งานประมูลเคเบิลใต้ดินภาครัฐ 2024: ข้อมูลครบถ้วน ต้องรู้ก่อนยื่นข้อเสนอ
งานประมูลเคเบิลใต้ดินภาครัฐ 2024 รวมข้อมูลโครงการจริงจาก กรมบัญชีกลาง กระทรวงพลังงาน กฟส. และ กฟอ. พร้อมคุณสมบัติผู้เข้าประมูลที่ต้องมี รวมถึงสเป็คงาน ขอบเขต ราคา ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอสำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการร่วมประมูลงานรัฐ คลิกเลยเพื่อศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วนก่อนยื่นสมัครงาน
หัวข้อหลัก: งานประมูลเคเบิลใต้ดินภาครัฐ 2024: ข้อมูลครบถ้วน ต้องรู้ก่อนยื่นข้อเสนอ
ภาพรวม:
งานประมูลเคเบิลใต้ดินในประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มงานหลักที่ภาครัฐเปิดรับอย่างต่อเนื่อง โดยมีหน่วยงานหลัก เช่น กรมบัญชีกลาง, กระทรวงพลังงาน, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มักจัดประมูลโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ โครงการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงความปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุจากสายไฟรั่ว ลดปัญหาสายไฟฟ้าระโยงระยาง และเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ลักษณะงานประมูลโครงการ เคเบิลใต้ดิน:
งานประมูลเคเบิลใต้ดินมักเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหรือติดตั้งสายเคเบิลไฟฟ้าใต้ดิน ทั้งในระบบ 115 เควี 22 เควี หรือ 220 เควี ตามความต้องการของระบบไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ขอบเขตงานรวมถึงการวางท่อร้อยสาย ติดตั้งเสาไฟฟ้า ติดตั้งจุดเชื่อมต่อ ตรวจสอบคุณภาพของสายเคเบิล และการทดสอบระบบไฟฟ้าภายใต้การควบคุมของผู้บริหารโครงการ สถานที่ประมูลมักอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ถนนราชปรารภ ถนนพหลโยธิน ถนนกาญจนาภิเษก ถนนพระราม 9 หรือในเขตจังหวัดท่องเที่ยวอย่างกระบี่ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์
สิ่งที่ต้องส่งมอบ (Deliverables):
ผู้เข้าร่วมประมูลต้องส่งมอบสิ่งต่อไปนี้อย่างครบถ้วน ได้แก่ สายเคเบิลใยแก้วนำแสงและสายไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน IEC หรือ TIS (มาตรฐานไทย) รวมถึงอุปกรณ์ติดตั้ง เช่น ท่อร้อยสาย หัวเชื่อมต่อ ตู้ควบคุมไฟฟ้า ระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร และระบบตรวจสอบความปลอดภัย งานต้องส่งมอบพร้อมคู่มือการใช้งาน รายงานการทดสอบระบบ และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาการส่งมอบไม่เกิน 12–18 เดือน ตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการ
สเป็คงาน เคเบิลใต้ดิน:
สเป็คงานที่ต้องการมักกำหนดให้มีความยาวสายไฟฟ้าใต้ดินไม่น้อยกว่า 100–200 กิโลเมตร ใช้วัสดุที่มีความทนทานสูง เช่น สายทองแดงหรือสายอลูมิเนียม ที่ติดตั้งในท่อร้อยสาย พร้อมระบบจัดการความร้อน และต้องผ่านการทดสอบแรงดันไฟฟ้า 1.5 เท่าของแรงดันสูงสุดที่ใช้งาน ข้อกำหนดด้านคุณภาพรวมถึงการตรวจสอบการรั่วซึม การผ่านมาตรฐานการป้องกันน้ำ (IP68) และการทดสอบการต้านทานการกระแทก ทั้งนี้ ต้องมีการติดตั้งระบบควบคุมการจัดการไฟฟ้า (SCADA) หรือระบบตรวจจับการรั่วไหลของเสียงไฟฟ้าในพื้นที่ที่กำหนด รวมถึงการติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
การแข่งขันด้านราคาและเทคนิค:
การประเมินข้อเสนอจะพิจารณา 2 ด้านหลัก คือ ด้านเทคนิค (70%) และด้านราคา (30%) โดยด้านเทคนิคให้คะแนนจากความครบถ้วนของสเป็ค ความแม่นยำในการออกแบบ ความสามารถในการจัดการระบบไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงแผนการป้องกันน้ำและน้ำมันรั่ว ด้านราคาจะพิจารณาจากความเหมาะสมของราคาต่อหน่วยเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดจะได้รับการคัดเลือก ข้อเสนอที่ได้รับการพิจารณาต้องมีหลักฐานทางการเงินและเอกสารรับรองคุณสมบัติที่ชัดเจน
