ประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พร้อมระบบสาธารณูปการ ตำบลท่าสุด อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย จำนวน 1 งาน
เอกสารฉบับนี้เป็นรายละเอียดประกอบแบบก่อสร้างส่วนงานโครงสร้าง จัดทำโดยบริษัท สถาปนิกหนึ่งร้อยสิบ จำกัด (เดือนมีนาคม 2569) สำหรับโครงการอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พร้อมระบบสาธารณูปการ ณ ตำบลท่าสุด อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ขอบเขตงานครอบคลุม 10 หมวดหลัก ได้แก่ (1) งานตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง พร้อมการตอก Pilot Pile อย่างน้อย 12 ต้น และทดสอบความสมบูรณ์เสาเข็ม (Seismic Test) 100% (2) งานรังวัดสำรวจพื้นที่ สร้างหมุดหลักฐาน 4 จุด จัดทำแผนที่มาตราส่วน 1:500 (3) งานขุด ถม บดอัด ตามเกณฑ์ความหนาแน่น 90-95% ตามมาตรฐาน AASHTO (4) งานเสาเข็มเจาะระบบเปียก ขนาด 0.80 และ 1.00 เมตร ลึกไม่น้อยกว่า -25.00 เมตร ฝังในชั้นหินไม่น้อยกว่า 3.00 เมตร พร้อมทดสอบ Static Load Test 1 ต้น และ Dynamic Load Test 3 ต้น (5) งานแบบหล่อและค้ำยัน (6) งานเหล็กเสริม SR24, SD40, SD50 ตาม มอก. (7) งานคอนกรีต 3 ประเภท กำลังอัด 32/24/18 MPa (8) งานคอนกรีตอัดแรงระบบ Bonded ใช้ Strand Grade 270 (9) งานเหล็กรูปพรรณ พร้อมระบบป้องกันสนิม 6 ระบบ และ (10) งานถนน ทางเท้า และระบายน้ำ ทั้งถนนคอนกรีตและแอสฟัลต์ผสมร้อน
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบผลงานพร้อมเอกสารทดสอบครบถ้วน รวมถึง As Built Drawing ก่อนการเบิกจ่ายงวดสุดท้าย โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขงานที่ชำรุดทั้งหมด และรับผิดต่อตำแหน่งเสาเข็มภายใน 360 วันหลังรับมอบงาน
English summary
This document comprises the construction drawing specifications for structural works of the Center of Excellence for Medical Sciences on Infectious Diseases of the Mekong Sub-region Building Project with public utilities, located in Tambon Thasud, Mueang District, Chiang Rai Province. Prepared by Architects 110 Co., Ltd. (March 2026), it covers ten major work categories: (1) prestressed concrete pile driving with a minimum of 12 pilot piles and 100% Pile Integrity Testing (Seismic Test); (2) topographic surveying with 4 permanent benchmarks and 1:500 scale mapping; (3) excavation, filling, and compaction achieving 90–95% density per AASHTO standards; (4) wet-process bored piles of 0.80m and 1.00m diameters reaching depths of at least -25.00m with 3.00m rock socketing, including one Static Load Test and three Dynamic Load Tests; (5) formwork and shoring; (6) reinforcing steel (SR24, SD40, SD50 per TIS); (7) concrete in three strength classes (32/24/18 MPa); (8) bonded post-tensioned concrete using Grade 270 strands; (9) structural steelwork with six anti-corrosion painting systems; and (10) roads, walkways, and drainage encompassing both concrete pavements and hot-mix asphalt. Contractors must deliver completed works with complete test documentation, including As Built Drawings prior to final payment, bearing all rectification costs for defective work and remaining liable for pile positions for 360 days after formal handover.
ตำบลท่าสุด อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ก่อสร้างงานโครงสร้างฐานรากและโครงสร้างอาคารให้มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่กำหนดในแบบ
- กำหนดมาตรฐานวัสดุ วิธีการก่อสร้าง และการทดสอบ เพื่อให้งานโครงสร้างเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม (มอก., ASTM, ACI, BS, ว.ส.ท.)
- ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างผ่านการทดสอบภาคสนามและห้องปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ
- ป้องกันความเสียหายต่ออาคารข้างเคียง ประชาชน และระบบสาธารณูปโภคระหว่างการก่อสร้าง
ขอบเขตของงาน
- หมวด 01 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง: จัดหาวัสดุ แรงงาน อุปกรณ์ ตอกเสาเข็มให้ได้ Blow Count ตามแบบ ตอก Pilot Pile อย่างน้อย 12 ต้น ควบคุมค่าผิดศูนย์ไม่เกิน 70 มม. (เสาเข็มกลุ่ม) / 40 มม. (เสาเข็มเดี่ยว) ผิดดิ่งไม่เกิน 1% ของความยาว ทำระเบียนการตอกทุกต้น และทดสอบ Pile Integrity Test (Seismic Test) 100% ของเสาเข็มทั้งหมด
- หมวด 02 การรังวัดและสำรวจพื้นที่: สร้างหมุดหลักฐานถาวร 4 จุด รังวัดหมุดเขตที่ดิน เก็บรายละเอียดสิ่งปลูกสร้าง เส้นชั้นความสูงทุก 0.20 ม. จัดทำแผนที่มาตราส่วน 1:500 ขนาด A1 ความละเอียดระดับงานสำรวจชั้น 3
- หมวด 03 การขุด ถม บดอัด: ขุดดินฐานราก ถมดินและกลบเกลี่ย บดอัดให้ได้ความหนาแน่น 90-95% ตาม AASHTO ทดสอบการอัดแน่นทุก 200 ลบ.ม. และทุกความลึก 0.30 ม.
- หมวด 04 เสาเข็มเจาะระบบเปียก: เจาะเสาเข็ม Ø0.80 และ Ø1.00 ม. ลึกไม่น้อยกว่า -25.00 ม. ฝังปลายเข็มในชั้นหิน RHYORITIC TUFF หรือ ANDESITE ไม่น้อยกว่า 3.00 ม. ใช้ Polymer Slurry รักษาเสถียรภาพหลุม เทคอนกรีตผ่าน Tremie Pipe ทดสอบ Dynamic Load Test 3 ต้น (ASTM D4945-89) และ Static Pile Load Test 1 ต้น (3 ชุดการบรรทุก 100%/200%/250%)
- หมวด 05 แบบหล่อคอนกรีตและค้ำยัน: คำนวณออกแบบแบบหล่อ ควบคุมค่าคลาดเคลื่อน กำหนดอายุขั้นต่ำการถอดแบบ (ด้านข้าง 2 วัน, ท้องพื้น 14 วัน, ท้องคาน 21 วัน)
- หมวด 06 เหล็กเสริมคอนกรีต: จัดหา ตัด ดัด เรียงเหล็ก SR24 (มอก.20), SD40 (มอก.24), SD50 (เสา Ø32 มม.) ทดสอบทุก 200 ตัน/ขนาด ควบคุมระยะทาบและการต่อเหล็ก
- หมวด 07 คอนกรีต: ผสม ขนส่ง เท บ่ม คอนกรีต 3 ประเภท (A: 32 MPa, B: 24 MPa, C: 18 MPa) ควบคุมค่ายุบ ปริมาณซีเมนต์ การบ่มไม่น้อยกว่า 7 วัน เก็บตัวอย่างทดสอบทุก 50 ลบ.ม.
- หมวด 08 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED: ติดตั้งท่อหุ้ม Corrugated Metal Duct สมอยึด Anchorage อัดแรง Strand Grade 270 ที่ 75% ของกำลังดึงประลัย อัดน้ำปูน (Grouting) หลังการอัดแรง
- หมวด 09 เหล็กรูปพรรณ: ประกอบ เชื่อม ยกติดตั้งเหล็กโครงสร้างตาม AISC/AWS ตรวจรอยเชื่อมด้วย Dye Penetrant/Magnetic Particle/Ultrasonic Testing ทาสีกันสนิม 6 ระบบตาม ISO 12944
- หมวด 10 ถนน ทางเท้า ระบายน้ำ: สร้างถนนคอนกรีต ถนนแอสฟัลต์ผสมร้อน (AC 80-100, Marshall Stability ≥750 ปอนด์) ทางเท้า และงานระบายน้ำ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งานตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงครบตามแบบ พร้อมระเบียนการตอกประจำวัน (ส่งภายใน 24 ชม.)
- Pilot Pile อย่างน้อย 12 ต้น พร้อมผลการทดสอบ
- รายงานผล Pile Integrity Test (Seismic Test) จำนวน 5 ชุด
- แบบแสดงระเบียนความลึกสุดท้ายของเสาเข็มทุกต้น
- งานสำรวจรังวัดพื้นที่ จำนวน 5 ชุด และ Electronic File 1 ชุด (แผนที่ 1:500 ขนาด A1)
- งานเสาเข็มเจาะครบตามแบบ พร้อมรายงานประจำวัน (ส่งภายใน 24 ชม. หลังหล่อคอนกรีต)
- รายงานผล Dynamic Load Test จำนวน 5 ชุด (ทดสอบ 3 ต้น)
- รายงานผล Static Pile Load Test จำนวน 5 ชุด (ทดสอบ 1 ต้น)
- As Built Drawing แสดงตำแหน่งจริงของเสาเข็ม (ส่งก่อนเบิกจ่ายงวดสุดท้าย)
- รายงานผลทดสอบกำลังอัดคอนกรีต จำนวน 3 ชุด
- งานโครงสร้างคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ ถนน ทางเท้า และระบายน้ำที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแบบ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาก่อสร้างโดยรวม: ไม่ได้ระบุในเอกสารฉบับนี้
- เอกสารจัดทำ: เดือนมีนาคม 2569
- กำหนดเวลาสำคัญที่ระบุ:
- แจ้งวิศวกรผู้ควบคุมงานล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตอกเสาเข็ม
- เสนอวิธีการทำเสาเข็มเจาะ / Mix Design / Shop Drawing ล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วันก่อนเริ่มงาน
- เตรียมส่วนผสมคอนกรีตและทดลองในห้องปฏิบัติการก่อนเทคอนกรีตอย่างน้อย 30 วัน
- ผู้รับจ้างรับผิดชอบตำแหน่งเสาเข็มภายใน 360 วันหลังการรับมอบงานเป็นทางการ
- เปิดการจราจรถนนคอนกรีตได้หลังหล่อเสร็จไม่น้อยกว่า 21 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ไม่ได้ระบุในเอกสารฉบับนี้ (เป็นรายละเอียดประกอบแบบ มิใช่ TOR ฉบับเต็ม)
- Standards Compliance: งานต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. (20, 24, 15, 1227, 420), ASTM (C39, C143, C94, D4945, D1143, A416, E165, E709, C174), ACI (211, 318, 336.1-89, 336.3R-72), BS 8110, ISO 12944, ISO 8501-1, AISC/AWS และมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (ว.ส.ท. 1014-46, 1019-46, 1003-18, 1007-34)
- Experience: ไม่ได้ระบุจำนวนปี แต่ต้องมีความชำนาญในงานตอกเสาเข็ม เสาเข็มเจาะระบบเปียก คอนกรีตอัดแรง และงานเชื่อมโครงสร้างเหล็ก
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities:
- เครื่องตอกเสาเข็ม (Diesel Hammer พร้อมเครื่องป้องกันเสียง), Sheet Piles ลึกไม่น้อยกว่า 12.00 ม.
- เครื่องเจาะเสาเข็มติดรถเครน หัวเจาะ Flight Auger/Bucket Type, ปลอกเหล็กชั่วคราว (Temporary Casings) ยาวไม่น้อยกว่า 12 ม.
- ระบบ Polymer Slurry พร้อมอุปกรณ์ทดสอบคุณสมบัติน้ำโคลง (Marsh Cone, pH meter ฯลฯ)
- Tremie Pipe พร้อมท่อสำรอง, เครื่องปั๊มคอนกรีต
- เครื่องอัดแรง (Jack) ที่ Calibrate จากสถาบันที่เชื่อถือได้ทุก 4 เดือน
- อุปกรณ์ทดสอบ Static/Dynamic Load Test, Seismic Test
- เครื่องบดอัด (รถบดล้อเรียบ 8-10 ตัน, รถบดล้อยาง 10-12 ตัน), Hot-Mix Plant
- Personnel:
- ช่างเชื่อมทุกคนต้องมีหนังสือรับรองผ่านการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้ (เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน)
- ผู้เชี่ยวชาญทดสอบของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะที่มีประสบการณ์และอุปกรณ์ครบถ้วน
- ผู้ใช้เครื่องสั่นคอนกรีตต้องมีความชำนาญเพียงพอ
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ได้ระบุในเอกสารฉบับนี้ (เอกสารเป็นรายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง มิใช่เอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม) — อย่างไรก็ตาม งานจะถูกตรวจรับตามเกณฑ์ทางเทคนิค เช่น ผลทดสอบกำลังอัดคอนกรีต ผล Load Test ผล Seismic Test ความแน่นของการบดอัด และความสมบูรณ์ของรอยเชื่อม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง: ลวดเหล็กอัดแรง Ø4/5 มม. กำลังดึงประลัย ≥1,750 MPa, Ø7 มม. ≥1,600 MPa, Pretension 75-80% ของกำลังประลัย, W/C ≤0.5, Slump ≤60 มม., บ่ม ≥3 วัน, Dowel Bar SD40
- เสาเข็มเจาะ: Ø0.80/1.00 ม., ลึก ≥-25.00 ม., ฝังหิน ≥3.00 ม., คอนกรีต fc’ ≥28 MPa (ASTM C39), ซีเมนต์ ≥400 กก./ลบ.ม., Slump ≥150 มม., เหล็กยืน ≥1.00% ของหน้าตัด, เหล็กปลอก RB9@150 มม., Cover ≥100 มม., Polymer Slurry (Density ≤1.02 g/ml, Viscosity 40-90 วินาที, pH 8-11)
- คอนกรีต: ประเภท A = 32 MPa (ฐานราก เสา คาน พื้น), B = 24 MPa (ถนน งานภายนอก), C = 18 MPa (ผนังไม่รับน้ำหนัก), ซีเมนต์ ≥300 กก./ลบ.ม., บ่ม ≥7 วัน
- คอนกรีตอัดแรง: Strand Grade 270 (1860 MPa) Ø12.7 มม. (มอก. 420-2540 / ASTM A416), อัดแรง 75% ของกำลังประลัย ±7%, ซีเมนต์ 350-430 กก./ลบ.ม., W/C ≤0.48, Grout Bleeding ≤2%
- เหล็กเสริม: SR24 (จุดคลาก ≥24 MPa), SD40 (≥40 MPa), SD50 (≥50 MPa สำหรับเสา Ø32 มม.), รอยเชื่อมต่อเหล็กต้องมีกำลัง ≥125% ของ Yield Strength
- เหล็กรูปพรรณ: มอก. 1227-2539 หรือ ASTM/JIS (ค่าเริ่มต้น A36/SS400), เชื่อมตาม AISC/AWS, Preheat เหล็กหนา ≥25 มม., Submerged Arc Welding เหล็กหนา ≥50 มม., ระบบสี 6 ระบบตาม Durability C3-C5I (ISO 12944)
- ถนน: บดอัดดินถม ≥95%, Base Course CBR ตามแบบ, LL ≤25%, PI ≤6%, แอสฟัลต์ AC 80-100, Marshall Stability ≥750 ปอนด์, Flow (8-16)x10⁻² นิ้ว, ความแน่น ≥98% Marshall Density, เปิดจราจรหลัง 21 วัน
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: ไม่ได้ระบุตารางการเบิกจ่ายในเอกสารฉบับนี้ (ส่ง As Built Drawing ก่อนการส่งงานงวดสุดท้าย)
- ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง:
- เสาเข็มเสีย/ชำรุดจากการตอกหรือเจาะไม่ถูกวิธี ผู้รับจ้างต้องตอก/เจาะแทนโดยออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการตอกเสาเข็มลึกกว่าระดับ (Blow Count ไม่ได้ตามกำหนด) เป็นของผู้รับจ้าง
- การแก้ไข ซ่อมแซม หรือทำใหม่เมื่อผลทดสอบเสาเข็มไม่ผ่านเกณฑ์ เป็นภาระผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- ค่าใช้จ่ายการทดสอบการอัดแน่นดิน การทดสอบเหล็ก การทดสอบคอนกรีต ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกทั้งหมด
- การเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน ค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
- ระยะเวลารับผิด: ผู้รับจ้างรับผิดชอบต่อตำแหน่งเสาเข็มภายใน 360 วันหลังการรับมอบงานเป็นทางการ
- ข้อห้ามเรียกร้องเงินเพิ่ม: ห้ามเรียกร้องเงินเพิ่มในกรณีใช้เสาเข็มรับน้ำหนักสูงกว่ากำหนด, การเจาะชั้นหินแข็งกว่าที่คาด, การแก้ไขวิธีการก่อสร้างตามคำสั่งวิศวกร ฯลฯ
- การคืนเงิน: หากความยาวเสาเข็มเจาะลดลงจากการพบชั้นหินแข็ง ผู้รับจ้างต้องคืนเงินส่วนที่เหลือให้ผู้ว่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: เสาเข็มเจาะต้องมีขนาดและความลึกเท่าใด?
ตอบ: เสาเข็มเจาะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.80 และ 1.00 เมตร ระดับปลายเสาเข็มต้องอยู่ต่ำกว่าระดับดินปัจจุบันไม่น้อยกว่า -25.00 เมตร และต้องฝังในชั้นหิน RHYORITIC TUFF หรือ ANDESITE ไม่น้อยกว่า 3.00 เมตร - คำถาม: ต้องทดสอบเสาเข็มด้วยวิธีใดบ้าง?
ตอบ: ต้องทดสอบ Pile Integrity Test (Seismic Test) กับเสาเข็ม 100% ทั้งโครงการ, Dynamic Load Test เสาเข็ม Ø1.00 ม. จำนวน 3 ต้น (ASTM D4945-89) และ Static Pile Load Test เสาเข็ม Ø1.00 ม. จำนวน 1 ต้น (บรรทุก 3 ชุด: 100%, 200%, 250% ของน้ำหนักบรรทุกปลอดภัย) - คำถาม: คอนกรีตมีกี่ประเภทและกำลังอัดเท่าใด?
ตอบ: มี 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท A กำลังอัด 32 MPa (320 กก./ซม²) สำหรับฐานราก เสา คาน พื้น, ประเภท B กำลังอัด 24 MPa (240 กก./ซม²) สำหรับถนนและงานภายนอก, ประเภท C กำลังอัด 18 MPa (180 กก./ซม²) สำหรับผนังบางที่ไม่รับน้ำหนัก - คำถาม: เหล็กเสริมใช้มาตรฐานใด?
ตอบ: เหล็กเส้นกลมใช้ SR24 ตาม มอก. 20-2543 (จุดคลาก ≥24 MPa), เหล็กข้ออ้อยใช้ SD40 ตาม มอก. 24-2548 (จุดคลาก ≥40 MPa) สำหรับขนาด 12-28 มม. และ SD50 (จุดคลาก ≥50 MPa) สำหรับเหล็กข้ออ้อย Ø32 มม. ในเสา - คำถาม: ลวดเหล็กอัดแรงสำหรับเสาเข็มต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ตอบ: ลวดเหล็กอัดแรงขนาด 4 มม. และ 5 มม. ต้องมีกำลังดึงประลัยไม่ต่ำกว่า 1,750 MPa ขนาด 7 มม. ไม่ต่ำกว่า 1,600 MPa โดยต้อง Pretension ที่ 75%-80% ของกำลังดึงประลัย - คำถาม: การบดอัดดินถมต้องได้ความแน่นเท่าใด?
ตอบ: ตามมาตรฐาน AASHTO ได้แก่ Fill ทั่วไป 90%, Fill รองรับฐานราก 90%, Backfill 90%, ชั้นบนสุดใต้พื้น Slab on Grade 95% และ Granular Fill 95% ส่วนงานถนนต้องบดอัดได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% - คำถาม: ถนนแอสฟัลต์ผสมร้อนต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ตอบ: ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์ AC 80-100 Penetration ผลทดสอบ Marshall ต้องมี Stability ไม่ต่ำกว่า 750 ปอนด์ Flow ระหว่าง (8-16)x10⁻² นิ้ว Void 3-5% และหลังบดอัดต้องได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 98% ของ Marshall Density - คำถาม: เปิดการจราจรบนถนนคอนกรีตใหม่ได้เมื่อใด?
ตอบ: ต้องเปิดหลังจากหล่อพื้นถนนเสร็จแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 21 วัน ยกเว้นกรณีพิเศษซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรก่อน - คำถาม: การตอกเสาเข็มต้องแจ้งล่วงหน้ากี่ชั่วโมง?
ตอบ: ต้องแจ้งวิศวกรผู้ควบคุมงานอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มการตอกเสาเข็ม หากตอกโดยไม่มีวิศวกรผู้ควบคุมอยู่ด้วย ถือว่าเสาเข็มต้นนั้นเสียและต้องตอกแซมใหม่โดยผู้รับจ้างออกค่าใช้จ่ายเอง - คำถาม: ระบบสีทาโครงสร้างเหล็กมีกี่ระบบ?
ตอบ: มี 6 ระบบ แบ่งตามอายุการใช้งานและระดับ Durability ตาม ISO 12944 ได้แก่ ระบบที่ 1 (C3, 3-5 ปี), ระบบที่ 2 (C3, 5-15 ปี), ระบบที่ 3 (C3, >15 ปี), ระบบที่ 4 (C4, >15 ปี), ระบบที่ 5 (C5I, 3-5 ปี) และระบบที่ 6 (C5I, 5-15 ปี) โดยแต่ละระบบกำหนดชนิดสีรองพื้น ชั้นกลาง และชั้นทับหน้า พร้อมความหนาฟิล์มแห้งเฉพาะ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขง พร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
งานโครงสร้าง
จัดเตรียมโดย
บริษัท สถาปนิกหนึ่งร้อยสิบ จ้ากัด
3388/70-71 ชั น 20 อาคารสิรินรัตน์ ถนนพระรามสี่ แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทร. 02-367-5788 โทรสาร 02-367-5074
เดือน มีนาคม 2569
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
สารบัญ
หน้า
หมวด 01 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง 1/7 - 7/7 หมวด 02 ข้อก้าหนด การรังวัดและส้ารวจพื นที่ 1/2 - 2/2 หมวด 03 การขุด, ถม, บดอัด และแต่งระดับลาดเอียง 1/3 - 3/3 หมวด 04 เสาเข็มเจาะระบบเปียก 1/18 - 18/18 หมวด 05 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน 1/7 - 7/7 หมวด 06 เหล็กเสริมคอนกรีต 1/6 - 6/6 หมวด 07 คอนกรีต 1/12 - 12/12 หมวด 08 คอนกรีตอัดแรง ระบบ BONDED 1/6 - 6/6 หมวด 09 เหล็กรูปพรรณ 1/8 - 8/8 หมวด 10 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า 1/12 - 12/12
ภาคผนวก
รายงานการส้ารวจสภาพชั นดิน โดย บริษัท จีโอ-เทคโนโลยี่ คอนซัลแตนท จ้ากัด
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง สารบัญ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 01 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
- ขอบเขตของงาน
1.1 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาวัสดุแรงงาน และอุปกรณ์ทุกชนิด รวมทั งสิ่งอื่นใดที่จ้าเป็นส้าหรับ การตอกเสาเข็มในต้าแหน่ง และจ้านวนที่ระบุในแบบ
1.2 ผู้รับจ้างจะต้องตอกเสาเข็ม ซึ่งสามารถรับน ้าหนักปลอดภัย จ้านวนตามที่ระบุในแบบ - การด าเนินงานทั่วไป
2.1 ผู้รับจ้างอาจจัดท้าการส้ารวจสถานที่ก่อสร้างเพิ่มเติมเองก็ได้เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มขึ น แต่ทั งนี ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างเสียก่อน และจะต้องไปดูสถานที่ก่อนจนเป็นที่แน่ใจว่ารู้ต้าแหน่ง แน่นอนของสถานที่ก่อสร้าง ตลอดจนขนาด และลักษณะของงานแล้ว และจะเรียกร้องให้ จ่ายเงินเพิ่มโดยอ้างว่าได้รับข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่ละเอียดพอไม่ได้
2.2 ระดับของพื นที่ก่อสร้างก่อนการเริ่มงานใด ๆ ผู้รับจ้างจะต้องมีความแน่ใจว่าระดับดินใน บริเวณก่อสร้างถูกต้องตามแบบก่อสร้างหรือไม่ประการใด
2.3 การรื อถอนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่อยู่ใต้ดินซึ่งเกิดขึ นระหว่างปฏิบัติงาน (เช่น เสาเข็มหัก เป็น ต้น) อันเป็นเหตุให้ตอกเสาเข็มไม่ได้หรือเป็นอุปสรรคต่อการวางแนวเสาเข็ม ส้าหรับงานไม้ งานดินถม การกลบดินรอบเสาเข็มและงานอื่น ๆ ซึ่งจ้าเป็นต้องท้าเพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องท้า โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั งสิ น
2.4 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่ออุบัติเหตุและความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพย์สิน หรือ บุคคลใด ๆ เนื่องจากการตอกเสาเข็มนี ทั งสิ น
2.5 จะไม่มีการคิดค่าเสียหายใด ๆ จากผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่ต้องตั งปั้นจั่นทิ งไว้ไม่ว่าจะเกิดจาก อุปสรรคใด ๆ - ระบบเสาเข็ม
3.1 ในการค้านวณออกแบบเสาเข็มที่ใช้งานนี ได้ก้าหนดให้สามารถรับน ้าหนักบรรทุกปลอดภัย ตามที่ก้าหนดในแบบ และหากผู้รับจ้างน้าเสาเข็มที่มีความสามารถรับน ้าหนักได้สูงกว่า ก้าหนดมาใช้ผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงินเพิ่มมิได้
3.2 การเสนอเสาเข็มจะต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี คือ
3.2.1 ชนิด ขนาด และความยาวของเสาเข็ม
3.2.2 ข้อก้าหนดเกี่ยวกับวัสดุทุกชนิดที่จะน้ามาใช้เกี่ยวกับสัญญานี
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/7 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
3.2.3 แบบใช้งานแสดงรายละเอียดต่างๆของเหล็กเสริมและองค์ประกอบต่างๆของเสาเข็ม ที่เสนอขอใช้
3.2.4 วิธีการท้าและตอกเสาเข็ม
3.2.5 แผนงานและรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะใช้ในการท้าและตอกเสาเข็ม
3.2.6 รายการค้านวณความแข็งแรงของเสาเข็ม
4. การตอกเสาเข็ม
4.1 เสาเข็มที่จะน้ามาตอกต้องหล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดให้ก้าลังสูงเร็วและมีอายุไม่ น้อยกว่า 7 วัน การใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดธรรมดาจะใช้ได้ในกรณีที่ปูนซีเมนต์ปอร์ต แลนด์ให้ก้าลังสูงเร็วขาดตลาด ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ออกแบบเสียก่อน
4.2 การตอกเสาเข็มต้องกระท้าโดยรบกวนผู้ที่อยู่ข้างเคียงน้อยที่สุด และต้องพยายามไม่ให้เกิด ความร้าคาญแก่ผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ถ้าหากไม่สามารถตอกเสาเข็มได้เนื่องจากสาเหตุดังกล่าวผู้ รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
4.3 วิศวกรผู้ควบคุมงานจะต้องได้รับแจ้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนเริ่มการตอก เสาเข็มต้นใดที่ ตอกโดยพลการโดยไม่มีวิศวกรผู้ควบคุมการตอกเสาเข็มอยู่ด้วยถือว่าเสาเข็มต้นที่ตอกไปนั น เสีย และผู้รับจ้างจะต้องตอกแซมให้ใหม่ตามค้าแนะน้าของวิศวกรผู้ควบคุมงาน โดยใช้ ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง
4.4 เสาเข็มทุกต้นจะต้องตอกต่อเนื่องกันโดยไม่มีการหยุดชะงักนานเกินสมควรตั งแต่เริ่มตอก จนถึงต้าแหน่งสุดท้ายของเสาเข็มนั น ๆ และอย่างน้อยต้องตอกให้ปลายเสาเข็มถึงความลึกที่ ก้าหนดไว้ในแบบก่อสร้าง ยกเว้นในกรณีที่
4.4.1 ตอกเสาเข็มไม่ลง เมื่อเสาเข็มตอกไม่ลง และวิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาแล้วเห็นว่า Blow Count สูงเกินค่าการค้านวณ การตอกต่อไปจะเป็นอันตรายและเกิดผล เสียหายต่อเสาเข็มได้จะต้องหยุดการตอกเสาเข็มต้นนั น ในกรณีเช่นนี วิศวกรอาจสั่ง ให้เปลี่ยนความยาวของเสาเข็มเพื่อให้เหมาะสมกับงานได้
4.4.2 เมื่อตอกถึงระดับที่ต้องการแล้ว จ้านวน Blow Count ต่้ากว่าที่วิศวกรผู้ออกแบบ ก้าหนดไว้ผู้รับจ้างจะต้องตอกส่งเสาเข็มให้ลึกกว่าระดับที่ก้าหนดให้ในแบบก่อสร้าง จนกว่าจะได้Blow Count ตามก้าหนด แล้วเสริมต่อความยาวเสาเข็มโดยวิธีที่ระบุ ในข้อ 7
4.5 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อการเพิ่มเสาเข็ม หรือขยาย หรือเปลี่ยนแปลงฐานราก หรือใส่ Tied Beam อันเนื่องมาจากปัญหาในการตอกเสาเข็ม และผู้รับจ้างจะต้องเสนอ Shop Drawing และรายการค้านวณให้วิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาและอนุมัติเป็นเรื่อง ๆ ไป
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/7 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
4.6 การตอกเสาเข็มจะต้องตอกให้ตรงศูนย์และได้ดิ่ง โดยระยะผิดศูนย์ต้องไม่เกิน 70 มม. ส้าหรับเสาเข็มกลุ่ม และ 40 มม. ส้าหรับเสาเข็มเดี่ยว, คู่และที่เรียงเป็นแถวเดียว ระยะผิดดิ่ง ไม่เกิน 1% ของความยาวเสาเข็ม หากเสาเข็มต้นใดตอกออกศูนย์และแนวดิ่งเกินกว่า ข้อก้าหนดนี โดยวัดขนาดกับแกน Coordinate ทั งสองแกนจะต้องให้วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้ วินิจฉัยเสาเข็มต้นนั นทันที
4.7 การนับจ้านวน Blow Count ให้ดูรายละเอียดในแบบโครงสร้าง
4.8 ระยะของเสาเข็มเมื่อตอก 10 ครั ง สามชุดสุดท้ายของเสาเข็มทุกต้น หากระยะจมของการ ตอก 10 ครั งของสามชุดสุดท้ายไม่ลดลงตามล้าดับ ผู้รับจ้างต้องตอกเสาเข็มลงไปอีก โดยตอก 10 ครั ง อีกสามชุดจนกว่าระยะจมของสามชุดสุดท้ายต้องน้อยลงตามล้าดับ หรือจ้านวนครั งที่ ตอกส้าหรับ 100 มม. สุดท้ายจ้านวน 3 ชุด จะต้องเพิ่มขึ นตามล้าดับ ถ้าหากจ้านวนครั งที่ ตอกไม่เพิ่มขึ น ผู้รับจ้างจะต้องตอกไปจนกว่าจ้านวนครั งของสามชุดสุดท้ายต้องเพิ่มขึ น ตามล้าดับ ในกรณีที่ผู้รับจ้างเสนอใช้เสาเข็ม หรือตุ้มตอกขนาดอื่นนอกเหนือกว่าที่ก้าหนด วิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้ก้าหนดเกี่ยวกับ Blow count และระยะจมของเสาเข็มให้ใน ภายหลังเป็นกรณีๆ ไป
5. เสาเข็มเสีย
5.1 วิธีการที่ใช้ในการตอกเสาเข็มจะต้องไม่ท้าให้คอนกรีตแตกร้าวหรือบิ่นมากจนเกินไป การฝืน เสาเข็มให้เข้าสู่ต้าแหน่งที่ถูกต้อง หากวิศวกรผู้ออกแบบเห็นว่ามากเกินไปก็อาจไม่ยอมให้ กระท้าก็ได้หากปรากฏว่าเสาเข็มต้นใดผลิตขึ นมาไม่ถูกต้องตามข้อก้าหนดหรือเสียหาย ในขณะตอก จะเนื่องจากการช้ารุดของตัวเสาเข็มเอง หรือจากการตอกไม่ถูกวิธีหรือตอกผิด ต้าแหน่ง หรือตอกไม่ได้Blow Count ตามค่าที่ก้าหนด โดยวิศวกรผู้ออกแบบก็ตามให้ถือว่า เสาเข็มนั นเสีย และผู้รับจ้างอาจจะต้องตอกเสาเข็มเพิ่มอีกหนึ่งต้นหรือหลายต้นเป็นการ ทดแทน ทั งนี แล้วแต่วิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้ก้าหนด โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายทั งสิ น
5.2 หากวิศวกรผู้ออกแบบเห็นว่าจ้าเป็นต้องมีการดัดแปลงเสาเข็ม แป้นหัวเสาเข็ม หรือคานยึด (Tied Beam) อันเป็นเหตุมาจากการตอกเสาเข็มที่ไม่ถูกต้อง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จ่าย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ นนี ทั งหมดและจะต้องปฏิบัติตามข้อแก้ไขดัดแปลงตามที่วิศวกร ผู้ออกแบบก้าหนด
5.3 หากปรากฏว่าเสาเข็มมีรอยแตกซึ่งมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือการช้ารุดใด ๆ ซึ่งวิศวกร ผู้ออกแบบลงความเห็นว่าจะกระทบกระเทือนต่อก้าลังหรืออายุของเสาเข็มแล้วให้ถือว่า เสาเข็มนั นเสีย ผู้รับจ้างจะน้ามาใช้งานไม่ได้และต้องขนย้ายออกไปพ้นบริเวณก่อสร้างทันที
