จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างฐาน Concrete สำหรับติดตั้ง 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ บริเวณสถานีย่อยธนบุรี

การไฟฟ้านครหลวง 69089403078
฿2,169,917.2 ปีงบ 2569 ประกาศ 19 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) มีความประสงค์จะจัดจ้างงานก่อสร้างฐาน Concrete สำหรับติดตั้ง 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ บริเวณสถานีย่อยธนบุรี โดยมีขอบเขตงานหลักประกอบด้วย การสำรวจพื้นที่และการจัดการอุปสรรค, การก่อสร้างฐานคอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับรองรับ HV Container, การก่อสร้างโครงสร้างเหล็ก (เสาเหล็กและคานเหล็ก) พร้อมต่อเติมเสาเหล็ก ชานพัก และบันได, และการก่อสร้างโครงเหล็กมุงหลังคาคลุมตู้ HV Container

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงของ กฟน. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลงานในสัญญาเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 810,000.00 บาท และมีผลงานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยกำหนดราคากลางและวงเงินงบประมาณในการจัดจ้างทั้งสิ้น 2,169,917.20 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) กำหนดเวลาดำเนินงานแล้วเสร็จภายใน 150 วัน แบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 4 งวดงาน และรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นระยะเวลา 2 ปี

English summary

Construction project for Concrete foundations to install 115 kV GIS Container No.1 and No.2 under project code 13.1.92.2.13 at Thon Buri Substation, commissioned by the Metropolitan Electricity Authority (MEA). The scope of work includes site survey, reinforced concrete foundation construction, steel support structures, platforms, stairs, and a roof covering the HV containers. The project budget is 2,169,917.20 Thai Baht with a completion period of 150 days. Bidders must have relevant construction experience of at least 810,000 Baht in a single contract.

สถานที่ดำเนินการ

บริเวณสถานีย่อยธนบุรี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดทำงานก่อสร้างฐาน Concrete สำหรับติดตั้ง 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ บริเวณสถานีย่อยธนบุรี ให้เป็นไปตามแบบรูปและรายการประกอบแบบของการไฟฟ้านครหลวง

ขอบเขตของงาน

  • สำรวจพื้นที่ในบริเวณก่อสร้างก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้าง
  • ก่อสร้างฐานคอนกรีตสำหรับรองรับการติดตั้ง HV Container (คอนกรีตมีกำลังอัดประลัยไม่ต่ำกว่า 240 ksc. รูปทรงกระบอก)
  • ก่อสร้างโครงสร้างเหล็กทั้งหมด เสาเหล็ก คานเหล็ก รองรับ HV Container และทำการต่อเติมเสาเหล็กพร้อมชานพัก และบันได ตามแบบ
  • ก่อสร้างโครงเหล็กและมุงหลังคาคลุมตู้ HV Container
  • ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัย ISO 45001 และระบบป้องกันฝุ่นละอองตามข้อกำหนดของทางราชการ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • งานก่อสร้างฐานคอนกรีตสำหรับติดตั้ง 115 kV GIS Container No.1 และ No.2
  • โครงสร้างเหล็ก เสา คาน ชานพัก และบันได สำหรับรองรับตู้ HV Container
  • โครงเหล็กและหลังคาคลุมตู้ HV Container
  • แบบรูปจริง (As Built Drawing) ในรูปแบบดิจิทัลไฟล์ (Flash Drive จำนวน 3 ชุด ในโปรแกรม AutoCAD) และพิมพ์ขาวจำนวน 3 ชุด

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว (วงเงินตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย) และไม่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ
  • Standards Compliance: ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย ISO 45001 และมาตรฐานวัสดุ มอก., ASTM A36, ASTM A 123/A 123M
  • Experience: ต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลงานในสัญญาเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 810,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยต้องมีงานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ดำเนินการภายใน 5 ปีนับถึงวันยื่นข้อเสนอ
  • Previous Project Cost: ผลงานในสัญญาเดียวมูลค่าไม่น้อยกว่า 810,000.00 บาท
  • Technical Capabilities: มีความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร และแรงงานในการก่อสร้างงานคอนกรีตและโครงสร้างเหล็กแรงสูง
  • Personnel: ต้องแต่งตั้งช่างเทคนิคควบคุมงานระดับไม่ต่ำกว่า ปวช. สาขาก่อสร้างหรือเทียบเท่า ประจำอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้างตลอดเวลาปฏิบัติงาน ภายใต้การดูแลของวิศวกรโยธา และมีสัดส่วนช่างฝีมือตามที่กำหนด (ช่างปูน ช่างเหล็ก ช่างเชื่อม ฯลฯ)

