จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพนักงานขับรถยนต์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 102 อัตรา

กรมสรรพากร 69089252132
฿24,081,341.5 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดจ้างพนักงานขับรถยนต์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ จำนวน ๑๐๒ อัตรา ของสำนักงานสรรพากรภาค ๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในสังกัด ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานขับรถยนต์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกำหนด เช่น เพศชาย อายุ ๒๕-๖๕ ปี จบการศึกษาภาคบังคับ ผ่านการเกณฑ์ทหาร มีใบอนุญาตขับขี่และประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๒ ปี มีความรู้เส้นทางกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นอย่างดี พร้อมทั้งต้องจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยชั้น ๑ และ พ.ร.บ. สำหรับรถยนต์ทุกคัน รวมถึงรับผิดชอบในการดูแลรักษาความสะอาดและตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์อยู่เสมอ ระยะเวลาการจ้างตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐ แบ่งการส่งมอบงานและการจ่ายเงินออกเป็น ๑๒ งวด โดยใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอต่ำสุด วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น ๒๔,๐๘๑,๓๔๑.๕๐ บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

English summary

The Revenue Department, by Regional Revenue Office 1, is procuring a service contract for 102 drivers for the fiscal year 2027. The project aims to support official duties and provide reliable transportation and logistics services for officials in Bangkok and surrounding areas. The contract period runs from October 1, 2026, to September 30, 2027, divided into 12 monthly billing cycles. The total budget is 24,081,341.50 Baht (including VAT), utilizing the lowest price bidding criterion.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานสรรพากรภาค ๑ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่/สาขาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติราชการให้เป็นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแก่เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในสังกัด
  • เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปปฏิบัติราชการและการขนส่งพัสดุ สิ่งของ คนโดยสาร ในพื้นที่ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

ขอบเขตของงาน

  • จัดส่งพนักงานขับรถยนต์จำนวน ๑๐๒ อัตรา เพื่อปฏิบัติงานขับยานพาหนะเกี่ยวกับการขนส่งพัสดุ สิ่งของ และคนโดยสาร ณ สำนักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในสังกัด ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ควบคุมดูแลให้พนักงานขับรถยนต์ปฏิบัติงานตามวันและเวลาทำการปกติ (๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.) รวมถึงการลงเวลาทำงานอย่างเคร่งครัด
  • จัดทำรายงานควบคุมการใช้รถยนต์และค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ เป็นรายวัน และรวบรวมนำส่งทุกสิ้นเดือน
  • ดูแลรักษา ทำความสะอาด และตรวจสภาพรถยนต์ที่ได้รับมอบหมายให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอ
  • จัดฝึกอบรมการใช้รถยนต์ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับการจราจร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ปีละ ๑ ครั้ง
  • จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยชั้น ๑ และประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สำหรับรถยนต์ทุกคันที่อยู่ในความดูแล โดยสลักหลังให้สำนักงานสรรพากรภาค ๑ เป็นผู้รับประโยชน์

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • การจัดส่งพนักงานขับรถยนต์พร้อมปฏิบัติหน้าที่ จำนวน ๑๐๒ อัตรา ตามสถานที่ที่กำหนด
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ และหลักฐานการศึกษาของพนักงานขับรถยนต์ (ส่งมอบภายใน 7 วันนับแต่วันเริ่มสัญญา)
  • กรมธรรม์ประกันภัยชั้น ๑ และ พ.ร.บ. (ตัวจริง) ของรถยนต์ในความดูแล
  • รายงานควบคุมการใช้รถยนต์และวัสดุสิ้นเปลืองรายเดือน
  • การส่งมอบงานบริการพนักงานขับรถยนต์ แบ่งเป็นงวดงานรวม 12 งวด (งวดละ 1 เดือน)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาจ้าง: ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐
  • กำหนดส่งมอบงาน: แบ่งส่งมอบเป็นงวดๆ รวมทั้งสิ้น ๑๒ งวด (งวดละ 1 เดือน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบของกระทรวงการคลัง
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่กรมเชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ผลงานย้อนหลังมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท
  • Technical Capabilities: มีความพร้อมในการจัดหาพนักงานขับรถยนต์และบริหารจัดการด้านประกันภัยยานพาหนะ
  • Personnel: พนักงานขับรถยนต์ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ได้แก่ เพศชาย อายุ ๒๕-๖๕ ปี จบการศึกษาภาคบังคับ มีใบขับขี่และประสบการณ์ขับรถไม่น้อยกว่า ๒ ปี ผ่านการเกณฑ์ทหาร ไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง และมีความรู้ด้านกฎจราจรเป็นอย่างดี

