จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาดูแลระบบวิศวกรรมและบำรุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง จำนวน 1 งาน

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 69089441679
฿18,800,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 19 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างเหมาดูแลระบบวิศวกรรมและบำรุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาผู้รับจ้างที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการระบบวิศวกรรมประกอบอาคารให้มีความพร้อมใช้งาน มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อผู้ใช้อาคาร ได้แก่ นิสิต อาจารย์ และบุคลากร โดยครอบคลุมอาคารสำคัญ 5 แห่งและพื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 150,000 ตารางเมตร

ขอบเขตงานประกอบด้วยการดูแลระบบหลัก 5 ระบบ ได้แก่ ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ, ระบบสุขาภิบาลและบำบัดน้ำเสีย, ระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน, และระบบดับเพลิง รวมถึงระบบโสตทัศนูปกรณ์และระบบแก๊สหุงต้ม ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดหาบุคลากรประจำโครงการ (เช่น ผู้จัดการโครงการ วิศวกรไฟฟ้า/เครื่องกล ช่างเทคนิค) และทีมงานสนับสนุนพร้อมเครื่องมือพิเศษ เพื่อปฏิบัติงานตามแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และแก้ไขเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานรายเดือน ระบบฐานข้อมูลออนไลน์ และแผนการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โครงการนี้ใช้เกณฑ์การประเมินแบบ Price Performance โดยเน้นทั้งด้านราคา มาตรฐานการบริการ ประสบการณ์ผลงานที่ผ่านมา และแผนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

English summary

Srinakharinwirot University (Prasarnmit) is seeking a contractor for the engineering system maintenance and building services project. The scope covers 5 main buildings and surrounding areas, totaling over 150,000 square meters. The contractor is responsible for maintaining electrical, communication, sanitation, HVAC, elevator, fire protection, and audiovisual systems. The project requires a professional team, specialized tools, and a preventive maintenance plan to ensure operational efficiency and safety. The contract duration is 12 months (Oct 1, 2026 – Sep 30, 2027). The selection process uses the Price Performance criteria, emphasizing technical expertise, past experience in large-scale building maintenance, and effective management strategies.

สถานที่ดำเนินการ

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เลขที่ 114 ซอยสุขุมวิท 23

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ดูแลระบบต่างๆ ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพสอดคล้องกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
  • บำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีตามมาตรฐานและมีอายุการใช้งานที่เหมาะสม
  • ควบคุมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินภายในอาคาร
  • ให้คำแนะนำและจัดทำแผนซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด
  • อำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานในกรณีเกิดเหตุการณ์ต่างๆ

ขอบเขตของงาน

  • บริหารจัดการระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร (ไฟฟ้า, สื่อสาร, สุขาภิบาล, ปรับอากาศ, ลิฟต์, ดับเพลิง, โสตทัศนูปกรณ์, แก๊สหุงต้ม)
  • จัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และรายงานผลรายเดือน
  • จัดหาบุคลากรประจำโครงการและทีมสนับสนุนพร้อมเครื่องมือพิเศษ
  • ดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริหารจัดการการใช้พลังงานและมาตรการอนุรักษ์พลังงาน
  • ดูแลความสะอาดพื้นที่ห้องเครื่องและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  • จัดทำระบบฐานข้อมูลออนไลน์สำหรับการแจ้งซ่อมและติดตามงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน (พร้อมภาพถ่ายและบันทึกการซ่อมแซม)
  • แผนการปฏิบัติงานและแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (รายเดือน/รายปี)
  • ทะเบียนคุมครุภัณฑ์และประวัติการซ่อมแซมเครื่องจักร
  • สรุปผลการใช้พลังงานและแนวทางประหยัดพลังงาน
  • รายงานสรุปความพึงพอใจของผู้รับบริการ (ทุก 6 เดือน)
  • รายงานผลการตรวจสอบค่ามาตรฐานการบำบัดน้ำเสีย (รายเดือน)

ระยะเวลาดำเนินการ

1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 (รวม 12 เดือน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: นิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา, ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
  • Standards Compliance: ต้องมีใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 และ ISO 45001:2018
  • Experience: มีผลงานประเภทเดียวกัน (ดูแลระบบวิศวกรรมอาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่) ในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,400,000 บาท/สัญญา/ปี ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี
  • Previous Project Cost: 9,400,000 บาท/สัญญา/ปี
  • Technical Capabilities: มีเครื่องมือและอุปกรณ์ตามที่กำหนดในภาคผนวก ก พร้อมใช้งาน
  • Personnel: ต้องมีบุคลากรตามตำแหน่งที่กำหนด (ผู้จัดการโครงการ, วิศวกรไฟฟ้า, วิศวกรเครื่องกล, ช่างเทคนิค) พร้อมใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามระดับที่กำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้เกณฑ์ Price Performance (คะแนนรวม 100 คะแนน)

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: 20 คะแนน
  • มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ: 80 คะแนน (แบ่งเป็น ผลงานและประสบการณ์ 25%, การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 10%, แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน 10%, หลักการบริหารจัดการ 20%, ขั้นตอนการดูแลระบบ 5%, ผลงานการประกวดอาคารปลอดภัย 10%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบปรับอากาศ: ดูแล Chiller, AHU, Cooling Tower, FCU (รวมงานล้างใหญ่และตรวจสอบแรงดัน)
  • ระบบไฟฟ้า: ดูแลระบบไฟฟ้ากำลัง, สื่อสาร, แสงสว่าง, มาตรวัดไฟฟ้า
  • ระบบสุขาภิบาล: ดูแลเครื่องสูบน้ำ, ระบบบำบัดน้ำเสีย, ท่อระบายน้ำ
  • ระบบดับเพลิง: ดูแล Sprinkler, Fire Pump, สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
  • ระบบลิฟต์: ดูแลลิฟต์โดยสาร/ส่งของ และบันไดเลื่อน (ตามขอบเขตที่ระบุ)

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน (12 งวด) เมื่อคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย
  • มีค่าปรับหากพนักงานปฏิบัติงานสาย, ขาดงาน, ไม่แต่งเครื่องแบบ, หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา
  • ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาหากผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์เองหรือไม่? A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ตามรายการที่ระบุในภาคผนวก ก มาประจำพื้นที่
  2. Q: หากระบบลิฟต์ขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร? A: ต้องรีบซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันทำการ หากเป็นอะไหล่นำเข้าต้องแจ้งภายใน 5 วันทำการ
  3. Q: การประเมินผลงานทำอย่างไร? A: ผู้ว่าจ้างจะประเมินทุกเดือนและสรุปผลทุก 3 เดือน หากไม่ผ่านเกณฑ์มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
  4. Q: พนักงานต้องสแกนลายนิ้วมือหรือไม่? A: ใช่ ต้องสแกนลายนิ้วมือทั้งเวลาเข้าและเลิกปฏิบัติงานทุกวัน
  5. Q: หากเกิดเหตุฉุกเฉินนอกเวลางานต้องทำอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องมีความพร้อมในการติดต่อประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง
  6. Q: ระบบฐานข้อมูลออนไลน์คืออะไร? A: เป็นระบบที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาเพื่อเชื่อมกับฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัย (เช่น Google Forms)
  7. Q: การล้างเครื่องปรับอากาศต้องทำบ่อยแค่ไหน? A: ล้างใหญ่ปีละ 2 ครั้ง และตรวจสอบ/ทำความสะอาดทั่วไปทุกเดือน
  8. Q: หากพนักงานลาออกหรือเปลี่ยนตัวต้องแจ้งล่วงหน้าเท่าใด? A: ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ
  9. Q: มีการกำหนดวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือไม่? A: มีกำหนดไว้ตามปฏิทินวันหยุดประจำปีงบประมาณ 2569-2570
  10. Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าไฟฟ้าและน้ำประปา? A: ผู้รับจ้างต้องชำระค่าสาธารณูปโภคตามยอดการใช้จริงให้มหาวิทยาลัยทุกเดือน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

}
}
A
ขอบเขตของงาน
งานจ้างเหมาดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

  1. ความเป็นมา
    มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งอยู่เลขที่ 114 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 มีอาคารส่วนกลางที่ต้องดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาเป็นพิเศษ การดูแลระบบ วิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารส่วนกลางของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จะต้องมีการ ควบคุมตรวจสอบจัดการระบบงานวิศวกรรม และเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ภายในและภายนอก อาคารที่อยู่ภายใต้การดูแลของส่วนพัฒนากายภาพทั้งหมด โดยไม่รวมพื้นที่อยู่ระหว่างปรับปรุงหรืออยู่ ระหว่างการรับประกัน ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอํานวยการบริการแก่นิสิต นักเรียน อาจารย์ บุคลากรและบุคคลทั่วไปอย่างเหมาะสม จึงจําเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ ประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เฉพาะทางและเครื่องมือที่มีมาตรฐาน เพื่อดูแลระบบวิศวกรรมอาคารบริการส่วนกลาง
  2. วัตถุประสงค์
    จัดหาผู้รับจ้างที่มีความรู้ความชํานาญและมีระบบการบริหารจัดการ ในงานด้านดูแลระบบวิศวกรรม และบํารุงรักษาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาคารได้แก่ ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร ระบบสุขาภิบาลและบําบัด ระบบ ขนส่ง ระบบปรับอากาศและทําความเย็น ระบบดูดอัดอากาศ ระบบดับเพลิงและการแจ้งเตือน ตลอดจนระบบ อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอาคาร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
    2.1 เพื่อดูแลระบบต่างๆ ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพสอดคล้องกับกิจกรรมของอาคาร
    และของมหาวิทยาลัย
    2.2 เพื่อดูแลบํารุงรักษาเครื่องจักรวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีมีประสิทธิภาพตามลักษณะการใช้งาน
    ปกติมีอายุการใช้งานที่เหมาะสมตามมาตรฐานทั่วไป
    2.3 เพื่อสอดส่องควบคุมดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินและรวมถึงสถานที่ภายในอาคาร 2.4 เพื่อให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ คําแนะนําหรือข้อมูลรวมถึงการจัดทําแผนซ่อมบํารุงที่จะนําไป
    ปรับปรุงควบคุมดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาเกี่ยวกับอาคารทุกงานให้มีประสิทธิภาพ และเป็น
    ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ว่าจ้าง
    2.5 เพื่ออํานวยความสะดวก และช่วยในการประชาสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มี เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นทั้งภายใน และภายนอกที่เกี่ยวกับอาคาร
  3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้ง งานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
    และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ มหาวิทยาลัยศรี นครินทรวิโรฒ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า (Joint Venture)” หรือ “กิจการค้าร่วม (Consortium)” ดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้า
    นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    กิจการร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นขอเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
    ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    1
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค่ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
    ร่วมค้า
    (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีก จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electroric Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  4. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งค้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนองบแสดง ฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปีได้
  5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
  6. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่
    ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน
    ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งในวันลงนามในสัญญา
  7. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
    บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาติให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
    ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
    ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุที่ธนาคารแห่ง
    ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิตค้ําประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่ ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
  8. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น
    เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  9. กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช่บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลบังคับใช้
    จัดจ้าง
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญัติการจัดซื้อ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ
    ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล และมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง เช่น งานจ้างดูแลระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ประเภทอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ งานจ้างเหมาบริการที่ เกี่ยวข้อง โดยแนบเอกสารหลักฐานสําเนาหนังสือรับรองผลงานจ้างหรือสําเนาสัญญาจ้างพร้อมรับรองสําเนา ถูกต้องในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,400,000 บาท (เก้าล้านสี่แสนบาทถ้วน)/สัญญา/ปี ซึ่งเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่แล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่เสนอราคา โดยเป็นสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จและสิ้นสุดสัญญา แล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น
    หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
    หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่มหาวิทยาลัยเชื่อถือ
    3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบสําเนาพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง ใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001: 2015 และใบรับรองระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001 : 2018 โดยมีขอบข่ายประเภทเดียวกันกับงานจ้างครั้งนี้ มาพร้อมวันเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย วิธีอิเล็กทรอนิกส์
    3.15 ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องเป็นผู้ไม่ได้รับแจ้ง เอกสารเร่งรัดงาน หรือ เอกสารตักเตือน หรือ เอกสาร ให้ปฏิบัติงานตามTORอย่างเคร่งครัด จากหน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงาน
    เอกชนประเภทเดียวกันกับงานจ้างเหมาดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารที่ประกวดราคา ซึ่งแสดงถึง
    ความไม่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
    3.16 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบสําเนาพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องและประทับตราสัญลักษณ์บริษัท
    ในขอบเขตของงานจ้างเหมาดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง ณ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (TOR) มาพร้อมวันเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธี
    อิเล็กทรอนิกส์
    3.17 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งเอกสารหลักฐานคุณสมบัติตามข้อ 6.3 ณ วันลงนามในสัญญา หากไม่นํา เอกสารตามข้อ 6.3 มายื่นในวันลงนามในสัญญา จะถือว่าผู้เสนอราคาไม่มีบุคลากรที่สามารถให้บริการแก่ทาง มหาวิทยาลัยได้ และมหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอรายถัดไป
  10. อาคาร และสถานที่ในความรับผิดชอบ
    (รวมชั้น
    4.1 อาคารบริการ: ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นอาคารมีขนาดความสูง 18 ชั้น ดาดฟ้า) พื้นที่ลานสวูนิเพล็กซ์ และพื้นที่ลานจอดรถใต้อาคาร รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 24,500 ตารางเมตร
    4.2 อาคารนวัตกรรม: ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี เป็นอาคารมีขนาดความสูง 23 ชั้น (รวม ชั้นดาดฟ้า) และพื้นที่ลานจอดรถใต้อาคาร รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 24,700 ตารางเมตร
    4.3 อาคารเรียนรวมอเนกประสงค์ (อาคาร14) เป็นอาคารมีขนาดความสูง 9 ชั้น และพื้นที่กิจกรรม
    (ส่วนวงกลม 3 ชั้น) รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 11,620 ตารางเมตร
    :
    4.4 อาคารเรียนรวม Learning Tower (อาคาร 35) เป็นอาคารที่มีขนาดความสูง 14 ชั้น และพื้นที่จัด กิจกรรมของนิสิตนักศึกษา รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 14,000 ตารางเมตร
    4.5 อาคารศูนย์อํานวยการพัฒนานวัตกรรม (ลานที่จอดรถยนต์ใต้ดิน) และลานเล่นล้อ เป็นอาคารมี ขนาดความสูง 2 ชั้น และบริเวณโดยรอบสนามกีฬา รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 22,500 ตารางเมตร
    4.6 อาคารสํานักงานอธิการบดี 9 (อาคาร) เป็นอาคารมีขนาดความสูง 6 ชั้น และพื้นที่สํานักงานของ บุคลากร รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 8,850 ตารางเมตร
    4.7 อาคารสํานักงานอธิการบดี 3 (อาคารส่วนพัฒนากายภาพและอาคารฝ่ายยานพาหนะ) เป็นอาคาร มีขนาดความสูง 3 ชั้น และพื้นที่สํานักงานของบุคลากร รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,215 ตารางเมตร
    A
    4.8 อาคารหลวงสวัสดิสารศาสตร์พุทธ (อาคาร3) เป็นอาคารมีขนาดความสูง 3 ชั้น และพื้นที่ สํานักงานของบุคลากรและห้องประชุม รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,600 ตารางเมตร
    4.9 อาคารโภชนาคารสีเขียว (อาคารโรงอาหาร 2 ชั้น) เป็นอาคารมีขนาดความสูง 2 ชั้น รวมพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 2,000 ตารางเมตร
    4.10 อาคารโรงอาหาร 1 ชั้นเป็นอาคารมีขนาดความสูง 1 ชั้น รวมพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 1,000 ตาราง
    4.11 อาคารกิจกรรมนิสิต เป็นอาคารมีขนาดความสูง 2 ชั้น และพื้นที่ส่วนกลาง รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า
    1,250 ตารางเมตร
    4.12 พื้นที่จัดกิจกรรมลานสการเดนส์ เป็นลานกิจกรรมและพื้นที่ส่วนกลาง รวมพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า
    500 ตารางเมตร
    4.13 อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องฯ เป็นอาคารมีขนาดความสูง 3 ชั้น และพื้นที่สํานัก บุคลากรและห้องประชุม รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,300 ตารางเมตร
    4.14 พื้นที่ส่วนกลางที่รับผิดชอบโดยส่วนพัฒนากายภาพภายในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้แก่ พื้นที่ธุรกิจ และอาคารที่มีการปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ (ไม่รวมภายในอาคารของคณะ, สถาบัน, สํานักฯต่างๆ) ซึ่งรวมพื้นที่ รอบนอกโดยรอบของมหาวิทยาลัย (ประสานมิตร) ทั้งหมด ไม่น้อยกว่า 63,200 ตารางเมตร
  11. คําจํากัดความ
    5.1 ผู้ว่าจ้าง หมายถึง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
    5.2 ผู้รับจ้าง หมายถึง นิติบุคคลที่ได้รับการอนุมัติจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้เป็น ผู้ดําเนินการรับจ้างเหมาดูแลระบบวิศวกรรม และบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลางในบริเวณที่กําหนดให้
    5.3 ผู้ตรวจสอบ หรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง หมายถึง เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสาน มิตรอาจจะเป็นบุคคลเดียวหรือหลายคนซึ่งทําหน้าที่ตรวจสอบการทํางานของผู้รับจ้างและเป็นผู้ประเมินผลการ ทํางานของผู้รับจ้างเป็นรายวัน รายสัปดาห์หรือรายเดือน
    5.4 พนักงาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ดําเนินการให้เป็นไปตามข้อกําหนด ขอบเขตของงานนี้
    F
    5.5 ช่างเทคนิค หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลตรวจสอบ และซ่อมแซม บํารุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ พร้อมจดบันทึกการทํางานของเครื่องจักร ตลอดจนการเปิด-ปิดระบบต่างๆ ภายในอาคารและภายนอกอาคาร โดยการใช้งานเครื่องมือให้เครื่องจักรและอุปกรณ์อยู่ในสภาพเรียบร้อย หรือ งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    5.6 ช่างเทคนิค (สื่อโสตทัศน์) หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ใช้ครุภัณฑ์ภายในอาคาร สําหรับการจัดการจัดการเรียนการสอน งานประชุมสัมมนาและกิจกรรมต่างๆ โดยใช้โสตทัศนูปกรณ์ และ คอมพิวเตอร์ ตรวจสอบ จัดซ่อมบํารุงครุภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยรวมถึงงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    5.7 ช่างเทคนิคก่อสร้าง หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลตรวจสอบ และ ซ่อมแซม องค์ประกอบภายในอาคาร อาทิเช่น กระเบื้อง พื้น หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
    5.8 หัวหน้าช่างเทคนิค หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลการปฏิบัติงาน ของช่างเทคนิค หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    5.9 วิศวกรอาคาร
    5.9.1 วิศวกรเครื่องกล หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งทําหน้าที่ให้คําปรึกษา แนะนํา และควบคุมการทํางานของช่างเทคนิค โดยต้องมีความรู้ความสามารถในงานด้านระบบทําความเย็น และระบบวิศวกรรมต่างๆ ภายในอาคาร
    5.9.2 วิศวกรไฟฟ้า หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งทําหน้าที่ให้คําปรึกษาแนะนํา และ ควบคุมการทํางานของช่างเทคนิค โดยต้องมีความรู้ความสามารถในงานด้านระบบไฟฟ้าและระบบวิศวกรรม ต่างๆ ภายในอาคาร
    5.10 ผู้จัดการโครงการ หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งทําหน้าที่กลั่นกรอง วิเคราะห์ปัญหา ตัดสินใจและควบคุมงานทั้งระบบ ในการให้คําปรึกษาแนะนํา และความคุมบริหารจัดการทํางานของ วิศวกร อาคารผู้ประสานงาน ช่างเทคนิค ดูแลความเรียบร้อยของโครงการ
    กับผิวาจาง
    5.11 ผู้ประสานงาน/ธุรการโครงการ หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้รับจ้าง

    5.12 บุคลากร หมายถึง ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างประจําของผู้ว่าจ้าง
    5.13 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หมายถึง คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าจ้างให้เป็น ผู้ตรวจรับงานจ้างดังกล่าว
    5.14 ผู้ตรวจสอบอาคาร หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม หรือสถาปัตยกรรม ซึ่งต้องผ่านการอบรมจากสถาบันที่คณะกรรมการควบคุมอาคารให้การรับรอง และผ่านการ
    สอบเป็นผู้ตรวจสอบอาคารจากสภาวิศวกรหรือสภาสถาปนิก
    }
  12. พนักงาน (ผู้รับจ้าง)
    6.1 การส่งประวัติพนักงาน ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติพนักงานทุกคนให้ผู้ว่าจ้าง โดยยื่นหลักฐานต่างๆ จํานวน 1 ชุด และให้ผู้มีอํานาจลงนามรับรองสําเนาถูกต้องทุกฉบับ ดังนี้
    6.1.1. รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก (รูปถ่าย ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
    6.1.2. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
    6.1.3. สําเนาทะเบียนบ้าน
    6.1.4. สําเนาวุฒิการศึกษา
    6.1.5. สําเนาหนังสือรับรองประวัติการทํางาน
    จํานวน 1 รูป
    จํานวน 1 ฉบับ
    จํานวน 1 ฉบับ
    จํานวน 1 ฉบับ
    จํานวน 1 ฉบับ
    6.1.6. ใบรับรองการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ หรือที่เกี่ยวข้อง จํานวน 1 ฉบับ
    6.1.7. สําเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป (เฉพาะตําแหน่ง)
    -ตําาแหน่งผู้จัดการโครงการ
    ตําแหน่งวิศวกรเครื่องกล
  • ตําแหน่งวิศวกรไฟฟ้า
    6.1.8 ใบรับรองแพทย์ พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
    จํานวน 1 ฉบับ
    จํานวน 1 ฉบับ
    จํานวน 1 ฉบับ
    อยางละ 1 ฉบับ
  • ใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันที่ออกโดยโรงพยาบาลภาครัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนหรือ
    คลินิก และต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
    6.1.9 ใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
    อย่างละ 1 ฉบับ
  • ต้องไม่เคยต้องโทษคดีอาญาดังต่อไปนี้ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับ ทรัพย์สิน ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ้นโทษไม่น้อยกว่า 3 ปี มีความประพฤติเหมาะสม ที่จะปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่แน่นอนและมีบุคคลค้ําประกันการทํางาน (บริษัทต้องรับรองว่าเป็นพนักงาน บริษัท) โดยจะต้องแนบเอกสารรับรองสําเนาถูกต้องอย่างครบถ้วน
    หมายเหตุ
  1. ให้ส่งเอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรมภายใน 30 วัน นับถัดจากวันเริ่มต้นสัญญาจ้าง (ให้ 1 ครั้งเฉพาะก่อนเริ่มสัญญาเท่านั้น)
  2. หากผู้รับจ้างมีผู้จัดการโครงการที่มีใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ผู้รับ
    U
    จ้างต้องมีวิศวกรอาคารที่มีใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรสาขาเครื่องกล หรือสามารถสลับได้ตามความเหมาะสม
    กับการปฏิบัติงานจริง
  3. หากผู้รับจ้างเปลี่ยนพนักงานในการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการส่งเอกสารประวัติ พนักงานใหม่ให้ครบถ้วนตามเอกสารที่ระบุในข้อ 6.1.1 ถึง 6.1.9 มาพร้อมกับเอกสารขอเปลี่ยนตัวพนักงาน
  4. เอกสารตาม ข้อ 6.1.1 - 6.1.9 ต้องเป็นเอกสารที่ถูกต้อง คมชัด ไม่เบลอ
    6.2 คุณสมบัติพื้นฐาน 6.2.1 มีสัญชาติไทย
    6.2.2 มีมารยาทเรียบร้อย มีความสุภาพ มีสัมมาคารวะ มีความขยันอดทนและมีความ ซื่อสัตย์ สุจริต 6.2.3 ต้องเป็นบุคคลที่แพทย์แผนปัจจุบันรับรองว่าเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นไร้ ความสามารถ หรือสติฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่รังเกียจของสังคม
    6.2.4 ไม่ละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มีน้ําใจในการทํางาน, ทํางานเป็น ทีมและเชื่อฟังคําสั่งของผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นในการทํางาน
    6.2.5 ไม่เสพสารเสพติดทุกชนิด ตลอดทั้งบุหรี่ สุรา และของมึนเมาทุกชนิด
    6.2.6 ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม และไม่เป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา (มีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ต่อผู้มาใช้บริการและอื่นๆ) ของผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
    6.2.7 ไม่เคยกระทําผิดอาญาจนได้รับโทษจําคุกหรือโทษที่หนักกว่าจําคุก โดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้ จําคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุ โทษ (ความผิดลหุโทษ คือ ความผิดเล็กน้อยที่มีอัตราโทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แม้จะเป็นความผิดสถานเบาแต่ก็ยังถือเป็นคดีอาญา ซึ่งมีหลักการสําคัญและการดําเนินคดี ที่แตกต่างจากคดีอาญาทั่วไป เช่น เมาแล้วขับฯลฯ )
    6.3 คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง
    6.3.1 คุณสมบัติทีมงานประจํา

