ประกวดราคาจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV , 22 kV และตรวจสอบบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง
โครงการนี้เป็นการจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV พร้อมตรวจสอบบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีพื้นที่กว่า 6,300 ไร่ มีสถานีไฟฟ้าแรงดัน 115 kV จำนวน 1 สถานี และระดับ 22 kV จำนวน 7 สถานี มี RMU มากกว่า 10 แห่ง หม้อแปลงไฟฟ้ามากกว่า 200 เครื่อง และสายไฟฟ้ากว่า 90% เป็นระบบใต้ดิน
วัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือและผู้เช่าพื้นที่ สร้างความปลอดภัยในการใช้งานระบบไฟฟ้า และลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน
ขอบเขตงานประกอบด้วย: การควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูง การจดบันทึกและวิเคราะห์การใช้ไฟฟ้ารายวัน/รายเดือน การตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงปีละ 2 ครั้ง (GCB, CT/VT, หม้อแปลง 50 MVA, Relay, RMU, Switchgear ฯลฯ) การแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน และการจัดทำรายงานประจำเดือน
ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากร: วิศวกรไฟฟ้าสาขาไฟฟ้ากำลังระดับสามัญ/วุฒิ 1 คน (ประสบการณ์ 115 kV ไม่น้อยกว่า 2 ปี) วิศวกรภาคี 1 คน (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี) และช่างเทคนิคไฟฟ้าเข้าเวรตลอด 24 ชั่วโมง อย่างน้อยผลัดละ 2 คน
ระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน (1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2570) วงเงินงบประมาณ 8,632,200 บาท รวม VAT การจ่ายเงิน 12 งวดเท่าๆ กัน
English summary
The Port Authority of Thailand (PAT) seeks to procure services for high-voltage electricity control (115 kV and 22 kV systems) and preventive maintenance of 22 kV substations at Laem Chabang Port. The port covers over 6,300 rai across Phases 1 and 2, comprising 1 substation at 115 kV level, 7 substations at 22 kV level, more than 10 RMUs, over 200 transformers, and over 90% underground cable infrastructure.
Key objectives include ensuring stable power supply to terminal operators and tenants, maintaining safety in the electrical system, and reducing prolonged power outage complaints.
The scope encompasses: high-voltage power distribution control, daily/monthly electricity usage recording and analysis, biannual inspection and maintenance of high-voltage equipment (including GCB, CT/VT, 50 MVA transformers, protection relays, RMUs, switchgear), emergency problem resolution, and monthly reporting.
Required personnel: 1 senior/principal electrical engineer (minimum 2 years 115 kV substation experience), 1 associate engineer (minimum 1 year experience), and electrical technicians providing 24-hour shift coverage with minimum 2 persons per shift.
Contract duration is 12 months (October 1, 2026 – September 30, 2027) with a budget of THB 8,632,200 including VAT, paid in 12 equal installments.
ท่าเรือแหลมฉบัง (Laem Chabang Port)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อสร้างเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือและผู้เช่าพื้นที่
- เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานระบบไฟฟ้าของ ทลฉ.
- เพื่อลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องกระแสไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน เนื่องจากจำนวนพนักงานน้อย
ขอบเขตของงาน
การควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูง
- ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงของสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7)
- ปฏิบัติงานปลด-สับระบบไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าแรงสูงทุกสถานี
- แจ้งเตือนเมื่อมีความจำเป็นต้องปลด-สับระบบไฟฟ้าแรงดัน 115 kV จาก กฟภ. แหลมฉบัง
การจดบันทึกและวิเคราะห์
- รวบรวมบันทึกการใช้ไฟฟ้าของแต่ละสถานี (ค่าแรงดัน, ค่าความต้องการพลังงาน, ค่าตัวประกอบกำลัง) รายวัน
- จัดทำสถิติการใช้ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ขึ้นไปรายวัน
- วิเคราะห์ประเมินผลการใช้ไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบังและผู้ประกอบการรายเดือน
- ตรวจสอบความผิดปกติของค่าพลังงานไฟฟ้าและรายงานทันที
การตรวจสอบบำรุงรักษา (ปีละ 2 ครั้ง)
- ตรวจสอบ Gas Circuit Breaker (GCB) 115 kV
- ตรวจสอบ Current Transformer (CT) และ Voltage Transformer (VT) 115 kV
- ตรวจสอบ Disconnecting Switch และ Earth Switch
- ตรวจสอบ Lightning Arrester และ Surge Counter
- ตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า 115/22 kV ขนาด 50 MVA จำนวน 2 เครื่อง (DGA Test, Power Factor Test, Ratio Test ฯลฯ)
- ตรวจสอบ Control and Protection Relay ระบบ 115 kV และ 22 kV
- ตรวจสอบ Capacitor Bank 22 kV
- ตรวจสอบ Ring Main Unit (RMU)
- ตรวจสอบ Automatic Transfer Switch (ATS)
- ตรวจสอบ AC/DC Distribution Panel
- ตรวจสอบ 125 VDC Battery และ Battery Charger
- ตรวจสอบ Emergency Diesel Generator 400/230 VAC
- ตรวจสอบ Switchgear MERLIN MC SET, Load Break Switch, GIS Siemens/Schneider
การแก้ไขปัญหาและรายงาน
- แก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องฉุกเฉิน
- จัดทำประวัติอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าตลอดระยะเวลาสัญญา 12 เดือน จำนวน 2 ชุด
- จัดทำรายงานประจำเดือนพร้อมใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้า
- เสนอแนวทางการแก้ไข/ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บันทึกการใช้ไฟฟ้ารายวัน/รายเดือนของแต่ละสถานีไฟฟ้า
- สถิติการใช้ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ขึ้นไปรายวัน
- รายงานการวิเคราะห์ประเมินผลการใช้ไฟฟ้ารายเดือน
- ตารางกำหนดวันตรวจสอบและบำรุงรักษา (ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา)
- รายงานผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า จำนวน 2 ชุด ต่อครั้ง (ภายใน 3 สัปดาห์หลังตรวจสอบเสร็จ)
- เอกสารผลการสอบเทียบอุปกรณ์เครื่องมือวัดทางไฟฟ้า (แนบกับรายงานทั้ง 2 ชุด)
- ประวัติอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าตลอดระยะเวลาสัญญา 12 เดือน จำนวน 2 ชุด
- รายงานประจำเดือนพร้อมใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้า (ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป)
- แผนการทำงาน (ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา)
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% (ภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: 12 เดือน
- เริ่มต้น: 1 ตุลาคม 2569
- สิ้นสุด: 30 กันยายน 2570
- การตรวจสอบบำรุงรักษาครั้งที่ 1: 1 ตุลาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570
- การตรวจสอบบำรุงรักษาครั้งที่ 2: 1 เมษายน – 30 กันยายน 2570
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
-
Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- ลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่อาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
-
Standards Compliance: ไม่ระบุ
-
Experience:
- ต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังนี้:
- เป็นผู้รับเหมาขึ้นทะเบียนก่อสร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ประเภทงานไฟฟ้าชั้นที่ 1 หรือ 2
- หรือมีผลงานควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV มูลค่ารวม VAT ไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท (สัญญาฉบับเดียว) และมีผลงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง/หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังระบบ 115 kV มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท (สัญญาฉบับเดียว) โดยทั้ง 2 ผลงานต้องมีระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี
- ต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังนี้:
-
Previous Project Cost:
- ผลงานควบคุมสถานีไฟฟ้า 115 kV: ไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท (สัญญาฉบับเดียว)
- ผลงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง/หม้อแปลง 115 kV: ไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท (สัญญาฉบับเดียว)
-
Technical Capabilities:
- ต้องจัดหาเครื่องมือตรวจวัดทางไฟฟ้า เช่น มัลติมิเตอร์, MEGGER HIGH VOLTAGE, ชุดช็อตกราวด์, ไม้ชักฟิวส์ (≥24 ฟุต), เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ 220V 3,300W, ถุงมือกันไฟฟ้า 380-33,000V
