ประกวดราคาจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ประจำปี 2570 เลขที่ หจก4. 40/2569
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ประจำปี 2570 เพื่อให้การดำเนินงานด้านไอทีในสำนักงานกลางเป็นไปอย่างมีระบบและได้มาตรฐาน โดยต้องการบุคลากรจำนวน 57 คน ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
ขอบเขตงานประกอบด้วย:
- การติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
- การดูแลระบบโสตทัศนูปกรณ์ในห้องประชุม
- การบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- การบันทึกและประมวลผลข้อมูลสารสนเทศ
- การดูแลเว็บไซต์และงานออกแบบสื่อกราฟิก/สิ่งพิมพ์
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีประสบการณ์ตรงในการรับจ้างเหมาบริการกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้ โดยต้องมีผลงานในสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และผลงานต้องแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันเสนอราคา
งบประมาณรวมทั้งสิ้น 13,629,736.39 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าจ้าง ค่าดำเนินการ ค่าเครื่องแบบ อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าทำงานนอกเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าที่พัก โดย กฟผ. จะพิจารณาตัดสินด้วยหลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุดที่ถูกต้องตามข้อกำหนด การจ้างงานมีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึง 31 ธันวาคม 2570
English summary
The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) is seeking bids for a computer services outsourcing contract for the year 2027. The project requires 57 personnel with at least a vocational diploma (Por Wor Sor) in computer science or related fields to work at EGAT’s central office. The scope of work includes hardware/software maintenance, network support, audiovisual equipment management, data processing, and graphic/web design. Bidders must be legal entities with a proven track record of similar services for government or reputable private organizations, with a single contract value of at least 6.8 million THB completed within the last 5 years. The total budget is 13,629,736.39 THB (including VAT). The contract duration is one year, from January 1, 2027, to December 31, 2027.
สำนักงานกลาง กฟผ.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้การดำเนินงานด้านคอมพิวเตอร์ของ กฟผ. เป็นมาตรฐานเดียวกัน
- เพื่อให้การบริหารจัดการงานด้านคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างมีระบบ
- เพื่อเปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดจ้าง
- เพื่อจัดหาบุคลากรจำนวน 57 คน มาปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ในสำนักงานกลาง กฟผ.
ขอบเขตของงาน
- ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
- ควบคุมและดูแลอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ในห้องประชุม
- ประสานงานหรือควบคุมงานที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- งานบันทึก รวบรวม และประมวลผลข้อมูลสารสนเทศ
- จัดทำ ปรับปรุง และบำรุงรักษาเว็บไซต์
- ดูแลและบริหารข้อมูลบนเว็บไซต์ให้ทันสมัย
- ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ และงานกราฟิก
- ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์จำนวน 57 คน ตามคุณสมบัติที่กำหนด
- รายงานการปฏิบัติงานประจำเดือน
- แผนการทำงาน (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
- หลักฐานการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและหนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร
- บัตรแสดงตนของบุคลากร
- รายงานผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย (รายเดือน)
ระยะเวลาดำเนินการ
1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: นิติบุคคลที่ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กฟผ. และกฎหมาย PDPA
- Experience: ต้องมีผลงานจ้างเหมาบริการกับหน่วยงานราชการ องค์การ เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้ โดยเป็นผู้รับจ้างโดยตรง (ไม่ใช่ผู้รับจ้างช่วง)
- Previous Project Cost: ราคาตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี
- Technical Capabilities: มีความสามารถในการจัดหาบุคลากรและบริหารจัดการงานด้านคอมพิวเตอร์ตามขอบเขตที่กำหนด
- Personnel: บุคลากรต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์, มีประสบการณ์ด้าน Windows/Linux, Microsoft Office, ซ่อมบำรุงฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์, ระบบเครือข่าย, Web Page (HTML, PHP, Joomla) และ Graphic Design
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด
- รายละเอียดข้อเสนอต้องถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดของ กฟผ.
- กรณีผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับสิทธิพิจารณาจัดซื้อจัดจ้าง
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- บุคลากรต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี สัญชาติไทย
- ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- ต้องมีความประพฤติดี กิริยามารยาทเรียบร้อย
- ต้องสวมเครื่องแบบและติดบัตรแสดงตนขณะปฏิบัติงาน
- ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยของ กฟผ. อย่างเคร่งครัด
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละ 1 เดือน รวม 12 งวด
- กฟผ. จะหักค่าบริการตามส่วนหากบุคลากรไม่ครบหรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้
- ค่าปรับกรณีบุคลากรไม่ครบ: วันละร้อยละ 0.2 ของค่าบริการบุคลากรคนนั้น
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคางานตามสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: บุคลากรต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างไร? A: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- Q: กฟผ. มีการจ่ายค่าเครื่องแบบหรือไม่? A: มี โดยจ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาท/คน/ปี
- Q: หากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ผู้รับจ้างสามารถขอปรับราคาได้หรือไม่? A: สามารถร้องขอได้ตามส่วนต่างที่รัฐบาลประกาศเพิ่มขึ้น
- Q: ต้องมีผู้ควบคุมงานหรือไม่? A: หากมีบุคลากรเกิน 30 คน ต้องมีผู้ควบคุมงานอย่างน้อย 1 คน
- Q: การจ่ายค่าทำงานนอกเวลาปกติคำนวณอย่างไร? A: จ่ายตามชั่วโมงทำงานจริงในอัตรา 1.5 เท่า (วันทำงาน) หรือ 3 เท่า (วันหยุด) ของค่าจ้างรายชั่วโมง
- Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยอย่างไร? A: ต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฟผ. ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง และส่งมอบหลักฐานการอบรมก่อนเริ่มงาน
- Q: ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรต้องเปิดเผยให้ กฟผ. หรือไม่? A: ต้องส่งมอบหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ กฟผ.
