จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ประจำปี 2570 เลขที่ หจก4. 40/2569

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 69089127505
฿13,629,736.39 ปีงบ 2570 ประกาศ 14 ส.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ประจำปี 2570 เพื่อให้การดำเนินงานด้านไอทีในสำนักงานกลางเป็นไปอย่างมีระบบและได้มาตรฐาน โดยต้องการบุคลากรจำนวน 57 คน ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง

ขอบเขตงานประกอบด้วย:

  1. การติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
  2. การดูแลระบบโสตทัศนูปกรณ์ในห้องประชุม
  3. การบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  4. การบันทึกและประมวลผลข้อมูลสารสนเทศ
  5. การดูแลเว็บไซต์และงานออกแบบสื่อกราฟิก/สิ่งพิมพ์

ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีประสบการณ์ตรงในการรับจ้างเหมาบริการกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้ โดยต้องมีผลงานในสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และผลงานต้องแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันเสนอราคา

งบประมาณรวมทั้งสิ้น 13,629,736.39 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าจ้าง ค่าดำเนินการ ค่าเครื่องแบบ อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าทำงานนอกเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าที่พัก โดย กฟผ. จะพิจารณาตัดสินด้วยหลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุดที่ถูกต้องตามข้อกำหนด การจ้างงานมีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึง 31 ธันวาคม 2570

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) is seeking bids for a computer services outsourcing contract for the year 2027. The project requires 57 personnel with at least a vocational diploma (Por Wor Sor) in computer science or related fields to work at EGAT’s central office. The scope of work includes hardware/software maintenance, network support, audiovisual equipment management, data processing, and graphic/web design. Bidders must be legal entities with a proven track record of similar services for government or reputable private organizations, with a single contract value of at least 6.8 million THB completed within the last 5 years. The total budget is 13,629,736.39 THB (including VAT). The contract duration is one year, from January 1, 2027, to December 31, 2027.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานกลาง กฟผ.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้การดำเนินงานด้านคอมพิวเตอร์ของ กฟผ. เป็นมาตรฐานเดียวกัน
  • เพื่อให้การบริหารจัดการงานด้านคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างมีระบบ
  • เพื่อเปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดจ้าง
  • เพื่อจัดหาบุคลากรจำนวน 57 คน มาปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ในสำนักงานกลาง กฟผ.

ขอบเขตของงาน

  • ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • ควบคุมและดูแลอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ในห้องประชุม
  • ประสานงานหรือควบคุมงานที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  • งานบันทึก รวบรวม และประมวลผลข้อมูลสารสนเทศ
  • จัดทำ ปรับปรุง และบำรุงรักษาเว็บไซต์
  • ดูแลและบริหารข้อมูลบนเว็บไซต์ให้ทันสมัย
  • ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ และงานกราฟิก
  • ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์จำนวน 57 คน ตามคุณสมบัติที่กำหนด
  • รายงานการปฏิบัติงานประจำเดือน
  • แผนการทำงาน (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
  • หลักฐานการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยและหนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร
  • บัตรแสดงตนของบุคลากร
  • รายงานผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย (รายเดือน)

ระยะเวลาดำเนินการ

1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: นิติบุคคลที่ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กฟผ. และกฎหมาย PDPA
  • Experience: ต้องมีผลงานจ้างเหมาบริการกับหน่วยงานราชการ องค์การ เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้ โดยเป็นผู้รับจ้างโดยตรง (ไม่ใช่ผู้รับจ้างช่วง)
  • Previous Project Cost: ราคาตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี
  • Technical Capabilities: มีความสามารถในการจัดหาบุคลากรและบริหารจัดการงานด้านคอมพิวเตอร์ตามขอบเขตที่กำหนด
  • Personnel: บุคลากรต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์, มีประสบการณ์ด้าน Windows/Linux, Microsoft Office, ซ่อมบำรุงฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์, ระบบเครือข่าย, Web Page (HTML, PHP, Joomla) และ Graphic Design

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด
  • รายละเอียดข้อเสนอต้องถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดของ กฟผ.
  • กรณีผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับสิทธิพิจารณาจัดซื้อจัดจ้าง

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • บุคลากรต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี สัญชาติไทย
  • ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
  • ต้องมีความประพฤติดี กิริยามารยาทเรียบร้อย
  • ต้องสวมเครื่องแบบและติดบัตรแสดงตนขณะปฏิบัติงาน
  • ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยของ กฟผ. อย่างเคร่งครัด

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละ 1 เดือน รวม 12 งวด
  • กฟผ. จะหักค่าบริการตามส่วนหากบุคลากรไม่ครบหรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้
  • ค่าปรับกรณีบุคลากรไม่ครบ: วันละร้อยละ 0.2 ของค่าบริการบุคลากรคนนั้น
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคางานตามสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: บุคลากรต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างไร? A: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
  2. Q: กฟผ. มีการจ่ายค่าเครื่องแบบหรือไม่? A: มี โดยจ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาท/คน/ปี
  3. Q: หากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ผู้รับจ้างสามารถขอปรับราคาได้หรือไม่? A: สามารถร้องขอได้ตามส่วนต่างที่รัฐบาลประกาศเพิ่มขึ้น
  4. Q: ต้องมีผู้ควบคุมงานหรือไม่? A: หากมีบุคลากรเกิน 30 คน ต้องมีผู้ควบคุมงานอย่างน้อย 1 คน
  5. Q: การจ่ายค่าทำงานนอกเวลาปกติคำนวณอย่างไร? A: จ่ายตามชั่วโมงทำงานจริงในอัตรา 1.5 เท่า (วันทำงาน) หรือ 3 เท่า (วันหยุด) ของค่าจ้างรายชั่วโมง
  6. Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยอย่างไร? A: ต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฟผ. ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง และส่งมอบหลักฐานการอบรมก่อนเริ่มงาน
  7. Q: ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรต้องเปิดเผยให้ กฟผ. หรือไม่? A: ต้องส่งมอบหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ กฟผ.
  8. Q: หากบุคลากรลาออกหรือเปลี่ยนตัว ต้องแจ้งล่วงหน้าหรือไม่? A: ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน พร้อมส่งประวัติและสำเนาบัตรประชาชนของคนใหม่
  9. Q: กฟผ. มีการตรวจรับงานอย่างไร? A: ตรวจรับมอบงานเป็นรายเดือนโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  10. Q: หากระบบ e-GP ขัดข้อง ต้องส่งเอกสารที่ไหน? A: ส่งเป็นหนังสือถึงหัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้างสายงานกลาง 4 กฟผ. สำนักงานใหญ่

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างเหมาบริการเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์ ประจ าปี2570
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ ประจำปี2570 วงเงินงบประมาณรวมภ าษีมูลค่าเพิ่ม 13,629,736.39 บาท (สิบสามล้านหกแสนสองหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยสามสิบหกบาทสามสิบเก้าสตางค์) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญของ ขอบเขตของงาน (TOR) และเงื่อนไขการจ้างฯ ดังต่อไปนี้