- ต้องจัดหาอุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ ยานพาหนะ (รถกระบะ) วิทยุสื่อสาร
-
Personnel:
- วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากำลัง ประเภทสามัญวิศวกร/วุฒิวิศวกร อย่างน้อย 1 คน มีประสบการณ์ควบคุมสถานีไฟฟ้า 115 kV ไม่น้อยกว่า 2 ปี
- วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากำลัง ประเภทภาคีวิศวกร อย่างน้อย 1 คน มีประสบการณ์ควบคุมสถานีไฟฟ้า 115 kV อย่างน้อย 1 ปี
- ช่างเทคนิคไฟฟ้าประจำสถานี 115 kV อย่างน้อยผลัดละ 2 คน ตลอด 24 ชั่วโมง:
- หัวหน้าช่างเทคนิค: ปวส. สาขาไฟฟ้ากำลัง ประสบการณ์ ≥2 ปี
- ช่างเทคนิค: ปวส. สาขาไฟฟ้ากำลังหรือไฟฟ้าควบคุม
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาคัดเลือกใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ:
ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): น้ำหนัก 50%
- ผู้เสนอราคาต่ำสุดได้ 100 คะแนน
- ผู้เสนอราคาอันดับรองลงมา คำนวณตามสัดส่วน
ข้อเสนอหรือข้อเทคนิคอื่นๆ (Technical): น้ำหนัก 50% (คะแนนเต็ม 100)
-
แผนการปฏิบัติงานและแผนการแจ้งเหตุในกรณีที่พบปัญหา (70 คะแนน):
- แผนการจัดบุคลากร (20 คะแนน): สอดคล้องตาม TOR ครบถ้วน = 20 คะแนน
- แนวทางแก้ไขปัญหา (30 คะแนน): จัดลำดับความสำคัญถูกต้องครบถ้วน + ยกตัวอย่าง + ชี้แจงขั้นตอน = 30 คะแนน
- แผนการจัดวิศวกรอย่างต่ำระดับสามัญ (20 คะแนน): เสนอระดับวุฒิ = 20 คะแนน / ระดับสามัญ = 10 คะแนน
-
ผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง (30 คะแนน):
- ผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี วงเงิน ≥8,000,000 บาท = 30 คะแนน
- ผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี วงเงิน ≥6,000,000 บาท = 20 คะแนน
- ผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี วงเงิน ≥4,000,000 บาท = 10 คะแนน
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบไฟฟ้าแรงสูง 115 kV: GCB, CT, VT, Disconnecting Switch, Lightning Arrester, หม้อแปลง 50 MVA จำนวน 2 เครื่อง
- ระบบไฟฟ้าแรงสูง 22 kV: Switchgear MERLIN MC SET, Load Break Switch, GIS (Siemens/Schneider), Ring Main Unit, Capacitor Bank
- ระบบสำรอง: 125 VDC Battery, Battery Charger, Emergency Diesel Generator 400/230 VAC
- ระบบควบคุม: Protection Relay (OC&EF, UV, Line Impedance, Differential, Bus Differential), SCADA/Monitoring System
- การทดสอบ: Insulation Resistance, Contact Resistance, Power Factor/Dissipation Factor, DGA, Ratio Test, Timing Test, SF6 Dew Point/Leakage
- สายไฟฟ้า: กว่า 90% เป็น Under Ground Cable
- อุปกรณ์วัด: ต้องมีผลสอบเทียบภายในระยะเวลา 1 ปี
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 8,632,200 บาท (รวม VAT)
- การจ่ายเงิน: 12 งวดๆ ละเท่าๆ กัน เมื่อตรวจรับงานครบถ้วนแต่ละเดือน
- หลักประกันการเสนอราคา: 431,610 บาท
- หลักประกันสัญญา: 5% ของราคางานจัดซื้อทั้งหมดรวม VAT
- กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 90 วัน
- การทำสัญญา: ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
อัตราค่าปรับ:
- ไม่ส่งบุคลากร/ไม่ส่งรายงาน: 0.1% ของมูลค่างานจ้างทั้งหมดรวม VAT ต่อวัน (ไม่ต่ำกว่า 100 บาท/วัน)
- แก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องล่าช้า: 20,000 บาท/ชั่วโมง
- ไม่เปลี่ยนบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ: วิศวกรสามัญ 3,750 บาท/วัน, วิศวกรภาคี 2,600 บาท/วัน, ช่างเทคนิค 1,500 บาท/คน/วัน
- ไม่ส่งตารางตรวจสอบภายใน 15 วัน: 200 บาท/วัน
- ไม่จัดทำรายงานตรวจสอบ: 200 บาท/วัน
- ไม่เข้าตรวจสอบอุปกรณ์ชำรุด: 2,000 บาท/วัน
เงื่อนไขสำคัญ:
- ผู้รับจ้างต้องชำระค่าน้ำประปาและไฟฟ้าเหมาจ่ายเดือนละ 1,200 บาท
- ผู้รับจ้างต้องจัดหาชุดเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำประกันอุบัติเหตุของพนักงานทุกคน
- กรณีส่งช่างล่าช้าเกิน 5 วันทำการ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเลิกจ้างทันที
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้ากี่ครั้งต่อปี?
A: ต้องตรวจสอบบำรุงรักษา 2 ครั้งต่อปี โดยครั้งที่ 1 ช่วง ต.ค. 2569 – มี.ค. 2570 และครั้งที่ 2 ช่วง เม.ย. – ก.ย. 2570 -
Q: ช่างเทคนิคไฟฟ้าต้องเข้าเวรกี่คนและกี่ชั่วโมง?
A: อย่างน้อย 2 คนต่อผลัด ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบด้วยหัวหน้าช่างเทคนิค 1 คน และช่างเทคนิค 1 คน -
Q: หากเกิดเหตุฉุกเฉินนอกเวลาทำการ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ต้องส่งช่างเข้าตรวจสอบภายใน 2 วันทำการหลังได้รับแจ้ง หากล่าช้าเกิน 5 วันทำการ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเลิกจ้างทันที -
Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์อะไรบ้าง?
A: ต้องจัดหาคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ รถกระบะปิคอัพ วิทยุสื่อสาร MEGGER HIGH VOLTAGE ชุดช็อตกราวด์ ไม้ชักฟิวส์ ≥24 ฟุต เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ 220V 3,300W ถุงมือกันไฟฟ้า 380-33,000V -
Q: รายงานประจำเดือนต้องส่งเมื่อไร?
A: ต้องส่งรายงาน บันทึกค่าการใช้กระแสไฟฟ้า ใบแจ้งหนี้ และผลตรวจสอบอุปกรณ์ ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป -
Q: ผลงานที่ใช้ประกอบการคัดเลือกต้องเป็นผลงานอะไร?
A: ต้องเป็นผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง ย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี นับถึงวันยื่นเสนอราคา -
Q: วิศวกรสามัญต้องเข้าปฏิบัติงานกี่วันต่อสัปดาห์?
A: อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. และต้องสามารถติดต่อเพื่อแก้ไขปัญหาได้ตลอดเวลา -
Q: กรณีอุปกรณ์ชำรุด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ซ่อมหรือไม่?
A: ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางการแก้ไข/ซ่อมแซมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่การซ่อมแซมเป็นหน้าที่ของท่าเรือแหลมฉบัง -
Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุภายในประเทศเมื่อไร?
A: ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด ภายใน 60 วันนับจากวันลงนามสัญญา -
Q: หากบุคลากรไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดมาปฏิบัติงานแทนภายใน 24 ชั่วโมง และหากผู้ว่าจ้างแจ้งให้เปลี่ยนบุคลากร ต้องเปลี่ยนภายใน 3 วัน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV, 22 kV และตรวจสอบบํารุงรักษา สถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง
- ความเป็นมา
1.1 เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบัง มีพื้นที่รวมเฉพาะเฟส 1 และเฟส 2 มากกว่า 6,300 ไร่ มีสถานีไฟฟ้า ในระดับแรงดัน 115 kV จํานวน 1 สถานี และระดับแรงดัน 22 kV จํานวน 7 สถานี มี RMU มากกว่า 10 แห่ง หม้อแปลงไฟฟ้ามากกว่า 200 เครื่อง สายไฟฟ้าทั้งหมดมากกว่า 90% เป็น Under Ground มีผู้ประกอบการ ท่าเทียบเรือ ผู้เช่าพื้นที่จํานวนมาก และต้องจดมิเตอร์ไฟฟ้ามากกว่า 150 เครื่อง เพื่อเรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้า ทุกๆ สิ้นเดือน
1.2 เมื่อเกิดปัญหาการผิดพร่องในระบบไฟฟ้า (Fault) และมีผลทําให้เกิดกระแสไฟฟ้าดับในพื้นที่ของ ทลฉ. จะทําให้ ใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนาน เนื่องจาก ทลฉ. มีพนักงานของแผนกช่างไฟฟ้า กองการช่าง เพียง 5 อัตรา ซึ่งไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้บริการในพื้นที่ ทลฉ. ได้ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลา ในการตรวจสอบ และหาสาเหตุของปัญหา อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ในระบบจํานวนมากตามรายละเอียดข้อ 1.1
1.3 เพื่อเป็นการลดผลกระทบ และเป็นการสร้างเสถียรภาพด้านระบบไฟฟ้า และความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการพื้นที่ ใน ทลฉ. จึงมีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการ งานจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV, 22 KV และ ตรวจสอบบํารุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 KV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง” เพื่อดําเนินการตรวจสอบ บํารุงรักษา ควบคุม ระบบไฟฟ้า และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบไฟฟ้าของ ทลฉ. - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อสร้างเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือและผู้เช่าพื้นที่ 2.2 เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานระบบไฟฟ้าของ ทลฉ.
2.3 เพื่อลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องกระแสไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน เนื่องจากจํานวนพนักงานน้อย - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ การท่าเรือแห่ง ประเทศไทย ณ วันเสนอราคา หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
/3.9 ไม่เป็น…
Str Bull Lu.
