ประกวดราคาซื้อชุดเครื่องมือวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของอนุภาคนาโนเพื่อความแม่นยำขั้นสูงสำหรับงานทางด้านรังสีวิทยา จำนวน 1 ชุด
โครงการจัดซื้อชุดเครื่องมือวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของอนุภาคนาโนเพื่อความแม่นยำขั้นสูงในการแพทย์นาโนทางรังสีวิทยา จำนวน 1 ชุด ดำเนินการโดยภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวงเงินงบประมาณ 11,500,000 บาท วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการด้านเทคโนโลยีการสร้างภาพทางการแพทย์ การแพทย์นาโน และเภสัชรังสี โดยเฉพาะการขยายพื้นที่การจัดการศึกษาไปยังศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หริภุญไชย
ชุดเครื่องมือประกอบด้วย 3 รายการหลัก คือ:
- เครื่องวิเคราะห์ขนาดและติดตามอนุภาคชนิดนาโนแบบหลายความยาวคลื่น (NTA) ทำงานตามมาตรฐาน ISO 19430
- เครื่องวัดขนาดอนุภาคนาโนและความต่างศักย์บนผิวอนุภาค (DLS/Zeta Potential/Molecular Weight)
- เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมในสภาพจริง (Real-time qPCR) ระบบเหนี่ยวนำแม่เหล็กแบบ 4 ช่องสัญญาณ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิต พร้อมติดตั้งและบำรุงรักษาโดยช่างผู้ชำนาญการ มีระยะเวลาส่งมอบไม่เกิน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และรับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 2 ปี
English summary
Procurement project for an Advanced Precision Nanoparticle Characterization Instrument Set for Radiological Nanomedicine (1 set) by the Department of Radiologic Technology, Faculty of Associated Medical Sciences, Chiang Mai University, with an allocated budget of 11,500,000 THB. The system aims to enhance education, research, and academic services in medical imaging, nanomedicine, and molecular imaging. The instrument package includes three core scientific systems: 1) Multi-wavelength Nanoparticle Tracking Analysis (NTA) system complying with ISO 19430, 2) Particle Size and Zeta Potential Analyzer (DLS/Zeta/MW), and 3) Real-time Quantitative PCR (qPCR) system using magnetic induction heating with 4-channel fluorescence detection. Deliverables include full hardware, control computers, consumables, calibration standards, installation, user training, and warranty of at least 2 years with bi-annual preventive maintenance. Delivery duration is within 120 days from contract signing.
ภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้ในการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติการ และการผลิตบัณฑิตสาขารังสีเทคนิคและวิทยาศาสตร์รังสีการแพทย์
- เพื่อสนับสนุนงานวิจัยขั้นสูงด้านเทคโนโลยีการสร้างภาพทางการแพทย์ (Medical Imaging Technology), เทคโนโลยีการแพทย์นาโน (Medical Nanotechnology) และเภสัชรังสี (Radiopharmaceutical Science)
- เพื่อศึกษาคุณสมบัติของอนุภาคนาโน การพัฒนาระบบนำส่งสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactive Delivery Systems) และการสร้างภาพระดับโมเลกุล (Molecular Imaging) สำหรับการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)
- เพื่อพัฒนาศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หริภุญไชย จังหวัดลำพูน ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการวิจัยระดับอุดมศึกษาที่มีมาตรฐานสากล
- เพื่อสนับสนุนภารกิจการบริการวิชาการแก่ชุมชน สังคม และหน่วยงานภายนอก
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและส่งมอบชุดเครื่องมือวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของอนุภาคนาโน จำนวน 1 ชุด (ของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานหรือการสาธิตมาก่อน)
- จัดหา ติดตั้ง และเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลประสิทธิภาพสูง เครื่องพิมพ์เลเซอร์ และเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ตามข้อกำหนด
- จัดหาอุปกรณ์สิ้นเปลือง เซลล์บรรจุตัวอย่าง สารมาตรฐานสำหรับสอบเทียบ (Calibration Standards) ฟิลเตอร์ และหลอดฉีดยา
- ทำการติดตั้งระบบเครื่องมือทั้งหมด ณ สถานที่ที่กำหนด พร้อมทดสอบระบบการทำงานให้สมบูรณ์
- จัดให้มีช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิตเข้ามาติดตั้งและให้บริการหลังการขาย
- จัดฝึกอบรมการใช้งานและการดูแลรักษาเบื้องต้นให้แก่บุคลากรผู้ใช้งาน
- ส่งมอบคู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา (Operation Manual) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ให้บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) พร้อม Verified Check ทุก 6 เดือน ตลอดระยะเวลารับประกัน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เครื่องวิเคราะห์ขนาดและติดตามอนุภาคชนิดนาโนแบบหลายความยาวคลื่น (NTA) จำนวน 1 เครื่อง
- ชุดตรวจจับภาพความไวสูง (sCMOS) พร้อมระบบเลเซอร์อย่างน้อย 3 ความยาวคลื่น (Red, Green, Blue 488 nm กำลัง ≥ 45 mW)
- ฟิลเตอร์สัญญาณฟลูออเรสเซนซ์ (Fluorescence filters)
- ระบบนำส่งตัวอย่าง Syringe pump
- คอมพิวเตอร์ประมวลผล Core i5, RAM ≥ 4GB, HDD ≥ 1TB, จอ LED ≥ 23 นิ้ว พร้อม Windows และ MS Office ลิขสิทธิ์แท้ จำนวน 2 ชุด
- เครื่องพิมพ์เลเซอร์สี จำนวน 1 เครื่อง
- เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 kVA จำนวน 1 เครื่อง
- Syringe ขนาด 1 ml จำนวน 1,000 ชิ้น
- ฟิลเตอร์สำหรับกรองฝุ่น จำนวน 1,000 ชิ้น
- เครื่องวัดขนาดอนุภาคนาโน และ ความต่างศักย์บนผิวอนุภาค (DLS & Zeta Potential) จำนวน 1 เครื่อง
