ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการซ่อมสร้างถนน Asphaltic Concrete (โดยวิธี Pavement in - Place Recycling) รหัสทางหลวงท้องถิ่น พท.ถ.25-001 ถนนสายบ้านท่ามะเดื่อ-บ้านบางขวน
โครงการซ่อมสร้างถนน Asphaltic Concrete สายบ้านท่ามะเดื่อ - บ้านบางขวน รหัสทางหลวงท้องถิ่น พท.ต.25-001 เป็นโครงการของเทศบาลตำบลบางแก้ว อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง โดยใช้วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING (การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการรีไซเคิลผิวทางเดิมโดยไม่ต้องขนวัสดุออก ช่วยประหยัดต้นทุนและเวลาก่อสร้าง
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับปูนซีเมนต์ แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) ตามที่กำหนดในแบบ รวมถึงงานขุดซ่อม (Deep Patch) แก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (Soft Spot) งานเสริมหินคลุกปรับระดับ งานดินทาง งานชั้นรองพื้นทาง งานพื้นทางหินคลุก งาน Prime Coat และ Tack Coat จนถึงการปูผิวแอสฟัลต์คอนกรีตหนา 0.05 เมตร ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 0.50 เมตร ความยาว 1,537 เมตร พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 10,759 ตารางเมตร
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท (มทร.) ทุกรายการ ทั้งการทดสอบความแน่น กำลังรับแรงอัด การเก็บตัวอย่าง Marshall การตรวจสอบความหนาทุกระยะ 250 เมตร พร้อมจัดการควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้างให้ปลอดภัย และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางเมื่องานแล้วเสร็จ โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ตรวจสอบ ออกแบบส่วนผสม และการแก้ไขงานที่ไม่ได้มาตรฐานทั้งสิ้น
English summary
This project involves the rehabilitation of the Asphaltic Concrete road on the Ban Tha Maduea - Ban Bang Khuan route (Local Highway Code PhT.T.25-001), commissioned by Bang Kaeo Subdistrict Municipality, Bang Kaeo District, Phatthalung Province, using the PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING method. The scope includes in-place recycling of the existing pavement layer mixed with Portland cement, deep patching of soft spots, crushed rock base course work, Prime Coat and Tack Coat applications, and surfacing with 0.05 m thick asphaltic concrete. The carriageway is 6.00 m wide with 0.50 m shoulders on each side, totaling 1,537 m in length and no less than 10,759 sq.m. in area. The contractor must comply with the Department of Rural Roads (DRR) standards (MTR.), conduct density and compressive strength testing, install traffic markings, and manage traffic control during construction, bearing all costs for surveys, mix design, testing, and corrective works.
ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง (ช่วงหมู่ที่ 2 บ้านเกาะประตู - หมู่ที่ 3 บ้านรังเขา จุดเริ่มต้น STA 0+000 ถึงจุดสิ้นสุด STA 1+537) ในเขตเทศบาลตำบลบางแก้ว
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ซ่อมสร้างถนนแอสฟัลต์คอนกรีตสายบ้านท่ามะเดื่อ - บ้านบางขวน รหัสทางหลวงท้องถิ่น พท.ต.25-001 ให้มีมาตรฐานตามแบบมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมให้แข็งแรงโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ผสมปูนซีเมนต์
- แก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ด้วยวิธีขุดซ่อม (DEEP PATCH)
- ปูผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ พร้อมตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจรของประชาชน
ขอบเขตของงาน
- งานเตรียมการ: ส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้างภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และประสานงานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน เพื่อตรวจสอบ/ออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
- งานขุดซ่อม (DEEP PATCH): แก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตรฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- งานเสริมหินคลุกปรับระดับ: กรณีโครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง ให้เสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- งานปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING): ใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับปูนซีเมนต์ (หรือแอสฟัลต์/สารผสมเพิ่มอื่น) แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามแบบ โดยต้องบดทับให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปูนออกมา (กรณีผสมปูนซีเมนต์)
- งานดินทาง: ถมดินทางเป็นชั้นๆ หนาไม่เกิน 20 ซม./ชั้น บดอัดไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density ตาม มทร. 201-2545
- งานชั้นรองพื้นทาง: ตาม มทร. 202-2545 บดอัดไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- งานพื้นทางหินคลุก: ตาม มทร. 203-2545 พร้อม Control Test ทุกระยะ 1,000 ม. และทดสอบ Field Density พื้นที่ 450 ตร.ม./หลุมตัวอย่าง
- งาน Prime Coat: ตาม มทร. 225-2545 ใช้ยางแอสฟัลต์ MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณ 0.80-1.40 ลิตร/ตร.ม.