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Price Criterion)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานคอนกรีต: กำลังอัดประลัยไม่ต่ำกว่า 240 ksc. เมื่ออายุครบ 28 วัน (ทดสอบด้วยทรงกระบอก - Cylinder)
  • งานเหล็กเสริมคอนกรีต: เหล็กข้ออ้อย SD-40 จุดครากไม่ต่ำกว่า 4,000 ksc., เหล็กเส้นกลม SR-24 จุดครากไม่ต่ำกว่า 2,400 ksc.
  • งานเหล็กรูปพรรณ: เป็นไปตามมาตรฐาน มอก., TIS, หรือ ASTM A36 หน่วยแรงดึงไม่ต่ำกว่า 2,520 ksc. พร้อมชุบกัลวาไนซ์ตามมาตรฐาน ASTM A 123/A 123M
  • วัสดุและครุภัณฑ์ก่อสร้าง: ต้องเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กที่ใช้ต้องผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณทั้งหมด

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินล่วงหน้า: ร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างตามสัญญา
  • การแบ่งงวดงานและการจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด ตามความคืบหน้าของงานฐานคอนกรีตและโครงสร้างเหล็กรองรับ HV Container
  • อัตราค่าปรับ: ปรับเป็นจำนวนเงินวันละ 0.10% ของราคาค่าจ้างตามสัญญา (รวม VAT) และค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานวันละ 3,493 บาท หากส่งมอบงานเกินกำหนด
  • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี นับถัดจากวันที่ส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับงานแล้วเสร็จ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ใด? / A: ณ บริเวณสถานีย่อยธนบุรี การไฟฟ้านครหลวง
    • Q: วงเงินงบประมาณของโครงการนี้มีมูลค่าเท่าใด? / A: 2,169,917.20 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
    • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างมูลค่าไม่ต่ำกว่าเท่าใด? / A: ผลงานในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 810,000.00 บาท ซึ่งต้องมีงานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย
    • Q: ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างตามสัญญามีกี่วัน? / A: 150 วัน
    • Q: คอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องมีกำลังอัดเท่าใด? / A: กำลังอัดประลัยไม่ต่ำกว่า 240 ksc. เมื่ออายุครบ 28 วัน (ทดสอบด้วยแท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอก)
    • Q: งานเหล็กรูปพรรณทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการใด? / A: ต้องชุบกัลวาไนซ์ตามมาตรฐาน ASTM A 123/A 123M
    • Q: การจ่ายเงินแบ่งออกเป็นกี่งวด? / A: แบ่งออกเป็น 4 งวด ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างฐานรากและโครงสร้างเหล็ก
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นระยะเวลานานเท่าใด? / A: 2 ปี นับถัดจากวันที่ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อย
    • Q: วัสดุประเภทเหล็กที่ใช้ในงานต้องผลิตภายในประเทศในสัดส่วนเท่าใด? / A: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
    • Q: บุคลากรควบคุมงานหน้างานต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับใด? / A: ระดับ ปวช. สาขาก่อสร้าง สำรวจ หรือสถาปัตยกรรม หรือเทียบเท่า ปฏิบัติงานภายใต้การดูแลของวิศวกรโยธา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

C
แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
งานก่อสร้างฐาน Concrete สําหรับติดตั้ง 115 kV GIS
Container No.1 และ No.2 ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13
ณ บริเวณสถานีย่อยธนบุรี
C