- เซลล์บรรจุตัวอย่างชนิด Disposable cell จำนวน 100 ชิ้น
- เซลล์บรรจุตัวอย่างชนิด Glass cell จำนวน 1 ชิ้น
- เซลล์บรรจุตัวอย่างแบบมีขั้วไฟฟ้า (สำหรับ Zeta Potential และขนาดอนุภาค) จำนวน 100 ชิ้น
- สารมาตรฐานสำหรับวัดขนาดอนุภาค (60 nm Polystyrene Latex) พร้อมใช้งาน จำนวน 1 ชุด
- สารมาตรฐานสำหรับวัดค่าความต่างศักย์บนผิวอนุภาค จำนวน 1 Syringe
- คอมพิวเตอร์ประมวลผล Core i5 ≥ 3 GHz, RAM ≥ 1024 MB, HDD ≥ 500 GB พร้อมจอภาพ ≥ 23 นิ้ว จำนวน 1 ชุด
- เครื่องพิมพ์ จำนวน 1 ชุด
- เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 1 kVA จำนวน 1 เครื่อง
- เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมในสภาพจริง (Real-time qPCR) จำนวน 1 เครื่อง
- ตัวเครื่องแบบ Benchtop ระบบความร้อน Magnetic Induction 4 ช่องสัญญาณ
- เอกสารและคู่มือ:
- คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษาเครื่อง (Operation manual) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละ 1 ชุด
- เอกสารรับรองการเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากผู้ผลิต
- เอกสารรายงานการตรวจรับรองและการตรวจเช็คระบบ (Verified Check Report)
ระยะเวลาดำเนินการ
กำหนดส่งมอบพัสดุทั้งหมดภายในระยะเวลาไม่เกิน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องมีหนังสือรับรองจากบริษัทหรือโรงงานผู้ผลิตว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรง (Authorized Distributor)
- ต้องรับรองว่าเป็นเครื่องมือของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานหรือการสาธิตมาก่อน
- Standards Compliance:
- เครื่อง NTA ต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 19430 หรือเทียบเท่า
- เครื่อง DLS ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับ Class 1 Laser Product ตามมาตรฐาน EN 60825-1:2014, CDRH, LVD, EMC และ RoHS
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: มีความพร้อมด้านอะไหล่และอุปกรณ์สนับสนุนทางเทคนิคสำหรับเครื่องวิเคราะห์อนุภาคนาโนและ qPCR
- Personnel: ต้องมีทีมช่างผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิตหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต สำหรับการติดตั้งและบริการหลังการขาย
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้เกณฑ์ราคา (Price Criterion) ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เครื่องวิเคราะห์ NTA (Nanoparticle Tracking Analysis):
- วัดขนาดอนุภาคตามการเคลื่อนที่แบบ Brownian motion ช่วง 10 - 1,000 นาโนเมตร
- วัดความเข้มข้นเชิงจำนวนอนุภาคช่วง 10^6 - 10^9 อนุภาค/มิลลิลิตร
- ควบคุมอุณหภูมิตัวอย่างได้ต่ำกว่าอุณหภูมิแวดล้อมไม่น้อยกว่า 10°C และสูงสุดไม่น้อยกว่า 70°C
- ปริมาตรตัวอย่างเริ่มต้นไม่เกิน 250 ไมโครลิตร
- มีเลเซอร์กระตุ้นไม่น้อยกว่า 3 ความยาวคลื่น (Red, Green, Blue 488 nm กำลัง ≥ 45 mW)
- รองรับ Fluorescence NTA สำหรับสารเรืองแสงอย่างน้อย 2 ช่วงสเปกตรัม (เช่น Extracellular vesicles, Exosomes)
- ซอฟต์แวร์รายงานค่าสถิติ D10, D50, D90, กราฟ 2D/3D, Particle Trajectory และมีระบบ Measurement Quality Guidance
- เครื่องวัด DLS & Zeta Potential:
- วิเคราะห์ขนาดอนุภาคด้วย Dynamic Light Scattering (DLS) ช่วง 0.3 นาโนเมตร ถึง 10 ไมโครเมตร
- วัดค่า Zeta Potential ด้วย Electrophoretic Light Scattering ช่วง -500 ถึง +500 mV (รองรับ conductivity สูงสุด ≥ 250 mS/cm)
- วัดน้ำหนักโมเลกุลช่วง 300 Da ถึง 20 MDa
- วัดตัวอย่างความเข้มข้นสูงได้ถึง 40% w/v และใช้ปริมาตรต่ำสุดไม่เกิน 40 ไมโครลิตร (Low-sample volume)
- เลเซอร์ DPSS หรือ He-Ne 633 nm กำลัง 10 mW, Detector แบบ Avalanche Photodiode หรือ PMT
- วัดขนาดอนุภาค 3 มุม (Forward, 90°, Backscatter) แบบ Multi-Angle DLS และมีระบบ Adaptive Correlation
- ควบคุมอุณหภูมิได้ 0 ถึง 120°C
- มีฟิลเตอร์ไม่น้อยกว่า 3 ชนิด (Fluorescence filter, Polarizer filter แนวตั้งและแนวนอน)
- เครื่อง Real-time qPCR:
- ชนิดตั้งโต๊ะ เคลื่อนย้ายได้โดยไม่ต้องสอบเทียบใหม่ (Transport without calibrating)
- ควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบเหนี่ยวนำแม่เหล็ก (Magnetic Induction) อัตราทำความร้อน 4 °C/s อัตราลดอุณหภูมิ 3 °C/s
- ความถูกต้องอุณหภูมิ ± 0.25 °C, ความสม่ำเสมอของอุณหภูมิระหว่างหลุม ± 0.05 °C ช่วงอุณหภูมิ 40 – 99 °C
- รองรับการวิเคราะห์ไม่น้อยกว่า 48 ตัวอย่างพร้อมกัน (ปริมาตรปฏิกิริยา 5 - 30 ไมโครลิตร)
- แหล่งกำเนิดแสง High power LED พร้อม 4 ช่องสัญญาณฟลูออเรสเซนซ์ (Green, Yellow, Orange, Red) ตรวจวัดด้วย Photodiode (Acquisition time ≤ 1 วินาที)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 11,500,000 บาท (สิบเอ็ดล้านห้าแสนบาทถ้วน)
- งวดงานและการจ่ายเงิน: จ่ายเงินงวดเดียวเต็มจำนวน (100%) เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบชุดเครื่องมือครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกำหนด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- อัตราค่าปรับ: ปรับร้อยละ 0.20 ต่อวัน ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบจนถึงวันที่ส่งมอบถูกต้องครบถ้วน
- การรับประกันและการบำรุงรักษา:
- รับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 2 ปี หลังการติดตั้งและตรวจรับ
- ดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) พร้อม Verified Check ทุก 6 เดือน ตลอดช่วงเวลารับประกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: เครื่องวิเคราะห์ NTA มีระบบเลเซอร์กี่ความยาวคลื่นและมีกำลังส่องสว่างเท่าใด?
