ประกวดราคาจ้างเหมาบริการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และ อัลตราซาวด์ (Ultrasound) นอกเวลาราชการ กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
โรงพยาบาลตำรวจ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกประกาศประกวดราคาจ้างเหมาบริการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) นอกเวลาราชการ ของกลุ่มงานรังสีวิทยา ประจำปีงบประมาณ 2570 โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 ด้วยวงเงินงบประมาณรวม 12,000,000 บาท
โครงการนี้จัดทำขึ้นเนื่องจากโรงพยาบาลตำรวจมีผู้มารับบริการตรวจทางรังสีวิทยาเป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะรอคอยคิวนาน การจ้างเหมาบริการนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้สะดวกรวดเร็วขึ้น นำไปสู่การวินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างทันท่วงที โดยใช้เครื่องมือแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจเอง
ขอบเขตงานที่สำคัญ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญประจำห้องตรวจ ได้แก่ รังสีแพทย์ จำนวนอย่างน้อย 2 คน, นักรังสีการแพทย์หรือนักรังสีเทคนิค จำนวนอย่างน้อย 1 คน, และบุคลากรสนับสนุนการให้บริการ จำนวนอย่างน้อย 3 คน รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 6 คน พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานโรงพยาบาล (HA) รักษาความลับของผู้ป่วย บันทึกผลผ่านระบบ RIS/PACS และมีการรับประกันเวลารอนัดตรวจและส่งผลตรวจตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์และค่าสาธารณูปโภคตามสัดส่วนการใช้งาน
English summary
The Police Hospital is seeking bids for outsourcing Mammogram and Ultrasound examination services during off-office hours for the Radiology Department, Fiscal Year 2027. The project duration is 12 months, starting from October 1, 2026, to September 30, 2027, with a total budget of 12,000,000 Baht. The objective is to enhance service efficiency, reduce waiting times for patients, and accommodate the increasing demand for medical imaging services. The contractor must provide qualified medical personnel, including at least 2 radiologists, 1 radiologic technologist, and 3 supporting staff, to operate during non-office hours utilizing the hospital’s medical equipment.
โรงพยาบาลตำรวจ และ/หรือศูนย์บริการของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้การบริการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และผู้ป่วยได้รับความสะดวกรวดเร็ว
- เพื่อลดระยะเวลารอนัดตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
- เพื่อลดภาระการจัดหา รังสีแพทย์ นักรังสีการแพทย์ หรือนักรังสีเทคนิค และบุคลากรสนับสนุนการให้บริการ ที่มีความชำนาญ
- เพื่อลดภาระการบริหารจัดการการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
ขอบเขตของงาน
- จัดหาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานรวมอย่างน้อย 6 คน ประกอบด้วย รังสีแพทย์ (อย่างน้อย 2 คน), นักรังสีการแพทย์หรือนักรังสีเทคนิค (อย่างน้อย 1 คน), และบุคลากรสนับสนุนการให้บริการ (อย่างน้อย 3 คน)
- ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ (วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.30 - 21.30 น. และวันหยุดราชการ/นักขัตฤกษ์ เวลา 08.00 - 21.00 น.)