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/7 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
- การรองรับต าแหน่งของเสาเข็ม
6.1 ผู้รับจ้างจะพ้นภาระรับผิดชอบต้าแหน่งของเสาเข็มที่ตอกลงไปแล้วว่าถูกต้องครบถ้วนตาม สัญญา เมื่อผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารออกหนังสือรับรองว่าถูกต้องตามแบบ หรือเมื่อไม่มีการ แจ้งโดยลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างว่ามีความบกพร่องของต้าแหน่ง หลังจากสถาปนิกและ วิศวกรผู้ควบคุมงานรับมอบงานเป็นทางการแล้ว 360 วัน
6.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการตอกเสาเข็ม เครื่องมือ ส่วนประกอบ และวิธีการของการตอกเสาเข็มให้วิศวกรผู้ออกแบบอนุมัติเสียก่อน รายละเอียด ที่เสนออย่างน้อยต้องประกอบด้วยจุดยกและการขนส่ง ชนิดของปั้นจั่น น ้าหนักตุ้ม ระยะยก ของลูกตุ้ม
6.3 ความสะดวกในการตรวจสอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือที่จ้าเป็นส้าหรับการ ตรวจสอบคุณภาพของงานตามที่วิศวกรผู้ออกแบบต้องการ โดยมิชักช้าพร้อมที่จะอ้านวย ความสะดวกในการตรวจสอบนั นได้ทันทีการที่ผู้รับจ้างเตรียมหรือจัดหาเครื่องมือส้าหรับการ ตรวจสอบไม่ทันการแล้ว จะอ้างเป็นสาเหตุการท้างานล่าช้าไม่ได้ - การยืดความยาวของเสาเข็ม
ในกรณีที่จ้าเป็นต้องเพิ่มความยาวของเสาเข็มเนื่องจากค่า Blow Count ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ก้าหนดหรือ ด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะต้องขจัดฝ้ากากปูนบนหัวเสาเข็มที่ตอกลงไปแล้วออกให้หมด และท้าผิวให้ หยาบ จากนั นให้เชื่อมคอนกรีตเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน โดยใช้เหล็กเสริมพิเศษ และ Epoxy Compound หรือ Bonding Compound อื่น ๆ ซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้วจากวิศวกรผู้ออกแบบ ทั งนี ก้าลังของรอยต่อจะต้องไม่น้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของเสาเข็ม การต่อและเพิ่มความยาวเสาเข็มด้วย วิธีใด ๆ จะต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของวิศวกรผู้ควบคุมงาน วิธีการเพิ่มความยาวเสาเข็ม จะต้องท้า Shop Drawing เสนอให้วิศวกรผู้ออกแบบอนุมัติเสียก่อน - ระเบียนการตอกเสาเข็ม
8.1 ในระหว่างการตอกเสาเข็ม ผู้รับจ้างจะต้องเก็บระเบียนการตอกและการจดต้าแหน่งเสาเข็ม ทุกต้นไว้และจะต้องส่งระเบียนผลงานประจ้าวันให้กับวิศวกรผู้ควบคุมงานภายใน 24 ชม. ระเบียนจะต้องประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี
8.1.1 วันที่ตอก
8.1.2 ชนิด ขนาด และความยาวของเสาเข็ม
8.1.3 จ้านวนเสาเข็มที่ตอกได้ในวันนั น
8.1.4 ความลึกที่ตอก
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/7 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
8.1.5 ล้าดับการตอกในกลุ่ม และล้าดับที่ของกลุ่ม
8.1.6 จ้านวนครั งที่ตอกส้าหรับ 100 มม. สามชุดสุดท้าย หรือระยะที่จมของเสาเข็มเมื่อ ตอก 10 ครั ง สามชุดสุดท้ายของเสาเข็มทุกต้น
8.1.7 ชนิดและน ้าหนักของเครื่องตอกและลูกตุ้ม
8.1.8 ความยาวที่ต้องต่อหรือต้องตัดออก
8.1.9 ความยาวจริง
8.1.10 รายละเอียดของการติดขัดในการตอก (ถ้ามี)
8.1.11 รายละเอียดในการตอกใหม่อันเนื่องมาจากการลอยตัวของเสาเข็ม (ถ้ามี)
เมื่อเสร็จการตอก ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบแสดงระเบียนความลึกสุดท้ายของเสาเข็มทุกต้นเทียบกับ ระดับที่ใช้อ้างอิงต่อวิศวกรผู้ออกแบบ
9. การลอยตัว
ทันทีที่ตอกเสาเข็มต้นหนึ่งแล้วเสร็จเรียบร้อย จะต้องท้าระเบียนเกี่ยวกับระดับหัวเสาเข็มที่ตอกลงไป นั น และหลังจากตอกต้นข้างเคียงเสร็จหมดแล้ว จะต้องท้าการตรวจสอบระดับหัวเสาเข็มอีกครั งหนึ่ง หากปรากฏว่าเสาเข็มต้นใดลอยตัวขึ นมาจะต้องตอกให้กลับสู่ระดับเดิม หรือให้ได้Blow Count เท่ากับ Blow Count สุดท้ายของเสาเข็มนั นเมื่อแรกตอก หรือจนกระทั่งถึงระยะที่ตั งไว้อีกครั งหนึ่ง ทั งนี แล้วแต่วิศวกรผู้ออกแบบจะก้าหนด โดยทางฝ่ายผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งหมดแต่ ฝ่ายเดียว
10. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างต่อผลงานที่ท า
10.1 ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบต่อผลงานการตอกเสาเข็มอย่างเต็มที่ ถ้าผู้รับจ้างส่วนก่อสร้าง อาคารยังไม่ออกหนังสือรับรองต้าแหน่งของเสาเข็ม หรือภายใน 360 วัน หลังจากการรับมอบ งานเป็นทางการโดยวิศวกรผู้ควบคุมงาน
10.2 เสาเข็มซึ่งไม่สามารถตอกให้ถึงระดับ และวิศวกรผู้ควบคุมงานได้สั่งให้หยุดการตอกได้การตัด เสาเข็มให้อยู่ในระดับและการขนเสาเข็มที่ตัดแล้วไปทิ ง ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ส่วนก่อสร้างอาคาร ทั งนี ยกเว้นการตัดเสาเข็มซึ่งผู้รับจ้างต้องท้าเพื่อประโยชน์ของผู้รับจ้าง เอง
10.3 เสาเข็มซึ่งตอกลึกกว่าระดับเนื่องจาก Blow Count ไม่ได้ตามก้าหนด ค่าใช้จ่ายส้าหรับงานที่ เพิ่มเติมเนื่องจากการตอกเสาเข็มลึกกว่าระดับดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/7 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
-
ข้อก าหนดของเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
11.1 ระดับปลายเข็มทั่วไป ผู้รับจ้างจะต้องค้านวณจากข้อมูลการส้ารวจสภาพชั นดินที่ได้รับ ซึ่ง เสาเข็มจะต้องมีก้าลังรับน ้าหนักปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าที่ระบุ ทั งนี การปฏิบัติงานภาคสนาม จะยึดถือ Blow Count ที่ได้รับการอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงานเป็นเกณฑ์ และผู้รับจ้าง จะต้องท้าการตอก Pilot Pile อย่างน้อย 12 ต้น เพื่อเป็นข้อมูลในการก้าหนดความยาวของ เสาเข็มใช้งานจริง โดยให้เสนอต้าแหน่งให้วิศวกรผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาต้าแหน่ง Pilot
Pile จะต้องกระจายให้ทั่วอาคาร หากภายหลังจากทราบผลการทดสอบเสาเข็มแล้วปรากฎ ว่าไม่ผ่านเกณฑ์ก้าหนด ทางผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการแก้ไข ซ่อมแซม หรือท้าใหม่ เพื่อให้ได้เสาเข็มที่สมบูรณ์ตามต้องการ โดยให้วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้ พิจารณาลงความเห็นในทุกกรณีข้างต้น
11.2 ลวดเหล็กอัดแรงที่ใช้ส้าหรับเสริมในเสาเข็ม จะต้องเป็นของใหม่ปราศจากสนิมขุม ในการอัด แรงขณะหล่อเสาเข็ม ลวดเหล็กอัดแรงจะต้องดึงด้วยแม่แรงส้าหรับอัดแรงโดยเฉพาะและต้อง Pretension ที่ 75%-80% ของก้าลังดึงประลัย
คุณสมบัติของลวดเหล็กอัดแรงที่ใช้ท้าเข็ม
4 มม. ต้องมีก้าลังดึงประลัยไม่ต่้ากว่า 1,750 เมกกาปาสกาล (17,500 กก./ซม2)
5 มม. ต้องมีก้าลังดึงประลัยไม่ต่้ากว่า 1,750 เมกกาปาสกาล (17,500 กก./ซม2)
7 มม. ต้องมีก้าลังดึงประลัยไม่ต่้ากว่า 1,600 เมกกาปาสกาล (16,000 กก./ซม2)
11.3 ผู้รับจ้างต้องแจ้งค่าก้าลังอัดสูงสุดของคอนกรีตให้แก่วิศวกรผู้ควบคุมงานทราบก่อนเป็นลาย ลักษณ์อักษรก่อนที่จะขนส่งเข้าสู่ที่ก่อสร้าง
11.4 คอนกรีตที่ใช้ในการหล่อเสาเข็ม จะต้องมีค่า W/C ไม่มากกว่า 0.5 MAX SLUMP ไม่มากกว่า 60 มม. มวลรวมจะต้องผ่านการ Grading โดย Sieve Analysis ปูนซีเมนต์ที่น้ามาผสม คอนกรีตต้องเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดให้ก้าลังสูงเร็ว โดยต้องบ่มคอนกรีตไม่น้อยกว่า 3 วัน
11.5 Dowel Bar (ถ้าก้าหนดให้ใช้) ให้ใช้เหล็กข้ออ้อยชนิด SD 40 ตามมาตรฐาน มอก. -
การทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม (Pile Integrity Test)
ผู้รับจ้างจะต้องท้าการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มด้วยวิธีSeismic Test กับเสาเข็มจ้านวน 100% ของเสาเข็มทั งหมดในสถานที่ก่อสร้างเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม พร้อมทั งส่ง รายงานผลการตรวจสอบเสาเข็มนั น จ้านวน 5 ชุด ต่อผู้ว่าจ้าง
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/7 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย -
มาตรการและรายละเอียดวิธีการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการตอกเสาเข็ม ในกรณีที่วิศวกรผู้ควบคุมงานคาดว่าอาจจะท้าให้เกิดความเสียหายต่อพื นที่ข้างเคียงจากการตอก เสาเข็ม ผู้รับจ้างจะต้องมีมาตรการป้องกันความเสียหายดังกล่าว ดังตัวอย่างต่อไปนี 13.1 ผู้รับจ้างจะต้องตอก Sheet Piles ลึกไม่น้อยกว่า 12.00 เมตร (โดย Sheet Piles ต้องเข้า
เขี ยวด้วย) ยาวตลอดแนวที่มีการตอกเสาเข็ม เพื่อป้องกันการสั่นสะเทือน และการเคลื่อนตัว ของดินที่จะไปท้าความเสียหายกับอาคารข้างเคียง
13.2 ผู้รับจ้างต้องขุดคูกว้าง 2.00 เมตร ลึก 2.00 เมตร ตลอดแนวที่มีการตอกเสาเข็ม โดยขุดชิด ด้านในของ Sheet Piles ออก และต้องขุดดินในคูออกเมื่อดินถูกดันเข้ามาขึ นในคู
13.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างใช้Diesel Hammer ตอกเสาเข็ม จะต้องมีเครื่องป้องกันเสียง และบริเวณ ก่อสร้างจะต้องใช้ผ้าใบป้องกันฝุ่นละออง และควันไม่ให้รบกวนผู้อาศัยในอาคารข้างเคียง
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 7/7 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 02 ข้อก ำหนดทั่วไป กำรรังวัดและส ำรวจพื้นที่
ข้อก ำหนดทั่วไป
กรณีที่บริเวณที่ท้าการก่อสร้างมีระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น สายโทรศัพท์ใต้ดิน ท่อประปา เป็นต้น ฝังอยู่ ใต้ดิน ดังนั น ผู้รับจ้างจะต้องติดต่อกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการขออนุญาตเคลื่อนย้ายระบบต่าง ๆ ชั่วคราว หรือถาวรถ้าจ้าเป็น และค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการขออนุญาตการเคลื่อนย้าย การด้าเนินการให้ระบบ ต่าง ๆ ใช้ได้ดีเช่นเดิมเป็นของผู้รับจ้างทั งสิ น
ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ นต่อประชาชน และความเสียหายที่อาจเกิดขึ นต่อวัตถุต่าง ๆ เช่น รถยนต์ที่สัญจรไปมา ฯลฯ ในระหว่างการก่อสร้างค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ นผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งสิ น
งำนส ำรวจรังวัดพื้นที่ (TOPOGRAPHIC SURVEY)
- ขอบเขตการด้าเนินงาน
1.1 สร้างหมุดหลักฐานถาวร ทางราบ และทางดิ่งไว้ในบริเวณพื นที่โครงการ จ้านวน 4 จุด 1.2 รังวัดหมุดเขตที่ดินพร้อมทั งค้านวณค่าพิกัดมุม ระยะ และพื นที่ตามรายละเอียดผังบริเวณดังแนบ 1.3 เก็บรายละเอียดสิ่งปลูกสร้าง เสาไฟฟ้า ถนน ทางระบายน ้า ทั งหมดที่ปรากฏบนพื นที่โครงการ 1.4 เก็บต้นไม้ที่มีขนาดล้าต้นใหญ่กว่า 30 ซม. (ถ้ามี)
1.5 ส้ารวจระดับดินเดิมเป็นจุด ๆ กระจายเต็มพื นที่ เพื่อน้าไปเขียนเส้นชั นความสูง (Contour line) ชั นละ 0.20 เมตร หรือตามสภาพพื นที่ ถ้าเป็นพื นราบแสดงเพียงต้าแหน่งของจุดระดับเท่านั น 1.6 แผนที่ มาตราส่วน 1:500 ขนาดกระดาษ A1
1.7 เก็บรายละเอียด แนวถนน ทางเท้า และซอยรอบบริเวณพื นที่โครงการ พร้อมทั งระบุค่าระดับ ต้าแหน่ง ขนาดบ่อพัก ท่อระบายน ้า หรือรางระบายน ้า
1.8 เก็บระดับความสูงของเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาโทรศัพท์ เสาป้ายโฆษณา
1.9 ส้ารวจถ่ายระดับจากหมุดอ้างอิงของกรุงเทพมหานครที่อยู่ใกล้ที่สุด เป็นค่าระดับน ้าทะเลปาน กลาง (MSL.)
1.10 จัดส่งงานส้ารวจรังวัดพื นที่ จ้านวน 5 ชุด และ Electronic File จ้านวน 1 ชุด
2 วิธีการปฏิบัติงานส้ารวจ
2.1 การส้ารวจวงรอบจะต้องสร้างหมุดวงรอบให้ครอบคลุมพื นที่โครงการเป็นวงรอบชนิดบรรจบ ตัวเอง การส่องวัดมุมราบส่องจ้านวน 2 ศูนย์ ทั งกล้องหน้าซ้าย และหน้าขวา การวัดระยะวงรอบ วัดแบบวัดไปวัดกลับ ค่าภาคของทิศแรกออกยึดถือภาคของทิศแม่เหล็ก การค้านวณเป็นระบบ พิกัดฉาก ความละเอียดของงานส้ารวจวงรอบจะอยู่ในเกณฑ์งานส้ารวจชั น 3 คือ ค่าคลาดเคลื่อน
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/2 ข้อก้าหนดทั่วไป การรังวัดและส้ารวจพื นที่
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ของระยะต้องไม่เกิน 1:5000 ค่าความคลาดเคลื่อนทางมุมไม่เกิน 30 ฟิลิบดา จ้านวนมุมที่ท้าการรังวัดทั งหมด)
N(
Nคือ
2.2 การส้ารวจถ่ายระดับแบบไปกลับ จะต้องมีค่าความละเอียดของงานถ่ายระดับอยู่ในเกณฑ์งาน
ส้ารวจชั น 3 มีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.012 มีหน่วยเป็นกิโลเมตร)
Kเมตร (
Kคือ ระยะทางการถ่ายระดับ
2.3 การส้ารวจเก็บรายละเอียดด้วยวิธีRanging by EDM ต้องท้าการส่องวัดมุมราบ มุมสูง และ ระยะทางไปยังต้าแหน่งต่าง ๆ ที่ต้องการ แล้วน้าข้อมูลภาคสนามไปค้านวณหาค่าพิกัดฉาก และ ระดับของจุดนั น ๆ ต่อไป
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/2 ข้อก้าหนดทั่วไป การรังวัดและส้ารวจพื นที่
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 03 การขุด ถม บดอัด และแต่งระดับลาดเอียง
- ทั่วไป
“กรณีทั่วไป และกรณีพิเศษ” ที่ระบุในภาคอื่น (ถ้ามี) ให้น้ามาใช้ในหมวดนี ด้วย - ขอบเขตของงาน
งานในหมวดนี รวมถึงการขุด เจาะ ถม บดอัด เคลื่อนย้าย และด้าเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานดิน เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามระบุในรูปแบบ และรายการ - ฝีมือการท างาน
งานที่เกี่ยวข้องกับงานดินทั งหมด จะต้องกระท้าด้วยความประณีตเรียบร้อยพอสมควรก่อนลงมือ ปฏิบัติงาน จะต้องจัดเตรียมแนวและระดับต่าง ๆ ให้เรียบร้อย การใช้เครื่องมือในการขุดดินฐานราก จะต้องกระท้าด้วยความระมัดระวัง โดยการตรวจสอบที่ระดับหัวเสาเข็มที่เจาะ หรือตอกไปแล้ว เพื่อ ตรวจสอบเสาเข็มหักหรือผิดศูนย์ - การป้องกัน
4.1 อาคารข้างเคียง
ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันและระมัดระวังการเคลื่อนย้าย และการทรุดตัวของอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง ข้างเคียง โดยจัดหาและติดตั งค ้ายันหรือกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อป้องกันอันตรายซึ่งอาจจะเกิดขึ นก่อน ลงมือปฏิบัติการเกี่ยวกับงานดิน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอกรรมวิธีในการป้องกันให้วิศวกรผู้ควบคุม งานตรวจอนุมัติก่อนจึงด้าเนินการได้
4.2 ส่วนต่าง ๆ ของอาคารและระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่เดิม เมื่อค้นพบจากการขุดเจาะดิน ซึ่งแม้ มิได้แสดงไว้ในรูปแบบและรายการ แต่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดการ โยกย้าย โดยค่าใช้จ่ายทั งหมดเป็นของผู้รับจ้างทั งสิ น - การขุดดิน
5.1 การขุดดินทั่วไป
ระยะและระดับในการขุดดินต้องตรงกับที่ระบุไว้ในรูปแบบ ระดับก้นหลุมของงานขุดดินต้องอยู่ ในระดับที่ถูกต้องแน่นอน
5.1.1 งานขุดดินส้าหรับการก่อสร้างอาคาร หมายรวมถึงการขุดมวลวัสดุที่ปะปนอยู่ในดินตาม ธรรมชาติของดินทั่วไป
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/3 การขุด ถม บด อัด และแต่งระดับลาดเอียง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
5.1.2 มวลวัสดุที่ต้องการขุดทั งหมดส้าหรับการแต่งชั นดินรอบอาคารต้องตรงตามข้อก้าหนด 5.1.3 มวลวัสดุที่ขุดขึ นมาถ้าวิศวกรผู้ควบคุมงานพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสมส้าหรับการถม ดิน ผู้รับจ้างต้องจัดการขนย้ายออกจากสถานที่ก่อสร้าง
5.2 การขุดดินฐานราก
5.2.1 ต้องจัดการหล่อฐานรากทันทีที่การขุดดินส้าหรับฐานรากได้เสร็จเรียบร้อย เมื่อหล่อฐาน รากเรียบร้อยแล้ว การถมดินกลับฐานรากเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รับจ้าง
5.2.2 ในกรณีที่ขุดพบโบราณวัตถุผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทันทีและโบราณวัตถุที่ ขุดได้จะต้องตกเป็นสมบัติของผู้ว่าจ้างทั งสิ น
5.2.3 ผู้รับจ้างจะต้องเตรียบสูบน ้าออกจากบริเวณก่อสร้างฐานรากตลอดเวลา และต้องไม่ท้าให้ คอนกรีตที่ก้าลังเทอยู่เสียหาย
5.3 การขุดร่องหรือคู
ในการขุดร่องหรือคูระบายน ้าในบริเวณอาคารต้องระมัดระวังมิให้มีผลกระทบต่อฐานรากจนเกิด ความเสียหาย
5.4 พื นคอนกรีตวางบนดิน
ชั นดินที่รองรับพื นคอนกรีตจะต้องเป็นดินแน่นตามที่ได้ระบุและต้องอยู่ในระดับที่แสดงไว้ใน รูปแบบ
6. การถมดิน และการกลบเกลี่ยดิน
การถมดินจะต้องได้ระดับที่เหมาะสม เพื่อการทรุด และทรงตัวของมวลดิน ผู้รับจ้างต้องจัดการให้ได้ ระดับสุดท้ายตรงตามรูปแบบ
6.1 วัสดุ
วัสดุที่ใช้ถมและกลบเกลี่ยต้องประกอบด้วยดินที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ในกรณีที่ใช้ดินที่ขุดจาก บริเวณสถานที่ก่อสร้างจะต้องได้รับการอนุมัติจากวิศวกรก่อน และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการน้าดินจากที่อื่นมาถมแทน
6.2 การจัดปรับระดับ
ก่อนการถมดินและการกลบเกลี่ยดิน พื นที่ในบริเวณนั นต้องอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยได้ระดับตาม แนวนอน และใช้เครื่องมืออัดแน่นตามที่ได้ระบุไว้แต่ต้องไม่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างอื่น หรือ ส่วนของอาคารที่อยู่ใกล้เคียง
7. การถมด้วยหิน กรวด หรือทราย
7.1 การถมประกอบด้วยทราย กรวด และหินตามรายละเอียดในหมวดที่ว่าด้วยคอนกรีต
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/3 การขุด ถม บด อัด และแต่งระดับลาดเอียง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
7.2 การถมด้วยหิน กรวด หรือทราย ต้องเตรียม และจัดท้าตามขนาดและความหนาที่ได้ระบุไว้ใน รูปแบบ
7.3 มวลวัสดุที่ใช้ถมดินต้องมีคุณสมบัติในการควบคุมความชื นของฐานรากได้พอเหมาะด้วย ต้องมี กรรมวิธีตามค้าแนะน้าของบริษัทที่ปรึกษา โดยค้านึงถึงความหนา และรูปร่างของมวลที่ใช้ถม
8. การบด อัดแน่น
การถมดิน และกลบเกลี่ยดินทั งหมดต้องมีความชื นที่พอเหมาะแล้วท้าการอัดแน่นตามจ้านวนเปอร์เซนต์ ของความหนาแน่นมากที่สุดในสภาพความชื นนั น และต้องไม่น้อยกว่า 2% หรือไม่มากกว่า 5% ของ ความชื นที่ดีที่สุดตามมาตรฐานของ AASHTO แสดงในตาราง ดังนี
Material
Percent of Max. Density
Fill
Fill (Supporting Footing)
Backfill
Fill and Backfill (Top Inches Beneath Slab on Grade) Granular Fill
90%
90%
90%
95%
95%
-
การทดสอบ
การทดสอบเพื่อให้ได้ความหนาแน่นของการถมและกลบเกลี่ยดิน เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ดีโดยวิศวกรผู้ ควบคุมงานเป็นผู้เลือกสถานที่ปฏิบัติการทดสอบ
9.1 ความหนาแน่นสูงสุด
การทดสอบต้องใช้ตัวอย่าง 2 ส่วนที่แยกกันเพื่อตัดสินความหนาแน่นสูงสุดในสภาพความชื นที่ เหมาะสม วิศวกรผู้ควบคุมงานเป็นผู้จัดเลือกเก็บจากสถานที่ที่ต้องการ
9.2 การทดสอบการอัดแน่น
ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบการอัดแน่นทุก 200 ลูกบาศก์เมตร และทุกความลึก 0.30 เมตรของการถมดิน
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/3 การขุด ถม บด อัด และแต่งระดับลาดเอียง
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 04 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS) -
รายละเอียดและข้อก าหนดทั่วไป
1.1 กรณีบริเวณที่ท้าการก่อสร้างมีระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น สายโทรศัพท์ใต้ดิน ท่อประปา เป็นต้น ฝังอยู่ใต้ดิน ดังนั นผู้รับจ้างจะต้องติดต่อกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการขออนุญาต เคลื่อนย้ายระบบต่าง ๆ ชั่วคราวหรือถาวรถ้าจ้าเป็น และค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการขออนุญาต การเคลื่อนย้าย การด้าเนินการให้ระบบต่าง ๆ ใช้ได้ดีเช่นเดิมเป็นของผู้รับจ้างทั งสิ น
1.2 ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ นต่อประชาชน และความเสียหายที่อาจเกิดขึ นต่อวัตถุ ต่าง ๆ เช่น รถยนต์ที่สัญจรไปมา ฯลฯ ในระหว่างการก่อสร้างค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ นผู้รับจ้าง เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งสิ น
1.3 กรณีที่มิได้ระบุในรายการประกอบแบบฉบับนี ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตาม มาตรฐานวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย ว.ส.ท. 1019-46
1.4 งานเสาเข็มเจาะที่ใช้ส้าหรับ โครงการอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่ง อนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขง พร้อมระบบสาธารณูปการฯ นั น เส้นผ่าศูนย์กลางมีขนาด 0.80 และ 1.00 เมตร สามารถรับน ้าหนักปลอดภัยได้ตามที่ระบุในแบบ ระดับปลายเสาเข็มอยู่ต่้ากว่าระดับ ดินปัจจุบันไม่น้อยกว่า -25.00 เมตร เป็นอย่างน้อย และต้องฝังในชั นหิน RHYORITIC TUFF ที่มี คุณภาพ MODERATELY TO COMPLETELY WEATHERED หรือชั นหิน ANDESITE ที่มีคุณภาพ MODERATELY TO HIGHLY WEATHERED ไม่น้อยกว่า 3.00 เมตร ในกรณีที่ผลการทดสอบ การรับน ้าหนักบรรทุกของเสาเข็ม แสดงว่าเสาเข็มไม่สามารถรับน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยได้ตามที่ ระบุในแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเองทั งสิ น หากพบว่าต้องใช้ เสาเข็มยาวกว่าที่ก้าหนด ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ นเป็นของผู้รับจ้าง แต่หากใช้ความยาวของเสาเข็มน้อย ก ว่าที่ ก้ าหนด ในก รณี ที่พบชั นหิน แข็งถึงแข็งม ากที่มีคุณ ภ าพดีก ว่า MODERATELY WEATHERED ที่ระดับความลึกตื นกว่า -25.00 เมตร ซึ่งต้องใช้เครื่องมือเจาะชั นหินให้ผู้รับจ้าง คิดค่าใช้จ่ายในการเจาะชั นหินดังกล่าวเพื่อน้ามาหักลบกับความยาวเสาเข็มที่ลดลงได้ทั งนี ผู้ รับจ้างจะต้องท้าการเจาะส้ารวจชั นหินดังกล่าว เพื่อก้าหนดความยาวเสาเข็มและระยะฝังในชั น หินให้มีความสามารถรับน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยตามที่ก้าหนดในแบบ โดยค่าใช้จ่ายเมื่อหักลบ กันแล้วถ้ามีค่าเพิ่มขึ นจะไม่สามารถคิดเป็นงานเพิ่มกับผู้ว่าจ้างได้ แต่หากมีค่าลดลงผู้รับจ้าง จะต้องคืนเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ว่าจ้าง
1.5 วัสดุที่ใช้เป็นไปตามรายละเอียดในข้อ 2
1.6 วิธีการเจาะ ส่วนบนจากระดับ 0.00 ถึง -7.00 เมตร โดยประมาณและก่อนถึงชั นทราย การเจาะ อาจใช้ Dry Process โดยใช้ปลอกเหล็กชั่วคราวส้าหรับกันดินพัง (Temporary Casings) เพื่อกัน
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
การพังของดินในหลุมหรือปากหลุมขณะเจาะ ส่วนล่างจากระดับ -7.00 เมตรลงไปจนถึงระดับ ปลายเสาเข็ม หากพบน ้าให้ใช้วิธี Wet Process โดยใช้ โพลิเมอร์ (Polymer Slurry) เป็นตัว รักษาเสถียรภาพป้องกันหลุมเจาะพังทลาย ตัวเสาเข็มเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กตามแบบซึ่งหล่อใน ที่ก่อสร้าง
1.7 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายละเอียดวิธีการท้าเสาเข็มเจาะ ประกอบด้วยระยะเวลาการใส่โครงเหล็ก หลังจากเจาะถึงปลายเสาเข็ม ระยะเวลาและวิธีการก้าจัดตะกอนก้นหลุม (Bucket หรือ Airlift) ระยะเวลาในการเทคอนกรีต วิธีการตรวจสอบตะกอนก้นหลุม รายละเอียดวัสดุShop Drawing และอื่น ๆ เพื่อให้วิศวกรผู้ควบคุมงาน อนุมัติ14 วัน ก่อนการท้าเสาเข็มต้นแรก อย่างไรก็ตาม ผู้รับจ้างและวิศวกรผู้ควบคุมงานอาจจะร่วมกันพิจารณาทบทวนวิธีการดังกล่าวเพื่อปรับปรุงให้ เหมาะสมกับสภาพจริงเพื่อให้คุณภาพเสาเข็มดีขึ นและขอความคิดเห็นจากวิศวกรผู้ออกแบบ หลังจากด้าเนินการท้าเสาเข็มต้นแรกแล้วผู้รับจ้างจะต้องระบุเหตุผลในการเสนอเปลี่ยนแปลงนี -
วัสดุที่ใช้ในงาน
2.1 ปลอกเหล็กชั่วคราว (Casings) เพื่อกันดินอ่อนข้างหลุมเจาะพังทลาย
2.1.1 เส้นผ่าศูนย์กลางภายใน (เฉลี่ยจากการวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เส้นซึ่งท้ามุมระหว่างกัน ประมาณ 120 องศา) ของปลอกเหล็กต้องไม่น้อยกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็มที่ ก้าหนด
2.1.2 ถ้าไม่ก้าหนดเป็นอย่างอื่นความยาวของปลอกเหล็กต้องไม่น้อยกว่า 12 เมตร ความยาว อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงาน เสียก่อน
2.1.3 การต่อปลอกเหล็กจะต้องเรียบร้อยและแน่นหนา ปลอกเหล็กเมื่อต่อเรียบร้อยจะต้องได้ แนวตรง (ไม่น้อยกว่า 1:500) ตลอดความยาวของปลอก
2.1.4 ความหนาของปลอกเหล็กจะต้องเพียงพอส้าหรับการขนส่งและการท้างาน ฯลฯ โดยผู้รับ จ้างต้องเสนอคุณสมบัติเช่น ความหนาของปลอกเหล็กให้วิศวกรผู้ควบคุมงานพิจารณา และอนุมัติก่อนจึงจะน้ามาใช้ได้
2.1.5 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบสภาพต่าง ๆ ของปลอกเหล็ก เช่น ความตรงแนว ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา รอยเชื่อมอย่างสม่้าเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั ง ในกรณีที่ เกิดการช้ารุด ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ก่อนที่จะน้ามาใช้ในเสาเข็มเจาะต้น ต่อไป
2.1.6 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อการป้องกันการพังทลายของดินส่วนที่ขุด ก่อนที่จะเทคอนกรีต และก่อนที่คอนกรีตจะแข็งตัว และไม่มีการชดเชยเงินให้ส้าหรับค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อการนี
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
เช่น ในกรณีที่ต้องทิ งปลอกเหล็กไว้ในดินเป็นการถาวร หรือการที่ต้องใช้ปลอกเหล็ก 2 ชั น (Double Casings)
2.1.7 ไม่ว่าจากเหตุผลใดก็ตาม หากปรากฏว่ามีความจ้าเป็นที่จะต้องใช้ปลอกเหล็กชั่วคราวซึ่ง มีขนาดใหญ่กว่าที่ก้าหนดไว้ จะต้องเทคอนกรีตในปล่องนั นจนเต็มพื นที่หน้าตัดของปลอก เหล็กชั่วคราวนั นแต่การจ่ายเงินจะค้านวณจากขนาดเดิมเป็นเกณฑ์
2.1.8 ในกรณีที่ดินบริเวณข้างในปล่องเกิดพังทลายลงบางส่วนหรือทั งหมด และปลายเสาเข็มไม่ สะอาด (Soft Toe) ในระหว่างการขุดหรือเมื่อขุดเสร็จแล้วผู้รับจ้างต้องแจ้งให้วิศวกรผู้ ควบคุมงานทราบทันที และต้องปฏิบัติตามข้อแนะน้าหรือค้าสั่งของวิศวกรผู้ควบคุมงานใน การซ่อมแซมแก้ไข ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เป็นผลมาจากการพังทลายดังกล่าวผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบเพียงผู้เดียว นอกจากนี ผู้รับจ้างจะต้องบันทึกรายละเอียดของการพังทลาย และวิธีการแก้ไขส่งถึงวิศวกรผู้ออกแบบด้วย
2.2 คอนกรีตที่ใช้ในงานเสาเข็มเจาะ
2.2.1 ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 ตามมาตรฐาน มอก.
2.2.2 ก้าลังอัดของแท่งทรงกระบอกคอนกรีตขนาด 150 x 300 มม. จะต้องไม่น้อยกว่า 28 เมกกาปาสกาล (280 กก./ซม2) เมื่ออายุ 28 วันตามมาตรฐาน ASTM C 39
2.2.3 ปริมาณปูนซีเมนต์ที่ใช้ในคอนกรีต 1 ลูกบาศก์เมตรต้องไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัม 2.2.4 ค่ายุบตัวของคอนกรีตไม่น้อยกว่า 150 มม.
2.2.5 ขนาดหินใหญ่สุดไม่เกิน 25 มม.
