จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างรายการที่ 222. ค่าจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 1 รายการ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 69089062889
฿80,000,000 ปีงบ 2570 ประกาศ 7 ส.ค. 2569 เชียงใหม่
รายละเอียดการจ้าง

โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความประสงค์จัดจ้างเหมาบริการหน่วยงานภายนอกเพื่อให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายเพิ่มสูงขึ้นจนเกินขีดความสามารถของหน่วยงานเดิม โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานสากล

ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การปรับปรุงสถานที่และสิ่งแวดล้อม การติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ การจัดหาเครื่องไตเทียมประสิทธิภาพสูงจำนวนไม่น้อยกว่า 50 เครื่อง ซึ่งต้องรองรับการฟอกเลือดประสิทธิภาพสูง (Online HDF) และการติดตั้งระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ (RO) ตามมาตรฐาน AAMI และ ศรต. นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งพยาบาลหัวหน้าหน่วยและพยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางไตเทียม

ในด้านเทคโนโลยี ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบสารสนเทศบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบ HIS ของโรงพยาบาล รองรับการทำงานแบบไร้กระดาษ (Paperless) และสนับสนุนงานวิจัย โดยข้อมูลทั้งหมดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาล การจ่ายเงินจะจ่ายตามจำนวนครั้งที่ให้บริการจริงในอัตราที่กำหนดตามประเภทการรักษา (ฟอกเลือดปกติ, Online HDF และผู้ป่วยติดเชื้อ HIV) สัญญาจ้างมีระยะเวลา 3 ปีงบประมาณ โดยจะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นรายปีเพื่อต่อสัญญา

English summary

Maharaj Nakorn Chiang Mai Hospital is seeking a specialized contractor for Hemodialysis Service Outsourcing to expand its capacity for end-stage renal disease (ESRD) patients. The contractor is responsible for renovating the facility at the Medical Excellence Center (4th Floor), installing at least 50 high-efficiency dialysis machines (including Online HDF capabilities), and setting up a Reverse Osmosis (RO) water system compliant with ISO 23500-2 and AAMI standards. The scope includes providing specialized nursing staff certified by the Nephrology Society of Thailand and implementing an integrated IT system that connects with the hospital’s HIS for automated data recording and research support. The project has a budget of 80 million THB, covering a 3-year period (FY 2027-2029) with annual performance evaluations. Payments are based on actual service sessions.

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ชั้นที่ 4 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย
  • เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และมาตรฐานการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (HA)
  • เพื่อลดความแออัดและระยะเวลารอคอยคิวการรักษาของผู้ป่วย

ขอบเขตของงาน

  • ด้านสถานที่: ปรับปรุง ตกแต่งสถานที่ชั้น 4 ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ จัดพื้นที่พักคอย ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ (Negative Pressure/Isolation) และระบบก๊าซทางการแพทย์ (O2, Air, Vacuum)
  • ด้านเครื่องมือแพทย์: ติดตั้งเครื่องไตเทียมอย่างน้อย 50 เครื่อง (รวมเครื่อง Online HDF) พร้อมระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ (RO) มาตรฐาน ISO 23500-2 และอ่างล้างตัวกรองแยกประเภทผู้ป่วย
  • ด้านครุภัณฑ์: จัดหาอุปกรณ์กู้ชีพ (Defibrillator, EKG, Infusion Pump), รถเข็นฉุกเฉิน, เตียงฟอกเลือด 14 เตียง และเก้าอี้ปรับเอนนอน 36 ตัว
  • ด้านบุคลากร: จัดหาพยาบาลผู้เชี่ยวชาญไตเทียม พยาบาลวิชาชีพเฉพาะทาง พนักงานสนับสนุน และแพทย์ที่ปรึกษาโรคไต
  • ด้านระบบสารสนเทศ: ติดตั้งระบบโปรแกรมบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยฟอกเลือด เชื่อมต่อ HIS ของโรงพยาบาล รองรับ Single Sign-On และ PDPA
  • ด้านการบริหารจัดการ: รับผิดชอบค่าสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟ, โทรศัพท์), การสอบเทียบเครื่องมือประจำปี และการจัดการขยะติดเชื้อ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตามมาตรฐาน ศรต. (สูงสุด 4 รอบ/เครื่อง/วัน)
  • ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์และผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำตามรอบระยะเวลา
  • ระบบสารสนเทศพร้อมฐานข้อมูลและ Data Dictionary
  • รายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงและรายงานสถิติการรักษา
  • เอกสารรับรองการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ทุกรายการ
  • แผนรับมือภาวะฉุกเฉินและการซ้อมแผนกู้ชีพประจำปี

