ประกวดราคาซื้อโครงการซื้อเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ำ (Hydrophone)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ำ (Hydrophone) จำนวน 15 ชุด เพื่อสนับสนุนภารกิจการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา โดยใช้เทคโนโลยีการสำรวจเชิงบูรณาการเพื่อติดตามประชากรและการกระจายตัวของโลมาแบบใกล้เวลาจริง (Near Real-time) อุปกรณ์ที่จัดซื้อต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคระดับสูง อาทิ การบันทึกเสียงที่ย่านความถี่ 20 Hz ถึง 96,000 Hz, รองรับการบันทึกต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 180 ชั่วโมง, มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมใต้น้ำที่ความลึก 300 เมตร และต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบ GNSS หรือระบบสื่อสารข้อมูลภายนอกเพื่อการพัฒนาระบบวิเคราะห์ด้วย AI ในอนาคตได้ ผู้ชนะการประกวดราคาต้องรับผิดชอบการติดตั้ง ทดสอบระบบ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และรับประกันอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี พร้อมมีอะไหล่สำรองรองรับการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี
English summary
The Lower Gulf of Thailand Marine and Coastal Resources Research Center is procuring 15 Hydrophone units to monitor Irrawaddy dolphin populations in Songkhla Lake. The equipment must support high-resolution audio recording (192 kHz/16-bit), operate at depths of up to 300 meters, and feature interfaces for future integration with GNSS and real-time data transmission systems (e.g., LTE/MQTT). The project budget is 4,500,000 THB, with a 120-day delivery and installation timeline. The scope includes training, documentation, and a minimum 1-year warranty with a 5-year spare parts availability guarantee.
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง เลขที่ 158 หมู่ที่ 8 ต.พะวง อ.เมืองสงขลา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดหาเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ำ (Hydrophone) จำนวน 15 ชุด สำหรับใช้ในการสำรวจและประเมินประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาให้ครอบคลุมพื้นที่ตามแผนปฏิบัติงาน
ขอบเขตของงาน
- จัดหาเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ำ (Hydrophone) จำนวน 15 ชุด ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนด
- ดำเนินการติดตั้งและทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
- จัดฝึกอบรมการใช้งาน การดูแลรักษา และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้แก่เจ้าหน้าที่
- จัดทำคู่มือการใช้งานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ให้บริการรับประกันอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี และจัดหาอะไหล่สำรองเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ำ (Hydrophone) จำนวน 15 ชุด
- เอกสารคู่มือการใช้งาน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละ 1 ชุด)
- เอกสารประกอบการฝึกอบรม
- เอกสารรับประกันอุปกรณ์และหนังสือรับรองอะไหล่สำรอง
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคา และลงทะเบียนในระบบ e-GP
- Standards Compliance: อุปกรณ์ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีหนังสือรับรองว่ามีอะไหล่สำรองสำหรับซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทดแทนทุกชิ้นส่วนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เอกสารถูกต้อง และเสนอราคาต่ำสุด โดยต้องไม่เกินวงเงินงบประมาณ 4,500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมด)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ย่านความถี่: 20 Hz ถึง 96,000 Hz หรือกว้างกว่า