    จํานวน
    บุคลากร
    หน้าที
    (อัตรา)
    1.ผู้จัดการโครงการ
    1
    คุณสมบัติ
    พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งทํา (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี หน้าที่กลั่นกรอง วิเคราะห์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากําลังหรือ ปัญหา ตัดสินใจและควบคุมงาน วิศวกรรมเครื่องกล หรือเทียบเท่า หรือสาขาอื่น ทั้งระบบ ในการให้คําปรึกษา ที่เกี่ยวข้อง โดยหลักสูตรที่สําเร็จการศึกษาต้อง แนะนํา และความคุมบริหาร ได้รับวุฒิปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ หรือ จัดการทํางานของ วิศวกร เทียบเท่า
    อาคารผู้ประสานงาน ช่าง (2) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตั้งแต่ระดับ เทคนิค ดูแลความเรียบร้อยของ สามัญวิศวกรขึ้นไปไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือมี โครงการ โดยต้องมีความรู้ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระดับภาคีวิศวกรไม่ ความสามารถประสบการณ์ใน น้อยกว่า 5 ปีขึ้นไป
    จํานวน
    บุคลากร
    หน้าที่
    (อัตรา)
  5. วิศวกรอาคาร 2 อัตรา
    2.1 วิศวกรไฟฟ้า
    2.2 วิศวกรเครื่องกล
    1
  6. หัวหน้าช่างเทคนิค/ช่าง
    เทคนิคอาวุโส
    คุณสมบัติ
    การบริหารจัดการงานระบบ (3) มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมภายในอาคาร ด้านวิศวกรรมต่างๆ ภายใน ไม่น้อยกว่า 10 ปี
    อาคา
    (4) อายุระหว่าง 28 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี
    1
    พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งทํา (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี หน้าที่ให้คําปรึกษาแนะนํา และ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ควบคุมการทํางานของช่าง โดยหลักสูตรที่สําเร็จการศึกษาต้องได้รับวุฒิ เทคนิค โดยต้องมีความรู้ ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ หรือเทียบเท่า ความสามารถในงานด้านระบบ (2) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตั้งแต่ระดับ ไฟฟ้าและระบบวิศวกรรมต่างๆ ภาคีวิศวกรขึ้นไป
    ภายในอาคาร

    (3) มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมภายในอาคาร ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    (4) อายุระหว่าง 28 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี
    พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งทํา (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี หน้าที่ให้คําปรึกษาแนะนํา และ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล/วิศวกรรมเครื่องกล ควบคุมการทํางานของช่าง และการบินอวกาศ วิศวกรรมเครื่องกลและ เทคนิค โดยต้องมีความรู้ พลังงาน หรือสาขาอื่นเทียบเท่า โดยหลักสูตรที่ ความสามารถในงานด้านระบบ สําเร็จการศึกษาต้องได้รับวุฒิปริญญา ทําความเย็นและระบบ วิศวกรรมศาสตร์ หรือเทียบเท่า วิศวกรรมต่างๆ ภายในอาคาร (2) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตั้งแต่ระดับ
    ภาคีวิศวกรเครื่องกลขึ้นไป
    (3) มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมภายในอาคาร ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    (4) อายุระหว่าง 28 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี
    5 พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ในการควบคุมดูแลการ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขา ปฏิบัติงานของช่างเทคนิค หรือ ไฟฟ้า/สาขาช่างกล/สาขาช่างอุตสาหกรรม/
    งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    สาขาช่างอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    (2) มีประสบการณ์และมีประกาศนียบัตรด้าน
    งานควบคุมดูแล และซ่อมบํารุงอุปกรณ์
    จํานวน
    บุคลากร
    หน้าที่
    (อัตรา)
    4.ช่างเทคนิค 23 อัตรา
    4.1 ซางเทคนิค (งานระบบ)
    17
    4.2 ช่างเทคนิค (สื่อโสต ทัศน์)
    3
    คุณสมบัติ
    เครื่องจักรงานระบบประกอบอาคาร โดยเป็น อาคารสูงหรือเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีเครื่อง ทําน้ําเย็น (Chiller) การควบคุมดูแลทดสอบ
    ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้หรืองานที่เกี่ยวข้อง มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเทียบเท่า
    (3) มีหนังสือรับรองเป็นผู้ผ่านการทดสอบ มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้า ภายในอาคาร และมีหนังสือรับรองจาก หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน
    (4) อายุระหว่าง 25 ปีบริบูรณ์ ถึง 60 ปี
    พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ในการดูแลตรวจสอบ และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซ่อมแซมบํารุงรักษาเครื่องจักร ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ และอุปกรณ์ พร้อมจดบันทึก ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) การทํางานของเครื่องจักร ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี สาขาไฟฟ้า/ ตลอดจนการเปิด-ปิดระบบ สาขาช่างกล/สาขาช่างอุตสาหกรรม/สาขา ต่างๆ ภายในอาคารและ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ภายนอกอาคาร โดยการใช้งาน
    เครื่องมือให้เครื่องจักรและ (2) มีประสบการณ์ด้านงานควบคุมดูแล อุปกรณ์อยู่ในสภาพเรียบร้อย และซ่อมบํารุงอุปกรณ์เครื่องจักรงานระบบ หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ประกอบอาคารโดยเป็นอาคารสูง หรือเป็น อาคารขนาดใหญ่สามารถ Operate งาน ระบบประกอบอาคารสูงได้ ตานการ ปฏิบัติงานการดูแลอาคารที่เกี่ยวกับงาน ช่างมาไม่น้อยกว่า 1 ปี
    (3) อายุระหว่าง 22 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ใช้ ครุภัณฑ์ ภายในอาคาร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สําหรับการจัดการจัดการเรียน ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ การสอน งานประชุมสัมมนา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประสบการณ์
    จํานวน
    บุคลากร
    หน้าที่
    (อัตรา)
    คุณสมบัติ
    ปี
    4.3 ชางเทคนิค (งาน ก่อสร้าง)
    2
    5.ผู้ประสานงาน/ธุรการ
    โครงการ
    และกิจกรรมต่างๆ โดยใช้ ไม่น้อยกว่า 2 ปี สาขาไฟฟ้า/สาขาช่างกล/ ตทัศนูปกรณ์ และ สาขาช่างอุตสาหกรรม/สาขาช่างอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ตรวจสอบ จัด หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    ซ่อมบํารุงครุภัณฑ์ให้อยู่ใน (2) มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการห้อง สภาพเรียบร้อยรวมถึงงานอื่นๆ ประชุม, อบรม, สัมมนา, สื่อการเรียนการสอน

    ที่เกี่ยวข้อง
    และโสตทัศนูปกรณ์ ไม่น้อยกว่า 1 ปี
    (3) อายุระหว่าง 22 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี
    พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ
    ในการดูแลตรวจสอบ และ ซ่อมแซม องค์ประกอบภายใน อาคาร อาทิเช่น กระเบื้อง พื้น
    หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็น

    ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาช่าง

    ก่อสร้าง ช่างโยธา หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    (2) มีประสบการณ์ในการทํางานที่เกี่ยวเนื่องไม่ น้อยกว่า 2 ปี
    (3) อายุระหว่าง 22 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี
    พนักงานของผู้รับจ้างซึ่งมีหน้าที่ (1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่า าระดับ
    ประสานงานระหว่างผู้รับจ้าง
    กับผู้ว่าจ้าง
    6.3.2 คุณสมบัติทีมงานสนับสนุน (ไม่ประจําโครงการ) ประกอบด้วย
    ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางด้าน
    บริหารหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    (2) มีประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 1ปี (3) อายุระหว่าง 22 ปี บริบูรณ์ ถึง 60 ปี
    บุคลากรทีมงานสนับสนุนการทํางานของโครงการ ด้านระบบวิศวกรรมอาคาร ทั้งนี้ผู้รับจ้าง จะต้องจัดทีมงานสนับสนุนพร้อมเครื่องมือพิเศษ เพื่อให้การสนับสนุนกรณีที่มีการปฏิบัติงานตามแผนงาน ประจําเดือน / 3 เดือน / 6 เดือน / 1 ปี โดยไม่กระทบต่องานประจําที่พนักงานประจําปฏิบัติ รวมถึงเมื่อ ต้องการความช่วยเหลือ หรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานสนับสนุนจะทําหน้าที่เข้าร่วม การซ่อมบํารุงรักษาเครื่องจักรตามแผนงาน หรือซ่อมแซมเครื่องจักร หรือระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีตําแหน่ง คุณสมบัติ ดังนี้
    (1) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารทรัพยากรอาคาร ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดทีมงานสนับสนุน ด้านบริหารทรัพยากรอาคาร ทําหน้าที่ในการให้คําปรึกษาด้านบริหารทรัพยากรอาคารให้แก่ทีมประจํา รวมถึง เมื่อต้องการความช่วยเหลือ โดยจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารทรัพยากรอาคารโดยเฉพาะ จบการศึกษาไม่ น้อยกว่าปริญญาโท ด้านการบริหารทรัพยากรอาคาร มีประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 10 ปี มีประสบการณ์ดูแล
    :
    ระบบอาคารสูงขนาดใหญ่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 50,000 ตารางเมตร ไม่น้อยกว่า 10 อาคาร จํานวนไม่น้อยกว่า 1
    ตน
    (2) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมบํารุงรักษาอาคาร ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญา ตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าหรือสาขาวิศวกรรมเครื่องกลหรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคาร สูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 15 ปี มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงขนาดใหญ่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 50,000 ตารางเมตร ไม่น้อยกว่า 10 อาคาร มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภท สามัญวิศวกร เป็น อย่างน้อย และต้องมีใบรับรองความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมบํารุงรักษา อาคาร จากสภาวิศวกร จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
    (3) ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พลังงาน ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาการจัดการพลังงาน, สาขาวิศวกรไฟฟ้า, สาขาเครื่องกล หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ด้าน พลังงานอาคารสูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 10 ปี มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน และการจัดการพลังงาน ไม่น้อยกว่า 10 อาคาร จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
    (4) วิศวกรอาวุโส ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าหรือ สาขาวิศวกรรมเครื่องกลหรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่ น้อยกว่า 15 ปี มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงขนาดใหญ่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 50,000 ตารางเมตร ไม่น้อยกว่า 10 อาคาร มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภท สามัญวิศวกร เป็นอย่างน้อย จํานวนไม่น้อยกว่า 1
    คน
    (5) วิศวกรไฟฟ้า ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มี ประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 10 ปี มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูง ขนาดใหญ่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 30,000 ตารางเมตร ไม่น้อยกว่า 5 ปี มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับ ภาคีวิศวกร เป็นอย่างน้อย จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
    (6) วิศวกรเครื่องกล ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 10 ปี มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูง ขนาดใหญ่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 30,000 ตารางเมตร ไม่น้อยกว่า 5 ปี มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับ ภาคีวิศวกร เป็นอย่างน้อย จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
    (7) วิศวกรพลังงาน ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาการจัดการพลังงาน, สาขาวิศวกรไฟฟ้า, สาขาเครื่องกล หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงหรือขนาดใหญ่ พิเศษ ไม่น้อยกว่า 5 ปี มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงขนาดใหญ่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 30,000 ตารางเมตร ไม่ น้อยกว่า 5 ปี ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
    (8) วิศวกรสิ่งแวดล้อม ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 5 ปี มีประสบการณ์ดูแล ระบบอาคารสูงขนาดใหญ่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 30,000 ตารางเมตร ไม่น้อยกว่า 3 ปี มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุมระดับ ภาคีวิศวกร เป็นอย่างน้อย และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมระบบบําบัดน้ําเสีย จํานวนไม่น้อย กว่า 1 คน
    (9) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี มีวุฒิบัตร เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) มีประสบการณ์ในการบริหารงานด้านความปลอดภัย ด้านชีวอนา มัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน มีประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 5 ปี จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
    10.วิศวกรโยธา ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโยธา มี ประสบการณ์ดูแลระบบอาคารสูงหรือขนาดใหญ่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 2 ปี มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับ ภาคีวิศวกร เป็นอย่างน้อย จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
    6.4 ตารางกําหนดวันและเวลาปฏิบัติงานอาคารส่วนกลาง (5 อาคาร)
    6.4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ในด้านระบบวิศวกรรม และบํารุงรักษาอาคารมาก่อน โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการจัดอัตรากําลังปฏิบัติงานภายในอาคาร เสนอ ผู้ว่าจ้างก่อน าเนินการทุกเดือนและต้องจัดจํานวนให้เหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติในแต่ละช่วงเวลา หากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างก่อนดําเนินการทุกเดือนแ เห็นว่าจํานวนพนักงานที่ผู้รับจ้างกําหนดในแต่ละช่วงเวลาไม่เพียงพอให้ผู้ว่าจ้างตามกําหนด และในกรณีที่ผู้ ว่าจ้าง มีงานพิธีการหรืองานสําคัญต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานมาปฏิบัติงานให้สําเร็จลุล่วง โดยจัด พนักงานในจํานวนที่เหมาะสมกับลักษณะงาน หรือตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอโดยผู้รับจ้างจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    ไม่ได้ อนึ่งหากผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบว่าพนักงานคนใดปฏิบัติงานไม่เหมาะสมหรือไม่มีความรู้ความสามารถ ผู้ว่า
    จ้างมีสิทธิ์สั่งเปลี่ยนพนักงานได้ทันที และผู้รับจ้างต้องสแกนลายนิ้วมือและจัดสมุดเพื่อลงนามการปฏิบัติงาน ของพนักงานทั้งเวลามาและกลับตามความเป็นจริงทุกวัน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบ และผู้รับจ้างต้องจัด อัตรากําลังลงตามพื้นที่ตามจุดที่กําหนดให้ หรือตามความเหมาะสมของงานโดยที่อัตรากําลังต้องครบตาม จํานวนไม่น้อยกว่าขอบเขตของงานกําหนด โดยการจัดตารางการปฏิบัติงานนอกเหนือจากที่ข้อกําหนด คุณลักษณะแล้วผู้รับจ้างต้องเสนอผู้ว่าจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทําการ
    ตารางที่ 1 แสดงจํานวนผู้ปฏิบัติงาน
    จํานวนผู้ปฏิบัติงาน
    ตําแหน่ง
    วันจันทร์ - ศุกร์
    วันเสาร์
    วันอาทิตย์
    08.00 ถึง
    14.00 ถึง
    08.00 ถึง
    14.00 ถึง
    08.00 ถึง
    14.00 ถึง
    17.00 น.
    23.00 น.
    17.00 น.
    23.00 น.
    17.00 น.
    23.00 W.
  7. ผู้จัดการโครงการ
    1
  8. วิศวกรไฟฟ้า
  9. วิศวกรเครื่องกล
  10. ผู้ประสานงาน จํานวนผู้ปฏิบัติงาน
    4
    ตารางที่ 2 แสดงจํานวนผู้ปฏิบัติงานช่าง
    1
    1
    1
    1
    1
    1
    2
    1
    จํานวนผู้ปฏิบัติงาน
    ตําาแหน่ง
    วันจันทร์ - ศุกร์
    วันเสาร์
    วันอาทิตย์
    เช้า
    บ่าย ตก
    เช้า
    บ่าย
    ตึก เช้า
    บ่าย
  11. หัวหนาซางเทคนิค
    1
    1
    1
    1
    1
  12. ทางเทคนิค
  • สาขาไฟฟ้า
    สาขาช่างกล
    5
    4
    4
    5
    4
    4
    5
    4
    4
  • สาขาช่างอุตสาหกรรม
  • สาขาช่าง
    อิเล็กทรอนิกส์
  1. ช่างเทคนิคสื่อโสตทัศน์
    รวมจํานวนผู้ปฏิบัติงาน
    2
    1
    1
    1
    1
    19
    16
    15
    หัวหน้าช่างเทคนิคที่ปฏิบัติงานในวันเสาร์ และอาทิตย์ 1 คน/วัน โดยให้ผู้รับจ้างจัดทําแผนการ ปฏิบัติงานช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับพิจารณา
    }
    6.5 ตารางกําหนดวันและเวลาปฏิบัติงานพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ภายนอกอาคาร)
    ตารางที่ 3 แสดงจํานวนผู้ปฏิบัติงานช่าง (ภายนอกอาคาร)
    จํานวนผู้ปฏิบัติงาน
    ตําแหน่ง
    วันจันทร์ - ศุกร์
    วันเสาร์
    วันอาทิตย์
    เข้า บ่าย
    เช้า
    บ่าย เช้า บ่าย
    เช้า
    วันหยุดนักขัตฤกษ์
    บ่าย
  2. หัวหนาบางเทคนิค
    1
  3. ชางเทคนิค
  • สาขาไฟฟ้า
    -สาขายางกล
  • สาขาช่างอุตสาหกรรม
    สาขาช่าง
    1
    1
    1
    1
    1
    อิเล็กทรอนิกส์
  1. ทางเทคนิคกอสราง
    1
    1
    1
    1
    6
    2
    2
    1
    รวมจํานวนผู้ปฏิบัติงาน
    หมายเหตุ ตารางที่ 1, 2 และ 3 :
  2. วันและเวลาในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในแต่ละตําแหน่งจะต้องลงเวลาเข้า-ออกการ
    ปฏิบัติงานตามที่กําหนดในตาราง ซึ่งวันและเวลาในการปฏิบัติงานสามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม ความเหมาะสม และวันหยุดพิเศษหรือนักขัตฤกษ์ สามารถอัตรากําลังรูปแบบวันอาทิตย์หรือ ตามที่กําหนดในตาราง
  3. ช่วงเวลาผู้ปฏิบัติงานช่างมีรายละเอียดดังนี้
    ตารางที่ 1
  • ช่วงเช้าเวลาปฏิบัติงาน(เช้า) 08.00 - 17.00 W.
  • ช่วงบ่ายเวลาปฏิบัติงาน(บ่าย) 14.00 - 23.00 น.
    ตารางที่ 2 และ 3
    ช่วงเช้าเวลาปฏิบัติงาน(เช้า)
    08.00 - 17.00 น.
    ช่วงบ่ายเวลาปฏิบัติงาน(บ่าย) 14.00 - 23.00 น.
    -ช่วงตึกเวลาปฏิบัติงาน(ดึก) 23.00 - 08.00 W.
  1. วันหยุดนักขัตฤกษ์ตามผู้ว่าจ้างกําหนดในข้อ 7
  2. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเสนอตารางจํานวนผู้ปฏิบัติงานในแต่ละอาคารของทุกเดือนตามความ เหมาะสมของงาน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการให้บริการของอาคาร โดยเสนอต่อที่ประชุม
    :
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนการปฏิบัติงาน และจํานวนผู้ปฏิบัติงานต้องมี จํานวนครบในแต่ละวันตามที่ระบุในตาราง
  3. ผู้ว่าจ้าง หรือผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง สามารถเปลี่ยนแปลงจํานวนผู้ปฏิบัติงานในแต่ละ อาคาร และในแต่ละช่วงเวลาการปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมของงาน และผู้รับจ้างไม่ สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นได้แต่จํานวนพนักงานต้องครบ โดยผลัดแต่ละผลัดต้อง ประจําแต่ละอาคารทุกแห่งที่รับผิดชอบ
  4. ปฏิทินวันหยุด
    ตารางสรุปวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
    ล่าดับที่
    รายละเอียด
    วัน/เดือน/ปี
    1 วันนวมินทรมหาราช (วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 9)
    2
    วันปิยมหาราช
    3
    วันพ่อแห่งชาติ
    4
    วันรัฐธรรมนูญ
    5
    วันสิ้นปี
    6
    วันขึ้นปีใหม่
    7
    วันมาฆบูชา
    8
    วันจักรี
    9
    วันสงกรานต
    13 ตุลาคม 2569
    23 ตุลาคม 2569
    5 ธันวาคม 2569
    10 ธันวาคม 2569 .
    31 ธันวาคม 2569
    1 มกราคม 2570
    21 กุมภาพันธุ์ 2570
    6 เมษายน 2570
    13 เมษายน 2570
    10
    วันสงกรานต
    14 เมษายน 2570
    11 วันสงกรานต
    12
    วันฉัตรมงคล
    13
    วันพืชมงคล
    14
    วันวิสาขบูชา
    15
    16
    วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ
    วันอาสาฬหบูชา
    15 เมษายน 2570
    4 พฤษภาคม 2570
    ตามประกาศรัฐบาล
    20 พฤษภาคม 2570
    3 มิถุนายน 2570
    18 กรกฎาคม 2570