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ผูกพันสัญญา 3 ปีงบประมาณ (พ.ศ. 2570 - 2572)
  • ระยะเวลาปีแรก: 1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2570 (12 เดือน)
  • การต่อสัญญา: พิจารณาเป็นรายปีตามผลการประเมิน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือให้บริการทางการแพทย์
  • Standards Compliance: ต้องดำเนินการตามมาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (ศรต.) และมาตรฐาน ISO 23500-2 สำหรับระบบน้ำ
  • Experience: มีประสบการณ์บริหารจัดการหน่วยไตเทียมในสถานพยาบาลรัฐหรือเอกชนไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีผลงานให้บริการฟอกเลือดไม่น้อยกว่า 25,000 รอบต่อปี
  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุมูลค่าขั้นต่ำของสัญญาเดิม แต่เน้นที่จำนวนรอบการให้บริการต่อปี
  • Technical Capabilities: สามารถติดตั้งระบบสารสนเทศที่เชื่อมต่อกับ HIS ของโรงพยาบาลได้ และมีระบบสำรองกรณีเครื่องมือชำรุด
  • Personnel:
    • พยาบาลหัวหน้าหน่วย: ต้องได้รับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติเฉพาะทางจากสมาคมโรคไตฯ และสภาการพยาบาล
    • พยาบาลวิชาชีพ: ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้เกณฑ์ราคา (Price Threshold) ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องไตเทียม: อย่างน้อย 50 เครื่อง เป็นรุ่นปัจจุบันที่ยังผลิตอยู่ มีระบบประเมินความพอเพียง (Kt/V) และ Endotoxin filter
  • ระบบน้ำ RO: มาตรฐาน ISO 23500-2 และ AAMI ภายใต้การรับรองของ ศรต.
  • ระบบก๊าซทางการแพทย์: หัวจ่าย O2 1 จุดต่อ 2 เตียง (ห้องแยกมีทุกเตียง) พร้อมระบบ Alarm
  • ระบบ IT: รองรับ API, Web Service, OAuth 2.0, และการบันทึก Audit Log ตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายตามจริงรายเดือน (ฟอกเลือดปกติ ≤ 1,350 บาท, Online HDF ≤ 1,750 บาท, ผู้ป่วย HIV ≤ 3,000 บาท)
  • ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาต่อวัน กรณีผิดนัดหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
  • การรับประกัน: ต้องซ่อมแซมแก้ไขเครื่องมือที่ชำรุดภายใน 24 ชั่วโมง หากซ่อมไม่ได้ต้องมีเครื่องสำรองทันที
  • ความรับผิดชอบ: ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินและค่าเสียโอกาสของโรงพยาบาลหากเกิดจากความบกพร่องของงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: จำนวนเครื่องไตเทียมขั้นต่ำที่ต้องติดตั้งคือเท่าใด?
    A: อย่างน้อย 50 เครื่อง โดยต้องรองรับการฟอกเลือดประสิทธิภาพสูง (Online HDF) ด้วย
    • Q: อัตราค่าจ้างต่อครั้งสำหรับการฟอกเลือดปกติคือเท่าใด?
      A: ไม่เกิน 1,350 บาทต่อครั้ง
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคหรือไม่?
      A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์เองทั้งหมด
    • Q: หากเครื่องไตเทียมชำรุดต้องแก้ไขภายในกี่ชั่วโมง?
      A: ต้องซ่อมแซมให้ใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่ได้ต้องจัดหาเครื่องสำรองทันที
    • Q: ระบบน้ำบริสุทธิ์ต้องได้มาตรฐานใด?
      A: มาตรฐาน ISO 23500-2 และมาตรฐาน AAMI ภายใต้การรับรองของ ศรต.
    • Q: พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
      A: ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจากสถาบันที่รับรอง
    • Q: ข้อมูลผู้ป่วยในระบบสารสนเทศเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร?
      A: เป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ทั้งหมด
    • Q: มีการให้บริการสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือไม่?
      A: มี โดยจัดพื้นที่แยกเฉพาะและมีอัตราค่าบริการไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง
    • Q: สัญญาจ้างมีระยะเวลากี่ปี?
      A: ผูกพัน 3 ปีงบประมาณ (2570-2572) โดยมีการประเมินผลเพื่อต่อสัญญาเป็นรายปี
    • Q: ผู้รับจ้างสามารถใช้บริการจัดการขยะติดเชื้อของโรงพยาบาลได้หรือไม่?
      A: ได้ แต่ต้องชำระค่าบริการตามอัตราที่โรงพยาบาลประกาศกำหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Term of reference : TOR)
รายการที่ 222 ค่าจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จํานวน 1 รายการ

