ประกวดราคาจ้างจ้างผู้รับจ้างเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการผลิต ของ กปภ.สาขาอุตรดิตถ์ ประจำปีงบประมาณ 2570
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการผลิตน้ำประปาของ กปภ.สาขาอุตรดิตถ์ เนื่องจากปัจจุบันขาดแคลนอัตรากำลังในกระบวนการผลิต ส่งผลกระทบต่อการให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน โดยขอบเขตงานครอบคลุมการปฏิบัติงานใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ จุดปฏิบัติงานแรงต่ำ สถานีสูบจ่ายน้ำ และสถานีผลิตน้ำ (โรงกรองน้ำ) ซึ่งรวมถึงการควบคุมเครื่องสูบน้ำ การดูแลรักษาระบบผลิต การบันทึกข้อมูลคุณภาพน้ำ การดูแลความสะอาดพื้นที่ และการสนับสนุนงานด้านสารเคมี
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากรจำนวน 9 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง โดยผู้ปฏิบัติงานต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ กปภ. กำหนด และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้าง สวัสดิการ ประกันภัย และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องมีนโยบายป้องกันการทุจริต และปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด โดยมีวงเงินงบประมาณโครงการทั้งสิ้น 1,560,811.14 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
English summary
The Provincial Waterworks Authority (PWA), Uttaradit Branch, is seeking a contractor to provide support services for water production operations for the 2027 fiscal year. The project requires 9 personnel to assist in low-pressure operations, water pumping stations, and water treatment plants. The scope of work includes operating water pumps, monitoring water quality, maintaining equipment, and ensuring continuous water supply. The contractor is responsible for providing qualified personnel, ensuring compliance with labor laws, providing insurance, and adhering to safety and PDPA regulations. The project duration is one year, from October 1, 2026, to September 30, 2027, with a total budget of 1,560,811.14 THB.
การประปาส่วนภูมิภาคสาขาอุตรดิตถ์
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบผลิตในส่วนของงานสนับสนุนกระบวนการผลิตน้ำ
- เพื่อให้ กปภ.สาขาอุตรดิตถ์ สามารถจัดการงานระบบผลิตในส่วนงานสนับสนุนกระบวนการผลิตน้ำได้เป็นอย่างดี
- เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการให้บริการน้ำประปาให้ครอบคลุมและทั่วถึง
ขอบเขตของงาน
- จัดหาบุคลากรจำนวน 9 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานสนับสนุนกระบวนการผลิตน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
- ปฏิบัติงานใน 3 ส่วนหลัก: จุดปฏิบัติงานแรงต่ำ, สถานีสูบจ่ายน้ำ, และสถานีผลิตน้ำ (โรงกรองน้ำ)
- งานควบคุมเครื่องสูบน้ำดิบและเครื่องสูบจ่ายน้ำ
- งานบันทึกข้อมูลผลการตรวจวัดปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำ
- งานดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์ และพื้นที่บริเวณโดยรอบ
- งานสนับสนุนการเก็บตัวอย่างน้ำและการผสมสารเคมี
- งานรายงานสถานการณ์น้ำและเหตุขัดข้อง (ท่อแตก/รั่ว) ให้ กปภ. ทราบทันที
- งานจัดทำรายงานการปฏิบัติงานประจำวันตามแบบฟอร์มที่ กปภ. กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน
- หลักฐานการจ่ายค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน
- หลักฐานการส่งเงินประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
- หลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงาน
- รายงานสรุปข้อมูลการผลิตน้ำและคุณภาพน้ำตามที่ กปภ. กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
1 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- Standards Compliance: ต้องมีนโยบายป้องกันการทุจริต, ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ
- Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 624,324.00 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปีนับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- Technical Capabilities: ต้องสามารถจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ตามที่ กปภ. กำหนด
- Personnel: ต้องจัดส่งรายชื่อ ประวัติ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปฏิบัติงานให้ กปภ. ตรวจสอบก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาคัดเลือกด้วยเกณฑ์ราคา (หรือเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นตามที่หน่วยงานกำหนดในเอกสารเชิญชวน) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผู้ปฏิบัติงานต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3)
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
- สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ติดยาเสพติด
- มีความรับผิดชอบและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
- ต้องผ่านการสอนงานจากการประปาส่วนภูมิภาคก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนตามจำนวนผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติงานจริง
- หากผู้รับจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง กปภ. มีสิทธิหักเงินค่าจ้างของผู้รับจ้างเพื่อจ่ายให้แก่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรง
- มีการปรับเงินหากผู้ปฏิบัติงานมาสายหรือละทิ้งหน้าที่
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายต่อทรัพย์สินของ กปภ. ที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ทำความสะอาดเองหรือไม่? A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ดูแลรักษาความสะอาดและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานส่วนบุคคลเอง
- Q: หากผู้ปฏิบัติงานลาคลอด ต้องทำอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือแจ้งเหตุผลพร้อมหลักฐาน และส่งผู้ปฏิบัติงานแทนที่ผ่านการยืนยันจากหน่วยงานมาปฏิบัติงานแทน