    17
    วันเข้าพรรษา
    19 กรกฎาคม 2570
    18
    วันคล้ายวันพระราชสมภพ รัชกาลที่ 10
    28 กรกฎาคม 2570
    19
    วันแม่แห่งชาติ
    1.2 สิงหาคม 2570
    }
    หมายเหตุ : ให้ทางผู้รับจ้างหยุดการมาปฏิบัติงานตามประกาศของทางราชการ หรือของผู้ว่าจ้าง (ที่เป็น วันหยุดนักขัตฤกษ์) หรือตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    8.ขอบเขตของงาน
    ผู้รับจ้างดูแลระบบวิศวกรรม และบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง ต้องดําเนินงานต่างๆ ในแต่ละ เดือนตลอดระยะเวลา 12 เดือนตามสัญญาว่าจ้างโดยมีรายละเอียดในการดําเนินงานกํากับดูแลระบบวิศวกรรม และบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง ตลอดจนควบคุมการทํางานให้มีประสิทธิภาพสม่ําเสมอ ดังนี้
    8.1 การดูแลและบํารุงรักษาระบบประกอบอาคาร
    8.1.1 ดูแลระบบประกอบอาคาร และตรวจสอบผลการปฏิบัติของพนักงานของผู้รับจ้างโดยมีรูปแบบ ในการประเมินการทํางานตามมาตรฐานการสร้างวินัย และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รวมทั้งควบคุมดูแล การสแกนลายนิ้วมือเวลาเริ่ม และเลิกปฏิบัติงานของพนักงานระบบต่างๆ ที่เข้ามาปฏิบัติงานต้องมีบันทึก รายงานผู้ว่าจ้างทุกๆ เดือนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพตาม วัตถุประสงค์ และแผนปฏิบัติการโดยถูกต้องเหมาะสมตามข้อตกลงในสัญญา รวมถึงการได้รับคําปรึกษาและ
    แนวทางแก้ไขที่รับรองจากสามัญวิศวกร
    8.1.2 ดูแลการปฏิบัติงานประสานงานรายงานการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับงานดูแลระบบวิศวกรรมและ บํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง และงานตรวจสอบเครื่องจักรต่างๆ ของผู้รับจ้างและ กรณีที่พบข้อบกพร่อง หรือข้อสังเกตที่จะทําให้การปฏิบัติงานขาดประสิทธิภาพให้รายงานเสนอแนะวิธีแก้ไขให้แก่ผู้ว่าจ้างในการ
    ปรับปรุงวิธีการทํางานของผู้รับจ้างงานต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    8.1.3.ดูแลอาคารและอํานวยความสะดวก สถานที่ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมให้บริการแก่ผู้ที่อยู่ในอาคาร
    และผู้มาติดต่อ
    8.1.4.ดูแลบํารุงรักษางานระบบอาคารให้มีประสิทธิภาพทุกๆ ด้านรวมทั้งควบคุมรางระบายน้ําไม่ให้
    เกิดการอุดตันเพื่อเตรียมความพร้อมไม่ให้เกิดน้ําท่วม
    8.1.5 ดูแลอํานวยความสะดวกในการจัดเตรียมสถานที่สําหรับการประชุมสัมมนา, การ รับรองแขก, การจัดนิทรรศการและกิจกรรมอื่นๆ ของผู้ว่าจ้างให้เพียงพอโดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่ ประสานงานหรือช่างเทคนิค 2 คน เป็นอย่างน้อยที่มีความรับผิดชอบต่องาน สามารถแก้ปัญหาได้หาก เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและควบคุมดูแลกิจกรรมต่างๆ ของผู้ว่าจ้างจนกว่ากิจกรรมนั้นจะแล้วเสร็จ
    8.1.6 จัดให้ทําการลงบันทึกประวัติการซ่อมแซมอาคาร และอุปกรณ์ทั้งหมดเสนอผู้ว่าจ้างเป็นราย เดือนทั้ง 12 เดือน ด้วยระบบออนไลน์ โดยกําหนดให้ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของสิทธิ์การเข้าถึงระบบ
    :
    }
    8.2 ตรวจสอบระบบประกอบอาคาร
    8.2.1 ดําเนินการตรวจสอบอาคารให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารอย่างสม่ําเสมอ หาก พบว่ามีความเสี่ยงต่อความเสียหาย หรือพบความเสียหาย ชํารุดบกพร่องเบื้องต้นขึ้นกับอาคารสถานที่ ให้รีบ ดําเนินการแก้ไขทันที หากไม่สามารถดําเนินการได้ให้ทําการวิเคราะห์สาเหตุ เพื่อเสนอแนวทางและวิธีแก้ไข ต่อผู้ว่าจ้างโดยทันทีตามหลักวิชาการ และมาตรฐานทางวิศวกรรม หากจําเป็นต้องซ่อมแซมหรือบํารุงรักษา ให้เสนอรายละเอียดการซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ พร้อมประมาณการ ค่าใช้จ่ายเสนอผู้ว่าจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่เกิดความเสียหายต่อครุภัณฑ์ เครื่องจักรกลและผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากความล่าช้าในกระบวนการของผู้รับจ้าง
    8.2.2 ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาคาร กรณีที่พบข้อบกพร่อง หรือได้รับคําร้องเรียนจาก ผู้ใช้งานให้ดําเนินการซ่อมแซมให้ใช้งานได้ตามปกติ หากจําเป็นต้องดําเนินการเปลี่ยน หรือซ่อมแซมให้เบิกวัสดุ จากผู้ว่าจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างโดยเร็ว และต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบแจ้งข้อมูลข่าวสารประเภทต่างๆ หากไม่สามารถดําเนินการ ให้แล้วเสร็จได้ภายในเวลาที่กําหนดให้ทางผู้รับจ้างทําหนังสือชี้แจงภายในเวลาไม่เกิน 1 วันทําการ
    8.2.3 ทําการบันทึกระยะเวลาไฟฟ้าขัดข้อง สาเหตุที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง และแนวทางป้องกัน แก้ไข เสนอผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างทุกๆเดือน
    8.2.4 ทําการติดตั้งระบบจ่ายไฟให้กับตลาดนัดของมหาวิทยาลัย (ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี ศุกร์) และ ดูแลระบบไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพปกติพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยทางผู้รับจ้างต้องรายงานสิ่งผิดปกติที่ตรวจ
    พบให้ผู้ว่าจ้างทราบทุกสัปดาห์
    8.3 ประสานงานและอื่นๆ
    8.3.1 ควบคุมประสานงาน และอํานวยความสะดวกแก่ผู้รับจ้างรายอื่นๆ ของผู้ว่าจ้างรวมทั้งกํากับ เวลาการเข้า - ออกในการมาปฏิบัติงานภายในอาคารที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบ
    8.3.2 ประสานงานระบบรับเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งซ่อมแซมพร้อมรับคําร้องในการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ใช้การได้จากนิสิตนักเรียน อาจารย์ บุคลากร และบุคคลทั่วไปในการแก้ไขสิ่งต่างๆ ภายในอาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และระบบงานวิศวกรรมรวมถึงปัญหาของการปรับอุณหภูมิอากาศ กลิ่น แสง เสียง สิ่งสกปรก เป็นต้น โดยต้องดําเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว หรือประสานแจ้งผู้ว่าจ้างให้ดําเนินการแก้ไขโดยเร็วในกรณี
    ที่ไม่สามารถดําเนินการเองได้
    8.3.3 มีความพร้อมในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือหน่วยราชการอื่นในงานที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลอาคารตลอด 24 ชั่วโมง หากเป็นกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน
    8.3.4 ดําเนินการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ตามมาตรการการจัดระบบการดูแลระบบวิศวกรรมและ บํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลางที่กําหนดให้เจ้าหน้าที่ และผู้มาติดต่อให้ทราบ โดยถือปฏิบัติตามหลัก
    วิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม
    8.3.5 ผู้รับจ้างสามารถปฏิบัติงานนอกเหนือจากรายละเอียดของงานที่กําหนดเมื่อผู้ว่าจ้างมอบหมาย ในกรณีที่มีกิจกรรมต่างๆ หรืองานอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย โดยที่ผู้รับจ้างไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ เกิดขึ้นได้
    }
    :
    8.3.6 ทําการสํารวจความพึงพอใจของผู้รับบริการทั้งภายในอาคาร และผู้มาติดต่อราชการจาก ภายนอกทุกๆ 6 เดือนจํานวน 2 ครั้ง พร้อมทั้งสรุปผลรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบ โดยที่ผู้รับจ้า การสํารวจความพึงพอใจของผู้รับบริการดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบในแบบฟอร์ม
    สํารวจก่อนการดําเนินการสํารวจ
    8.4 การวางแผนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
    จางจะตองสงแบบ
    เพื่อแก้ไขปัญหาฉุกเฉินต่างๆ ที่เกิดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งจะต้องระบุบุคคล และหมายเลข โทรศัพท์ของผู้รับจ้างที่สามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สถานีดับเพลิง หน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน สถานีตํารวจนครบาล ฯลฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องรายงานผลต่อผู้ว่าจ้างได้ทันทีในการเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ มี ระบบงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉินนั้นได้แก่
  5. ระบบไฟแสงสว่างฉุกเฉิน
  6. ระบบ Fire Alarm
  7. ระบบดับเพลิงชนิดต่างๆ ในอาคาร
  8. ระบบลิฟต์ติดค้าง
  9. ระบบปรับอากาศขัดข้อง
  10. ระบบไฟฟ้าขัดข้อง
  11. ระบบน้ําประปาในอาคารไม่ไหล
  12. ระบบทอ Sprinkler
  13. การรั่วซึมของน้ําในส่วนต่างๆของอาคาร
  14. ระบบโทรศัพท์ภายในอาคาร
  15. ระบบ CCTV ระบบ Access Control
  16. ระบบระบายอากาศและอัดอากาศ
  17. ระบบก๊าซหุงต้มของศูนย์อาหารหรือโรงอาหารต่างๆ
  18. จัดทําขั้นตอนการติดต่อประสานงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  19. ระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอาคารตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม
  20. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
    9.1 ผู้รับจ้างต้องควบคุม และตรวจสอบการใช้พลังงานของทุกอาคารด้วยความประหยัดโดยต้อง ปฏิบัติ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ดังนี้
    (1) กําหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานและดําเนินการอนุรักษ์พลังงานให้เป็นไปตาม แผนและเป้าหมายที่กําหนดและส่งให้ผู้ว่าจ้าง
    (2) ตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานโดยรายงานผล
    การตรวจสอบ และวิเคราะห์ให้ผู้ว่าจ้างทราบ
    มี
    :
    :
    }
    (3) ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานของอาคารการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงานให้แก่ผู้ว่าจ้าง (4) บันทึกข้อมูลการใช้พลังงานการติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีผลต่อ การใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน
    9.2 ดําเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานพร้อม รายงานผลต่อประธานคณะกรรรมการผู้รับผิดชอบด้านพลังงานประจําอาคารโดยบันทึกตารางการบันทึกค่า
    กระแสไฟฟ้าแรงดันไฟฟ้ากําลังไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้าเป็นประจําทุกวันและแยกค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของแต่ละ
    หน่วยงานเป็นรายเดือนรวมทั้งวิเคราะห์หาแนวทางการใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามที่
    ผู้ว่าจ้างกําหนด
    9.3 เป็นที่ปรึกษาให้แก่ผู้ว่าจ้าง ในการกําหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การอนุรักษ์พลังงานในทุกด้านให้บรรลุถึงเป้าหมาย และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการและ
    มาตรฐานทางวิศวกรรม
  21. การรักษากุญแจ
    ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษากุญแจห้องทุกห้องภายในอาคารเป็นอย่างดี ห้ามสูญหาย โดยต้องส่งรายชื่อผู้ที่
    รับผิดชอบ และแจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม ดําเนินงานและจัดทําบัญชีกุญแจ เพื่อสามารถใช้งานได้ทันที และห้ามทําสําเนากุญแจ ทั้งนี้หากมีความ จําเป็นต้องกระทําการดังกล่าวผู้รับจ้างต้องดําเนินการขออนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อน แล้วทําหนังสือแจ้งเป็นลา
    ลักษณ์อักษรต่อผู้ว่าจ้าง
  22. ภาระหน้าที่งานดูแล
    งานระบบวิศวกรรมและดูแลรักษาอาคารบริการส่วนกลาง
  23. ระบบวิศวกรรมอาคารที่ต้องดูแลรักษาประกอบด้วย 5 ระบบหลักๆ ดังนี้
  • ระบบไฟฟ้ากําลังและไฟฟ้าสื่อสาร
    ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
  • ระบบสุขาภิบาลและประปา
    ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้และป้องกันอัคคีภัย
  • ระบบลิฟต์โดยสาร, ลิฟต์ส่งของ และบันไดเลื่อน (สัญญารวมอะไหล่ยกเว้นสลิงลิฟต์, มอเตอร์ขับเคลื่อนลิฟต์, บอร์ดควบคุมลิฟต์และบันไดเลื่อน, ระบบไฟฟ้าสํารองฉุกเฉินลิฟต์ (Emergency Battery Device: EBD หรือ ARD), ชุดแผงควบคุมหลักของลิฟต์ บันไดเลื่อน และโซ่ขับบันไดเลื่อน (Step Chain), ราวจับมือบันไดเลื่อน และยกเว้นตึก 9 สํานักงานอธิการบดี และอาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องฯ)
  1. หน้าที่ของผู้รับจ้างที่ต้องดูแลรักษาระบบวิศวกรรมประกอบอาคารทั้งหมด มีดังนี้
    ทั้งหมดเป็นประจํา
    จัดทําตารางการใช้งาน และตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกันของระบบวิศวกรรมอาคาร
    }
    }
    จัดทํารายงานประจําเดือน เพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซมและบํารุงรักษาอุปกรณ์ของ ระบบวิศวกรรมอาคารทั้งหมดส่งให้ผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    ตรวจสอบระบบวิศวกรรมประกอบอาคารทั้งหมดให้มีสภาพพร้อมใช้งาน และจัดทํารายงาน
    ข้อมูลผลการตรวจสอบส่งให้ผู้ว่าจ้างเป็นประจําตามแผนที่ได้รับการอนุมัติ และทุกเดือน
    ทดสอบการทํางานของระบบวิศวกรรมอาคาร
    และอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นประจําทุกเดือนๆละ 1 ครั้งในวันหยุดราชการ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบวิศวกรรมอาคาร และอุปกรณ์ทั้งหมดยังทํางานได้ปกติเมื่อเกิด เหตุฉุกเฉิน
  • เมื่อระบบวิศวกรรมอาคารปัญหาจะต้องรีบดําเนินการตรวจสอบและซ่อมบํารุงแก้ไขให้ สามารถใช้งานได้ทันที ในกรณีที่จะต้องติดต่อประสานงานกับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อดําเนินการตรวจสอบ และซ่อมบํารุงแก้ไขปัญหา ผู้รับจ้างจะต้องติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายในอาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่ เกิดขึ้นตามหลักวิชาการ และมาตรฐานทางวิศวกรรม
    การติดต่อประสานงานกับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบวิศวกรรม อาคารทั้งหมด เช่น การไฟฟ้านครหลวง (ในกรณีไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวงดับ รวมไปถึงการประสานงาน และอํานวยความสะดวกแก่การไฟฟ้านครหลวง)
    ในกรณีที่ต้องดําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์หรือระบบต่างๆให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้อง ดําาเนินการจัดหาหรือจัดซื้ออุปกรณ์ เพื่อดําเนินการซ่อมแซม/ปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที หรือภายใต้ เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยเมื่อผู้รับจ้างซ่อมแซมแล้วเสร็จจะต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซมระบบวิ ศกรรมอาคารทั้งหมดส่งให้ผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    24 ชั่วโมง
  • จัดทําแผนสํารองวัสดุอุปกรณ์ และอะไหล่ต่างๆ เพื่อให้พร้อมจะเปลี่ยนได้ทันทีตลอด
  • ทําความสะอาดวัสดุ/อุปกรณ์ พื้นที่ภายในห้องควบคุมระบบวิศวกรรมอาคาร, และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบวิศวกรรมอาคารทั้งหมดให้สะอาดเป็นประจํา เพื่อให้การทํางานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
    และป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น
    บันทึกปริมาณการใช้ไฟฟ้า และแยกค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของแต่ละหน่วยเป็นรายเดือน รวมทั้ง
    วิเคราะห์หาแนวทางการใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้งประมาณ
    การค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบวิศวกรรมอาคารทั้งหมด
    โดยให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้างตามหลักวิชาการ และมาตรฐานทางวิศวกรรม
    เมื่อผู้ว่าจ้างหรือกรรมการตรวจรับพัสดุ ขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบวิศวกรรมอาคารผู้ รับจ้าง ต้องจัดหาให้โดยเร็วไม่ว่าจะเป็นราคาอุปกรณ์ และอะไหล่ในการซ่อมบํารุงแต่ละครั้ง หรืออื่นๆที่ เกี่ยวข้อง โดยให้รายงานผลการซ่อมบํารุงรักษาระบบวิศวกรรมอาคารให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบทุก ครั้ง ที่มีการตรวจรับพัสดุ
  • ดําเนินการดูแลรักษาระบบไฟฟ้าแสงสว่างให้มีแสงสว่างที่เพียงพอ ในงานรับผิดชอบของ
    หากเป็นพื้นที่สูงทางผู้รับจ้างต้องจัดหารถกระเช้าหรือรถโฟล์คลิฟต์เข้ามา
    งานจ้างเหมาวิศวกรรมส่วนกลาง าเนินการเปลี่ยนหลอดไฟในพื้นที่สูงและเข้าถึงลําบาก
  • ระบบสื่อสารและสัญญาณผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งเพิ่มย้ายจุดติดตั้ง และหรือซ่อมแซม
    โทรศัพท์ภายในอาคารตามที่ได้รับมอบหมาย,
    ทําการเปิด-ปิดระบบการโทรออกของหมายเลขโทรศัพท์ตามที่ หน่วยงานได้แจ้งความประสงค์ และหากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับระบบโทรศัพท์สามารถติดต่อประสานงานกับ ส่วนพัฒนากายภาพ, สํานักงานอธิการบดี หรือสํานักคอมพิวเตอร์
    ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และระบบ Access Control ผู้รับจ้างต้องจัดทําสําเนาการ บันทึกภาพ เมื่อผู้ว่าจ้างมีการร้องขอตรวจสอบภาพจากระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
  • ในกรณีระบบลิฟต์โดยสาร, ลิฟต์ส่งของ และบันไดเลื่อน (สัญญารวมอะไหล่ยกเว้นสลิงลิฟต์ มอเตอร์ขับเคลื่อนลิฟต์, บอร์ดควบคุมลิฟต์และบันไดเลื่อน และระบบไฟฟ้าสํารองฉุกเฉินลิฟต์, ชุดแผง ควบคุมหลักของลิฟต์และบันไดเลื่อน และโซ่ขับบันไดเลื่อน, ราวจับมือบันไดเลื่อน) ซึ่งหากเกิดความชํารุด เสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ ( ยกเว้นเหตุสุดวิสัยอาทิ เช่น ผลของสงครามการรุกรานการกระทําของข้าศึกต่างชาติ สงครามกลางเมือง การเกิดจลาจล ภัยธรรมชาติ ผู้รับจ้างจะต้องรีบดําเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันทําการนับตั้งแต่วันที่อุปกรณ์ดังกล่าวใช้งานไม่ได้หากไม่สามารถดําเนินการแล้วเสร็จภายในเวลาที่