- Sampling Rate: 192 kHz หรือสูงกว่า
- Audio Resolution: ไม่น้อยกว่า 16-bit (Mono)
- หน่วยความจำ: SD Card เกรดอุตสาหกรรม ขนาดไม่น้อยกว่า 256 GB
- แบตเตอรี่: ความจุไม่น้อยกว่า 10,000 mAh ใช้งานต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน
- ความทนทาน: กันน้ำลึกไม่น้อยกว่า 300 เมตร อุณหภูมิใช้งาน 0-50 องศาเซลเซียส
- การเชื่อมต่อ: รองรับ GNSS/GPS และการส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอล MQTT หรือเทียบเท่า
เงื่อนไขสัญญา
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของราคาครุภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับมอบ
- การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี
- การซ่อมแซม: ต้องตรวจสอบรายละเอียดภายใน 7 วัน และซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: อุปกรณ์ต้องรองรับการบันทึกเสียงแบบใด? A: ต้องรองรับการบันทึกแบบ Mono ความละเอียดไม่น้อยกว่า 16-bit และจัดเก็บในรูปแบบไฟล์ WAV
- Q: แบตเตอรี่ต้องใช้งานได้นานเท่าใด? A: ต้องมีความจุไม่น้อยกว่า 10,000 mAh และใช้งานต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน
- Q: อุปกรณ์ต้องทนแรงดันน้ำได้เท่าใด? A: ต้องสามารถกันน้ำได้ที่ระดับความลึกไม่น้อยกว่า 300 เมตร
- Q: มีข้อกำหนดเรื่องหน่วยความจำอย่างไร? A: ต้องเป็น SD Card เกรดอุตสาหกรรม ขนาดไม่น้อยกว่า 256 GB
- Q: อุปกรณ์ต้องรองรับการพัฒนาในอนาคตอย่างไร? A: ต้องมีช่องเชื่อมต่อสำหรับ GNSS/GPS และรองรับการส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอล MQTT
- Q: การรับประกันครอบคลุมระยะเวลานานเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ส่งมอบและตรวจรับ
- Q: หากอุปกรณ์เสีย ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร? A: ต้องเข้าตรวจสอบภายใน 7 วัน และซ่อมแซมให้เสร็จภายใน 1 เดือน
- Q: ต้องมีอะไหล่สำรองนานเท่าใด? A: ต้องมีอะไหล่สำรองสำหรับซ่อมแซมทุกชิ้นส่วนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
- Q: การฝึกอบรมกำหนดไว้อย่างไร? A: ต้องจัดฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 วัน
- Q: ข้อมูลที่บันทึกต้องนำไปใช้กับระบบใดได้บ้าง? A: ต้องสามารถนำไปใช้กับซอฟต์แวร์วิเคราะห์เสียง, ระบบ AI, หรือระบบคลาวด์ภายนอกได้โดยไม่จำกัดยี่ห้อ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
- ความเป็นมา
รายละเอียดขอบเขตงาน (TOR)
โครงการจัดซื้อเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (ศวทล.) สถาบันวิจัยและพัฒนา
6
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รับงบประมาณ ปี 2568 เงินนอกงบประมาณ แผนงาน : การขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา โครงการย่อยที่ 1 : โครงการประเมินประชากรและการกระจายตัวของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสํารวจเชิงบูรณาการและ
ระบบรายงานผลการตรวจพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน กิจกรรม โครงการประเมิน
ประชากรและการกระจายตัวของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสํารวจเชิงบูรณาการและระบบรายงานผล
การตรวจพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
การดําเนินงานสํารวจในโครงการนี้ ใช้วิธีการสํารวจ เพื่อเก็บข้อมูลการกระจายตัวของโลมาอิรวดี
3 วิธี ได้แก่ การสํารวจด้วยเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา การสํารวจทางเรือ และการสํารวจทางอากาศ ข้อมูลที่ได้ จะนํามาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมี
ประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การสํารวจด้วยเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา ทางศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง มีเครื่องมือที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการสํารวจและติดตามประชากรโลมาอิรวดีอย่างต่อเนื่อง จึงมีความ จําเป็นต้องจัดหาเครื่องมือรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา (Hydrophone) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้ครอบคลุมพื้นที่ สํารวจตามแผนงาน และเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และต่อเนื่องสําหรับการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบ สงขลาอย่างยั่งยืน - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อจัดหาเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา (Hydrophone) จํานวน 15 ชุด สําหรับใช้ในการสํารวจและ ประเมินประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาให้ครอบคลุมพื้นที่ตามแผนปฏิบัติงาน - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของ รัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
Ahma
It
h
2
3.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียน
ชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้ง งานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล ผู้ที่มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข
ที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้า
รายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงาน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญามากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ มูลค่าจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
(3) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการ หรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ
сватб
It
3
สู้
มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) ทั้งนี้ หนังสือรับรอง วงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 (ท้ายหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566) - หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาตัดสิน โดยใช้เกณฑ์พิจารณาจากผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เอกสารถูกต้อง และเสนอราคาต่ําสุด โดยต้องไม่เกิน วงเงินงบประมาณ ราคาต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเป็นราคาต่ําสุด - ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดซื้อ
ผู้ขายต้องดําเนินการจัดหา ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบระบบตรวจวัดและวิเคราะห์ภูมิทัศน์เสียงใต้น้ํา อาทิ เสียงชีวภาพ (Biophony) เสียงจากกิจกรรมมนุษย์ (Anthropophony) เสียงธรรมชาติ (Geophony) แบบเวลาจริง (Real time) หรือ ใกล้เวลาจริง (Near real time) ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.1 ชุดบันทึกเสียงใต้น้ํา (Hydrophone) จํานวน 15 ชุด
5.1.1 สามารถบันทึกข้อมูลเสียงใต้น้ําที่ย่านความถี่ระหว่าง 20 Hz ถึง 96,000 Hz หรือ กว้างกว่า และมีอัตราการสุ่มตัวอย่าง (Sampling rate) แบบ 192 kHz หรือสูงกว่า
ไม่น้อยกว่า 16-bit
5.1.2 สามารถบันทึกเสียงแบบ Mono ที่ความละเอียดของสัญญาณเสียง (Audio Resolution)
5.1.3 สามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบไฟล์ WAV ได้เป็นอย่างน้อย พร้อมตราประทับเวลา (Timestamp) ขณะบันทึก
5.1.4 มีหน่วยความจําแบบ SD card เกรดอุตสหกรรม (Industrial grade) สําหรับบันทึกข้อมูล ขนาดไม่น้อยกว่า 256 GB สามารถบันทึกเสียงต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 180 ชั่วโมง และสามารถยืดระยะเวลาการ บันทึกข้อมูลเพิ่มเป็น 360 ชั่วโมง กรณีการตั้งค่าการบันทึกข้อมูลแบบ 50% Duty Cycle นอกจากนี้ ช่องหน่วยความจํา (SD Socket) ต้องสามารถรองรับการเพิ่มขยายหน่วยความจําที่มากขึ้น เพื่อการบันทึกเสียงที่ นานขึ้นได้ในอนาคต
5.1.5 มีแบตเตอรี่แบบลิเทียม ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 10,000 มิลลิแอมป์-ชั่วโมง (milliampere-hour) สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน แบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนได้ โดยง่ายโดยผู้ใช้งาน และรองรับการเพิ่มความจุของขนาดแบตเตอรี่ในอนาคตได้
