ประกวดราคาจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ห้องประชุม ประจำปี 2570 เลขที่ หจก4. 41/2569
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จัดจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ห้องประชุม ประจำปี 2570 เพื่อให้การบริหารจัดการห้องประชุมเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและเป็นระบบ โดยมีขอบเขตงานครอบคลุมการจัดสถานที่ การอำนวยความสะดวก การประสานงาน และการดูแลอุปกรณ์ประจำห้องประชุม โดยใช้บุคลากรจำนวน 38 คน แบ่งตามคุณวุฒิการศึกษา (ปวส., ปวช., และต่ำกว่า ปวช.)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีประสบการณ์ตรงในงานจ้างเหมาบริการ โดยต้องมีผลงานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 4,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันเสนอราคา โครงการนี้มีงบประมาณรวม 8,019,379.93 บาท ประกอบด้วยค่าจ้าง ค่าดำเนินการ ค่าเครื่องแบบ และค่าทำงานนอกเวลาปกติ โดย กฟผ. จะพิจารณาตัดสินด้วยหลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด (Lowest Price)
ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการบุคลากรให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ประกันสังคม และมาตรฐานความปลอดภัยของ กฟผ. อย่างเคร่งครัด รวมถึงการรักษาความลับของข้อมูลและปฏิบัติตาม PDPA อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารผ่านระบบ e-bidding ของกรมบัญชีกลาง และต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด หากเป็น SMEs จะได้รับสิทธิแต้มต่อตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
English summary
The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) is inviting bids for a service contract to manage training and meeting rooms for the year 2027. The project requires 38 personnel to handle room setup, coordination, and facility maintenance at EGAT’s central office. The total budget is 8,019,379.93 THB. Bidders must be legal entities with a proven track record in service contracting, specifically a single contract worth at least 4,000,000 THB completed within the last 5 years. The contract duration is one year, from January 1 to December 31, 2027. Selection will be based on the lowest price criteria.
สำนักงานกลาง กฟผ. เลขที่ 53 หมู่ 2 ถนนจรัญสนิทวงศ์ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้การดำเนินงานห้องอบรม/ห้องประชุมเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน
- เพื่อให้การบริหารจัดการห้องประชุมเป็นไปอย่างมีระบบ
- เพื่อเปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดจ้าง
ขอบเขตของงาน
- จัดหาบุคลากรจำนวน 38 คน เพื่อปฏิบัติงานประจำห้องอบรม/ห้องประชุม
- ประสานงานกับผู้ขอใช้บริการห้องประชุม
- ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประจำห้องประชุม
- ควบคุมการจัดสถานที่ห้องประชุมและจัดเลี้ยง
- บริการรับจองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ บันทึกข้อมูล และจัดทำรายงาน/สถิติ
- ดูแลและบำรุงรักษาอุปกรณ์ประจำห้องประชุมให้พร้อมใช้งาน
- ปฏิบัติงานด้านพิธีการและงานนิทรรศการ
- ปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยและนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กฟผ.
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บุคลากรจำนวน 38 คน ปฏิบัติงานครบถ้วนตามสัญญา
- รายงานการปฏิบัติงานประจำเดือน
- แผนการทำงาน (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
- หลักฐานการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยของบุคลากร
- หลักฐานการทำหนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- ใบส่งมอบงาน ใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษีในแต่ละงวด
ระยะเวลาดำเนินการ
1 มกราคม 2570 ถึง 31 ธันวาคม 2570 (รวม 12 งวดงาน)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคล ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฟผ. ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง และนโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ
- Experience: ต้องมีผลงานจ้างเหมาบริการโดยตรงกับหน่วยงานราชการ องค์การ เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้
- Previous Project Cost: ผลงานตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 4,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี
- Technical Capabilities: มีความสามารถในการบริหารจัดการบุคลากรและควบคุมงานให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- Personnel: บุคลากรต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. กำหนด (ปวส. 7 คน, ปวช. 1 คน, ต่ำกว่า ปวช. 30 คน) และต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด (Lowest Price)
- รายละเอียดข้อเสนอต้องถูกต้อง ครบถ้วน ตามข้อกำหนดของ กฟผ.
- มีการให้แต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (ไม่เกินร้อยละ 10) และผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลไทย (ไม่เกินร้อยละ 3) ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- บุคลากรคุณวุฒิ ปวส. (7 คน): ต้องใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานได้ (Word/Excel/PowerPoint)
- บุคลากรคุณวุฒิ ปวช. (1 คน): ต้องใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานได้
- บุคลากรคุณวุฒิ ต่ำกว่า ปวช. (30 คน): เน้นงานจัดสถานที่และบำรุงรักษาอุปกรณ์
- การทำงาน: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30 – 16.30 น.
- ความปลอดภัย: ต้องปฏิบัติตามบัญชี 3-5 ของระเบียบ กฟผ. ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายเงินเป็นรายงวด (12 งวด) ตามผลงานที่ตรวจรับจริง
- ค่าเครื่องแบบและค่าทำงานนอกเวลาปกติ จ่ายตามที่ดำเนินการจริง
- ค่าปรับ: วันละ 0.2% ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าวหากจัดหาบุคลากรไม่ครบ
- หลักประกันสัญญา: 5% ของราคางานตามสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: บุคลากรต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมหรือไม่? A: ใช่ ต้องผ่านการตรวจสอบจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- Q: กฟผ. จ่ายค่าเครื่องแบบให้หรือไม่? A: จ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาท/คน/ปี โดยรูปแบบต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ.
- Q: หากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ผู้รับจ้างสามารถขอปรับเพิ่มค่าจ้างได้หรือไม่? A: สามารถร้องขอได้ตามอัตราส่วนต่างที่รัฐบาลกำหนดเพิ่มขึ้น
- Q: กรณีบุคลากรไม่เพียงพอ กฟผ. มีมาตรการอย่างไร? A: มีสิทธิไม่จ่ายค่าบริการรายวัน/คน และปรับวันละ 0.2%
- Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาผู้ควบคุมงานหรือไม่? A: หากมีบุคลากรเกิน 30 คน ต้องจัดหาผู้ควบคุมงานอย่างน้อย 1 คน
- Q: ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรต้องจัดการอย่างไร? A: ต้องปฏิบัติตาม PDPA และส่งมอบหลักฐานการยินยอมเปิดเผยข้อมูลให้ กฟผ.
