จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน ประจำปี 2570 จำนวน 14 คน เพื่อปฎิบัติงานโครงการ อค-สช., อค-นร. และ อค-ปส.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 69089026616
฿7,452,803.38 ปีงบ 2569 ประกาศ 19 ส.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) สำหรับงานจ้างเหมาบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน ประจำปี 2570 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานใน 3 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ อค-สช. จำนวน 8 คน, โครงการ อค-นร. จำนวน 4 คน และโครงการ อค-ปส. จำนวน 2 คน รวมทั้งสิ้น 14 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาบุคลากรที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. เข้ามาช่วยสนับสนุนงานด้านเอกสารและประสานงานการจ่ายค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สินให้เป็นระบบและมีมาตรฐานเดียวกัน

งบประมาณโครงการรวมทั้งสิ้น 7,452,803.38 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งแบ่งเป็นค่าจ้างและค่าดำเนินการ (ราคากลาง) จำนวน 2,914,808.40 บาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายตามจ่ายจริง เช่น ค่าเครื่องแบบ ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก ระยะเวลาการจ้างงานมีกำหนด 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และผ่านการทดสอบความสามารถจาก กฟผ. โดยบุคลากรจะต้องปฏิบัติงานสนับสนุนการจัดเตรียมใบสำคัญรับเงิน ทะเบียนบัญชีการจ่ายเงิน หนังสือแจ้งนัด ประสานงานในพื้นที่ และจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) is inviting bids via e-bidding for an outsource service contract to support compensation payments for the fiscal year 2027. The contract requires 14 qualified personnel (with at least a Vocational Diploma) to support three projects: OK-SC (8 persons), OK-NR (4 persons), and OK-PS (2 persons). The total budget is 7,452,803.38 THB (including VAT), with a reference price (service fee) of 2,914,808.40 THB. The contract duration is 1 year, from January 1, 2027, to December 31, 2027. The scope of work includes preparing payment vouchers, maintaining compensation registers, coordinating land and property compensation payments, facilitating payment venues, and preparing summary reports. Bidders must comply with EGAT’s safety regulations, data confidentiality, and PDPA requirements.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดหาบุคลากรสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน จำนวน 14 คน ปฏิบัติงานใน 3 โครงการของ กฟผ. ได้แก่ โครงการ อค-สช. (8 คน), โครงการ อค-นร. (4 คน) และโครงการ อค-ปส. (2 คน)
  • เพื่อรวมงานจ้างเหมาบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทนให้มีการดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันและสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ
  • เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดซื้อจัดจ้างของ กฟผ.

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาบุคลากรคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวน 14 คน เพื่อปฏิบัติงานในวันทำการของ กฟผ. (เวลา 07.30 – 16.30 น. หรือ 08.00 – 17.00 น. ตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด)
  • จัดเตรียม และจัดทำใบสำคัญรับเงินค่าทดแทน หรือค่าเสียหาย และหรือเงินช่วยเหลือ
  • จัดทำทะเบียนบัญชีการจ่ายเงินค่าทดแทน เงินค่าเสียหายและเงินช่วยเหลือ
  • จัดทำหนังสือแจ้งนัดผู้มีสิทธิรับเงินค่าทดแทนหรือค่าเสียหายตามระเบียบที่กำหนด
  • ประสานงาน สนับสนุนการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สิน และลงทะเบียนบัญชีการจ่ายเงิน
  • จัดเตรียมและอำนวยความสะดวกสถานที่ สำหรับการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สิน
  • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานจ่ายค่าทดแทน
  • ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจ่ายค่าทดแทนตามที่ได้รับมอบหมาย
  • ควบคุมดูแลบุคลากรให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับด้านความปลอดภัย (ระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396) และการรักษาความลับข้อมูลของ กฟผ.