- Q: กปภ. จะจ่ายค่าจ้างอย่างไร? A: จ่ายเป็นรายเดือนตามจำนวนผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติงานจริง หลังจากตรวจรับงานในแต่ละงวด
- Q: ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยให้พนักงานหรือไม่? A: ใช่ ต้องจัดทำประกันภัยที่ครอบคลุมความรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุหรือภยันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
- Q: หากมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ผู้รับจ้างสามารถขอปรับเพิ่มได้หรือไม่? A: ได้ โดย กปภ. จะปรับเพิ่มให้ในอัตราส่วนที่เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศใช้ใหม่
- Q: ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยหรือไม่? A: ใช่ ต้องผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (6 ชั่วโมง)
- Q: หากผู้ปฏิบัติงานมาสายเกิน 1 ชั่วโมง จะถูกปรับอย่างไร? A: จะถูกหักเงินค่าจ้างเท่าจำนวนเงินต่อคนต่อวัน และปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญา
- Q: ผู้รับจ้างต้องแจ้งสถานที่ทำการให้ กปภ. ทราบหรือไม่? A: ใช่ เพื่อการติดต่อประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงาน? A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทั้งหมด
- Q: หากทรัพย์สินของ กปภ. เสียหายจากการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทรัพย์สินหรือซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR )
รายละเอียดงานจ้างผู้จ้างเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการผลิตน้ำ
ของ กปภ.สาขาอุตดิตถ์ ประจำปีงบประมาณ 2570
- ความเป็นมา
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหลักในการสำรวจ จัดหาแหล่งน้ำดิบ ผลิต จัดส่ง และจำหน่ายน้ำประปาให้แก่ผู้ใช้น้ำรวมทั้ง ดำเนินธุรกิจอันเนื่องกับกิจการการประปา เพื่อให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ (ยกเว้นเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และ สมุทรปราการ) ซึ่งมีสายงานรองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 1 - 5) เป็นหน่วยงานภายในที่มีวัตถุประสงค์ในการ ผลิต ดำเนินการผลิตน้ำประปา และควบคุมการปฏิบัติงานของบุคคลากรภายใต้บังคับบัญชาในการผลิต และจ่ายน้ำประปาให้เพียงพอต่อความต้องการ และแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อขัดข้องด้วยความรวดเร็วและทัน เหตุการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของงาน (output) 1. ปริมาณน้ำที่มีเพียงพอต่อความต้องการ 2. ระบบผลิตที่ ดำเนินงานต่อเนื่อง 3. แรงดันน้ำที่มีความเหมาะสมกับสภาพท่อจ่าย 4. ต้นทุนของการผลิตน้ำมีความ เหมาะสม 5.คุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐาน 6. การแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว 7. สามารถควบคุมการใช้ พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 8. ความพึงพอใจของผู้ใช้น้ำ แต่การดำเนินงานในปัจจุบันกระบวนการ กระบวนการผลิตน้ำ ซึ่งเป็นงานหลักในการผลิตน้ำประปายังคงขาดแคลนอัตรากำลังในกระบวนการดัง กล่าว ส่งผลให้ภารกิจการผลิตน้ำประปาดำเนินการไปอย่างล่าช้า และกระทบการให้บริการน้ำประปาด้าน อุปโภคบริโภค รวมถึงการส่งและจำหน่ายน้ำประปา ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินกิจการ การให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพสามารถตอบสนอง ต่อการบริการได้อย่างทันท่วงที กปภ.สาขาอุตรดิตถ์จึงมีความประสงค์ต้องจัดหาผู้รับจ้างบุคคลภายนอกที่ มีความรู้ ความชำนาญ และความพร้อมในการงานสนับสนุนกระบวนการผลิตน้ำ เพื่อให้ผลสำเร็จของงาน บริการสาธารณะเป็นไปตามมาตรฐานที่กปภ. กำหนด - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบผลิตในส่วนของงานสนับสนุนกระบวนการผลิตน้ำ 2.2 เพื่อให้กปภ.สาขาอุตรดิตถ์สามารถจัดการงานระบบผลิตในส่วนงานสนับสนุน กระบวนการผลิตน้ำได้เป็นอย่างดี
2.3 เพื่อเป็นการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินให้บริการน้ำประปาเป็นไปอย่าง ครอบคลุมและทั่วถึง
กปภ. กำหนด กปภ.สาขาอุตรดิตถ์จึงมีความประสงค์ต้องจัดหาผู้รับจ้างบุคคลภายนอก ที่มีความรู้ ความชำนาญ และความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติงาน กปภ. กำหนด ดังนี้ ผู้ปฏิบัติงานสนับสนุนกระบวนการผลิตน้ำ จำนวน 9 อัตรา
2 - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไวในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็หุ้ นนส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจกรรม ของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่คัดเลือกดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กปภ.สาขา อุตรดิตถ์ ณ วันมีหนังสือเชิญชวนไปยังผู้ประกอบการ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการคัดเลือกในครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ๓.๑0.1 การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับ ผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุก ราย
๓.๑0.๒ งานซื้อหรือจ้าง และงานก่อสร้าง
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสือเชิญชวน ๓.๑๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลง ฯ ที่ไม่ ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบ อำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีคัดเลือก
หากผู้เข้าร่วมค้ารายใดได้รับหนังสือเชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้ว ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๑) สามารถดำเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
3.14.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปีต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สิน สุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงิน ย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
3.14.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎมหายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาทต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาทต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่
ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓.๑๔.๓ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการ คัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
4
๓.๑๔.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน
หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ ที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่าง ประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๓.๑๔.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒.๑๔.๒ ข้อ ๒.๑๔.๓ และข้อ ๒.๑๔.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วง ระหว่างวันที่เผยแพร่หนังสือเชิญชวนและเอกสารจ้างโดยวิธีคัดเลือกในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์(e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบ กระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับ การยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารจ้าง โดยวิธีคัดเลือก
๓.๑๔.๖ กรณีตามข้อ ๒.๑๔.๑ - ข้อ ๒.๑๔.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพ
ระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน
ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค)
แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
5
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติพนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น ๓.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทน จำหน่ายในประเทศไทย โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
๓.๑๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 624,324.00 บาท (เงินหกแสนสองหมื่นสี่พันสามร้อยยี่สิบสี่บาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทำงานแล้ว เสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา ๕ ปีนับถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงาน
๓.๑๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญ
ในด้านต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตามโครงการนี้ โดยต้องจัดทำเอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติ ของบุคลากรตามรูปแบบที่กำหนด หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นในการพิจารณา คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวในวันที่ยื่นข้อเสนอ คุณสมบัติของบุคลากรและรูปแบบการจัดทำเอกสาร ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบ โดยผู้ขายต้องจัดหาบุคลากรตามที่เสนอมาในการดำเนินงานในโครงการ อย่างครบถ้วนด้วย ทั้งนี้ เอกสารต่าง ๆ จะต้องเป็นเอกสารที่ยังไม่หมดอายุ
ในวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาครอบคลุมตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ - ขอบเขตของงานจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานในพื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาอุตรดิตถ์ ในสังกัดทางการประปา ส่วนภูมิภาคเขต 10 รวมจำนวน …9… อัตรา ประกอบด้วย
▪ ผู้ปฏิบัติงานระบบประปาระดับชำนาญ จำนวน …… อัตรา
▪ ผู้ปฏิบัติงานระบบประปาระดับฝีมือ จำนวน …… อัตรา
▪ ผู้ปฏิบัติงานระบบประปาระดับปฏิบัติการ จำนวน…9.. อัตรา
โดยมีขอบเขตของการปฏิบัติงานดังนี้
4.1 จุดปฏิบัติงานแรงต่ำ ให้ปฏิบัติงาน ดังนี้
(1) รายงานความผิดปกติของเครื่องสูบน้ำดิบ ท่อทางสูบ ทางส่ง และ
ระบบควบคุมในจุดที่ปฏิบัติงาน
(2) ควบคุมเครื่องสูบน้ำดิบ เพื่อสูบจ่ายเข้าโรงกรองให้เพียงพอตามที่การ
ประปาส่วนภูมิภาคสาขากำหนด
(3) จดบันทึกผลจากเครื่องวัดในจุดที่ปฏิบัติงาน
(4) ดูแล บำรุง รักษา เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่
พร้อมใช้งาน
6
(5) จัดหาอุปกรณ์เพื่อดูแลทำความสะอาดโรงสูบน้ำ ตัดหญ้า ตัดแต่งต้นไม้ และทำความสะอาดพื้นที่บริเวณโดยรอบ
(6) บันทึกข้อมูลในแบบรายงานที่เกี่ยวข้องกับผลการตรวจวัดปริมาณน้ำดิบ (7) จดหน่วยไฟฟ้าประจำเดือน ร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
(8) ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานในการเก็บตัวอย่างน้ำดิบเพื่อ นำไปทดสอบคุณภาพน้ำดิบ
(9) ผู้ต้องปฏิบัติงานตามคู่มือการผลิตน้ำประปา
4.2 สถานีสูบจ่ายน้ำ ให้ปฏิบัติงาน ดังนี้
(1) ควบคุมดูแลเครื่องจักรเครื่องสูบจ่ายน้ำ และตู้ควบคุมไฟฟ้าให้
สะอาดตลอด
(2) ควบคุมดูแลไม่ให้น้ำขาด หรือล้นถัง (ถังน้ำใส ถังสูง)
(3) ควบคุมแรงดันน้ำและอัตราจ่าย ตามช่วงระยะเวลาที่การประปา
ส่วนภูมิภาคสาขากำหนด
(4) จดหน่วยไฟฟ้าประจำเดือนร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาค
(5) ดูแลทำความสะอาดอาคารต่างๆ ตัดหญ้า ตัดแต่งต้นไม้ และทำความ สะอาดพื้นที่บริเวณโดยรอบ
(6) ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานในการเก็บตัวอย่างน้ำประปา ในระบบจ่ายน้ำตามที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขากำหนด
4.3 สถานีผลิตน้ำ (โรงกรองน้ำ) ให้ปฏิบัติงาน ดังนี้
(1) การผลิตน้ำประปา
- ตรวจนับปริมาณของสารเคมีให้ถูกต้อง ตรงตามจำนวนที่ได้รับมอบ
- เก็บ เคลื่อนย้าย และดูแลรักษาสารเคมีในโรงเก็บสารเคมี หรือในที่
ที่ การประปาส่วนภูมิภาคสาขากำหนด - จัดหาอุปกรณ์ทำความสะอาดบริเวณและอาคารโรงกรองน้ำ
- ทำความสะอาดเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงกรองน้ำ
7 - ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานในการเก็บตัวอย่างน้ำดิบ เพื่อนำไปทดสอบคุณภาพน้ำดิบ/น้ำประปา
- ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานในขณะผสมสารเคมี 7) ควบคุมดูแลไม่ให้น้ำขาด หรือล้นถัง (ถังน้ำใส ถังกรอง ถังสูง)
- ควบคุมดูแลปิด-เปิดประตูน้ำ กรณีท่อแตก หรือตรวจสอบแรงดัน แล้วพบว่าผิดปกติหรือเมื่อได้รับแจ้งจากการประปาส่วนภูมิภาค
สาขา - บันทึกข้อมูลในแบบรายงานที่เกี่ยวข้องกับผลการตรวจวัดคุณภาพ น้ำ
(2) การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพน้ำประปา - จดบันทึกค่าความขุ่นจากเครื่องมือวัดตามที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขากำหนด
- ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานในการผสมสารเคมี
และให้จุดปฏิบัติงานข้อ 4.1 ข้อ 4.2 และข้อ 4.3 ปฏิบัติงานเพิ่มเติม ดังนี้
(1) ดูแลบำรุงรักษาระบบเครื่องจักรกล/ระบบไฟฟ้า - เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง อัดจารบี เปลี่ยนประเก็น ดูแลบำรุงรักษา ระบบเครื่องจักรกลระบบไฟฟ้าตามวาระภายใต้การควบคุมกำกับ ดูแลของพนักงานการประปาส่วนภูมิภาค
- ดูแลทำความสะอาดเครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ในการสูบ น้ำโดยสม่ำเสมอ
(2) จัดทำข้อมูล และรายงานระบบการผลิต - บันทึกหลักฐาน และรายงานการปฏิบัติงานประจำวัน ตามแบบ ฟอร์มที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขากำหนด
- รับแจ้งเหตุ (ท่อแตก ท่อรั่ว น้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับ ฯลฯ) และ รายงานผลให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาทราบทันที
- รายงานสถานการณ์น้ำดิบ/น้ำประปา แรงดันน้ำ คุณภาพน้ำ
ประปา ปริมาณน้ำคงเหลือในถังน้ำใส ถังสูง และข้อมูลอื่นๆ ผ่าน ช่องทางและระยะเวลาที่การประปาส่วนภูมิภาคกำหนด
8
(3) ผู้รับจ้างจะต้องดูแลทรัพย์สิน และดูแลสถานที่พื้นที่จุดปฏิบัติงานแทน
การประปาส่วนภูมิภาคสาขา ตลอดอายุสัญญาจ้าง หากมีทรัพย์สิน
สูญหายหรือชำรุดเสียหายที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความบกพร่อง หรือ
ประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างในช่วงเวลาที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะ
ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้การประปาส่วนภูมิภาค ตามที่การประปาส่วน
ภูมิภาคกำหนด ตามมูลค่าของทรัพย์สินที่สูญหาย หรือกรณีชำรุดให้
ดำเนินการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ตามปกติภายใน
ระยะเวลาที่ การประปาส่วนภูมิภาคกำหนด
(4) ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้ปฏิบัติงาน ตามคุณสมบัติที่การประปาส่วน
ภูมิภาคกำหนด มาปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างตลอดรอบระยะเวลา 24
ชั่วโมง
(5) ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาอุปกรณ์ในการดูแล
รักษาความสะอาด เครื่องมือที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เฉพาะบุคคล
ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสัญญาจ้าง โดยค่าใช้
จ่ายเป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น เว้นแต่จะได้กำหนดไว้ในสัญญาจ้างเป็น
อย่างอื่น
(6) ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งสถานที่ทำการของผู้รับจ้าง และชื่อผู้รับผิดชอบที่ได้รับ
มอบอำนาจจากผู้รับจ้าง ให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาทราบ เพื่อ
การติดต่อประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
(7) หากการประปาส่วนภูมิภาคสาขา มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงพื้นที่
การปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้มีการเปลี่ยนแปลง โดยให้มี
ข้อตกลงร่วมกันระหว่างการประปาส่วนภูมิภาค และผู้รับจ้าง ตลอด
อายุสัญญาจ้าง
(8) ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะต้องเข้ารับการสอนงาน จากการประปาส่วน
ภูมิภาคสาขา ก่อนที่จะปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
4.4 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนงานการผลิต ตามที่การประปา ส่วนภูมิภาคสาขาอุตรดิตถ์กำหนดหรือมอบหมาย
4.5 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานมาตามกำหนดการปฏิบัติงานในส่วนงานการผลิต ซึ่งมีราย ละเอียด ดังนี้ - วันทำงาน ได้แก่ วันจันทร์ถึง วันอาทิตย์
- เวลาทำงาน
9
การปฏิบัติงานแบ่งออกเป็น 3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง ดังนี้
การทำงานกะที่ 1 เวลา 06.00 – 14.00 น.
การทำงานกะที่ 2 เวลา 14.00 – 22.00 น.
การทำงานกะที่ 3 เวลา 22.00 – 06.00 น.
ทั้งนี้วันทำงานและวันหยุดขึ้นอยู่กับตารางการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานแต่ละคน ตามตารางวันเวลาปฏิบัติงานและวันหยุดของงานผลิตที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาอุตรดิตถ์กำหนด
4.6 การจ่ายค่าจ้างและการจัดสิทธิประโยชน์ให้ผู้ปฏิบัติงาน
4.6.1 ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กับผู้ปฏิบัติงานในอัตราตามที่ กปภ. กำหนด และตาม กำหนดเวลาที่ผู้รับจ้างได้ตกลงไว้กับผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างตกลงให้กับผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้าง
ขั้นต่ำตามกฎหมาย และหากมีการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ผู้รับจ้าง ต้องปรับอัตราค่าจ้างของผู้ปฏิบัติงานให้ไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายที่ เปลี่ยนแปลงไป
4.6.2 ผู้รับจ้างต้องจัดสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้ - สิทธิพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด และจ่ายเงินสมทบตามกฎหมายที่
เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับสิทธิประโยชน์หรือเงินทดแทนตาม
กฎหมายต่างๆ พร้อมทั้งจัดทำประกันภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ผู้รับ
จ้างได้จ้างมาทำงาน โดยให้ครอบคลุมถึงความรับผิดทั้งปวงของผู้รับจ้าง
รวมทั้งผู้รับจ้างช่วงอันหากจะพึงมีในกรณีความเสียหายที่คิดค่าสินไหม
ทดแทนได้ตามกฎหมาย ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุหรือภยันตรายใดๆ ต่อผู้
ปฏิบัติงานหรือบุคคลอื่นที่ผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้างช่วงจ้างมาทำงาน ผู้รับจ้าง
จะต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว พร้อมทั้งหลักฐานการชำระ
เบี้ยประกันให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคทุกเดือน หรือตามการ
ประปาส่วนภูมิภาคเรียกร้อง - จัดให้มีการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพ
แวดล้อมในการทำงาน ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน (6 ชั่วโมง) ตามประกาศกรม
สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการ
ฝึกอบรมผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้าง ด้านความปลอดภัย อาชีว
อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
10 - การจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับสิทธิ์ข้างต้น ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้
รับ ก่อนเริ่มงานจ้าง และต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบเป็นลายลักษณ์
อักษร
4.6.3 ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้าง หรือเงินอื่นใด ตามข้อ 4.6.1 หรือข้อ 4.6.2 การ ประปาส่วนภูมิภาคมีสิทธิที่จะเอาเงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้
แก่ ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหรือกองทุนตามกฎหมายดังกล่าว และให้ถือว่า
การประปาส่วนภูมิภาคได้จ่ายเงินจำนวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตาม
สัญญาแล้ว
4.7 ผู้ปฏิบัติงานระบบประปาระดับปฏิบัติการ ต้องเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอน ต้น (ม.3) สามารถปฏิบัติงานด้านระบบประปาได้และต้องคุณสมบัติตามที่ กปภ.กำหนดไว้ดังนี้ - มีสัญชาติไทย
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
- เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นโรค พิษสุราเรื้อรังหรือโรคที่ร้ายแรง หรือสังคมรังเกียจ และเป็นอุปสรรค
ต่อ การปฏิบัติงาน - ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษทางวินัยถึงออกจากราชการ ออกจากงานหรือไม่เป็น ผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ ถูกพักงาน ถูกสั่งให้ออกจากราชการหรือออก
จากงานไว้ก่อน จากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ - เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อยเหมาะสม ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี
- ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
- ต้องเป็นผู้มีบุคลิกภาพ และมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ ปฏิบัติ
- ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
5.1 ก่อนที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างกับการประปาส่วนภูมิภาค ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติดังนี้
5.1.1 นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษา หรือหลัก ฐานอื่นๆ (ถ้ามี) ของผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ตามที่กำหนดในเงื่อนไขและ
สัญญาจ้างมอบให้การประปาส่วนภูมิภาคตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่ผู้
ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะเข้าปฏิบัติงานหรือปฏิบัติหน้าที่ที่จ้างไม่น้อยกว่า 7
วันทำการ
11
5.1.2 ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามลักษณะงานในแต่ละ ประเภทแก่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ให้ครบถ้วนเต็มเวลาตามหลักสูตรของ ประเภทงานนั้นๆ โดยให้พนักงานของการประปาส่วนภูมิภาค/ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากภายนอกเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม ทั้งนี้ผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว
5.1.3 ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนการปฏิบัติงาน โดยกำหนดกิจกรรมหลักของการปฏิบัติ งานให้การประปาส่วนภูมิภาคเห็นชอบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ รวมทั้ง การมอบหมายงานในแต่ละวันของผู้ปฏิบัติงาน จำนวนผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติ งานแต่ละหน้าที่ ในแต่ละหน่วยงาน (การประปาส่วนภูมิภาคสาขา) โดยนำเสนอ เป็นตารางการปฏิบัติงานรายวันให้การประปาส่วนภูมิภาค
5.1.4 จัดส่งผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างตามจำนวน วันและเวลาที่กปภ. กำหนด
5.2 ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างคนใดปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพ มีความ ประพฤติอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อภาพพจน์ของการประปาส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาคมีสิทธิ์ขอเปลี่ยนตัวผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง โดยหน่วยงานที่ มีผู้ปฏิบัติงานต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบ และผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งผู้ ปฏิบัติงานคนใหม่ที่ผ่านการทดสอบมาเปลี่ยนให้ทันทีนับจากวันที่ได้รับแจ้ง
5.3 ในกรณีผู้ปฏิบัติงานลาคลอด ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ และหน่วยงาน ยังต้องการผู้ปฏิบัติงานคนเดิมกลับมาปฏิบัติงานอีกสามารถทำได้ โดยผู้รับจ้างจะต้อง ทำหนังสือแจ้งเหตุผลการลาพร้อมหลักฐาน (ถ้ามีณ ขณะนั้น) ให้หัวหน้าหน่วยงาน เห็นชอบ และส่งผู้ปฏิบัติงานซึ่งได้รับการยืนยันจากหน่วยงานว่าสามารถปฏิบัติงานแทน ได้มาทำงานแทนในระหว่างที่ผู้ปฏิบัติงานคนเดิมลาคลอด ลาอุปสมบท หรือลาไปประ กอบพิธีฮัจย์ และเมื่อพันกำหนดเวลาที่เห็นชอบแล้ว ผู้ปฏิบัติงานคนเดิมยังไม่มาปฏิบัติ งาน แต่ยังคงให้ผู้ที่มาปฏิบัติงานแทนปฏิบัติงานต่อไปอีก ให้ถือว่าผู้ปฏิบัติงานคน เดิมนั้นขาดงาน การประปาส่วนภูมิภาคจะไม่จ่ายค่าจ้างที่ปฏิบัติงานแทน แต่จะไม่ ปรับผู้รับจ้าง เนื่องจากผู้รับจ้างส่งคนมาปฏิบัติงานครบจำนวน
5.4 ผู้รับจ้างยอมรับว่าผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเป็นลูกจ้างของผู้รับจ้างฝ่ายเดียว โดยผู้รับ จ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ปฏิบัติงานในฐานะนายจ้างตามกฎหมาย โดยต้องจัดสิทธิ ต่างๆ ตามกฎหมายให้กับผู้ปฏิบัติงานและต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างดังกล่าวให้เป็นไปตาม กฎหมายแรงงานหรือกฎหมายอื่น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวทุกประการ และผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างทราบเกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ที่ผู้รับ จ้างจัดให้ตามกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
12
กรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตในขณะปฏิบัติงานให้แก่ การ ประปาส่วนภูมิภาค ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้แก่ ลูกจ้างของผู้รับจ้างทั้งสิ้นในกรณีที่การประปาส่วนภูมิภาคต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใดๆแทนไป ก่อน ผู้รับจ้างยินยอมชำระเงินสดหรือหักเงินจากค่าจ้างชดใช้ให้แก่การประปาส่วนภูมิภาค ตามจำนวนเงิน ดังกล่าวจนครบถ้วน