- Q: หากบุคลากรลาออกหรือเปลี่ยนตัว ต้องแจ้งล่วงหน้าหรือไม่? A: ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน พร้อมส่งประวัติและสำเนาบัตรประชาชนของคนใหม่
- Q: กฟผ. มีการตรวจรับงานอย่างไร? A: ตรวจรับมอบงานเป็นรายเดือนโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
- Q: หากระบบ e-GP ขัดข้อง ต้องส่งเอกสารที่ไหน? A: ส่งเป็นหนังสือถึงหัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้างสายงานกลาง 4 กฟผ. สำนักงานใหญ่
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างเหมาบริการเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์ ประจ าปี2570
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ ประจำปี2570 วงเงินงบประมาณรวมภ าษีมูลค่าเพิ่ม 13,629,736.39 บาท (สิบสามล้านหกแสนสองหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยสามสิบหกบาทสามสิบเก้าสตางค์) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญของ ขอบเขตของงาน (TOR) และเงื่อนไขการจ้างฯ ดังต่อไปนี้
- ความเป็นมา
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้กำหนดแผนในการนำงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ มาทำการรวมจ้างเพื่อให้มีการดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถบริหารจัดการ ได้อย่างเป็นระบบ โดยเป็นการจ้างที่เปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม - วัตถุประสงค์
กฟผ. มีความประสงค์จะจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์โดยให้ปฏิบัติงานตามหน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักงานกลาง กฟผ. จำนวน 57 คน - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หัวข้อ คุณสมบัติของผู้ ยื่นข้อเสนอ
3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคล ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง ดังกล่าว
3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจ้างเหมาบริการ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้างโดยตรงกับเจ้าของโครงการ ที่เป็นหน่วยงานราชการ องค์การ เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้สำหรับงานนั้น ๆ มิใช่ผู้รับจ้างช่วง ซึ่งมีราคา งานตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 6,800,000.00 บาท (หกล้านแปดแสนบาทถ้วน) โดยเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญาไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองผลงานมาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น เอกชนให้แนบสำเนาสัญญาด้วย
1/12 - เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันเสนอราคาด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 4.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักฐานการยื่นข้อเสนอของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
4.2 สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com (ถ้ามี) 4.3 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเอกชน ให้ยื่นสำเนาสัญญาด้วย
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น - งบประมาณ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
เป็นเงิน 13,629,736.39 บาท (สิบสามล้านหกแสนสองหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยสามสิบหกบาทสามสิบเก้าสตางค์) ประกอบด้วย
- ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการ 11,867,434.20 บาท
- ค่าเครื่องแบบ เป็นเงินประมาณ 54,891.00 บาท
- ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล เป็นเงินประมาณ 1,070.00 บาท
- ค่าทำงานนอกเวลาปกติ เป็นเงินประมาณ 675,075.19 บาท
- ค่าเบี้ยเลี้ยง เป็นเงินประมาณ 401,464.00 บาท
- ค่าเช่าที่พัก เป็นเงินประมาณ 629,802.00 บาท
- ราคากลาง (ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าด าเนินการ) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
เป็นเงิน 11,867,434.20 บาท (สิบเอ็ดล้านแปดแสนหกหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสามสิบสี่บาทยี่สิบสตางค์) - หลักประกันการเสนอราคา
กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงิน 681,487.00 บาท (หกแสนแปดหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยแปดสิบเจ็ดบาทถ้วน) - หลักเกณฑ์การเสนอราคาและหลักเกณฑ์การพิจารณา
8.1 เป็นไปตามหัวข้อการเสนอราคา และหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
2/12
8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้อง ครบถ้วน ตามข้อกำหนดของ กฟผ.
8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเป็นค่าบริการ ที่คำนวณจากค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ค่าใช้จ่าย และค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
8.3.1 การคำนวณค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากรต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างตามที่ กฟผ. กำหนดไว้ ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ข้อ1
8.3.2 การคำนวณ ค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ให้คำนวณจากค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ในอัตราตามที่กฎหมายกำหนด และค่าอบรมความปลอดภัยตามที่กำหนดในบัญชี 3เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria) ของระเบียบ กฟผ. ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
8.4 ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ข้อ 2 ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัย ส่วนบุคคล และข้อ 15 ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายให้ตามอัตราที่กำหนดใน เงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ตามที่มีการดำเนินการจริงโดยไม่ต้องเสนอราคา (ไม่แข่งขันราคา)
8.5 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ที่ไม่เกิน ร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญา ไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวม กับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว โดย กฟผ. จะพิจารณา การเป็นผู้ประกอบการ SMEs จากเอกสารสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com เท่านั้น
8.6 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 8.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 (เก้าสิบ) วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา 8.8 ภายหลังการเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ต้องแจกแจงรายละเอียดราคาค่าบริการ ตามแบบฟอร์มรายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown) ให้ กฟผ. ทราบอย่างชัดเจน
3/12
8.9 การทำสัญญา จะใช้ราคาแข่งขันตามที่ กฟผ. สรุปรับราคาบวกรวมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่แข่งขันราคา (ตามอัตราที่ กฟผ. ประมาณการไว้) เป็นวงเงินรวมของสัญญา - ระยะเวลาจ้าง
1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 - หลักประกันสัญญา
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องยื่นหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเต็ม ในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของราคางานตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวันลงนามสัญญา และ กฟผ. จะคืนหลักประกันดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวงตามเงื่อนไขสัญญา - หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
กฟผ. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง กำหนดการจ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวมทั้งหมด 12 (สิบสอง) งวด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
11.1กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
11.2สำหรับ ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
11.3กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดหาบุคลากรมาให้ครบตามจำนวน ตามข้อ 2 หรือบุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหามา ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าบริการ สำหรับในวันนั้น โดยคำนวณปรับลดลงตามส่วน จากค่าบริการรายงวดเฉลี่ยเป็นรายวัน/คน และให้ถือว่าหนึ่งเดือนมีจำนวน 30 (สามสิบ) วัน - ค่าปรับ
กรณีผู้รับจ้าง ไม่สามารถจัดหาบุคลากรเข้าทำงานครบจำนวนตามที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือบุคลากร ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. ปรับในอัตราตายตัวซึ่งเท่ากับ วันละร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าวตลอดอายุสัญญานับตั้งแต่วันที่ไม่มีบุคลากร มาปฏิบัติงาน หรือมาปฏิบัติงานไม่ครบจำนวน หรือมาแต่ไม่ปฏิบัติงานเป็นต้นไปจนกว่าจะมีบุคลากรมาปฏิบัติงาน ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยินยอมให้กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
ในระหว่างที่ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หาก กฟผ. เห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา ต่อไปได้ กฟผ. จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิของ กฟผ. ภายหลังบอกเลิกสัญญา ก็ได้ และถ้า กฟผ. ได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างขอให้ชำระค่าปรับแล้ว กฟผ. มีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
4/12 - การแก้ไขเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธิที่จะทำการแก้ไข เพิ่มเติม หรือลดงานจากรายละเอียดและเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายสัญญา ได้ทุกกรณี โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญานี้ แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องทำความตกลงกันใหม่เป็นหนังสือ และถ้าจะต้อง เพิ่มหรือลดเงินค่าบริการตามสัญญานี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ณ บัดนั้น รวมถึงกำหนดเรื่องหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาด้วย - เงื่อนไขการจ้างฯ
รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ - ข้อก าหนดการรักษาข้อมูลเป็นความลับ
ผู้รับจ้างต้องตกลงรักษาข้อมูลเป็นความลับ ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 1 - เงื่อนไขในการจัดหา
การเสนอราคาครั้งนี้ย่อมไม่ผูกพัน กฟผ. หากงบประมาณรายการนี้ไม่ได้รับอนุมัติ - ข้อก าหนดอื่น ๆ
ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงาน มาให้ภายใน 30 (สามสิบ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 2 ตัวอย่างแผนการทำงาน เว้นแต่กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 (เก้าสิบ) วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ แผนการทำงานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
5/12
เงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์ - กฟผ. ตกลงจ้างผู้รับจ้างเพื่อให้ปฏิบัติงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในอัตราค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
- บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวน 57 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 14,100.00 บาท/คน โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดบุคลากรของผู้รับจ้างจำนวน 57 คน เพื่อปฏิบัติงานในวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ วันหยุด ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์ และวันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. ระหว่างเวลา 07.30 – 16.30 น. หรือ 08.00 – 17.00 น.