2.2.6 สารผสมคอนกรีตเพื่อให้คอนกรีตแข็งตัวช้าจะต้องเสนอชนิด ปริมาณ เวลาแข็งตัวและผล การทดลองต่าง ๆ ที่จ้าเป็นเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนใช้ งาน และหากเป็นวัสดุที่ไม่เคยใช้ และไม่มีข้อมูลที่เพียงพอจะต้องทดลองผสมและทดสอบ ก้าลังอัดอย่างน้อย 3 ชุด และจะต้องเสนอผลทดสอบชุดละ 3 แท่งไม่น้อยกว่า 14 วันก่อน ใช้งาน
2.2.7 คอนกรีตที่ใช้ในงานเสาเข็มเจาะจะต้องมีเวลาก่อตัวขั นแรก (Initial Setting Time) ไม่ น้อยกว่า 4 ชั่วโมงและต้องเหมาะสมกับระยะเวลาการเทคอนกรีต
2.2.8 ผู้รับจ้างงานเสาเข็มเจาะต้องเสนอ Mix Design ของคอนกรีตให้วิศวกรผู้ควบคุมงาน พิจารณาและอนุมัติอย่างน้อย 14 วันก่อนท้างาน อาจมีการแก้ไข Mix Design ให้ เหมาะสมได้ในระหว่างก่อสร้าง แต่ความรับผิดชอบในเรื่องคุณภาพและคุณสมบัติยังคงอยู่ ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างงานเสาเข็มเจาะ
2.2.9 การเก็บตัวอย่างแท่งกระบอกคอนกรีตขนาด 150 x 300 มม. เสาเข็ม 1 ต้นเก็บตัวอย่าง ไม่น้อยกว่า 3 ชุด ๆ ละ 3 แท่ง และวิศวกรผู้ควบคุมงานมีสิทธิสั่งให้เก็บตัวอย่างเกิน 3 ชุด
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ได้เมื่อเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างงานเสาเข็มเจาะเป็นผู้เก็บตัวอย่างตามค้าสั่งของวิศวกรผู้ ควบคุมงาน และส่งให้ห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้เพื่อท้าการทดสอบ ส้าหรับค่าใช้จ่ายใน การทดสอบ และการเก็บตัวอย่างผู้รับจ้างงานเสาเข็มเจาะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งหมด
2.2.10 การเทคอนกรีตเสาเข็มแต่ละต้นต้องเทต่อเนื่องกันโดยจะหยุดชะงักนานเกินควรไม่ได้ ในกรณีที่การเทคอนกรีตได้หยุดชะงักนานเกินควร วิศวกรผู้ควบคุมงานอาจลงความเห็น ว่าเสาเข็มต้นนั นเป็นเสาเข็มช้ารุด ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีแก้ไขและรับผิดชอบต่อ ค่าใช้จ่ายทั งหมด
2.3 เหล็กเสริมรับแรง
2.3.1 เหล็กข้ออ้อยทุกขนาดใช้ SD 40 ตามมาตรฐาน มอก.24-2548
2.3.2 เหล็กกลมทุกขนาดใช้ SR 24 ตามมาตรฐาน มอก.20-2543
2.3.3 รอยเชื่อมเหล็กและวิธีการต่อเหล็กต้องเสนอให้วิศวกรผู้ควบคุมงานตรวจพิจารณาและ อนุมัติ
2.3.4 ข้อก้าหนดต่างๆให้ถือตามมาตรฐานส้าหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กฉบับ 1007-34 ของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
2.3.5 ในขณะหล่อคอนกรีตผู้รับจ้างต้องระวังอย่าให้เหล็กเสริมเคลื่อนตัวผิดต้าแหน่ง 2.3.6 ระยะหุ้มของผิวนอกสุดของเหล็ก (Concrete Cover) จะต้องไม่น้อยกว่า 100 มม. 2.3.7 ระยะเรียงผิวถึงผิวของเหล็กยืนจะต้องไม่น้อยกว่า 3 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก หรือ 3 เท่าของขนาดหินใหญ่สุด
2.3.8 เหล็กเสริมยืนจะต้องมีปริมาณตลอดหน้าตัดไม่น้อยกว่า 1.00% ของพื นที่หน้าตัดเสาเข็ม และไม่น้อยกว่าปริมาณเหล็กเสริมที่ระบุในแบบ
2.3.9 เหล็กปลอกจะต้องเสริมใช้เหล็กปลอกเกลียว RB9@150 มม. ตลอดทั งต้น 2.3.10 การเสริมเหล็กยืนจะต้องให้ปลายเหล็กเสริมอยู่ที่ระดับสูงกว่า Pile Cut-Off เท่ากับ 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางเหล็กเสริม
2.3.11 ระยะต่อทาบเหล็กจะต้องไม่น้อยกว่า 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางเหล็กเสริมและจะต้อง ผูกยึดให้แน่นติดกัน
2.3.12 ผู้รับจ้างจะต้องท้า Shop Drawing แสดงรายละเอียดการเสริมเหล็กเสนอแก่วิศวกร ผู้ออกแบบก่อนลงมือท้างานเพื่อวิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาและอนุมัติอย่างน้อย 14 วัน ก่อนท้างาน
2.3.13 ค่าผิดพลาดที่ยอมได้ส้าหรับต้าแหน่งโครงเหล็กในแนวดิ่ง จะต้องสูงขึ นมาจากระดับใช้ งานปกติไม่เกิน 150 มม. (+150) และต่้ากว่าระดับใช้งานปกติไม่เกิน 50 มม. (-50)
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
2.4 ของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะ (Support Fluid)
2.4.1 ของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะที่จะต้องเป็นชนิดสารละลายเทนโทไนท์ผสมโพลิเมอร์ (Polymer Slurry) โดยคุณสมบัติของเหลวจะต้องสามารถรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะ ขณะท้าการเจาะได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องสามารถแขวนลอยตะกอนในดินได้ ตลอดจน สามารถเร่งตะกอนดินที่แขวนลอยให้ตกลงสู่ก้นหลุมได้เร็ว
2.4.2 ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อชั นดินและน ้าใต้ดิน ทั งก่อน ระหว่าง และหลังการใช้งาน 2.4.3 ไม่จับตัวกับเหล็กเสริม หรือมีผลท้าให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างคอนกรีตกับเหล้กเสริมลดลง 2.4.4 ต้องน้าเสนอรายละเอียดคุณสมบัติและประเภทของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะที่จะ
น้ามาใช้ รวมทั งใบรับรองวัสดุจากโรงงานผู้ผลิตซึ่งระบุส่วนประกอบและอัตราส่วนของ ส่วนผสมโดยละเอียด
2.4.5 ต้องทดสอบของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะ ได้แก่ ความหนาแน่น (Density) ค่า ความหนืดที่วัดโดยกรวย (March Cone Viscosity) ค่าการไหลสูญหายของน ้าใน ของเหลว (Fluid Loss) ค่าปริมาณทรายที่ปนเปื้อนในของเหลว (Sand Content) และค่า ความเป็นกรด/ด่าง (pH Value) โดยจะต้องด้าเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และอุปกรณ์ที่จ้าเป็นอย่างครบถ้วน
2.4.6 ต้องเสนอรายละเอียดวิธีการ ความถี่และต้าแหน่งในการเก็บตัวอย่างสารละลายจากหลุม เจาะในระหว่างการก่อสร้างเสาเข็มด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม และจะต้องเก็บตัวอย่าง อย่างน้อยหนึ่งตัวอย่างจากก้นหลุมเจาะ และอีกหนึ่งหนึ่งตัวอย่างจากผิวหน้าของเหลว ขึ นมาทดสอบทุกครั งก่อนลงโครงเหล็กเสริม และก่อนการเทคอนกรีต
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
2.4.7 คุณสมบัติและวิธีการทดสอบของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะให้เป็นไปตามตารางดังนี
ตารางที่ 4-1 การทดสอบคุณสมบัติของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะ
คุณสมบัติที่ต้องทดสอบ
วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ ทดสอบ
ทดสอบคุณสมบัติที่อุณหภูมิ 20 C
เมื่อเติมลงในหลุมเจาะ
เก็บจากก้นหลุม
เจาะ
ความหนาแน่น (Density)
โพลิเมอร์Max 1.02 g/ml
Max 1.02 g/ml
ความหนืด (Viscosity)
โพลิเมอร์
Marsh cone test
40 – 90 second
40 – 90 second
การสูญเสียน ้า (Fluid Loss) โพลิเมอร์
Low temperature test
Max 30 ml
Max 40 ml
ปริมาณทราย (Sand Content) โพลิเมอร์
Sand screen
Max 1%
Max 1%
ความเป็นกรด/ด่าง (pH)
โพลิเมอร์
Electric pH meter or Lismas paper
8 - 10
8 - 11
แรงเฉือน (Shear Strength)
อย่างไรก็ตามค่าเหล่านี อาจเปลี่ยนแปลงได้ถ้าได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ควบคุมงาน ในกรณีที่ผลทดสอบแสดงว่า ของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะ มีค่า PH ไม่ต่้ากว่า 8 แต่วิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นว่า ของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะนั นสกปรก หรือ คุณสมบัติต่าง ๆ ไม่เหมาะสมที่จะใช้งานต่อไปแล้ว วิศวกรผู้ควบคุมงานมีสิทธิที่จะห้ามใช้ ของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะ นั นได้ แต่ถ้า PH ต่้ากว่า 7 ห้ามใช้ของเหลวรักษา เสถียรภาพหลุมเจาะนั นอย่างเด็ดขาด
2.4.8 ระดับของของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะนั นในขณะเจาะต้องไม่ต่้ากว่า 2.00 เมตร จากระดับปากปลอกเหล็ก และในขณะท้าการเจาะผู้รับจ้างต้องเติมของเหลวรักษา เสถียรภาพหลุมเจาะนั น อยู่เสมอเพื่อให้ระดับของเหลวรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะในหลุม คงที่
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
2.5 ท่อเท (Tremie Pipe)
2.5.1 Tremie Pipe ที่ใช้ในงานต้องส่งรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ขนาดของท่อ วิธีต่อท่อ วิธี ป้องกันไม่ให้น ้าเข้าไปในท่อตลอดจนความยาวของท่อ Tremie แต่ละช่วงมาให้วิศวกรผู้ ควบคุมงานเป็นผู้พิจารณาและอนุมัติก่อนจึงจะใช้ได้
2.5.2 Tremie Pipe ทุกท่อนจะต้องมีหมายเลขก้ากับเพื่อสะดวกในการตรวจสอบความยาวของ ท่อ และสะดวกในการตัดต่อท่อ หรือการชักท่อขึ นจากเนื อคอนกรีต
2.5.3 Tremie Pipe ทุกท่อต้องแข็งแรงป้องกันน ้าได้ และรอยต่อของท่อแต่ละช่วงต้องอยู่ใน สภาพดี เรียบร้อย สามารถต่อหรือถอดได้สะดวกในขณะเทคอนกรีต
2.5.4 วิศวกรผู้ควบคุมงานมีสิทธิให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนท่อ Tremie ที่เห็นว่าใช้การไม่ได้ ค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เป็นของผู้รับจ้างแต่ผู้เดียว
2.5.5 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี Tremie Pipe ส้ารองอยู่เสมอและพร้อมที่จะใช้ได้เมื่อจ้าเป็น 2.5.6 ระหว่างเทคอนกรีตปลายท่อส้าหรับเทคอนกรีตจะต้องมีระยะฝังจมอยู่ในคอนกรีตที่เทไป แล้วไม่น้อยกว่า 3 เมตร ตลอดระยะเวลาเทคอนกรีต โดยจะต้องรักษาปริมาณคอนกรีต ภายในท่อเทให้มีระดับสูงเพียงพ่อที่จะป้องกันแรงดันของน ้า หรือของหลวไม่ให้ดัน คอนกรีตสดที่เทแล้วย้อนกลับเข้ามาในท่อได้อีก
2.5.7 ในขณะตัด Tremie Pipe ให้สั นลง ต้องให้ท่อ Tremie Pipe จมอยู่ในเนื อคอนกรีต 3-5 เมตร
2.5.8 การใช้ Plug เพื่อกั นคอนกรีตขณะไล่น ้าออกจาก Tremie Pipe ต้องเสนอวัสดุและวิธีการ ให้วิศวกรผู้ควบคุมงานพิจารณาและอนุมัติก่อนจึงจะใช้ได้
3. ค่าผิดพลาดที่ยอมให้ของเสาเข็มเจาะ
3.1 ค่าความผิดพลาดในแนวดิ่งที่ยอมให้ จะต้องมีค่าไม่เกิน 1 ต่อ 100 ของความยาวของเสาเข็ม 3.2 ระยะมากที่สุดที่ยอมให้เสาเข็มลงผิดต้าแหน่งจากที่ก้าหนดไว้ต้องไม่เกิน 70 มม. โดยวัดขนานกับ แกน Coordinate ทั งสองแกนที่ระดับตัดหัวเสาเข็ม (Pile Cut-Off Level) ถ้าเสาเข็มเจาะมีค่า เกินที่ก้าหนดนี ผู้รับจ้างต้องท้าการแก้ไข ซ่อมแซม หรือท้าใหม่ตามค้าสั่งของวิศวกรผู้ออกแบบ และค่าใช้จ่ายทั งหมดในงานนี ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว
4. เสาเข็มช ารุด
เสาเข็มเจาะจะถือว่าช้ารุดเมื่อ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 7/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
4.1 ก้าลังอัดของแท่งกระบอกมาตรฐานคอนกรีตที่เก็บไว้ก่อนเท มีก้าลังอัดต่้ากว่าที่ระบุไว้ในแบบ หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นให้ถือ 28 เมกกาปาสกาล (280 กก/ซม2) เมื่อ 28 วันเป็นเกณฑ์ หรือ
4.2 ค่าผิดพลาดเกินกว่าค่าที่ยอมให้ในข้อ 3 หรือ
4.3 เมื่อก้าลังอัดของแท่งคอนกรีตที่เจาะเอาขึ นมาจากเสาเข็มต่้ากว่าที่ก้าหนด (ดูข้อ 4.1) และวิศวกร ผู้ออกแบบเห็นว่าเป็นอันตรายต่อโครงสร้าง หรือ
4.4 ความยาวของเสาเข็มเจาะไม่ได้ตามที่ระบุในแบบ หรือตามที่วิศวกรผู้ออกแบบก้าหนด หรือ 4.5 จากการทดสอบในข้อ 5 หรือการสังเกตชี ให้เห็นว่าเสาเข็มเจาะอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถจะรับ น ้าหนักได้ตามที่ก้าหนดหรือวิศวกรผู้ออกแบบลงความเห็นว่าเป็นเสาเข็มช้ารุดเนื่องจากการเจาะ การเทคอนกรีตไม่ถูกต้อง หรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่าที่ระบุในแบบ หรือมีสิ่งสกปรก เช่น มี Support Fluid หรือ ดินพังเข้ามาแทรกอยู่ในเนื อคอนกรีต หรือก้าลังอัดของคอนกรีตใน เสาเข็มในช่วงต่างๆ ของความลึกมีค่าไม่แน่นอนหรือคอนกรีตมีการแยกแยะ
4.6 เสาเข็มเจาะไม่สามารถรับน ้าหนักบรรทุกได้ตามที่ก้าหนดในแบบจากการทดสอบเสาเข็มโดย Static Pile Load Test หรือ Dynamic Load Test หากวิศวกรผู้ออกแบบลงความเห็นในทุก กรณีข้างต้น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการแก้ไขซ่อมแซมหรือท้าใหม่เพื่อให้ได้ เสาเข็มที่สมบูรณ์ตามต้องการ และยังต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้างอันเกิดขึ นเนื่องจากความ เสียหายของเสาเข็มเจาะรวมทั งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากการที่ต้องเพิ่ม Tied Beams หรือเสริม เสาเข็มไมโคร (Micro Pile) หรือเสาเข็มชนิดอื่น การขยายขนาดของฐานรากหรือการแก้ไขวิธีอื่น ใดนอกเหนือจากนี ในกรณี 4.1 หากวิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นสมควรผู้รับจ้างจะต้องเจาะเสาเข็ม เพื่อน้าแท่งคอนกรีตจากเสาเข็มขึ นมาทดสอบ ส้าหรับค่าเจาะ ค่าทดสอบแท่งคอนกรีต ค่าอุด รูเจาะ และค่าซ่อมแซมต่าง ๆ ตกเป็นของผู้รับจ้างทั งสิ น
5. การเก็บตัวอย่างแท่งคอนกรีตจากเสาเข็มที่เทเสร็จแล้วและการท า Seismic Test ผู้รับจ้างจะต้องท้าการตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม (Pile Integrity Test) ด้วยวิธี Seismic Test ทุกต้น โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
ในกรณีที่วิศวกรผู้ควบคุมงานสงสัยว่าเสาเข็มเจาะจะอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อยไม่สามารถรับน ้าหนักได้ ตามต้องการ หรือจากรายงานการท้างานประจ้าวันแสดงข้อบกพร่องเนื่องจากการเจาะหรือการเท คอนกรีตหรือการผิดขั นตอนใด ขั นตอนหนึ่งในการท้างานโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลของ Seismic Test ไม่ ปรากฏเป็นที่น่าพอใจ วิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ควบคุมงานมีสิทธิสั่งให้ท้าการเจาะน้าแท่ง คอนกรีตจากเสาเข็มขึ นมาทดสอบได้และผลควรปรากฏดังนี
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 8/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
5.1 แท่งคอนกรีตที่อายุไม่น้อยกว่า 28 วันที่ได้จากการเจาะเก็บขึ นมาทุก ๆ 3 เมตรตลอดความลึก จากผิวดินให้ได้ตัวอย่างต้องมีค่าก้าลังอัดโดยเฉลี่ยแล้วไม่ต่้ากว่าก้าหนดในข้อ 2 และตัวอย่างใด ตัวอย่างหนึ่งดังกล่าวต้องมีค่าก้าลังอัดไม่ต่้ากว่า 80% ของก้าลังอัดสูงสุดที่ก้าหนด
5.2 เนื อคอนกรีตที่เจาะขึ นมาต้องไม่มีสิ่งอื่นเจือปนอยู่มาก เช่น ดิน ซึ่งแสดงว่าหลุมเจาะมีการ พังทลายหรือ Support Fluid แทรก
5.3 ความยาวของเสาเข็มเจาะต้องได้ตามที่ก้าหนด ในกรณีที่แท่งคอนกรีตที่เจาะขึ นมาไม่เป็นไปตาม ข้อ 5.1 ถึง 5.3 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเจาะน้าแท่งคอนกรีตขึ นมา และค่า ทดสอบพร้อมทั งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม แก้ไข หรือท้าใหม่ทั งหมด แต่หากผู้รับจ้างได้ท้าการ ก่อสร้างเสาเข็มเจาะถูกต้องตามขั นตอนเรียบร้อยตามหลักวิชา รวมทั งปรากฏผล Seismic Test
เป็นที่น่าพอใจ และยังปรากฎว่ามีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจในการรับน ้าหนักของเสาเข็มเจาะอยู่ หรือ ต้องการสุ่มตัวอย่างเพื่อทดสอบสภาพ และความสามารถในการรับน ้าหนักของเสาเข็มเจาะใน กรณีนี วิศวกรผู้ควบคุมงาน หรือวิศวกรผู้ออกแบบมีสิทธิที่จะสั่งให้ท้าการเจาะน้าแท่งคอนกรีต จากเสาเข็มเจาะมาทดสอบได้เช่นกัน หากผลออกมาดีผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่าย ทั งหมด แต่หากผลปรากฏออกมาไม่ดีผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งหมดรวมทั งการ ทดสอบตรวจสอบวิธีการ และผลการทดสอบของเสาเข็มเจาะต่าง ๆ ที่ท้าขึ นมาแล้วทั งหมด
6. การแก้ไข ซ่อมแซมเสาเข็มช ารุด
วิธีการแก้ไข หรือซ่อมแซมเสาเข็มเจาะช้ารุด วิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้ก้าหนดหลักเกณฑ์ให้ โดยผู้รับ จ้างซึ่งรับผิดชอบต่อความเสียหายของเสาเข็มเจาะจะต้องเป็นผู้ค้านวณและเขียน Shop Drawing หรือ หากผู้รับจ้างจะเสนอวิธีแก้ไข ซ่อมแซม มาให้วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้พิจารณาอนุมัติก็ได้ โดยผู้รับจ้าง เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งหมดทุกกรณี
7. รายงานส าหรับเสาเข็มเจาะ
ผู้รับจ้างต้องท้ารายงานเกี่ยวกับเสาเข็มเจาะส่งให้วิศวกรผู้ควบคุมงานภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากหล่อ คอนกรีตเสร็จเรียบร้อย ข้อมูลที่ต้องเสนอในรายงานมี
7.1 วันที่ท้าการเจาะ และหล่อคอนกรีต
7.2 หมายเลขก้ากับของเสาเข็ม
7.3 ระดับดินเดิมที่วางหมุดไว้เพื่อท้าการติดตั งเสาเข็ม (ระดับผิวดินเริ่มต้นเจาะ)
7.4 ระดับหัวเสาเข็มและระดับตัดเสาเข็ม
7.5 ระดับปลายเสาเข็ม
7.6 ระดับชั นดินทรายแน่น
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 9/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
7.7 เส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะ (ดู 2 (2.1). (2.1.1))
7.8 ความเอียงจากแนวดิ่งของเสาเข็มเจาะโดยประมาณ
7.9 ต้าแหน่งและความคลาดเคลื่อนจากต้าแหน่งที่ก้าหนด
7.10 ความยาวของปลอกเหล็กชั่วคราวส้าหรับกัดินพัง (Casings)
7.11 เวลาเริ่มและเวลาแล้วเสร็จของการเจาะ การท้า Air Lift การใส่โครงเหล็กและเทคอนกรีต 7.12 ผลการทดสอบของเหลวที่ช่วยรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะในระหว่างการขุดเจาะจนถึงเทคอนกรีต แล้วเสร็จ
7.13 รายละเอียดโครงเหล็กเสริมและระยะหุ้มเหล็กเสริมของคอนกรีต
7.14 รายละเอียดของชั นดินที่เจาะลงไป
7.15 ปริมาณคอนกรีตที่ใช้เทเป็นระยะ ๆ จากล่างสุดจนถึงบนสุด
7.16 ระดับบนของโครงเหล็กเสริมที่ติดตั งไว้ และความลึกของระดับผิวหน้าคอนกรีตที่เทไว้ ทั งก่อน และหลังถอดปลอกเหล็กชั่วคราวออก
7.17 รายละเอียดของอุปสรรค และความล่าช้าที่เกิดในงาน
7.18 รายละเอียดของปรากฏการณ์ใด ๆ ที่ผิดปกติในระหว่างงานเสาเข็ม
7.19 ข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งวิศวกรผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรผู้ออกแบบต้องการ
รายงานนี ต้องมีตัวแทนผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานลงนามรับรองทั งสองฝ่าย
8. ระยะช่วงเวลาห่างในการเจาะเสาเข็มต้นที่ถัดไปหรือใกล้เคียง
ระยะช่วงเวลาในการท้าการเจาะเสาเข็มต้นที่ถัดไปหรือใกล้เคียงต้องไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงโดยอาศัยผล จากการทดสอบก้าลังอัดของแท่งคอนกรีตประกอบการพิจารณา หรือมิฉะนั นระยะห่างระหว่างเสาเข็มที่ เจาะกับเสาเข็มข้างเคียงทุกต้นจะต้องไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็มหรือมากกว่านั น หรือตามค้าสั่งของวิศวกรผู้ควบคุมงาน
9. หลุมเจาะของงานเสาเข็มเจาะ
9.1 ก้นหลุมเจาะต้องสะอาด แน่นและปราศจากวัสดุที่ร่วน หรือตะกอนในปริมาณมากเกินสมควร หรือวัสดุที่ท้าให้อ่อนตัวจนมีก้าลังต่้ากว่าค่าของตัวอย่างซึ่งเป็นค่าที่ใช้ในการค้านวณหาความลึก ของก้นหลุมที่เจาะ ก้นหลุมจะต้องได้ระดับ
9.2 ต้องท้าความสะอาดก้นหลุมเจาะด้วยวิธีใด ๆ ที่วิศวกรผู้ควบคุมงานแนะน้า หรือสั่ง หรือที่ผู้ รับจ้างเสนอมาซึ่งวิศวกรผู้ควบคุมงานได้อนุมัติแล้วและต้องได้รับการตรวจและเห็นชอบจาก วิศวกรผู้ควบคุมงานเสียก่อนจึงจะได้รับอนุญาตให้เทคอนกรีตได้
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 10/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
9.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยตลอดจนอุปกรณ์อ้านวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้ตัวแทนผู้ว่าจ้าง วิศวกรผู้ออกแบบ และวิศวกรผู้ควบคุมงานสามารถเข้าไปตรวจงานด้วย ความปลอดภัย
9.4 หลังจากเจาะจนถึงระดับที่ต้องการแล้วผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้างจะร่วมกันวัดความลึกตาม แนวดิ่งของหลุมเจาะและสภาพของหลุมเจาะโดยใช้ Tremie Pipe หรือลูกดิ่ง หรือวิธีการใด ๆ ที่ วิศวกรผู้ควบคุมงานสั่ง และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องมือในการทดสอบนี ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกทั งสิ น
9.5 ขณะเทคอนกรีตผู้รับจ้างร่วมกับวิศวกรผู้ควบคุมงานหรือผู้แทนตรวจสอบเส้นผ่าศูนย์กลางของ หลุมเจาะโดยใช้วิธีค้านวณจากปริมาตรคอนกรีตที่เทลงไปกับความลึกของคอนกรีตที่สูงขึ นหรือ โดยวิธีการอย่างอื่นที่วิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นว่าเหมาะสม
9.6 หลังจากเจาะหลุมจนถึงความลึกที่ต้องการ เวลาที่ใช้ในการท้าความสะอาดก้นหลุม บวกเวลาที่ใช้ ในการใส่เหล็กเสริมต้องไม่เกิน 2 ชั่วโมง หากมีปัญหาที่ท้าให้ล่าช้าออกไป ผู้รับจ้างจะต้องปรึกษา วิศวกรผู้ควบคุมงานทันที
10. วิธีการก่อสร้าง
ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้เสนอวิธีการท้าเสาเข็มเจาะ วิธีที่ผู้รับจ้างเสนอมาบางขั นตอนวิศวกรผู้ออกแบบ หรือวิศวกรผู้ควบคุมงานมีสิทธิสั่งให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมเพื่อให้ได้งานที่สมบูรณ์เรียบร้อยและถูกต้อง โดย ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการแก้ไขนี หลักเกณฑ์ในการพิจารณาและอนุมัติวิธีการ ก่อสร้างเสาเข็มเจาะคือ วิธีการก่อสร้างต้องไม่ท้าให้เสาเข็มเสียก้าลังเนื่องจากคอนกรีตสกปรกหรือจาก การลดหน้าตัดของเสาเข็ม หรือปูนซีเมนต์ถูกล้างออกไป หรือจากการช้ารุดเสียหายขณะถอนปลอก เหล็กออก หรือเหตุการณ์อื่น ๆ รวมทั งผลกระทบจากการก่อสร้างเสาเข็มข้างเคียงด้วย
ถึงแม้ว่าผู้รับจ้างจะท้างานตามขั นตอนที่เสนอมา หรือตามขั นตอนที่ได้รับการแก้ไขจากวิศวกร ผู้ออกแบบ หรือวิศวกรผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้างเห็นชอบด้วยแล้วก็ตาม ความรับผิดชอบและ ค่าเสียหายต่าง ๆ ในงานเสาเข็มยังคงเป็นของผู้รับจ้างเพียงผู้เดียว และค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ นผู้ รับจ้างเป็นผู้จ่ายเพียงผู้เดียว
ในกรณีที่ผลทดสอบก้าลังการรับน ้าหนักบรรทุกของเสาเข็มให้ค่าต่้ากว่าก้าหนด ผู้รับจ้างจะต้องหา มาตรการที่สามารถประกันได้ว่าเสาเข็มที่ท้าไปจะสามารถรับน ้าหนักปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าที่ก้าหนด โดยมีส่วนปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2.00 เช่นท้า Grouting ที่ปลายเสาเข็มหรือยืดความยาวของเสาเข็มหรือ วิธีอื่นใดที่เหมาะสม
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 11/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
11. วิธีการท าเสาเข็มเจาะทั่วไป
ในกรณีที่มิได้ก้าหนดเป็นอย่างอื่น ให้ถือปฏิบัติตามนี
11.1 การลงปลอกเหล็กผู้รับจ้างจะต้องลงปลอกเหล็กตามต้าแหน่งที่ก้าหนดไว้ในแบบและระหว่างลง ปลอกเหล็กจะต้องตรวจสอบความดิ่ง โดยใช้กล้อง Theodolite หรือระดับน ้า โดยให้ถือค่า ผิดพลาดที่ยอมให้ในข้อ 3 เป็นเกณฑ์
11.2 หลังจากกดปลอกเหล็กอยู่ในต้าแหน่งเรียบร้อยแล้ว ให้ท้าการเจาะดินภายในปลอกเหล็กออกโดย ใช้เครื่องเจาะซึ่งติดตั งบนรถเครน หัวเจาะอาจใช้ Flight Auger หรือ Bucket Type ตามสภาพ ความเหมาะสม ในช่วงบนของเสาเข็มผู้รับจ้างอาจท้าการเจาะแบบ Dry Process ก็ได้แต่การ เจาะโดยวิธี Dry Process ไม่ควรเจาะพ้นชั น Stiff Clay เพราะจะมีน ้าทะลักเข้ามาเมื่อเจาะถึง ขั นนี แล้วจะต้องท้าการเติม Support Fluid ให้อยู่ไม่ต่้ากว่า 2 เมตรจากปากหลุม และใช้หัวเจาะ แบบ Bucket Type และเมื่อเจาะได้ความลึกเพิ่มขึ นให้เติม Support Fluid เพิ่มขึ นตามความลึก จนได้ระดับที่ก้าหนดตามแบบก่อนที่จะชักก้านเจาะ (Kelly Bar) ขึ น จากนั นให้ท้าความสะอาด ก้นหลุม (Cleaning) ด้วย Cleanout Bucket อีกครั งหนึ่ง ทั งนี Bucket จะต้องเป็นแบบ One-way Flap Gate เพื่อไม่ให้ดินใน Bucket ร่วงลงไปในรูเจาะเสาเข็มได้
11.3 หลังจากชัก Kelly Bar ขึ นมาแล้ว ให้ผู้รับจ้างท้าการตรวจสอบรูเจาะซึ่งมี Support Fluid อยู่ เต็มอีกครั งหนึ่งด้วยลูกดิ่งเพื่อหาความลึกที่แน่นอน และตรวจสอบการพังทลายของรูเจาะโดยใช้ เครื่องมือ หรือวิธีการใด ๆ ที่เหมาะสม การตรวจสอบให้ตรวจสอบไม่น้อยกว่า 4 จุด หากผลการ ตรวจสอบพบว่ามีการพังทลายของรูเจาะผู้รับจ้างต้องท้าความสะอาดอีกครั งหนึ่งด้วย Bucket จนแน่ใจว่าก้นหลุมได้ระดับและสะอาด ในกรณีที่มีตะกอนมากเกินกว่าที่จะยอมให้ได้ ผู้รับจ้าง จะต้องขจัดตะกอนด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่นใช้วิธี Air Lift ความหนาของตะกอนที่ยอมให้มีได้ วิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ควบคุมงานจะก้าหนดให้เป็นกรณีๆ ไป ขึ นอยู่กับชนิดของตะกอน
11.4 หลังจากตรวจสอบรูเจาะเรียบร้อยแล้ว จึงให้ท้าการหย่อนโครงเหล็กเสริมตัวเสาเข็มตามแบบและ ลง Tremie Pipe ส้าหรับเทคอนกรีต ระหว่างลง Tremie Pipe ให้วัดความยาวของ Tremie Pipe ด้วยว่ายาวเท่าใด เพื่อเป็นการตรวจสอบความลึกของรูเจาะอีกครั งหนึ่ง เมื่อลง Tremie Pipe เสร็จแล้วให้ตรวจข้างรูเจาะด้วย โดยอาจใช้ลูกดิ่งวัดอย่างน้อย 4 จุด หรืออาจจะใช้วิธีการ
เลื่อน Tremie Pipe ไปรอบ ๆ รูเจาะก็ได้ ส่วนจะใช้วิธีใดนั นขึ นอยู่กับสภาพความเหมาะสมใน ระหว่างปฏิบัติงาน หากผลการตรวจสอบพบว่า มีการพังทลายเกิดขึ นจะต้องชักโครงเหล็กขึ นและ ท้าความสะอาด และลงโครงเหล็กใหม่แล้วจึงตรวจสอบอีกครั งหนึ่ง
11.5 เมื่อตรวจสอบก้นรูเจาะเรียบร้อยแล้วจึงท้าการเทคอนกรีตผ่าน Tremie Pipe ซึ่งมี Plug อยู่ใน ท่อลอยอยู่เหนือ Support Fluid (Plug อาจใช้ลูกบอลยาง โฟม หรือสารชนิดอื่น ๆ ที่วิศวกรผู้ ควบคุมงานเห็นชอบ) คอนกรีตเมื่อเทเข้าไปใน Tremie Pipe จะดัน Plug และ Support Fluid
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 12/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ออกทางปลายท่อ ซึ่งจะดันตะกอนที่อาจตกอยู่ก้นหลุมให้ลอยตัวขึ นมา และคอนกรีตจะตกลง ก้นหลุมแทนที่ และปลาย Tremie Pipe ก็จะฝังอยู่ในคอนกรีตตลอดเวลา เมื่อเทคอนกรีต เพิ่มขึ นผู้รับจ้างจะท้าการตัด Tremie Pipe ให้สั นลง ให้สัมพันธ์กับปริมาณคอนกรีตที่เพิ่มขึ น แต่ อย่างไรก็ดี ปลาย Tremie Pipe จะต้องฝังอยู่ในคอนกรีตอย่างน้อย 2 เมตรตลอดเวลาจนกว่า การเทเสาเข็มแต่ละต้นจะเสร็จสิ น แต่ในขณะตัดต่อ Tremie Pipe ปลายท่อต้องจมอยู่ในเนื อ คอนกรีตประมาณ 3-5 เมตร และการเทคอนกรีตเสาเข็มแต่ละต้นจะต้องเทต่อเนื่องกันจะหยุด ไม่ได้
11.6 ก่อนลงมือเทคอนกรีตเสาเข็มแต่ละต้น ผู้รับจ้างต้องท้าการค้านวณปริมาณของคอนกรีตส้าหรับ เสาเข็มแต่ละขนาดและเขียนออกมาเป็นกร๊าฟ หรือตารางเปรียบเทียบความสูงของคอนกรีตที่เท ลงไปในรูเจาะกับปริมาณที่ค้านวณได้ เสนอวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อนและในระหว่างการเท คอนกรีตจะต้องตรวจสอบปริมาตรคอนกรีตที่เทลงไปจริง และวัดความสูงของคอนกรีตในรูเจาะ เป็นระยะ ๆ เพื่อน้ามาเขียนกร๊าฟ หรือตารางเปรียบเทียบที่ค้านวณไว้และจากการตรวจสอบนี จะท้าให้สามารถค้านวณเส้นผ่าศูนย์กลางจริงของเสาเข็มได้เป็นระยะ ๆ การวัดตรวจสอบ ดังกล่าวนี จะวัดตรวจสอบกี่ครั งในเสาเข็มแต่ละต้น แต่ละขนาดให้ผู้รับจ้างหารือกับวิศวกรผู้
ควบคุมงานในระหว่างท้างานตามสภาพความเหมาะสม
11.7 ในระหว่างที่เทคอนกรีตลงไปในรูเจาะ Support Fluid ในรูจะล้นออกมา ผู้รับจ้างจะต้องท้าการ สูบน ้าไปท้าความสะอาดตามกรรมวิธีที่เหมาะสมถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งวิศวกรผู้ควบคุมงาน เห็นชอบ แล้วจึงน้าไปเก็บไว้ในที่เก็บเพื่อท้าการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนที่จะน้าไปใช้กับเสาเข็ม ต้นอื่น ๆ
11.8 เมื่อเทคอนกรีตจนได้ระดับที่ต้องการแล้ว จึงท้าการถอนปลอกเหล็กขึ น เสาเข็มที่เจาะใหม่จะต้อง ห่างจากต้นที่เพิ่งท้าเสร็จแล้วอย่างน้อย 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็มต้นที่ใหญ่กว่า หาก เว้นระยะน้อยกว่านั นจะต้องทิ งระยะเวลาให้ห่างกันไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
11.9 ในระหว่างท้างานหากผู้รับจ้างเห็นว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมวิธีการใด ๆ เพื่อให้ งานมีคุณภาพดีขึ น ผู้รับจ้างจะต้องเสนอต่อวิศวกรผู้ออกแบบ หรือวิศวกรผู้ควบคุมงานเพื่อ เห็นชอบก่อนทุกครั ง
11.10 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเจาะเสาเข็มจนถึงระดับที่ต้องการแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องเทคอนกรีตเสาเข็มต้น นั น ๆ ให้เสร็จสิ นภายในวันนั นหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง จะทิ งไว้ข้ามวันไม่ได้เป็นอันขาด ผู้รับจ้าง จะสามารถทิ งเสาเข็มที่เจาะไว้ข้ามวันไว้ได้ในกรณีเดียว คือยังเจาะไม่ถึงระดับและสามารถ พิสูจน์ได้ว่ารูเจาะที่เจาะค้างไว้ไม่เกิดการพังทลาย
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 13/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
11.11 สิ่งกีดขวางในการท้าเสาเข็มเจาะ
ถ้าพบสิ่งกีดขวางในขณะท้าเสาเข็มเจาะ เช่นฐานรากเดิม หรือเสาเข็มเดิม ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ วิศวกรผู้ควบคุมงานทราบทันที และร่วมปรึกษาหาวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขทั งสิ นแต่ผู้เดียว
12. การทดสอบก าลังการรับน าหนักบรรทุกของเสาเข็มโดยวิธีพลศาสตร์ (Dynamic Load Test) ผู้รับจ้างจะต้องด้าเนินการทดสอบเสาเข็มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.00 เมตร จ้านวน 3 ต้น ด้วยวิธี Dynamic Load Test ตามมาตรฐาน ASTM D 4945-89 ณ สถานที่ก่อสร้างตามต้าแหน่งที่ได้รับ อนุมัติจากวิศวกรผู้ออกแบบ พร้อมทั งส่งรายงานผลการทดสอบเสาเข็มนั น จ้านวน 5 ชุด ต่อผู้ว่า จ้าง
13. การทดสอบก าลังการรับน าหนักของเสาเข็มโดยวิธีสถิตศาสตร์ (Static Pile Load Test) ผู้รับจ้างท้าเสาเข็มต้องด้าเนินการทดสอบเสาเข็มขนาด. 1.00 เมตร จ้านวน 1 ต้น ณ สถานที่ก่อสร้าง ตามต้าแหน่งที่ระบุไว้ในแบบ พร้อมทั งส่งรายงานผลการทดสอบเสาเข็มนั น จ้านวน 5 ชุดต่อผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายละเอียดการทดสอบเสาเข็มเพื่อให้วิศวกรผู้ออกแบบอนุมัติ 14 วันก่อน การเจาะท้าเสาเข็มและเสาเข็มสมอ (Anchor Piles) รายละเอียดต้องประกอบด้วย Shop Drawing ของเสาเข็มทดสอบและเสาเข็มสมอ รายละเอียด Test Beams และ Cross Beams วิธีการ Jack วิธีการวัดค่าการทรุดตัวและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เสาเข็มทดสอบจะต้องใช้คอนกรีตที่มีก้าลังอัดของแท่ง ทรงกระบอกมาตรฐานไม่น้อยกว่า 32 เมกกาปาสกาล (320 กก./ซม2) เสาเข็มสมอจะต้องมีจ้านวน และเหล็กเสริมเพียงพอที่จะรับแรงสูงสุดที่ใช้ในการทดสอบ โดยที่ผู้รับจ้างจะต้องท้ารายการค้านวณ เสนอต่อวิศวกรผู้ออกแบบและได้รับการอนุมัติก่อนท้าการทดสอบ การทดสอบให้กระท้าเป็น 3 ชุด ชุดแรก ให้บรรทุกน ้าหนักถึงค่าน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยที่ค้านวณไว้แล้วลดลงเหลือศูนย์ ชุดที่สอง ให้บรรทุกน ้าหนักใหม่จากศูนย์จนถึง 2 เท่าของน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยแล้วลดลงเหลือศูนย์ ชุดที่สาม ให้บรรทุกน ้าหนักจากศูนย์จนถึง 2.5 เท่าของน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยแล้วลดลงเหลือศูนย์ หรือประลัยก่อนแล้วแต่กรณี
ขั นตอนการทดสอบให้ปฏิบัติดังนี
- จดบันทึกลักษณะรายละเอียดของเสาเข็มที่ทดสอบ
13.1 ชุดแรก
(1) ให้เพิ่มน ้าหนักทดสอบเท่ากับค่าน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยที่ค้านวณออกแบบไว้โดยให้เพิ่ม น ้าหนักเป็นขั น ๆ ดังนี 25%, 50%, 75%, 100%
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 14/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
(2) ในการเพิ่มน ้าหนักแต่ละขั นกระท้าได้ต่อเมื่ออัตราการทรุดตัวน้อยกว่า 0.25 มม. ต่อชั่วโมง แต่ไม่มากกว่า 2 ชั่วโมง
(3) บันทึกค่าการทรุดตัวหลังจากเพิ่มน ้าหนักแล้วทันที และเมื่อเวลาผ่านไป 1, 2, 4, 8, 15, 30, 60, 90, 120 และทุก ๆ 120 นาที ให้ละเอียดถึง 0.01 มม.