5.1.6 มีเคสที่สามารถป้องกันน้ําแบบต่อเนื่องได้ (Water resistance) ที่ระดับความลึก ไม่น้อยกว่า 300 เมตร และสามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมช่วงอุณหภูมิระหว่าง 0 ถึง 50 องศาเซลเซียส เป็นอย่างน้อย
сватб
5.1.7 รองรับการติดตั้งร่วมกับทุ่นลอยน้ําหรือสมอได้เป็นอย่างน้อย
It
4
5.1.8 อุปกรณ์ต้องมีช่องทางการเชื่อมต่อหรือส่วนต่อประสาน (Interface) ที่สามารถรองรับการ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระบุตําแหน่งด้วยระบบ GNSS หรือ GPS เพื่อรองรับการพัฒนาหรือเพิ่มเติมระบบในอนาคตได้
5.1.9 อุปกรณ์ต้องมีช่องทางการเชื่อมต่อหรือส่วนต่อประสาน (Interface) สําหรับรองรับการ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารข้อมูลภายนอก เพื่อรองรับการพัฒนาระบบส่งข้อมูลแบบไร้สายหรือผ่านเครือข่ายใน อนาคต เช่น LTE หรือระบบสื่อสารอื่นที่เหมาะสมกับการใช้งาน และสามารถรองรับการพัฒนาการรับ-ส่งข้อมูล โดยใช้โปรโตคอล MQTT หรือเทียบเท่าได้
5.1.10 ข้อมูลเสียงที่บันทึกจากอุปกรณ์ต้องสามารถนําออกหรือส่งออกในรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน
ที่สามารถนําไปใช้กับซอฟต์แวร์หรือระบบประมวลผลข้อมูลภายนอก เพื่อรองรับการวิเคราะห์และจําแนกข้อมูล เสียงด้วยวิธีการประมวลผลสัญญาณเสียง ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: Al) หรือเทคโนโลยีอื่นที่
เหมาะสมได้
ข้อมูลดังกล่าวต้องสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาระบบตรวจหา วิเคราะห์ หรือจําแนก สัญญาณเสียงของโลมาอิรวดี เช่น เสียงประเภท Click และ Whistle รวมถึงเสียงประเภทอื่น เช่น เสียงเครื่องยนต์ เรือ หรือเสียงกุ้งดีดขัน (Snapping Shrimp) และต้องสามารถนําข้อมูลหรือผลการวิเคราะห์ไปจัดเก็บหรือ ประมวลผลต่อในรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน เช่น WAV และ CSV หรือรูปแบบอื่นที่สามารถนําไปประมวลผลต่อได้
5.1.11 อุปกรณ์และข้อมูลที่ได้จากการบันทึกต้องมีรูปแบบหรือช่องทางการนําข้อมูลออกที่
สามารถนําไปใช้ในการพัฒนาร่วมกับระบบประมวลผลข้อมูลภายนอก ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล ระบบฐานข้อมูล หรือระบบคลาวด์ (Cloud) เพื่อรองรับการพัฒนาระบบตรวจวิเคราะห์และรายงานผลการตรวจพบแบบเวลาจริง (Real-time) หรือใกล้เวลาจริง (Near Real-time) ในอนาคตได้
ระบบหรือรูปแบบข้อมูลต้องไม่จํากัดการนําข้อมูลไปใช้เฉพาะกับซอฟต์แวร์หรือระบบของผู้ผลิต รายใดรายหนึ่ง โดยข้อมูลที่บันทึกได้ต้องสามารถนําออกและนําไปประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์หรือระบบภายนอกที่ รองรับรูปแบบข้อมูลดังกล่าวได้
(สงขลา)
5.2 การส่งมอบและทดสอบอุปกรณ์
5.2.1 ผู้ขายต้องส่งมอบอุปกรณ์ ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง
5.2.2 ผู้ขายต้องดําเนินการทดสอบการทํางานของอุปกรณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากร
ทางทะเลและชายฝั่ง
5.2.3 ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์ให้แก่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง โดยกําหนดเวลาไม่น้อยกว่า 1 วัน พร้อมเอกสารประกอบการอบรม
5.2.4 ผู้ขายต้องจัดทําคู่มือการใช้งานภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละไม่น้อยกว่า 1 ชุด 5.2.5 ผู้ขายต้องรับประกันอุปกรณ์เสียหาย จากการใช้งานตามปกติ ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ส่งมอบและตรวจรับ ครอบคลุมการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ที่ชํารุดจากการใช้งานตามปกติ
โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
5.2.6 ผู้ขายต้องมีหนังสือรับรองว่ามี อะไหล่สํารองสําหรับซ่อมแซม หรือเปลี่ยนทดแทน ทุกชิ้นส่วนของอุปกรณ์ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี หากเลิกผลิต ต้องมีอะไหล่ทดแทน