- บันทึกรายงานผลเข้าสู่ระบบรายงานผลของกลุ่มงานรังสีวิทยา (RIS) แบบ Onsite หรือ Online (Teleradiology) พร้อมเปรียบเทียบกับภาพในระบบ PACS
- จัดหาคอมพิวเตอร์สำหรับวินิจฉัยและอ่านผล (Diagnostic display and review station) อย่างน้อย 1 เครื่อง ที่รองรับระบบ DICOM
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารายปีของเครื่อง Mammogram และ Ultrasound ตามอัตราเหมาจ่ายรายวัน
- กรณีเครื่องมือของโรงพยาบาลชำรุด ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่สำรองในเขตกรุงเทพมหานครเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจภายใน 3 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- รับประกันเวลารอตรวจและเวลาส่งผลการตรวจตามประเภทของผู้ป่วย (ผู้ป่วยใน, ผู้ป่วยนอก, และเคสด่วน)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- การให้บริการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ตามรายการและจำนวนที่ระบุในสัญญา (รวมกว่า 11,505 ครั้ง ตลอดโครงการ)
- รายงานผลการตรวจทางรังสีวิทยาที่ผ่านการวินิจฉัยและรับรองโดยรังสีแพทย์ ภายในระยะเวลาที่กำหนด
- บันทึกข้อมูลภาพและผลการตรวจในรูปแบบดิจิทัล (DICOM) เข้าสู่ระบบของโรงพยาบาลตำรวจ
- รายงานการคัดกรองสุขภาพพนักงานประจำวันส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลา 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว และต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
- Standards Compliance: บุคลากรต้องปฏิบัติงานภายใต้ระเบียบ นโยบาย มาตรฐานวิชาชีพ และระบบคุณภาพของโรงพยาบาลตำรวจ เช่น มาตรฐาน HA
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีศูนย์บริการหรือสถานที่สามารถให้บริการตรวจด้วยเครื่อง Mammogram และ Ultrasound อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับกรณีเครื่องของโรงพยาบาลขัดข้อง
- Personnel:
- รังสีแพทย์: ต้องมีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขารังสีวิทยาทั่วไป หรือสาขารังสีวิทยาวินิจฉัย
- นักรังสีการแพทย์/นักรังสีเทคนิค: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขารังสีเทคนิค และได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขารังสีเทคนิค
- พนักงานธุรการ/พนักงานช่วยเหลือคนไข้: วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือ ปวช.
- Financial Qualifications: นิติบุคคลจดทะเบียนเกิน 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) เป็นบวกใน 1 ปีสุดท้าย หรือมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท (กรณีไม่มีงบการเงิน) หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price Criteria) ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การให้บริการต้องใช้เครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของโรงพยาบาลตำรวจ (หรือศูนย์บริการสำรองของผู้รับจ้างในกรณีฉุกเฉิน)
- ระบบการส่งและอ่านผลต้องรองรับระบบมาตรฐาน DICOM และเชื่อมต่อกับระบบ RIS/PACS ของโรงพยาบาลตำรวจได้สมบูรณ์
- โปรโตคอลการตรวจต้องเป็นไปตามที่รังสีแพทย์โรงพยาบาลตำรวจกำหนด
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายออกเป็น 12 งวด งวดละ 1 เดือน โดยเบิกจ่ายตามจำนวนผลงานการตรวจจริง
- ค่าปรับ: อัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างต่อวัน
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าและค่าสาธารณูปโภคตามการใช้งานจริง (ค่าไฟฟ้า Mammogram เดือนละ 6,287 บาท, Ultrasound เดือนละ 4,267 บาท)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการนานเท่าใด?
A: ระยะเวลา 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
Q: วงเงินงบประมาณของโครงการนี้มีมูลค่าเท่าไหร่?
A: วงเงินงบประมาณรวม 12,000,000 บาท (สิบสองล้านบาทถ้วน) จากเงินบำรุงโรงพยาบาลตำรวจ
Q: ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากรประจำอย่างน้อยกี่คน และประกอบด้วยตำแหน่งใดบ้าง?
A: อย่างน้อย 6 คน ประกอบด้วย รังสีแพทย์ 2 คน, นักรังสีการแพทย์หรือนักรังสีเทคนิค 1 คน, และบุคลากรสนับสนุนการให้บริการ 3 คน
Q: ช่วงเวลาการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการตาม TOR กำหนดไว้อย่างไร?
A: วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 16.30 - 21.30 น. และวันหยุดราชการ/วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00 - 21.00 น.
Q: หากเครื่องมือตรวจของโรงพยาบาลตำรวจชำรุด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดหาสถานที่ในเขตกรุงเทพมหานครเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจภายใน 3 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
Q: การส่งมอบงานและเบิกจ่ายเงินแบ่งออกเป็นกี่งวด?
A: แบ่งจ่ายออกเป็น 12 งวด งวดละ 1 เดือน โดยเบิกจ่ายตามจำนวนการตรวจจริง
Q: คุณสมบัติเฉพาะของรังสีแพทย์ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาคืออะไร?
