ประกวดราคาจ้างเหมาบริการกำจัดขยะติดเชื้อ จำนวน 1 งาน
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาบริการเก็บขนและกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้การจัดการขยะติดเชื้อเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่บุคลากรและประชาชน รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดเก็บขยะติดเชื้อทุกประเภท ทั้งขยะมีคมและไม่มีคม รวมถึงขยะปนเปื้อนยาเคมีบำบัด ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมภาชนะบรรจุขนาด 240 ลิตร จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ใบ และต้องเข้าดำเนินการจัดเก็บทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ การขนส่งต้องใช้รถยนต์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ติดตั้งระบบ GPS เพื่อตรวจสอบเส้นทางได้ตลอดเวลา และนำไปกำจัดด้วยเตาเผาขยะติดเชื้อที่มีอุณหภูมิห้องเผาหลักไม่น้อยกว่า 760 องศาเซลเซียส และห้องเผาควันไม่น้อยกว่า 1,000 องศาเซลเซียส
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีผลงานประเภทเดียวกันในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 1,900,000 บาท และต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 นอกจากนี้ยังต้องมีบุคลากรที่มีคุณวุฒิตรงตามสาขาที่กำหนด (วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม/สาธารณสุข และวิศวกรรมศาสตร์) เพื่อควบคุมดูแลการปฏิบัติงาน การจ่ายเงินจะแบ่งเป็น 12 งวดตามปริมาณน้ำหนักขยะจริงที่จัดเก็บได้ในแต่ละเดือน
English summary
The Golden Jubilee Medical Center, Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University, is seeking a contractor for infectious waste collection and disposal services for the 2027 fiscal year. The project aims to ensure efficient and standardized disposal of medical waste in compliance with Ministry of Public Health regulations, preventing the spread of infections and minimizing environmental impact.
The scope of work includes daily collection (including holidays) of all types of infectious waste, including sharps and chemotherapy-contaminated materials. The contractor must provide at least 30 specialized 240-liter containers and utilize GPS-tracked vehicles for transportation. Disposal must be conducted via authorized incinerators with primary chamber temperatures of at least 760°C and secondary chambers at 1,000-1,200°C.
Bidders must be legal entities with a proven track record in similar projects worth at least 1,900,000 THB in a single contract and hold ISO 9001 certification. Qualified personnel with degrees in Environmental Science, Public Health, or Engineering are required to supervise operations. Payments will be made in 12 monthly installments based on the actual weight of waste collected.
888 หมู่ 6 ตำบล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้มีการกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากลอย่างถูกสุขลักษณะ
- เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อแก่บุคลากร ผู้มารับบริการ และประชาชนทั่วไป
- เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและคุณภาพสิ่งแวดล้อม
- เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข
ขอบเขตของงาน
- จัดเก็บและขนย้ายขยะมูลฝอยติดเชื้อ (ทั้งมีคมและไม่มีคม) รวมถึงขยะปนเปื้อนยาเคมีบำบัดจากโรงพักขยะของศูนย์การแพทย์ฯ ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
- จัดเตรียมภาชนะบรรจุขยะติดเชื้อขนาดไม่น้อยกว่า 240 ลิตร จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ใบ (หรือเพียงพอต่อการใช้งาน) ในสภาพสมบูรณ์และสะอาด
- ขนส่งขยะด้วยพาหนะที่ปิดมิดชิด ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และติดตั้งระบบ GPS ติดตามพิกัดได้ตลอดเส้นทาง
- กำจัดขยะด้วยวิธีการเผาในเตาเผาที่ได้รับอนุญาต โดยควบคุมอุณหภูมิห้องเผาหลัก ≥ 760°C และห้องเผาควัน 1,000-1,200°C
- จัดทำแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉิน (รถเสีย, เตาเผาขัดข้อง, ภัยธรรมชาติ)
- ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ณ บริเวณสถานที่เผาขยะและรายงานผลให้ศูนย์การแพทย์ฯ ทราบ
- จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
- ดำเนินการชั่งน้ำหนักขยะและบันทึกข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์การแพทย์ฯ ทุกครั้ง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานสรุปปริมาณน้ำหนักขยะติดเชื้อที่จัดเก็บในแต่ละวัน/เดือน