свит
It
5
5.2.7 กรณีต้องมีการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอะไหล่ ผู้ขาย ต้องเข้าดําเนินการตรวจสอบ รายละเอียดของอุปกรณ์ที่ชํารุด ภายใน 7 วัน และเร่งดําเนินการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอะไหล่ ให้แล้วเสร็จ
ในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน - ระยะเวลาดําเนินการ
ภายในระยะเวลา 120 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา - วงเงินในการจัดหา งวดงาน และการจ่ายเงิน
7.1 จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา ภายใต้งบประมาณปี 2568 เงินนอกงบประมาณ แผนงาน : การขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา โครงการย่อยที่ 1 : โครงการประเมินประชากร
และการกระจายตัวของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสํารวจเชิงบูรณาการและระบบรายงานผลการตรวจพบ แบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน กิจกรรม โครงการประเมินประชากรและการกระจายตัวของ โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสํารวจเชิงบูรณาการและระบบรายงานผลการตรวจพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อ การอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน จํานวน 1 รายการ จํานวนเงินทั้งสิ้น 4,500,000 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) - หลักเกณฑ์ในการตรวจรับ
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะดําเนินการตรวจสอบจํานวน ความครบถ้วน คุณลักษณะเฉพาะ และการ
ทํางานของอุปกรณ์ที่ผู้ขายส่งมอบให้เป็นไปตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กําหนดไว้ในขอบเขตของงานและ เงื่อนไขตามสัญญา โดยมีหลักเกณฑ์ในการตรวจรับ ดังนี้
8.1 การตรวจรับเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา (Hydrophone)
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะดําเนินการตรวจสอบจํานวน ความครบถ้วน คุณลักษณะเฉพาะ และการ ทํางานของเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา (Hydrophone) จํานวน 15 ชุด ให้เป็นไปตามรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะที่กําหนดไว้ในข้อ 5.1 และเงื่อนไขตามสัญญา โดยมีหลักเกณฑ์ในการตรวจรับ ดังนี้
8.1.1 การตรวจสอบจํานวนและสภาพอุปกรณ์ ตรวจสอบเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา จํานวน 15 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ให้มีจํานวนและรายการครบถ้วนตรงตามสัญญา อุปกรณ์ที่ส่งมอบต้องเป็น ของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีความชํารุดบกพร่อง และพร้อมใช้งาน รวมทั้งตรวจสอบยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขประจําเครื่อง (Serial Number) ให้ตรงกับรายการที่ผู้ขายเสนอและได้รับ อนุมัติตามสัญญา
8.1.2 การตรวจสอบย่านความถี่และอัตราการสุ่มตัวอย่าง ตรวจสอบจากเอกสารแสดงคุณ ลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ (Datasheet) คู่มือ (Manual) หรือเอกสารทางเทคนิคที่ออกโดยผู้ผลิตว่า อุปกรณ์ สามารถบันทึกข้อมูลเสียงใต้น้ําในย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz ถึง 96,000 Hz หรือกว้างกว่า และมีอัตราการสุ่ม ตัวอย่าง (Sampling Rate) ไม่น้อยกว่า 192 kHz
8.1.3 การตรวจสอบความละเอียดของสัญญาณเสียง ตรวจสอบจากเอกสารทางเทคนิค และ ทดสอบการตั้งค่าหรือการบันทึกเสียงว่า อุปกรณ์สามารถบันทึกเสียงแบบโมโน (Mono) ที่ความละเอียดของ สัญญาณเสียง (Audio Resolution) ไม่น้อยกว่า 16-bit
свий
It
6
8.1.4 การตรวจสอบการบันทึกและรูปแบบไฟล์ข้อมูล ทดสอบการบันทึกข้อมูลเสียงจริง และนํา ข้อมูลออกจากอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบว่า สามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบไฟล์ WAV ได้ โดยไฟล์ข้อมูลต้องสามารถ เปิดอ่านหรือนําไปประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ที่รองรับไฟล์ WAV ได้ และต้องมีตราประทับเวลา (Timestamp) ที่สามารถตรวจสอบวันและเวลาที่บันทึกข้อมูลได้
8.1.5 การตรวจสอบหน่วยความจําและระยะเวลาการบันทึกข้อมูล ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ติดตั้ง หน่วยความจําแบบ SD Card เกรดอุตสาหกรรม (Industrial Grade) ขนาดไม่น้อยกว่า 256 GB และตรวจสอบ จากเอกสารทางเทคนิค คู่มือ หรือเอกสารรับรองจากผู้ผลิตว่า สามารถบันทึกข้อมูลเสียงต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 180 ชั่วโมง และสามารถเพิ่มระยะเวลาการบันทึกได้ไม่น้อยกว่า 360 ชั่วโมง กรณีตั้งค่าการบันทึกแบบ 50% Duty Cycle รวมทั้งสามารถรองรับการเพิ่มขนาดหน่วยความจําได้ตามที่กําหนดในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
8.1.6 การตรวจสอบแบตเตอรี่และระยะเวลาการทํางาน ตรวจสอบแบตเตอรี่ที่ติดตั้งกับอุปกรณ์ ว่ามีความจุไม่น้อยกว่า 10,000 มิลลิแอมป์-ชั่วโมง (mAh) สามารถถอดเปลี่ยนได้โดยผู้ใช้งาน และตรวจสอบจาก เอกสารทางเทคนิค คู่มือ หรือเอกสารรับรองจากผู้ผลิตว่า สามารถจ่ายพลังงานให้อุปกรณ์ทํางานได้ต่อเนื่องไม่น้อย กว่า 7 วัน ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานหรือการตั้งค่าที่ผู้ผลิตกําหนด รวมทั้งรองรับการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ได้ ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
8.1.7 การตรวจสอบตัวเรือนและความสามารถในการใช้งานใต้น้ํา ตรวจสอบจากเอกสารแสดง คุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ คู่มือ ผลการทดสอบ หรือเอกสารรับรองจากผู้ผลิตว่า ตัวเรือนอุปกรณ์สามารถใช้ งานใต้น้ําที่ระดับความลึกไม่น้อยกว่า 300 เมตร และสามารถใช้งานในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ 0 ถึง 50 องศาเซลเซียส
ได้เป็นอย่างน้อย
8.1.8 การตรวจสอบการรองรับการติดตั้งภาคสนาม ตรวจสอบตัวอุปกรณ์ จุดยึด หรืออุปกรณ์ ประกอบว่า สามารถรองรับการติดตั้งร่วมกับทุ่นลอยน้ําหรือสมอได้ โดยต้องมีลักษณะที่เหมาะสมสําหรับการติดตั้ง
และใช้งานภาคสนาม
8.1.9 การตรวจสอบความสามารถในการรองรับระบบระบุตําแหน่งในอนาคต ตรวจสอบจาก เอกสารแสดงคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ คู่มือ แผนผังการเชื่อมต่อ (Connection Diagram) เอกสารแสดง รายละเอียดส่วนต่อประสาน (Interface) หรือเอกสารทางเทคนิคจากผู้ผลิตว่า อุปกรณ์มีช่องทางการเชื่อมต่อหรือ ส่วนต่อประสานที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระบุตําแหน่งด้วยระบบ GNSS หรือ GPS หรือระบบอื่นที่ มีคุณสมบัติเทียบเท่า เพื่อรองรับการพัฒนาหรือเพิ่มเติมระบบในอนาคต
8.1.10 การตรวจสอบความสามารถในการรองรับระบบสื่อสารข้อมูลในอนาคต ตรวจสอบจาก เอกสารแสดงคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ คู่มือ แผนผังการเชื่อมต่อ เอกสารแสดงรายละเอียดส่วนต่อ ประสาน หรือเอกสารทางเทคนิคจากผู้ผลิตว่า อุปกรณ์มีช่องทางการเชื่อมต่อหรือส่วนต่อประสานสําหรับรองรับ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารข้อมูลภายนอก เพื่อรองรับการพัฒนาระบบส่งข้อมูลผ่าน LTE หรือระบบสื่อสารอื่น ที่เหมาะสม รวมถึงสามารถนําไปพัฒนาการรับ-ส่งข้อมูลโดยใช้โปรโตคอล MQTT หรือโปรโตคอลอื่นที่มีคุณสมบัติ
เทียบเท่าได้ในอนาคต
8.1.11 การตรวจสอบความสามารถในการนําข้อมูลไปวิเคราะห์และจําแนกเสียง ทดสอบการนํา ข้อมูลเสียงที่บันทึกจากอุปกรณ์ออกมาใช้งาน โดยข้อมูลต้องอยู่ในรูปแบบมาตรฐานที่สามารถนําไปเปิดอ่าน
วิเคราะห์ หรือประมวลผลต่อด้วยซอฟต์แวร์ภายนอกได้ และตรวจสอบจากเอกสารทางเทคนิคหรือการสาธิต
It
7
ว่า ข้อมูลดังกล่าวสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาระบบวิเคราะห์หรือจําแนกสัญญาณเสียง เช่น เสียงโลมาอิรวดี ประเภท Click และ Whistle เสียงเครื่องยนต์เรือ หรือเสียงกุ้งดีดขัน (Snapping Shrimp) ได้
