ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงระบบส่งน้ำ คลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 โครงการชลประทานพัทลุง ตำบลร่มเมือง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง (คป.พัทลุง)
โครงการจ้างก่อสร้างปรับปรุงระบบส่งน้ำ คลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 โครงการชลประทานพัทลุง ตั้งอยู่ที่ตำบลร่มเมือง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ดำเนินการโดยกรมชลประทาน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินงบประมาณได้รับจัดสรร 2,940,000.00 บาท สืบเนื่องมาจากคันคลอง RMC2 เกิดการพังเสียหาย และถนนคันคลองชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไป-มาได้อย่างปลอดภัย
วัตถุประสงค์หลักของโครงการ คือการปรับปรุงโครงสร้างระบบส่งน้ำและถนนคันคลองบริเวณดังกล่าว ให้คืนสภาพสมบูรณ์ พร้อมต่อการส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และอำนวยความสะดวกในการคมนาคมขนส่งของราษฎรในพื้นที่ ระยะเวลาการก่อสร้างกำหนดไว้ 180 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มทำงาน
ผู้รับจ้างที่สนใจต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP มีคุณสมบัติทางการเงินตามเกณฑ์ เช่น มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ (ประมาณ 735,000 บาท) รวมถึงต้องมีช่างก่อสร้างหรือช่างโยธาอย่างน้อย 1 คน และไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของช่างทั้งหมด การตัดสินผู้ชนะจะใช้หลักเกณฑ์ราคาต่ำสุด งานนี้มีเงื่อนไขการปรับราคาค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี และการจ่ายเงินล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง
English summary
Construction project for the improvement of the RMC2 water delivery system (Na Thom Weir) at Km. 3+515, Phatthalung Irrigation Project, Rom Mueang Subdistrict, Mueang Phatthalung District, Phatthalung Province, via electronic bidding (e-bidding). The allocated budget is 2,940,000.00 THB. The project aims to repair the collapsed canal bank and damaged canal crest road to restore standard water distribution and ensure safe local transportation. The project duration is 180 days upon receiving the official notice to proceed. The contract selection is based on the Price Criteria. Qualified bidders must meet the specified financial requirements and employ certified civil/construction technicians according to government standards.
คลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 ตำบลร่มเมือง อำเภอเมืองพัทลุง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงระบบส่งน้ำ คลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 ให้มีสภาพสมบูรณ์และใช้งานได้ตามปกติ
- เพื่อซ่อมแซมถนนคันคลองที่ชำรุดให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรไป-มาได้อย่างปลอดภัย
- เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่บริการส่งน้ำ
ขอบเขตของงาน
- ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมโครงสร้างคันคลองส่งน้ำ RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 ตามแบบรูปรายการรายละเอียดของกรมชลประทาน
- ปรับปรุงและปรับสภาพถนนบนคันคลองให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและเรียบร้อย
- งานวิศวกรรมชลประทานและงานโยธาที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขเฉพาะและรายละเอียดทางวิศวกรรมของโครงการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผลงานปรับปรุงระบบส่งน้ำและโครงสร้างคันคลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 ที่เสร็จสมบูรณ์ตามแบบรูปรายการละเอียด
- งานปรับปรุงถนนคันคลองที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย
- เอกสารรับมอบงานและการรายงานผลการส่งมอบงานในแต่ละงวดงานตามสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
180 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมชลประทานให้เริ่มทำงาน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง และชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครบถ้วน
- Financial Capabilities:
- กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งเกิน 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) เป็นบวกในงบการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ที่ยังไม่มีการรายงานงบการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ณ วันยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- กรณีขอวงเงินสินเชื่อ ต้องมีหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ประมาณ 735,000 บาท) จากธนาคารหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต ออกให้ไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- Personnel: ต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง หรือผู้มีวุฒิบัตร ปวช., ปวส., ปวท. หรือเทียบเท่า ในสาขาช่างก่อสร้างหรือช่างโยธา อัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง และต้องมีจำนวนอย่างน้อย 1 คน
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอโดยใช้ “หลักเกณฑ์ราคา” (Price Criteria)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานก่อสร้างและปรับปรุงคันคลองส่งน้ำ RMC2 บริเวณ กม. 3+515 ฝายนาท่อม
- งานทางโยธาและชลประทานตามแบบรูปแสดงรายการรายละเอียด (Detailed Drawings) และรายละเอียดทางวิศวกรรมของกรมชลประทาน
- การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง วัสดุ และฝีมือช่างให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมงานชลประทาน
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง
- เงื่อนไขปริมาณงานเปลี่ยนแปลง:
- ปริมาณงานทำเสร็จจริงเกิน 125% - 150% ของสัญญา จ่าย 90% ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
- ปริมาณงานทำเสร็จจริงเกิน 150% ของสัญญา จ่าย 83% ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
- ปริมาณงานทำเสร็จจริงน้อยกว่า 75% ของสัญญา จ่ายตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และเพิ่มค่า Overhead & Mobilization อีก 17% ของผลต่างปริมาณงานที่ลดลงในงวดสุดท้าย
- เงินจ่ายล่วงหน้า: มีสิทธิ์ขอรับได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้าง โดยต้องยื่นหนังสือค้ำประกันเต็มจำนวนก่อนรับเงิน
- เงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 10 ของเงินที่จ่ายในแต่ละงวด (สามารถใช้หนังสือค้ำประกันธนาคารมาวางแทนได้หากถูกหักไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5)
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน โดยต้องดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขภายใน 15 วันนับจากได้รับแจ้ง
- อัตราค่าปรับ:
- กรณีนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต คิดค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
- กรณีผิดสัญญาอื่นๆ คิดค่าปรับรายวันร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง
- ค่า K: เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (ใช้สูตรการปรับราคาตามมติ ครม. 22 ส.ค. 2532)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้มีระยะเวลาในการก่อสร้างทั้งหมดกี่วัน?
A: กำหนดระยะเวลาส่งมอบงานภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมชลประทานให้เริ่มทำงาน -
Q: ผู้รับจ้างสามารถขอรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าได้หรือไม่ และได้สูงสุดเท่าใด?
A: มีสิทธิขอรับเงินล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องส่งมอบหนังสือค้ำประกันเต็มจำนวนก่อนรับเงิน -
Q: การรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้างมีระยะเวลากี่ปี?
A: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน -
Q: เมื่อเกิดความชำรุดบกพร่องในระยะเวลารับประกัน ผู้รับจ้างต้องเข้าแก้ไขภายในกี่วัน?
A: ต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง -
Q: ในการจ่ายเงินแต่ละงวด กรมชลประทานจะหักเงินประกันผลงานไว้เท่าใด?
A: จะหักเงินประกันผลงานร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั้นๆ -
Q: โครงการนี้มีการใช้สูตรปรับราคาค่างานก่อสร้าง (ค่า K) หรือไม่?
A: มีการใช้สูตรการปรับราคาค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของทางราชการ -
Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรช่างในสาขาใดบ้าง?
A: ต้องมีช่างก่อสร้างหรือช่างโยธาอย่างน้อย 1 คน และมีอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง -
Q: หากปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงเกินกว่าร้อยละ 150 ของสัญญา จะมีเงื่อนไขการจ่ายเงินอย่างไร?
A: ส่วนที่เกินร้อยละ 150 จะจ่ายเงินในอัตราร้อยละ 83 ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา -
Q: กรณีผู้รับจ้างนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกปรับอย่างไร?
A: จะถูกปรับในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินของงานที่นำไปจ้างช่วงนั้น -
Q: หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ ต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าใด?