5.5 ผู้รับจ้างต้องรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทุกกรณี ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับ จ้างได้กระทำไม่ว่าจะโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออันเป็นสาเหตุให้เกิดการชำรุด สูญหายหรือเสียหายแก่วัสดุ ครุภัณฑ์อุปกรณ์ ยานพาหนะ อาคาร สถานที่ และสิ่ง อื่นๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของการประปาส่วนภูมิภาค หรือบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเกิดขึ้น ในเวลาหรือนอกเวลาปฏิบัติงานของการประปาส่วนภูมิภาคก็ตาม
5.6 การจัดส่งผู้ปฏิบัติงานเข้าปฏิบัติงานเมื่อเริ่มงานจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายชื่อ และ อัตรา ค่าจ้างที่จะจ่ายให้ผู้ปฏิบัติงาน สำเนาบัตรประชาชนให้การประปาส่วนภูมิภาค หรือตัวแทนตรวจสอบก่อนเริ่มงานจ้างไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ และการประปาส่วน ภูมิภาคจะรับแต่เฉพาะผู้ปฏิบัติงานที่มีการแจ้งให้ทราบและมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่ กำหนดไว้ดังรายละเอียดแนบท้ายสัญญาเท่านั้น
5.7 การจัดหาผู้ปฏิบัติงานเพิ่มเติมหรือทดแทน ผู้รับจ้างจะต้องคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ ความ สามารถ และเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานตามที่การประปาส่วนภูมิภาคกำหนด โดยผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อของผู้ปฏิบัติงานทุกคน พร้อมประวัติ และสำเนาบัตร
ประชาชนให้กับการประปาส่วนภูมิภาคหรือตัวแทนของการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อ ตรวจสอบก่อนเริ่มการจ้างไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ - การส่งมอบงานและจ่ายค่าจ้าง
6.1 ส่งมอบงาน ณ การประปาส่วนภูมิภาคสาขา อุตรดิตถ์
6.2 การจ้างครั้งนี้ เป็นการจ้างเหมาบริการ การประปาส่วนภูมิภาคจะจ่ายเงินค่าจ้าง เป็นรายเดือน โดยคำนวณค่าจ้างตามจำนวนผู้ปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้างจัดส่งมาปฏิบัติงาน ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาในแต่ละเดือน หลังจากผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จ
เรียบร้อยและการประปาส่วนภูมิภาคหรือตัวแทนการประปาส่วนภูมิภาค ได้ตรวจรับ งานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องส่งรายงานผลปฏิบัติงานของ ผู้ปฏิบัติงานของ ผู้รับจ้างในแต่ละเดือนตามจำนวนวัน เวลา และจำนวนผู้ปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างที่ได้ปฏิบัติงานจริง พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดของอัตราค่าจ้าง และยอด เงินรวมมาในใบแจ้งหนี้ให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคภายในจำนวนวันตามที่การ
ประปาส่วนภูมิภาคกำหนด นับแต่วันครบกำหนดชำระค่าจ้างแต่ละงวด พร้อมกับ แสดงเอกสารแบบส่งเงินประกันสังคมตามแบบ สปส. 1-10 กองทุนเงินทดแทน เงิน อื่นตามที่กฎหมายกำหนด และหลักฐานการจ่ายเงินค่าประกันภัยของผู้ปฏิบัติงาน
13
ให้การประปาส่วนภูมิภาคหรือตัวแทนการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อการ ประปาส่วน ภูมิภาคหรือตัวแทนของการประปาส่วนภูมิภาคจะได้ตรวจสอบรับรองการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้าง เมื่อเห็นว่าถูกต้องตามสัญญา การประปาส่วนภูมิภาคจะออกใบตรวจรับ
งานให้ผู้รับจ้างไว้เป็นหลักฐาน เพื่อผู้รับจ้างจะได้นำไปเป็นหลักฐานในการขอรับ ชำระค่าจ้างจากการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคจะทำการเบิกจ่าย เงินให้แก่ผู้รับจ้างต่อไป ทั้งนี้หากผู้รับจ้างเป็นลูกหนี้การประปาส่วนภูมิภาคในมูลหนี้ ใดๆ ไม่ว่าจะเกิดจากสัญญานี้หรือไม่ก็ตาม ผู้รับจ้างยินยอมให้การประปาส่วนภูมิภาคมี สิทธินำหนี้ดังกล่าวมาหักออกจากค่าจ้างที่ การประปาส่วนภูมิภาคจะต้องชำระให้แก่ ผู้รับจ้างจนเต็มจำนวนก่อนเหลือเท่าใดจึงจะชำระให้แก่ผู้รับจ้าง
6.3 หากผู้รับจ้างปฏิบัติงานไม่ครบเดือนหรือสัญญานี้สิ้นสุดลงก่อนครบกำหนดจ่ายค่าจ้าง การประปาส่วนภูมิภาคจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามจำนวน วัน เวลา และ จำนวนพนักงานของผู้รับจ้างที่ได้จัดหามาปฏิบัติงานที่จ้างจริง โดยคำนวณตาม
อัตราส่วนค่าจ้างเป็นรายเดือน โดยถือเฉลี่ยหนึ่งเดือนมี30 วัน
6.4 ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่มาปฏิบัติงานล่าช้าเกินกำหนดเวลาเริ่มต้นทำการที่การ ประปาส่วนภูมิภาคกำหนดไว้ หรือละทิ้งหน้าที่ไปก่อนกำหนดเวลาสิ้นสุดของแต่ละวัน การประปาส่วนภูมิภาคจะหักเงินค่าจ้างตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ในข้อ 10.4
6.5 กรณีที่มีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย การประปาส่วนภูมิภาคจะปรับอัตรา ค่าจ้างแรงงานตามสัญญาให้แก่ผู้รับจ้างในอัตราส่วนที่เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนด เฉพาะในกรณีที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศใช้ใหม่นั้นมีอัตราสูงกว่าอัตราค่าจ้างที่ระบุ ไว้ในสัญญา หรือเท่ากับอัตราที่การประปาส่วนภูมิภาคพิจารณาให้ความเห็นชอบเท่านั้น
6.6 อัตราค่าจ้างไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้รับจ้างต้องรับภาระเกี่ยวกับภาษีอากรทั้งหมดที่ เกิดขึ้นจากการนี้ - เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
การพิจารณาเลือกใช้เกณฑ์การพิจารณาในการคัดเลือกข้อเสนอ ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณา ได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การจ้างทำของที่มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่เป็นมาตรฐาน และมีคุณภาพดี เพียงพอตามความต้องการใช้งาน และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐแล้ว กรณีนี้หน่วยงานของรัฐ สามารถใช้เกณฑ์ราคาในการคัดเลือกผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัด เลือก
(๒) การจ้างทำของที่มีความซับซ้อน มีเทคโนโลยีสูง หรือมีเทคนิคเฉพาะ จำเป็นต้องคัดเลือก พัสดุมีคุณภาพดีตามความต้องการใช้งานของหน่วยงานของรัฐนั้น และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ มากที่สุด กรณีนี้หน่วยงานของรัฐสามารถใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นตามความในมาตรา ๖๕ วรรค หนึ่ง ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณภาพและคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน ซึ่งได้คะแนนรวม
14
สูงสุดเป็นผู้ชนะการจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก แต่หากหน่วยงานของรัฐไม่อาจเลือกใช้เกณฑ์อื่น ประกอบและจำเป็นต้องใช้เกณฑ์เดียวในการพิจารณา ให้ใช้เกณฑ์ราคา
(๓) การจ้างทำของที่มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่จะต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุหรือ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งอาจจะมีข้อเสนอที่ไม่อยู่ในฐานเดียวกันเป็นเหตุให้มีปัญหาในการพิจารณา คัดเลือกข้อเสนอ ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเป็นเงื่อนไขให้มีการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น แยกมาต่างหาก และให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และ เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่ หน่วยงานของรัฐกำหนด แล้วให้ดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) ต่อไป
กรณีเลือกใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาเกณฑ์อื่น ดังต่อ ไปนี้(๑) ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน (๒) มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ (๓) บริการหลังการ ขาย (๔) พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (๕) การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ (๖) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ในกรณีที่กำหนดให้มีการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นก่อน และ (๗) เกณฑ์อื่นตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง กรณีพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมสนับสนุนตาม (๔) ให้เป็น ไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งอย่างน้อยต้องส่งเสริมหรือสนับสนุนพัสดุที่สร้างนวัตกรรมหรือพัสดุที่ อนุรักษ์พลังงานหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรณีการเลือกใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นหน่วยงานของรัฐจะต้อง เลือกใช้เกณฑ์ตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) โดยหน่วยงานของรัฐเลือกใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งหรือ หลายเกณฑ์ก็ได้ ประกอบกับเกณฑ์ราคา และต้องกำหนดน้ำหนักของแต่ละเกณฑ์ให้ชัดเจน โดยให้ สอดคล้องกับร่างขอบเขตของงานที่จะจัดจ้างทำของ ซึ่งจะต้องกำหนดน้ำหนักของเกณฑ์อื่นมากกว่าเกณฑ์ ราคา แต่หากหน่วยงานของรัฐไม่อาจเลือกใช้เกณฑ์อื่นประกอบและจำเป็นต้องใช้เกณฑ์เดียวในการ พิจารณาคัดเลือกให้ใช้เกณฑ์ราคา สำหรับวิธีเฉพาะเจาะจง ให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้เกณฑ์ราคาในการ พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ - วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
วงเงินงบประจำปีงบประมาณ 1,560,811.14 บาท (เงินหนึ่งล้านห้าแสนหกหมื่นแปดร้อย สิบเอ็ดบาทสิบสี่สตางค์) วงเงินที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ด้วยแล้ว - ระยะเวลาการจ้าง
กำหนดระยะเวลาในการจ้าง 1 ปี(ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570) 10. งวดงานและการจ่ายเงิน
10.1 งวดงานจำนวน …12… งวด
10.2 การจ่ายค่าจ้าง
กปภ. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้นำส่งผลงานที่ได้ปฏิบัติงานถูก ต้องและครบถ้วน ภายหลังจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้วในเดือนนั้นๆให้ เบิกจ่ายค่าจ้างเป็นงวด งวดละ ๑ เดือน ตามอัตราค่าจ้างที่ได้ตกลงกัน โดยให้เบิกจ่ายค่าจ้างภายในของ เดือนถัดไปให้แก่ผู้รับจ้าง ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างเป็นลูกหนี้การประปาส่วนภูมิภาคในมูลหนี้ใด ๆ ไม่ว่าจะเกิด จากสัญญานี้หรือไม่ก็ตาม ผู้รับจ้างยินยอมให้การประปาส่วนภูมิภาคมีสิทธินําหนี้ดังกล่าวมาหักออกจากค่า
จ้างที่การประปาส่วนภูมิภาคจะต้องชําระให้แก่ผู้รับจ้างจนเต็มจํานวนก่อน เหลือเท่าใดจึงจะชําระให้แก่ ผู้รับจ้าง
15
หากผู้รับจ้างปฏิบัติงานไม่ครบเดือนหรือสัญญานี้สิ้นสุดลงก่อนครบกําหนดจ่ายค่าจ้าง การประปาส่วนภูมิภาคจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามจํานวนวันที่ได้มาปฏิบัติงานที่จ้างจริง คํานวณ ตามอัตราส่วนค่าจ้างเป็นรายเดือน โดยถือเฉลี่ยหนึ่งเดือนมี ๓๐ วัน ซึ่งหากเดือนแรกและเดือนสุดท้ายมีการ ปฏิบัติงานไม่เต็มเดือน ให้คิดค่าจ้างเหมาเป็นรายวันเฉพาะวันที่ปฏิบัติงาน โดยคำนวณค่าจ้างจากการนำค่า จ้างต่อเดือน หารด้วยจำนวนวันที่ปฏิบัติงานทั้งหมดของเดือนคูณด้วยวันที่ที่ปฏิบัติงานจริง
10.2.1 กปภ. จะงดจ่ายเงินค่าจ้างในทุกส่วนที่ตรวจพบว่างานที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงาน ไม่ถูกต้องครบถ้วน เว้นแต่ผู้รับจ้างได้ปรับแก้ไขงานให้ถูกต้องสมบูรณ์และได้รับการรับรองจากคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุแล้วอีกคราวหนึ่ง
10.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องแสดงหลักฐานการชำระเงินสมทบการประกันตนเองของผู้รับจ้าง ตาม มาตรา 39 หรือ มาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ให้แก่ กปภ. (ผู้ว่าจ้าง) ทราบทุกครั้งก่อนครบกำหนดการรับเงินค่าจ้างในครั้งถัดไปตลอดระยะสัญญาจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ดำเนิน การตามเงื่อนไขดังกล่าว กปภ. (ผู้ว่าจ้าง) มีสิทธิปฏิเสธการจ่ายค่าจ้างหรือบอกเลิกสัญญาได้ - การจัดหาผู้ปฏิบัติงานแทน
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานไม่มาปฏิบัติงานในวันทำงานที่การประปาส่วนภูมิภาคกำหนด หรือมา แต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ การประปาส่วนภูมิภาคจะไม่จ่ายค่าจ้างให้กับผู้รับจ้างสำหรับผู้ที่ไม่มาปฏิบัติ งานหรือมาแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และการที่ผู้ปฏิบัติงานไม่มาปฏิบัติงานหรือมาแต่ไม่สามารถปฏิบัติ งานได้ ไม่ว่ากรณีใด หากการประปาส่วนภูมิภาคต้องการให้ผู้รับจ้างจัดหาผู้ปฏิบัติงานแทน การประปาส่วน ภูมิภาคหรือตัวแทนจะแจ้งให้ผู้รับจ้างหรือตัวแทนของผู้รับจ้างทราบ โดยผู้รับจ้างต้องจัดส่งผู้ปฏิบัติงาน แทนทันทีที่ผู้รับจ้างหรือตัวแทนของผู้รับจ้าง ได้รับแจ้งดังกล่าว - การปรับและสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญา
12.1 หากผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างไม่มาปฏิบัติงาน หรือมาแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ในวันใด ผู้รับจ้างยินยอมให้การประปาส่วนภูมิภาค หักเงินค่าจ้างเท่าจำนวนเงินค่าจ้างต่อคนต่อ วัน และปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา นับตั้งแต่วันที่ไม่มีผู้ปฏิบัติงานมาปฏิบัติงานหรือมาแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีผู้ปฏิบัติงานมาปฏิบัติงานตามสัญญา
12.2 หากผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างไม่มาปฏิบัติงาน หรือมาแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ นอกจากผู้รับจ้างจะรับผิดชอบตามข้อ 11 และข้อ 12.1 แล้ว เมื่อการประปาส่วน ภูมิภาคได้แจ้งให้ทราบแล้ว ผู้รับจ้างยังไม่ดำเนินการแก้ไขหรือจัดส่งผู้ปฏิบัติงานมา ปฏิบัติงานแทนตามสัญญาทันที การประปาส่วนภูมิภาคมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้
12.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างส่งผู้ปฏิบัติงานมาปฏิบัติงานแทน ผู้ปฏิบัติงานที่มาปฏิบัติงานแทนไม่ เข้าใจงานและไม่สามารถปฏิบัติงานให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคได้ผู้รับจ้างยินยอม ให้การประปาส่วนภูมิภาค มีสิทธิตามข้อ 10.1 และข้อ 10.2
12.4 ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่มาปฏิบัติงานล่าช้าเกินกำหนดเวลาเริ่มต้นทำงานที่ การประปาส่วนภูมิภาคกำหนดไว้ หรือละทิ้งหน้าที่ไปก่อนกำหนดเวลาสิ้นสุดการ
16
ทำงานของแต่ละวันไม่เกิน 1 ชั่วโมง ผู้รับจ้างยินยอมให้การประปาส่วนภูมิภาคปรับ เงิน 100 บาทต่อคน และในกรณีที่มาปฏิบัติงานล่าช้าเกินกำหนดเวลาเริ่มต้นทำงาน หรือละทิ้งหน้าที่ไปก่อนกำหนดเวลาสิ้นสุดการทำงานของแต่ละวันเกิน 1 ชั่วโมง ผู้รับ จ้างยินยอมให้การประปาส่วนภูมิภาคหักเงินค่าจ้างเท่าจำนวนเงินค่าจ้างต่อคนต่อวัน และปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา
12.5 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ในการใช้ปฏิบัติงาน หรืออุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งมีสภาพที่ปลอดภัยในการนำมาใช้งานตามมาตรฐานให้กับผู้ ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างตามที่การประปาส่วนภูมิภาคระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายสัญญา การประปาส่วนภูมิภาคจะไม่รับผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวนั้น โดยให้ถือว่าผู้รับจ้างไม่จัดส่งผู้ ปฏิบัติงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชำระค่าปรับ หรือค่าเสียหายตามที่การ ประปาส่วนภูมิภาคระบุไว้
12.6 หากผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินให้กับผู้ปฏิบัติงาน หรือไม่จัดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามข้อ 4.6 ถือว่าผู้รับจ้างกระทำผิดสัญญา การประปาส่วนภูมิภาคมีสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาได้ - การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ผู้รับจ้างต้องรับประกันการบำรุงรักษา ซ่อมแซ่ม แก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แก้ไขหรือปรับปรุงงานที่จะส่งมอบให้เป็นระยะเวลา …..เดือน/ปี/วัน หลัง จากตรวจรับงานงวดสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดตามสัญญา - หลักฐานการยื่นข้อเสนอ (กรณีนิติบุคคล)
14.1 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิตบุคคล
14.2 สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
14.3 บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ (ถ้ามี)
14.4 บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
14.5 ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี)
14.6 สำเนาแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย 14.7 สำเนาหนังสือรับรองผลงาน
14.8 แค็ตตาล็อกและ/หรือรูปแบบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ประวัติคุณสมบัติ และ ประสบการณ์ ของบุคคลลากร รวมทั้งสำเนาวุฒิการศึกษาของบุคคลากรในโครงการทุกคน ทุกตำแหน่ง 14.9 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
14.10 สำเนารับรองผลงาน
14.11 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนา สัญญาของการเข้าร่วมค้า
14.12 หนังสือมอบอำนาจ - ผู้รับผิดชอบโครงการ
การประปาส่วนภูมิภาคสาขาอุตรดิตถ์
17 - ข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
16.1 ผู้ชนะการเสนอราคาที่เข้าลงนามในสัญญา ต้องผูกพันตามข้อตกลงการประมวล ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Processing Agreement) ในฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
16.2 ผู้ชนะการเสนอราคาที่เข้าลงนามในสัญญารับทราบและยอมรับปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ประกาศการประปาส่วนภูมิภาค เรื่อง นโยบายและแนว ปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2564 (Privacy Policy) ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับคู่สัญญาและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือจะมีใช้ในอนาคต เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และบรรลุวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ผู้เสนอราคาที่เข้าลงนามในสัญญาจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติความ ปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 รวมทั้ง กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ เพื่อปฏิบัติพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยใน การทำงานสำหรับ ผู้รับจ้าง