- Q: การทำงานนอกเวลาปกติคำนวณอย่างไร? A: คำนวณตามอัตรา 1.5 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงปกติ
- Q: หากระบบ e-GP ขัดข้อง ต้องทำอย่างไร? A: ให้ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานโดยตรงตามที่ระบุใน TOR
- Q: ต้องส่งแผนการทำงานเมื่อใด? A: ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- Q: หลักประกันการเสนอราคาต้องวางอย่างไร? A: ต้องเป็นเงินสดประเภทเงินฝากธนาคาร (การโอนเงิน) จากบัญชีผู้ยื่นข้อเสนอเท่านั้น
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างเหมาบริการเพื่อท างานห้องอบรม/ห้องประชุม ประจ าปี2570
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ ห้องประชุม ประจำปี2570 วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,019,379.93 บาท (แปดล้านหนึ่งหมื่นเก้าพันสามร้อย เจ็ดสิบเก้าบาทเก้าสิบสามสตางค์) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญของขอบเขตของงาน (TOR) และเงื่อนไขการจ้างฯ ดังต่อไปนี้
- ความเป็นมา
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้กำหนดแผนในการนำงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ห้องอบรม/ห้องประชุม มาทำการรวมจ้างเพื่อให้มีการดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถบริหารจัดการได้ อย่างเป็นระบบ โดยเป็นการจ้างที่เปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม - วัตถุประสงค์
กฟผ. มีความประสงค์จะจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ห้องประชุม โดยให้ปฏิบัติงานตามหน่วยงาน ต่าง ๆ ในสำนักงานกลาง กฟผ. จำนวน 38 คน - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หัวข้อ คุณสมบัติของผู้ ยื่นข้อเสนอ
3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคล ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง ดังกล่าว
3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานงานจ้างเหมาบริการ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้างโดยตรงกับเจ้าของ โครงการที่เป็นหน่วยงานราชการ องค์การ เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้สำหรับงานนั้น ๆ มิใช่ผู้รับจ้างช่วงซึ่ง มีราคางานตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 4,000,000.00 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) โดยเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญาไม่เกิน 5 (ห้า) ปีนับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองผลงานมาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น เอกชนให้แนบสำเนาสัญญาด้วย - เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันเสนอราคาด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
1/14
4.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักฐานการยื่นข้อเสนอของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
4.2 สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com (ถ้ามี) 4.3 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเอกชน ให้ยื่นสำเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 3.3
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น - งบประมาณ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
เป็นเงิน 8,019,379.93 บาท (แปดล้านหนึ่งหมื่นเก้าพันสามร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทเก้าสิบสามสตางค์) ประกอบด้วย
- ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการ 6,965,122.20 บาท
- ค่าเครื่องแบบ เป็นเงินประมาณ 36,594.00 บาท
- ค่าทำงานนอกเวลาปกติ เป็นเงินประมาณ 1,017,663.73 บาท
- ราคากลาง (ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าด าเนินการ) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
เป็นเงิน 6,965,122.20 บาท (หกล้านเก้าแสนหกหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยยี่สิบสองบาทยี่สิบสตางค์) - หลักประกันการเสนอราคา
กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงิน 400,969.00 บาท (สี่แสนเก้าร้อยหกสิบเก้าบาทถ้วน) - หลักเกณฑ์การเสนอราคาและหลักเกณฑ์การพิจารณา
8.1 เป็นไปตามหัวข้อการเสนอราคา และหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้อง ครบถ้วน ตามข้อกำหนดของ กฟผ.
8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเป็นค่าบริการ ที่คำนวณจากค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ค่าใช้จ่าย และค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
8.3.1 การคำนวณค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากรต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างตามที่ กฟผ. กำหนดไว้ ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ห้องประชุม ข้อ1
2/14
8.3.2 การคำนวณ ค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ให้คำนวณจากค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ในอัตราตามที่กฎหมายกำหนด และค่าอบรมความปลอดภัยตามที่กำหนดในบัญชี 3เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria) ของระเบียบ กฟผ. ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
8.4 ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ห้องประชุม ข้อ 2 ค่าเครื่องแบบ และข้อ 15 ค่าทำงานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายให้ตามอัตราที่กำหนดในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ ห้องประชุม ตามที่มีการดำเนินการจริงโดยไม่ต้องเสนอราคา (ไม่แข่งขันราคา)
8.5 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อย ละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญา ไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวม กับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว โดย กฟผ. จะพิจารณา การเป็นผู้ประกอบการ SMEs จากเอกสารสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com เท่านั้น
8.6 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
8.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 (เก้าสิบ) วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
8.8 ภายหลังการเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ต้องแจกแจงรายละเอียดราคาค่าบริการ ตามแบบฟอร์มรายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown) ให้ กฟผ. ทราบอย่างชัดเจน
8.9 การทำสัญญา จะใช้ราคาแข่งขันตามที่ กฟผ. สรุปรับราคาบวกรวมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่แข่งขันราคา (ตามอัตราที่ กฟผ. ประมาณการไว้) เป็นวงเงินรวมของสัญญา - ระยะเวลาจ้าง
1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
3/14 - หลักประกันสัญญา
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องยื่นหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเต็ม ในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของราคางานตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวันลงนามสัญญา และ กฟผ. จะคืนหลักประกัน ดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวงตามเงื่อนไขสัญญา - หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
กฟผ. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง กำหนดการจ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวมทั้งหมด 12 (สิบสอง) งวด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
11.1กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
11.2สำหรับค่าเครื่องแบบ และค่าทำงานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดำเนินการจริงในแต่ละ งวดเดือน
11.3กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดหาบุคลากรมาให้ครบตามจำนวน ตามข้อ 2 หรือบุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหามา ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าบริการ สำหรับในวันนั้น โดยคำนวณปรับลดลงตามส่วน จากค่าบริการรายงวดเฉลี่ยเป็นรายวัน/คน และให้ถือว่าหนึ่งเดือนมีจำนวน 30 (สามสิบ) วัน - ค่าปรับ
กรณีผู้รับจ้าง ไม่สามารถจัดหาบุคลากรเข้าทำงานครบจำนวนตามที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือบุคลากร ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. ปรับในอัตราตายตัวซึ่งเท่ากับ วันละร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าวตลอดอายุสัญญานับตั้งแต่วันที่ไม่มีบุคลากรมา ปฏิบัติงาน หรือมาปฏิบัติงานไม่ครบจำนวน หรือมาแต่ไม่ปฏิบัติงานเป็นต้นไปจนกว่าจะมีบุคลากรมาปฏิบัติงาน ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
ในระหว่างที่ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หาก กฟผ. เห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา ต่อไปได้ กฟผ. จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิของ กฟผ. ภายหลังบอกเลิกสัญญา ก็ได้ และถ้า กฟผ. ได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างขอให้ชำระค่าปรับแล้ว กฟผ. มีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย - การแก้ไขเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธิที่จะทำการแก้ไข เพิ่มเติม หรือลดงานจากรายละเอียดและเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายสัญญา ได้ทุกกรณี โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญานี้ แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องทำความตกลงกันใหม่เป็นหนังสือ และถ้าจะต้อง เพิ่มหรือลดเงินค่าบริการตามสัญญานี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ณ บัดนั้น รวมถึงกำหนดเรื่องหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาด้วย
4/14 - เงื่อนไขการจ้างฯ
รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ห้องประชุม - ข้อก าหนดการรักษาข้อมูลเป็นความลับ
ผู้รับจ้างต้องตกลงรักษาข้อมูลเป็นความลับ ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 1 ข้อกำหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ - เงื่อนไขในการจัดหา
การเสนอราคาครั้งนี้ย่อมไม่ผูกพัน กฟผ. หากงบประมาณรายการนี้ไม่ได้รับอนุมัติ - ข้อก าหนดอื่น ๆ
ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงาน มาให้ภายใน 30 (สามสิบ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 2 ตัวอย่างแผนการทำงาน เว้นแต่กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 (เก้าสิบ) วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ แผนการทำงานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
5/14
เงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อท างานห้องอบรม/ห้องประชุม - กฟผ. ตกลงจ้างผู้รับจ้างเพื่อให้ปฏิบัติงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/ห้องประชุม ในอัตราค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
- บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวน 7 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 14,100.00 บาท/คน - บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวช. จำนวน 1 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 13,000.00 บาท/คน - บุคลากร คุณวุฒิ ต่ำกว่า ปวช. จำนวน 30 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 12,000.00 บาท/คน โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ดังนี้
1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดบุคลากรของผู้รับจ้าง จำนวน 38 คน เพื่อปฏิบัติงานในวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ วันหยุด ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์ และวันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. ระหว่างเวลา 07.30 – 16.30 น.