  • 2-
    สารบัญ
    รายการ
    หน้า
    3
    3
    SL
    ที่
    1
    ความเป็นมา
    2
    วัตถุประสงค์
    3
    4
    (
    5
    คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ขอบเขตงาน
    แบบรูปและรายการประกอบแบบ
    6 วิธีการดาเนินการ
    กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาข้อเสนอ วงเงินงบประมาณ/วงที่ได้รับจัดสรรในการจัดจ้าง
    7
    8
    9
    10
    11
    อัตราค่าปรับ
    12
    งวดงานและการจ่ายเงิน
    กําหนดระยะเวลารับประกันและความชํารุดบกพร่อง
    13 เจ้าหน้าที่และมาตรฐานฝีมือช่าง
    14
    การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    15 สัญญาแบบปรับราคาได้
    3
    8
    8
    00
    8
    12
    12
    12
    12
    14
    14
    14
    15
    15
    -3-
    1 ความเป็นมา
    การไฟฟ้านครหลวงมีโครงการ งานก่อสร้างฐาน Concrete สําหรับติดตั้ง 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ บริเวณสถานีย่อยธนบุรี
    2 วัตถุประสงค์
    เพื่อจัดทํางานก่อสร้างฐาน Concrete สําหรับติดตั้ง 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 ตาม ข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ บริเวณสถานีย่อยธนบุรี (รายละเอียดตามข้อ 4. ขอบเขตของงานและแบบรูป รายการงานก่อสร้าง)
    3 คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
    ของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการกรรมการผู้จัดการผู้บริหารผู้มีอานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
    การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    (กรณีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไป ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย) 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กฟน. ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ใน การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ
    ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา…….ไม่น้อยกว่าชั้น…….ประเภท……ไว้กับ กรมบัญชีกลาง (กรณีคณะกรรมการราคากลางได้ประกาศกําหนดให้งานก่อสร้างสาขานั้นต้องขึ้น
    ทะเบียนผู้ประกอบการไว้กับกรมบัญชีกลาง)
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลงาน
    ในสัญญาเดียวเท่านั้น ในวงเงินไม่น้อยกว่า 810,000.00 บาท (แปดแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
    รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยผลงานดังกล่าวข้างต้นต้องมีงานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

    C
    C
  • 4-
    ในกรณีหนังสือรับรองผลงานมิได้แสดงรายละเอียดของผลงานประเภทเดียวกันกับที่กําหนด
    ไว้ครบถ้วนให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นสําเนาเอกสารประกอบการพิจารณาอื่นๆ มาพร้อมกับหนังสือรับรอง ผลงานด้วย เช่น บัญชีรายการก่อสร้างหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา เป็นต้น
    ผลงานข้างต้นต้องเป็นงานที่ดําเนินการมาแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี นับถัดจากวันที่งานแล้ว (ไม่นับรวมระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความชํารุด
    เสร็จตามสัญญาถึงวันยื่นข้อเสนอ
    บกพร่อง) และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้ส่งมอบงานและตรวจรับ เรียบร้อยแล้วและเป็นผลงานที่เป็นของคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือและ
    สามารถตรวจสอบได้
    ผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หมายถึง ผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็น “หน่วยงานของรัฐ” ตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เท่านั้น มิได้หมายความรวมถึงหน่วยงาน ของรัฐในต่างประเทศแต่อย่างใด
    การยื่นข้อเสนอโดยใช้ผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินงานในนามกิจการร่วมค้า (Joint Venture) หรือกิจการค้าร่วม (Consortium) จะพิจารณาตามผลงานความรับผิดชอบของผู้ยื่น ข้อเสนอจากหลักฐานการทําข้อตกลงที่ทําไว้ต่อผู้ว่าจ้าง/คู่สัญญา
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา
    ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า
    นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุก
    รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) งานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้างที่คณะกรรมการ
    ราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกําหนด
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้า หลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา
    ไม่น้อยกว่าชั้น
    ไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลาง
    ประเภท
    หรือไม่ก็ได้
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน

(4) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า

(4.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
นามกิจการร่วมค้า
(4.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (4.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้

  1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดง ฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณี นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
    กําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม
  • เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบ แสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
  1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจด ทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้

