จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ณ หอศิลป์แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 69089071114
฿98,358,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 5 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มีความประสงค์จ้างจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ณ หอศิลป์แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะให้ได้มาตรฐานสากล สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการในรูปแบบต่างๆ รวมถึงนิทรรศการ Immersive Experience เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงศิลปวัฒนธรรมของประชาชน

ขอบเขตงานประกอบด้วย:

  1. การออกแบบนิทรรศการ (Conceptual & Exhibition Design) และการใช้พื้นที่อย่างสร้างสรรค์
  2. การสำรวจ เตรียมความพร้อม และซ่อมแซมงานระบบภายในหอศิลป์แห่งชาติ
  3. การบริหารจัดการผลงานศิลปะ ตั้งแต่การขนส่ง การติดตั้ง การอนุรักษ์ ไปจนถึงการจัดทำประกันภัย
  4. การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ (Guide book, แผ่นพับ, เว็บไซต์) และการจัดกิจกรรมสาธารณะ
  5. การบำรุงรักษาและดูแลระบบต่างๆ หลังการติดตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน

ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการจัดแสดงนิทรรศการด้านศิลปะ วัฒนธรรม หรือการออกแบบ ในลักษณะที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 25,000,000 บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) โดยเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี การพิจารณาคัดเลือกใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) โดยให้น้ำหนักด้านเทคนิคถึงร้อยละ 60 และด้านราคา ร้อยละ 40 ระยะเวลาดำเนินงานรวม 300 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

English summary

The Office of the Permanent Secretary for Culture invites e-bidding for the “Art Exhibition Organization Project at the National Gallery, Fiscal Year 2026.” The scope includes exhibition design, site preparation, system installation (including Immersive Experience), art management, and public engagement activities. Bidders must have prior experience in art/cultural exhibition projects with government or reputable private entities, with a contract value of at least 25 million THB within the last 10 years. The project duration is 300 days. Selection is based on a price-performance criteria (60% technical, 40% price).

สถานที่ดำเนินการ

หอศิลป์แห่งชาติ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ณ หอศิลป์แห่งชาติ ให้มีมาตรฐานและน่าสนใจ
  • เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านศิลปะผ่านนิทรรศการรูปแบบต่างๆ รวมถึง Immersive Experience
  • เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงศิลปวัฒนธรรมของประชาชนและสร้างการมีส่วนร่วมของสาธารณชน
  • เพื่อปรับปรุงและเตรียมความพร้อมของพื้นที่และระบบภายในหอศิลป์แห่งชาติให้เหมาะสมกับการจัดแสดง

ขอบเขตของงาน

  • ออกแบบแนวคิด (Conceptual Design) และการจัดวางนิทรรศการ (Exhibition Design)
  • สำรวจพื้นที่และซ่อมแซมงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดแสดง
  • บริหารจัดการผลงานศิลปะ (ขนส่ง, ติดตั้ง, อนุรักษ์, ประกันภัย)
  • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ (Guide book, แผ่นพับ, เว็บไซต์)
  • จัดกิจกรรมสาธารณะเพื่อสร้างการรับรู้
  • ดูแลบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์หลังการติดตั้ง (ไม่น้อยกว่า 90 วัน)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการ (Timeline)
  • ผลงานการออกแบบนิทรรศการและแบบแปลนพื้นที่
  • รายงานผลการสำรวจและซ่อมแซมงานระบบ
  • สื่อประชาสัมพันธ์ (Guide book, แผ่นพับ, เว็บไซต์)
  • รายงานการบำรุงรักษาและตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ (รายวัน/รายเดือน)
  • นิทรรศการที่ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดใช้งาน

ระยะเวลาดำเนินการ

300 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
  • Standards Compliance: ต้องมีแผนการบริหารจัดการความปลอดภัยและมาตรฐานการบำรุงรักษา
  • Experience: ต้องมีผลงานการจัดแสดงนิทรรศการด้านศิลปะ/วัฒนธรรม/การออกแบบ กับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้
  • Previous Project Cost: ผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี ในสัญญาเดียวกัน วงเงินไม่น้อยกว่า 25,000,000 บาท
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการจัดแสดงนิทรรศการรูปแบบ Immersive Experience และงานระบบที่เกี่ยวข้อง
  • Personnel: ต้องมีบุคลากรหลักที่มีคุณวุฒิ ความรู้ และประสบการณ์ตรงตามตำแหน่งที่เสนอ