- งาน Tack Coat: ตาม มทร. 227-2545 ใช้ยางแอสฟัลต์ CRS-2 ปริมาณ 0.10-0.30 ลิตร/ตร.ม. ทิ้งไว้ 10-18 ชั่วโมงก่อนทำผิวขึ้นต่อไป
- งานแอสฟัลต์คอนกรีต: ปูผิวจราจรกว้าง 6.00 ม. ไหล่ทางข้างละ 0.50 ม. ยาว 1,537 ม. หนา 0.05 ม. ควบคุมอุณหภูมิแอสฟัลต์ไม่น้อยกว่า 132°C เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้าง พร้อมบดอัดด้วยรถบดล้อเหล็ก 8-10 ตัน และรถบดล้อยาง 10-12 ตัน
- งานตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีต: เจาะตัวอย่างความหนาและความแน่นทุกระยะ 250 ม. ความแน่นต้องไม่น้อยกว่า 98% ของ Marshall Density
- งานทาผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทร. 230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง: ติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์ควบคุมการจราจร จัดหาบุคลากรอำนวยการจราจร
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรือจัดทำติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกิโลเมตร หลักกันโค้ง และ GUARD RAIL ตามที่กำหนดในแบบแต่ละสายทาง
- การบ่มชั้นทางผสมปูนซีเมนต์: พ่นน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดติดต่อกันอย่างน้อย 7 วันนับจากวันก่อสร้างแล้วเสร็จ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนแอสฟัลต์คอนกรีต (โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING) ยาว 1,537 เมตร ผิวจราจรกว้าง 6.00 ม. ไหล่ทางกว้างข้างละ 0.50 ม. หนา 0.05 ม. พื้นที่ไม่น้อยกว่า 10,759 ตร.ม.
- ชั้นทางเดิมที่ปรับปรุงในที่ผสมปูนซีเมนต์ ได้กำลังรับแรงอัดและความแน่นตามที่กำหนดในแบบ
- แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้าง
- เอกสารการออกแบบส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE (HOT MIX IN-PLACE RECYCLING)
- งาน Prime Coat และ Tack Coat ตามมาตรฐาน มทร. 225-2545 และ 227-2545
- เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางบนผิวทางและไหล่ทาง
- ระบบควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง (ป้ายจราจร อุปกรณ์ และบุคลากร)
- เครื่องหมายจราจร หลักกิโลเมตร หลักกันโค้ง และ GUARD RAIL ในสภาพเรียบร้อย (ตามแบบแต่ละสายทาง)
- ผลการทดสอบคุณภาพงาน (ความแน่น กำลังรับแรงอัด ความหนา) ครบถ้วนตามข้อกำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาสัญญาโดยรวม: ไม่ระบุชัดเจนในเอกสาร (ตามแบบเลขที่ บก. …/2569)
- ส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ประสานงานจัดส่งวัสดุงานทาง/เก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสม: ภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การบดทับชั้นทางผสมปูนซีเมนต์: ต้องแล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปูนออกมา
- การบ่มชั้นทางผสมปูนซีเมนต์: อย่างน้อย 7 วันนับจากวันก่อสร้างแล้วเสร็จ
- การทดสอบกำลังรับแรงอัดตัวอย่างเจาะจากสนาม: อายุตัวอย่างไม่เกิน 28 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ไม่ระบุรายละเอียดคุณสมบัติผู้เสนอราคาโดยตรงในเอกสารฉบับนี้ (เป็นข้อกำหนดการก่อสร้าง/Technical Specification)
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานงานก่อสร้างกรมทางหลวงชนบท (มทร.) ฉบับปัจจุบัน ได้แก่ มทร. 201-2545, 202-2545, 203-2545, 225-2545, 227-2545, 230-2545, 306-2550, 308-2550, 313-2550, มอก. 15 (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์), มอก. 851 (แอสฟัลต์ซีเมนต์ AC 60-70), ASTM D 4552-85 และมาตรฐาน ทล.-ม.410/2542 (โดยอนุโลม)