    กําหนดผู้รับจ้างจะถูกปรับตามเงื่อนไขข้อ 34.2 ซึ่งในกรณีที่เป็นอะไหล่นําเข้าผู้รับจ้างต้องมีหนังสือรับรอง หรือ เอกสารที่เกี่ยวข้องแจ้งผู้ว่าจ้างภายในระยะเวลา 5 วันทําการนับตั้งแต่วันที่อุปกรณ์ดังกล่าวใช้งานไม่ได้
  • ในกรณีระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสารผู้รับจ้างต้องเข้าตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน ของมาตรวัดไฟฟ้าเมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยงาน โดยผู้รับจ้างต้องดําเนินการสอบเทียบตามหลักวิศวกรรม กรณี หน่วยงานติดตั้งมาตรวัดหน่วยไฟฟ้า ประปาเพิ่มเติม หลังจากผู้รับจ้างเข้าทํางานซึ่งไม่ใช่การติดตั้งใหม่ทั้ง อาคาร ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยในการติดตั้ง และผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้
  • หากผู้รับจ้างตรวจพบว่าอุปกรณ์ของระบบวิศวกรรมอาคารชํารุดเสียหาย เสื่อมสภาพ ชิ้นใด ชิ้นหนึ่งต้องรีบแจ้งผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่ตรวจพบว่ามีชํารุดเสียหาย เสื่อมสภาพ หากไม่มีการตรวจสอบหรือปล่อยปละละเลยจะถูกปรับโดยมีเงื่อนไขตามข้อ 34
  • งานดูแลระบบวิศวกรรมเครื่องกล ดังนี้
  1. ระบบปรับอากาศแบบท่อ
    1.1 งานระบบ Chiller System Management (CSM)
    (1) ตรวจสอบการทํางานของระบบ Chitter System Management เป็นประจําทุกวัน (2) จัดทํารายงานบํารุงรักษาประจําเดือนเพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซมและบํารุงรักษา
    ระบบ Chiller System Management
    (3) ตรวจสอบการทํางานและเปรียบเทียบกับการทํางานของอุปกรณ์จริง
    :
    (4) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ระบบ Chiller System Management รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆเป็นประจําตามแผนที่กําหนด ส่งให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (5) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้ง ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบ Chiller System Management ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (6) เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายใน
    อาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไข
    ให้ทันใช้งานได้ปกติ
    เซน
    (7) การให้บริการตรวจระบบการทํางานทั่วไปของระบบ Chiller System Management
  • ตรวจสอบวาล์วควบคุมน้ํา
  • ตรวจสอบท่อย่อย เช่น ท่อน้ําหล่อเย็น
  • ตรวจน้ํารั่ว เครื่องสูบน้ํามีเสียงดัง และมีการสั่นทะเทือนของเครื่อง
  • ตรวจอุณหภูมิที่ร่องลื่นรับเพลา
  • ตรวจระดับอุณหภูมิของตุ๊กตารับเพลา - ตรวจเชือกอัดแกลนด์
  • ตรวจเปลี่ยนน้ํามันหล่อลื่น รองลื่นรับเพลา
  • ตรวจเปลี่ยนผ้าอัดแกลนด์ ขันน็อตให้แน่น - ตรวจการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ
    ตรวจอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ
  • ตรวจเช็คชุดจ่ายไฟ Main power
    ตรวจเช็คแรงดันไฟ (Volt)
  • ตรวจเช็คกระแส (Amp) และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    (8) ในกรณีที่ต้องคําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์ หรือระบบต่างๆให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้างจะต้อง ดําเนินการซ่อมแซม หรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที หรือภายใต้เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยเมื่อ ผู้รับจ้างซ่อมแซมแล้ว จะต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซม หรือแก้ไขงานระบบ Chiller System Management ส่งให้ผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    1.2 งานเครื่องทําความเย็นแบบ Chiller
    ได้จากหน้าจอ
    (1) ตรวจระบบการทํางานทั่วไปของเครื่องทําความเย็นแบบ Chiller
    (2) จดบันทึกการทํางานของเครื่องทําความเย็นแบบ Chiller
    (3) ตรวจสอบแรงดันอีแวปโปเลเตอร์และคอนเดนเซอร์ด้วยเกจและเปรียบเทียบกับค่าที่อ่าน
    (4) ทําความสะอาด Strainer ของท่อน้ําทางด้านอีแวปโปเลเตอร์และ ด้านดอนเดนเซอร์ (5) วัดตรวจสอบแรงดันตกคร่อม Oil Filter ให้อยู่ในมาตราฐานผู้ผลิต
    }
    เป็นประจํา
    (6) ตรวจเช็คปริมาณน้ํายาในเครื่องทําความเย็นแบบ Chitter (7) ตรวจสอบรอยรั่วน้ํายาของระบบเครื่องทําความเย็นแบบ Chiller
    (8) ตรวจสอบระดับน้ํามันของระบบเครื่องทําความเย็นแบบ Chiller
    (9) ตรวจตราอุปกรณ์ควบคุมระบบและอุปกรณ์ทางไฟฟ้าของเครื่องทําความเย็นแบบ Chiller (10) ตรวจสอบปริมาณความชื้นและระดับความเป็นกรดโดยการ Oil Analysis (11) ตรวจสอบท่อและอุปกรณ์ต่างๆเพื่อหารอยรั่วและจุดเสียหาย
    (12) ทําความสะอาดและทาสีใหม่บริเวณที่มีร่องรอยขีดข่วน (13) ตรวจสอบความสกปรกของท่อคอนเดนเซอร์และทําความสะอาด
    (14) ตรวจสอบการทํางานของ Crank Case Heater
    (15) ตรวจสอบการทํางานของระบบเครื่องทําความเย็นแบบ Chiller รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ
    (16) จัดทําตารางเวลาเปิด-ปิดตามความเหมาะสม เพื่อการประหยัดพลังงาน และให้ เครื่องมีอายุการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (17) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ระบบทําความเย็นแบบ Chiller รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจําส่งให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (18) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้ง ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ทําความเย็นแบบ Chiller ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (19) เมื่อระบบมีปัญหา หรือชํารุดเสียหายจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงาน ไปยังบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อทําการเข้าตรวจสอบและซ่อมแซม โดยต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้ทันใช้งาน ได้ปกติ และดําเนินการแจ้งผู้ที่อาศัยภายในอาคาร เพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐาน ทางวิศวกรรม
    (20) ในกรณีที่ต้องดําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์ หรือระบบต่างๆ ให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดหาหรือจัดซื้ออุปกรณ์ เพื่อดําเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที ภายใต้ เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยเมื่อผู้รับจ้างซ่อมแซมแล้วต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซม หรือแก้ไขงาน เครื่องทําความเย็นแบบ Chiller ส่งให้ผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    1.3 งานเครื่องเป่าลมเย็น Air Handling Unit (AHU) และ Air Handling Unit แบบ Package
    (1) จัดทําตารางเวลาเปิด-ปิดตามความเหมาะสม เพื่อการประหยัดพลังงานและให้เครื่องมี อายุการใช้งานที่ใกล้เคียงกันโดยความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (2) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกันงานเครื่องเป่าลมเย็น AHU และ AHU แบบ Package รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจําส่งให้ผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (3) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์รวมทั้ง ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์งานเครื่องเป่าลมเย็น AHU และ AHU แบบ Package ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (4) เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายใน
    อาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไข
    ให้ทันใช้งานได้ปกติ
    (5) การให้บริการตรวจระบบการทํางานทั่วไปของเครื่องปรับอากาศ
    (6) ตรวจความดันน้ํายาทางด้าน High Side และ Low Side ของระบบน้ํายา ของเครื่องปรับอากาศว่าถูกต้องอยู่ในขอบเขตการใช้งานตามปกติมีปริมาณน้ํายาพอเพียงสําหรับการ
    ใช้งาน
    (7) ตรวจความดันน้ํามัน (Oil Pressure) ที่ใช้สําหรับหล่อเลี้ยงตัวคอมเพรสเซอร์ และมีปริมาณ
    พอเพียงสําหรับการใช้งาน
    (8) ตรวจวัดแรงดันไฟฟ้า (Voltage) และจํานวนกระแสไฟฟ้า (Ampere) ที่ใช้ของ เครื่องปรับอากาศ ในขณะที่ทํางานอยู่ว่าอยู่ในขอบเขตกําหนดที่ปลอดภัย (Limitation) ของโรงงานผู้ผลิต เครื่องปรับอากาศนั้นๆ หรือไม่
    (9) ตรวจระบบท่อน้ํายาให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยไม่มีรอยรั่วแตก และตรวจสภาพของฉนวน หุ้มท่อน้ํายาให้มีคุณสมบัติในการใช้งานได้ดี
    (10) ตรวจสภาพสายไฟฟ้าตําแหน่งขั้วยึดหัวสายหรือข้อต่อสายไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกๆ
    อย่างให้มีความคงทนยึดแน่นและใช้งานได้อย่างปลอดภัยถูกต้องตามปกติ
    (11) ตรวจสอบการทํางานของระบบเป่าลมเย็น AHU และ AHU แบบ Package รวมทั้ง อุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจํา
    (12) ทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศและบริเวณใกล้เคียงอยู่เสมอเป็นประจําเดือนละ 2 ครั้ง (13) ตรวจสอบความสกปรกของท่อคอนเดนเซอร์และทําความสะอาด (แยงนิ้ว) 1 ครั้ง/ปี และแยงนิ้ว AHU จํานวนไม่น้อยกว่า 29 ตัว ของอาคารบริการศาสตราจารย์ มล. ปิ่น มาลากุล 1 ครั้ง/ปี
    (14) ทําความสะอาด Strainer ของท่อน้ํา
    V
    (15) ตรวจสอบท่อและอุปกรณ์ต่างๆเพื่อหารอยรั่วและจุดเสียหาย
    (16) ตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมระบบและอุปกรณ์ทางไฟฟ้าของเครื่องเป่าลมเย็น AHU
    และ AHU แบบ Package เซน
  • ตรวจเช็คสภาพ Compressor
    -ตรวจเช็คสภาพ Magnetic
  • ตรวจเช็ค Filter และทําความสะอาด
  • ตรวจเช็คถาดรองน้ําทิ้ง
    ตรวจเช็คท่อน้ําทิ้ง และทําความสะอาด - ตรวจเช็คมอเตอร์พัดลมเป่าลมเย็น
  • ตรวจเช็คแผงคอยล์เย็น และทําความสะอาด - ตรวจเช็คหน้ากากกระจายความเย็น (Damper) - ตรวจเช็คฝาครอบโครงเครื่องและแท่นเครื่อง
    }
  • ตรวจเช็คชุดจ่ายไฟ Main power
  • ตรวจเช็คชุดควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat) - ตรวจเช็คแรงดันไฟ (Volt)
    ตรวจเช็คกระแส (Amp)
  • ตรวจเช็คความตึงของสายพาน, สกรูขันล็อคพูเลย์ทั้งของพัดลม และมอเตอร์
    ตรวจสอบลูกปืนชุดแบริ่ง
  • อุปกรณ์แผงสวิตช์ และอื่นๆที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของเครื่องปรับอากาศ และ งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    (17) จัดทําตารางเวลาเปิด - ปิด ตามความเหมาะสมเพื่อการประหยัดพลังงานและให้เครื่อง มีอายุการใช้งานทีใกล้เคียงกันโดยความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
    (18) จัดทํารายงานสรุปผลการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน เครื่องเป่าลมเย็น AHU และ AHU แบบ Package รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจําส่งให้ผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (19) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้งประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์เครื่อง เป่าลมเย็น AHU และ AHU แบบ Package ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (20) เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายใน
    อาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้
    ทันใช้งานได้ปกติ
    (21) ในกรณีที่ต้องดําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์หรือระบบต่างๆให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้อง ต่าเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที หรือภายใต้เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยเมื่อ ผู้รับจ้างซ่อมแซมแล้วต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซมหรือแก้ไขเครื่องเป่าลมเย็น AHU และ AHU แบบ
    Package ส่งให้ผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    1.4 งานระบบปั๊มสูบน้ําระบายความร้อน Condenser Pump (CDP)
    (1) จัดทําตารางเวลาเปิด-ปิดตามความเหมาะสม เพื่อการประหยัดพลังงานและให้เครื่องมี
    อายุการใช้งานที่ใกล้เคียงกันโดยความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
    (2) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน งานระบบปั้มน้ําระบายความ ร้อน Condenser Pump รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆเป็นประจําส่งให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (3) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์รวมทั้ง ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์งานระบบปั้มน้ํา ความร้อน Condenser Pump ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (4) เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายใน
    อาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้
    ทันใช้งานได้ปกติ


    }
    (5)
    การให้บริการตรวจระบบการทํางานทั่วไปของงานระบบปั้มน้ําระบายความร้อน
    Condenser Pump เช่น
  • ตรวจน้ํารั่ว เครื่องสูบน้ํามีเสียงดัง และมีการสั่นทะเทือนของเครื่อง
    ตรวจอุณหภูมิที่รองลื่นรับเพลา
  • ตรวจระดับอุณหภูมิของตุ๊กตารับเพลา
  • ตรวจเชือกอัดแกลนด์
    5
    ตรวจเปลี่ยนน้ํามันหล่อลื่น รองลื่นรับ
    งลื่นรับเพลา
  • ตรวจเปลี่ยนผ้าอัดแกลนด์ ขันน็อตให้แน่น
    ตรวจการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ
    ตรวจอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ
  • ตรวจเช็คชุดจ่ายไฟ Main power
  • ตรวจเช็คแรงดันไฟ
  • ตรวจเช็คกระแส
    อุปกรณ์แผงสวิตช์ และอุปกรณ์อื่นๆที่เป็นมาตรฐานงานระบบปั้มน้ําระบายความ
    ร้อน Condenser Pump รวมไปถึงงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    (6) ในกรณีที่ต้องดําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์หรือระบบต่างๆให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้าง
    ต้องดําเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที หรือภายใต้เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดโดย เมื่อผู้รับจ้างซ่อมแซมแล้วต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซม หรือแก้ไขงานระบบปั๊มน้ําระบายความร้อน
    Condenser Pump ส่งให้ผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    1.5 งานระบบหอฝั่งน้ําระบายความร้อน Cooling Tower (CT)
    (1) จัดทําตารางเวลาเปิด-ปิดตามความเหมาะสมเพื่อการประหยัดพลังงาน และให้เครื่องมี
    อายุการใช้งานที่ใกล้เคียงกันโดยความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
    (2) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน งานระบบหอฝั่งน้ําระบาย ความร้อน Cooling Tower รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆเป็นประจําส่งให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    (3) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์รวมทั้ง ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์งานระบบหอผึ้งน้ํา ระบายความร้อน Cooling Tower ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (4) เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายใน
    อาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้
    ทันใช้งานได้ปกติ
    }
    (5) ล้างทําความสะอาด Cooling Tower อาคารบริการศาสตราจารย์ มล.ปิ่น มาลากุล และ อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี อย่างน้อย 3 เดือน/ครั้ง (1 ปี ล้างทําความสะอาด Cooling Tower 4 ครั้ง) ยกเว้นอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในระยะเวลารับประกันผลงานของผู้ติดตั้งระบบทําความเย็น
    (6) การให้บริการตรวจระบบการทํางานทั่วไปของงานระบบหอผึ่งน้ําระบายความร้อน
    Cooling Tower เช่น
  • ตราวจเช็คสายพาน (V-Belt)
  • อัดจาระบีลูกปืนสปีดมอเตอร์ - ปรับตั้งระดับน้ําที่วาล์ว ลูกลอย
  • ตรวจสอบสภาพ Filling ล้างทําความสะอาด
  • ตรวจระดับน้ํามันเกียร์ และเติมน้ํามันเกียร์
  • ตรวจสอบสภาพ และระดับของชุดสปริงเกอร์เฮด, สปริงเกอร์, เทนชั่นดีไวส์
    ตรวจความหนาแน่นของBolt และ Nuts ที่ยึดอุปกรณ์สําคัญ Fan Guard, Speed
    Reducer, Motor, Fan Blade
  • ตรวจการรั่วซึมของ Basin และ Sump
    ตรวจความเรียบร้อยของตะแกรงกันฝุ่นและกันน้ํากระเซ็น
  • ตรวจค่าการกินกระแสไฟฟ้าของมอเตอร์
  • ตรวจวัดค่าประสิทธิภาพในการทํางานของ Cooling Tower เช่น
  • วัดอุณหภูมิกระเปาะแห่ง
  • วัดอุณหภูมิกระเปาะเปียก - วัดอุณหภูมิน้ําเข้า - วัดอุณหภูมิ าออก ณหภูมิน้ําออก
    -วัดการไหลของลม
  • งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    (7) ในกรณีที่ต้องดําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์หรือระบบต่างๆให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดหาหรือจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อดําเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที หรือภายใต้ เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดโดยเมื่อผู้รับจ้างซ่อมแซมแล้วต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซมหรือแก้ไขงาน ระบบหอผึ่งน้ําระบายความร้อน Cooling Tower ส่งให้ผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    1.6 ดูแลระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน Fan Coil Unit (FCU)
    (1) จัดทําตารางเวลาเปิด-ปิดตามความเหมาะสมเพื่อการประหยัดพลังงานและให้เครื่องมีอายุ
    การใช้งานที่ใกล้เคียงกันโดยความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
    (2) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ระบบปรับอากาศแบบแยก
    ส่วน Fan Coil Unit รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆเป็นประจําส่งให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
    ………
    (3) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์รวมทั้ง ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบปรับอากาศแบบ แยกส่วน Fan Coil Unit ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (4) เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายใน
    อาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้
    ทันใช้งานได้ปกติ
    (5) การให้บริการตรวจระบบการทํางานทั่วไปของเครื่องปรับอากาศ
    (6) ตรวจความดันน้ํายาทางด้าน High Side และ Low Side ของระบบน้ํายาของ เครื่องปรับอากาศให้ถูกต้อง และอยู่ในขอบเขตการใช้งานตามปกติมีปริมาณน้ํายาพอเพียงสําหรับการใช้งาน
    (7) ตรวจความดันน้ํามัน ที่ใช้สําหรับหล่อเลี้ยงตัวคอมเพรสเซอร์ และมีปริมาณพอเพียง
    สําหรับการใช้งาน
    (8) ตรวจวัดแรงดันไฟฟ้า และจํานวนกระแสไฟฟ้า ที่ใช้ของเครื่องปรับอากาศในขณะที่ทํางาน อยู่ว่าอยู่ในขอบเขตกําหนดที่ปลอดภัย ของโรงงานผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศนั้นๆ หรือไม่
    (9) ตรวจระบบท่อน้ํายาให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยไม่มีรอยรั่ว
    รั่วแตกและตรวจสภาพของฉนวนหุ้ม ท่อน้ํายาให้มีคุณสมบัติในการใช้งานได้ดี
    (10) ตรวจสภาพสายไฟฟ้าตําแหน่งขั้วยึดหัวสายหรือข้อต่อสายไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกๆ
    อย่างให้มีความคงทนยึดแน่นและใช้งานได้อย่างปลอดภัยถูกต้องตามปกติ
    (11) ตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมระบบการทํางานของเครื่องปรับอากาศเช่น
  • Hi pressure cut-out switch
  • Low pressure cut-out switch
  • ตรวจเช็คสภาพ Compressor
  • ตรวจเช็คสภาพ Magnetic
  • ตรวจเช็คพัดลมระบายอากาศ
  • ตรวจเช็ค Fitter และทําความสะอาด
  • ตรวจเช็คถาดรองน้ําทิ้ง
  • ตรวจเช็คท่อน้ําทิ้งและทําความสะอาด
  • ตรวจเช็คแผงคอยเย็นและทําความสะอาด
  • ตรวจเช็คพัดลมเป่าลมเย็น
  • ตรวจเช็คหน้ากากกระจายความเย็น (Damper)
  • ตรวจเช็คฝาครอบโครงเครื่อง และแท่นเครื่อง
  • ตรวจเช็คชุดจ่ายไฟ Main power
  • ตรวจเช็คชุดควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat) - ตรวจเช็คแรงดันไฟ
    ตรวจเช็คกระแส
    :
    }
    อุปกรณ์แผงสวิตช์ และอื่นๆที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของเครื่องปรับอากาศนั้นๆ ที่มี
    ติดตั้งไว้ และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    ระบบ 2 ครั้ง / ปี
    (12) ตรวจเช็คและทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศทั้งหมด (ล้างใหญ่) โดยตรวจเช็คทุก
    (13) การตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศ (ล้างใหญ่)
    (13.1) CONDENSING
    ตรวจเช็คคอมเพรสเซอร์
  • ตรวจเช็คมอเตอร์พัดลม
    ตรวจเช็คแรงดันน้ํายาด้านทางกลับ
  • ตรวจเช็คแรงดันน้ํายาทางส่ง
    แรงดันเคลื่อนไฟฟ้า
    กระแสไฟฟ้าที่ใช้
    (13.2) FANCOIL UNIT
    ตรวจเช็คระบบควบคุมอุณหภูมิความเย็น - ตรวจเช็คมอเตอร์พัดลม
  • ตรวจเช็คอุณหภูมิหน้าคอยล์เย็น
  • ตรวจเช็คการทํางานของระบบควบคุม - ตรวจสภาพของท่อน้ําทิ้งเครื่องปรับอากาศ
    งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    (14) การล้างทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศ (ล้างใหญ่)
    ล้างทําความสะอาดแผงคอยล์ร้อนด้วยปั้มน้ําแรงดันสูง และโบเวอร์ ล้างทําความสะอาดมอเตอร์พัดลม/ใบพัด
    ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่น
  • ทําความสะอาดตัวถัง (BODY)
  • ตรวจเช็คการทํางานของแมกเนติก และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิดของระบบ
    คอมเพรสเชอร FANCOIL UNIT
    ถอดมอเตอรลวงทําความสะอาด
    ล้างทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศ
    ล้างทําความสะอาดแผงคอยล์เย็นด้วยปั้มน้ําแรงดันสูงและโบเวอร์
  • ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่น - ล้างทําความสะอาดถาดน้ําทิ้ง, ท่อระบายน้ํา
    ล้างทําความสะอาดหน้ากากเครื่องปรับอากาศ
  • งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    (15) การให้บริการทําความสะอาด และรายการซ่อมแซมทั่วๆไปเป็นประจําทุกเดือน
    ÷
    ลมได้ดีขึ้น
    (16) ทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (Air Filter) ของ Fan Coil เพื่อช่วยการหมุนเวียนของ
    (17) ทําความสะอาด และแก้ไขท่อน้ําทิ้ง (Drain Pipe) ที่เกิดอุดตัน
    (18) ทําความสะอาด Condenser Coil เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันทําให้เครื่องปรับอากาศไม่ สามารถระบายความร้อนได้ดี
    (19) ตรวจเช็คแท่นยึดเครื่องและแท่นมอเตอร์ต่างๆให้ยึดได้มั่นคง และแข็งแรงอยู่เสมอ (20) การซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศเบื้องต้น ในกรณีที่ตรวจสภาพพบว่ามีอุปกรณ์บางส่วน ชารุดเสียหายให้คําเนินการแก้ไขเบื้องต้น
    (21) จัดทํารายงานประจําเดือนเพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซม และบํารุงรักษาส่งให้ผู้ว่า จ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง

    (22) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้บริการตรวจสอบระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง และรายงานผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
    (23) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ระบบเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจําทุกเดือน
    (24) การล้างเครื่องปรับอากาศ ช่างหรือตัวแทนของผู้รับจ้าง จะต้องเตรียมอุปกรณ์ปิดหรือ คลุมไม่ให้น้าที่เกิดจากการล้างเครื่องปรับอากาศเปรอะเปื้อนบริเวณที่ปฏิบัติงาน และทําความสะอาดพื้นที
    บริเวณหน้างานให้เรียบร้อย
    (25) บริษัทฯ หรือผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศเบื้องต้นมาประจํา ที่มหาวิทยาลัยได้แก่ น้ํายาเครื่องปรับอากาศ (น้ํายา R-22, R-12, R-32, R-410 และน้ํายาตามรายละเอียดของ ผลิตภัณฑ์นั้นๆ) ชุดถังแก๊สสําหรับเชื่อมซ่อมระบบน้ํารั่ว, เกจวัดน้ํายาแอร์ และอะไหล่อุปกรณ์ที่จําเป็น สําหรับการซ่อมรั่วต่างๆ

    (26) ในกรณีที่ต้องดําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์ และระบบต่างๆให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการซ่อมแซม หรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที หรือภายใต้เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดโดยเมื่อผู้
    รับจ้างซ่อมแซมแล้วต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซมหรือแก้ไขงานระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน Fan
    Coil Unit (FCU) ส่งให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
  • งานดูแลระบบระบายอากาศและอัดอากาศ
    1.1 จัดทําตารางตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกันระบบ และอุปกรณ์ทั้งหมดตลอดจน ตรวจสอบการทํางานของระบบอยู่เสมอเป็นประจําทุกเดือน
    อุปกรณ์เป็นประจํา
    1.2 จัดทําตารางและตรวจสอบการทํางานของระบบระบายอากาศและอัดอากาศ รวมทั้ง
    1.3 จัดทํารายงานประจําเดือนเพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซม และบํารุงรักษาส่งให้ผู้ว่าจ้าง
    :
    :
    }
    E
    1.4 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้บริการตรวจสอบระบบระบายอากาศ และอัดอากาศอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง ตลอดจนจัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้งประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบระบายอากาศและอัดอากาศทุกกรณี
    และรายงานผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง งานดูแลระบบประปาและสุขาภิบาล ดังนี้
  1. งานประปาและเครื่องสูบน้ําประปาท่อน้ําทิ้งท่อน้ําเสียและท่อระบายน้ําฝน, งานบําบัดน้ําเสีย และ งานเครื่องสูบน้ํา
    ป้องกันน้ําท่วมที่ต้องดูแล มีดังนี้
    (1) จัดทําตารางตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกันเครื่องมือ/อุปกรณ์ของระบบประปา และสุขาภิบาลทั้งหมดเป็นประจําทุกเดือน
    (2) ตรวจสอบ และทดสอบการทํางานของเครื่อง/อุปกรณ์ของระบบประปาและสุขาภิบาล ทั้งหมดเป็นประจํา ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
    (3) จัดทํารายงานประจําเดือน เพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซมและบํารุงรักษาส่งให้ผู้ว่าจ้าง (4) จัดทํารายงานสรุปการตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ระบบประปา ท่อน้ําทิ้ง ท่อน้ํา เสีย และท่อระบายน้ําฝน รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจํา
    (5) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้บริการตรวจสอบระบบประปาและสุขาภิบาลทั้งหมดอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง และรายงานผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
    (6) ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขซ่อมแซมกรณีฉุกเฉินต่างๆอาทิ เช่น ท่อแตกท่อรั่วน้ําไม่ไหล, ระบบ สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการดําเนินงาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวแก่ผู้ใช้บริการโดยเร่งด่วน
    (7) เมื่อระบบระบบประปาและสุขาภิบาลมีปัญหา จะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อ ประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายในอาคาร เพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทาง
    วิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้ทันใช้งานได้ปกติ
    (8) จดมาตรวัดน้ําจากการประปาทุกวัน เพื่อตรวจสอบการใช้น้ําในแต่ละวัน และหาแนว ทางการใช้น้ําอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงานของผู้ว่าจ้าง
    (9) จัดล้างและทําความสะอาดบ่อพักน้ําประปา (บ่อน้ําดี) 1 ครั้ง/ปี ทั้งด้านบน และด้านล่าง อาคารบริการส่วนกลางทั้ง 5 อาคาร โดยต้องมีการระบายอากาศในพื้นที่อับอากาศ ตามหลักวิชาการและ
    มาตรฐานทางวิศวกรรม
    (10) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจวัดค่ามาตรฐานการบําบัดน้ําเสีย ทั้ง 5 อาคารส่วนกลางที่ รับผิดชอบให้ได้ค่ามาตรฐานตามที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุขกําหนดหรือหน่วยงานอื่นๆที่กําหนด และส่งค่ามาตรฐานส่งให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
    (11) จัดทําตารางเวลาการเปิด - ปิดเครื่องสูบน้ําตามความเหมาะสม และควบคุมตลอดเวลา
    ทุกครั้ง เมื่อมีฝนตกโดยเร็ว

}
:
(12) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้บริการตรวจสอบระบบเครื่องสูบน้ําป้องกันน้ําท่วมอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง และดูดหรือตักเศษสิ่งปฏิกูลต่างๆในบ่อสูบน้ําต่างๆ อย่างน้อย 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง โดยรายงานผู้ ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
(13) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา และจัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์รวมทั้ง กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบประปาและ
ประมาณการค่าใช้จ่าย สุขาภิบาล และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง

  • งานดูแลระบบดับเพลิง
  1. งานระบบหัวฉีดอัตโนมัติ (Sprinkler System), งานระบบหัวจ่ายน้ําดับเพลิงและสายสูบ, งาน ดับเพลิงชนิดเคมีและดับเพลิงด้วยก๊าซ Clean Agent (FM-200), งานระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้และแจ้ง เหตุฉุกเฉินที่ต้องดูแล มีดังนี้
    เป็นประจํา
    (1) จัดทําตาราง และตรวจสอบการบํารุงรักษาเชิงป้องกันระบบดับเพลิง และอุปกรณ์ทั้งหมด
    (2) จัดทํารายงานประจําเดือน เพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซมและการบํารุงรักษาเชิง ป้องกัน ส่งให้ผู้ว่าจ้าง
    (3) ตรวจสอบแรงดันของน้ําในท่อ, ตรวจสอบแรงดันและปริมาณเคมีในถังเป็นประจํา เพื่อให้ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
    (4) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบ และทดสอบการทํางานของระบบดับเพลิง และ อุปกรณ์ทั้งหมดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งในวันหยุดราชการ เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมทํางานได้เมื่อเกิดเหตุและ จะต้องรายงานผลผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
    (5) ทดสอบการฉีดน้ําจากหัวจ่ายดับเพลิงและสายสูบเป็นประจําทุก 3 เดือน และตรวจสอบ อุปกรณ์ควบคุมระบบหัวจ่ายน้ําดับเพลิงและสายสูบเช่น
  • คูน้ํามันเครื่อง
  • ตรวจเช็คน้ําในหม้อน้ํา
    ตรวจเช็คน้ํากลั่นของแบตเตอรี่
  • Test Fire Pump เป็นประจําทุกๆสัปดาห์
  • ตรวจเช็คสานพาน
  • ตรวจเช็คไส้กรอง/ทําความสะอาด
  • ตรวจเช็คแรงดันในระบบท่อดับเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต
  • งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    (6) ตรวจสอบสถานการณ์ทํางานของ Fire Pump และ Jockey Pump เป็นประจําทุกวัน
    (7) ติดต่อบริษัทเครื่องดับเพลิงเคมีให้นําถังที่มีปริมาณเคมีน้อย หรือที่ใช้หมดแล้วไปเติมให้
    เต็มเพื่อให้พร้อมที่จะใช้งานได้เสมอ
    :
    (8) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษาจัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้ง
    ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติม ทุกกรณี และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    และการบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบดับเพลิงทั้งหมด
    (9) เมื่อระบบดับเพลิงมีปัญหาหรือชํารุดเสียหาย จะต้องรีบทําการตรวจสอบและดําเนินการ แก้ไขให้ใช้งานได้ปกติ ในกรณีที่ต้องรีบดําเนินการติดต่อประสานงานไปยังบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อทําการ เข้าตรวจสอบและซ่อมแซมโดยเร็ว ซึ่งทุกครั้งที่ระบบดับเพลิงมีปัญหาผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้ที่อาศัยภายในอาคาร
    เพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม
    (10) ในกรณีที่ต้องดําเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์ หรือระบบต่างๆให้ใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการซ่อมแซมปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามปกติทันที หรือภายใต้เงื่อนไขเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดโดย เมื่อผู้ รับจ้างซ่อมแซมแล้วเสร็จ ต้องส่งเอกสารรายงานการซ่อมแซมหรือแก้ไขระบบดับเพลิงทั้งหมด ส่งให้ผู้ว่าจ้างทุก
    ครั้ง
    งานดูแลระบบสื่อโสตทัศน์
  1. งานระบบโสตทัศนูปกรณ์, งานคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายที่ต้องดูแล มีดังนี้
    (1) เปิด-ปิดระบบสื่อโสตทัศน์ทั้งหมดประจําห้องเรียนตามตารางการใช้งาน รวมทั้งจัดทํา ตารางและตรวจสอบระบบโสตทัศน์ และอุปกรณ์ทั้งหมดประจําห้องเรียนให้พร้อมใช้งานเป็นประจํา
    (2) จัดทํารายงานประจําเดือน เพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซมและบํารุงรักษาส่งให้ผู้ว่าจ้าง
    ทราบ
    (3) แก้ไขซ่อมแซมระบบโสตทัศนูปกรณ์ทั้งหมด กรณีฉุกเฉินต่างๆ อาทิ เช่น อุปกรณ์ไม่ สามารถใช้งานได้กะทันหัน
    (4) อํานวยความสะดวกในการเปิด-ปิดระบบสื่อโสตทัศน์ทั้งหมดเพื่อการเรียนการสอน และ กิจกรรมอื่นๆ ภายในอาคารฯ
    (5) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้บริการตรวจสอบระบบสื่อโสตทัศน์ทั้งหมดอย่างน้อยเดือนละ
    1 ครั้ง และรายงานผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
    (6) ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา จัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้ง ประมาณการค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ของระบบสื่อโสตทัศน์ ทั้งหมด ในทุกกรณีและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
    (7) เมื่อระบบสื่อโสตทัศน์มีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบ และติดต่อประสานงานกับผู้ที่ เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม และต้องรีบดําเนินการแก้ไข
    ให้ทันใช้งานได้ปกติ

    ผู้วาจาง
    งานดูแลระบบแก๊สหุงต้ม
  2. จัดทําตาราง และตรวจสอบการทํางานของระบบทั้งหมดเป็นประจําทุกเดือน
  3. จัดทํารายงานประจําเดือน เพื่อสรุปผลการปรับปรุงซ่อมแซมและการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ส่งให้
  4. ทดสอบการทํางานของระบบแก๊สหุงต้ม และอุปกรณ์ พร้อมรายงานผลเป็นประจําทุกเดือนๆละ 1 ครั้ง ในวันหยุดราชการเพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมทํางานได้เมื่อเกิดเหตุ
  5. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้บริการตรวจสอบระบบแก๊สหุงต้มอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และรายงาน ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
  6. ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา และจัดทํารายละเอียดการซ่อมแซม/บํารุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้ง กรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบแก๊สหุงต้ม
    ประมาณการค่าใช้จ่าย
    ทุกกรณีและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง
  7. เมื่อระบบมีปัญหาหรือชํารุดเสียหายจะต้องรีบทําการตรวจสอบและติดต่อประสานงานไปยังบริษัท
    เจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อทําการเข้าตรวจสอบและซ่อมแซม โดยต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้ทันใช้งานได้ปกติ และ
    ดําเนินการแจ้งผู้ที่อาศัยภายในอาคารเพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการและมาตรฐานทางวิศวกรรม
  8. ภาระหน้าที่งานดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลางอื่นๆ
    12.1 กรณีที่มหาวิทยาลัยฯ มีการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ขึ้นใหม่ในพื้นที่อาคารที่ผู้รับจ้างดูแลที่ระบุใน
    ขอบเขตของงานจ้างเหมาดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลางนั้น โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติมไปจน
    ครบกําหนดสัญญาจ้าง
    12.2 ผู้รับจ้างต้องเขียน หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานในตําแหน่งนั้นๆ (Job Description) ของ พนักงานแต่ละคนไว้อย่างชัดเจน และแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ
    12.3 ภายหลังจากการบํารุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไขระบบ หรือกรณีฉุกเฉินต่างๆเรียบร้อยแล้วผู้รับจ้าง จะต้องทําการทดสอบ และตรวจระบบนั้นๆว่าสามารถกลับมาใช้งานได้ดีดั่งเดิมและไม่มีผลกระทบต่อระบบ วิศวกรรมอาคารส่วนกลาง แล้วจึงจัดทําเป็นเอกสารสรุปการปฏิบัติทุกครั้ง
    12.4 ผู้รับจ้างจะต้องมีมาตรการคอยสอดส่องระวังเหตุ และควบคุมมิให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับ อนุญาตเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติงานเช่น ห้องเครื่องจักรกล, ประตูชั้นดาดฟ้า ฯลฯ และหากพบเห็นสิ่งผิดปรกติ ต้องรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบทุกครั้ง
    12.5 ผู้รับจ้างจะต้องจัดมาตรการเฝ้าระวังผู้รับเหมาต่างๆ โดยทําทะเบียนควบคุมผู้รับเหมา หรือผู้ที่ เข้ามาดําเนินการต่างๆ ภายในอาคารของผู้ว่าจ้างโดยขอหลักฐาน สําเนาบัตรประชาชน, หนังสือขออนุญาตเข้า มาในพื้นที่ปฏิบัติงานและอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดเพิ่มเติม
    12.6 ผู้รับจ้างต้องจดบันทึกการเข้า-ออก และรายงานการปฏิบัติงานของช่างหรือผู้รับจ้างภายนอกทุก รายที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในหน่วยงานของผู้ว่าจ้าง
    12.7 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดทําบอร์ดประจําพื้นที่ทุกอาคารที่รับผิดชอบ/หน่วยงานพร้อมติดรูป พนักงานที่ประจําพื้นที่นั้นๆ เพื่อแจ้งหน่วยงานทราบ หากมีการเปลี่ยนแปลงตัวพนักงานต้องติดรูปพนักงานให้ เป็นปัจจุบัน (จะเพิ่มหรือลดพนักงานต้องเป็นข้อมูลใหม่ล่าสุด)
    12.8 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแจ้งรายชื่อพนักงานพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยล่วงหน้า 5 วันทําการ (ทั้งส่งพนักงานเพิ่มเติมหรือโยกย้ายหรืออื่นๆ)
    ตัวพนักงานพร้อมระบุเหตุผลประกอบ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้
    ว่าจ้างทุกกรณี
    12.9 ผู้รับจ้างต้องทําการดักจับและกําจัด หนู แมลงและสัตว์อื่นๆ ที่มากัดสายไฟฟ้าในบริเวณที่คาดว่า ก่อความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรต่างๆ ของผู้ว่าจ้าง
    12.10 วางแผนฉุกเฉินเกี่ยวกับการป้องกันโรคอุบัติใหม่และภัยการก่อการร้ายสากล ที่คาดว่าก่อความ เสียหายต่อระบบประกอบอาคารและเครื่องจักรต่างๆ ของผู้ว่าจ้าง
    12.11 ผู้รับจ้างต้องรายงานการตรวจสอบงานในระบบต่างๆ ที่ระบุในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ พร้อมให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบเป็นประจําทุกเดือนที่มีการตรวจรับพัสดุ
    12.12 จัดทําเอกสารรายงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานตลอดจนวาระการประชุมตรวจรับพัสดุให้
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบเป็นประจําทุกเดือนที่มีการตรวจรับพัสดุ
    12.13 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหาระบบการให้บริการช่องทางแบบออนไลน์เชื่อมกับฐานข้อมูลเดิม ของทางมหาวิทยาลัย โดยข้อมูลที่เก็บไว้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ทางมหาวิทยาลัย เช่น ช่องทางระบบฐานข้อมูล ออนไลน์ในการให้บริการ (กูเกิลฟอร์ม) เป็นต้น โดยจัดให้สามารถใช้ได้ภายใน วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2559 เป็น ต้นไป หรือตามดุลยพินิจที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    12.14 ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนงานขั้นตอนการทํางาน และรายชื่อบุคลากรของบริษัทที่จะเข้ามา ให้บริการทําการซ่อมแซมและปรับปรุงระบบ ดังต่อไปนี้
    (1) ระบบลิฟต์ และบันไดเลื่อน
    (2) ระบบปรับอากาศ
    ต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนเข้าดําเนินการ หากไม่ดําเนินการตามที่ระบุไว้ ทางมหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ตรวจรับงวดงานนั้นๆ และขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาผู้รับจ้างราย ถัดไปที่มีสมรรถนะในงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารที่ดีกว่ามาดําเนินการ
    12.15 ที่งานดูแลตลาดนัดของมหาวิทยาลัย (จันทร์-ศุกร์) และงานอื่นๆ ผู้ว่าจ้างสั่งการในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลางหรือมาตรฐานเกี่ยวกับ
    อาคารตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  9. ข้อควรปฏิบัติงานดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง การจัดทําแผนและ
    รายงานผลการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องสํารวจพื้นที่ทั้งหมดโดยละเอียดเพื่อดูแลและควบคุมปัญหาและจะต้องจัดทําแผนการ ดําเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลางและงานบริการ ต่างๆ ประจําสัปดาห์ ประจําเดือน ส่งให้ผู้ว่าจ้างตลอดระยะเวลาของสัญญาจ้าง โดยที่ผู้รับจ้างต้องปรับเปลี่ยน แผนงานให้สอดคล้องกับสภาวการณ์เสนอผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบก่อนการดําเนินงาน และรายงานผลการ ดําเนินงานของเดือนปัจจุบันเสนอต่อผู้ว่าจ้าง และจะต้องส่งรายงานภายใน 5 วันทําการของเดือนถัดไป ก่อน การตรวจรับพัสดุในงวดเดือนนั้น โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะพิจารณารายงานประจําเดือนที่ผู้รับจ้าง
    จัดส่งและถือเป็นส่วนประกอบสําคัญในการตรวจรับพัสดุ
    อนึ่งในการจัดตารางดูแลรักษา ผู้รับจ้างจึงตรวจสอบศึกษาเวลาปฏิบัติงานของพนักงานและต้องจัด ตารางเวลาให้เกิดผลกระทบต่อการทํางานน้อยที่สุด
  10. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างในกรณีดังต่อไปนี้
    14.1 ความผิดที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างในกรณีดังต่อไปนี้
    (1) ในระหว่างปฏิบัติงานถ้าผู้รับจ้างได้กระทําการใดๆอันเป็นการละเมิดต่อบุคคล หรือ
    ทรัพย์สินของบุคคลอื่นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดในบรรดาความเสียหายที่ได้กระทําขึ้นนั้นเอง
    (2) หากความสูญเสีย หรือความเสียหายของทรัพย์สินซึ่งผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเกิดขึ้นเพราะ ผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างมีส่วนผิดอยู่ด้วย คู่สัญญาจะร่วมกันรับผิดโดยให้ความรับผิดของคู่สัญญาแต่
    ละฝ่ายขึ้นอยู่กับการที่คู่สัญญาแต่ละฝ่ายได้มีส่วนในความผิดนั้นยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร
    (3) ความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น และอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างตาม สัญญาผู้รับจ้างมีสิทธิจะเลือกรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยชดใช้ให้เป็นทรัพย์สินประเภทหรือ
    ชนิดเดียวกันโดยชดใช้ราคาให้ตามราคาหรือค่าเสียหายที่แท้จริงขณะเกิดความสูญเสียหรือความเสียหาย
    (4) ในระหว่างการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างถ้าเกิดความเสียหายใดๆไม่ว่าจะเกิดขึ้นแก่บุคลากร ของผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอกซึ่งก่อให้เกิดความชํารุดบกพร่องหรือเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายแก่
    ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างหรือของบุคลากรผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอกอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทําหรือ ละเว้นการกระทําของพนักงานผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ผู้ว่าจ้างหรือบุคคลกรของผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอก ตามจํานวนที่เสียหายจริง ภายในระยะเวลาที่ผู้
    วาจางก้าหนด
    (5) ความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งอยู่ภายในและภายนอกอาคาร สถานที่แต่อยู่ในบริเวณที่ระบุตามสัญญา จะต้องเป็นทรัพย์สินที่เห็นประจักษ์ตามปกติด้วยสายตาหรือเป็น
    ทรัพย์สินที่ผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือและหรือได้มีการตรวจสอบบันทึกประเภทชนิดจํานวน
    โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้างแล้ว
    (6) ความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นและเป็นความสูญเสียหรือความเสียหายที่ผู้รับจ้าง
    จะต้องรับผิดไม่ว่าจะเป็นความรับผิดตามกฎหมายหรือความรับผิดตามข้อสัญญาก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่า
    สินไหมทดแทนสําหรับความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นและหากความสูญเสียหรือความเสียหายที่ เกิดขึ้นมีราคาความสูญเสียหรือความเสียหายผู้รับจ้างจะต้องรับผิดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความ สูญเสียหรือความเสียหายนั้นตามจํานวนมูลค่าความเสียหายจริงต่อผู้ว่าจ้างทันที
    (7) การส่งมอบงานของผู้รับจ้างต้องจัดทําทะเบียนคุมครุภัณฑ์ส่วนกลาง และประวัติการ ซ่อมแซมเครื่องจักร-อุปกรณ์ทั้งหมด โดยส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบก่อนวันที่ 15 กันยายน 2569 รวมทั้งต้อง ส่งมอบงานระบบต่างๆ หากผู้รับจ้างละเลยไม่ปฏิบัติตาม ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างเหมารวมตามสัญญา จนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการแล้วเสร็จ 14.2 ข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับจ้างที่ไม่ต้องรับผิดต่อผู้ว่าจ้างในกรณีดังต่อไปนี้
    :
    :
    (1) ความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากเหตุสุดวิสัยอาทิ เช่น ผลของสงครามการ
    รุกรานการกระทําของข้าศึกต่างชาติสงครามกลางเมืองการเกิดจลาจลภัยธรรมชาติ
    (2) ความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากเหตุสุดวิสัยผู้ว่าจ้างลูกจ้างหรือผู้แทนของ ผู้ว่า
    จ้างเป็นผู้กระทําเสียเองหรือให้ความร่วมมือกับบุคคลภายนอกในกรณีที่สามารถรู้ตัวผู้กระทําผิด
    (3) ความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากการปล้น หรือภัยต่างๆซึ่งไม่อยู่ในวิสัย ท่าจะ ป้องกันได้เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ
    ผู้รับจ้างหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
    (4) ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินส่วนตัวของ ผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง รวมทั้งบุคคลากรของผู้ว่าจ้างหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่มิใช่คู่สัญญา
    เว้นแต่ทรัพย์สินส่วนตัวที่ผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง รวมทั้งบุคคลากรของผู้ว่าจ้างนํามาใช้ในสํานักงาน
    ของผู้ว่าจ้างเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานและได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบรายการของทรัพย์สินนั้นแล้ว
  11. สิ่งที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้
    ผู้ว่าจ้างจะจัดหาสถานที่เฉพาะที่จําเป็นดังต่อไปนี้ให้ผู้รับจ้างเท่านั้น นอกเหนือจากที่ระบุในรายการนี้
    ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งสิ้น
    15.1 ห้องทํางานดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลาง 15.2 ห้องควบคุมระบบต่างๆ
    15.3 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการติดตั้งมิเตอร์น้ํา มิเตอร์ไฟฟ้า ณ จุดที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้โดยต้องชําระแก่ มหาวิทยาลัย ตามยอดการใช้จริงภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน
    ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษาความสะอาด ตลอดจนออกกฎระเบียบการใช้ห้อง (โดยใช้หลัก 5ส. โดยรวม ถึงห้องเครื่อง และพื้นที่ที่ทางผู้รับจ้างรับผิดชอบ) การควบคุมดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพวิศวกรรม
    และการใช้พลังงานและทรัพยากรให้เป็นไปอย่างประหยัดและปฏิบัติตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยหรือผู้
    ว่าจ้างอย่างเคร่งครัด
  12. การส่งมอบงานและการตรวจรับพัสดุ
    ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จเรียบร้อยครบถ้วนถูกต้องตรงตาม
    ข้อกําหนดในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะในแต่ละเดือน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทําการตรวจรับ มอบงานเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    16.1 เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานตามสัญญาแล้วเสร็จในแต่ละงวดเดือน ให้ทําหนังสือแจ้งการส่งมอบ งานประจํางวดเดือนนั้นๆ พร้อมแนบเอกสาร ดังนี้
    ชัดเจนไม่เบลอ)
    รอยแก้ไขใดๆ)
    (1) รายงานผลการปฏิบัติงานประจําเดือนที่จะส่งมอบงาน พร้อมภาพถ่ายประกอบ (ภาพต้อง
    (2) ใบเซ็นชื่อของผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่ตรงกับโบสแกนลายนิ้วมือ (ถูกต้อง ครบถ้วนไม่มี
    (3) สรุปปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน พร้อมแนวทางแก้ไข
    (4) แผนการปฏิบัติงานดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาในเดือนถัดไป (5) แผนการปฏิบัติงานของพนักงานในเดือนถัดไป
    (6) อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าจ้างสั่ง

