จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน

มหาวิทยาลัยมหิดล (คณะเวชศาสตร์เขตร้อน) 69089318709
฿12,105,750 ปีงบ 2570 ประกาศ 14 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มีความประสงค์ประกาศประกวดราคาจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการอาหารที่มีมาตรฐาน ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โภชนบำบัด และสุขาภิบาลอาหาร โดยครอบคลุมถึงการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพดีตามมาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) การเตรียม การปรุง การตรวจสอบคุณภาพ และการนำส่งอาหารให้แก่ผู้ป่วยในตามประเภทต่างๆ ได้แก่ อาหารสามัญ อาหารพิเศษ อาหารพรีเมี่ยม และอาหารทางสายให้อาหาร (Blenderized Diet) พร้อมทั้งจัดเตรียมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (CDT) ผู้จัดการประจำ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครัว ตลอดจนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการกำจัดสัตว์พาหะ เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการงานโภชนบริการที่มีสมรรถนะสูงและพร้อมรับรองมาตรฐาน HA ในอนาคต

English summary

The Faculty of Tropical Medicine, Mahidol University, is seeking bids for a catering and food service contract for patients at the Hospital for Tropical Diseases for fiscal year 2027. The project, with a total budget of 12,105,750 Baht, requires the contractor to manage all aspects of nutrition services, including the preparation of cooked meals and tube-feeding formulas, procurement of safe ingredients following Food Safety Hospital standards, provision of qualified personnel (such as certified dietitians), and coverage of operational utilities and maintenance costs.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีคุณสมบัติ ความพร้อม และมีความชำนาญเฉพาะด้านมาดำเนินการในการจ้างเหมาบริการบริหารจัดการงานโภชนบริการ ในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
  • เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีความสามารถเป็นผู้ลงทุนและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ้างเหมาบริการบริหารจัดการงานโภชนบริการ (บุคลากร วัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ วัตถุดิบ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเชื้อเพลิง ฯลฯ)
  • เพื่อบริหารจัดการในการประกอบและบริการอาหารที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหาร โภชนาการ และโภชนบำบัด
  • เพื่อให้ผู้เสนอราคามีส่วนร่วมในการตรวจรับรองมาตรฐาน HA หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกับโรงพยาบาลในอนาคต

ขอบเขตของงาน

  • ออกแบบเมนูอาหาร จัดหา จัดซื้อวัตถุดิบ การจัดเก็บ การปรุงประกอบอาหาร การตรวจสอบคุณภาพ และการนำส่งอาหารให้แก่ผู้ป่วยใน
  • บริหารจัดการสถานที่ประกอบอาหารในพื้นที่ครัวของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ตามระบบ One-way system
  • จัดหาบุคลากรประจำ ได้แก่ ผู้ควบคุมงาน/ผู้จัดการ, เจ้าหน้าที่ธุรการ, นักกำหนดอาหาร/นักโภชนาการวิชาชีพ (CDT), เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครัว และเจ้าหน้าที่บริการอาหาร
  • จัดเตรียมและบริการอาหารตามประเภทที่กำหนด ได้แก่ อาหารสามัญ, อาหารพิเศษ, อาหารพรีเมี่ยม และอาหารทางสายให้อาหารชนิดปั่นผสม
  • ควบคุมคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร การตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา และการตรวจสารปนเปื้อนในวัตถุดิบ
  • ทำความสะอาด ดูแลรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ และพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงการจัดการขยะและการกำจัดสัตว์พาหะ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อาหารผู้ป่วยสามัญ (อาหารถาด) จำนวน 7,300 ชุด
  • อาหารผู้ป่วยพิเศษ (อาหารถาด) จำนวน 40,150 ชุด
  • อาหารผู้ป่วย (อาหารเหลวทางสายให้อาหาร) จำนวน 83,950 ถุง
  • อาหารผู้ป่วยพรีเมี่ยม (อาหารถาด) จำนวน 550 ชุด
  • รายงานสรุปการส่งมอบอาหารประจำวันและสถิติการให้บริการรายเดือน
  • ผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาและผลตรวจสารปนเปื้อนในวัตถุดิบ

ระยะเวลาดำเนินการ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 (ระยะเวลา 1 ปี)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว และไม่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ
  • Standards Compliance: -
  • Experience: มีผลงานประเภทเดียวกันกับการให้บริการด้านบริหารจัดการ การประกอบอาหาร และบริการอาหารในโรงพยาบาล ในสัญญาเดียววงเงินไม่น้อยกว่า 6,000,000 บาท (คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่มหาวิทยาลัยมหิดลเชื่อถือ)
  • Previous Project Cost: 6,000,000 บาท
  • Technical Capabilities: มีความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และแผนการรับมือภาวะฉุกเฉิน
  • Personnel:
    • ผู้ควบคุมงาน/ผู้จัดการ: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
    • นักกำหนดอาหาร/นักโภชนาการ: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี สาขาอาหารและโภชนาการ มีประสบการณ์ และผ่านการสอบรับรองเป็นนักกำหนดอาหารวิชาชีพ (CDT) และ/หรือขึ้นทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะ

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วยเกณฑ์ราคา (Price Criteria)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • อาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) และหลักโภชนาการ
  • พลังงานและสารอาหารต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานอาหารทั่วไปและอาหารเฉพาะโรค (เช่น อาหารเบาหวาน อาหารลดโซเดียม อาหารลดไขมัน อาหารทางสายให้อาหาร)
  • วัตถุดิบจากพืชต้องปลอดภัยจากสารเคมี (ผ่านการรับรอง GAP, Organic หรือตลาดสดน่าซื้อ) เนื้อสัตว์ต้องมาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน (GAP หรือเขียงสะอาดตามกรมปศุสัตว์) และอาหารแปรรูปต้องมีเลขสารบบอาหาร (อย.)
  • อาหารร้อนที่ส่งมอบต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายค่าจ้างเป็นรายงวดรวม 12 งวด (จ่ายเป็นรายเดือนตามจำนวนผู้ป่วยจริงคูณราคาต่อหน่วย)
  • ค่าปรับกรณีปฏิบัติไม่เป็นไปตามตัวชี้วัด (KPI) ในอัตราร้อยละ 0.5 ของมูลค่าราคาค่าบริการอาหารในงวดนั้นๆ
  • ค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้าในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าอาหารปรุงสำเร็จในวันที่ไม่ได้มีการส่งมอบต่อวัน
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการใช้สถานที่ (60,000 บาท/เดือน) ค่าไฟฟ้า (7 บาท/หน่วย) และค่าน้ำประปา (22.50 บาท/ลูกบาศก์เมตร)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคใดบ้างภายในพื้นที่ครัว? ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าน้ำประปา (22.50 บาท/ลบ.ม.), ค่าไฟฟ้า (7 บาท/หน่วย), ค่าเชื้อเพลิง, ค่าบำรุงรักษาการใช้สถานที่ (60,000 บาท/เดือน) รวมถึงค่าบำรุงรักษาครุภัณฑ์และระบบปรับอากาศ
    • วุฒิการศึกษาและคุณสมบัติของนักกำหนดอาหารที่ต้องจัดหาคืออะไร? ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี สาขาอาหารและโภชนาการหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ และผ่านการสอบเพื่อรับรองเป็นนักกำหนดอาหารวิชาชีพ (CDT) และ/หรือได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหาร
    • การเบิกจ่ายค่าอาหารทางโรงพยาบาลดำเนินการอย่างไร? โรงพยาบาลจะเบิกจ่ายค่าอาหารเดือนละ 1 ครั้ง (รวม 12 งวด) ตามจำนวนผู้ป่วยจริงที่ปรากฏในใบสั่งอาหารคูณด้วยราคาต่อหน่วยของผู้รับจ้าง
    • อาหารสำหรับผู้ป่วยในแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลักตาม TOR? แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ อาหารสามัญ, อาหารพิเศษ, อาหารพรีเมี่ยม และอาหารทางสายให้อาหาร (รวมถึงอาหารเหลวใส อาหารเหลวข้น และอาหารเฉพาะโรคต่างๆ)
    • หากพนักงานของผู้รับจ้างไม่ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด (KPI) จะมีบทลงโทษอย่างไร? หากปฏิบัติไม่ผ่านเกณฑ์ KPI ข้อใดข้อหนึ่งจาก 7 ข้อ ผู้รับจ้างจะต้องเสียค่าปรับอัตราร้อยละ 0.5 เป็นรายเดือนตามมูลค่าราคาค่าบริการอาหารในงวดนั้นๆ
    • วัตถุดิบเนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ต้องมีมาตรฐานอย่างไร? ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) จากกรมปศุสัตว์ หรือผ่านตรฐานโรงฆ่าสัตว์ หรือกรณีซื้อจากตลาดสดต้องได้มาตรฐานเขียงสะอาดของกรมปศุสัตว์
    • อุณหภูมิของอาหารร้อนที่ส่งมอบให้ผู้ป่วยต้องเป็นเท่าใด? อาหารร้อนปรุงสำเร็จที่ส่งมอบจะต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้ได้ตามมาตรฐาน
    • ผู้รับจ้างต้องส่งตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาของอาหารบ่อยเพียงใด? ต้องส่งตรวจความถี่ทุก 3 เดือน ต่อครั้ง ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล หรือสถาบันที่เชื่อถือได้
    • หากเกิดกรณีฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติอย่างไร? ผู้รับจ้างต้องมีแผนสำรองในการจัดหาวัตถุดิบและแผนการให้บริการอาหารผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน (เช่น อัคคีภัย โรคระบาด จลาจล) พร้อมแนบแผนรับมือในวันยื่นซอง
    • ข้อกำหนดเรื่องการล้างเนื้อสัตว์บดมีเงื่อนไขอย่างไร? ไม่อนุญาตให้นำเนื้อสัตว์บดจากภายนอกมาใช้ ยกเว้นเนื้อสัตว์บดที่มาจากโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP หรือ HACCP โดยต้องแสดงหลักฐานก่อนนำมาใช้