- Experience: ไม่ระบุ
- Previous Project Cost: ไม่ระบุ
- Technical Capabilities:
- ต้องมีเครื่องจักร PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING / HOT MIX IN-PLACE RECYCLING พร้อมเครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม (Ripping / Cold Milling / Hot Milling)
- รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ น้ำหนักประมาณ 8-10 ตัน
- รถบดล้อยาง น้ำหนักประมาณ 10-12 ตัน
- เครื่องเป่าลม เครื่องเจาะเก็บตัวอย่าง และอุปกรณ์ทดสอบภาคสนาม
- ความสามารถในการทำการทดลองและออกแบบส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE เฉพาะงาน (ตามวิธี MARSHALL)
- Personnel: ไม่ระบุ
เกณฑ์การพิจารณา
- เอกสารฉบับนี้เป็นข้อกำหนดการก่อสร้าง (Technical Specification) ไม่ได้ระบุวิธีการประเมินราคา/คุณสมบัติผู้เสนอราคาโดยตรง
- แนวทางการตรวจรับงานตามข้อกำหนดทางเทคนิค ได้แก่:
- ความแน่นชั้นทาง RECYCLED ASPHALT CONCRETE ในสนามต้องไม่น้อยกว่า 95% ของค่าความหนาแน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการ
- ความแน่นแอสฟัลต์คอนกรีตหลังบดอัดต้องไม่น้อยกว่า 98% ของค่า Marshall Density
- ค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์แต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ (อนุญาตให้ต่ำกว่าได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ไม่น้อยกว่า 85% ของค่าที่กำหนด)
- ความหนาผิวทางเฉลี่ยจากการเจาะตัวอย่างทุก 250 ม. ต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ
- ลักษณะผิว (Surface Texture) ต้องเรียบ สม่ำเสมอ ไม่มีรอยฉีก รอยหลุด การแยกตัว หรือความเสียหายอื่น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ขนาดงาน: ผิวจราจรกว้าง 6.00 ม. ไหล่ทางกว้างข้างละ 0.50 ม. ยาว 1,537 ม. หนาผิวแอสฟัลต์คอนกรีต 0.05 ม. พื้นที่ไม่น้อยกว่า 10,759 ตร.ม.
- วัสดุหินคลุก: CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ตาม มทร. 306-2550 ค่า LL ไม่มากกว่า 25, PI ไม่มากกว่า 6%, ค่าความลึก (ลาเตอริต) ไม่มากกว่า 40%, CBR ไม่น้อยกว่า 80% สะอาดปราศจากเกลือ น้ำมัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ
- ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
- แอสฟัลต์ซีเมนต์: AC 60-70 ตาม มอก. 851 (กรณีไม่ระบุชนิดอื่น)
- Prime Coat: ยางแอสฟัลต์ MC-70 หรือ CSS-1 อัตรา 0.80-1.40 ลิตร/ตร.ม. ตาม มทร. 225-2545 / มทร. 308-2550
- Tack Coat: ยางแอสฟัลต์ CRS-2 อัตรา 0.10-0.30 ลิตร/ตร.ม. ตาม มทร. 227-2545
- งานดินทาง: บดอัดชั้นละไม่เกิน 20 ซม. ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density
- งานชั้นรองพื้นทาง: ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- การปรับปรุงชั้นทางในที่ผสมปูนซีเมนต์: บดทับแล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง, ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density, ทดสอบ Unconfined Compressive Strength ตาม มทร.(1) 303-2545 (โดยอนุโลม) เก็บตัวอย่าง 3 ตัวอย่าง/ชุด ทุกช่วงไม่เกิน 1,500 ตร.ม. บ่มในถุงพลาสติก 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมงก่อนทดสอบ
- แอสฟัลต์คอนกรีต: อุณหภูมิเมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างไม่น้อยกว่า 132°C, เก็บตัวอย่างทุก 9,000 ตร.ม./ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทร.(1) 607-2545, ความแน่นหลังบดอัดไม่น้อยกว่า 98% Marshall Density, เจาะตรวจความหนาทุก 250 ม.