    سلے
  • 6-
    (2.1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
    1
    (2.2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
    (2.3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาทต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
    (2.4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
    (2.5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท
    (2.6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 20 ล้านบาท
    (2.7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 60 ล้านบาท
    (2.8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท
    (2.9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องระบุต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา กว่า 200 ล้านบาท
  1. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไปกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้อง มีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง
    หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  2. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร
    ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
    ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    سلا
    -7-
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ ที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ
    กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่
    ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่ง
    ออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
  3. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
    แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการ ต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ
    ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  4. กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ
    เบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน
    ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    سلك
  • 8-
  1. ขอบเขตของงาน
    4.1 สํารวจพื้นที่ในบริเวณก่อสร้างก่อนดําเนินการ พร้อมทั้งขจัดอุปสรรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในระหว่าง
    การก่อสร้าง
    4.2 ก่อสร้างฐานคอนกรีตสําหรับรองรับการติดตั้ง HV CONTAINER
    4.3 ก่อสร้าง โครงสร้างเหล็กทั้งหมด เสาเหล็ก คานเหล็ก รองรับ HV CONTAINER และทําการต่อเติม
    เสาเหล็กพร้อมชานพัก และบันได ตามแบบ
    4.4 ก่อสร้างโครงเหล็กและมุงหลังคาคลุมตู้ HV CONTAINER
  2. แบบรูปและรายการประกอบแบบ
    $
    ลําาดับ
    รายการ
    1 EQUIPMENT LAYOUT
    แบบเลขที่
    จํานวน
    แผ่น
    05A3-64TB05 Sh.No.1 of 1
    1
    2
    LAYOUT PLAN, ข้อกําหนดขอบเขตงาน TBR-S-C-PS-A1-01-RO SH.NO.S-01
    you
    1
    3
    PLAN AND PLATFORM (สย.ธนบุรี)
    TBR-S-C-PS-A1-02-RO SH.NO.S-02
    1
    4
    DETAIL SUPPORT PLAN STAIRS AND | TBR-S-C-PS-A1-03-RO SH.NO.S-03
    1
    PLATFORM, FOUNDATION & RORD
    LO
    5
    SECTION, DETAIL, AND DETAIL
    TBR-S-C-PS-A1-04-RO SH.NO.S-04
    1
    SUPPORT
    6
    ROOF PLAN,SECTION, AND DETAIL
    TBR-S-C-PS-A1-05-RO SH.NO.S-05
    1
    รวมจํานวน
    6
    เด
  3. วิธีการดําาเนินงาน
    6.1 วิธีการดําเนินการทั่วไป
    6.1.1 ผู้ว่าจ้างไม่อนุญาตให้คนงานและพนักงานของผู้รับจ้างพักในเขตพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง
    6.1.2 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและ ISO 45001 ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด 6.1.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทําระบบป้องกันฝุ่นตามข้อกําหนดของหน่วยงานราชการในพื้นที่งานก่อสร้าง
    นั้นๆ
    6.1.4 การดําเนินงานตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
    6.1.5 การพิจารณาแบบรูปรายการงานก่อสร้างจะเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ในการออกแบบ และ
    ตามเอกสาร ข้อ 5. ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง
    Se
    -9.
    6.2 ก่อนเริ่มดําเนินการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จก่อน พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ว่า
    จ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
    6.3
    6.2.1 ส่งผู้แทนมารับฟังคําชี้แจงต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง โดยที่ผู้ว่าจ้างจะนัดหมายล่วงหน้า
    ไม่น้อยกว่า 7 วัน
    6.2.2 หนังสือแจ้งขอเข้าดําเนินการก่อสร้างและชื่อคนงานของผู้รับจ้าง พร้อมสําเนาบัตรประจําตัว
    ประชาชนของคนงานทั้งหมดให้กับผู้ว่าจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
    6.2.3 จัดวางสัญลักษณ์ แสดงเขตก่อสร้างเพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สินข้างเคียง และ
    ต้องดูแลซ่อมแซมส่วนที่เสียหายให้มีสภาพดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
    6.2.4 ก่อสร้างรั้วชั่วคราวบริเวณก่อสร้าง แสดงเขตก่อสร้างและเพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลและ ทรัพย์สินข้างเคียง โดยเสนอรูปแบบให้การไฟฟ้านครหลวงพิจารณาอนุมัติก่อน และต้องดูแล
    ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายให้มีสภาพดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
    6.2.5 ระบบป้องกันฝุ่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการขออนุมัติวิธีการและรูปแบบการติดตั้งระบบป้องกัน ฝุ่นละอองบริเวณก่อสร้าง และอุปกรณ์ต่างๆรอบพื้นที่ที่จะดําเนินการก่อสร้างให้การไฟฟ้า นครหลวงพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการก่อสร้างไม่น้อยกว่า 30 วัน นับจากวันลงนามใน
    สัญญาจ้างและผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างดําเนินการโดยเฉพาะส่วนใดส่วน
    หนึ่งให้เสร็จสิ้นจนสามารถใช้งานได้ก่อนหรือหลังก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามและ
    รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รวมทั้งระยะเวลาก่อสร้างจะเรียกร้องเพิ่มจากผู้ว่าจ้างมิได้
    6.2.6 ติดตั้งป้ายโครงการก่อสร้างในบริเวณก่อสร้าง หลังจากทราบกําหนดวันเริ่มงาน ไม่เกิน 3 วัน
    ทั้งนี้ให้สอดคล้องกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
    6.2.7 ทําการสํารวจสาธารณูปโภค เพื่อใช้ประกอบการก่อสร้างจริง
    6.2.8 การจัดทําแผนงานการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนการก่อสร้างให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบก่อน การดําเนินการก่อสร้าง และผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างดําเนินการโดยเฉพาะ
    ส่วนใดส่วนหนึ่งให้เสร็จสิ้นจนสามารถใช้งานได้ก่อนหรือหลังก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรวมทั้งระยะเวลาก่อสร้างจะเรียกร้องเพิ่มจากผู้ว่าจ้างมิได้ พร้อมกัน
    นี้ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยใน การทํางานอย่างละเอียดและจัดเสนอ ผู้ว่าจ้างก่อนการดําเนินการก่อสร้าง
    6.2.9 ให้ผู้รับจ้างจัดส่งแผนงานพร้อมกําหนดวันเวลาระหว่างดําเนินการก่อสร้าง เพื่อให้การไฟฟ้า นครหลวงติดตั้งตู้ 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จผู้รับจ้างจะได้ ทําการก่อสร้างโครงเหล็กและหลังคาเป็นลําดับต่อไป
    ระหว่างดําเนินการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
    6.3.1 กําหนดเวลาการก่อสร้างให้ดําเนินการก่อสร้างได้ใน เวลา 08.00-17.30 น.


