จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาให้บริการบริหารงานระบบและซ่อมบำรุงระบบวิศวกรรมอาคารศาลจังหวัดนครสวรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครสวรรค์ 69089340572
฿1,626,000 ปีงบ 2570 ประกาศ 19 ส.ค. 2569 นครสวรรค์
รายละเอียดการจ้าง

ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ดำเนินการจัดจ้างเหมาให้บริการบริหารงานระบบและซ่อมบำรุงระบบวิศวกรรมอาคารศาลจังหวัดนครสวรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ระบบวิศวกรรมต่างๆ ภายในอาคารสูง 5 ชั้น เช่น ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิง ระบบกล้องวงจรปิด ระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบลิฟต์ และระบบสุขาภิบาล อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุดต่อชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้มาติดต่อราชการ งานบริการครอบคลุมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และเชิงรุก (Active Maintenance) การบริหารจัดการด้านอนุรักษ์พลังงาน การประสานงานกับผู้รับเหมาภายนอก ตลอดจนการจัดทำรูปแบบรายการและประมาณราคาเบื้องต้นสำหรับการปรับปรุงอาคาร ระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 ใช้วิธีพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วยเกณฑ์ราคา วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,626,000 บาท แบ่งจ่ายเป็นรายเดือนรวม 12 งวด

English summary

The Nakhon Sawan Provincial Court is inviting e-bidding for the engineering system management and maintenance services contract for the Nakhon Sawan Provincial Court building for the fiscal year 2027 (October 1, 2026 – September 30, 2027). The project has a budget of 1,626,000 Baht. The scope of work includes preventive and active maintenance of various building engineering systems (e.g., fire alarm, CCTV, HVAC, electrical, and elevator systems) to ensure operational safety, efficiency, and compliance with engineering standards over a 12-month period.

สถานที่ดำเนินการ

อาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครสวรรค์

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ดำเนินการบริหารงานระบบวิศวกรรมต่างๆ ของอาคารให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย สมบูรณ์ และใช้งานได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ
    • เพื่อบริหารจัดการงานระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และเชิงรุก (Active Maintenance) ให้ได้ประสิทธิภาพและเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน
    • เพื่อประสานงานระหว่างอาคารในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมในพื้นที่ส่วนกลาง และผู้รับเหมาภายนอก
    • เพื่อให้ครอบคลุมการตรวจสอบ การจัดทำรูปแบบรายการงานปรับปรุงอาคาร และงานประมาณราคาก่อนส่งสำนักบริหารงานออกแบบและก่อสร้างพิจารณา
    • เพื่อบริหารจัดการด้านการอนุรักษ์พลังงานประจำอาคารได้อย่างประสิทธิภาพ
    • เพื่ออำนวยความสะดวกพร้อมให้บริการในอาคาร โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานและเจ้าของอาคาร
    • เพื่อให้บริการเสนอแนะแนวทางวิธีการแก้ไข/ปรับปรุงตามความเหมาะสมของอาคารและสิ่งก่อสร้างประกอบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    • เพื่อติดตาม เร่งรัด ทวงถาม และประสานงานใดๆ กับผู้รับเหมาภายนอกในการร่วมงานกับผู้ว่าจ้าง
    • เพื่อบริหารจัดการงานจัดทำรายละเอียด/ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์/เครื่องจักร ในกลุ่มอาคารให้ใช้เป็นแนวทางสำหรับปรับปรุงและซ่อมแซมเมื่อเกิดการชำรุด

ขอบเขตของงาน

  • บริหารจัดการและซ่อมบำรุงระบบวิศวกรรมอาคาร ภายในอาคารศาลจังหวัดนครสวรรค์ สูง 5 ชั้น
    • ดูแลรักษาระบบประกอบอาคาร ได้แก่ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, ระบบดับเพลิง, ระบบกล้องวงจรปิด, ระบบเตือนภัยอาชญากรรม, ระบบโทรศัพท์, ระบบคอมพิวเตอร์, ระบบสุขาภิบาล, ระบบปรับอากาศ, ระบบระบายอากาศ, ระบบไฟฟ้ากำลัง, ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง, ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า, ระบบท่อน้ำดี น้ำทิ้ง, ระบบประกาศเสียง, ระบบเสาอากาศทีวีรวม และระบบลิฟต์
    • จัดทำแผนและปฏิบัติงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และเชิงรุก (Active Maintenance)
    • บริหารจัดการด้านการอนุรักษ์พลังงานและอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยภายในอาคาร
    • ตรวจสอบและจัดทำรูปแบบรายการงานปรับปรุงอาคาร พร้อมประมาณราคาก่อนเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • ประสานงานและควบคุมผู้รับเหมาภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่อาคาร