  1. ความเป็นมา
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้กำหนดแผนในการนำงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ มาทำการรวมจ้างเพื่อให้มีการดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถบริหารจัดการ ได้อย่างเป็นระบบ โดยเป็นการจ้างที่เปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
  2. วัตถุประสงค์
    กฟผ. มีความประสงค์จะจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์โดยให้ปฏิบัติงานตามหน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักงานกลาง กฟผ. จำนวน 57 คน
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หัวข้อ คุณสมบัติของผู้ ยื่นข้อเสนอ
    3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคล ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง ดังกล่าว
    3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจ้างเหมาบริการ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับจ้างโดยตรงกับเจ้าของโครงการ ที่เป็นหน่วยงานราชการ องค์การ เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือได้สำหรับงานนั้น ๆ มิใช่ผู้รับจ้างช่วง ซึ่งมีราคา งานตามสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 6,800,000.00 บาท (หกล้านแปดแสนบาทถ้วน) โดยเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ผลงานดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญาไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองผลงานมาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น เอกชนให้แนบสำเนาสัญญาด้วย
    1/12
  4. เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันเสนอราคาด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 4.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักฐานการยื่นข้อเสนอของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    4.2 สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com (ถ้ามี) 4.3 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเอกชน ให้ยื่นสำเนาสัญญาด้วย
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
  5. งบประมาณ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    เป็นเงิน 13,629,736.39 บาท (สิบสามล้านหกแสนสองหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยสามสิบหกบาทสามสิบเก้าสตางค์) ประกอบด้วย
  • ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการ 11,867,434.20 บาท
  • ค่าเครื่องแบบ เป็นเงินประมาณ 54,891.00 บาท
  • ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล เป็นเงินประมาณ 1,070.00 บาท
  • ค่าทำงานนอกเวลาปกติ เป็นเงินประมาณ 675,075.19 บาท
  • ค่าเบี้ยเลี้ยง เป็นเงินประมาณ 401,464.00 บาท
  • ค่าเช่าที่พัก เป็นเงินประมาณ 629,802.00 บาท
  1. ราคากลาง (ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าด าเนินการ) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    เป็นเงิน 11,867,434.20 บาท (สิบเอ็ดล้านแปดแสนหกหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสามสิบสี่บาทยี่สิบสตางค์)
  2. หลักประกันการเสนอราคา
    กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงิน 681,487.00 บาท (หกแสนแปดหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยแปดสิบเจ็ดบาทถ้วน)
  3. หลักเกณฑ์การเสนอราคาและหลักเกณฑ์การพิจารณา
    8.1 เป็นไปตามหัวข้อการเสนอราคา และหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    2/12
    8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้อง ครบถ้วน ตามข้อกำหนดของ กฟผ.
    8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเป็นค่าบริการ ที่คำนวณจากค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ค่าใช้จ่าย และค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    8.3.1 การคำนวณค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากรต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างตามที่ กฟผ. กำหนดไว้ ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ข้อ1
    8.3.2 การคำนวณ ค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ให้คำนวณจากค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ในอัตราตามที่กฎหมายกำหนด และค่าอบรมความปลอดภัยตามที่กำหนดในบัญชี 3เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria) ของระเบียบ กฟผ. ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
    8.4 ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ข้อ 2 ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัย ส่วนบุคคล และข้อ 15 ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายให้ตามอัตราที่กำหนดใน เงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ตามที่มีการดำเนินการจริงโดยไม่ต้องเสนอราคา (ไม่แข่งขันราคา)
    8.5 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ที่ไม่เกิน ร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญา ไม่เกิน 3 ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวม กับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
    หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว โดย กฟผ. จะพิจารณา การเป็นผู้ประกอบการ SMEs จากเอกสารสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com เท่านั้น
    8.6 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 8.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 (เก้าสิบ) วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา 8.8 ภายหลังการเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ต้องแจกแจงรายละเอียดราคาค่าบริการ ตามแบบฟอร์มรายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown) ให้ กฟผ. ทราบอย่างชัดเจน
    3/12
    8.9 การทำสัญญา จะใช้ราคาแข่งขันตามที่ กฟผ. สรุปรับราคาบวกรวมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่แข่งขันราคา (ตามอัตราที่ กฟผ. ประมาณการไว้) เป็นวงเงินรวมของสัญญา
  4. ระยะเวลาจ้าง
    1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
  5. หลักประกันสัญญา
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องยื่นหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเต็ม ในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของราคางานตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวันลงนามสัญญา และ กฟผ. จะคืนหลักประกันดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวงตามเงื่อนไขสัญญา
  6. หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
    กฟผ. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง กำหนดการจ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวมทั้งหมด 12 (สิบสอง) งวด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    11.1กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
    11.2สำหรับ ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
    11.3กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดหาบุคลากรมาให้ครบตามจำนวน ตามข้อ 2 หรือบุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหามา ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าบริการ สำหรับในวันนั้น โดยคำนวณปรับลดลงตามส่วน จากค่าบริการรายงวดเฉลี่ยเป็นรายวัน/คน และให้ถือว่าหนึ่งเดือนมีจำนวน 30 (สามสิบ) วัน
  7. ค่าปรับ
    กรณีผู้รับจ้าง ไม่สามารถจัดหาบุคลากรเข้าทำงานครบจำนวนตามที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือบุคลากร ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. ปรับในอัตราตายตัวซึ่งเท่ากับ วันละร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าวตลอดอายุสัญญานับตั้งแต่วันที่ไม่มีบุคลากร มาปฏิบัติงาน หรือมาปฏิบัติงานไม่ครบจำนวน หรือมาแต่ไม่ปฏิบัติงานเป็นต้นไปจนกว่าจะมีบุคลากรมาปฏิบัติงาน ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
    นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยินยอมให้กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
    ในระหว่างที่ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หาก กฟผ. เห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา ต่อไปได้ กฟผ. จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิของ กฟผ. ภายหลังบอกเลิกสัญญา ก็ได้ และถ้า กฟผ. ได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างขอให้ชำระค่าปรับแล้ว กฟผ. มีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
    4/12
  8. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงงาน
    กฟผ. มีสิทธิที่จะทำการแก้ไข เพิ่มเติม หรือลดงานจากรายละเอียดและเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายสัญญา ได้ทุกกรณี โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญานี้ แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องทำความตกลงกันใหม่เป็นหนังสือ และถ้าจะต้อง เพิ่มหรือลดเงินค่าบริการตามสัญญานี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ณ บัดนั้น รวมถึงกำหนดเรื่องหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาด้วย
  9. เงื่อนไขการจ้างฯ
    รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์
  10. ข้อก าหนดการรักษาข้อมูลเป็นความลับ
    ผู้รับจ้างต้องตกลงรักษาข้อมูลเป็นความลับ ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 1
  11. เงื่อนไขในการจัดหา
    การเสนอราคาครั้งนี้ย่อมไม่ผูกพัน กฟผ. หากงบประมาณรายการนี้ไม่ได้รับอนุมัติ
  12. ข้อก าหนดอื่น ๆ
    ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงาน มาให้ภายใน 30 (สามสิบ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 2 ตัวอย่างแผนการทำงาน เว้นแต่กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 (เก้าสิบ) วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ แผนการทำงานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    5/12
    เงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์
  13. กฟผ. ตกลงจ้างผู้รับจ้างเพื่อให้ปฏิบัติงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในอัตราค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
  • บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวน 57 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 14,100.00 บาท/คน โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดบุคลากรของผู้รับจ้างจำนวน 57 คน เพื่อปฏิบัติงานในวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ วันหยุด ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์ และวันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. ระหว่างเวลา 07.30 – 16.30 น. หรือ 08.00 – 17.00 น.
    1.2 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. เกี่ยวกับ การดำเนินการงานด้านคอมพิวเตอร์
    1.3 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. ได้กำหนดไว้ และมีความประพฤติดี กิริยามารยาทเรียบร้อย
    1.4 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกิน 5 ปี นับก่อนวันเริ่มงาน ตามสัญญาโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ส่งตรวจสอบและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยแสดงต่อ กฟผ. ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันเริ่มงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบ ได้ตลอดอายุสัญญา
    1.5 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถและ/หรือ ถูกศาลสั่งให้ เป็นบุคคลล้มละลาย
    1.6 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นผู้เสพหรือผู้จำหน่ายหรือ มีไว้ในครอบครอง
    1.7 บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดมาปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องแจ้งประวัติให้หน่วยงานผู้ใช้งานของ กฟผ. ทราบด้วยและบุคลากรผู้นั้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่ กฟผ. สั่งเปลี่ยนตัวเนื่องจาก มีความประพฤติผิดไม่เป็นไป ตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กำหนด โดยผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ ตลอดอายุสัญญา
    1.8 บุคลากรของผู้รับจ้าง ต้องติดบัตรแสดงตนและสวมเครื่องแบบของผู้รับจ้างในขณะที่ปฏิบัติงาน 1.9 ผู้รับจ้างต้องควบคุมบุคลากรของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กฟผ. และกฎระเบียบเกี่ยวกับ การรักษาความปลอดภัยของ กฟผ.
  1. บุคลากรของผู้รับจ้างต้องสวมเครื่องแบบของบริษัทผู้รับจ้าง และต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและ เหมาะสมกับสถานที่ทำงาน โดยมีข้อกำหนด ดังนี้
    2.1 ไม่ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงและไม่สวมเสื้อยืด
    2.2 ไม่สวมกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์ ความยาวกระโปรงต้องเสมอเข่าหรือคลุมเข่า
    2.3 ไม่สวมรองเท้าแตะ ให้สวมรองเท้าหุ้มส้น
    2.4 กรณีที่ กฟผ. กำหนดให้บุคลากรของผู้รับจ้างแต่งเครื่องแบบหรือสวมเครื่องแบบ กฟผ. จะรับภาระ ค่าเครื่องแบบให้ตามจำนวนของบุคลากรที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ข้อ 1 หากมีการเปลี่ยนตัวบุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องแบบให้บุคลากรเอง ไม่สามารถเบิกจาก กฟผ. ได้อีก โดยรูปแบบต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ.
    6/12
    ทั้งนี้ กฟผ. จะจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราคนละ 900 บาท/ปี (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีรูปแบบเครื่องแบบ เป็นเสื้อคลุม หรือแจ็คเก็ต ไม่น้อยกว่า 2 ตัว/คน
    ดังนี้
    2.5 ในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ที่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล หรือตามลักษณะ งานที่ถูกกำหนดให้ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยของบุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหา อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล และเก็บรักษาอุปกรณ์เพื่อให้มีใช้ตลอดอายุสัญญานี้ รวมทั้งควบคุมให้บุคลากร ที่ปฏิบัติงานนั้น ๆ สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน โดยรูปแบบอุปกรณ์ ป้องกันภัยส่วนบุคคลต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ. ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 3
    ผู้รับจ้างสามารถเบิกค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลจาก กฟผ. ได้ตามจำนวนบุคลากรที่ต้องใช้ อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ได้ตามความจำเป็นที่ต้องใช้จริงในวรรคหนึ่ง แต่ไม่สามารถเบิกเกินจำนวน บุคลากรและอัตราที่กำหนด (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
