ประกวดราคาจ้างการดำเนินโครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
โครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จัดทำขึ้นโดยกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อบูรณาการร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการ MSMEs จากอุปสรรคทางการค้าชายแดนและภัยธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในภาคธุรกิจเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมการผลิต ให้สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดอบรมเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้า เทคนิคการเจรจาธุรกิจ และการนำคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการเดินทางไปเจรจาธุรกิจใน 2 ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประเทศละ 1 ครั้งๆ ละไม่น้อยกว่า 4 วัน กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) การประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การสำรวจตลาดสินค้าและระบบโลจิสติกส์ พร้อมทั้งการบริหารจัดการด้านการเดินทาง ที่พัก ล่าม และการประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน
English summary
The Department of Foreign Trade is implementing the 2026 project to organize trade delegations for seeking trade and investment opportunities in the Asian region. The project aims to elevate the competitiveness of Thai MSMEs in agriculture, food, and manufacturing sectors by providing training and facilitating business matching, government-to-business meetings, and market surveys in target countries, specifically the People’s Republic of China and the Republic of Indonesia. The initiative seeks to expand export opportunities, mitigate trade barriers, and build sustainable international trade networks within a 150-day timeframe.
กรุงเทพมหานคร, ปริมณฑล, สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ MSMEs ให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดต่างประเทศ
- เพื่อขยายโอกาสผู้ประกอบการ MSMEs ที่มีศักยภาพ ในการเข้าถึงตลาดส่งออกทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ในภูมิภาคเอเชีย
ขอบเขตของงาน
- จัดทำแผนการดำเนินงาน แนวคิด รูปแบบ สโลแกน และสัญลักษณ์ (Key Visual) ของโครงการ
- จัดอบรมเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้า ขั้นตอนการส่งออก และเทคนิคการเจรจาธุรกิจ (จำนวน 2 ครั้ง ในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล รวมไม่น้อยกว่า 2 วัน)
- จัดคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการเดินทางไปเจรจาธุรกิจใน 2 ประเทศเป้าหมาย (จีน และ อินโดนีเซีย) ประเทศละ 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 4 วัน
- จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างประเทศ
- จัดประชุมหารือระหว่างคณะผู้แทนการค้ากับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรที่มีความเป็นเลิศในประเทศเป้าหมาย
- จัดกิจกรรมสำรวจตลาดสินค้าไทย สินค้าคู่แข่ง และระบบโลจิสติกส์
- ดำเนินการด้านการอำนวยความสะดวกการเดินทาง โรงแรมที่พัก และล่ามประจำคณะผู้แทนการค้า
- ดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ และจัดทำของที่ระลึก
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงาน แนวคิด (Concept) รูปแบบ (Theme) สโลแกน และสัญลักษณ์ (Key Visual) ของโครงการ
- รายงานผลการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ MSMEs จำนวน 2 ครั้ง
- รายงานการจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเจรจาธุรกิจ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
- สรุปผลการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) และผลลัพธ์การเจรจา
- รายงานผลการสำรวจตลาดและระบบโลจิสติกส์ในประเทศเป้าหมาย
- สื่อประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์และของที่ระลึกประจำโครงการ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์, ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง, และต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ MSMEs (SME ONE ID) สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ
- Standards Compliance: -
- Experience: มีผลงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจกับต่างประเทศ และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องในโครงการ มูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท เป็นผลงานที่แล้วเสร็จในสัญญาเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน (ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี)
- Previous Project Cost: ผลงานมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท
- Technical Capabilities: มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมฝึกอบรม การเดินทางระหว่างประเทศ การจัด Business Matching และการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ
- Personnel: มีบุคลากรที่มีความสามารถในการจัดการประชุม ล่ามแปลภาษา และประสานงานธุรกิจระหว่างประเทศ
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา (Lowest Price) หรือเกณฑ์ราคาประกอบข้อเสนอทางเทคนิคตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การจัดอบรมต้องจัดในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล จำนวน 2 ครั้ง รวมไม่น้อยกว่า 2 วัน
- การเดินทางไปต่างประเทศต้องดำเนินการใน 2 ประเทศเป้าหมาย (จีน และ อินโดนีเซีย) ประเทศละ 1 ครั้งๆ ละไม่น้อยกว่า 4 วัน (รวมวันเดินทาง)
- กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็น MSMEs ในภาคธุรกิจเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมการผลิต ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ SME ONE ID ของ สสว.