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

1
ขอบเขตของงานจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
๑. ความเป็นมา
ตามแผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ วิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นหนึ่ง ในสถาบันชั้นนำของโลกด้านเวชศาสตร์เขตร้อน มีความประสงค์ในการให้บริการอาหารกับผู้ป่วยอย่างมี มาตรฐาน มีการบริหารจัดการด้านงบประมาณและการเงินให้องค์กรมีสมรรถนะสูงตามหลักธรรมาภิบาล โดยมี มาตรฐานในการบริการเทียบเท่าหรือคุณภาพสูงกว่าโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนชั้นนำของประเทศ มีความ พร้อมสำหรับการให้บริการประชาชนและชาวต่างชาติ
ดังนั้น ทางโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มีความ ประสงค์จ้างเหมาบริการการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วย ในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน เพื่อให้ เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยทุก ประเภท ทำให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจในการให้บริการอาหารของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีคุณสมบัติ ความพร้อม และมีความชำนาญเฉพาะด้านมาดำเนินการในการ จ้างเหมาบริการบริหารจัดการงานโภชนบริการ ในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
๒.๒ เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีความสามารถเป็นผู้ลงทุนและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ้างเหมาบริการ บริหารจัดการงานโภชนบริการ ประกอบด้วย บุคลากร วัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ วัตถุดิบอาหาร ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง รวมถึงการกำจัดสัตว์พาหะ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๒.๓ เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีการบริหารจัดการในการประกอบและบริการอาหารที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว มีคุณภาพถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหาร โภชนาการ โภชนบำบัด รวมถึงการจัดเก็บหลัง การผลิตอาหารให้เป็นระเบียบ มีความสะอาด มีกระบวนการทำงานเป็นไปตามมาตรฐานโภชนาการ
๒.๔ เพื่อสรรหาผู้เสนอราคาที่ต้องมีส่วนร่วมในการตรวจรับรองมาตรฐาน HA หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกับโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน จนสามารถผ่านการรับรองคุณภาพดังกล่าวในอนาคตได้
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ การบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
2
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่มหาวิทยาลัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ ร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุน จดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
3
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็น ผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอด เงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
4
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีลักษณะงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะดำเนินการจัดจ้างในครั้งนี้ วงเงินไม่ น้อยกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หกล้านบาทถ้วน) เป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้นและเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลงานดังกล่าวเป็นผลงานที่ เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่มหาวิทยาลัยมหิดลเชื่อถือ (กรณีเป็นผลงาน
เอกชน จะต้องมีหลักฐานใบรับเงินทุกงวด ตลอดจนหลักฐานการเสียภาษีของงานนั้น จากกรมสรรพากรแนบ มาด้วย)
ผลงานประเภทเดียวกัน หมายถึง ผลงานการให้บริการด้านบริหารจัดการ การประกอบ อาหาร และบริการอาหารในโรงพยาบาล
๔. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง
การจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน หมายถึง กระบวนการให้บริการตั้งแต่การออกแบบเมนูอาหาร การจัดหา จัดซื้อวัตถุดิบ การจัดเก็บ การปรุงประกอบ การตรวจสอบคุณภาพอาหาร การนำส่งอาหาร การเก็บภาชนะอุปกรณ์ การจัดการขยะตามมาตรฐานของ โรงพยาบาล ตลอดจนการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการให้บริการอาหารในโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงการเก็บสถิติการให้บริการอาหารแต่ละ ชนิดตามหอผู้ป่วยใน ประกอบไปด้วย
๔.๑ สถานที่ ภาชนะและอุปกรณ์การประกอบอาหาร
๔.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องใช้สถานที่ประกอบอาหารในพื้นที่ครัวที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน กำหนด (บริเวณพื้นที่และขนาดพื้นที่ตามแผนผังที่แนบ) และต้องจัดการครุภัณฑ์และอุปกรณ์การประกอบ อาหารตามความจำเป็นที่นอกเหนือจากโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนมีไว้ให้
๔.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเชื้อเพลิงหุงต้ม ค่าใช้จ่าย ในการบำรุงรักษาครุภัณฑ์ ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบปรับอากาศ ตลอดจนค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ วัสดุงานบ้าน งานครัว โดยจัดทำเป็นแผนบำรุงรักษาประจำปี และดำเนินการตามแผนบำรุงรักษา รวมทั้งการสอบเทียบ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ดูแลรักษาสภาพของอุปกรณ์ดังกล่าวตลอดอายุสัญญา หากเกิดความเสียหายใด ๆ อัน เนื่องมาจากความผิดของผู้รับจ้าง ไม่ว่าจะเกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ หรือจากการใช้งาน ผู้รับจ้างจะเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมให้กลับมาคงสภาพเดิม (ตามอายุใช้งาน) และพร้อมใช้งานตลอดเวลา หรือจัดหาอุปกรณ์ที่เทียบเท่ามาทดแทน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและมาตรฐานในการทำงาน ทั้งนี้ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่รวมถึง ครุภัณฑ์ สินทรัพย์ถาวรได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าทั้งส่วนครัวและสำนักงาน
๔.๑.๓ เมื่อหมดสัญญาจ้างแล้วผู้รับจ้างต้องส่งมอบพื้นที่ครัว พร้อมครุภัณฑ์และวัสดุงานบ้านงานครัว คืนให้โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ให้อยู่ในสภาพดี ไม่ชำรุด หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับพื้นที่หรือ ครุภัณฑ์และวัสดุงานบ้านงานครัว ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมพื้นที่หรือครุภัณฑ์และวัสดุงานบ้านงานครัวให้กลับมา อยู่สภาพปกติ
๔.๒ บุคลากรและอัตรากำลัง
๔.๒.๑ ผู้รับจ้าง ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่เข้ามาให้บริการประจำที่งานโภชนาการ โรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน ให้เหมาะสมกับภาระงานทุกวัน หรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
๔.๒.๒ ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีบุคลากร ดังนี้
๔.๒.๒.๑ ผู้ควบคุมงานหรือผู้จัดการประจำ อย่างน้อย ๑ คนต่อวัน หรือมีการจัดเวรในการ ดำเนินงานตามความเหมาะสม วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ทำหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแลการประกอบ และบริการอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ให้เป็นไปตามสัญญาทุกประการ พร้อมทั้งเป็น ผู้ประสานงานกับงานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
5
๔.๒.๒.๒ เจ้าหน้าที่ธุรการ อย่างน้อย ๑ คนต่อวัน หรือมีการจัดเวรในการดำเนินงานตามความ เหมาะสม ทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับดูแลเกี่ยวกับงานเอกสาร ค่าบริการอาหารในแต่ละเดือน งานจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ สินทรัพย์ถาวร การจัดซื้อวัตถุดิบและบริหารจัดการ การจัดเก็บสินค้าและวัตถุดิบในการปรุง ประกอบอาหารในแต่ละวัน ประสานงานและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น รวมถึงภาระงานอื่น ๆ ตามที่โรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพงานบริการอาหาร
๔.๒.๒.๓ นักกำหนดอาหาร หรือ นักโภชนาการ อย่างน้อย ๑ คนต่อวัน วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรี สาขาอาหารและโภชนาการ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ในการทำงานโรงพยาบาล ผ่านการสอบเพื่อการรับรองเป็นนักกำหนดอาหารวิชาชีพ (กอ.ช.) (Certified Dietitian of Thailand : CDT) และ/หรือ ได้รับขึ้นทะเบียนให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหาร ทำหน้าที่ควบคุมงานการ จัดเตรียม ประกอบและบริการอาหารปรุงสำเร็จของผู้รับจ้างให้ถูกต้องตามสัญญา ข้อกำหนด และตามระเบียบ ปฏิบัติของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
๔.๒.๒.๔ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครัว อายุระหว่าง ๑๘-๖๐ ปี ต้องเป็นบุคคลที่มีทักษะ มีความ เชี่ยวชาญประกอบอาหารไทย อาหารนานาชาติ ประเภทต่าง ๆ เช่น อาหารจานเดียว กับข้าว อาหารคาว หวาน รวมทั้งขนมที่มีคุณภาพ รสชาติมาตรฐาน ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร โภชนาการและโภชนบำบัด
๔.๒.๒.๕ เจ้าหน้าที่บริการอาหาร ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย เชื้อชาติไทย อายุระหว่าง ๑๘-๖๐ ปี วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าประถมศึกษาปีที่ ๖ มีพฤติกรรมการบริการที่ดี
๔.๒.๓ ผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการและค่าใช้จ่ายส่วนของบุคลากร จนหมดอายุ สัญญารวมถึงการปรับค่าแรงงานตามประกาศของรัฐบาล
๔.๒.๔ ผู้รับจ้าง ต้องแจ้งข้อมูลพนักงานที่มาปฏิบัติงานใหม่ เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งพร้อมส่ง หลักฐานของพนักงานที่มาปฏิบัติงานใหม่ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริงอย่างน้อย ๓ วันทำการ ดังนี้ - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๑ รูป
  • ผลการตรวจสุขภาพ และใบรับรองแพทย์ ๙ โรค
  • ประวัติการทำงาน และประวัติอาชญากรรม
  • ใบกำหนดหน้าที่ (Job Description)
  • สำเนาวุฒิการศึกษาพร้อมการรับรองวุฒิการศึกษาจากสถาบันการศึกษา
  • สำเนาหลักฐานผ่านการอบรมตามหลักสูตรสุขาภิบาลอาหาร จากหน่วยงานจัดการอบรม ที่กำหนด (ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข) โดยต้องไม่สิ้นอายุ
    ๔.๒.๕ พนักงานของผู้รับจ้าง ต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี เช่น ตรวจเชื้อแบคทีเรีย ที่ก่อโรคทางเดินอาหาร เอกซเรย์ปอดตรวจวัณโรค ตรวจไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ไม่เป็นโรคผิวหนัง ไม่เป็น โรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคติดต่อที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อแพร่กระจายเชื้อโรค และมีผลการรับรองจากแพทย์ โดยผู้รับจ้างต้องส่งผลตรวจสุขภาพของพนักงานใหม่ที่มาปฏิบัติงานใหม่ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริงอย่างน้อย ๓ วันทำการ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ของโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนกำหนดตรวจสุขภาพตามโปรแกรมการตรวจสุขภาพบุคลากรใหม่ ตามประกาศกระทรวง สาธารณสุขสำหรับผู้ประกอบกิจการ ผู้สัมผัสอาหาร และพนักงานต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี โดย ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพของพนักงานทั้งหมด
    กรณีพนักงานที่เป็นแรงงานต่างด้าว ต้องได้รับใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าวจากกรมแรงงาน และต้อง ได้รับการตรวจสุขภาพ โดยที่คนต่างด้าวที่เป็นโรคต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามกฎกระทรวง มหาดไทย ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ.๒๕๓๕) หากตรวจพบโรคต้องห้ามไม่อนุญาตให้พนักงานแรงงานต่างด้าวเข้า ปฏิบัติงาน และยุติหน้าที่การปฏิบัติงานโดยทันที และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมด
    6
    ๔.๒.๖ พนักงานของผู้รับจ้าง ต้องได้รับการฉีดวัคซีนตามที่โรงพยาบาลกำหนดและผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
    ๔.๒.๗ ในกรณีพนักงานของผู้รับจ้างเจ็บป่วยด้วยโรคที่อาจแพร่เชื้อโรคลงสู่อาหารและน้ำ เช่น ท้องเสีย อุจจาระร่วง เป็นแผลติดเชื้อ ไข้หวัด ตาแดง เป็นต้น ผู้รับจ้างต้องให้พนักงานผู้นั้นหยุดพักปฏิบัติงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ หรือไม่อยู่ในระยะแพร่กระจายเชื้อโรค พร้อมทั้งจัดหาพนักงานปฏิบัติหน้าที่แทน โดย พนักงานที่ทดแทนจะต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับพนักงานที่หยุดพักปฏิบัติงาน
    ๔.๒.๘ ผู้รับจ้าง ต้องแสดงรูปถ่ายชุดเครื่องแบบพนักงานชาย-หญิง และแนบรายละเอียดประกอบ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมในวันยื่นซองเอกสาร พร้อมทั้งผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงาน แต่งกายด้วยเครื่องแบบที่คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติในขณะปฏิบัติงานทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ไม่สวมเสื้อคอกว้าง แขนกุด กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ) พร้อมติดบัตร แสดงตนในขณะปฏิบัติงาน
    ๔.๒.๙ ผู้รับจ้าง ต้องจัดทำแผนภูมิโครงสร้างอัตรากำลังพนักงานในการปฏิบัติงานและนำเสนอ หน่วยงานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน พิจารณาก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา หากมีการ เปลี่ยนแปลงให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
    ๔.๒.๑๐ ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างและพนักงานของผู้รับจ้างนำบุคคลภายนอกที่มิได้แจ้งชื่อในการ เป็นพนักงานของผู้รับจ้างเข้ามาในสถานที่ปฏิบัติงานและมาร่วมปฏิบัติงานทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ๔.๒.๑๑ กรณีที่พนักงานของผู้รับจ้าง ทำให้ทรัพย์สินของทางโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ชำรุด เสียหาย ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือจัดหาทดแทนโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่ ทราบเหตุ
    ๔.๒.๑๒ ผู้รับจ้าง ต้องจัดอัตรากำลังนักโภชนาการ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน (คนครัวและ พนักงาน) อย่างน้อยตามคู่มือการปฏิบัติงานโภชนาการในโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ๒๕๖๐ ๔.๒.๑๓ ผู้รับจ้าง ต้องอบรมพนักงานทุกคนให้ปฏิบัติในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
  • เรื่องพฤติกรรมการบริการที่ดี
  • ห้ามใช้สารเสพติดที่ผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย เช่น บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน หากพนักงานฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบและปรับเปลี่ยนพนักงานออกจากการ ปฏิบัติงานทันที
    ๔.๓ ประเภทอาหาร และรูปแบบสำหรับการบริการในโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ๔.๓.๑ ประเภทอาหาร
    ๔.๓.๑.๑ อาหารสำหรับผู้ป่วยใน
  • อาหารสามัญ
  • อาหารพิเศษ
  • อาหารพรีเมี่ยม
  • อาหารทางสายให้อาหาร
    ๔.๓.๒ การคิดราคาค่าอาหาร
    อาหารสามัญ ชุด ราคาต่อมื้อของผู้รับจ้าง
    อาหารพิเศษ ชุด ราคาต่อมื้อของผู้รับจ้าง
    อาหารพรีเมี่ยม ชุด ราคาต่อมื้อของผู้รับจ้าง
    อาหารทางสายให้อาหาร (ชนิดปั่นผสม) ถุง ราคาต่อมื้อของผู้รับจ้าง
    7
    ๔.๓.๓ คุณลักษณะเฉพาะของอาหาร
    ๔.๓.๓.๑ อาหารผู้ป่วยใน จัดบริการวันละ ๓ มื้อ มีลักษณะดังนี้
    ประเภทอาหาร
    มื้อ
    รายการ
    อาหารสามัญ
    เช้า
    ข้าวต้มเครื่อง + เครื่องดื่ม หรือ
    ข้าวต้ม + กับข้าว ๒ อย่าง + เครื่องดื่ม
    กรณีเป็นข้าวต้มเครื่อง/โจ๊ก ไม่ควรเกิน ๓-๔ ครั้ง/สัปดาห์
    กลางวัน
    อาหารจานเดียว + ขนม/ผลไม้ หรือ
    ข้าวต้มหรือข้าวสวย + กับข้าว ๒ อย่าง + ขนม/ผลไม้
    กรณีเป็นอาหารจานเดียว ไม่ควรเกิน ๓-๔ ครั้ง/สัปดาห์
    เย็น
    ข้าวต้มหรือข้าวสวย + กับข้าว ๒ อย่าง + ขนม/ผลไม้
    อาหารพิเศษ
    เช้า
    ข้าวต้มเครื่อง + ของว่าง/ผลไม้ + เครื่องดื่ม หรือ
    ข้าวต้ม + กับข้าว ๒ อย่าง + ของว่าง/ผลไม้ + เครื่องดื่ม หรือ Breakfast + ขนมปัง + ของว่าง/ผลไม้ + เครื่องดื่ม
    กรณีเป็นข้าวต้มเครื่อง/โจ๊ก ไม่ควรเกิน ๓-๔ ครั้ง/สัปดาห์
    กลางวัน
    ข้าวต้มหรือข้าวสวย + กับข้าว ๒ อย่าง + ขนม/ผลไม้ + น้ำสมุนไพร อาหารจานเดียว + ขนม/ผลไม้ + น้ำสมุนไพร หรือ
    กรณีเป็นอาหารจานเดียว ไม่ควรเกิน ๓-๔ ครั้ง/สัปดาห์
    เย็น
    ข้าวต้มหรือข้าวสวย + กับข้าว ๓ อย่าง + ขนม/ผลไม้ หรือ อาหารจานเดียว + ของว่างหรือผลไม้ + เครื่องดื่ม
    อาหารพรีเมี่ยม (มื้อหลัก+
    มื้อว่าง)
    เช้า
    ข้าวต้มเครื่อง + ของว่าง/ผลไม้ + เครื่องดื่ม หรือ
    ข้าวต้ม + กับข้าว ๒ อย่าง + ของว่าง/ผลไม้+ เครื่องดื่ม หรือ Breakfast + ขนมปัง + สลัด + ของว่าง/ผลไม้ + เครื่องดื่ม กรณีเป็นข้าวต้มเครื่อง/โจ๊ก ไม่ควรเกิน ๓-๔ ครั้ง/สัปดาห์
    ว่างเช้า
    ของว่างหรือผลไม้ + เครื่องดื่ม
    กลางวัน
    ข้าวต้มหรือข้าวสวย + กับข้าว ๓ อย่าง + ขนม/ผลไม้หรือ อาหารจานเดียว + ของทานเล่น + ขนม/ผลไม้ + น้ำสมุนไพร หรือ กรณีเป็นอาหารจานเดียว ไม่ควรเกิน ๓-๔ ครั้ง/สัปดาห์
    ว่างบ่าย
    ของว่างหรือผลไม้ + เครื่องดื่ม
    เย็น
    ข้าวต้มหรือข้าวสวย + กับข้าว ๓ อย่าง + ขนม/ผลไม้ หรือ อาหารจานหลัก* + ขนมปัง/ซุป + สลัด + ขนม/ผลไม้
    ว่างเย็น
    ของว่างหรือผลไม้ + เครื่องดื่ม