1.2 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. เกี่ยวกับ การดำเนินการงานห้องอบรม/ห้องประชุม
1.3 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. ได้กำหนดไว้ และมีความประพฤติดี กิริยามารยาทเรียบร้อย
1.4 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกิน 5 ปี นับก่อนวันเริ่มงาน ตามสัญญาโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ส่งตรวจสอบและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยแสดงต่อ กฟผ. ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันเริ่มงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบ ได้ตลอดอายุสัญญา
1.5 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถและ/หรือ ถูกศาลสั่งให้ เป็นบุคคลล้มละลาย
1.6 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นผู้เสพหรือผู้จำหน่ายหรือ มีไว้ในครอบครอง
1.7 บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดมาปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องแจ้งประวัติให้หน่วยงานผู้ใช้งานของ กฟผ. ทราบด้วยและบุคลากรผู้นั้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่ กฟผ. สั่งเปลี่ยนตัวเนื่องจาก มีความประพฤติผิดไม่เป็นไป ตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กำหนด โดยผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ ตลอดอายุสัญญา
1.8 บุคลากรของผู้รับจ้าง ต้องติดบัตรแสดงตนและสวมเครื่องแบบของผู้รับจ้างในขณะที่ปฏิบัติงาน 1.9 ผู้รับจ้างต้องควบคุมบุคลากรของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กฟผ. และกฎระเบียบเกี่ยวกับ การรักษาความปลอดภัยของ กฟผ.
- บุคลากรของผู้รับจ้างต้องสวมเครื่องแบบของบริษัทผู้รับจ้าง และต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและ เหมาะสมกับสถานที่ทำงาน โดยมีข้อกำหนด ดังนี้
2.1 ไม่ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงและไม่สวมเสื้อยืด
2.2 ไม่สวมกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์ ความยาวกระโปรงต้องเสมอเข่าหรือคลุมเข่า
2.3 ไม่สวมรองเท้าแตะ ให้สวมรองเท้าหุ้มส้น
2.4 กรณีที่ กฟผ. กำหนดให้บุคลากรของผู้รับจ้างแต่งเครื่องแบบหรือสวมเครื่องแบบ กฟผ. จะรับภาระ ค่าเครื่องแบบให้ตามจำนวนของบุคลากรที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้องอบรม/
6/14
ห้องประชุม ข้อ 1 หากมีการเปลี่ยนตัวบุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องแบบให้บุคลากรเอง ไม่สามารถเบิก จาก กฟผ. ได้อีก โดยรูปแบบต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ.
ทั้งนี้ กฟผ. จะจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราคนละ 900 บาท/ปี (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยรูปแบบเครื่องแบบ เป็นเสื้อช็อป ไม่น้อยกว่า 3 ตัว/คน - ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย มาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติงาน ด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กฟผ. ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างรวมทั้งเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุด แล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะไม่นำสารสนเทศ (Database, Data File, Document, Source และอื่น ๆ) ของ กฟผ. ไปเปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังกล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้ กฟผ. ได้รับความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น และ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ทันที
- กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้วสำหรับค่าเครื่องแบบ และ ค่าทำงานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
กรณีความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้รับจ้างขัดแย้งกันให้ถือตามความเห็นของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ได้แก่
4.1 ใบส่งมอบงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานแล้ว
4.2 ใบแจ้งหนี้
4.3 ใบกำกับภาษี
4.4 เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน
กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิที่จะร้องขอให้ ผู้รับจ้าง ส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อใช้ใน การตรวจสอบประกอบการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง เช่น หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม และ หลักฐาน การส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วเท่านั้น แต่ กฟผ. ไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
หากผู้รับจ้างไม่ส่งเอกสาร หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม หรือ หลักฐานการส่งเงินสมทบกองทุนเงิน ทดแทน ตามที่ กฟผ. ร้องขอเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะระงับการจ่ายค่าบริการ ให้แก่ผู้รับจ้างในงวดรายเดือนนั้น
ในกรณีที่ กฟผ. ระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับจ้างตามวรรคข้างต้น ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายหรือค่าชดเชยใด ๆ จาก กฟผ. ทั้งสิ้น - หากบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้น และ/หรือปฏิบัติงานไม่ได้ผลเป็นที่พอใจต่อ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. ก็ดี ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนบุคลากรใหม่ให้ทันที
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ต่อ กฟผ. เต็มจำนวน สำหรับความเสียหาย และ/หรือสูญหายที่เกิดขึ้น กับ กฟผ. ทรัพย์สินของ กฟผ. อันเกิดขึ้นจากการกระทำหรืองดเว้นกระทำของบุคลากรของผู้รับจ้าง 7. บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหาและนำมาปฏิบัติงานที่จ้างนี้อยู่ภายใต้ควบคุมสั่งการของผู้รับจ้างและเป็นบุคลากร ของผู้รับจ้างแต่ฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อบุคลากรดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กฎหมายว่าด้วย เงินทดแทน พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ประกาศ ระเบียบคำสั่ง ข้อบังคับว่าด้วย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคล ดังกล่าวทุกประการ
7/14
หากบุคลากรของผู้รับจ้างได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตในขณะทำงานตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งหมด โดยไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กฟผ.
สำหรับพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการผ่านการอบรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตาม สัญญา
สำหรับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือ ยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตาม สัญญา - ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3 - 5) รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 3 บัญชี 3 - 5 ดังนี้ 8.1 บัญชี3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
8.2 บัญชี4 ข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มงานตามสัญญา 8.3 บัญชี5 แบบประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง - ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลา หรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้า เกินกว่ากำหนดเวลาหรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตกเป็น ผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะ บอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอก เลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของ กฟผ. ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และการที่ กฟผ. ไม่ใช้สิทธิ
เลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา - ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างแก่บุคลากรที่ผู้รับจ้างได้จัดหามาในอัตราและตามกำหนดเวลา ที่ผู้รับจ้าง ได้ตกลงหรือทำสัญญาไว้ต่อบุคลากรดังกล่าว
ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่บุคลากรดังกล่าวในวรรคหนึ่ง กฟผ. มีสิทธิที่จะนำ เงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างดังกล่าว และให้ถือว่า กฟผ. ได้จ่ายเงิน จำนวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว - ผู้รับจ้างจะต้องให้บุคลากรของผู้รับจ้างมาทำบัตรแสดงตนที่ กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดสัญญาให้ผู้รับจ้างส่งคืนบัตรแสดงตน ที่ฝ่ายความปลอดภัยทันที หากมีการต่ออายุสัญญา ผู้รับจ้าง ต้องจัดทำบัตรแสดงตนใหม่ หากไม่มีการส่งบัตร หมดอายุคืน กฟผ. จะหักเงินประกันของผู้รับจ้าง ที่ทำไว้กับ กฟผ. ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนใหม่ตามจำนวนบัตรที่ไม่ได้ส่งคืน
- ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ภายหลังสัญญามีผลใช้บังคับ ผู้รับจ้างมีสิทธิร้องขอเพิ่มอัตราค่าจ้างเฉพาะค่าแรงของบุคลากรของผู้รับจ้างตามอัตราส่วนต่างของค่าจ้างขั้นต่ำที่ รัฐบาลกำหนดเพิ่มขึ้น ซึ่ง กฟผ. จะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรและเป็นธรรม ทั้งนี้ กฟผ. จะดำเนินการปรับ เพิ่มค่าทำงานนอกเวลาปกติ และค่าทำงานในวันหยุด ให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย หาก กฟผ. ไม่สามารถตกลงตามที่ร้องขอเพราะเหตุขัดข้องด้านงบประมาณหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้รับจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
- ในกรณีที่มีการจ้างงาน โดยจำนวนบุคลากรของผู้รับจ้างเกิน 30 คน ผู้รับจ้างต้องจัดหา ผู้ควบคุมงานระหว่าง กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้าง จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน มาประจำใน กฟผ.