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาคัดเลือก (Lowest Price) โดยผู้ยื่นข้อเสนอราคาต่ำสุดและถูกต้องตามเงื่อนไขจะได้รับการคัดเลือก

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • จัดหาพนักงานขับรถยนต์จำนวน ๑๐๒ อัตรา ที่มีความสามารถในการขับรถยนต์เกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ได้ พร้อมทั้งมีความรู้พื้นฐานด้านเครื่องยนต์และการบำรุงรักษา
  • กำหนดอัตราเงินเดือนพนักงานขับรถยนต์ไม่ต่ำกว่า ๑๒,๐๐๐ บาท/เดือน
  • จัดทำประกันภัยรถยนต์ชั้น ๑ และ พ.ร.บ. ทุกคันที่พนักงานประจำอยู่

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น ๑๒ งวด
    • งวดที่ ๑ ถึง งวดที่ ๑๑ จ่ายในอัตราร้อยละ ๔.๓๓ ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวด
    • งวดสุดท้าย (งวดที่ ๑๒) จ่ายในอัตราร้อยละ ๔.๓๗ ของค่าจ้างตามสัญญา
  • ค่าปรับ:
    • ผิดสัญญาจ้าง ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    • นำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับร้อยละ ๑๐ ของวงเงินงานจ้างช่วง
    • จัดหาพนักงานไม่ครบตามจำนวน ปรับ ๕๐๐ บาท/อัตรา/วัน
    • กรณีรถยนต์ผู้ว่าจ้างเสียหายจากการปฏิบัติงานแล้วผู้รับจ้างไม่จัดหารถทดแทนภายใน ๑๐ วัน ปรับวันละ ๒,๐๐๐ บาท
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: - (เนื่องจากเป็นงานจ้างบริการพนักงานขับรถยนต์)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: โครงการนี้มีจำนวนพนักงานขับรถยนต์ที่ต้องจัดจ้างทั้งหมดกี่อัตรา?
A: จำนวนรวมทั้งสิ้น ๑๐๒ อัตรา

Q: ระยะเวลาการดำเนินโครงการเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใด?
A: ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐

Q: วงเงินงบประมาณของโครงการนี้มีมูลค่าเท่าไหร่?
A: ๒๔,๐๘๑,๓๔๑.๕๐ บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในอดีตมูลค่าไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่?
A: มีผลงานประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

Q: กำหนดอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานขับรถยนต์ตาม TOR คือเท่าไหร่?
A: ไม่ต่ำกว่า ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน

Q: สถานที่ปฏิบัติงานหลักของพนักงานขับรถยนต์กระจายอยู่ที่ใดบ้าง?
A: สำนักงานสรรพากรภาค ๑ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่/สาขาต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

Q: ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบเรื่องประกันภัยรถยนต์อย่างไร?
A: ต้องจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยชั้น ๑ และประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สำหรับรถยนต์ทุกคันโดยสลักหลังให้สำนักงานสรรพากรภาค ๑ เป็นผู้รับประโยชน์

Q: หากผู้รับจ้างจัดหาพนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด จะถูกปรับวันละเท่าไหร่?
A: ถูกปรับในอัตรา ๕๐๐ บาทต่ออัตราต่อวัน

Q: เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาคืออะไร?
A: ใช้เกณฑ์ราคา (Lowest Price) โดยคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุด

Q: การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งออกเป็นกี่งวด?
A: แบ่งออกเป็น ๑๒ งวด (งวดที่ 1-11 จ่ายร้อยละ 4.33 และงวดสุดท้ายจ่ายร้อยละ 4.37)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

-ร่าง-
รายละเอียดขอบเขตงานของทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) โครงการจัดจ้างพนักงานขับรถยนต์ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ จํานวน ๑๐๒ อัตรา
ความเป็นมา
ด้วยกรมสรรพากร โดยสํานักงานสรรพากรภาค ๑ มีความจําเป็นต้องจัดจ้างพนักงาน ขับรถยนต์ เพื่ออํานวยความสะดวกในการเดินทางไปปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่สํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในสังกัด ในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติราชการให้เป็นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แก่เจ้าหน้าที่สํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในสังกัด ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
๓.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท (สองล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงาน เอกชนที่กรมเชื่อถือ
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
/(๒) กรณี…

  • ๒ -
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
    เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ในนามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
๓.

สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง
หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
/๔. กรณี…
๓ -
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี
แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. 5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้

(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
/(๖.๔) การ…
การจัดซื้อจัดจ้างฯ

  • C -
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
    จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๔. รายละเอียดขอบเขตงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
    ตามรายละเอียดและขอบเขตของงานจ้างพนักงานขับรถยนต์ที่แนบ
    ๕. กําหนดเวลาส่งมอบงาน
    ระยะเวลาจ้างตั้งแต่วันที่
    ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐ โดยส่งมอบงาน
    เป็นงวด งวดละ ๑ เดือน จํานวนรวมทั้งสิ้น ๑๒ งวด
    สามร้อยสี่สิบเอ็
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    โดยใช้หลักเกณฑ์ราคาในการคัดเลือกผู้ยื่นเสนอราคาต่ําสุด
    ๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    ภายในวงเงินจํานวนรวมทั้งสิ้น ๒๔,๐๘๑,๓๔๑.๕๐ บาท (ยี่สิบสี่ล้านแปดหมื่นหนึ่งพัน
    สี่สิบเอ็ดบาทห้าสิบสตางค์) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    สํานักงานสรรพากรภาค ๑ จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๑๒ งวด ดังนี้
    งวดที่ ๑ ถึง งวดที่ ๑๑ เป็นจํานวนเงินต่องวด ในอัตราร้อยละ ๔.๓๓ ของค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานและผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
    งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๔.๓๗ ของค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ส่งมอบงานและผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ๔.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะกําหนดค่าปรับ เป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๔.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรม จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
    ๔.๓ ค่าปรับอื่น ๆ ตามรายละเอียดและขอบเขตของงานจ้างพนักงานขับรถยนต์ที่แนบ
    ๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับถัดจากวันที่ได้รับมอบงานทั้งหมดไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา โดยภายใน กําหนดระยะเวลาดังกล่าว หากสิ่งของตามสัญญานี้เกิดชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องอันเนื่องมาจากการใช้งาน ตามปกติ ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
    ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่
    รายละเอียดและขอบเขตงาน จ้างพนักงานขับรถยนต์ คุณสมบัติทั่วไปของพนักงานขับรถยนต์
    ๑. เพศชาย อายุไม่ต่ํากว่า ๒๕ ปี บริบูรณ์ และไม่เกิน ๖๕ ปี บริบูรณ์ จบการศึกษาภาคบังคับ
    ๒. มีความประพฤติเรียบร้อย สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีอวัยวะครบ ๓๒ ประการ เหมาะสม กับตําแหน่งงานที่รับผิดชอบ ไม่เป็นโรคต้องห้ามหรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน เช่น ลมชัก ตาบอดสี หัวใจผิดปกติ หรือโรคติดต่อร้ายแรง (มีใบรับรองแพทย์) พร้อมทั้งมีบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
    ๓. ต้องผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว
    ๔. มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี และยังใช้งานได้อยู่จนถึงปัจจุบัน และมีประสบการณ์ในการขับรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๒ ปี