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) รวม 100 คะแนน:

  • ด้านราคา: 40 คะแนน
  • ด้านเทคนิค: 60 คะแนน (แบ่งเป็น แนวคิดและรูปแบบนิทรรศการ 50%, แผนการเตรียมพื้นที่และงานระบบ 20%, แผนการบริหารจัดการผลงานและสื่อ 15%, ศักยภาพผู้ยื่นข้อเสนอ 15%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ต้องมีการออกแบบนิทรรศการที่สอดคล้องกับบริบทของหอศิลป์แห่งชาติ
  • ต้องมีระบบ Immersive Experience ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
  • วัสดุและอุปกรณ์ต้องมีความคงทนและได้มาตรฐาน
  • ต้องมีแผนการบำรุงรักษาและสำรองระบบ (Maintenance and Backup)

เงื่อนไขสัญญา

  • แบ่งจ่ายเงิน 7 งวด ตามความสำเร็จของงาน
  • อัตราค่าปรับกรณีผิดสัญญา: 0.10% ต่อวัน
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับจากวันเปิดนิทรรศการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: โครงการนี้เน้นนิทรรศการรูปแบบใดเป็นพิเศษ? A: เน้นนิทรรศการศิลปะที่หลากหลาย รวมถึงรูปแบบ Immersive Experience
  2. Q: ผลงานที่นำมาอ้างอิงต้องเป็นของหน่วยงานรัฐเท่านั้นหรือไม่? A: ไม่จำเป็น สามารถเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้
  3. Q: วงเงินผลงาน 25 ล้านบาท ต้องเป็นผลงานรวมทุกโครงการหรือไม่? A: ต้องเป็นผลงานเฉพาะส่วนจัดแสดงในสัญญาเดียวกัน
  4. Q: ต้องมีการบำรุงรักษานานเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับจากวันเปิดนิทรรศการ
  5. Q: การชำระเงินแบ่งเป็นกี่งวด? A: 7 งวด ตามความสำเร็จของงาน
  6. Q: หากตัวเลขและตัวหนังสือในใบเสนอราคาไม่ตรงกัน ให้ถือสิ่งใด? A: ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ
  7. Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าใดหากไม่มีงบการเงิน? A: ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
  8. Q: การยื่นข้อเสนอต้องยื่นในรูปแบบใด? A: ยื่นผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  9. Q: สามารถจ้างช่วงงานได้หรือไม่? A: ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงาน หากฝ่าฝืนมีค่าปรับ 10% ของวงเงินงานจ้างช่วง
  10. Q: เกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิคมีน้ำหนักเท่าใด? A: 60% ของคะแนนรวมทั้งหมด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างจ้างจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ณ หอศิลป์แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามประกาศ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ลงวันที่ สิงหาคม ๒๕๖๙
สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างจ้างจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ณ หอศิลป์แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างจัดงานนิทรรศการ หรือกิจกรรม
ต่าง ๆ
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการจัดแสดงนิทรรศการด้านศิลปะ และ/หรือด้าน วัฒนธรรม และ/หรือด้านการออกแบบ หรือการจัดแสดงด้านหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ หรือสถานที่ให้บริการทาง ศิลปะ และ/หรือ
ทางวัฒนธรรม และ/หรือทางการออกแบบ ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ ส่วน ราชการ
ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับ ของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นที่มีการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงาน เอกชนที่เชื่อถือได้ โดยต้องเป็นผลงานเฉพาะส่วนจัดแสดงในสัญญาเดียวกัน วงเงินไม่น้อยกว่า ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) รวมถึงเป็นผลงานที่ส่งมอบงานและตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงาน ย้อนหลังไม่เกิน ๑๐ ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จจนถึงวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคา อย่างน้อย ๑ ผลงาน ให้ผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบเอกสารในวันยื่นข้อเสนอ ดังนี้
๒.๑๐.๑ สำเนาขอบเขตของงาน (Terms of reference: TOR) ๒.๑๐.๒ สำเนาสัญญาจ้างทุกหน้า รวมถึงส่วนที่แก้ไขสัญญาเพิ่มเติม (หากมี) ๒.๑๐.๓ เอกสารแสดงประมาณราคาค่าใช้จ่ายของผลงาน เฉพาะส่วนจัดแสดงใน สัญญา