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานผลการปฏิบัติงานและการบริหารระบบวิศวกรรมประจำอาคาร (รายเดือน)
    • แผนการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Schedule)
    • รายงานและข้อมูลรายละเอียดอุปกรณ์/เครื่องจักรภายในอาคารเพื่อใช้เป็นแนวทางซ่อมแซม
    • รูปแบบรายการงานปรับปรุงอาคารและประมาณราคา (เมื่อมีความจำเป็นต้องปรับปรุง)
    • รายงานสรุปการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงานประจำอาคาร

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการรวม 12 เดือน
    • วันที่เริ่มต้นสัญญา: 1 ตุลาคม 2569
    • วันที่สิ้นสุดสัญญา: 30 กันยายน 2570

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว และไม่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องขึ้นทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Personnel: จัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางและมีคุณสมบัติตรงตามตำแหน่งที่กำหนดมาปฏิบัติงานประจำตามสัญญา
  • Exclude the basic requirements: (ระบุตามเงื่อนไขมาตรฐานของ e-bidding ทั่วไป เช่น มูลค่าสุทธิของกิจการต้องเป็นบวก หรือทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ)

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วย “เกณฑ์ราคา” (Lowest Price)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

งานซ่อมบำรุงและบริหารระบบวิศวกรรมอาคารศาลจังหวัดนครสวรรค์ ครอบคลุมระบบความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และลิฟต์ ซึ่งต้องดำเนินการโดยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางภายใต้มาตรฐานวิศวกรรมประกอบอาคาร

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 1,626,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงแล้ว)
    • การจ่ายเงิน: จ่ายเป็นรายเดือน รวม 12 งวด เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับเรียบร้อยแล้วในแต่ละเดือน
    • ค่าปรับ:
      • กรณีบุคลากรมาปฏิบัติงานไม่ครบตามจำนวนวัน: ปรับรายวันในอัตราวันละ 0.10% ของราคาค่าจ้างตามสัญญา
      • กรณีเพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไข: ปรับในอัตราร้อยละ 0.1 ของค่าจ้างเหมาทั้งหมดตามสัญญาต่อวัน
      • ค่าปรับกรณีมาปฏิบัติงานไม่ครบเวลาทำงาน: หักค่าจ้างตามสัดส่วน หรือปรับเป็นรายชั่วโมงในอัตรา 100 บาท/คน/ผลัด
    • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง: 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการนานเท่าใด?
    A: มีระยะเวลาดำเนินการรวม 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
    • Q: งบประมาณในการจัดจ้างครั้งนี้มีมูลค่าเท่าใด?
      A: วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,626,000 บาท (หนึ่งล้านหกแสนสองหมื่นหกพันบาทถ้วน)
    • Q: การจ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับจ้างแบ่งออกเป็นกี่งวด?
      A: แบ่งจ่ายเป็นรายเดือน รวมทั้งสิ้น 12 งวด (งวดละ 1 เดือน)
    • Q: เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาคืออะไร?
      A: ใช้เกณฑ์ราคา (Lowest Price)
    • Q: หากบุคลากรของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ครบเวลาในแต่ละวัน จะถูกหักเงินอย่างไร?
      A: ผู้ว่าจ้างจะลดค่าจ้างในอัตราชั่วโมงละ 100 บาทต่อคน/ผลัด โดยนับเศษของชั่วโมงเป็นหนึ่งชั่วโมง
    • Q: ระบบวิศวกรรมหลักใดบ้างที่ต้องดูแลรักษาในอาคารนี้?
      A: ประกอบด้วยระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, ระบบดับเพลิง, ระบบกล้องวงจรปิด, ระบบปรับอากาศ, ระบบไฟฟ้ากำลัง, ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า, ระบบลิฟต์ และระบบสุขาภิบาล เป็นต้น
    • Q: ผู้รับจ้างต้องมีแผนการบำรุงรักษาในลักษณะใดบ้าง?
      A: ต้องบริหารจัดการงานระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และเชิงรุก (Active Maintenance)
    • Q: หากพบความชำรุดบกพร่องภายหลังส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบภายในระยะเวลากี่วัน?
      A: ต้องรับผิดชอบและเข้าแก้ไขภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
    • Q: อาคารที่ปฏิบัติงานมีความสูงกี่ชั้น?
      A: เป็นอาคารที่ทำการศาลจังหวัดนครสวรรค์ สูง 5 ชั้น
    • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักทรัพย์หรือวงเงินสินเชื่อในกรณีที่ไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการอย่างไร?
      A: ต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ จากธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จางเหมาใหบริการบริหารงานระบบและซอมบํารุงระบบวิศวกรรมอาคารศาลจังหวัดนครสวรรค ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2570
ระยะเวลาดําเนินการ จํานวน 12 เดือน (เริ่มตั้งแต 1 ตุลาคม 2569 ถึง ๓๐ กนัยายน ๒๕70)