(4) ที่น ้าหนัก 100% ต้องรักษาน ้าหนักทดสอบไว้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง กรณีที่ อัตราการทรุดตัวน้อยกว่า 0.25 มม. ต่อชั่วโมง ให้รักษาน ้าหนักทดสอบไว้ไม่น้อยกว่า 12 ชม.
(5) ให้ลดน ้าหนักทดสอบทุก ๆ ชั่วโมงและเป็นขั น ๆ ดังนี 75%, 50%, 25%, 0% (6) บันทึกค่าการคืนตัว (Rebound) ของเสาเข็มในข้อ (5) ที่ 1, 2, 4, 8, 15, 30, 45 และ 60 นาที ที่น ้าหนัก 0% ให้บันทึกต่อไปทุก ๆ ชั่วโมงจนกระทั่งค่าของการคืนตัวคงที่ 13.2 ชุดที่สอง
(1) ให้เพิ่มน ้าหนักทดสอบให้เป็นจ้านวน 2 เท่า ของค่าน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยที่ออกแบบไว้ โดยให้เพิ่มน ้าหนักเป็นขั น ๆ ดังนี 25%, 50%, 75%, 100%, 125%, 150%, 175%, 200%
(2) การเพิ่มน ้าหนักแต่ละขั นกระท้าได้ต่อเมื่ออัตราการทรุดตัวน้อยกว่า 0.25 มม. ต่อชั่วโมง แต่ไม่มากกว่า 2 ชั่วโมง
(3) บันทึกค่าการทรุดตัวหลังจากเพิ่มน ้าหนักแล้วทันที และเมื่อเวลาผ่านไป 1, 2, 4, 8, 15, 30, 60, 90, 120, นาที และทุก ๆ 120 นาที ให้ละเอียด 0.01 มม.
(4) ที่น ้าหนัก 200% ต้องรักษาน ้าหนักทดสอบไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง กรณีที่ อัตราการทรุดตัวน้อยกว่า 0.25 มม. ต่อชั่วโมง ให้รักษาน ้าหนักทดสอบไว้ไม่น้อยกว่า 12 ชม.
(5) ให้ลดน ้าหนักทดสอบทุก ๆ ชั่วโมง และเป็นขั น ๆ ดังนี 175%, 150%, 125%, 100%, 75%, 50%, 25% และ 0%
(6) บันทึกค่าคืน (Rebound) ของเสาเข็มในข้อ (5) ที่ 1, 2, 4, 8, 15, 30, 45 และ 60 นาที ที่น ้าหนัก 0% ให้บันทึกต่อไปทุก ๆ ชั่วโมงจนกระทั่งค่าของการคืนตัวคงที่
13.3 ชุดที่สาม
(1) ให้เพิ่มน ้าหนักทดสอบให้เป็นจ้านวน 2.5 เท่าของค่าน ้าหนักบรรทุกปลอดภัยที่ออกแบบไว้ โดยให้เพิ่มน ้าหนักเป็นขั น ๆ ดังนี 25%, 50%, 75%, 100%, 125%, 150%, 175%, 200 %, 225%, 250% ในข้อ (1) นี วิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ควบคุมงานอาจสั่งให้ ลดน ้าหนักทดสอบเมื่อเห็นว่าใกล้จุดประลัยแล้วก็ได้ โดยให้ลดเป็นขั น ๆ ตามข้อ (5)
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 15/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
(2) การเพิ่มน ้าหนักแต่ละขั นกระท้าได้ต่อเมื่ออัตราการทรุดตัวน้อยกว่า 0.25 มม. ต่อชั่วโมง แต่ไม่มากกว่า 2 ชั่วโมง
(3) บันทึกค่าการทรุดตัวหลังจากเพิ่มน ้าหนักแล้วทันที และเมื่อเวลาผ่านไป 1, 2, 4, 8, 15, 30, 60, 90, 120 นาที และทุก ๆ 120 นาที ให้ละเอียดถึง 0.01 มม.
(4) ที่น ้าหนัก 250% ต้องรักษาน ้าหนักทดสอบไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง กรณีที่อัตรา การทรุดตัวน้อยกว่า 0.25 มม. ต่อชั่วโมง ให้รักษาน ้าหนักทดสอบไว้ไม่น้อยกว่า 12 ชม. (5) ให้ลดน ้าหนักทดสอบทุก ๆ ชั่วโมง และเป็นขั น ๆ ดังนี 200%, 150%, 100%, 50%, 0%
(6) บันทึกค่าคืนตัว (Rebound) ของเสาเข็มในข้อ (5) ที่ 1, 2, 4, 8, 15, 30, 45 และ 60 นาที ที่น ้าหนัก 0% ให้บันทึกต่อไปทุก ๆ ชั่วโมงจนกระทั่งค่าของการคืนตัวคงที่ (7) การทดสอบซ ้า ถ้าหากว่าผลการทดสอบไม่เป็นที่พอใจ และผู้ว่าจ้างต้องการให้ท้าซ ้า (โดย ใช้เสาเข็ม Test และ Anchor Pile ชุดเดิม) ทางผู้รับจ้างจะต้องท้าให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพิ่ม
13.4 ในกรณีเกิดการ Fail ของเสาเข็ม โดยสังเกตจากค่าการทรุดตัว อัตราการทรุดตัวหรืออื่น ๆ โดยที่ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุในข้อ 15 ผู้ทดสอบจะต้องท้าการกดเสาเข็มต่อไปจนกระทั่งค่าการทรุดตัว เท่ากับ 10% ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาเข็ม (ยกเว้นกรณีที่มีเหตุผลสนับสนุนว่าจะท้าให้เกิด อันตรายได้) โดยที่ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าในกรณีนี
13.5 ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดตามข้อ 12.4 และ 15 หรืออื่น ๆ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้วิศวกรผู้ ควบคุมงานและผู้ออกแบบทราบโดยทันที
13.6 หลังจากสิ นสุดการทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอกร๊าฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างน ้าหนักบรรทุก และการทรุดตัวต่อวิศวกรผู้ออกแบบโดยทันที เพื่อขออนุมัติก่อนการรื อถอนอุปกรณ์การทดสอบ 13.7 การรายงาน
หลังจากที่การทดสอบการบรรทุกน ้าหนักได้เสร็จสิ นแล้วผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานผลการทดสอบ เสาเข็มนั นต่อผู้ว่าจ้างโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี
(1) รายละเอียดของเสาเข็ม
(2) ตารางแสดงค่าน ้าหนักบรรทุก และการทรุดตัวที่อ่านได้ในระหว่างการบรรทุกและการลด น ้าหนักที่กระท้าบนเสาเข็ม
(3) กร๊าฟแสดงผลการทดลองในรูปของเวลา-น ้าหนักบรรทุก-การทรุดตัว
(4) หมายเหตุเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ นในระหว่างการทดสอบการบรรทุกน ้าหนักของ เสาเข็ม
(5) รายงานผลการทดสอบเสาเข็มจะต้องได้รับการลงนามรับรองโดยวิศวกรของผู้รับจ้าง
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 16/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
(6) การค้านวณค่า Ultimate Load Capacity โดยวิธี Chin’s Method
(7) การค้านวณค่า Friction และ End Bearing Load จากผลทดสอบโดยวิธีที่เป็นที่ยอมรับ ได้
- การรายงาน
หลังจากที่การทดสอบการบรรทุกน ้าหนักได้เสร็จสิ นแล้วผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานผลการทดสอบ เสาเข็มนั นต่อผู้ว่าจ้างโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี
14.1 รายละเอียดของเสาเข็ม
14.2 กร๊าฟแสดงผลการทดลองในรูปของเวลา-น ้าหนักบรรทุก-การทรุดตัว
14.3 หมายเหตุเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ นในระหว่างการทดสอบการบรรทุกน ้าหนักของเสาเข็ม 14.4 รายงานผลการทดสอบเสาเข็มจะต้องได้รับการลงนามรับรองโดยวิศวกรของผู้รับจ้าง 14.5 การค้านวณค่า Friction และ End Bearing Load จากผลทดสอบโดยวิธีที่เป็นที่ยอมรับได้ - การยกเลิกการทดสอบเสาเข็ม
ในกรณีที่การทดสอบเสาเข็มจ้าเป็นต้องหยุดชะงักด้วยเหตุผลดังนี
15.1 เครื่องหรืออุปกรณ์ที่ใช้ท้าการทดสอบช้ารุด
15.2 หัวเสาเข็มร้าว หรือช้ารุด หรือ
15.3 การตั งระดับพื นฐานไม่ถูกต้อง หรือมีการกระทบกระเทือนต่อระดับและมาตรวัด หรือ ให้ยกเลิก การทดสอบและผลการทดสอบนั น ๆ เสีย และด้าเนินการทดสอบการบรรทุกน ้าหนักอีกชุดหนึ่ง ตามค้าแนะน้าของวิศวกรผู้ควบคุมงาน โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการนี เองทั งสิ น - AS BUILT DRAWING
เมื่องานเสาเข็มแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องจัดท้า As Built Drawing แสดงต้าแหน่งจริงของเสาเข็ม พร้อมทั ง รายละเอียดอื่นที่จ้าเป็นส่งให้แก่ผู้ว่าจ้างก่อนการส่งงานงวดสุดท้าย - ความปลอดภัย
หลังจากเทคอนกรีตเสาเข็มเสร็จแต่ละต้น หรือในกรณีที่เจาะดินทิ งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล ผู้รับจ้างจะต้องใช้ แผ่นเหล็กปิดรูเจาะทุกรู หรือใช้กรงเหล็กครอบไว้ หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้คนตกลงไปได้ นอกจากนั นจะต้องมีอุปกรณ์ให้ความปลอดภัย เช่น กระเช้า กว้าน และอื่น ๆ เพื่อป้องกันอันตรายและ ช่วยเหลือคนงานในกรณีฉุกเฉินหรือเกิดอุบัติเหตุ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 17/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย - เอกสารอ้างอิง
18.1 ACI 336.1-89, “Standard Specification for the Construction of Drilled Piers”, American Concrete Institute.
18.2 ACI 336.3R-72, “ Suggested Design and Construction Procedures for Pier Foundations”, American Concrete Institute.
18.3 ASTM-D 1143, “Standard Test Method for Piles Under Static Axial Compression Load”, American Society for Testing and Materials : Standards in Building Codes. 18.4 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว.ส.ท. 1019-46 “ข้อก้าหนดมาตรฐาน ส้าหรับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะ“
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 18/18 เสาเข็มเจาะระบบเปียก (WET PROCESS)
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 05 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ำยัน
- ทั่วไป
1.1 “กรณีทั่วไปและกรณีพิเศษ” ที่ระบุไว้ในภาคอื่น (ถ้ามี) ให้น้ามาใช้กับหมวดนี ด้วย 1.2 กรณีที่มิได้ระบุไว้ในหมวดนี หรือในภาคอื่นๆ ให้ยึดถือ มาตรฐาน ว.ส.ท. 1014-46 - กำรค้ำนวณออกแบบ
2.1 การวิเคราะห์
ผู้รับจ้างจะต้องเป็นฝ่ายค้านวณออกแบบงานแบบหล่อ โดยต้องค้านึงถึงการโก่งตัวขององค์อาคาร ต่างๆ อย่างระมัดระวังและต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อน จึงจะน้าไปใช้ก่อสร้างได้ 2.2 ค ้ายัน
2.2.1 เมื่อใช้ค ้ายัน การต่อ หรือวิธีการค ้ายันซึ่งมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรไว้จะต้องปฏิบัติตาม ข้อแนะน้าของผู้ผลิตเกี่ยวกับความสามารถในการรับน ้าหนักอย่างเคร่งครัด และผู้ค้านวณ ออกแบบก็จะต้องปฏิบัติตามข้อแนะน้าของผู้ผลิตในเรื่องการยึดโยงและน ้าหนักบรรทุก ปลอดภัยส้าหรับช่วงความยาวต่าง ๆ ระหว่างที่ยึดของค ้ายัน
2.2.2 ห้ามใช้การต่อค ้ายันแบบทาบในสนามเกินกว่าอันสลับอันส้าหรับค ้ายันใต้แผ่นพื น หรือไม่ เกินทุก ๆ สามอันส้าหรับค ้ายันใต้คาน และไม่ควรต่อค ้ายันเกินกว่าหนึ่งแห่ง นอกจากจะมี การยึดทะแยงที่จุดต่อทุก ๆ แห่ง การต่อค ้ายันดังกล่าวจะต้องกระจายให้สม่้าเสมอทั่วไป เท่าที่จะท้าได้รอยต่อจะต้องไม่อยู่ใกล้กับกึ่งกลางของตัวค ้ายันโดยไม่มีที่ยึดด้านข้าง หรือ กึ่งกลางระหว่างจุดยึดด้านข้าง ทั งนี เพื่อป้องกันการโก่ง
2.2.3 จะต้องค้านวณออกแบบรอยต่อให้สามารถต้านทานการโก่ง และการดัด เช่นเดียวกับองค์ อาคารที่รับแรงอัดอื่น ๆ ส้าหรับค ้ายันที่ท้าด้วยไม้วัสดุที่ใช้ต่อค ้ายันจะต้องไม่สั นกว่าหนึ่ง เมตร
2.3 การยึดทะแยง
ระบบแบบหล่อจะต้องค้านวณออกแบบให้ถ่ายแรงทางข้างลงสู่พื นดินในลักษณะที่ปลอดภัย ตลอดเวลาจะต้องจัดให้มีการยึดทะแยงทั งในระนาบดิ่ง และระนาบราบตามต้องการ เพื่อให้มี สติฟเนสสูง และเพื่อป้องกันการโก่งไม่ให้มากเกินไป
2.4 ฐานส้าหรับงานแบบหล่อ
จะต้องค้านวณน ้าหนักบรรทุกจรจากแบบหล่อถ่ายผ่านนั่งร้านหรือค ้ายัน ลงสู่ฐานที่รองรับ ข้างล่างไม่ว่าจะเป็นดิน หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้างอาคารให้สามารถรองรับน ้าหนัก บรรทุกต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/7 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
2.5 การทรุดตัว
แบบหล่อจะต้องสร้างให้สามารถปรับระดับทางแนวดิ่งได้เพื่อให้สามารถชดเชยกับการทรุดตัวที่ อาจเกิดขึ น ทั งนี เพื่อให้เกิดการทรุดตัวน้อยที่สุดเมื่อรับน ้าหนักเต็มที่ ในกรณีที่ใช้ไม้ต้องพยายาม ให้มีจ้านวนรอยต่อทางแนวราบน้อยที่สุด โดยเฉพาะจ้านวนรอยต่อซึ่งแนวเสี ยนบรรจบบนแนว เสี ยนด้านข้าง ซึ่งอาจใช้ลิ่มสอดที่ยอดหรือก้นของค ้ายันแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่จะใช้ทั งสองปลาย ไม่ได้ทั งนี เพื่อให้สามารถปรับแก้การทรุดตัวที่ไม่สม่้าเสมอทางแนวดิ่งได้หรือเพื่อสะดวกในการ ถอดแบบ
3. รูปแบบ
3.1 การอนุมัติโดยวิศวกรผู้ควบคุมงาน
ในกรณีที่ก้าหนดไว้ก่อนที่จะลงมือสร้างแบบหล่อผู้รับจ้างจะต้องส่งรูปแบบแสดงรายละเอียดของ งานแบบหล่อเพื่อให้วิศวกรผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อน หากผู้ควบคุมงานเห็นว่าแบบดังกล่าวยังไม่ แข็งแรงพอหรือยังมีข้อบกพร่อง ผู้รับจ้างจะต้องจัดการแก้ไขตามที่วิศวกรผู้ควบคุมงานแนะน้าจน เสร็จก่อนที่จะเริ่มงาน และการที่วิศวกรผู้ควบคุมงานอนุมัติในแบบที่เสนอหรือที่แก้ไขมาแล้ว มิได้หมายความว่าผู้รับจ้างจะหมดความรับผิดชอบที่จะต้องท้าการก่อสร้างให้ดีและดูแลรักษาให้
แบบหล่ออยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา
3.2 สมมติฐานในการค้านวณออกแบบ
ในรูปแบบส้าหรับแบบหล่อจะต้องแสดงค่าต่าง ๆ ที่ส้าคัญ ตลอดจนสภาพการบรรทุกน ้าหนัก รวมทั งน ้าหนักบรรทุกจร อัตราการบรรทุก ความสูงของคอนกรีตที่จะปล่อยลงมา น ้าหนัก อุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งอาจต้องท้างานบนแบบหล่อ แรงดันฐาน หน่วยแรงต่าง ๆ ที่ใช้ในการค้านวณ ออกแบบและข้อมูลที่ส้าคัญอื่น ๆ
3.3 รายการต่าง ๆ ที่ต้องปรากฏในรูปแบบ
รูปแบบส้าหรับงานแบบหล่อจะต้องมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี
3.3.1 สมอ ค ้ายัน และการยึดโยง
3.3.2 การปรับแบบหล่อในที่ระหว่างเทคอนกรีต
3.3.3 แผ่นกั นน ้า ร่องลิ น และสิ่งที่จะต้องสอดไว้
3.3.4 นั่งร้าน
3.3.5 รูน ้าตา หรือรูเจาะไว้ส้าหรับเครื่องจี
3.3.6 ช่องส้าหรับท้าความสะอาด
3.3.7 รอยต่อระหว่างการก่อสร้าง และรอยต่อเผื่อการขยายตัว ตามที่ระบุในแบบ
3.3.8 แถบมนส้าหรับมุมที่ไม่ฉาบ (เปลือย)
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/7 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
3.3.9 การยกท้องคานและพื นกันแอ่น
3.3.10 การเคลือบผิวแบบหล่อ
3.3.11 รายละเอียดในการค ้ายัน
4. กำรก่อสร้ำง
4.1 ทั่วไป
4.1.1 แบบหล่อจะต้องได้รับการตรวจและอนุมัติก่อนจึงจะเรียงเหล็กเสริมได้
4.1.2 แบบหล่อจะต้องแน่นเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้มอร์ต้าจากคอนกรีตไหลออกมา 4.1.3 แบบหล่อจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น มอร์ต้า และสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ในกรณีที่ไม่ สามารถเข้าถึงก้นแบบจากภายในได้จะต้องจัดช่องเปิดไว้เพื่อให้สามารถขจัดสิ่งที่ไม่ ต้องการต่าง ๆ ออกก่อนเทคอนกรีต
4.1.4 ห้ามน้าแบบหล่อที่ช้ารุดจากการใช้งานครั งหลังสุด จนถึงขั นที่อาจท้าลายผิวหน้า หรือ คุณภาพคอนกรีตได้มาใช้อีก
4.1.5 ให้หลีกเลี่ยงการบรรทุกน ้าหนัก เช่น การกองวัสดุ ห้ามโยนของหนัก ๆ เช่น มวลรวม ไม้ กระดาน เหล็กเสริม หรืออื่น ๆ ลงบนคอนกรีตที่เทใหม่ๆ และยังไม่มีก้าลังสูงพอ
4.1.6 ห้ามโยนหรือกองวัสดุก่อสร้างแบบหล่อ ในลักษณะที่จะท้าให้แบบหล่อนั นช้ารุด หรือเป็น การเพิ่มน ้าหนักมากเกินไป
4.2 ฝีมือ
ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในข้อต่อไปนี เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้งานที่ฝีมือดี
4.2.1 รอยต่อของค ้ายัน
4.2.2 การสลับรอยต่อในแผ่นไม้อัด และการยึดโยง
4.2.3 การรองรับค ้ายันที่ถูกต้อง
4.2.4 จ้านวนเหล็กเส้นส้าหรับยึด หรือที่จับและต้าแหน่งที่เหมาะสม
4.2.5 การขันเหล็กเส้นส้าหรับยึด หรือที่จับให้ตึงพอดี
4.2.6 ในกรณีที่วางค ้ายันบนดินอ่อน แรงแบกทานใต้ชั นดินอ่อนนั นจะต้องสูงพอ
4.2.7 การต่อค ้ายันกับจุดร่วมจะต้องแข็งแรงพอที่จะต้านแรงยกหรือแรงบิด ณ จุดร่วมนั น ๆ ได้ 4.2.8 การเคลือบผิวแบบหล่อจะต้องกระท้าก่อนเรียงเหล็กเสริมและจะต้องไม่ใช้ในปริมาณมาก เกินไปจนท้าให้เหล็กเปรอะเปื้อน
4.2.9 รายละเอียดของรอยต่อส้าหรับควบคุม และรอยต่อระหว่างก่อสร้าง
4.3 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ของแบบหล่อ
4.3.1 ความคลาดเคลื่อนจากแนวดิ่ง
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/7 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
แนวหรือผิวของเสา ตอม่อ ก้าแพง
ทุกๆ ระยะ 3.0 เมตร ____________________________________ 6 มม. ค่าสูงสุดตลอดความสูง ___________________________________ 25 มม. 4.3.2 ความคลาดเคลื่อนจากค่าระดับหรือจากความลาดเอียงที่ระบุในแบบ ท้องพื น ท้องคาน ฝ้าเพดาน (วัดค่าก่อนถอดค ้ายัน)
ทุกๆ ระยะ 3.0 เมตร ____________________________________ 6 มม. ทุกๆ ระยะช่วงคาน หรือระยะ 6.0 เมตร ___________________________ 10 มม. ค่าสูงสุดตลอดความยาว _______________________________________ 20 มม. ขอบบนของประตูหน้าต่าง ธรณีประตู แผงคอนกรีต ร่องในแนวราบ และเส้นที่เห็นชัดเจน
ทุกๆ ระยะช่วงคาน หรือระยะ 6.0 เมตร ____________________________ 6 มม. ค่าสูงสุดตลอดความยาว _______________________________________ 12 มม. 4.3.3 ความคลาดเคลื่อนของแนวอาคารจากแนวที่ก้าหนดในแบบและต้าแหน่งเสา ก้าแพง แผง กั นต่างๆ
ทุกๆ ระยะช่วงคาน หรือระยะ 6.0 เมตร ____________________________ 12 มม. ค่าสูงสุดตลอดความยาว ________________________________________ 25 มม. 4.3.4 ความคลาดเคลื่อนของขนาดและต้าแหน่งช่องเปิดทั งในพื นและผนัง _________ 6 มม. 4.3.5 ความคลาดเคลื่อนของขนาดของหน้าตัดเสา และคาน และความหนาของแผ่นพื นและ ก้าแพง
ค่าลบ (ลด) ไม่เกิน ______________________________________ 5 มม. ค่าบวก (เพิ่ม) ไม่เกิน ______________________________________ 10 มม. 4.3.6 ฐานราก
(ก) ความคลาดเคลื่อนจากขนาดความกว้างและความยาวในแบบ
ค่าลบ (ลด) ไม่เกิน _______________________________ 12 มม. ค่าบวก (เพิ่ม) ไม่เกิน _______________________________ 50 มม. (ข) ความคลาดเคลื่อนจากผิดต้าแหน่ง หรือระยะเฉศูนย์
ไม่มากกว่าร้อยละ 2 ของขนาดฐานราก วัดในทิศทางที่คลาดเคลื่อน
แต่ไม่มากกว่า _____________________________________ 50 มม. (ค) ความคลาดเคลื่อนของขนาดความหนาฐานราก
ค่าลบ (ลด) ไม่เกิน __________________________ ร้อยละ 5 ค่าบวก (เพิ่ม) ไม่เกิน ______________________________ 100 มม. 4.3.7 ความคลาดเคลื่อนของขั นบันได
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/7 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ในบันไดตัวเดียว
ลูกตั ง _____________________________________________ 4 มม. ลูกนอน ______________________________________________ 6 มม. เทียบกับขั นบันไดที่อยู่ติดกัน
ลูกตั ง _____________________________________________ 2 มม. ลูกนอน ______________________________________________ 4 มม. 4.4 งานปรับแบบหล่อ
4.4.1 ก่อนเทคอนกรีต
(ก) จะต้องติดตั งอุปกรณ์ส้าหรับใช้ในการปรับการเคลื่อนตัวของแบบหล่อขณะเท คอนกรีตไว้ที่แบบส่วนที่มีที่รองรับ
(ข) หลังจากตรวจสอบขั นสุดท้ายก่อนเทคอนกรีต จะต้องยึดลิ่มที่ใช้ในการจัดแบบหล่อ ให้ได้ที่แน่นหนา
(ค) จะต้องยึดแบบหล่อกับค ้ายันข้างใต้ให้แน่นหนาพอที่จะไม่เกิดการเคลื่อนตัวทั งทาง ด้านข้างและด้านขึ นลงของส่วนหนึ่งส่วนใดของแบบหล่อทั งหมดขณะเทคอนกรีต (ง) จะต้องเผื่อระดับและมุมมนไว้ส้าหรับรอยต่อต่าง ๆ ของแบบหล่อ การทรุดตัว การ หดตัวของไม้การแอ่นเนื่องจากน ้าหนักบรรทุกคงที่และการหดตัวทางอีลาสติคของ องค์อาคารในแบบหล่อ ตลอดจนการยกท้องคานและพื น ซึ่งก้าหนดไว้ในแบบ ก่อสร้าง
(จ) จะต้องจัดเตรียมวิธีปรับระดับ หรือแนวของค ้ายันในกรณีที่เกิดการทรุดตัวมาก เกินไป เช่น ใช้ลิ่มหรือแม่แรง
(ฉ) ควรจัดท้าทางเดินส้าหรับเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เคลื่อนที่ได้โดยท้าขารองรับ ตามแต่จะต้องการ และต้องวางบนแบบหล่อหรือองค์อาคารที่เป็นโครงสร้าง โดยตรง ไม่ควรวางบนเหล็กเสริม นอกจากจะท้าที่รองรับเหล็กนั นเป็นพิเศษ แบบ หล่อจะต้องแข็งแรงพอเหมาะกับที่รองรับของทางเดินดังกล่าว โดยยอมให้เกิดการ แอ่น ความคลาดเคลื่อนหรือการเคลื่อนตัวทางข้างไม่เกินค่าที่ยอมให้
4.4.2 ระหว่างและหลังการเทคอนกรีต
(ก) ในระหว่างและภายหลังการเทคอนกรีตจะต้องตรวจสอบระดับการยกท้องคาน พื น และการได้ดิ่งของระบบแบบหล่อโดยใช้อุปกรณ์ตามข้อ (4.4.1) (ก) หากจ้าเป็นให้ รีบด้าเนินการแก้ไขทันทีในระหว่างการก่อสร้างหากปรากฏว่าแบบหล่อเริ่มไม่ แข็งแรง และ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/7 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
แสดงให้เห็นว่าเกิดการทรุดตัวมากเกินไป หรือเกิดการโก่งบิดเบี ยวแล้วให้หยุดงาน ทันทีหากเห็นว่าส่วนใดจะช้ารุดตลอดไปก็ให้รื อออกและเสริมแบบหล่อให้แข็งแรง ยิ่งขึ น
(ข) จะต้องมีผู้คอยเฝ้าสังเกตแบบหล่ออยู่ตลอดเวลา เพื่อที่เมื่อเห็นว่าสมควรจะแก้ไข ส่วนใดจะได้ด้าเนินการได้ทันทีผู้ที่ท้าหน้าที่นี ต้องปฏิบัติงานโดยถือความปลอดภัย เป็นหลักส้าคัญ
4.4.3 การถอดแบบหล่อและค ้ายัน
จะถอดแบบหล่อและค ้ายันได้ก็ต่อเมื่อคอนกรีตมีก้าลังเพียงพอที่จะสามารถรับน ้าหนัก คอนกรีตและน ้าหนักอื่นๆ ที่เกิดขึ นระหว่าการก่อสร้างต่อไป โดยการถอดแบบหล่อและที่ รองรับจะต้องคงที่รองรับไว้กับที่เป็นเวลาไม่น้อยกว่าที่ก้าหนดข้างล่างนี โดยนับจากเวลาที่ เทคอนกรีตแล้วเสร็จ
(ก) ก้าลังอัดขั นต่้าของคอนกรีตส้าหรับการถอดแบบหล่อและค ้ายันของโครงสร้างทั่วไป แบบหล่อข้างเสา คาน ก้าแพง และฐานราก 50 กก./ตร.ซม. แบบหล่อท้องพื น และคาน 140 กก./ตร.ซม.