- เอกสารกำกับการขนส่งขยะมูลฝอยติดเชื้อ (Manifest) ทุกครั้งที่มีการจัดเก็บ
- รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานที่เผาขยะตามมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษ
- หนังสือรับรองผลการตรวจคุณภาพเตาเผาขยะครั้งล่าสุด
- แผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉิน
- รายงานผลการตรวจสุขภาพประจำปีของพนักงานที่ปฏิบัติงานจัดเก็บขยะ
- รายละเอียดกระบวนการกำจัดขยะตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
- หลักฐานการติดตั้งและข้อมูลจากระบบ GPS ของรถขนส่งเมื่อมีการร้องขอ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: 12 เดือน
- เริ่มต้น: 1 ตุลาคม 2569
- สิ้นสุด: 30 กันยายน 2570
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance: ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านงานบริการ ISO 9001 (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
- Experience: มีผลงานประเภทเดียวกัน (กำจัดขยะติดเชื้อ) ในสัญญาเดียว วงเงินไม่น้อยกว่า 1,900,000 บาท ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้
- Previous Project Cost: สัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 1,900,000 บาท
- Technical Capabilities:
- มีใบอนุญาตให้เป็นผู้ทำการขนย้ายและกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- มีรถขนส่งขยะติดเชื้อที่จดทะเบียนในนามผู้รับจ้างและติดตั้งระบบ GPS
- มีเตาเผาขยะที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
- Personnel:
- เจ้าหน้าที่ควบคุมการจัดเก็บ/ขนย้าย อย่างน้อย 1 คน: วุฒิปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม, สาธารณสุข หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์
- เจ้าหน้าที่รับผิดชอบการกำจัด อย่างน้อย 2 คน: คนแรกวุฒิตามเกณฑ์ข้างต้น คนที่สองวุฒิปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ (สุขาภิบาล, สิ่งแวดล้อม หรือเครื่องกล)
- พนักงานต้องผ่านการอบรมหลักสูตร “การป้องกันและระงับการแพร่เชื้อที่อาจเกิดจากขยะมูลฝอยติดเชื้อ” จากหน่วยงานรัฐภายในระยะเวลา 1 ปี
- Financial Status: มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก (สำหรับนิติบุคคลเกิน 1 ปี) หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (สำหรับนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี) หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ราคา (Price) โดยตัดสินจากผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ผ่านคุณสมบัติครบถ้วน
- มีมาตรการให้แต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (เสนอราคาสูงกว่าเจ้าที่ต่ำสุดได้ไม่เกิน 10%)
- มีมาตรการให้แต้มต่อสำหรับบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลไทย (เสนอราคาสูงกว่าต่างชาติได้ไม่เกิน 3%)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เตาเผาขยะ: ห้องเผาหลักอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 760 องศาเซลเซียส, ห้องเผาควันอุณหภูมิ 1,000 - 1,200 องศาเซลเซียส
- ภาชนะบรรจุ: ถังพลาสติกแข็ง (HDPE) ขนาด ≥ 240 ลิตร สีแดง มีฝาปิดมิดชิด มีสัญลักษณ์ขยะติดเชื้อชัดเจน
- ระบบติดตาม: ติดตั้ง GPS ที่สามารถตรวจสอบเส้นทางเดินรถย้อนหลังได้
- อุปกรณ์ชั่งน้ำหนัก: ต้องได้มาตรฐานและต้องเปลี่ยนเครื่องชั่งชุดใหม่ทุก 6 เดือน
- การทำความสะอาด: ภาชนะต้องได้รับการฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังการใช้งานด้วยน้ำยา/สารเคมีของผู้รับจ้าง
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งจ่าย 12 งวดรายเดือน ตามปริมาณน้ำหนักขยะจริงที่จัดเก็บได้
- ค่าปรับกรณีไม่เข้าจัดเก็บตามรอบ: ร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของมูลค่างานจ้างทั้งหมด
- ค่าปรับกรณีจัดเก็บไม่หมด (มีขยะตกค้าง): ร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของราคาการจัดเก็บขยะที่คงค้างในรอบนั้น
- ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ค่าปรับกรณีผิดสัญญาอื่นๆ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างต่อวัน
- การใช้พัสดุในประเทศ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุในงานจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้ครอบคลุมการจัดเก็บขยะประเภทใดบ้าง?
A: ครอบคลุมขยะติดเชื้อทั่วไป ขยะติดเชื้อมีคม ขยะปนเปื้อนยาเคมีบำบัด และวัสดุอันตรายทางการแพทย์ตามที่กฎหมายกำหนด- Q: ผู้รับจ้างต้องเข้าจัดเก็บขยะบ่อยแค่ไหน?
A: ต้องเข้าจัดเก็บทุกวัน รวมถึงวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด - Q: ข้อกำหนดอุณหภูมิของเตาเผาขยะคือเท่าใด?
