จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่าย 22 เควี เป็นเคเบิลใต้ดิน - กฟอ.คลองหลวง ลอดทางหลวงหมายเลข 352 บริเวณซอยทวีทรัพย์ (ถนนธัญบุรี-วังน้อย) จ.ปทุมธานี (งบชนแดน กฟน.)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 68029244041
฿1,151,575.73 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 พระนครศรีอยุธยา
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต ๑ ภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กฟก.๑๑ก) มีความประสงค์จะดำเนินการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงดัน 22 เควี จากระบบจำหน่ายสายไฟฟ้าอากาศเป็นระบบสายเคเบิลใต้ดิน ณ บริเวณซอยทวีทรัพย์ (ถนนธัญบุรี-วังน้อย) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ภายใต้งบประมาณของ กฟน. ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา เช่น มีความสามารถตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ, และต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง นอกจากนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาในวงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และเป็นผลงานที่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันเสนอราคา ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องทำสัญญาจ้างภายใน 15 วัน และวางหลักประกันสัญญา 5% ของมูลค่าสัญญา

English summary

The Provincial Electricity Authority Region 1 Central Province, Phra Nakhon Si Ayutthaya (GFC.11K) is inviting bids for the construction of a 22 kV distribution system upgrade to underground cable at Soi Thawisap (Thanyaburi-Wang Noi Road), Khlong Luang, Pathum Thani Province. The bidding process will be conducted via electronic bidding (e-bidding). Interested bidders must meet the qualifications specified in the TOR, including legal capacity, absence of bankruptcy, and no suspension from bidding. Bidders must also register on the e-GP system of the Comptroller General’s Department. Additionally, bidders must have completed similar construction projects with a value of no less than THB 500,000 (including VAT) within the past 5 years. The winning bidder must sign the contract within 15 days and provide a contract guarantee of 5% of the contract value.

สถานที่ดำเนินการ

บริเวณซอยทวีทรัพย์ (ถนนธัญบุรี-วังน้อย)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22 เควี ให้เป็นระบบเคเบิลใต้ดิน ณ บริเวณซอยทวีทรัพย์ (ถนนธัญบุรี-วังน้อย) จังหวัดปทุมธานี

ขอบเขตของงาน

  • การก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่าย 22 เควี เป็นเคเบิลใต้ดิน
  • งานลอดทางหลวงหมายเลข 352
  • งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามรายละเอียดและขอบเขตของงานที่แนบ
  • การทดสอบสายเคเบิล (VLF) และการทดสอบความต้านทานของการต่อสายกราวด์ ของต้น Riser Pole

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • งานก่อสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22 เควี เป็นเคเบิลใต้ดินแล้วเสร็จสมบูรณ์
  • รายงานความก้าวหน้าของงานประจำเดือน
  • แผนการดำเนินงาน (schedule) พร้อมแบบก่อสร้างจริง
  • เอกสารการทดสอบสายเคเบิล (VLF) และการทดสอบความต้านทานของการต่อสายกราวด์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างไม่เกิน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มทำงาน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: มีความสามารถตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ, ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด, เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น, ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย, ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP, ต้องไม่เป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้อง
  • Standards Compliance: -
  • Experience: มีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยเป็นผลงานก่อสร้างของสัญญาเดียวที่ได้จัดทำแล้วเสร็จ ย้อนหลังภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันเสนอราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • Technical Capabilities: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องตรวจสอบสภาพหน้างานจริง และรายการพัสดุตาม BOQ พร้อมทั้งประเมินศักยภาพทีมงานก่อสร้าง เครื่องจักรกล และยานพาหนะ ว่าสามารถดำเนินการก่อสร้างตามแบบแผนผัง และ BOQ ได้หรือไม่
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากราคาที่เสนอ
  • พิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
  • หากผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับการพิจารณา
  • หากผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 จะได้รับการพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การก่อสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22 เควี เป็นเคเบิลใต้ดินตามแบบแผนผังและ BOQ
  • การทดสอบสายเคเบิล (VLF) และการทดสอบความต้านทานของการต่อสายกราวด์ ของต้น Riser Pole
  • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรฐานในการจัดการด้านความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง พ.ศ. 2566

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้จัดทำประกันภัยตามเงื่อนไขแล้ว โดยจะแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ไม่เกินเดือนละ 1 งวด จำนวน 90% ของค่าวัสดุอุปกรณ์ หลังจากส่งมอบอุปกรณ์ ณ สถานที่ติดตั้งหรือ warehouse และผ่านการตรวจรับ
  • Penalties: ค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้า
  • หลักประกันสัญญา: 5% ของราคาค่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการดำเนินงาน (schedule) เมื่อใด?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งแผนการดำเนินงานให้ กฟภ. ในรูปแบบ schedule พร้อมแบบก่อสร้างจริง หลังจากตรวจสอบสภาพหน้างานแล้ว ก่อนจัดทำสัญญาจ้างก่อสร้าง
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยอะไรบ้าง?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยให้ผลคุ้มครองภัยทุกชนิด เช่น อัคคีภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว และประกันภันอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและบุคคลที่ 3 (สาม) ภายในวงเงินที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามสัญญาจ้าง/ใบสั่งจ้าง
  • คำถาม: หากผู้รับจ้างต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงปริมาณงาน จะต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องเสนอเหตุผลให้ กฟก.๑ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด และจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจาก กฟก.๑ แล้ว
  • คำถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายอย่างไร?