(ข) อายุขั นต่้าของคอนกรีตส้าหรับการถอดแบบหล่อและค ้ายันของโครงสร้างทั่วไป แบบหล่อด้านข้างเสา คาน ก้าแพง และฐานราก 2 วัน
แบบหล่อท้องพื น 14 วัน
แบบหล่อท้องคาน 21 วัน
ค ้ายันใต้คาน 21 วัน
ค ้ายันใต้แผ่นพื น 21 วัน
ในกรณีที่ผู้รับเหมาใช้คอนกรีตที่ให้ก้าลังสูงเร็ว (High- Early Strength Concrete) หรือ โดยวิธีบ่มพิเศษหรืออย่างอื่น และต้องการที่จะถอดแบบก่อนที่ก้าหนดไว้ให้ท้าข้อเสนอต่อ วิศวกรผู้ออกแบบเพื่ออนุมัติโดยการหล่อลูกปูนเพิ่มขึ นจากเดิม และทดสอบหาก้าลังอัด ก่อนที่จะถอดแบบ อย่างไรก็ดีวิศวกรผู้ควบคุมงานอาจสั่งให้ยืดเวลาการถอดแบบออกไป อีกได้หากเป็นการสมควร ถ้าปรากฏว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของงานเกิดช้ารุดเนื่องจากถอด แบบเร็วกว่าก้าหนด ผู้รับเหมาอาจต้องทุบส่วนนั นทิ ง และสร้างขึ นใหม่แทนทั งหมด
4.4.4 การค ้ายันกลับ (Reshoring)
การค ้ายันกลับเพื่อรองรับน ้าหนักโครงสร้าง ต้องมีการวางแผนไว้ก่อนและได้รับการอนุมัติ จากวิศวกรเท่านั น โดยจะต้องด้าเนินการให้เร็วที่สุดภายหลังจากการถอดแบบหล่อและค ้า ยันแล้ว และห้ามมิให้โครงสร้างที่อยู่ในระหว่างรอการค ้ายันกลับรับน ้าหนักบรรทุกจร
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/7 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
เด็ดขาด ค ้ายันนี จะต้องขันให้แน่นและต้องคงค้างไว้จนกระทั่งผลการทดสอบก้าลังอัดของ คอนกรีตถึงเกณฑ์ที่ก้าหนดไว้
5. วัสดุส้ำหรับงำนแบบหล่อ
ผู้รับเหมาอาจเลือกใช้วัสดุใดก็ได้ที่เหมาะสมในการท้าแบบหล่อ แต่ผิวคอนกรีตที่ได้จะต้องตรงตามข้อ 6 ว่าด้วยการแต่งผิวคอนกรีตทุกประการ
6. กำรแต่งผิวคอนกรีต
6.1 คอนกรีตส้าหรับอาคาร
6.1.1 การสร้างแบบหล่อจะต้องมั่นคงพอที่เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้ว จะอยู่ในต้าแหน่งที่ถูกต้อง และต้องมีขนาดและลักษณะผิวตรงตามที่ระบุ ทั งในข้อก้าหนดและรูปแบบทางวิศวกรรม และหรือสถาปัตยกรรม
6.1.2 ส้าหรับแผ่นพื นหลังคารวมทั งกันสาด และดาดฟ้า ห้ามขัดมันผิวเป็นอันขาด นอกจากใน แบบจะระบุไว้
6.2 การแต่งผิวถนนในบริเวณอาคาร
การแต่งผิวถนนคอนกรีตอาจใช้เครื่องมือ หรือเครื่องจักรกลก็ได้ในทันทีที่แต่งผิวเสร็จ ให้ ตรวจสอบระดับด้วยไม้ตรงยาวประมาณ 3 เมตร ส่วนที่เว้าให้เติมด้วยคอนกรีตที่มีส่วนผสม เดียวกัน ส้าหรับส่วนที่โค้งนูนให้ตัดออกแล้วแต่งผิวใหม่ในขณะที่คอนกรีตยังไม่แข็งตัว
7. กำรแก้ไขผิวที่ไม่เรียบร้อย
7.1 ทันทีที่ถอดแบบหล่อจะต้องท้าการตรวจสอบ หากพบว่าผิวคอนกรีตไม่เรียบร้อยจะต้องแจ้งให้ วิศวกรผู้ควบคุมงานทราบทันทีพร้อมทั งเสนอวิธีแก้ไขเมื่อวิศวกรผู้ควบคุมงานให้ความเห็นชอบ วิธีการแก้ไขแล้วผู้รับเหมาต้องด้าเนินการซ่อมในทันที
7.2 หากปรากฏว่ามีการซ่อมแซมผิวคอนกรีตก่อนได้รับการตรวจสอบโดยวิศวกรผู้ควบคุมงาน คอนกรีตส่วนนั นอาจถือเป็นคอนกรีตเสียก็ได้
8. งำนนั่งร้ำน
เพื่อความปลอดภัยผู้รับเหมาควรปฏิบัติตาม “ข้อก้าหนดนั่งร้านงานก่อสร้างอาคาร” ในมาตรฐานความ ปลอดภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง ความปลอดภัยในการท้างานก่อสร้างโดยเคร่งครัด
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 7/7 แบบหล่อคอนกรีตและค ้ายัน
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 06 เหล็กเสริมคอนกรีต
- ทั่วไป
1.1 “กรณีทั่วไปและกรณีพิเศษ” ที่ระบุไว้ในภาคอื่น (ถ้ามี) ให้น้ามาใช้กับหมวดนี ด้วย 1.2 ข้อก้าหนดในหมวดนี คลุมถึงงานทั่วไปเกี่ยวกับการจัดหา การตัด การดัด และการเรียงเหล็กเสริม ตามชนิดและชั นที่ระบุไว้ในแบบและในบทก้าหนดนี งานที่ท้าจะต้องตรงตามแบบ บทก้าหนด และตามค้าแนะน้าของวิศวกรผู้ควบคุมงานอย่างเคร่งครัด
1.3 รายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กเสริมคอนกรีต ซึ่งมิได้ระบุในแบบและบทก้าหนดนี ให้ถือปฏิบัติตาม “มาตรฐานส้าหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ - วัสดุ
คุณภาพของเหล็กที่ใช้เสริมคอนกรีตจะต้องตรงตามเกณฑ์ก้าหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไทย มอก. 20 ส้าหรับเหล็กเส้นกลม หรือ มอก. 24 ส้าหรับเหล็กข้ออ้อย ทั งขนาด น ้าหนัก และ คุณสมบัติอื่น ๆ ส้าหรับพื นที่หน้าตัดของเหล็กเสริมโดยเฉลี่ยแล้วจะต้องเท่ากับที่ค้านวณได้จาก เส้นผ่าศูนย์กลางที่ก้าหนดในแบบจริง ๆ เช่น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 มม. จะต้องมีพื นที่หน้าตัดเฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 113.1 ตร.มม. แต่เส้นผ่าศูนย์กลางยอมให้คลาดเคลื่อนได้ตามมาตรฐาน ม.อ.ก. ฉะนั น หาก ผู้รับจ้างประสงค์จะน้าเหล็กที่มีพื นที่หน้าตัดที่เล็กกว่าที่เป็นจริง จะต้องเพิ่มปริมาณจนได้พื นที่หน้าตัดที่ ก้าหนดโดยจะเรียกเงินเพิ่มเติมมิได้ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างเหล็กเสริมไปทดสอบยังสถาบันที่ เชื่อถือได้และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งหมดในการทดสอบและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รายงานผล การทดสอบให้จัดส่งต้นฉบับพร้อมส่งส้าเนารวม 3 ชุด ให้ท้าการทดสอบทุก ๆ 200 ตันของเหล็กแต่ละ ขนาดเป็นอย่างน้อยหรือเมื่อผู้ควบคุมงานเห็นสมควร - คุณสมบัติของเหล็กเสริม
3.1 เห ล็ ก เส้ น ก ล ม ธ ร ร ม ด า ให ้ใช้เห ล ็ก ที ่มีม า ต ร ฐ า น ต า ม SR 24 ข อง ม า ต ร ฐ า น ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีจุดคลากไม่น้อยกว่า 24 เมกกาปาสกาล
3.2 หล็กข้ออ้อยให้ใช้เหล็กที่มีมาตรฐานตาม SD 40 ของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยมีจุด คลากไม่น้อยกว่า 40 เมกกาปาสกาล ส้าหรับเหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 มม. ถึง 28 มม. 3.3 เหล็กข้ออ้อยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มม. ส้าหรับเสาให้ใช้เหล็กที่มีมาตรฐาน SD 50 ของ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีจุดคลากไม่น้อยกว่า 50 เมกกาปาสกาล
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/6 เหล็กเสริมคอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย - การเก็บรักษาเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
จะต้องเก็บเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไว้เหนือพื นดินและอยู่ในอาคารหรือท้าหลังคาคลุมและต้องเก็บไว้ใน ลักษณะที่เหล็กเส้นจะไม่ถูกดัดจนงอไปจากเดิม เมื่อจัดเรียงเหล็กเส้นเข้าที่พร้อมจะเทคอนกรีตแล้ว เหล็กนั นจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น น ้ามัน สีสนิมขุม หรือสะเก็ด หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ - วิธีการก่อสร้าง
5.1 การดัดและประกอบ
5.1.1 เหล็กเสริมจะต้องมีขนาดและรูปร่างตรงตามที่ก้าหนดในแบบ และในการดัดจะต้องไม่ท้า ให้เหล็กช้ารุดเสียหาย
5.1.2 ของอ
หากในแบบไม่ได้ระบุถึงรัศมีของการงอเหล็ก ให้งอตามเกณฑ์ก้าหนดต่อไปนี
(ก) ส่วนที่งอเป็นครึ่งวงกลมให้มีส่วนที่ยื่นต่อออกไปอีกอย่างน้อย 4 เท่าของขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กนั น แต่ระยะยื่นนี ต้องไม่น้อยกว่า 6 มม.
(ข) ส่วนที่งอเป็นมุมฉากให้มีส่วนยื่นต่อออกไปถึงปลายสุดของเหล็กอีกอย่างน้อย 12 เท่า ของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กนั น
(ค) เหล็กลูกตั ง และเหล็กปลอก
- เหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. และเล็กกว่าให้งอ 90 องศา โดยมีส่วน
ที่ยื่นถึงปลายของออีกอย่างน้อย 6 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กแต่
ต้องไม่น้อยกว่า 60 มม. หรือ - เหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม. และ 25 มม. ให้งอ 90 องศา โดยมี ส่วนที่ยื่นถึงปลายของออีกอย่างน้อย 12 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก
หรือ - เหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มม. และใหญ่กว่าให้งอ 135 องศา โดยมี ส่วนที่ยื่นถึงปลายของออีกอย่างน้อย 6 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก
5.1.3 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กที่สุดส้าหรับของอ เส้นผ่าศูนย์กลางของการงอเหล็กให้วัด ด้านในของเหล็กที่งอ ส้าหรับของอมาตรฐานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใช้ต้องไม่เล็กกว่า ค่าที่ให้ไว้ในตารางที่ 3.1
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/6 เหล็กเสริมคอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ตารางที่ 6.1 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กที่สุดส้าหรับของอเหล็กข้ออ้อย
ขนาดของเหล็ก
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กที่สุด
ส้าหรับของอเหล็กข้ออ้อย
6 ถึง 16 มม.
20 ถึง 25 มม.
28 ถึง 36 มม.
5 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กนั น 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กนั น 8 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กนั น
5.2 การเรียงเหล็กเสริม
5.2.1 ก่อนเรียงเข้าที่จะต้องท้าความสะอาดเหล็กมิให้มีสนิมขุม สะเก็ดและวัสดุเคลือบต่าง ๆ ที่ จะท้าให้การยึดหน่วงเสียไป
5.2.2 จะต้องเรียงเหล็กเสริมอย่างประณีตให้อยู่ในต้าแหน่งที่ถูกต้องพอดีและผูกยึดให้แน่นหนา ระหว่างเทคอนกรีต หากจ้าเป็นก็อาจใช้เหล็กเสริมพิเศษช่วยในการติดตั งได้
5.2.3 ที่จุดตัดกันของเหล็กเส้นทุกแห่ง จะต้องผูกให้แน่นด้วยลวดเหล็กเบอร์18 S.W.G. (Annealed-Iron Wire) โดยพันสองรอบและพับปลายลวดเข้าในส่วนที่จะเป็นเนื อ คอนกรีตภายใน
5.2.4 ให้รักษาระยะห่างระหว่างแบบกับเหล็กเสริมให้ถูกต้องโดยใช้เหล็กแขวน ลูกหนุนก้อนมอร์ ต้า (Spacer) เหล็กยึด หรือวิธีอื่นใด ซึ่งวิศวกรผู้ควบคุมงานให้ความเห็นชอบแล้ว ก้อน มอร์ต้าให้ใช้ส่วนผสมปูนซีเมนต์1 ส่วนต่อทรายที่ใช้ผสมคอนกรีต 1 ส่วน
5.2.5 หลังจากผูกเหล็กแล้วจะต้องให้วิศวกรผู้ควบคุมงานตรวจก่อนเททุกครั ง หากผูกทิ งไว้นาน เกินควรจะต้องท้าความสะอาดและให้วิศวกรผู้ควบคุมงานตรวจอีกครั งก่อนเทคอนกรีต
6. การต่อเหล็กเสริม
6.1 ในกรณีที่มีความจ้าเป็นต้องต่อเหล็กเสริมนอกจุดที่ก้าหนดในแบบหรือที่ระบุในตารางที่ 6.2 ทั ง ต้าแหน่งและวิธีต่อจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบเสียก่อน
6.2 การต่อโดยวิธีเชื่อมส้าหรับเสาให้เชื่อมด้วยวิธีเหลาปลายเหล็กท่อนบน แล้วต่อเชื่อมด้วยไฟฟ้า (Electric Arc Welding)
6.3 ต้าแหน่งของรอยต่อส้าหรับเหล็กเสริมในเสาให้อยู่เหนือระดับพื น 1 เมตร จนถึงระดับ 1 เมตร ใต้ พื นชั นบน
6.4 ณ หน้าตัดใด ๆ จะมีรอยต่อของเหล็กเสริมเกินร้อยละ 50 ของจ้านวนเหล็กเสริมทั งหมดไม่ได้ 6.5 ห้ามต่อเหล็กเสริม ณ จุดที่เกิดแรงดึงสูงสุด เช่น พื น และคาน ส้าหรับเหล็กล่างห้ามต่อเหล็กเสริม บริเวณกลางช่วง และส้าหรับเหล็กบนห้ามต่อเหล็กเสริมบริเวณที่รองรับ หากไม่แน่ใจว่าบริเวณ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/6 เหล็กเสริมคอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ใดขององค์อาคารเกิดแรงดึงสูงสุดให้สอบถามจากวิศวกรผู้ออกแบบ (ดูรายละเอียดในตารางที่ 6.2)
ตารางที่ 6.2 รอยต่อในเหล็กเสริม
ชนิดขององค์อาคาร
ชนิดของรอยต่อ
ต้าแหน่งของรอยต่อ
คาน แผ่นพื น
เสา ผนัง
ฐานราก
ต่อทาบ, ต่อเชื่อม (ส้าหรับเหล็กเส้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 32 มิลลิเมตร)
ต่อทาบ หรือต่อเชื่อม
ส้าหรับด้านที่สั นกว่า ความยาวของ เหล็กมาตรฐาน ห้ามต่อ
ตามที่ได้รับอนุมัติส้าหรับคานเหล็กบน ให้ต่อที่บริเวณกลางคาน เหล็กล่างต่อที่ หน้าเสาถึงระยะ L/5 จากศูนย์กลางเสา เหนือระดับพื น 1 เมตร จนถึงระดับ 1 เมตร ใต้พื นชั นบน
6.6 ระยะทาบ, ระยะฝังของเหล็กเสริม
6.6.1 ระยะทาบ, ระยะฝังส้าหรับเหล็กเสริมในคาน, เสา, ผนังหนาตั งแต่ 200 มม. ขึ นไปและ ฐานราก ให้ดูรายละเอียดในตารางที่ 6.3
6.6.2 ระยะทาบ, ระยะฝังส้าหรับเหล็กเสริมในผนังหนาไม่เกิน 200 มม. และพื น ให้ดู รายละเอียดในตารางที่ 6.4
ตารางที่ 6.3 ระยะทาบ, ระยะฝังของเหล็กเสริมในคาน, เสา, ผนังหนาตั งแต่ 200 มม. ขึ นไปและฐานราก
ชนิดของเหล็กเสริม
เส้นผ่าศูนย์กลาง
ของเหล็กเสริม
(มม.)
ระยะทาบ, ระยะฝังของเหล็กเสริม (มม.)
เหล็กเสริมบน
(Top Bars)
เหล็กเสริมอื่น
(Other Bars)
เหล็กข้ออ้อย
(Deformed Bars)
12
16
20
25
28
32
500
650
800
1,250
1,400
2,150
400
500
650
950
1,100
1,650
เหล็กผิวเรียบ
(Plain Bars)
6
9
250
400
250
400
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/6 เหล็กเสริมคอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ตารางที่ 6.4 ระยะทาบ, ระยะฝังของเหล็กเสริมในผนังหนาไม่เกิน 200 มม. และพื น
ชนิดของเหล็กเสริม
เส้นผ่าศูนย์กลางของ เหล็กเสริม (มม.)
ระยะทาบ, ระยะฝังของเหล็กเสริม (มม.)
เหล็กเสริมบน
(Top Bars)
เหล็กเสริมอื่น
(Other Bars)
เหล็กข้ออ้อย
(Deformed Bars)
12
16
20
25
28
450
700
1,000
1,600
1,950
350
550
800
1,250
1,500
เหล็กผิวเรียบ
(Plain Bars)
6
9
250
400
250
400
หมายเหตุ 1. เหล็กเสริมบน หมายถึง เหล็กเสริมตามแนวนอนที่มีความหนาของคอนกรีตใต้ระดับ เหล็กเสริมนั น มากกว่า 300 มม.
2. ส้าหรับการทาบเหล็กล่างกลางช่วงขององค์อาคาร ได้แก่ พื น หรือคานพับให้เพิ่มระยะ ทาบเป็น 1.3 เท่า ของค่าที่แสดงในตาราง
6.7 การต่อโดยวิธีเชื่อมมี2 วิธีคือ ต่อเชื่อมและทาบเชื่อม วิธีต่อเชื่อมนั นให้เชื่อมด้วยวิธีเหลาปลาย เหล็กชนปลาย ส่วนวิธีทาบเชื่อมนั นให้ทาบเป็นระยะ 36 เท่าเส้นผ่าศูนย์กลางเหล็กแล้วเชื่อมที่ ช่วงปลาย 2 ข้างและตรงกลางของระยะทาบโดยรอยเชื่อมแต่ละต้าแหน่งยาวไม่น้อยกว่า 100 มม.
6.8 ส้าหรับเหล็กเสริมที่โผล่ทิ งไว้เพื่อจะเชื่อมต่อกับเหล็กของส่วนที่จะต่อเติมภายหลัง จะต้องท้าการ ป้องกันมิให้เสียหายและผุกร่อน
6.9 การต่อเหล็กเสริมโดยวิธีเชื่อมจะต้องให้ก้าลังของรอยเชื่อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 125 ของก้าลัง เหล็กเสริมนั น (Yield Strength) ก่อนเริ่มงานเหล็กเสริมจะต้องท้าการทดสอบก้าลังของรอยต่อ เชื่อมโดยสถาบันที่เชื่อถือได้และผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ผู้รับจ้างจะต้องส้าเนาผลการ ทดสอบอย่างน้อย 3 ชุด ไปยังวิศวกรผู้ควบคุมงาน
6.10 รอยต่อทุกแห่งจะต้องได้รับการตรวจและอนุมัติโดยวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อนเทคอนกรีต รอยต่อ ซึ่งไม่ได้รับการอนุมัติให้ถือว่าเป็นรอยต่อเสีย อาจถูกห้ามใช้ก็ได้สามารถใช้วิธีการต่อด้วยระบบ ข้อต่อเหล็กแบบเชิงกล (Mechanical Splicing Systems) โดยใช้วิธีCoupler ตามมาตรฐาน ACI 318 และ BS 8110 แทนการต่อด้วยวิธีทาบหรือต่อด้วยวิธีเชื่อมได้ทุกกรณีแต่ทั งนี ณ หน้า
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/6 เหล็กเสริมคอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ตัดใดๆ จะมีรอยต่อของเหล็กเสริมเกินร้อยละ 50 ของจ้านวนเหล็กเสริมทั งหมดไม่ได้และจะต้อง มีก้าลังของรอยต่อไม่น้อยกว่าร้อยละ 125 ของก้าลังของเหล็กเสริมนั น (Yield Strength)
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/6 เหล็กเสริมคอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 07 คอนกรีต
- ทั่วไป
1.1 “กรณีทั่วไป และกรณีพิเศษ” ที่ระบุในภาคอื่น (ถ้ามี) ให้น้ามาใช้ในหมวดนี ด้วย 1.2 งานคอนกรีตในที่นี หมายรวมถึงงานคอนกรีตส้าหรับโครงสร้าง ซึ่งต้องเสร็จสมบูรณ์และเป็นไป ตามแบบและบทก้าหนดอย่างเคร่งครัด และเป็นไปตามข้อก้าหนด และสภาวะต่าง ๆ ของสัญญา 1.3 หากมิได้ระบุในแบบ และ/หรือบทก้าหนดนี รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับองค์อาคารคอนกรีตเสริม เหล็กและงานคอนกรีตทั งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อก้าหนดมาตรฐานวัสดุและการก่อสร้างส้าหรับ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐาน ว.ส.ท. 1014-46 - วัสดุ
วัสดุต่าง ๆที่เป็นส่วนผสมของคอนกรีต หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่นจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ ก้าหนดของมาตรฐาน ASTM
2.1 ปูนซีเมนต์จะต้องเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก.15 เล่ม 1-2547 ชนิดที่เหมาะสมกับงาน และต้องเป็นปูนซีเมนต์ที่แห้งสนิท ไม่จับตัวเป็นก้อน 2.2 น ้าที่ใช้ผสมคอนกรีตจะต้องสะอาด ใช้ดื่มได้ไม่มีสารปนเปือน ไม่ว่าจะเป็นสารแขวนลอย หรือ
สารที่มีผลร้ายต่อคุณสมบัติของคอนกรีต ได้แก่ ระยะเวลาการก่อตัว ก้าลัง การเปลี่ยนแปลง ปริมาตร ความสามารถเทได้ ไม่มีผลท้าให้เหล็กเกิดสนิม ในกรณีที่สงสัยจะต้องท้าการทดสอบ โดยต้องควบคุมปริมาณสารปนเปือนไม่ให้มีค่ามากเกินค่าที่ก้าหนดในตาราง ดังนี
ตารางที่ 7.1 ปริมาณสารที่ยอมให้ในน ้าส้าหรับผสมคอนกรีต
ชื่อสาร
ปริมาณที่ยอมให้ (ppm)
1 คลอไรด์
1.1 ส้าหรับคอนกรีตอัดแรงหรืองานสะพาน 1.2 ส้าหรับคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป 2 ซัลเฟต (SO4)
3 ด่าง (Na2O + 0.658K2O)
4 สารแขวนลอย
500
1,000
3,000
600
50,000
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
2.3 มวลรวม
2.3.1 มวลรวมที่ใช้ส้าหรับคอนกรีตจะต้องสะอาด แข็งแกร่งทนทาน มีความคงตัว เฉื่อย ไม่ท้า ปฏิกิริยากับด่างในปูนซีเมนต์
2.3.2 มวลรวมหยาบและมวลรวมละเอียด ให้ถือเป็นวัสดุคนละอย่าง มวลรวมหยาบแต่ละขนาด หรือหลายขนาดผสมกัน จะต้องมีส่วนขนาดคละตรงตามเกณฑ์ก้าหนดของข้อก้าหนด ASTM ที่เหมาะสมหรือมาตรฐานอุตสากรรม มอก. 566
2.4 สารผสมเพิ่ม ผู้รับจ้างต้องเสนอใช้สารเพิ่มผสมกับคอนกรีตเพื่อใช้กับงานโครงสร้างอาคารส่วน ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถท้างานได้สะดวก ลดการแตกร้าวในโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่ และ สามารถป้องกันน ้าซึมส้าหรับโครงสร้างใต้ดินได้ แต่ทั งนี จะต้องไม่มีผลท้าให้ก้าลังอัดของ คอนกรีตลดลง โดยจะต้องเสนอ Mixed Design เพื่อขออนุมัติจากวิศวกรผู้ออกแบบก่อน
2.5 การเก็บวัสดุ
2.5.1 ให้เก็บปูนซีเมนต์ไว้ในอาคาร ถังเก็บ หรือไซโลที่ป้องกันความชื น และความสกปรกได้ และในการขนส่งให้ส่งในปริมาณเพียงพอที่จะไม่ท้าให้งานคอนกรีตต้องชะงักหรือล่าช้าไม่ ว่ากรณีใดจะต้องแยกวัสดุที่ส่งมาแต่ละครั งให้เป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน
2.5.2 การส่งมวลรวมหยาบให้ส่งแยกขนาดไปยังสถานที่ก่อสร้าง นอกจากจะได้รับอนุมัติจาก วิศวกรผู้ควบคุมงานให้เป็นไปอย่างอื่น
2.5.3 การกองมวลรวมจะต้องกองในลักษณะที่จะป้องกันมิให้ถูกแสงอาทิตย์โดยตรง และมิให้ ปะปนกับมวลรวมกองอื่น ซึ่งมีขนาดต่างกัน เพื่อให้เป็นไปตามนี อาจจะต้องท้าการ ทดสอบว่าส่วนขนาดคละ ตลอดจนความสะอาดของมวลรวมตรงตามเกณฑ์ก้าหนดหรือไม่ โดยเก็บตัวอย่าง ณ โรงผสมคอนกรีต
2.5.4 ในการเก็บสารผสมเพิ่ม ต้องระวังอย่าให้เกิดการแปดเปื้อน การระเหย หรือเสื่อมคุณภาพ ส้าหรับสารผสมเพิ่มชนิดที่อยู่ในรูปสารลอยตัวหรือสารละลายที่ไม่คงตัว จะต้องจัดหา อุปกรณ์ส้าหรับกวนเพื่อให้ตัวยากระจายโดยสม่้าเสมอ ถ้าเป็นสารผสมเพิ่มชนิดเหลว จะต้องป้องกันมิให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากนัก เพราะจะท้าให้คุณสมบัติของสาร นั นเปลี่ยนแปลงได้
3. คุณสมบัติของคอนกรีต
3.1 องค์ประกอบคอนกรีตต้องประกอบด้วยปูนซีเมนต์ทราย มวลรวมหยาบ น ้า และสารผสมเพิ่ม ตามแต่จะก้าหนด ผสมให้เข้ากันอย่างดีโดยมีความข้นเหลวที่พอเหมาะ
3.2 ความข้นเหลว คอนกรีตที่จะใช้กับทุกส่วนของงานจะต้องผสมให้เข้าเป็นเนื อเดียวกัน โดยมีความ ข้นเหลวที่พอเหมาะที่จะสามารถท้าให้แน่นได้ภายในแบบหล่อ และรอบเหล็กเสริมหลังจากอัด
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
แน่นโดยการกระทุ้งด้วยมือ หรือโดยวิธีสั่นที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว จะต้องไม่มีน ้าที่ผิวคอนกรีต มากเกินไป และจะต้องมีผิวหน้าเรียบปราศจากโพรง การแยกแยะ รูพรุน เมื่อแข็งตัวแล้วจะต้อง มีก้าลังตามที่ต้องการ ตลอดจนความทนทานต่อการแตกสลาย ความคงทน ความทนต่อการขัดสี ความสามารถในการกันน ้า รูปลักษณะและคุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่ก้าหนด
3.3 ก้าลังอัดคอนกรีตส้าหรับแต่ละส่วนของอาคารจะต้องมีก้าลังตามที่แสดงไว้ในตารางที่ 7.2 นอกจากจะก้าหนดในแบบโครงสร้างเป็นอย่างอื่น ก้าลังอัดสูงสุดให้คิดที่อายุ28 วันเป็นหลัก ส้าหรับปูนซีเมนต์ชนิดที่ 1 ธรรมดา แต่ถ้าปูนซีเมนต์ชนิดที่ 3 ซึ่งท้าให้ก้าลังสูงเร็วให้คิดที่อายุ7 วัน ทั งนี ให้ใช้แท่งกระบอกคอนกรีตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 150 มิลลิเมตร และสูง 300 มิลลิเมตร
ตารางที่ 7.2 การแบ่งประเภทคอนกรีตและเกณฑ์ก้าหนดเกี่ยวกับก้าลังอัด
ชนิดของการก่อสร้าง
ประเภท
ค่าต่้าสุดของก้าลังอัดของแท่งกระบอก คอนกรีตหลังเทแล้ว 28 วัน เมกกา ปาสกาล (กก/ซม2)
- ฐานราก เสา คาน พื น บันไดและคาน ซอยผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้รับ น ้าหนักหนาตั งแต่100 มม. ขึ นไป แผ่น พื นและถังเก็บน ้า
- ถนน งานภายนอก อื่น ๆ
- ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่บางกว่า 100 มม. ที่ไม่ได้รับน ้าหนัก และครีบ ค.ส.ล. - คอนกรีตหยาบ 1:3:5
ก
ข
ค
32 (320)
24 (240)18 (180)
3.4 การยุบของคอนกรีตซึ่งมีน ้าหนักปกติซึ่งหาโดย “วิธีทดสอบค่าการยุบคอนกรีต” ซึ่งใช้ปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์(ASTM C 143) จะต้องเป็นไปตามค่าที่ให้ไว้ในตารางที่ 7.3
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ตารางที่ 7.3 ค่าการยุบส้าหรับงานก่อสร้างชนิดต่าง ๆ
ชนิดของงานก่อสร้าง
ค่าการยุบ (มม.)
สูงสุด
ต่้าสุด
ฐานราก โครงสร้างที่เสริมเหล็กแน่น
150
100
แผ่นพื น คาน ผนัง ค.ส.ล. บันได
100
50
เสา
125
75
ครีบ ค.ส.ล. และผนังบาง ๆ
125
75
3.5 ขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบ ขนาดระบุใหญ่สุดของมวลรวมหยาบจะต้องเป็นไปตาม ตารางที่ 7.4
ตารางที่ 7.4 ขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบที่ใช้กับคอนกรีต
ชนิดของงานก่อสร้าง
ขนาดใหญ่สุด (มม.)
ฐานราก โครงสร้างที่มีความหนามาก
40
แผ่นพื น คาน ผนัง ค.ส.ล. บันได
20 หรือ 25
เสา
20 หรือ 25
ผนัง ครีบ ค.ส.ล. ที่มีความหนาน้อยกว่า 15 มม.