A: ห้องเผาหลักต้องไม่น้อยกว่า 760 องศาเซลเซียส และห้องเผาควันต้องอยู่ระหว่าง 1,000 - 1,200 องศาเซลเซียส - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมถังขยะจำนวนเท่าใด?
A: ต้องจัดเตรียมถังขนาด 240 ลิตร อย่างน้อย 30 ใบ หรือให้เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละรอบ - Q: หากรถขนส่งขยะเสียระหว่างทางต้องทำอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉินที่ส่งให้โรงพยาบาล โดยต้องมีรถสำรองและแจ้งเหตุให้โรงพยาบาลทราบทันที - Q: การจ่ายเงินค่าจ้างคำนวณอย่างไร?
A: จ่ายตามจริงเป็นรายเดือน โดยคำนวณจากปริมาณน้ำหนักขยะติดเชื้อที่ชั่งได้จริงในแต่ละงวด - Q: พนักงานที่ปฏิบัติงานต้องมีคุณสมบัติพิเศษอย่างไร?
A: ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการป้องกันการแพร่เชื้อจากขยะติดเชื้อ และต้องมีการตรวจสุขภาพประจำปี - Q: โรงพยาบาลสามารถตรวจสอบเส้นทางการขนส่งขยะได้หรือไม่?
A: ได้ เพราะรถขนส่งทุกคันต้องติดตั้งระบบ GPS ที่สามารถตรวจสอบพิกัดและเส้นทางได้ตลอดเวลา - Q: มีข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนเครื่องชั่งน้ำหนักหรือไม่?
A: ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนเครื่องชั่งน้ำหนักชุดใหม่แบบไม่เคยใช้งานมาก่อนทุกๆ 6 เดือน - Q: หากมีขยะติดเชื้อตกหล่นระหว่างขนย้าย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บ ขน และทำความสะอาดบริเวณที่ปนเปื้อนทันทีตามหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
- Q: ผู้รับจ้างต้องเข้าจัดเก็บขยะบ่อยแค่ไหน?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1
- ความเป็นมา
ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) งานจ้างเหมาบริการกําจัดขยะติดเชื้อ จํานวน 1 งาน
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่เลขที่ 888 หมู่ 6 ตําบล ศาลายา อําเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ปัจจุบันศูนย์การแพทย์ฯ มีอาคารต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 10 อาคารมีพื้นที่ใช้ สอยประมาณ 79,670.99 ตารางเมตร เป็นศูนย์ความเป็นเลิศของทางการแพทย์ชั้นนําระดับประเทศที่มีมาตรฐานสากลโดยเน้นการบูรณาการ การศึกษา วิจัย และนวัตกรรมในการดูแลรักษา ให้บริการทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์ทางเลือกต่าง ๆ อย่างครบวงจร
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกได้ให้ความสําคัญในส่วนของสิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย และภาวะสุขอนามัยภายใน
อาคารและอาณาบริเวณโดยรอบศูนย์การแพทย์ฯ โดยได้ให้ความสําคัญในเรื่องการจัดการขยะที่จะต้องมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ตรงตาม
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และสามารถติดตามตรวจสอบเส้นทางการกําจัดขยะได้ เพื่อให้ได้การจัดการที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์และต้นทุนที่ เหมาะสม จึงเห็นสมควรให้มีการจ้างเหมาบริการเก็บขนและกําจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 (ระยะเวลา 12 เดือน) ประจําปีงบประมาณ 2570 - วัตถุประสงค์
เพื่อให้มีการกําจัดขยะมูลฝอยติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการ
แพร่กระจายเชื้อแก่บุคลากร ผู้มารับบริการ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและคุณภาพแวดล้อม และเพื่อให้เป็นไป
ตามกฎหมายและมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่
ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง - ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบ เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจใน การดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนด ในราชกิจจานุเบกษา
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือที่จะดําเนินการจัดจ้างครั้งนี้ 8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วันประกาศประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์/วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์/ ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
2 - ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
11.1
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของ กิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดง ค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
11.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้น แล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