    มี
    16.2 การส่งมอบงานตามข้อ 16.1 ให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างก่อนการประชุมคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุส่งภายในทุกๆ สิ้นเดือน (นับวันทําการเป็นเกณฑ์พิจารณา)
    16.3 หากการส่งมอบงานตามข้อ 16.1 ไม่ถูกต้องเรียบร้อยผู้ว่าจ้างจะดําเนินการส่งคืนผู้รับจ้างหรือ ตัวแทนผู้รับจ้าง และแก้ไขจนกว่าการส่งมอบงานตามข้อ 16.1 ถูกต้องเรียบร้อยสมบูรณ์ โดยผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วันทําการนับถัดจากวันที่ได้รับเอกสารคืนจากผู้ว่าจ้าง จึงกําหนดวัน ประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ต่อไป
    16.4 ผู้รับจ้างต้องประกอบรูปเล่มเอกสารดังกล่าวเท่ากับจํานวนของคณะกรรมการหรือตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนด ต่อการส่งมอบงานในแต่ละงวดงาน โดยนําส่งตัวแทนผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างที่ ส่วนพัฒนากายภาพชั้น 2 อาคารสํานักงานอธิการบดี 3 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ภายใน กําหนด 5 วันทําการนับถัดจากวันสิ้นเดือน ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ไม่รับเอกสารการแจ้งส่งมอบงาน ถ้าหากผู้รับ จ้างส่งเอกสารมาไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องตรงตามข้อกําหนดดังกล่าว โดยที่ผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงินชดเชยใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของการส่งเอกสารส่งมอบงานและใบแจ้งหนี้ของผู้รับจ้างมิได้
    16.5 การส่งเอกสารต่างๆที่ผู้รับจ้างส่งถึงผู้ว่าจ้างให้ส่งที่ชั้น 2 อาคารสํานักงานอธิการบดี 3
    มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
    16.6 การส่งมอบงานงวดสุดท้าย (งวดที่ 12) ผู้รับจ้างต้องจัดทําทะเบียนคุมครุภัณฑ์ส่วนกลาง และ ประวัติการซ่อมแซมเครื่องจักร-อุปกรณ์ทั้งหมด ตลอดจนส่งมอบแฟ้มงานต่างๆที่ดําเนินงานทั้ง 12 เดือนแก่ผู้ ว่าจ้างภายในวันที่ 16 กันยายน 2570 (ไม่รวมการส่งมอบงานประจําเดือน)
  13. บทลงโทษ การปรับ และการบอกเลิกสัญญา
    17.1 ผู้รับจ้างต้องนําส่งรายชื่อพร้อมแนบสําเนาวุฒิการศึกษา (เอกสารที่ส่งต้องถูกต้อง คมชัด ไม่ เบลอ) ของพนักงานของผู้รับจ้างทั้งหมดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างตรวจสอบ ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา (กรณีวุฒิการศึกษาหาย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุขอสงวนสิทธิ์ไม่รับใบแจ้ง ความ) หากไม่ดําเนินการผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญาจ้าง นับตั้งแต่วันที่ครบกําหนดนั้นจนถึงวันที่ผู้รับจ้างนําส่งรายชื่อพร้อมแนบสําเนาวุฒิการศึกษา ครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกําหนดเงื่อนไขในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและห้ามมิให้พนักงานเหล่านั้นของ
    ผู้รับจ้างปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าเอกสารประวัติจะครบถ้วน
    17.2 ดูแลระบบลิฟต์โดยสารลิฟต์ส่งของ และบันไดเลื่อน (สัญญารวมอะไหล่ยกเว้นสลิงลิฟต์, มอเตอร์ ขับเคลื่อนลิฟต์, บอร์ดควบคุมลิฟต์และบันไดเลื่อน, ระบบไฟฟ้าสํารองฉุกเฉินลิฟต์, ชุดควบคุมหลักของลิฟต์ และบันไดเลื่อน และโซ่ขับบันไดเลื่อน, ราวจับมือบันไดเลื่อน) ซึ่งหากเกิดความชํารุดเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ (ยกเว้นเหตุสุดวิสัยอาทิ เช่น ผลของสงคราม การรุกราน การกระทําของข้าศึกต่างชาติ สงครามกลางเมือง การ เกิดจลาจล ภัยธรรมชาติ) ผู้รับจ้างจะต้องรีบดําเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันทําการหรือตามที่ผู้
    ว่าจ้างกําหนด นับตั้งแต่วันที่อุปกรณ์ดังกล่าวใช้งานไม่ได้ หากกรณีที่เป็นอะไหล่นําเข้าผู้รับจ้างต้องมีหนังสือ รับรองหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง แจ้งผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในระยะเวลา 5 วันทําการ นับตั้งแต่ วันที่อุปกรณ์ดังกล่าวใช้งานไม่ได้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดดังกล่าว ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตราร้อย ละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญาจ้าง จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการ ครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกําหนดเงื่อนไขในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและสัญญาจ้าง
    17.3 ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาและ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะงานจ้างในข้อดังต่อไปนี้
    17.3.1 พนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานสายไม่เกิน 15 นาที ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 100 บาท ต่อคน ถ้าเกิน 8 ครั้งต่อเดือนต่อคน ให้บริษัทจัดหาพนักงานใหม่มาทดแทนพนักงานรายดังกล่าว และไม่สามารถให้พนักงานคนเดิมกลับมาทํางานได้ใหม่ โดยให้จัดหามาทดแทนภายใน 7 วัน (นับวันที่บริษัทยืน เอกสารของพนักงานคนใหม่เข้ามาให้ที่มหาวิทยาลัย) ยกเว้นเฉพาะการปฏิบัติงานต่อเนื่องจากช่วงบ่ายและเข้า ปฏิบัติงานช่วงดึกไม่ให้สายเกิน 5 นาที ผู้รับจ้างจึงจะถูกปรับในอัตรา 100 บาท
    17.3.2 พนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงาน สายเกิน 15 นาที แต่ไม่เกิน 60 นาที ในแต่ละวันไม่ว่า กรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 700 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับผู้จัดการโครงการ วิศวกรอาคารและผู้ ประสานงาน) และในอัตรา 500 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับหัวหน้าช่างเทคนิค ช่างเทคนิค ช่างสื่อโสตทัศน์) และสายไม่เกิน 3 ครั้งต่อเดือนต่อคน ให้บริษัทจัดหาพนักงานใหม่มาทดแทนพนักงานรายดังกล่าว และไม่ สามารถให้พนักงานคนเดิมกลับมาทํางานได้ใหม่ โดยให้จัดหามาทดแทนภายใน 7 วัน
    1
    17.3.3 พนักงานเข้าปฏิบัติงานสายเกิน 60 นาที หรือ พนักงานของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ ครบ (ขาดงาน) ตามจํานวนอัตราพนักงาน ที่กําหนดในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและสัญญาจ้าง ผู้รับจ้าง จะถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญา และถ้าเกิน 3 ครั้งต่อ เดือนต่อคน ให้บริษัทจัดหาพนักงานใหม่มาทดแทนพนักงานรายดังกล่าว และไม่สามารถให้พนักงานคนเดิม กลับมาทํางานได้ใหม่ โดยให้จัดหามาทดแทนภายใน 7 วัน
    17.3.4 พนักงานของผู้รับจ้างเสพของมึนเมา สุรา หรือเสพสิ่งเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่หรือ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 900 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับผู้จัดการโครงการ วิศวกร อาคารและผู้ประสานงาน) และในอัตรา 600 บาท ต่อคนต่อวัน (สําหรับหัวหน้าช่างเทคนิค ช่างเทคนิค ช่างสื่อ โสตทัศน์) และถูกปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญา และต้องออกจากงานทันที หากผู้รับจ้างยังเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคําสั่งผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างภายใน 24 ชั่วโมง ขอสงวนสิทธิ์ให้พนักงานของผู้รับจ้างออกจากพื้นที่โดยทันทีและห้ามกลับมาปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้
    ว่าจ้างตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลง
    17.3.5 พนักงานของผู้รับจ้างไม่แต่งเครื่องแบบตามที่กําหนด หรือแต่งกายไม่เรียบร้อยเช่น ใส่ รองเท้าแตะ ไม่ใส่ชุดฟอร์มของผู้รับจ้าง ไม่มีป้ายชื่อ เป็นต้น ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 300 บาทต่อคนต่อวัน หากผู้รับจ้างได้รับการตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขภายใน 5 วันท่าการ นับตั้งแต่วันที่ผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างแจ้งให้ทราบ มิเช่นนั้นผู้รับจ้างจะถูกปรับเพิ่มอีกใน อัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญาจ้าง
    17.3.6 พนักงานผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ตรงตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะและสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 700 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับผู้จัดการโครงการ วิศวกรอาคารและผู้ประสานงาน) และในอัตรา 500 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับหัวหน้าช่างเทคนิค ช่างเทคนิค ช่างสื่อโสตทัศน์) และถูกปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ของ วงเงินตามสัญญาจ้างจนกว่าจะดําเนินการถูกต้องครบถ้วนตามข้อกําหนดในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    17.3.7 ผู้รับจ้างมีวัสดุหรืออุปกรณ์ไม่ครบตามที่ขออนุมัติในหัวข้อที่ 23.3 หรือตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 600 บาทต่อชิ้นต่อวัน จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ ดําเนินการครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกําหนดเงื่อนไขในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและสัญญาจ้าง
    17.3.8 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและผู้รับจ้างได้รับการ ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขภายใน 7 วันทําการนับตั้งแต่ วันที่ผู้ว่าจ้างแจ้งให้ทราบ มิเช่นนั้นผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างใน เดือนนั้นๆ ตามสัญญาจ้างจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกําหนดเงื่อนไขใน
    รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและสัญญาจ้าง
    17.3.9 กรณีการสแกนลายนิ้วมือและลงลายมือชื่อปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการสแกน ลายนิ้วมือและลงลายมือชื่อปฏิบัติงานทั้ง 2 ช่วงเวลาคือเวลาเริ่มเข้าปฏิบัติงานและเวลาเลิกปฏิบัติงาน หาก พบว่าไม่มีการสแกนลายนิ้วมือและไม่ลงลายมือชื่อปฏิบัติงานเวลาใดเวลาหนึ่ง ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการปรับ เป็นการขาดงานในวันนั้นๆ อนึ่งหากพนักงานของผู้รับจ้างสแกนลายนิ้วมือไม่ติด ขอให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการแจ้ง ผู้ว่าจ้างพร้อมทําหนังสือรับรองการมาปฏิบัติงานพร้อมแนบหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด(ต้องมี ภาพใบหน้าของพนักงานชัดเจน ไม่เบลอ มีรายละเอียดในภาพเห็น วัน เวลาและสถานที่ชัดเจน) ของผู้ว่าจ้าง หรืออื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างสั่งการ และจะต้องมีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างลงนามรับรอง ภายใน1วันทําการ หากไม่ดําเนินการแจ้งผู้ว่าจ้างจะถือว่าขาดงานเช่นกัน
    17.3.10 หากผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบว่าผู้รับจ้างทําใบรับรองการปฏิบัติงานหรือส่งเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับใบรับรองการปฏิบัติงานอันเป็นเท็จ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเป็นการขาดงานในวันนั้นๆ และผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตาม สัญญาจ้าง ต่อคน ต่อกรณี ต่อครั้ง ต่อเหตุการณ์
    17.3.11 หากผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบว่าผู้รับจ้างนําพนักงานที่มีประวัติอาชญากรรม หรือส่ง เอกสารอื่นๆ (เช่นใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม, ประวัติพนักงาน, หลักฐานการศึกษาและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) อันเป็นเท็จ ซึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพนักงาน ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการปรับนับตั้งแต่วันที่พนักงานคน นั้นๆ เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ หรือ การส่งเอกสารนั้นๆ โดยผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญาจ้าง ต่อคน ต่อกรณี ต่อครั้ง ต่อเหตุการณ์ และจะถูก ดําเนินคดีเกี่ยวกับการส่งเอกสารอันเป็นเท็จต่อทางราชการต่อไป
    17.3.12 พนักงานของผู้รับจ้างสามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องกันไม่เกิน 18 ชั่วโมงต่อวันต่อคน รวมเวลาพัก (ตามกฎหมายแรงานกําหนด) หากเป็นผู้รับจ้างจะถูกปรับเหมือนกรณีพนักงานของผู้รับจ้างข
    งาน ยกเว้นกรณีฉุกเฉินโดยผู้รับจ้างต้องทําหนังสือแจ้งผู้ความคุมงานหรือคณะกรรมการให้รับทราบเป็นราย
    กรณีภายใน 1 วันทําการ
    17.3.13 พนักงานของผู้รับจ้างมาสแกนลายนิ้วมือออกก่อนเวลาที่กําหนด ทางผู้ว่าจ้างขอ สงวนสิทธิ์ปรับขาดงานทันที ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
    17.4 หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างขาดประสิทธิภาพในการทํางาน ทําการละเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา จ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการยกเลิกสัญญาจ้างและนําเงินงบประมาณที่เหลือไปว่าจ้างบุคคลอื่นมาปฏิบัติงาน แทนได้ทันที โดยผู้รับจ้างที่ถูกบอกเลิกสัญญาต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่เกิดขึ้นและไม่สามารถ เรียกร้องใดๆ ได้ทั้งสิ้น โดยผลการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
    17.5 การจ้างช่วง ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนแห่งสัญญาจ้างนี้ไปจ้างช่วง อีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุแล้ว การที่ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้อนุญาตให้จ้างช่วงงานแต่บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญาจ้างนี้ และผู้รับจ้างจะยังคงรับผิดใน
    ความผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้ว่าจ้างช่วง หรือตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้ว่าจ้างช่วงนั้นทุกประการ
    17.5.1 กรณีผู้รับจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนในข้อ 17.5 ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญาจ้าง นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างฝ่าฝืนการกระทําดังกล่าว
    หากผู้รับจ้างยังไม่ปฏิบัติตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการยกเลิกสัญญาจ้างและสามารถ จ้างบุคคลอื่นหรือผู้รับจ้างรายอื่นมาปฏิบัติงานแทนได้ทันที โดยผู้รับจ้างที่ถูกบอกเลิกสัญญาต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่เกิดขึ้นและไม่สามารถเรียกร้องใดๆ ได้ทั้งสิ้น โดยผลการพิจารณาของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
    17.6 ผู้รับจ้างต้องทําการดักจับและกําจัดหนู, แมลงและสัตว์อื่นๆ ที่มากัดสายไฟฟ้าในบริเวณที่คาดว่า ก่อความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรต่างๆ ของผู้ว่าจ้าง หากไม่ดําเนินการจะปรับในอัตราวันละ 700 บาทต่อวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้มาใช้บริการอาคารหรือจากผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง จนกว่าจะซ่อมแซมแก้ไขเรียบร้อย แล้วจึงหยุดดําเนินคิดค่าปรับในกรณีดังกล่าว
    17.7 การตรวจร่างกายและสิ่งเสพติด ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของ พนักงานของผู้รับจ้าง ที่มาปฏิบัติงาน ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ทุกคน โดยต้องเป็น ผู้ปฏิบัติงานที่เป็นตัวจริงที่ไม่ใช่พนักงานของผู้รับจ้างสํารอง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจหาสารเสพติดให้
    แล้วเสร็จ และแจ้งผลการตรวจให้คณะกรรมตรวจรับพัสดุทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และหากผู้ตรวจสอบ หรือตัวแทนผู้ว่าจ้างมีข้อสงสัยในพฤติกรรมของพนักงานของผู้รับจ้าง ผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้
    ผู้รับจ้างดําาเนินการตรวจหาสารเสพติดได้โดยทันทีและผู้รับจ้างต้องยินยอมให้หน่วยงานที่ทําหน้าที่ตรวจสอบ สารเสพติดจากภายนอกหน่วยงาน มาทําการตรวจให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากพบพนักงานของผู้รับจ้าง มีสารเสพติดในร่างกายทุกชนิด ผู้รับจ้างจะต้องนําออก นอกพื้นที่ทันทีและไม่อนุญาตให้พนักงานที่มีสารเสพติดกลับเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างอีก โดยผู้รับจ้างต้องทําหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    17.8 เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบทําการตรวจสอบแก้ไขเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง หากมี อุปกรณ์เสียหาย ให้ติดต่อประสานงานกับผู้ที่อาศัยภายในอาคาร เพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักวิชาการ และมาตรฐานทางวิศวกรรม หากไม่ชี้แจงต่อผู้ว่าจ้างถึงสาเหตุของปัญหาภายใน 48 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง จะ โดนปรับในอัตราร้อยละ 0.1 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ
    17.9 ในกรณีพบว่ามีความเสียหายของเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่รายงานผลจํานวน 3 ครั้ง จะถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.1 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ต่อ/จํานวน ความผิดพลาด 3
    รายการ
    17.10 โดยทําการสแกนลายนิ้วมือกับผู้ว่าจ้างให้แล้วเสร็จก่อนเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ล่วงหน้า 7 วัน ทําการ และทําการสแกนลายนิ้วมือตามวันและเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด หากไม่ดําเนินการ จะมีค่าปรับร้อยละ 0.1 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ
    17.11 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน หากมีความเสียหาย เกิดขึ้นกับบุคคล สิ่งก่อสร้างและหรือทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน 5 วัน ทําการนับตั้งแต่วันที่ตรวจพบความเสียหาย เช่น ก๊อกน้ํา โถปัสสาวะ โถอุจจาระ สายฉีดชําระ ฟรัชวาล์ว พื้น กระเบื้องและอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอาคารที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบเป็นต้น หากพนักงานมิได้รายงานความ
    เสียหายดังกล่าวและผู้ตรวจสอบหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจพบจะถือเสมือนหนึ่งความเสียหายนั้น เกิดจากการกระทําของพนักงานเองและผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้โดยยินยอมให้หักจากเงินงวดที่ผู้ ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ สัญญา และการตรวจสอบ การรายงานความเสียหายของผู้รับจ้างจะต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
    17.12 กรณีทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายอันเป็นความรับผิดตามกฎหมาย หรือตามสัญญา และหากมีความจําเป็นต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญาหรือแพ่งเพื่อบันทึกไว้ เป้นหลักฐานผู้รับจ้างจะเร่งดําเนินการและแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน 3 วันทําการนับแต่วันที่ทราบเหตุแห่ง
    การสูญเสียหรือความเสียหายนั้นโดยผู้รับจ้างจะต้องเร่งดําเนินการเรียกร้องการชดใช้ค่าเสียหายจากผู้กระทํา ผิดภายใน 45 วัน นับแต่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ ปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กําหนดผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้โดยยินยอมให้หักจากเงินงวดที่ผู้ว่าจ้างจะต้อง จ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตามสัญญา
    17.13 นอกจากอัตราค่าปรับที่กล่าวไว้ข้างต้น หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อ 17 ข้อกําหนดอื่นๆ หรือ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกําหนดของมหาวิทยาลัยข้อใดข้อหนึ่ง และเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ใดๆ ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างใน เดือนนั้นๆ ตามสัญญาจ้าง
    ตารางสรุปค่าปรับ
    ขอบเขตการปรับ
    17.3.1 พนักงานของผู้รับจ้าง

    เข้าปฏิบัติงาน สายไม่เกิน 15
    นาที
    ค่าปรับ
    100 บาท/คน
    หมายเหตุ
    ถ้าเกิน 8 ครั้งต่อเดือนต่อคน ให้บริษัทจัดหา พนักงานใหม่มาทดแทนพนักงานราย ดังกล่าว และไม่สามารถให้พนักงานคนเดิม กลับมาทํางานได้ใหม่ โดยให้จัดหามา ทดแทนภายใน 7 วัน (นับวันที่บริษัทยืน เอกสารของพนักงานคนใหม่เข้ามาให้ที่
    มหาวิทยาลัย)
    17.3.5 พนักงานของผู้รับจ้าง
    300 บาท/คน/วัน
    หากผู้รับจ้างได้รับการตักเตือนเป็นลาย
    ไม่แต่งเครื่องแบบตามที่
    ลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างแล้ว ผู้รับจ้าง
    กําหนด หรือแต่งกายไม่
    จะต้องดําเนินการแก้ไขภายใน 5 วันทําการ
    เรียบร้อยเช่น ใส่รองเท้าแตะ
    นับตั้งแต่วันที่ผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้
    ไมโล ตฟอร์มของผู้รับจ้าง ไม่
    ว่าจ้างแจ้งให้ทราบ มิเช่นนั้นผู้รับจ้างจะถูก
    มีป้ายชื่อ เป็นต้น
    ปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%)
    ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือนนั้นๆ ตาม
    สัญญาจ้าง
    17.3.7 ผู้รับจ้างมีวัสดุหรือ 600 บาท/ชิน/วัน
    อุปกรณ์ไม่ครบตามที่ขอ
    อนุมัติในหัวข้อที่ 23.3 หรือ
    ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดไว้ใน
    จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการครบถ้วน
    ถูกต้องตามข้อกําหนดเงื่อนไขใน
    รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและสัญญา

    จง
    รายละเอียดคุณลักษณะผู้
    รับจ้าง
    17.6 ผู้รับจ้างต้องทําการรัก จับและกําจัดหนู, แมลงและ สัตว์อื่นๆ ที่มากัดสายไฟฟ้าใน
    บริเวณที่คาดว่าก่อความ
    700 บาท/วัน
    นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้มาใช้บริการ
    อาคารหรือจากผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้
    ว่าจ้าง จนกว่าจะซ่อมแซมแก้ไขเรียบร้อย
    แล้วจึงหยุดดําเนินคิดค่าปรับในกรณี
    ดังกล่าว
    เสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและ
    เครื่องจักรต่างๆ ของผู้ว่าจ้าง
    17.3.2. พนักงานของผู้รับจ้าง
    นาที แต่ไม่เกิน 60 นาที
    ผู้จัดการโครงการ, สายไม่เกิน 3 ครั้งต่อเดือนต่อคน
    ให้บริษัท
    ผู้จัดการโครงการ,
    เข้าปฏิบัติงาน สายเกิน 15 วิศวกรอาคารและผู้จัดหาพนักงานใหม่มาทดแทนพนักงานราย
    ประสานงาน
    700 บาท/คน/วัน
    ดังกล่าว และไม่สามารถให้พนักงานคนเดิม
    ขอบเขตการปรับ
    ค่าปรับ
    หมายเหตุ
    หัวหน้าช่างเทคนิค,
    กลับมาทํางานไดใหม่ โดยให้จัดหามา
    ช่างเทคนิค และช่างสื่อ
    ทดแทนภายใน 7 วัน
    โสตทัศน์
    500 บาท/คน/วัน
    17.3.6 พนักงานผู้รับจ้างมา ผู้จัดการโครงการ, ถูกปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10
    ปฏิบัติงานไม่ตรงตาม วิศวกรอาคาร และผู้ คุณสมบัติที่ระบุไว้ใน ประสานงาน
    (0.10%) ต่อวันของอัตราค่าจ้างในเดือน
    นั้นๆ ตามสัญญาจ้างจนกว่าจะดําเนินการ
    รายละเอียดคุณลักษณะ 700 บาท/คน/วัน เฉพาะและสัญญาจ้าง
    ถูกต้องครบถ้วนตามข้อกําหนดใน
    หัวหน้าช่างเทคนิค, ช่าง | รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ เทคนิค และช่างสื่อโสต
    ทัศน์
    500 บาท/คน/วัน
    17.3.4 พนักงานของผู้รับจ้าง ผู้จัดการโครงการ, หากผู้รับจ้างยังเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคําสั่งผู้
    เสพของมึนเมาสุรา หรือเสพ
    สิ่งเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่หรือ ประสานงาน
    ในขณะปฏิบัติหน้าที่
    วิศวกรอาคาร และผู้
    ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างภายใน 24 ชั่วโมง ขอสงวนสิทธิ์ให้พนักงานของผู้
    900 บาท/คน/วัน
    รับจ้างออกจากพื้นที่โดยทันทีและห้าม
    กลับมาปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างตลอด
    หัวหนาซางเทคนิค ซาง
    เทคนิค และช่างสื่อโสต ระยะเวลาสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลง
    ทัศน์
    600 บาท/คน/วันถูก ปรับเพิ่มอีกในอัตรา
    ร้อยละ 0.10 (0.10%)
    ต่อวันของอัตราค่าจ้าง
    ในเดือนนั้นๆ ตาม
    สัญญาและต้องออก
    จากงานทันที
    ปรับในอัตราร้อยละ
    17.1 ผู้รับจ้างต้องนําส่ง
    นับตั้งแต่วันที่ครบกําหนดนั้นจนถึงวันที่ผู้
    รายชื่อพร้อมแนบสําเนาวุฒิ 0.10 (0.10%) ต่อวัน
    รับจ้างนําส่งรายชื่อพร้อมแนบสําเนาวุฒิ
    การศึกษา (เอกสารที่ส่งต้อง ถูกต้อง คมชัด ไม่เบลอ) ของ พนักงานของผู้รับจ้างทั้งหมด ให้คณะกรรมการตรวจรับ
    ของอัตราค่าจ้างใน
    การศึกษา ครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกําหนด
    เดือนนั้นๆ ตามสัญญา
    เงื่อนไขในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    และห้ามมิให้พนักงานเหล่านั้นของผู้รับจ้าง
    :
    :
    ขอบเขตการปรับ
    พัสดุหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง ตรวจสอบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
    5 วันทําการ (กรณีวุฒิ
    A
    การศึกษาหาย คณะกรรมการ
    ตรวจรับพัสดุขอสงวนสิทธิ์ไม่ รับใบแจ้งความ)
    17.3.3 พนักงานเขาปฏิบัติ
    ค่าปรับ
    ปรับในอัตรารอยละ
    งานสายเกิน 60 นาที หรือ 0.10 (0.10%) ต่อวัน พนักงานของผู้รับจ้างมา ของอัตราค่าจ้างใน ปฏิบัติงานไม่ครบ (ขาดงาน) เดือนนั้นๆ ตามสัญญา ตามจํานวนอัตราพนักงาน ที่
    หมายเหตุ
    ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าเอกสารประวัติจะ
    ครบกวน
    ถ้าเกิน 3 ครั้งต่อเดือนต่อคน ใหบริษัทจัดหา พนักงานใหม่มาทดแทนพนักงานราย ดังกล่าว และไม่สามารถให้พนักงานคนเดิม กลับมาทํางานได้ใหม่ โดยให้จัดหามา
    ทดแทนภายใน 7 วัน
    กําหนดในรายละเอียด
    คุณลักษณะเฉพาะและสัญญา
    จวง
    17.3.8 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปรับในอัตราร้อยละ
    ปฏิบัติตามรายละเอียด
    คุณลักษณะเฉพาะและผู้
    รับจ้างได้รับการตักเตือนเป็น ลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง แล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนิน การแก้ไขภายใน 7 วันทําการ นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าจ้างแจ้งให้
    ทราบ
    0.10 (0.10%) ต่อวัน ของอัตราค่าจ้างใน
    เดือนนั้นๆ ตามสัญญา
    17.3.10 หากผู้ว่าจ้างตรวจ
    ปรับในอัตราร้อยละ
    สอบพบว่าผู้รับจ้างทําใบ 0.10 (0.10%) ต่อวัน
    รับรองการปฏิบัติงานหรือส่ง ของอัตราค่าจ้างใน
    เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ เดือนนั้นๆ ตามสัญญา
    ใบรับรองการปฏิบัติงานอัน
    เป็นเท็จ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์
    ในการปรับเป็นการขาดงานใน
    วันนั้นๆ
    ขอบเขตการปรับ
    ค่าปรับ
    หมายเหตุ
    ปรับในอัตราร้อยละ
    ถูกดําเนินคดีเกี่ยวกับการส่งเอกสารอันเป็น
    สอบพบว่าผู้รับจ้างมีพนักงาน 0.10 (0.10%) ต่อวัน เท็จต่อทางราชการต่อไป
    17,3.11 หากผู้ว่าจ้างตรวจ
    ที่มีประวัติอาชญากรรม หรือ
    เดือนนั้นๆ ตามสัญญา
    ส่งเอกสารอื่นๆ (เช่นใบ
    ต ร ว จ ส อ บ ประวัติ
    อาชญากรรม, ประวัติ พนักงาน, หลักฐานการศึกษา และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) อันเป็น เท็จ ซึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยน
  • 1
    แปลงพนักงาน ผู้ว่าจ้างขอ สงวนสิทธิ์ในการปรับนับ
    ตั้งแต่วันที่พนักงานคนนั้นๆ
    เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ หรือ การส่งเอกสารนั้นๆ
    17.5 การจางซวง ผู้รับจ
    ของอัตราค่าจ้างใน
    บจ้าง
    ปรับในอัตราร้อยละ
    จะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือ
    0.10 (0.10%) ต่อวัน
    แต่เพียงบางส่วนแห่งสัญญา ของอัตราค่าจ้างในเดือน
    จ้างนี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง นั้นๆ ตามสัญญา
    แต่การจ้างช่วงงานแต่
    เว้นแต่
    บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็น
    หนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือ
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    แล้ว การที่ผู้ว่าจ้างหรือ
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    ได้อนุญาตให้จ้างช่วงงานแต่ บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็น
    เหตุให้ ผู้รับจ้างหลุดพ้นจาก ความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ ตามสัญญาจ้างนี้ และผู้รับจ้าง
    จะยังคงรับผิดในความผิดและ ความประมาทเลินเล่อของผู้
    วาจางขวง หรือตัวแทนหรือ
    ขอบเขตการปรับ ลูกจ้างของผู้ว่าจ้างช่วงนั้นทุก
    ประการ
    17.5.1 กรณีผู้รับจ้างช่วงงาน แต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนในข้อ 17.5 ผู้รับจ้างต้องชําระ
    ค่าปรับให้แก่
    จะต้องรีบทําการตรวจสอบ
    17.8 เมื่อระบบมีปัญหา
    ค่าปรับ
    หมายเหตุ
    ปรับในอัตรารอยละ
    0.10 (0.10%) ซอวัน
    แก้ไขเบื้องต้นให้แล้วเสร็จ ของอัตราค่าจ้างในเดือน
    ภายใน 24 ชั่วโมง หากมี นั้นๆ ตามสัญญา
    อุปกรณ์เสียหาย ให้ติดต่อ
    ประสานงานกับผู้ที่อาศัย
    ภายในอาคาร เพื่อชี้แจงถึง
    ปัญหาที่เกิดขนตามหลัก
    วิชาการและมาตรฐานทาง วิศวกรรม หากไม่ชี้แจงต่อผู้
    ว่าจ้างถึงสาเหตุของปัญหา
    ภายใน 48 ชั่วโมงหลังได้รับ
    1
    แข่ง
    17.9 ในกรณีพบว่ามีความ
    ปรับในอัตราร้อยละ ความผิดพลาด 3 รายการ
    เสียหายของเครื่องจักร และ 0.10 (0.10%) ต่อวัน
    อุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่รายงาน ของอัตราค่าจ้างในเดือน
    ผลจํานวน 3 ครัง
    &
    นั้นๆ ตามสัญญา
    17.10 โดยทําการสแกน
    ปรับในอัตราร้อยละ
    ลายนิ้วมือกับผู้ว่าจ้างให้แล้ว 0.10 (0.10%) ต่อวัน
    เสร็จก่อนเข้าปฏิบัติงานใน ของอัตราค่าจ้างในเดือน
    พื้นที่ล่วงหน้า 7 วันทําการ นั้นๆ ตามสัญญา และทําการสแกนลายนิ้วมือ
    ตามวันและเวลาที่ผู้ว่าจ้าง
    กําหนด หากไม่ดําาเนินการ
    ขอบเขตการปรับ
    17.11 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้อง ระมัดระวังเรื่องความปลอด
    ค่าปรับ
    หมายเหตุ
    ปรับในอัตราร้อยละ การตรวจสอบ การรายงานความเสียหาย 0.10 (0.10%) ต่อวัน ของผู้รับจ้างจะต้องรายงานเป็นลายลักษณ์ ของอัตราค่าจ้างในเดือน อักษรทุกครั้ง
    ภัยในขณะปฏิบัติงาน หากมี ความเสียหายเกิดขึ้นกับบุคคลนั้นๆ ตามสัญญา สิ่งก่อสร้างและหรือทรัพย์สิน
    ของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้อง
    บทเ "
    แจงให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน 5
    วันทําการนับตั้งแต่วันที่ตรวจ
    พบความเสียหาย เช่น ก๊อกน้ํา
    โถปัสสาวะ โถอุจจาระ สาย
    ฉีดชําระ ฟรัชวาล์ว พื้นกระ
    เบื้องและอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ
    อาคารที่อยู่ในเขตพื้นที่
    รับผิดชอบเป็นต้น หาก
    พนักงานมิได้รายงานความ
    เสียหายดังกล่าวและผู้
    ตรวจสอบหรือคณะกรรมการ
    ตรวจรับพัสดุตรวจพบจะถือ
    เสมือนหนึ่งความเสียหายนั้น
    เกิดจากการกระทําของ
    พนักงานเองและผู้รับจ้าง
    จะต้องรับผิดชอบชดใช้โดย
    ยินยอมให้หักจากเงินงวดที่ผู้
    ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับ
    บาง
    17.12 กรณีทรัพย์สินของผู้
    ปรับในอัตราร้อยละ
    ว่าจ้างเกิดความสูญเสียหรือ 0.10 (0.10%) ต่อวัน
    ความเสียหายอันเป็นความรับ ของอัตราค่าจ้างในเดือน
    ผิดตามกฎหมายหรือตาม นั้นๆ ตามสัญญา
    สัญญา และหากมีความ
    จําเป็นต้องแจ้งความต่อ
    พนักงานสอบสวนในคดีอาญา
    ขอบเขตการปรับ หรือแพ่งเพื่อบันทึกไว้เป็น
    หลักฐานผู้รับจ้างจะเร่ง
    ดําเนินการและแจ้งให้ผู้ว่าจ้าง
    ทราบภายใน 3 วันทําการนับ
    แต่วันที่ทราบเหตุแห่งการ
    สูญเสียหรือความเสียหายนั้น
    โดยผู้รับจ้างจะต้องเร่ง
    ดําเนินการเรียกร้องการชดใช้
    ค่าเสียหายจากผู้กระทําผิด
    ภายใน 45 วัน นับแต่ได้รับ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้

    ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ
    ภายในระยะเวลาที่กําาหนดผู้
    รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้
    โดยยินยอมให้หักจากเงินงวด
    ที่ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่
    ผู้รับจ้าง
    17.13 นอกจากอัตราคาปรับ
    ค่าปรับ
    หมายเหตุ
    ปรับในอัตราร้อยละ
    ที่กล่าวไว้ข้างต้น หากผู้รับจ้าง 0.10 (0.10%) ต่อวัน ไม่ปฏิบัติตามข้อ 17 ข้อ
    ขอ ของอัตราค่าจ้างในเดือน กําหนดอื่นๆ หรือระเบียบ นั้นๆ ตามสัญญา
    ข้อบังคับ ประกาศหรือ
    ขอก้าหนดของมหาวิทยาลัย
    ข้อใดข้อหนึ่ง และเป็นเหตุให้
    เกิดความเสียหายใดๆ ผู้รับ
    จ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายที่
    เกิดขึ้นจริง
    }
    18.1 พนักงานของผู้รับจ้างมาสแกนลายนิ้วมือแล้วไม่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ หรือออกพื้นที่ มหาวิทยาลัยเกิน 3 ชั่วโมง โดยไม่ขออนุญาตทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุอย่างน้อย 2 คน ขึ้นไป และ รวมถึงกรณีมีเหตุการณ์จําเป็นเร่งด่วนและการรับรองเรื่องต่างๆ
    18.2 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบพื้นที่อาคาร ดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการ ส่วนกลางและอุปกรณ์ประกอบอาคารให้เรียบร้อย ปลอดภัยได้มาตรฐาน
    18.3 ผู้รับจ้างจะต้องให้พนักงานทุกคนสแกนลายนิ้วมือและลงลายมือชื่อปฏิบัติงานทั้งเวลามา - กลับ ในการปฏิบัติงานของวัน ณ ส่วนพัฒนากายภาพหรือตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    18.4 พนักงานของผู้รับจ้างห้ามออกภายนอกมหาวิทยาลัยในเวลาปฏิบัติงานยกเว้นเกิดเหตุการณ์ เร่งด่วนโดยต้องขออนุญาตผู้ว่าจ้าง, ผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    18.5 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน ขัดคําสั่งหรือฝ่าฝืนระเบียบของผู้ว่าจ้าง หรือมี พฤติกรรมส่อทุจริต แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่เคารพ และไม่ให้เกียรติผู้ว่าจ้าง, ผู้ตรวจสอบหรือตัวแทนผู้ ว่าจ้างผู้รับจ้างต้องให้พนักงานคนนั้นๆ ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง และไม่ให้พนักงานผู้นั้นกลับมา ปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างเด็ดขาด
    18.6 ในการประชุมตรวจรับพัสดุ แต่ละงวดงาน ต้องมีตัวแทนผู้รับจ้างที่มีอํานาจลงนามผูกพันนิติ บุคคล (มีอํานาจตัดสินใจได้ทันทีในเวลาประชุม) อย่างน้อย 1คนขึ้นไป และมีตัวแทนผู้รับจ้างที่มีอํานาจในการ ตัดสินใจมากกว่าวิศวกรอาคารที่หน่วยงานของผู้รับจ้าง อย่างน้อย 1 คนขึ้นไปทุกครั้งที่มีการประชุมตรวจรับ
    พัสดุจนครบสัญญาจ้าง
    18.7 ในการปฏิบัติงานถ้าเกิดความเสียหายใดๆไม่ว่าจะเกิดขึ้นแก่ผู้ว่าจ้าง บุคลากรและนิสิต นักเรียน บุคคลทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง หรือเกิดเหตุความชํารุดบกพร่องเสียหายหรือการสูญหายแก่ทรัพย์สินของ
    ผู้ว่าจ้างหรือของบุคลากรของผู้ว่าจ้างอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทําหรือละเลยการปฏิบัติงานของผู้ รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้างหรือบุคลากร นักเรียน นิสิต หรือบุคคลทั่วไป ตามจํานวนที่เสียหายจริง ภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดโดยเร็ว
    18.8 ในกรณีที่ผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้างทํางานบกพร่อง โดยทําไว้ไม่สะอาด ไม่เรียบร้อยและ อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยปลอดภัย หรือทําไม่ถูกต้องตามขอบเขตของงานและสัญญาจ้างข้อใดข้อหนึ่ง เมื่อผู้ ว่าจ้างแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือแจ้งในที่ประชุมตรวจรับพัสดุให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว ผู้รับจ้าง
    จะต้องรีบดําเนินการแก้ไขงานที่บกพร่องให้เรียบร้อยโดยเร็ว โดยไม่คิดค่าจ้างหรือค่าเสียหายใดจากผู้ว่าจ้างอีก ถ้าผู้รับจ้างไม่รีบดําเนินการแก้ไขหรือไม่ปฏิบัติภายใน 7 วันทําการนับตั้งแต่ผู้ว่าจ้างแจ้งให้ทราบ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ
    บอกเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายจากผู้รับจ้างทั้งหมดโดยสิ้นเชิง
    ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําผิดตามข้อกําหนดขอบเขตของงานและสัญญาดังกล่าวข้างต้น ซึ่งผู้ว่าจ้างยัง ไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างดําเนินการ ดังนี้
    (1) ระงับการจ่ายค่าจ้างทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้บุคคล อื่นทํางานแทนผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ผู้ว่าจ้างต้องเสียไปทั้งหมดโดยสิ้นเชิง
    }
    i
    !
    (2) เรียกค่าเสียหายใดๆอันพึงมี โดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักค่าจ้างที่ยังไม่ได้จ่ายแก่ผู้รับจ้างไว้เพื่อ ชําระค่าเสียหายที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดตามสัญญานี้ แต่ถ้าจํานวนเงินค่าจ้างไม่เพียงพอให้หักชําระหนี้ ผู้รับจ้าง ยินยอมให้หักจากหลักประกันสัญญาได้ทันทีอีกด้วย
  1. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานให้สะอาดเรียบร้อยตลอดเวลา ที่ปฏิบัติงานตามสัญญา หากปรากฏว่าพนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานไม่เรียบร้อย มีความประพฤติไม่ เหมาะสม ผู้รับจ้างยินยอมเปลี่ยนพนักงานให้ใหม่ หรือแก้ไขอุปสรรคข้อขัดแย้งของการปฏิบัติงานจ้างตามที่ผู้ ว่าจ้างได้แจ้งให้ทราบภายใน 7 วัน ทําการนับตั้งแต่วันที่ได้รับการแจ้งจากผู้ว่าจ้าง
  2. ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและให้ความคุ้มครองแรงงานแก่ลูกจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง ที่มาทํางานกับผู้ว่าจ้าง เกี่ยวกับสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามกฎหมายแรงงานด้วย โดยไม่เรียกร้องเอาจากผู้ว่าจ้างอีก
    18.9 การใช้ยานพาหนะภายในมหาวิทยาลัย ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือตามคําสั่งของ มหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด
    18.10 ผู้รับจ้างจะต้องจัดการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่เกิดขึ้นหน้างาน พร้อมรายงานปัญหาที่เกิดขึ้น
    และหาแนวทางปฏิบัติที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น
    18.11 กรณีที่มีงานเร่งด่วน ผู้รับจ้างต้องวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนจัดเตรียมพนักงานเพื่อให้ความ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย พร้อมกําหนดวัน เวลา ในการให้บริการงานนั้นโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
    18.12 ผู้รับจ้างยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกําหนดกฎเกณฑ์หรือระเบียบในการปฏิบัติงานที่อาจจะ กําหนดขึ้นเพิ่มเติมในภายหลัง อันเกี่ยวกับการดูแลระบบวิศวกรรมและบํารุงรักษาอาคารบริการส่วนกลางตาม
    สัญญาจ้างนี้หรือนโยบายของผู้ว่าจ้างโดยความเป็นธรรม
  1. เครื่องมือช่างและอุปกรณ์สํานักงานที่จําเป็นในการบํารุงรักษาเครื่องจักร
    19.1 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดูแลระบบวิศวกรรมและบําารุงรักษาอาคารบริการ ส่วนกลางที่จําเป็นและเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน มาประจําพื้นที่ของผู้ว่าจ้างให้เพียงพอ
    19.2 อุปกรณ์อื่นๆที่ใช้สําหรับการปฏิบัติงานให้ตรงตามสัญญาและตรงตามขอบเขตของงานว่าจ้าง และจะต้องมีประจําพร้อมให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดทันทีที่เริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
    เพื่อที่จะทําให้งานดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย หากผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่าวัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอหรือ คุณภาพไม่เหมาะสมอันจะทําให้งาน ไม่สามารถดําเนินไปด้วยดีแล้ว ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ในการสั่งเพิ่มหรือ เปลี่ยนแปลงได้ โดยที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามและจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่ได้
    19.3 ผู้รับจ้างต้องทําตัวอย่างเครื่องมือช่างและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทุกชนิดให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างตรวจสอบก่อนอย่างน้อย 15 วันทําการ ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างและต้อง เพียงพอต่อการปฏิบัติงานไม่กระทบกับงานของผู้ว่าจ้าง พร้อมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างตรวจสอบได้
    ตลอดเวลา
    19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวัสดุ อุปกรณ์สํานักงาน ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานตลอดเวลาและ เพียงพอต่อการทํางานด้านเอกสารต่างๆ ตลอดระยะเวลาในสัญญาจ้าง
    19.5 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือสําหรับช่างผู้ปฏิบัติงานทุกคนดังต่อไปนี้
    :
    (1) แว่นตานิรภัยอย่างดี
    (2) ไขควงตรวจวัดไฟ
    19.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายการวัสดุ อุปกรณ์สํานักงานตาม ข้อ 12.14 ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างทุกๆ วันที่ 1 ของทุกเดือนหรือตามที่ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างตรวจสอบได้
    ตลอดเวลา
  2. ระยะเวลาการดําเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 (กําหนดยืนราคา 90 วัน)
  3. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน แบ่งเป็นจํานวน 12 งวด (งวดละ 1 เดือน รวม 12 เดือน)
  4. การประเมินผลการปฏิบัติงาน
    ผู้ว่าจ้างจะประเมินผลการดําเนินงานของผู้รับจ้างทุกเดือน และสรุปผลการประเมินทุก 3 เดือน ทั้งนี้หากผลการประเมินของผู้รับจ้างไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ใน การบอกเลิกสัญญาหรือตกลงเลิกสัญญา โดยผู้รับจ้างยินยอมไม่ฟ้อง ต้องไม่ฟ้องร้องขอใด ๆ ทั้งสิ้น โดยถือว่า ผู้รับจ้างอ่านรายละเอียดขอบเขตของงานเข้าใจอย่างถ่องแท้ ชัดเจน (ข้อ 18) และสามารถปฏิบัติงานได้ตาม เงื่อนไขทุกข้อที่มีระบุไว้ในขอบเขตของงานนี้ทุกประการ
  5. วงเงินงบประมาณ
    18,800,000.00(สิบแปดล้านแปดแสนบาทถ้วน) โดยใช้งบประมาณเงินรายได้ประจําปีงบประมาณ
    พ.ศ. 2570
  6. ราคากลางจํานวนเงิน
    18,414,811.28(สิบแปดล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสี่พันแปดร้อยสิบเอ็ดบาทยี่สิบแปดสตางค์) เป็นราคารวม ค่าใช้จ่ายต่างๆที่ใช้สําหรับการดําเนินการซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไว้ด้วยแล้ว
    SCSIRO
    2.2
    ลําดับที่
    1
    2
    2.1
  1. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณา
    เกณฑ์ใน การพิจารณาคัดเลือกเป็นการใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา
    (Price Performance)
    "
    หัวข้อในการพิจารณา
    ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price)
    มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ
  • มีผลงานและประสบการณ์ลักษณะ
    เกี่ยวข้องกับงานระบบวิศวกรรมประกอบ อาคาร ประเภทอาคารขนาดสูงหรืออาคาร ขนาดใหญ่พิเศษ โดยแนบเอกสารหลักฐาน
    การสําเนาหนังสือรับรองผลงาน และ สําเนาสัญญาจ้างพร้อมรับรองสําเนา ถูกต้อง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,400,000,00 บาท/สัญญา/
    มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือมีของ ทางการสื่อสาร มาใช้ในการบริหารจัดการ อาคาร โดยต้องสอดคล้องกับการวางแผน
    ของงบประมาณในการดูแล ซ่อมแซม
    ปรับปรุง ตรวจสอบระบบประกอบอาคาร
    น้ําหนัก
    หลักเกณฑ์การเสนอราคา
    (ร้อยละ)
    เกณฑ์การให้คะแนน
    คะแนน
    20
    100
    80
    20
    25
    10
    มีผลงานในอดีต 1 ผลงาน เป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาด ใหญ่พิเศษ และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40,000 ตารางเมตร ใน วงเงินไม่น้อยกว่า 9,400,000.00 บาท/สัญญา/ปี มีผลงานในอดีต 2 ผลงาน เป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาด ใหญ่พิเศษ และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40,000 ตารางเมตร ใน วงเงินไม่น้อยกว่า 9,400,000.00 บาท/สัญญา/บี มีผลงานในอดีต 3 ผลงาน เป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาด ใหญ่พิเศษ และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40,000 ตารางเมตร ใน วงเงินไม่น้อยกว่า 9,400,000.00 บาท/สัญญา/ มีผลงานในอดีตมากกว่า 3 ผลงานขึ้นไป เป็นอาคารสูงหรือ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40,000 ตารางเมตร ในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,400,000.00 บาท/ สัญญา/ปิ
    มีการนําเสนอการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือของ ทางการสื่อสาร หรือแพลตฟอร์ม อย่างน้อย 1 ช่องทาง มีการนําเสนอการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือของ ทางการสื่อสาร หรือแพลตฟอร์ม อย่างน้อย 2 ช่องทาง มีการนําเสนอการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือซอง ทางการสื่อสาร หรือแพลตฟอร์ม อย่างน้อย 3 ช่องทาง มีการนําเสนอการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือซอง ทางการสื่อสาร หรือแพลตฟอร์ม มากกว่า 3 ช่องทาง
    50
    75
    100
    25
    50
    75
    100
    :
    ลําดับที่
    2.3
    m
    หัวข้อในการพิจารณา
    มีแผนการพัฒนางานบํารุงรักษาเชิง
    ป้องกันของระบบวิศวกรรมอาคาร
    (Preventive Maintenance) ให้สอดคล้อง
    กับข้อกําหนดของมหาวิทยาลัย และมี
    แนวทางพัฒนาปรับปรุงระบบวิศวกรรม อาคารให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
    2.4 หลักการและแนวคิดในการบริหารจัดการ
    2.5
    ขั้นตอนและวิธีการดูแลระบบวิศวกรรม
    ประกอบอาคารและระบบสาธารณูปโภค
    ประเภทอาคารขนาดสูงหรืออาคารขนาด
    ใหญ่พิเศษ ตามข้อ 1 หัวข้อย่อยงานระบบ
    วิศวกรรมและดูแลอาคารบริการส่วนกลาง
    (แผนบริหารจัดการระบบวิศวกรรม
    ทั้ง 5 ระบบ)
  • เสนอแผนและผลงานการจัดทําโครงการ ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการประกวดอาคาร ปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์ BSA ให้เกิด ความปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สินของ
    ทางมหาวิทยาลัย
    นํ้าหนัก
    (ร้อยละ)
    10
    20
    หลักเกณฑ์การเสนอราคา
    เกณฑ์การให้คะแนน
    เสนอแผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกันของระบบวิศวกรรม
    อาคาร (Preventive Maintenance) ที่สอดคล้องกับ ข้อกําหนดของมหาวิทยาลัย ไม่น้อยกว่า 2 ระบบ เสนอแผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกันของระบบวิศวกรรม อาคาร (Preventive Maintenance) ที่สอดคล้องกับ

    ขอก้าหนดของมหาวิทยาลัย ไมนอยกว่า 3 ระบบ
    เสนอแผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกันของระบบวิศวกรรม อาคาร (Preventive Maintenance) ที่สอดคล้องกับ ข้อกําหนดของมหาวิทยาลัย ไม่น้อยกว่า 4 ระบบ เสนอแผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกันของระบบวิศวกรรม อาคาร (Preventive Maintenance) ที่สอดคล้องกับ ข้อกําาหนดของมหาวิทยาลัย ไม่น้อยกว่า 5 ระบบ
    เสนอแนวความคิดในการบริหารจัดการอาคาร
    คะแนน
    25
    50
    75
    100
    25
    เสนอแนวความคิดในการบริหารจัดการอาคาร พร้อม
    50
    ขั้นตอน
    เสนอแนวความคิดในการบริหารจัดการอาคาร, ขั้นตอน
    75
    และวิธีการดูแลระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
    เสนอแนวความคิดในการบริหารจัดการอาคาร, ขั้นตอน
    100
    และวิธีการดูแลระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร รวมถึงการ
    มีคู่มือระเบียบปฏิบัติ WI, WP ที่เป็นไปตามมาตรฐาน
    ระบบคุณภาพ
    10
    มีการนําเสนอแผนการดําเนินงานอย่างชัดเจน และมี ผลงานในการส่งเข้าประกวดในอดีตไม่ต่ํากว่า 1 โครงการ
    25
    (แนบหลักฐาน)
    มีการนําเสนอแผนการดําเนินงานอย่างชัดเจน และมี
    50
    ผลงานในการส่งเข้าประกวดในอดีตไม่ต่ํากว่า 2 โครงการ
    (แนบหลักฐาน)
    มีการนําเสนอแผนการดําเนินงานอย่างชัดเจน และมี 75
    ผลงานในการส่งเข้าประกวดในอดีตไม่ต่ํากว่า 3 โครงการ
    (แนบหลักฐาน)
    มีการนําเสนอแผนการดําเนินงานอย่างชัดเจน และมี
    100
    ผลงานในการส่งเข้าประกวดในอดีตมากกว่า 3 โครงการ
    (แนบหลักฐาน)
    :
    ลําาดับที่
    2.6
    หัวข้อในการพิจารณา
  • ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์อยู่ภายใต้ ขอบเขตงานในหัวข้อนี้จะพิจารณาข้อเสนอ เพิ่มเติม เพื่อให้การดําเนินการตามขอบเขต ของงาน (TOR) มีผลสําเร็จและเป็น ประโยชน์สูงสุดกับทางมหาวิทยาลัยในการ
    บริหารจัดการอาคาร
    น้ําหนัก
    (ร้อยละ)
    10
    หลักเกณฑ์การเสนอราคา
    เกณฑ์การให้คะแนน
    ขอเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบวิศวกรรม อาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงานและ
    ยกระดับมาตรฐานงานด้านระบบวิศวกรรมอาคารให้กับ ทางมหาวิทยาลัย โดยแนบเอกสารหลักฐานหนังสือรับรอง หรือหลักฐานประกอบข้อเสนอที่น่าเชื่อถือได้ จํานวน 1
    โครงการ
    ข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบวิศวกรรม อาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงานและ ยกระดับมาตรฐานงานด้านระบบวิศวกรรมอาคารให้กับ
    ทางมหาวิทยาลัย โดยแนบเอกสารหลักฐานหนังสือรับรอง
    หรือหลักฐานประกอบข้อเสนอที่น่าเชื่อถือได้ จํานวน 2
    โครงการ
    ขอเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบวิศวกรรม อาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงานและ ยกระดับมาตรฐานงานด้านระบบวิศวกรรมอาคารให้กับ
    ทางมหาวิทยาลัย โดยแนบเอกสารหลักฐานหนังสือรับรอง
    หรือหลักฐานประกอบข้อเสนอที่น่าเชื่อถือได้ จํานวน 3
    โครงการ
    ข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบวิศวกรรม อาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงานและ
    ยกระดับมาตรฐานงานด้านระบบวิศวกรรมอาคารให้กับ
    ทางมหาวิทยาลัย โดยแนบเอกสารหลักฐานหนังสือรับรอง
    หรือหลักฐานประกอบข้อเสนอที่น่าเชื่อถือได้ จํานวน 4
    โครงการขึ้นไป
  1. ด้านราคา (Price) 20 คะแนน (คัดเลือกด้วยวิธีการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์)
    2.1 ด้านราคา (20 คะแนน) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาให้คะแนนผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ยื่นเสนอใบเสนอราคา ไว้ในวิธีการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้
    ร้อยละคะแนนที่ได้ = ร้อยละของคะแนนเต็ม ((ราคาที่เสนอราคาที่เสนอต่ําสุด)

ราคาที่เสนอต่ําสุด x ร้อยละของคะแนนเต็ม)
ตัวอย่าง ราคาที่เสนอ 100 บาท ราคาต่ําสุด 80 บาท คิดเป็นคะแนนเต็มร้อยละ 20 คํานวณได้ว่า
30-((100-80)/80x20) = 30
หมายเหตุ : ให้ยึดถือตามระบบที่กรมบัญชีกลางได้กําหนดขึ้น
26. หน่วยงานที่รับผิดชอบ ส่วนพัฒนากายภาพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
คะแนน
25
50
75
100
ภาคผนวก
?
ภาคผนวก ก
อุปกรณ์เครื่องมือ และวัสดุเครื่องใช้สํานักงาน
ภาคผนวก ซ
แผนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ภาคผนวก ก
อุปกรณ์เครื่องมือ และวัสดุเครื่องใช้สํานักงาน (ผู้รับจ้างจัดหามาเองทั้งหมด) โดยผู้รับจ้างต้องงัดหา เครื่องมือ เครื่องวัด และอุปกรณ์ต่างๆสําหรับใช้ในการปฏิบัติงานตามสัญญาว่าจ้างไม่น้อยกว่าข้อกําหนดที่ แสดงไว้ในตารางรายการเครื่องมือ
ลําดับที่
1
ประแจปากตายขนาด 8-32 มม.
2
ประแจแหวนขนาด 8-32 มม.
3 ประแจบล็อกขนาด 8-32 มม.
4
ประแจหกเหลี่ยมแบบมิลลิเมตร/แบบนิ้ว
5
ประแจเลื่อนขนาด 8 นิ้ว และ 12 นิ้ว
A
6
คอมพิวเตอร์ (PC) พร้อมชุดประมวลผล และแสดงผล
7
8
ประแจคอมาขนาด 2 นิ้ว
9
ประแจคอมาขนาด 4 นิ้ว
10
11
ถังฉีดน้ํายาขนาด 5 ลิตร
12
ยาวไม่น้อยกว่า 15 เมตร
13
จํานวน
รายการ
(ชุด)
2
2
2
2
2
3
เครื่องพริ้นท์เตอร์ พร้อมอุปกรณ์สํานักงาน เครื่องเขียน กระดาษ ฯลฯ
2
3
3
ไขควงตอกยาวขนาด 12 นิ้ว (หัวแฉก และแบน)
เครื่องสูบน้ําชนิดจุ่มขนาดท่อ 2 นิ้ว และ 3 นิ้ว อย่างละ 1 ตัว พร้อยสายยาง
เลื่อยตัดเหล็กอย่างละ 1 ตาม
3
4.
14
คอนปอนด์, คอนยาง และคอนเหล็กอย่างละ 1 ตาม
15
ตะไบขนาดเล็ก
16
เหล็กสกัดแบน และกลมอย่างละ 1 ตาม
17
หมวกนิรภัย อย่างละ 1 ใบ
18
สามขาดูดแบริ่ง
19
สองขาดูดแบริ่ง
20
ตลับเมตร 5 เมตร
21
ลืมย้าสายไฟ
22
ระดับน้ําความยาว 30 นิ้ว
23
คีมตัดสายไฟ 8 นิ้ว
3
2
}
2
8
2
2
8
3
2
4
:
i
25
26
27
28
29
คีมย้ําสายโทรศัพท์ (RJ11) และสายแลน (RJ45)
30
สว่านแบตเตอร์รี่ พร้อมชุดขันสกรูอย่างละ 1 อัน
24
คีมปากยาว, คีมปอกสายไฟ และคีมล็อก อย่างละ1ด้าม
4
ลําดับที่
รายการ
กระบอกอัดจาระบีอย่างละ 1 กระบอก
ไฟฉาย LED แบบคาดศีรษะอย่างละ 1 อัน
เข็มขัดนิรภัย (สําหรับที่สูง)
เครื่ององเขาสายโทรศัพท์ โคเน
จํานวน
(ชุด)
6
8
8
2
4
8
CO
31
ปืนยิงรีเวท
1
32
33
กรรไกรตัดสังกะสี
34
วิทยุสื่อสารเคลื่อนที่กําลังส่ง 5 วัตต์ อย่างละ 1 เครื่อง
ตะไบแบนหยาบขนาด 8 นิ้ว
8
1
2
35
ตะไบแบนละเอียดขนาด 8 นิ้ว
2
36
ตะไบกลมขนาด 6 นิ้ว
1
37
ตะไบทองปลิงขนาด 8 นิ้ว
1
38
Digital Clamp Meter (แคลมป์มิเตอร์)
6
39
40
เครื่องวัดความเร็วลม Anemometer แบบเปลี่ยนชนิดของหัววัดได
เครื่องวัดลําดับเฟส
2
4
41
Digital tacho Meter (เครื่องวัดความเร็วรอบ)
2
42
เครื่องวัดค่าความเป็นฉนวน
2
43
Digital Multi Meter (เครื่องวัดแรงดัน ฯลฯ)
2
44
เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรต
4
45
สว่านโรตารี่ 3 ระบบ ขนาด 24 มม. กําลังไฟไม่ต่ํากว่า 750 วัตต์
2
46
เครื่องเจียรไฟฟ้าขนาด 4 นิ้ว
2
47
Blower (เครื่องเปาลม) ขนาดไม่น้อยกว่า820 วัตต
6
48
บันไดอะลูมิเนียม ขนาด 5 ขั้น
4
49
บันไดอะลูมิเนียม ขนาด 7 ขั้น
4
50
บันไดอะลูมิเนียม ขนาด 9 ขั้น
2
51
บันไดอะลูมิเนียม ขนาด 12 ขั้น
2
52
รถเข็น
53
ชุดเครื่องฉีดน้ําแรงดันสูงไม่น้อยกว่า 130 บาร์ ZINSANO รุ่น VIP-BLU+
เกจวัดน้ํายาแอร์แบบ R-22 และ R-410a
8
3
55
56
ถึงพรอมน้ํายาแอร์ R-32 ขนาด 50 กิโลกรัม
54
เกจคูวัด ยาแอร์แบบ R-32
ลําดับที่
รายการ
ถังพร้อมน้ํายาแอร์ R-22 ขนาด 50 กิโลกรัม
2
จํานวน
(ชุด)
2
1
from
57
ถังพร้อมน้ํายาแอร์ R-410a ขนาด 50 กิโลกรัม
2
58
หัวแร้งบัดกรีชนิดไฟฟ้า
2
59
ปืนดูดตระกั่ว
2
60
ปืนยิงซิลิโคน
5
61
ไฟเบอร์ตัดเหล็ก
1
62
สายพ่วงพร้อมปลักความยาว 20 เมตร อย่างละ 1 อัน (โรลปลั๊ก)
4
63
ผ้าใบขนาด 2×3 เมตร
2
64
2
65
5
66
1
67
สายยางขนาด 1/2นิ้ว ความยาว 30 เมตร
บ่ายสัญลักษณ์ หรือวัตถุบอก “เขตอันตราย” ในขณะปฏิบัติหน้าที่ คีมบีบแหวน และคีมถ่างแหวน อย่างละ 1 อัน
ชุดเชื่อมสนามขนาด 1.5 นิ้ว มีล้อและที่จับสามารถเคลื่อนย้ายได้มี ส่วนประกอบ ดังนี้

  • ทอลม+แกลขนาด 1.5 คิว

    ถังแกส LPG ขนาด 4 กิโลกรัม
    -เกจวัดความดันออกซิเจน
  • เกจวัดความดัน LPG
    ..
  • ด้ามเชื่อม พร้อมหัวเชื่อม 5 ขนาด
  • สายยางคู่ พร้อมข้อต่อครบชุด
  • ไฟปิดถ้วยสําหรับจุดไฟพร้อมถ่าน 1 ชุด
    อุปกรณ์ยึดท่อแก๊ส และออกซิเจนพร้อมล้อเลื่อน
    2
    68
    ตู้เชื่อม 2 ระบบไฟฟ้า-อาร์กอน (MMA/TIG) 400 แอมป์ พร้อมลวดเชื่อม
    2
    69
    3
    2
    คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ส่วนบุคคล (notebook)
    70 ประแจคอมาขนาด 5 นิ้ว
    71
    เครื่องทะลวงท่อ K400 Ridgid พร้อมอุปกรณ์ประกอบการทํางานครบชุด ( เหล็ก)
    ที่ครอบหูป้องกันเสียง สําหรับปฏิบัติงานในห้องเครื่อง
    2
    72
    6
    73
    เครนยกเครื่อง หรือเครนขาเอเฟรมแบบเย็น ขนาด 5 ตัน พร้อมชุดลอก (ใช้ยก ปั๊มและเครื่องจักรขนาดใหญ่)
    1
    รายการ
    สว่านไฟฟ้า 3/8 นิ้ว กําลังไฟไม่ต่ํากว่า 400 วัตต์
    ลําดับที่
    74
    75
    76
    ชุดเครื่องต๊าปเกลียว
    77
    เครื่องวัดอุณหภูมิ และความชื้น
    กรวยยางสะท้อนแสงขนาดสูง 75 ซม.
    จํานวน
    (ชุด)
    2
    8
    2
    2
    2
    2
    3
    1
    23
    23
    78 นั่งร้านเคลื่อนที่ได้ 6 ชั้น รวมความสูงไม่น้อยกว่า 11 เมตร
    ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
    เครื่องวัดแบตเตอรี่ (Battery tester) ยี่ห้อ Lancol รุ่น MICRO-200 PRO รอกโซสาวขนาดไม่น้อยกว่า 6 ตัน
    79
    80
    81
    82
    แวนตานิรภัย
    83
    84
    85
    86
    87
    88
    89
    ไขควงวัดไฟฟ้า (ชนิดพกพา)
    เครื่องตัดไฟเบอร์ 14 นิ้ว ยี่ห้อบอช (BOSCH) 2,400 วัตต์ (2400W) รุ่น GCO 14-24 (GCO14-24) แท่นตัดไฟเบอร์
    แผ่นไฟเบอร์ตัดเหล็ก 14” นิ้ว BOSCH A30R 1G
    วัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ เช่น เทปพันเกลียว, เทปพันสายไฟ, น้ํายาล้างคอยล์เย็นและ คอยล์ร้อนของเครื่องปรับอากาศ, น้ํายาทําความสะอาดระบบสื่อโสตอย่างละ
    10 อัน/เดือน
    ชุดเกจวัดแรงดันไนโตรเจนพร้อมสาย
    ถังไนโตรเจน ขนาดไมนอยกว่า 50 กก.
    ชุดป้องกันอันตราย(SCBA) สําหรับงานอันตราย อับอากาศ (มาตรฐานสากลชั้น
    ป๋า)
    -ถังอากาศ (Air Cylinder) ขนาดไม่น้อยกว่า 6.8 ลิตร (ใช้งานได้ประมาณ 45
  • 60 นาที)
    -หน้ากากครอบเต็มหน้า (Full Face Mask)
    -ชุดสะพายหลังและวาล์วจ่ายอากาศ (Backpack & Demand Valve)
    1
    3
    12
    เดือน
    2
    2
    4
    หมายเหตุ:
    :
  1. เครื่องมือที่กําหนดต้องมีครบตามสัญญาจ้างเหมาบริการ และเครื่องมือต้องพร้อมที่จะใช้งาน ตลอดเวลา หากมีการใช้งานเครื่องมือที่นอกเหนือจากที่กําหนดตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเพื่อให้ งานปรับปรุง ซ่อมแซม บํารุงรักษาในงานดูแลรักษาอาคารส่วนกลางทั้ง 5 อาคาร และพื้นที่โดยรอบที่ รับผิดชอบโดยเร็วที่สุด
  2. หากทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจพบว่าเครื่องมือไม่ครบตามที่กําหนดไว้ จะถือว่าผู้รับจ้าง
    ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างโดยทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุออกหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้รับจ้างต่อไป
  3. หากมีการเปลี่ยนแปลงจํานวนอุปกรณ์ ตามรายการเพื่อความเหมาะสม และเป็นประโยชน์กับทาง มหาวิทยาลัยให้อยู่ในดุลยพินิจของทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    ANANLIN
    nuuwisus
    by ty
    Dougun 21
    ・将来
    12
    So for
    11
    By


    Fatract
    地域を求
    Hot Te
    ging
    من وجدان و بانو
    มหาวิทยาลันรีนครินทรวิโรฒ
    SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY
    114 Sukhumvit 23, Bang ok 10110. Tha land Tel (662) 6-149-5000:5665 Fax (652) 258-4007
    http://www.swuactl
    (นางสาวลลิตา สิงห์ทอง)
    กรรมการ
    คณะกรรมการจัดทําร่างขอบเขตของงาน
    2
    (อาจารย์ ดร.โอภาส สุขหวาน)
    ประธานกรรมการ
    (นายผดุง สุขเกษม)
    กรรมการ
    Elele
    (นายเอกรินทร์ งาผักแว่น)
    กรรมการ
    Nand
    (นางสาวนันทพร คุ้มสอน)
    กรรมการและเลขานุการ