6
4
-2-
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
3.11.1 ต้องเป็นผู้รับเหมาขึ้นทะเบียนก่อสร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ประเภทงานไฟฟ้าชั้นที่ 1 หรือ 2 ณ วันยื่นเสนอราคา
3.11.2 ต้องเป็นผู้มีผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV โดยเป็นผลงานที่มีมูลค่ารวม ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต่ํากว่า 2,500,000.-บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ในสัญญาฉบับเดียว และต้องมีผลงานการ บํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง หรือหม้อแปลงไฟฟ้ากําลัง ระบบ 115 kV จากหน่วยงานทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่การท่าเรือฯ เชื่อถือได้ และมีมูลค่าในสัญญาฉบับเดียวไม่ต่ํากว่า 1,500,000.- บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยทั้ง 2 ผลงานต้องเป็นผลงานที่มีระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี ณ วันยื่น
เสนอราคา
ทั้งนี้ให้ผู้ยื่นข้อเสนอแนบสําเนาสัญญาฯ จ้าง พร้อมบัญชีปริมาณงาน หรือหนังสือรับรองผลงาน ตามที่ ระบุในคุณสมบัติ ดังกล่าวข้างต้นมาด้วย
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นเสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการ กําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมรายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้
ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้มีข้อกําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
ร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้ รับมอบหมาย หรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ
We Bull Le
/การเงิน…
-3-
การเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนด ให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วง ระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของ การยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
1 ปี
ท - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 2,000,000 บาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานัก งาน ใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
๕
ะ
/ทั้งน…
La
об
Ver L
-4-
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่
กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง
เอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่
ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตาม ข้อ 1 – ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
จัดจ้างฯ
มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัด
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับซองใบเสนอราคา โดยแยกไว้นอกซองใบเสนอราคา
เป็น 2 ส่วน คือ
4.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
(2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสําเนาบัตรประจําตัว ประชาชนของผู้นั้น สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็น หุ้นส่วน หรือสําเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย
(3) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญาของการเข้าร่วม ค้า และเอกสารตามระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
(4) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
1.กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือ ต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดง ฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ
/กําหนด…
You
ต
Vr Se
-5-
กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนหลังไปอีก 1 ปี ได้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจด ทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 40 วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี
มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบ ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็น สินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม ประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 40 วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
Z
/ทั้งนี้..
ต้
-6-
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่ กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(5) สําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(6) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอ ดําเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ดังกล่าว ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
4.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) หนังสือมอบอํานาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอํานาจบุคคลอื่น
ลงนามในใบเสนอราคาแทน
(2) ใบเสนอราคาตามที่การท่าเรือฯ กําหนดโดยเสนอราคาซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากร อื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
(3) สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SME เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) (ถ้ามี)
(4) หลักประกันการเสนอราคา
(5) สําเนาเอกสารจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมาของการท่าเรือฯ ประเภทงานไฟฟ้า ชั้นที่ 1 หรือ 2 (ถ้ามี) หรือสําเนาสัญญาฯ จ้าง พร้อมบัญชีปริมาณงาน หรือหนังสือรับรองผลงาน ตามข้อกําหนดที่ระบุในคุณสมบัติ ข้อ 3.11.1 หรือ 3.11.2
(6) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ทั้งหมด ยื่นพร้อมการเสนอราคา-บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อม กับการเสนอราคาทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File
(Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดําเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชี เอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) - ขอบเขตของงาน
งานควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงของสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) โดยมีรายละเอียดของงานดังนี้
5.1 รวบรวมบันทึกการใช้ไฟฟ้าของแต่ละสถานีไฟฟ้า จากหน้ามิเตอร์ โดยให้บันทึก ดังนี้
ค่าแรงดันไฟฟ้า, ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า, ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด
- ค่าตัวประกอบกําลังในแต่ละวัน พร้อมทั้งวิเคราะห์ประเมินผลการใช้ไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบังและ ของผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่ใน ทลฉ. แต่ละเดือน เสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ที่ผู้ว่าจ้าง
มอบหมายให้รับผิดชอบทราบ
จัดทําสถิติการใช้ไฟฟ้าแรงสูงตั้งแต่ระบบ 22 kV ขึ้นไปในแต่ละวันของท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนผู้ประกอบการ ในท่าเรือแหลมฉบัง ให้จดบันทึกเป็นรายเดือน
/5.2 วาง…
&
Bul
Lu.
เริ
Vi h
-7-
5.2 วางแผนและจัดทํารายการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าแรงดันระดับ 115 kV และ 22 KV ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดอย่างน้อยต้องครอบคลุมรายละเอียดดังนี้ - การปฏิบัติงานของบุคลากรและการบํารุงรักษาที่รับผิดชอบแต่ละเดือน
ตรวจเช็คแบตเตอรี่สํารองระบบ 115 kV ภายในสถานีไฟฟ้า พร้อมจัดทําบันทึก และส่งรายงานทุกๆ เดือน 5.3 กรณีมีความจําเป็นต้องปลด-สับระบบไฟฟ้าแรงสูงแรงดัน 115 kV จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แหลมฉบัง จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือหัวหน้าแผนกช่างไฟฟ้า หรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้ รับผิดชอบทราบทันที และแผนกช่างไฟฟ้าจะเป็นผู้ประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
5.4 บุคลากรที่เข้าเวรปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง เป็นผู้ทําหน้าที่ปฏิบัติงานปลด - สับระบบไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าแรงสูง ระบบ 115 kV และระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ของท่าเรือแหลมฉบัง
5.5 กรณีที่ตรวจพบอุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าฯ และระบบจําหน่ายไฟฟ้าแรงสูงผิดปกติ หรืออาจเกิดการ ชํารุดเสียหายในเวลาปฏิบัติงาน ให้ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง (วิศวกรไฟฟ้าฯ) ตรวจสอบและรายงานผลรวมถึง ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กรณีเหตุเกิดนอกเวลาปฏิบัติงานของวิศวกรไฟฟ้าฯ ให้ผู้ปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างดําเนินการติดต่อและแจ้งผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง (วิศวกรไฟฟ้าฯ) ทราบ เพื่อตรวจสอบและ รายงานผลรวมทั้งข้อเสนอแนะต่อไป ทั้งนี้หากเป็นการชํารุดที่ต้องการการแก้ไขเร่งด่วนหรืออาจส่งผลกระทบต่อ การใช้งานหรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้เกี่ยวข้อง ให้ผู้รับจ้างรายงานให้หัวหน้าหมวดไฟฟ้า หรือหัวหน้าแผนกช่าง ไฟฟ้า หรือเวรทราบทุกครั้งในทันที แล้วจึงแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุต่อไป
5.6 รวบรวมค่าพลังงานไฟฟ้าภายในสถานีไฟฟ้าย่อยทุกสถานีของ ทลฉ. พร้อมคอยตรวจสอบดูความผิดปกติ ของค่าพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน หากพบว่าเดือนใดมีค่าพลังงานไฟฟ้าที่บันทึกได้ มีความแตกต่างจาก
เดิมมาก ให้ผู้รับจ้างทํารายงานแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้รับผิดชอบทราบ ทันที พร้อมทั้งตรวจสอบสาเหตุของความผิดปกติและการแก้ไขต่อไป