A: ต้องมีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขารังสีวิทยาทั่วไป หรือสาขารังสีวิทยาวินิจฉัย
Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคใดบ้าง?
A: ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าสำหรับการตรวจ Mammogram (6,287 บาท/เดือน) และ Ultrasound (4,267 บาท/เดือน) รวมถึงค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
Q: เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอใช้หลักเกณฑ์ใด?
A: ใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria)
Q: หากส่งผลการตรวจล่าช้ากว่ากำหนด จะมีบทลงโทษอย่างไร?
A: มีอัตราค่าปรับร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างต่อวัน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ลําาดับ
๑.
แบบรายละเอียด จัดจ้าง จัดซื้อ วัสดุ/ ครุภัณฑ์
กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลตํารวจ
ของเดิมที่มีอยู่
รายการ
จํานวน
ใช้การได้
จัดจ้างเหมาบริการตรวจเอกซเรย์เต้านม
(Mammogram) และอัลตราซาวด์
(Ultrasound) นอกเวลาราชการ ระยะเวลา
๑๒ เดือน (ตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึง
วันที่
๓๐ กันยายน ๒๕๗๐)
๑
ราคาซื้อครั้งสุดท้าย
ใช้การไม่ได้
ตรวจแล้วถูกต้อง
เหตุผลความต้องการ
- เพื่อให้การบริการตรวจ มี
ประสิทธิภาพสูงขึ้นและ ผู้ป่วยได้รับความสะดวก
เพื่อลดระยะเวลารอนัด
รวดเร็ว
การตรวจ เพื่อนําไปสู่การ
วินิจฉัยและรักษาโรคได้
พ.ต.อ.หญิง
(เสาวพักตร์ วงศ์ทองคํา) หน.กลุ่มงานรังสีวิทยา รพ.ตร.
เร็วขึ้น
หมายเหตุ
FM-๐๖-๐๑๒(๐๐)
t
หน้าที่ ๑ ใน ๘
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมาบริการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) นอกเวลาราชการ กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลตํารวจ ประจําปีงบประมาณ ๒๕๗๐
๑. ความเป็นมา
ด้วยโรงพยาบาลตํารวจ มีความประสงค์จะดําเนินการจ้างเหมาบริการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) นอกเวลาราชการ ประจําปีงบประมาณ ๒๕๗๐ ระยะเวลา ๑๒ เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงเดือน ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐ เนื่องจากโรงพยาบาลตํารวจมีผู้มา รับบริการจํานวนมาก และความต้องการในการเข้ารับบริการยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดําเนินการที่ผ่าน มาไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการ ส่งผลให้มีผู้รอรับบริการเป็นจํานวนมาก อีกทั้งการให้บริการตรวจ เอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) จําเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความ เชี่ยวชาญเฉพาะทางชั้นสูง เพื่อให้การบริการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของโรงพยาบาล โดยใช้เครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของโรงพยาบาลตํารวจ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จํานวนผู้ป่วยที่เข้าถึงบริการมีมากขึ้น ผู้ป่วยได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลต่อการวินิจฉัยที่รวดเร็ว และได้รับการรักษาพยาบาลในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยตรวจด้วย เครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของโรงพยาบาลตํารวจ ๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้การบริการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และผู้ป่วยได้รับความสะดวกรวดเร็ว
๒.๒ เพื่อลดระยะเวลารอนัดตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์
(Ultrasound)
๒.๓ เพื่อลดภาระการจัดหา รังสีแพทย์ นักรังสีการแพทย์ หรือนักรังสีเทคนิค และบุคลากรสนับสนุนการ ให้บริการ ที่มีความชํานาญในการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์
(Ultrasound)
๒.๔ เพื่อลดภาระการบริหารจัดการการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์
(Ultrasound)
๓.
คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๑.
มีความสามารถตามกฎหมาย
๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว ตามที่
ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
หน้าที่ ๒ ใน ๘
๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๗. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ โรงพยาบาลตํารวจ ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๑๐.
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายแบบข้อตกลงคุณธรรมผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก
รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๔.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๑๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๑๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑.