    หมวกนิรภัย จำนวน 1 ใบ ในอัตราไม่เกิน ใบละ 200 บาท/คน/ปี
    รองเท้านิรภัย จำนวน 1 คู่ ในอัตราไม่เกิน คู่ละ 800 บาท/คน/ปี
    ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างต้องมีการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลเพิ่มจากที่ กฟผ. จ่ายให้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ ครบถ้วนตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในจำนวนส่วนต่างโดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง 3. ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย มาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติงาน ด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กฟผ. ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างรวมทั้งเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุด แล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะไม่นำสารสนเทศ (Database, Data File, Document, Source และอื่น ๆ) ของ กฟผ. ไปเปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังกล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้ กฟผ. ได้รับความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น และ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ทันที
  2. กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้วสำหรับค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
    กรณีความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้รับจ้างขัดแย้งกันให้ถือตามความเห็นของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ได้แก่
    4.1 ใบส่งมอบงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานแล้ว
    4.2 ใบแจ้งหนี้
    4.3 ใบกำกับภาษี
    4.4 เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน
    กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิที่จะร้องขอให้ ผู้รับจ้าง ส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อใช้ใน การตรวจสอบประกอบการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง เช่น หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม และ หลักฐาน การส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วเท่านั้น แต่ กฟผ. ไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
    7/12
    หากผู้รับจ้างไม่ส่งเอกสาร หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม หรือ หลักฐานการส่งเงินสมทบกองทุนเงิน ทดแทน ตามที่ กฟผ. ร้องขอเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะระงับการจ่ายค่าบริการ ให้แก่ผู้รับจ้างในงวดรายเดือนนั้น
    ในกรณีที่ กฟผ. ระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับจ้างตามวรรคข้างต้น ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายหรือค่าชดเชยใด ๆ จาก กฟผ. ทั้งสิ้น
  3. หากบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้น และ/หรือปฏิบัติงานไม่ได้ผลเป็นที่พอใจต่อ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. ก็ดี ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนบุคลากรใหม่ให้ทันที
  4. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ต่อ กฟผ. เต็มจำนวน สำหรับความเสียหาย และ/หรือสูญหายที่เกิดขึ้น กับ กฟผ. ทรัพย์สินของ กฟผ. อันเกิดขึ้นจากการกระทำหรืองดเว้นกระทำของบุคลากรของผู้รับจ้าง 7. บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหาและนำมาปฏิบัติงานที่จ้างนี้อยู่ภายใต้ควบคุมสั่งการของผู้รับจ้างและเป็นบุคลากร ของผู้รับจ้างแต่ฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อบุคลากรดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กฎหมายว่าด้วย เงินทดแทน พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ประกาศ ระเบียบคำสั่ง ข้อบังคับว่าด้วย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคล ดังกล่าวทุกประการ หากบุคลากรของผู้รับจ้างได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตในขณะทำงานตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งหมด โดยไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กฟผ.
    สำหรับพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการผ่านการอบรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตาม สัญญา
    สำหรับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือ ยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตาม สัญญา
  5. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3 - 5) รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 4 บัญชี 3-5 ดังนี้ 8.1 บัญชี3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
    8.2 บัญชี4 ข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มงานตามสัญญา 8.3 บัญชี5 แบบประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
  6. ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลา หรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้า เกินกว่ากำหนดเวลาหรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตกเป็น ผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะ บอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอก เลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของ กฟผ. ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และการที่ กฟผ. ไม่ใช้สิทธิ
    เลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา
  7. ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างแก่บุคลากรที่ผู้รับจ้างได้จัดหามาในอัตราและตามกำหนดเวลา ที่ผู้รับจ้าง ได้ตกลงหรือทำสัญญาไว้ต่อบุคลากรดังกล่าว
    8/12
    ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่บุคลากรดังกล่าวในวรรคหนึ่ง กฟผ. มีสิทธิที่จะนำ เงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างดังกล่าว และให้ถือว่า กฟผ. ได้จ่ายเงิน จำนวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว
  8. ผู้รับจ้างจะต้องให้บุคลากรของผู้รับจ้างมาทำบัตรแสดงตนที่ กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดสัญญาให้ผู้รับจ้างส่งคืนบัตรแสดงตน ที่ฝ่ายความปลอดภัยทันที หากมีการต่ออายุสัญญา ผู้รับจ้าง ต้องจัดทำบัตรแสดงตนใหม่ หากไม่มีการส่งบัตร หมดอายุคืน กฟผ. จะหักเงินประกันของผู้รับจ้าง ที่ทำไว้กับ กฟผ. ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนใหม่ตามจำนวนบัตรที่ไม่ได้ส่งคืน
  9. ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ภายหลังสัญญามีผลใช้บังคับ ผู้รับจ้างมีสิทธิร้องขอเพิ่มอัตราค่าจ้างเฉพาะค่าแรงของบุคลากรของผู้รับจ้างตามอัตราส่วนต่างของค่าจ้างขั้นต่ำที่ รัฐบาลกำหนดเพิ่มขึ้น ซึ่ง กฟผ. จะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรและเป็นธรรม ทั้งนี้ กฟผ. จะดำเนินการปรับ เพิ่มค่าทำงานนอกเวลาปกติ และค่าทำงานในวันหยุด ให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย หาก กฟผ. ไม่สามารถตกลงตามที่ร้องขอเพราะเหตุขัดข้องด้านงบประมาณหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้รับจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
  10. ในกรณีที่มีการจ้างงาน โดยจำนวนบุคลากรของผู้รับจ้างเกิน 30 คน ผู้รับจ้างต้องจัดหา ผู้ควบคุมงานระหว่าง กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้าง จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน มาประจำใน กฟผ. โดยปฏิบัติงานทุกวันในเวลาทำการของ กฟผ. เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมการทำงานของบุคลากรของ ผู้รับจ้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ควบคุมงาน
  11. บุคลากรของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ กฟผ. ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศ ด้านความปลอดภัยของ กฟผ. ในครั้งแรกก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างและผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารระเบียบ การทำงานโดยส่งมอบให้กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้างในวันแรกที่เข้าปฏิบัติงาน
  12. กรณี กฟผ. ให้บุคลากรของผู้รับจ้างทำงานนอกเวลาปกติ ทำงานในวันหยุดที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุด ประจำสัปดาห์วันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. กฟผ. จะจ่ายค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าทำงาน ในวันหยุดให้แก่ผู้รับจ้าง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
    15.1 การทำงานนอกเวลาปกติของวันทำงาน กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1.5 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
  • คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 88.13 บาท
    15.2 การทำงานในวันหยุด สำหรับเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
  • คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 58.75 บาท
    15.3 การทำงานในวันหยุดนอกเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 3 เท่า ของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
  • คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 176.25 บาท
    15.4ค่าทำงานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามชั่วโมงทำงานที่เกิดขึ้นจริงภายในวงเงินค่าทำงานนอกเวลาปกติ 15.5การปฏิบัติงานต่างสำนักงาน ต่างท้องที่ (นอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือนอกเขตจังหวัด ของหน่วยงานที่จ้าง) รวมถึงการปฏิบัติงานภายในท้องที่ที่จุดปฏิบัติงานมีระยะทางห่างจากสำนักงานประจำ ตั้งแต่ 70 กิโลเมตรขึ้นไป กฟผ. จะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 350 บาท/คน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในกรณีต้องพักแรม กฟผ. จะจ่ายค่าเช่าที่พักวันละ 600 บาท/คน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เว้นแต่ กฟผ. จะจัดที่พักให้หรือการพักแรมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของบุคลากรของผู้รับจ้างที่มีสำนักงาน ประจำในเขตจังหวัดดังกล่าว
    9/12
  1. ผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีอื่น ๆ ยกเว้นภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 17. ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน และนำส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุมงาน และบุคลากรของผู้รับจ้างซึ่งปฏิบัติงานตามสัญญานี้ทั้งหมดทุกคนให้กฟผ. ทราบในวันเริ่มงานตาม สัญญา
    ในระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้ควบคุมงานหรือบุคลากรซึ่งปฏิบัติงาน ตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน พร้อมกับส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุม งานหรือบุคลากรคนใหม่ให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน ก่อนส่งมาปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งนี้ผู้ควบคุมงาน หรือบุคลากรคนใหม่จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานด้านคอมพิวเตอร์
    สำหรับหลักฐานเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมงานและบุคลากรของผู้รับจ้างที่ผู้รับจ้างแสดงต่อ กฟผ. นั้น กำหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ด้วย และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถ เรียกตรวจสอบได้ตลอดอายุสัญญา
    10/12
    รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
    รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส.
  2. ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ……………….… บาท/คน/เดือน
  3. ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ……………….… บาท/คน/เดือน
    ค่าบริการ (1+2) ……………….… บาท/คน/เดือน
    ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ……………….… บาท/คน/เดือน
    11/12
    คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์
    คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อท างานด้านคอมพิวเตอร์คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ ากว่า ปวส.
  4. วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
  5. เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  6. มีประสบการณ์ด้านระบบปฏิบัติการ Windows/Linux
  7. สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำนักงานพื้นฐาน ได้แก่ Microsoft Office/Open Office 5. มีประสบการณ์ด้านซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ฯลฯ) ซอฟท์แวร์
  8. มีประสบการณ์ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  9. มีประสบการณ์ในการจัดสร้างและปรับปรุง Web Page
  10. มีประสบการณ์ด้านภาษา HTML, PHP & Joomla
  11. มีประสบการณ์การใช้โปรแกรม Graphic design
  12. มีความรู้และสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ
  13. บุคลิกภาพดี
    ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
  14. ติดตั้ง ตรวจสอบ บำรุงรักษาด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง 2. ควบคุม ดูแลอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ ประจำห้องประชุมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  15. ประสานงานหรือควบคุมงานที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
  16. ตรวจสอบบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  17. งานบันทึก รวบรวม และประมวลข้อมูลสารสนเทศ
  18. จัดทำ ปรับปรุงและบำรุงรักษา Web Site
  19. ดูแลและบริหารข้อมูลที่อยู่บน Web Site ให้ถูกต้องและทันสมัย
  20. จัดทำและออกแบบ งานจัดทำสื่อ งานสิ่งพิมพ์ งานโปสเตอร์ และงานกราฟฟิค
  21. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (หน่วยงานภูมิภาคสามารถกำหนดลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงาน คอมพิวเตอร์ได้เพิ่มเติมตามความเหมาะสม)
    12/12
    บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
    (ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสั่ง/สัญญา)
    ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้
    ข้อ 1 ค านิยาม
    1.1 หากไม่ได้มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้ถ้อยคำในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีความหมายดังต่อไปนี้
    “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กฎ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
    “การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลอื่นใดใน ข้อมูลส่วนบุคคล
    “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
    “ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกแบ่งปันระหว่างทั้งสองฝ่าย ดังที่ ปรากฏตามผนวก 1