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • บุคลากรคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวน 14 คน เข้าปฏิบัติงานตามที่กำหนดตลอดระยะเวลาสัญญา
  • ใบสำคัญรับเงินค่าทดแทน ค่าเสียหาย และ/หรือเงินช่วยเหลือที่จัดเตรียมถูกต้องครบถ้วน
  • ทะเบียนบัญชีการจ่ายเงินค่าทดแทน เงินค่าเสียหาย และเงินช่วยเหลือที่ได้รับการปรับปรุงเป็นปัจจุบัน
  • หนังสือแจ้งนัดผู้มีสิทธิรับเงินค่าทดแทนหรือค่าเสียหาย
  • รายงานสรุปผลการดำเนินงานจ่ายค่าทดแทนประจำเดือน
  • แผนการทำงาน (จัดส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังลงนามสัญญา)
  • เอกสารหลักฐานการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย และหนังสือยินยอมการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของบุคลากรทุกคนก่อนเริ่มงาน
  • รายงานผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรของบุคลากรทุกคน (ส่งมอบภายใน 90 วันนับจากวันเริ่มงาน)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาจ้าง 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้างดังกล่าว และขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ในเว็บไซต์ www.thaismegp.com (หากต้องการสิทธิแต้มต่อด้านราคา)
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554, ระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3, 4, 5) และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จัดจ้าง โดยต้องยื่นหนังสือรับรองผลงาน (และสำเนาสัญญาในกรณีที่เป็นงานของภาคเอกชน) เพื่อประกอบการพิจารณา
  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุมูลค่าขั้นต่ำของผลงานที่ผ่านมาในเอกสาร TOR นี้
  • Technical Capabilities: สามารถจัดหาบุคลากรที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบความสามารถจาก กฟผ. หรือตัวแทน กฟผ. ได้ และมีความสามารถในการบริหารจัดการและควบคุมดูแลบุคลากรจำนวน 14 คน ให้ปฏิบัติงานได้ตามข้อกำหนด
  • Personnel: บุคลากรจำนวน 14 คน ต้องมีคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส., เพศชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์, ผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ไม่มีประวัติโทษจำคุก เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 5 ปี หรือเป็นความผิดลหุโทษ/ประมาท), มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Microsoft Office และมีทักษะการสื่อสาร ประสานงาน และเดินทางต่างจังหวัดได้

เกณฑ์การพิจารณา

  • กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด (Price) และมีรายละเอียดถูกต้อง ครบถ้วนตามข้อกำหนดของ กฟผ.
  • สิทธิแต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างก่อน (เรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย)
  • สิทธิแต้มต่อสำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย: หากเสนอราคาสูงกว่าผู้ยื่นข้อเสนอต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3 จะได้รับการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างก่อน
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • บุคลากรสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทนจำนวน 14 คน แบ่งตามโครงการ: อค-สช. (8 คน), อค-นร. (4 คน), อค-ปส. (2 คน)
  • คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. เพศชาย/หญิง อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • มีความรู้ความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน (Microsoft Office) มีทักษะการประสานงาน ติดตามงาน และสามารถเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้
  • ต้องผ่านการทดสอบความสามารถจาก กฟผ. หรือตัวแทน กฟผ. ก่อนเข้าปฏิบัติงาน
  • ต้องสวมใส่เครื่องแบบตามที่ตกลง (เสื้อคลุม/แจ็คเก็ตอย่างน้อย 2 ตัว/คน หรือเสื้อเชิ้ตอย่างน้อย 3 ตัว/คน) และแต่งกายสุภาพเรียบร้อย (ไม่สวมกางเกงยีนส์/กระโปรงยีนส์, สวมรองเท้าหุ้มส้น)
  • ต้องผ่านการปฐมนิเทศด้านความปลอดภัยของ กฟผ. ก่อนเริ่มงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจางเหมาบริการสนับสนุนการจายคาทดแทน ประจําป 2570 จํานวน 14 คน เพื่อปฎิบัติงานโครงการ อค-สช., อค-นร. และ อค-ปส.