20
- การค้านวณออกแบบส่วนผสม
4.1 ห้ามมิให้น้าคอนกรีตมาเทส่วนที่เป็นโครงสร้างใด ๆ จนกว่าส่วนผสมของคอนกรีตที่จะน้ามาใช้นั น ได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบแล้ว
4.2 ก่อนเทคอนกรีตอย่างน้อย 30 วัน ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมส่วนผสมคอนกรีตต่าง ๆ และทดลองใน ห้องปฏิบัติการเพื่อให้วิศวกรผู้ออกแบบตรวจให้ความเห็นชอบก่อน
4.3 การที่วิศวกรผู้ออกแบบให้ความเห็นชอบต่อส่วนผสมที่เสนอมาหรือแก้ไข (หากมี) นั น มิได้ หมายความว่าจะลดความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่มีต่อคุณสมบัติของคอนกรีตที่ได้จากส่วนผสม นั น
4.4 การจัดปฏิภาคส่วนผสม
4.4.1 จะต้องหาอัตราส่วน น ้า : ปูนซีเมนต์ที่เหมาะสม โดยการทดลองขั นตอนตามวิธีการต่อไปนี (ก) จะต้องทดลองท้าส่วนผสมคอนกรีตที่มีอัตราส่วนและความข้นเหลวที่เหมาะสมกับ งานโดยเปลี่ยนอัตราส่วนน ้า : ปูนซีเมนต์อย่างน้อย 3 ค่า ซึ่งจะให้ก้าลังต่าง ๆ กัน
โดยอยู่ในขอบข่ายของค่าที่ก้าหนดส้าหรับงานนี และจะต้องค้านวณออกแบบ
ส้าหรับค่าการยุบสูงสุดเท่าที่ยอมให้
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
(ข) จากนั นให้หาปฏิภาคของวัสดุผสมแล้วท้าการทดสอบตามหลักและวิธีการที่ให้ไว้ใน เรื่อง “ข้อแนะน้าวิธีการเลือกปฏิภาคส่วนผสมส้าหรับคอนกรีต” (ACI 211)
(ค) ส้าหรับอัตราส่วนผสม น ้า : ปูนซีเมนต์แต่ละค่าให้หล่อชิ นตัวอย่างอย่างน้อย 3 ชิ น ส้าหรับแต่ละอายุ เพื่อน้าไปทดสอบ โดยเตรียมและบ่มตัวอย่างตาม “วิธีท้าและบ่ม
ชิ นตัวอย่างคอนกรีตส้าหรับใช้ทดสอบแรงอัดและแรงดัด” (ASTM C 192) และ
ทดสอบที่อายุ7 และ 28 วัน การทดสอบให้ปฏิบัติตาม “วิธีทดสอบก้าลังอัดของ
แท่งกระบอกคอนกรีต” (ASTM C 39)
(ง) ให้น้าผลที่ได้จากการทดสอบไปเขียนเป็นกร๊าฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง อัตราส่วน น ้า : ปูนซีเมนต์กับค่าก้าลังอัดของแท่งกระบอกคอนกรีต อัตราส่วน
น ้า : ปูนซีเมนต์สูงสุดที่ยอมให้จะต้องได้มาจากค่าที่แสดงโดยกร๊าฟที่ให้ค่าก้าลัง
ต่้าสุด ซึ่งมีค่าเกินร้อยละ 10 ของก้าลังที่ก้าหนด
(จ) ส้าหรับคอนกรีตโครงสร้างทั่วไป ปริมาณปูนซีเมนต์จะต้องไม่น้อยกว่า 300 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร ของคอนกรีต
4.4.2 การใช้อัตราส่วน น ้า : ปูนซีเมนต์ค่าที่ต่้าสุดเท่าที่จะท้าได้ในกรณีที่ใช้มวลรวมหยาบชนิด เม็ดเล็ก เช่น ในผนังเบา ๆ หรือในที่ที่เหล็กแน่นมาก ๆ จะต้องพยายามรักษาค่าอัตราส่วน น ้า : ปูนซีเมนต์ให้คงที่ เมื่อเลือกอัตราส่วน น ้า : ปูนซีเมนต์ที่เหมาะสมได้แล้วให้หา ปฏิภาคส่วนผสมของคอนกรีตตามวิธีในข้อ 4.4 เรื่อง “การหาปฏิภาคของวัสดุผสม” ดัง อธิบายข้างต้น - การผสมคอนกรีต
5.1 คอนกรีตผสมเสร็จ
การผสม และการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จให้ปฏิบัติตาม “บทก้าหนดส้าหรับคอนกรีตผสมเสร็จ” (ASTM C 94)
5.2 การผสมด้วยเครื่อง ณ สถานที่ก่อสร้าง
5.2.1 คอนกรีตต้องใช้เครื่องผสมชนิดที่ได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ควบคุมงานแล้ว ที่เครื่อง ผสมจะต้องมีแผ่นป้ายแสดงความจุและจ้านวนรอบต่อนาทีที่เหมาะสม และผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามข้อแนะน้าเหล่านี ทุกประการ เครื่องผสมจะต้องสามารถผสมมวลรวม ปูนซีเมนต์และน ้าให้เข้ากัน โดยทั่วถึงภายในเวลาที่ก้าหนด และต้องสามารถปล่อย คอนกรีตออกได้โดยไม่เกิดการแยกแยะ
5.2.2 ในการบรรจุวัสดุผสมเข้าเครื่อง จะต้องบรรจุน ้าส่วนหนึ่งเข้าเครื่องก่อนปูนซีเมนต์และ มวลรวม แล้วค่อย ๆ เติมน ้าส่วนที่เหลือเมื่อผสมไปแล้วประมาณหนึ่งในสี่ของเวลาผสม
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ก้าหนดจะต้องมีที่ควบคุมมิให้ปล่อยคอนกรีตก่อนจะถึงเวลาที่ก้าหนดและจะต้องสามารถ ปล่อยคอนกรีตออกให้หมดก่อนที่จะบรรจุวัสดุใหม่
5.2.3 เวลาที่ใช้ในการผสมคอนกรีตซึ่งมีปริมาณตั งแต่ 1 ลูกบาศก์เมตรลงมา จะต้องไม่น้อยกว่า 2 นาทีและให้เพิ่มอีก 20 วินาทีส้าหรับทุก ๆ 1 ลูกบาศก์เมตร หรือส่วนของลูกบาศก์ เมตรที่เพิ่มขึ น
5.2.4 ให้ผสมคอนกรีตเฉพาะเท่าที่ต้องการใช้เท่านั น ห้ามน้าคอนกรีตที่ก่อตัวแล้วมาผสมต่อเป็น อันขาดแต่ให้ทิ งไป
5.2.5 ห้ามมิให้เติมน ้าเพื่อเพิ่มค่าการยุบเป็นอันขาด การเติมน ้าจะกระท้าได้ณ สถานที่ก่อสร้าง หรือที่โรงผสมคอนกรีตกลาง โดยความเห็นชอบของวิศวกรผู้ควบคุมงานเท่านั น แต่ไม่ว่า กรณีใดจะเติมน ้าในระหว่างการขนส่งไม่ได้ - การเตรียมการเทคอนกรีตในอากาศร้อน
ในกรณีที่จะเทคอนกรีตในอากาศร้อนจัด หรือจะเทองค์อาคารขนาดใหญ่ เช่น คานขนาดใหญ่ ฐานราก หนา ๆ จะต้องหาวิธีลดอุณหภูมิของคอนกรีตสดให้ต่้าที่สุดเท่าที่จะท้าได้อาทิท้าหลังคาคลุมโม่ผสม คอนกรีต กองวัสดุและถังเก็บน ้า ในบางกรณีอาจจะต้องใช้น ้าแข็งหรือสารผสมเพิ่มช่วย ซึ่งหากไม่มี ก้าหนดเป็นอย่างอื่นวิศวกรผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้พิจารณา - การขนส่ง และการเท
7.1 การเตรียมการก่อนเท
7.1.1 จะต้องขจัดคอนกรีตที่แข็งตัวแล้วและวัสดุแปลกปลอมอื่น ๆ ออกจากด้านในของอุปกรณ์ ที่ใช้ในการล้าเลียงออกให้หมด
7.1.2 แบบหล่อจะต้องเสร็จเรียบร้อย จะต้องขจัดน ้าส่วนที่เกิน และวัสดุแปลกปลอมใดๆ ออก ให้หมด เหล็กเสริมผูกเข้าที่เสร็จเรียบร้อย วัสดุต่าง ๆ ที่จะฝังในคอนกรีตต้องเข้าที่
เรียบร้อย และการเตรียมการต่าง ๆ ทั งหมดได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงจะด้าเนินการเท คอนกรีตได้
7.2 การล้าเลียง วิธีการขนส่งและการเทคอนกรีตจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ควบคุมงาน ก่อน ในการขนส่งคอนกรีตจากเครื่องผสมจะต้องระมัดระวังมิให้เกิดการแยกแยะหรือการสูญเสีย ของวัสดุผสม และต้องกระท้าในลักษณะที่จะท้าให้ได้คอนกรีตที่มีคุณสมบัติตามที่ก้าหนด
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
7.3 การเท
7.3.1 ผู้รับจ้างจะเทคอนกรีตส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้างยังมิได้จนกว่าจะได้รับอนุมัติจาก วิศวกรผู้ควบคุมงานเรียบร้อยแล้ว และเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว หากผู้รับจ้างยังมิไม่เริ่มเท คอนกรีตภายใน 48 ชั่วโมง จะต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงานอีกครั งจึงจะเทได้
7.3.2 การเทคอนกรีตจะต้องกระท้าต่อเนื่องกันตลอดทั งพื นที่รอยต่อระหว่างก่อสร้างจะต้องอยู่ที่ ต้าแหน่งที่ก้าหนดไว้ในแบบ หรือได้รับความเห็นชอบแล้ว การเทคอนกรีตต่อเนื่องกับ คอนกรีตที่เทไปแล้วจะต้องยังคงสภาพเหลวพอที่จะเทต่อกันได้หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ห้าม มิให้เทคอนกรีตต่อกับคอนกรีตซึ่งเทไว้แล้วเกิน 30 นาทีมิฉะนั นต้องทิ งไว้ประมาณ 20 ชั่วโมง จึงจะเทต่อได้
7.3.3 ห้ามมิให้น้าคอนกรีตที่ก่อตัวบ้างแล้วบางส่วน หรือแข็งตัวทั งหมด หรือที่มีวัสดุแปลกปลอม มาเทปะปนกันเป็นอันขาด
7.3.4 เมื่อเทคอนกรีตลงในแบบหล่อแล้วจะต้องอัดคอนกรีตนั นให้แน่นภายในเวลา 30 นาที นับตั งแต่ปล่อยคอนกรีตออกจากเครื่องผสม นอกจากจะมีเครื่องกวนพิเศษส้าหรับการนี โดยเฉพาะ หรือมีเครื่องผสมติดรถซึ่งจะกวนอยู่ตลอดเวลา ในกรณีเช่นนั นให้เพิ่มเวลาได้ เป็น 2 ชั่วโมง นับตั งแต่บรรจุปูนซีเมนต์เข้าเครื่องผสม ยกเว้นในกรณีที่ใช้สารหน่วง
(Retarder) และต้องเทภายใน 30 นาทีนับตั งแต่ปล่อยคอนกรีตออกจากเครื่องกวน 7.3.5 จะต้องเทคอนกรีตให้ใกล้ต้าแหน่งสุดท้ายมากที่สุดเท่าที่จะท้าได้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด การแยกแยะอันเนื่องจากการโยกย้ายและการไหลตัวของคอนกรีต ต้องระวังอย่าใช้วิธีการ ใด ๆ ที่จะท้าให้คอนกรีตเกิดการแยกแยะ ห้ามปล่อยคอนกรีตเข้าที่จากระยะสูงเกินกว่า 2 เมตร นอกจากจะได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงาน
7.3.6 ในกรณีที่ใช้คอนกรีตเปลือยโดยมีมอร์ต้าเป็นผิว จะต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมดันหินให้ ออกจากข้างแบบเพื่อให้มอร์ต้าออกมาอยู่ที่ผิวให้เต็มโดยไม่เป็นโพรงเมื่อถอดแบบ การท้า ให้คอนกรีตแน่นให้ใช้วิธีสั่นด้วยเครื่อง หรือกระทุ้งเพื่อให้คอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมและสิ่งที่ ฝังจนทั่วและเข้าไปอัดตามมุมต่าง ๆ จนเต็ม โดยขจัดกระเปาะอากาศและกระเปาะหิน อันจะท้าให้คอนกรีตเป็นโพรง เป็นหลุมบ่อ หรือเกิดระนาบที่ไม่แข็งแรงออกให้หมดสิ น เครื่องสั่นจะต้องมีความถี่อย่างน้อย 7000 รอบต่อนาทีและผู้ใช้งานจะต้องมีความช้านาญ เพียงพอ ห้ามมิให้ท้าการสั่นคอนกรีตเกินขนาด หรือ ใช้เครื่องสั่นเป็นตัวเขยื อนคอนกรีต ให้เคลื่อนที่จากต้าแหน่งหนึ่งไปยังอีกต้าแหน่งหนึ่ง ภายในแบบหล่อเป็นอันขาด ให้จุ่มและ ถอนเครื่องสั่นขึ นลงตรง ๆ ที่หลาย ๆ จุดห่างกันประมาณ 500 มิลลิเมตร ในการจุ่มแต่ละ ครั งจะต้องใช้เวลาให้เพียงพอที่จะท้าให้คอนกรีตแน่นตัวแต่ต้องไม่นานเกินไปจนเป็นเหตุ ให้เกิดการแยกแยะ โดยปกติจุดหนึ่ง ๆ ควรจุ่มอยู่ระหว่าง 5-15 วินาทีในกรณีที่หน้าตัด
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 7/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ของคอนกรีตบางเกินไปจนไม่อาจแหย่เครื่องสั่นลงไปได้ก็ให้เครื่องสั่นนั นแนบกับข้างแบบ หรือใช้วิธีอื่น ที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว ส้าหรับองค์อาคารสูง ๆ และหน้าตัดกว้าง เช่น เสา ขนาดใหญ่ควรใช้เครื่องสั่นชนิดติดกับข้างแบบแต่ทั งนี แบบหล่อต้องแข็งแรงพอที่จะ สามารถรับความสั่นได้โดยไม่ท้าให้รูปร่างขององค์อาคารผิดไปจากที่ก้าหนด จะต้องมี
เครื่องสั่นคอนกรีตส้ารองอย่างน้อย 1 เครื่องประจ้า ณ สถานที่ก่อสร้างเสมอในระหว่างเท คอนกรีต
7.3.7 การเทคอนกรีตโดยใช้เครื่องสูบคอนกรีต จะต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อน 7.3.8 เมื่อก้าลังอัดคอนกรีตที่ใช้ในเสาสูงกว่า 1.4 เท่า ของก้าลังอัดคอนกรีตที่ใช้ในระบบพื น การถ่ายน ้าหนักเสาผ่านทางระบบพื นนั น จะต้องใช้วิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี
(ก) คอนกรีตในเสาซึ่งก้าลังอัดสูงกว่า จะต้องเทบนพื นตามต้าแหน่งเสานั น โดยที่ผิวของ คอนกรีตในเสาจะต้องขยายออกไปในพื นจากขอบเสาไม่น้อยกว่า 600 มม. และ
คอนกรีตในเสาที่เทนอกขอบเสาออกมานั น จะต้องผสมเข้ากับคอนกรีตในพื นอย่าง
ทั่วถึง
(ข) ก้าลังอัดคอนกรีตในเสาซึ่งถ่ายผ่านระบบพื นนั น สามารถใช้ตามค่าก้าลังอัดของ คอนกรีตในระบบพื นซึ่งน้อยกว่านี ได้โดยเพิ่มเหล็กเสริมตามค่าน ้าหนักที่ต้องการ
(ค) ส้าหรับเสาซึ่งมีที่รองรับด้านข้างทั ง 4 ด้าน โดยคานที่มีความลึกใกล้เคียงกันหรือ โดยแผ่นพื น ก้าลังอัดของคอนกรีตในเสาให้คิดเท่ากับ 75% ของก้าลังอัดคอนกรีต
ในเสาบวกกับ 35% ของก้าลังอัดคอนกรีตในแผ่นพื นนั น - รอยต่อและสิ่งที่ฝังในคอนกรีต
8.1 รอยต่อระหว่างการก่อสร้าง (Construction Joint) ของอาคาร
8.1.1 ในกรณีมิได้ระบุต้าแหน่งและรายละเอียดของรอยต่อนี ในแบบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดท้าและ วางรอยต่อในต้าแหน่ง ซึ่งจะท้าให้โครงสร้างเสียความแข็งแรงน้อยที่สุด และป้องกันมิให้ เกิดรอยร้าวเนื่องจากการหดตัว และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ควบคุมงาน ก่อน
8.1.2 ผิวบนของผนังและเสาคอนกรีตจะต้องอยู่ในแนวราบ คอนกรีตซึ่งเททับเหนือรอยต่อ ระหว่างก่อสร้าง (Construction Joint) ที่อยู่ในแนวราบจะต้องไม่ใช้คอนกรีตส่วนแรกที่ ออกจากเครื่องผสมและจะต้องอัดแน่นให้ทั่วโดยอัดให้เข้ากับคอนกรีตที่เทไว้ก่อนแล้ว
8.1.3 ในกรณีของผิวทางแนวตั งให้ใช้ปูนทรายในอัตราส่วน 1 : 1 ผสมน ้าให้ข้นไล้ที่ผิวให้ทั่ว ก่อนที่จะเทคอนกรีตใหม่ลงไป
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 8/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
8.1.4 ส้าหรับรอยต่อในผนังทั งหมดและระหว่างผนังกับแผ่นพื นหรือฐานราก หากมิได้ระบุใน แบบเป็นอย่างอื่นให้เดินเหล็กเสริมต่อเนื่องผ่านรอยต่อไป และจะต้องใส่สลักและเดือย เอียง ตามแต่วิศวกรผู้ควบคุมงานจะเห็นสมควร โดยจะต้องมีสลักตามยาวลึกอย่างน้อย 50 มิลลิเมตร
8.1.5 ในกรณีที่เทคอนกรีตเป็นชั น ๆ จะต้องยึดเหล็กที่โผล่เหนือแต่ละชั นให้แน่นหนา เพื่อ ป้องกันการเคลื่อนตัวของเหล็กเสริมขณะเทคอนกรีต และในขณะคอนกรีตก้าลังก่อตัว 8.1.6 ในขณะคอนกรีตยังไม่ก่อตัวให้ขจัดฝ้าน ้าปูนและวัสดุที่หลุดร่วงออกให้หมด โดยไม่ จ้าเป็นต้องท้าให้ผิวหยาบอีก แต่หากไม่สามารถปฏิบัติตามนี ได้ก็ให้ขจัดออกโดยใช้ เครื่องมือที่เหมาะสมหลังจากเทคอนกรีตแล้ว 24 ชั่วโมง แล้ว ให้ล้างผิวที่แข็งตัวแล้วด้วย น ้าสะอาดทันทีก่อนที่จะเทคอนกรีตใหม่ให้พรมน ้าผิวคอนกรีตที่รอยต่อทุกแห่งให้ชื นแต่ ไม่ให้เปียกโชก
8.1.7 หากได้รับความเห็นชอบอาจเพิ่มความยึดหน่วงได้ตามวิธีต่อไปนี
(ก) ใช้สารผสมเพิ่มที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว
(ข) ใช้สารหน่วงซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว เพื่อท้าให้การก่อตัวของมอร์ต้าที่ผิวช้าลง แต่ห้ามใส่มากจนไม่ก่อตัวเลย
(ค) ท้าผิวคอนกรีตให้หยาบตามวิธีที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว โดยวิธีนี จะท้าให้มวลรวม โผล่โดยสม่้าเสมอปราศจากฝ้าน ้าปูนหรือเม็ดมวลรวมที่หลุดร่วงหรือผิวคอนกรีตที่ ช้ารุด
8.2 วัสดุฝังในคอนกรีต
8.2.1 ก่อนเทคอนกรีตจะต้องฝังปลอก ไส้สมอ และวัสดุฝังอื่น ๆ ที่จะต้องท้างานต่อในภายหลัง ให้เรียบร้อย
8.2.2 ผู้รับจ้างที่ท้างานเกี่ยวข้องกับงานคอนกรีตจะต้องได้รับแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้มีโอกาสที่จะจัด วาง และยึดสิ่งที่จะฝังได้ทันก่อนเทคอนกรีต
8.2.3 จะต้องติดตั งแผ่นกันน ้า ท่อร้อยสายไฟ และสิ่งที่จะฝังอื่น ๆ เข้าที่ให้ถูกต้าแหน่งอย่าง แน่นอน และยึดให้แน่นเพื่อมิให้เกิดการเคลื่อนตัว ส้าหรับช่องว่างในปลอก ไส้รอง สมอ จะต้องอุดด้วยวัสดุที่จะเอาออกได้ง่ายเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันมิให้คอนกรีตไหลเข้าไป ในช่องว่างนั น
8.3 รอยต่อส้าหรับพื นถนน
รอยต่อทางยาวตลอดจนรอยต่อส้าหรับการยืดหดตัว จะต้องอยู่ในต้าแหน่งที่ก้าหนดไว้ในแบบ ใน กรณีที่ไม่สามารถเทคอนกรีตได้เต็มช่วงจะต้องท้ารอยต่อระหว่างก่อสร้างขึ น ในช่วงหนึ่ง ๆ จะมี รอยต่อระหว่างก่อสร้างเกินหนึ่งรอยไม่ได้และรอยต่อดังกล่าวจะต้องอยู่ภายในช่วงกลางแบ่งสาม
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 9/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ส่วนของช่วง ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ส้าหรับรอยต่อต่าง ๆ จะยอมให้มีความผิดพลาดมาก ที่สุดได้ไม่เกินค่าต่อไปนี ระยะทางแนวราบ 6 มิลลิเมตร
ระยะทางแนวดิ่ง 3 มิลลิเมตร - การซ่อมผิวที่ช ารุด
9.1 ห้ามปะซ่อมรูร้อยเหล็กยึดและเนื อที่ช้ารุดทั งหมดก่อนที่วิศวกรผู้ควบคุมงานจะได้ตรวจสอบแล้ว 9.2 ส้าหรับคอนกรีตที่เป็นรูพรุนเล็ก ๆ และช้ารุดเล็กน้อย หากวิศวกรผู้ควบคุมงานลงความเห็นว่า พอที่จะซ่อมแซมให้ดีได้จะต้องสกัดคอนกรีตที่ช้ารุดออกให้หมดจนถึงคอนกรีตดีเพื่อป้องกันมิให้ น ้าในมอร์ต้าที่จะปะซ่อมนั นถูกดูดซึมไป จะต้องท้าความสะอาดคอนกรีตบริเวณที่จะปะซ่อม และ เนื อที่บริเวณโดยรอบเป็นระยะออกไปอย่างน้อย 150 มิลลิเมตร มอร์ต้าที่ใช้เป็นตัวประสาน จะต้องประกอบด้วย ส่วนผสมของปูนซีเมนต์1 ส่วนต่อทรายละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงเบอร์30 แล้ว 1 ส่วนให้ละเลงมอร์ต้านี ให้ทั่วพื นที่ผิว
9.3 ส่วนผสมส้าหรับใช้อุดให้ประกอบด้วยปูนซีเมนต์1 ส่วนต่อทรายที่ใช้ผสมคอนกรีต 2.5 ส่วนโดย ปริมาตรชื นและหลวม ส้าหรับคอนกรีตเปลือยภายนอกให้ผสมปูนซีเมนต์ขาวเข้ากับปูนซีเมนต์ ธรรมดา 2 ส่วน เพื่อให้ส่วนผสมที่ปะซ่อมมีสีกลมกลืนกับสีของคอนกรีตข้างเคียง ทั งนี โดยใช้วิธี ทดลองหาส่วนผสมเอาเอง
9.4 ให้จ้ากัดปริมาณของน ้าให้พอดีเท่าที่จ้าเป็นในการยกย้าย และการปะซ่อมเท่านั น 9.5 หลังจากที่น ้าซึ่งค้างบนผิวได้ระเหยออกจากพื นที่ที่จะปะซ่อมหมดแล้ว ให้ละเลงชั นยึดหน่วงลง บนผิวนั นให้ทั่ว เมื่อชั นยึดหน่วงนี เริ่มเสียน ้าให้ฉาบมอร์ต้าที่ใช้ปะซ่อมทันทีให้อัดมอร์ต้าให้แน่น โดยทั่วถึง และปาดออกให้เนื อนูนกว่าคอนกรีตโดยรอบเล็กน้อย และจะต้องทิ งไว้เฉยๆ อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดการหดตัวขั นต้นก่อนที่จะตกแต่งขั นสุดท้ายบริเวณที่ปะซ่อมแล้วให้รักษาให้ ชื นอย่างน้อย 7 วัน ส้าหรับคอนกรีตเปลือยที่ต้องการรักษาลายไม้แบบห้ามใช้เครื่องมือที่เป็น โลหะฉาบเป็นอันขาด
9.6 ในกรณีที่รูพรุนนั นกว้างมากหรือลึกจนมองเห็นเหล็ก และหากวิศวกรผู้ควบคุมงานลงความเห็นว่า อยู่ในวิสัยที่จะซ่อมแซมได้ก็ให้ปะซ่อมได้โดยใช้มอร์ต้าชนิดที่ผสมตัวยากันการหดตัว (Non Shrink Mortar) เป็นวัสดุแทนปูนทรายธรรมดา หากคอนกรีตที่เหลือเป็นคอนกรีตดีแต่มีรูพรุน มากให้ใช้Pressurized Epoxy Grouting ชั นหนึ่งก่อนที่จะปะซ่อม ทั งนี ให้ปฏิบัติตามข้อแนะน้า ของผู้ผลิตโดยเคร่งครัด
9.7 ในกรณีที่โพรงใหญ่และลึกมากหรือเกิดข้อเสียหายใด ๆ เช่น คอนกรีตมีก้าลังต่้ากว่าก้าหนดและ วิศวกรผู้ควบคุมงานมีความเห็นว่า อาจท้าให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้อาคารได้ผู้รับจ้างจะต้อง ด้าเนินการแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั น ตามวิธีที่วิศวกรผู้ควบคุมงานได้เห็นชอบด้วยแล้ว หรือหาก
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 10/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
วิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นว่า การช้ารุดมากจนไม่อาจแก้ไขให้ได้ดีอาจสั่งทุบทิ งแล้วสร้างขึ นใหม่ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการนี ทั งสิ น - การบ่มและการป้องกัน
หลังจากได้เทคอนกรีตแล้ว และอยู่ในระยะก้าลังก่อตัวจะต้องป้องกันคอนกรีตนั นจากอันตรายที่อาจเกิด จากแสงแดด ลมแห้ง ฝน น ้าไหล การเสียดสีและจากการบรรทุกน ้าหนักเกินสมควร ส้าหรับคอนกรีตซึ่ง ใช้ปูนซีเมนต์ชนิดที่ 1 จะต้องรักษาให้ชื นต่อเนื่องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน โดยวิธีคลุมด้วยกระสอบ หรือผ้าใบเปียก หรือขัง หรือพ่นน ้า หรือโดยวิธีที่เหมาะสมอื่น ๆ ตามที่วิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นชอบ ส้าหรับผิวคอนกรีตในแนวตั ง เช่น เสา ผนัง และด้านข้างของคานให้หุ้มกระสอบหรือผ้าใบให้เหลื่อมซ้อน กันและรักษาให้ชื นโดยให้สิ่งที่คลุมนี แนบติดกับคอนกรีต ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ชนิดให้ก้าลังสูงเร็ว ระยะเวลาการบ่มชื นให้อยู่ในวินิจฉัยของวิศวกรผู้ควบคุมงาน - การทดสอบ
11.1 การทดสอบแท่งกระบอกคอนกรีต
ชิ นตัวอย่างส้าหรับการทดสอบอาจน้ามาจากทุก ๆ รถ หรืออย่างน้อย 1 ชุด ทุกครั งของการเท คอนกรีต 50 ลบ.ม. หรือตามที่วิศวกรผู้ควบคุมงานจะก้าหนด ทุกวันจะต้องเก็บชิ นตัวอย่างไม่ น้อยกว่า 6 ชิ น ส้าหรับทดสอบ 7 วัน 3 ก้อน และ 28 วัน 3 ก้อน ส้าหรับระยะเวลาผู้ควบคุมงาน อาจก้าหนดเป็นอย่างอื่นตามความเหมาะสม วิธีเก็บ เตรียม บ่ม และทดสอบชิ นตัวอย่างให้เป็นไป ตาม “วิธีทดสอบส้าหรับก้าลังอัดของแท่งกระบอกคอนกรีต (ASTM C39)” ตามล้าดับ
11.2 รายงาน
ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานผลการทดสอบก้าลังอัดคอนกรีตรวม 3 ชุด ส้าหรับผู้แทนผู้ว่าจ้าง 1 ชุด และส้านักงานวิศวกรผู้ควบคุมงาน และผู้ออกแบบ 2 ชุด
รายงานจะต้องรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ดังนี
11.2.1 วันที่หล่อ
11.2.2 วันที่ทดสอบ
11.2.3 ประเภทของคอนกรีต
11.2.4 ค่าการยุบ
11.2.5 ส่วนผสม
11.2.6 หน่วยน ้าหนัก
11.2.7 ก้าลังอัดสูงสุด
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 11/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
11.3 การทดสอบแนว ระดับ ความลาด และความไม่สม่้าเสมอของพื นถนนคอนกรีตในบริเวณอาคาร เมื่อคอนกรีตพื นถนนแข็งตัวแล้วจะต้องท้าการตรวจสอบแนว ความลาด ตลอดจนความไม่ สม่้าเสมอต่าง ๆ อีกครั งหนึ่ง หาก ณ จุดใดผิวถนนสูงกว่าบริเวณข้างเคียงเกิน 3 มิลลิเมตรจะต้อง ขัดออก แต่ถ้าสูงมากกว่านั นผู้รับจ้างจะต้องทุบพื นช่วงนั นออกแล้วหล่อใหม่ โดยต้องออก ค่าใช้จ่ายเองทั งหมด
11.4 การทดสอบความหนาของพื นถนนคอนกรีตในบริเวณอาคาร
วิศวกรผู้ควบคุมงานอาจก้าหนดให้มีการทดสอบความหนาของพื นถนนคอนกรีต โดยวิธีเจาะเอา แก่นไปตรวจตามวิธีของ ASTM C174 ก็ได้หากปรากฏว่าความหนาเฉลี่ยน้อยกว่าที่ก้าหนดเกิน 3 มิลลิเมตร วิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้ตัดสินว่าถนนนั นมีก้าลังพอจะรับน ้าหนักบรรทุกตามที่ ค้านวณออกแบบไว้ได้หรือไม่ หากวิศวกรผู้ออกแบบลงความเห็นว่า พื นถนนนั น ไม่แข็งแรง พอที่จะรับน ้าหนักบรรทุกที่ค้านวณออกแบบไว้ได้ผู้รับจ้างจะต้องทุบออกแล้วเทคอนกรีตใหม่ โดยจะเรียกเงินเพิ่มจากผู้ว่าจ้างมิได้ - การประเมินผลการทดสอบก าลังอัด
12.1 ค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบชิ นตัวอย่างสามชิ นหรือมากกว่า ซึ่งบ่มในห้องปฏิบัติการจะต้องไม่ต่้า กว่าค่าที่ก้าหนด และจะต้องไม่มีค่าใดต่้ากว่าร้อยละ 85 ของค่าก้าลังอัดที่ก้าหนด
12.2 หากก้าลังอัดมีค่าต่้ากว่าที่ก้าหนดก็อาจจ้าเป็นต้องเจาะเอาแก่นคอนกรีตไปท้าการทดสอบ 12.3 การทดสอบแก่นคอนกรีตจะต้องปฏิบัติตาม “วิธีเจาะและทดสอบแก่นคอนกรีตที่เจาะ และคาน คอนกรีตที่เลื่อยตัดมา” (ASTM C 24) การทดสอบแก่นคอนกรีตต้องกระท้าในสภาพผึ่งแห้งใน อากาศ
12.4 องค์อาคารหรือพื นที่คอนกรีตส่วนใดที่วิศวกรผู้ควบคุมงานพิจารณาเห็นว่าไม่แข็งแรงพอ ให้เจาะ แก่นอย่างน้อยสองก้อนจากแต่ละองค์อาคาร หรือพื นที่นั น ๆ ต้าแหน่งที่จะเจาะแก่นให้วิศวกรผู้ ควบคุมงานเป็นผู้ก้าหนด
12.5 ก้าลังของแก่นที่ได้จากแต่ละองค์อาคารหรือพื นที่ จะต้องมีค่าเฉลี่ยเท่ากับหรือสูงกว่าร้อยละ 90 ของก้าลังที่ก้าหนดจึงจะถือว่าใช้ได้และจะต้องไม่มีค่าใดต่้ากว่าร้อยละ 85 ของค่าก้าลังอัดที่ ก้าหนด
12.6 จะต้องอุดรูซึ่งเจาะเอาแก่นออกมาตามวิธีในข้อ 9 ให้เรียบร้อยด้วย Non-Shrink Mortar 12.7 หากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า คอนกรีตมีความแข็งแรงไม่พอจะต้องทุบคอนกรีตนั นทิ งแล้ว หล่อใหม่ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั งสิ น
12.8 ชิ นตัวอย่างแท่นกระบอกคอนกรีตอาจใช้ลูกบาศก์ขนาด 150 มม. x 150 มม. x 150 มม. แทนได้ โดยให้เปรียบเทียบค่าก้าลังอัดตามมาตรฐานส้าหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กของ ว.ส.ท
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 12/12 คอนกรีต
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 08 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED
- ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์และแรงงานในการก่อสร้างงานคอนกรีตอัดแรงให้เป็นไปตามที่ ระบุในแบบรูป และบทก้าหนดในกรณีที่ไม่ได้ระบุในแบบรูป หรือบทก้าหนดรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับ องค์อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และงานคอนกรีตทั งหมดให้เป็นไปตามมาตรฐานส้าหรับอาคารคอนกรีต เสริมเหล็กของ ว.ส.ท. ทุกประการ - วัสดุ
2.1 เหล็กเสริมและส่วนประกอบ
2.1.1 เหล็กเสริมธรรมดาให้เป็นไปตามบทก้าหนดโครงสร้างหมวดที่ว่าด้วยเหล็กเสริม 2.1.2 หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่นในแบบเหล็กเสริมแรงดึงสูงเป็นชนิด Seven Wire Low Relaxation Strand Grade 270 (1860 เมกกาปาสกาล) คุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 420-2540 หรือ ASTM A 416-90a หรือเทียบเท่า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางระบุเป็น 12.7 มม. (0.5นิ ว) ทั งนี ผู้รับจ้างต้องเสนอผลการทดสอบคุณสมบัติของเหล็กเสริมแรงดึง สูงแต่ละ Lot ให้วิศวกรผู้ควบคุมงานเพื่ออนุมัติในกรณีที่เหล็กเสริมแรงดึงสูงแต่ละ Lot มี จ้านวนมาก อาจพิจารณาให้ท้าการทดสอบคุณสมบัติมากกว่า 1 ครั ง ทั งนี อยู่ในดุลยพินิจ ของวิศวกรผู้ควบคุมงาน
2.1.3 สมอยึด (Anchorage) ที่จะใช้ต้องเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพดีและจะต้อง สามารถถ่ายแรงได้ไม่ต่้ากว่า 90% ของ Minimum Specified Ultimate Strength ของ เหล็กเสริมแรงดึงสูงภายใต้สภาพไร้การยึดหน่วง (Unbonded) โดยไม่เกิดการ Set มาก และต้องมีFatigue Life ไม่น้อยกว่าที่ระบุตามข้อแนะน้าของ PCI หรือ BS Code ผู้รับ จ้างจะต้องเสนอระบบของสมอยึดเพื่อให้ผู้ออกแบบพิจารณาอนุมัติก่อนโดยให้เสนอแบบ พร้อมรายละเอียด (เช่น ส่วนผสมทางเคมีและคุณสมบัติต่าง ๆ ) ของสมอยึด ตลอดจน แสดงผลการทดสอบคุณภาพของสมอยึด ซึ่งผลิตจากแหล่งและด้วยกรรมวิธีเดียวกันกับ ของที่จะใช้ในการก่อสร้างนี ในกรณีที่มีปัญหาผู้ออกแบบสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้มีการ ทดสอบสมอยึด โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
2.1.4 ท่อหุ้มโลหะ (Corrugated Metal Duct) ต้องเป็นชนิดที่มีความฝืดต่้า ค่า Curvature Friction Coefficient ไม่ เกิน 0.25 แ ล ะค่ า Wobble Friction Coefficient ไม่ เกิน 0.003/เมตร ท่อหุ้มต้องมีความแข็งแรงพอที่จะทรงรูปในระหว่างการวางท่อ การเท คอนกรีต และการท้าให้คอนกรีตแน่นได้
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/6 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
2.1.5 เหล็กเสริมบริเวณ End Block อาจเป็นไปตามข้อแนะน้าของผู้ผลิต โดยต้องแสดง Shop Drawing เพื่อรับการอนุมัติจากผู้ออกแบบ
2.2 คอนกรีต
2.2.1 คอนกรีตที่ใช้ต้องมีก้าลังอัดประลัย (fc’) ของแท่งกระบอกคอนกรีตขนาด 150 x 300 มม. ไม่ต่้ากว่าที่ระบุในแบบ ก้าลังอัดไม่ต่้ากว่า 0.75 (fc’) เมื่อท้าการอัดแรงและต้องไม่ต่้ากว่า 24 เมกกาปาสกาล (240 กก./ซม.2) โดยผู้รับจ้างต้องเสนอ Mix Design ของคอนกรีต พร้อมผลการทดสอบยืนยันว่าได้ก้าลังตามที่ระบุในแบบให้ผู้ออกแบบพิจารณา นอกจากนี ส่วนผสมที่ใช้จะต้องอยู่ในเกณฑ์ต่อไปนี
(ก) ปริมาณปูนซีเมนต์ต้องไม่น้อยกว่า 350 กก./ลบ.ม. และไม่เกิน 430 กก./ลบ.ม. (ข) ใช้อัตราส่วนน ้าต่อปูนซีเมนต์ไม่เกิน 0.48 เพื่อลดปริมาณการหดตัวและการคืบ (ค) ใช้มวลรวมหยาบที่แข็งแกร่ง ขนาดใหญ่ที่สุดของมวลหยาบต้องไม่เล็กกว่า 20 มม. ห้ามใช้มวลรวมหยาบที่พรุน เช่น Sand Stone
2.2.2 น ้ายาผสมคอนกรีตที่จะใช้ต้องมีคุณสมบัติตามข้อก้าหนดของมาตรฐาน ASTM C 260-86 และ ASTM C 494-86 ต้องไม่มีChlorides, Nitrates, Sulphates หรือสารอื่นที่มีผลเสีย ต่อเหล็กเสริมแรงดึงสูง นอกจากนี ต้องไม่มีผลเสียต่อคุณสมบัติระยะยาวของคอนกรีตทั ง ด้านก้าลัง (Strength), การหดตัว (Shrinkage) และการคืบ (Creep) ให้ผู้รับจ้างเสนอผล การทดสอบรับรองคุณสมบัติของน ้ายาผสมคอนกรีตที่จะใช้
2.2.3 ในกรณีที่มีผู้รับจ้างจะใช้ปั๊มคอนกรีตต้องเสนอรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
3. การอัดน ้าปูน (Grouting)
3.1 อุปกรณ์
3.1.1 โม่ผสม, เครื่องปั๊ม
(ก) โม่ผสมต้องสามารถท้าส่วนผสมน ้าปูนอัดที่เป็นเนื อเดียวกันชนิด Colloidal Consistency ได้เครื่องอัดจะต้องสามารถอัดส่วนผสมน ้าปูนออกมาได้ด้วยความ
ดันที่สม่้าเสมอจนถึงระดับความดัน 1 เมกกาปาสกาล
(ข) เครื่องปั๊มต้องมีประเก็นป้องกันไม่ให้น ้ามัน อากาศ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ เข้าไป ผสมในน ้าปูนอัด
(ค) อุปกรณ์ที่ใช้ต้องมีตะแกรงที่มีรูเปิดโตไม่เกิน 3.2 มม. เพื่อกรองส่วนผสมน ้าปูนอัด ก่อนที่จะเข้าไปในตัวปั๊ม
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/6 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
3.1.2 ท่อหุ้ม
(ก) ท่อหุ้มท้าด้วย Galvanized Metallic Sheath ต้องมีความแข็งแรงพอที่จะคงรูปได้ ในระหว่างการก่อสร้าง ต้องป้องกันไม่ให้น ้าปูนซึมเข้าไปได้และต้องสามารถถ่าย แรงจากปูนอัดไปยังคอนกรีตโดยรอบอย่างมีประสิทธิภาพ
(ข) ท่อหุ้มจะต้องมีรูเปิดส้าหรับน ้าปูนอัดที่ปลายทั งสอง และต้องป้องกันไม่ให้รั่วซึม (ค) ขนาดของท่อหุ้ม เนื อที่ภายในของท่อหุ้มจะต้องไม่น้อยกว่าสองเท่าของเนื อที่สุทธิ ของเหล็กเสริมอัดแรงหรือตามที่ผู้ผลิตระบบ Post Tension แนะน้าการอัดน ้าปูน ส้าหรับท่อหุ้มเหล็กเสริมอัดแรง
3.2 วัสดุ
3.2.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 15 เล่ม 1-2547 ต้องเป็นปูน ซีเนต์ใหม่ไม่เป็นก้อนหรือมีอาการเกิดปฏิกิริยาไฮเดรชั่นมาแล้ว
3.2.2 น ้าต้องเป็นน ้าสะอาดปราศจากสารต่าง ๆ เช่น น ้ามัน กรด ด่าง อินทรียวัตถุ หรือสารอื่น ใดในจ้านวนที่อาจเป็นอันตรายต่อปูนซีเมนต์หรือเหล็กเสริมอัดแรง
3.2.3 สารผสมเพิ่ม (Admixture) ต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในหมวดว่าด้วยน ้ายาผสมคอนกรีต ต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบ และคุณสมบัติเพื่อขอความเห็นชอบจากวิศวกรก่อนใช้ งาน
3.3 กรรมวิธีการอัดน ้าปูน
3.3.1 ก่อนท้าการอัดน ้าปูนจะต้องท้าความสะอาดภายในท่อหุ้มและตรวจสอบการรั่วซึมโดยใช้ น ้าอัดเข้าไปในท่อหุ้ม
3.3.2 ต้องท้าการอัดน ้าปูนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะท้าได้ภายหลังที่ได้ดึงลวดอัดแรงครบถ้วนแล้ว และได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ควบคุมงานแล้ว ต้องท้าการอัดน ้าปูนโดยการฉีด ส่วนผสมต่อเนื่องสม่้าเสมอและอัดจนเต็มภายในท่อหุ้ม
3.3.3 ให้อัดท่อฉีดด้วยความดันจนกระทั่งน ้าปูนอัดแข็งตัวแล้วภายหลังการอัดน ้าปูนแล้ว 2 วัน ให้ตรวจสอบระดับของปูนอัดในท่อฉีด (Injection Tube)
3.3.4 ให้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการอัดน ้าปูน (เช่น ส่วนผสม Admixture ความดัน เป็นต้น) และเสนอวิศวกรผู้ออกแบบ
3.4 ส่วนผสม การผสม และการทดสอบ
3.4.1 ให้เติมน ้าลงในโม่ผสมก่อนแล้วตามด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์และสารผสมเพิ่ม และให้ ผสมเป็นเวลานานพออย่างน้อย 2 นาที
3.4.2 ให้ใช้อัตราส่วนน ้าต่อปูนซีเมนต์ให้ต่้าที่สุดที่จะให้ความข้นเหลว และคุณสมบัติการไหล พอที่จะท้างานได้แต่ต้องไม่เกิน 0.45 อัตราส่วนผสมของวัสดุที่ใช้จะต้องหามาจากการ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/6 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ทดลองหรืออาจใช้ส่วนผสมที่เคยใช้ได้ผลดีในงานที่คล้ายกันโดยต้องมีผลทดสอบและ หลักฐานรับรอง
3.4.3 ส่วนผสมต้องไม่เกิดการเยิ ม (Bleeding) เกิน 2% ภายหลังระยะเวลา 3 ชั่วโมง ค่ามาก ที่สุดต้องไม่เกิน 4% เมื่อวัดที่อุณหภูมิ30 องศาเซลเซียส โดยใช้กระบอกแก้ว หรือโลหะ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในประมาณ 100 มม. ปิดด้วยฝาและน ้าที่ลอยขึ นมาต้องถูกดูด ซึมหมดในเวลา 24 ชั่วโมง ความสูงของน ้าปูนอัดเท่ากับ 100 มม. โดยประมาณ
3.4.4 ให้ตรวจสอบการไหลของส่วนผสมน ้าปูนอัดโดยวิธีFlow-Cone Method (หรือวิธีอื่นที่ เทียบเท่า) ค่า Flow Time ทันทีหลังจากการผสมต้องไม่น้อยกว่า 11 วินาที
4. การก่อสร้าง
4.1 แผนงาน ขั นตอนการก่อสร้าง และ Shop Drawing
ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนงาน ขั นตอนการก่อสร้าง ขั นตอนการถอดแบบหล่อ และ Shop Drawing ให้ผู้ออกแบบพิจารณาอนุมัติก่อนด้าเนินงานเป็นเวลาอันสมควร
4.2 การวางท่อหุ้ม และการติดตั งสมอยึด (Anchorage)
ให้ยึด Tendon อย่างมั่นคงด้วย Bar Chair ซึ่งวางระยะห่างไม่เกินประมาณ 1 เมตร ในการ ขยายหรือลู่เปลี่ยนต้าแหน่งของ Tendon ในระนาบให้กระท้าโดยให้มุมที่เปลี่ยนไปเกิดขึ นน้อย ๆ ทั งนี เพื่อไม่ให้เกิด Friction Loss เพิ่มขึ นมากอันจะเป็นผลเสียหายต่อโครงสร้างได้
การวางท่อหุ้มต้องระมัดระวังมิให้ช้ารุดเสียหาย หากท่อหุ้มช้ารุดเล็กน้อยให้ท้าการซ่อมแซมโดย วิธีการที่เหมาะสมให้ได้สภาพที่ใช้งานได้เหมือนเดิม แต่หากท่อหุ้มเสียหายมาก ซึ่งอาจท้าให้ ผลเสียต่อก้าลัง หรือคุณภาพของโครงสร้างในภายหลังก็ให้ท้าการเปลี่ยนใหม่ สมอยึดต้องติดตั ง ให้มั่นคง โดยที่ระนาบของแป้นสมอยึดท้ามุมฉากกับแนวแรงที่จะดึง
การวางเหล็กเสริมแรงดึงสูง ต้องมีความละเอียดถูกต้องโดยคลาดเคลื่อนจากต้าแหน่งที่ก้าหนดไว้ ได้ไม่เกิน 4 มม. ส้าหรับระยะในแนวระดับ และไม่เกิน 20 มม. ส้าหรับระยะในระนาบจะต้องยึด ท่อหุ้มเหล็กเสริมแรงดึงสูงรวมทั ง Grout Vent ไว้ให้มั่นคงเป็นระยะที่พอสมควร โดยจะไม่ เคลื่อนที่ขณะเทและเขย่าคอนกรีตให้แน่น
4.3 คอนกรีตหุ้มป้องกันไฟ และป้องกันการผุกร่อน
ให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมแรงดึงสูงไม่น้อยกว่า 25 มม. ส้าหรับสมอยึดให้มีคอนกรีตหุ้มไม่น้อย กว่า 50 มม.