    คำตอบ: กฟก.1 จะจ่ายเงินค่าจ้างในระหว่างก่อสร้าง ร้อยละ 90 (เก้าสิบ) ของค่าวัสดุอุปกรณ์ โดยแบ่งจ่ายเงินออกเป็นงวดๆ ไม่เกินเดือนละ 1 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบอุปกรณ์ ณ สถานที่ติดตั้งหรือ warehouse ของผู้รับจ้าง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดำเนินการของสัญญาและผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างของ กฟก.1 แล้ว
  • คำถาม: ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ จะต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ให้ผู้รับจ้างรีบทำหนังสือชี้แจงเหตุผลแก่ กฟภ. โดยที่ กฟภ. จะพิจารณาแจ้งหยุดงานให้ผู้รับจ้าง ตามเหตุผลที่สมควร
  • คำถาม: ผู้รับจ้างจะต้องทำอย่างไรก่อนการยื่นเสนอราคา?
    คำตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องตรวจสอบสภาพหน้างานจริง และรายการพัสดุตาม BOQ พร้อมทั้งประเมินศักยภาพทีมงานก่อสร้าง เครื่องจักรกล และยานพาหนะ ว่าสามารถดำเนินการก่อสร้างตามแบบแผนผัง และ BOQ ได้หรือไม่ ก่อนการยื่นเสนอราคา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ การจ้าง งานจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่าย ๒๒ เควี เป็นเคเบิลใต้ดิน - กฟส.คลองหลวง ลอดทางหลวงหมายเลข ๓๕๒ บริเวณซอยทวีทรัพย์ (ถนนธัญบุรี-วังน้อย) จ.ปทุมธานี (งบชนแดน กฟน.) ตามประกาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต ๑ ภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต ๑ ภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า กฟก.๑๑ก มีความประสงค์จะประกวดราคางานจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่าย ๒๒ เควี เป็นเคเบิลใต้ดิน กฟส.คลองหลวง ลอดทางหลวงหมายเลข ๓๕๒ บริเวณซอยทวีทรัพย์ (ถนนธัญบุรี-วังน้อย) จ.ปทุมธานี (งบชนแดน กฟน.) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๑ รายละเอียดและขอบเขตของงาน ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้าง ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน (๑) หลักประกันการเสนอราคา (๒) หลักประกันสัญญา (๓) หลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า ๑.๕ บทนิยาม (๑) ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ๑.๗ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ๑.๘ เอกสารแนบเกี่ยวกับผลงานก่อสร้าง ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กฟก.๑๑ก ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชี รายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่ การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้าง ก่อสร้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐. บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยเป็นผลงานก่อสร้าง ของสัญญาเดียวที่ได้จัดทำแล้วเสร็จ ย้อนหลังภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันเสนอราคา และเป็นผลงาน ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เชื่อถือ ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้น รายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรอง สำเนาถูกต้อง (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญา ของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) ให้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือ มอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕ (๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี) (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔. การเสนอราคา ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและราคา เดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือ ตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้ แล้ว ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๒๐ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญาจ้าง หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟก.๑๑ ให้เริ่มทำงาน ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดและขอบเขตของงาน ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอ ตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่. ระหว่างเวลา... …………………………….......ถึง...................และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ กฟก.