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาบริการสนับสนุนการค่า ทดแทน ประจำปี 2570 จำนวน 14 คน เพื่อปฎิบัติงานโครงการ อค-สช., อค-นร. และ อค-ปส. วงเงิน งบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,452,803.38 บาท (เจ็ดล้านสี่แสนห้าหมื่นสองพันแปดร้อยสามบาทสามสิบ แปดสตางค์) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญของขอบเขตของงาน (TOR) และเงื่อนไขการจ้างฯ ดังต่อไปนี้

  1. ความเปนมา
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้กำหนดแผนในการนำงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงาน บริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน มาทำการรวมจ้างเพื่อให้มีการดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน และ สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ โดยเป็นการจ้างที่เปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
  2. วัตถุประสงค
    กฟผ. มีความประสงค์จะจ้างเหมาบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน จำนวน 14 คน โดยให้ ปฏิบัติงาน 3 โครงการ ได้แก่
    – โครงการ อค-สช. จำนวน 8 คน
    – โครงการ อค-นร. จำนวน 4 คน
    – โครงการ อค-ปส. จำนวน 2 คน
  3. คุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอ
    3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หัวข้อ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคล ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่ จัดจ้างดังกล่าว
  4. เอกสารประกอบการยื่นขอเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันเสนอราคาด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 4.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักฐานการยื่นข้อเสนอของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์(e-bidding)
    1/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    4.2 สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com (ถ้ามี) 4.3 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเอกชนให้ยื่น สำเนาสัญญาด้วย
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่รับ พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
  5. งบประมาณ (รวมภาษีมูลคาเพิ่ม)
    เป็นเงิน 7,452,803.38 บาท (เจ็ดล้านสี่แสนห้าหมื่นสองพันแปดร้อยสามบาทสามสิบแปดสตางค์) ประกอบด้วย
    – ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการ 2,914,808.40 บาท – ค่าเครื่องแบบ เป็นเงินประมาณ 13,482.00 บาท – ค่าทำงานนอกเวลาปกติ เป็นเงินประมาณ 377,192.98 บาท – ค่าเบี้ยเลี้ยง เป็นเงินประมาณ 1,527,960.00 บาท – ค่าเช่าที่พัก เป็นเงินประมาณ 2,619,360.00 บาท
  6. ราคากลาง (คาจาง คาใชจายและคาดําเนินการ) (รวมภาษีมูลคาเพิ่ม) เป็นเงิน 2,914,808.40 บาท (สองล้านเก้าแสนหนึ่งหมื่นสี่พันแปดร้อยแปดบาทสี่สิบสตางค์)
  7. หลักประกันการเสนอราคา
    กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงิน 372,641.00 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นสองพันหกร้อยสี่สิบเอ็ดบาทถ้วน)
  8. หลักเกณฑการเสนอราคาและหลักเกณฑการพิจารณา
    8.1 เป็นไปตามหัวข้อการเสนอราคา และหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวด ราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้อง ครบถ้วน ตามข้อกำหนดของ กฟผ.
    8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเป็นค่าบริการ ที่คำนวณจากค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ค่าใช้จ่าย และค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    2/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    8.3.1 การคำนวณค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากรต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างตามที่ กฟผ. กำหนดไว้ ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน ข้อ1 8.3.2 การคำนวณ ค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ให้คำนวณจากค่าดำเนินการ ของผู้รับจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทนในอัตราตามที่กฎหมายกำหนด และค่าอบรมความปลอดภัยตามที่กำหนดในบัญชี 3เงื่อนไขด้านความ ปลอดภัย (Safety Criteria)ของระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง 8.4 ตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน ข้อ 2 และข้อ 15 กฟผ. จะจ่ายให้ตามอัตราที่กำหนดในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน ตามที่มี การดำเนินการจริงโดยไม่ต้องเสนอราคา (ไม่แข่งขันราคา)
    8.5 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ที่ไม่เกินร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัด เรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกิน ร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปี ปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงาน ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
    หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว โดย กฟผ. จะพิจารณาการเป็นผู้ประกอบการ SMEs จากเอกสารสำเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com เท่านั้น
    8.6 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่น ข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 8.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