หมายเหตุ :
*อาหารจานหลัก เป็นอาหารจานหลักในมื้ออาหาร ส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อสัตว์ หรืออาหารประเภทเส้น ตกแต่งด้วยผักสุก ผักสด อาหารประเภทแป้งต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น Breakfast สเต็ก สปาเก็ตตี้เป็นต้น
8
อาหารที่นอกเหนือจากมาตรฐานอาหารโรงพยาบาล มีลักษณะดังนี้
ประเภทอาหาร
มื้อ
รายการ
อาหารเหลวใส (อาหารสามัญ)
เช้า
ซุปใส + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๔๐%
กลางวัน
ซุปใส + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๔๐%
เย็น
ซุปใส + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๔๐%
อาหารเหลวใส (อาหารพิเศษ)
เช้า
ซุปใส + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๑๐๐%
กลางวัน
ซุปใส + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๑๐๐%
เย็น
ซุปใส + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๑๐๐%
อาหารเหลวข้น (อาหารสามัญ)
เช้า
ซุปข้น + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๔๐%
กลางวัน
ซุปข้น + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๔๐%
เย็น
ซุปข้น + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๔๐%
อาหารเหลวข้น (อาหารพิเศษ)
เช้า
ซุปข้น + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๑๐๐%
กลางวัน
ซุปข้น + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๑๐๐%
เย็น
ซุปข้น + น้ำข้าว + น้ำสมุนไพร + น้ำผลไม้ ๑๐๐%
โจ๊ก/โจ๊กปั่น
(อาหารสามัญ)
เช้า
โจ๊กหรือโจ๊กปั่น + แกงจืด/น้ำซุป + ผลไม้/เครื่องดื่ม
กลางวัน
โจ๊กหรือโจ๊กปั่น + แกงจืด/น้ำซุป + น้ำสมุนไพร
เย็น
โจ๊กหรือโจ๊กปั่น + แกงจืด/น้ำซุป + ผลไม้/เครื่องดื่ม
โจ๊ก/โจ๊กปั่น
(อาหารพิเศษ)
เช้า
โจ๊กหรือโจ๊กปั่น + ไข่ต้ม/ไข่ตุ๋น + แกงจืด/น้ำซุป + ผลไม้/เครื่องดื่ม
กลางวัน
โจ๊กหรือโจ๊กปั่น + ไข่ต้ม/ไข่ตุ๋น + แกงจืด/น้ำซุป + ผลไม้/เครื่องดื่ม
เย็น
โจ๊กหรือโจ๊กปั่น + ไข่ต้ม/ไข่ตุ๋น + แกงจืด/น้ำซุป + ผลไม้/เครื่องดื่ม
อาหารทางสาย ให้อาหาร
มื้อตาม
กำหนด
อาหารทางสายให้อาหาร ชนิดปั่นผสม

หมายเหตุ : โจ๊กปั่น ต้องมีส่วนประกอบ ข้าวโจ๊ก เนื้อสัตว์ ผัก หมวดไขมัน เพื่อให้ได้พลังงานตามที่กำหนด กรณีเฉพาะโรคต้องจัดตามความเหมาะสมของผู้ป่วยเฉพาะราย
๔.๓.๓.๒ ข้อกำหนดปริมาณอาหาร
• ประเภทข้าว
รายการ
ปริมาณ (ส่วน/มื้อ)
หมายเหตุ
พรีเมี่ยม
พิเศษ
สามัญ
- โจ๊ก
๓ - ๔
๓ - ๔
๓ - ๔
อาหารเบาหวานตามสัดส่วน
พลังงานที่กำหนด
- ข้าวต้ม
๓ - ๔
๓ - ๔
๓ - ๔

- ข้าวสวย 
๓.๕ - ๔ 
๓.๕ - ๔ 
๓.๕ - ๔

9
• ประเภทอาหารจานเดียว
รายการ
ปริมาณ (ส่วน/มื้อ)
หมายเหตุ
พรีเมี่ยม
พิเศษ
สามัญ
- เมนูเส้นก๋วยเตี๋ยว
๒ - ๓
๒ - ๓
๒ - ๓
อาหารเบาหวานตามสัดส่วน
พลังงานที่กำหนด
- เมนูข้าว
๓.๕ - ๔
๓.๕ - ๔
๓.๕ - ๔

• ประเภทผลไม้ ½ - ๑ ส่วน ต่อ ๑ เสิร์ฟ จำนวน/ขนาดของชิ้นปรับได้ตามความเหมาะสม • ประเภทอาหารทางสายให้อาหารชนิดปั่นผสม (Blenderized diet) : อาหารที่ใช้วัตถุดิบมาจาก อาหาร ๕ หมู่ นำมาทำให้สุกและปั่นผสมในสัดส่วนที่กำหนด โดยทั่วไปอาหารจะมีความเข้มข้น ตั้งแต่ ๑ : ๑ , ๑.๒ : ๑, ๑.๕ : ๑ ปริมาณ ๑๐๐๐ ซีซี จะมีปริมาณโปรตีน ๕๐ กรัมต่อวัน - อาหารสูตรทั่วไป มีส่วนประกอบดังนี้ ไข่ไก่ เนื้ออกไก่/ปลา ฟักทอง กล้วยน้ำว้า/กล้วยไข่ น้ำตาลทราย มอลโตเดกซ์ตริน น้ำมัน เกลือ