๑๑ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจสอบ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น คณะกรรมการฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอ กฟก.๑๑ จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความ ร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ กฟก.๑๑ก ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว ที่กำหนด ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่าย (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคาด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา (เฉพาะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญาเท่านั้น) - ๖ - ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ กฟก.๑ จะจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่นเสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียก มาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs ๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้จัดซื้อหรือจัดจ้างจาก ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ๖. การทำสัญญาจ้าง ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับ กฟก.๑๑ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ กฟก.๑๑ ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญาโดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๖.๑ เงินสด ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่ายให้แก่ กฟก.๑๑ ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว ได้รับมอบไว้แล้ว หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่ง กฟก.๑๑ก ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน กฟก.๑ จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวง ด้วยแล้ว ให้กับผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้จัดทำประกันภัยตามข้อ ๑๔ ในรายละเอียดหน้าที่ผู้รับจ้างและการ ดำเนินงานก่อสร้างแล้ว โดยจะแบ่งจ่ายดังนี้ ๗.๑ กฟก.๑ จะจ่ายเงินค่าจ้างในระหว่างก่อสร้าง ร้อยละ ๙๐ (เก้าสิบ) ของค่าวัสดุอุปกรณ์ โดยแบ่งจ่ายเงินออกเป็นงวดๆ ไม่เกินเดือนละ ๑ งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบอุปกรณ์ ณ สถานที่ติดตั้งหรือ warehouse ของผู้รับจ้าง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดำเนินการของสัญญาและผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับ งานจ้างของ กฟก.๑ แล้ว ๑๑ บุคคลากร การเพิ่มชั่วโมงการทำงาน การเพิ่มจำนวนเครื่องมือเครื่องจักร ฯลฯ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ในค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ๕.๔ เพื่อให้งานก่อสร้าง แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี การประชุมร่วมระหว่าง กฟก.๑ และผู้รับจ้างตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ กำหนด (๑) การประชุมที่หน้างาน (Site Meeting) หรือในกรณีที่เกิดปัญหาอุปสรรคทำให้งานล่าช้ากว่า (๒) ประชุมประจำเดือน (Monthly Progress Meeting) เพื่อติดตามความก้าวหน้าของงานนั้น โดย กำหนดวันที่แน่นอนในแต่ละเดือน ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าประจำเดือนด้วย (๓) ประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการทดลองจ่ายไฟ เพื่อเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าเคเบิลใต้ดิน(Under Ground) กับระบบไฟฟ้าเหนือดิน(Overhead) ของ กฟก.๑ ๖. การควบคุมคุณภาพงาน การควบคุมคุณภาพงานเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างแต่เพียงผู้เดียว ทั้งในด้านงานวิศวกรรมออกแบบ คุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่จัดหา ทักษะการทำงานของบุคคลากรของผู้รับจ้าง เครื่องมือเครื่องจักรที่นำมาใช้ ตลอดจนกระบวนการทำงานและการบริหารโครงการ การให้ความเห็นชอบแบบและเอกสาร และ/หรือการตรวจสอบงาน และ/หรือการเข้าร่วมเป็นพยานใน การทดสอบต่างๆ ของ กฟก.๑ หรือตัวแทนที่ กฟก.๑ แต่งตั้ง และ/หรือการทดสอบโดย กฟก.๑ ไม่มีผลให้ ความรับผิดชอบตามสัญญาของผู้รับจ้างหมดไป ๗. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขปริมาณงาน หลังจากที่ผู้รับจ้าง ทำการสำรวจตรวจสอบปริมาณงานเรียบร้อยแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข ปริมาณงานด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเหตุผล ให้ กฟก.๑ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด และจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจาก กฟก.