1.2 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. เกี่ยวกับ การดำเนินการงานด้านคอมพิวเตอร์
1.3 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. ได้กำหนดไว้ และมีความประพฤติดี กิริยามารยาทเรียบร้อย
1.4 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกิน 5 ปี นับก่อนวันเริ่มงาน ตามสัญญาโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ส่งตรวจสอบและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยแสดงต่อ กฟผ. ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันเริ่มงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบ ได้ตลอดอายุสัญญา
1.5 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถและ/หรือ ถูกศาลสั่งให้ เป็นบุคคลล้มละลาย
1.6 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นผู้เสพหรือผู้จำหน่ายหรือ มีไว้ในครอบครอง
1.7 บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดมาปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องแจ้งประวัติให้หน่วยงานผู้ใช้งานของ กฟผ. ทราบด้วยและบุคลากรผู้นั้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่ กฟผ. สั่งเปลี่ยนตัวเนื่องจาก มีความประพฤติผิดไม่เป็นไป ตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กำหนด โดยผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ ตลอดอายุสัญญา
1.8 บุคลากรของผู้รับจ้าง ต้องติดบัตรแสดงตนและสวมเครื่องแบบของผู้รับจ้างในขณะที่ปฏิบัติงาน 1.9 ผู้รับจ้างต้องควบคุมบุคลากรของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กฟผ. และกฎระเบียบเกี่ยวกับ การรักษาความปลอดภัยของ กฟผ.
- บุคลากรของผู้รับจ้างต้องสวมเครื่องแบบของบริษัทผู้รับจ้าง และต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและ เหมาะสมกับสถานที่ทำงาน โดยมีข้อกำหนด ดังนี้
2.1 ไม่ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงและไม่สวมเสื้อยืด
2.2 ไม่สวมกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์ ความยาวกระโปรงต้องเสมอเข่าหรือคลุมเข่า
2.3 ไม่สวมรองเท้าแตะ ให้สวมรองเท้าหุ้มส้น
2.4 กรณีที่ กฟผ. กำหนดให้บุคลากรของผู้รับจ้างแต่งเครื่องแบบหรือสวมเครื่องแบบ กฟผ. จะรับภาระ ค่าเครื่องแบบให้ตามจำนวนของบุคลากรที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ข้อ 1 หากมีการเปลี่ยนตัวบุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องแบบให้บุคลากรเอง ไม่สามารถเบิกจาก กฟผ. ได้อีก โดยรูปแบบต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ.
6/12
ทั้งนี้ กฟผ. จะจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราคนละ 900 บาท/ปี (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีรูปแบบเครื่องแบบ เป็นเสื้อคลุม หรือแจ็คเก็ต ไม่น้อยกว่า 2 ตัว/คน
ดังนี้
2.5 ในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ที่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล หรือตามลักษณะ งานที่ถูกกำหนดให้ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของบุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหา อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล และเก็บรักษาอุปกรณ์เพื่อให้มีใช้ตลอดอายุสัญญานี้ รวมทั้งควบคุมให้บุคลากร ที่ปฏิบัติงานนั้น ๆ สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน โดยรูปแบบอุปกรณ์ ป้องกันภัยส่วนบุคคลต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ. ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 3
ผู้รับจ้างสามารถเบิกค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลจาก กฟผ. ได้ตามจำนวนบุคลากรที่ต้องใช้ อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ได้ตามความจำเป็นที่ต้องใช้จริงในวรรคหนึ่ง แต่ไม่สามารถเบิกเกินจำนวน บุคลากรและอัตราที่กำหนด (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
หมวกนิรภัย จำนวน 1 ใบ ในอัตราไม่เกิน ใบละ 200 บาท/คน/ปี
รองเท้านิรภัย จำนวน 1 คู่ ในอัตราไม่เกิน คู่ละ 800 บาท/คน/ปี
ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างต้องมีการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลเพิ่มจากที่ กฟผ. จ่ายให้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ ครบถ้วนตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในจำนวนส่วนต่างโดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง 3. ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย มาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติงาน ด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กฟผ. ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างรวมทั้งเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุด แล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะไม่นำสารสนเทศ (Database, Data File, Document, Source และอื่น ๆ) ของ กฟผ. ไปเปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังกล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้ กฟผ. ได้รับความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น และ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ทันที - กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้วสำหรับค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
กรณีความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้รับจ้างขัดแย้งกันให้ถือตามความเห็นของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ได้แก่
4.1 ใบส่งมอบงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานแล้ว
4.2 ใบแจ้งหนี้
4.3 ใบกำกับภาษี
4.4 เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน
กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิที่จะร้องขอให้ ผู้รับจ้าง ส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อใช้ใน การตรวจสอบประกอบการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง เช่น หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม และ หลักฐาน การส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วเท่านั้น แต่ กฟผ. ไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
7/12
หากผู้รับจ้างไม่ส่งเอกสาร หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม หรือ หลักฐานการส่งเงินสมทบกองทุนเงิน ทดแทน ตามที่ กฟผ. ร้องขอเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะระงับการจ่ายค่าบริการ ให้แก่ผู้รับจ้างในงวดรายเดือนนั้น
ในกรณีที่ กฟผ. ระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับจ้างตามวรรคข้างต้น ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายหรือค่าชดเชยใด ๆ จาก กฟผ. ทั้งสิ้น - หากบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้น และ/หรือปฏิบัติงานไม่ได้ผลเป็นที่พอใจต่อ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. ก็ดี ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนบุคลากรใหม่ให้ทันที
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ต่อ กฟผ. เต็มจำนวน สำหรับความเสียหาย และ/หรือสูญหายที่เกิดขึ้น กับ กฟผ. ทรัพย์สินของ กฟผ. อันเกิดขึ้นจากการกระทำหรืองดเว้นกระทำของบุคลากรของผู้รับจ้าง 7. บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหาและนำมาปฏิบัติงานที่จ้างนี้อยู่ภายใต้ควบคุมสั่งการของผู้รับจ้างและเป็นบุคลากร ของผู้รับจ้างแต่ฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อบุคลากรดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กฎหมายว่าด้วย เงินทดแทน พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ประกาศ ระเบียบคำสั่ง ข้อบังคับว่าด้วย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคล ดังกล่าวทุกประการ หากบุคลากรของผู้รับจ้างได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตในขณะทำงานตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งหมด โดยไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กฟผ.
สำหรับพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการผ่านการอบรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตาม สัญญา
สำหรับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือ ยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตาม สัญญา - ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3 - 5) รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 4 บัญชี 3-5 ดังนี้ 8.1 บัญชี3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
8.2 บัญชี4 ข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มงานตามสัญญา 8.3 บัญชี5 แบบประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง - ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลา หรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้า เกินกว่ากำหนดเวลาหรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตกเป็น ผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะ บอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอก เลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของ กฟผ. ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และการที่ กฟผ. ไม่ใช้สิทธิ
เลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา - ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างแก่บุคลากรที่ผู้รับจ้างได้จัดหามาในอัตราและตามกำหนดเวลา ที่ผู้รับจ้าง ได้ตกลงหรือทำสัญญาไว้ต่อบุคลากรดังกล่าว
8/12
ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่บุคลากรดังกล่าวในวรรคหนึ่ง กฟผ. มีสิทธิที่จะนำ เงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างดังกล่าว และให้ถือว่า กฟผ. ได้จ่ายเงิน จำนวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว - ผู้รับจ้างจะต้องให้บุคลากรของผู้รับจ้างมาทำบัตรแสดงตนที่ กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดสัญญาให้ผู้รับจ้างส่งคืนบัตรแสดงตน ที่ฝ่ายความปลอดภัยทันที หากมีการต่ออายุสัญญา ผู้รับจ้าง ต้องจัดทำบัตรแสดงตนใหม่ หากไม่มีการส่งบัตร หมดอายุคืน กฟผ. จะหักเงินประกันของผู้รับจ้าง ที่ทำไว้กับ กฟผ. ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนใหม่ตามจำนวนบัตรที่ไม่ได้ส่งคืน
- ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ภายหลังสัญญามีผลใช้บังคับ ผู้รับจ้างมีสิทธิร้องขอเพิ่มอัตราค่าจ้างเฉพาะค่าแรงของบุคลากรของผู้รับจ้างตามอัตราส่วนต่างของค่าจ้างขั้นต่ำที่ รัฐบาลกำหนดเพิ่มขึ้น ซึ่ง กฟผ. จะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรและเป็นธรรม ทั้งนี้ กฟผ. จะดำเนินการปรับ เพิ่มค่าทำงานนอกเวลาปกติ และค่าทำงานในวันหยุด ให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย หาก กฟผ. ไม่สามารถตกลงตามที่ร้องขอเพราะเหตุขัดข้องด้านงบประมาณหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้รับจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
- ในกรณีที่มีการจ้างงาน โดยจำนวนบุคลากรของผู้รับจ้างเกิน 30 คน ผู้รับจ้างต้องจัดหา ผู้ควบคุมงานระหว่าง กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้าง จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน มาประจำใน กฟผ. โดยปฏิบัติงานทุกวันในเวลาทำการของ กฟผ. เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมการทำงานของบุคลากรของ ผู้รับจ้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ควบคุมงาน
- บุคลากรของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ กฟผ. ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศ ด้านความปลอดภัยของ กฟผ. ในครั้งแรกก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างและผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารระเบียบ การทำงานโดยส่งมอบให้กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้างในวันแรกที่เข้าปฏิบัติงาน
- กรณี กฟผ. ให้บุคลากรของผู้รับจ้างทำงานนอกเวลาปกติ ทำงานในวันหยุดที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุด ประจำสัปดาห์วันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. กฟผ. จะจ่ายค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าทำงาน ในวันหยุดให้แก่ผู้รับจ้าง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
15.1 การทำงานนอกเวลาปกติของวันทำงาน กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1.5 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
- คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 88.13 บาท
15.2 การทำงานในวันหยุด สำหรับเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ - คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 58.75 บาท
15.3 การทำงานในวันหยุดนอกเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 3 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ - คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 176.25 บาท
15.4ค่าทำงานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามชั่วโมงทำงานที่เกิดขึ้นจริงภายในวงเงินค่าทำงานนอกเวลาปกติ 15.5การปฏิบัติงานต่างสำนักงาน ต่างท้องที่ (นอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือนอกเขตจังหวัด ของหน่วยงานที่จ้าง) รวมถึงการปฏิบัติงานภายในท้องที่ที่จุดปฏิบัติงานมีระยะทางห่างจากสำนักงานประจำ ตั้งแต่ 70 กิโลเมตรขึ้นไป กฟผ. จะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 350 บาท/คน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในกรณีต้องพักแรม กฟผ. จะจ่ายค่าเช่าที่พักวันละ 600 บาท/คน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เว้นแต่ กฟผ. จะจัดที่พักให้หรือการพักแรมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของบุคลากรของผู้รับจ้างที่มีสำนักงาน ประจำในเขตจังหวัดดังกล่าว
9/12
- ผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีอื่น ๆ ยกเว้นภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 17. ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน และนำส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุมงาน และบุคลากรของผู้รับจ้างซึ่งปฏิบัติงานตามสัญญานี้ทั้งหมดทุกคนให้กฟผ. ทราบในวันเริ่มงานตาม สัญญา
ในระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้ควบคุมงานหรือบุคลากรซึ่งปฏิบัติงาน ตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน พร้อมกับส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุม งานหรือบุคลากรคนใหม่ให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน ก่อนส่งมาปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งนี้ผู้ควบคุมงาน หรือบุคลากรคนใหม่จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์
สำหรับหลักฐานเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมงานและบุคลากรของผู้รับจ้างที่ผู้รับจ้างแสดงต่อ กฟผ. นั้น กำหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ด้วย และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถ เรียกตรวจสอบได้ตลอดอายุสัญญา
10/12
รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. - ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ……………….… บาท/คน/เดือน
- ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) ……………….… บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ……………….… บาท/คน/เดือน
11/12
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ ากว่า ปวส. - วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีประสบการณ์ด้านระบบปฏิบัติการ Windows/Linux
- สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำนักงานพื้นฐาน ได้แก่ Microsoft Office/Open Office 5. มีประสบการณ์ด้านซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ฯลฯ) ซอฟท์แวร์
- มีประสบการณ์ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- มีประสบการณ์ในการจัดสร้างและปรับปรุง Web Page
- มีประสบการณ์ด้านภาษา HTML, PHP & Joomla
- มีประสบการณ์การใช้โปรแกรม Graphic design
- มีความรู้และสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ
- บุคลิกภาพดี
ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย - ติดตั้ง ตรวจสอบ บำรุงรักษาด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง 2. ควบคุม ดูแลอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ ประจำห้องประชุมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- ประสานงานหรือควบคุมงานที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
- ตรวจสอบบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- งานบันทึก รวบรวม และประมวลข้อมูลสารสนเทศ
- จัดทำ ปรับปรุงและบำรุงรักษา Web Site
- ดูแลและบริหารข้อมูลที่อยู่บน Web Site ให้ถูกต้องและทันสมัย
- จัดทำและออกแบบ งานจัดทำสื่อ งานสิ่งพิมพ์ งานโปสเตอร์ และงานกราฟฟิค
- ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (หน่วยงานภูมิภาคสามารถกำหนดลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงาน คอมพิวเตอร์ได้เพิ่มเติมตามความเหมาะสม)
12/12
บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสั่ง/สัญญา)
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ค านิยาม
1.1 หากไม่ได้มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้ถ้อยคำในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีความหมายดังต่อไปนี้
“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กฎ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลอื่นใดใน ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกแบ่งปันระหว่างทั้งสองฝ่าย ดังที่ ปรากฏตามผนวก 1
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นบ่งชี้ไปถึง และให้หมาย รวมถึงผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือ นิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้เปิดเผยข้อมูล” หมายถึง ฝ่ายหนึ่งซึ่งเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้แก่ อีกฝ่ายหนึ่ง
“ผู้รับข้อมูล” หมายถึง ฝ่ายหนึ่งซึ่งได้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันจากผู้เปิดเผยข้อมูล
1
“วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน” หมายถึง วัตถุประสงค์ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันอาจถูก ประมวลผลโดยผู้รับข้อมูล ดังที่ปรากฏตามผนวก 1
“หน่วยงานก ากับดูแล” หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
1.2 คำศัพท์ใด ๆ ที่ไม่ได้กำหนดนิยามไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้เป็นไปตามนิยามที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
1.3 เอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงและมีผลบังคับใช้ เช่นเดียวกับบันทึกข้อตกลง การอ้างอิงใด ๆ ถึงบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้รวมถึงเอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลง ด้วย
ข้อ 2 วัตถุประสงค์ในการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
2.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้กำหนดขอบเขตการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างฝ่าย ต่างมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดหลักการและกระบวนการดำเนินการที่ทั้งสองฝ่ายต้อง ปฏิบัติ รวมถึงหน้าที่ที่ต่างฝ่ายต่างต้องปฏิบัติต่อกัน
2.2 ทั้งสองฝ่ายพิจารณาว่า การแบ่งปันข้อมูลให้แก่กันนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินภารกิจ ระหว่างกัน และจำเป็นต่อการสนับสนุนการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันไว้
2.3 การดำเนินภารกิจระหว่างทั้งสองฝ่าย วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ ถูกแบ่งปัน และประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้ เป็นไปตามที่ปรากฏในผนวก 1
2.4 แต่ละฝ่ายจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันเท่านั้น และ จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันกันในทางที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
2.5 แต่ละฝ่ายจะไม่แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามที่กำหนดไว้ใน วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
ข้อ 3 การระงับข้อพิพาท
3.1 ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท หรือการเรียกร้องใด ๆ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานกำกับ ดูแลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งจะแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่ง ทราบถึงข้อพิพาทหรือการเรียกร้องที่เกิดขึ้น และจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในเวลาที่เหมาะสม
กรณีที่มีปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้นจากบันทึกข้อตกลงหรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลง การตีความ บันทึกข้อตกลง การผิดข้อตกลงหรือการเลิกข้อตกลงนั้น ให้ทั้งสองฝ่ายแต่งตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเพื่อ เจรจายุติข้อพิพาทร่วมกัน หากผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่
2
ได้เริ่มต้นเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท หรือภายในระยะเวลาที่ได้ขยายออกไปตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องหรือคำฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย ในระหว่างรอคำพิพากษาของศาล ทั้ง สองฝ่ายยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 4 การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอื่น
4.1 ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในประเทศ ของตนตลอดระยะเวลาของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
4.2 ในกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในประเทศอื่นข้างต้นมีความขัดแย้งกัน ให้ใช้ข้อกำหนดของกฎหมายซึ่งมี ความเคร่งครัดกว่า หรือข้อกำหนดเพิ่มเติมซึ่งคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า
ข้อ 5 การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบุคคลภายนอก ค าร้องขอใช้สิทธิของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 แต่ละฝ่ายตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือตามความต้องการและสมควร เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งสามารถ จัดการข้อร้องเรียนหรือดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายทราบว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจยื่นข้อร้องเรียนหรือคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ได้ ในกรณี
ดังกล่าว ฝ่ายที่ได้รับคำร้องจะต้องแจ้งถึงคำร้องดังกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ชักช้า โดยฝ่ายที่ได้รับคำร้องนั้น มีหน้าที่แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ถึงการจัดการข้อร้องเรียนหรือการดำเนินการตามคำขอของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วย
5.2 แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การตัดสินใจ และการดำเนินการที่ได้กระทำเพื่อตอบสนองคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าว
ข้อ 6 การจัดเก็บและการลบข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 ผู้รับข้อมูลจะเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อ ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันไว้ หรือเพื่อปฏิบัติตามระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตาม กฎหมาย
6.2 ผู้รับข้อมูลจะต้องทำลายหรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้แก่ผู้เปิดเผยข้อมูลในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) เมื่อบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ครบกำหนดหรือสิ้นสุดลงด้วยเหตุอื่นใด
(ข) เมื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปตามวัตถุประสงค์ในการ แบ่งปันข้อมูลนั้นหรือตามกฎหมาย
3
ข้อ 7 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 แต่ละฝ่ายจะปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน และจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลที่ถูกแบ่งปันโดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้และกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล กฎระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องที่มีผลใช้บังคับตลอดระยะเวลาของบันทึกข้อตกลงฉบับ นี้
ข้อ 8 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
8.1 ผู้รับข้อมูลจะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันไปยังบุคคลภายนอกที่อยู่นอกประเทศ ไทย เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และการส่งหรือโอนดังกล่าวได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันนี้ ให้หมายรวมถึงการจ้างช่วงใน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันและการให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน ด้วย
ข้อ 9 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
9.1 ผู้เปิดเผยข้อมูลจะต้องรับผิดชอบในการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมใน ขั้นตอนการส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันแก่ผู้รับข้อมูล
9.2 ทั้งสองฝ่ายจะต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้อง ทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป โดยให้เป็นไปตา มมาตรฐาน ขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด อีกทั้งจัดให้มีทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) รวมถึงมาตรการป้องกัน ด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายอาจตกลง กำหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรได้โดยมาตรการต้องไม่ต่ำกว่าที่ กฎหมายกำหนด
9.3 ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ ถูกแบ่งปันได้ ทั้งนี้ หากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ที่ปรึกษา ใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องทำข้อตกลงเกี่ยวกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และต้องมีข้อตกลงและ เงื่อนไขไม่น้อยกว่าข้อตกลงและเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
4
ข้อ 10 การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
10.1 แต่ละฝ่ายมีหน้าที่รายงานกรณีมีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากฝ่ายตนต่อหน่วยงาน กำกับดูแล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้และ แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทุกกรณีโดยไม่ชักช้า ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึง การละเมิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่ไม่ทราบว่าเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้นจากฝ่ายใด ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันโดยไม่ชักช้า ว่าให้ฝ่ายใดมีหน้าที่รายงานเหตุละเมิดดังกล่าวต่อหน่วยงานกำกับดูแล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
10.2 แต่ละฝ่ายจะต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่อีกฝ่าย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันการณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น คำอธิบายลักษณะของเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล จำนวนข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผลที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และคำอธิบายมาตรการที่ได้ดำเนินการแล้ว หรือที่จะเสนอให้ดำเนินการ เพื่อ ลดผลกระทบและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
10.3 ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือกันตามความจำเป็นและสมควร เพื่ออำนวยความสะดวก ในการจัดการกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
10.4 ทั้งสองฝ่ายตกลงไม่เปิดเผยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นใดทราบ โดยปราศจากการ ตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้อ 11 ค ารับรองและรับประกัน
แต่ละฝ่ายขอรับรองและรับประกัน ดังนี้
11.1 จะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับและข้อตกลงตาม บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
11.2 จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการปฏิบัติตามบันทึก ข้อตกลงฉบับนี้ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
11.3 ตอบข้อซักถามของหน่วยงานกำกับดูแลภายในระยะเวลาที่กำหนด และตราบเท่าที่เป็นไปได้ อย่างสมเหตุสมผล
11.4 ตอบสนองต่อคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
5
11.5 ผู้เปิดเผยข้อมูลขอรับรองและรับประกันว่า ผู้เปิดเผยข้อมูลมีสิทธิที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูก แบ่งปันแก่ผู้รับข้อมูล ทั้งนี้ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้เปิดเผยข้อมูลได้ ดำเนินการแจ้งข้อมูลที่จำเป็นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล (ในกรณีที่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หรือสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าวแก่ผู้รับข้อมูลได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ผู้รับข้อมูลสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ เกี่ยวข้องได้ตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อ 12 การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
12.1 ทั้งสองฝ่ายจะต้องชดใช้จากความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิด หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น หรือในกรณีที่จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้ บันทึกข้อตกลงฉบับนี้หรือตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการละเมิดคำรับรองและรับประกันของ กรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน พนักงาน ตัวแทน ผู้ให้บริการช่วง ผู้รับเหมา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น
12.2 ข้อจำกัดความรับผิดใด ๆ ที่กำหนดไว้ภายใต้ใบสั่ง/สัญญา หรือข้อตกลงอื่นใด (ถ้ามี) จะไม่ใช้ บังคับกับความรับผิดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้
ข้อ 13 ระยะเวลาและการสิ้นสุดข้อตกลง
13.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับระหว่างทั้งสองฝ่ายตามระยะเวลาที่ระบุในผนวก 1 เว้นแต่ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกเลิกบันทึกข้อตกลงก่อนกำหนด โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังอีก ฝ่ายหนึ่งไม่น้อยกว่า 30 วัน
13.2 การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิใด ๆ ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีตาม กฎหมายหรือตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง อันเนื่องมาจากการกระทำผิดบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อกำหนดภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งมีความหมายโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย กำหนดให้มีผลใช้บังคับอยู่หรือต่อไปภายหลังจากบันทึกข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุดลงแล้ว
6
ผนวก 1 การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
การด าเนินภารกิจ
ปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับ กฟผ.
วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานให้กับ กฟผ.
ประเภทของข้อมูลส่วน บุคคลที่ถูกแบ่งปัน
ชื่อ- สกุล, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, สำเนาวุฒิการศึกษา
สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, ประวัติอาชญากรรม
ประเภทของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล
ผู้ปฏิบัติงานของคู่สัญญาของ กฟผ.
ระยะเวลาของบันทึก ข้อตกลงว่าด้วยการ
แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
7
เอกสารแนบ 1
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญำ)
คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ค ำนิยำม
“ข้อมูลที่เป็นควำมลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่เป็น ของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผย เมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
. ข้อ 2. กำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
2.1 ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้โดยครบถ้วน และ อย ่างเคร ่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม ่เปิดเผย ท าส าเนา หรือท าการอื ่นใดท านองเดียวกันแก ่บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
2.2 ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การด าเนินงานที่มีอยู่ ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อก าหนดนี้ อีกทั้งผู้รับข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูล อย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับออกสู่สาธารณะ
2.3 ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูล ที่เป็นความลับถูกน าไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
2.4 ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลภายนอก ที ่ต้องเกี ่ยวข้องกับข้อมูลที ่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจ ากัดสิทธิใน การใช้และการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องด าเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับโดยมีข้อก าหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่าข้อก าหนดและเงื่อนไขในข้อก าหนดฉบับนี้ด้วย
2.5 ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดฉบับนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลที่ ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
(2) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
(4) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามค าสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือแจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อก าหนดหรือค าสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้นอย่าง เป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะด าเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูล ดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้องด าเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(5) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
- 2 -
ข้อ 3. ทรัพย์สินทำงปัญญำ
ข้อก าหนดฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอยู่ใน ปรากฏอยู่ หรือน ามาท าซ้ าไว้ในเอกสารข้อมูลที่เป็นความลับ ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และ
เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว จะไม่ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ตลอดจนไม่น าไปใช้โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของรายละเอียดดังกล่าว
ข้อ 4. กำรส่งคืน ลบ หรือกำรท ำลำยข้อมูลที่เป็นควำมลับ
เมื่อการด าเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูล ที่เป็นความลับและส าเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบหรือท าลายข้อมูล ที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือด าเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้ง เป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษา ความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่าการด าเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
ข้อ 5. กำรชดใช้ค่ำเสียหำย
ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดนี้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อก าหนดตามข้อก าหนดนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
ข้อ 6. กำรบังคับใช้
6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อก าหนดฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อก าหนด ส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในข้อก าหนดนี้ และข้อก าหนดที่เหลืออยู่ในข้อก าหนดฉบับนี้ ยังคงใช้บังคับและมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์ 6.2 ข้อก าหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
เอกสารแนบ 2
ตัวอย่ำงแผนกำรท ำงำน
เอกสารแนบ 3 คุณลักษณะอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล
เอกสารแนบ 4
บัญชี 3 เงื่อนไขดานความปลอดภัย (Safety Criteria) บัญชี 4 ขอมูลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจาง ที่ตองจัดสงกอนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจาง บัญชี 5 แบบประเมินผลการดําเนินงานดานความปลอดภัย ของผูรับจาง
บัญชี ๓ เงื่อนไขดานความปลอดภัย (Safety Criteria)
หนวยงานผูวาจาง : ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
งานที่วาจาง : งานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ สำนักงานกลาง กฟผ.
ระยะเวลาที่วาจาง : ๑ ม.ค. ๗๐ ถึง ๓๑ ธ.ค. ๗๐
การสงมอบพื้นที่ ⬜ สงมอบพื้นที่ ☑ ไมไดสงมอบพื้นที่
กลุมงานของผูรับจาง
✓⯐ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
⯐ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) ⯐ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมดานความปลอดภัย ที่ตองดําเนินงานตามกลุมงานของผูรับจาง
⬜
๑.๑ จัดทำแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังนี้
(๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ
(๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน
(๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน
(๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
☑
๑.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบต่อ หน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ทำงาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด (ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
⬜
๑.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่ผ่านการอบรมด้าน อาชีวเวชศาสตร์มีเงื่อนไข ดังนี้
⬜ (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปี ปฏิทิน
⬜ (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
⬜ (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ ทำงานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าทำงานใน ที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนำมาแสดง ต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มดำเนินงานการเข้าทำงานในที่อับอากาศ
⬜
๑.๔ การค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวน สอบความครบถ้วน และเหมาะสม
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง
⬜
๑.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
☑
๑.๖ จัดส่งข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้ (๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
(๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกำหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
(๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
(๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
⬜
๑.๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กำหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก
(ข) การควบคุมการนำสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการนำเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
(ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้สำหรับส่งคนไปยังสถานที่ทำงาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและ ความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบ ปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
☑
๑.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมาย และป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
☑
๑.๙ ระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อม มาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
⬜
๑.๑๐ ดำเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่างน้อย ดังนี้
(๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ
(๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทำงาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
(๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทำงาน
⬜
๑.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ตามแผนที่ กำหนด รวมทั้งจัดทำรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง
⬜
๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน
⬜
๑.๑๓ การขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit) สำหรับงานตามที่กฎหมายกำหนด และงานหรือพื้นที่ที่ มีความเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน และให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างกำกับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สำหรับงาน ดังนี้ (ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ำ
(ซ) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ำ
(ฎ) งานอื่น ๆ ตามความจำเป็น
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ การขออนุญาตเข้าทำงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
⬜
๑.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทำงาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้า งานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจดำเนินการตาม ความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
(๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ทำเป็นประจำ
(๖) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน
⬜
๑.๑๕ ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ ดังนี้
(๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันที ด้วยวาจา โทรศัพท์ โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด พอสมควร
(๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าทำ การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดย โทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหาสาเหตุ อุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิดซ้ำ ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมในการ ค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สำหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย ให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
(๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์ สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน กำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน (๖) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคม และส่งสําเนาหนังสือแจ้งต่อ พนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสำเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
☑
๑.๑๖ ดำเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจำเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (ข) จัดทำแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุ ฉุกเฉินของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
⬜
๑.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
(๑) จำนวนลูกจ้างและจำนวนชั่วโมงการทำงาน
(๒) จำนวนการเกิดอุบัติการณ์
(๓) รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย
(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
๒. ชี้บงกฎหมาย ระเบียบดานความปลอดภัยที่เกี่ยวของ
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
☑ พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย. และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
⬜ กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘
⬜ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
⬜ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๓
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. ๒๕๖๓ ⬜ กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อม ในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกที่สูงและที่ลาดชันจากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และ พังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและส ภาะแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ⬜ กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ดำเนินการด้านความปลอดภัย ในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๖๕
๒.๒ ระเบียบดานความปลอดภัยของหนวยงาน/กฟผ.
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงาน ก่อสร้าง
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่าด้วยข้อกำหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘ ⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๒๘๙ การจัดการอุบัติการณ์
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๑๕ ว่าด้วย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๙๖ ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๔๑๖ การขออนุญาตเข้าทำงานที่ทำให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ และการขออนุญาตเข้า ทำงานในที่อับอากาศ
เกณฑพิจารณาหนวยงานและบุคลากร
ประเภทกิจการ
จํานวนลูกจาง
จป.บริหาร
จป.หัวหนางาน
จป.วิชาชีพ
จป.เทคนิค ขั้นสูง
จป.เทคนิค
หนวยงานความ ปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๒) ถึง (๕)
๒ – ๑๙ คน
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
๒๐ – ๔๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
๑ คน
ปฏิบัติงานความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า วันละ ๑ ช.ม.
-
๕๐ – ๙๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
๑ คน
-
-
๑๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
-
๒๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๖) ถึง (๑๔)
๒๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
พิจารณาประเภท สถานประกอบ
กิจการ
เกณฑพิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
ประเภทกิจการ
จํานวนลูกจาง
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐ – ๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๑๐๐ – ๔๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐๐ คนขึ้นไป
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน
พิจารณาประเภทสถานประกอบกิจการ
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ............................................
๓. โครงสรางการบริหารจัดการ บุคลากร และหนาที่ ความรับผิดชอบดานความปลอดภัย
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
⬜ หน่วยงานความปลอดภัย
☑ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
☑ หัวหน้างาน
☑ ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
๔. คุณสมบัติดานความปลอดภัยเบื้องตนของผูรับจาง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผานการฝกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
(๑) การบริหารจัดการ
☑ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
☑ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ☑ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่ ⬜ หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัยพร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
(๒) การทํางานในที่อับอากาศ
⬜ ผู้อนุญาต ⬜ ผู้ควบคุมงาน ⬜ ผู้ช่วยเหลือ ⬜ ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
⬜ ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายกำหนด
(๓) การทํางานเกี่ยวกับรังสี
⬜ การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี
⬜ อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่สำหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
(๔) การทํางานเกี่ยวกับงานกอสราง
⬜ อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
⬜ อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
⬜ อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
⬜ อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง
⬜ อบรมวิธีทำงานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานในอุโมงค์
⬜ อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ
⬜ อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนทำลายสิ่งก่อสร้าง
⬜ การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับงานก่อสร้าง
(๕) การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปนจั่น และหมอน้ํา
⬜ การทำงานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิด อันตรายได้โดยสภาพ
⬜ อบรมผู้ขับรถยก
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
(๖) การทํางานเกี่ยวกับไฟฟา
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
⬜ ช่างไฟฟ้าอาคาร
(๗) การทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
⬜ วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย ⬜ การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๘) การปองกันและระงับอัคคีภัย
⬜ การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
⬜ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยง
⬜ ตรวจสมรรถภาพปอด
⬜ ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
⬜ ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
⬜ ตรวจด้านพิษวิทยา
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ
⬜ รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติขอมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถามี)
⬜ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต ⬜ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายดานความปลอดภัย (ถามี)
⬜ ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
⬜ รางวัลด้านความปลอดภัย
⬜ อื่น ๆ ……………………………………………………………
บัญชี ๔ ขอมูลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจางที่ตองจัดสงกอนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจาง
หนวยงานผูวาจาง :ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
งานที่วาจาง :งานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ สำนักงานกลาง กฟผ.
บริษัทผูรับจาง :
๑. โครงสรางการบริหารจัดการ บุคลากร และหนาที่ ความรับผิดชอบดานความปลอดภัย
บุคลากร
รายชื่อ
หนาที่
ความรับผิดชอบ
หลักฐาน/
ใบรับรอง
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ……. คน
⬜ หน่วยงานความปลอดภัย....... คน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร....... คน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน....... คน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ....... คน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูง.......คน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิค....... คน
⬜ ผู้บริหาร/ผู้จัดการ....... คน
⬜ หัวหน้างาน....... คน
⬜ ลูกจ้าง....... คน
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ..................
๒. หลักสูตร เอกสารแสดงการผานการฝกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
๒.๑ หลักสูตรอบรมพื้นฐาน
รายชื่อ
หลักฐาน/ใบรับรอง
(๑) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่
(๒) การดับเพลิงขั้นต้น
๒.๒ หลักสูตรอบรมเฉพาะตามความเสี่ยง
รายชื่อ
หลักฐาน/ใบรับรอง
⬜ การทำงานในที่อับอากาศ
⬜ การทำงานเกี่ยวกับรังสี
⬜ การทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
⬜ การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ
⬜ การทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
⬜ การทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ...........................
๓. การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยง
ลักษณะงาน
แหลง
อันตราย
การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยงของงาน
ผลการตรวจสุขภาพ/ ใบรับรองแพทย
ตรวจสมรรถภาพ ปอด
ตรวจสมรรถภาพ การไดยิน
ตรวจสมรรถภาพ การมองเห็น
ตรวจดาน
พิษวิทยา
๔. การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ
หลักฐาน/ใบรับรอง
วันหมดอายุ
๕. ประวัติขอมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถามี)
⬜ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต
……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………
⬜ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
………………………………………………………………………………………
๖. ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายดานความปลอดภัย (ถามี)
⬜ ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
………………………………………………………………………………………
⬜ รางวัลด้านความปลอดภัย
………………………………………………………………………………………
⬜ อื่น ๆ
………………………………………………………………………………………
บัญชี ๕ แบบประเมินผลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจาง
หนวยงานผูวาจาง : ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร
ผูประเมิน : ………………………. วันที่ประเมิน : ……………….
งานที่วาจาง : งานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์สำนักงานกลาง กฟผ.
บริษัทผูรับจาง : …………………… สัญญาเลขที่ : ………………..