เดียวกัน วงเงินไม่น้อยกว่า ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) อย่างน้อย ๑ ผลงาน โดยลงชื่อและ
ประทับตราบริษัท
๒.๑๐.๔ สำเนาหนังสือรับรองผลงานที่ออกโดยผู้ว่าจ้าง โดยลงชื่อและ ประทับตราบริษัท
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร
ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย
ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน
ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) การนำเสนอด้านคุณภาพ ตาม TOR ข้อ ๑๒.
(๔) เอกสารผลงาน ตาม TOR ข้อ ๓.๑๑
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๐๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๔,๙๑๗,๙๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านเก้าแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันเก้าร้อยบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต
ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ณ หอศิลป์แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ. ศ. ๒๕๖๙
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔๐.๐๐
(๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๖๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) แนวคิด ภาพรวมโครงการ และรูปแบบการจัดนิทรรศการ น้ำหนักร้อยละ ๕๐ ประกอบด้วย (ข้อ ๑๒.๑ - ข้อ ๑๒.๔)
๑) ความชัดเจน ครบถ้วนของรายละเอียดแนวคิด (Conceptual Design) ของนิทรรศการ และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมทั้งคำนึงถึง ประสบการณ์ที่ผู้เข้าชมจะได้รับ (Visitor Experience) และการใช้พื้นที่ให้บริการ ตามข้อ ๑๒.๑ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๕ โดยมีวิธีการ
ให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละราย โดยพิจารณาจาก คุณภาพ
ของแนวคิด ความครบถ้วนและความเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ความเหมาะสมกับพื้นที่จัดแสดง การออกแบบเส้นทางการสัญจรของผู้เข้าชมและประสบการณ์ที่ผู้เข้าชมจะได้ รับ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไปได้ในการดำเนินงานจริง ทั้งนี้ หากองค์ประกอบใดมีข้อบกพร่องใน สาระสำคัญ หรือไม่สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารหรือภาพประกอบ ให้ถือว่าองค์ประกอบนั้นไม่ได้รับการ พิจารณา
๒) ความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมโยงระหว่างการออก แบบนิทรรศการ (Exhibition Design) กับบริบทของหอศิลป์แห่งชาติและตัวอย่างผลงานศิลปะที่คาดว่าจะนำ มาจัดแสดง และสามารถนำมาใช้จัดแสดงนิทรรศการได้จริง ตามข้อ ๑๒.๒.๑ - ๑๒.๒.๒ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ
ร้อยละ ๑๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ แต่ละราย โดยพิจารณาจากคุณภาพของแนวทางการออกแบบพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ (Exhibition Design Approach) แนวทางการออกแบบบรรยากาศของนิทรรศการและการประยุกต์ใช้กับผลงานศิลปะที่คาดว่าจะ นำมาจัดแสดง และแนวทางการนำไปใช้งานจริง ทั้งนี้ หากองค์ประกอบใดมีข้อบกพร่องในสาระสำคัญ หรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารหรือภาพประกอบให้ถือว่าองค์ประกอบนั้นไม่ได้รับการพิจารณา ๓) ความคิดสร้างสรรค์ ความสอดคล้องกับพื้นที่การจัด แสดง และความเป็นไปได้ในการดำเนินงานแสดงนิทรรศการศิลปะในรูปแบบ Immersive Experience รวม ถึงความสอดคล้องกับการจัดแสดงจริง สะท้อนประสิทธิภาพที่เหมาะสม และแสดงออกถึงความปลอดภัยใน การจัดแสดงของระบบ
ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ ๑๒.๒.๓ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะ พิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพข้อเสนอ โดยคำนึงถึงความคิดสร้างสรรค์ ความสอดคล้องของแนวคิดกับพื้นที่จัด แสดง
ความเชื่อมโยงกับเนื้อหานิทรรศการ ประสิทธิภาพของระบบ ความปลอดภัย และความเป็นไปได้ในการดำเนิน งานจริง ทั้งนี้ หากองค์ประกอบใดมีข้อบกพร่องในสาระสำคัญหรือไม่สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารหรือ ภาพประกอบ
ให้ถือว่าไม่ได้รับการพิจารณา