  1. ความเปนมา
    เน่ืองดวยอาคารที่ทําการศาลจังหวัดนครสวรรคเปนอาคารสูง ๕ ชั้น ภายในอาคาร ประกอบดวยระบบวิศวกรรมตาง ๆ อาทิ ระบบแจงเหตุเพลิงไหม ระบบดับเพลิง ระบบกลองวงจรปด ระบบเตือนภัยอาชญากรรม ระบบโทรศัพท ระบบคอมพิวเตอร ระบบสุขาภิบาล ระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟากําลัง ระบบไฟฟาแสงสวาง ระบบเครื่องกําเนิดไฟฟา ระบบทอน้ําดี น้ําทิ้ง ระบบประกาศเสียง ระบบเสาอากาศทีวีรวมและระบบลิฟต เปนตน ซึ่งแตละระบบมีความ ซับซอนตองใชผูมีความรูความสามารถเฉพาะในการตรวจสอบ ดูแล และบํารุงรักษาเพื่อใหระบบตางๆ มีประสิทธิภาพในการใชงานและสามารถใชงานไดท ันทวงทีเมื่อเกิดสถานการณฉ ุกเฉิน อันจะสงผลใหเกิด ความปลอดภัยตอชีวิตของขาราชการ พนักงานราชการ ลูกจางประจํา ลูกจางชั่วคราว รวมถึงประชาชน ผูมาติดตอราชการทั้งภายในและภายนอก และเพื่อเปนการบํารุงรักษาทรัพยสินของทางราชการ สวนคลัง งานพัสดุ จึงจําเปนตองจางเหมาใหบริการบริหารงานระบบและซอมบํารุงระบบวิศวกรรม อาคารศาลจังหวัดนครสวรรค ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2570
  2. วัตถุประสงค
    ดวยศาลจังหวัดนครสวรรค มีความประสงคจะประกวดราคาจางเหมาใหบริการ บริหารงานระบบและซอมบํารุงระบบวิศวกรรมอาคารศาลจังหวัดนครสวรรค ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2570 (ระยะเวลาการจางตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖9 - ๓๐ กันยายน 2570) ดวยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส (e-bidding) ดังนี้
    2.1 ดําเนินการบริหารงานระบบวิศวกรรมตางๆ ของอาคารใหอยูในสภาพเรียบรอย สมบูรณและใชงานไดดีอยางมีประสิทธิภาพ
    2.2 เพื่อบริหารจัดการงานระบบบํารุงรักษาเชิงปองกัน (Preventive Maintenance) และเชิงรุก (Active Maintenance) ใหไดประสิทธิภาพ และเปนไปตามขอกําหนดและมาตรฐาน 2.3 เพื่อประสานงานระหวางอาคารในสังกัดสํานักงานศาลยุติธรรมในพื้นที่สวนกลาง และผูรบัเหมาภายนอก
    2.4 เพื่อใหครอบคลุมการตรวจสอบการจัดทํารูปแบบรายการงานปรับปรุงอาคาร และ งานประมาณราคากอนสงสํานักบรหิารงานออกแบบและกอสรางพิจารณา
    2.5 เพื่อบริหารจัดการดานการอนุรกัษพลังงานประจําอาคาร ไดอยางประสิทธิภาพ /2.6 เพื่ออํานวย…