  • อาหารสูตรเบาหวาน มีส่วนประกอบดังนี้ ไข่ไก่ เนื้ออกไก่/ปลา ฟักทอง กล้วยน้ำว้า/กล้วยไข่ น้ำตาลฟรุกโตส มอลโตเดกซ์ตริน น้ำมัน เกลือ
  • อาหารสูตรโรคไต มีส่วนประกอบดังนี้ ไข่ไก่ เนื้ออกไก่/ปลา ผักกาดขาว แอปเปิ้ล น้ำตาลทราย น้ำมัน เกลือ
  • อาหารสูตรดื่มเสริม มีส่วนประกอบดังนี้ ไข่ไก่ เนื้ออกไก่/ปลา ฟักทอง กล้วยน้ำว้า/กล้วยไข่ ข้าวสวย น้ำตาลทราย มอลโตเดกซ์ตริน น้ำมัน เกลือ
    หมายเหตุ : สามารถปรับสูตรให้เหมาะสมตามคำสั่งแพทย์ ควรปรึกษานักวิชาการโภชนาการของโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนในการปรับสูตรอาหาร
    ๔.๓.๓.๓ พลังงานและการกระจายสารอาหารตามชนิดของอาหารดังนี้
    • มาตรฐานอาหารทั่วไป
    ชนิดอาหาร
    พลังงาน
    (กิโลแคลอรี)
    คาร์โบไฮเดรต
    โปรตีน
    ไขมัน
    อาหารธรรมดา
    ๑,๘๐๐ – ๒,๐๐๐
    ๕๕ – ๖๐%
    ๑๒ - ๑๕ %
    ๒๕ – ๓๐%
    อาหารอ่อน
    ๑,๕๐๐ – ๑,๘๐๐
    ๕๕ – ๖๐%
    ๑๒ - ๑๕ %
    ๒๕ – ๓๐%
    อาหารเหลวใส
    ๖๐๐ - ๘๐๐

    -
    อาหารเหลวข้น
    ๘๐๐ – ๑,๐๐๐

    -

• มาตรฐานอาหารเฉพาะโรค
ชนิดอาหาร
พลังงาน
(กิโลแคลอรี)
คาร์โบไฮเดรต
โปรตีน
ไขมัน
อาหารธรรมดาเบาหวาน
๑,๘๐๐ – ๒,๐๐๐
๕๐ – ๕๕%
๑๕ - ๒๐ %
๓๐%
อาหารอ่อนเบาหวาน
๑,๕๐๐ – ๑,๘๐๐
๕๐ – ๕๕%
๑๕ - ๒๐ %
๓๐%
อาหารธรรมดาลดโซเดียม (<๒,๔๐๐ มิลลิกรัม/วัน)
๑,๘๐๐ – ๒,๐๐๐
๕๕ – ๖๐%
๑๒ - ๑๕ %
๒๕ – ๓๐%
อาหารอ่อนลดโซเดียม (<๒,๔๐๐ มิลลิกรัม/วัน)
๑,๕๐๐ – ๑,๘๐๐
๕๕ – ๖๐%
๑๒ - ๑๕ %
๒๕ – ๓๐%
อาหารธรรมดาลดไขมัน
๑,๕๐๐ – ๑,๘๐๐
๖๐ – ๖๕%
๑๕ - ๒๐ %
๒๐ – ๒๕%
อาหารอ่อนลดไขมัน
๑,๒๐๐ – ๑,๕๐๐
๖๐ – ๖๕%
๑๕ - ๒๐ %
๒๐ – ๒๕%

10
๔.๓.๓.๔ มาตรฐานอาหารในโรงพยาบาล
• อาหารที่บริการแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาล มีหลายลักษณะ แบ่งออกเป็น
ก. อาหารทั่วไป (General diet) : เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยทั่วไป ที่มีอาการไม่รุนแรง และ ไม่จำเป็นต้องใช้อาหารบำบัดโรค ประกอบด้วย
๑) อาหารธรรมดา (Regular diet) : ลักษณะอาหาร คล้ายอาหารสำหรับคนปกติทั่วไป แต่ ต้องงดอาหารรสจัดมาก อาหารที่มีไขมันมาก อาหารหมักดองที่ย่อยยาก
๒) อาหารอ่อน (Soft diet) : สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคี้ยวกลืน เป็นโรคเกี่ยวกับระบบ ทางเดินอาหารหลังการผ่าตัด ระหว่างพักฟื้น หรือผู้สูงอายุ ลักษณะอาหารเป็นอาหารเปื่อยนุ่ม เคี้ยว ง่าย ย่อยง่าย และรสไม่จัด งดผักที่มีใยอาหารมาก อาหารหมักดอง และอาหารรสจัด
๓) อาหารเหลวใส (Clear liquid diet) : สำหรับผู้ป่วยที่มีการอักเสบรุนแรง บริเวณอวัยวะที่ เกี่ยวกับการย่อยอาหาร เช่น ท้องร่วงอย่างรุนแรง หรือผู้ป่วยหลังผ่าตัด ลักษณะอาหารเป็นน้ำเหลวใส ไม่มีกาก ประกอบด้วยน้ำและคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่ หากเป็นน้ำผลไม้ต้องกรองเอาใยและเนื้อ ผลไม้ออกก่อน
๔) อาหารเหลวข้น (Full liquid diet) : สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ หรือผู้ป่วย หลังผ่าตัด ลักษณะอาหาร เป็นน้ำเหลวข้นกว่าอาหารน้ำใส มีการใส่ผัก เนื้อสัตว์ หรือนมลงไปผสม ให้ พลังงานสูงกว่าอาหารน้ำใส
ข. อาหารเฉพาะโรค (Therapeutic diet) : เป็นอาหารดัดแปลงเพื่อใช้ในการบำบัดโรค มีหลายชนิด ได้แก่
๑) อาหารเบาหวาน (Diabetic diet) : สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ต้องควบคุมน้ำหนัก และ ระดับน้ำตาลในเลือด ลักษณะอาหารเหมือนอาหารทั่วไป แต่จำกัดปริมาณและชนิดของอาหารที่ ให้คาร์โบไฮเดรตสูง
๒) อาหารลดโซเดียม (Low sodium diet) : สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับแข็ง โรคไต ลักษณะอาหารเหมือนอาหารทั่วไป แต่ปรุงรสให้อ่อนกว่าหรือตามที่แพทย์ กำหนด
๓) อาหารลดไขมัน (Low fat diet) : สำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของถุงน้ำดี การย่อยและการ ดูดซึมไขมัน ลดน้ำหนัก ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ลักษณะอาหารเหมือนอาหารทั่วไป แต่ดัดแปลงให้มีไขมันต่ำกว่าปกติ ประกอบอาหารโดยการ ต้มตุ๋น นึ่ง อบ ย่าง หรือมีการจำกัด โคเลสเตอรอลตามที่แพทย์กำหนด
๔) อาหารโปรตีนต่ำ (Low protein diet) : สำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะ ๓a-๕ ที่ยังไม่ ล้างไต ลักษณะอาหาร จำกัดโปรตีน ๐.๖-๐.๘ กรัม/น้ำหนักตัว ๑ กิโลกรัม/วัน อาจมีการจำกัด โซเดียมหรือโพแทสเซียมร่วมด้วย
๕) อาหารเพิ่มโปรตีน (High protein diet) : สำหรับผู้ป่วยก่อนหรือหลังผ่าตัด ผู้ป่วยล้างไต หรือ มีการสูญเสียโปรตีน ลักษณะอาหาร กำหนดโปรตีนสูงกว่า ๒๐% ต่อวันหรือสูงกว่ามาตรฐานที่ กำหนด และโปรตีนที่ให้ควรมีคุณภาพดี เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่
๖) อาหารลดกาก (Low residue diet) : สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ลักษณะ อาหาร เป็นอาหารย่อยง่ายและดูดซึมได้เกือบหมด งดผักและผลไม้ทุกชนิด
๗) อาหารฟอสเฟตต่ำ (Low PO๔) : ปริมาณฟอสฟอรัสไม่เกิน ๘๐๐ มิลลิกรัม
๘) อาหารโพแทสเซียมต่ำ (Low K) : ปริมาณโพแทสเซียมไม่เกิน ๒,๐๐๐ มิลลิกรัม
11
๙) อาหารแบคทีเรียต่ำ (neutropenic diet, low bacterial diet) : สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกัน ต่ำ ผู้ป่วยเคมีบำบัด ลักษณะอาหาร เป็นอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์หรือ สเตอร์ไรด์ อาหารและภาชนะผ่านความร้อนอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส นาน ๑๐ นาที ก่อน ขึ้นบริการ
๑๐) อาหารแยกโรค/แยกภาชนะ (Contact precaution) : สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ/มีการ แพร่กระจายเชื้อโรค ลักษณะอาหาร เป็นอาหารที่จัดบริการโดยใช้ภาชนะเป็นกล่องอาหาร ช้อน ส้อมชนิดใช้แล้วทิ้ง
ค. อาหารทางสายให้อาหาร (Tube Feeding)
๑) ชนิดปั่นผสม (Blenderlized Diet ; BD) : เป็นอาหารที่ใช้วัตถุดิบมาจากอาหาร ๕ หมู่ นำมา ทำให้สุกและปั่นผสมให้สัดส่วนที่กำหนด ความเข้มข้นทั่วไปตั้งแต่ ๐.๕ Kcal/cc. ถึง ๒ Kcal/cc. โปรตีนในอาหาร ผู้ป่วยควรได้รับ ๐.๘-๑ กรัม/น้ำหนักตัว ๑ กิโลกรัม/วัน ในกรณีผู้ป่วยต้องการ โปรตีนสูงควรปรึกษานักกำหนดอาหารหรือนักวิชาการโภชนาการของโรงพยาบาล
เวชศาสตร์เขตร้อน เพื่อหาแนวทางในการปรับสูตรหรือปรับชนิดอาหาร กรณีผู้ป่วยมาใหม่ สามารถใช้อาหารทางการแพทย์ทดแทนอาหารทางสายชนิดปั่นผสมได้
๒) ชนิดสำเร็จรูป (Commercial Formula) : เป็นอาหารทางการแพทย์ มีหลายสูตรให้เลือกใช้ เพื่อความเหมาะสมกับภาวะผู้ป่วย มีทั้งชนิดน้ำ (Fluid) และชนิดผง (Powder) สามารถผสมให้ อาหารมีความเข้มข้นได้ตั้งแต่ ๐.๕-๒.๐ kcal/cc. ในกรณีผู้ป่วยต้องการโปรตีนสูงควรปรึกษา นักกำหนดอาหารหรือนักวิชาการโภชนาการของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน เพื่อหาแนวทาง ในการปรับสูตรหรือปรับชนิดอาหาร
ง. อาหารฝึกกลืน (Dysphagia diet) ใช้เกณฑ์อาหารฝึกกลืนของ The International Dysphagia Diet Stabdardization Initiative (IDDSI) กำหนดมาตรฐานให้มีเนื้อสัมผัส ความข้นหนืดของอาหาร โดยแบ่งอาหารออกเป็นระดับ ตั้งแต่ระดับ ๐-๗ ตามความข้นหนืดของอาหาร และตามที่แพทย์ กำหนด
๔.๔ คุณลักษณะของอาหาร
๔.๔.๑ ผู้รับจ้างต้องประกอบอาหารสำหรับบริการผู้ป่วยตามรายการอาหาร ที่โรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนกำหนดสำหรับการเปลี่ยนแปลงรายการประเภทอาหาร นักกำหนดอาหารและนักวิชาการ โภชนาการของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน สามารถพิจารณาเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
๔.๔.๒ ผู้รับจ้างต้องประกอบอาหารสำหรับบริการผู้ป่วยตามประเภทอาหารทางสายให้อาหาร โดยใช้ สูตรธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการหรือตามแพทย์สั่งและ เพื่อให้เหมาะสมตามพยาธิสภาพของผู้ป่วย
๔.๔.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายการอาหารหมุนเวียน สำหรับบริการอาหารผู้ป่วยใน โดยรายการอาหาร ต้องมีความหลากหลาย ไม่ซ้ำกัน ดังนี้
๔.๔.๓.๑ อาหารไทยชนิดอาหารธรรมดา (Regular diet) และอาหารอ่อน (Soft diet) มีเมนู หมุนเวียนอย่างน้อย จำนวน ๔ ชุด โดยรายการอาหารไม่ซ้ำกัน
๔.๔.๓.๒ อาหารต่างชาติมีเมนูอย่างน้อย จำนวน ๑ ชุด และประกอบด้วยรายการอาหารไม่ซ้ำ กันภายใน ๗ วัน
๔.๔.๓.๓ อาหารเฉพาะโรค มังสวิรัติ อาหารเจ อาหารอิสลาม สามารถใช้เมนูหมุนเวียน ชุดเดียวกับ ๒ ประเภท ดังกล่าวข้างต้น โดยต้องปรับวัตถุดิบอาหาร กระบวนการปรุงประกอบอาหารให้ เหมาะสมกับอาหารชนิดนั้น ๆ
12
๔.๔.๓.๔ กรณีผู้รับจ้าง ต้องการเปลี่ยนแปลงรายการอาหารหมุนเวียน ต้องชี้แจงเป็น ลายลักษณ์อักษรให้งานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน พิจารณาล่วงหน้า ซึ่งงานโภชนาการมีสิทธิ พิจารณาไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงรายการอาหารได้
๔.๔.๓.๕ เอกสารที่จำเป็นต้องมี ณ สถานที่ปฏิบัติงาน มีรายการดังนี้ มาตรฐานการจัดอาหาร (Meal Plan) ตำรับอาหาร (recipes) เมนูหมุนเวียน (menu cycle) หนังสือรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เอกสาร รายละเอียดการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องพร้อมใช้งาน และโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
๔.๕ หลักเกณฑ์การบริการอาหารผู้ป่วยใน
๔.๕.๑ ผู้รับจ้าง ต้องมีนักกำหนดอาหาร/นักโภชนาการ วางแผนการผลิตอาหารจากใบสั่งอาหาร ประจำวัน สามารถรับคำสั่งเปลี่ยนแปลงอาหารได้จนถึงก่อนเวลานำส่ง ๓๐ นาที โดยคำนึงถึงหลักการ จัดวัตถุดิบตามฤดูกาล หมุนเวียนไม่ซ้ำรายการอาหารในแต่ละเดือน
๔.๕.๒ ผู้รับจ้าง ต้องจัดทำรายการอาหารสำหรับผู้ป่วยใน มีเมนูให้เลือก (เฉพาะอาหารพิเศษ อาหารพรีเมี่ยม) โดยรายการอาหารต้องมีความหลากหลาย ไม่ซ้ำ มีรายการอาหารหมุนเวียน ๔.๕.๓ ผู้รับจ้าง ต้องส่งมอบอาหารปรุงสำเร็จให้งานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ตรวจสอบก่อนการนำมาจัดใส่ภาชนะ อย่างน้อย ๓๐ นาที เพื่อประเมินคุณภาพอาหาร รสชาติอาหาร ปริมาณความเพียงพอ ถ้าการตรวจรับอาหารไม่ผ่านในมื้ออาหารใดมื้อหนึ่ง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนจะ ไม่ดำเนินการเบิกจ่ายเงินค่าอาหารในมื้อนั้น
๔.๕.๔ ผู้รับจ้าง ต้องสามารถผลิตอาหารตามคำสั่งแพทย์ เช่น อาหารธรรมดา อาหารอ่อน อาหาร เฉพาะโรค อาหารตามศาสนา อาหารเหลวใส อาหารเหลวข้น อาหารทางสายให้อาหาร และให้ความร่วมมือ จัดอาหารเสริมประเภทต่าง ๆ เช่น อาหารฝึกกลืน โจ๊กปั่น เสริมไข่ขาว เสริมไข่ต้ม อาหารปั่นผสมดื่มเสริม โดยคำนึงถึงความถูกต้องตามหลักโภชนาการและสัดส่วนอาหาร เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการรักษาของแพทย์ ในกรณีที่แพทย์สั่งอาหารนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการจัดเตรียมอาหาร ตามคำสั่งแพทย์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
๔.๕.๕ ผู้รับจ้าง ต้องชงอาหารทางการแพทย์ให้ผู้ป่วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือค่าบริการในการชง อาหารทางการแพทย์ ซึ่งผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบค่าอาหารทางการแพทย์ ถุงบรรจุอาหารทางสายให้อาหาร และสายให้อาหาร
๔.๕.๖ ผู้เกี่ยวข้องในการสั่งอาหาร
๔.๕.๖.๑ แพทย์ กำหนดแผนการรักษาและทำหน้าที่เป็นผู้สั่งอาหารสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ๔.๕.๖.๒ พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ประจำหอผู้ป่วย รับผิดชอบตามแผนการรักษาของแพทย์ และดำเนินการสั่งอาหารผ่านระบบของโรงพยาบาล
๔.๕.๖.๓ นักโภชนาการหรือนักกำหนดอาหาร ประเมินความต้องการพลังงานและสารอาหาร ของผู้ป่วย วางแผนการให้โภชนบำบัด ดำเนินการสั่งเพิ่มรายละเอียดอาหาร
๔.๕.๗ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนอนุญาตให้ผู้รับจ้างโทรศัพท์ประสานงานบริการอาหารกับ หอผู้ป่วย เรื่องการรับคำสั่งอาหารและการบริการส่งมอบอาหารเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้แก้ไขคำสั่งอาหารใน ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
๔.๕.๘ ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยเป็นความลับ และไม่นำข้อมูลผู้ป่วยเผยแพร่สู่สาธารณะ
๔.๕.๙ การบริการอาหารสำหรับผู้ป่วย ต้องเป็นไปตามที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนด ๔.๕.๙.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย ห้องพัก/เตียง ประเภทของอาหาร ๔.๕.๙.๒ พนักงานบริการต้องกล่าวคำทักทาย พร้อมระบุชื่อ-นามสกุลของผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น - “สวัสดีครับ/ค่ะ อาหารมื้อเช้าของคุณสมชาย บุญมี มาแล้วครับ/ค่ะ”
13