8/14
โดยปฏิบัติงานทุกวันในเวลาทำการของ กฟผ. เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมการทำงานของบุคลากรของ ผู้รับจ้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ควบคุมงาน 14. บุคลากรของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ กฟผ. ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศ ด้านความปลอดภัยของ กฟผ. ในครั้งแรกก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างและผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารระเบียบ การทำงานโดยส่งมอบให้กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้างในวันแรกที่เข้าปฏิบัติงาน - กรณี กฟผ. ให้บุคลากรของผู้รับจ้างทำงานนอกเวลาปกติ ทำงานในวันหยุดที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุด ประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. กฟผ. จะจ่ายค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าทำงาน ในวันหยุดให้แก่ผู้รับจ้าง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
15.1 การทำงานนอกเวลาปกติของวันทำงาน กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1.5 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
- คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 88.13 บาท
- คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวช. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 81.26 บาท
- คุณวุฒิ ต่ำกว่า ปวช. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 75.00 บาท
15.2 การทำงานในวันหยุด สำหรับเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ - คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 58.75 บาท
- คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวช. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 54.17 บาท
- คุณวุฒิ ต่ำกว่า ปวช. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 50.00 บาท
15.3 การทำงานในวันหยุดนอกเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 3 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ - คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 176.25 บาท
- คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวช. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 162.51 บาท
- คุณวุฒิ ต่ำกว่า ปวช. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 150.00 บาท
15.4ค่าทำงานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามชั่วโมงทำงานที่เกิดขึ้นจริงภายในวงเงินค่าทำงานนอกเวลาปกติ 16. ผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีอื่น ๆ ยกเว้นภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 17. ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน และนำส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุมงาน และบุคลากรของผู้รับจ้างซึ่งปฏิบัติงานตามสัญญานี้ทั้งหมดทุกคนให้กฟผ. ทราบในวันเริ่มงานตาม สัญญา
ในระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้ควบคุมงานหรือบุคลากรซึ่งปฏิบัติงาน ตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน พร้อมกับส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุม งานหรือบุคลากรคนใหม่ให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) วัน ก่อนส่งมาปฏิบัติงาน ตามสัญญา ทั้งนี้ ผู้ควบคุมงานหรือบุคลากรคนใหม่จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานห้อง อบรม/ห้องประชุม
สำหรับหลักฐานเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมงานและบุคลากรของผู้รับจ้างที่ผู้รับจ้างแสดงต่อ กฟผ. นั้น กำหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ด้วย และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถ เรียกตรวจสอบได้ตลอดอายุสัญญา
9/14
รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส.
- ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ……………….… บาท/คน/เดือน
- ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ……………….… บาท/คน/เดือน
10/14
รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวช. - ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ……………….… บาท/คน/เดือน
- ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ……………….… บาท/คน/เดือน
11/14
รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิ ต่ำกว่า ปวช. - ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ……………….… บาท/คน/เดือน
- ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ……………….… บาท/คน/เดือน
12/14
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานห้องอบรม/ห้องประชุม
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานห้องอบรม/ห้องประชุม คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ ากว่า ปวส. 1. คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. - เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีบุคลิกภาพดี มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้
- มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Microsoft Word / Excel / Power Point
ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
- ประสานงานกับผู้ขอใช้บริการ เพื่อให้การบริการเป็นไปตามความต้องการของลูกค้า - ดูแลความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกประจำห้องประชุม
- ควบคุมการจัดสถานที่ ห้องประชุม และจัดเลี้ยง
- บริการรับจองด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ บันทึกข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ จัดส่ง ติดตามเอกสาร รวมทั้งติดต่อประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ร่างบันทึก สรุปเรื่อง จัดทำรายงาน และสถิติต่าง ๆ
- ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานห้องอบรม/ห้องประชุม คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ ากว่า ปวช. 1. คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวช.
- เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
- มีบุคลิกภาพดี มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้
- มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Microsoft Word / Excel / Power Point
ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
- ดูแลความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกประจำห้องประชุม
- ควบคุมการจัดสถานที่ ห้องประชุม และจัดเลี้ยง
- ปฏิบัติงานจัดสถานที่ห้องประชุม
- ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
13/14
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานห้องอบรม/ห้องประชุม คุณวุฒิการศึกษาต่ ากว่า ปวช. 1. คุณวุฒิการศึกษาต่ำกว่า ปวช.
- เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
- มีบุคลิกภาพดี มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้
ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
- ปฏิบัติงานจัดสถานที่ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง
- จัดสถานที่ และจัดเก็บอุปกรณ์งานพิธีการ งานนิทรรศการ
- ดูแล และบำรุงรักษาอุปกรณ์ประจำห้องประชุมให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งานเสมอ - ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
14/14
เอกสารแนบ 1
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญำ)
คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ค ำนิยำม
“ข้อมูลที่เป็นควำมลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่เป็น ของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผย เมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
. ข้อ 2. กำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
2.1 ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้โดยครบถ้วน และ อย ่างเคร ่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม ่เปิดเผย ท าส าเนา หรือท าการอื ่นใดท านองเดียวกันแก ่บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
2.2 ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การด าเนินงานที่มีอยู่ ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อก าหนดนี้ อีกทั้งผู้รับข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูล อย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับออกสู่สาธารณะ
2.3 ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูล ที่เป็นความลับถูกน าไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
2.4 ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลภายนอก ที ่ต้องเกี ่ยวข้องกับข้อมูลที ่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจ ากัดสิทธิใน การใช้และการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องด าเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับโดยมีข้อก าหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่าข้อก าหนดและเงื่อนไขในข้อก าหนดฉบับนี้ด้วย
2.5 ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดฉบับนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลที่ ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
(2) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
(4) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามค าสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือแจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อก าหนดหรือค าสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้นอย่าง เป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะด าเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูล ดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้องด าเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(5) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
- 2 -
ข้อ 3. ทรัพย์สินทำงปัญญำ
ข้อก าหนดฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอยู่ใน ปรากฏอยู่ หรือน ามาท าซ้ าไว้ในเอกสารข้อมูลที่เป็นความลับ ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และ
เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว จะไม่ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ตลอดจนไม่น าไปใช้โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของรายละเอียดดังกล่าว
ข้อ 4. กำรส่งคืน ลบ หรือกำรท ำลำยข้อมูลที่เป็นควำมลับ
เมื่อการด าเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูล ที่เป็นความลับและส าเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบหรือท าลายข้อมูล ที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือด าเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้ง เป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษา ความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่าการด าเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
ข้อ 5. กำรชดใช้ค่ำเสียหำย
ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดนี้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อก าหนดตามข้อก าหนดนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
ข้อ 6. กำรบังคับใช้
6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อก าหนดฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อก าหนด ส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในข้อก าหนดนี้ และข้อก าหนดที่เหลืออยู่ในข้อก าหนดฉบับนี้ ยังคงใช้บังคับและมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์ 6.2 ข้อก าหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
เอกสารแนบ 2
ตัวอย่ำงแผนกำรท ำงำน
เอกสารแนบ 3
บัญชี 3 เงื่อนไขด้ำนควำมปลอดภัย (Safety Criteria) บัญชี 4 ข้อมูลกำรด ำเนินงำนด้ำนควำมปลอดภัยของผู้รับจ้ำง ที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มปฏิบัติงำนตำมสัญญำจ้ำง
บัญชี 5 แบบประเมินผลกำรด ำเนินงำนด้ำนควำมปลอดภัย ของผู้รับจ้ำง
บัญชี ๓ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
งานที่ว่าจ้าง : งานจ้างเหมาบริการเพื่อท างาน ห้องอบรม/ห้องประชุม ส านักงานกลาง กฟผ.
ระยะเวลาที่ว่าจ้าง : ๑ มกราคม ๒๕๗๐ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๗๐
การส่งมอบพื้นที่ ส่งมอบพื้นที่ ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
⚪ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ า (Low Risk Contracts)
⚪ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) ⚪ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมด้านความปลอดภัย ที่ต้องด าเนินงานตามกลุ่มงานของผู้รับจ้าง
๑.๑ จัดท าแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังนี้
(๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ
(๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการท างาน
(๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการท างาน
(๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
๑.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการด าเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบต่อ หน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ท างาน ให้ด าเนินการ ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดท าการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดท าการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด (ข) ให้ผู้รับจ้างจัดท าการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
๑.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่ผ่านการอบรมด้าน อาชีวเวชศาสตร์มีเงื่อนไข ดังนี้
(๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าท างาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปี ปฏิทิน
(๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าท างานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
(๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถท างานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ ท างานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าท างานใน ที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องน ามาแสดง ต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มด าเนินงานการเข้าท างานในที่อับอากาศ
๑.๔ การค้นหาความจ าเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ด าเนินการ ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจ าเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวน สอบความครบถ้วน และเหมาะสม
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจ าเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง
๑.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ด าเนินการ ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
๑.๖ จัดส่งข้อมูลการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้ (๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
(๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
(๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
(๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
๑.๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ด าเนินการ ดังนี้
(๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) ก าหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก
(ข) การควบคุมการน าสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการน าเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
(ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้ส าหรับส่งคนไปยังสถานที่ท างาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการท างาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและ ความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบ ปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างด าเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
๑.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ด าเนินการ ดังนี้
(๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและน าไปปฏิบัติ
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมาย และป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
๑.๙ ระบบการแจ้งการกระท าหรือสภาพการณ์ที่ต่ ากว่ามาตรฐาน ให้ด าเนินการ ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระท าหรือสภาพการณ์ ที่ต่ ากว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระท าหรือสภาพการณ์ที่ต่ ากว่ามาตรฐาน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อก าหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระท าหรือสภาพการณ์ที่ต่ ากว่ามาตรฐาน พร้อม มาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระท าหรือ สภาพการณ์ที่ต่ ากว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
๑.๑๐ ด าเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่างน้อย ดังนี้
(๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการท างาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ
(๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าท างาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
(๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มท างาน
๑.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ตามแผนที่ ก าหนด รวมทั้งจัดท ารายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง
๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาท างาน
๑.๑๓ การขออนุญาตเข้าท างาน (Work Permit) ส าหรับงานตามที่กฎหมายก าหนด และงานหรือพื้นที่ที่ มีความเสี่ยงสูง ให้ด าเนินการ ดังนี้
(๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าท างาน และให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างก ากับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม ส าหรับงาน ดังนี้ (ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ า
(ซ) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ า
(ฎ) งานอื่น ๆ ตามความจ าเป็น
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ การขออนุญาตเข้าท างานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
๑.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการท างาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้า งานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจด าเนินการตาม ความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
(๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ท าเป็นประจ า
(๖) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าท างาน
๑.๑๕ ด าเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ดังนี้
(๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันทีด้วยวาจา โทรศัพท์โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด พอสมควร
(๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าท า การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดย โทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหาสาเหตุ อุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิดซ้ า ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมในการ ค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง ส าหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย ให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
(๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน ก าหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(๖) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อส านักงานประกันสังคม และส่งส าเนาหนังสือแจ้งต่อ พนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งส าเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
๑.๑๖ ด าเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างด าเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจ าเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (ข) จัดท าแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
๑.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
(๑) จ านวนลูกจ้างและจ านวนชั่วโมงการท างาน
(๒) จ านวนการเกิดอุบัติการณ์
(๓) รายงานผลการด าเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย
(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
๒. ชี้บ่งกฎหมาย ระเบียบด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน พ.ศ. ๒๕๕๔ กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย. และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘
กฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
กฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับงานประดาน้ า พ.ศ. ๒๕๖๓
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. ๒๕๖๓ กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อม ในการท างาน พ.ศ. ๒๕๖๔
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกที่สูงและที่ลาดชันจากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และ พังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๔
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและส ภาะแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ ายัน พ.ศ. ๒๕๖๔
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและด าเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ า พ.ศ. ๒๕๖๔
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานการท างานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔
กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๕ กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ด าเนินการด้านความปลอดภัย ในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๖๕
๒.๒ ระเบียบด้านความปลอดภัยของหน่วยงาน/กฟผ.
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่าด้วย ข้อก าหนดส าหรับการด าเนินงานด้านความปลอดภัยในการท างานเกี่ยวกับงาน ก่อสร้าง
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่าด้วยข้อก าหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๒๘๙ การจัดการอุบัติการณ์
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๑๕ ว่าด้วย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๙๖ ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๔๑๖ การขออนุญาตเข้าท างานที่ท าให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ และการขออนุญาตเข้า ท างานในที่อับอากาศ
อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
๓. โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างาน
หน่วยงานความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
หัวหน้างาน
ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
เกณฑ์พิจารณาหน่วยงานและบุคลากร
ประเภทกิจการ
จ านวนลูกจ้าง
จป.บริหาร
จป.หัวหน้างาน
จป.วิชาชีพ
จป.เทคนิค ขั้นสูง
จป.เทคนิค
หน่วยงานความ ปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๒) ถึง (๕)
๒ – ๑๙ คน
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
๒๐ – ๔๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
๑ คน
ปฏิบัติงานความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า วันละ ๑ ช.ม.
-
๕๐ – ๙๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
๑ คน
-
-
๑๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
-
๒๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๖) ถึง (๑๔)
๒๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
พิจารณาประเภท สถานประกอบ
กิจการ
เกณฑ์พิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
ประเภทกิจการ
จ านวนลูกจ้าง
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐ – ๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๑๐๐ – ๔๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐๐ คนขึ้นไป
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน
พิจารณาประเภทสถานประกอบกิจการ
๔. คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเบื้องต้นของผู้รับจ้าง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด
(๑) การบริหารจัดการ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างานของสถานประกอบกิจการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานส าหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าท างานใหม่
หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัยพร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
(๒) การท างานในที่อับอากาศ
ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายก าหนด
(๓) การท างานเกี่ยวกับรังสี
การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบด าเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี
อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่ส าหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
(๔) การท างานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง
อบรมวิธีท างานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าท างานในอุโมงค์
อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ
อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนท าลายสิ่งก่อสร้าง
การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลส าหรับงานก่อสร้าง
(๕) การท างานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ า
การท างานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิด อันตรายได้โดยสภาพ
อบรมผู้ขับรถยก
ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ผู้ควบคุมประจ าหม้อน้ า หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อน าความร้อน
(๖) การท างานเกี่ยวกับไฟฟ้า
ความปลอดภัยในการท างานเกี่ยวกับไฟฟ้าส าหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
ช่างไฟฟ้าอาคาร
(๗) การท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
ความปลอดภัยในการท างานส าหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๘) การป้องกันและระงับอัคคีภัย
การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
(ระบุ) …………………………………………………
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
ตรวจสมรรถภาพปอด
ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
ตรวจด้านพิษวิทยา
อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลท าให้เป็นอัมพาต ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
รางวัลด้านความปลอดภัย
อื่น ๆ ……………………………………………………………
บัญชี ๔ ข้อมูลการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
งานที่ว่าจ้าง : งานจ้างเหมาบริการเพื่อท างาน ห้องอบรม/ห้องประชุม ส านักงานกลาง กฟผ.
บริษัทผู้รับจ้าง :
๑. โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
บุคลากร
รายชื่อ
หน้าที่
ความรับผิดชอบ
หลักฐาน/
ใบรับรอง
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการท างาน ……. คน
หน่วยงานความปลอดภัย....... คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร....... คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน....... คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ....... คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูง.......คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิค....... คน
ผู้บริหาร/ผู้จัดการ....... คน
หัวหน้างาน....... คน
ลูกจ้าง....... คน
อื่น ๆ (ระบุ) ..................
๒. หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด
๒.๑ หลักสูตรอบรมพื้นฐาน
รายชื่อ
หลักฐาน/ใบรับรอง
(๑) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การท างานส าหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าท างานใหม่
(๒) การดับเพลิงขั้นต้น
๒.๒ หลักสูตรอบรมเฉพาะตามความเสี่ยง
รายชื่อ
หลักฐาน/ใบรับรอง
การท างานในที่อับอากาศ
การท างานเกี่ยวกับรังสี
การท างานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
การท างานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ า
การท างานเกี่ยวกับไฟฟ้า
การท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
อื่น ๆ (ระบุ) ...........................
๓. การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
ลักษณะงาน
แหล่ง
อันตราย
การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงของงาน
ผลการตรวจสุขภาพ/ ใบรับรองแพทย์
ตรวจสมรรถภาพ ปอด
ตรวจสมรรถภาพ การได้ยิน
ตรวจสมรรถภาพ การมองเห็น
ตรวจด้าน
พิษวิทยา
๔. การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
หลักฐาน/ใบรับรอง
วันหมดอายุ
๕. ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลท าให้เป็นอัมพาต
……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………
ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
………………………………………………………………………………………
๖. ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
………………………………………………………………………………………
รางวัลด้านความปลอดภัย
………………………………………………………………………………………
อื่น ๆ
………………………………………………………………………………………
บัญชี ๕ แบบประเมินผลการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ผู้ประเมิน : ………………………. วันที่ประเมิน : ……………….
งานที่ว่าจ้าง : งานจ้างเหมาบริการเพื่อท างานห้องอบรม/ ห้องประชุม ส านักงานกลาง กฟผ.
บริษัทผู้รับจ้าง : …………………… สัญญาเลขที่ : ………………..
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
⚪ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ า (Low Risk Contracts)
⚪ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts)
⚪ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
หัวข้อประเมิน
น าหนัก
เกณฑ์พิจารณา
คะแนนเต็ม น าหนัก
คะแนนที่ได้ น าหนัก
๑. หลักฐาน/ใบรับรอง การตรวจสอบ
ทดสอบ สอบเทียบ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด
(ก่อนระยะเวลาที่ก าหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก าหนด
(ตามระยะเวลาที่ก าหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่ก าหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่ก าหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๒. หลักฐาน/ใบรับรอง การฝึกอบรม
ใบอนุญาต และผล
การตรวจสุขภาพ
ตามที่กฎหมาย
ก าหนด
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด
(ก่อนระยะเวลาที่ก าหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก าหนด
(ตามระยะเวลาที่ก าหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่ก าหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่ก าหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๓. การปฏิบัติตาม
แผนงานความ
ปลอดภัย
๒๕
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด
(ท าได้เร็วกว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่ก าหนด
(เป็นไปตามแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้าหมาย)
หัวข้อประเมิน
น าหนัก
เกณฑ์พิจารณา
คะแนนเต็ม น าหนัก
คะแนนที่ได้ น าหนัก
๔. สวมใส่อุปกรณ์
อุปกรณ์คุ้มครองความ ปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ระหว่าง
ปฏิบัติงาน
๑๕
๔ คะแนน = สวมใส่ครบถ้วนตลอดเวลาท างาน และ เหมาะสมกับลักษณะงานต่อรอบการประเมิน
๓ คะแนน = มีการแจ้ง พบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน ๒ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๓ ครั้งแต่ไม่เกิน ๕ ครั้ง ต่อรอบการประเมิน
๑ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๕ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการ ประเมิน
N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๕.การปฏิบัติตาม
ข้อก าหนดกฎหมาย/ ระเบียบ กฎความ
ปลอดภัยของ
หน่วยงาน
๒๐
๔ คะแนน = ปฏิบัติตามข้อก าหนดกฎหมาย/ระเบียบ กฎ ความปลอดภัยของหน่วยงานโดยไม่มีการฝ่าฝืนต่อรอบการ ประเมิน
๓ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน
๒ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน มากกว่า ๓ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการประเมิน ๑ คะแนน = ฝ่าฝืนข้อก าหนดกฎหมายต่อรอบการประเมิน
๖.ขณะปฏิบัติงานมี อุบัติเหตุเกิดขึ้น
๒๐
๔ คะแนน = ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
๓ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงน้อย (Class C) (ปฐมพยาบาล หรือไม่หยุดงาน)
(ทรัพย์สินเสียหายไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท)
๒ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงปานกลาง (Class B)
(บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ตั้งแต่ ๑ วันขึ้นไป)
(ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท )
๑ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) (เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ทุพพลภาพถาวร, บาดเจ็บมีผลท าให้ เป็นอัมพาต)
(ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป)
รวม
๑๐๐
คะแนนสมรรถนะ
ด้านความปลอดภัย
∑(คะแนนที่ได้ น้ าหนัก)
∑(คะแนนเต็ม น้ าหนัก) ๑๐๐
= __________ %
หมายเหตุ : ๑. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป ให้เก็บผลการประเมิน ของแต่ละงานไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
๒. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนไม่ถึงร้อยละ ๗๕ ให้หน่วยงานส่งผลการประเมินให้ฝ่ายจัดซื้อ จัดจ้างและบริหารพัสดุในส านักงานใหญ่ หรือหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างในส่วนภูมิภาคและเก็บส าเนาผลการประเมินไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสั่ง/สัญญา)
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ค านิยาม
1.1 หากไม่ได้มีการก าหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้ถ้อยค าในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีความหมายดังต่อไปนี้
“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กฎ ระเบียบ ประกาศ และค าสั่งที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลอื่นใดใน ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งท าให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกแบ่งปันระหว่างทั้งสองฝ่าย ดังที่ ปรากฏตามผนวก 1
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นบ่งชี้ไปถึง และให้หมาย รวมถึงผู้ใช้อ านาจปกครองที่มีอ านาจกระท าการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอ านาจกระท าการแทนคนไร้ ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอ านาจกระท าการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอ านาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งด าเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามค าสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือ นิติบุคคลซึ่งด าเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้เปิดเผยข้อมูล” หมายถึง ฝ่ายหนึ่งซึ่งเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้แก่ อีกฝ่ายหนึ่ง
“ผู้รับข้อมูล” หมายถึง ฝ่ายหนึ่งซึ่งได้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันจากผู้เปิดเผยข้อมูล
1
“วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน” หมายถึง วัตถุประสงค์ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันอาจถูก ประมวลผลโดยผู้รับข้อมูล ดังที่ปรากฏตามผนวก 1
“หน่วยงานก ากับดูแล” หมายถึง ส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย หรือหน่วยงานก ากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
1.2 ค าศัพท์ใด ๆ ที่ไม่ได้ก าหนดนิยามไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้เป็นไปตามนิยามที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก าหนดไว้
1.3 เอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงและมีผลบังคับใช้ เช่นเดียวกับบันทึกข้อตกลง การอ้างอิงใด ๆ ถึงบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้รวมถึงเอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลง ด้วย
ข้อ 2 วัตถุประสงค์ในการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
2.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ก าหนดขอบเขตการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างฝ่าย ต่างมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และก าหนดหลักการและกระบวนการด าเนินการที่ทั้งสองฝ่ายต้อง ปฏิบัติ รวมถึงหน้าที่ที่ต่างฝ่ายต่างต้องปฏิบัติต่อกัน
2.2 ทั้งสองฝ่ายพิจารณาว่า การแบ่งปันข้อมูลให้แก่กันนั้นเป็นสิ่งที่จ าเป็นส าหรับการด าเนินภารกิจ ระหว่างกัน และจ าเป็นต่อการสนับสนุนการด าเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันไว้
2.3 การด าเนินภารกิจระหว่างทั้งสองฝ่าย วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ ถูกแบ่งปัน และประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้ เป็นไปตามที่ปรากฏในผนวก 1
2.4 แต่ละฝ่ายจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันเท่านั้น และ จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันกันในทางที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
2.5 แต่ละฝ่ายจะไม่แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจ าเป็นตามที่ก าหนดไว้ใน วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
ข้อ 3 การระงับข้อพิพาท
3.1 ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท หรือการเรียกร้องใด ๆ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานก ากับ ดูแลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งจะแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่ง ทราบถึงข้อพิพาทหรือการเรียกร้องที่เกิดขึ้น และจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในเวลาที่เหมาะสม