เงื่อนไขสัญญา
- กำหนดเวลาแล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- เงื่อนไขการจ่ายเงินและการปรับปรุงตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของทางราชการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: โครงการนี้มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการประเภทใด?
A1: ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ในภาคธุรกิจเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมการผลิต ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ SME ONE ID
Q2: ประเทศเป้าหมายในการเดินทางไปเจรจาธุรกิจมีประเทศใดบ้าง?
A2: สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
Q3: การจัดอบรมเตรียมความพร้อมต้องจัดขึ้นในพื้นที่ใดและจำนวนกี่ครั้ง?
A3: จัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดในปริมณฑล จำนวน 2 ครั้ง รวมไม่น้อยกว่า 2 วัน
Q4: การเดินทางไปเจรจาธุรกิจในแต่ละประเทศกำหนดเวลากี่วัน?
A4: ประเทศละ 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 4 วัน (รวมวันเดินทาง)
Q5: ผู้รับจ้างต้องมีผลงานในอดีตมูลค่าเท่าใดจึงจะมีคุณสมบัติยื่นข้อเสนอ?
A5: มีผลงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจกับต่างประเทศหรือที่เกี่ยวข้อง มูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาทในสัญญาเดียว
Q6: ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใด?
A6: ต้องขึ้นทะเบียนในระบบ SME ONE ID ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
Q7: กิจกรรมหลักในการเดินทางไปต่างประเทศมีอะไรบ้าง?
A7: การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) การประชุมหารือกับภาครัฐและเอกชน และการสำรวจตลาดสินค้าและระบบโลจิสติกส์
Q8: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดเท่าใด?
A8: ภายในเวลา 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
Q9: หน่วยงานใดเป็นเจ้าของโครงการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้?
A9: กรมการค้าต่างประเทศ บูรณาการร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
Q10: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการอย่างไร?
A10: ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายใต้ขอบเขตของงาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
การดําเนินโครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. หลักการและเหตุผล
๑.๑ จากข้อมูลของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปี ๒๕๖๑๗ ไทยมีผู้ประกอบการ MSMEs (Micro, Small and Medium Enterprises) รวมกว่า ๓.๒๖ ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๙๙.๕ ของจํานวนวิสาหกิจทั้งประเทศ และมีสัดส่วนการจ้างงานร้อยละ ๖๘.๔ ของประเทศ แต่มีสัดส่วน GDP เพียงร้อยละ ๓๕ ของประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ การส่งออกโดย MSMEs ปี ๒๕๑๗ มีมูลค่าเพียง ๑.๓๘ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๓.๑ ของการส่งออกรวม ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่และอื่น ๆ มีสัดส่วนการส่งออก สูงถึงร้อยละ ๘๖.๙ ดังนั้น หากผู้ประกอบการ MSMEs สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ก็จะช่วย สร้างรายได้เข้าประเทศ ก่อให้เกิดการผลิตและจ้างงานภายในประเทศ รวมถึงการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ๑.๒ ในช่วงปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจและการค้าชายแดนไทยได้รับผลกระทบจากความไม่สงบตามแนวชายแดน ไทย- กัมพูชา ทําให้ต้องมีการปิดด่านชายแดนและช่องทางการค้าทางชายแดนด้านกัมพูชาทั้งหมด รวมถึงสถานการณ์ การเมืองภายในและมาตรการทางการค้าที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกนําเข้าสินค้าของเมียนมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้า
ชายแดนและผู้ส่งออกสินค้าผ่านทางชายแดนได้รับผลกระทบไม่สามารถส่งสินค้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ตามปกติ ต้องมีการระงับการส่งออกหรือเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้า ทําให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าเพิ่ม มากขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ นอกจากนี้ ภัยธรรมชาติที่รุนแรงและคาดการณ์ได้ยาก เช่น อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าชายแดนจํานวนมากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ๆ
๑.๓ กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน เล็งเห็นถึงความสําคัญ ของการส่งเสริมผู้ประกอบการ ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดน และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพให้สามารถส่งออกสินค้า ไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะการหาโอกาสและช่องทางการค้าใหม่ ๆ แก่ผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบ จึงเห็นควรบูรณาการร่วมกับ สสว. ดําเนินโครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้า การลงทุนในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการ MSMEs ดังกล่าว ที่มีศักยภาพ เพื่อต่อยอดการพัฒนาผู้ประกอบการสู่ตลาดโลก โดยเริ่มต้นจากตลาดในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นต ที่มีความคุ้นเคยกับสินค้าและเอกลักษณ์ความเป็นไทยเป็นอย่างดี ประกอบด้วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความสําคัญ ดังนี้