  1. ความเป็นมา
    ปีงบประมาณ 2570
    โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นสถานพยาบาลระดับ
    ตติยภูมิขั้นสูงที่รับส่งต่อและให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่จําเป็นต้องได้รับการ บําบัดทดแทนไตด้วยวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเขตภาคเหนือตอนบน ปัจจุบัน อุบัติการณ์และจํานวนผู้ป่วยที่จําเป็นต้องเข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ส่งผลให้ศักยภาพการให้บริการของหน่วยเปลี่ยนไตและไตเทียมในปัจจุบัน ทั้งในด้านจํานวนเครื่องไต เทียม อัตรากําลังบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และพื้นที่ให้บริการ ไม่เพียงพอต่อความ ต้องการ ทําให้เกิดความแออัดและระยะเวลารอคอยคิวการรักษานาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย
    และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
    เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ ลดความแออัด และเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่ รวดเร็ว ได้มาตรฐานสากล และมีความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย โรง พยาบาลฯ จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินการจัดจ้างเหมาบริการหน่วยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญและมี ศักยภาพ มาดําเนินการบริหารจัดการและให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ
    โรงพยาบาลและผู้ป่วยที่มารับบริการ
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ให้เพียงพอรองรับจํานวนผู้ป่วยโรค
    ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในความดูแลของโรงพยาบาล
    2.2 เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูงสุดและเป็นไปตาม
    มาตรฐานการรักษาของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    พี่รัฐมนตรีว่าการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก
    เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ, กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
    ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
    ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    1
    2
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้
    มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ สถานพยาบาล หรือให้บริการทางการแพทย์ โดยต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรม พัฒนาธุรกิจการค้า มาแสดง ณ วันยื่นข้อเสนอ
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการและให้บริการหน่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมใน สถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนเป็นที่ยอมรับ มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีผลงานให้บริการฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตเทียมไม่น้อยกว่า 25,000 รอบต่อปี โดยต้องแสดงหนังสือรับรองผลงาน หรือสําเนาสัญญา จ้าง ณ วันยื่นข้อเสนอ
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรทางการพยาบาลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพที่ถูกต้อง เพื่อให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานที่ศูนย์รับรองมาตรฐานการฟอกเลือดด้วย เครื่องไตเทียมกําหนด โดยต้องแสดงเอกสารหลักฐานของบุคลากร ณ วันยื่นข้อเสนอ ดังนี้
  • พยาบาลหัวหน้าหน่วย: ต้องเป็นพยาบาลผู้เชี่ยวชาญไตเทียมที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ ความรู้ความชํานาญเฉพาะทาง จากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและสภาการพยาบาล

พยาบาลวิชาชีพผู้ให้บริการประจํา: ต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการ
พยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จากสถาบันที่สภาการพยาบาลให้
การรับรอง
4. ขอบเขตของงาน
4.1 ด้านการจัดเตรียมสถานที่และสิ่งแวดล้อม
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทั้งหมด (เว้นแต่จะระบุไว้
เป็นอย่างอื่น)
4.1.1 ดําเนินการปรับปรุง ตกแต่ง และดูแลรักษาสถานที่ให้บริการ ณ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ชั้นที่ 4 ให้มีความพร้อม ปลอดภัย และผ่านเกณฑ์มาตรฐานของศูนย์รับรองมาตรฐานการฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตเทียม 4.1.2 จัดเตรียมพื้นที่พักคอยสําหรับญาติ และพื้นที่ปฏิบัติงานพร้อมห้องพักสําหรับบุคลากรทางการ พยาบาลให้เป็นสัดส่วน แยกจากพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยอย่างชัดเจน โดยการกําหนดและการเลือกใช้ พื้นที่ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและรูปแบบตามที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กําหนด 4.1.3 จัดตั้งห้องแยกผู้ป่วยสําหรับให้บริการฟอกเลือดกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วย โควิดที่มีอาการไม่รุนแรง โดยระบบระบายอากาศต้องได้มาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อ และจัดให้ มีการบริการฟอกเลือดสําหรับผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา (CRE/VRE) ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ผู้ว่าจ้าง) จะเป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วน บุคคล และอุปกรณ์ทําความสะอาดเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าวให้ โดยการกําหนดและการเลือกใช้
เท่านั้น
3
พื้นที่ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและรูปแบบตามที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กําหนด
เท่านั้น
4.1.4 ดําเนินการติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ ประกอบด้วย ระบบท่อก๊าซออกซิเจน (Oxygen pipeline) พร้อมหัวจ่าย 1 จุด ต่อ 2 เตียง สําหรับห้องแยกผู้ป่วยต้องมีหัวจ่ายทุกห้อง ระบบท่ออากาศ (air pipeline) และระบบท่อสุญญากาศ (vacuum pipeline) 1 จุด ต่อ 2 เตียง พร้อมติดตั้งระบบ สัญญาณเตือนก๊าซทางการแพทย์ (medical gas alarm system) ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 4.1.5 ผู้รับจ้างต้องแสดงแผนผังและระบบการบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บน้ํายาและสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับ
ให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานโครงสร้างทางวิศวกรรมอาคาร
การฟอกเลือด
4.2 ด้านเครื่องมือแพทย์ ระบบผลิตน้ํา และเทคโนโลยีการฟอกเลือด
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทั้งหมด (เว้นแต่จะระบุไว้
เป็นอย่างอื่น)
4.2.1 ติดตั้งเครื่องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมรุ่นที่มีการวางจําหน่าย ณ ท้องตลาดและยังอยู่ใน สายการผลิตของผู้ผลิต จํานวนอย่างน้อย 50 เครื่อง (กําหนดใช้งานสูงสุดไม่เกิน 4 รอบ/เครื่อง/วัน) โดยต้องมีเครื่องที่รองรับการฟอกเลือดประสิทธิภาพสูง (Online Hemodiafiltration: OHDF) อย่าง เพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยแสดงแคตตาล็อคเครื่องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมรุ่นที่เสนอ เพื่อประกอบการพิจารณา ณ วันยื่นข้อเสนอ
4.2.2 เครื่องไตเทียมทุกเครื่องต้องมีเทคโนโลยีประเมินความพอเพียงในการฟอกเลือด และต้องติดตั้งตัว กรองน้ํายาไตเทียม (Endotoxin retentive filter) เพื่อดักจับสารพิษออกจากน้ํายาไตเทียม
(Dialysate)
4.2.3 ดําเนินการติดตั้งระบบผลิตน้ําบริสุทธิ์ (Reverse Osmosis: RO) ที่มีกําลังการผลิตสอดคล้องกับ จํานวนเครื่องไตเทียม โดยคุณภาพน้ําต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 23500-2 และมาตรฐาน AAMI ภายใต้การรับรองของ ศรต. พร้อมจัดให้มีการบํารุงรักษาและส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ํา (ตรวจ เพาะเชื้อ ตรวจ endotoxin และสารเคมี) โดยช่างผู้ชํานาญงานตามรอบระยะเวลาที่มาตรฐาน
กําหนด
4.2.4 จัดเตรียมห้องและอ่างล้างตัวกรองไตเทียมที่แยกจากพื้นที่บริการผู้ป่วย โดยต้องแยกอ่างล้างตัวกรอง
สําหรับผู้ป่วยทั่วไป ออกจากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีตามมาตรฐาน ศ.ต. 4.2.5 จัดหาวัสดุทางการแพทย์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
ที่ได้มาตรฐานอย่างเพียงพอโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้าง
4.3 ด้านครุภัณฑ์ทางการแพทย์และการกู้ชีพฉุกเฉิน
ผู้รับจ้างต้องจัดหาและบํารุงรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา อย่างน้อยดังนี้ 4.3.1 เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิด 2 เฟส (Biphasic) จํานวน 2 เครื่อง
4.3.2 เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ ไม่น้อยกว่า 3 เครื่อง
4.3.3 เครื่องวัดค่า Oxygen ในเลือด (pulse Oximeter) จํานวน 2 เครื่อง
4.3.4 เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG monitoring) สําหรับเฝ้าระวังระหว่างฟอกเลือด จํานวน 2 เครื่อง 4.3.5 เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดํา (infusion pump) จํานวน 4 เครื่อง
4.3.6 รถเข็นฉุกเฉิน (emergency cart) จํานวน 2 คัน
4.3.7 ชุดอุปกรณ์กู้ชีพ จํานวน 2 ชุด (ประกอบด้วย ambu bag, แผ่นรองหลัง (CPR board), ชุดอุปกรณ์
suction พร้อมสาย, ชุดให้ออกซิเจน ชุดอุปกรณ์ในการใส่ท่อช่วยหายใจ และยาช่วยชีวิตฉุกเฉิน)
4
4.3.8 เครื่องชั่งน้ําหนักชนิดดิจิทัลชนิดรองรับรถนั่งคนพิการ (Wheelchiar) จํานวน 2 เครื่อง 4.3.9 เปลสําหรับขนย้ายผู้ป่วย พร้อมเครื่องช่วยหายใจและแทงค์ oxygen จํานวน 1 ชุด 4.4 ด้านครุภัณฑ์สํานักงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ อย่างน้อยให้เพียงพอกับการใช้งาน ดังนี้
4.4.1 Nurse station และเก้าอี้สําหรับเจ้าหน้าที่
4.4.2 เก้าอี้นั่งพักสําหรับผู้ป่วย และญาติ
4.4.3 เก้าอี้ปรับเอนนอนได้สําหรับผู้ป่วยฟอกเลือด จํานวนอย่างน้อย 36 ตัว
4.4.4 เตียงนอนชนิดไม่มีหัวเตียง จํานวนอย่างน้อย 14 เตียง
4.4.5 รถเข็นสําหรับทําการพยาบาล จํานวนอย่างน้อย 4 คัน (คันใหญ่และเล็กรายการละ 2 คัน) 4.4.6 โต๊ะหัวเตียง (overbed table) จํานวนอย่างน้อย 10 ตัว
4.4.7 ถังทิ้งขยะทั่วไป ถังขยะติดเชื้อ อย่างเพียงพอต่อการใช้งาน
4.5 ด้านบุคลากรและการกํากับดูแลมาตรฐาน
4.5.1 แพทย์ที่ปรึกษา ต้องเป็นอายุรแพทย์โรคไตที่ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยวิชาโรคไต ภาควิชา อายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทําหน้าที่ดูแลและร่วมตรวจรักษาผู้ป่วยตาม
มาตรฐาน ศรต.
4.5.2 พยาบาล ต้องมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญไตเทียมและพยาบาลวิชาชีพ ที่มีคุณสมบัติและจํานวนอัตรากําลัง
สอดคล้องตามเกณฑ์ของ ศรต.
4.5.3 พนักงานสนับสนุน จัดให้มีพนักงานธุรการ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ พนักงานเปล และพนักงานทําความ
สะอาดอย่างเพียงพอ หากขาดการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรทดแทนทันที
4.5.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบงานควบคุมคุณภาพ เพื่อเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการควบคุม โรคติดเชื้อของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี หากพบข้อบกพร่อง ผู้รับ จ้างต้องดําเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานของโรงพยาบาลทันที
4.5.5 หากทีมควบคุมงานคุณภาพของโรงพยาบาล ตรวจพบการดําเนินงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานของ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ต่อไป
4.5.6 ให้สนับสนุนการทํางานวิจัยของหน่วยวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ตามความ
เหมาะสม
4.6 ด้านระบบสารสนเทศและการจัดการข้อมูล
ผู้รับจ้างต้องสนับสนุนระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ดังนี้
4.6.1 จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (desktop PC) จํานวนอย่างน้อย 4 เครื่อง 4.6.2 เครื่องสแกนเนอร์ (Scanner) จํานวนอย่างน้อย 2 เครื่อง
4.6.3 ติดตั้งชุดเชื่อมต่อระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล (HIS) จํานวนอย่างน้อย 4 จุด 4.6.4 จัดหาและติดตั้งระบบโปรแกรมบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยฟอกเลือด หรือมีเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล
(Database Server) และลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
4.6.5 ระบบโปรแกรมต้องสามารถทํางานแบบอัตโนมัติ โดยสามารถดึงข้อมูลเครื่องไตเทียมได้โดยตรง เพื่อ
บันทึกข้อมูลการรักษา สัญญาณชีพ
4.6.6 ระบบต้องสามารถประมวลผลข้อมูล สนับสนุนงานวิจัยของหน่วยวิชาโรคไต และสามารถสืบค้น
ข้อมูลย้อนหลังได้ ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ การนํา
5
ข้อมูลไปใช้ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย (IRB) หรือหน่วยงานกํากับดูแล ข้อมูลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(PDPA)
4.6.7 ติดตั้งระบบโปรแกรมจัดการข้อมูลผู้ป่วยโรคไต เพื่อสนับสนุนงานวิจัย ประกอบด้วย เซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล (Database server) พร้อม Window และ MS SQL Licensing ระบบบันทึก เป็นแบบ อัตโนมัติ เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุด การฟอกเลือด ได้แก่ ข้อมูลการรักษา สัญญาณชีพ การทํางานของเครื่องไตเทียม การเกิด ภาวะแทรกซ้อนเช่นเดียวกับการบันทึกใน hemodialysis record sheet ในการฟอกเลือดในแต่ละ ครั้ง โดยระบบต้องสามารถรองรับทําได้อย่างน้อย ดังนี้

เป็นแหล่งเก็บข้อมูลผู้ป่วยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
มีระบบประมวลผลข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารจัดการทางสถิติและงาน
คุณภาพ
มีระบบรับ-ส่ง ข้อมูลกับเครื่องไตเทียมแบบอัตโนมัติ

  • มีระบบสารสนเทศบริหารจัดการผ่านระบบเครือข่าย LAN
  • สามารถพัฒนาให้เป็นการใช้งานแบบไร้กระดาษ
    4.6.8 การบูรณาการระบบสารสนเทศและการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรม ระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบบโปรแกรมจัดการข้อมูลผู้ป่วยโรคไตต้องสามารถรองรับการเชื่อมโยงข้อมูล การบริหารจัดการ สิทธิ์ และการใช้งานข้อมูลร่วมกับระบบสารสนเทศขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี
    คุณลักษณะอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    4.6.8.1 การจัดการข้อมูลผู้ป่วย
  • ระบบต้องไม่สร้างหรือบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยหลัก (Master Patient Data) ซ้ําซ้อนกับ ระบบสารสนเทศหลักของโรงพยาบาล
  • ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลอ้างอิงผู้ป่วยที่จําเป็นต่อการปฏิบัติงานได้ แต่ต้องไม่เป็นแหล่งข้อมูล หลัก (System of Record) ของข้อมูลผู้ป่วย
    ได้
  • การอ้างอิงข้อมูลผู้ป่วยต้องสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลจากระบบ HIS หรือระบบกลางขององค์กร
  • ข้อมูลผู้ป่วยที่จัดเก็บในระบบต้องเป็นข้อมูลเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาและการฟอก
    เลือดด้วยเครื่องไตเทียม
  • ระบบต้องมีกลไกในการตรวจสอบและรักษาความสอดคล้องของข้อมูลอ้างอิงกับระบบสารสนเทศหลักของ
    โรงพยาบาล
    4.6.8.2 การเชื่อมโยงข้อมูล
    ข้อมูลที่องค์กรกําหนด

ระบบต้องรองรับการรับส่งข้อมูลผ่านมาตรฐาน API, Web Service หรือช่องทางเชื่อมต่อ
การเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นต้องสามารถดําเนินการผ่าน Middleware, API Gateway หรือ
Integration Platform ขององค์กรได้
โครงสร้างหลักของระบบ
ระบบต้องรองรับการขยายการเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศอื่นในอนาคตโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน
6

  • ผู้รับจ้างต้องจัดทํา API Specification, Data Mapping และเอกสารการเชื่อมโยงระบบ
    (Integration Document) ให้แก่ผู้ว่าจ้าง
    4.6.8.3 การสนับสนุน Single Sign-On

ระบบต้องมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนกลางขององค์กรผ่านมาตรฐาน
OAuth 2.0 และ/หรือ OpenID Connect โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักของระบบ
Control: RBAC)
ขององค์กรในอนาคต
ระบบต้องรองรับการกําหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ (Role-Based Access
ระบบต้องสามารถรองรับการเชื่อมโยงกับระบบบริหารจัดการสิทธิ์ (Permission Service)
4.6.8.4 การบันทึกและตรวจสอบการใช้งาน

  • ระบบต้องสามารถบันทึก Audit Log สําหรับการเข้าสู่ระบบ การเข้าถึงข้อมูล การแก้ไข ข้อมูล การลบข้อมูล และการส่งออกข้อมูล
  • Audit Log ต้องสามารถระบุอย่างน้อย ผู้ใช้งาน วันเวลา เครื่องที่ใช้งาน รายการที่
    คําเนินการ และผลการดําาเนินการ
  • ข้อมูล Audit Log ต้องสามารถสืบค้นย้อนหลังและส่งออกเพื่อการตรวจสอบได้
    ระบบต้องสามารถกําหนดระยะเวลาการเก็บรักษา Audit Log ได้ตามนโยบายขององค์กร 4.6.8.5 การสนับสนุนงานวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล
  • ระบบต้องสามารถส่งออกข้อมูลหรือเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสนับสนุน Data Warehouse, Data Platform และระบบวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กรได้
    รูปแบบอื่นที่ตกลงร่วมกัน
  • รูปแบบข้อมูลที่ส่งออกต้องอยู่ในมาตรฐานที่องค์กรกําหนด เช่น CSV, JSON, API หรือ

ระบบต้องรองรับการส่งออกข้อมูลในลักษณะ Incremental หรือรองรับการเชื่อมโยงข้อมูล
เพื่อการทํา ETL โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานประจําของระบบ
การเข้าถึงข้อมูลเพื่อการวิจัยต้องอยู่ภายใต้การอนุมัติของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย
(IRB) และคณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ระบบต้องสามารถกําหนดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการวิจัย และรองรับการส่งออกข้อมูล
ในรูปแบบที่สอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร
4.6.8.6 สิทธิ์ในข้อมูลและการส่งมอบข้อมูล

  • ข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในระบบถือเป็นทรัพย์สินของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผู้ว่าจ้างต้องสามารถเข้าถึงฐานข้อมูล โครงสร้างข้อมูล (Data Dictionary) และเอกสารที่
    เกี่ยวข้องได้ตลอดอายุการใช้งานของระบบ
    ผู้รับจ้างต้องจัดส่ง Data Dictionary, Database Schema, API Specification, Integration
    Document และเอกสารการติดตั้งระบบให้แก่ผู้ว่าจ้าง
    ซอฟต์แวร์ของผู้รับจ้าง
    ผู้รับจ้างต้องไม่จํากัดสิทธิในการส่งออกหรือย้ายข้อมูลของผู้ว่าจ้างไปยังระบบอื่นในอนาคต ข้อมูลที่ส่งออกต้องอยู่ในรูปแบบมาตรฐานที่สามารถนําไปใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งพา
    }
    7
    4.6.8.7 ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
  • ระบบต้องรองรับการดําเนินงานตามแนวทางด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ
    องค์กร และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
    to-Know
    Transit)
    กลางขององค์กร

ระบบต้องรองรับการกําหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามหลัก Least Privilege และ Need-
ระบบต้องรองรับการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย (Encryption in
ระบบต้องสามารถกําหนดนโยบายรหัสผ่าน หรือรองรับการเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตน

  • ระบบต้องสามารถกําหนดนโยบายการเก็บรักษา การสํารองข้อมูล และการกู้คืนข้อมูลได้
    ระบบต้องมีมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และรองรับการ
    ตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
    จัดการข้อมูลขององค์กร
    4.6.8.8 การบริหารจัดการข้อมูลและธรรมาภิบาลข้อมูล

ระบบต้องจัดทํา Data Dictionary ของข้อมูลที่จัดเก็บภายในระบบ ระบบต้องสามารถระบุและแสดงรายละเอียดของข้อมูลที่จัดเก็บเพื่อสนับสนุนการบริหาร
ระบบต้องรองรับการจําแนกประเภทข้อมูลตามแนวทางธรรมาภิบาลข้อมูลขององค์กร ระบบต้องสามารถระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่นําเข้าหรือส่งออกได้ในระดับที่เหมาะสม
ระบบต้องสนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพข้อมูล (Data Quality) และการตรวจสอบ
ความถูกต้องของข้อมูลก่อนนําไปใช้ประโยชน์
4.7 เงื่อนไขความรับผิดชอบอื่นๆ
4.7.1 ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าตอบแทนบุคลากรทุกระดับ ค่าใช้จ่ายด้าน ระบบสารสนเทศ ค่าน้ําประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียมการตรวจรับรองมาตรฐานจาก ศรต. ของแพทยสภา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไขตามที่แพทยสภาหรือสถาบันรับรอง คุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ให้คําแนะนํา
4.7.2 การจัดการขยะและพัสดุ: ผู้รับจ้างสามารถใช้บริการจัดการขยะติดเชื้อและบริการนึ่งฆ่าเชื้อพัสดุของ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ โดยผู้รับจ้างต้องชําระค่าบริการตามอัตราประกาศของ
โรงพยาบาล
4.7.3 การบริหารความเสี่ยงและอุบัติการณ์: ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนรับมือภาวะฉุกเฉิน (อัคคีภัย, แผ่นดินไหว, ระบบสาธารณูปโภคขัดข้อง) ซ้อมแผนกู้ชีพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหากเกิด อุบัติการณ์ความเสี่ยงทางคลินิกระดับ E ขึ้นไป ต้องรายงานให้โรงพยาบาลพร้านภายใน 24 ชั่วโมง 4.7.4 การสอบเทียบเครื่องมือ: ต้องดําเนินการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ทุกรายการในข้อ 4.2 อย่างน้อยปี ละ 1 ครั้ง พร้อมนําส่งเอกสารรับรองให้หน่วยวิชาโรคไตและหน่วยวิศวกรรมการแพทย์ของ
โรงพยาบาล
4.7.5 แผนสํารอง: กรณีเครื่องไตเทียมหรือระบบน้ําบริสุทธิ์ชํารุด ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องหรือระบบ
สํารองให้พร้อมบริการผู้ป่วยตามปกติทันที
4.7.6 ความรับผิดทางละเมิด:
กรณีผู้รับจ้างปฏิบัติงานจนเป็นเหตุให้ระบบสาธารณูปโภครวมถึงระบบ
บําบัดน้ําเสีย ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างเสียหาย หรือเกิดผลกระทบจนผู้ว่าจ้างไม่สามารถให้บริการผู้ป่วย ได้ตามปกติ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด รวมถึงค่าเสียโอกาสในการ
ให้บริการ
5. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
คณะแพทยศาสตร์จะผูกพันสัญญา 3 ปีงบประมาณตั้งแต่ปี 2570 2572 โดยจะต่อสัญญาเป็นรายปี ซึ่งจะต่อ สัญญาต่อเมื่อผ่านประเมินของโรงพยาบาล
ระยะเวลา 12 เดือน ในปีงบประมาณ 2570 (1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2570)
6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ใช้เกณฑ์ราคา ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
7. วงเงินงบประมาณ
จํานวนเงิน 80,000,000.00 บาท (แปดสิบล้านบาทถ้วน)
8. งวดงานและการจ่ายเงิน
8.1 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จะชําระเงินตามจํานวนงาน(จํานวนครั้ง) ที่ได้ดําเนินการจริง ตามอัตรา
ค่าจ้าง 3 แบบ ดังนี้
8.1.1 สําหรับรายที่ใช้บริการด้วยเครื่องไตเทียมครั้งละไม่เกิน 1,350.- บาท (หนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาท
ถ้วน)
8.1.2 Online Hemodiafitration (OHDF) ครั้งละไม่เกิน 1,750.- บาท (หนึ่งพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) 8.1.3 ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่เป็นผู้ติดเชื้อ HIV ครั้งละไม่เกิน 3,000.- บาท (สามพันบาทถ้วน)
ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างจะเปลี่ยนแปลงไปตาม สิทธิและข้อกําหนดตามกองทุนการเบิกจ่าย 8.2 ทั้งนี้ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จะต่อสัญญาจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ผ่านการประเมินผลการให้บริการ
ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
9. อัตราค่าปรับ
อัตราค่าปรับร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาจ้างต่อวัน
10. การกําหนดระยะเวลาการรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้ให้บริการจะต้องประกันความชํารุดบกพร่องของเครื่องมือ อุปกรณ์ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสัญญาจ้าง ให้
สามารถให้บริการได้ตามปกติ โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้การใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 24 ซม. นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง หากไม่สามารถซ่อมแซมได้ต้องจัดหาเครื่องสํารองมา
ทดแทนทันที
00