    8.8 ภายหลังได้รับการคัดเลือก ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจกแจงรายละเอียดราคาค่าบริการ ตาม แบบฟอร์มรายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown) ให้ กฟผ. ทราบอย่างชัดเจน
    8.9 การทำสัญญา จะใช้ราคาแข่งขันตามที่ กฟผ. สรุปรับราคาบวกรวมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่แข่งขัน ราคา (ตามอัตราที่ กฟผ. ประมาณการไว้) เป็นวงเงินรวมของสัญญา
    3/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
  9. ระยะเวลาจาง
    1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
  10. หลักประกันสัญญา
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องยื่นหลักประกันสัญญาเป็น จำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของราคางานตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวันลงนามสัญญา และ กฟผ. จะคืนหลักประกันดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวงตามเงื่อนไข สัญญา
  11. หลักเกณฑการจายเงิน
    กฟผ. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง กำหนดการจ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวมทั้งหมด 12 งวด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    11.1กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละ เดือน และกฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว 11.2สำหรับค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ย เลี้ยง และค่าเช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
    11.3กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดหาบุคลากรมาให้ครบตามจำนวน ตามข้อ 2 หรือบุคลากรที่ผู้รับจ้าง จัดหามาไม่สามารถปฏิบัติงานได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าบริการ สำหรับในวันนั้น โดยคำนวณปรับลดลง ตามส่วนจากค่าบริการรายงวดเฉลี่ยเป็นรายวันต่อคน และให้ถือว่าหนึ่งเดือนมีจำนวน 30 (สามสิบ) วัน
  12. คาปรับ
    กรณีผู้รับจ้าง ไม่สามารถจัดหาบุคลากรเข้าทำงานครบจำนวนตามที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือ บุคลากรไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. ปรับในอัตรา ตายตัวซึ่งเท่ากับวันละร้อยละ0.2 ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าวตลอดอายุสัญญานับตั้งแต่วันที่ไม่มีบุคลากร มาปฏิบัติงาน หรือมาปฏิบัติงานไม่ครบจำนวน หรือมาแต่ไม่ปฏิบัติงานเป็นต้นไปจนกว่าจะมีบุคลากรมา ปฏิบัติงานครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
    นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยินยอมให้กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
    ในระหว่างที่ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หาก กฟผ. เห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตาม สัญญาต่อไปได้ กฟผ. จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิของ กฟผ. ภายหลังบอกเลิกสัญญา ก็ได้ และถ้า กฟผ. ได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างขอให้ชำระค่าปรับแล้ว กฟผ. มีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญา ได้อีกด้วย
    4/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
  13. การแกไขเปลี่ยนแปลงงาน
    กฟผ. มีสิทธิที่จะทำการแก้ไข เพิ่มเติม หรือลดงานจากรายละเอียดและเงื่อนไขในเอกสารแนบท้าย สัญญาได้ทุกกรณี โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญานี้ แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องทำความตกลงกันใหม่เป็นหนังสือ และ ถ้าจะต้องเพิ่มหรือลดเงินค่าบริการตามสัญญานี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ณ บัดนั้น รวมถึงกำหนดเรื่อง หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาด้วย
  14. เงื่อนไขการจางฯ
    รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการงานบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน
  15. ขอกําหนดการรักษาขอมูลเปนความลับ
    ผู้รับจ้างต้องตกลงรักษาข้อมูลเป็นความลับ ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 1
  16. เงื่อนไขในการจัดหา
    การเสนอราคาครั้งนี้ย่อมไม่ผูกพัน กฟผ. หากงบประมาณรายการนี้ไม่ได้รับอนุมัติ
  17. ขอกําหนดอื่น ๆ
    ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงาน มาให้ภายใน ……..-..…… นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 2
    เว้นแต่กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90(เก้าสิบ) วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็น หนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ แผนการทำงานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    5/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เงื่อนไขการจางเหมาบริการเพื่อทํางานสนับสนุนการจายคาทดแทน
  18. กฟผ. ตกลงจ้างผู้รับจ้างเพื่อให้ปฏิบัติงานจ้างเหมาบริการงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน ในอัตราค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
  • บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. จำนวน 14 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 14,100.00 บาท/คน
    โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดบุคลากรของผู้รับจ้าง จำนวน 14 คน เพื่อปฏิบัติงานในวันทำการของ กฟผ. ระหว่างเวลา 07.30 – 16.30 น. หรือ 08.00 – 17.00 น. (โดยผู้ควบคุมงาน กฟผ. จะกำหนดเวลาเริ่มต้นและ สิ้นสุดในการทำงาน และจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง)