11.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000.00 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาโดย พิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
11.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่น ข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้ง ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
11.5 กรณีตาม 11.1 - 11.4 ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 (3) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทํา
บัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุมีผลใช้บังคับ - ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะดําเนินการจัดจ้างในครั้งนี้ วงเงินไม่น้อยกว่า 1,900,000.00 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนบาทถ้วน) เป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้นและเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการ ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วซึ่งผลงานดังกล่าวเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่
มหาวิทยาลัยมหิดลเชื่อถือ - ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วน หน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน - หลักฐานการยื่นข้อเสนอ (ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติที่กําหนดเพิ่มเติม และที่กําหนดในขอบเขตของงาน)
(1) รายละเอียดของงานที่ยื่นข้อเสนอ
ภาษาอังกฤษ
(2) สําเนาเอกสารที่แสดงว่าสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านงานบริการ ISO : 9001 ภาษาไทยและ
(3) สําเนาเอกสารที่แสดงว่าเป็นสถานประกอบการที่มีใบอนุญาตให้เป็นผู้ทําการขนย้าย และกําจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ (4) เอกสารประกอบรถยนต์ในการขนย้ายและกําจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ
3
(5) สําเนาหนังสือรับรองการผ่านการอบรมของพนักงานในหลักสูตร “การป้องกันและระงับการแพร่เชื้อที่อาจเกิดจาก ขยะมูลฝอยติดเชื้อหรือมูลฝอยอันตราย” จากหน่วยงานภาครัฐภายในระยะเวลา 1 ปี
(6) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ - แบบรูปรายการ ขอบเขตของงาน และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
5.1 คําจํากัดความ
“ขยะติดเชื้อ” หมายถึง ขยะที่สงสัยว่ามีหรืออาจมีเชื้อโรค ได้แก่
ๆ
• ขยะที่เป็นของเหลวที่ได้จากร่างกายมนุษย์ ได้แก่ เลือด และสิ่งคัดหลั่ง เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ เสมหะ น้ําลาย
• ขยะที่เป็นอวัยวะหรือชิ้นส่วนของอวัยวะ เช่น ชิ้นเนื้อ เนื้อเยื่อ อวัยวะที่ได้จากการทําหัตถการต่าง ๆ การตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ การตรวจศพ รวมทั้งวัสดุที่สัมผัสระหว่างการทําหัตถการและการตรวจนั้น ๆ ขยะที่เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้กับผู้ป่วยที่ปนเปื้อนเลือดและสิ่งคัดหลั่งจากมนุษย์ เช่น สําลี ผ้าก๊อส ขวดยา
ปฏิชีวนะต่าง ๆ ที่ใช้กับผู้ป่วย เข็มและของมีคมที่ใช้กับผู้ป่วยใบมีดและผ้าพันแผลเปื้อนเลือด
ขยะจากห้องปฏิบัติการ ได้แก่ งานเลี้ยงเชื้อที่ใช้แล้ว เครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการทดสอบสิ่งส่งตรวจผู้ป่วย โดย จะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
• ขยะมีคม เช่น เข็มทุกชนิด ใบมีด Scalp vein เป็นต้น
• ขยะไม่มีคม เช่น ชิ้นเนื้อ สําลี ผ้าก๊อสจากการทําแผล ขยะที่ปนเปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่ง
ผู้ป่วย และถุงใส่เลือด รวมถึงชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์จากการผ่าตัด
“ศูนย์การแพทย์ฯ” หมายถึง ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล “โรงพักขยะ” หมายถึง สิ่งปลูกสร้างซึ่งโรงพยาบาลจัดสร้างขึ้นเป็นที่เก็บขยะระหว่างรอการกําจัด หรือนําไปทําลาย 5.2 รายละเอียดความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
5.2.1 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ ณ สถานที่กําจัดที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และ ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงว่าด้วยการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับในปัจจุบัน
5.2.2 ผู้รับจ้างต้องสามารถกําจัดมูลฝอยที่เกิดจากการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลได้อย่างถูกต้องตาม กฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมอย่างน้อย
มูลฝอยติดเชื้อ/มูลฝอยติดเชื้อมีคม ตามที่กําหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 มูลฝอยที่ปนเปื้อนยาเคมีบําบัดหรือสารที่มีพิษต่อเซลล์