- การบดอัดแอสฟัลต์: รถบดล้อเหล็ก 8-10 ตัน 2 เที่ยว ตามด้วยรถบดล้อยาง 10-12 ตัน แล้วลบร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็กอีกครั้ง
- สารปรับปรุงคุณภาพแอสฟัลต์ (Asphalt Recycling Agent): ตาม ASTM D 4552-85
- มาตรฐาน ASPHALT HOT-MIX RECYCLING: ใช้มาตรฐาน ทล.-ม.410/2542 (โดยอนุโลม)
- การเสริมปรับระดับจุดยุบตัว: ร่องลึกไม่เกิน 30 มม. ปูเสริมได้ตามดุลพินิจผู้ควบคุมงาน, ความหนารวมไม่เกิน 80 มม., หากลึกเกิน 50 มม. ต้องเสริมเป็นชั้นๆ ชั้นละไม่เกิน 50 มม.
เงื่อนไขสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ รวมถึงผลความเสียหายใดๆ ในสนามทั้งสิ้น
- กรณีผลทดสอบกำลังรับแรงอัดไม่ได้ตามที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้มาตรฐาน โดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบและการก่อสร้างใหม่ทั้งหมด
- การทดลองออกแบบและตรวจสอบส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE ทุกครั้ง/ทุกสัญญา ผู้รับผิดชอบต้องชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กรมทางหลวงชนบทกำหนด
- ผู้รับจ้างต้องติดตั้งป้ายจราจร อุปกรณ์ควบคุมการจราจร และจัดหาบุคลากรอำนวยการจราจรระหว่างก่อสร้าง (ระยะเวลาปิดจราจรอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน)
- การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตำแหน่งงานตามช่วงหลักกิโลเมตรหรือเพิ่มบริเวณทางเชื่อม/ทางแยกสาธารณะ อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง/ผู้ควบคุมงาน แต่ต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนดในแบบ
- ตารางการชำระเงิน/เงินประกันผลงาน/ค่าปรับ: ไม่ระบุในเอกสารฉบับนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: โครงการนี้ใช้เทคโนโลยีอะไรในการปรับปรุงถนน?
คำตอบ: ใช้วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING คือการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับปูนซีเมนต์ (หรือแอสฟัลต์/สารผสมเพิ่มอื่น) แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนดในแบบ - คำถาม: ขนาดของถนนที่ซ่อมสร้างเป็นอย่างไร?
คำตอบ: ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 0.50 เมตร ความยาว 1,537 เมตร ผิวแอสฟัลต์คอนกรีตหนา 0.05 เมตร พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 10,759 ตารางเมตร - คำถาม: วัสดุหลักที่ใช้ผสมในการปรับปรุงชั้นทางเดิมคืออะไร?
คำตอบ: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตาม มอก. 15 (หรือแอสฟัลต์/สารผสมเพิ่มอื่นตามความเหมาะสม) คลุกเคล้ากับวัสดุชั้นทางเดิมที่ร่วนซุยแล้ว - คำถาม: การทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) ทำอย่างไร?
คำตอบ: เก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่างต่อชุด จากทุกช่วงก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. บ่มในถุงพลาสติก 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมง แล้วทดสอบตามวิธี มทร.(1) 303-2545 (โดยอนุโลม) ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ - คำถาม: ระยะเวลาการบ่มชั้นทางผสมปูนซีเมนต์นานเท่าไร?
คำตอบ: ต้องพ่นน้ำให้ผิวหน้าชั้นทางชุ่มชื้นตลอดติดต่อกันอย่างน้อย 7 วันนับจากวันก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดการจราจรได้ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม - คำถาม: อุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตต้องควบคุมเท่าไร?
คำตอบ: เมื่อแอสฟัลต์คอนกรีตมาถึงสถานที่ก่อสร้างต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และส่วนผสมที่จับตัวเป็นก้อนแข็งห้ามนำมาใช้ - คำถาม: การควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้างเป็นความรับผิดชอบของใคร?
คำตอบ: เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ต้องติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์ควบคุมการจราจรที่จำเป็น พร้อมจัดหาบุคลากรอำนวยการจราจร โดยไม่ให้จราจรผ่านผิวทางใหม่จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวพอ ระยะเวลาปิดจราจรอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน - คำถาม: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบและออกแบบส่วนผสม?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ตรวจสอบ ออกแบบส่วนผสม ค่าธรรมเนียมตรวจสอบ และความเสียหายในสนามทั้งสิ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายแก้ไขงานหากผลทดสอบไม่ได้มาตรฐาน - คำถาม: กรณีพื้นที่แคบเครื่องจักร RECYCLING เข้าทำงานไม่ได้ เช่น คอสะพาน จุดกลับรถ ต้องทำอย่างไร?
คำตอบ: ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณา ถ้าโครงสร้างทางเดิมชำรุดให้ขุดรื้อแล้วก่อสร้างชั้นทางใหม่ตามแบบ ถ้าโครงสร้างเดิมสภาพดีให้ทำ Tack Coat แล้วก่อสร้างชั้นผิวทางต่อไป - คำถาม: การตรวจสอบคุณภาพผิวแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วทำอย่างไร?
คำตอบ: เจาะตัวอย่างความหนาและความแน่นทุกระยะไม่เกิน 250 เมตร ความแน่นต้องไม่น้อยกว่า 98% ของ Marshall Density ค่าเฉลี่ยความหนาต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ และตรวจลักษณะผิวต้องเรียบสม่ำเสมอไม่มีรอยฉีก รอยหลุด หรือการแยกตัว หลังเจาะต้องซ่อมหลุมด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตร้อนพร้อม Tack Coat
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
โครงการซ่อมสร้างถนน Asphaltic Concrete
D
รหัสทางหลวงทองถิ่น พท.ต.25-001
©
0
มะเดื่อ - บ้านบางขวน
สายบานทามะเดอ
รายละเอียดโครงการ
อานซ่อมสร้างถนน Asphaltic Concrete (โดย PAVEMENT IN-PILACE RECYCLING) ผิวจราจรกว้าง 6.00 ม. ไห หากว่านานละ 0.50 ม.ยาว 1,537 ม.หนา 0.05 ม.
หมู่นี้
9
©
ย
พื้นที่ไม่น้อยกว่า 10,759 ตร.ม
0
หมู่ที่ 2 บ้านเกาะประตู - หมู่ที่ 3 บ้านรังเขา
0
ตาบลทามะเดอ
มะเดอ อําเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
เทศบาล
างแก้ว
จังหวัดพัทล เทศบาลตาบลบางแก้ว
……..
www.yotathai.com
ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
- งานดิน ทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมดินทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมดินทางให้ผมเป็นชิ้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทร. 202-2545) ซึ่งได้ผ่าน ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือค้นทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นร้นๆ ในหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Modified Proctor Density - งานในพื้นทาง
5.1 วัสดุในงาน นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทร. 203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้น่าวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Steve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Cool บท 225-2545
5.1 ยางเอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ css-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 /ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tack Coot มห 227-2545
7.1 ยางแอสฟัลท์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวขึ้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม พุทธ 225-2545 หรือ Tack Coat ตาม พุทธ227-2545 ก่อน 3.2 ในทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแข่งสักไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแข่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้เป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชิ้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ท่า Tock Coat ก่อนแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 12 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มาช (1) 607-2545 เพื่อหาขนาดและของมวลรวม และปริมาณแอลฟาเมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเงียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นเอง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไรทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้แอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้กดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ 8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 คน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแ ส ด คอนกรีต ก่อสร้างแล้ว
3.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pul) รอยสัก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตาม ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางเอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก่อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
น่ามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง เป็นตัวแทนของ นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
C
9.4 การซ่อมหลุมที่เตะก้อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Cost ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 12 c ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
TUA HINOTHI
แบบมาตรฐานงานทาง ส่าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
(ข้อก้าหนดการก่อสร้าง)
เอบเลขที่ 10-1-601
แผ่นที่ 100
www.yotathai.com
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING - ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ ส่วนผสมการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
- ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่ จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- ทําการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท (1) 303-2545 * วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซิเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
5.2 การทดสอบหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแห่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบ และค่า
ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงขึ้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 35 % MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชิ้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของขึ้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม - PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทร. 225-2545
- ทาผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มา 230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
บ รายการ
1
หินคลุก
2 น่า
3 ปูนซีเมนต์
4 PRIME COAT
ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ชอก้านด
ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE )
ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า P. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR, ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์นโคท 4 มก.308-2550
ช
5 ผิวทางและไหล่ทางอ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต * มด 313-2550
6
H
เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง " แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง "
หมายเหตุ
- รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
- ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ขอผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรขึ้นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE ABCYCLING (ข้อกาหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ ทด-7-603
แผ่นที่ 102
1
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งาน HOT MIX IN - PLACE RECYCLING - วัสดุ
วัสดุที่ใช้ทํา HOT MIX IN-PLACE RECYCLING ASPHALT CONCRETE ประกอบด้วยวัสดุเก่าคือ แอสฟัลต์คอนกรีตจากชิ้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตเดิมโดยอาจใช้วัสดุใหม่คือ แอสฟัลต์ซีเมนต์และหรือสารปรับปรุงคุณภาพแอสฟัลต์และหรือมวลรวมและหรือแอสฟัลต์คอนกรีต
ใหม่ผสมเพิ่มด้วยก็ได้ตามความจําเป็นซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุเก่าที่นํามาใช้โดยจะต้องดําเนินการ
ทดลองและออกแบบส่วนผสมเฉพาะงานที่เหมาะสม