    1.2 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. เกี่ยวกับการ ดำเนินการงานบริการสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน
    1.3 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. ได้กำหนดไว้ และมีความประพฤติดี กิริยามารยาทเรียบร้อย
    1.4 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกิน 5 ปี นับก่อนวันเริ่มงานตาม สัญญาโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ส่งตรวจสอบและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยแสดงต่อ กฟผ. ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันเริ่มงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ ตลอดอายุสัญญา
    1.5 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถและ/หรือ ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย
    1.6 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นผู้เสพหรือผู้จำหน่ายหรือ มีไว้ในครอบครอง
    1.7 บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดมาปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องแจ้งประวัติให้หน่วยงานผู้ใช้งานของ กฟผ. ทราบด้วยและบุคลากรผู้นั้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่ กฟผ. สั่งเปลี่ยนตัวเนื่องจาก มีความประพฤติผิดไม่เป็นไป ตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กำหนด โดยผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ ตลอดอายุสัญญา
    1.8 บุคลากรของผู้รับจ้าง ต้องติดบัตรแสดงตนและสวมเครื่องแบบของผู้รับจ้างในขณะที่ปฏิบัติงาน 1.9 ผู้รับจ้างต้องควบคุมบุคลากรของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กฟผ. และกฎระเบียบ เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของ กฟผ.
  1. บุคลากรของผู้รับจ้างต้องสวมเครื่องแบบของบริษัทผู้รับจ้าง และต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและ เหมาะสมกับสถานที่ทำงาน โดยมีข้อกำหนด ดังนี้
    2.1 ไม่ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงและไม่สวมเสื้อยืด
    2.2 ไม่สวมกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์ ความยาวกระโปรงต้องเสมอเข่าหรือคลุมเข่า 2.3 ไม่สวมรองเท้าแตะ ให้สวมรองเท้าหุ้มส้น
    6/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    2.4 กรณีที่ กฟผ. กำหนดให้บุคลากรของผู้รับจ้างแต่งเครื่องแบบหรือสวมเครื่องแบบ กฟผ. จะ รับภาระค่าเครื่องแบบให้ตามจำนวนของบุคลากรที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการงานสนับสนุนการ จ่ายค่าทดแทน ข้อ 1 หากมีการเปลี่ยนตัวบุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องแบบให้บุคลากรเอง ไม่สามารถ เบิกจาก กฟผ. ได้อีก โดยรูปแบบต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ.
    ทั้งนี้ กฟผ. จะจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราคนละ 900 บาท/ปี (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีรูปแบบดังนี้
  • กรณีเครื่องแบบ เป็นเสื้อคลุม หรือแจ็คเก็ต ไม่น้อยกว่า 2 ตัว/คน
  • กรณีเครื่องแบบ เป็นเสื้อเชิ้ต ไม่น้อยกว่า 3 ตัว/คน
  • อื่น ๆ ตามที่ กฟผ. กำหนด
    2.5 ในกรณีต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุม ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลให้กับ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ควบคุมนั้น ๆ โดย กฟผ. จะรับภาระค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ป้องกันภัย ส่วนบุคคลให้กับบุคลากรตามจำนวนของบุคลากรที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ควบคุม หากมีการเปลี่ยนตัว บุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลให้บุคลากรเองไม่สามารถเบิกจาก กฟผ. ได้อีก
    โดยรูปแบบต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ. ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน ………-.….…… ผู้รับจ้างสามารถเบิกค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลจาก กฟผ. ได้ตามจำนวนบุคลากรที่ ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ได้ตามความจำเป็นที่ต้องใช้จริงในวรรคหนึ่ง แต่ไม่สามารถเบิกเกิน จำนวนบุคลากรและอัตราที่กำหนด (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
    หมวกนิรภัย จำนวน ….-….. ใบ ในอัตราไม่เกิน ใบละ …..-…. บาท/คน/ปี
    รองเท้านิรภัย จำนวน ….-….. คู่ ในอัตราไม่เกิน คู่ละ …..-…. บาท/คน/ปี
    แว่นตานิรภัย จำนวน ….-….. อัน ในอัตราไม่เกิน อันละ ….-……. บาท/คน/ปี
    ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างต้องมีการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลเพิ่มจากที่ กฟผ. จ่ายให้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในจำนวนส่วนต่างโดยค่าใช้จ่ายของผู้ รับจ้างเอง
    2.6 กฟผ. จะจ่ายค่าตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง ของแต่ละลักษณะงาน ตามที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการ จริง แต่ไม่เกินอัตราที่กำหนด ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน ……-…… หากมีการเปลี่ยนตัวบุคลากร ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงให้แก่บุคลากรที่มาปฏิบัติงานแทน โดยไม่สามารถเบิกจาก กฟผ. ได้อีก