- A: ตัวเครื่องมีแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ไม่น้อยกว่า 3 ความยาวคลื่น (สีแดง, สีเขียว และสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน) โดยมีกำลังเลเซอร์สีฟ้า (488 nm) สูงสุดไม่ต่ำกว่า 45 มิลลิวัตต์
- Q: เครื่อง NTA ใช้ปริมาตรสารตัวอย่างเริ่มต้นขั้นต่ำในการวิเคราะห์เท่าใด?
- A: ใช้ปริมาตรตัวอย่างเริ่มต้นสำหรับการวิเคราะห์ตามวิธีมาตรฐานของผู้ผลิตไม่เกิน 250 ไมโครลิตร
- Q: เทคนิคการวัดขนาดอนุภาคของเครื่อง DLS รองรับมุมตรวจวัดกี่มุม?
- A: รองรับการวัดขนาดอนุภาค 3 มุม ได้แก่ Forward, 90 องศา และ Backscatter ในรูปแบบ Multi-Angle Dynamic Light Scattering (MADLS)
- Q: ปริมาตรตัวอย่างขั้นต่ำสำหรับการวัดขนาดอนุภาคด้วยเครื่อง DLS อยู่ที่เท่าใด?
- A: รองรับการวิเคราะห์ตัวอย่างปริมาตรต่ำ (Low-sample volume DLS) ไม่เกิน 40 ไมโครลิตร เมื่อใช้อุปกรณ์หรือเซลล์ที่เหมาะสม
- Q: เครื่อง DLS สามารถวัดค่า Zeta Potential ของสารตัวอย่างที่มีค่านำไฟฟ้าได้สูงสุดเท่าใด?
- A: สามารถวัดค่าความต่างศักย์บนผิวอนุภาคของตัวอย่างที่มีค่าการนำไฟฟ้า (Conductivity) สูงสุดไม่น้อยกว่า 250 mS/cm
- Q: เครื่อง Real-time qPCR ใช้เทคโนโลยีการให้ความร้อนและความเย็นแบบใด?
- A: ใช้ระบบเหนี่ยวนำแม่เหล็ก (Magnetic Induction) ซึ่งให้อัตราเพิ่มอุณหภูมิ 4 °C/s และลดอุณหภูมิ 3 °C/s
- Q: เครื่อง Real-time qPCR รองรับจำนวนตัวอย่างและปริมาตรปฏิกิริยาเท่าใด?
- A: รองรับการวิเคราะห์พร้อมกันได้ตั้งแต่ 48 ตัวอย่างขึ้นไป โดยมีปริมาตรปฏิกิริยาระหว่าง 5 - 30 ไมโครลิตร
- Q: ช่องสัญญาณฟลูออเรสเซนซ์ของเครื่อง qPCR มีช่องสัญญาณใดบ้าง?
- A: มี 4 ช่องสัญญาณ ได้แก่ Green (Ex 465/Em 510 nm), Yellow (Ex 540/Em 570 nm), Orange (Ex 585/Em 618 nm) และ Red (Ex 635/Em 675 nm)
- Q: แผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) มีกำหนดการอย่างไร?
- A: ผู้ขายต้องเข้ามาดำเนินการตรวจเช็คเครื่อง (PM) พร้อมทำ Verified Check ทุก 6 เดือน ตลอดระยะเวลารับประกัน 2 ปี
- Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งหลักฐานแสดงความสัมพันธ์กับโรงงานผู้ผลิตอย่างไร?
- A: ต้องแสดงหนังสือรับรองจากบริษัทหรือโรงงานผู้ผลิตว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
ชุดเครื่องมือวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของอนุภาคนาโนเพื่อความแม่นยําขั้นสูงในการแพทย์นาโนทางรังสีวิทยา
ที่มา/ความเป็นมา
วัตถุประสงค์
จํานวน 1 ชุด
ภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีภารกิจหลัก
ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตรังสีเทคนิค ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ มีความสําคัญและยังขาดแคลนในระดับประเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นหนึ่งใน 12 สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนและผลิตนักรังสีเทคนิคของประเทศไทย โดยมีศักยภาพใน การรับนักศึกษาได้สูงสุดถึง 80 คนต่อปีการศึกษา
1
อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจํากัดด้านพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ที่ตั้งหลัก ภาค วิชาฯ จึงได้ขยายพื้นที่การจัดการเรียนการสอนไปยัง ศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หริภุญไชย จังหวัดลําพูน ซึ่งเป็นคณะแรกของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ดําเนินกิจกรรมการเรียนการสอนและการวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม
และต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศูนย์การศึกษาฯ แห่งใหม่นี้ยังขาดเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จําเป็น
ต่อภารกิจหลักด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการในสาขารังสี
เทคนิคและวิทยาศาสตร์รังสีการแพทย์
ภาควิชาฯ มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางรังสีการแพทย์ ครอบคลุมด้าน เทคโนโลยีการสร้างภาพทางการแพทย์ (Medical Imaging Technology), เทคโนโลยีการแพทย์นาโน (Medical Nanotechnology) และ เภสัช รังสี (Radiopharmaceutical Science) โดยให้ความสําคัญกับการบูรณาการความรู้ ด้าน รังสีวินิจฉัย (Diagnostic Radiology), การสร้างภาพระดับโมเลกุล (Molecular Imaging) และ การประยุกต์ใช้อณูนาโนทางรังสี (Radiological Nanoparticles) เพื่อ สนับสนุนการแพทย์แม่นยํา (Precision Medicine) และเวชศาสตร์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ซึ่งเป็นแนวโน้มสําคัญของวิทยาการรังสีสมัยใหม่