    ๕. ไม่เคยต้องคําพิพากษาให้จําคุก เว้นแต่คดีที่ได้กระทําโดยประมาทหรือในความผิดลหุโทษ 5. ไม่เป็นผู้เสพสุราเป็นอาจิณ หรือติดยาเสพติดใด ๆ
    ๗. รู้จักเส้นทางในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเป็นอย่างดี
  3. มีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติจราจรทางบกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ และการขนส่งเป็นอย่างดี
    ๔. มีความรู้พื้นฐานด้านเครื่องยนต์ การบํารุงรักษา ทําความสะอาดให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้ปฏิบัติงาน และสามารถขับรถเกียร์ธรรมดา และเกียร์ออโต้ได้
    ๑๐. กรณีมีการเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถยนต์จะต้องแจ้งให้หน่วยงานที่พนักงานขับรถยนต์ ปฏิบัติงานอยู่ทราบทันที
    ขอบเขตความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    ๑. จัดส่งสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา ของพนักงานขับรถยนต์ให้สํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล ภายใน ๗ วัน นับแต่
    วันที่เริ่มงานในสัญญา
    ๒. จัดส่งพนักงานขับรถยนต์ปฏิบัติงานขับยานพาหนะเกี่ยวกับการขนส่งพัสดุ สิ่งของ คนโดยสาร ของสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแลในท้องที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
    ๓. ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการตรวจสอบคุณสมบัติและทดสอบความสามารถในการปฏิบัติงาน จนเป็นที่พอใจ หากพิจารณาเห็นว่าพนักงานขับรถยนต์มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องหรือไม่มีความสามารถ ในการปฏิบัติงาน สํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล สามารถแจ้งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยน
    หรือหาพนักงานใหม่มาทดแทนโดยเร็ว
    ๔. พนักงานขับรถยนต์ ต้องดูแลทําความสะอาดรถยนต์ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ให้สะอาดพร้อมใช้ปฏิบัติงานอยู่เสมอ หากไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพ มีความประพฤติไม่เรียบร้อย และไม่ปฏิบัติตามวินัยที่กําหนดตามข้อ ๕ และ ข้อ 5 ของข้อบังคับและระเบียบการทํางานของพนักงานขับรถยนต์ อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อภาพพจน์ของกรมสรรพากร สํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงาน ในความกํากับดูแล มีสิทธิขอเปลี่ยนพนักงานขับรถยนต์ใหม่ โดยผู้รับจ้างต้องทําการเปลี่ยนพนักงานขับรถยนต์ ให้ใหม่ภายใน ๓ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการขอเปลี่ยนพนักงานฯ
    /๕. พนักงาน…
  • ๒ -
    ๕. พนักงานขับรถยนต์ เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. และจะต้องอยู่ประจําพื้นที่ ปฏิบัติงานตลอดเวลา หากมีกรณีส่งพนักงานขับรถยนต์มาปฏิบัติงานแทนพนักงานขับรถยนต์ที่ขาด แต่มาปฏิบัติงานเลยเวลา ให้ถือว่าไม่มาปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้สํานักงานสรรพากรภาค ๑ คิดค่าปรับตามข้อ ๑ ของข้อบังคับและระเบียบการทํางานของพนักงานขับรถยนต์
  1. ผู้รับจ้างจะยินยอมชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่พนักงานขับรถยนต์ปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความประมาทเลินเล่ออันเป็นเหตุให้เกิดการชํารุด หรือสูญหาย หรือเสียหายแก่ยานพาหนะที่เป็นทรัพย์สิน ของสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล
    ๗. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดทํากรมธรรม์ประกันภัยชั้น ๑ และจัดทําประกันภัยภาคบังคับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ (พ.ร.บ.) สําหรับรถยนต์ของสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแลที่ผู้รับจ้างดูแลอยู่ตามสภาพของรถยนต์ที่บริษัทผู้รับประกันภัยยอมรับ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทํากรมธรรม์ทั้งหมด โดยกรมธรรม์จะต้องสลักหลังให้ สํานักงาน สรรพากรภาค ๑ เป็นผู้รับประโยชน์ และส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยและ พ.ร.บ. (ตัวจริง) ให้สํานักงาน สรรพากรภาค ๑ และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบความรับผิดในทางละเมิดต่อบุคคลภายนอกเอง
    ๔. ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้พนักงานขับรถยนต์ของผู้รับจ้างแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย หรือแต่งกาย ชุดแบบฟอร์มของผู้รับจ้างในขณะปฏิบัติงาน
    และติดป้ายชื่อผู้ปฏิบัติงานและชื่อของผู้รับจ้างให้เห็นชัดเจน
    ๔. ในกรณีที่รถยนต์ของผู้ว่าจ้างเกิดความเสียหายเนื่องจากการปฏิบัติงานของพนักงาน ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหารถยนต์ประเภทเดียวกันหรือรถยนต์ที่มีสภาพดีเหมาะสมกับการใช้งาน รวมทั้งค่าน้ํามันเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด มาใช้ทดแทนรถยนต์ของผู้ว่าจ้าง เมื่อพ้นกําหนด ๑๐ วันนับแต่วันที่รถยนต์ของผู้ว่าจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานได้ หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหารถยนต์มาทดแทน ในกรณีดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องเสียค่าปรับในอัตราวันละ ๒,000.00 บาท (สองพันบาทถ้วน) จนกว่ารถยนต์ ของผู้ว่าจ้าง จะสามารถใช้ปฏิบัติงานได้
    ๑๐. สวัสดิการต่าง ๆ ที่ผู้รับจ้างมอบให้พนักงานเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบ ๑๑. ราคาที่ผู้รับจ้างเสนอราคาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จะต้องรวม เบี้ยประกันรถยนต์ชั้น ๑ และ ประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. ไว้แล้ว
    เงื่อนไขในการจัดจ้างครั้งนี้
    ๑. สํานักงานสรรพากรภาค ๑ เป็นผู้รับผิดชอบค่าซ่อมบํารุงเครื่องยนต์และค่าวัสดุ สิ้นเปลืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ยานพาหนะอันมิใช่ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง เช่น น้ํามันเชื้อเพลิง น้ํามันเครื่อง อุปกรณ์และน้ํายาทําความสะอาดรถยนต์ โดยทางผู้รับจ้างจะแจ้งให้ทราบทุกครั้งเมื่อถึงเวลา
    ต้องดําเนินการ
    ๒. จํานวนอัตราที่จัดจ้างอาจเพิ่มหรือลดจากที่ประกาศไว้ โดยเงินค่าจ้างจะปรับตามอัตรา
    และระยะเวลาการจ้าง
    ๓. ต้องมีการจัดทํากรมธรรม์ประกันภัยชั้น ๑ พร้อมประกันภัยภาคบังคับตาม พรบ. กับรถยนต์คันที่พนักงานขับรถยนต์ของผู้รับจ้าง ประจําอยู่
    ๔. กําหนดอัตราเงินเดือนพนักงานขับรถยนต์ อัตราละไม่ต่ํากว่า ๑๒,000,00 บาท/เดือน (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน)

    ๕. ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานควบคุมการใช้รถยนต์ และค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจาก ยานพาหนะเป็นรายวัน และรวบรวมนําส่งทุกสิ้นเดือน
    บบ
    /๖. ผู้รับ…
  2. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดูแลรักษา ทําความสะอาดรถยนต์ที่ได้รับมอบหมายทุกคันให้อยู่ ในสภาพสะอาด เหมาะแก่การใช้งานอยู่เสมอ และต้องดําเนินการตรวจสภาพรถยนต์ทุกคันให้เกิดความปลอดภัย ในการใช้งานอยู่เสมอ
    ๗. ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมการใช้รถยนต์ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับการจราจร และกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง ปีละ ๑ ครั้ง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
    ข้อบังคับและระเบียบการทํางานของพนักงานขับรถยนต์
    วัน/เวลาปฏิบัติงาน วันทํางานปกติ
    :
    วันทําการปกติของทางราชการ
    เวลาทํางานปกติ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. หากในวันใดผู้รับจ้างไม่สามารถ จัดหาพนักงานได้ครบตามจํานวน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักเงินค่าปรับวันละ ๕๐๐.๐๐ บาทต่ออัตรา (ห้าร้อยสิบบาทถ้วน) กรณีพนักงานปฏิบัติงานไม่ครบชั่วโมงที่กําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักเงินค่าจ้างจากผู้รับจ้าง กรณีไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคิดเป็นครึ่งชั่วโมง เกินครึ่งชั่วโมงคิดเป็นหนึ่งชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ 900.00 บาท
    (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) ยกเว้นกรณีตามข้อ ๓ ของข้อบังคับและระเบียบการทํางานของพนักงานขับรถยนต์
    ๒. เวลาพักระหว่าง ๑๒.๐๐ ถึง ๑๓.๐๐ น. ของวันทํางานปกติ
    ๓. การลงเวลาทํางาน พนักงานต้องลงเวลาทํางานทุกครั้งที่เข้าทํางาน เลิกงาน และลากลับ ในเวลาทํางานโดยได้รับการอนุมัติจากผู้มีอํานาจแล้ว
    ๔. วันหยุดงาน
    วันหยุดประจําสัปดาห์ : วันเสาร์และวันอาทิตย์
    วันหยุดตามประเพณี : ให้เป็นไปตามวันหยุดงานที่ทางราชการกําหนดในแต่ละปี ๕. วินัยในการปฏิบัติงาน
    ๕.๑ เชื่อฟังและปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชา
    ๕.๒ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ขยันหมั่นเพียร เสียสละ อดทน และมีความตั้งใจจริง ๕.๓ ไม่แจ้งหรือรายงานเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทํางานต่อผู้บังคับบัญชา ๕.๔ ไม่ละทิ้งหน้าที่ ขาดงานหรือหยุดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร
    ๕.๕ ไม่เข้าทํางานสายบ่อยครั้ง
    ๕.๖ ไม่จงใจหรือเจตนาปฏิบัติงานให้ล่าช้า
    ๕.๗ ห้ามพนักงานลงเวลาแทนพนักงานอื่น หรือแก้ไขเพิ่มเติมบัตรลงเวลา อันทําให้
    พนักงานอื่นได้รับประโยชน์ หรือเสียประโยชน์
    ๕.๘ ไม่ปล่อยให้เกิดความสูญเสียแก่เครื่องมือ เครื่องใช้หรือทรัพย์สินอื่นใดของสํานักงาน
    สรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล โดยไม่สมควร
    ๕.๙ ห้ามนําเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือทรัพย์สินอื่นใดของสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแลไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้มีอํานาจอนุมัติ ๕.๑๐ ไม่เปิดเผยข้อความใด ๆ อันเป็นเรื่องปกปิดหรือความลับเกี่ยวกับการดําเนินงาน
    ของสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล
  3. วินัยเกี่ยวกับความประพฤติ
    ๖.๑ ไม่ประพฤติตนไปในทางที่จะนําความเสื่อมเสียชื่อเสียงมาสู่หมู่คณะหรือสํานักงาน
    สรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล
    /๖.๒ ไม่ใช้…
  • C -
    หรือผู้อื่น
    ๖.๒ ไม่ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพต่อข้าราชการและผู้อื่น
    ๖.๓ ไม่กระทําหรือสนับสนุนให้มีการทะเลาะวิวาท หรือทําร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงาน
    ๖.๔ ไม่แพร่ข่าวอกุศลใส่ร้ายผู้อื่น
    แอบอ้างทําให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ
    หรือก่อให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีในระหว่างพนักงานด้วยกัน
    ๖.๕ ห้ามนําสิ่งเสพติด สุรา ของมึนเมา และของผิดกฎหมายเข้ามาในบริเวณสํานักงาน สรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล
    ๖.๖ ห้ามเล่นการพนันทุกชนิดในบริเวณสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงาน
    ในความกํากับดูแล ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ
    ๖.๗ ไม่หลับในระหว่างเวลาทํางาน
    ๖.๘ ไม่เสพสิ่งเสพติด สุรา หรือสิ่งมึนเมาในระหว่างเวลาทํางาน หรือทํางานในสภาพมึนเมา ๖.๙ ไม่เป็นผู้กระทํา หรือให้ความร่วมมือในการโจรกรรม หรือทําลายทรัพย์สิน
    ของสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล หรือกระทําการอย่างใด อันเป็นผล ให้สํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงานในความกํากับดูแล ได้รับความเสียหาย
    5.๑๐ ห้ามนําอาวุธทุกชนิดเข้ามาในบริเวณสํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงาน
    ในความกํากับดูแล ทุกกรณี
    ๖.๑๑ ห้ามดําเนินการหรือกระทําการใด ๆ ในทางที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี การเพิ่มหรือลดขอบเขตงานของพนักงานขับรถยนต์
    การเพิ่มหรือลดขอบเขตของงาน ทําให้พนักงานขับรถยนต์ต้องเพิ่มชั่วโมงทํางานเกินกว่า
    เวลาที่กําหนดในระเบียบการทํางาน ให้ถือเป็นเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา
    สถานที่ปฏิบัติงานของพนักงานขับรถยนต์ จํานวน ๑๐๒ อัตรา
    ๑. สํานักงานสรรพากรภาค ๑ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งกระทรวงการคลัง อาคาร ๕ ชั้น ๕-๗ ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
    ๒. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๑ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๘๔-๔๖ อาคารบางลําพูเพลส ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
    ๓. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาพระนคร ๑ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๓ ถนนเจ้าฟ้า
    แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
    ๔. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาพระนคร ๒ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๘๔-๘๖ อาคารบางลําพูเพลส อาคาร เอ ชั้น 6 ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
    ๕. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๒ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๗/๑ อาคารพลับพลาไชย ถนนเสือป่า แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
  1. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาป้อมปราบศัตรูพ่าย ๑ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๕๖๓ ถนนบํารุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
    ๗. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาป้อมปราบศัตรูพ่าย ๒ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๙/๑ อาคารพลับพลาไชย อาคาร ๑ ชั้น ๑ ถนนเสือป่า แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
  2. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาสัมพันธวงศ์ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๕๖๓ ชั้น ๕-๗
    ถนนบํารุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
    /๙. สํานักงาน…
  • ๕ -
    ๔. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๓ จํานวน ๑๐ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๓๗๕/๑ หลังวัดชัยมงคล ถนนพระราม 9 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
    ๑๐. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาปทุมวัน ๑ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๔๔ อาคารศรีจุลทรัพย์ ชั้น 6 ยูนิต A ถนนพระราม 9 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
    ๑๑. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาปทุมวัน ๒ จํานวน ๑ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๒๙/๑ อาคารปิยะเพลส ชั้น ๑๔ ห้อง ๑๔ ปี ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
    ๑๒. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๔ จํานวน 5 อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๑๑๙๙ อาคารปิยวรรณ ชั้น G,๗,๑๐-๑๒ ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
    ๑๓. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาพญาไท จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๑๑๙๙ อาคารปิยวรรณ ชั้น G ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
    ๑๔. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๕ จํานวน ๑๐ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๑๒๘/๑๗- ๑๘ อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น ๒๘-๒๙ ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
    ๑๕. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาราชเทวี ๒ จํานวน ๑ อัตรา ที่ตั้งอาคารโครงการ Phenix ฟีนิกซ์ ชั้น ๕ เลขที่ ๖๐๔/๓ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
    ๑๖. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 5 จํานวน 4 อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๗๖๗ อาคาร ERGO BUILDING จตุจักร ชั้น ๗-๘ ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

    ๑๗. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาบางซื่อ จํานวน ๑ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๗๖๗ อาคาร ERGO BUILDING จตุจักร ชั้น ๑ ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
    ๑๘. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาดุสิต จํานวน ๑ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๘๙๔/๔๕ ซอยระนอง ๒ ถนนพระราม 4 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
    ๑๙.
    สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๗ จํานวน 4 อัตรา ที่ตั้งเลขที่ 4 อาคารโกลด์มาร์เก็ต ชั้น 4 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
    ๒๐. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาจตุจักร จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ 4 อาคารโกลด์มาร์เก็ต
    ชั้น 9 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร


    ๒๑. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๘ จํานวน 4 อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๔/๕๔๙ อาคาร ทวินันท์ บิลดิ้ง ซอยลาดปลาเค้า ๗๘ ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
    ๒๒. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาบางเขน จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๙/๕๙๙ อาคารทวินันท์ บิลดิ้ง ชั้น ๒ ซอยลาดปลาเค้า ๗๘ ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
    ๒๓. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาลาดพร้าว จํานวน ๑ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๗๗ หมู่ที่ 4 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
    ๒๔. สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๙ จํานวน ๒ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
    กรุงเทพมหานคร
    ๒๕. สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาหลักสี่ จํานวน ๑ อัตรา ที่ตั้งเลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ อาคารศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
    รายละเอียดการส่งมอบ
    จัดส่งพนักงานขับรถยนต์พร้อมปฏิบัติหน้าที่ ณ สํานักงานสรรพากรภาค ๑ และหน่วยงาน ในความกํากับดูแล จํานวน ๑๐๒ อัตรา ตามสถานที่ปฏิบัติงานที่ได้แจ้งไว้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทําการตรวจรับถูกต้องเรียบร้อยแล้วในแต่ละงวดงาน