  • “สวัสดีครับ/ค่ะ อาหารมื้อกลางวันของคุณสมชาย บุญมี มาแล้วครับ/ค่ะ”
    “สวัสดีครับ/ค่ะ อาหารมื้อเย็นของคุณสมชาย บุญมี มาแล้วครับ/ค่ะ”
    กรณีเก็บถาดอาหาร พนักงานบริการต้องใช้คำพูดให้สุภาพเหมาะสม ตัวอย่างเช่น - “สวัสดีครับ/ค่ะ ขออนุญาตเก็บถาดอาหารมื้อเช้า นะครับ/ค่ะ”
  • “สวัสดีครับ/ค่ะ ขออนุญาตเก็บถาดอาหารมื้อกลางวัน นะครับ/ค่ะ”
  • “สวัสดีครับ/ค่ะ ขออนุญาตเก็บถาดอาหารมื้อเย็น นะครับ/ค่ะ”
    ๔.๕.๑๐ กระดาษปูรองถาดอาหารหรือแผ่นรองถาดอาหาร ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ๔.๕.๑๑ ถ้วย จาน แก้วน้ำ และอุปกรณ์ในการรับประทานอาหารต้องสะอาด ไร้คราบ ไร้กลิ่น ๔.๕.๑๒ ช้อน ส้อม ช้อนขนมหวาน ตะเกียบ บรรจุในซองปกปิด กรณีใช้ตะเกียบไม้ต้องเป็นแบบใช้ แล้วทิ้งเท่านั้น
    ๔.๕.๑๓ ซองเครื่องปรุงรสไม่มีรอยฉีกขาด
    ๔.๕.๑๔ ผู้รับจ้างต้องเตรียมถุงบรรจุอาหารทางสายให้อาหาร ปริมาณ ๕๐๐ ml ๑ ใบต่อ ๑ มื้อและ สายให้อาหาร ๑ เส้นต่อ ๒๔ ชั่วโมง
    ๔.๕.๑๕ กรณีที่อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารชำรุด เสียหาย สูญหายจากผู้ป่วยให้คิดตามราคากับ ผู้ป่วย
    ๔.๕.๑๖ ภาชนะเมื่อบรรจุอาหารแล้ว ต้องปกปิดให้มิดชิด สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ ๔.๕.๑๗ ผู้รับจ้างต้องเตรียมภาชนะแบบใช้แล้วทิ้ง ได้แก่ กล่องมีฝาปิด ช้อน ส้อม ถ้วยมีฝาปิด แก้วน้ำ ใช้ในกรณีผู้ป่วยแยกโรค ต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อของโรงพยาบาล ๔.๕.๑๘ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน จะเบิกจ่ายค่าอาหารตามจำนวนที่ได้แจ้งยอดผู้ป่วยในใบสั่ง อาหาร ตามเวลาที่กำหนดในแต่ละวัน โดยเบิกจ่ายเดือนละ ๑ ครั้ง
    ๔.๕.๑๙ ผู้รับจ้างต้องทำรายงานสรุปการส่งมอบอาหารประจำวัน สรุปสถิติการให้บริการอาหารทุก ประเภท ปัญหาในการปฏิบัติงานให้ทางงานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน เดือนละ ๑ ครั้ง ๔.๖ วัตถุดิบอาหาร การเตรียมวัตถุดิบ และการจัดเก็บ
    ๔.๖.๑ วัตถุดิบอาหาร
    ๔.๖.๑.๑ ผู้รับจ้าง ต้องมีการวางแผนการจัดหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารปริมาณ มาก และเพียงพอในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ
    ๔.๖.๑.๒ ผู้รับจ้าง ต้องมีความพร้อมในการถูกสุ่มตรวจวัตถุดิบที่ใช้ในการเตรียมผลิต อาหารโดยงานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
    ๔.๖.๑.๓ ผู้รับจ้าง ต้องคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาใช้ในการเตรียมประกอบ
    อาหาร โดยมีรายละเอียดตามข้อกำหนดคุณลักษณะของอาหารตามมาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) กระทรวงสาธารณสุข
    ๔.๖.๑.๔ ผู้รับจ้าง ต้องมีแผนสำรองในการจัดหาวัตถุดิบ ในระหว่างเกิดเหตุการณ์
    รุนแรง เช่น น้ำท่วม เกิดจลาจล ภาวะฉุกเฉิน ผู้รับจ้างต้องหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้ตลอดระยะเวลา เกิดเหตุการณ์ และให้แนบแผนการรับมือภาวะฉุกเฉินในวันที่ยื่นซอง
    ๔.๖.๒ การเตรียมวัตถุดิบ และการจัดเก็บ
    ๔.๖.๒.๑ การเตรียมเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อบดต่าง ๆ ผู้รับจ้างต้องนำเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่มาบดภายใน สถานที่ปฏิบัติงาน หน่วยงานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ไม่อนุญาตให้นำเนื้อสัตว์บดจาก ภายนอกมาใช้ประกอบอาหารสำหรับบริการผู้ป่วย ยกเว้นเนื้อสัตว์บดที่มาจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง มาตรฐาน GMP หรือ HACCP โดยผู้รับจ้างต้องนำหลักฐานหรือเอกสารมาแสดงต่อโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนก่อน
    14
    ๔.๖.๒.๒ ผู้รับจ้าง ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์ดิบ ผัก ผลไม้ ให้มีคุณลักษณะตาม ขนาด และจำนวนชิ้นเหมาะสม ตามรายการอาหารที่เตรียมประกอบ และถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหาร และโภชนาการ
    ๔.๖.๒.๓ ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการจัดเก็บวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล อาหารและโภชนาการด้วยรูปแบบ First In First Out และ First Expire First Out
    ๔.๖.๒.๔ สถานที่เก็บอาหารสดหรืออาหารแห้ง ต้องแยกเก็บให้เป็นหมวดหมู่ ถูกต้อง ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร
    ๔.๗ การประกอบ การจัดจ่าย และบริการอาหาร
    ๔.๗.๑ ผู้รับจ้างต้องเตรียมวัตถุดิบอาหารส่วนที่รับประทานได้ และเครื่องปรุงที่ใช้ในการประกอบ อาหารตามสัดส่วนที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนดให้
    ๔.๗.๒ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการส่งมอบอาหารให้หอผู้ป่วยด้วยรถขนเข็นอาหารที่มีสภาพดี สะอาด มิดชิด ป้องกันแมลง ป้องกันฝนได้ ปริมาณเพียงพอและสามารถส่งมอบอาหารได้ทันตามเวลาที่กำหนด อาหาร ร้อนปรุงสำเร็จที่ส่งมอบให้แก่ผู้ป่วยจะต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า ๖๐ องศาเซลเซียส เพื่อควบคุมอุณหภูมิของ อาหารให้ได้ตามมาตรฐาน โดยภาชนะที่บรรจุอาหารต้องสามารถควบคุมอุณหภูมิของอาหารได้ และต้อง สะอาด ปิดมิดชิด
    ๔.๗.๓ เส้นทางเดินรถขนส่งอาหารไปยังหอผู้ป่วยใน ตามที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนด ๔.๗.๔ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ได้รับมอบหมายตรวจรับอาหารปรุงสำเร็จ จะตรวจประเมิน คุณภาพ รสชาติของอาหาร คุณลักษณะของอาหาร ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน กำหนด อาหารต้องมีรสชาติและสีสันตามชนิดของอาหารนั้น ไม่ผิดแปลกไปจากอาหารปกติ หากไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้รับจ้างต้องแก้ไขปรับปรุงรสชาติและคุณลักษณะอาหาร ให้ได้คุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนจัดจ่ายอาหาร บริการให้แก่ผู้ป่วย
    ๔.๗.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอาหารให้เหมาะสมตามคำสั่งอาหารที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนด ปริมาณพลังงานและสารอาหารต่อมื้อให้ผู้ป่วยรับประทานเพียงพอ โดยจัดจ่ายอาหารตามสัดส่วนมาตรฐานการ จัดบริการอาหาร ต่อมื้อ ต่อราย ตามจำนวนผู้ป่วยที่แจ้งเบิกอาหารแต่ละหอผู้ป่วย โดยการชั่ง ตวงอาหาร เช่น ข้าวสวย ข้าวต้ม เนื้อสัตว์ ผลไม้ เป็นต้น
    ๔.๗.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดบริการอาหารสำหรับบริการผู้ป่วยบนหอผู้ป่วย ให้ทันตามเวลาที่กำหนด แบ่งเป็นอาหารหลัก ๓ มื้อ โดยมีเวลาในการบริการดังนี้
    มื้อเช้า เวลา ๐๗.๓๐ น. - ๐๘.๐๐ น.
    มื้อกลางวัน เวลา ๑๑.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น.
    มื้อเย็น เวลา ๑๖.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น.
    กำหนดระยะเวลาให้ผู้ป่วยรับประทานอาหาร อย่างน้อย ๑ ชั่วโมง นับจากระยะเวลาที่บริการอาหาร ยกเว้นกรณีผู้ป่วยบางรายติดการตรวจรักษาโรค การทำกายภาพบำบัด การผ่าตัด การทำหัตการต่าง ๆ ให้คง ถาดอาหารไว้ที่ห้องพักและเก็บถาดอาหารในมื้อถัดไป ทั้งนี้ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนอาจเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสม
    ๔.๗.๗ ผู้รับจ้างต้องเก็บถาดอาหารในช่วงเวลาที่กำหนด ดังนี้
    มื้อเช้า เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๐๙.๓๐ น.
    มื้อกลางวัน เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. - ๑๓.๓๐ น.
    มื้อเย็น เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ น. - ๑๘.๐๐ น.
    ทั้งนี้ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
    15
    ๔.๗.๘ การเปลี่ยนแปลงคำสั่งอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงประเภทอาหาร หรือยกเลิกคำสั่งอาหาร ผู้รับ จ้างต้องสามารถให้โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มีการเปลี่ยนแปลงได้ภายในเวลาดังนี้ มื้อเช้า ก่อนเวลา ๐๗.๐๐ น.
    มื้อกลางวัน ก่อนเวลา ๑๑.๐๐ น.
    มื้อเย็น ก่อนเวลา ๑๕.๓๐ น.
    ทั้งนี้ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนจะมีการประสานงานกับทางบริษัท กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง อาหารตามความเหมาะสมในการให้บริการ
    ๔.๗.๙ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดอาหารหรือยกเลิกอาหาร ตามที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน แจ้งเปลี่ยนแปลง หรือแจ้งยกเลิกคำสั่งอาหารตามเวลาที่ตกลงกันแล้ว ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือ เปลี่ยนแปลงคำสั่งจากระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนแล้ว ทางผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเองทั้งหมด
    ๔.๗.๑๐ พนักงานบริการอาหารของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการส่งมอบอาหารให้ผู้ป่วยตาม หลักปฏิบัติที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนด เช่น การระบุตัวผู้ป่วย การล้างมือก่อนให้บริการผู้ป่วย เป็นต้น
    ๔.๗.๑๑ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามแนวทางการรับคำสั่งอาหารตามข้อกำหนดของโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน อนุญาตให้ผู้รับจ้างสามารถประสานงานบริการกับหอผู้ป่วยในเรื่องการรับคำสั่งอาหารและ การบริการส่งมอบอาหารเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้แก้ไขคำสั่งอาหารในระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน
    ๔.๗.๑๒ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมวัตถุดิบ รวมทั้งอาหารสำรองให้เพียงพอ และให้บริการอาหารได้ ตามปกติในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ การเกิดจลาจล เป็นต้น โดยจะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานยืนยัน ๔.๗.๑๓ ผู้รับจ้างต้องเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านบริการ หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยไว้เป็นความลับ โดยไม่นำมาตัดต่อหรือส่งไปให้ผู้รับหรือทำสำเนา รวมทั้งจะไม่เผยแพร่หรือเปิดเผยให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคล (บุคคลที่สาม) หรือสาธารณชนรับทราบ เว้นแต่จะได้รับการยินยอมจากโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน เป็น ลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น กรณีที่ข้อมูลมีการเผยแพร่หรือถูกเปิดเผยไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อมูลถูกเผยแพร่หรือถูกเปิดเผยจากผู้รับจ้างหรือพนักงานผู้รับจ้างหรือตัวแทนของผู้รับจ้าง โดยพิสูจน์ว่าการ กระทำดังกล่าวถูกกระทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่ เกิดขึ้นทั้งหมด
    ๔.๗.๑๔ สถิติและการคาดการณ์ การให้บริการปีงบประมาณ
    ประเภทอาหาร
    หน่วยนับ
    ปี
    ๒๕๖๖
    ปี
    ๒๕๖๗
    ปี
    ๒๕๖๘
    ปี ๒๕๖๙
    ปี ๒๕๗๐
    อาหารสามัญ
    ชุด
    ๑๒,๒๐๑
    ๑๐,๙๗๕
    ๖,๘๖๙
    ๙,๑๒๕
    ๗,๓๐๐
    อาหารพิเศษ
    ชุด
    ๔๔,๑๘๔
    ๔๔,๒๕๖
    ๓๗,๐๑๖
    ๔๐,๑๕๐
    ๔๐,๑๕๐
    อาหารพรีเมี่ยม
    ชุด
    ๑๘๘
    ๕๒๑
    ๔๗๓
    ๖๐๐
    ๕๕๐
    อาหารทางสายให้อาหาร
    ถุง
    ๖๕,๘๑๕
    ๖๖,๙๐๒
    ๗๘,๐๐๐
    ๘๓,๙๕๐
    ๘๓,๙๕๐