    سلا

6.3.2 ให้แต่งตั้งช่างเทคนิคควบคุมงานระดับไม่ต่ํากว่า ปวช. สาขาก่อสร้างหรือเทียบเท่าและต้อง ประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้างตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ซึ่งปฏิบัติงานภายใต้การดูแลของวิศวกร
โยธา
6.3.3 จัดให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยให้เพียงพอ เช่น หมวก ถุงมือ รองเท้าบูท และถังดับเพลิง ฯลฯ
เป็นต้น โดยจัดเก็บให้เรียบร้อยพร้อมสวมใส่ขณะปฏิบัติงานทุกวัน
6.3.4 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบพื้นที่ในการปฏิบัติงานและมีการปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักวิชาในการ
ก่อสร้างที่ดีมีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งหากมีงานส่วนใดไม่เรียบร้อย ไม่ ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสม เมื่อมีการแจ้งเตือนจากผู้ควบคุมงานหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากผู้รับจ้างละเลยหรือฝ่าฝืนให้ระงับการก่อสร้างได้ โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายหรือขอเพิ่มระยะเวลาก่อสร้างใดๆ มิได้ทั้งสิ้น
6.3.5 จัดส่งรายงานประจําวัน ใบตรวจงานสนาม และแผนการดําเนินการงานล่วงหน้า (Request)
ทุกวันทํางาน
6.3.6 ทําการบันทึกภาพงานก่อสร้างด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพระบบ Digital ความละเอียดไม่น้อย กว่า 5.0 Mega Pixel ทุกวันที่มีการทํางาน และทําการบันทึกภาพดังกล่าว ส่งให้ผู้ควบคุม งานของผู้ว่าจ้างทุกสัปดาห์
6.3.7 ก่อนเลิกงานแต่ละวันให้ผู้รับจ้างจัดเก็บเครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุจากการรื้อถอน งานรื้อถอน
ที่คงค้างไว้ให้เรียบร้อยและอยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
6.3.8 จัดส่งข้อมูลและตัวอย่างวัสดุเสนอขออนุมัติถึงประธานตรวจรับพัสดุผ่านผู้ควบคุมงาน
ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน ความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากตัวเอกสารไม่เรียบร้อยหรือส่งล่าช้า ผู้รับ
จ้างจะอ้างเป็นเหตุในการขอขยายระยะเวลาหรือเรียกร้องค่าเสียหายมิได้
6.3.9 วัสดุ-อุปกรณ์ เครื่องมือ-เครื่องใช้ และวัสดุที่รื้อออก เศษวัสดุที่กองเก็บไว้ในเขตก่อสร้างต้อง กองเก็บให้เรียบร้อยไม่ทําให้เกิดอุปสรรคต่อการดําเนินงานก่อสร้าง และต่อการดําเนินงาน ต่างๆ ของผู้ว่าจ้าง เมื่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นว่า จะเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินงานของ ผู้ว่าจ้าง ผู้ควบคุมงานจะออกหนังสือให้ทําการขนย้าย ผู้รับจ้างต้องขนย้ายทันที และผู้รับจ้าง จะถือเป็นเหตุในการขอขยายระยะเวลาหรือเรียกร้องค่าใช้จ่ายมิได้ 6.3.10 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง มีความประสงค์จะเข้าไปดําเนินการก่อสร้างหรือ ติดตั้งอุปกรณ์ส่วนใดส่วนหนึ่งในขณะที่ผู้รับจ้างกําลังทําการก่อสร้างอยู่ ผู้รับจ้างต้องอํานวย
ความสะดวกให้เป็นอย่างดี และผู้รับจ้างจะอ้างเป็นเหตุในการขอขยายระยะเวลาหรือ เรียกร้องค่าเสียใช้จ่ายมิได้
6.3.11 ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งความประสงค์ในการเข้าไปทํางานในบริเวณที่มีกระแสไฟฟ้าแรงสูงให้ผู้ ควบคุมงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างทําการประสานงานดับไฟ และ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างก่อนเข้าไปทํางานในบริเวณที่มีไฟฟ้าแรงสูงก่อนทุกครั้ง
ผู้ว่าจ้าง สงวนสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยนกําหนดการดับไฟได้ตามความเหมาะสม