    2.6 เพื่ออํานวยความสะดวกพรอมใหบริการในอาคาร โดยคํานึงถึงความปลอดภัยของ ผูใชงานและเจาของอาคาร
    2.7 เพื่อใหบริการเสนอแนะแนวทางวิธีการแกไข/ปรับปรุงตามความเหมาะสมของ อาคารและสิ่งกอสรางประกอบใหมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคํานึงตามหลักวิศวกรรมประกอบอาคาร 2.8 เพื่อติดตาม เรงรัด ทวงถาม และประสานงานใดๆ กับผูรับเหมาภายนอกในการ รวมงานกับผูวาจาง
    2.9 เพื่อบริหารจัดการงานจัดทํารายละเอียด/ขอมูล ที่เกี่ยวของกับอุปกรณ/เคร่ืองจักร ในกลมุ อาคารใหใชเปนแนวทางสําหรับปรับปรุงและซอมแซม เมื่ออุปกรณ/เคร่อืงจักรนั้นๆ เกิดชํารุด
  3. คุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไมเปนบุคคลลมละลาย
    3.3 ไมอยูระหวางเลิกกิจการ
    3.4 ไมเปนบุคคลซึ่งอยูระหวางถูกระงับการยื่นขอเสนอหรือทําสัญญากับหนวยงานของ รัฐไวชั่วคราว เนื่องจากเปนผูที่ไมผานเกณฑการประเมินผลการปฏิบัติงานของผูประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพรในระบบเครือขายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
    3.5 ไมเปนบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไวในบัญชีรายชื่อผูทิ้งงานและไดแจงเวียนชื่อใหเปน ผูทิ้งงานของหนวยงานของรัฐในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคล ที่ผูทิ้งงาน เปนหุนสวนผูจัดการ กรรมการผูจัดการ ผูบริหาร ผูมีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของ นิติบุคคลนั้นดวย
    3.6 มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจาง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เปนนิตบิุคคลผูมีอาชีพรับจางงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสดังกลาว
    3.8 ไมเปนผูมีผลประโยชนรวมกันกับผูยื่นขอเสนอรายอื่นที่เขายื่นขอเสนอใหแกสํานัก อํานวยการประจําศาลจังหวัดนครสวรรค ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส หรือไมเปนผูกระทํา การอันเปนการขัดขวางการแขงขันอยางเปนธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสคร้งันี้
    3.9 ไมเปนผูไดรับเอกสิทธิ์หรือความคุมกัน ซ่ึงอาจปฏิเสธไมยอมขึ้นศาลไทย เวนแต รัฐบาล ของผูยื่นขอเสนอไดมีคาํสั่งใหสละเอกสิทธิ์และความคุมกันเชน วานั้น
    3.10 ผูยื่นขอเสนอที่ยื่นขอเสนอในรูปแบบของ “กิจการรวมคา” ตองมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ขอตกลงระหวางผูเขารวมคากําหนดใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่ง เปนผูเขารวมคาหลัก ขอตกลงระหวางผูเขารวมคาจะตองมีการกําหนดสัดสวนหนาที่ และความรับผิดชอบ ในปริมาณงาน สิ่งของ หรอืมูลคาตามสัญญาของผูเขารวมคาหลักมากกวาผูเขารวมคารายอื่นทุกราย กรณีที่ขอตกลงระหวางผูเขารวมคากําหนดใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่ง เปนผูเขารวมคาหลัก กิจการรวมคานั้นตองใชผลงานของผูเขารวมคาหลักรายเดียวเปนผลงานของกิจการ รวมคาที่ยื่นขอเสนอ
    /สาํ หรับ…