มูลฝอยอันตรายจากการให้บริการทางการแพทย์ที่กฎหมายกําหนด รวมถึงวัสดุอื่นที่คณะกรรมการควบคุม
การติดเชื้อของโรงพยาบาลกําหนด
ทั้งนี้ ให้ดําเนินการกําจัดตามวิธีการที่กฎหมายกําหนดสําหรับมูลฝอยแต่ละประเภท
5.2.3 ผู้รับจ้างต้องกําจัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยเตาเผาที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยห้องเผาหลัก ต้องมีอุณหภูมิใน การเผาไหม้ไม่น้อยกว่า 760 องศาเซลเซียส หรือเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด
5.2.4 ห้องเผาควัน ต้องมีอุณหภูมิในการเผาไหม้ไม่น้อยกว่า 1,000 องศาเซลเซียส และสามารถควบคุมอุณหภูมิให้ อยู่ในช่วง 1,000-1,200 องศาเซลเซียส หรือเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด เพื่อให้การเผาไหม้สมบูรณ์และลดการปล่อย มลพิษสู่สิ่งแวดล้อม
5.2.5 ผู้รับจ้างนํามูลฝอยติดเชื้อไปทําลาย ณ เตาเผาขยะติดเชื้อ ที่ผ่านการตรวจวัดคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน
กรมควบคุมมลพิษ
4
5.2.6 ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ณ บริเวณสถานที่เผาขยะมูลฝอยติดเชื้อของผู้รับจ้าง ตามมาตรฐานที่กําหนด และรายงานให้ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกทราบ
5.2.7 ผู้รับจ้างต้องส่งหนังสือรับรองผลการตรวจคุณภาพเตาเผาขยะ ครั้งสุดท้ายที่ดําเนินการตรวจ
5.2.8 ในการจัดเก็บ ขนย้ายมูลฝอยติดเชื้อ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุมในการจัดเก็บ ขนย้ายมูลฝอยติด เชื้ออย่างน้อย 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติสําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี หรือ เทียบเท่าในสาขา วิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม/สาธารณสุข หรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านใดด้านหนึ่ง
5.2.9 ในการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการกําจัดมูลฝอยติดเชื้ออย่างน้อย 2 คน โดยคน หนึ่งต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในข้อ 5.2.8 ส่วนอีกคนหนึ่งต้องมีคุณสมบัติสําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ใน สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ในด้านสุขาภิบาล วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม หรือวิศวกรรมเครื่องกล ด้านใดด้านหนึ่ง
5.2.10 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อสําหรับใช้ในการรวบรวมและขนย้ายมูลฝอยติดเชื้อ โดยเฉพาะ ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 240 ลิตร จํานวนไม่น้อยกว่า 30 ใบ หรือมีจํานวนเพียงพอต่อการปฏิบัติงานในแต่ละรอบ การจัดเก็บ ทั้งนี้ ภาชนะบรรจุต้องมีลักษณะและคุณสมบัติเป็นไปตามที่กําหนดใน กฎกระทรวงว่าด้วยการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 หมวด 2 ข้อ 13 (1) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ภาชนะบรรจุชํารุด แตก ร้าว รั่ว หรือมีสภาพไม่ปลอดภัยต่อการใช้ งาน ผู้รับจ้างต้องยกเลิกการใช้งานทันที และจัดหาภาชนะใหม่มาทดแทนโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมภาชนะสํารอง และหมุนเวียนใช้งานให้เพียงพอต่อการจัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อในทุกวัน โดยไม่กระทบต่อการให้บริการของโรงพยาบาล
น
5.2.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการขนย้ายมูลฝอยติดเชื้อ โดยนําส่งทั้งภาชนะบรรจุ ห้ามเปิดภาชนะ ห้ามถ่ายเท ห้ามเทกอง ห้ามโยน หรือเคลื่อนย้ายมูลฝอยติดเชื้อออกจากภาชนะบรรจุ ณ จุดรับมอบหรือระหว่างการขนย้าย อันอาจ ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือแพร่กระจายเชื้อโรค
5.2.12 ภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อทุกใบต้องอยู่ในสภาพสะอาด มีฝาปิดมิดชิด สามารถป้องกันการรั่วไหลของ ของเหลวและการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ มีสัญลักษณ์หรือข้อความแสดงว่าเป็น “มูลฝอยติดเชื้อ” อย่างชัดเจน และต้องได้รับการ ทําความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังนํามูลฝอยติดเชื้อไปกําจัดแล้วเสร็จ ก่อนนํากลับมาใช้งานใหม่ น้ํายาทําความสะอาด /
สารเคมี อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง)
5.2.13 การขนส่งมูลฝอยติดเชื้อต้องดําเนินการด้วยพาหนะที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มีลักษณะปิดมิดชิด ป้องกัน การรั่วไหล การฟุ้งกระจาย และการแพร่กระจายของเชื้อโรค พร้อมทั้งปฏิบัติตามหลักการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อและ กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