เพื่อสร้างความยั่งยืนและพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดลําพูนให้
เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา ภาควิชารังสีเทคนิคจึงมีความจําเป็นต้อง จัดหา เครื่องมือวิเคราะห์คุณสมบัติของอนุภาคระดับนาโน สําหรับใช้ในการเรียนการ สอน การฝึกปฏิบัติการ และการวิจัยด้านรังสีการแพทย์และนาโนเวชศาสตร์ โดยเฉพาะ ในด้านการศึกษาสมบัติของอนุภาคนาโน การพัฒนาเทคโนโลยีการนําส่งสารออกฤทธิ์ ทางชีวภาพ (Bioactive Delivery Systems) และการสร้างภาพระดับโมเลกุล เพื่อ ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและการวิจัยของภาควิชาให้ทัดเทียมระดับนานาชาติ
ตลอดจนสนับสนุนภารกิจการบริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคม เพื่อการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ
คุณสมบัติของผู้ยืน ข้อเสนอ
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายครุภัณฑ์ที่ประกวดราคาซื้อดังกล่าว และมีความสามารถ
ตามกฎหมาย - ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของ ผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศ
เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง - ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางซึ่งรวมถึงนี้ บุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการ ดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น
คุณลักษณะเฉพาะพัสดุ คุณลักษณะทั่วไป
ชุดเครื่องมือประกอบไปด้วย
หรือขอบเขตงาน - เครื่องวิเคราะห์ขนาดและติดตามอนุภาคชนิดนาโนแบบหลายความยาวคลื่น สามารถ วิเคราะห์ขนาด การกระจายตัว และความเข้มข้นของอนุภาคระดับนาโนถึงไมโครเมตร ในสารละลายแบบเรียลไทม์ โดยใช้หลักการการเคลื่อนที่แบบ Brownian motion และการติดตามด้วยภาพแบบหลายความยาวคลื่น พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและ
ซอฟต์แวร์ประมวลผลที่ครบถ้วน - เครื่องวัดขนาดอนุภาคนาโน และ ความต่างศักย์บนผิวอนุภาค สามารถวิเคราะห์ คุณสมบัติทางฟิสิกส์ของอนุภาคขนาดนาโนและไมโครในสารละลาย ได้แก่ ขนาด อนุภาค (Particle Size), ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าบนผิวอนุภาค (Zeta Potential) และ น้ําหนักโมเลกุล (Molecular Weight) โดยใช้เทคนิคขั้นสูงที่ให้ผลการวิเคราะห์ แม่นยํา ครอบคลุมตัวอย่างหลายประเภท เหมาะสําหรับงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี เคมี ชีววิทยา และวัสดุศาสตร์
- เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมในสภาพจริง (Real-time Quantitative PCR; qPCR) เป็นเครื่องมือสําหรับเพิ่มปริมาณและตรวจวัดสารพันธุกรรมแบบเรียลไทม์ โดย ตรวจวัดสัญญาณฟลูออเรสเซนซ์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิกิริยา PCR สามารถควบคุม อุณหภูมิได้อย่างแม่นยําและสม่ําเสมอ รองรับการตรวจวัดสารเรืองแสงหลาย
ช่องสัญญาณ และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณของสารพันธุกรรมได้ เหมาะ สําหรับงานวิจัยด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล การแสดงออกของยีน การตรวจวิเคราะห์ DNA/RNA และงานวิจัยทางชีวการแพทย์
คุณลักษณะเฉพาะ - เครื่องวิเคราะห์ขนาดและติดตามอนุภาคชนิดนาโนแบบหลายความยาวคลื่น 1.1. เป็นเครื่องสําหรับวิเคราะห์ขนาด การกระจายขนาด และความเข้มข้นของอนุภาค ในตัวกลาง โดยใช้หลักการ Nanoparticle Tracking Analysis (NTA) หรือ Particle Tracking Analysis ที่ติดตามการเคลื่อนที่แบบบราวเนียน (Brownian motion) ของอนุภาคเป็นรายอนุภาค และสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 19430 ฉบับปัจจุบัน หรือมาตรฐานที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
1.2. ตัวเครื่องมีระบบตรวจจับภาพความไวสูง เช่น SCMOS ร่วมกับ USB-3 หรือ
เทคโนโลยีที่มีสมรรถนะเทียบเท่าหรือดีกว่า เหมาะสําหรับติดตามการเคลื่อนที่ของ
อนุภาคระดับนาโน และสามารถปรับโฟกัสหรือสภาวะการตรวจวัดผ่านระบบ ควบคุมของเครื่องหรือคอมพิวเตอร์ได้
1.3. สามารถวิเคราะห์ขนาดอนุภาคได้อย่างน้อยในช่วง 10-1,000 นาโนเมตร
หรือกว้างกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวอย่าง และคุณลักษณะของตัวอย่าง 1.4. มีระบบควบคุมอุณหภูมิตัวอย่าง โดยสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ต่ํากว่าอุณหภูมิ