    สําหรับขอตกลงระหวางผูรวมคาที่ไมไดกําหนดใหผูเขารวมคารายใดเปนผูเขารวม คาหลัก ผูเขารวมคาทุกรายจะตองมีคุณสมบัติครบถวนตามเง่ือนไขที่กําหนดไวในเอกสารเชิญชวน หรือ หนังสือเชิญชวน
    กรณีที่ขอตกลงระหวางผูรวมคากําหนดใหมีการมอบหมายผูเขารวมคารายใด รายหนึ่งเปนผูยื่นขอเสนอ ในนามกิจการรวมคา การยื่นขอเสนอดังกลาวไมตองมีหนังสือมอบอํานาจ สําหรับขอตกลงระหวางผูรวมคาที่ไมไดกําหนดใหผูเขารวมคารายใดเปนผูยื่น ขอเสนอ ผูเขารวมคาทุกรายจะตองลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่งเปน ผูยื่นขอเสนอในนามกิจการรวมคา
    3.11 ผูยื่นขอเสนอตองลงทะเบียนที่มีขอมูลถูกตองครบถวนในระบบจัดซื้อจัดจาง ภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส(Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผูยื่นขอเสนอตองมีมูลคาสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งไดจดทะเบียน เกินกวา 1 ปตองมีมูลคาสุทธิของกิจการ จากผลตางระหวางสินทรัพยสุทธิหักดวยหน้สีินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแลว ซึ่งจะตองแสดงคาเปนบวก 1 ปสุดทายกอนวันยื่น ขอเสนอ
    (2) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไมมี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการคา ใหพิจารณาการกําหนดมูลคาของ ทุนจดทะเบียน โดยผูยื่นขอเสนอจะตองมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลคาหุนแลว ณ วันที่ยื่นขอเสนอ ไมต ํา่ กวา 1 ลานบาท
    (3) สําหรับการจัดซ้ือจัดจางครั้งหน่ึงที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณี ผูยื่นขอเสนอเปนบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไมเกิน 90 วัน กอนวัน ยื่นขอเสนอ โดยตองมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเปนมูลคา 1 ใน 4 ของมูลคางบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นขอเสนอในแตละคร้ัง และหากเปนผูชนะการจัดซ้ือจัดจางหรือเปนผูไดรับ การคดัเลือกจะตองแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลคาดังกลาวอีกครั้งในวันลงนามในสัญญา (4) กรณีที่ผูยื่นขอเสนอไมมีมูลคาสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต ไมเพียงพอที่จะเขายื่นขอเสนอ ผูยื่นขอเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยตองมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลคางบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นขอเสนอในแตละคร้ัง (สินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพยที่ไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชยและประกอบธุรกิจคาประกันตามประกาศของธนาคารแหงประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนท่ีธนาคารแหงประเทศไทยแจงเวียนใหทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สํานักงานใหญรับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีไดรับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ) ซึ่งออกใหแกผูยื่นขอเสนอ นับถึงวันยื่นขอเสนอไมเกิน 90 วัน)
    (5) กรณีตาม (1) – (4) ยกเวนสําหรับกรณีดังตอไปนี้
    (5.1) กรณีที่ผูยื่นเสนอเปนหนวยงานของรฐั
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยูระหวางการฟนฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติลมละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
    /4.รายละเอียด…
  4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพสัดุที่จะดําเนินการจัดจาง
    ตามขอกําหนดการจางเหมาใหบริการบริหารงานระบบและซอมบํารุงระบบวิศวกรรม อาคารศาลจังหวัดนครสวรรค ของสํานักบริหารงานออกแบบและกอสราง สํานักงานศาลยุติธรรม รายละเอียดตามเอกสารแนบทาย
  5. กําหนดเวลาสงมอบพัสดุ
    กําหนดเปนระยะเวลา ๑๒ เดือน โดยเร่ิมจางต้ังแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖9 สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน 2570 จายเงินเปนงวดๆละเดอืน รวมทั้งส้ิน 12 งวดเมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเรียบรอยแลว
  6. หลักเกณฑในการพิจารณาคัดเลือกขอเสนอ
    การพิจารณาคัดเลือกขอเสนอโดยใชเกณฑราคา
  7. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ไดรับจัดสรร
    เงินงบประมาณสําหรับจางเหมาใหบริการบริหารงานระบบและซอมบํารุงระบบ วิศวกรรมอาคารศาลจังหวัดนครสวรรค ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2570 จํานวน 1,626,000.00 บาท (หนึ่งลานหกแสนสองหมื่นหกพันบาทถวน)
  8. งวดงานและการจายเงิน
    ศาลจังหวัดนครสวรรคจะจายเงินซ่ึงไดรวมภาษีมูลคาเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และ คาใชจายทั้งปวงแลวใหแกผูรับจาง เมื่อผูรับจางไดสงมอบงานหรือสิ่งของไดครบถวนตามสัญญาหรือ ขอตกลงเปนหนังสือ และผูวาจางหรือผูแทนของผูวาจางไดตรวจรับมอบงานหรือสิ่งของที่สงมอบ ในแตล ะงวดเรยีบรอยแลว กําหนดการจายเงนิเปนงวดๆ รวม 12 งวด ดังนี้
    งวดที่ 1 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 31 ตุลาคม 2569 งวดที่ 2 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 30 พฤศจิกายน 2569 งวดที่ 3 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2569
    งวดที่ 4 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 31 มกราคม 2570
    งวดที่ 5 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 28 กุมภาพันธ 2570
    งวดที่ 6 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 31 มีนาคม 2570
    งวดที่ 7 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 30 เมษายน 2570
    งวดที่ 8 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 31 พฤษภาคม 2570
    งวดที่ 9 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2570
    งวดที่ 10 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 31 กรกฎาคม 2570 งวดที่ 11 เมื่อผูรับจางไดป ฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 31 สิงหาคม 2570
    งวดที่ 12 เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ใหแลวเสร็จภายใน 30 กันยายน 2570 9. อัตราคาปรับ
    9.1 คาปรับกรณีบุคลากรของผูรับจาง ที่มาทํางานไมครบตามจํานวนวันในสัญญาจาง และผูวาจางยังไมไดบอกเลิกสัญญา ผูรับจางยินยอมใหปรับเปนรายวัน ในอัตราวันละ รอยละ 0.10 ของราคาคาจางตามสัญญานั้น คาปรับรายวันหากมีทศนิยมใหปดขึ้นเปนจํานวนเต็ม ใหนับตอเนื่องตั้งแต วันที่ไมม าปฏิบัติงานจนถึงวันที่มาปฏิบัติงานตามสัญญา
    /9.2 คา ปรับ…