กรณีที่มีปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้นจากบันทึกข้อตกลงหรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลง การตีความ บันทึกข้อตกลง การผิดข้อตกลงหรือการเลิกข้อตกลงนั้น ให้ทั้งสองฝ่ายแต่งตั้งตัวแทนผู้รับมอบอ านาจเพื่อ เจรจายุติข้อพิพาทร่วมกัน หากผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่
2
ได้เริ่มต้นเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท หรือภายในระยะเวลาที่ได้ขยายออกไปตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งอาจยื่นค าร้องหรือค าฟ้องต่อศาลที่มีเขตอ านาจในประเทศไทย ในระหว่างรอค าพิพากษาของศาล ทั้ง สองฝ่ายยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 4 การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอื่น
4.1 ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในประเทศ ของตนตลอดระยะเวลาของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
4.2 ในกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในประเทศอื่นข้างต้นมีความขัดแย้งกัน ให้ใช้ข้อก าหนดของกฎหมายซึ่งมี ความเคร่งครัดกว่า หรือข้อก าหนดเพิ่มเติมซึ่งคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า
ข้อ 5 การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบุคคลภายนอก ค าร้องขอใช้สิทธิของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 แต่ละฝ่ายตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือตามความต้องการและสมควร เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งสามารถ จัดการข้อร้องเรียนหรือด าเนินการตามค าร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก าหนด ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายทราบว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจยื่นข้อร้องเรียนหรือค าร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ได้ ในกรณี
ดังกล่าว ฝ่ายที่ได้รับค าร้องจะต้องแจ้งถึงค าร้องดังกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ชักช้า โดยฝ่ายที่ได้รับค าร้องนั้น มีหน้าที่แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ถึงการจัดการข้อร้องเรียนหรือการด าเนินการตามค าขอของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วย
5.2 แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ในการจัดท าและเก็บรักษาบันทึกค าร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การตัดสินใจ และการด าเนินการที่ได้กระท าเพื่อตอบสนองค าร้องขอใช้สิทธิดังกล่าว
ข้อ 6 การจัดเก็บและการลบข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 ผู้รับข้อมูลจะเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันเป็นระยะเวลาเท่าที่จ าเป็น เพื่อ ด าเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันไว้ หรือเพื่อปฏิบัติตามระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตาม กฎหมาย
6.2 ผู้รับข้อมูลจะต้องท าลายหรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้แก่ผู้เปิดเผยข้อมูลในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) เมื่อบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ครบก าหนดหรือสิ้นสุดลงด้วยเหตุอื่นใด
(ข) เมื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันไม่มีความจ าเป็นอีกต่อไปตามวัตถุประสงค์ในการ แบ่งปันข้อมูลนั้นหรือตามกฎหมาย
3
ข้อ 7 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 แต่ละฝ่ายจะปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน และจะท าการประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลที่ถูกแบ่งปันโดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้และกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล กฎระเบียบ ประกาศ และค าสั่งที่เกี่ยวข้องที่มีผลใช้บังคับตลอดระยะเวลาของบันทึกข้อตกลงฉบับ นี้
ข้อ 8 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
8.1 ผู้รับข้อมูลจะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันไปยังบุคคลภายนอกที่อยู่นอกประเทศ ไทย เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และการส่งหรือโอนดังกล่าวได้ปฏิบัติตามข้อก าหนดภายใต้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันนี้ ให้หมายรวมถึงการจ้างช่วงใน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันและการให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน ด้วย
ข้อ 9 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
9.1 ผู้เปิดเผยข้อมูลจะต้องรับผิดชอบในการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมใน ขั้นตอนการส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันแก่ผู้รับข้อมูล
9.2 ทั้งสองฝ่ายจะต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอ านาจหรือโดยมิชอบ และต้อง ทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจ าเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป โดยให้เป็นไปตามมาตรฐาน ขั้นต่ าที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศก าหนด อีกทั้งจัดให้มีทั้งมาตรการเชิงองค์กร
(Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) รวมถึงมาตรการป้องกัน ด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายอาจตกลง ก าหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรได้โดยมาตรการต้องไม่ต่ ากว่าที่ กฎหมายก าหนด
9.3 ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อด าเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ ถูกแบ่งปันได้ ทั้งนี้ หากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ที่ปรึกษา ใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องท าข้อตกลงเกี่ยวกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก าหนด และต้องมีข้อตกลงและ เงื่อนไขไม่น้อยกว่าข้อตกลงและเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
4
ข้อ 10 การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
10.1 แต่ละฝ่ายมีหน้าที่รายงานกรณีมีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากฝ่ายตนต่อหน่วยงาน ก ากับดูแล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก าหนดไว้และ แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทุกกรณีโดยไม่ชักช้า ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึง การละเมิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่ไม่ทราบว่าเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้นจากฝ่ายใด ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันโดยไม่ชักช้า ว่าให้ฝ่ายใดมีหน้าที่รายงานเหตุละเมิดดังกล่าวต่อหน่วยงานก ากับดูแล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก าหนดไว้
10.2 แต่ละฝ่ายจะต้องให้ข้อมูลที่จ าเป็นแก่อีกฝ่าย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันการณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายก าหนด เช่น ค าอธิบายลักษณะของเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล จ านวนข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผลที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และค าอธิบายมาตรการที่ได้ด าเนินการแล้ว หรือที่จะเสนอให้ด าเนินการ เพื่อ ลดผลกระทบและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
10.3 ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือกันตามความจ าเป็นและสมควร เพื่ออ านวยความสะดวก ในการจัดการกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
10.4 ทั้งสองฝ่ายตกลงไม่เปิดเผยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นใดทราบ โดยปราศจากการ ตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้อ 11 ค ารับรองและรับประกัน
แต่ละฝ่ายขอรับรองและรับประกัน ดังนี้
11.1 จะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับและข้อตกลงตาม บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
11.2 จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการปฏิบัติตามบันทึก ข้อตกลงฉบับนี้ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
11.3 ตอบข้อซักถามของหน่วยงานก ากับดูแลภายในระยะเวลาที่ก าหนด และตราบเท่าที่เป็นไปได้ อย่างสมเหตุสมผล
11.4 ตอบสนองต่อค าร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
5
11.5 ผู้เปิดเผยข้อมูลขอรับรองและรับประกันว่า ผู้เปิดเผยข้อมูลมีสิทธิที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูก แบ่งปันแก่ผู้รับข้อมูล ทั้งนี้ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้เปิดเผยข้อมูลได้ ด าเนินการแจ้งข้อมูลที่จ าเป็นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล (ในกรณีที่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หรือสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าวแก่ผู้รับข้อมูลได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ผู้รับข้อมูลสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ เกี่ยวข้องได้ตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อ 12 การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
12.1 ทั้งสองฝ่ายจะต้องชดใช้จากความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิด หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น หรือในกรณีที่จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้ บันทึกข้อตกลงฉบับนี้หรือตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการละเมิดค ารับรองและรับประกันของ กรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน พนักงาน ตัวแทน ผู้ให้บริการช่วง ผู้รับเหมา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น
12.2 ข้อจ ากัดความรับผิดใด ๆ ที่ก าหนดไว้ภายใต้ใบสั่ง/สัญญา หรือข้อตกลงอื่นใด (ถ้ามี) จะไม่ใช้ บังคับกับความรับผิดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 13 ระยะเวลาและการสิ้นสุดข้อตกลง
13.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับระหว่างทั้งสองฝ่ายตามระยะเวลาที่ระบุในผนวก 1 เว้นแต่ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกเลิกบันทึกข้อตกลงก่อนก าหนด โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังอีก ฝ่ายหนึ่งไม่น้อยกว่า 30 วัน
13.2 การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิใด ๆ ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีตาม กฎหมายหรือตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง อันเนื่องมาจากการกระท าผิดบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อก าหนดภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งมีความหมายโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ก าหนดให้มีผลใช้บังคับอยู่หรือต่อไปภายหลังจากบันทึกข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุดลงแล้ว
6
ผนวก 1 การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
การด าเนินภารกิจ
ปฏิบัติงานห้องอบรม/ห้องประชุมให้กับ กฟผ.
วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานให้กับ กฟผ.
ประเภทของข้อมูลส่วน บุคคลที่ถูกแบ่งปัน
ชื่อ- สกุล, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, ส าเนาวุฒิการศึกษา
ส าเนาบัตรประชาชน, ส าเนาทะเบียนบ้าน, ประวัติอาชญากรรม
ประเภทของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล
ผู้ปฏิบัติงานของคู่สัญญาของ กฟผ.
ระยะเวลาของบันทึก ข้อตกลงว่าด้วยการ
แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
7
ข้อควรระวัง
การวางหลักประกันการเสนอราคา
∙ หลักประกันการเสนอราคา ในกรณีที่ใช้เป็นเงินสด ให้ใช้ได้เฉพาะเงินสด ประเภทเงินฝากธนาคาร (การโอนเงิน) เท่านั้น ไม่รับในรูปแบบเช็คหรือ ดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย และการโอนเงินต้องโอนจากบัญชีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้เสนอราคา โดยต้องช าระเงินในวันและเวลาที่ยื่นเสนอราคาเท่านั้น เช่น ผู้ยื่นข้อเสนอ บริษัท ABC จ ากัด การโอนเงินจะต้องโอนจากชื่อบัญชี บริษัท ABC จ ากัด ตามวันและเวลาที่ยื่นเสนอราคาเท่านั้น หากไม่ช าระเงิน ในวันเวลาที่ยื่นเสนอราคา หรือโอนเงินโดยบัญชีอื่นหรือบัญชีผู้รับมอบอ านาจ ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้เสนอราคาจะไม่ผ่านคุณสมบัติ
∙ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม จากหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ)0405.2/ ว 581 ลงวันที่ 1 กันยายน 2568 เรื่อง การอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารและการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ .ศ.2560 ข้อ 166 วรรคสอง และวรรคห้า และเอกสาร ประกวดราคา ข้อ 5. หลักประกันการเสนอราคา
ข้อมูลประชาสัมพันธ์และช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน ด้านการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการ
นโยบายต่อต้านการให้หรือรับสินบนเพื่อป้องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบ
จรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ ช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน *
การแจ้งข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนทางเว็บไซต์กฟผ. * จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ. **
- ไม่ใช่ช่องทางแสดงความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ ซื้อหรือจ้าง/ ร่างประกาศ/ ร่างเอกสารประกวดราคาฯ
** กฟผ. จัดท าและเผยแพร่จรรยาบรรณคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าของ กฟผ. ทุกรายมีแนวปฏิบัติในการด าเนิน ธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยค านึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม การก ากับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติ ตามกฎหมาย และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังมีรายละเอียดระบุใน QR Code จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ."
ประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจาง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา ของ กฟผ.
การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ไดดําเนินการคุมครองขอมูลสวนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัด จาง การบริหารพัสดุ และการบริหารสัญญา เพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใชอยางครบถวน ตั้งแตวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ ทานสามารถ ศึกษารายละเอียดประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจางการบริหารพัสดุ และการ บริหารสัญญา ไดที่https://www.egat.co.th/privacy-notice-procurement.html หรือที่ QR Code ดานลาง
การขีดฆาขอมูลสวนบุคคลออนไหว
กฟผ. มีประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจาง การบริหารพัสดุ และการ บริหารสัญญา เพื่อใชในการเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย ขอมูลสวนบุคคล แตไมเก็บขอมูลสวนบุคคลออนไหว หากเอกสารของทานที่ตองสงมอบให กฟผ. มีขอมูลสวนบุคคลออนไหวตามที่ถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้ เชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทาง เพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูลพันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือ ขอมูลอื่นใด ซึ่งกระทบตอเจาของขอมูลสวนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยูดวย ขอใหทานขีดฆา หรือปกปดขอมูล ดังกลาว กอนสงมอบใหแก กฟผ.
ชองทางการรับฟงความคิดเห็น
ผูประกอบการสามารถแสดงความคิดเห็นรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะ ของพัสดุที่จะซื้อหรือจางพรอมกับรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ภายในระยะเวลาที่กําหนด โดยสามารถแสดงความคิดเห็นได 2 ชองทาง ไดแก
- ผานหนาเว็บไซต www.gprocurement.go.th หรือ
- login เขาสูระบบ e-GP
ทั้งนี้ โปรดศึกษาคูมือการแสดงความคิดเห็นรางเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส
(e-bidding) ออนไลน สําหรับผูประกอบการและผูสนใจทั่วไป
ตามหนังสือเวียนคณะกรรมการวินิจฉัยปญหาการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว210 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2569
หมายเหตุ : กรณีระบบ e-GP มีปญหาขอขัดของ
กรณีที่ระบบ e-GP มีปญหาขัดของ และกรมบัญชีกลางแจงปญหาขอขัดของเรียบรอยแลว ผูประกอบการสามารถ แสดงความคิดเห็นและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเปนหนังสือ โดยสงถึงหัวหนาแผนกจัดซื้อจัดจางสายงานกลาง 4 กองจัดซื้อ จัดจางสายงานกลาง ฝายจัดซื้อจัดจางและบริหารพัสดุสวนกลาง การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย สํานักงานใหญ เลขที่ 53 หมู 2 ถนนจรัญสนิทวงศ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส
(e-mail : [email protected]) ไปยังหนวยงานของรัฐโดยตรง และยื่นใหแลวเสร็จภายในเวลา 16.30 น. กรณีสงเปนหนังสือ ใหถือเอาเวลาที่หนวยงานของรัฐประทับตรารับหนังสือ