๔.๘ การเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร
๔.๘.๑ การทวนสอบกลับได้ของผลิตภัณฑ์ กรณีที่ผู้ป่วยได้รับผลกระทบหรือติดเชื้อจากอาหาร ต้อง สามารถทวนสอบกลับถึงแหล่งที่มาได้ โดยกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องเก็บตัวอย่างสำหรับการทวนสอบกลับอย่าง น้อย ๗ วัน
16
๔.๘.๒ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนดเกณฑ์ในการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาของอาหาร และผู้สัมผัสอาหาร ของกระบวนการเตรียม ประกอบและบริการอาหารปรุงสำเร็จ และอาหารทางสายให้ อาหาร โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และจะต้องดำเนินการส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล หรือสถาบันที่เชื่อถือได้ ความถี่ ๓ เดือน/ครั้ง โดยนำผลรายการผลตรวจวิเคราะห์ แจ้งให้โรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนทราบทุกครั้ง
๔.๘.๓ ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่า ผู้ป่วยหลายคนมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารของ ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น กรณีที่ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ แต่มีเหตุจาก อาหารเป็นพิษ หรือแพ้อาหาร ทำให้ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อ ทางผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่ารักษาของ แพทย์ ค่าห้องพักในโรงพยาบาล รวมถึงยาที่ผู้ป่วยต้องได้รับจากการรักษา หรือกรณีผู้ป่วยงดน้ำงดอาหาร ทางผู้รับจ้างจัดส่งอาหารให้ผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยต้องเลื่อนการผ่าตัดหรือการทำหัตถการ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ค่าอาหาร ค่าเลื่อนการผ่าตัดหรือหัตถการ (ถ้ามี)
๔.๘.๔ คณะกรรมการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล สามารถเข้าสอบสวนโรคในกรณีที่เกิดปัญหา ความเสี่ยง
๔.๙ การควบคุมมาตรฐาน
๔.๙.๑ วัตถุดิบอาหาร
๔.๙.๑.๑ ผู้รับจ้าง ต้องมีการวางแผนการจัดหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารปริมาณมากและ เพียงพอในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ
๔.๙.๑.๒ ผู้รับจ้าง ต้องมีความพร้อมในการถูกสุ่มตรวจวัตถุดิบที่จะใช้ในการเตรียมผลิตอาหาร โดยคณะกรรมการตรวจรับอาหาร
๔.๙.๑.๓ ผู้รับจ้าง ต้องคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) มาใช้ในการเตรียมประกอบอาหาร โดยมีรายละเอียดข้อกำหนด คุณลักษณะของอาหารมอบให้นักโภชนาการของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนเพื่อตรวจสอบความ ถูกต้อง
๔.๙.๑.๔ ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีกระบวนการล้างทำความสะอาดวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ถูกต้องตามหลัก สุขาภิบาลอาหาร
๔.๙.๒ ผู้รับจ้าง ต้องจัดกระบวนการเตรียม ประกอบอาหารในสถานที่ของโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อนด้วยรูปแบบ One-way system ตามมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ๔.๙.๓ วัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหารต้องมีคุณภาพดี มีเครื่องหมาย อย. หรือ มอก. กำกับอย่าง ชัดเจนหรือผ่านการตรวจ GMP หรือมีใบรายงานผลวิเคราะห์คุณภาพชีววัตถุ COA (Certificate of Analysis) ๔.๙.๔ วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร ต้องเป็นไปตามที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนดตาม มาตรฐานโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย (Food Safety Hospital) คัดสรรจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน มีการ ควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้วัตถุดิบขณะขนส่งคงความสดใหม่เสมอ และช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ มีการรับวัตถุดิบโดยใช้ภาชนะที่เหมาะสมตามประเภทของวัตถุดิบ มีการจัดเก็บวัตถุดิบต่าง ๆ อย่างเหมาะสม และมีการเบิกใช้ตามระบบ First In First Out (FIFO) และมีการตรวจสอบวัตถุดิบคงค้าง
๔.๙.๔.๑ วัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป วัตถุดิบจากพืชและวัตถุดิบจากสัตว์ซึ่งได้มาจากการ เกษตรกรรม การปศุสัตว์ การประมง เช่น ผัก ผลไม้สด เนื้อสัตว์สดและอาหารทะเลสด ต้องมีการ จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่มีความน่าเชื่อถือด้านคุณภาพมาตรฐานด้านความปลอดภัย หรือผ่านการ รับรองจากหน่วยงานหรือสถาบันที่น่าเชื่อถือ ดังนี้
17

  • วัตถุดิบจากพืช เช่น ผักหรือผลไม้สด ข้าว เป็นต้น ต้องมีความปลอดภัยจากสารเคมีกำจัด ศัตรูพืช โดยเป็นวัตถุดิบที่ผ่านสถานที่ผลิตอาหาร (โรงคัดบรรจุ) ที่ได้รับการรับรองหลักเกณฑ์การ ปฏิบัติที่ดีตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง กำหนดวิธีการผลิตเครื่องมือ เครื่องใช้ใน การผลิต และการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิดและการแสดงฉลากหรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า หรือเป็นวัตถุดิบที่มาจากแหล่งเพาะปลูกที่มีมาตรการหรือระบบการควบคุมการใช้สารเคมีในการ เพาะปลูก เช่น ได้รับใบรับรองด้านการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (Good Agriculture Practices : GAP) ของกรมวิชาการเกษตร หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ เช่น Global GAP, Thai GAP เป็นต้น หรือได้รับเครื่องหมายรับรอง Q, Q Premium กับสินค้าเกษตรและอาหารหรือ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และมีข้อมูลสามารถตามสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบนั้น ๆ หากเกษตรกรไม่มีหลักฐานการแสดงการรับรองระบบ การควบคุมการใช้สารเคมีข้างต้น จะต้องผ่าน การฝึกอบรม GAP พืชผัก จากกรมส่งเสริมการเกษตร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีซื้อวัตถุดิบจาก ตลาดสดต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ตลาดสดน่าซื้อ กรมอนามัย
  • วัตถุดิบจากสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เป็นต้น เป็นวัตถุดิบที่ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการ ปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับปศุสัตว์ (Good Agriculture Practices: GAP) ของกรมปศุสัตว์ หรือ ผ่านมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และมีข้อมูลการสอบย้อนหลังได้ถึง แหล่งที่มาของวัตถุดิบนั้น กรณีซื้อจากสถานที่จำหน่ายหรือตลาดสด ต้องได้รับการรับรองสถานที่ จำหน่ายเนื้อสัตว์สะอาด (เขียงสะอาด) ตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์
  • วัตถุดิบจากทะเล เช่น ปลา กุ้ง เป็นต้น ต้องได้รับการรับรองระบบการผลิต และผลิตผลสัตว์น้ำ ตามมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Good Agriculture Practices: GAP) ของกรมประมง และมี ข้อมูลการสอบย้อนหลังได้ถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบนั้น กรณีซื้อวัตถุดิบจากตลาดสด ต้องผ่านการ รับรองมาตรฐาน ตลาดสดน่าซื้อ กรมอนามัย
    ๔.๙.๔.๒ วัตถุดิบที่ผ่านการแปรรูป เช่น ซอสหรือเครื่องปรุง ต้องได้รับเลขสารบบอาหาร ซึ่งอาหารที่จะได้รับเลขสารบบอาหารนั้น ส่วนใหญ่ต้องผ่านขั้นตอนในการตรวจสอบสถานที่ผลิต ให้เป็นไปตามเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร หรือ GMP (Good Manufacturing Practice) โดยครอบคลุมทั้งสถานที่ตั้งและอาคารผลิต เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต การควบคุม กระบวนการผลิต และสถานที่นำเข้าต้องเป็นไปตามสุขลักษณะ วัตถุดิบที่ผ่านการแปรรูปหรือ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปต้องมีคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุ และการแสดงข้อมูล ฉลากอาหาร เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
    ๔.๙.๕ ข้าวที่นำมาประกอบอาหารต้องมีคุณภาพดี มีทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวกล้อง สลับในบางมื้อ ๔.๙.๖ น้ำมันที่นำมาประกอบอาหาร ต้องทำจากถั่วเหลือง ๑๐๐% หรือทำจากรำข้าว ๑๐๐% โดยมี ฉลากบอกวันที่ผลิตและวันหมดอายุ
    ๔.๙.๗ อาหารสำเร็จรูปต้องไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยมีฉลากบอกวันที่ผลิตและ วันหมดอายุ
    ๔.๙.๘ การเฝ้าระวังทางสุขาภิบาลอาหาร โดยชุดทดสอบการปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหาร ภาชนะ และมือผู้สัมผัสอาหาร (อ.๑๓) หรือส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ความถี่ ๓ เดือน/ครั้ง ทำการเก็บตัวอย่าง จำนวน ๑๐ ตัวอย่าง ดังนี้
  • อาหารปรุงสุก (อาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงสุก) จำนวน ๓ ตัวอย่าง
  • อาหารปรุงสุก (อาหารทางสายให้อาหารชนิดปั่นผสม) จำนวน ๒ ตัวอย่าง
  • ภาชนะ จำนวน ๓ ตัวอย่าง
  • มือผู้สัมผัสอาหาร จำนวน ๒ ตัวอย่าง
    18
    หากมีการตรวจพบการปนเปื้อน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที และตรวจสอบซ้ำจนไม่พบ การปนเปื้อน
    ๔.๙.๙ มีการตรวจสารปนเปื้อนและสารตกค้างในวัตถุดิบที่นำมาปรุง ประกอบอาหาร เช่น สารบอแรกซ์ สารกันรา สารฟอร์มาลีน สารฟอกขาว และยาฆ่าแมลง ความถี่อย่างน้อย ๑ ครั้ง/เดือน หากตรวจพบสารปกเปื้อนและสารตกค้าง ให้ทำการแก้ไขและตรวจสอบซ้ำจนไม่พบการปนเปื้อน
    ๔.๘.๑๐ ภาชนะที่ใช้ในการบริการอาหาร ต้องผ่านการล้างด้วยเครื่องล้างจานที่ได้มาตรฐาน ๔.๘.๑๑ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหาร ต้องล้างด้วยน้ำยาล้างจานและน้ำสะอาด ไม่มี คราบสกปรก
    ๔.๘.๑๒ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอาหารทางสายให้อาหาร ต้องเป็นภาชนะอุปกรณ์ที่เหมาะสม ทนความร้อนได้สูงและต้องผ่านการอบฆ่าเชื้อหรือลวกน้ำร้อนก่อนนำมาประกอบอาหารทางสายให้อาหาร ทุกครั้ง
    ๔.๙ หลักเกณฑ์สุขาภิบาล/อาชีวอนามัย/การควบคุมคุณภาพ
    ๔.๙.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดระเบียบการเตรียม ประกอบอาหาร การจัดจ่ายอาหารให้เป็นไปตาม หลักสุขาภิบาลอาหาร จัดให้เป็นสัดส่วน โดยมีการป้องกันการปนเปื้อนข้ามระหว่างวัตถุดิบอาหารและอาหาร ปรุงสำเร็จ แยกการเตรียมระหว่างเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้
    ๔.๙.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด แปรงขัดพื้น น้ำยาล้างจาน ให้เพียงพอในการปฏิบัติงาน
    ๔.๙.๓ ผู้รับจ้างต้องใช้น้ำยาล้างจานในการทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารเท่านั้น พร้อมทั้งล้าง ภาชนะอุปกรณ์ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
    ๔.๙.๔ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการเฝ้าระวังสัตว์พาหะนำโรค ควบคุมกำจัดแมลงและสัตว์พาหะนำโรค และให้ความร่วมมือในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกอาคารให้สะอาดเรียบร้อย ปลอดภัย สวยงาม ตลอดทั้งดำเนินกิจกรรม ๗ส กิจกรรมพัฒนาคุณภาพร่วมกับโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
    ๔.๙.๕ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทำความสะอาดและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น ล้างปล่องดูดควัน (Hood) ทุก ๑ เดือน หรือตามที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนด
    ๔.๙.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บ และนำทิ้งขยะให้ถูกวิธี การแต่งกายต้องมิดชิด ตามข้อกำหนดของ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ห้ามมิให้มีขยะทิ้งค้างไว้ในสถานที่ ปฏิบัติงาน โดยต้องนำไปทิ้งที่โรงพักขยะของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน
    ๔.๙.๗ ผู้รับจ้างต้องดูแลรับผิดชอบทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ปฏิบัติงานและ สิ่งแวดล้อมให้สะอาดตามข้อกำหนดมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหาร
    ๔.๙.๘ ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารและบันทึกคุณภาพให้ครบถ้วน และต้องให้งานโภชนาการสามารถ เข้าถึงข้อมูล เอกสาร และบันทึกทุกฉบับได้อย่างครบถ้วน ๑๐๐% ทั้งในรูปแบบเอกสารหรือระบบออนไลน์ เพื่อการตรวจสอบและติดตามคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
    ๔.๙.๙ ผู้รับจ้างต้องทำหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงการดำเนินการให้สอดคล้องกับ กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ หรือข้อบังคับที่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มี ผลบังคับใช้ล่าสุด
    ๔.๙.๑๐ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมพนักงานเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยต่ออาหาร ๔.๙.๑๑ ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการตรวจประเมินระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร ทั้งการตรวจประเมินภายใน และการตรวจประเมินจากหน่วยรับรองภายนอก โดยต้องเตรียมสถานที่ บุคลากร
    เอกสาร บันทึกการปฏิบัติงาน และหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้พร้อมสำหรับการตรวจ รวมถึงต้องตอบข้อซักถาม ของผู้ตรวจประเมิน และดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด
    19
    ๔.๑๐ การประเมินการปฏิบัติงาน
    ๔.๑๐.๑ ผู้รับจ้างต้องให้คณะกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในการประเมิน ตรวจประเมินสถานที่ เตรียม ปรุง ประกอบอาหารปรุงสำเร็จ และการบริการอาหาร ได้ตลอดเวลา ตามคู่มือมาตรฐานโรงพยาบาล อาหารปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุข และแนวทางการดำเนินงาน Bangkok GREEN & CLEAN Hospital Plus (BKKGC+)
    ๔.๑๐.๒ งานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน จะตรวจประเมินผลประจำวัน/เดือน ดังนี้ - การตรวจสอบจำนวนถาดอาหารที่เบิกอาหารจากหอผู้ป่วย
  • การตรวจการจัดจ่ายอาหารตามมาตรฐานการจัดบริการอาหาร (Food Exchange) - การตรวจสุขอนามัยส่วนบุคคลของพนักงาน
  • การสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม
    ๔.๑๐.๓ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔ รวมถึงกฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้อง ต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายใน การทำงานของพนักงาน หากเกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย จากการที่ผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมาย กฎกระทรวง หรือมาตรการความปลอดภัยที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
    ทั้งนี้ หากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือความ เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคลากรของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอก ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎกระทรวง มาตรการความปลอดภัย หรือเกิดจาก ความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ และค่าเสียหายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
    ๔.๑๐.๔ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามตัวชี้วัด (KPI) ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนกำหนด ดังนี้
    ตัวชี้วัด
    เป้าหมาย
    ๑. จำนวนครั้งการจัดอาหารไม่ถูกต้องตามคำสั่งแพทย์
    ๐ ครั้ง/เดือน
    ๒. จำนวนครั้งการบริการอาหารผู้ป่วยไม่ทันเวลา
    ≤ ๕ ครั้ง/เดือน
    ๓. จำนวนครั้งการบริการอาหารผู้ป่วยผิดราย
    ๐ ครั้ง/เดือน
    ๔. จำนวนอุบัติการณ์ด้านบริการอาหาร
    ≤ ๕ ครั้ง/เดือน
    ๕. จำนวนครั้งการพบสิ่งปนเปื้อน สิ่งแปลกปลอมในอาหาร
    ๐ ครั้ง/เดือน
    ๖. จำนวนครั้งการตรวจพบการปนเปื้อนในอาหาร (สุ่มตรวจโดยชุดทดสอบ) ได้แก่ โคลิฟอร์มที่มือผู้สัมผัสอาหาร โคลิฟอร์มที่ภาชนะใส่อาหาร สารฟอกขาวใน อาหาร สารฟอร์มาลีนในอาหาร สารบอแรกซ์ในอาหาร สารกันรา ยาฆ่าแมลง
    ๐ ครั้ง/เดือน
    ๗. ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการ
    ≥ ๘๐%