หน้าที่ ๓ ใน ๘
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วง ของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้ สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยัง ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่
ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก
ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย
พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง(กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มี ได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ํา
ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน
ให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ
หน้าที่ ๔ ใน ๘
บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่
กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง
เอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่
ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
- กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อน
มีผลใช้บังคับ
วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่นๆ
๔.๑
ผู้เสนอราคาจะต้องมีพนักงานเข้ามาบริการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ตามที่โรงพยาบาลตํารวจกําหนด โดยจํานวนพนักงานจ้างเหมา บริการ รวมจํานวนพนักงาน อย่างน้อย 5 คน ตามรายละเอียดดังนี้
- รังสีแพทย์ อย่างน้อย ๒ คน
- นักรังสีการแพทย์ หรือนักรังสีเทคนิค อย่างน้อย ๑ คน
- บุคลากรสนับสนุนการให้บริการ อย่างน้อย ๓ คน
๔.๒
๔.๓
๔.๔
๔.๕
๔.๖
๔.๗
๔.๘
๔.๙
หน้าที่ ๕ ใน ๘
ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบจัดหาเครื่องแบบของผู้เสนอราคาให้พนักงานที่เข้ามาปฏิบัติงาน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมติดบัตรประจําตัวที่มีรูปถ่าย (ชื่อ - นามสกุล) ให้ชัดเจน ตลอดระยะเวลาปฏิบัติงาน
ผู้เสนอราคาจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ นโยบาย มาตรฐานวิชาชีพ และระบบคุณภาพของ โรงพยาบาลตํารวจ เช่น มาตรฐาน HA มาตรการป้องกันโรคติดต่อ ในกรณีที่ผู้เสนอราคาไม่ ปฏิบัติตามข้อกําหนดขั้นตอนการให้บริการ ทําให้โรงพยาบาลตํารวจ ได้รับความเสียหาย หรือไม่ ได้รับค่าบริการจากผู้ป่วย ให้ผู้เสนอราคารับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามจํานวนที่เกิดขึ้นจริง
ผู้เสนอราคาจะต้องรักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเคร่งครัด ข้อมูลส่วนตัว ภาพวินิจฉัย และ รายงานผลของผู้เข้ารับการตรวจต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับ ผู้เสนอราคารวมถึงบุคลากรที่ จัดหาเพื่อดําเนินการจะนําไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นหรือสาธารณะไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอม จากผู้ป่วย และแพทย์ผู้ส่งตรวจ หรือนายแพทย์ใหญ่ (สบ 4) โรงพยาบาลตํารวจ ผู้เสนอราคาจะต้องบันทึกรายงานผลเข้าระบบรายงานผลของกลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาล ตํารวจ (RIS) แบบ Onsite หรือแบบ Online (Teleradiology) โดยต้องเปรียบเทียบกับภาพ วินิจฉัยที่อยู่ในระบบภาพ (PACS) ของโรงพยาบาลตํารวจด้วย
ผู้เสนอราคาจะต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างน้อย ๑ เครื่อง สําหรับวินิจฉัย และอ่านผล (Diagnostic display and review station) ซึ่งเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หลัก และมี DVD/CD RW Drive ที่สามารถบันทึก และอ่านข้อมูลในรูปแบบ DICOM ได้
ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบติดตามผลอ่านของรังสีแพทย์ตามระยะเวลาประกัน ในกรณีที่
ต้องการ ผลเร่งด่วน
ในกรณีที่เครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของ โรงพยาบาลตํารวจที่ผู้เสนอราคาดําเนินการเสียหาย หรือชํารุดจนไม่สามารถให้บริการได้ ผู้เสนอ ราคาจะต้องรับผิดชอบจัดหาสถานที่เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจโดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๓ วัน จนกว่าเครื่องจะใช้งานได้ตามปกติ (โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม)
ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษารายปีของเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของโรงพยาบาลตํารวจ ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน รายละเอียดดังนี้
๔.๙.๑
๔.๙.๒
วันทําการ (วันจันทร์ ถึง วันศุกร์) ตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ - ๒๑.๓๐ น. เหมาจ่ายเป็นจํานวนเงิน ๔๐๐ บาท (แปดร้อยบาทถ้วน) ต่อวัน วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๒๑.๐๐ น.