แวดล้อมไม่น้อยกว่า 10°C และมีอุณหภูมิสูงสุดไม่น้อยกว่า 70°C หรือมีช่วงควบคุมอุณหภูมิที่กว้างกว่า
1.5. สามารถวิเคราะห์ความเข้มข้นเชิงจํานวนของอนุภาคได้ครอบคลุมอย่างน้อยช่วง
10 -10° อนุภาคต่อมิลลิลิตร หรือกว้างกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวอย่าง 1.6. ใช้ปริมาตรตัวอย่างเริ่มต้นสําหรับการวิเคราะห์ตามวิธีมาตรฐานของผู้ผลิต ไม่เกิน
250 ไมโครลิตร หรือใช้ปริมาตรน้อยกว่า
1.7. มีระบบบรรจุหรือนําส่งตัวอย่างที่เหมาะสมกับการวิเคราะห์ NTA และรองรับการ วิเคราะห์ตัวอย่างอย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบควบคุมการไหลของตัวอย่าง เช่น syringe pump หรือเทคโนโลยีอื่นที่มีสมรรถนะเทียบเท่าหรือดีกว่า และสามารถ ควบคุมสภาวะการไหลผ่านซอฟต์แวร์หรือระบบควบคุมของเครื่องได้
1.8. มีวิธีการทําความสะอาดส่วนที่สัมผัสตัวอย่าง เช่น cuvette, measurement cell
หรือ flow cell ที่เหมาะสม และสามารถตรวจสอบการปนเปื้อนตกค้าง ภายหลังการทําความสะอาดได้
1.9. สามารถวิเคราะห์อนุภาคที่ติดฉลากสารเรืองแสงด้วยเทคนิค Fluorescence Nanoparticle Tracking Analysis หรือเทคนิคการติดตามอนุภาคด้วย fluorescence ที่เทียบเท่าหรือดีกว่า โดยมีแหล่งกําเนิดแสง ระบบตรวจจับ และ Long pass filter ที่เหมาะสมและสามารถรายงานขนาดและ/ หรือ ความเข้มข้นของประชากรอนุภาคที่ให้สัญญาณ fluorescence ได้ 1.10.มีตัวกรองสัญญาณฟลูออเรสเซนซ์ (Fluorescence filter) ที่จําเพาะแต่ละช่วง
ความยาวคลื่นของเลเซอร์สําหรับติดตามการเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีการย้อมสาร
เรืองแสง
1.11.ตัวเครื่องมีแหล่งกําเนิดแสงเลเซอร์ไม่น้อยกว่า 3 ความยาวคลื่น (สีแดง, สีเขียว และ
สีฟ้าหรือสีน้ําเงิน) หรือมีระบบ optical excitation/detection ที่มีสมรรถนะ เทียบเท่าหรือดีกว่า สําหรับการวิเคราะห์อนุภาคด้วยแสงกระเจิงและ/หรือ fluorescence โดยสามารถเลือกสภาวะการตรวจวัดให้เหมาะสมกับตัวอย่างผ่าน ระบบควบคุมของเครื่องได้
1.12. มีระบบปรับลดความเข้มของแสงหรือปรับสภาวะการตรวจจับ เช่น optical
attenuation, neutral-density filter, automatic exposure adjustment หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
เพื่อป้องกันสัญญาณอิ่มตัวและลดผลรบกวนจากตัวอย่างที่มีการกระเจิงแสงสูง
1.13. มีค่ากําลังเลเซอร์สีฟ้า (488 นาโนเมตร) สูงสุดไม่ต่ํากว่า 45 มิลลิวัตต์ สําหรับให้
กําเนิดแสงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระเจิงแสง (Scattered) ของอนุภาคในการ
ติดตามการเคลื่อนที่
1.14.สามารถสร้าง บันทึก และเรียกใช้วิธีการวิเคราะห์ (Measurement
Method/Protocol) และรองรับการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของขนาดหรือการ รวมกลุ่มของอนุภาคตามเวลา (time-dependent aggregation/kinetic analysis)
ภายใต้อุณหภูมิคงที่หรือโปรแกรมอุณหภูมิที่กําหนดได้ 1.15.มีระบบตรวจสอบคุณภาพหรือความเหมาะสมของสภาวะการวัดก่อน หรือ
ระหว่างการวิเคราะห์และสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อพบสภาวะที่อาจส่งผลต่อ คุณภาพข้อมูล เช่น ความเข้มข้นของอนุภาคสูงหรือต่ําเกินไป ฟองอากาศ การไหลของตัวอย่างไม่สม่ําเสมอ หรือคุณภาพของภาพไม่เหมาะสม
พร้อมให้ผู้ใช้สามารถดําเนินการแก้ไขก่อนหรือระหว่างการวิเคราะห์ได้
1.16.ระบบควบคุม ซอฟต์แวร์ และการประมวลผลข้อมูล
1.16.1. มีซอฟต์แวร์สําหรับควบคุมการทํางานของเครื่อง การเก็บข้อมูล การ
ประมวลผล และการวิเคราะห์ผลจากการติดตามอนุภาค
1.16.2. สามารถแสดงการกระจายขนาดของอนุภาค (Particle Size Distribution)
และรายงานค่าทางสถิติของการกระจายขนาด เช่น D10, D50 และ D90
หรือค่า percentile/ค่าทางสถิติอื่นที่มีความหมายเทียบเท่าหรือดีกว่า 1.16.3. สามารถคํานวณและแสดงความเข้มข้นเชิงจํานวนของอนุภาคต่อหน่วย
ปริมาตร (Particle Number Concentration) ได้
1.16.4. สามารถแสดงหรือตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคแต่ละอนุภาค
(Particle Tracking/Trajectory) ที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้ 1.16.5. สามารถบันทึกผลได้ทั้งแบบภาพนิ่ง และ
สามารถบันทึกและเรียกดูข้อมูลการตรวจวัดในรูปแบบวิดีโอ
และสามารถบันทึกภาพนิ่งหรือภาพจากการวิเคราะห์เพื่อใช้ในการตรวจสอ
บหรือจัดทํารายงานได้
1.16.6. สามารถแสดงและ/หรือบันทึกอุณหภูมิของตัวอย่างระหว่างการตรวจวัด
เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และตรวจสอบย้อนกลับได้