5.7ผู้รับจ้างจะต้องส่งตารางกําหนดวันตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 KV ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ให้กับผู้ว่าจ้างหลังจากลงนามสัญญาจ้างแล้วภายใน 15 วัน (ถ้าเกินกําหนดจะถูกปรับตามข้อ 8.2) กําหนดการตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV ภายในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานี ไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) จํานวน 1 ครั้ง โดยต้องดําเนินการตรวจสอบ บํารุงรักษาตามรายละเอียด งานและบันทึกการตรวจสอบตามเงื่อนไข (ดับไฟตรวจเช็คตามรายละเอียดงานตามข้อ 5.8)
5.8 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 KV ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ตามกําหนดการที่ผู้รับจ้างเสนอสําหรับการตรวจสอบครั้งที่ 2 โดยมีรายละเอียดงานตรวจสอบ ดังนี้
5.8.1 งานตรวจสอบตู้อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 KV และ 22kV ในสถานีไฟฟ้าแรงสูง 115 KV ตามรายละเอียดดังนี้
5.8.1.1 งานตรวจสอบ Gas Circuit Breaker (GCB.) 115 KV
ทดสอบหาค่า Closing and Tripping Time
•
ทดสอบหาค่า Contact Resistance, Insulation Resistance
• ทดสอบการปลด-สับ Breaker, Mechanism Manual and Automatic
• ทดสอบหาค่า SF6 Dew point and Percentage
•
ทดสอบหาค่า SF6 Leakage
Ful
La
/5.8.1.2…
6
-8-
5.8.1.2 งานตรวจสอบ Current Transformer (CT) 115 KV และ Voltage Transformer
•
•
ทดสอบหาค่า Insulation Resistance
• ทดสอบหาค่า Winding excitation เฉพาะ Current transformer - ทดสอบหาค่า Ratio Primary and Secondary
ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
5.8.1.3 งานตรวจสอบ Disconnecting Switch and Earth switch
• ทดสอบหาค่า Contact Resistance, Auxiliary Contact
• ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
5.8.1.4 งานตรวจสอบ 115 kV Lightning arrester and surge counter
• - ทดสอบหาค่า Insulation Resistance
• ทดสอบหาค่า Counter Operation
• ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
5.8.1.5 ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อขั้วต่อสาย พร้อมทําความสะอาดงานตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 115/22 KV ขนาด 50 MVA จํานวน 2 เครื่อง
และ Bushing
•
•
•
•
•
·
•
•
•
ทดสอบหาค่า Power Factor หรือ Dissipation Factor ที่แรงดันกระแสสลับ 10 kV ของขดลวด
ทดสอบหาค่า Insulation Resistance ที่เวลา 1 นาทีและ 10 นาทีเพื่อหาค่า PI (Polarizing Index) ทดสอบหาค่าอัตราส่วนแรงดันทางด้าน Primary and Secondary ของ HV และ LV (Ratio Test)
ทดสอบหาค่าความต้านทานของขดลวดในแต่ละ Tap position ทดสอบหาค่าความต้านทานของขดลวดหม้อแปลง
• ตรวจสอบการทํางานของระบบ Alarm และ Annunciator
• ทดสอบค่าความเป็นฉนวนของน้ํามัน (Dielectric Strength) ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อสายต่างๆ และทาน้ํายาให้กระแสไฟฟ้าผ่านสะดวก ตรวจสอบปะเก็น และรอยรั่วซึมของอุปกรณ์ทุกส่วน
ตรวจสอบคุณภาพของน้ํามันหม้อแปลงโดยการทดสอบ DGA ตรวจสอบคุณภาพสารกันความชื้น (Silica gel)
ตรวจสอบการทํางานของพัดลมระบายความร้อนทั้งระบบ Auto และ Manual
ทดสอบระบบการทํางานของระบบต่างๆ เช่น Alarm Device, Annunciator, Function
Relay, Load Tap Change, Limit Switch a Function Relay
• ทําความสะอาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ทุกชนิดที่ประกอบอยู่ รวมทั้งทําความสะอาด และกําจัดวัชพืชบริเวณพื้นที่รอบหม้อแปลงให้สะอาดอยู่เสมอ
5.8.1.6 งานตรวจสอบ Control and Protection Relay ในระบบ 115 kV และ 22 kV
เวลา (Timing)
•
ทดสอบหาค่า Over Current and Earth Fault Relay (OC&EF) และคุณสมบัติทางด้าน
• ทดสอบหาค่า Under Voltage Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
• ทดสอบหาค่า Line Impedance Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
• ทดสอบหาค่า Differential Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
• ทดสอบหาค่า Bus Differential Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
Z
Ful
Lu
ыб
/• ทดสอบ…
Vw
or
-9-
• ทดสอบหาค่า Indicator Meter ของชุด Metering และระบบ Wiring Control ทั้งหมด รวมถึง Heater, Pilot Lamp, Switch Push-Bottom พร้อมทําความสะอาดตู้ Control
• ตรวจสอบระบบ Ground พร้อม Loop Ground Test
5.8.1.7 งานตรวจสอบ 22 kV Capacitor Bank
• - ทดสอบหาค่า Insulation Resistance, Capacitor
• ทดสอบระบบ Protection, Automatic Switch
• ทดสอบค่า Capacitor total and unbalance check
ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ สภาพพื้นผิวฉนวน พร้อมทําความสะอาดภายใน และ นอกตู้
5.8.1.8 งานตรวจสอบ ตู้ Ring Main
•
•
• ตรวจสอบระบบการทํางาน Over Current and Earth Fault Relay
• ตรวจสอบ function การปลดสับวงจรของ RMU โดยระบบป้องกันและระบบ Manual
• ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด
• ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น
• ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Bushing Insulation)
• ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Power Fuse)
•ทดสอบ Insulation Resistance Current Transformer (CT), Potential Transformer
(VT) ตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
5.8.1.8 งานตรวจสอบ Automatic transfer switch
•
ตรวจสอบระบบการทํางาน พร้อมทําความสะอาด
5.8.1.9 งานตรวจสอบ AC/DC distribution panel
• ทดสอบหาค่า Insulation Resistance
ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
5.8.1.10 งานตรวจสอบ 125 VDC Battery และ Battery Charger
•
ตรวจสอบการทํางานระบบ Alarm
ตรวจสอบแรงดัน, วัดหาค่าความถ่วงจําเพาะแต่ละ Cell และเติมน้ํากลั่น (ของท่าเรือฯ) ตรวจสอบแรงดัน Output ของ Charger (float and equalize voltage) ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่าง Cell ขั้วต่อสาย พร้อมทําความสะอาด
5.8.1.11 งานตรวจสอบ 400/230 VAC Emergency diesel generator
ถ่ายน้ํามันเครื่องพร้อมเปลี่ยนกรองน้ํามันเครื่องและกรองน้ํายา
•
•
• ตรวจสอบระบบการทํางาน
• ทําความสะอาดท่อหายใจเครื่องยนต์ และ ทําความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศ
ตรวจสอบระบบป้องกัน Generator set และทดสอบ Automatic start
5.8.1.12 งานตรวจสอบตู้อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 KV ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 KV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4,7) ตามรายละเอียดดังนี้
5.8.1.12.1 ตู้ Switchgear MERLIN MC SET
ตรวจสอบระบบการทํางาน Over Current and Earth Fault Relay - ตรวจสอบ Setting Relay Matching Current Transformer Ratio
- ทดสอบระบบการ สับด้วย Switch และ Trip ด้วย Relay
- ทดสอบหาค่า Closing and Tripping Time
16
Lu
/- ทดสอบ…
Vm Am
-10- - ทดสอบหาค่า Insulation Resistance, Contact Resistance ของจุดเชื่อมต่อต่างๆ
Bus Bar, Current Transformer (CT), Potential Transformer (VT), Circuit Breaker ตามมาตรฐานการ ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
5.8.1.12.2 ตู้ Load Break Switch MERLIN
ทดสอบหาค่า Insulation Resistance, Contact Resistance ของจุดเชื่อมต่อต่างๆ
- และ Busbar ตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น - ทดสอบการทํางานของ Relay (ถ้ามี)
ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ Load Break Switch (Bushing Insulation) 5.8.1.12.3 ตู้ Switchgear GIS Siemens และ Schneider - ตรวจสอบระบบการทํางาน Protection Relay Over Current and Earth Fault
- ตรวจสอบ Setting Relay Match Current Transformer Ratio
ทดสอบระบบการ สับด้วย Switch และ Trip ด้วย Relay - ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด
ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น
5.8.1.12.4 ตู้ Ring Main Unit Siemens และ Schneider
ตรวจสอบระบบการทํางาน Protection Relay Over Current and Earth Fault - ตรวจสอบ Setting Relay Match Current Transformer Ratio
- ทดสอบระบบการ สับด้วย Switch และ Trip ด้วย Relay (ถ้ามี)
ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น
ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Bushing Insulation) - ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Power Fuse)
ทดสอบหาค่า insulation Resistance, Current Transfomer (CT), Potential Transformer
(VT) ตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
5.9
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําประวัติอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV ในสถานีไฟฟ้าย่อย ระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งระกอบด้วย หมายเลขเครื่อง ขนาด พิกัด, สถานที่ติดตั้ง วัน-เวลาการซ่อมและบํารุงรักษา รายละเอียดการตรวจซ่อม รายการ ชํารุดเสื่อมสภาพ และอื่นๆ ตลอดระยะเวลาของสัญญา 12 เดือน จํานวน 2 ชุด โดยเก็บไว้ที่แผนกช่างไฟฟ้า
กองการช่าง ท่าเรือแหลมฉบัง
5.10 ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง จํานวน 2 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570 ครั้งที่ 2 ช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 30 กันยายน 2570 ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบและบํารุงรักษาแต่ละครั้ง
ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานการปฏิบัติงาน ให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งจํานวน 2 ชุด ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ นับถัดจากผู้รับจ้าง
ได้ตรวจสอบสถานีไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
Z
Ball
Lu
65
ม
/5.11 ผู้รบ…
-11-
5.11 ผู้รับจ้างจะต้องแนบเอกสารผลการสอบเทียบอุปกรณ์เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าทุกชิ้นที่ใช้ในการตรวจสอบ อุปกรณ์ ซึ่งจะต้องมีกําหนดระยะเวลาในการสอบเทียบภายในระยะเวลา 1 (หนึ่ง) ปี นับตั้งแต่วันที่ ผู้รับจ้างลงนามในสัญญาฯ โดยให้ใส่แนบไว้กับตัวรายงานทั้ง 2 ชุด
5.12 ในกรณีจําเป็นต้องทําการซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน อุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ตามวิธีการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และผู้รับจ้างจะต้อง เก็บชิ้นส่วนอุปกรณ์อะไหล่ที่ได้ทําการเปลี่ยนไปแล้วมอบให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ
5.13 สําหรับอุปกรณ์สถานีไฟฟ้า 115 kV อุปกรณ์ลานไก และหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 50 MVA และสถานี ไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV นั้น ผู้รับจ้างมีหน้าที่เข้ามาดําเนินการตรวจสอบในกรณีที่มีการชํารุดบกพร่อง หรือการ ทํางานผิดปกติของอุปกรณ์เท่านั้น และผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางการแก้ไขหรือซ่อมแซมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
เพิ่มเติม ทั้งนี้การซ่อมแซมเป็นหน้าที่ของท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือแหลมฉบังขอสงวนสิทธิที่จะให้ผู้ใดเป็น ผู้เข้ามาดําเนินการก็ได้
5.14 คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทํา แผนการทํางานตามเอกสารแนบท้าย เว้นแต่เป็นกรณีการเช่า สัญญาอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่ง สัญญากําหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเช่า การจ้าง และการจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึก ข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของ
สัญญา
5.15 คู่สัญญา (ผู้รับจ้าง) จะต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของมูลค่า พัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
- บุคลากรที่ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา
6.1 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทสามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร จํานวนอย่างน้อย 1 คน และต้อง มีประสบการณ์ในการตรวจสอบ ควบคุมระบบไฟฟ้า และมีผลงานในการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ไม่น้อยกว่า 2 ปี พร้อมทั้งมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่ขอบข่ายงานดังนี้
6.1.1 เป็นวิศวกรที่ปรึกษางานด้านระบบไฟฟ้าแรงสูงให้กับผู้ว่าจ้าง เช่น กรณีที่มีการขอขยายเขต รับกระแสไฟฟ้าจากผู้เช่าใช้พื้นที่ของท่าเรือแหลมฉบัง ทําการตรวจสอบงานระบบไฟฟ้าแรงสูงภายในเขตพื้นที่ ของ ท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมด
6.1.2 ให้คําแนะนําและควบคุมการปฏิบัติงานของช่างเทคนิคไฟฟ้า รวมถึงวิศวกรของผู้รับจ้างในสถานี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการควบคุมดูแลการซ่อมบํารุงรักษาสถานีไฟฟ้าประจําปี
6.1.3 ตรวจสอบการทํางานของอุปกรณ์ไฟฟ้าประจําสถานีต่างๆ ให้ทํางานได้อย่างถูกต้องตามหลัก วิศวกรรม หากพบข้อผิดปกติ หรือบกพร่องที่อาจเกิดความเสียหายต่อการทํางานของระบบไฟฟ้าให้แจ้ง ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หัวหน้าหมวดไฟฟ้าและหัวหน้าแผนกไฟฟ้าทราบทันที
6.1.4 เป็นผู้วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาของระบบไฟฟ้าแรงดัน 115 kV และ 22 kV ที่อาจจะเกิดขึ้น เฉพาะหน้าให้ใช้งานได้ และเสนอมาตรการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตให้ผู้ว่าจ้างทราบ เพื่อปฏิบัติงาน ควบคุม ตรวจสอบ ดูแลและแก้ไข รวมทั้งการวิเคราะห์ให้คําแนะนําในการปรับปรุงระบบของอุปกรณ์ในสถานี ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ภายในพื้นที่ ทลฉ.
6.1.5 กรณีที่อุปกรณ์ไฟฟ้าของระบบชํารุดเสียหายหรือทํางานผิดปกติ ให้ร่วมกับบุคลากรของผู้ว่าจ้างทํา การตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหา พร้อมทั้งจัดทํารายละเอียดของงานและประมาณราคาในการซ่อมทํา เสนอให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป
/6.1.6 ดําเนิน…
Le Buh Le
ตรี
L
-12-
6.1.6 ดําเนินการออกแบบ และลงนามรับรองแบบในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีความจําเป็นต้องซ่อมแซมอุปกรณ์ ไฟฟ้าในระบบไฟฟ้า 22 kV เพื่อใช้สําหรับการออกเรื่องจ้าง หรือเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานการในการเปลี่ยนแปลง
6.1.7 ดําเนินการตรวจสอบรายงานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูง และให้ คําแนะนําในการดูแลบํารุงรักษา ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงภายในสถานีไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบัง
6.2 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทภาคีวิศวกร จํานวนอย่างน้อย 1 คน ต้องมีประสบการณ์ในการ ตรวจสอบ ควบคุมระบบไฟฟ้า และมีผลงานในการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV อย่างน้อย 1 ปี พร้อมทั้งมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติงานทุกวันทําการ ตามวันและเวลาราชการ (หยุดงานตามวันหยุดทางราชการ หรือวันหยุดประจําปีของการท่าเรือฯ)
6.3 ช่างเทคนิคไฟฟ้าประจําสถานีไฟฟ้า 115 kV ปฏิบัติงานอย่างน้อยผลัดละ 2 คน ทํางานตลอด 24 ชั่วโมง (การจ้างงานเป็นไปตามข้อ 9) ประกอบด้วยหัวหน้าช่างเทคนิคไฟฟ้าหรือช่างชํานาญงานไฟฟ้าจํานวน 1 คน หัวหน้าช่างเทคนิคไฟฟ้าจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เป็นอย่างน้อย ในสาขาไฟฟ้า กําลังเท่านั้น และต้องมีประสบการณ์ในการทํางานเกี่ยวกับงานควบคุม หรือการติดตั้งอุปกรณ์ หรือซ่อมแซม อุปกรณ์ด้านระบบไฟฟ้าแรงสูงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี และช่างเทคนิคไฟฟ้าจํานวน 1 คน จบการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เป็นอย่างน้อย ในสาขาไฟฟ้ากําลังหรือไฟฟ้าควบคุมเท่านั้น ทั้งนี้ช่างเทคนิค ไฟฟ้าหรือช่างชํานาญงานไฟฟ้าประจําสถานีไฟฟ้า 115 kV มีหน้าที่ขอบข่ายงานดังนี้
6.3.1 ปฏิบัติงานประจําสถานีไฟฟ้า 115 kV และต้องเข้าไปตรวจสอบสถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และ สถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7 อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พร้อมดูแลรักษาความสะอาดภายในสถานีและบริเวณโดยรอบ สถานีทุกสถานี
6.3.2 หากเกิดเหตุผิดปกติ หรือขัดข้องของระบบไฟฟ้าทุกสถานี (สถานีไฟฟ้า 115 kV สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ช่างเทคนิคไฟฟ้าที่เข้าเวร ต้องสามารถออกตรวจเช็คระบบ พร้อมแก้ไข ให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าใช้งานได้ตามปกติ
6.3.3 ต้องสามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ และอ่าน Single Line Diagram, Status Relay, Alarm Fault, Monitoring ได้เป็นอย่างดี
6.3.4 จัดทําบันทึกค่าการใช้กระแสไฟฟ้าตามข้อ 5.1 พร้อมทํารายงานเสนอเป็นประจําทุกเดือน
6.4 ผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อบุคลากร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ สําเนา บัตรประชาชน สําเนาทะเบียนรถ รูปถ่ายเครื่องมืออุปกรณ์ เป็นต้น ให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา ก่อนเข้าดําเนินการ ทั้งนี้ผู้รับจ้างไม่สามารถเปลี่ยนบุคลากรใดๆ ได้ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ และบุคลากรที่ผู้รับจ้างเสนอเปลี่ยนต้องเป็นไปตามข้อกําหนด และมีคุณวุฒิและประสบการณ์ไม่ น้อยกว่าบุคลากรเดิม - เวลาปฏิบัติงาน
7.1 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทสามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร ต้องเข้ามาปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษา ควบคุม ตรวจสอบ ดูแลและแก้ไข รวมทั้งการวิเคราะห์ให้คําแนะนําในการปรับปรุงระบบของอุปกรณ์ในสถานี ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าโน 7) โดยจะต้องเข้ามาปฏิบัติงานในวันทําการอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. กรณีที่มี ปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเสียหายนอกวันเวลาดังกล่าว ต้องสามารถติดต่อเพื่อแก้ไขหรือให้คําแนะนําแก่
ผู้ปฏิบัติงานได้ตลอดเวลาโดยจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายกับระบบจ่ายไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบัง
หรือหากกรณีที่มี
ความจําเป็นเร่งด่วน ผู้ว่าจ้างต้องสามารถเรียกให้วิศวกรไฟฟ้าบุคคลดังกล่าวนี้เข้ามาแก้ไขปัญหาของท่าเรือแหลมฉบังได้
๕
Bull
/7.2 วิศว…
kai:
ต
-13-
7.2 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทภาคีวิศวกร ต้องเข้ามาปฏิบัติงานควบคุม ตรวจสอบ ดูแลและ แก้ไข ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 KV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และ สถานีไฟฟ้าโซน 7) โดยจะต้องเข้ามาปฏิบัติงานในวันทําการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
7.3 ช่างเทคนิคไฟฟ้า หรือช่างชํานาญงานไฟฟ้าปฏิบัติงานอย่างน้อย 2 คน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยต้องเข้าเวร ประจําสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV กรณีที่มีเหตุฉุกเฉินต้องแก้ไขปัญหาของระบบไฟฟ้าแรงสูงนอกเหนือ เวลาปฏิบัติงาน ผู้ว่าจ้างจะไม่มีการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาเพิ่มเติม เพราะได้คิดรวมอยู่ในค่าจ้างบุคลากรแล้ว
7.4 กรณีที่บุคลากรของผู้รับจ้างไม่สามารถมาปฏิบัติงานตามตารางที่จัดไว้ได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากร ที่มีคุณสมบัติตรงที่กําหนดไว้ตามข้อ 5 มาปฏิบัติงานแทนให้ครบถ้วน ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ตามจํานวนวัน และเวลาที่กําหนดในเงื่อนไข
7.5 กรณีที่ผู้ทําหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าไม่มีคุณภาพและไม่สามารถทํางานให้ผู้ว่าจ้างได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะแจ้งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนผู้ทําหน้าที่ได้ทันทีและผู้รับจ้างจะต้องจัดการเปลี่ยน บุคลากรตําแหน่งดังกล่าว ภายใน 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ให้รับผิดชอบ (หากเกิน 3 วันจะต้องถูกปรับตามข้อ 9.3 ตามตําแหน่งที่ขาด จนถึงวันที่จัดหาบุคลากรมาทดแทน ตําแหน่งที่ขาดได้จนครบตามจํานวน) - ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
8.1 ผู้รับจ้างต้องหมั่นควบคุมดูแลและตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV พร้อมทั้งอุปกรณ์ลานไก หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 50 MVA สายไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมดภายใน พื้นที่ของ ทลฉ. ให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลา รวมถึงการดูแลถอนวัชพืชต่างๆ รอบบริเวณสถานีและ ภายในลานไก (Switch yard) ของสถานีไฟฟ้า 115 kV ด้วย
8.2 หากเกิดความผิดปกติหรือข้อบกพร่องของอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 KV พร้อมทั้ง อุปกรณ์ลานไก หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 50 MVA ตู้ตัดตอนไฟฟ้า (RMU) และหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 22 kV รวมทั้งสายไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมดภายในพื้นที่ของท่าเรือแหลมฉบัง ผู้รับจ้างจะต้องรีบแจ้งคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุทราบโดยทันที (ทําบันทึกรายงานส่งภายในวันถัดไป) เพื่อผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งให้ทางบริษัทฯ ที่ได้รับการว่าจ้าง จากผู้ว่าจ้างทําการตรวจสอบ ซ่อมบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทดังกล่าว เข้ามาดําเนินการซ่อมทําและแก้ไข
8.3 ผู้รับจ้างจะต้องเข้าร่วมประชุมหารือจัดทําแผนการดับไฟร่วมกับผู้ว่าจ้าง ให้ทําการตรวจสอบ ซ่อม บํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV พร้อมทั้งอุปกรณ์ลานไก หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 50 MVA จํานวน 2 เครื่อง ตู้ตัดตอนไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 22 kV เพื่อซ่อมบํารุงรักษาอุปกรณ์ดังกล่าว
8.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงาน บันทึกค่าการใช้กระแสไฟฟ้าที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง 115 kV และสถานี ไฟฟ้าแรงสูง 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ทุกสิ้นเดือน รวมถึงใบแจ้งหนี้ค่า กระแสไฟฟ้า ผลการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ข้อเสนอแนะ ในการซ่อมทําแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ระบบการจ่าย กระแสไฟฟ้าของ ทลฉ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อประกอบการ เบิกเงินค่าจ้าง ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป
8.5 กรณีที่อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงในระบบ 115 kV อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ตู้ตัดตอนไฟฟ้า (RMU) และหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 22 kV รวมทั้งสายไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมดภายในพื้นที่ของท่าเรือแหลมฉบัง เกิดชํารุด เสียหายหรือทํางานผิดปกติ ให้ร่วมกับบุคลากรของผู้ว่าจ้างทําการตรวจสอบและให้ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง
เป็นผู้วิเคราะห์ปัญหาพร้อมทั้งจัดทํารายละเอียดประมาณราคาในการซ่อมเปลี่ยน แล้วแจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบ เพื่อจะได้พิจารณาดําเนินการต่อไป
/8.5.1 ผู้ว่า…
%
pl
Lu.
об
-14-
8.5.1 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างทํางานพิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้ หรือรวมอยู่ในเอกสารหากงาน พิเศษนั้นๆ อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของงานจ้างเหมา นอกจากนี้ผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิสั่งให้เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขรูปแบบและข้อกําหนดต่างๆ ได้ด้วย
8.5.2 บุคลากรช่างเทคนิคไฟฟ้าของผู้รับจ้าง ตามคุณสมบัติข้อ 6 จะต้องสามารถปฏิบัติงานนอกจาก การควบคุมสถานีไฟฟ้าได้ หากผู้ควบคุมงานที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งร้องขอ ในกรณีมีเหตุจําเป็น ตัวอย่างเช่น
กรณีต้องทําการปลด-สับหรือเปลี่ยน Fuse ที่หม้อแปลงหรือ RMU เป็นต้น
- กรณีต้องทําการตรวจสอบหาสาเหตุของกระแสไฟฟ้าดับ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากสายไฟฟ้าแรงสูง ใต้ดินชํารุดเสียหาย
- กรณีแผนกช่างไฟฟ้าต้องการบุคลากรเพื่อช่วยในการปฏิบัติงานของแผนกไฟฟ้า, หมวดไฟฟ้า
หรืองานบริการตามหน่วยงานภายในท่าเรือแหลมฉบัง
8.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์สํานักงาน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ ยานพาหนะที่ใช้ในการปฏิบัติงาน (รถกระบะปิคอัพ), เครื่องมือสื่อสารประเภทวิทยุประจําสถานีและวิทยุเคลื่อนที่, สิ่งอํานวยความสะดวกในการ ปฏิบัติงาน หรือที่พักอาศัยของบุคลากรของผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าการใช้น้ําประปาและ กระแสไฟฟ้าตามระเบียบของท่าเรือแหลมฉบัง (เหมาจ่ายเดือนละ 1,200 บาท) ในกรณีที่บุคลากรของผู้รับจ้าง เข้ามาปฏิบัติงานประจําที่สถานีไฟฟ้าต่างๆ
8.7 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือตรวจวัดทางไฟฟ้า เช่น มัลติมิเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ด้านระบบไฟฟ้าแรงสูง เช่น MEGGER HIGH VOLTAGE ชุดช็อตกราวด์ ไม้ชักฟิวส์ความยาวไม่น้อยกว่า 24 ฟุต เครื่องกําเนิดไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ ขนาด 220 V 3,300 W ถุงมือกันไฟฟ้า ขนาดตั้งแต่ 380 - 33,000 V เป็นต้น (โดยต้องเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย) จะต้องมีวิทยุสื่อสารและต้องมีไฟฉายใหญ่ ประจํารถ สําหรับใช้งานในการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวสําหรับ การซ่อมทํา ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง
8.8 ผู้รับจ้างจะต้องทําการส่งช่างมาตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV ในสถานี ไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ที่ชํารุด เสียหายภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 วันทําการหลังจากที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง หากผู้ว่าจ้างเห็นว่า ผู้รับจ้าง ดําเนินการส่งช่างเข้ามาปฏิบัติงานล่าช้ากว่าที่กําหนดนี้ และได้มีหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร โทรศัพท์ หรือโทรสารไปยังผู้รับจ้างแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ ผู้ว่าจ้างปรับตามข้อ 8.6 นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้รับ แจ้งเป็นหนังสือหรือโทรสารเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว จนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งช่างมาทําการตรวจสอบหรือปรับปรุง แก้ไข โดยผู้รับจ้างจะต้องประเมินความเสียหาย และประเมินราคาค่าซ่อมทําให้กับการท่าเรือฯ โดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้การท่าเรือฯ ขอสงวนสิทธิที่จะว่าจ้างผู้รับจ้างรายใดก็ได้เข้ามาดําเนินการซ่อมแซม หาก ผู้รับจ้างยังส่งช่างเข้ามาปฏิบัติงานล่าช้าเกินกว่า 5 วันทําการหลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้ง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งเลิกจ้าง ได้โดยทันที และผู้รับจ้างจะต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างจัดจ้างผู้รับจ้างรายอื่นมาดําเนินการแทนผู้รับจ้างต่อไปจนเสร็จ การและ ผู้รับจ้างต้องยอมชําระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการนี้แทนผู้ว่าจ้างที่ต้องเสียไปทั้งสิ้น
8.9 หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างกระทําการใดๆ เกิดผลเสียหายแก่การท่าเรือฯ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดย ทางตรงหรือทางอ้อม ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายนั้นโดยตรงกับการท่าเรือฯ จะบอกปัดความ รับผิดชอบจากการกระทําของบริวารของผู้รับจ้างไม่ได้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ผู้รับจ้างต้องชดใช้ให้กับ การท่าเรือฯ ทันที เมื่อแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบและการท่าเรือฯ มีสิทธิหักค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากค่าจ้างของผู้รับจ้าง หากมูลค่าความเสียหายมีมูลค่าสูง การท่าเรือฯ มีสิทธิริบเงินหลักประกันสัญญาของผู้รับจ้างที่วางไว้ได้บางส่วน หรือทั้งหมดได้ทันที อีกทั้งผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายส่วนที่สูงกว่าเงินหลักประกันนั้น ให้แก่การท่าเรือฯ ด้วย และการท่าเรือฯ สงวนสิทธิ ที่จะบอกเลิกสัญญาจ้างแก่ผู้รับจ้างได้ด้วย
๕
Full Lu.
๒๔
/8.10 เพื่อ….
-15-
8.10 เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุเป้าหมายโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น
เรื่องความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้างและตามวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ
- อัตราค่าปรับ
9.1 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ส่งบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานตามสัญญาหรือผู้รับจ้างไม่ส่งรายงานประจําเดือน ภายในเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างจะปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่างานจ้างทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท ตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างไม่ส่งบุคลากรเข้ามาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการแก้ไข
เรียบร้อย
9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องได้ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นว่าเกิดจากความบกพร่อง ความไม่พร้อม หรือการทํางานไม่มีประสิทธิภาพ ของบุคลากรผู้รับจ้าง ทําให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา (คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะพิจารณาจากความ
เหมาะสมของระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาในแต่ละกรณีว่าควรเสร็จเรียบร้อยภายในระยะเวลาเท่าใด) โดย ผู้ว่าจ้างสามารถปรับในอัตราชั่วโมงละ 20,000.- บาท นับตั้งแต่ได้รับแจ้งจนถึงเวลาแก้ไขเสร็จ
9.3 การปฏิบัติงานในแต่ละเดือน หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าบุคลากรของผู้รับจ้างปฏิบัติงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ และผู้ว่าจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนบุคลากร ผู้ว่าจ้างสามารถปรับได้ในอัตราดังนี้ (คํานวณจาก
อัตรา 1.5 เท่าของราคาค่าจ้างรายเดือน)
9.3.1 วิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญ ปรับวันละ 3,750 บาทต่อวัน 9.3.2 วิศวกรไฟฟ้า ระดับภาคี ปรับวันละ 2,600 บาทต่อวัน
9.3.3 ช่างเทคนิค ปรับวันละ 1,500 บาทต่อคนต่อวัน
9.4 กรณีผู้รับจ้างไม่จัดส่งตารางกําหนดวันตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ใน สถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4, 7 และอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 KV) ภายในท่าเรือ- แหลมฉบัง ให้กับผู้ว่าจ้าง หลังจากลงนามสัญญาจ้างแล้วภายใน 15 วัน จะถูกปรับวันละ 200 บาท
9.5 กรณีผู้รับจ้างไม่จัดทํารายงาน บันทึกรายละเอียดของงานการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งข้อเสนอแนะ การซ่อมทําแก้ไขปรับปรุงอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4, 7 และอุปกรณ์ ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV) ภายในท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมด ตามกําหนดจะถูกปรับวันละ 200 บาท
9.6 กรณีผู้รับจ้างไม่เข้ามาดําเนินตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ตามข้อ 8.8 คิดค่าปรับเป็น รายวันในอัตราวันละ 2,000 บาท จนกว่าผู้รับจ้างจะเข้ามาดําเนินการ
ทั้งนี้ การคิดค่าปรับจะนับ 24 ชั่วโมงเป็น 1 วัน โดยเริ่มนับจากวันเวลาที่ได้รับแจ้ง จนถึงวันเวลาที่ดําเนินการ เสร็จเรียบร้อย โดยเศษที่ไม่ครบ 24 ชั่วโมงนับเป็น 1 วัน - ความรับผิดชอบสภาพการจ้างงาน
10.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบสภาพการจ้างพนักงาน โดยทําการจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายประกันสังคม ตามที่กฎหมายกําหนด โดยต้องเสียภาษีเงินได้ทุกประเภทตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้อง ปฏิบัติต่อลูกจ้างของผู้รับจ้าง ซึ่งได้ทําการจ้างไว้ให้ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ตลอดจนสิทธิประโยชน์อื่นใด ครบถ้วนถูกต้อง ซึ่งผู้รับจ้างหรือลูกจ้างของผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ จากการท่าเรือฯ อีก ค่าจ้างเหมาตาม สัญญาจ้างที่การท่าเรือฯ จ่ายให้กับผู้รับจ้าง ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้รับผิดชอบต่อพนักงานหรือลูกจ้างไว้แล้วทั้งสิ้น
10.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาชุดเครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล เช่น หมวกเซฟตี้ รองเท้าเซฟตี้ ถุงมือหนังป้องกันกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคน
% C
Ler.
ช
wo
/10.3 ผู้รบ…
h
-16-
10.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําประกันอุบัติเหตุของพนักงานทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติงานในท่าเรือแหลมฉบัง ตลอด ระยะเวลาของสัญญาจ้าง - การตรวจการจ้าง
11.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงาน มีอํานาจเข้าไปตรวจงานในสถานที่ที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงาน สนามและสถานที่ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงในสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ได้ทุกเวลา และผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวกและ ให้ความช่วยเหลือในการนั้นตามสมควร
11.2 เมื่อผ่านการดําเนินงานควบคุมดูแลการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามรายละเอียดข้อ 4 ทุกขั้นตอนแล้ว ผู้รับ จ้างจะต้องทําการสรุปข้อมูลและจดบันทึกเป็นสถิติผลการดําเนินงานดังกล่าวเสนอให้ผู้ว่าจ้างทราบ และในกรณี ที่ตรวจพบว่ามีอุปกรณ์ของระบบไฟฟ้าทั้งภายใน-นอกสถานีหรือเหตุการณ์ที่ทําให้ระบบไฟฟ้าไม่ปกติ
ผู้รับจ้าง
จะต้องแจ้งและแนะนําข้อแก้ไขให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบโดยทันที เพื่อจะได้ดําเนินการแก้ไขโดยเร็ว
11.3 เมื่อผ่านการดําเนินงานตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ในสถานีไฟฟ้าย่อย ระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 4, 7 และอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งหมดแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทําการสรุปข้อมูลและจดบันทึกเป็นรายงานผลการดําเนินงานดังกล่าวเสนอให้กับ ผู้ว่าจ้างทราบและในกรณีที่ตรวจพบว่ามีอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงชิ้นใดหรือเหตุการณ์ที่อาจทําให้ระบบการจ่าย กระแสไฟฟ้าขัดข้องเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งและแนะนําข้อเสนอ พร้อมแนวทางแก้ไขให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุฯ ทราบโดยทันที เพื่อจะได้ดําเนินการแก้ไขโดยเร็วต่อไป - ระยะเวลาดําเนินการ
ระยะเวลาดําเนินการ 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 (หรือนับถัดจากวันที่การ ท่าเรือฯ มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน) - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
13.1 การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอในการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ การท่าเรือฯ จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพโดยจะพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและ
น้ําหนักที่กําหนด ดังนี้
13.1.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50
13.1.2 ข้อเสนอหรือข้อเทคนิคอื่นๆ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50 โดยมีเกณฑ์การพิจารณา ข้อเสนอ รายละเอียดตามภาคผนวก คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 13.1.2.1 แผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้งเหตุในกรณีที่พบปัญหา (70 คะแนน)
- สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอแผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้ง เหตุในกรณีที่พบปัญหา ซึ่งต้องสอดคล้องเป็นไปตาม TOR โดยมีรายละเอียด ประกอบด้วย แผนการจัดบุคลากร ในการทํางาน เช่น จัดการทํางานกี่กะอย่างไร แต่ละกะมีจํานวนกี่คน วิศวกรจะเข้าทํางานในวันใด เวลาใด จัด หัวหน้าเวรเป็นใครเข้าวันไหน หากเกิดปัญหาในแต่ละส่วนต้องแก้ไขอย่างไร ลําดับขั้นตอนแบบใด เป็นต้น
Z
Bull
/สาเหตุ…
Lu.