เหมาจ่ายเป็นจํานวนเงิน ๒,๖๐๐ บาท (สองพันหกร้อยบาทถ้วน) ต่อวัน
โดยต้องจ่ายชําระเป็นรายเดือนตามจํานานวันการใช้งานจริงตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง
๔.๑๐
๔.๑๑
๔.๑๒
๔.๑๓
๔.๑๔
หน้าที่ ๖ ใน ๘
หากเกิดกรณีเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของ โรงพยาบาลตํารวจ ชํารุดเสียหายจนไม่สามารถให้บริการได้ ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในการซ่อมแซมบํารุงรักษา พร้อมทั้งจัดหาอะไหล่ทดแทนส่วนที่เสียหายทุกชิ้นส่วน หากส่วนที่ เสียหายอยู่นอกเหนือสัญญาการบํารุงรักษารายปี ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ร้อยละ 50 หากมีการตรวจพบว่ามีการกระทําผิดเงื่อนไข หรือไม่ปฏิบัติตามรายละเอียดการจ้างเหมาบริการ ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ผู้ว่าจ้าง สามารถยกเลิกสัญญาการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram)
และอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
ห้องตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ถือเป็นแหล่งการ เรียนการสอน และการฝึกอบรมทางคลินิกแก่บุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ นักรังสี การแพทย์ เป็นต้น ผู้เสนอราคายินยอมให้บุคลากรของโรงพยาบาลตํารวจเข้าศึกษาดูงานการ ตรวจ และวินิจฉัยได้โดยมีการประสานงานกับผู้ปฏิบัติงานล่วงหน้าตามความเหมาะสม และ คํานึงถึงสิทธิผู้ป่วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด รวมถึงยินดีให้การสนับสนุนการศึกษา
อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาศักยภาพการบริการ
เกณฑ์วิธีหรือโพรโทคอลการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ให้ใช้โพรโทคอลที่รังสีแพทย์ โรงพยาบาลตํารวจกําหนด โดยรังสีแพทย์
ผู้รับผิดชอบการรายงานผลสามารถพิจารณาเพิ่มเติมสําหรับการตรวจผู้ป่วยแต่ละรายได้ตามที่
เห็นสมควร
ผู้เสนอราคาจะต้องรับประกันเวลารอตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) และส่งรายงานผลการตรวจ ดังนี้
๔.๑๔.๑ การรับประกันเวลารอตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram)
ลําดับ
ประเภทผู้ป่วย
ผู้ป่วยใน
ผู้ป่วยนอก
รับประกันเวลารอตรวจ
๓
ภายใน ๓ วัน
นับจากวันที่แพทย์สั่งตรวจ
ภายใน ๑๔ วัน นับจากวันที่แพทย์สั่งตรวจ
รับประกันการส่งผลการตรวจ
ภายใน ๓ วัน นับจากเวลาที่ได้รับการตรวจ
ภายใน ๕ วัน นับจากเวลาที่ได้รับการตรวจ
๔.๑๔.๒ การรับประกันเวลารอตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
ลําาดับ
ประเภทผู้ป่วย
๑
เร่งด่วน
២
ผู้ป่วยใน
ผู้ป่วยนอก
รับประกันเวลารอตรวจ
୩
ภายใน ๓ ชั่วโมง นับจากเวลาที่แพทย์สั่งตรวจ
ภายใน ๓ วัน นับจากวันที่แพทย์สั่งตรวจ
ภายใน ๑๔ วัน นับจากวันที่แพทย์สั่งตรวจ
รับประกันการส่งผลการตรวจ ภายใน ๑ ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้รับการตรวจ
ภายใน ๑ วัน นับจากเวลาที่ได้รับการตรวจ
ภายใน ๕ วัน
นับจากเวลาที่ได้รับการตรวจ
หน้าที่ ๗ ใน ๘
๔.๑๕
๔.๑๖
๔.๑๗
๔.๑๘
๔.๑๙
๔.๒๐
๔.๒๑
ผู้เสนอราคาต้องมีศูนย์บริการเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือมีสถานที่สามารถตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัล ตราซาวด์ (Ultrasound) อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยื่นเอกสารมาพร้อมกับการเสนอ ราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้บริการผู้ป่วย โรงพยาบาล ตํารวจกรณีเครื่องเสีย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องการรับ - ส่ง (จาก โรงพยาบาลตํารวจ ไปยัง ศูนย์บริการในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร) และการตรวจบริการจนครบสัญญา