A: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) (กรณีงานจ้างก่อสร้าง)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ จ้างก่อสร้างปรับปรุงระบบส่งน้ำ คลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 โครงการ ชลประทานพัทลุง ตำบลร่มเมือง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๑.๒ ความเป็นมา เนื่องจากคันคลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) พังเสียหาย ถนนคันคลองเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่สามารถสัญจรไป-มา ได้อย่างปลอดภัย ราษฎรได้รับความเดือดร้อน
๑.๓ วัตถุประสงค์
เพื่อปรับปรุงระบบส่งน้ำ คลอง RMC2 (ฝายนาท่อม) กม.3+515 ให้มีสภาพเดิม พร้อมใช้งานได้ ปกติ และสามารถสัญจรไป-มาได้อย่างปลอดภัย
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร 2,940,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านเก้าแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมชลประทาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วม ค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
- 2 -
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายเเบบข้อตกลงคุณธรรมผู้เข้าร่วมค้า รายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือซื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วม ค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้ เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วง ระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบ แสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี
มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน - 3 -
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือ เป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่ เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัด จ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่า ด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับ รถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครบถ้วน และยื่นหลักฐาน การชำระเงินที่ถูกต้องมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันและเวลา เสนอราคาที่ กรม กำหนด
๓. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
๓.๑ แบบรูปแสดงรายการละเอียด
๓.๒ เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง
๓.๓ เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
๓.๔ รายละเอียดด้านวิศวกรรม - 4 -
๓.๕ ข้อกำหนดอื่น
(๑) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
(๒) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ…180…วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมให้เริ่มทำงาน
๕. งวดงานและการจ่ายเงิน
กรมจะจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ทำสำเร็จจริงตามราคาต่อหน่วยที่กำหนดไว้ในใบ แจ้งปริมาณงานและราคา นอกจากในกรณีต่อไปนี้
(๑) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๒๕ (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกิน ร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ ในอัตราร้อยละ ๙๐ (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
(๒) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่ กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ ๘๓ (แปดสิบสาม) ของราคาต่อหน่วย ตามสัญญา
(๓) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ ๗๕ (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็นค่า overhead และ mobilization สำหรับงานรายการนั้นในอัตราร้อยละ ๑๗ (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่างปริมาณงาน ทั้งหมดของงานรายการนั้นตามสัญญาโดยประมาณ กับปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อหน่วยตามสัญญา ทั้งนี้ การจ่ายเงินเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในงวดสุดท้ายของ การจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
(๔) กรมจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นตาม (๑) และ (๒) ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน หรือก่อนงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ตามที่กรมจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่กรมพิจารณาเห็นว่า ปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั้งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้มีผลกระทบต่อ การจ่ายเงินค่างานที่แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั้งนี้กรมอาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงิน ค่างานงวดนั้นๆ และการพิจารณาว่างานใดอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็นดุลพินิจโดยเด็ดขาดของกรม
กรมจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง เมื่อกรมหรือเจ้าหน้าที่ ของกรมได้ทำการตรวจสอบผลงานที่ทำเสร็จแล้ว และปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อกำหนดแห่งสัญญาทุก ประการกรมจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั้นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง
การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการ
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมชลประทานจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์….ราคา….
๗. อัตราค่าปรับ
๗.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ……๑๐……ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๗.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างก่อสร้าง นอกเหนือจากข้อ ๗.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ…..๐.๑๐….. ของราคางานจ้าง - 5 -
๘. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า..๒.ปี.-..เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน……๑๕.….วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๙. การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาค่าจ้างทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด ให้แก่กรมชลประทาน ก่อนรับเงินล่วงหน้านั้น
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างครั้งเดียวเต็มจำนวนตามสัญญาข้อ ๕ เมื่อผู้รับจ้างร้องขอ และต้องร้องขอครั้งเดียวเต็มจำนวนเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้องร้องขอเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบงานงวดแรก กรณีผู้รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้หลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีมูลค่าเท่ากับจำนวน เงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ว่าจ้างจะต้องหักไว้ในแต่ละงวด หากผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดใดแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิ ขอคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดนั้นได้
๑๐. การหักเงินประกันผลงาน
ในการจ่ายเงินแต่ละงวด กรมชลประทาน จะหักเงินจำนวนร้อยละ ๑๐ ของเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั้นเพื่อ เป็นประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ ของค่าจ้างทั้งหมด ผู้รับจ้างมีสิทธิ ที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหนังสือค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศ มาวางไว้ต่อกรมชลประทาน เพื่อเป็นหลักประกันแทน
กรมชลประทานจะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้าง พร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย
๑๑. การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคา จะนำมาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลง หรือเพิ่มขึ้น โดยวิธีการตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๒ เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๑๐๙ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๒ และหนังสือสำนักงบประมาณ ที่ นร ๐๗๓๑.๑/ว ๑๐๔ ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับวันเปิดซอง ที่ใช้ในการคำนวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่กรมได้ ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารการจ้างก่อสร้าง
๑๒. มาตรฐานฝีมือช่าง
เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้างนี้แล้ว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง ตกลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้ผ่าน การทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจาก สถาบันของทางราชการ หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. หรือ เทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีจำนวนช่างอย่างน้อย ๑ คน ในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี้
๑๒.๑ ช่างก่อสร้างหรือช่างโยธา