    “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นบ่งชี้ไปถึง และให้หมาย รวมถึงผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
    “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือ นิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
    “ผู้เปิดเผยข้อมูล” หมายถึง ฝ่ายหนึ่งซึ่งเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้แก่ อีกฝ่ายหนึ่ง
    “ผู้รับข้อมูล” หมายถึง ฝ่ายหนึ่งซึ่งได้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันจากผู้เปิดเผยข้อมูล
    1
    “วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน” หมายถึง วัตถุประสงค์ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันอาจถูก ประมวลผลโดยผู้รับข้อมูล ดังที่ปรากฏตามผนวก 1
    “หน่วยงานก ากับดูแล” หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
    1.2 คำศัพท์ใด ๆ ที่ไม่ได้กำหนดนิยามไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้เป็นไปตามนิยามที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
    1.3 เอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงและมีผลบังคับใช้ เช่นเดียวกับบันทึกข้อตกลง การอ้างอิงใด ๆ ถึงบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้รวมถึงเอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลง ด้วย
    ข้อ 2 วัตถุประสงค์ในการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
    2.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้กำหนดขอบเขตการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างฝ่าย ต่างมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดหลักการและกระบวนการดำเนินการที่ทั้งสองฝ่ายต้อง ปฏิบัติ รวมถึงหน้าที่ที่ต่างฝ่ายต่างต้องปฏิบัติต่อกัน
    2.2 ทั้งสองฝ่ายพิจารณาว่า การแบ่งปันข้อมูลให้แก่กันนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินภารกิจ ระหว่างกัน และจำเป็นต่อการสนับสนุนการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันไว้
    2.3 การดำเนินภารกิจระหว่างทั้งสองฝ่าย วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ ถูกแบ่งปัน และประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้ เป็นไปตามที่ปรากฏในผนวก 1
    2.4 แต่ละฝ่ายจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันเท่านั้น และ จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันกันในทางที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
    2.5 แต่ละฝ่ายจะไม่แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามที่กำหนดไว้ใน วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
    ข้อ 3 การระงับข้อพิพาท
    3.1 ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท หรือการเรียกร้องใด ๆ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานกำกับ ดูแลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งจะแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่ง ทราบถึงข้อพิพาทหรือการเรียกร้องที่เกิดขึ้น และจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในเวลาที่เหมาะสม
    กรณีที่มีปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้นจากบันทึกข้อตกลงหรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลง การตีความ บันทึกข้อตกลง การผิดข้อตกลงหรือการเลิกข้อตกลงนั้น ให้ทั้งสองฝ่ายแต่งตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเพื่อ เจรจายุติข้อพิพาทร่วมกัน หากผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่
    2
    ได้เริ่มต้นเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท หรือภายในระยะเวลาที่ได้ขยายออกไปตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องหรือคำฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย ในระหว่างรอคำพิพากษาของศาล ทั้ง สองฝ่ายยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
    ข้อ 4 การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอื่น
    4.1 ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในประเทศ ของตนตลอดระยะเวลาของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
    4.2 ในกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับในประเทศอื่นข้างต้นมีความขัดแย้งกัน ให้ใช้ข้อกำหนดของกฎหมายซึ่งมี ความเคร่งครัดกว่า หรือข้อกำหนดเพิ่มเติมซึ่งคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า
    ข้อ 5 การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบุคคลภายนอก ค าร้องขอใช้สิทธิของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    5.1 แต่ละฝ่ายตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือตามความต้องการและสมควร เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งสามารถ จัดการข้อร้องเรียนหรือดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายทราบว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจยื่นข้อร้องเรียนหรือคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ได้ ในกรณี
    ดังกล่าว ฝ่ายที่ได้รับคำร้องจะต้องแจ้งถึงคำร้องดังกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ชักช้า โดยฝ่ายที่ได้รับคำร้องนั้น มีหน้าที่แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ถึงการจัดการข้อร้องเรียนหรือการดำเนินการตามคำขอของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วย
    5.2 แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การตัดสินใจ และการดำเนินการที่ได้กระทำเพื่อตอบสนองคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าว
    ข้อ 6 การจัดเก็บและการลบข้อมูลส่วนบุคคล
    6.1 ผู้รับข้อมูลจะเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อ ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกันไว้ หรือเพื่อปฏิบัติตามระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตาม กฎหมาย
    6.2 ผู้รับข้อมูลจะต้องทำลายหรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันให้แก่ผู้เปิดเผยข้อมูลในกรณี ดังต่อไปนี้
    (ก) เมื่อบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ครบกำหนดหรือสิ้นสุดลงด้วยเหตุอื่นใด
    (ข) เมื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปตามวัตถุประสงค์ในการ แบ่งปันข้อมูลนั้นหรือตามกฎหมาย
    3
    ข้อ 7 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    7.1 แต่ละฝ่ายจะปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน และจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลที่ถูกแบ่งปันโดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้และกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล กฎระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องที่มีผลใช้บังคับตลอดระยะเวลาของบันทึกข้อตกลงฉบับ นี้
    ข้อ 8 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
    8.1 ผู้รับข้อมูลจะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันไปยังบุคคลภายนอกที่อยู่นอกประเทศ ไทย เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และการส่งหรือโอนดังกล่าวได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันนี้ ให้หมายรวมถึงการจ้างช่วงใน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันและการให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปัน ด้วย
    ข้อ 9 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
    9.1 ผู้เปิดเผยข้อมูลจะต้องรับผิดชอบในการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมใน ขั้นตอนการส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันแก่ผู้รับข้อมูล
    9.2 ทั้งสองฝ่ายจะต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้อง ทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป โดยให้เป็นไปตา มมาตรฐาน ขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด อีกทั้งจัดให้มีทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) รวมถึงมาตรการป้องกัน ด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายอาจตกลง กำหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรได้โดยมาตรการต้องไม่ต่ำกว่าที่ กฎหมายกำหนด
    9.3 ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ ถูกแบ่งปันได้ ทั้งนี้ หากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ที่ปรึกษา ใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องทำข้อตกลงเกี่ยวกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และต้องมีข้อตกลงและ เงื่อนไขไม่น้อยกว่าข้อตกลงและเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
    4
    ข้อ 10 การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
    10.1 แต่ละฝ่ายมีหน้าที่รายงานกรณีมีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากฝ่ายตนต่อหน่วยงาน กำกับดูแล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้และ แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทุกกรณีโดยไม่ชักช้า ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึง การละเมิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่ไม่ทราบว่าเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้นจากฝ่ายใด ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันโดยไม่ชักช้า ว่าให้ฝ่ายใดมีหน้าที่รายงานเหตุละเมิดดังกล่าวต่อหน่วยงานกำกับดูแล และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
    10.2 แต่ละฝ่ายจะต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่อีกฝ่าย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันการณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น คำอธิบายลักษณะของเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล จำนวนข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผลที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และคำอธิบายมาตรการที่ได้ดำเนินการแล้ว หรือที่จะเสนอให้ดำเนินการ เพื่อ ลดผลกระทบและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    10.3 ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือกันตามความจำเป็นและสมควร เพื่ออำนวยความสะดวก ในการจัดการกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
    10.4 ทั้งสองฝ่ายตกลงไม่เปิดเผยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นใดทราบ โดยปราศจากการ ตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
    ข้อ 11 ค ารับรองและรับประกัน
    แต่ละฝ่ายขอรับรองและรับประกัน ดังนี้
    11.1 จะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับและข้อตกลงตาม บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกแบ่งปันในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
    11.2 จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการปฏิบัติตามบันทึก ข้อตกลงฉบับนี้ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
    11.3 ตอบข้อซักถามของหน่วยงานกำกับดูแลภายในระยะเวลาที่กำหนด และตราบเท่าที่เป็นไปได้ อย่างสมเหตุสมผล
    11.4 ตอบสนองต่อคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
    5
    11.5 ผู้เปิดเผยข้อมูลขอรับรองและรับประกันว่า ผู้เปิดเผยข้อมูลมีสิทธิที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูก แบ่งปันแก่ผู้รับข้อมูล ทั้งนี้ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ผู้เปิดเผยข้อมูลได้ ดำเนินการแจ้งข้อมูลที่จำเป็นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล (ในกรณีที่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หรือสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าวแก่ผู้รับข้อมูลได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ผู้รับข้อมูลสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ เกี่ยวข้องได้ตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
    ข้อ 12 การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
    12.1 ทั้งสองฝ่ายจะต้องชดใช้จากความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิด หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น หรือในกรณีที่จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้ บันทึกข้อตกลงฉบับนี้หรือตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการละเมิดคำรับรองและรับประกันของ กรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน พนักงาน ตัวแทน ผู้ให้บริการช่วง ผู้รับเหมา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น
    12.2 ข้อจำกัดความรับผิดใด ๆ ที่กำหนดไว้ภายใต้ใบสั่ง/สัญญา หรือข้อตกลงอื่นใด (ถ้ามี) จะไม่ใช้ บังคับกับความรับผิดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้
    ข้อ 13 ระยะเวลาและการสิ้นสุดข้อตกลง
    13.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับระหว่างทั้งสองฝ่ายตามระยะเวลาที่ระบุในผนวก 1 เว้นแต่ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะบอกเลิกบันทึกข้อตกลงก่อนกำหนด โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังอีก ฝ่ายหนึ่งไม่น้อยกว่า 30 วัน
    13.2 การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิใด ๆ ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีตาม กฎหมายหรือตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง อันเนื่องมาจากการกระทำผิดบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อกำหนดภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งมีความหมายโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย กำหนดให้มีผลใช้บังคับอยู่หรือต่อไปภายหลังจากบันทึกข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุดลงแล้ว
    6
    ผนวก 1 การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
    การด าเนินภารกิจ
    ปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับ กฟผ.
    วัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงกัน
    เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานให้กับ กฟผ.
    ประเภทของข้อมูลส่วน บุคคลที่ถูกแบ่งปัน
    ชื่อ- สกุล, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, สำเนาวุฒิการศึกษา
    สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, ประวัติอาชญากรรม
    ประเภทของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล
    ผู้ปฏิบัติงานของคู่สัญญาของ กฟผ.
    ระยะเวลาของบันทึก ข้อตกลงว่าด้วยการ
    แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
    1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

7
เอกสารแนบ 1
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญำ)

คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ค ำนิยำม
“ข้อมูลที่เป็นควำมลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่เป็น ของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผย เมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
. ข้อ 2. กำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
2.1 ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้โดยครบถ้วน และ อย ่างเคร ่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม ่เปิดเผย ท าส าเนา หรือท าการอื ่นใดท านองเดียวกันแก ่บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
2.2 ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การด าเนินงานที่มีอยู่ ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อก าหนดนี้ อีกทั้งผู้รับข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูล อย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับออกสู่สาธารณะ
2.3 ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูล ที่เป็นความลับถูกน าไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
2.4 ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลภายนอก ที ่ต้องเกี ่ยวข้องกับข้อมูลที ่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจ ากัดสิทธิใน การใช้และการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องด าเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับโดยมีข้อก าหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่าข้อก าหนดและเงื่อนไขในข้อก าหนดฉบับนี้ด้วย
2.5 ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดฉบับนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลที่ ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
(2) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
(4) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามค าสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือแจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อก าหนดหรือค าสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้นอย่าง เป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะด าเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูล ดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้องด าเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(5) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น

  • 2 -
    ข้อ 3. ทรัพย์สินทำงปัญญำ
    ข้อก าหนดฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอยู่ใน ปรากฏอยู่ หรือน ามาท าซ้ าไว้ในเอกสารข้อมูลที่เป็นความลับ ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และ
    เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว จะไม่ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ตลอดจนไม่น าไปใช้โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของรายละเอียดดังกล่าว
    ข้อ 4. กำรส่งคืน ลบ หรือกำรท ำลำยข้อมูลที่เป็นควำมลับ
    เมื่อการด าเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูล ที่เป็นความลับและส าเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบหรือท าลายข้อมูล ที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือด าเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้ง เป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษา ความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่าการด าเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
    ข้อ 5. กำรชดใช้ค่ำเสียหำย
    ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดนี้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อก าหนดตามข้อก าหนดนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
    ข้อ 6. กำรบังคับใช้
    6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อก าหนดฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อก าหนด ส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในข้อก าหนดนี้ และข้อก าหนดที่เหลืออยู่ในข้อก าหนดฉบับนี้ ยังคงใช้บังคับและมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์ 6.2 ข้อก าหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
    เอกสารแนบ 2
    ตัวอย่ำงแผนกำรท ำงำน