  • 11-
    6.3.12 ให้ปฏิบัติตามข้อกําหนดของ ISO - 45001 โดยเคร่งครัดตลอดเวลาที่ดําเนินการก่อสร้าง 6.3.13 ถ้าผู้รับจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามความในข้อใดข้อหนึ่งตามข้อกําหนดนี้ ผู้ว่าจ้างมี สิทธิสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดทํางานที่จ้างได้ทันที และ/หรือ ให้รื้อถอนโยกย้ายเครื่องมือ-เครื่องใช้ รวมทั้งวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่กีดขวาง หรืออาจเป็นอุปสรรคต่อการจราจรให้พ้นไปทันที จากบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน หรือทําการใดๆ เพื่อบรรเทาหรือขจัดอุปสรรคต่อการจราจร บริเวณดังกล่าว หรือแก้ไขงานที่จ้างให้ถูกต้องตามข้อกําหนดและรายละเอียดต่างๆ ที่แนบ สัญญาจ้างนี้ หรือผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าดําเนินการแทนโดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างทราบ และ
    มีสิทธิหักเงินค่าจ้างเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินการดังกล่าวด้วย โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องต่อผู้ ว่าจ้างมิได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม นอกจากนั้นผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาจ้างนี้ได้ พร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้างได้อีกด้วย
    6.4 วัสดุและวิธีการก่อสร้าง
    6.4.1 พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศตาม
    เงื่อนไข ดังนี้
    6.4.1.1 วัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยไม่ต้อง ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา เหล็กที่ใช้ ในงานก่อสร้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่
    ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
    6.4.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผน การใช้พัสดุ/เหล็กที่ผลิตภายในประเทศภายใน 60 วัน
    นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญาเพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาต่อไป
    6.4.2 ในกรณีงานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ที่วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และ กรณีที่สัญญาไม่เกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้าง ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทํา แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศ หรืองานจ้างทั่วไป
    ที่มิใช่งานก่อสร้าง ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิต
    ภายในประเทศ
    6.4.3 ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายของวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าว และผู้ว่า
    จ้างจะส่งคืนให้เมื่องานแล้วเสร็จตามสภาพ โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้งานทั้งหมดเป็น
    ของผู้รับจ้าง
    6.4.4 วัสดุจากการรื้อถอนให้ผู้รับจ้างขนทิ้งออกนอกพื้นที่การไฟฟ้านครหลวง
    6.4.5 งานคอนกรีตต้องมีกําลังอัดประลัยไม่ต่ํากว่า 240 ksc. เมื่ออายุครบ 28 วัน โดยทดสอบแท่ง
    คอนกรีตรูปทรงกระบอก (CYLINDER)
    6.4.6 งานเหล็กเสริมข้ออ้อย SD-40 กําลังรับแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 4,000 ksc.
  • 12-
    6.4.7 งานเหล็กเสริมกลม SR-24 กําลังรับแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 2,400 ksc.
    6.4.8 งานเหล็กรูปพรรณจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก, TIS, ASTM A36 หน่วยแรงดึงไม่น้อยกว่า
    2520 ksc.
    6.4.9 งานเหล็กรูปพรรณทั้งหมดซุบกัลวาไนซ์ ตามมาตรฐาน ASTM A 123/A 123M 6.4.10 ลวดเชื่อมให้ใช้ตามมาตรฐาน มอก.49-2556 หรือฉบับล่าสุด
    6.5 สิ่งที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาและดําเนินการเอง
    6.5.1 จัดหากระแสไฟฟ้าน้ําประปา และสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง
    แรงงาน วัสดุ-อุปกรณ์ เครื่องมือ-เครื่องใช้ และสัมภาระทั้งหมดในการก่อสร้างนอกเหนือจาก อุปกรณ์ที่ผู้ว่าจ้างจัดหาหรือดําเนินการให้
    6.5.2 กรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์ต้องการขอใช้ กระแสไฟฟ้าน้ําประปาของผู้ว่าจ้าง ให้ผู้รับจ้าง จัดทําหนังสือขออนุญาตต่อผู้ว่าจ้าง โดยยินยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น อย่างไม่มีเงื่อนไข พร้อมจัดหา และจัดส่ง มิเตอร์ไฟฟ้า-น้ําประปา ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบเมื่อผู้ว่าจ้างอนุญาตให้ ใช้ได้ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดตําแหน่งเชื่อมต่อให้ และผู้ว่าจ้างจะคิดค่า กระแสไฟฟ้าน้ําประปาในอัตราสูงสุดของการไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง ทั้งนี้ ห้ามใช้กระสไฟฟ้า น้ําประปาจากจุดต่ออื่นใด ที่ไม่ผ่านมิเตอร์ดังกล่าว
    7 กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ผู้เสนอราคาจะต้องดําเนินการก่อสร้างตามข้อกําหนดของใบสั่งจ้าง หรือสัญญาจ้างภายในระยะเวลา 150 วัน
    8 หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาข้อเสนอ
    เกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอในการจ้างครั้งนี้ พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคา
    9 วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรรในการจัดจ้าง
    เป็นเงินจํานวน 2,169,917.20 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
    10 งวดงานและการจ่ายเงิน
    10.1 การจ่ายเงินล่วงหน้า ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างจํานวนร้อยละ 15 ของราคา ค่าจ้างตามสัญญาโดยเงินจํานวนดังกล่าวจะจ่ายให้ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงิน
    ค่าจ้าง ล่วงหน้าเต็มตามจํานวนเงินค่าจ้างล่วงหน้านั้นให้แก่ผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างจะคืนหลักประกันการรับเงิน ค่าจ้าง ล่วงหน้าดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้ว่าจ้างได้หักเงินเป็นเงินจํานวนร้อยละ 20 (ยี่สิบ) ของค่าจ้างแต่ ละงวดจน ครบตามจํานวนวงเงินแล้ว
    10.2 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วย แล้วโดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์และกําหนดการจ่ายเงินเป็นจํานวน 4 งวด ดังนี้