4.4 รอยต่อระหว่างการก่อสร้าง (Construction Joint)
ให้เสนอรายละเอียดแนวรอยต่อระหว่างการก่อสร้างเพื่อพิจารณาอนุมัติ
4.5 การป้องกันอันตรายจากการเชื่อม
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/6 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ในกรณีที่จ้าเป็นต้องท้าการเชื่อมในที่ให้ใช้มาตรการที่เหมาะสมป้องกันไม่ให้ลูกไฟกระเด็นไปถูก Tendon หรือสมอยึดเป็นอันขาด
4.6 งานคอนกรีต
งานต่าง ๆ เกี่ยวกับคอนกรีต เช่น การผสม การล้าเลียงคอนกรีต การเทคอนกรีต การเขย่า คอนกรีต ตลอดจนการบ่มให้เป็นไปตามข้อก้าหนดในหมวดคอนกรีต คอนกรีตบริเวณ สมอยึด ต้องมีคุณภาพดีเป็นพิเศษจึงจ้าเป็นต้องให้ความเอาใจใส่มากในการเทคอนกรีต และการเขย่าให้ แน่นในบริเวณนั น
4.7 การอัดแรง
4.7.1 การ Calibrate เครื่องดึง
เครื่องดึงพร้อมอุปกรณ์ต้องได้รับการ Calibrate จากสถาบันที่เชื่อถือได้ทุก 4 เดือน หรือ เมื่อวิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
4.7.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนงานการอัดแรง (เช่น ล้าดับการดึงเหล็ก การดึงจากปลายเดียว หรือ สองปลาย เป็นต้น) รวมทั งระยะยึดของ Tendon แต่ละชุดที่ต่างกันเพื่อให้วิศวกร ผู้ออกแบบตรวจสอบและอนุมัติ
4.7.3 ให้ค้านึงถึงผลของการเหนี่ยวรั งขององค์อาคาร เช่น เสา ผนัง ที่มีต่อการหดตัวของชิ นส่วน ใดส่วนหนึ่งในระยะยาวได้ผู้รับจ้างต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมป้องกันเสียก่อนในระหว่าง การก่อสร้าง โดยต้องเสนอรายละเอียดเพื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายอันอาจเพิ่มขึ นจากผล ดังกล่าวเป็นภาระของผู้รับจ้างแต่ผู้เดียว
ในกรณีที่มีส่วนคอนกรีตอัดแรงต่อกับพื นหรือคานที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กธรรมดาให้ ค้านึงถึงผลของ Differential Creep ในขั นตอนการก่อสร้างด้วย
4.7.4 ให้ท้าเครื่องหมายเพื่อตรวจสอบระยะยืดของ Tendon ได้ละเอียดถูกต้อง 4.7.5 ก่อนท้าการดึงเหล็กให้ท้าความสะอาดสมอยึดโดยเฉพาะบริเวณที่จับลิ่ม และให้ใส่ลิ่มยึด Tendon ให้กระชับ โดยใช้ท่อกลวง (หรืออุปกรณ์อื่นที่เหมาะสม) ตอกอัดต้องระมัดระวัง ให้ลิ่มฝังเข้าไปในสมอยึดเท่า ๆ กัน
4.7.6 ต้องใช้มาตรการเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจเกิดจาการดึงเหล็กได้
4.7.7 การดึงเหล็กให้ดึงจากทั งสองปลายด้วย Jacking Stress เส้นละ 75% ของก้าลังดึงประลัย (นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในแบบ) โดยที่ผิดพลาดได้ไม่เกิน +7%
4.7.8 ให้ผู้รับจ้างแสดงรายการค้านวณระยะยืดของเหล็ก โดยค้านึงถึงการเลื่อนไถลที่สมอยึด ของระบบ Jack ให้ใช้ความฝืดของ Tendon กับท่อหรืออื่น ๆ และตรวจสอบค่าที่ได้ใน งานจริงแล้วใช้เป็นค่าตรวจสอบในสนาม ระยะยืดที่วัดได้ยอมให้ผิดพลาดจากค่าที่ค้านวณ ได้ไม่เกิน +7%
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/6 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
4.7.9 ให้บันทึกรายละเอียดการดึงเหล็กเสริมแรงดึงสูง รวมทั งความผิดปกติที่เกิดขึ น (ถ้ามี) และ ให้เสนอวิศวกรผู้ออกแบบภายใน 3 วัน หลังการจากอัดแรง
4.7.10 ภายหลังเสร็จสิ นการอัดแรงแล้ว ลิ่มแต่ละตัวที่ยึด Tendon ต้องมีผิวหน้าห่างจาก ระนาบของแป้นสมอยึดเท่า ๆ กัน
4.7.11 ภายหลังการดึงเหล็กเสริมเสร็จแล้ว ให้Grout ด้วยน ้าปูนผสมสาร Admixture เพื่อเพิ่ม Flow ability และกันการหดตัว
4.7.12 ให้ท้าการ Cap หัวสมอยึดด้วย Non-Shrink Mortar (ให้เสนอเพื่ออนุมัติ) โดยเร็วที่สุด ภายหลังจากที่ได้รับการอนุมัติการดึงเหล็กจากวิศวกรผู้ควบคุมงานแล้ว
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/6 คอนกรีตอัดแรงระบบ BONDED
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 09 งานเหล็กรูปพรรณ
- ทั่วไป
1.1 “กรณีทั่วไป และกรณีพิเศษ” ที่ระบุในภาคอื่น (ถ้ามี) ให้น้ามาใช้ในหมวดนี ด้วย 1.2 บทก้าหนดหมวดนี คลุมถึงเหล็กรูปพรรณ ท่อกลม ท่อเหลี่ยม (Steel Tubing) ทุกชนิด 1.3 รายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กรูปพรรณ ซึ่งมิได้ระบุในแบบและข้อก้าหนดนี และให้เป็นไปตาม “มาตรฐานส้าหรับอาคารเหล็กรูปพรรณ” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ทุกประการ - วัสดุ
เหล็กรูปพรรณทั งหมดจะต้องมีคุณสมบัติสอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก. 1227-2539 หรือ ASTM หรือ JIS ที่เหมาะสม ในกรณีที่มิได้ระบุในแบบให้ถือว่าเป็นเหล็กชนิดเทียบเท่า A36 หรือ SS 400 - การกองเก็บวัสดุ
เหล็กรูปพรรณทั งที่ประกอบแล้วและยังไม่ได้ประกอบจะต้องเก็บไว้บนยกพื นเหนือพื นดินจะต้องรักษา เหล็กให้ปราศจากฝุ่น ไขมัน หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ และต้องระวังรักษาอย่าให้เหล็กเป็นสนิม ในกรณี ที่ใช้เหล็กที่มีคุณสมบัติต่างกันหลายชนิดต้องแยกเก็บและท้าเครื่องหมาย เช่น โดยการทาสีแบ่งแยกให้ เห็นอย่างชัดเจน - การจัดท า Shop Drawing
ก่อนที่จะท้าการประกอบเหล็กรูปพรรณทุกชิ น ผู้รับจ้างจะต้องจัดท้า Shop Drawing ส่งต่อวิศวกรผู้ ควบคุมงานเพื่อรับความเห็นชอบโดย Shop Drawing นั น จะต้องประกอบด้วย
4.1 แบบที่สมบูรณ์แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดต่อ การประกอบ และการติดตั งรูสลักเกลียว รอย เชื่อม และรอยต่อที่กระท้าในโรงงาน
4.2 สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล
4.3 จะต้องมีส้าเนาเอกสารแสดงบัญชีวัสดุและวิธีการยกติดตั ง ตลอดจนการยึดโยงชั่วคราว - การดัด
การดัดต้องท้าด้วยความระมัดระวังเพื่อมิให้เกิดการบิดเบี ยว หรือเกิดเป็นริ วลูกคลื่น การดัดแผ่นเหล็กที่ อุณหภูมิปกติจะต้องใช้รัศมีของการดัดไม่น้อยกว่า 2 เท่าของความหนาของแผ่นเหล็กนั น ในกรณีที่ท้า
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
การดัดที่อุณหภูมิสูงห้ามท้าให้เย็นตัวลงโดยเร็ว ส้าหรับเหล็กก้าลังสูง (High-Strength Steel) ให้ท้าการ ดัดที่อุณหภูมิสูงเท่านั น - รูและช่องเปิด
การเจาะ หรือตัด หรือกดทะลุให้เป็นรูต้องกระท้าตั งฉากกับผิวของเหล็กนอกจากจะระบุเป็นอย่างอื่น ห้ามใช้วิธีเจาะรูด้วยไฟ หากรูที่เจาะไว้ไม่ถูกต้องจะต้องอุดให้เต็มด้วยวิธีเชื่อม และเจาะรูใหม่ให้ถูก ต้าแหน่ง ในเสาที่เป็นเหล็กรูปพรรณซึ่งต่อกับคาน ค.ส.ล. จะต้องเจาะรูไว้เพื่อให้เหล็กเสริมในคาน คอนกรีตสามารถลอดได้รูจะต้องเรียบร้อยปราศจากรอยขาดหรือแหว่ง ขอบรูซึ่งคมและยื่นเล็กน้อยอัน เกิดจากการเจาะด้วยสว่านให้ขจัดออกให้หมดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมโดยลบมุม 2 มิลลิเมตร ช่องเปิด อื่น ๆ นอกเหนือจากรูสลักเกลียวจะต้องเสริมแหวนเหล็กซึ่งมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาขององค์ อาคารที่เสริม รูหรือช่องเปิดภายในของแหวนจะต้องเท่ากับช่องเปิดขององค์อาคารที่เสริมนั น - การประกอบ และยกติดตั้ง
7.1 ให้พยายามประกอบที่โรงงานให้มากที่สุดเท่าที่จะท้าได้
7.2 การตัดเฉือน ตัดด้วยไฟ สกัด และกดทะลุต้องกระท้าอย่างละเอียดประณีต
7.3 องค์อาคารที่วางทาบกันจะต้องวางให้แนบสนิทเต็มหน้า
7.4 การติดตัวเสริมก้าลังและองค์อาคารยึดโยงให้กระท้าอย่างประณีต ส้าหรับตัวเสริมก้าลังที่ติดแบบ อัดแน่นต้องอัดให้สนิทจริง ๆ
7.5 รายละเอียดให้เป็นไปตาม “มาตรฐานส้าหรับอาคารเหล็กรูปพรรณ” ของวิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทยฯ ที่ 1003-18 ทุกประการ”
7.6 ไฟที่ใช้ตัดควรมีเครื่องมือกลเป็นตัวน้า - การเชื่อม
8.1 ให้เป็นไปตามมาตรฐาน AISC/AWS ส้าหรับการเชื่อมในงานก่อสร้างอาคาร
8.2 ผิวหน้าที่จะท้าการเชื่อมจะต้องสะอาดปราศจากสะเก็ดร่อน ตะกรัน สนิม ไขมัน สีและวัสดุ แปลกปลอมอื่นๆ ที่จะท้าให้เกิดผลเสียต่อการเชื่อมได้
8.3 ในระหว่างการเชื่อมจะต้องยึดชิ นส่วนที่จะเชื่อมติดกันให้แน่นเพื่อให้ผิวแนบสนิทสามารถทาสีอุด ได้โดยง่าย
8.4 หากสามารถปฏิบัติได้ให้พยายามเชื่อมในต้าแหน่งราบ
8.5 ให้วางล้าดับการเชื่อมให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบี ยว และหน่วยแรงตกค้างในระหว่าง กระบวนการเชื่อม
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
8.6 ในการเชื่อมแบบชนจะต้องเชื่อมในลักษณะที่จะให้ได้Penetration โดยสมบูรณ์ โดยมิให้ กระเปาะตะกรันขังอยู่ ในกรณีนี อาจใช้วิธีลบมุมตามขอบหรือ Backing Plates ก็ได้ 8.7 ชิ นส่วนที่จะต้องเชื่อมแบบทาบจะต้องวางให้ชิดกันที่สุดเท่าที่จะมากได้และไม่ว่ากรณีใดจะต้อง ห่างกันไม่เกิน 6 มิลลิเมตร
8.8 ช่างเชื่อมจะต้องมีความช้านาญในเรื่องการเชื่อมเป็นอย่างดีโดยช่างเชื่อมทุกคนจะต้องมีหนังสือ รับรองว่าผ่านการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นต้น 8.9 ส้าหรับเหล็กหนาตั งแต่ 25 มม. ขึ นไป ต้อง Preheat ก่อนเชื่อมโดยให้ผู้รับจ้างเสนอวิธีการต่อ วิศวกรผู้ควบคุมงานเพื่อรับความเห็นชอบ
8.10 ส้าหรับเหล็กหนา 50 มม. ขึ นไป ให้เชื่อมแบบ Submerged Arc Welding - การตรวจสอบรอยเชื่อม
ผู้รับจ้างจะต้องท้าการตรวจสอบความสมบูรณ์ของรอยเชื่อมในต้าแหน่งที่วิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ ควบคุมงานเป็นผู้ก้าหนดลักษณะของรอยเชื่อมที่ยอมรับได้จะต้องมีพื นผิวที่เรียบ ไม่มีมุมแหลมคมได้ ขนาดตามที่ก้าหนดในแบบ และจะต้องไม่มีรอยแตกร้าว โดยใช้วิธีการตรวจสอบดังต่อไปนี 9.1 ในกรณีการเชื่อมแบบทาบ (Fillet Weld)
ให้ทดสอบโดยการใช้ Dye Penetrant ซึ่งรายละเอียดการทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASTM E 165 หรือทดสอบโดยใช้ Magnetic Particle ซึ่งรายละเอียดการทดสอบให้เป็นไปตาม มาตรฐาน ASTM E 709
9.2 ในกรณีการเชื่อมแบบต่อชน (Butt Weld)
ให้ท้าการตรวจสอบรอยเชื่อมโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic Testing)
ทั งนี ผลการทดสอบจะต้องได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันที่เชื่อถือได้รายละเอียดเกี่ยวกับ การตรวจสอบรอยเชื่อมนอกเหนือจากที่ก้าหนดในข้อก้าหนดนี ให้เป็นไปตามมาตรฐาน AWS - การซ่อมแซมรอยเชื่อม
10.1 บริเวณที่ได้รับการตรวจสอบรอยเชื่อมแล้วพบว่ามีปัญหา จะต้องท้าการขจัดทิ ง และท้าการเชื่อม แล้วตรวจสอบใหม่
10.2 ในบริเวณโลหะเชื่อมที่มีรอยแตกจะต้องขจัดรอยเชื่อมออกวัดจากปลายรอยแตกไม่น้อยกว่า 50 มม. และท้าการเชื่อมใหม่
10.3 หากองค์อาคารเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างขึ นจากการเชื่อมจะต้องท้าการแก้ไขให้ได้รูปทรงที่ ถูกต้องหรือเสริมความแข็งแรงให้มากกว่าหรือเทียบเท่ากับรูปทรงที่เกิดจากการเชื่อมที่ถูกต้อง
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย - งานสลักเกลียว
11.1 การตอกสลักเกลียวจะต้องกระท้าด้วยความประณีตโดยไม่ท้าให้เกลียวเสียหาย 11.2 ต้องแน่ใจว่าผิวรอยต่อเรียบและผิวที่รองรับจะต้องสัมผัสกันเต็มหน้าก่อนจะท้าการขันเกลียว 11.3 ขันรอยต่อด้วยสลักเกลียวทุกแห่งให้แน่นโดยใช้กุญแจปากตายที่ถูกขนาด
11.4 ให้ขันสลักเกลียวให้แน่นโดยมีเกลียวโผล่จากสลักเกลียวไม่น้อยกว่า 3 เกลียว หลังจากนั นให้ทุบ ปลายเกลียวเพื่อป้องกันมิให้สลักเกลียวคลายตัว - การต่อ และประกอบในสนาม
12.1 ให้ปฏิบัติตามที่ระบุในแบบขยายและค้าแนะน้าในการยกติดตั งโดยเคร่งครัด
12.2 ค่าผิดพลาดที่ยอมให้ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
12.3 จะต้องท้านั่งร้าน ค ้ายัน ยึดโยง ฯลฯ ให้พอเพียง เพื่อยึดโครงสร้างให้แน่นหนาอยู่ในแนว และ ต้าแหน่งที่ต้องการเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานจนกว่างานประกอบจะเสร็จเรียบร้อยและ แข็งแรงดีแล้ว
12.4 หมุด (Rivet) ให้ใช้ส้าหรับยึดชิ นส่วนต่าง ๆ เข้าหากันโดยไม่ให้เหล็ก (โลหะ) เกิดการบิดเบี ยว ช้ารุดเท่านั น
12.5 ห้ามใช้วิธีตัดด้วยแก๊สเป็นอันขาด นอกจากจะได้รับอนุมัติจากวิศวกร
12.6 สลักเกลียวยึด และสมอให้ติดตั งโดยใช้แบบน้าเท่านั น
12.7 แผ่นรอง (Base Plate)
12.7.1 ใช้ตามที่ก้าหนดในแบบขยาย
ให้รองรับ และปรับแนวด้วยลิ่มเหล็ก
12.7.2 หลังจากได้ยกติดตั งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้อัดมอร์ต้าชนิดที่ไม่หดตัว (Non-Shrink Mortar) ใต้แผ่นรองให้แน่นแล้วตัดขอบลิ่มให้เสมอกับขอบแผ่นรอง โดยทิ งส่วนที่เหลือ ไว้ในที่
12.7.3 ในกรณีที่ใช้Anchor Bolt จะต้องฝัง Anchor Bolt ให้ได้ต้าแหน่งและความสูงที่ถูกต้อง และระวังไม่ให้หัวเกลียวบิด งอ เสียรูป หรือขึ นสนิม และถ้าไม่มีการระบุในแบบให้ยึดขัน กับแผ่นรองโดยใช้Double Nuts - การป้องกันเหล็กมิให้ผุกร่อน
13.1 เกณฑ์ก้าหนดทั่วไป
งานนี หมายรวมถึงการทาสีและการป้องกันการผุกร่อนของงานเหล็กให้ตรงตามบทก้าหนดและ แบบ และให้เป็นไปตามข้อก้าหนดของสัญญานี ทุกประการ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
13.2 ระบบสีทาโครงสร้างเหล็ก
13.2.1 ระบบที่ 1 อายุการใช้งาน 3-5 ปีDURABILITY C3 (ISO 12944-2)
(ก) การเตรียมผิว ใช้เครื่องขัดท้าความสะอาดระดับ st 2 (ISO 8501-1:1988)
(ข) ชั น รองพื น ALKYD PRIMER WITH ZINC PHOSPHATE ค วามหน าฟิ ล์มแห้ง 2 ชั น ๆ ละ 35 ไมครอน เช่น PILOT PRIMER / JOTUN, LZ1 PRIMER NP / CHUGOKU, INTERPRIME 312 / INTERNATIONAL / NIPPON ZINC PHOSPHATE PRIMER
(ค) ชั นทับหน้า ALKYD TOPCOAT ความหนาฟิล์มแห้ง 2 ชั น ๆ ละ 35 ไมครอน เช่น PILOT II / JOTUN, EVAMARINE EXTERIOR / CHUGOKU, INTERLAC 665 / INTERNATIONAL / NIPPON BODELAC SERIES
13.2.2 ระบบที่ 2 อายุการใช้งาน 5-15 ปีDURABILITY C3 (ISO 12944-2) (ก) การเตรียมผิว พ่นทรายความสะอาดระดับ Sa 2.5 (ISO 8501-1:1988)
(ข) ชั น ร องพื น EPOXY MASTIC ค ว า ม ห น าฟิ ล์ ม แ ห้ง 150 ไม ค ร อ น เช่ น JOTAMASTIC 87 Alu / JOTUN, UNIVAN HS / CHUGOKU, INTERSEAL 670 HS / INTERNATIONAL / HI-PON 20-04 STE 80
(ค) ชั นทับหน้า (งานภายนอกอาคาร) ALIPHATIC POLYURETHANE ความหนาฟิล์ม แ ห้ ง 50 ไ ม ค ร อ น เช่ น HARDTOP XP / JOTUN, UNY MARINE HS / CHUGOKU, INTERTHANE 990 / INTERNATIONAL / HI-PON 50-01 POLYURETHANE TOP COAT
(ง) ชั นทับหน้า (งานภายในอาคาร) EPOXY POLYAMIDE TOPCOAT ความหนาฟิล์ม แ ห้ ง 50 ไม ค ร อ น เช่ น PENGUARD FC / JOTUN, EPICON FINISH / CHUGOKU, INTERGARD345 / INTERNATIONAL / HI-PON 40-04 EPOXY TOP COAT
13.2.3 ระบบที่ 3 อายุการใช้งาน >15 ปี DURABILITY C3 (ISO12944-2)
(ก) การเตรียมผิว พ่นทรายความสะอาดระดับ Sa 2.5 (ISO8501-1 : 1988)
(ข) ชั นรองพื น เช่น JOTAMASTIC 87 Alu / JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 200 ไมครอน , EPOXY ZINC RICH PRIMER EPICON ZINC HB-2 / CHUGOKU ความหน า ฟิล์มแห้ง 60 ไมครอน, INTERSEAL 670 HS / INTERNATIONAL ความหนาฟิล์ม แห้ง 150 ไมครอน / HI-PON 20-04 STE 80 ความหนาฟิล์มแห้ง 120 ไมครอน
(ค) ชั นทับหน้า (งานภายนอกอาคาร) ALIPHATIC POLYURETHANE เช่น HARDTOP XP / JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน, UNY MARINE HS / CHUGOHU
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ความหนาฟิล์มแห้ง 60 ไมครอน, INTERTHANE 990 / INTERNATIONAL ความ หนาฟิล์มแห้ง 50 ไมครอน / HI-PON 50-01 POLYURETHANE TOP COAT ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
(ง) ชั นทับหน้า (งานภายในอาคาร) EPOXY PLYAMIDE TOPCOAT เช่น PENGUARD FC / JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน , EPICON FINISH/CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 60 ไมครอน, INTERGARD 740 / INTERNATIONAL ความ หนาฟิล์มแห้ง 50 ไมครอน / HI-PON 40-04 EPOXY TOP COAT ความหนาฟิล์ม แห้ง 80 ไมครอน
13.2.4 ระบบที่ 4 อายุการใช้งาน >15 ปีDURABILITY C4 (ISO 12944-2) (ก) การเตรียมผิว พ่นทรายความสะอาดระดับ Sa 2.5 (ISO 8501-1:1988) (ข) ชั นรองพื น เช่น PENGUARD PRIMER SEA / JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 50
ไมค รอน , EPOXY ZINC RICH POLYAMIDE PRIMER EPICON ZINE HB-2 / CHUGOKU ค ว า ม ห น า ฟิ ล์ ม แ ห้ ง 7 5 ไ ม ค ร อ น INTERGARD 251 / INTERNATIONAL ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน / HI-PON 20-04 STE 80 ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
(ค) ชั นกลาง EPOXY POLYAMIDE เช่น PENGUARD EXPRESS / JOTUN ความหนา ฟิล์มแห้ง 150 ไมครอน, EPICON F HS / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 125 ไมครอน, INTERGARD 475HS / INTERNATIONAL ความหนาฟิล์มแห้ง 150 ไมครอน / HI-PON 20-04 STE 80 ความหนาฟิล์มแห้ง 120 ไมครอน
(ง) ชั นทับหน้า (งานภายอกอาคาร) ALIPHATIC POLYURETHANE เช่น HARDTOP XP / JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน, UNY MARINE HS / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน, INTERTHANE990 / INTERNATIONAL ความ หนาฟิล์มแห้ง 50 ไมครอน / HI-PON 50-01 POLYURETHANE TOP COAT ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
(จ) ชั น ทั บ ห น้ า (ง าน ภ า ย ใน อ า ค า ร ) EPOXY POLYAMIDE TOPCOAT เช่ น PENGUARD FC / JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน, EPICON FINISH / CHUGOKU ค ว า ม ห น า ฟิ ล์ ม แ ห้ ง 8 0 ไ ม ค ร อ น , INTERGARD 740 / INTERNATIONAL ความหนาฟิล์มแห้ง 50 ไมครอน / HI-PON 40-04 EPOXY TOP COAT ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
13.2.5 ระบบที่ 5 อายุการใช้งาน 3-5 ปีDURABILITY C5I (ISO 12944-5) ส้าหรับงาน ภายนอกอาคาร
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
(ก) การเตรียมผิวพ่นทรายความสะอาดระดับ Sa2.5 (ISO 12944-1 :1988) (ข) ชั นรองพื น EPOXY MASTIC เช่น JOTAMASTIC 87 Alu / JOTUN ความหนา ฟิล์มแห้ง 200 ไมครอน, UNIVAN HS / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 120 ไมครอน, INTERGARD 251 / INTERNATIONAL ความหนาฟิล์มแห้ง 60 ไมครอน / HI-PON 20-04 STE 80 ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
(ค) ชั นกลาง เช่น RAVAX FINISH / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 40 ไมครอน, INTERGARD 475HS / INTERNATIONAL ความหนาฟิล์มแห้ง 100 ไมครอน / HI-PON 20-04 STE 80 ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
(ง) ชั นทับหน้า เช่น HARDTOP XP/JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน, RAVAX FINISH / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 40 ไมครอน, INTERTHANE990 / INTERNATIONAL ค ว าม ห น าฟิ ล์ ม แ ห้ง 4 0 ไม ค ร อ น / HI-PON 50-0 1 POLYURETHANE TOP COAT ความหนาฟิล์มแห้ง 40 ไมครอน
13.2.6 ระบบที่ 6 อายุการใช้งาน 5-15 ปี DURABILITY C5I (ISO12944-5) ส้าหรับงาน ภายนอก
(ก) การเตรียมผิวพ่นทรายความสะอาดระดับ Sa 2.5 (ISO 12944-1 : 1988) (ข) ชั นรองพื น เช่น RESIST 78 / JOTUN ความหนาฟิล์มแห้ง 75 ไมครอน, EPOXY ZINC POLYAMIDE EPICON ZINC HB-2 / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 75 ไม ค รอน , INTERGARD 251 / INTERNATIONAL ค ว ามห น าฟิ ล์ม แห้ง 8 0 ไมครอน / ZINKY-12 INORGANIC ZINC RICH PRIMER 77 ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
(ค) ชั นกลาง EPOXY POLYAMIDE เช่น PENGUARD EXPRESS / JOTUN ความหนา ฟิล์มแห้ง 125 ไมครอน, EPICON F HS / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 160 ไมครอน, INTERGARD 475HS / INTERNATIONAL ความหนาฟิล์มแห้ง 100 ไมครอน / HI-PON 20-04 STE 80 ความหนาฟิล์มแห้ง 100 ไมครอน
(จ) ชั นทับหน้า ALIPHATIC POLYURETHANE เช่น HARDTOP XP / JOTUN ความ หนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน, UNY MARINE HS / CHUGOKU ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมค รอน , INTERTHANE 990 / INTERNATIONAL ค วามหน าฟิ ล์ม 50 ไมครอน / HI-PON 50-01 POLYURETHANE TOP COAT ความหนาฟิล์มแห้ง 80 ไมครอน
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 7/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย - การป้องกันไฟ
ชิ นส่วนเหล็กรูปพรรณซึ่งถูกก้าหนดให้มีการป้องกันไฟตามแบบนั น ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎกระทรวง ก้าหนดการออกแบบโครงสร้างอาคารและลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๖๖”
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 8/8 งานเหล็กรูปพรรณ
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
หมวด 10 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
ถนน
- การขุดดินเพื่อการสร้างถนน
ผู้รับจ้างจะต้องท้าการขุดดินแต่งพื นในเขตถนน เพื่อให้ได้แนวทางและระดับตามก้าหนดในแบบและท้า การเคลื่อนย้ายวัสดุต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์จากบริเวณก่อสร้าง โดยจะต้องด้าเนินการตามรายละเอียด ดังต่อไปนี
1.1 วัสดุต่าง ๆ ที่ขุดออกและอยู่ในเกณฑ์ที่จะใช้ในงานต่อไปได้ให้น้าไปกองไว้ณ ที่ ๆ ก้าหนดให้ หรือบริเวณที่จะท้าการถมดิน
1.2 การขุดดินจะต้องให้ได้รูปร่างตามรูปตัดและได้แนวทางตามก้าหนดในแบบถนน 1.3 ในระหว่างการด้าเนินงานการขุดดินพื นชั นล่าง (Subgrade) ของถนน ต้องตกแต่งลาดให้อยู่ใน ลักษณะที่ระบายน ้าได้ตลอดเวลา หรืออาจขุดเป็นรางน ้าหรือร่องน ้าก็ได้
1.4 การขุดดินจะต้องอยู่ในเขตซึ่งก้าหนดในแบบ ห้ามขุดเกินกว่าที่ก้าหนดนอกจากจะได้รับอนุญาต จากวิศวกรและการตกแต่งลาดต้องด้าเนินการให้ได้รูปร่างตามรูปตัด
1.5 เมื่อขุดดินถึงระดับที่ก้าหนดให้ในแบบแล้วปรากฏว่าดินชั นนั น ๆ ไม่เหมาะสมหรือไม่มีเสถียรภาพ เพียงพอที่จะเป็นพื นชั นล่าง (Subgrade) ของถนน ให้ขุดออกไม่น้อยกว่า 50 ซม. และน้าวัสดุที่ เหมาะสมมาใส่แทน
1.6 เมื่อขุดดินถึงระดับที่ก้าหนดให้แล้ว จึงจะด้าเนินการตกแต่งและสร้างพื นชั นล่างของถนนต่อไปได้ - การถมดินเพื่อสร้างถนน
ผู้รับจ้างจะต้องท้าการถมดินซึ่งใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติตามก้าหนด บดอัดแน่นให้ได้ระดับแนวทางที่ก้าหนด ไว้ในแบบโดยด้าเนินการดังต่อไปนี
2.1 ในบริเวณที่ท้าการถมดินจะต้องได้รับการตรวจสอบจากวิศวกรเสียก่อนว่าได้ท้าการตระเตรียมไว้ อย่างเรียบร้อยแล้วหรือไม่ในเรื่องการปรับพื น
2.2 ในกรณีที่จะท้าการถมบนถนนเดิมจะต้องขุดผิวถนนเดิมนั นออกย่อยเป็นก้อนเล็กเพื่อให้มีการยึด เหนี่ยวระหว่างวัสดุเดิมและวัสดุใหม่
2.3 วัสดุที่ใช้ถมจะต้องเป็นวัสดุที่เหมาะสมจากบริเวณที่ก่อสร้างหรือจากบริเวณอื่นที่ได้รับการอนุมัติ จากวิศวกร ตามหลักเกณฑ์เปอร์เซ็นต์มากที่สุดของวัสดุผ่านตะแกรงเบอร์200 ได้20 เปอร์เซ็นต์ และวัสดุต้องปราศจากวัชพืช เศษขยะ หิน อิฐ กรวด หรือสารเคมีเจือปน
2.4 การถมดินจะต้องเกลี่ยเป็นชั น ๆ ให้กว้างเต็มบริเวณที่จะท้าการถมแต่ละชั นหนาไม่เกิน 15 ซม. (ความหนาหลวมตัวก่อนบดอัด) นอกจากในกรณีที่ถมในคลองเดิมให้ถมเป็นชั น ๆ แต่ละชั นหนา เพียงให้พยุงเครื่องมือที่ใช้บดอัดได้และบดอัดแน่นตามเกณฑ์ที่ก้าหนดทีละชั น แล้วจึงเกลี่ยใส่ วัสดุและบดอัดชั นต่อ ๆ ไปได้ทั งนี วิศวกรอาจจะอนุญาตให้ท้าการถมบดอัดดินแต่ละชั นหนา
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 1/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
กว่าก้าหนดดังกล่าวได้หากผู้รับจ้างใช้เครื่องบดอัดที่มีCompactive Effort สูงกว่าปกติโดยให้ วินิจฉัยด้วยการทดสอบเป็นหลักการ
2.5 การถมดินแต่ละชั น จะต้องแต่งลาดให้อยู่ในลักษณะที่จะระบายน ้าได้ตลอดเวลา 2.6 แต่ละชั นของดินถมจะต้องบดอัดให้มีความแน่น และควบคุมความชุ่มชื นให้สม่้าเสมอกันด้วย เครื่องมือกลที่วิศวกรเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทของดินนั น ๆ ในระหว่างการบดอัดดินจะต้องมี ความชื นใกล้เคียงกับผล
ทดลองการบดอัดดินในห้องปฏิบัติการทดลอง ดินถมแต่ละชั นต้องบดอัดให้แน่นได้ความแน่นของ ดินในสนามไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ตามมาตรฐานหรือตามที่ก้าหนดไว้ในแบบ
2.7 ในบริเวณซึ่งรถบดไม่สามารถเข้าท้าการบดอัดได้ให้ถมดินบดอัดด้วยเครื่องกระทุ้งเป็นชั น ๆ แต่ ละชั นหนาไม่เกิน 10 ซม. (ความหนาหลวมตัวก่อนบดอัด) และจะต้องบดอัดให้ได้ความแน่น สัมพัทธ์ของดินในสนามไม่ต่้ากว่าที่ก้าหนดในข้อ 2.6
2.8 ในการถมดิน และ บดอัด ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในข้อเสียหายต่าง ๆ อันเกิดจากการใช้ เครื่องมือในการขนย้าย เกลี่ยใส่วัตถุและเครื่องมือบดอัด ต่อทรัพย์สินต่าง ๆ ในบริเวณที่ท้าการ ก่อสร้างและบริเวณใกล้เคียง
2.9 เมื่อถมดินพื นชั นล่างของถนน (Subgrade) จะต้องตกแต่งให้ได้รูปร่างลักษณะโค้งลาดตามที่ ก้าหนดในแบบ ยอมให้มีการคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 1 ซม.
2.10 ในการทดสอบ ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดเตรียมแรงงาน อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้และอื่น ๆ ที่ใช้ในการ ทดสอบความแน่นสัมพัทธ์1 จุดต่อพื นที่ 300 ตารางเมตร หรือ 1 จุดต่อระยะ 50 เมตร ตาม ความยาวของถนน โดยถือจ้านวนจุดซึ่งจะต้องทดสอบที่ให้ค่ามากกว่าเป็นเกณฑ์การบดอัดแต่ละ ชั น ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ความแน่นสัมพัทธ์ตามที่ก้าหนดไว้ผู้รับจ้างจะต้องท้าการบดอัด จนกระทั่งได้ความแน่นสัมพัทธ์ตามที่ได้ก้าหนดไว้ในแบบหรือตามข้อก้าหนดนี
3. การสร้างชั นพื นฐานของถนน
ผู้รับจ้างจะต้องสร้างชั นพื นฐาน (Base Course) และ ชั นรองพื นฐาน (Subbase Course) ของถนน คอนกรีต ที่จอดรถ ถนนแอสฟัลต์ผสมร้อน คันหิน และอื่น ๆ ตามที่ก้าหนดในแบบบนพื นชั นล่างของ ถนน (Subgrade) ที่ได้เตรียมไว้แล้ว โดยด้าเนินการดังต่อไปนี
3.1 ก่อนที่จะลงมือท้าการสร้างชั นรองพื นฐานของถนนพื นชั นล่างที่ได้เตรียมไว้แล้ว จะต้องได้รับการ ตรวจว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อย โดยได้บดอัดแน่นด้วยวัสดุที่ก้าหนดให้ได้ระดับแนวทางตามก้าหนด ในแบบและรายการมาตรฐานว่าด้วยงานดิน และได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรก่อน
3.2 วัสดุที่ใช้เป็นชั นพื นฐานและรองพื นฐานของถนนจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี คือ 3.2.1 ปราศจากอินทรีย์วัตถุ เช่น ใบไม้รากไม้หญ้า ขยะ และสิ่งปฏิกูลอื่น
3.2.2 จะต้องมีจุดเหลวตัว (Liquid Limit) ไม่เกิน 25% ดัชนีของความเหนียว (Plasticity Index) ไม่เกิน 6%
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 2/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
3.2.3 จะต้องมีค่าความต้านทานรับน ้าหนัก โดยมีค่า CBR ไม่ต่้ากว่าที่ก้าหนดไว้ในแบบ 3.2.4 จะต้องเป็นวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุผสมที่ส่วนคละของขนาดเมล็ดดังนี คือ
ขนาดตะแกรงร่อน
% ของขนาดเมล็ดที่ผ่านตะแกรงขนาดต่าง ๆ
A
B
C
D
2”
1”
3/8”
No. 4
No. 10
No. 40
No. 200
100
30-65
25-55
15-40
8-20
2-8
100
75-95
40-75
30-60
20-45
15-30
5-20
-
100
50-85
35-65
25-50
15-30
5-15
-
100
60-100
50-85
40-70
25-40
5-20
3.3 วัสดุที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นชั นพื นฐาน และรองพื นฐานของถนนจะต้องน้ามาเทบนพื นชั นล่างซึ่ง เตรียมไว้แล้วเกลี่ยเป็นชั น ๆ ตามความหนาที่แสดงไว้ในแบบ การเกลี่ยต้องเกลี่ยเป็นแนวและเป็น ชั นสม่้าเสมอกัน แต่ละชั นต้องหนาไม่เกิน 15 ซม. และบดอัดให้แน่นตามก้าหนดทีละชั นให้ เรียบร้อยก่อน จึงเกลี่ยวัสดุและบดอัดชั นต่อๆ ไปตามล้าดับ
3.4 ให้บดอัดชั นพื นฐาน และรองพื นฐานของถนนซึ่งเกลี่ยใส่ไว้เรียบร้อย และบดอัดแต่ละชั นด้วย เครื่องมือกลที่เหมาะสมและได้รับความเห็นชอบจากวิศวกร ถ้าใช้รถบดจะต้องวิ่งด้วยอัตราไม่เกิน 10 ก.ม. ต่อชั่วโมง ในระหว่างการบดอัดจะต้องมีความชื นถูกต้องตามที่ก้าหนดให้จากผลการ ทดลองการบดอัดดินด้วยวิธีการมาตรฐานในห้องปฏิบัติการทดลอง ดินชั นพื นฐานและรองพื นฐาน ของถนนแต่ละชั นต้องบดอัดแน่นให้มีความแน่นสัมพัทธ์ไม่ต่้ากว่าที่ก้าหนดไว้ในแบบ
3.5 ในบริเวณซึ่งรถบดไม่สามารถเข้าบดอัดได้ให้เกลี่ยใส่วัสดุชั นพื นฐานและรองพื นของถนนและบด อัดเป็นชั น ๆ แต่ละชั นหนาไม่เกิน 10 ซม.และจะต้องได้ความแน่นสัมพัทธ์ไม่ต่้ากว่าที่ก้าหนดไว้ ในแบบ
3.6 ในระหว่างการเกลี่ยใส่วัสดุและบดอัดชั นรองพื นฐานของถนนแต่ละชั นดังกล่าวแล้วอาจมีอุปสรรค เกิดขึ นและท้าให้งานชะงักเป็นการชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องแต่งดินเป็นลาด เพื่อจัดเตรียมไว้ให้ สะดวกต่อการระบายน ้าอยู่ตลอดเวลา
3.7 ผิวหน้าของพื นฐานของถนน จะต้องได้รับการตกแต่งให้มีรูปลักษณะตามที่ปรากฎในแบบด้วยรถ บดล้อเรียบ (Smooth - Steel Roller) ขนาด 8-10 ตัน ในแนวยาวของถนน ผิวหน้าต้องได้ ระดับลาดโค้งตามที่ก้าหนดตลอด โดยอนุโลมให้ผิดได้ไม่เกิน 1 ซม.
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 3/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
3.8 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมการสร้างชั นพื นฐานของถนนให้แล้วเสร็จเป็นการล่วงหน้า มีความยาว พอควรก่อนที่จะสร้างผิวถนน ซึ่งวิศวกรอาจสั่งให้หยุดงานได้ถ้าเห็นว่าผู้รับจ้างมิได้เตรียมการไว้ เป็นการล่วงหน้าดังกล่าวแล้ว
3.9 ในการทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมแรงงาน อุปกรณ์เครื่องใช้และอื่น ๆ ที่ใช้ในการ ทดสอบที่วิศวกรเห็นว่าจ้าเป็น และการทดสอบความแน่นสัมพัทธ์1 จุด ต่อ 300 ตาราง-เมตร หรือ 1 จุดต่อระยะ 50 เมตร ของความยาวถนน โดยถือจ้านวนจุดซึ่งจะต้องทดสอบที่ให้ค่า มากกว่าเป็นเกณฑ์ของการบดอัดแต่ละชั น ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ความแน่นสัมพัทธ์ตามที่ ก้าหนดไว้ผู้รับจ้างจะต้องท้าการบดอัดจนกระทั่งได้ความแน่นสัมพัทธ์ตามที่ได้ก้าหนดไว้ในแบบ
3.10 Prime Coat ส้าหรับพื นฐานถนนแอสฟัลต์เมื่อท้าการบดอัดและตรวจสอบความแน่น ความ เรียบร้อย ความสม่้าเสมอ และระดับลาดโค้ง ได้ตามแบบแล้วต้องท้าความสะอาดโดยการกวาด หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม ถ้าหากวิศวกรเห็นเป็นความจ้าเป็นอาจจะให้พรมน ้าบาง ๆ บนผิวหน้า ก่อนที่จะท้าการพ่นยางได้การพ่นยางให้ใช้Medium Curing Cut Back Asphalt Type MC-1
อัตราระหว่าง 0.50 ถึง 1.5 ลิตรต่อตารางเมตร และที่อุณหภูมิระหว่าง 135°F ถึง 160°F (57°C ถึง 71°C) หรือวิศวกรอาจเปลี่ยนแปลงเกรดของยางตามความหยาบของผิวพื นบน พื นฐานที่สะอาดด้วยเครื่องพ่นที่เหมาะสมโดยสม่้าเสมอภายใต้ความดันที่ต้องการ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาเครื่องมือที่จ้าเป็นในการวัดอุณหภูมิของยางทั งในเตาและในรถต้มยาง
การหาอัตราของยางที่ใช้เครื่องพ่น จะต้องผ่านการเห็นชอบของวิศวกรเสียก่อน หลังจากการพ่น ยางครั งแรกแล้ว หากปรากฏว่าปริมาณยางที่พ่นมายังมีข้อผิดพลาดจะต้องแก้ไขเครื่องพ่นยางให้ เรียบร้อยเสียก่อน จึงด้าเนินการต่อไปได้ถ้าไม่มีทางส้ารองส้าหรับการจราจรให้ลาดยางทีละครึ่ง ของความกว้างของถนนตามที่วิศวกรก้าหนดให้เมื่อพ่นยางแล้วจะต้องทิ งไว้ให้ยางบ่มตัวไม่น้อย กว่าก้าหนดของประเภทยางนั นหรือจนกว่าจะแห้ง และในระหว่างบ่มต้องคอยระวังรักษาตลอด แนวที่พ่นยางไว้ห้ามรถผ่านด้วย ในกรณีที่จ้าเป็นให้รถผ่านให้ใช้ทรายสะอาดลาดทับหน้าก่อน
4. การสร้างผิวถนนคอนกรีต และลานจอดรถ
ผิวถนน หมายถึง ส่วนที่ถัดจากชั นรองพื นฐานขึ นมาของถนนคอนกรีต ลานจอดรถ และคันหิน 4.1 วัสดุ
คอนกรีตและเหล็กเสริมจะต้องเป็นไปตาม หมวดงานคอนกรีต และหมวดเหล็กเสริม การก่อสร้าง งานคอนกรีตเสริมเหล็กก้าลังต้านทานแรงอัดคอนกรีตจะต้องเป็นไปตามที่ก้าหนดไว้ในแบบ 4.2 การก่อสร้าง
4.2.1 ชั นรองพื นฐานซึ่งมีความหนา การบดอัด และคุณภาพวัสดุถูกต้องตามแบบและข้อก้าหนด นี โดยมีความลาด ความโค้ง ระดับถูกต้องตามแบบ ถ้าทิ งไว้นานหรือฝนตก หรือเปิดให้รถ วิ่งผ่านจะต้องแต่งและบดอัดก่อนเทคอนกรีตให้เรียบได้ระดับตามแบบอีกครั ง
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 4/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
4.2.2 Formwork ให้ใช้Formwork ท้าด้วยเหล็กหรือแบบไม้ที่หนาไม่น้อยกว่า 1/4″ และได้รับ การเสริมให้แข็งแรง ไม่คดงอ ก่อนน้าเข้าที่จะต้องขูดผิวหน้าแบบให้สะอาดทาน ้ามันแล้ว ยึดตรึงเข้าที่มิให้ขยับเขยื อนได้ง่าย ระดับผิวบนของแบบจะผิดได้ไม่เกิน 0.5 ซม. ในระยะ 10 เมตร ส่วนแนวด้านข้างจะคดงอได้ไม่เกิน 1 ซม. ใน 6 เมตร
4.2.3 การเสริมเหล็ก เหล็กเสริมจะต้องได้ขนาดและระยะตามปรากฏในแบบแผงเหล็กเสริม จะต้องผูกแน่น มีเหล็กหรือก้อนคอนกรีตหนุนไว้ให้ถูกระดับที่ก้าหนดไว้ในแบบ เหล็กเส้น ริมสุด จะห่างจากขอบคอนกรีตหรือรอยต่อได้ไม่เกิน 7.5 ซม. และปลายทั งสองข้างของ เหล็กเสริมจะห่างจากขอบคอนกรีตหรือรอยต่อได้ไม่เกิน 5 ซม.
4.2.4 เหล็กเดือยระหว่างแผ่น (Dowel Bars หรือ Tie Bars) จะต้องยึดให้มั่นคงมิให้เคลื่อนที่ได้ ในขณะเทคอนกรีต มีระดับแนวและต้าแหน่งถูกต้องตามก้าหนดในแบบถ้าหากว่าในแบบ ระบุให้ทาแอสฟัลต์หรือวัสดุอย่างอื่นที่ป้องกันมิให้คอนกรีตจับผิวเหล็กก็ต้องทาให้ทั่วอย่าง บางที่สุด เหล็ก Tie Bars ที่เชื่อมระหว่างแผงเมื่อเทคอนกรีตแล้วห้ามถอดออกโดย เด็ดขาด
4.2.5 ก่อนการเทคอนกรีต ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้วิศวกรทราบล่วงหน้าเสียก่อนเพื่อที่จะได้ตรวจ Formwork เหล็กเสริมและเครื่องอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการเทคอนกรีตว่าอยู่ในสภาพ เรียบร้อยและสามารถใช้งานได้ดีการเทคอนกรีตควรเทให้เสร็จแผงหนึ่ง ๆ ภายใน 15 นาทีการเกลี่ยการกระทุ้ง แต่งผิวหน้าคอนกรีตให้กระท้าด้วยเครื่องมือกลและวิศวกร อาจจะให้ใช้บรรทัดไม้หรือเหล็กซึ่งมีเครื่องสั่นสะเทือนจังหวะไม่น้อยกว่า 3,000 ครั งต่อ นาทีในการปาดหน้าคอนกรีตก็ได้ทั งนี ขึ นอยู่กับความเหมาะสมของงาน
4.2.6 การแต่งผิวหน้าคอนกรีต เมื่อเทคอนกรีตได้ระดับแล้ว จะต้องแต่งให้เรียบร้อยอีกครั งเพื่อ ปาดเอาปูนทรายที่ติดผิวหน้าคอนกรีตออกและลบรอยคลื่นที่เกิดจากการเทคอนกรีตด้วย และเมื่อคอนกรีตเริ่มแข็งตัวแล้วจะต้องใช้ไม้กวาด (Broom) กวาดผิวคอนกรีต ไม้กวาดนี ต้องเป็นที่วิศวกรเห็นชอบให้ใช้แล้ว การกวาดให้กวาดจากริมหนึ่ง ไปยังอีกริมหนึ่งใน แนวตั งฉากกับศูนย์กลางของถนน การกวาดแต่ละครั งให้กวาดทับแนวรอยกวาดครั งก่อน ส่วนหนึ่งด้วย และจะต้องระมัดระวังมิให้รอยกวาดลึกกว่า 1/4 ซม. เพียงแต่ให้ผิวหยาบ เท่านั น ผิวคอนกรีตเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องไม่มีรูหรือโพรงขรุขระเป็นหลุมหรือเป็น ก้อนหรือมีกรวดหินหยาบโผล่อยู่ที่ผิว
4.2.7 การบ่มคอนกรีต คอนกรีตเมื่อได้รับการแต่งผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว 24 ชม. จะต้องได้รับการ บ่ม เพื่อให้มีความแข็งแรงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี (ก) ใช้กระสอบคลุมสลับกันเป็นสองชั น โดยให้เหลื่อมกันอย่างน้อย 15 ซม. แล้วรดน ้า ให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลา
(ข) ใช้ดินเหนียวกั นเป็นขอบโดยรอบ แล้วใช้น ้าแข็งขังให้เต็มผิวหน้าคอนกรีต (ค) ใช้ทรายเทคลุมผิวหน้าคอนกรีต แล้วรดน ้าให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลา
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 5/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
(ง) ใช้น ้ายาบ่มคอนกรีตตามกรรมวิธีที่ผู้ผลิตก้าหนดไว้แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบ จากวิศวกรเสียก่อน
4.2.8 การถอดแบบ แบบจะถอดได้เมื่อเทคอนกรีตเรียบร้อยแล้วไม่น้อยกว่า 24 ชม. และได้รับ ความเห็นชอบจากวิศวกรเสียก่อน การถอดแบบจะต้องท้าด้วยความระมัดระวังมิให้ส่วน หนึ่งส่วนใดของคอนกรีตช้ารุดเสียหาย ถ้าหากว่าการถอดแบบท้าให้เกิดการเสียหายขึ น ผู้รับจ้างจะต้องด้าเนินการแก้ไขให้ดีเหมือนเดิม ทั งนี ให้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกร
4.2.9 รอยต่อต่าง ๆ ต้องสร้างให้ได้รูปลักษณะ การเสริมเหล็ก Dowel Bars และ Tie Bars ถูกต้องตามแบบ การยาแนวต้องท้าด้วยความประณีต ใช้วัสดุตามที่ก้าหนดไว้ในแบบโดย จะต้องด้าเนินการ
(ก) รอยต่อจะต้องท้าให้แห้ง ปราศจากฝุ่นละออง สิ่งสกปรกและน ้ามันเสียก่อน
(ข) ในการยาแนวอาจจะต้องทารองพื นด้วย โดยใช้วัสดุที่เหมาะสมกับวัสดุที่ใช้ยาแล้ว ตามก้าหนดในแบบ และด้าเนินการตามกรรมวิธีของผู้ผลิต
(ค) วัสดุที่ใช้ยาแนวจะต้องต้มด้วยเครื่องต้มที่เหมาะสม สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตาม กรรมวิธีที่ผู้ผลิตก้าหนดไว้
(ง) อุณหภูมิของวัสดุยาแนวที่เทรอยต่อจะต้องอยู่ในระหว่าง 338 – 374 °F หรือตาม วิธีการใช้วัสดุนั นๆ
(จ) การตัดแนวรอยต่อด้วยเครื่องตัด (Joint Cutter) ให้ตัดเมื่อคอนกรีตมีอายุไม่น้อย กว่า 6 ชั่วโมง
5. ความต้องการอื่น ๆ
5.1 ความหนาของพื นถนนคอนกรีตที่หล่อเรียบร้อยแล้ว จะมีความหนาน้อยกว่าในแบบได้ไม่เกิน 0.5 ซม. แต่เมื่อถัวเฉลี่ยกันแล้วจาก 10 จุด จะต้องหนาไม่น้อยกว่าที่ก้าหนดไว้ในแบบ
5.2 การเปิดการจราจร การเปิดการจราจรของถนนคอนกรีต จะต้องเปิดหลังจากหล่อพื นถนนเสร็จ แล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 21 วัน ยกเว้นในกรณีพิเศษ ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกร เสียก่อน
5.3 ในกรณีที่ถนนคอนกรีตถูกสร้างอยู่ในที่แคบ หรือ ในบริเวณที่ไม่มีทางเหลือให้เดินได้ผู้รับจ้าง จะต้องปูแผ่นไม้เป็นทางเดินชั่วคราวให้บุคคลเดินได้สะดวก เพื่อป้องกันมิให้คอนกรีตที่ยังไม่ได้ อายุได้รับความกระทบกระเทือน
5.4 การเชื่อมต่อกับถนนเดิม เมื่อผู้รับจ้างสร้างพื นถนนคอนกรีตเสร็จแล้วจะต้องด้าเนินการปรับพื น ถนนใหม่กับถนนเดิมให้กลมกลืนกันโดยให้แอสฟัลต์ผสมรวมเสริมบนถนนเดิมบริเวณต่อเชื่อม ทั งนี ให้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกร
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 6/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
-
การสร้างผิวจราจรแบบแอสฟัลต์ผสมร้อน
6.1 วัสดุที่ใช้ในการสร้างผิวจราจรประกอบด้วย หินย่อย (Crushed Stone) และวัสดุแอสฟัลต์ (Bituminous Material) มีลักษณะขนาดและคุณภาพก้าหนดไว้ดังนี
6.1.1 หินย่อย ประกอบด้วยส่วนหยาบที่ค้างตะแกรงเบอร์4 และส่วนละเอียดที่ผ่านตะแกรง เบอร์200 คละกันอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะ
6.1.2 หินย่อยส่วนหยาบจะต้องสะอาด เหนียว ผิวหน้าขรุขระ ทนทาน และไม่มีชิ นส่วนที่แบน ยาว และผุมากเกินควร และ เปอร์เซ็นต์ความสึกหรอ (Percentage of wear) เมื่อ ทดลองด้วยวิธีLos Angeles Abrasion Test แล้วจะต้องไม่เกิน 40
6.1.3 หินย่อยส่วนที่หยาบจะต้องเป็นหินที่ได้จากการย่อยหินใหญ่ (Crushed Stone) หากจะใช้ กรวดจะต้องเป็นกรวดย่อย (Crushed Gravel) หรืออื่นใดที่ท้าการทดลองให้ใช้ได้แล้ว 6.1.4 หินย่อยส่วนที่ละเอียดต้องเป็นหินฝุ่น (Lime Stone Dust) หรือปูนซีเมนต์หรือปูนขาว (Hydrated Lime) ในกรณีที่ไม่สามารถหาหินส่วนละเอียดได้จะใช้ทรายก็ได้แต่ต้องท้า การทดลองให้ใช้ได้แล้ว
6.1.5 วั ส ดุ แ อ ส ฟั ล ต์ (Bituminous Material) ให้ ใช้ แ อ ส ฟั ล ต์ ซี เม น ต์ (AC) 80-100 Penetration และแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่จะใช้จะต้องได้มาจากการกลั่นน ้ามันปิโตรเลียม มี เนื อสม่้าเสมอไม่มีน ้าเจือปนและไม่เป็นฟอง เมื่อได้รับความร้อน ถึง 350 °F และต้องมี คุณสมบัติดังนีMin
Max
Penetration
Flash Point Cleaveland Open Cut, °F
Ductility at 77 °F 5 cm
Per minute, cm
Loss on heating, 325 °F, 5 hrs, % Solubility in Carbon Tetrachloride %
80
450
100
99.5
100
1.0
6.2 ส่วนผสมผิวทางนี ประกอบด้วยหินย่อยตามขนาดและชนิดของผิวและอัตราส่วนผสมของ แอสฟัลต์ดังต่อไปนี
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 7/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ขนาดตะแกรงร่อน
% ผ่านตะแกรง
Dense Grade
Coarse Grade
3/4”
1/2”
3/8”
4
8
30
50
100
200
100
80-100
70-90
50-70
35-50
18-29
13-23
8-16
4-10
100
75-100
60-85
35-55
20-35
10-22
6-16
4-12
2-8
จ้านวนแอสฟัลต์เป็น %
โดยน ้าหนัก
3.5-7.0
3.0-6.5
โดยชั น Levelling Course ให้ใช้Coarse Grade และชั น Wearing Course ให้ใช้ Dense Grade.
6.3 วิธีการผสม การผสม Bitumen Macadam นี ใช้วิธีผสมแอสฟัลต์กับหินแล้วจึงน้าไปลาดบน พื นทางที่Prime ไว้แล้ว การผสมให้ใช้ Hot-Mixed Plant.
6.4 อุณหภูมิของวัสดุในการผสม
อุณหภูมิของวัสดุที่ใช้ในการผสมให้เป็นดังนี คือ
แอสฟัลต์ซีเมนต์ 300 °F + 15 °F
อุณหภูมิของหินย่อย 325 °F + 15 °F
6.5 คุณสมบัติของแอสฟัลต์ผสมหลังจากผสมเสร็จแล้ว ต้องมีคุณสมบัติดังนี คือ เมื่อทดสอบด้วยวิธีการของมาแชลล์ที่อุณหภูมิ140 °F และอัดด้วย Rammer มาตรฐานข้าง ละ 75 ครั ง จะต้องมีค่า Stability ไม่ต่้ากว่า 750 ปอนด์ ค่า Flow อยู่ระหว่าง (8-16)x 10- 2 นิ ว Void in Total Mixer 3-5% มีค่า Aggregate void Filled 75-85%
การทดสอบ เพื่อให้ส่วนผสมมีคุณภาพดีและใช้ปริมาณแอสฟัลต์ได้ถูกต้องวิศวกรจะให้ผู้รับจ้างส่ง วัสดุต่างๆ ไปท้าการทดสอบเสียก่อนที่จะอนุญาตให้ใช้งานได้
6.6 การก่อสร้าง
6.6.1 สภาพอากาศ การจะลาดแอสฟัลต์ผสมร้อนจะต้องลาดในขณะที่ผิวพื นฐานที่ท้า Prime Coat ไว้แล้ว และ อยู่ในสภาพเรียบร้อย แห้งสนิท อากาศจะต้องแจ่มใสไม่มีฝนตกหรือมี หมอก
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 8/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า
โครงการอาคารศูนย์ความเป็นความเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงพร้อมระบบสาธารณูปการ ต้าบลท่าสุด อ้าเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
6.6.2 รถบรรทุก รถส้าหรับบรรทุกแอสฟัลต์ผสมร้อนจะต้องมั่นคง สะอาดและผิวภายในกะบะ เป็นโลหะเรียบ และ ผิวภายในกะบะต้องพ่นบาง ๆ ด้วยน ้าสบู่ หรือ น ้ามันโซล่าเพื่อ ป้องกันแอสฟัลต์ผสมร้อนติดกับพื นรถกะบะแต่ละคันเมื่อบรรทุกแอสฟัลต์ผสมร้อนต้อง คลุมด้วยผ้าใบกั นการสูญเสียความร้อน หรือถูกน ้าฝน รถทุกคันจะต้องสามารถรักษา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ผสมตามที่ต้องการขณะใช้งานได้
6.6.3 เครื่องปูและเครื่องแต่ง เครื่องมือส้าหรับปูลาด และ แต่งจะต้องขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ สามารถปูลาด และแต่งให้ได้ระดับความหนา ความลาด ความโค้ง และความกว้างตามที่ ต้องการได้และ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรก่อน
6.6.4 การปูลาดและการแต่ง เมื่อได้ขนแอสฟัลต์ผสมร้อนมาถึงสถานที่ก่อสร้าง แล้วให้ปูลาดด้วย เครื่อง Spreader และ Finisher ปรับให้ได้ระดับ ความหนา ความลาด ความโค้ง ตามรูป ตัดในแบบในสถานที่ที่ไม่สามารถใช้เครื่อง Spreader and Finisher ได้ให้ใช้คนสาด เกลี่ยปรับแต่งระดับความหนา ความลาด ความโค้ง ตามรูปตัดในแบบ
6.6.5 การบดอัด ให้กระท้าเป็น 2 ชั น คือ ชั น Leveling Course และ Wearing Course ภายหลังจากเครื่องปูได้ลงวัสดุเป็นผิวทางแล้วให้ท้าการบดอัดครั งแรกด้วยรถบดล้อเรียบที่ มีน ้าหนัก 8-10 ตัน อุณหภูมิของแอสฟัลต์ผสมร้อนขณะที่เริ่มท้าการบดอัดนี จะต้องไม่ต่้า กว่า 250 °F หลังจากนั นให้บดอัดตามด้วยรถบดอัดยางขนาด 10-12 ตัน อุณหภูมิขณะ บดอัดด้วยรถบดล้อยางนี ต้องอยู่ระหว่าง 170 °F + 15 °F เมื่อรถบดล้อยางได้บดอัด จนได้ที่แล้ว ให้ใช้รถบดล้อเรียบบดอัดเป็นครั งสุดท้าย เพื่อลบรอยล้อของรถบดล้อยางอีก ครั งหนึ่ง อุณหภูมิขณะท้าการบดอัดครั งสุดท้ายควรอยู่ระหว่าง 140 °F + 15 °F การ บดอัดทุกขั นตอนให้กระท้าจากริมเลื่อนเข้าหาศูนย์กลางและให้รถบดวิ่งทับแนวเดิม ประมาณครึ่งหนึ่ง
6.6.6 ความแน่นของแอสฟัลต์ผสมร้อน หลังจากการบดอัดแล้วจะต้องไม่น้อยกว่า 98% ของ Marshall Density ของตัวอย่างที่ได้จาก Plant
6.6.7 การตรวจสอบการบดอัด เมื่อบดอัดเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ท้าการทดสอบความแน่นของ แอสฟัลต์ผสมร้อนให้ได้ตามที่ก้าหนดไว้ถ้าหากความแน่นไม่ได้ตามที่ก้าหนด ให้แก้ไข จนกว่าจะได้ตามก้าหนด ถ้าหากไม่สามารถจะท้าให้แน่นตามก้าหนดได้ให้รื อออกท้าใหม่
ทางเท้า
7. วัสดุ
7.1 วัสดุรองพื นทางเท้าจะต้องเป็นทราย หรือหินฝุ่น หรือ Porous Materials อื่น ๆ โดยมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุด ไม่เกิน 1 ซม. และได้รับการอนุมัติจากวิศวกร
7.2 คอนกรีต จะต้องมีก้าลังต้านทานแรงอัดคอนกรีตตามที่ระบุในแบบ วัสดุส่วนผสมคอนกรีตและ การก่อสร้างจะต้องเป็นไปตาม หมวดที่ 4 คอนกรีต
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง 9/12 ถนน ทางเท้า ระบายน ้า