กลุมงานของผูรับจาง
⯐ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
⯐ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts)
⯐ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
หัวขอประเมิน
น้ําหนัก
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม ! น้ําหนัก
คะแนนที่ได ! น้ําหนัก
๑. หลักฐาน/ใบรับรอง การตรวจสอบ
ทดสอบ สอบเทียบ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
(ก่อนระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
(ตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๒. หลักฐาน/ใบรับรอง การฝึกอบรม
ใบอนุญาต และผล
การตรวจสุขภาพ
ตามที่กฎหมาย
กำหนด
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
(ก่อนระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
(ตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๓. การปฏิบัติตาม
แผนงานความ
ปลอดภัย
๒๕
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
(ทำได้เร็วกว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
(เป็นไปตามแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้าหมาย)
หัวขอประเมิน
น้ําหนัก
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม ! น้ําหนัก
คะแนนที่ได ! น้ําหนัก
๔. สวมใส่อุปกรณ์
อุปกรณ์คุ้มครองความ ปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ระหว่าง
ปฏิบัติงาน
๑๕
๔ คะแนน = สวมใส่ครบถ้วนตลอดเวลาทำงาน และ เหมาะสมกับลักษณะงานต่อรอบการประเมิน
๓ คะแนน = มีการแจ้ง พบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน ๒ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๓ ครั้งแต่ไม่เกิน ๕ ครั้ง ต่อรอบการประเมิน
๑ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๕ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการ ประเมิน
N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๕.การปฏิบัติตาม
ข้อกำหนดกฎหมาย/ ระเบียบ กฎความ
ปลอดภัยของ
หน่วยงาน
๒๐
๔ คะแนน = ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย/ระเบียบ กฎ ความปลอดภัยของหน่วยงานโดยไม่มีการฝ่าฝืนต่อรอบการ ประเมิน
๓ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน
๒ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน มากกว่า ๓ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการประเมิน ๑ คะแนน = ฝ่าฝืนข้อกำหนดกฎหมายต่อรอบการประเมิน
๖.ขณะปฏิบัติงานมี อุบัติเหตุเกิดขึ้น
๒๐
๔ คะแนน = ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
๓ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงน้อย (Class C) (ปฐมพยาบาล หรือไม่หยุดงาน)
(ทรัพย์สินเสียหายไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท)
๒ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงปานกลาง (Class B)
(บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ตั้งแต่ ๑ วันขึ้นไป)
(ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท )
๑ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) (เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ทุพพลภาพถาวร, บาดเจ็บมีผลทำให้ เป็นอัมพาต)
(ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป)
รวม
๑๐๐
คะแนนสมรรถนะ
ด้านความปลอดภัย
“(คะแนนที่ได้#$#น้ำหนัก)
“(คะแนนเต็ม#$#น้ำหนัก)#! ๑๐๐
= __________ %
หมายเหตุ : ๑. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป ให้เก็บผลการประเมิน ของแต่ละงานไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
๒. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนไม่ถึงร้อยละ ๗๕ ให้หน่วยงานส่งผลการประเมินให้ฝ่ายจัดซื้อ จัดจ้างและบริหารพัสดุในสำนักงานใหญ่ หรือหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างในส่วนภูมิภาคและเก็บสำเนาผลการประเมินไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
ข้อควรระวัง
การวางหลักประกันการเสนอราคา
∙ หลักประกันการเสนอราคา ในกรณีที่ใช้เป็นเงินสด ให้ใช้ได้เฉพาะเงินสด ประเภทเงินฝากธนาคาร (การโอนเงิน) เท่านั้น ไม่รับในรูปแบบเช็คหรือ ดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย และการโอนเงินต้องโอนจากบัญชีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้เสนอราคา โดยต้องช าระเงินในวันและเวลาที่ยื่นเสนอราคาเท่านั้น
เช่น ผู้ยื่นข้อเสนอ บริษัท ABC จ ากัด การโอนเงินจะต้องโอนจากชื่อบัญชี บริษัท ABC จ ากัด ตามวันและเวลาที่ยื่นเสนอราคาเท่านั้น หากไม่ช าระเงิน ในวันเวลาที่ยื่นเสนอราคา หรือโอนเงินโดยบัญชีอื่นหรือบัญชีผู้รับมอบอ านาจ ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้เสนอราคาจะไม่ผ่านคุณสมบัติ
∙ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม จากหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ)0405.2/ ว 581 ลงวันที่ 1 กันยายน 2568 เรื่อง การอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารและการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ .ศ.2560 ข้อ 166 วรรคสอง และวรรคห้า และเอกสาร ประกวดราคา ข้อ 5. หลักประกันการเสนอราคา
ข้อมูลประชาสัมพันธ์และช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน ด้านการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการ
นโยบายต่อต้านการให้หรือรับสินบนเพื่อป้องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบ
จรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ ช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน *
การแจ้งข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนทางเว็บไซต์กฟผ. * จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ. **
- ไม่ใช่ช่องทางแสดงความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ ซื้อหรือจ้าง/ ร่างประกาศ/ ร่างเอกสารประกวดราคาฯ
** กฟผ. จัดท าและเผยแพร่จรรยาบรรณคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าของ กฟผ. ทุกรายมีแนวปฏิบัติในการด าเนิน ธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยค านึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม การก ากับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติ ตามกฎหมาย และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังมีรายละเอียดระบุใน QR Code จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ.”
ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหาร สัญญาของ กฟผ.
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดําเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษารายละเอียดประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา ได้ที่ https://www.egat.co.th/privacy-notice-procurement.html หรือที่ QR Code ด้านล่าง
การขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
กฟผ. มีประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหาร สัญญา เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หากเอกสารของท่านที่ต้องส่งมอบให้กฟผ. มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ความคิดเห็นทางการเมืองความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือ ข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยู่ด้วย ขอให้ท่านขีดฆ่า หรือปกปิด ข้อมูลดังกล่าว ก่อนส่งมอบให้แก่กฟผ.
ชองทางการรับฟงความคิดเห็น
ผูประกอบการสามารถแสดงความคิดเห็นรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะ ของพัสดุที่จะซื้อหรือจางพรอมกับรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ภายในระยะเวลาที่กําหนด โดยสามารถแสดงความคิดเห็นได 2 ชองทาง ไดแก
- ผานหนาเว็บไซต www.gprocurement.go.th หรือ
- login เขาสูระบบ e-GP
ทั้งนี้ โปรดศึกษาคูมือการแสดงความคิดเห็นรางเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส
(e-bidding) ออนไลน สําหรับผูประกอบการและผูสนใจทั่วไป
ตามหนังสือเวียนคณะกรรมการวินิจฉัยปญหาการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว210 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2569
หมายเหตุ : กรณีระบบ e-GP มีปญหาขอขัดของ
กรณีที่ระบบ e-GP มีปญหาขัดของ และกรมบัญชีกลางแจงปญหาขอขัดของเรียบรอยแลว ผูประกอบการสามารถ แสดงความคิดเห็นและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเปนหนังสือ โดยสงถึงหัวหนาแผนกจัดซื้อจัดจางสายงานกลาง 4 กองจัดซื้อ จัดจางสายงานกลาง ฝายจัดซื้อจัดจางและบริหารพัสดุสวนกลาง การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย สํานักงานใหญ เลขที่ 53 หมู 2 ถนนจรัญสนิทวงศ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส
(e-mail : [email protected]) ไปยังหนวยงานของรัฐโดยตรง และยื่นใหแลวเสร็จภายในเวลา 16.30 น. กรณีสงเปนหนังสือ ใหถือเอาเวลาที่หนวยงานของรัฐประทับตรารับหนังสือ