1.1 แอสฟัลต์คอนกรีตจาากชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม
แอสฟัลต์คอนกรีตจากชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมได้จากการขุดรื้อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยอาจใช้วิธี
ราด (RIPPING) แล้วนํามาย่อยจนได้ขนาดตามที่ต้องการหรือวิธีตัดแบบเย็น (COLD MILLING) หรือวิธีตัดแบบร้อน (HOT MILLING) ก็ ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องจักรเครื่องมีที่ใช้ในการดําเนินการและลักษณะการใช้งาน
1.2 มวลรวมผสมเพิ่ม
มวลรวมผสมเพิ่มประกอบด้วยมวลหยาบ (COURSE AGGREGATE) และหรือมวลละเอียด (FINE AGGREGATE) กรณีที่มีมวล ละเอียดมีส่วนละเอียดไม่พอหรือต้องการปรับปรุงคุณภาพและความแข็งแรงของ RECYCLED ASPHALT CONCRETE อาจเพิ่มวัสดุ ผสมแทรก (MINERAL FILLER) ด้วยก็ได้
1.2.1 มวลหยาบ หมายถึงส่วนที่ค้างตะแกรงขนาด 4.75 มิลลิเมตร (เบอร์ 4) เป็นหินย่อย (CRUSHED ROCK) หรือวัสดุอื่นใดที่กรมทาง หลวงชนบทอนุมัติให้ใช้ได้ต้องเป็นวัสดุที่แข็งและคงทน (HARD AND DURABLE) สะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ใดๆที่อาจทําให้ RECYCLED ASPHALT CONCRETE มีคุณภาพด้อยลง
1.2.2 มวลละเอียด หมายถึงส่วนที่ผ่านตะแกรงขนาด 4.75 มิลลิเมตร (เบอร์ 4) เป็นหินฝุ่นหรือทรายที่สะอาดปราศจาก สิ่งสกปรกหรือวัสดุอันไม่พึงประสงค์ใดปะปนอยู่ซึ่งอาจทําให้ RECYCLED ASPHALT CONCRETE มีคุณภาพด้อยลง
1.2.3 วัสดุผสมแทรกใช้ผสมเพิ่มในกรณีเมื่อผสมมวลหยาบกับมวลละเอียดเป็นมวลรวมแล้วส่วนละเอียดในมวลรวมยังมีไม่พอหรือใช้ ผสมเพื่อปรับปรุงคุณภาพของ RECYCLED ASPHALT CONCRETE วัสดุผสมแทรกอาจเป็น STONE DUST, PORTLAND CEMENT, SILICA CEMENT, HYDRATED LIME หรือวัสดุอื่นใดที่กรมทางหลวงชนบทอนุมัติให้ใช้ได้วัสดุผสมแทรกต้องแห้งไม่จับกันเป็นก้อนและขนาด
คละเป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนดในกรณีที่กรมทางหลวงชนบทเห็นว่าวัสดุที่มีขนาดคละแตกต่างไปจากที่กําหนดแต่เมื่อนํามาใช้เป็นวัสดุ
1.3 แอสฟัลต์
ผสมแทรกแล้วจะทําให้ RECYCLED ASPHALT CONCRETE มีคุณภาพเป็นไปตามที่กําหนดก็อาจอนุมัติให้ใช้วัสดุนั้นเป็นวัสดุผสมแทรกได้ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุชนิดของแอสฟัลต์ไว้เป็นอย่างอื่นให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์ AC 60-70 ตามมาตรฐานเลขที่ มอก.851 “มาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง
1.4 สารปรับปรุงคุณภาพ แอสฟัลต์ (ASPHALT RECYCLING AGENT)
เป็นสารประกอบที่มีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์เหมาะสมที่จะใช้ปรับปรุงคุณภาพแอสฟัลต์ซีเมนต์ในแอสฟัลต์คอนกรีตจากชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่เสื่อมคุณภาพให้กลับมีคุณภาพตามข้อกําหนดที่ต้องการสารปรับปรุงคุณภาพแอสฟัตจะต้องมีคุณสมบัติตาม ข้อกําหนด ASTMD 4552-85 “STANDARD PRACTICE FOR CLASSIFYING HOT MIX RECUCLING AGENTS”
1.5 แอสฟัลต์คอนกรีตใหม่
ในกรณีที่ต้องใช้แอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ผสมกับแอสฟัลต์คอนกรีตจากขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม แอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่นํามาใช้
จะต้องถูกต้องตามที่ได้ออกแบบไว้และเมื่อผสมกับแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมแล้วจะต้องมีขนาดคละของมวลรวมปั่นไปตามสูตรส่วนผสมเฉพาะ
งานที่ได้ออกแบบไว้แล้วและขนาดคละดังกล่าวต้องเป็นไปตามที่กําหนด
2.การออกแบบส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
2.1 ก่อนเริ่มงานผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE
2.2 คุณภาพทั่วไปของวัสดุที่จะใช้ทํา HOT MIX IN-PLACE RECYCLING ASPHALT CONCRETE ให้เป็นไปตามข้อ 1 2.3 ปริมาณของแอสฟัลต์คอนกรีตเต็มที่ใช้ผสมทําในทาง RECYCLED ASPHALT CONCRETE ที่จะก่อสร้างซึ่งจะต้องเป็นตามผล การทดลองและออกแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ได้ทําล่วงหน้าไว้แล้ว
2.4 การตรวจสอบสูตรส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE โดยทดลองตามวิธี MARSHALL และจะต้องมีคุณภาพ เป็นไปตามข้อกําหนด
2.5 กรณีที่ผู้รับจ้างออกแบบส่วนผสม กรมทางหลวงชนบทจะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE ให้เพื่อใช้ควบคุมงานนั้น