    9.2 คาปรับกรณีผูรับจางเพิกเฉยหรือละเวนตอการปฏิบัติหนาที่ 9.2.1 กรณีงานมีมูลคาไมสูงมาก* หากผูรับจางไมดําเนินการแกไขในโดยเร็ว หรือระยะเวลาไมเกิน 30 วัน ผูวาจางจะมีหนังสือแจงใหผูรับจางปรับปรุงการทํางานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่อง ผูรับจางจะตองแกไขภายใน 15 วัน หากไมดําเนินการและไมชี้แจงเหตุผลท่ีสมควร ใหผูวาจางทราบ ผูวาจางสงวนสิทธิที่จะปรับผูรับจาง
    9.2.2 กรณีงานมีมูลคาสูงหรือระบบเฉพาะทาง หากผูรับจางไมดําเนินการ แกไขในโดยเร็วหรือระยะเวลาไมเกิน 60 วัน ผูวาจางจะมีหนังสือแจงใหผูรับจางปรับปรุงการทํางาน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องผูรับจางจะตองแกไขภายใน 15 วัน หากไมดําเนินการและไมชี้แจง เหตุผลที่สมควรใหผวู าจางทราบ ผูวาจางสงวนสิทธิที่จะปรับผูรับจาง
    9.2.3 กรณีงานที่อยูภายใตเงื่อนไขการรับประกัน ผูรับจางจะตองเปนผูติดตอ ประสานงาน คูสัญญาของผูวาจางเขามาซอมบํารุงอาคาร พรอมทั้งติดตามความคืบหนาของผูใหบริการ ซอมแซมและรายงานตอผูวาจางเปนระยะ หากผูรับจางไมดําเนินการแกไขในโดยเร็วหรือระยะเวลา ไมเกิน 30 วัน ผูวาจางจะมีหนังสือแจงใหผูรับจางปรับปรุงการทํางานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่อง ผูรับจางจะตองแกไขภายใน 15 วัน หากไมดําเนินการและไมชี้แจงเหตุผลที่สมควรใหผูวาจางทราบ ผูวาจางสงวนสิทธิที่จะปรับผูรับจาง
    9.2.4 การปรับกรณีตามขอ 9.2.1 – 9.2.3 ผูวาจางจะคิดปรับผูรับจาง ดงันี้
    รอยละ 0.1 x คาจางเหมาทั้งหมดตามสัญญา = คาปรับที่หักรายวัน หากมีทศนิยมใหปดขึ้นเปนจํานวนเต็ม
    คาปรับดังกลาวใหนับตอเนื่องตั้งแตวันที่พนกําหนดระยะเวลาดําเนินการตาม เงื่อนไขจนถึงวันท่ผีูรับจางดําเนินการแกไขแลวเสร็จ หรือมีรายงานความกาวหนาของงานเสนอตอผูวาจาง 10. การหักคาจาง
    กรณีบุคลากรของผูรับจางมาปฏิบัติงานไมครบตามสัญญาในวันใด ตามขอกําหนด การบริหารจัดการประจําอาคาร ผูรับจางยินยอมใหผูวาจางหักเงินคาจางที่จะจายใหสําหรับเดือนนั้น ๆ ตามจํานวนวัน เวนแตผูรับจางจะจัดสงบุคลากรท่ีมีคุณสมบัติในตําแหนงนั้น ๆ เขาปฏิบัติหนาท่ีแทน ใหคณะกรรมการตรวจรับพัสดุสามารถพิจารณายกเวนคาปรับไดโดยอนุโลม ทั้งนี้ ผูวาจางจะถือวา ผูรับจางยังคงปฏิบัติตามสัญญา ตอเมื่อบุคลากรที่มาทดแทนนั้น ผานคณุ สมบัติในตําแหนงที่กําหนด
    (1) ในการคํานวณการหักคาจางใหถือวาหนึ่งเดือนมีจํานวน 30 วัน และ 1 วันมี 8 ชั่วโมงการทํางาน กรณีบุคลากรของผูรับจางไมมาปฏิบัติงานในวันใดที่กําหนดในสัญญาหรือแตละผลัด ผูวาจางจะลดคาจางของงวดการจายนั้นลงในอัตราดังนี้