ในตลาด
๑.๓.๑ สาธารณรัฐประชาชนจีน: เป็นคู่ค้าสําคัญอันดับต้นของไทยและมีบทบาทอย่างยิ่งในระบบเศรษฐกิจ และการค้าของภูมิภาคเอเชีย ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จีนจึงเป็นตลาดที่มีอิทธิพล ต่อทิศทางการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานของไทย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงไทยกับตลาดโลก สําหรับผู้ประกอบการไทย จีนจึงมีความสําคัญ ทั้งในฐานะตลาดหลัก แหล่งวัตถุดิบ และพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งช่วยเสริมสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจและ
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
๑.๓.๒ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย: เป็นหนึ่งในคู่ค้าสําคัญของไทยและเป็นตลาดที่มีฐานประชากรขนาดใหญ่
ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความต้องการสินค้ากลุ่มอุปโภค/บริโภค สุขภาพ ความงาม และ ผลิตภัณฑ์ฮาลาล (Halal) ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย รวมถึงเป็นประเทศสมาชิกแผนงาน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle:
IMT-GT) โดยยังมีโอกาสในการขยายช่องทางและเพิ่มมูลค่าทางการค้าในตลาดดังกล่าวได้อีกเป็นจํานวนมาก
การคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายดังกล่าว จึงเป็นการดําเนินงานเชิงรุกเพื่อสร้างช่องทางใหม่ในการเข้าถึงคู่ค้า
ที่มีศักยภาพโดยตรง ช่วยลดผลกระทบจากอุปสรรคทางการค้าในพื้นที่เดิม และมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายพันธมิตร
ทางการค้าระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน
2.
(นายณัฐ วิมลจันทร์) ประธานกรรมการ
allze
Karit P
ชามาร แกล้ง
(นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง)
…..สาร
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
(นางสาวสิรภัทร พุทธชู) กรรมการและเลขานุการ
- ๒
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ MSMEs ให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดต่างประเทศ ๒.๒ เพื่อขยายโอกาสผู้ประกอบการ MSMEs ที่มีศักยภาพ ในการเข้าถึงตลาดส่งออกทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ในภูมิภาคเอเชีย
๓. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๓.๑ ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ด้านการทําธุรกิจระหว่างประเทศ
๓.๒ ผู้ประกอบการมีช่องทางและโอกาสเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
๓.๓ ผู้ประกอบการสามารถสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและนําองค์ความรู้/ประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการ มาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ
๔. กําหนดการดําเนินการ
๔.๑ ช่วงเวลา ภายในเวลา ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง หรือตามที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด ๔.๒ สถานที่และจํานวนวัน
๔.๒.๑ การจัดอบรม จํานวน ๒ ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดในปริมณฑล รวมไม่น้อยกว่า ๒ วัน
๔.๒.๒ การจัดคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเดินทางไปเจรจาธุรกิจ ใน ๒ ประเทศเป้าหมาย (สาธารณรัฐประชาชนจีน และ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือประเทศอื่น ๆ) ประเทศละ ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า ๔ วัน (รวมวันเดินทาง)
๔.๓ ระยะเวลาดําเนินการ ภายในเวลา ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ กลุ่มเป้าหมาย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ที่มีศักยภาพในการส่งออก ในภาคธุรกิจ เกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมการผลิต และต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในระบบ SME ONE ID
ของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
๕. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๕.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๕.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๕.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๕.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๕.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๕.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๕.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๕.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๕.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
5 en
(นายณัฐ วิมลจันทร์) ประธานกรรมการ
(นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
กรรมการ
tarit P
การ แปลง
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง)
กรรมการ
กรรมการ
……ร่
(นางสาวสิรภัทร พุทธชู) กรรมการและเลขานุการ
୩
๕.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้อง ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
๕.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๕.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนด ให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(นายณัฐ วิมลจันทร์) ประธานกรรมการ
20m
(นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
กรรมการ
Kamit?