2.6 ในการผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE ในสนาม มวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใดหรือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ยอมให้ คลาดเคลื่อนได้ไม่เกินค่าที่กําหนด ถ้าคลาดเคลื่อนเกินกว่าที่กําหนดนี้จะถือว่า RECYCLED ASPHALT CONCRETE นั้นมีคุณภาพ
ไม่ถูกต้องตามที่กําหนดจะต้องทําการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง
2.7 การทดลองออกแบบและตรวจสอบการออกแบบส่วนผสม RECYCLED ASPHALT CONCRETE ทุกครั้งหรือทุกสัญญาจ้างผู้รับผิดชอบจะต้อง ชําระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กรมทางหลวงชนบทกําหนด 3.ความแน่น (DENSITY)
สําหรับชั้นผิวทางและชั้นรองผิวทางค่าความแน่นของชั้นทาง RECYCLED ASPHALT CONCRETE ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของค่าความหนาแน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน หากความแน่น (DENSITY) แตกต่างจากที่ระบุไว้ข้างต้นให้ถือ
ปฏิบัติตามข้อกําหนดในสัญญา - การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างผู้ควบคุมงานจะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านขึ้นทาง RECYCLED ASPHALT CONCRETE ที่ก่อสร้างใหม่จนกว่าขึ้น ทาง RECYCLED ASPHALT CONCRETE จะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทาง RECYCLED ASPHALT CONCRETE โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆที่จําเป็นตามที่กรมทางหลวงชนบทกําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทาง RECYCLED ASPHALT CONCRETE
ที่ก่อสร้างใหม่นั้นเกิดความเสียหายระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
หมายเหตุ - ในบริเวณพื้นที่จํากัด ซึ่งเครื่องจักร HOT MIX IN-PLACE RECYCLING ไม่สามารถเข้าทํางานได้ เช่น บริเวณคอสะพาน จุดกลับรถ ให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาดังนี้
1.1. ในกรณีที่ขึ้นโครงสร้างทางเดิมชํารุด ให้ขุดรื้อชั้นโครงสร้างทางที่ชํารุดออก แล้วก่อสร้างขึ้นทางใหม่ตามระบุในแบบรูปตัดโครง สร้างทาง (ลักษณะเดียวกับ SOFT MATERIAL)
1.2. ในกรณีที่ขึ้นโครงสร้างเดิมอยู่ในสภาพดี ให้ทําการ TACK COAT แล้วจึงก่อสร้างชั้นผิวทางต่อไป - ผู้รับจ้างจะต้องทําการซื้อเส้นจราจรเดิมออกก่อนทําการกัดผิวทางเดิม
- มาตรฐานการก่อสร้างให้ใช้รายการมาตรฐานงานก่อสร้าง กรมทางหลวงชนบท (มท.) ฉบับปัจจุบัน
- มาตรฐาน ASPHALT HOT-MIX RECYCLING ให้ใช้มาตรฐาน ทล. - ม.410/2542” ( โดยอนุโลม )
แบบเลขที่ บก. …… /2589
เทศบาลตําบลบางแก้ว อําเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
โครงการ จ่อมสร้างถนน Asphaltic Concrete
สายบ้านท่ามะเดื่อ - บ้านบางชวน รหัสทางหลวงท้องถิ่น พท.25-00- (โดยวิธี PAVEMENT NI-PLACE RECYCLING} ผิวจราจร กว้าง 6.00 ม.ใหลทางกว้างข้างละ 50 ม ยาว 1,537 ม.
แผ่นทีจํานวน
3/8
ประธาน
กรรมการ
นายธวัชชัย หริ่ม
ผู้อ้านวยการกองช่าง
กรรมการ
นายชวภณ พรหมเหมือน
นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
Gom
กรรมกา
นางสาวกาญจนา อ่อนๆ
เจ้าพนักงานธุรการข่านาญงาน
:
.
W
N
S
พัทลุง
E
24
กรุงเทพมหานคร
O
แผนที่ประเทศไทย
สัญลักษณ์
ถนนกรมทางหล
ถนนโครงการที่จะทําเนินการก่อสร้าง
แม่นํ้า ล่าคลอง
หนองนํ้า สาวธ
case
หมู่บ้าน
วัด สุเหร่า โรงเรียน
©
จังหวัด อ้าเภอ
บนเกาะประตู
Piada
บานหนองเสือ
บ
Noug Sura
1.1 จุดสิ้นสุดโครงการ STA 14-537
Bar-Sang Khayao-
ra
J:
23
บ้านเกาะเตียน
Gan Ko Lan
*Ban Khoi. Khi Raet
Ban Khuan San
เล
นาง Ban Maprang
Ban Khan Nana
M..
จุดเริ่มต้น โครงการ STA (+0
0
0.5
แผนที่สังเขป
มาตราส่วน 1:20,000
1
นหนอ
Ban Nông L
เทศบาลตําบลบางแก้ว อําเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
โครงการ ร่วมสร้างถนน Asphaltc Concrete
สายบ้านท่ามะเดื่อ - บ้านบางราย รหัสทางหลวงท้องถิ่น ท.25-00 (โดยวิธี PAVEMENT NI-PLACE RECYCLING ) Fวจราจรกว้าง 6.00 ม.ใหล ทางก างร้างละ 0.50 ม.ยาว -
แบบเลขที่
บก. …..J2569
แผ่นที่จํานวน
4/8
1,537 ม.
2 กิโลเมตร
ประธาน กรรมการ
นาย วิชัย เริ่ม
ผู้อํานวยการกองช่าง
กรรมการ
นายชวภณ พรหมเหมือน
นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
กรรมการ
นางสาวกาญจนา อ่อนตา
Sin
เจ้าพนักงานธุรการชํานาญงาน