หมายเหตุ :
๑) โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อาจมีการเปลี่ยนแปลง KPI หรือเป้าหมายได้ตามความเหมาะสม โดยมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย ๖๐ วัน หากผู้รับจ้างปฏิบัติไม่ผ่านตาม เกณฑ์ตัวชี้วัด ข้อใดข้อหนึ่งตามตัวชี้วัดข้อ ๑-๗ ผู้รับจ้างต้องเสียค่าปรับอัตราร้อยละ ๐.๕ เป็นรายเดือนตาม มูลค่าราคาค่าบริการอาหารในงวดนั้น ๆ
๒) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการ ทุก ๑ เดือน และต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คะแนนความพึงพอใจไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ถ้าผู้รับจ้างไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจะต้องแก้ไขโดยด่วน หากเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามข้อแก้ไข ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย หรือชื่อเสียงของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถพิจารณาลงโทษได้ตามความเหมาะสม และอาจมีผลต่อ การพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้างในรอบถัดไป
20
๓) หากประเมินผลปฏิบัติงาน ไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่ได้ตกลงร่วมกันติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ทางโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถพิจารณาลงโทษ ได้ตามความเหมาะสมหรือพิจารณาขอยกเลิกสัญญาทันที โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา อาหารเพื่อบริการผู้ป่วยในระหว่างการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่
๔) หากการประเมินผลปฏิบัติงานผ่านตามเกณฑ์ทุกเดือน อาจมีผลต่อการพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้าง ในรอบ ถัดไป
๔.๑๐.๕ ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ได้รับมอบหมายในการตรวจรับพัสดุ ตรวจพบ ความบกพร่องหรือปัญหาในการจัดบริการอาหารที่มีผลกระทบต่อผู้ป่วย รวมถึงการส่งมอบอาหารให้ผู้ป่วย ไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแก้ไขทั้งหมด หรือจัดหาอาหารเพื่อ บริการผู้ป่วย
๕. รายละเอียดข้อเสนอที่ต้องยื่นเพื่อประกอบการพิจารณา
๕.๑ ราคาต่อหน่วยและราคารวม ของอาหารผู้ป่วยสามัญ (อาหารถาด) จำนวน ๗,๓๐๐ ถาด ๕.๒ ราคาต่อหน่วยและราคารวม ของอาหารผู้ป่วยพิเศษ (อาหารถาด) จำนวน ๔๐,๑๕๐ ถาด ๕.๓ ราคาต่อหน่วยและราคารวม ของอาหารผู้ป่วย (อาหารเหลวทางสายให้อาหาร) จำนวน ๘๓,๙๕๐ ถุง
๕.๔ ราคาต่อหน่วยและราคารวม ของอาหารผู้ป่วยพรีเมี่ยม (อาหารถาด) จำนวน ๕๕๐ ถาด
๖. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ทุกวันตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐ ตามเวลาที่กำหนดในขอบเขตของ งานที่จะดำเนินการจัดจ้าง
๗. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
โดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
๘. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๘.๑ อาหารผู้ป่วยสามัญ (อาหารถาด) จำนวน ๗,๓๐๐ ถาด วงเงิน/ถาด ๘๓.-บาท วงเงินรวม ๖๐๕,๙๐๐.-บาท
๘.๒ อาหารผู้ป่วยพิเศษ (อาหารถาด) จำนวน ๔๐,๑๕๐ ถาด วงเงิน/ถาด ๑๑๐.-บาท วงเงินรวม ๔,๔๑๖,๕๐๐.-บาท
๘.๓ อาหารผู้ป่วย (อาหารเหลวทางสายให้อาหาร) จำนวน ๘๓,๙๕๐ ถุง วงเงิน/ถุง ๘๓.-บาท วงเงิน รวม ๖,๙๖๗,๘๕๐.-บาท
๘.๔ อาหารผู้ป่วยพรีเมี่ยม (อาหารถาด) จำนวน ๕๕๐ ถาด วงเงิน/ถาด ๒๑๐.-บาท วงเงินรวม ๑๑๕,๕๐๐.-บาท
รวมวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๑๒,๑๐๕,๗๕๐.-บาท (สิบสองล้านหนึ่งแสนห้าพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาท ถ้วน)
๙. งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างจำนวน ๑๒ งวด โดยแบ่งจ่ายเป็นรายงวดๆ ละ ๑ เดือน ในแต่ ละรายการตามจำนวนผู้ป่วยที่เกิดขึ้นจริงคูณราคาต่อหน่วยของผู้รับจ้าง
21
๑๐. อัตราค่าปรับ
๑๐.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก มหาวิทยาลัยมหิดล กำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐.๐๐ ของวงเงินของงานที่ จ้างช่วงนั้น
๑๐.๒ กรณีผู้รับจ้างปฏิบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ตัวชี้วัด (ข้อ ๔.๑๐.๔) ผู้รับจ้างต้องเสียอัตราค่าปรับ ร้อยละ ๐.๕ เป็นรายเดือนตามมูลค่าราคาค่าบริการอาหารในงวดนั้น ๆ
๑๐.๓ กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือไม่เป็นไปตาม เงื่อนไขในสัญญา และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง เป็นรายวันใน อัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของมูลค่าอาหารปรุงสำเร็จในวันที่ไม่ได้มีการส่งมอบตามเงื่อนไขของสัญญา นับถัดจาก วันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทำงานให้ จนถึงวันที่ทำงาน แล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
๑๑. เงื่อนไขอื่น ๆ
๑๑.๑ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าบำรุงการใช้สถานที่ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเชื้อเพลิง ทั้งส่วนครัวและสำนักงาน ตามอัตราที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กำหนดดังนี้ ๑๑.๑.๑ ค่าบำรุงการใช้สถานที่ ๖๐,๐๐๐.-บาทต่อเดือน
๑๑.๑.๒ ค่าไฟฟ้า ๗ บาทต่อหน่วย
๑๑.๑.๓ ค่าน้ำประปา ๒๒.๕๐ บาทต่อลูกบาศก์เมตร
๑๑.๒ ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนาปรับปรุงสิ่งแวดล้อม
๑๑.๓ ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพร่วมกับโรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน
๑๑.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนป้องกันอัคคีภัย เช่น การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการดับเพลิง การ ดูแลรักษาเครื่องมือที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ ทำประกันอุบัติภัยเพื่อประกันความเสียหาย พร้อมทั้งลงบันทึก แบบตรวจสอบป้องกันอัคคีภัยทุกวันหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน และดำเนินการซ้อมแผนอัคคีภัยปีละ ๑ ครั้ง ร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
๑๑.๕ สถานที่ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนให้ใช้พื้นที่ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาลเวชศาสตร์ เขตร้อน ห้ามพักค้างแรม ดื่มสุรา และเสพสิ่งเสพติด ตลอดจนก่อความเสียหายแก่โรงพยาบาลเวชศาสตร์ เขตร้อน กรณีเกิดเหตุขึ้นกับตัวอาคาร เช่น ไฟไหม้ ทำให้ตัวอาคารเสียหาย ซึ่งมีต้นเหตุจากผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
๑๑.๖ ผู้รับจ้างต้องมีประกันอัคคีภัยเพื่อป้องกันความรับผิดชอบกรณีเกิดเหตุอัคคีภัย ๑๑.๗ ผู้รับจ้างต้องมีแผนการให้บริการอาหารผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย โรคระบาด จลาจล เป็นต้น
๑๑.๘ ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้คณะกรรมการผู้ตรวจประเมินมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (HA) หรือคณะกรรมการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบมาตรฐานตามที่กำหนด
๑๑.๙ ผู้รับจ้าง ต้องให้ความร่วมมือกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ในการประหยัด พลังงานไฟฟ้าและน้ำประปา
๑๑.๑๐ ผู้รับจ้าง ต้องให้ความร่วมมือในการส่งหนังสือรับรองผ่านการอบรมหลักสูตรสุขาภิบาล (ที่ได้ รับรองจากกรมอนามัยตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ) ตามจำนวนผู้สัมผัสอาหาร และใบรับรองแพทย์ การตรวจโรคติดต่อ ๙ โรค ตามจำนวนผู้สัมผัสอาหาร เพื่อให้ทางโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนดำเนินการขอ ต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ตามระเบียบของกรุงเทพมหานคร
22
๑๑.๑๑ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอื่น ๆ ในภายหน้าตามประกาศโรงพยาบาลเวชศาสตร์- เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
๑๑.๑๒ ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อย กว่า ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑๑.๑๒.๑ อาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่บกพร่องจะต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในมื้อนั้น ๑๑.๑๒.๒ ในกรณีที่งานโภชนาการ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน พิจารณาวัตถุดิบของผู้ รับจ้างแล้วพบว่าระบบการจัดการรวมถึงคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด งานโภชนาการ โรงพยาบาล เวชศาสตร์เขตร้อน สามารถแจ้งยกเลิกการรับวัตถุดิบจากผู้นำส่งวัตถุดิบรายนั้นของผู้รับจ้างได้และทางผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการเพื่อให้บริการอาหารได้ทันตามเวลาที่กำหนด
๑๑.๑๓ กรณีผู้ว่าจ้างมีเหตุผลความจำเป็นและประสงค์จะจ้างผู้ว่าจ้างให้ประกอบอาหารปรุงสำเร็จที่ มิได้ระบุไว้ในขอบเขตของงาน แต่อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของงานจ้างนี้และไม่ส่งผลกระทบต่อ ประสิทธิภาพการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง จะได้ตกลงกันที่จะกำหนดอัตราค่าจ้างนั้น เพื่อความเหมาะสม