๔) ความครบถ้วน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ความเป็นไปได้จริงของแผนการดำเนินงาน และกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน (Timeline) ตามข้อ ๑๒.๓ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณา เปรียบเทียบ คุณภาพของข้อเสนอแต่ละราย โดยพิจารณาความครบถ้วนขององค์ประกอบ ความชัดเจนของแผนภาพรวม โครงการ ความสอดคล้องของระยะเวลา ความต่อเนื่องของขั้นตอนการดำเนินงาน และความเป็นไปได้ในการ ดำเนินงานจริง ทั้งนี้ จะพิจารณาตามเอกสารและหลักฐานที่ผู้ยื่นข้อเสนอแสดงไว้ และหากองค์ประกอบใดไม่มี รายละเอียดเพียงพอหรือไม่สามารถตรวจสอบได้จากเอกสาร ให้ถือว่าองค์ประกอบนั้นไม่ได้รับการพิจารณา ๕) ความชัดเจน ครบถ้วน และความเหมาะสมของแนวคิด การออกแบบการใช้พื้นที่ภายในหอศิลป์แห่งชาติ ตามข้อ ๑๒.๔ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการ ให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณา เปรียบเทียบคุณภาพของข้อเสนอแต่ละรายโดยพิจารณาความ ชัดเจนของแนวคิดการใช้พื้นที่ ความครบถ้วนขององค์ประกอบที่กำหนด ความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ของหอศิลป์แห่งชาติ ความปลอดภัย การรองรับผู้ใช้งาน และความสอดคล้องกับภาพลักษณ์องค์กร ทั้งนี้ จะ พิจารณาจากเอกสารและหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ หากองค์ประกอบใดไม่มีรายละเอียดเพียงพอหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ ให้ถือว่าองค์ประกอบนั้น ไม่ได้รับการพิจารณา
(๒.๒) แผนการสำรวจ เตรียมความพร้อมของพื้นที่จัดแสดง นิทรรศการศิลปะ และซ่อมแซมงานระบบ น้ำหนักร้อยละ ๒๐ ประกอบด้วย (ข้อ ๑๒.๕) ๑) ความครบถ้วน ชัดเจน และความเป็นไปได้ของแนวทาง การสำรวจการเตรียมความพร้อมของพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะและซ่อมแซมงานระบบ ตามข้อ ๑๒.๕ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบจาก ความครบถ้วน
ของรายละเอียดแผนการเตรียมความพร้อมของพื้นที่เพื่อจัดแสดงนิทรรศการศิลปะและซ่อมแซมงานระบบ โครงการ
ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเสนอมา โดยให้คะแนนจากความครบถ้วน ความชัดเจน และความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน ๒) ความครบถ้วนของแผนการบริหารโครงการ ได้แก่ การ ควบคุมคุณภาพ (QA/QC) การบริหารความเสี่ยง การติดตามความก้าวหน้า การรายงานผลการดำเนินงาน มาตรการด้านความปลอดภัย และแนวทางรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือความล่าช้าในการดำเนินงาน ตาม ข้อ ๑๒.๕ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาจากความ
ครบถ้วนของแผนการบริหารโครงการ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความสอดคล้องของแนวทางที่เสนอ กับสภาพพื้นที่และการใช้งานของหอศิลป์แห่งชาติ โดยให้คะแนนตามระดับความเป็นไปได้ความครบถ้วนและ ความเหมาะสมของแนวทางบริหารโครงการ ทั้งนี้ หากองค์ประกอบใดมีข้อบกพร่องในสาระสำคัญหรือไม่ สามารถแสดงหลักฐานประกอบได้อย่างเพียงพอ ให้ถือว่าไม่ได้มีการเสนอองค์ประกอบดังกล่าว ๓) ความครบถ้วนและคุณภาพของวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ
ดำเนินการที่เสนอใช้ในการซ่อมแซม ปรับปรุง และติดตั้งครุภัณฑ์และอุปกรณ์ โดยคำนึงถึงความคงทน ความ ปลอดภัย การบำรุงรักษาและความสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ ๑๒.๕ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนนดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพของข้อเสนอแต่ละราย โดยพิจารณาความครบถ้วนของตารางเปรียบเทียบวัสดุและครุภัณฑ์ ความถูกต้องของสเปก ความสอดคล้อง กับ TOR ความเหมาะสมของวิธีการดำเนินงาน มาตรการด้านความปลอดภัย และความสามารถในการบำรุง รักษา ทั้งนี้ จะพิจารณาจากเอกสาร
และหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ หากองค์ประกอบใดไม่มีรายละเอียดเพียงพอหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้ถือว่าองค์ประกอบนั้นไม่ได้รับการพิจารณา
(๒.๓) แผนการบริหารจัดการผลงานศิลปะ การส่งมอบงานและ การบริหารจัดการภายหลังการติดตั้ง รวมถึงการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมสาธารณะ น้ำหนัก ร้อยละ ๑๕ ประกอบด้วย (ข้อ ๑๒.๖ - ๑๒.๘)
๑) ความครบถ้วนและความเหมาะสมกับแนวคิดของ นิทรรศการ
และพื้นที่การจัดแสดงของแผนการบริหารจัดการผลงานศิลปะ การขนส่ง การติดตั้ง การจัดเก็บ การรักษา ความปลอดภัย การจัดทำประกันภัย การอนุรักษ์งานศิลปะ และการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผลงาน ศิลปะตลอดกระบวนการดำเนินงาน ตามข้อ ๑๒.๖ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบความครบถ้วนและความเหมาะสมของแผนในแต่ละข้อเสนอ โดยพิจารณาความปลอดภัยในการขนส่งและติดตั้ง การควบคุมสภาพแวดล้อม ความเหมาะสมของการจัดเก็บ การจัดทำประกันภัย การอนุรักษ์ผลงาน และการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ จะพิจารณาจากเอกสารที่ตรวจสอบ ได้
หากองค์ประกอบใดไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้ถือว่าไม่ได้เสนอองค์ประกอบนั้น ๒) ความครบถ้วนและความเหมาะสมกับการบริหารจัดการ นิทรรศการของแผนการส่งมอบงาน การจัดทำเอกสารและคู่มือการใช้งาน การบำรุงรักษาระบบ การ รับประกันผลงานและอุปกรณ์ รวมถึงการให้บริการสนับสนุนภายหลังการส่งมอบ ตามข้อ ๑๒.๗ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบความครบถ้วน และความเหมาะสมของแผนการส่งมอบงานในแต่ละข้อเสนอ โดยพิจารณาความชัดเจนของเอกสารส่งมอบ แผนการบำรุงรักษา ระยะเวลาการรับประกัน ระบบการให้บริการหลังส่งมอบ และความพร้อมในการสนับสนุน การใช้งานจริง ทั้งนี้ จะพิจารณาจากเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้ หากองค์ประกอบใดไม่ชัดเจนหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ ให้ถือว่าไม่ได้เสนอองค์ประกอบนั้น
๓) แนวทางการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ ได้แก่ Guide book
แผ่นพับเว็บไซต์ของหอศิลป์แห่งชาติ และการจัดกิจกรรมสาธารณะเพื่อสร้างการรับรู้ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
และการมีส่วนร่วมของสาธารณชน ตามข้อ ๑๒.๘ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบความครบถ้วน ความเหมาะสมกับแนวคิดนิทรรศการ ความคิด สร้างสรรค์
และประสิทธิภาพในการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของสาธารณชน โดย พิจารณาจากเอกสารและหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ หากองค์ประกอบใดไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถตรวจ สอบได้ ให้ถือว่าองค์ประกอบนั้นไม่ได้รับการพิจารณา
(๒.๔) ศักยภาพของผู้ยื่นข้อเสนอและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อ โครงการ
น้ำหนักร้อยละ ๑๕ ประกอบด้วย (ข้อ ๑๒.๙ - ๑๒.๑๑)
๑) ความเหมาะสมของโครงสร้างการบริหารโครงการ คุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของบุคลากรหลักที่เสนอสำหรับการดำเนินโครงการ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาเปรียบเทียบจากโครงสร้าง การบริหารโครงการ คุณวุฒิ ประสบการณ์ และความเหมาะสมของบุคลากรหลักที่เสนอ โดยให้คะแนนตาม ระดับความพร้อม และศักยภาพในการดำเนินโครงการ และคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ของบุคลากรหลัก โดยพิจารณาจากเอกสารประกอบ อาทิ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน หนังสือรับรอง ประสบการณ์ สำเนาใบประกอบวิชาชีพหรือใบรับรองวิชาชีพ (ถ้ามี) บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ระยะ เวลาการปฏิบัติงานในโครงการ และประสบการณ์ตรงตามตำแหน่งที่เสนอ
๒) ผลงานการจัดแสดงนิทรรศการด้านศิลปะ และ/หรือด้าน วัฒนธรรม และ/หรือด้านการออกแบบ หรือการจัดแสดงด้านหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ หรือสถานที่ให้บริการทาง ศิลปะ และ/หรือทางวัฒนธรรม และ/หรือทางการออกแบบ ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ ส่วนราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การ มหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงาน สังกัดรัฐสภา หรือในกำกับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นที่มีการกำหนดให้เป็นหน่วย งานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้โดยต้องเป็นผลงานเฉพาะส่วนจัดแสดงในสัญญาเดียวกัน วงเงินไม่ น้อยกว่า ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) โดยต้องเป็นผลงานที่ส่งมอบงานและตรวจรับงาน เรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน ๑๐ ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จจนถึงวันที่ยื่นเอกสารเสนอ ราคา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาและให้คะแนน จากจำนวนของผลงานที่เข้าเงื่อนไข
๓) ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และประโยชน์ของข้อ เสนอการดำเนินงานเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากข้อกำหนดขั้นต่ำของโครงการ ซึ่งก่อให้เกิดคุณค่าเพิ่มและ ประโยชน์
ต่อทางราชการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาจาก ความเหมาะสม ความคิดสร้างสรรค์ ความคุ้มค่า ความเป็นไปได้ และประโยชน์ที่หน่วยงานจะได้รับเพิ่มเติม
จาก
ข้อกำหนดขั้นต่ำของโครงการ โดยให้คะแนนตามระดับของประโยชน์ต่อทางราชการ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๗ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการตามขอบเขตของงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาดำเนินการ และคณะกรรมการตรวจ รับฯ ได้ตรวจรับงานงวดที่ ๑ เรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขอบเขตของงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาดำเนินการ และคณะกรรมการ
ตรวจรับฯ ได้ตรวจรับงานงวดที่ ๒ เรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขอบเขตของงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาดำเนินการ และคณะกรรมการ ตรวจรับฯ ได้ตรวจรับงานงวดที่ ๓ เรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขอบเขตของงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาดำเนินการ และคณะกรรมการ ตรวจรับฯ ได้ตรวจรับงานงวดที่ ๔ เรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขอบเขตของงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาดำเนินการ และคณะกรรมการ ตรวจรับฯ ได้ตรวจรับงานงวดที่ ๕ เรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานผู้ รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขอบเขตของงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาดำเนินการ และคณะกรรมการ ตรวจรับฯ ได้ตรวจรับงานงวดที่ ๖ เรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดสุดท้าย (งวดที่ ๗) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับ มอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำ
ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี และรับประกันความชำรุดบกพร่อง ดังนี้
๑๐.๑ ผู้รับจ้างจะต้องบำรุงรักษาและสำรองระบบ (Maintenance and Backup) ทุก ระบบ อัพเกรดซอฟต์แวร์ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเปลี่ยนอุปกรณ์ เมื่อพบว่ามีความชำรุด บกพร่อง หรือเสียหายเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับจากวันเปิดนิทรรศการ โดยมีการรายงานผลการ บำรุงรักษาเป็นรายวันและรายเดือน
๑๐.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดหาทีมงานสำหรับบำรุงรักษาอุปกรณ์และครุภัณฑ์ระหว่างการจัด
แสดงนิทรรศการศิลปะถาวร นิทรรศการศิลปะหมุนเวียน และนิทรรศการศิลปะในรูปแบบ Immsersive Experience
และซ่อมแซมครุภัณฑ์ อุปกรณ์ ระบบต่าง ๆ และองค์ประกอบของนิทรรศการตามความจำเป็น เป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับจากวันเปิดนิทรรศการฯ เพื่อให้นิทรรศการและอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในสภาพพร้อมใช้ งาน
และพร้อมจัดแสดง ซึ่งสามารถติดต่อประสานงานได้ตลอดระยะเวลาทำการของหอศิลป์แห่งชาติ เพื่อดำเนิน การตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยและการใช้งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ และรายงานผลการตรวจสอบและบำรุง รักษารายวันและรายเดือน
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ
แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
สิงหาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
นราวดี ยศกระโทก
(นางนราวดี ยศกระโทก)
นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ โดย นางนราวดี ยศกระโทก นักวิชาการเงินและ บัญชีชำนาญการพิเศษ