5.2.14 ผู้รับจ้างต้องเข้าดําเนินการจัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อจากโรงพักมูลฝอยติดเชื้อของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะ แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทุกวัน รวมถึงวันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดอื่นใด ตามวันและเวลาที่โรงพยาบาลกําหนด โดยต้องดําเนินการจัดเก็บและขนย้ายมูลฝอยติดเชื้อทั้งหมดออกจากโรงพยาบาลในแต่ละรอบการจัดเก็บ โดยไม่ให้มีมูลฝอยติดเชื้อตกค้าง หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะงานจ้างเหมาบริการฯที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกําหนด ผู้รับจ้างยินดีให้
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ทําการปรับตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าจัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อตามรอบที่กําหนด ผู้รับจ้างยินดีชําระค่าปรับให้ศูนย์
การแพทย์กาญจนาภิเษก ร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของมูลค่างานจ้างทั้งหมด
กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการจัดเก็บและขนย้ายมูลฝอยติดเชื้อได้หมดในแต่ละรอบการจัดเก็บ ทําให้มูลฝอยติด
เชื้อคงค้างอยู่ จะต้องถูกปรับโดยคิดอัตราค่าปรับร้อยละ 0.10 ต่อวัน จากราคาของการจัดเก็บของมูลฝอยติดเชื้อที่คงค้างอยู่ในรอบนั้น
5.2.15 ผู้รับจ้างต้องจัดทําและจัดส่ง แผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉิน เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บ ขนย้าย หรือกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(1) การจัดเตรียมรถขนมูลฝอยติดเชื้อสํารองที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎหมายและพร้อมใช้งานตลอด
ระยะเวลาของสัญญา
5
(2) แนวทางการดําเนินงานกรณีรถขนส่งขัดข้อง อุบัติเหตุ เครื่องจักรหรือเตาเผาขัดข้อง ภัยธรรมชาติ หรือเหตุ
สุดวิสัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ
(3) ช่องทางการประสานงานและการแจ้งเหตุแก่โรงพยาบาลทันทีเมื่อเกิดเหตุ พร้อมแจ้งแนวทางและระยะเวลาใน
การแก้ไขปัญหา
5.2.16 การขนย้าย
(1) พนักงานผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ตามมาตรฐานที่ เกี่ยวข้อง และปฏิบัติงานตามหลักการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (Infection Prevention and Control) อย่างเคร่งครัด โดยต้องป้องกันมิให้เกิดการหกรั่วไหล ตกหล่น หรือการแพร่กระจายของมูล ฝอยติดเชื้อในระหว่างการปฏิบัติงาน
(2) การขนส่งมูลฝอยติดเชื้อต้องดําเนินการโดยรถขนมูลฝอยติดเชื้อของผู้รับจ้างที่ได้รับอนุญาตและมี
คุณลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยรถที่ใช้ปฏิบัติงานต้องจดทะเบียนในนามของผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างต้องไม่โอนสิทธิหรือจ้างช่วงการ
ให้บริการแก่บุคคลอื่น เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากโรงพยาบาล
(3) รถขนมูลฝอยติดเชื้อทุกคันต้องติดตั้งระบบติดตามตําแหน่งด้วยระบบกําหนดพิกัดดาวเทียม (Global Positioning System: GPS) ที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการขนส่งได้ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน ตั้งแต่รับมูลฝอยติดเชื้อจากโรงพยาบาลจนถึงสถานที่กําจัด เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถติดตามและ
ตรวจสอบการขนส่งมูลฝอยติดเชื้อ
(4) ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนรถที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อ และ หลักฐานการติดตั้งระบบ GPS ของรถทุกคันที่ใช้ปฏิบัติงาน พร้อมจัดส่งข้อมูลหรือหลักฐานการเดินรถให้ โรงพยาบาลตรวจสอบเมื่อมีการร้องขอ
(5) หากมีมูลฝอยติดเชื้อตก หล่น ในขณะขนย้ายหรือขนส่ง ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บ ขน และทําความสะอาด บริเวณที่เกิดจากการปนเปื้อนจากการตก หล่น โดยคํานึงหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ที่เกิดเหตุ
(6) ในการขนมูลฝอยติดเชื้อในแต่ละครั้ง ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์การชั่งน้ําหนัก ที่มีมาตราฐานและ ขนาดให้เพียงพอกับปริมาณมูลฝอยติดเชื้อแต่ละครั้ง และให้ทําการเปลี่ยนใช้เครื่องชั่งชุดใหม่แบบไม่เคย ใช้งานมาก่อน ทุก 6 เดือน
(7) ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารการรับมูลฝอยติดเชื้อไปกําจัด และบันทึกปริมาณมูลฝอยติดเชื้อในเอกสารทุก ครั้ง เมื่อมีการชั่งมูลฝอยติดเชื้อเพื่อจะนําไปกําจัด และสําเนาเอกสารให้กับทางศูนย์การแพทย์กาญจนา ภิเษก 1 ชุด โดยให้คณะกรรมการฯ หรือผู้แทนของศูนย์การแพทย์ฯ และผู้รับจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ลงลายมือชื่อไว้ด้วยกัน ในเอกสารดังกล่าว