กามาส แน่นเล
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง)
กรรมการ
กรรมการ
…………. (นางสาวสิรภัทร พุทธชู)
กรรมการและเลขานุการ
- ๔ -
๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ ๒) ข้อ ๓) และข้อ ๔) (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร
พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอ
มิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖) กรณีตามข้อ ๑) - ข้อ ๕) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวัน ที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จ้างฯ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัด
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(นายณัฐ วิมลจันทร์) ประธานกรรมการ
lo (นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
Kerit P
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง)
……… (นางสาวสิรภัทร พุทธชู)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ - & -
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๕.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจกับต่างประเทศ และกิจกรรมอื่นที่ เกี่ยวข้องในโครงการ โดยผลงานมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 5,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงาน ที่ดําเนินการแล้วเสร็จเป็นสัญญาเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน โดยแนบหลักฐานสําเนาสัญญาจ้างหรือหนังสือรับรอง ผลงานมาพร้อมในวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบ
ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปีย้อนหลัง นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
ข้อเท็จจริงสําหรับผลงานที่ยื่น
๖. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยจะต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในการดําเนินโครงการ โดยมีขอบเขตการดําเนินงาน ดังนี้
๖.๑ การดําเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ
๖.๑.๑ การจัดทําแผนการดําเนินงาน
๖.๑.๒ การจัดอบรมเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้าของประเทศเป้าหมายที่สําคัญ ขั้นตอนการส่งออก สินค้า และเทคนิคการเจรจาธุรกิจกับต่างประเทศ
๖.๑.๓ การจัดคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกไปเจรจาธุรกิจและแสวงหาโอกาส ทางการค้าใน ๒ ประเทศเป้าหมาย
๑) การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับ ผู้ประกอบการต่างประเทศ ในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๒) การจัดประชุมหารือระหว่างคณะผู้แทนการค้ากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทย
หรือต่างประเทศ ในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๓) การจัดประชุมหารือระหว่างคณะผู้แทนการค้ากับองค์กรหรือบริษัทที่มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ
ของแต่ละประเทศเป้าหมาย
๔) การจัดกิจกรรมสํารวจตลาดสินค้าไทยและสินค้าที่เป็นคู่แข่งในตลาดประเทศนั้น ๆ และการสํารวจ ระบบโลจิสติกส์สําหรับการนําเข้าสินค้าจากไทย ของแต่ละประเทศเป้าหมาย
๖.๒ การดําเนินการด้านการอํานวยความสะดวก
๖.๒.๑ การดําเนินการด้านการเดินทาง และการอํานวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศเป้าหมาย ๖.๒.๒ การดําเนินการด้านโรงแรมที่พักในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๖.๒.๓ การดําเนินการด้านล่ามประจําคณะผู้แทนการค้าในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๖.๓ การดําเนินการด้านประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
๖.๔ การดําเนินการด้านของที่ระลึก
๖.๕ การดําเนินการอื่น ๆ
๗. รายละเอียดการดําเนินงาน ให้ดําเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๗.๑ การดําเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ
๗.๑.๑ การจัดทําแผนการดําเนินงาน ให้ดําเนินการ ดังนี้
๑) นําเสนอแนวคิดการจัดงาน (Concept) รูปแบบ (Theme) ชื่อสโลแกน (Slogan) และสัญลักษณ์ (Key Visual) ของโครงการ เพื่อใช้สําหรับตกแต่งสถานที่และสื่อประชาสัมพันธ์
LO
(นายณัฐ วิมลจันทร์) (นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
Zwit
กามาส แ ก ง
สิร
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง)
กรรมการ
กรรมการ
(นางสาวสิรภัทร พุทธชู) กรรมการและเลขานุการ