๑ แล้ว ในระหว่างการก่อสร้าง หากผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงงานเพื่อให้การก่อสร้างสะดวกขึ้น หรือ เหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองโดยการเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวจะต้องได้รับการเห็นชอบจาก กฟก.๑ ก่อน ในระหว่างการก่อสร้าง กรณีที่ กฟก.๑ เป็นผู้สั่งแก้ไข หากทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น หรือลดลง การตกลง ราคาให้คิดราคาต่อหน่วยตามสัญญา หากไม่มีราคาต่อหน่วยให้ตกลงราคากัน ณ บัดนั้น หากมูลค่ารวมตามสัญญามีการเปลี่ยนแปลงให้ดำเนินการกับหลักประกันสัญญา ดังนี้ (๑) กรณีมูลค่ารวมของสัญญาลดลง ผู้รับจ้างสามารถนำหลักประกันสัญญาฉบับใหม่มาขอเปลี่ยนกับ หลักประกันสัญญาที่ กฟก.๑ ยึดถือไว้ได้ หากผู้รับจ้างจะใช้หลักประกันสัญญาตามขอบเขตของงานข้อ ๖ ซึ่ง มิใช่สถาบันการเงินแห่งเดียวกันก็สามารถกระทำได้ (๒) กรณีมูลค่ารวมของสัญญาเพิ่มขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเพิ่มมูลค่าหลักประกันสัญญาให้ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในเอกสารขอบเขตของงานเรื่องการทำสัญญาจ้าง ๘. การบอกเลิกสัญญาจ้างโดยผู้ว่าจ้าง กฟก.๑ สงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาจ้างทั้งหมดหรือบางส่วน ณ เวลาใดก็ได้ หากเป็นไปตามเหตุใด เหตุหนึ่งหรือทั้งหมด ดังนี้ ๘.๑ ผู้รับจ้างแสดงให้เห็นเป็นที่กระจ่างชัดว่าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาจ้างได้ อันเป็นผล เสียหายแก่ กฟก.๑ ๘.๒ ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนงานย่อย จนเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลารวมของสัญญา อันจะมีผลเสียหายต่อ กฟก.๑ ๘.๓ ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างช่วง ข้อ ๑๓ - ๑๒ ๘.๔ ผู้รับจ้างหยุดงานโดยไม่มีสาเหตุอันควร หรือนำวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างออกจากสถานที่ก่อสร้าง โดยไม่มีสาเหตุอันควร ๘.๕ จำนวนเงินค่าปรับรวมเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้าง ในการนี้ เมื่อผู้รับจ้างได้รับเอกสารแจ้งความจำนงในการบอกเลิกงานตามสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องหยุด ปฏิบัติงานที่ถูกบอกเลิกทั้งหมดในทันที ยกเว้นงานที่ กฟก.๑ เห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันผู้รับ จ้างจะต้องยกเลิกพันธะผูกพันในการจัดซื้อวัสดุรวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามสัญญาทั้งหมด ในทันที ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายซึ่งเกิดจากการที่ผู้รับจ้างไม่อาจดำเนินการตามสัญญาหรือ กระทำผิดเงื่อนไขจนเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกสัญญา กฟก.๑ อาจพิจารณาดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือปรับลดเงินที่จะต้องชำระให้กับผู้รับจ้าง หรือหักจากเงินค้ำประกัน และอาจใช้สิทธิ์บางส่วนหรือทั้งหมด เรียกค่าเสียหายตามที่ผู้รับจ้างมีพันธะผูกพันอยู่ ก็ได้ ๙. การต่ออายุสัญญา ในกรณีที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าไปกว่าที่กำหนดไว้ตามสัญญา แต่ไม่อยู่ในข่ายที่จะปรับได้ตามกฎหมาย เช่น เป็นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นเพราะความผิด หรือความพกพร่องของ กฟก.๑ หรือมีการแก้ไขรายการที่ สั่งจ้าง ผู้รับจ้างอาจร้องขอต่อ กฟก.๑ ให้มีการต่ออายุสัญญาได้ ๑๐. หนังสือรับรองผลงาน ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด กฟก.๑ จะดำเนินการตรวจสอบงานทั้งหมด หากพบว่ามีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจ้างจะดำเนินการออกหนังสือรับรองผลงานการก่อสร้าง (Provisional Acceptance Certificate(PAC)) ให้กับผู้รับจ้าง ๑๑. การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากจะต้องมีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ หรือหน่วยงานในสังกัดของ กฟก.๑ โดย กฟก.๑ จะเป็นผู้ดำเนินการติดต่อประสานงาน และทำเรื่องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ ทั้งนี้ใน การ ดำเนินการขออนุญาตต้องมีเอกสารที่ใช้ประกอบ จะเป็นรายละเอียดทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตาม ผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการจัดเตรียมให้ กฟก.๑ ด้วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก กฟก.๑ แต่ประการใด ๑๒. การห้ามโอนสิทธิ์ ผู้รับจ้างจะต้องไม่โอนสิทธิ์เรียกร้องหนี้อันเกิดจากสัญญานี้ ที่ผู้ว่าจ้างจะต้องชำระแก่ผู้รับจ้างให้ บุคคลภายนอก ๑๓. การจ้างช่วง ผู้รับจ้างจะเอางานทั้งหมดตามสัญญานี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงทำมิได้โดยเด็ดขาด หากผู้รับจ้างฝ่าฝืน กฟก.๑ จะใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาทันที และริบหลักประกันสัญญาทั้งหมด รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายอื่นๆ (ถ้ามี) ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จ้างช่วงเป็นบางส่วน ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับผู้รับจ้าง ช่วงให้ กฟก.๑ ให้ความเห็นชอบภายใน ๒๘ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือสั่งจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องได้รับความ ยินยอมเป็นหนังสือจาก กฟก.๑ ก่อนดำเนินการดังกล่าว โดย กฟก.๑ จะพิจารณาถึงประวัติความชำนาญ ผลงาน สถานะทางการเงินของผู้รับจ้างช่วงเป็นต้น ประกอบการพิจารณาให้ความยินยอมดังกล่าว แต่ทั้งนี้ผู้ รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบที่ให้จ้างช่วงไปนั้นทุกประการ บุคคลากรของผู้รับจ้างช่วงในการดำเนินการก่อสร้าง ถือเป็นบุคคลากรของผู้รับจ้าง ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ กฎระเบียบการปฏิบัติงานและมาตรการความปลอดภัย ๑๓ ๑๔. การทำประกันภัย กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยให้ผลคุ้มครอง ภัยทุกชนิด เช่น อัคคีภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว และประกันภันอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงานของการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคและบุคคลที่ ๓ (สาม) ภายในวงเงินที่รวมภาษีมุ,ค่าเพิ่มตามสัญญาจ้าง/ใบสั่งจ้างที่ กฟก.๑ เป็นผู้ออก ให้ มีผลนับถัดจากวันที่ กฟก.๑ มีหนังสือแจ้งให้เข้าดำเนินการได้จนถึงวันที่แล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง กรณีวันที่ ทำงานจ้างเกินกว่าวันที่แล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง ให้ผู้รับจ้างขยายระยะเวลาความคุ้มครองให้ครอบคลุมตลอด ระยะเวลาการทำงานจ้างด้วย โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าเบี้ยประกันภัยที่เกิดขึ้น - ๑๔ - รายละเอียดหน้าที่ผู้รับจ้างและการดำเนินงานก่อสร้างเพิ่มเติม ๑. ก่อนการยื่นเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องตรวจสอบสภาพหน้างานจริง และรายการพัสดุตาม BOQ พร้อมทั้งประเมินศักยภาพทีมงานก่อสร้าง เครื่องจักรกล และยานพาหนะ ว่าสามารถดำเนินการก่อสร้างตาม แบบแผนผัง และ BOQ ได้หรือไม่ ก่อนการยื่นเสนอราคา ๒. การยื่นเสนอราคา ผู้ยื่นเสนอราคาต้องกรอกราคาตามแบบฟอร์ม Excel ที่ กฟภ. แนบไปให้ และ ส่งกลับมาในการยื่นเสนอราคาทุกครั้ง ๓. การยื่นเสนอราคา ผู้ยื่นเสนอราคาต้องรวมค่าทดสอบสายเคเบิล (VLF) และการทดสอบความต้านทาน ของการต่อสายกราวด์ ของต้น Riser Pole รวมอยู่ในการเสนอราคาแล้ว ตามแบบฟอร์ม เลขที่ SA๓- ๐๑๕/๖๓๐๐๑ ๔. ก่อนการจัดทำสัญญาจ้างก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบสภาพหน้างานจริงร่วมกับผู้ประสานงานของ กฟภ. และผู้รับจ้างต้องจัดส่งแผนการดำเนินงานให้ กฟภ. ในรูปแบบ schedule พร้อมแบบก่อสร้างจริง หลังจากตรวจสอบสภาพหน้างานแล้ว ๕. กฟภ. สงวนสิทธิ์ในการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ณ เวลาใดก็ได้ หรือยกเลิกงาน หากเป็นไปตามเหตุใดเหตุ หนึ่งหรือทั้งหมด ดังนี้ ๕.๑ หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปดำเนินการก่อสร้าง ๕.๒ หน่วยงานสาธารณูปโภค ไม่อนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง ๕.๓ วิธีการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ที่อาจจะส่งผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายแก่ กฟภ. ๕.๔ เหตุผลอื่นๆ ที่ กฟภ. เห็นควรไม่อนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง ๖. กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ ให้ผู้รับจ้างรีบทำหนังสือชี้แจ้งเหตุผลแก่ กฟภ. โดยที่ กฟภ. จะพิจารณาแจ้งหยุดงานให้ผู้รับจ้าง ตามเหตุผลที่สมควร ๗. ให้ผู้รับจ้างสั่งซื้อสายเคเบิลตามปริมาณที่ก่อสร้างจริง ตามระยะที่วัดได้หลังจากงานท่อร้อยสายแล้ว เสร็จ ซึ่ง กฟภ. จะรับตามปริมาณงานที่ก่อสร้างจริง ๘. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรฐานในการจัดการด้านความปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้าน ความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง พ.ศ.๒๕๖๖