รังสีแพทย์ ต้องมีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวช กรรม สาขารังสีวิทยาทั่วไป หรือสาขารังสีวิทยาวินิจฉัย อยู่ประจําห้องตรวจเพื่อวิเคราะห์ และ รายงานผลการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ของผู้ป่วยทุกราย ตามรายการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) โดยให้ยื่นเอกสารในวันทําสัญญา นักรังสีการแพทย์ หรือนักรังสีเทคนิค ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีในสาขาวิชารังสี เทคนิค หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขารังสีเทคนิค เพื่อ มาปฏิบัติงานประจําที่โรงพยาบาลตํารวจตลอดช่วงเวลาที่เปิดให้บริการโดยให้ส่งรายชื่อนักรังสี
การแพทย์หรือนักรังสีเทคนิคที่สามารถมาปฏิบัติงานได้ โดยให้ยื่นเอกสารในวันทําสัญญา
บุคลากรสนับสนุนการให้บริการ
๔.๑๘.๑ พนักงานธุรการ ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตร
วิชาชีพ (ปวช.) ตลอดช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ โดยให้ยื่นเอกสารในวันทําสัญญา ๔.๑๘.๒ พนักงานช่วยเหลือคนไข้ ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตลอดช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ โดยให้ยื่นเอกสารในวัน ทําสัญญา
พนักงานก่อนการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต้องผ่านการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย โดยผู้เสนอ
ราคาเป็นผู้ดําเนินการ และผู้เสนอราคาต้องส่งรายงานการคัดกรองพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงานใน แต่ละวันให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หากพบพนักงานที่มีไข้สูงเกิน ๓๗.๕ องศา หรือมี อาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ํามูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุด ปฏิบัติงาน และต้องแจ้งผู้เสนอราคา เพื่อให้ผู้เสนอราคาจัดหาพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทน ทันที และต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว
ในกรณีการส่งตรวจผู้ป่วย เอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ไม่ ครบถ้วนตามมาตรฐาน เช่น ภาพไม่ชัด ผู้เสนอราคาจะต้องตรวจใหม่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการปฏิบัติงานตรวจเอกซเรย์เต้านม
(Mammogram) เดือนละ ๖,๒๘๗ บาท (หกพันสองร้อยแปดสิบเจ็ดบาทถ้วน) และอัลตราซาวด์
หน้าที่ ๘ ใน ๘
๔.๒๒
(Ultrasound) เดือนละ ๔,๒๖๗ บาท (สี่พันสองร้อยหกสิบเจ็ดบาทถ้วน) โดยแบ่งจ่ายเป็นจํานวน ๑๒ เดือน โดยกําหนดชําระเงินภายในวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป
ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลา ๑๒ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
โดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
เงินบํารุง โรงพยาบาลตํารวจ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ วงเงิน ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบสองล้าน
บาทถ้วน) - งวดงานและการจ่ายเงิน
แบ่งจ่ายออกเป็น ๑๒ งวด งวดละ ๑ เดือน โดยเบิกจ่ายตามจํานวนที่ได้รับการตรวจจริง
๙. อัตราค่าปรับ
ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้าง
๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง (ถ้ามี)
ไม่มี
พ.ต.อ.หญิง
(เสาวพักตร์ วงศ์ทองคํา)
นายแพทย์ (สบ ๕) กลุ่มงานรังสีวิทยา รพ.ตร.
ว่าที่ พ.ต.อ.หญิง
(กมณชลัท อภิรมย์ยานนท์)
นักรังสีการแพทย์ (สบ 4) กลุ่มงานรังสีวิทยา รพ.ตร.
ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง M3 Avan
(ภัทรา จันทิมา)
นักรังสีการแพทย์ (สบ ๒) กลุ่มงานรังสีวิทยา รพ.ตร.