5.2.17 ผู้รับจ้างจะยินยอมให้ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกฯ เข้าไปตรวจติดตามระบบการเผาขยะ ตามมาตรฐาน ที่ศูนย์การแพทย์ฯ กําหนด
5.2.18 ผู้รับจ้างต้องมีการตรวจสุขภาพพนักงานที่จัดเก็บและขนมูลฝอยติดเชื้อ และต้องส่งผลการตรวจสุขภาพให้ ทางศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกทราบด้วย
5.2.19 ผู้รับจ้างจัดทํารายละเอียดกระบวนการในการกําจัดขยะติดเชื้อ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดย
ไม่ก่อผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียง และจัดส่งให้ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกฯราบด้วย
6
5.3 รายละเอียดความรับผิดชอบของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
(1) นําส่งถุงแดงบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ ซึ่งทําการคัดแยกอย่างถูกต้อง ระหว่างมูลฝอยติดเชื้อทั่วไปกับมูลฝอยติดเชื้อประเภท มีคมเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการมูลฝอยติดเชื้อตามกฎกระทรวงว่าด้วย การกําจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และพักไว้ยังอาคารพัก รวมมูลฝอยติดเชื้อเพื่อรอบริษัทฯ รับไปกําจัดต่อ
(2) ไม่นําส่งชิ้นส่วนอวัยวะ ของมนุษย์หรือซากสัตว์ รวมกับมูลฝอยติดเชื้อที่ส่งมากําจัด ยกเว้นเศษชิ้นเนื้อที่มีผลจากการผ่าตัด (3) เจ้าหน้าที่หน่วยงานต้องตรวจสอบการชั่งน้ําหนัก และบันทึกปริมาณ พร้อมทั้งลงนามกํากับร่วมกับตัวแทนบริษัท (4) ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ชําระค่าบริการเป็นรายเดือน ภายใน 60 วันทําการ หลังจากได้รับใบแจ้งหนี้ค่าบริการ - ระยะเวลาดําเนินการ
เดือน กรกฎาคม - กันยายน 2569 - ระยะเวลากําาหนดแล้วเสร็จ
30 กันยายน 2570 - วงเงินในการจัดจ้าง
ภายในวงเงินงบประมาณ 3,800,000.- บาท (สามล้านแปดแสนบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากเงินรายได้ศูนย์การแพทย์ฯ
ประจําปีงบประมาณ 2570 - ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว
โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงิน แบ่งเป็น 12 งวด ดังนี้
1
งวดที่ 1 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 แล้วเสร็จ งวดที่ 2 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2569 แล้วเสร็จ งวดที่ 3 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2569 แล้วเสร็จ งวดที่ 4 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2570 แล้วเสร็จ งวดที่ 5 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2570 แล้วเสร็จ งวดที่ 6 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 มีนาคม 2570 แล้วเสร็จ งวดที่ 7 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2570 แล้วเสร็จ งวดที่ 8 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2570 แล้วเสร็จ งวดที่ 9 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2570 แล้วเสร็จ งวดที่ 10 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2570แล้วเสร็จ งวดที่ 11 เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2570 แล้วเสร็จ
งวดสุดท้าย เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2570 แล้วเสร็จ
โดย ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยถือราคาตามจริง ตามใบแจ้งหนี้โดยคํานวณจํานวนเงินจากปริมาณน้ําหนักของขยะ ติดเชื้อที่ผู้รับจ้างส่งมอบโดยผู้รับจ้างต้องส่งเอกสารใบแจ้งหนี้และใบวางบิล ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
7 - อัตราค่าปรับ
10.1 กรณีที่ผู้รับจ้างทํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ 10 ของวงเงิน ของงานจ้างช่วงนั้น
10.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 10.1 จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจํานวนเงินตายตัวใน
อัตราร้อยละ 0.10 ราคาค่าจ้าง - หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
[ / ] ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ําสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยมีเงื่อนไขดังนี้
(1) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 มหาวิทยาลัย จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอ ราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน 3 ราย ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วม ค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อต้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวมกับราคา ที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้ กับ สสว.
