรองข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมหลังส่งมอบงานไว้เป็นระยะเวลา 90 วัน
  • ถาม: การตรวจวิเคราะห์ต้องดำเนินการที่ไหน?
    ตอบ: ต้องดำเนินการตรวจวิเคราะห์ภายในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อความรวดเร็วและป้องกันความเสียหายของคุณภาพตัวอย่าง
  • ถาม: ต้องมีการประกันคุณภาพภายนอก (EQA) หรือไม่?
    ตอบ: ต้องมีระบบ EQA ในรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับ NGS กับหน่วยงานทดสอบความสามารถระดับสากล เช่น College of American Pathology (CAP) ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ถาม: ใครเป็นผู้ดำเนินงานและให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม?
    ตอบ: ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรองให้เป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้ให้บริการเวชศาสตร์จีโนม
  • ถาม: ตัวอย่างดีเอ็นเอที่ระบบต้องรองรับมีข้อกำหนดอย่างไร?
    ตอบ: ต้องถอดรหัสพันธุกรรมได้จากตัวอย่างดีเอ็นเอมนุษย์ที่ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 20 นาโนกรัมต่อไมโครลิตร ปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ไมโครลิตร พร้อมตรวจสอบความสมบูรณ์ (Integrity) ของตัวอย่าง
  • ถาม: ต้องควบคุมคุณภาพ DNA Library อย่างไร?
    ตอบ: ต้องมีขั้นตอนควบคุมคุณภาพ DNA Library ด้วยการวัดปริมาณของ Library และการวัดขนาดโดยวิธี Fragment analysis

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน
จ้างวิเคราะห์หาลําดับเอ็กโซมและเมตาจีโนมทั้งหมด ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จํานวน 1 งาน

  1. ความเป็นมา
    ในปัจจุบัน วิศวกรรมชีวการแพทย์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างสูงในทั้งการป้องกันและการรักษา โรคต่างๆ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น มีการประยุกต์ใช้การประมวลผลทางวิศวกรรมร่วมกับข้อมูลทาง
    พันธุกรรมในการออกแบบวิธีการรักษาและการเลือกใช้ยาที่ออกฤทธิ์ได้อย่างจําเพาะกับเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย
    แต่ละราย ซึ่งเป็นผลให้ประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยสูงขึ้น อีกทั้งยังสามารถลดผลข้างเคียงในการรักษาได้ใน ขณะเดียวกันด้วย นอกจากนี้ยังสามารถทําการคัดกรองเพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคซึ่งทําให้

    สามารถทําการป้องกันและควบคุมไม่ให้เกิดโรคที่มีความรุนแรงต่อไปได้ ซึ่งการประยุกต์ใช้วิศวกรรมชีว
    การแพทย์เพื่อให้ได้ผลการป้องกันและรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสมกับคนไข้อย่างจําเพาะในแต่ ละรายนี้เรียกว่า การแพทย์แม่นยํา (Precision Medicine) โดยการแพทย์แม่นยํากําลังเข้ามามีความสําคัญ มากยิ่งขึ้นทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ซึ่งการพัฒนาและการประยุกต์ใช้การแพทย์แม่นยําให้ได้อย่าง
    แพร่หลายและมีประสิทธิภาพนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งในด้านการให้บริการทางด้านสาธารณสุขต่อ
    ประชาชนและการเพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรม ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงความสําคัญในการพัฒนาการแพทย์แม่นยํา โดยทางศูนย์วิจัยฯได้มีการ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ในสาขาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและสามารถบูรณาการ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถพัฒนาการแพทย์แม่นยําที่มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน (Prevention) การวินิจฉัย (Diagnosis) และการรักษา (Treatment) โรค ต่างๆ ที่มีความสําคัญต่อระบบบริการด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ โรคที่มีความสําคัญในลําดับ ต้นๆ ของประเทศไทยโรคหนึ่งคือ โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ (ด้านสาธารณสุข) ระยะ 20 ปี จากรายงานข้อมูลสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย พบว่าประเทศไทยมีผู้ที่เป็นเบาหวานมาก เป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคแปซิฟิก รองจากจีน อินเดีย และญี่ปุ่น และยังมีแนวโน้มของอุบัติการณ์ของโรคเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยทํางาน นอกจากนี้ กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์การเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานใน พ.ศ. 2557 ว่าโรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเพศหญิงและเพศชาย เป็นอันดับที่ 2 และ 7 ของประเทศ ตามลําดับ และเป็นสาเหตุการสูญเสียสุขภาวะของประชากรเพศหญิงและเพศชาย เป็นอันดับ 1 และ 7 ของ ประเทศตามลําดับ โดยมีการคาดการณ์ว่า จะมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมี ผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียนของกระทรวงสาธารณสุขมากกว่า 3 ล้านคน ก่อให้เกิดความสูญเสีย งบประมาณของภาครัฐในการรักษาเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากโรคเบาหวานไม่สามารถรักษา
    จุฬา
    ายกรณ์น
    วิทยาลัย
    BELBULL
    ให้หายขาดได้ อีกทั้งโรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุสําคัญของโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (Non-communicable diseases; NCDs) เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิต สูง ภาวะไตวายเรื้อรัง และความผิดปกติของเส้นประสาท เป็นต้น ซึ่งนําไปสู่การเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยอายุ 30 - 69 ปี หรือเรียกว่า “การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร” ทางศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีขีดความสามารถในการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ต่างๆ ทางด้านวิศวกรรมที่พัฒนามา อย่างต่อเนื่องด้วยความร่วมมือของคณาจารย์จากคณะวิศกรรมศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์ทั้งภายใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอก เช่น เทคโนโลยีเซนเซอร์ทางการแพทย์ (Biomedical sensor) เทคโนโลยีทางชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) การพัฒนาระบบนําส่งยา (Drug delivery system) เทคโนโลยีทางวิศวกรรมเนื้อเยื้อ (Tissue engineering) ชีวกลศาสตร์และชีววัสดุ (Biomechanics & Biomaterial) เพื่อพัฒนาเป็น แพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยําแบบบูรณาการ (Integrated Precision Medicine Platform) เพื่อการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานให้ได้อย่างครบวงจรและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะทําเชื่อมโยงทุกส่วนทั้งทางด้านการป้องกัน การวินิจฉัย การรักษาโรคเบาหวานเข้าด้วยกันด้วยระบบ บริการการแพทย์ทางไกล (Telehealth) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ ละส่วนและการทํางานร่วมกันของส่วนต่าง ๆ ดังนี้ การป้องกันโรคแม่นยํา (Precision prevention) พัฒนาและประยุกต์ใช้เซนเซอร่ทางแสงแบบไม่รุกล้ํา (non-invasive) ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วย โรคเบาหวานผ่านทางตัวชี้วัดทางชีวภาพในลมหายใจ (Exhaled Breath Biomarker) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ไม่เจ็บปวด และมีราคาถูก อีกทั้งยังสามารถลดการติดเชื้อจากการตรวจวัด ทําให้สามารถนําไปใช้ตรวจ คัดกรองกับกลุ่มประชากรทั้งในและนอกสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อตรวจพบผู้ป่วย
    โรคเบาหวานก็จะทําให้สามารถนําผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ พัฒนาระเบียบวิธีและปัญญาประดิษฐ์ทางด้านชีวสารสนเทศในการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเป็น
    โรคเบาหวานจากฐานข้อมูลทางพันธุกรรม โดยหากพบว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงก็สามารถให้คําแนะนําในการ ดูแลรักษาสุขภาพเพื่อให้สามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นในอนาคตได้ การวินิจฉัยโรคแม่นยํา (Precision diagnosis) พัฒนาการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยด้วยระเบียบวิธีและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการ ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วย พัฒนาระบบการแพทย์ทางไกลในการเก็บข้อมูลทางคลีนิคต่าง ๆ ของผู้ป่วยเพื่อรวบรวม ข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบคลาวด์ และประยุกต์ใช้ข้อมูลเหล่านี้ร่วมกับข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยในการ ตรวจวินิจฉัยให้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถวินิจฉัยหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน เกิดขึ้น การรักษาโรคแม่นยํา (Precision Treatment) พัฒนาเนื้อเยื่อผิวหนังทดแทนในการักษาแผล เบาหวาน โดยน่าข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยมาร่วมวิเคราะห์เพื่อให้เนื้อเยื่อผิวหนังที่พัฒนาขึ้นมีความเข้า กันได้มากที่สุดกับผู้ป่วยแต่ละคน พัฒนายาและระบบนําส่งยาในการักษาผู้ป่วยโดยนําข้อมูลทางพันธุกรรม ของผู้ป่วยมาร่วมวิเคราะห์เพื่อให้ได้ชนิดของยา ขนาดของยา และระยะเวลาในการให้ยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย
    ปกรณ์งา
    แต่ละคน นําข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างการรักษา เช่น ระดับน้ําตาลในเลือดของผู้ป่วย ผลของการใช้เนื้อเยื่อ เป็นต้น เข้าสู่ระบบคลาว ผ่านการเก็บข้อมูลการแพทย์ทางไกล เพื่อให้สามารถติดตามการรักษาผู้ป่วยได้อย่าง
    มีประสิทธิภาพ
    อีกทั้งยังสามารถนําข้อมูลผลการรักษาที่ได้มาเชื่อมโยงกับข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยเพื่อ
    นํามาพัฒนาวิธีในการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ต่อไป พัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สําคัญต่อการ รักษาและฟื้นฟูผู้ป่วย คือรองเท้าสําหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยใช้ข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ป่วย เช่น ลักษณะของ แผลผู้ป่วย นํามาออกแบบให้เหมาะสมที่สุดกับผู้ป่วยแต่ละคน (Patient-centered device) และเมื่อผู้ป่วยนํา รองเท้าไปใช้งานก็จะมีการเก็บข้อมูลของผู้ป่วย เช่น ภาพฝ่าเท้าของผู้ป่วย ลักษณะการเดินของผู้ป่วย ผ่าน ระบบการแพทย์ทางไกล เพื่อนําข้อมูลเหล่านี้มาประเมินผลการรักษา และเก็บเป็นฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาการ ออกแบบทางวิศวกรรมให้เหมาะสมต่อผู้ป่วยต่อไป การบูรณาการทั้ง 3 ด้านอย่างครบวงจรดังที่กล่าวมา ข้างต้น ร่วมกับการใช้ระบบการแพทย์ทางไกลและปัญญาประดิษฐ์ นับเป็นการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ ทันสมัยมาใช้ทางการแพทย์และสาธารณสุข และเป็นการจัดทําฐานข้อมูลการบริการสุขภาพที่มีการเชื่อมข้อมูล รายบุคคลแบบดิจิทัล ซึ่งนําไปสู่การป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานได้จริง มีมาตรฐานสากล และมี ประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการต่อยอดงานวิจัยไปสู่การนําไปใช้จริงและการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีที่ นําเข้าจากต่างประเทศได้
  2. วัตถุประสงค์
  3. เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยําแบบบูรณาการ ในการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่วมกับการ ประยุกต์ใช้ระบบการแพทย์ทางไกลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานที่มี
    ประสิทธิภาพสูงขึ้น
  4. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวาน ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 3. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานของผู้ป่วย และสร้างฐานข้อมูลที่สามารถใช้
    ในการพัฒนาการแพทย์แม่นยําของโรคเบาหวานต่อไปได้
  5. เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาในประเทศ ให้มีมาตรฐาน และเป็นที่ ยอมรับใช้งานได้จริง
  6. เพื่อการต่อยอดแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยําแบบบูรณาการนี้ ในการรักษาโรคอื่น ๆ ต่อไป
  7. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ

    จุฬา
    BELBULL
    ชัยกรณ์ม
    3.4 ไม่เป็นบุคคล งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
    ของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคล นั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําาหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ มหาวิทยาลัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่น
    ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้อง
    มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยืนขอเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ใน
    นามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
    นามกิจการร่วมค้า
    (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    าวิทยา
    BELBULLY
    รับกรณ์
    จุฬาล
    6
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
    อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  8. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน
    เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจ
    การค้า าหนดให้นิติบุคคลอื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดง ฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
  9. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
  10. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ใน
    แต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
    เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  11. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ขอเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
    ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
    โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ
    ฬาลงกร
    วิทยา
    บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ํา
    ประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
    ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้ง
    เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน
    90 วัน
  12. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบ
    จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง
    เอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น
    ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่
    ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  13. กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    จัดจางฯ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์

    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
  14. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
    4.1 ดําเนินงานและให้คําปรึกษาทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุ ศาสตร์ที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรองให้เป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้ให้บริการเวชศาสตร์จีโนม
    4.2 มีระบบคุณภาพที่ประกันคุณภาพการทดสอบ External Quality Assurance (EQA) ในรายการ ทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) กับหน่วยงานทดสอบความสามารถระดับสากล เช่น College of American Pathology (CAP)
    ประเทศสหรัฐอเมริกา
    จุฬาลงก
    “หาวิทยาลัย
    กชกรณ์น
    4.3 ใช้เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Whole Exome Sequencing) หลักการ Combinatorial
    Probe-Anchor Synthesis (cPAS) and improved DNA Nanoballs (DNB) Technology
    4.4 ใช้วิธีถอดรหัสพันธุกรรมแบบ paired-end ที่มีความยาวของการถอดรหัสพันธุกรรมไม่น้อยกว่า 400 คู่เบส และหลังจาก Clean data แล้วได้ขนาดความยาวไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของความยาว
    original
    4.5 สามารถถอดรหัสพันธุกรรมจากตัวอย่างดีเอ็นเอมนุษย์ ที่ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 20 นาโนกรัม
    ต่อไมโครลิตร ปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ไมโครลิตร
    4.6 มีขั้นตอนการควบคุมคุณภาพตัวอย่างดีเอ็นเอโดยการหาความเข้มข้นและปริมาณของตัวอย่าง
    ดีเอ็นเอ และมีการตรวจสอบความสมบูรณ์ (Integrity) ของตัวอย่าง
    4.7 มีขั้นตอนการควบคุมคุณภาพของ DNA Library ด้วยการวัดปริมาณของ Library และการวัดขนาด
    โดยวิธี Fragment analysis
    4.8 ข้อมูลรหัสพันธุกรรมของตัวอย่างแต่ละตัวอย่างที่ได้มีคุณภาพดังนี้
    4.8.1
    Whole Exome Sequencing
    4.8.2 Average coverage 100X
    4.8.3
    Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของข้อมูล ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
    4.8.4 Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อย
    ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
    4.9 Whole metagenome sequencing
    4.9.1
    Total reads ของข้อมูลจะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 Gb
    กว่าร้อยละ 80 ของขอมูล
    4.9.2 Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของข้อมูล
    ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
    4.9.3 Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของข้อมูล
    ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง
  15. เงื่อนไขการส่งมอบ
    5.1 ข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่จะส่งมอบอยู่ในรูปของไฟล์ชนิด FASTQ ที่ได้จากเครื่องถอดรหัส พันธุกรรม แล้วดําเนินการบีบอัดเพื่อลดขนาดของไฟล์ (zip file) แล้วบันทึกใส่ใน external hard drive เพื่อส่งมอบให้แก่คณะผู้วิจัย
  16. รายละเอียดอื่น ๆ
    6.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีห้องปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์ เปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยแสดงเอกสารในวันที่ยื่นเสนอราคา
    จุฬา
    ชาวิทยา
    ซึ่งกร
    กรณ์มา
    6.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่ได้รับรองมาตรฐานการบริการเวชศาสตร์ จีโนมของสถานพยาบาล โดยแสดงเอกสารรับรองมาตรฐานการบริการเวชศาสตร์ ในวันที่ ยื่นเสนอราคา
    6.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO 15189:2012, ISO 15190:2003 ในรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์จีโนมด้วย เทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) โดยแสดงเอกสารรับรองมาตรฐาน ในวันที่ยื่นเสนอราคา
    6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและเวชศาสตร์จีโนมทาง การแพทย์ให้กับคนไทยมาไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยแสดงเอกสารการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และเวชศาสตร์จีโนมทางการแพทย์ ในวันที่ยื่นเสนอราคา
    6.5 ข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่จะส่งมอบจะต้องอยู่ในรูปของไฟล์ชนิด FASTQ ที่ได้จากเครื่องถอดรหัส พันธุกรรมและได้บีบอัดเพื่อลดขนาดของไฟล์ โดยข้อมูลแบบ clean reads ที่ได้จากเครื่อง
    ถอดรหัสพันธุกรรม โดยจะต้องส่งมาให้ในวันที่ส่งมอบงาน
    6.6 การตรวจวิเคราะห์ดําเนินการภายในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อความรวดเร็วและป้องกันความ
    เสียหายของคุณภาพตัวอย่าง
    6.7 ระยะเวลาดําเนินการทดสอบอยู่ที่ 60 วันหลังจากตัวอย่างได้รับการตรวจสอบคุณภาพ

    เรียบร้อยแล้ว
    6.8 ผู้ให้บริการจะดําเนินการสํารองข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมหลังส่งมอบงานไว้เป็น
    ระยะเวลา 90 วัน
  17. ระยะเวลาการส่งมอบ
    ส่งมอบภายใน 365 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  18. งวดงานและการจ่ายเงิน
    คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจน ภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วโดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์และกําหนดการ จ่ายเงินเป็นจํานวน 1 งวด โดยดําเนินการแล้วเสร็จภายใน 365 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    BOLBULLA
    จุฬา
    กรณ์น
    โดก
  19. วงเงินงบประมาณในการจัดหา
    วงเงินในการจัดหา 8,800,000.-บาท (แปดล้านแปดแสนบาทถ้วน)
  20. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้าง ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคาจ้าง
  21. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ในการจัดจ้างครั้งนี้จะใช้เกณฑ์การพิจารณาราคาในการตัดสิน
    BOLBULL
  • ศาลกรณ์มหาวิทยา