คาจางแตละบุคลากรที่จะจายในเดือนนั้น / 30 = คาจางที่หักรายวัน หากมีทศนิยมใหปดขึ้นเปนจํานวนเต็ม
(2) กรณีบุคลากรของผูรับจางมาปฏิบัติงานไมครบตามเวลาปฏิบัติงานในวันนั้น ๆ ผูวาจางจะลดคาจางของงวดการจายนั้นลง ในอัตราชั่วโมงละ 100 บาท (หนึ่งรอยบาทถวน) ตอคน/ผลัด นับตั้งแตเวลาเริ่มตนการใหบรกิารในแตละผลัดที่กําหนด ใหนับเศษของชั่วโมงเปนหนึ่งชั่วโมง
/11. การกําหนด…

11. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพรอง
เมื่องานแลวเสร็จบริบูรณ และผูวาจางไดรับมอบงานจากผูรับจางหรือจาก ผูรับจาง รายใหม ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา หากมีเหตุชํารุดบกพรองหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจางนี้ ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ไดรับมอบงานดังกลาว ซึ่งความชํารุดบกพรองหรือเสียหายนั้น เกิดจากความบกพรองของผูรับจาง อันเกิดจากการใชวัสดุที่ไมถูกตอง หรือทําไวไมเรียบรอย หรือทําไม
ถูกตองตามมาตรฐานแหงหลักวิชา ผูรับจางจะตองรีบทําการแกไข ใหเปนที่เรียบรอยโดยไมชักชา โดยผูวาจางไมตองออกเงินใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผูรับจางบิดพลิ้ว ไมกระทําการดังกลาว ภายใน กําหนด ๗ (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ไดรับแจงเปนหนังสือจากผูวาจางหรือไมทําการแกไขใหถูกตอง เรียบรอยภายในเวลาที่ผูวาจางกําหนด ใหผูวาจางมีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจางผูอื่นใหทํางานนั้น โดยผูรบัจางตองเปนผูออกคาใชจายเองทั้งส้นิ
ในกรณีเรงดว นจําเปนตองรีบแกไขเหตุชํารุดบกพรองหรือเสียหายโดยเร็ว และไมอาจ รอใหผูรับจางแกไขในระยะเวลาที่กําหนดไวตามวรรคหนึ่งได ผูวาจางมีสิทธิเขาจัดการแกไขเหตุชํารุด บกพรองหรือเสียหายนั้นเอง หรือจางผูอื่นใหซอมแซมความชํารุดบกพรองหรือเสียหาย โดยผูรับจาง ตองรับผิดชอบชําระคาใชจายทั้งหมด
การที่ผูวาจางทําการนั้นเอง หรือจางผูอื่นใหทํางานนั้นแทนผูรับจาง ไมทําใหผูรับจาง หลุดพนจากความรับผิดตามสัญญา หากผูรับจางไมชดใชคาใชจายหรือคา เสียหายตามที่ผูวาจางเรียกรอง ผูวาจางมีสิทธิบังคบัจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได