จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการรักษาความปลอดภัยและจราจร จำนวน 1 งาน

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 69089403222
฿13,200,000 ปีงบ 2570 ประกาศ 18 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มีความประสงค์จ้างเหมาบริการรักษาความปลอดภัยและจราจร ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อคุ้มครองป้องกันบุคคล ทรัพย์สิน และวัสดุอุปกรณ์ของทางราชการ รวมถึงการจัดระเบียบจราจรภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยให้มีความคล่องตัวและปลอดภัย โดยมีขอบเขตงานครอบคลุมการจัดพนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวน 49 คน แบ่งเป็นหัวหน้าชุด หัวหน้าผลัด และพนักงานรักษาความปลอดภัย ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งผลัดกลางวันและกลางคืน

ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 อย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น วิทยุสื่อสาร ไฟฉาย LED กระบองไฟฟ้า และอุปกรณ์จราจรต่างๆ ให้เพียงพอต่อการใช้งาน นอกจากนี้ยังต้องมีแผนมาตรการป้องกันอุบัติเหตุและการโจรกรรม รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มทักษะวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ผู้ว่าจ้างจะทำการประเมินผลการปฏิบัติงานทุก 3 เดือน หากไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มหาวิทยาลัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที

โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณ 13,200,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาตัดสินผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผู้สนใจต้องเป็นนิติบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และมีผลงานจ้างในประเภทเดียวกันกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 6,600,000 บาท

English summary

Srinakharinwirot University (Prasarnmit) is seeking a security and traffic management service provider for the 2024 fiscal year. The project aims to protect personnel, property, and university assets, as well as manage traffic flow within the campus. The contractor is required to provide 49 security personnel, including supervisors and guards, operating 24/7. The contract duration is 12 months (Oct 1, 2026 - Sept 30, 2027) with a budget of 13.2 million THB. Bidders must hold a valid security business license and demonstrate previous experience in similar projects worth at least 6.6 million THB. The selection will be based on the lowest price (e-bidding).

สถานที่ดำเนินการ

114 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • คุ้มครองป้องกันบุคคล ทรัพย์สิน และวัสดุอุปกรณ์ของมหาวิทยาลัยตาม พ.ร.บ. ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558
  • ป้องกันการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่
  • ดูแลทรัพย์สินของทางราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้มาติดต่อ
  • ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นิสิต อาจารย์ บุคลากร และผู้มาติดต่อ
  • ควบคุมการจราจรภายในพื้นที่ให้มีความเรียบร้อยและคล่องตัว
  • สร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการภายในมหาวิทยาลัย

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยรวม 49 คน ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง
  • ควบคุมการเข้า-ออกของบุคคลและยานพาหนะ
  • ตรวจตราพื้นที่และอาคารสถานที่อย่างสม่ำเสมอ
  • ป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัยหรือเหตุฉุกเฉินเบื้องต้น
  • อำนวยความสะดวกด้านการจราจร
  • จัดทำแผนป้องกันอุบัติเหตุและโจรกรรม
  • จัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์จราจรตามรายการที่กำหนด
  • ตรวจหาสารเสพติดในพนักงานอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • พนักงานรักษาความปลอดภัยพร้อมปฏิบัติงานจำนวน 49 คน
  • รายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือนพร้อมภาพถ่าย
  • แผนการปฏิบัติงานและมาตรการป้องกันเหตุต่างๆ
  • อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์จราจรครบถ้วนตามรายการ (เช่น วิทยุสื่อสาร, ไฟฉาย, กระบองไฟฟ้า, ร่มสนาม, เต็นท์)
  • ผลการประเมินการปฏิบัติงานทุก 3 เดือน

ระยะเวลาดำเนินการ

12 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยตาม พ.ร.บ. ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558
  • Standards Compliance: ต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานการบริการ เช่น ISO 9001 หรือมาตรฐานการจัดการความปลอดภัย
  • Experience: มีผลงานจ้างประเภทเดียวกันกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้
  • Previous Project Cost: ผลงานย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 6,600,000 บาท
  • Technical Capabilities: ต้องมีแผนและมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ บุคคล การจราจร และการโจรกรรม
  • Personnel: ต้องจัดหาหัวหน้าชุด (ปวส. หรือประสบการณ์ 3 ปี), หัวหน้าผลัด (ปวช. หรือประสบการณ์ 2 ปี), และพนักงานรักษาความปลอดภัย (วุฒิ ป.4 หรือผ่านการอบรม 1 ปี)

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Lowest Price)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • พนักงานต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20-65 ปี
  • อัตราส่วนพนักงานชายไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
  • อุปกรณ์ต้องได้มาตรฐาน เช่น วิทยุสื่อสารต้องผ่านการรับรองจาก สมอ. (มอก.)
  • ต้องมีการสแกนลายนิ้วมือเพื่อบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน
  • ต้องมีนาฬิการักษาการณ์ (Guard Tour) 3 ชุด หรือระบบพิกัดดาวเทียม

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายค่าจ้างเป็นรายงวด (รายเดือน) รวม 12 งวด
  • มีการประเมินผลงานทุก 3 เดือน หากไม่ผ่านเกณฑ์สามารถบอกเลิกสัญญาได้
  • อัตราค่าปรับกรณีผิดสัญญาหรือพนักงานปฏิบัติงานบกพร่อง (เช่น ปรับ 400-500 บาทต่อกรณี หรือร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญา)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานกี่คน? A: รวมทั้งสิ้น 49 คน แบ่งเป็นหัวหน้าชุด หัวหน้าผลัด และพนักงานรักษาความปลอดภัย
  2. Q: การประเมินผลงานมีบ่อยแค่ไหน? A: ประเมินทุกๆ 3 เดือน หากไม่ผ่านเกณฑ์มหาวิทยาลัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญา
  3. Q: พนักงานต้องผ่านการตรวจสารเสพติดหรือไม่? A: ต้องตรวจอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยเป็นการสุ่มตรวจโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  4. Q: หากพนักงานมาสายหรือขาดงานมีค่าปรับอย่างไร? A: มีค่าปรับตามอัตราที่ระบุ เช่น ขาดงานปรับ 400-480 บาทต่อคนต่อผลัด และปรับเพิ่มร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างเหมารวม
  5. Q: อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยผู้รับจ้างต้องจัดหาเองทั้งหมดหรือไม่? A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเองตามรายการที่กำหนด เช่น วิทยุสื่อสาร ไฟฉาย และอุปกรณ์จราจร
  6. Q: มหาวิทยาลัยจัดหาอะไรให้บ้าง? A: จัดหาสถานที่เก็บอุปกรณ์และกรวย/แผงกั้นบางส่วน
  7. Q: พนักงานต้องสแกนลายนิ้วมือหรือไม่? A: ต้องสแกนลายนิ้วมือและลงลายมือชื่อทั้งเวลาเข้าและเลิกงาน
  8. Q: การจ้างงานนี้ครอบคลุมวันหยุดหรือไม่? A: ครอบคลุมทุกวัน (จันทร์-อาทิตย์) ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์
  9. Q: หากเกิดเหตุฉุกเฉินพนักงานต้องทำอย่างไร? A: ต้องแจ้งผู้ว่าจ้างและเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที และห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของในที่เกิดเหตุ
  10. Q: การพิจารณาตัดสินผู้ชนะใช้เกณฑ์ใด? A: ใช้เกณฑ์ราคา (Lowest Price)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงานจ้างเหมาบริการรักษาความปลอดภัยและจราจร
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ประจําปีงบประมาณ 2570

  1. ความเป็นมา
    ด้วยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เป็นสถานประกอบการประเภทสถานศึกษา ตั้งอยู่ที่ 114 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความจําเป็นต้องจ้างเหมาบริการ รักษาความปลอดภัยและจราจรให้มีความปลอดภัยทั้งตัวบุคคลและอาคารสถานที่ตลอดจนจัดระเบียบจราจร
    ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีระบบและมีความคล่องตัวตลอดเวลา
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อคุ้มครองป้องกันบุคคล ทรัพย์สินและวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558
    2.2 เพื่อดูแลป้องกันการลักลอบนําสิ่งของผิดกฎหมายและสิ่งของผิดระเบียบเข้ามาภายใน
    มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    2.3 เพื่อดูแลทรัพย์สินราชการและทรัพย์สินเจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้มาติดต่อราชการภายในมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ
    2.4 เพื่อให้บริการและอํานวยความสะดวกแก่นิสิต นักเรียน อาจารย์ บุคลากร ผู้ปกครองตลอดจน ผู้มาติดต่อราชการภายในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    2.5 เพื่อดูแล ป้องกัน ควบคุมการจราจรภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อยและมีความคล่องตัวตลอดเวลา
    2.6 เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ผู้มาใช้บริการ ตลอดจนมาทํากิจกรรมภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
    ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
    การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลซึ่งประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยและต้องได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจรักษา
    ความปลอดภัยจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ผู้มีอาชีพรับจ้าง
    งานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    2
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการ
    แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า (Joint Venture)” หรือ “กิจการค้า ร่วม (Consortium)” ซึ่งในข้อนี้จะเรียกว่า “ร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นข้อเสนอกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
    ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องลงลายชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ในนามกิจการร่วมค้า
    (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตาม (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทยหากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลอื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่
    3
    เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน
    เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
    (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
    รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท
    เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
    ธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
    แจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขา
    รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน
    90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
    หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
    ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รั
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
  4. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาใน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    4
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
    แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น
    เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    (6) กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้

(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติล้มละลาย
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล และมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง
โดยแนบเอกสารหลักฐานสําเนาหนังสือรับรองผลงานจ้างและสําเนาสัญญาจ้างพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง ในวงเงินไม่น้อยว่า 6,600,000 บาท (หกล้านหกแสนบาทถ้วน) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นสัญญาเดียวกันที่แล้วเสร็จและสิ้นสุดสัญญาแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วน ราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมาย บัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ มหาวิทยาลัยเชื่อถือ (สําหรับหน่วยงานเอกชนต้องยื่นหลักฐานการเสียภาษีของโครงการ)
3.14 ยื่นข้อเสนอ ต้องมีหนังสือรับรองเกี่ยวกับมาตรฐานการบริการ เช่น มาตรฐาน ISO 9001 มาตรฐานการ บริการลูกค้า มาตรฐานการจัดการความปลอดภัย มาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยแนบสําเนาใบรับรอง มาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง มาพร้อมในวันเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์
3.15 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยตามพระราชบัญญัติธุรกิจ รักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 โดยแนบสําเนาเอกสารดังกล่าว พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง มาพร้อมในวันเสนอ ราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์
4. คําจํากัดความ
4.1 ผู้ว่าจ้าง หมายถึง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
4.2 ผู้รับจ้าง หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับการอนุมัติจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ให้เป็นผู้ดําเนินการดูแลรักษาความปลอดภัยและจราจรในบริเวณที่กําหนดให้
5
4.3 ผู้ตรวจสอบ หมายถึง เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาจจะเป็นบุคคลเดียวหรือ หลายคนซึ่งทําหน้าที่ตรวจสอบการทํางานของผู้รับจ้างและเป็นผู้ประเมินผลการทํางานของผู้รับจ้างเป็นรายวัน
รายสัปดาห์หรือรายเดือน
4.4. พนักงาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ดําเนินการให้เป็นไปตามข้อกําหนดของ ขอบเขตงานนี้
4.5 หัวหน้าชุด หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทํางานของหัวหน้าผลัดและ พนักงาน ตลอดจนการปฏิบัติงานร่วมกับผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ระดับอนุปริญญา (ปวส.) หรือผ่านการปฏิบัติงานด้านการรักษาความปลอดภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
4.6 หัวหน้าผลัด หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทํางานของพนักงานรักษา ความปลอดภัย ตลอดจนการปฏิบัติงานร่วมกับผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่า ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/เทียบเท่า (ปวช) หรือผ่านการปฏิบัติงานด้านการรักษาความปลอดภัยมาแล้วไม่น้อย กว่า 2 ปี
4.7.พนักงานรักษาความปลอดภัย หมายถึง พนักงานของผู้รับจ้าง ซึ่งทําหน้าที่ในการรักษาความ ปลอดภัยให้มีความเรียบร้อย ปลอดภัยตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย ปี พ.ศ. 2558 หรือตาม มาตรฐานรักษาความปลอดภัย และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หรือสําเร็จการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ภาคบังคับตามกฎหมายกําหนด หรือผ่านการอบรมด้านการรักษาความปลอดภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยต้องมีหนังสือรับรองจากสถานฝึกอบรมด้านการรักษาความปลอดภัย
4.8 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หมายถึง คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าจ้างให้เป็นผู้ตรวจรับ งานจ้างดังกล่าว
5. ขอบเขตและรูปแบบรายการของงาน
ดูแลคุ้มครองบุคคล ทรัพย์สินของทางราชการและทรัพย์สินต่างๆ ให้เรียบร้อยและมีความ ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนอํานวยความสะดวกเกี่ยวกับการจราจรภาย ในพื้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และการจัดพนักงานรักษาความปลอดภัยของผู้รับจ้างให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษา ความปลอดภัย พ.ศ.2558 มาตรา 27 และหน้าที่ของผู้รับจ้างให้สอดคล้องกับแบบสัญญาจ้างบริการรักษาความ ปลอดภัยที่คณะกรรมการนโยบายกําหนดไว้ด้วย
6. หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติของผู้รับจ้าง
หน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าที่โดยทั่วไป มีหน้าที่ปกป้องดูแลชีวิต และทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างไม่ให้ได้รับความสูญหาย เสียหาย รวมทั้งการป้องกันอัคคีภัย ผู้บุกรุกเข้าไปในเขต หวงห้าม ป้องกันการโจรกรรม และอาชญากรรม การสูญเสียอื่นๆ ตลอดจนความเสียหายต่างๆ ในอันที่จะทํา ให้ผู้ว่าจ้างต้องสูญเสียผลประโยชน์ไปโดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติดังนี้
6.1 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของผู้ว่าจ้างและเชื่อฟังคําสั่ง ของผู้ว่าจ้างโดยเคร่งครัด
ตลอดเวลา
6.2 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในจุดหรือบริเวณที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
6.3 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะละทิ้งหน้าที่ไปก่อนที่จะมีผู้เข้ารับเวรต่อเนื่องไม่ได้ ต้องรอจนกว่า
จะมีผู้ที่มาเข้ารับเวรก่อนจึงจะออกไปจากสถานที่ที่รับผิดชอบ (เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง)
6
6.4 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องมาถึงจุดปฏิบัติงานก่อนเวลาทํางาน (อย่างน้อย 15 นาที) เพื่อรับส่งมอบงาน และประสานงานระหว่างพนักงานด้วยกันในผลัดเก่า และเมื่อเสร็จสิ้นภาระหน้าที่แล้ว ให้ออกนอกสถานที่โดยทันที ไม่อนุญาตให้อยู่ในบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัย
6.5 การตัดสินใจกระทําอย่างหนึ่งอย่างใดที่ผู้ว่าจ้างมิได้กําหนดให้ หากเกิดความเสียหาย หรือมี ผู้เรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้น
ผู้รับจ้างรักษาความปลอดภัยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
6.6 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระตือรือร้น รวดเร็ว และจะต้อง พร้อมที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ในทุกรูปแบบ
6.7 ผู้รับจ้างต้องเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ ซึ่งจําเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานที่ทางผู้ว่าจ้างกําหนดให้ น่าติดตัวตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่โดยที่อุปกรณ์ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมที่จะใช้งานตลอดเวลา รวมทั้งต้องแต่งกายด้วยชุดฟอร์มที่เหมาะสมและได้มาตรฐานงานรักษาความปลอดภัยและได้รับความ
เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพร้อมติดบัตรประจําตัวระบุชื่อ - สกุล และรูปถ่าย ตามที่บริษัท
ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกให้
6.8 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามตารางเวลาและสถานที่ที่ได้กําหนดไว้ อย่างเคร่งครัด
6.9 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะแลกเปลี่ยนเวลาการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพนักงานด้วยกันเอง ไม่ได้ (ในกรณีแลกเปลี่ยนระหว่างวันและได้ส่งแผนการปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างแล้ว) เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง จึงจะสามารถปฏิบัติได้ และผู้รับจ้างต้องทําหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
6.10 ห้ามนําบุคคลภายนอกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเข้ามาในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็น ญาติ เพื่อน และบุตรหลาน หากพบเห็นถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง หากฝ่าฝืน 0.1% (0.10%) ต่อผลัดของ อัตราค่าจ้างเหมารวมตามสัญญา
6.11 พนักงานรักษาความปลอดภัยต้องตรวจสอบควบคุมการเข้า - ออก ภายในอาคารโดยการ แลกบัตรของบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
6.12 หากพนักงานของผู้รับจ้างพบเหตุการณ์โจรกรรมหรือการทําลายทรัพย์สินของทางราชการ หรือ การทําร้ายร่างกายบุคคลให้รีบดําเนินการรายงานต่อผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล
งานรักษาความปลอดภัยและจราจร
6.13 พนักงานรักษาความปลอดภัยต้องปฏิบัติหน้าที่อํานวยความสะดวกเกี่ยวกับการจราจรภายใน
บริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างกําหนด
6.14 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทีมงานสนับสนุนฉุกเฉิน พร้อมเครื่องมือพิเศษ เพื่อให้การสนับสนุนกรณีที่ ผู้ว่าจ้างต้องการความช่วยเหลือ หรือเกิดสถานการณ์ผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานดังกล่าว ต้องสามารถติดต่อได้อย่างสะดวกจากวิทยุติดตามตัว หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่
6.15 ในกรณีที่เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น เช่น อุบัติเหตุทางจราจรหรือ เหตุการณ์ที่เกิดกับ อาจารย์ บุคลากร นิสิต นักเรียน ตลอดจนบุคคลทั่วไป พนักงานของผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบทันที รวมทั้งต้องบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานในสมุดบันทึก
ของแต่ละเดือน และใช้ประกอบในการเบิกจ่ายประจําเดือน
7
6.16 พนักงานของผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความเรียบร้อยรอบๆพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง หรือตามที่ผู้ว่าจ้างสั่งการเมื่อมีสิ่งผิดปกติต้องสงสัยหรือมีปัญหาเกิดขึ้นให้รายงานต่อผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบทันที

6.17 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องเปิดประตูทางเข้า - ออก ตั้งแต่ เวลา 04.00 น. และปิด ประตูทางเข้า - ออก โดยต้องล็อคกุญแจให้เรียบร้อยทุกครั้ง ตั้งแต่ เวลา 22.00 น. หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
7. หน้าที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
7.1 หากพนักงานรักษาความปลอดภัยพบว่าเกิดเหตุอาชญากรรม หรือโจรกรรม ขึ้นภายในพื้นที่ของ ของผู้ว่าจ้าง จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
7.1.1 แจ้งให้หัวหน้าชุด หัวหน้าผลัดทราบโดยทันที
7.1.2 แจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างทราบโดยทันที
7.1.3 แจ้งเจ้าหน้าที่ตํารวจทราบโดยทันที
7.1.4 ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด 7.1.5 ไม่อนุญาตให้แตะต้อง หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ในบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่
ของผู้ว่าจ้าง และเจ้าหน้าที่ตํารวจมาถึงจุดเกิดเหตุ
7.2 การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตํา
ตรวจ
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตํารวจจะขอเข้าไปในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างเพื่อต้องการตรวจค้น หรือเข้าไป
สอบสวนเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง ให้ผู้รับจ้างรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อนซึ่งเจ้าหน้าที่ ตํารวจไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปทําการตรวจค้น หรือทําอย่างใดอย่างหนึ่งภายในบริเวณพื้นที่ของผู้ว่าจ้างโดย
ปราศจากหมายค้นเจ้าหน้าที่ตํารวจจะเข้าไปในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างได้ในกรณีต่อไปนี้
7.2.1 มีหมายค้นเป็นหนังสือของทางราชการถูกต้อง 7.2.2 ผู้ว่าจ้างเชิญให้มา (หรือได้รับอนุญาตแล้ว)
7.2.3 พนักงานรักษาความปลอดภัยเชิญให้มาตรวจสอบเนื่องจากเกิดเหตุอาชญากรรม หรือ
โจรกรรมเกิดขึ้นภายในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง
7.3 การป้องกันอัคคีภัย
เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยตรวจพบว่ามีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้น สิ่งแรกที่พนักงานรักษา
ความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติคือ เข้าระงับต้นเพลิงทันที โดยใช้เครื่องมือหรือถังดับเพลิงเคมีที่มีอยู่ในสถานที่ ของผู้ว่าจ้างนั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
7.3.1 ระงับต้นเพลิง (ดับไฟ) ทันที
7.3.2 ช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยเท่าที่สามารถทําได้
7.3.3 กดสัญญาณเตือนภัย (ถ้ามี)
7.3.4 แจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบโดยทันที
7.3.5 แจ้งให้หน่วยดับเพลิง (199) หรือสถานีตํารวจดับเพลิงที่อยู่ใกล้เคียงทราบถึงสถานที่ ที่เกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด ระบุจุดเกิดเพลิงไหม้ในสถานที่นั้น และบริเวณใกล้เคียงที่ไฟสามารถลุกลามได้ง่าย
และควรจะเข้ามาบริเวณจุดเกิดเพลิงไหม้โดยเส้นทางไหน
8
7.3.6 ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามมากยิ่งขึ้น
7.3.7 อํานวยความสะดวกเกี่ยวกับการจราจรและแนะนําเกี่ยวกับสถานที่ให้หน่วยดับเพลิง (บันทึกเวลาที่หน่วยดับเพลิงมาถึง) และนําหน่วยดับเพลิงไปยังจุดเกิดเหตุ
7.3.8 ให้หน่วยดับเพลิงเป็นผู้เข้าผจญเพลิง
8. หน้าที่ความรับผิดชอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
8.1 ไม่อนุญาตให้พนักงานของผู้รับจ้างละเลยหน้าที่ในการตรวจค้นสําหรับจุดที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ มีการตรวจค้น
8.2 ไม่อนุญาตให้พนักงานของผู้รับจ้างละเลยหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบ 8.3 ไม่อนุญาตให้พนักงานของผู้รับจ้างจับกลุ่มคุยกันในเวลาปฏิบัติหน้าที่ 8.4 ไม่อนุญาตให้พนักงานของผู้รับจ้างขัดคําสั่งอันชอบของผู้ว่าจ้าง
8.5 ไม่อนุญาตให้พนักงานของผู้รับจ้างละทิ้งหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร
8.6 ป้องกันการกระทําอันมิชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของ ประชาชน หรือขัดต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
8.7 พนักงานของผู้รับจ้างทุกคน ต้องให้ความเคารพต่อเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง และปฏิบัติต่อผู้มา ติดต่อหรือผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้างด้วยความสุภาพเรียบร้อย
8.8 ป้องกันและระงับอัคคีภัย ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในบริเวณที่รับผิดชอบพร้อมทั้งระงับเหตุเบื้องต้นและ
ต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างทราบโดยทันทีทันใด
8.9 ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จะต้องเรียนรู้ และศึกษางานในหน้าที่ และ รายละเอียดในการปฏิบัติหน้าที่ให้เข้าใจ เช่น ที่ตั้งของอาคาร สถานที่ภายในมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องเรียบร้อย และได้ผลงานจุดมุ่งหมายของผู้ว่าจ้าง
8.10 ดูแลการจราจรภายในพื้นที่ที่รับผิดชอบและงานอื่นๆที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
8.11 ผู้รับจ้างจะต้องมีแผนและมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ บุคคล การจราจร และการโจรกรรม ภายใน มหาวิทยาลัย พร้อมส่งแผนการดําเนินการก่อนการตรวจรับงวดที่ 1
9. เกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัย
9.1 การปฏิบัติงานและการดูแลความเรียบร้อยทั่วไป
9.1.1 อํานวยความสะดวกและต้อนรับจนสร้างความประทับใจแก่นิสิต นักเรียน อาจารย์
บุคลากร ตลอดจนบุคคลทั่วไปให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีงามแก่มหาวิทยาลัย
9.1.2 ควบคุมการผ่านเข้า - ออก ของบุคคล/ยานพาหนะอย่างมีประสิทธิภาพตามความ
มุ่งหมายในการรักษาความปลอดภัยและจราจร
9.1.3 ตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัยในทรัพย์สินต่างๆ ตลอดจนอาคารสถานที่
3D
ให้มีความเรียบร้อยและปลอดภัย
9.1.4 เฝ้าระวังภัยต่างๆ อย่างรัดกุมและระงับเหตุต่อเหตุการณ์คับขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9.1.5 สอบถามหรือปฏิบัติการตรวจค้นต่อผู้มีพฤติกรรมน่าสงสัยได้อย่างประนีประนอมและ
ตามความเหมาะสมกับเหตุการณ์
9.1.6 ควบคุมหรือระงับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที ตามความจําเป็นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะ
หน้าและแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ
9
9.1.7 ตรวจตราพื้นที่ภายในอาคารส่วนกลางต่างๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
9.2 การตรวจตรายามวิกาล
9.2.1 เดินตรวจตราทั่วบริเวณ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้มีความถี่เพียงพอต่อการป้องกัน การเข้ามาประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
9.2.2 ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง เพื่อป้องกันการสูญหาย
9.3 จัดทําแผนควบคุมการนําสิ่งของเข้า-ออกภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดทําข้อกําหนดมาตรฐานการนําสิ่งของเข้า-ออก ภายในพื้นที่ของ
มหาวิทยาลัยฯ และส่งให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผู้ว่าจ้างพร้อมกําหนดเป็นขั้นตอนเมื่อได้รับ อนุมัติแผนแล้วผู้รับจ้างให้ยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
9.4 การดูแลสาธารณูปโภค
พนักงานของผู้รับจ้างต้องสํารวจตรวจตราการใช้น้ํา ไฟฟ้า และแสงสว่างให้อยู่ในช่วงเวลาที่ เหมาะสมตามจุดที่กําหนดไว้เพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ เช่น การเปิดน้ําและไฟฟ้า
ทิ้งไว้โดยไม่จําเป็น
9.5 การทวนสอบช่วงเปลี่ยนผลัด
พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคน ก่อนเข้าประจําจุดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่ต่างๆ ในแต่ละ วันจะต้องได้รับการทวนสอบจากหัวหน้าชุดและหัวหน้าผลัด ดังนี้
9.5.1 ลักษณะของการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ เช่น อาคารและสถานที่ต่างๆ ที่มีลักษณะ
การปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างไร แต่ละสถานที่ควรจะปฏิบัติอย่างไร
9.5.2 การควบคุมพื้นที่ที่รับผิดชอบและการตรวจค้น หรือการสังเกตการณ์ต่างๆ รอบๆ
รอบมหาวิทยาลัย
9.5.3 การควบคุม แก้ไข การแจ้งเหตุ และการระงับเหตุการณ์ต่างๆ ตามความเหมาะสม 9.5.4 การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ถังดับเพลิง วิทยุสื่อสาร เป็นต้น
พื้นที่
9.5.5 มารยาทในการปฏิบัติหน้าที่ การแสดงความเคารพและปฏิบัติตามคําสั่งของผู้ว่าจ้าง
ผู้ใช้บริการภายในพื้นที่โดยเคร่งครัด
9.5.6 การทวนสอบรายละเอียดพื้นที่ต่างๆสําหรับให้ข้อมูลแก่ผู้มาติดต่อราชการกับผู้ว่าจ้าง
เช่น สามารถบอกตําแหน่งที่ตั้งของอาคารหรือหน่วยงานต่างๆได้
9.6 การตรวจร่างกายและสิ่งเสพติด
ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่มาปฏิบัติงาน ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ทุกนาย โดยต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานที่เป็น ตัวจริงที่ไม่ใช่กําลังพลสํารอง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจหาสารเสพติด อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ชุดตรวจต้องมีเพียงพอต่อการตรวจหาสารเสพติด) โดยทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะไม่แจ้ง
กําหนดการล่วงหน้าในการตรวจหาสารเสพติดจะใช้วิธีการสุ่มตรวจหาสารเสพติด จะต้องมี คณะกรรมการตรวจรับพัสดุควบคุมการตรวจหาสารเสพติดอย่างน้อย 1 คน และแจ้งผลการตรวจให้ คณะกรรมตรวจรับพัสดุทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมรูปภาพประกอบการตรวจหารสารเสพติด
และหากผู้ว่าจ้างมีข้อสงสัยในพฤติกรรมของพนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ผู้รับจ้าง
10
ดําเนินการตรวจหาสารเสพติดได้โดยทันที และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
หากพบพนักงานรักษาความปลอดภัยมีสารเสพติดในร่างกายทุกชนิด ผู้รับจ้างจะต้องนําออกนอกพื้นที่ ทันทีและไม่อนุญาตให้พนักงานที่มีสารเสพติดกลับเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างอีก โดยผู้รับจ้าง ต้องทําหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และหากไม่ให้ความร่วมมือใน การตรวจสารเสพติดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยหยุดปฏิบัติงานทันที
10. การฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัย
10.1 ผู้รับจ้างจะต้องทบทวนหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาที่ต้องการเน้นในการรักษาความ ปลอดภัยก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน
10.2 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการฝึกทวนในพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูสมรรถนะและเพิ่มพูนทักษะวิชาชีพความรู้ ทั้งวิธีปฏิบัติ และจัดการกับอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นประจําวัน เดือนละ 1 ครั้ง โดยการเรียกทวนสอบใน วัน เสาร์ วันอาทิตย์ ในพื้นที่ที่ผู้ว่าจ้างจัดไว้ให้โดยผู้รับจ้างต้องส่งแผนการฝึกทวนให้ผู้ว่าจ้างอนุมัติก่อนการ
ดําเนินการฝึกทวนและต้องมีตัวแทนของผู้ว่าจ้างเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยต้องส่งแผนในหัวข้อการฝึกทวนให้
คณะกรรมตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติ
10.3 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอหัวข้อการฝึกเพื่อการเสริมทักษะและสมรรถนะพนักงานรักษาความ ปลอดภัย ระดับวิชาชีพชั้นสูงอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยต้องส่งหัวข้อการฝึกอบรมให้คณะกรรมตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติ
11. เงื่อนไขการส่งตัวพนักงานของผู้รับจ้างกลับหน่วยงานต้นสังกัด
11.1 ดื่มสุราหรือของมึนเมา ตลอดจนเสพสารเสพติดทุกชนิด จากภายนอกมหาวิทยาลัยและภายใน พื้นที่ของผู้ว่าจ้าง หากผู้ว่าจ้างตรวจพบผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการส่งตัวพนักงานออกนอกพื้นที่ทันที
11.2 นอนหลับในขณะปฏิบัติงานโดยผู้ว่าจ้างได้ดําเนินการแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หรือแจ้งในที่ประชุมทราบ
11.3 กล่าววาจาไม่สุภาพ แสดงกิริยาอาการประสงค์ร้ายต่อบุคลากร อาจารย์ นักเรียน นิสิต บุคคล ทั่วไปและผู้มาติดต่อราชการภายในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
11.4 ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้แจ้งให้หัวหน้าชุดและผู้ว่าจ้างหรือตัวแทน ผู้ว่าจ้างทราบ
11.5 ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ข้อบังคับและคําสั่งของผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง 11.6 พนักงานของผู้รับจ้างทะเลาะวิวาทในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
12. คุณสมบัติ ผู้ประสานงาน หัวหน้าผลัดและพนักงานรักษาความปลอดภัย
12.1 หัวหน้าชุด ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับระดับอนุปริญญา (ปวส.) หรือมีใบรับรองการปฏิบัติงานด้านการรักษาความปลอดภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี จํานวน 1 คน ทําหน้าที่ ควบคุมการทํางานของหัวหน้าผลัดและพนักงานรักษาความปลอดภัย ตลอดจนการปฏิบัติงานร่วมกับผู้ว่าจ้าง
หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างใต้
12.2 หัวหน้าผลัด ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากร ที่มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/ เทียบเท่า (ปวช.) หรือมีใบรับรองการปฏิบัติงานด้านการรักษาความปลอดภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จํานวน 5
11
คน ทําหน้าที่ในการควบคุมการทํางานของพนักงานรักษาความปลอดภัยและรายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้ผู้ว่า
จ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างและหัวหน้าชุดทราบ
12.3 พนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากร ที่มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 หรือสําเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคบังคับตามกฎหมายกําหนด หรือผ่านการอบรมด้าน
การรักษาความปลอดภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยต้องมีหนังสือรับรองจากสถานฝึกอบรมด้านการรักษา
ความปลอดภัย ทําหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยให้มีความเรียบร้อย ปลอดภัยตามพระราชบัญญัติธุรกิจ รักษาความปลอดภัย ปี พ.ศ. 2558 หรือตามมาตรฐานรักษาความปลอดภัยและจราจร
ผู้รับจ้างต้องนําเอกสารผู้ปฏิบัติงานพร้อมกับเอกสารการประกอบการสมัครเข้ามาให้ผู้ว่าจ้างในวันที่
เซ็นสัญญาในครบถ้วน
12.4 คุณสมบัติอื่นๆ ของพนักงานทั้งหมดของผู้รับจ้าง
12.4.1 มีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 20 ปีบริบูรณ์ - 65 ปี และต้องผ่านการเกณฑ์ทหารหรือต้องมี ใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.43 หรือ สด 9) ส่วนสูงผู้ชายต้องไม่ต่ํา กว่า 160 ซม. และส่วนสูงผู้หญิงต้องไม่ต่ํากว่า 150 ซม. หรือขึ้นอยู่ดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณา มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นผู้พิการ หรือเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง หรือ ตามที่ผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นสมควร ทั้งนี้ พนักงานรักษาความปลอดภัยที่มี อายุช่วง 61-65 ปี รับในอัตราส่วนร้อยละ 5 ของจํานวนพนักงาน ทั้งหมด (ไม่เกิน 3 คน)
12.4.2 พนักงานของผู้รับจ้างต้องได้รับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต จากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 และจะต้องแนบสําเนา
(แบบ ธ.7) มาพร้อมประวัติพนักงาน
12.4.3 พนักงานของผู้รับจ้างต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยจากสถาน
ฝึกอบรมที่นายทะเบียนกลางรับรองและจะต้องแนบสําเนามาพร้อมประวัติพนักงาน
12.4.4 จํานวนพนักงานชายต้องมีมากกว่าพนักงานหญิงในอัตราส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
ของจํานวนพนักงานทั้งหมดและให้สอดคล้องกับลักษณะงานหรือตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
12.4.5 มีมารยาทเรียบร้อย มีความสุภาพ มีสัมมาคารวะ มีความขยันอดทนและมีความซื่อสัตย์สุจริต 12.4.6 ต้องเป็นบุคคลที่แพทย์แผนปัจจุบันรับรองว่าเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นบุคคล
วิกลจริต โรคร้ายแรงและเป็นที่รังเกียจของสังคม
12.4.7 ไม่ละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและมีน้ําใจในการทํางาน 1.2.4.8 ไม่เสพสารเสพติดทุกชนิด ตลอดทั้งบุหรี่ สุรา และของมึนเมาทุกชนิด
12.4.9 ไม่เคยเป็นผู้กระทําผิดอาญาจนได้รับโทษจําคุกหรือโทษที่หนักกว่าจําคุก โดยคําพิพากษา ถึงที่สุดให้จําคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่กระทําโดยประมาทหรือ
ความผิดลหุโทษ
12.4.10 ไม่เคยเป็นผู้ถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากหน่วยงานเดิม
12.4.11 ต้องมีความรู้ในการใช้เครื่องดับเพลิงและเข้าระงับเหตุได้เมื่อเกิดอัคคีภัย
12.4.12 พนักงานของผู้รับจ้างห้ามดื่มสุรา นอนหลับหรือเสพของมึนเมาตลอดจนสารเสพติดต่างๆ รวมทั้งการเล่น การพนัน ในขณะปฏิบัติหน้าที่ และขณะที่อยู่บริเวณพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
12
อย่างเด็ดขาด
12.4.13 พนักงานของผู้รับจ้างจะต้องแต่งเครื่องแบบตามที่บริษัทผู้รับจ้างกําหนด ซึ่งจะต้องเป็น เครื่องแบบที่สุภาพและได้มาตรฐานงานรักษาความปลอดภัยและได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุพร้อมติดบัตรประจําตัวระบุชื่อ - สกุล และรูปถ่าย ตามที่บริษัทผู้รับจ้างเป็นผู้ออกให้ 13. จํานวนอัตราพนักงานขั้นต่ําที่กําหนดในแต่ละพื้นที่และการส่งพนักงานเข้าปฏิบัติงาน
13.1 ผู้รับจ้างจะต้องนําส่งประวัติพนักงานพร้อมเอกสารอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด และทําการสแกน ลายนิ้วมือกับผู้ว่าจ้างให้แล้วเสร็จก่อนเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ล่วงหน้า 3 วันทําการ หากผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบ พนักงานที่ยังไม่ส่งประวัติพร้อมเอกสารผ่านการฝึกอบรม และทําการสแกนลายนิ้วมือ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ ในการให้ผู้รับจ้างนําพนักงานออกนอกพื้นที่โดยทันที
13.2 หากผู้รับจ้างมีการเปลี่ยนแปลงพนักงานต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทุกครั้งโดยเร็วด้วยลายลักษณ์ อักษรภายใน 3 วันทําการ ถ้าหากผู้รับจ้างละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนด หากมีปัญหาใดๆ ผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
13.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานที่มีความสามารถและมีประสบการณ์ในการทํางานด้านรักษาความ ปลอดภัยมาก่อน โดยต้องจัดจํานวนให้เหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติในแต่ละช่วงเวลา หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าจํานวน พนักงานที่ผู้รับจ้างกําหนดในแต่ละช่วงเวลาไม่เพียงพอ ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งเพิ่มจํานวนพนักงานได้ และผู้ รับจ้างมีหน้าที่ต้องจัดหาพนักงานมาเพิ่มทันที โดยผู้รับจ้างจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่ได้ และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีงาน พิธีการหรืองานสําคัญต่าง ๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานมาปฏิบัติงานให้สําเร็จลุล่วง โดยจัดพนักงานในจํานวน ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน แต่ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่ได้เช่นกัน อนึ่งหากผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบว่า พนักงานคนใดปฏิบัติงานไม่เหมาะสมหรือไม่มีความสามารถ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งเปลี่ยนพนักงานได้ทันที และผู้รับ
จ้างต้องสแกนลายนิ้วมือและจัดสมุดเพื่อลงนามการปฏิบัติงานของพนักงานทั้งเวลามาและกลับตามความเป็น จริงทุกวัน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและผู้รับจ้างต้องจัดอัตรากําลังลงตามพื้นที่ ตามจุดที่กําหนดให้หรือตาม ความเหมาะสมของงานโดยที่อัตรากําลังต้องครบตามจํานวนไม่น้อยกว่า 49 คน และจะต้องส่งตัวพนักงานเข้า ปฏิบัติงานให้ครบตามจํานวนตั้งแต่วันเริ่มปฏิบัติงานในสัญญาจ้าง
14. กําหนดวันและเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน
14.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหา หัวหน้าชุด หัวหน้าผลัด และพนักงานรักษาความปลอดภัย มาปฏิบัติงาน ให้กับผู้ว่าจ้างทุกวัน โดยไม่มีวันหยุด ดังนี้
14.1.1 วันจันทร์ – วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือวันหยุดตาม
ประกาศของทางราชการ)
ผลัดที่ 1 (ผลัดกลางวัน) เวลา 06.00 น.- 18.00 น. หรือตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด ผลัดที่ 2 (ผลัดกลางคืน) เวลา 18.00 น. - 06.00 น. หรือตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด
3
15. สถานที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (แบ่งเป็น 3 โซน)
15.1 ผลัดกลางวัน (มีหัวหน้าผลัดอย่างน้อย 1 นาย) ได้แก่
ลาดับที
1
พื้นที่ตั้งแต่หน้าประตู 1
2
รายละเอียดพื้นที่ (โซนที่ 1)
พื้นที่อาคารศูนย์สารสนเทศและการประชาสัมพันธ์และถนนโดยรอบ
13
3 พื้นที่โดยรอบองค์พระ
AAS
4
5
6
7
8
9
10
11
12
พื้นที่ด้านหน้าและพื้นที่โดยรอบคณะศึกษาศาสตร์ พื้นที่ด้านหน้าและพื้นที่โดยรอบคณะสังคมศาสตร์ พื้นที่โดยรอบและบนสนามกีฬากลาง ม.ร.ว.จุรีพรหม กมลาสน์ พื้นที่ลานสวูนิเพล็กซ์