8.1.12 การตรวจสอบความสามารถในการรองรับการพัฒนาระบบประมวลผลและรายงานผลใน อนาคต ตรวจสอบรูปแบบข้อมูล ช่องทางการนําข้อมูลออก และเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องว่า ข้อมูลที่ได้จาก อุปกรณ์สามารถนําไปใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล ระบบฐานข้อมูล หรือระบบคลาวด์ (Cloud) ภายนอก เพื่อรองรับการพัฒนาระบบประมวลผลและรายงานผลแบบเวลาจริง (Real-time) หรือใกล้เวลาจริง (Near Real- time) ในอนาคตได้ โดยข้อมูลต้องสามารถนําออกจากอุปกรณ์และนําไปประมวลผลด้วยระบบภายนอกได้ โดยไม่
จํากัดการใช้งานเฉพาะระบบของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง
8
8.1.13 การทดสอบการทํางานโดยรวม ผู้ขายต้องดําเนินการตั้งค่าและสาธิตการทํางานพื้นฐาน ของเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ํา ตั้งแต่การเปิดใช้งาน การกําหนดค่าการบันทึก การบันทึกข้อมูล การหยุดบันทึก การนําข้อมูลออกจากอุปกรณ์ และการเปิดอ่านไฟล์ข้อมูล เพื่อแสดงว่าอุปกรณ์สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์
8.2 การทดสอบระบบ การฝึกอบรม และเอกสารส่งมอบ
8.2.1 ผู้ขายต้องดําเนินการติดตั้ง ตั้งค่า และทดสอบการทํางานของอุปกรณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยอุปกรณ์และระบบต้องสามารถทํางานได้ตามวัตถุประสงค์และคุณลักษณะ
เฉพาะที่กําหนด
8.2.2 ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมการใช้งาน การตั้งค่า การดาวน์โหลดและจัดการข้อมูล การใช้งาน ซอฟต์แวร์ การดูแลรักษา และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้แก่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 1 วัน พร้อมเอกสารประกอบการฝึกอบรม
8.2.3 ผู้ขายต้องส่งมอบคู่มือการใช้งานภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละไม่น้อยกว่า 1 ชุด รวมทั้งเอกสารทางเทคนิค เอกสารรับประกัน และเอกสารอื่นตามที่กําหนดในสัญญาให้ครบถ้วน
8.2.4 อุปกรณ์ที่ส่งมอบต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งาน และไม่มีความชํารุดบกพร่อง
8.2.5 การตรวจสอบคุณลักษณะที่ไม่สามารถทดสอบได้โดยตรง ณ วันตรวจรับ เช่น ระดับความ ลึกในการใช้งาน ระยะเวลาการทํางานต่อเนื่อง จํานวนรอบการชาร์จแบตเตอรี่ หรือคุณลักษณะเฉพาะอื่นที่ต้องใช้ ระยะเวลาทดสอบเป็นเวลานาน ให้พิจารณาจากเอกสารแสดงคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ (Datasheet) คู่มือ เอกสารผลการทดสอบ หรือหนังสือรับรองจากผู้ผลิตประกอบการตรวจรับ
8.2.6 ในกรณีที่ผลการตรวจสอบหรือทดสอบพบว่าอุปกรณ์ รายการพัสดุ หรือระบบส่วนใดไม่ เป็นไปตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือเงื่อนไขตามสัญญา ผู้ขายต้องดําเนินการแก้ไข เปลี่ยน หรือจัดหา อุปกรณ์ให้ถูกต้องครบถ้วน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ก่อนที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะดําเนินการ
ตรวจรับ - ผู้รับผิดชอบโครงการ
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง เลขที่ 158 หมู่ที่ 8 ตําบลพะวง อําเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 90100 โทรศัพท์ 0 7430 7079 E-mail : [email protected]
It
00
8 - อัตราค่าปรับ
กรณีที่ผู้ขายส่งมอบครุภัณฑ์ล่าช้าเกินกว่าระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา กรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่งจะคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาครุภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับมอบ นับถัดจากวันสิ้นสุดสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้ส่งมอบครุภัณฑ์ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา - สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กลุ่มงานสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์
ที่อยู่ 158 หมู่ 8 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา 90100
โทรศัพท์ 0 7430 7079
E-mail: [email protected]
твий
It