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ใบเสนอรายการจ้างเหมาบริการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) และอัลตราซาวด์ (Ultrasound) นอกเวลาราชการ
กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลตํารวจ เลขที่ 0034, C11)
2017………………aau… 13 ก.ค เด
ราคาต่อหน่วย
ราคารวม
ลําาดับ
รายการ
จํานวน
บาท
สต.
บาท
สต.
1
Mammogram (bilateral) with ultrasound of breasts
3,000
1,920
5,760,000
2
Mammogram (unilateral)
120
720
86,400
3
US: Brain/ Pediatric head
5
640
3,200
4
US: Head/scalp/face mass
5
640
3,200
5
US: Parotid glands
5
640
3,200
6
US: Submandibular glands
5
640
3,200
7
US Doppler: Carotid artery (bilateral)
100
1,760
176,000
8
US Doppler: Vertebral artery (bilateral)
5
1,760
8,800
9
US: Neck node
600
640
384,000
10
US: Thyroid gland
650
640
416,000
11
US: Parathyroid glands
5
640
3,200
12
US: Chest
10
640
6,400
13
US: Breast
1,500
640
960,000
14
US Doppler: Abdomen aorta
5
1,760
8,800
15
US Doppler: IVC
5
1,760
8,800
16
US: Upper abdomen
2,000
640
1,280,000
17
US: Lower abdomen/ Pelvis
1.500
640
960,000
18
US: Abdominal wall
5
640
3,200
19
US: Hernia (1 side = 1 part)
5
640
3,200
20
US Doppler: Liver
5
3,200
16,000
21
US Doppler: Liver transplantation
5
3,200
16,000
22
US: KUB
1,500
640
960,000
23
US: Back
5
640
3,200
24
US: Buttock
5
640
3,200
25
US Doppler: Renal artery/vein (bilateral)
50
3,200
160,000
26
US Doppler: Transplanted kidney
50
3,200
160,000
27
US: Scrotum
100
640
64,000
28
US: Shoulder joint (1 side = 1 part)
5
640
3,200
29
US: Arm (1 side = 1 part)
5
640
3,200
30
US: Elbow joint (1 side = 1 part)
5
640
3,200
31
US: Forearm (1 side = 1 part)
50
640
3,200
32
US: Wrist joint (1 side = 1 part)
5
640
3,200
33
US: Hand (1 side = 1 part)
LO
5
640
3,200
34
US Doppler: Artery of upper extremity (one side)
50
3,200
160,000
US Doppler: Iliac and femoral arteries (potential for
35
5
1,760
8,800
renal transplantation)
36
US Doppler: Artery of lower extremity (one side)
5
3,200
16,000
37
US Doppler: Deep vein thrombosis (1 una)
80
1,760
140,800
38
US Doppler: Varicose vein (1 ng)
50
3,200
160,000
39
40
US Doppler: Hemodialysis access
5
3,200
16,000
US: Hip joint (1 side = 1 part)
5
640
3,200
41
US: Thigh (1 side = 1 part)
5
640
3,200
42
US: Knee joint (1 side = 1 part)
5
640
3,200
43
US: Leg (1 side = 1 part)
5
640
3,200
44
US: Ankle joint (1 side = 1 part)
5
640
3,200
45
US: Foot (1 side = 1 part)
5
640
3,200
11,505
12,000,000
รวม
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12,000,000 บาท (สิบสองล้านบาทถ้วน)
หมายเหตุ สามารถปรับเปลี่ยนรายการได้ตามวงเงินในสัญญา
พ.ต.อ.หญิง
ประธานกรรมการ
(เสาวพักตร์ วงศ์ทองคํา)
นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานรังสีวิทยา รพ.ตร.
ว่าที่ พ.ต.อ.หญิง
กรรมการ
(กมณชลัท อภิรมย์ยานนท์)
นักรังสีการแพทย์ (สบ 4) กลุ่มงานรังสีวิทยา รพ.ตร.
ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง ) Ayan
กรรมการ
(ภัทรา จันทิมา)
นักรังสีการแพทย์ (สบ 2) กลุ่มงานรังสีวิทยา รพ.ตร.