พื้นที่ภายในอาคารบริการ : ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล
พื้นที่ภายในอาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี
ทางเข้าด้านถนนอโศกมนตรี
พื้นที่ทางเดินขึ้น-ลงที่จอดรถใต้อาคารบริการ : อาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี (โซนจอดรถใต้ดินชั้น B1)
หรือพื้นที่อื่นๆ ที่คณะกรรมการตรวจพัสดุกําหนด
1
15.2 ผลัดกลางวัน (มีหัวหน้าผลัดอย่างน้อย 1 นาย) ได้แก่
ลําดับที่
รายละเอียดพื้นที่ (โซนที่ 2)
1
พื้นที่โดยรอบอาคารบัณฑิตวิทยาลัย
2
พื้นที่ลานเล่นล้อ
3
4
5
พื้นที่โดยรอบอาคารสํานักงานอธิการบดี 3
พื้นที่ภายในและโดยรอบอาคารสํานักงานอธิการบดี (อาคาร 9)
อาคารปฏิบัติงานและที่พักพนักงานขับรถยนต์และที่จอดรถยนต์ของมหาวิทยาลัย
6 พื้นทีตั้งแต่ประตู 2
7
8
9
10
11
12
13
14
15
พื้นที่รอบวงเวียนและรอบสหกรณ์ออมทรัพย์
พื้นที่ทางเดิน ขึ้น - ลง ที่จอดรถอาคารศูนย์อํานวยการพัฒนานวัตกรรม (อาคารจอดรถใต้ดิน)
ช่องทางที่ 1,2,3,4
พื้นที่ลานอิ แดง
พื้นที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสาธิต มศว (ฝ่ายมัธยม)
พื้นที่ด้านหน้าอาคารหอประชุมใหญ่และพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องและพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่อาคารโภชนาคารสีเขียวและพื้นที่โดยรอบ
นที่โรงอาหาร 1 ชั้น และพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่โดยรอบอาคารวิทยาลัยโพธิวิชชาลัยและพื้นที่โดยรอบวิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน
16 พื้นที่ตั้งแต่ประตู 3 (ซอยสวัสดี)
17
พื้นที่ถนนหลังโรงอาหารถึงถนนบรรจบอาคารที่จอดรถคณะวิทยาศาสตร์
18 พื้นที่ตั้งแต่ประตู 3 (ประจําป้อม)
19
หรือพื้นที่อื่นๆ ที่คณะกรรมการตรวจพัสดุกําหนด
15.3 ผลัดกลางวัน (มีหัวหน้าผลัดอย่างน้อย 1 นาย) ได้แก่
ลําดับที
14
รายละเอียดพื้นที่ (โซนที่ 3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
พื้นที่โดยรอบด้านหน้าคณะทันตแพทยศาสตร์
พื้นที่ด้านหน้าอาคารกิจกรรมนิสิตและสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์และพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่อาคารสมเด็จพระเทพฯ (หอสมุดกลาง) และพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่โดยรอบอาคารประสานมิตร (อาคาร3)
พื้นที่ภายในอาคารประสานมิตร (อาคาร 3)
พื้นที่ประตู 5 (ฝั่งรัตนิน)
พื้นที่หลังอาคารประสานมิตร
พื้นที่โดยรอบและภายในอาคารเรียนอเนกประสงค์ (อาคาร14)
พื้นที่โดยรอบสนามบาสเก็ตบอล
พื้นที่โดยรอบและภายในอาคารเรียนรวม (Learning Tower)
พื้นที่ลานผู้ให้
พื้นที่โดยรอบอาคารคณะมนุษยศาสตร์ (อาคาร 2)
พื้นที่ถนนด้านหลังอาคารเรียนอเนกประสงค์ (อาคาร 14)
พื้นที่โดยรอบสนามเทนนิส
พื้นที่ถนนอาคารพักขยะกลาง
พื้นที่โดยรอบอาคารหอพักนิสิตเพชรในตม
พื้นที่โดยรอบคณะพลศึกษา
พื้นที่โดยรอบอาคารวิทยาลัยนวัตกรรมและคณะมนุษยศาสตร์ (อาคารใหม่)
พื้นที่ตั้งแต่ประตู 4 (ริมคลองแสนแสบ) พื้นที่โดยรอบโรงอาหารริมน้ํา
พื้นที่ด้านหน้าและพื้นที่โดยรอบคณะแพทยศาสตร์
15.4 ผลัดกลางคืน (มีหัวหน้าผลัดอย่างน้อย 1 นาย) ได้แก่
รายละเอียดพื้นที่ (โซนที่ 1-3)
พื้นที่อาคารศูนย์สารสนเทศและการประชาสัมพันธ์และถนนโดยรอบ
พื้นที่ด้านหน้าและพื้นที่โดยรอบคณะศึกษาศาสตร์
ลําาดับที่
1
พื้นทีตั้งแต่หน้าประตู 1
2
3
พื้นที่โดยรอบองค์พระ
4
5
6
7
8
9
10
11
12
พื้นที่ด้านหน้าและพื้นที่โดยรอบคณะสังคมศาสตร์
พื้นที่โดยรอบและบนสนามกีฬากลาง ม.ร.ว.จุรีพรหม กมลาสน์
พื้นที่ลานสวูนิเพล็กซ์
พื้นที่ภายในอาคารบริการ : ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล พื้นที่ภายในอาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี
ทางเข้าด้านถนนอโศกมนตรี
พื้นที่ทางเดินขึ้น-ลงที่จอดรถใต้อาคารบริการ : ศาสตราจารย์
ม.ล.ปิ่น มาลากุลและอาคารนวัตกรรม : ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี โซนจอดรถใต้ดินชั้น B1) พื้นที่โดยรอบอาคารบัณฑิตวิทยาลัย
:
15
พื้นที่โดยรอบอาคารสํานักงานอธิการบดี 3
พื้นที่ภายในและโดยรอบอาคารสํานักงานอธิการบดี (อาคาร 9)
13
พื้นที่ลานเล่นล้อ
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
อาคารปฏิบัติงานและที่พักพนักงานขับรถยนต์และที่จอดรถยนต์ของมหาวิทยาลัย
พื้นที่ตั้งแต่ประตู 2
พื้นที่รอบวงเวียนและรอบสหกรณ์ออมทรัพย์
พื้นที่ทางเดิน ขึ้น - ลง ที่จอดรถอาคารศูนย์อํานวยการพัฒนานวัตกรรม (อาคารจอดรถใต้ดิน) ช่องทางที่ 1,2,3,4
พื้นที่ลานอิฐแดง
พื้นที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสาธิต มศว (ฝ่ายมัธยม)
พื้นที่ด้านหน้าอาคารหอประชุมใหญ่และพื้นที่โดยรอบ พื้นที่อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องและพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่อาคารโภชนาคารสีเขียวและพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่โรงอาหาร 1 ชั้น และพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่โดยรอบอาคารวิทยาลัยโพธิวิชชาลัยและพื้นที่โดยรอบวิทยาลัยนานาชาติ
เพื่อศึกษาความยั่งยืน
26
27
พื้นที่ตั้งแต่ประตู 3 (ซอยสวัสดี)
28
พื้นที่ถนนหลังโรงอาหารถึงถนนบรรจบอาคารที่จอดรถคณะวิทยาศาสตร์
20
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
พื้นที่ลานผู้ให้
41
42
43
44
45
พื้นที่ตั้งแต่ประตู 3 (ประจําป้อม)
พื้นที่โดยรอบด้านหน้าคณะทันตแพทยศาสตร์
พื้นที่ด้านหน้าอาคารกิจกรรมนิสิตและสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์และพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่อาคารสมเด็จพระเทพฯ (หอสมุดกลาง) และพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่โดยรอบอาคารประสานมิตร (อาคาร3)
พื้นที่ภายในอาคารประสานมิตร (อาคาร 3)
พื้นที่ประตู 5 (ฝั่งรัตนิน)
พื้นที่หลังอาคารประสานมิตร
พื้นที่โดยรอบและภายในอาคารเรียนอเนกประสงค์ (อาคาร 14)
พื้นที่โดยรอบสนามบาสเก็ตบอล
พื้นที่โดยรอบและภายในอาคารเรียนรวม (Learning Tower)
พื้นที่โดยรอบอาคารคณะมนุษยศาสตร์ (อาคาร 2)
พื้นที่ถนนด้านหลังอาคารเรียนอเนกประสงค์ (อาคาร 14)
พื้นที่โดยรอบสนามเทนนิส
พื้นที่ถนนอาคารพักขยะกลาง
พื้นที่โดยรอบอาคารหอพักนิสิตเพชรในตม
16
พื้นที่โดยรอบคณะพลศึกษา
พื้นที่โดยรอบอาคารวิทยาลัยนวัตกรรมและคณะมนุษยศาสตร์ (อาคารใหม่)
พื้นที่ตั้งแต่ประตู 4 (ริมคลองแสนแสบ)
46
47
48
49
พื้นที่โดยรอบโรงอาหารริมน้ํา
50
51
หรือพื้นที่อื่นๆ ที่คณะกรรมการตรวจพัสดุกําหนด
พื้นที่ด้านหน้าและพื้นที่โดยรอบคณะแพทยศาสตร์
หมายเหตุ ผลัดกลางวันโซนพื้นที่ 1,2,3 และผลัดกลางคืน (โซนพื้นที่ 1-3) ต้องดูแลการจราจรภายในพื้นที่ที่ รับผิดชอบและงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง และพื้นที่การปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความ ปลอดภัย ขึ้นอยู่กับดุจพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ว่าจ้างกําหนด
15.5 ตารางการปฏิบัติงานและจํานวนของพนักงานรักษาความปลอดภัย
จํานวนพนักงานรักษาความปลอดภัย
ลําดับที่
สถานที่และพื้นที่ที่รับผิดชอบ
รวม
ผลัดกลางวัน (คน)
ผลัดกลางคืน(คน)
1
โซนที่ 1
7
4
11
2
โซนที่ 2
11
4
15
3
โซนที่ 3
10
7
17
4
หัวหน้าผลัดโซนที่ 1
1
1
5
หัวหน้าผลัดโซนที่ 2
1
1
6
หัวหน้าผลัดโซนที่ 3
1
1
7
หัวหน้าผลัดโซนที่ 1-3
2
2
8
หัวหน้าชุด
1
1
รวม
32
17
49
วัน
เตือน
15.6 วันหยุดราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2570
ที่
ปี
วันหยุดนักขัตฤกษ์
วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระ
วันอังคาร
13
ตุลาคม
2569
บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
วันศุกร์
23
ตุลาคม
2569
วันจันทร์
7
ธันวาคม
2569
วันพฤหัสบดี 10
ธันวาคม
2569
วันพฤหัสบดี
31
ธันวาคม
2569
วันศุกร์
1
มกราคม
2570
มหาราชบรมนาถบพิตร
วันปิยมหาราช
วันรัฐธรรมนูญ วันสิ้นปี วันขึ้นปีใหม่
วันหยุดชดเชย วันพ่อแห่งชาติ
วันจันทร์
22
กุมภาพันธ์
2570
วันหยุดชดเชย วันมาฆบูชา
วันอังคาร
6
เมษายน
2570
วันจักรี
17
วันอังคาร
13
เมษายน
2570
วันสงกรานต์
วันพุธ
14
เมษายน
2570
วันสงกรานต์
วันพฤหัสบดี 15
เมษายน
2570
วันสงกรานต์
วันอังคาร
4
พฤษภาคม
2570
วันฉัตรมงคล
วันพฤหัสบดี 20
พฤษภาคม
2570
วันวิสาขบูชา
วันพฤหัสบดี 3 มิถุนายน
2570
วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบรมราชินี
วันจันทร์
19
กรกฎาคม
2570
วันอังคาร
20
กรกฎาคม
2570
วันพุธ
23
28
กรกฎาคม
2570
วันเข้าพรรษา
วันหยุดชดเชย วันอาสาฬหบูชา วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จ
พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวิชราลงกรร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนาง
วันพฤหัสบดี 12
สิงหาคม
2570
เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปีหลวง
16. อุปกรณ์และการดูแลรักษา
ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาวัสดุ - อุปกรณ์ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ที่จําเป็นและเกี่ยวข้องต่อ การปฏิบัติงานโดยผู้รับจ้างจะต้องนําวัสดุอุปกรณ์มาประจําพื้นที่ของผู้ว่าจ้างให้เพียงพอ ดังนี้ 16.1 วิทยุสื่อสารครบตามจํานวนไม่น้อยกว่า 40 เครื่อง หรือตามจํานวนของผู้ปฏิบัติงาน และสําหรับผู้ตรวจสอบ/คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตามจํานวนผู้ตรวจสอบ/คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (เครื่องใหม่) และต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือผ่านการรับรองจาก สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
16.2 หมวกแก๊ปทรงหม้อตาลหรือหมวกทรงกลม (แบบจราจร) ตามจํานวนของผู้ปฏิบัติงานทุก
คนและสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาให้เพียงพอต่อการใช้งาน
16.3 ไฟฉายชนิด LED กําลังไฟไม่น้อยกว่า 15 W สามารถกันน้ําได้ แบบชาร์จไฟ โดยได้รับ มาตรฐาน จํานวนไม่น้อยกว่า 10 กระบอก หรือให้เพียงพอต่อการใช้งานสําหรับผู้ปฏิบัติงานผลัดกลางคืน
16.4 นกหวีดพร้อมสาย ตามจํานวนของผู้ปฏิบัติงานทุกคนและสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาให้ เพียงพอต่อการใช้งาน
16.5 เครื่องแบบผู้ปฏิบัติงานให้ขออนุมัติผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานและต้องอยู่ในสภาพสะอาด และเรียบร้อย ถ้าพบความไม่เรียบให้หยุดปฏิบัติงานทันที
การใช้งาน
16.6 เสื้อกันฝน คุณภาพสูง มีแถบสะท้อนแสง จํานวนไม่น้อยกว่า 20 ชุด หรือให้เพียงพอต่อ
16.7 กระบองไฟฟ้า จํานวนไม่น้อยกว่า 10 ชุด หรือให้เพียงพอต่อการใช้งานและสามารถใช้ งานได้ตลอดเวลา
การใช้งาน
16.8 ถุงมือจราจรสีขาว จํานวนไม่น้อยกว่า 100 คู่ สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาให้เพียงพอต่อ
16.9 รองเท้าบูธกันน้ํา จํานวนไม่น้อยกว่า 15 คู่ หรือให้เพียงพอต่อการใช้งาน