    C
  • 13-
    งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 25 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานก่อสร้าง
    ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    1.1 งานก่อสร้างฐานคอนกรีต แล้วเสร็จร้อยละ 50
    งวดที่ 2 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานก่อสร้าง
    ให้แล้วเสร็จภายใน 75 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    2.1 งานก่อสร้างฐานคอนกรีต แล้วเสร็จ
    2.2 งานก่อสร้างโครงสร้างเหล็กรองรับ HV CONTAINER แล้วเสร็จร้อยละ 30
    งวดที่ 3 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 40 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานก่อสร้าง
    ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    3.1 งานก่อสร้างโครงสร้างเหล็กรองรับ HV CONTAINER แล้วเสร็จร้อยละ 80 งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้ แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ รวมทั้งทําสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน
    การส่งมอบงานครั้งสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการก่อสร้างงานตามสัญญาหรือข้อตกลง เป็นหนังสือแล้วเสร็จทั้งหมด และทําแบบรูปจริง (As Built) เสนอต่อผู้ว่าจ้างในรูปแบบดิจิทัลไฟล์ โดย จัดเก็บใน Flash Drive จํานวน 3 ชุด (ลงใน Program AutoCAD และบันทึก) และส่งพิมพ์ขาว จํานวน 3 ชุด ขนาดตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือซึ่งแบบรูปจริงดังกล่าวได้รับการเห็นชอบจาก ผู้ว่าจ้างแล้ว
    การกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงวดนั้น เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งที่ใช้ประกอบการ พิจารณาการทํางานของผู้รับจ้างและการจ่ายเงินค่าจ้างแต่ละงวดเท่านั้น จะไม่นํามาใช้ในการคิด
    ค่าปรับ โดยผู้ว่าจ้างจะคิดค่าปรับหากผู้รับจ้างส่งมอบงานทั้งหมดเกินระยะเวลาส่งมอบของงวด สุดท้าย แต่หากงานงวดใดงวดหนึ่งแล้วเสร็จสามารถเบิกจ่ายงวดนั้นได้ไม่จําเป็น ต้องเป็นไปตามลําดับ
    ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ในเมื่อผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็น
    หนังสือทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ถ้าผู้รับจ้างทํางานไม่แล้วเสร็จตาม กําหนดผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งหยุดงาน และ/หรือ บอกยกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้
    การจ่ายเงินตามเงื่อนไขแห่งสัญญาหรือใบสั่งจ้างนี้ ผู้ว่าจ้างจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก ธนาคารของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการ โอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมให้มีการหักเงินดังกล่าวจากจํานวน เงินโอนในงวดนั้นๆ
    กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีเงินฝาก ให้ผู้รับจ้างแจ้งยืนยันตามแบบหนังสือแจ้ง
    ขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างกําหนดและถือว่าแบบหนังสือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
  • 14-
    11 อัตราค่าปรับ
    11.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอก เลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวนเงินวันละ 0.10 % ของราคาที่ได้รับ อนุมัติให้จ้าง (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และจะต้องชําระค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน (ถ้ามี) ในเมื่อผู้ว่าจ้าง ต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจํานวนเงินวันละ 3,493 (สามพันสี่ร้อยเก้าสิบสาม) บาท นับถัด จากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางานให้จนถึง
    วันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับ
    จ้างทํางานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
    11.2 ในระหว่างที่ผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น และผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตาม สัญญาต่อไปได้ ผู้ว่าจ้างจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา และถ้าผู้ว่าจ้างได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างเมื่อ ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานขอให้ชําระค่าปรับแล้ว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวัน
    บอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
    11.3 หากปรากฏว่าผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้ และจะต้องมีการปรับ ตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจํานวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ผู้ว่า
    จ้างขอสงวนสิทธิในการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่ผู้รับจ้างยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
    12 กําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานหากมีเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจาก
    งานจ้างนี้ภายในกําหนด 2 (สอง) ปีนับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับแล้วหาก เกิดความบกพร่องผู้รับจ้างจะต้องรีบทําการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในกําหนด 30 (สามสิบ) วันนับแต่
    วันที่ได้แจ้งจากผู้ว่าจ้าง
    13 เจ้าหน้าที่และมาตรฐานฝีมือช่าง
    13.1
    13.2
    ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจากหรือผู้มีวุฒิบัตรระดับปวช. ปวส. และ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้ให้เข้ารับราชการได้ในอัตราไม่ต่ํากว่าร้อย ละ 10 (สิบ) ของแต่ละสาขาช่างแต่จะต้องมีช่างจํานวนอย่างน้อย 1 (หนึ่ง) คนในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี้
    เจ้าหน้าที่
    13.1.1 ผู้ควบคุมงานผู้มีวุฒิบัตรไม่ต่ํากว่าระดับ ปวช. สาขาก่อสร้าง หรือสํารวจ หรือสถาปัตย์ หรือ เทียบเท่า
    ช่างต่างๆ ดังต่อไปนี้
    13.2.1 ช่างปูน
    13.2.2 ช่างเหล็ก
    13.2.3 ช่างเชื่อมเหล็ก

    سرخ
  • 15-
    13.2.4 ช่างสี
    13.2.5 ช่างอื่นๆ ที่จําเป็นสําหรับใช้ในงานนี้
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําบัญชีแสดงจํานวนช่างทั้งหมดโดยจําแนกตามแต่ละสาขาช่างและระดับช่างพร้อม กับระบุรายชื่อช่างผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้มีวุฒิบัตรดังกล่าวนามาแสดงพร้อมหลักฐาน ต่างๆต่อคณะกรรมการการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อนเริ่มลงมือทํางานและพร้อมที่จะให้ผู้ว่าจ้าง
    หรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบดูได้ตลอดเวลาทํางานตามสัญญาจ้าง
    14 การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กฟน. ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฉบับ ล่าสุด
    กรณีระยะเวลาของสัญญาจ้างไม่เกิน 180 วัน ให้จัดส่งแผนภายในระยะเวลา 15 วัน นับถัดจากวันที่ลง
    นามในสัญญาจ้าง
    กรณีระยะเวลาของสัญญาจ้างเกิน 180 วัน ให้จัดส่งแผนภายในระยะเวลา 30 วัน นับถัดจากวันที่ ลง
    นามในสัญญาจ้าง
    การไฟฟ้านครหลวงสามารถนําผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ประกอบการที่ได้รับการ
    คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนํามาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กําหนดจะถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทํา
    สัญญากับการไฟฟ้านครหลวงไว้ชั่วคราว
    15 สัญญาแบบปรับราคาได้
    การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามสูตรการปรับราคา จะนํามาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลงหรือ เพิ่มขึ้น ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสํานัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532
    สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กําหนดไว้ในวันแล้วเสร็จตามที่กําหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่การไฟฟ้านครหลวงได้ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุในเอกสาร
    แนบ