เอกสารแนบ 3 คุณลักษณะอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล

เอกสารแนบ 4
บัญชี 3 เงื่อนไขดานความปลอดภัย (Safety Criteria) บัญชี 4 ขอมูลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจาง ที่ตองจัดสงกอนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจาง บัญชี 5 แบบประเมินผลการดําเนินงานดานความปลอดภัย ของผูรับจาง
บัญชี ๓ เงื่อนไขดานความปลอดภัย (Safety Criteria)
หนวยงานผูวาจาง : ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
งานที่วาจาง : งานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ สำนักงานกลาง กฟผ.
ระยะเวลาที่วาจาง : ๑ ม.ค. ๗๐ ถึง ๓๑ ธ.ค. ๗๐
การสงมอบพื้นที่ ⬜ สงมอบพื้นที่ ☑ ไมไดสงมอบพื้นที่
กลุมงานของผูรับจาง
✓⯐ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
⯐ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) ⯐ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมดานความปลอดภัย ที่ตองดําเนินงานตามกลุมงานของผูรับจาง

๑.๑ จัดทำแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังนี้
(๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ
(๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน
(๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน
(๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

๑.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบต่อ หน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ทำงาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด (ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม

๑.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่ผ่านการอบรมด้าน อาชีวเวชศาสตร์มีเงื่อนไข ดังนี้

⬜ (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น  ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปี ปฏิทิน 

⬜ (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
⬜ (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ ทำงานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าทำงานใน ที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนำมาแสดง ต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มดำเนินงานการเข้าทำงานในที่อับอากาศ

๑.๔ การค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวน สอบความครบถ้วน และเหมาะสม
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง

๑.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน

๑.๖ จัดส่งข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้ (๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
(๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกำหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
(๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
(๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)

๑.๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้

 (ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กำหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก 

(ข) การควบคุมการนำสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการนำเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
(ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้สำหรับส่งคนไปยังสถานที่ทำงาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและ ความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบ ปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

๑.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมาย และป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

๑.๙ ระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อม มาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

๑.๑๐ ดำเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่างน้อย ดังนี้
(๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ

 (๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทำงาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล  

(๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทำงาน

๑.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ตามแผนที่ กำหนด รวมทั้งจัดทำรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน

๑.๑๓ การขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit) สำหรับงานตามที่กฎหมายกำหนด และงานหรือพื้นที่ที่ มีความเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน และให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างกำกับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สำหรับงาน ดังนี้ (ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ำ
(ซ) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ำ
(ฎ) งานอื่น ๆ ตามความจำเป็น
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ การขออนุญาตเข้าทำงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

๑.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทำงาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้า งานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจดำเนินการตาม ความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
(๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ทำเป็นประจำ

 (๖) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน
⬜ 
๑.๑๕ ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ ดังนี้ 

(๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันที ด้วยวาจา โทรศัพท์ โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด พอสมควร
(๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าทำ การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดย โทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหาสาเหตุ อุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิดซ้ำ ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมในการ ค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สำหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย ให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
(๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์ สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน กำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน (๖) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคม และส่งสําเนาหนังสือแจ้งต่อ พนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสำเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๖ ดำเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจำเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (ข) จัดทำแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุ ฉุกเฉินของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

๑.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
(๑) จำนวนลูกจ้างและจำนวนชั่วโมงการทำงาน
(๒) จำนวนการเกิดอุบัติการณ์

(๓) รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย 

(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
๒. ชี้บงกฎหมาย ระเบียบดานความปลอดภัยที่เกี่ยวของ
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
☑ พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย. และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
⬜ กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘
⬜ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
⬜ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๓
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. ๒๕๖๓ ⬜ กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อม ในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกที่สูงและที่ลาดชันจากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และ พังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและส ภาะแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔

⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ⬜ กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ดำเนินการด้านความปลอดภัย ในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๖๕
๒.๒ ระเบียบดานความปลอดภัยของหนวยงาน/กฟผ.
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงาน ก่อสร้าง
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่าด้วยข้อกำหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘ ⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๒๘๙ การจัดการอุบัติการณ์
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๑๕ ว่าด้วย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
☑ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๙๖ ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๔๑๖ การขออนุญาตเข้าทำงานที่ทำให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ และการขออนุญาตเข้า ทำงานในที่อับอากาศ
เกณฑพิจารณาหนวยงานและบุคลากร
ประเภทกิจการ
จํานวนลูกจาง
จป.บริหาร
จป.หัวหนางาน
จป.วิชาชีพ
จป.เทคนิค ขั้นสูง
จป.เทคนิค
หนวยงานความ ปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๒) ถึง (๕)
๒ – ๑๙ คน
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
๒๐ – ๔๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
๑ คน
ปฏิบัติงานความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า วันละ ๑ ช.ม.
-
๕๐ – ๙๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
๑ คน
-
-
๑๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
-
๒๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๖) ถึง (๑๔)
๒๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-

พิจารณาประเภท สถานประกอบ 

กิจการ

เกณฑพิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
ประเภทกิจการ
จํานวนลูกจาง
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐ – ๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๑๐๐ – ๔๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐๐ คนขึ้นไป
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน

พิจารณาประเภทสถานประกอบกิจการ
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ............................................
๓. โครงสรางการบริหารจัดการ บุคลากร และหนาที่ ความรับผิดชอบดานความปลอดภัย
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน 

⬜ หน่วยงานความปลอดภัย
☑ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
☑ หัวหน้างาน
☑ ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
๔. คุณสมบัติดานความปลอดภัยเบื้องตนของผูรับจาง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผานการฝกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
(๑) การบริหารจัดการ
☑ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
☑ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ☑ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่ ⬜ หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัยพร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
(๒) การทํางานในที่อับอากาศ
⬜ ผู้อนุญาต ⬜ ผู้ควบคุมงาน ⬜ ผู้ช่วยเหลือ ⬜ ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
⬜ ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายกำหนด

(๓) การทํางานเกี่ยวกับรังสี
⬜ การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี
⬜ อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่สำหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
(๔) การทํางานเกี่ยวกับงานกอสราง
⬜ อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
⬜ อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
⬜ อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
⬜ อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง
⬜ อบรมวิธีทำงานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานในอุโมงค์
⬜ อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ
⬜ อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนทำลายสิ่งก่อสร้าง
⬜ การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับงานก่อสร้าง
(๕) การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปนจั่น และหมอน้ํา
⬜ การทำงานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิด อันตรายได้โดยสภาพ
⬜ อบรมผู้ขับรถยก
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
(๖) การทํางานเกี่ยวกับไฟฟา
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
⬜ ช่างไฟฟ้าอาคาร
(๗) การทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
⬜ วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย ⬜ การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย

(๘) การปองกันและระงับอัคคีภัย
⬜ การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
⬜ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยง
⬜ ตรวจสมรรถภาพปอด
⬜ ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
⬜ ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
⬜ ตรวจด้านพิษวิทยา
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ
⬜ รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติขอมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถามี)
⬜ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต ⬜ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายดานความปลอดภัย (ถามี)
⬜ ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
⬜ รางวัลด้านความปลอดภัย
⬜ อื่น ๆ ……………………………………………………………

บัญชี ๔ ขอมูลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจางที่ตองจัดสงกอนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจาง
หนวยงานผูวาจาง :ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
งานที่วาจาง :งานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์ สำนักงานกลาง กฟผ.
บริษัทผูรับจาง :
๑. โครงสรางการบริหารจัดการ บุคลากร และหนาที่ ความรับผิดชอบดานความปลอดภัย
บุคลากร
รายชื่อ
หนาที่
ความรับผิดชอบ
หลักฐาน/
ใบรับรอง
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ……. คน

⬜ หน่วยงานความปลอดภัย....... คน






⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร....... คน






⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน....... คน






⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ....... คน






⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูง.......คน






⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิค....... คน






⬜ ผู้บริหาร/ผู้จัดการ....... คน






⬜ หัวหน้างาน....... คน






⬜ ลูกจ้าง....... คน






⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ..................






๒. หลักสูตร เอกสารแสดงการผานการฝกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
๒.๑ หลักสูตรอบรมพื้นฐาน 
รายชื่อ 
หลักฐาน/ใบรับรอง
(๑) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่ 




(๒) การดับเพลิงขั้นต้น




๒.๒ หลักสูตรอบรมเฉพาะตามความเสี่ยง 
รายชื่อ 
หลักฐาน/ใบรับรอง
⬜ การทำงานในที่อับอากาศ




⬜ การทำงานเกี่ยวกับรังสี

⬜ การทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง

⬜ การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ




⬜ การทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า




⬜ การทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย




⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ...........................




๓. การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยง
ลักษณะงาน 
แหลง 

อันตราย
การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยงของงาน
ผลการตรวจสุขภาพ/ ใบรับรองแพทย
ตรวจสมรรถภาพ ปอด
ตรวจสมรรถภาพ การไดยิน
ตรวจสมรรถภาพ การมองเห็น
ตรวจดาน
พิษวิทยา

๔. การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ 
หลักฐาน/ใบรับรอง 
วันหมดอายุ
























๕. ประวัติขอมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถามี)
⬜ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ  ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต
……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………
⬜ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII) 
………………………………………………………………………………………
๖. ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายดานความปลอดภัย (ถามี)
⬜ ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย 
………………………………………………………………………………………
⬜ รางวัลด้านความปลอดภัย 
………………………………………………………………………………………
⬜ อื่น ๆ 
………………………………………………………………………………………

บัญชี ๕ แบบประเมินผลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจาง
หนวยงานผูวาจาง : ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร
ผูประเมิน : ………………………. วันที่ประเมิน : ……………….
งานที่วาจาง : งานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน ด้านคอมพิวเตอร์สำนักงานกลาง กฟผ.
บริษัทผูรับจาง : …………………… สัญญาเลขที่ : ………………..
กลุมงานของผูรับจาง
⯐ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
⯐ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts)
⯐ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
หัวขอประเมิน
น้ําหนัก
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม ! น้ําหนัก
คะแนนที่ได ! น้ําหนัก
๑. หลักฐาน/ใบรับรอง การตรวจสอบ
ทดสอบ สอบเทียบ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
(ก่อนระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
(ตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