คุณสมบัติของผู้เข้าประมูล:
ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมประมูลต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และไม่มีประวัติทุจริตหรือทิ้งงานจากรัฐ ต้องมีประสบการณ์ตรงอย่างน้อย 5 ปีในงานก่อสร้างหรือติดตั้งระบบไฟฟ้าใต้ดิน หรืองานก่อสร้างท่อดวงน้ำใต้ดินแบบครบวงจร โดยต้องมีผลงานที่เคยยื่นประมูลและชนะงานที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ต้องมีวิศวกรระดับวิศวกรควบคุมงาน 1 คนขึ้นไป และพนักงานวิชาชีพด้านไฟฟ้า ระบบเครือข่าย หรือวิศวกรรมโยธา ที่มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี จำนวน 3 คนขึ้นไป ต้องมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.5 ต่อ 1 ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการก่อสร้าง ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม หรือใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า ทั้งนี้ ต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น รถเจาะดิน รถตัก รถติดตั้งสายไฟ รถติดตั้งท่อ และเครื่องมือวัดแรงดันไฟฟ้า
ขั้นตอนการเข้าร่วมประมูล:
- ตรวจสอบประกาศประมูลจากเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง (e-GP) หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานผู้จัดประมูล เช่น กฟน. กฟภ. กฟผ. หรือหน่วยงานท้องถิ่น 2. ลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลโดยกรอกข้อมูลบริษัท พร้อมแนบเอกสารรับรองต่าง ๆ เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคล บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น แผนผังองค์กร 3. ขอรับหรือซื้อเอกสาร TOR และแบบแปลนงาน พร้อมค่าธรรมเนียม 4. จัดทำข้อเสนอตามโครงสร้างที่กำหนด พร้อมแนบเอกสารทางเทคนิค การคำนวณต้นทุน แผนงาน แผนการส่งมอบ 5. ยื่นข้อเสนอทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันสุดท้ายที่กำหนด 6. รอการเปิดซองจากคณะกรรมการ ซึ่งจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 10–15 วันทำการ 7. ประกาศผลผู้ชนะประมูล พร้อมทำสัญญาจ้างงาน 8. ดำเนินงานตามข้อกำหนดในสัญญา รวมถึงการก่อสร้าง การทดสอบระบบ และการส่งมอบงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับสู่ชัยชนะในการประมูล:
- ศึกษาเอกสาร TOR อย่างละเอียดทุกหน้า โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านเทคนิคและคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ - จัดทำข้อเสนอที่เขียนชัดเจน ครบถ้วน และมีเหตุผล พร้อมตัวอย่างผลงานที่เกี่ยวข้อง - วิเคราะห์ต้นทุนอย่างรอบคอบ แล้วเสนอราคาที่แข่งขันได้ แต่ไม่ต่ำกว่าราคาที่ครอบคลุมต้นทุนจริง - นำเสนอผลงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเดิม หรือโครงการที่มีความคล้ายกัน เช่น โครงการติดตั้งเคเบิลใต้ดินที่เคยทำที่ถนนพหลโยธิน หรือที่จังหวัดกระบี่ - สร้างความน่าเชื่อถือด้วยหลักฐานทางการเงิน ใบอนุญาต ภาพถ่ายผลงานจริง และการรับรองจากหน่วยงานภายนอก - เตรียมพร้อมสำหรับการชี้แจงหากมีข้อสงสัยจากคณะกรรมการ พร้อมตอบคำถามอย่างมั่นใจและมีเหตุผล
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:
- เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง (e-GP): https://www.gprocurement.go.th
- เว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PMEA): https://www.pea.co.th
- เว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวง (MEA): https://www.mea.or.th
- เว็บไซต์การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (EGAT): https://www.egat.co.th
- สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.): www.vsec.or.th
- แหล่งข้อมูลพิเศษ: ค้นหาโครงการล่าสุดจาก Google Search ด้วยคำว่า “ประมูลเคเบิลใต้ดิน 2024” หรือ “งานก่อสร้างไฟฟ้าใต้ดิน กรมบัญชีกลาง”