1.16.7. สามารถนําผลการวิเคราะห์จากตัวอย่างหรือการทดลองตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป
มาเปรียบเทียบหรือแสดงผลร่วมกัน (Overlay/Comparison) ได้
1.16.8. สามารถแสดงผลข้อมูลการกระจายขนาดและ/หรือความเข้มข้นของ
อนุภาคในรูปแบบกราฟสองมิติ สามมิติ หรือรูปแบบอื่นที่สามารถแสดง ความสัมพันธ์ของข้อมูลหลายตัวแปรได้อย่างเทียบเท่าหรือดีกว่า
1.16.9. สามารถกําหนดหรือเลือกช่วงขนาดของอนุภาคที่สนใจ (Plot Range/Size
Range) เพื่อแสดง วิเคราะห์ หรือเปรียบเทียบประชากรอนุภาคในช่วง ขนาดที่กําหนดได้
1.16.10. มีระบบประเมินคุณภาพของการตรวจวัด (Measurement Quality
Assessment/Quality Guidance หรือเทียบเท่า) ซึ่งสามารถแจ้งเตือน หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของผลการวิเคราะห์ เช่น ความเข้มข้นของอนุภาคสูงหรือต่ําเกินไป คุณภาพของภาพ ฟองอากาศ การไหลของตัวอย่าง หรือปัจจัยรบกวนอื่นที่เกี่ยวข้อง
1.16.11. ระบบตามข้อ 1.16.10 สามารถให้ข้อมูล คําแนะนํา หรือแนวทางแก่
ผู้ใช้งานในการปรับปรุงสภาวะการตรวจวัด เพื่อเพิ่มคุณภาพและ ความสามารถในการทําซ้ําของผลการวิเคราะห์ได้
1.17.การวิเคราะห์อนุภาคด้วยสารเรืองแสง
1.17.1. เครื่องสามารถวิเคราะห์และติดตามอนุภาคที่ติดฉลากสารเรืองแสง
(Fluorophore-labeled Particles) unnin Fluorescence Nanoparticle Tracking Analysis หรือเทคนิคที่มีหลักการและสมรรถนะ เทียบเท่าหรือดีกว่า
1.17.2. มีแหล่งกําเนิดแสง ระบบตรวจจับ และตัวกรองสัญญาณเรืองแสง
(Fluorescence/Optical Filter) ที่เหมาะสมกับช่วง excitation และ emission ของสารเรืองแสงที่ใช้
1.17.3. สามารถวิเคราะห์อนุภาคชีวภาพที่ติดฉลากสารเรืองแสง เช่น
extracellular vesicles, exosomes unan biomarker
และสามารถรายงานขนาดและ/หรือความเข้มข้นของประชากรอนุภาคที่ให้
สัญญาณ fluorescence ได้
1.17.4. รองรับการวิเคราะห์อนุภาคที่ติดฉลากสารเรืองแสง โดยมีแหล่งกําเนิดแสง และระบบตัวกรองทางแสง (Optical/Fluorescence Filter) ที่เหมาะสม สําหรับการตรวจวัดสารเรืองแสงอย่างน้อย 2 ช่วงสเปกตรัมที่แตกต่างกัน โดยผู้เสนอราคาต้องระบุความยาวคลื่นของแหล่งกําเนิดแสง ช่วงความยาว
คลื่นของตัวกรอง และตัวอย่างสารเรืองแสง (Fluorophores) ที่สามารถใช้
งานร่วมกับระบบได้
1.18.อุปกรณ์ประกอบ
1.18.1. คอมพิวเตอร์สําหรับประมวลผลและระบบปฏิบัติการ จํานวน 2 ตัว
1.18.1.1 หน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core i5 Processor หรือสูงกว่า 1.18.1.2 หน่วยความจําหลักไม่น้อยกว่า 4 GB
1.18.1.3 หน่วยความสํารองข้อมูล มีความจุไม่น้อยกว่า 1TB
1.18.1.4 จอรับภาพชนิด LED ขนาดไม่น้อยกว่า 23 นิ้ว
1.18.1.5 ระบบปฏิบัติการ Windows และ Microsoft Office พร้อมลิขสิทธิ์
ตามกฎหมาย
1.18.2 เครื่องพิมพ์ผลชนิดเลเซอร์สี จํานวน 1 เครื่อง
1.18.3 เครื่องสํารองไฟขั้นต่ํา 1.5 KVA จํานวน 1 เครื่อง 1.19. Syringe ขนาด 1 ml จํานวน 1,000 ชิ้น
1.20. มีฟิลเตอร์สําหรับกรองฝุ่น จํานวน 1,000 ชิ้น
1.21. ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ 50 เฮิรตซ์
1.22, รับประกันคุณภาพ 2 ปี หลังการติดตั้งจนใช้งานเป็นอย่างดี
1.23. ทําการตรวจเช็ค (Preventive Maintenance) พร้อมทํางาน Verified Check ทุก
6 เดือนในช่วงระยะ เวลารับประกันคุณภาพ
1.24 การติดตั้ง พร้อมบริการหลังการขาย
โดยช่างผู้ชํานาญที่ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิต - เครื่องวัดขนาดอนุภาคนาโน และ ความต่างศักย์บนผิวอนุภาค
2.1 สามารถวิเคราะห์ขนาดและการกระจายขนาดของอนุภาคด้วยเทคนิค Dynamic Light Scattering (DLS) ได้อย่างน้อยในช่วง 0.3 นาโนเมตร ถึง 10 ไมโครเมตร
หรือกว้างกว่า
2.2 สามารถวัดค่าความต่างศักย์บนผิวอนุภาค (Zeta potential) ได้ในช่วง -500 ถึง
+500 มิลลิโวลต์หรือกว้างกว่า โดยใช้เทคนิค Electrophoretic Light Scattering
หรือดีกว่า
2.3 สามารถวิเคราะห์น้ําหนักโมเลกุลตั้งแต่ 300 ดาลตัน ถึง 20 เมกะดาลตันหรือกว้าง
กว่า
2.4 สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างที่มีความเข้มข้นสูงได้ถึงอย่างน้อย 40% w/v หรือมี
สมรรถนะเทียบเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางกายภาพและการกระเจิง
แสงของตัวอย่าง
2.5 มีแหล่งกําเนิดแสงเป็นชนิด Diode Pump Solid State (DPSS) หรือ ชนิด Helium
Neon ที่มีความยาวคลื่น 633 นาโนเมตร ขนาดกําลัง 10 มิลลิวัตต์ หรือที่ดีกว่า
2.6 มีค่าความคลาดเคลื่อน (Tolerance) + 2 % โดยวิเคราะห์ด้วยสารมาตรฐาน 60
nm polystyrene latex
2.7 มีระบบการตรวจวัดสัญญาณ (Detector) เป็นแบบ Avalanche Photodiode หรือ
แบบ Photomultiplier ระบบการตรวจวัดสัญญาณที่คุณสมบัติที่ดีกว่า หรือ
เหมาะสมสําหรับการตรวจวัด
2.3 สามารถใช้การวัดขนาดอนุภาคของสารตัวอย่าง 3 มุม คือ forward, 90° และ
backscatter แบบ Multi-Angle Dynamic Light Scattering โดยนําข้อมูลทั้งหมด มาสรุปเป็นผลการวัดขนาดอนุภาคเพื่อเพิ่มความถูกต้องและความละเอียดของการ
กระจายตัวของอนุภาค
2.9 มี Adaptive correlation ที่ใช้วิธีการทางสถิติสําหรับเก็บข้อมูลทําให้ซอฟท์แวร์
สามารถประเมินระยะเวลาในการวัดที่เหมาะสมและสามารถระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กับสิ่งรบกวนชั่วคราวได้เช่นฝุ่นหรือก้อนรวมตัวกัน ข้อมูลที่ได้จึงมีความน่าเชื่อถือ และวัดซ้ําได้อย่างรวดเร็วมากกว่าถึงสองเท่า
2.10 สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในช่องบรรจุตัวอย่างได้ ตั้งแต่ 0 ถึง 120 องศา
เซลเซียส หรือกว้างกว่า
2.11 เครื่องมีมาตรฐานความปลอดภัย ระดับ 1 (Class 1 Laser Product) EN 60825-
1:2014 and CDRH, LVD, EMC, RoHS
2.12 ควบคุมการทํางานจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งทํางานร่วมกับโปรแกรม
Microsoft ได้
2.13 ซอฟต์แวร์สามารถแสดงและรายงานอย่างน้อย ได้แก่ Particle Size Distribution,
Z-average หรือค่าขนาดเฉลี่ยที่เทียบเท่า, Polydispersity Index (PDI), Zeta Potential, Electrophoretic Mobility, Molecular Weight และข้อมูลทางสถิติที่ เกี่ยวข้องตามเทคนิคที่ใช้
2.14 สามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบกราฟได้
2.15 มีระบบปรับตําแหน่งการตรวจวัด ความเข้มของแสง มุมตรวจวัด หรือสภาวะการ
เก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับความเข้มข้น ขนาด และประสิทธิภาพการกระเจิงแสงของตัวอย่าง หรือมีระบบอื่นที่ให้ผล
เทียบเท่าหรือดีกว่า
2.16 สามารถสร้างและออกแบบข้อมูลการแสดงผล และใส่ข้อมูลแบบรูปภาพต่างๆได้
(Report Designer)
2.17 มีฐานข้อมูลหรือระบบให้ผู้ใช้กําหนดค่าคุณสมบัติของสารตัวอย่างและตัวกลางที่
จําเป็นต่อการคํานวณ เช่น Refractive Index และ Viscosity และสามารถเพิ่มหรือ
แก้ไขข้อมูลได้
2.18 Low- sample volume DLS —
สามารถวิเคราะห์ขนาดอนุภาคโดยใช้ตัวอย่างปริมาตรต่ํา ไม่เกิน 40 uL เมื่อใช้เซลล์หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อรองรับตัวอย่างที่มีปริมาณจํากัด
2.19 conductivity
—
สามารถวัดความต่างศักย์บนผิวอนุภาคของตัวอย่างที่มีค่าการนําไฟฟ้าสูงสุด
ไม่น้อยกว่า 250 mS/cm หรือสูงกว่า
2.20 Particle concentration
สามารถวัดความเข้มข้นของอนุภาค (Particle
Concentration) โดยแสดงข้อมูลเป็นจํานวนอนุภาคต่อปริมาตร (มิลลิลิตร)
โดยใช้หลักการวัดการกระเจิงแสงที่ขึ้นอยู่กับมุมของอนุภาคที่มีขนาดแตกต่างกัน
หรือเทคนิคเทียบเท่า โดยครอบคลุมช่วงอย่างน้อย 10-1012 อนุภาคต่อมิลลิลิตร
หรือกว้างกว่า
2.21 Measurement quality — ซอฟท์แวร์มีระบบ Quality guidance เพื่อช่วย
บ่งชี้ถึงคุณภาพในการวัดโดยสามารถบอกถึงความน่าจะเป็นของสาเหตุของปัญหา ที่เกิดขึ้นในระหว่างการวัด เช่น การเกิดการกระเจิงแสงซ้ําซ้อ
ของสารที่มีความเข้มข้นสูง หรือ มีอนุภาพที่มีการจับตัวกัน รวมถึงวิธีในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการวัดหรือตัวอย่างได้
2.22 มี filter ไม่น้อยกว่า 3 ชนิด และสามารถเลือกใช้หรือไม่ใช่ filter จากโปรแกรม
โดยมีฟลูออเรเซนส์ filter สําหรับลดการเกิด emission จากตัวอย่างฟลูออเรเซนส์ และมี โพลาไลซ์ filter แบบแนวตั้ง และแนวนอน
สําหรับศึกษาผลของการเกิดโพลาไลเซชั่นในตัวอย่าง
2.23 ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ 50 เฮิรตซ์
2.24 รับประกันคุณภาพเป็นเวลา 2 ปี หลังการติดตั้งจนใช้งานเป็นอย่างดี
2.25 ทําการตรวจเช็ค (Preventive Maintenance) พร้อมทํางาน Verified Check ทุก
6 เดือนในช่วงระยะ เวลารับประกันคุณภาพ
2.26 การติดตั้ง พร้อมบริการหลังการขาย
โดยช่างผู้ชํานาญที่ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิต
2.27 ทําการส่งมอบเครื่องภายในระยะเวลา ไม่เกิน 120 วัน
2.28 อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน
2.28.1 เซลล์บรรจุตัวอย่างชนิด Disposable cell จํานวน 100 ชิ้น 2.28.2 เซลล์บรรจุตัวอย่างชนิด Glass cell จํานวน 1 ชิ้น
2.28.3 เซลล์บรรจุตัวอย่างแบบมีขั้วไฟฟ้าสําหรับวัดค่าความต่างศักย์บนผิวอนุภาค
และวัดขนาดอนุภาค จํานวน 100 ชิ้น
2.28.4 สารมาตรฐาน สําหรับวัดขนาดอนุภาคที่พร้อมใช้งาน
เพื่อการตรวจสอบความถูกต้องของเครื่อง จํานวน 1 ชุด
2.28.5 สารมาตรฐาน สําหรับวัดค่าความต่างศักย์บนผิวอนุภาคที่พร้อมใช้งาน
เพื่อการตรวจสอบความถูกต้องของเครื่อง จํานวน 1 Syringe
2.28.6 คอมพิวเตอร์สําหรับควบคุมการทํางานและประมวลผล อย่างน้อย Core i5
มีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลไม่น้อยกว่า 3 GHz, Ram ไม่น้อยกว่า 1024 MB,
Hard Disk มีความจุไม่น้อยกว่า 500 GB,
2.28.7 จอภาพขนาด 23 นิ้ว หรือดีกว่า
2.28.8 มีเครื่องพิมพ์ 1 ชุด
2.28.9 เครื่องสํารองไฟฟ้าขนาด 1 KVA จํานวน 1 เครื่อง - เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมในสภาพจริง (Real-time Quantitative PCR
qPCR)
3.1 เป็นเครื่องตรวจสอบการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ ในสภาพจริง (Real-time
Quantitative PCR o qPCR)
3.2 เป็นเครื่องชนิดตั้งโต๊ะ (Benchtop) มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสําหรับใช้งานใน
ห้องปฏิบัติการวิจัย สามารถเคลื่อนย้ายตัวเครื่องได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องทําการ
สอบเทียบ (Transport without calibrating)
3.3 มีระบบควบคุมและถ่ายเทความร้อนที่สามารถเพิ่มและลดอุณหภูมิของตัวอย่างได้ อย่างรวดเร็ว แม่นยํา และสม่ําเสมอ โดยใช้ระบบเหนี่ยวนําแม่เหล็ก (Magnetic
Induction)
3.4 มีระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงของอุณภูมิ (Ramp rates) โดยสามารถควบคุมอัตรา
การเพิ่มของอุณหภูมิ (Heating rate) 4 °C/s และมีอัตราการลดอุณหภูมิ (Cooling)
3 °C/s หรือมีสมรรถนะโดยรวมเทียบเท่าหรือดีกว่า
3.5 ตัวเครื่องมีความถูกต้องของอุณหภูมิ (Temperature accuracy) ± 0.25 °C หรือ
ดีกว่า
3.6 ตัวเครื่องมีค่าความแตกต่างของอุณหภูมิในแต่ละหลุม (Temperature uniformity)
± 0.05 °C
3.7 ตัวเครื่องสามารถควบคุมอุณหภูมิ (Temperature input range) 40 – 99 °C
3.8 สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างพร้อมกันได้ 48 ตัวอย่างหรือมากกว่า โดยรองรับปริมาตร
ของปฏิกิริยาได้ตั้งแต่ 5-30 ไมโครลิตร
3.9 ตัวเครื่องมีแหล่งกําเนิดแสงเป็นแบบ High power LED
3.10 ตัวเครื่องมีฟิลเตอร์สําหรับกระตุ้นสารเรืองแสง (Excitation) จํานวน 4
ช่องสัญญาณ (Channels) ดังนี้ 1. Green Ex 465nm Em 510nm, 2. Yellow Ex
540nm Em 570nm, 3. Orange Ex 585nm Em 618nm และ 4. Red Ex
635nm Em 675nm มีความไวในการตรวจวัด (Acquistion time) 1 วินาที
หรือดีกว่า
3.11 ตัวเครื่องสามารถรับสัญญาณฟลูออเรสเซนซ์ (Emission) จํานวน 4 ช่องสัญญาณ
(Green/Yellow/Orange/Red) โดยมีตัวตรวจวัดเป็นแบบ Photodiode
3.12 ระบบการทํางานตัวเครื่องมีโหมดการทํางานอย่างน้อยดังต่อไปนี้
Cycling, Melt, High Resolution Melt (optional), Absolute Quantification
(indicates Standard Curve), Allelic Discrimination, Relative Quantification
3.13 ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ 50 เฮิรตซ์
3.14 รับประกันคุณภาพเครื่อง 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับ และมีบริการหลังการขายโดย
ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกอบรมจากผู้ผลิตหรือผู้แทนที่ได้รับอนุญาต
ระยะเวลาการส่งมอบ
งาน
เกณฑ์การพิจารณา - เงื่อนไขเฉพาะ
4.1. ผู้ขายจะต้องแสดงหลักฐาน (หนังสือรับรองจากบริษัท/โรงงานผู้ผลิต) ว่าเป็นตัวแทน
จําหน่ายโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิต
4.2 ผู้ขายรับรองว่าเป็นเครื่องใหม่ไม่เคยผ่านการใช้งาน หรือการสาธิตมาก่อน 4.3 มีคู่มือการใช้งานและบํารุงรักษาเครื่อง (Operation manual) ทั้งภาษาไทยและ
ภาษาอังกฤษ อย่างละ 1 ชุด
120 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขาย
เกณฑ์ราคา
วงเงินในการจัดหา
11,500,000 บาท (สิบเอ็ดล้านห้าแสนบาทถ้วน)
งวดงานและการจ่ายเงิน ชําระเต็มจํานวน เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบ และคณะกรรมการได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
อัตราค่าปรับ
จํานวนเงินร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
ระยะเวลารับประกัน
ไม่น้อยกว่า 2 ปี
สถานที่ส่งมอบ
ภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.ประธานกรรมการ
…………..
…….
Jan
(ผศ ดร.ณฐปกรณ์ เดชสุภา)
im of
(อาจารย์ ดร.เบญจมาภรณ์ สุภาวัฒน์)
ช่อ…..
จิรภัทร
(นางสาวจิรภัทร ไชยสุภา)
….กรรมการ
………..กรรมการ