๒. หลักฐาน/ใบรับรอง การฝึกอบรม 

ใบอนุญาต และผล
การตรวจสุขภาพ
ตามที่กฎหมาย
กำหนด
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
(ก่อนระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
(ตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

๓. การปฏิบัติตาม
แผนงานความ
ปลอดภัย
๒๕
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
(ทำได้เร็วกว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
(เป็นไปตามแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้าหมาย)

หัวขอประเมิน 
น้ําหนัก 
เกณฑพิจารณา
คะแนนเต็ม  ! น้ําหนัก
คะแนนที่ได ! น้ําหนัก
๔. สวมใส่อุปกรณ์ 

อุปกรณ์คุ้มครองความ ปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ระหว่าง
ปฏิบัติงาน
๑๕
๔ คะแนน = สวมใส่ครบถ้วนตลอดเวลาทำงาน และ เหมาะสมกับลักษณะงานต่อรอบการประเมิน
๓ คะแนน = มีการแจ้ง พบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน ๒ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๓ ครั้งแต่ไม่เกิน ๕ ครั้ง ต่อรอบการประเมิน
๑ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๕ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการ ประเมิน
N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

๕.การปฏิบัติตาม 

ข้อกำหนดกฎหมาย/ ระเบียบ กฎความ
ปลอดภัยของ
หน่วยงาน
๒๐
๔ คะแนน = ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย/ระเบียบ กฎ ความปลอดภัยของหน่วยงานโดยไม่มีการฝ่าฝืนต่อรอบการ ประเมิน
๓ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน
๒ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน มากกว่า ๓ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการประเมิน ๑ คะแนน = ฝ่าฝืนข้อกำหนดกฎหมายต่อรอบการประเมิน

๖.ขณะปฏิบัติงานมี อุบัติเหตุเกิดขึ้น
๒๐ 
๔ คะแนน = ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น  

๓ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงน้อย (Class C) (ปฐมพยาบาล หรือไม่หยุดงาน)
(ทรัพย์สินเสียหายไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท)
๒ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงปานกลาง (Class B)
(บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ตั้งแต่ ๑ วันขึ้นไป)

(ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ) 

๑ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) (เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ทุพพลภาพถาวร, บาดเจ็บมีผลทำให้ เป็นอัมพาต)
(ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป)

รวม 
๑๐๐






คะแนนสมรรถนะ 

ด้านความปลอดภัย
“(คะแนนที่ได้#$#น้ำหนัก)
“(คะแนนเต็ม#$#น้ำหนัก)#! ๑๐๐

= __________ %

หมายเหตุ : ๑. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป ให้เก็บผลการประเมิน ของแต่ละงานไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
๒. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนไม่ถึงร้อยละ ๗๕ ให้หน่วยงานส่งผลการประเมินให้ฝ่ายจัดซื้อ จัดจ้างและบริหารพัสดุในสำนักงานใหญ่ หรือหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างในส่วนภูมิภาคและเก็บสำเนาผลการประเมินไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง

ข้อควรระวัง
การวางหลักประกันการเสนอราคา
∙ หลักประกันการเสนอราคา ในกรณีที่ใช้เป็นเงินสด ให้ใช้ได้เฉพาะเงินสด ประเภทเงินฝากธนาคาร (การโอนเงิน) เท่านั้น ไม่รับในรูปแบบเช็คหรือ ดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย และการโอนเงินต้องโอนจากบัญชีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้เสนอราคา โดยต้องช าระเงินในวันและเวลาที่ยื่นเสนอราคาเท่านั้น
เช่น ผู้ยื่นข้อเสนอ บริษัท ABC จ ากัด การโอนเงินจะต้องโอนจากชื่อบัญชี บริษัท ABC จ ากัด ตามวันและเวลาที่ยื่นเสนอราคาเท่านั้น หากไม่ช าระเงิน ในวันเวลาที่ยื่นเสนอราคา หรือโอนเงินโดยบัญชีอื่นหรือบัญชีผู้รับมอบอ านาจ ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้เสนอราคาจะไม่ผ่านคุณสมบัติ
∙ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม จากหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ)0405.2/ ว 581 ลงวันที่ 1 กันยายน 2568 เรื่อง การอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารและการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ .ศ.2560 ข้อ 166 วรรคสอง และวรรคห้า และเอกสาร ประกวดราคา ข้อ 5. หลักประกันการเสนอราคา

ข้อมูลประชาสัมพันธ์และช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน ด้านการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการ
นโยบายต่อต้านการให้หรือรับสินบนเพื่อป้องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบ
จรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ ช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน *
การแจ้งข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนทางเว็บไซต์กฟผ. * จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ. **

  • ไม่ใช่ช่องทางแสดงความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ ซื้อหรือจ้าง/ ร่างประกาศ/ ร่างเอกสารประกวดราคาฯ
    ** กฟผ. จัดท าและเผยแพร่จรรยาบรรณคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าของ กฟผ. ทุกรายมีแนวปฏิบัติในการด าเนิน ธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยค านึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม การก ากับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติ ตามกฎหมาย และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังมีรายละเอียดระบุใน QR Code จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ.”
    ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหาร สัญญาของ กฟผ.
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดําเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษารายละเอียดประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา ได้ที่ https://www.egat.co.th/privacy-notice-procurement.html หรือที่ QR Code ด้านล่าง

การขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
กฟผ. มีประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุและการบริหาร สัญญา เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หากเอกสารของท่านที่ต้องส่งมอบให้กฟผ. มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ความคิดเห็นทางการเมืองความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือ ข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยู่ด้วย ขอให้ท่านขีดฆ่า หรือปกปิด ข้อมูลดังกล่าว ก่อนส่งมอบให้แก่กฟผ.

ชองทางการรับฟงความคิดเห็น
ผูประกอบการสามารถแสดงความคิดเห็นรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะ ของพัสดุที่จะซื้อหรือจางพรอมกับรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ภายในระยะเวลาที่กําหนด โดยสามารถแสดงความคิดเห็นได 2 ชองทาง ไดแก

  1. ผานหนาเว็บไซต www.gprocurement.go.th หรือ
  2. login เขาสูระบบ e-GP
    ทั้งนี้ โปรดศึกษาคูมือการแสดงความคิดเห็นรางเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส
    (e-bidding) ออนไลน สําหรับผูประกอบการและผูสนใจทั่วไป
    ตามหนังสือเวียนคณะกรรมการวินิจฉัยปญหาการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว210 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2569

หมายเหตุ : กรณีระบบ e-GP มีปญหาขอขัดของ
กรณีที่ระบบ e-GP มีปญหาขัดของ และกรมบัญชีกลางแจงปญหาขอขัดของเรียบรอยแลว ผูประกอบการสามารถ แสดงความคิดเห็นและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเปนหนังสือ โดยสงถึงหัวหนาแผนกจัดซื้อจัดจางสายงานกลาง 4 กองจัดซื้อ จัดจางสายงานกลาง ฝายจัดซื้อจัดจางและบริหารพัสดุสวนกลาง การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย สํานักงานใหญ เลขที่ 53 หมู 2 ถนนจรัญสนิทวงศ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส
(e-mail : [email protected]) ไปยังหนวยงานของรัฐโดยตรง และยื่นใหแลวเสร็จภายในเวลา 16.30 น. กรณีสงเปนหนังสือ ใหถือเอาเวลาที่หนวยงานของรัฐประทับตรารับหนังสือ