(2) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งตาม กฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย
หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย - การใช้พัสดุที่ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
(1) จัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น ภายใน 60 วันนับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
หมายเหตุ กรณีที่ระยะเวลาดําเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน ไม่ต้องจัดทําแผนตามข้อ 12 (1)
(2) กําหนดให้ผู้รับจ้าง ต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุ
หรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น - ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล
5 สิงหาคม พ.ศ.2562
ประกาศคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เรื่อง นโยบายโรงพยาบาลปลอดสูบบุหรี่ 100% ประกาศ ณ วันที่ - สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วนงาน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หน่วยงาน งานพัสดุ
ชื่อ-นามสกุล นางศันศนีย์ โชคนาคะวโร เบอร์โทร 02-8496600 ต่อ 6383
อีเมล์ [email protected]
เว็บไซต์, www.eprocurement.mahidol.ac.th/
(ลงชื่อ).
อาย เ
(นางสาวอารีย์ เอี่ยมประทีป)
รายชื่อคณะกรรมการ
(ลงชื่อ)….
Joni Ime
ประธานกรรมการ
(นายชัชชัย เกตุแก้ว)
กรรมการ
(ลงชื่อ)….
(นางสาวมาลินี ทองอินทะ)
กรรมการ
กรรมการ
(ลงชื่อ)…..
ฮนรี่สภณกุล
กรรมการ
(นายอนุชา บัวย้อย)
(นางสาววราลี ธนโสภณกุล)
00
8
าวิทยา
เยี่ยมติด
ประกาศคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
เรื่อง มาตรการป้องกันการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า/ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ 100% ของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อให้ผู้มารับบริการ บุคลากร และพนักงาน บริษัทคู่สัญญา ได้ปฏิบัติตามนโยบายของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ที่ประกาศเป็นโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ 100% นั้น จึงขอยกเลิกประกาศ เรื่อง มาตรการป้องกันการสูบบุหรี่ภายใน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ฉบับลงวันที่ 5 สิงหาคม 2562 และขอประกาศมาตรการป้องกันการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า/ผลิตภันฑ์ยาสูบ ทุกรูปแบบ ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ฉบับใหม่ ดังนี้ - ผู้พบเห็นเหตุการณ์สามารถดําเนินการแจ้งขอความกรุณาให้กับบุหรี่ พร้อมทั้งแจ้งว่าศูนย์ การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นเขตปลอดบุหรี่ 100%
- หากผู้พบเห็นเหตุการณ์รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือไม่สามารถดําเนินการแจ้งเตือนได้ด้วยตนเอง สามารถดําเนินการ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการ ได้ทางช่องทางติดต่อสื่อสารดังนี้
2.1 คลินิกฟ้าใส หน่วยสร้างเสริมสุขภาพ โทร 02-849-6600 ต่อ 2318
2.2 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) โทร 02-849-6600 ต่อ 2188
2.3 แจ่งผ่านช่องทาง tine official : GJ Smart Quit Clinic - กรณีผู้สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า/ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ เป็นบุคลากร/พนักงาน บริษัทคู่สัญญา ผู้พบเห็นเหตุการณ์ แจ้งมายังหน่วยสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อดําเนินการแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาขั้นต้นของบุคลากร/ พนักงานบริษัทคู่สัญญาดังกล่าว เพื่อดําเนินการเข้าสู่กระบวนการบําบัด ต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567
(ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล)
คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นางสาวอารีย์ เอี่ยมประทับ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
มหาวิทยาลัยมหิดล
บท
ult
มาตรการป้องกัน
การสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า/ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ
ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
ผู้พบเห็นเหตุการณ์สามารถดําเนินการแจ้งขอความกรุณาให้
ดับบุหรี่ หากไม่สามารถดําเนินการแจ้งเตือนได้ด้วยตนเอง
สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตามช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่รปภ. โทร. 02-849-6600 ต่อ 2188
ทวงสิทธิ์ ทํามสุข
คลินิกฟ้าใส โทร. 02-849-6600 ต่อ 2318
Quit line official : GJ Smart Quit Clinic
• พบบุคลากร/พนักงานบริษัทคู่สัญญา สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า/ผลิตภัณฑ์ ยาสูบทุกรูปแบบ สามารถแจ้งหน่วยสร้างเสริมเสริมสุขภาพ เพื่อดําเนิน
การแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาดําเนินการเข้าสู่กระบวนการบําบัดต่อไป
**ข้อมูลการแจ้งของท่าน จะถูกปิดเป็นความลับ
ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม 2567
คลินิกฟ้าใส หน่วยสร้างเสริมสุขภาพ โทร 028496600 ต่อ 1059, 2318
นางสาวอารีย์ เอี่ยมประเด็น เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป