ซื้อยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ จำนวน 144,000 ลบ.ม.

มหาวิทยาลัยบูรพา 69089026867
฿1,440,000 ปีงบ 2570 ประกาศ 20 ส.ค. 2569 ชลบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา มีความประสงค์จะจัดซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ จำนวน 144,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการบำบัดรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ให้มีปริมาณสำรองที่เพียงพอ พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต โดยมีขอบเขตงานสำคัญประกอบด้วย การจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลว (Vacuum Insulated Evaporator: VIE) ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร พร้อมอุปกรณ์ระเหย (Vaporizer) ชุดลดแรงดัน ระบบท่อก๊าซ และชุดสัญญาณเตือนภัยแบบแสงและเสียง ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันทำสัญญา

ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด ได้แก่ มีโรงงานผลิตที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001, ISO 14001 และ GMP/GHPs จำนวนไม่น้อยกว่า 2 โรงงาน และมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่ต่ำกว่า 3 โรงงานในต่างภูมิภาค กำลังการผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีประสบการณ์ขายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลในวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาทต่อสัญญา มีกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองความรับผิดชอบต่อสาธารณะไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท และต้องให้บริการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันอย่างน้อยทุก 6 เดือน พร้อมทีมฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง สามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวกรณีปกติภายใน 24 ชั่วโมง และกรณีฉุกเฉินภายใน 4 ชั่วโมง

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดซื้อก๊าซออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ สำหรับใช้ในการบำบัดรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ
  • ให้มีปริมาณสำรองที่เพียงพอ พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต
  • เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันภาวะขาดออกซิเจนอันตรายถึงแก่ชีวิตของผู้ป่วย โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา

ขอบเขตของงาน

  • จัดซื้อและส่งมอบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ จำนวน 144,000 ลูกบาศก์เมตร ตามมาตรฐาน มอก. 540-2564
  • จัดหาและติดตั้งระบบถังบรรจุออกซิเจนเหลว (Vacuum Insulated Evaporator: VIE) ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันทำสัญญา
  • จัดหาท่อออกซิเจนสำรองให้โรงพยาบาลใช้ระหว่างการติดตั้งระบบถังบรรจุออกซิเจนเหลว
  • ติดตั้งอุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลวเป็นแก๊ส (Vaporizer) อัตราการระเหยไม่ต่ำกว่า 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ติดตั้งท่อจ่ายแก๊ส ชุดปรับลดแรงดันอัตโนมัติ และชุดสัญญาณเตือนแบบแสงและเสียง 4 ลักษณะ
  • จัดส่งออกซิเจนเหลวกรณีปกติภายใน 24 ชั่วโมง และกรณีฉุกเฉินภายใน 4 ชั่วโมง
  • จัดให้มีบริการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อย่างน้อยทุก 6 เดือน (2 ครั้งต่อปี)
  • ให้บริการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินและเข้าดำเนินการแก้ไขภายใน 4 ชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ตามมาตรฐาน มอก. 540-2564 จำนวนรวม 144,000 ลูกบาศก์เมตร (ส่งมอบเป็นงวดๆ ตามความต้องการของโรงพยาบาล)
  • ระบบถังบรรจุออกซิเจนเหลว (VIE) ขนาดไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร พร้อมระบบท่อและอุปกรณ์ควบคุมความดัน
  • อุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลวเป็นแก๊ส (Vaporizer)
  • ชุดสัญญาณเตือนภัย (Alarm System) แบบแสงและเสียง จำนวน 4 รูปแบบ
  • แผนและรายงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกันทุก 6 เดือน
  • กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองความรับผิดชอบต่อสาธารณะวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท
  • คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลา 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 (กำหนดติดตั้งระบบแล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันทำสัญญา)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผู้เสนอราคาต้องจดทะเบียนนิติบุคคลและมีความสามารถตามกฎหมาย
  • Standards Compliance: โรงงานผลิตต้องได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001, ISO 14001 และ GMP/GHPs จากสำนักงานที่น่าเชื่อถือ
  • Experience: ต้องมีเอกสารรับรองประสบการณ์การขายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลต่างๆ ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาทต่อสัญญา
  • Previous Project Cost: วงเงินผลงานประจักษ์ไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาทต่อสัญญา
  • Technical Capabilities: มีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่ต่ำกว่า 3 โรงงาน อยู่ในสถานที่ต่างภูมิภาค จดทะเบียนชื่อเดียวกับผู้เสนอราคา และมีกำลังการผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • Personnel:
    • พนักงานขับรถส่งออกซิเจนเหลวต้องมีใบอนุญาตขับรถบรรทุกประเภทพิเศษ
    • เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการต้องผ่านการอบรมเรื่องการเติมออกซิเจนและปฏิบัติตาม SOP อย่างเคร่งครัด
    • ช่างผู้ซ่อมบำรุงต้องมีคุณวุฒิ ความรู้ และความชำนาญ

เกณฑ์การพิจารณา

คัดเลือกจากหลักเกณฑ์ราคา (Price) หรือหลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ร้อยละ 100

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ออกซิเจนเหลวต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 540-2564
  • ถังบรรจุออกซิเจนเหลว (Vacuum Insulated Evaporator; VIE) เป็นถัง Cryogenic Vessel ชนิดผนังสองชั้น (ชั้นนอก Carbon Steel, ชั้นใน Stainless Steel) ระหว่างชั้นเป็นสุญญากาศ
  • ถังมีความจุไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร
  • แรงดันใช้งานออกจากถัง 120-150 Psi, Pressure Relief Valve เปิด-ปิดอัตโนมัติที่ความดันไม่น้อยกว่า 250 Psi และ Burst Disc แตกที่ความดันไม่เกิน 350 Psi
  • อุปกรณ์ Vaporizer อัตราการระเหยไม่ต่ำกว่า 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ชุดปรับลดแรงดันอัตโนมัติ 2 ชุด (ชุดที่ 1 ปรับที่ 4.2 บาร์ / ชุดที่ 2 ปรับที่ 3.7 บาร์) อัตราการไหล 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ชุดสัญญาณเตือน 4 ลักษณะ (Order Liquid 30-40%, Tank Low Pressure < 130 PSIG, Line Low Pressure < 48 PSIG, Line High Pressure > 72 PSIG)

เงื่อนไขสัญญา

  • ส่งมอบออกซิเจนเหลวเป็นคราวๆ ตามความต้องการของโรงพยาบาล
  • กรณีส่งไม่ทันกำหนด ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบจัดหาจากแหล่งอื่นมาให้ใช้ก่อนหรือจ่ายค่าก๊าซทดแทนทั้งสิ้น
  • การชำระค่าเสียหายตามข้อกำหนดต้องดำเนินการภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล
  • เมื่อสิ้นสุดสัญญา โรงพยาบาลสามารถใช้ออกซิเจนที่เหลือจนหมดถัง และผู้เสนอราคาต้องเคลื่อนย้ายถังคืนภายใน 45 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ถังบรรจุออกซิเจนเหลว (VIE) ที่ต้องนำมาติดตั้งต้องมีความจุกี่ลิตร?
    A: ต้องมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร
  • Q: ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวจำนวนกี่โรงงานและตั้งอยู่ที่ใดบ้าง?
    A: ต้องมีโรงงานผลิตไม่ต่ำกว่า 3 โรงงาน อยู่ในสถานที่ต่างภูมิภาค และมีโรงงานที่ได้รับรอง ISO 9001, ISO 14001, และ GMP/GHPs อย่างน้อย 2 โรงงาน
  • Q: กำลังการผลิตรวมขั้นต่ำของผู้เสนอราคาต้องไม่ต่ำกว่าเท่าใด?
    A: กำลังการผลิตหรือความสามารถในการจัดหาแก๊สออกซิเจนเหลวทางการแพทย์โดยรวมต้องไม่ต่ำกว่า 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • Q: ในกรณีปกติ ผู้เสนอราคาต้องส่งมอบออกซิเจนเหลวให้โรงพยาบาลภายในกี่ชั่วโมง?
    A: ต้องนำส่งภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่โรงพยาบาลแจ้งหรือจากระบบแจ้งเตือน
  • Q: ในกรณีฉุกเฉิน ผู้เสนอราคาต้องจัดส่งให้โรงพยาบาลภายในกี่ชั่วโมง?
    A: ต้องสามารถจัดส่งให้ได้ภายใน 4 ชั่วโมง
  • Q: อุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลวเป็นแก๊ส (Vaporizer) กำหนดอัตราการระเหยขั้นต่ำเท่าใด?
    A: มีอัตราการระเหยไม่ต่ำกว่า 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • Q: สัญญาณเตือน “ORDER LIQUID” จะทำงานเมื่อปริมาณออกซิเจนเหลวเหลือเท่าใด?
    A: ทำงานเมื่อปริมาณออกซิเจนเหลวเหลือ 30-40% ของปริมาณแก๊สเหลวที่ระดับเต็มถัง
  • Q: วงเงินประกันภัยความรับผิดชอบต่อสาธารณะที่ผู้เสนอราคาต้องจัดทำคือเท่าใด?
    A: ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท คุ้มครองทั่วราชอาณาจักรไทย
  • Q: ผู้เสนอราคาต้องดำเนินการติดตั้งระบบถังบรรจุออกซิเจนเหลวให้แล้วเสร็จภายในกี่วันหลังทำสัญญา?
    A: ต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันทำสัญญาจะซื้อจะขาย
  • Q: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ของถังบรรจุออกซิเจนเหลวต้องทำความถี่เท่าใด?
    A: อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือจำนวน 2 ครั้งต่อปี ตลอดอายุสัญญา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ จํานวน 144,000 ลูกบาศก์เมตร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา

  1. วัตถุประสงค์
    เพื่อจัดซื้อก๊าซออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ สําหรับใช้ในการบําบัดรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบทางเดิน หายใจ ให้มีปริมาณสํารองที่เพียงพอ พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและ ป้องกันภาวะขาดออกซิเจนอันตรายถึงแก่ชีวิตของผู้ป่วย โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา
  2. ความต้องการ
    ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ จํานวน 144,000 ลูกบาศก์เมตร
  3. ระยะเวลาในการดําเนินการ
    ระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570
  4. รายละเอียดคุณลักษณะ
    4.1 ออกซิเจนเหลว ต้องมีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สําหรับออกซิเจนที่ใช้ในทางการแพทย์ตาม มอก.ที่ 540-2564 และให้แนบสําเนาหลักฐานผลการตรวจสอบมาตรฐานของออกซิเจนเหลวโดยกระทรวงอุตสาหกรรมมา แสดงในวันยื่นข้อเสนอ
    4.2 ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอราคาต่อหน่วยลูกบาศก์เมตรและราคารวม และส่งให้เป็นคราว ๆ ตามที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย
    บูรพาต้องการ ตามเงื่อนไขดังนี้
    4.2.1 กรณีใช้งานในสภาวะปกติ จะต้องนําออกซิเจนเหลวมาส่งให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาโดยเร็ว ภายใน 24
    ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่โรงพยาบาลแจ้ง หรือจากการแจ้งเตือนของระบบตรวจวัดระดับออกซิเจนเหลว
    4.2.2 กรณีทางโรงพยาบาลแจ้งความประสงค์ต้องการใช้ออกซิเจนเหลวเร่งด่วน ฉุกเฉิน ผู้เสนอราคาจะต้องสามารถจัดส่ง
    ให้ทางโรงพยาบาลได้ภายใน 4 ชั่วโมง
    4.3 หากผู้เสนอราคาไม่สามารถส่งออกซิเจนเหลวให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาได้ทันตามที่กําหนด ผู้เสนอราคาจะต้อง รับผิดชอบในการจัดหาออกซิเจนเหลวจากแหล่งอื่นให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาใช้งานไปก่อนหรือจะต้อง
    รับผิดชอบจ่ายค่าแก๊สออกซิเจนที่โรงพยาบาลสั่งมาใช้ทดแทนทั้งสิ้น
    4.4 ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานผลิตที่ได้รับรอง จํานวน 2 โรงงานที่ได้รับการรับรองระบบบริหาร งานคุณภาพตามมาตรฐาน เลขที่ ISO 9001, ISO 14001 และ GMP/GHPs จากสํานักงานที่มีความน่าเชื่อถือ โดยจะต้องนําหลักฐานการรับรอง ดังกล่าวมาแสดงในวันยื่นซองเอกสาร
    4.5 ผู้เสนอราคาออกซิเจนเหลวจะต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่ต่ํากว่า 3 โรงงาน อยู่ในสถานที่ต่างภูมิภาค ที่จดทะเบียน เป็นชื่อเดียวกับบริษัทผู้เสนอราคา และมีกําลังการผลิตหรือสามารถจัดหาแก๊สออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ โดยรวมไม่ต่ํา กว่า 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งนี้หากโรงงานใด โรงงานหนึ่งไม่สามารถผลิตและจัดส่งออกซิเจนเหลวได้ด้วยสาเหตุ ใดก็ตาม โรงงานที่เหลือยังสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
    4.6 ผู้เสนอราคาต้องให้ความมั่นใจกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาว่า จะมีออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ จัดส่งให้อย่าง
    ต่อเนื่องละเพียงพอ โดยต้องแสดงหลักฐานประกอบที่เชื่อถือได้มาแสดงในวันยื่นข้อเสนอ ดังนี้
    4.6.1 เอกสารรับรองว่ามีประสบการณ์การขายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ในวงเงินไม่ต่ํากว่า
    1,000,000 บาท ต่อสัญญา
    4.6.2 เอกสารรายชื่อของพนักงานขับรถส่งออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ พร้อมทั้งสําเนาใบอนุญาตขับรถบรรทุกประเภท
    พิเศษ
    (นางสาวกัณหา พรมมาบุญ) ผู้ช่วยผู้อํานวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริหาร
    (นายจ้าง
    สุโข
    เปญด
    (นายจําลอง รอดรัตน์)
    ผู้ปฏิบัติงานเป็นวิวิทยา
    ฏิลาโค

    (นายอนาวิล วิทยนลากรณ์)
    วิศวกร
    4.6.3 เอกสารรับรองการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ที่มาให้บริการ
    4.7 ผู้เสนอราคาต้องส่งมอบออกซิเจน โดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมเรื่องการเติมออกซิเจน และต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการ ปฏิบัติงาน (SOP) อย่างเคร่งครัด โดยส่งมาตรการปฏิบัติงาน (SOP) ให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ในวันยื่นเสนอราคา 4.8 ถังออกซิเจนเหลวมีคุณสมบัติ ดังนี้
    4.8.1
    ผู้เสนอราคาได้ต้องจัดหาและติดตั้งระบบออกซิเจนทางการแพทย์ให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันทํา สัญญาจะซื้อจะขาย และในช่วงที่ผู้เสนอราคาได้ทําการติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลว ผู้เสนอราคาได้ ต้อง รับผิดชอบจัดหาท่อออกซิเจนสํารองให้กับทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาใช้ตามหอผู้ป่วยต่าง ๆ ให้เพียงพอ
    ความต้องการ
    4.8.2 ถังมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร
    4.8.3 ถังบรรจุออกซิเจนเหลว (Vacuum Insulated Evaporator; VIE) ต้องเป็นถังชนิดพิเศษ มีรายละเอียดและ คุณลักษณะเพื่อใช้สําหรับบรรจุของเหลวที่มีอุณภูมิจุดเดือดต่ํามาก (Cryogenic Vessel) ชนิดผนังสองชั้น ชั้นนอก เป็นเหล็กกล้า (Carbon Steel) ชั้นในเป็นเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม (Stainless Steel) ระหว่างชั้นทั้งสองต้องเป็น สุญญากาศ บุด้วยฉนวนอย่างดีไม่มีรอยรั่ว ตัวถังต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการทํางานติดตั้งมาพร้อมกับตัวถัง การ ควบคุมการทํางานเป็นแบบอัตโนมัติ ประกอบด้วยหน่วยควบคุมความดันภายใน อุปกรณ์ป้องกันแรงดันส่วนเกิน ชนิด 2 ระบบ โดยมีอย่างน้อย 2 ชุด หน่วยเพิ่มหรือลดความดัน หน่วยทําให้ออกซิเจนเหลวเปลี่ยนสภาพเป็นแก๊ส ทั้งนี้หน่วยต่าง ๆ ของถังและท่อส่งแก๊สจากถังจะต้องมีระบบป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ
    4.8.4 การปรับแต่งความดันของแก๊สออกซิเจนที่ออกจากถังบรรจุแก๊สออกซิเจนเหลว สามารถปรับได้อย่างน้อย 120- 150 Psi และโดยมีระบบป้องกันความปลอดภัยภายในถังประกอบด้วย Pressure Relief Valve ซึ่งเปิด-ปิดเอง อัตโนมัติได้ที่ความดันไม่น้อยกว่า 250 Psi และ Burst Disc จะแตกออกได้ที่ความดันไม่เกิน 350 Psi วัดที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส อุปกรณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วจะมี Valve ปิด-เปิด อยู่ในที่ที่ควบคุมการทํางานของระบบ ออกซิเจนเหลวสามารถปิดเปิดได้ง่าย
    4.8.5 มีมาตรวัดความดัน (Pressure Gauge) และมาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวภายในถัง (Level Gauge) โดยสามารถ ปรับแต่งมาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวและต่อเข้าระบบสัญญาณเตือนเพื่อแจ้งระดับออกซิเจนเหลวภายในถังที่ จะต้องทําการเติม มาตรวัดระดับนี้จะวัดความสูงของปริมาตรออกซิเจนที่อยู่ภายใน โดยอาศัยความแตกต่างของ ความดัน (Differential Pressure) ระหว่างแก๊สออกซิเจนตอนบน (Top Pressure ) กับออกซิเจนเหลวก้นถัง ( Bottom Pressure ) โดยที่มาตรวัดจะบอกระดับออกซิเจนเหลวเป็นความสูงของถังบรรจุ มีหน่วยเป็นนิ้วน้ํา จากนั้นก็นําไปหาปริมาตร ซึ่งมีหน่วยเป็นลิตรแล้วจึงนําไปคูณกับเลขจํานวน 0.877 จะออกมาเป็นจํานวนของแก๊ส ในหน่วยลูกบาศก์เมตรตามต้องการได้
    4.8.6 ติดตั้งอุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลวให้เป็นแก๊ส (Vaporizer, VAP) เป็นชนิดที่ใช้ความร้อนจากบรรยากาศมาช่วย
    และมีอัตราการระเหยไม่ต่ํากว่า 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง 4.8.7 ติดตั้งท่อจ่ายแก๊สจากถังบรรจุออกซิเจนเหลวไปยังห้องแมนนิโฟลด์ ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา (ในกรณีที่ ท่อเก่าใช้งานระบบของผู้เสนอราคาไม่ได้) โดยแรงดันแก๊สที่ออกจากถังบรรจุจะถูกควบคุม โดยชุดปรับลดแรงดัน อัตโนมัติของระบบจ่ายแก๊สหลัก ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน 2 ชุด ซึ่งมีการปรับค่าความดันทางด้าน จ่ายออกที่แตกต่างกัน โดยอุปกรณ์ควบคุมแรงดันชุดที่ 1 ปรับความดันไว้ที่ 4.2 บาร์ ส่วนอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน ชุดที่ 2 ปรับความดันไว้ที่ 3.7 บาร์ มีอัตราการไหลที่ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งชุดควบคุมแรงดันนี้จะปรับลด
    (นางสาวกัณหา พรมมาบุญ) ผู้ช่วยผู้อํานวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริหาร
    สุโข
    2
    สัญญา
    (นายจําลอง รอดรัตน์) ผู้ปฏิบัติงานช่าง
    2,
    (นายอนาวิล วิทย์นลากรณ์)
  • วิศวกร
    แรงดันจาก 150 ปอนด์ต่อตารางนิ้วให้เหลือ 55-60 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยอุปกรณ์ปรับลดแรงดันทั้ง 2 ชุด จะ
    ทํางานอัตโนมัติสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ
    4.8.8 ติดตั้งชุดสัญญาณเตือนแบบแสงและเสียง โดยการทํางานของชุดสัญญาณจะทําการตรวจเช็คสภาพใช้งานของ
    ระบบออกซิเจนตลอดเวลา โดยแจ้งเป็น 4 ลักษณะ ดังนี้
    4.8.8.1 สัญญาณเตือนที่ 1 เดือน “ORDER LIQUID” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสงและเสียงขึ้นที่ชุดสัญญาณ เตือนแสดงว่าปริมาณออกซิเจนเหลวที่เหลือ 30-40% ของปริมาณแก๊สเหลวที่ระดับเต็มถัง ให้ดําเนินการ
    สั่งออกซิเจนเหลวทันที
    4.8.8.2 สัญญาณเตือนที่ 2 เตือน “ TANK LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสงและเสียงดังขึ้นที่ชุด สัญญาณเตือน แสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สจากถังออกซิเจนเหลวถึงชุดลดความดันลดลงต่ํากว่า
    130 PSIG (จากแรงดันปกติ 150 PSIG)
    4.8.8.3 สัญญาณเตือนที่ 3 เตือน “ LINE LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียงดังขึ้นแสดงว่า ความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานลดลงต่ํากว่า 48 PSIG (จากความดัน
    ปกติ 60 PSIG)
    4.8.8.4 สัญญาณเตือนที่ 4 เตือน “ LINE HIGH PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียงดังขึ้นแสดงว่า ความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานสูงกว่า 72 PSIG (จากความดันปกติ 60
    PSIG )
    4.9 การบริการฉุกเฉินและซ่อมบํารุงเชิงป้องกัน
    4.9.1 ผู้เสนอราคาได้ต้องมีบริการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการกรณีที่มีความต้องการออกซิเจนเหลว หรือแก๊สออกซิเจน ซ่อมอุปกรณ์/ถังบรรจุออกซิเจนเหลว และระบบท่อก๊าซทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยช่างที่มี คุณวุฒิ ความรู้ ความชํานาญ และแนบหลักฐานการให้บริการนี้พร้อมใบเสนอราคา ทั้งนี้จะต้องเข้าดําเนินการ ภายใน 4 ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลาที่โรงพยาบาลแจ้ง
    4.9.2 ในกรณีที่ถังบรรจุออกซิเจนเหลวเกิดชํารุดเสียหาย เนื่องจากการใช้งานตามปกติ ผู้เสนอราคาได้จะต้องรับผิดชอบ
    ซ่อมบํารุงและรักษาให้ใช้งานได้ดีตลอดเวลา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
    4.9.3 สําหรับออกซิเจนเหลวที่สูญหายไปในระหว่างการขัดข้อง หรือเสียหายดังกล่าว ผู้เสนอราคาได้จะต้องจัดหาชดเชย ให้โดยไม่คิดมูลค่า และในระหว่างการชํารุด ถ้ามีการสูญเสียออกซิเจนไปสู่บรรยากาศจะด้วยเหตุผลประการใดก็ ตามหรือในระหว่างการซ่อมทําให้จําเป็นต้องใช้แก๊สออกซิเจนจากแมนนิโฟลด์ ผู้เสนอราคาได้จะต้องรับผิดชอบ จัดหาแก๊สออกซิเจนบรรจุท่อ โดยภาชนะบรรจุให้เป็นไปตาม มอก.540-2564 เพื่อใช้กับแมนดิโฟลด์ทดแทน
    จนกว่าการซ่อมถังจะแล้วเสร็จโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
    4.9.4 การตรวจซ่อมบํารุงรักษาถังบรรจุออกซิเจนเหลวผู้เสนอราคาได้จะต้องรับผิดชอบบํารุงรักษาถังบรรจุออกซิเจน เหลวและอุปกรณ์ตลอดจนอายุสัญญา เป็นประจําอย่างน้อยทุก 6 เดือนหรือจํานวน 2 ครั้งต่อปี ดังรายละเอียด
    ต่อไปนี้
    4.9.4.1 ทดสอบการรั่วของ Pipeline และวาล์วทั้งหมด
    4.9.4.2 ตรวจสภาพของถังบรรจุออกซิเจนเหลวและบริเวณที่ตั้ง
    4.9.4.3 ตรวจสภาพการทํางานของวาล์วนิรภัย (Pressure Relief Valve) ทั้งหมดให้เปิดออกได้เมื่อความดันสูง
    (ถึงขีดกําหนด 250 Psi แล้วแต่ตําแหน่ง) ถ้าบกพร่องต้องเปลี่ยนตัวใหม่ 4.9.4.4 ทดสอบ Content Indicator ให้มีความเที่ยงตรง
    (นางสาวกัณหา พรมมาบุญ) ผู้ช่วยผู้อํานวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริหาร
    21
    สุโข
    (นายจําลอง รอดรัตน์)
    (นายอนาวิล วิทย์นิลากรณ์)
    ผู้ปฏิบัติงานทางด้านวิทยาลัย
    บูรพา
    วิศวกร
    4.9.4.5 ทดสอบความเที่ยงตรงของ Pressure Gauge
    4.9.4.6 ตรวจสภาพของ Bursting Disc
    4.9.4.7 ตรวจสอบ Pressure Raising Valve ให้ปิดที่ 155 Psi
  1. การประกันความปลอดภัย
    5.1 ผู้ที่เสนอราคาได้ จะต้องรับประกันความปลอดภัยของถังออกซิเจนเหลว และส่วนประกอบทั้งหมดที่ติดตั้งในโรงพยาบาล
    มหาวิทยาลัยบูรพารวมถึงต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการปฏิบัติติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล/เจ้าหน้าที่ ของบริษัท ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาสัญญาซื้อขายออกซิเจนเหลวที่อาจเกิดความเสียหายต่อร่างกายและ ทรัพย์สินของโรงพยาบาล และของผู้เสียหายอื่นไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ที่ผู้เสนอราคาได้ทําคุ้มครองความรับผิดชอบ ต่อสาธารณะทั้งราชอาณาจักรไทย การชดใช้ค่าเสียหายกรณีทรัพย์สินของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาให้ชดใช้ตาม มูลค่าการก่อสร้าง กรณีเป็นอาคารและตามมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินอื่น นอกจากนี้หากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น ภัย ธรรมชาติ หรือวิกฤตการณ์ทางการเมืองผู้จําหน่ายจะต้องใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดหาและส่งออกซิเจนเหลว ให้กับโรงพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลยังคงมีออกซิเจนใช้ได้
    5.2 ผู้เสนอราคาได้จะต้องนํากรมธรรม์ประกันภัยฉบับจริงหรือสําเนากรมธรรม์มาแสดงด้วย ในวันยื่นข้อเสนอและในกรณี
    กรมธรรม์เป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทยต้องมีคําแปลเป็นภาษาไทยแนบมา
  2. เงื่อนไขอื่น ๆ ๆ
    6.1 หากผู้เสนอราคาได้ ไม่ปฏิบัติติดตามข้อกําหนดข้อใดข้อหนึ่งดังกล่าวข้างต้น
    จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้เสนอราคาได้จะต้องรับผิดชอบและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย อันเกิดจากความผิดปกติที่เสนอราคาได้ ไม่ปฏิบัติติดตามข้อกําหนดของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาโดยสิ้นเชิง ภายในเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งจาก โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา โดยให้นับวันที่เริ่มแจ้งเป็นวันเริ่มต้น
    6.2 ในวันสิ้นสุดสัญญาหากยังมีออกซิเจนเหลวเหลือค้างอยู่ในถัง ผู้เสนอราคาได้ยินยอมให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ใช้
    ออกซิเจนเหลวจนหมดถังก่อนที่ทางโรงพยาบาลจะใช้ออกซิเจนเหลวของผู้เสนอราคารายใหม่
    6.3 เมื่อสิ้นสุดสัญญาและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาได้ใช้ออกซิเจนเหลวหมดแล้วโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาจะมี
    หนังสือและโทรศัพท์แจ้งให้ผู้เสนอราคาได้ทราบเพื่อจะได้เคลื่อนย้ายถังคืนกลับไปภายใน 45 วัน นับแต่วันที่โรงพยาบาล
    มหาวิทยาลัยบูรพาแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เสนอราคาได้รายใหม่สามารถติดตั้งถังออกซิเจนเหลวตนได้
    หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
    คัดเลือกจากหลักเกณฑ์ราคา (Price) ร้อยละ 100
    คัดเลือกจากหลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance)
    เกณฑ์ราคาที่เสนอ ประเภทบังคับ ร้อยละ
  • เกณฑ์การประเมินผู้ค้าภาครัฐ ประเภทไม่บังคับ ร้อยละ
    สุโข
    งาปฏิดาว่า
    มหาวิทยา
  • เกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย ประเภทไม่บังคับ ร้อยละ - เกณฑ์การเสนอพัสดุที่เป็นกิจการที่รัฐต้องการส่งเสริม ประเภทไม่บังคับ ร้อยละ รวม หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ร้อยละ 100
    าลัย

บูรพา
(นางสาวกัณหา พรมมาบุญ) ผู้ช่วยผู้อํานวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริหาร
(นายจําลอง รอดรัตน์) ผู้ปฏิบัติงานช่าง
(นายอนาวิล วิทย์นลากรณ์)
วิศวกร