18
16.10 ที่ล็อคล้อ พร้อมแม่กุญแจ จํานวนไม่น้อยกว่า 12 ชุด หรือให้เพียงพอต่อการใช้งาน 16.11 พลาสติกกั้นเขต สีขาว-สีแดง ขนาด 3 นิ้ว ยาว 500 เมตร จํานวนไม่น้อยกว่า 60 ม้วน
และเพียงพอต่อการใช้งาน
จํานวน 5
ชุด
16.12 ร่มสนามขนาด 60 นิ้ว พร้อมขาตั้ง จํานวน 5
ชุด
หรือเพียงพอต่อการใช้งาน
16.13 เต็นท์ผ้าใบ พร้อมกันสาด ขนาด 2 X 2 เมตร สมารถใช้การแจ้งแข็งแรง ทนแดด ทนฝน
หรือเพียงพอต่อการใช้งาน
16.14 โทรโข่ง ขนาด 9 นิ้ว กําลังขับเสียงไม่น้อยกว่า 70 วัตต์ สามารถกันน้ําได้ จํานวน 5 ตัว หรือเพียงพอต่อการใช้งาน
ต่อการใช้งาน
ต่อการใช้งาน
16.15 ธงโบกให้สัญญาณสีแดงขนาด 60 X 80 เซนติเมตร พร้อมด้าม จํานวน 4 ชุด หรือเพียงพอ
16.16 ธงโบกให้สัญญาณสีแดงขนาด 40 X 60 เซนติเมตร พร้อมด้าม จํานวน 8
ชุด
16.17 นาฬิการักษาการณ์ (GUARD TOUR) จํานวน 3 ชุด หรือเพียงพอต่อการใช้งาน 16.18 ชุดตรวจหาสารเสพติด จํานวน 100 ชุด หรือเพียงพอต่อการใช้งาน 16.19 วัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
17. ความปลอดภัยและการป้องกันความเสียหาย
หรือเพียงพอ
ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน หากมีความเสียหายเกิด
ขึ้นกับบุคคล สิ่งก่อสร้างและหรือทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบโดยด่วน เช่น โคมไฟ ป้าย หัวสปริงเกอร์ วาล์วเปิดปิดน้ํา ท่อระบายน้ํารวมทั้งสิ่งอื่นๆ ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบ หากผู้รับจ้าง มิได้รายงานความเสียหายดังกล่าวและผู้ตรวจสอบหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจพบจะถือเสมือนหนึ่ง ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทําของผู้รับจ้างเองและผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้โดยยินยอมให้หักจาก เงินงวดที่ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ของอัตราค่าจ้างเหมารวมตามสัญญาจ้าง
18. สิ่งที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้
ผู้ว่าจ้างจะจัดหาสถานที่และอุปกรณ์เฉพาะที่จําเป็นดังต่อไปนี้ให้ผู้รับจ้างเท่านั้น อุปกรณ์
นอกเหนือจากที่ระบุในรายการนี้ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งสิ้น
18.1 ห้องเก็บของจะจัดให้เฉพาะเท่าที่จําเป็นแก่การเก็บเครื่องมือ อุปกรณ์เท่านั้น โดยผู้ว่าจ้างจะ ไม่รับผิดชอบความเสียหายและสูญหายใดๆ ทั้งสิ้น
18.2 กรวยและแผงกั้นตามจุดต่างๆ ผู้ว่าจ้างจะจัดหาไว้ให้นอกเหนือจากนั้นผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างได้มาตรฐาน
18.3 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการติดตั้งมิเตอร์น้ําและมิเตอร์ไฟ ณ จุดที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้ โดยต้องชําระ ค่าน้ําและค่าไฟให้แก่มหาวิทยาลัย ตามยอดใช้จริงภายใน วันที่ 15 ของทุกเดือน
19. การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างจะต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติจากผู้ว่าจ้างทุกๆ 3 เดือน หากไม่ผ่านการประเมินตาม เกณฑ์มาตรฐานตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ผู้ว่าจ้างสามารถบอกยกเลิกสัญญาจ้างได้ทันที โดยไม่มีการฟ้องร้องใดๆทั้งสิ้น 20. การส่งมอบงานและการตรวจรับพัสดุ
19
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จเรียบร้อยครบถ้วนถูกต้องตรงตาม
ข้อกําหนดในขอบเขตของงานในแต่ละเดือน เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทําการตรวจรับมอบงาน
20.1 เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานตามสัญญาแล้วเสร็จในแต่ละงวดเดือน ให้ทําหนังสือแจ้งการส่งมอบ งานประจํางวดเดือนนั้นๆ พร้อมแนบเอกสาร ดังนี้

  1. รายงานผลการปฏิบัติงานประจําเดือนที่จะส่งมอบงาน พร้อมภาพถ่ายประกอบ 2) ใบลงลายมือชื่อของผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่ตรงกับใบสแกนลายนิ้วมือ 3) สรุปปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน พร้อมแนวทางแก้ไข 4) อื่นๆที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าจ้างสั่งการ
    20.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทํารูปเล่มรายงานการปฏิบัติงาน เพื่อประกอบการตรวจรับพัสดุ จํานวน 2 เล่ม แต่ละงวดงานโดยนําส่ง ณ แผนกพัสดุ ส่วนพัฒนากายภาพ ชั้น 2 อาคารสํานักงานอธิการบดี 3 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายในอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุมตรวจรับพัสดุ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ไม่รับ เอกสารการแจ้งส่งมอบงานถ้าหากผู้รับจ้างส่งเอกสารไม่ครบถ้วนและถูกต้องตรงตามข้อกําหนดดังกล่าว โดยที่
    ผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงินชดเชยใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของการส่งเอกสารส่งมอบงานและใบแจ้งหนี้ของผู้ รับจ้างมิได้ รูปเล่มที่นําส่งประกอบด้วย
  2. เล่มลงชื่อปฏิบัติงานและบันทึกรายงานประจําวัน จํานวน 2 เล่ม ทุกเดือนที่ตรวจรับ
  3. เล่มการปฏิบัติงานพร้อมภาพถ่ายประกอบประจําวัน, สรุปปัญหาและอุปสรรคในการ ปฏิบัติงาน พร้อมแนวทางแก้ไข และบันทึกเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เกิดขึ้นของแต่ละผลัด จํานวน 2 เล่ม และจัดส่ง ไฟล์ให้ผู้ว่าจ้าง ทุกเดือนที่ตรวจรับ
    3 เดือน
  4. เล่มการประเมินผลการปฏิบัติทุกๆ 3 เดือน จํานวน 2 เล่ม และจัดส่งไฟล์ให้ผู้ว่าจ้างทุกๆ
  1. การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่า วัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามแบบเอกสารที่กําหนดในหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 78 ลงวันที่ 31 มกราคม 2565 22. กําหนดส่งมอบพัสดุ
  • กําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ยื่นข้อเสนอ
  • กําหนดเวลาการจ้าง 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอจะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา
  2. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    จํานวน 13,200,000,00 บาท (สิบสามล้านสองแสนบาทถ้วน) ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยใช้ งบประมาณเงินรายได้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2570
  3. งวดงานและการจ่ายเงิน
    เป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวมทั้งหมด 12 (สิบสอง) งวด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึง 30
    กันยายน 2570
  4. อัตราค่าปรับ


    :
    20
    26.1 ผู้รับจ้างไม่นําส่งรายชื่อพร้อมแนบสําเนาวุฒิการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พนักงานของผู้รับจ้างทั้งหมด (โดยต้องลงนามรับรองสําเนาถูกต้องทุกฉบับ) ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง (กรณีวุฒิการศึกษาหาย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับใบแจ้งความ) ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตราค่าจ้างเหมารวมตามสัญญาจ้าง นับตั้งแต่ วันที่ลงนามในสัญญานั้น จนถึงวันที่ ผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วน ถูกต้อง ตามข้อกําหนดเงื่อนไขใน รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและห้ามมิให้พนักงานเหล่านั้นของผู้รับจ้างปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าเอกสาร ประวัติจะครบถ้วน อนึ่งหากผู้ว่าจ้างตรวจสอบเอกสารประวัติ วุฒิการศึกษา สําเนาบัตรประจําตัวบัตร ประชาชนแล้วพบว่าเป็นเท็จหรือมีการปลอมแปลงเอกสารผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ปรับขาดนับตั้งแต่วันที่ยื่น เอกสารและผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตราค่าจ้างเหมารวมตามสัญญาจ้าง ตลอดจนผู้ว่าจ้างจะต้องดําเนินคดีกับผู้รับจ้างต่อไป
    26.2 ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาและ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะงานจ้างในข้อดังต่อไปนี้
    26.2.1 พนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานเกินเวลาที่กําหนดไว้ในขอบเขตของงานจ้าง เหมาแต่ละตําแหน่ง แต่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ในแต่ละวันไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 200 บาทต่อ คนต่อผลัด
    26.2.2 พนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานสายเกินกว่า 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน จะถือว่าพนักงาน ขาดงาน ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะถูกปรับเหมือนกรณีพนักงานของผู้รับจ้างขาดงาน
    26.2.3 พนักงานของผู้รับจ้างเลิกงานก่อนเวลาที่กําหนดไว้ในขอบเขตของงานจ้างเหมา ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 200 บาทต่อคนต่อผลัด หากเลิกงานก่อนเวลาเกิน 1 ชั่วโมงในแต่ละวันจะถือว่า พนักงานขาดงาน ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะถูกปรับเหมือนกรณีพนักงานของผู้รับจ้างขาดงาน
    26.2.4 พนักงานของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ครบ (ขาดงาน) ตามจํานวนบุคลากรที่กําหนด ในขอบเขตของงานและสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 480 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับหัวหน้าชุด) ผู้รับ จ้างจะถูกปรับในอัตรา 400 บาทต่อคนต่อผลัด (สําหรับหัวหน้าผลัด) และในอัตรา 400 บาทต่อคนต่อผลัด (สําหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย) และถูกปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตรา ค่าจ้างเหมารวมตามสัญญาจ้าง
    ยกเว้นเหตุสุดวิสัยที่ต้องมีการเข้างานสายหรือออกก่อนเวลาจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ
    เบื้องต้น และนําเข้าที่ประชุมตามดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    26.2.5 พนักงานของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน (รวมพัก) จะถือว่าพนักงานขาดงานในผลัดต่อไป ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะถูกปรับเหมือนกรณีพนักงาน ของผู้รับจ้างขาดงาน
    26.2.6 พนักงานของผู้รับจ้างเสพของมึนเมาสุรา หรือเสพสิ่งเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่หรือ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 480 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับหัวหน้าชุด) ผู้รับจ้างจะถูกปรับ ในอัตรา 400 บาทต่อคนต่อผลัด (สําหรับหัวหน้าผลัด) และในอัตรา 400 บาทต่อคนต่อผลัด (สําหรับพนักงาน รักษาความปลอดภัย) และถูกปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตราค่าจ้างเหมารวม
    ตามสัญญาจ้างและต้องออกจากงานทันที
    21
    26.2.7 พนักงานของผู้รับจ้างนอนหลับในขณะปฏิบัติงาน โดยผู้ว่าจ้างได้ดําเนินการแจ้งให้ ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หรือผู้ว่าจ้างได้แจ้งในที่ประชุมติดตามงาน หรือประชุมตรวจรับพัสดุ ผู้รับ จ้างจะถูกปรับในอัตรา 480 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับหัวหน้าชุด) ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 400 บาทต่อคน ต่อผลัด (สําหรับหัวหน้าผลัด) และในอัตรา 400 บาทต่อคนต่อผลัด (สําหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย)
    26.2.8 พนักงานของผู้รับจ้างไม่แต่งเครื่องแบบตามที่กําหนด หรือแต่งกายไม่เรียบร้อย เช่น ใส่รองเท้าแตะ ไม่ใส่ชุดฟอร์มของผู้รับจ้าง ไม่มีป้ายชื่อ เป็นต้น ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 200 บาท
    ต่อคนต่อวัน
    26.2.9 พนักงานของผู้รับจ้างน่าบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานเข้ามาในพื้นที่ ของผู้ว่าจ้างโดยมิได้ทําการขออนุญาต ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 500 บาทต่อกรณีต่อครั้งต่อเหตุการณ์
    26.2.10 พนักงานผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ตรงตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ในขอบเขตของงานหรือ สัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 480 บาทต่อคนต่อวัน (สําหรับหัวหน้าชุด) ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตรา 400 บาทต่อคนต่อผลัด (สําหรับหัวหน้าผลัด) และในอัตรา 400 บาทต่อคนต่อผลัด (สําหรับพนักงานรักษา ความปลอดภัย) และถูกปรับเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตราค่าจ้างเหมารวมตาม สัญญาจ้าง
    26.2.11 ผู้รับจ้างมีวัสดุและอุปกรณ์ในแต่ละวันไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้องตามที่กําหนดไว้ หรือไม่ สามารถใช้งานได้ ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตของงานและสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะถูกปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตราค่าจ้างเหมารวมตามสัญญาจ้าง จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการครบถ้วน ถูกต้อง ตามข้อกําหนดเงื่อนไขในขอบเขตของงานและสัญญาจ้าง
    26.2.12 หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างขาดประสิทธิภาพในการทํางาน ทําการละเลยไม่ปฏิบัติ ตามสัญญาจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการยกเลิกสัญญาจ้างและนําเงินงบประมาณที่เหลือไปว่าจ้างบุคคลอื่นมา ปฏิบัติงานแทนได้ทันที
    26.2.13 กรณีการสแกนลายนิ้วมือและลงลายมือชื่อปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการสแกน ลายนิ้วมือและลงลายมือชื่อปฏิบัติงานทั้ง 2 ช่วงเวลาคือเวลาเริ่มเข้าปฏิบัติงานและเวลาเลิกปฏิบัติงาน หาก พบว่าไม่มีการสแกนลายนิ้วมือและไม่ลงลายมือชื่อปฏิบัติงานเวลาใดเวลาหนึ่ง ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ ในการ ปรับเป็นการขาดงานในวันนั้นๆ อนึ่งหากพนักงานของผู้รับจ้างสแกนลายนิ้วมือไม่ติด ขอให้ผู้รับจ้าง รีบดําเนินการแจ้งผู้ว่าจ้างพร้อมทําหนังสือรับรองการมาปฏิบัติงานพร้อมแนบหลักฐาน เช่น ภาพจาก กล้องวงจรปิดของผู้ว่าจ้างหรืออื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างสั่งการ และจะต้องมีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือ ตัวแทนของผู้ว่าจ้างลงนามรับรองภายใน 7 วัน หากไม่ดําเนินการผู้ว่าจ้างจะถือว่าขาดงานเช่นกัน
    26.2.14 หากผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบว่าผู้รับจ้างทําใบรับรองการปฏิบัติงานหรือส่งเอกสารอื่นๆ อันเป็นเท็จ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตราค่าจ้างเหมารวม ตามสัญญาจ้างต่อกรณี ต่อครั้ง ต่อเหตุการณ์
    26.3 นอกจากอัตราค่าปรับที่กล่าวไว้ข้างต้น หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อ 22 ข้อกําหนดอื่นๆ หรือระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกําหนดของมหาวิทยาลัยข้อใดข้อหนึ่ง และเป็นเหตุให้เกิดความ เสียหายใดๆ ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและในอัตราร้อยละ 0.10 (0.10%) ต่อผลัดของอัตรา ค่าจ้างเหมารวมตามสัญญาจ้าง
    26.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหานาฬิการักษาการณ์ (GUARD TOUR) จํานวน 3 ชุด หรือด้วยระบบพิกัด ดาวเทียม และกําหนดไขนาฬิการักษาการณ์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึงเวลา 05.00 น. หรือตามที่ผู้ว่าจ้าง
    22
    กําหนดเพิ่มเติมภายหลัง
    และจุดที่ติดตั้งกุญแจทุกจุดตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด หากไม่ดําเนินการ หรือดําเนินการ
    ไม่ครบจะถูกหักเงินค่าจ้างตามจํานวนครั้งที่ระบุไว้
    26.4.1 ตั้งแต่ 3 – 5 ครั้ง หักเงินค่าจ้างเป็นจํานวน 300 บาท (สามร้อยบาทถ้วน)
    26.4.2 ตั้งแต่ 6 - 8 ครั้ง หักเงินค่าจ้างเป็นจํานวน 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน)
    26,4.3 ตั้งแต่ 9 ครั้งต่อไป หักเงินค่าจ้างเป็นจํานวน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง สามารถไขนาฬิการักษาการณ์ได้ก่อนเวลาที่กําหนดได้ 15 นาที หากปรากฏว่า ผู้รับจ้างปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือฝ่าฝืนสัญญาจนคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้เตือนเป็นลาย ลักษณ์อักษรแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง และผู้รับจ้างไม่ได้แก้ไขและเพิกเฉย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ ว่าจ้างขอสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาจ้างก่อนครบกําหนดได้ทันที และจะยึดเงินประกัน หรือเรียกร้อง
    จากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ําประกันของธนาคารที่ให้ไว้ก็ได้พร้อมทั้งมีสิทธิ์เรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายอัน
    จ้างจะต้องยอมรับผิดชอบชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กําหนดไว้ในสัญญาจนกว่าอายุสัญญาจ้างสิ้นสุดลง
    เนื่องมาจากผลแห่งการยกเลิกสัญญาได้อีกต่างหาก และถ้ามหาวิทยาลัยจ้างบุคคลอื่นมาดําเนินงานแทน ผู้รับ
  5. ข้อกําหนดอื่นๆ
    27.1 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบพื้นที่และอาคารต่างๆ ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยโดย ดําเนินการอย่างสม่ําเสมอ
    27.2 ผู้รับจ้างจะต้องให้พนักงานทุกคนสแกนลายนิ้วมือและลงลายมือชื่อปฏิบัติงานทั้งเวลามา - กลับ ในการปฏิบัติงานของวัน ณ ส่วนพัฒนากายภาพ หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    27.3 พนักงานของผู้รับจ้างห้ามออกภายนอกมหาวิทยาลัยในเวลาปฏิบัติงานยกเว้นเกิดเหตุการณ์
    เร่งด่วนโดยต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างและต้องมีหลักฐานมาแสดงทุกครั้ง
    27.4 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน ขัดคําสั่งหรือฝ่าฝืนระเบียบของผู้ว่าจ้างหรือมี พฤติกรรมส่อทุจริต แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ผู้รับจ้างจะต้องไม่ให้พนักงานผู้นั้นกลับมาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ผู้ว่าจ้างเด็ดขาด
    27.5 ในการปฏิบัติงานถ้าเกิดความเสียหายใดๆไม่ว่าจะเกิดขึ้นแก่ผู้ว่าจ้าง บุคลากรและนิสิต นักเรียน บุคคลทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง หรือเกิดเหตุความชํารุดบกพร่องเสียหายหรือการสูญหายแก่ทรัพย์สิน
    ของผู้ว่าจ้างหรือของบุคลากรของผู้ว่าจ้างอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทําหรือละเลยการปฏิบัติงานของ
    ผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้างหรือบุคลากร นักเรียน นิสิต หรือบุคคลทั่วไป ตามจํานวนที่เสียหายจริง ภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    27.6 ในกรณีที่ผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้างทํางานบกพร่อง ไม่ได้มาตรฐานในงานรักษาความ ปลอดภัยและจราจร หรือทําไม่ถูกต้องตามขอบเขตของงานหรือสัญญาจ้างข้อใดข้อหนึ่ง เมื่อผู้ว่าจ้างแจ้งให้ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือแจ้งในที่ประชุมตรวจรับพัสดุให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องรีบ
    ดําเนินการแก้ไขงานที่บกพร่องให้เรียบร้อยโดยเร็ว โดยไม่คิดค่าจ้างหรือค่าเสียหายใดจากผู้ว่าจ้างอีก ถ้าผู้รับจ้างไม่รีบต่าเนินการแก้ไขหรือไม่ปฏิบัติภายใน 7 วันทําการนับตั้งแต่ผู้ว่าจ้างแจ้งให้ทราบ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ
    บอกเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายจากผู้รับจ้างทั้งหมดโดยสิ้นเชิง
    ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําผิดขอบเขตของงานหรือสัญญาดังกล่าวข้างต้น และผู้ว่าจ้างยังไม่ใช้สิทธิบอก เลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างดําเนินการ ดังนี้
  1. ระงับการจ่ายค่าจ้างทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ บุคคลอื่นทํางานแทนผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ผู้ว่าจ้างต้องเสียไปทั้งหมดโดยสิ้นเชิง
    23
  2. เรียกค่าเสียหายใดๆ อันพึงมี โดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักค่าจ้างที่ยังไม่ได้จ่ายแก่ผู้รับจ้างไว้ เพื่อชําระค่าเสียหายที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดตามสัญญานี้ แต่ถ้าจํานวนเงินค่าจ้างไม่เพียงพอให้หักชําระหนี้ ผู้รับจ้างยินยอมให้หักจากหลักประกันสัญญาได้ทันทีอีกด้วย
  3. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานให้ได้มาตรฐานของงานรักษา ความปลอดภัยและจราจรตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานตามสัญญา หากปรากฏว่าพนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานไม่ เรียบร้อย มีความประพฤติไม่เหมาะสม ผู้รับจ้างยินยอมเปลี่ยนพนักงานให้ใหม่ หรือแก้ไขอุปสรรค ข้อขัดแย้ง ของการปฏิบัติงานจ้างตามที่ผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ทราบภายใน 7 วันทําการนับตั้งแต่วันที่ได้รับการแจ้งจากผู้ว่าจ้าง
  4. ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและให้ความคุ้มครองแรงงานแก่ลูกจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง ที่มาทํางานกับผู้ว่าจ้าง เกี่ยวกับสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามกฎหมายแรงงานด้วย โดยไม่เรียกร้องเอาจากผู้ว่าจ้างอีก
    27.7 การใช้ยานพาหนะภายในมหาวิทยาลัย ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือตามคําสั่งของ มหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด
    27.8 ผู้รับจ้างจะต้องจัดการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่เกิดขึ้นหน้างาน พร้อมรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นและ
    หาแนวทางปฏิบัติที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น
    27.9 กรณีที่มีงานเร่งด่วน ผู้รับจ้างต้องวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนจัดเตรียมพนักงานเพื่อให้ความ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย พร้อมกําหนดวัน เวลา ในการให้บริการงานนั้น
    27.10 ผู้รับจ้างยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกําหนดกฎเกณฑ์หรือระเบียบในการปฏิบัติงานที่อาจ จะ กําหนดขึ้นเพิ่มเติมในภายหลัง อันเกี่ยวกับการบริการรักษาความปลอดภัยและจราจรตามสัญญาจ้างนี้ หรือ นโยบายของผู้ว่าจ้าง
    27.11 กฎหมายแรงงานปัจจุบัน (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง วันที่ 23 เมษายน 2569) งานเฝ้า ดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทํางานของลูกจ้าง (คือ งาน รปภ.) รปภ. ทํางานล่วงเวลา หรือ ทํางานเกิน 8 ชั่วโมงในแต่ละวัน (แต่ละกะ) จะไม่ได้รับค่าล่วงเวลา
    พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 65 บัญญัติว่า “ลูกจ้างซึ่งมีอํานาจหน้าที่หรือซึ่ง นายจ้างให้ทํางานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลาใน วันหยุดตามมาตรา 63 แต่ลูกจ้างซึ่งนายจ้างให้ทํางานตาม (3) (4) (5) (6) (7) (8) หรือ (9) มีสิทธิได้รับ ค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมงที่ทํา” ( (9) คือ งานอื่นตามที่
    กําหนดในกฎกระทรวง)
    กฎกระทรวง กําหนดงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด พ.ศ. 2552 “ข้อ 2. งานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 63 แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมงที่ทํา ได้แก่
    งานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทํางานปกติของลูกจ้าง”
    27.13 กฎหมายแรงงานใหม่ (เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป) กฎกระทรวง กําหนดค่า ล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทํางานที่เกินวันละ 8 ชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่ การทํางานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568
    ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด 365 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 24 เมษายน 2568 ดังนั้นกฎกระทรวงใหม่ฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับตั้ง
    จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
    24
    ข้อที่ 2 ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกําหนดงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
    พ.ศ. 2552
    ข้อที่ 3 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทํางานปกติ ของลูกจ้างล่วงเวลา ให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตาม จํานวนชั่วโมงที่ทําและค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตาม
    จํานวนชั่วโมงที่ทํา
    ข้อที่ 4 ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทํางานปกติ ของลูกจ้างตกลงกันกําหนดเวลาทํางานปกติเกินวันละ 8 ชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาทํางานปกติต่อสัปดาห์แล้วไม่ เกิน 48 ชั่วโมง สําหรับลูกจ้างซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนการทํางานในวัน
    ทํางานไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมงที่ทําเกิน และจ่าย ค่าตอบแทนการทํางานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมง
    ที่ทําเกิน
    ลงชื่อ………. A
    (นายสายฝน ขุนเศรษฐี)
    ลงชื่อ A
    (นางพรนภราช สังข์รัมย์)
    ……………..
    ประธานกรรมการ
    (ศาสตราจารย์ ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด)
    กรรมการ
    ……………..
    (นายสุภฤกษ์ กิจวาส)
    ………รมการ
    …. กรรมการ
    ลงชื่อ
    …………………………………………….กรรมการ
    (นายสาธิต กีรติวิทยากร)