об
-17-
สาเหตุที่ต้องกําหนดเกณฑ์คุณภาพ เพื่อให้ท่าเรือแหลมฉบังเกิดความมั่นใจว่า จะได้ผู้รับจ้าง ที่มีความเข้าใจในการทํางานควบคุมสถานีไฟฟ้าได้จริง สามารถเรียงลําดับขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา เรียงลําดับ ความสําคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์ ในแต่ละสถานี ในแต่ละอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องชัดเจน เพราะ งานจ้างฯ ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่จัดเจ้าหน้าที่มาเข้าเวรตามเงื่อนไข แต่จะต้องมีความรู้ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เช่น ตรวจพื้นที่ที่เกิดปัญหากระแสไฟฟ้าดับเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างต้องปีนเสาซ่อมสาย ไฟฟ้าแรงสูงได้ ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ เพื่อกําหนดวันดับกระแสไฟฟ้าของแต่ละผู้ประกอบการ แต่ละสถานี เพราะความผิดพลาดในวัน เวลา จ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนไม่ได้ตามที่กําหนด จะทําให้เกิดความ เสียหายต่อการท่าเรือฯ เป็นอย่างมาก ดังนั้นการนําเสนอแผนจึงมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการพิจารณา
13.1.2.2 ผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 MV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง (30 คะแนน) สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องแสดงสําเนาสัญญาจ้างฯ หรือหนังสือรับรอง ผลงาน ที่เป็นผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี นับถึงวันที่ยื่นเสนอราคา
สาเหตุที่ต้องกําหนดเกณฑ์คุณภาพ ไม่ได้เป็นการกีดกัน หรือเป็นการล็อกคุณสมบัติ แต่เพื่อ เป็นการลดภาระเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง และคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบัง มีพื้นที่รวม เฉพาะเฟส 1 และเฟส 2 มากกว่า 6,300 ไร่ มีสถานีไฟฟ้า 7 แห่ง มี RMU มากกว่า 10 แห่ง หม้อแปลงไฟฟ้า มากกว่า 200 เครื่อง สายไฟฟ้ามากกว่า 90% เป็น Under Ground มีผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้เช่าพื้นที่ จํานวนมาก และต้องจดมิเตอร์ไฟฟ้ามากกว่า 150 เครื่อง เพื่อเรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าทุกๆ สิ้นเดือน จึงเป็น สาเหตุที่ต้องใช้เกณฑ์คุณภาพมาช่วยในการพิจารณา เพราะการที่ได้ผู้รับจ้างฯ เคยทํางานควบคุมสถานีไฟฟ้า ภายในท่าเรือแหลมฉบังมาแล้วนั้น ย่อมเป็นประโยชน์สูงสุดกับการท่าเรือฯ ทั้งในเรื่องลดระยะเวลาในการ ตรวจหาสาเหตุ เวลาเกิดปัญหาสามารถออกไปแก้ไขได้ทันที เพราะรู้จักสถานที่ รู้จักเส้นทาง รู้จักตําแหน่งของ มิเตอร์ และที่สําคัญสามารถเตรียมอุปกรณ์ที่จะต้องซ่อมเปลี่ยน แก้ไขได้ตรงจุด เพราะรู้จัก Spec และขนาดของ อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท ทุกสถานที่ ที่สําคัญเกณฑ์ข้อนี้เคยมีผู้รับจ้างทํางานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ราย
13.2 การตัดสินผู้ชนะการเสนอราคา
การท่าเรือฯ จะพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาจากผู้ที่ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพ (ข้อ 13.1.2) และด้านราคา (ข้อ 13.1.1) สูงสุด โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องใดๆ มิได้
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ได้รับคัดเลือกไม่เข้าทําสัญญากับการท่าเรือฯ ในเวลาที่กําหนด การท่าเรือฯ
จะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนรวมสูงสุดรายถัดไป
- วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้าง
วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 8,632,200.- บาท (แปดล้านหกแสนสามหมื่นสองพันสองร้อย บาทถ้วน) การจ้างครั้งนี้เป็นการจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ โดยรวมค่าวัสดุ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมดด้วยแล้ว - หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้จํานวน 431,610.- บาท (สี่แสนสามหมื่น หนึ่งพันหกร้อยสิบบาทถ้วน)
15.1 เงินสด
15.2 หนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด 15.3 พันธบัตรรัฐบาลไทย
8
Sill
Lu.
كة
/15.4 หนังสือ…
Ver L
-18-
15.4 หนังสือค้ําประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท
เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ําประกัน ของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ การท่าเรือฯ จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ําประกันภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้มีสิทธิเสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ จะคืนให้ต่อเมื่อได้ ทําสัญญาหรือข้อตกลง หรือเมื่อผู้มีสิทธิเสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่ากรณีใดๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย - กําหนดยืนราคา
กําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันยื่นเสนอราคา - ข้อสงวนสิทธิ
เงินค่าจ้างสําหรับการจ้างทํางานครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจําปี 2570 การท่าเรือฯ ขอสงวนสิทธิ ที่จะลงนามในสัญญาฯ ต่อเมื่อได้รับอนุมัติเงินงบประมาณประจําปี 2570 สนับสนุนแล้วเท่านั้น
หากการท่าเรือฯ ไม่สามารถลงนามในสัญญาฯ หรือแจ้งให้ผู้รับจ้างเริ่มงาน ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 การจ่ายเงินงวดแรก (ประจําเดือนตุลาคม) การท่าเรือฯ ขอสงวนสิทธิจ่ายเงินตามวันที่ผู้รับจ้างเริ่มปฏิบัติงาน ตามจริง โดยจะจ่ายเงินตามรายการค่าบุคลากรควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าต่อเดือนตามที่ผู้รับจ้างเสนอ แล้ว
คํานวณจ่ายเป็นรายวันตามที่ปฏิบัติงานจริง - การจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงิน 12 งวดๆ ละเท่าๆ กัน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูง ของสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 kV และตรวจสอบบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือ- แหลมฉบัง ดําเนินการทั้งหมดในแต่ละเดือน ตามที่กําหนดในเงื่อนไขเป็นที่เรียบร้อย โดยคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุ มีมติตรวจรับงานครบถ้วนถูกต้องตามที่กําหนดในเงื่อนไขการจ้างทุกประการแล้ว
ยกเว้นการเริ่มปฏิบัติงานตาม 17 ข้อสงวนสิทธิ์ วรรคสอง จะจ่ายเงินตามวันที่ผู้รับจ้างเริ่มปฏิบัติงานตามจริง - การทําสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องทําสัญญากับการท่าเรือฯ ภายใน 7 วัน โดยนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษร และจะต้องวางหลักประกันสัญญา เป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 (ห้า) ของราคา งานจัดซื้อฯ ทั้งหมวดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้การท่าเรือฯ ยึดถือไว้ในขณะทําสัญญา โดยใช้หลักประกัน อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
19.1 เงินสด
19.2 เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่ายให้แก่การท่าเรือฯ โดยต้องเป็นเช็คลงวันที่ที่ทําสัญญา หรือลงวันที่ก่อนหน้านั้น ไม่เกิน 3 วันทําการ
19.3 หนังสือค้ําประกันของธนาคารภายในประเทศ
19.4 หนังสือค้ําประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบแล้ว โดยอนุโลม ให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ําประกัน
/19.5 พันธบัตร…
8
Call
Lu
ыб
V L’
-19-
19.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอพ้นจากข้อผูกพัน
ตามสัญญาแล้ว
ผู้จัดทําร่างขอบเขตของงานจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV, 22 kV และตรวจสอบบํารุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง
Thür aber
(นายรังสรรค์ ศรีอนันต์)
นบ.13 ทลฉ.
ประธาน
(นายเกียรติศักดิ์ แซ่มนิล)
ชกทช.
กรรมการ
(นางมยุรี ดีรูป) นวช. 11 ฝก.
กรรมการ
(นายเจตนิพัทธ์ สัทธาประสิทธิ์)
หรฟก ซ.ฝาช
กรรมการ
Loom!
(นายธนภัทร ศรีวณิชากร)
ทผซฟ.กก .
กรรมการและเลขานุการ
-20-
ภาคผนวก
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอในการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ การท่าเรือฯ จะพิจารณา
ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพโดยจะพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่
กําหนด ดังนี - ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50 (คะแนนเต็ม 100)
- ผู้เสนอราคาต่ําสุด
100 คะแนน - ผู้เสนอราคาอันดับรองลงมา ได้คะแนนตามสัดส่วน โดยคิดจากสูตรคํานวณ ดังนี้
100 - ((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาของผู้เสนอราคาต่ําสุด) / ราคาของผู้เสนอราคาต่ําสุด X 100)
- ข้อเสนอหรือข้อเทคนิคอื่นๆ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50 โดยมีเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ รายละเอียด คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีรายละเอียดดังนี้
แผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้งเหตุในกรณีที่พบปัญหา (70 คะแนน)
- สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอแผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้ง เหตุในกรณีที่พบปัญหา โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
ละเอียดครบถ้วน
เสนอแผนการจัดบุคลากร (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)
ไม่สอดคล้องตาม Tor
บางรายการไม่สอดคล้องตาม Tor
สอดคล้องตาม Tor
เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
ไม่ชี้แจงรายละเอียด
จัดลําดับความสําคัญได้ ชี้แจงขั้นตอนได้
0 คะแนน
10 คะแนน
20 คะแนน
0 คะแนน
10 คะแนน
จัดลําดับความสําคัญถูกต้อง ยกตัวอย่างพร้อมชี้แจงขั้นตอนในการแก้ไขได้
20 คะแนน
จัดลําดับความสําคัญถูกต้องและครบถ้วน สามารถยกตัวอย่างพร้อมชี้แจงขั้นตอนในการแก้ไขได้
30 คะแนน
เสนอแผนการจัดวิศวกรอย่างต่ําระดับสามัญ (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)
เสนอต่ํากว่าระดับสามัญ เสนอระดับสามัญ เสนอระดับวุฒิ
0 คะแนน
10 คะแนน
20 คะแนน
ผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง (30 คะแนน) - สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องแสดงสําเนาสัญญาจ้างฯ หรือหนังสือรับรอง ผลงาน โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
เสนอผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน
10 ปี ในวงเงินไม่ต่ํากว่า 4,000,000.-
10 คะแนน
เสนอผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน
10 ปี ในวงเงินไม่ต่ํากว่า 6,000,000.-
20 คะแนน
เสนอผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน
10 ปี ในวงเงินไม่ต่ํากว่า 8,000,000.-
Z
Boch
30 คะแนน