  1. ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย มาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติงาน ด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กฟผ. ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างรวมทั้งเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุด แล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะไม่นำสารสนเทศ (Database, Data File, Document, Source และอื่น ๆ) ของ กฟผ. ไปเปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังกล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้ กฟผ. ได้รับความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น และ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ทันที
  2. กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว สำหรับค่าเครื่องแบบ ค่า
    7/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ค่าตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง ค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่า เช่าที่พัก กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
    กรณีความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้รับจ้างขัดแย้งกันให้ถือตามความเห็นของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ได้แก่
    4.1 ใบส่งมอบงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานแล้ว
    4.2 ใบแจ้งหนี้
    4.3 ใบกำกับภาษี
    4.4 เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน
    กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิที่จะร้องขอให้ ผู้รับจ้าง ส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อใช้ ในการตรวจสอบประกอบการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง เช่น หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม และ หลักฐาน การส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วเท่านั้น แต่ กฟผ. ไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
    หากผู้รับจ้างไม่ส่งเอกสาร หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม หรือ หลักฐานการส่งเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทน ตามที่ กฟผ. ร้องขอเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะระงับการจ่าย ค่าบริการให้แก่ผู้รับจ้างในงวดรายเดือนนั้น
    ในกรณีที่ กฟผ. ระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับจ้างตามวรรคข้างต้น ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายหรือค่าชดเชยใด ๆ จาก กฟผ. ทั้งสิ้น
  3. หากบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้น และ/หรือปฏิบัติงานไม่ได้ผลเป็นที่พอใจต่อ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. ก็ดี ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนบุคลากรใหม่ให้ทันที
  4. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ต่อ กฟผ. เต็มจำนวน สำหรับความเสียหาย และ/หรือสูญหายที่เกิดขึ้น กับ กฟผ. ทรัพย์สินของ กฟผ. อันเกิดขึ้นจากการกระทำหรืองดเว้นกระทำของบุคลากรของผู้รับจ้าง 7. บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหาและนำมาปฏิบัติงานที่จ้างนี้อยู่ภายใต้ควบคุมสั่งการของผู้รับจ้างและเป็นบุคลากรของ ผู้รับจ้างแต่ฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อบุคลากรดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กฎหมายว่าด้วย เงินทดแทน พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ประกาศ ระเบียบคำสั่ง ข้อบังคับว่าด้วย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคล ดังกล่าวทุกประการ หากบุคลากรของผู้รับจ้างได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตในขณะทำงานตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งหมด โดยไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กฟผ.
    สำหรับพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการผ่านการอบรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา สำหรับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือยินยอม จากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา
  5. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3 - 5) รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน เอกสารแนบ 3 ดังนี้
    8/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    8.1 บัญชี3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
    8.2 บัญชี4 ข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มงานตามสัญญา 8.3 บัญชี5 แบบประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
  6. ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลา หรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมี เหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้า เกินกว่ากำหนดเวลาหรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตก เป็นผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่ จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิ บอกเลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของ กฟผ. ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และการที่ กฟผ. ไม่ใช้ สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา
  7. ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างแก่บุคลากรที่ผู้รับจ้างได้จัดหามาในอัตราและตามกำหนดเวลา ที่ผู้รับจ้างได้ ตกลงหรือทำสัญญาไว้ต่อบุคลากรดังกล่าว
    ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่บุคลากรดังกล่าวในวรรคหนึ่ง กฟผ. มีสิทธิที่จะนำเงิน ค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างดังกล่าว และให้ถือว่า กฟผ. ได้จ่ายเงิน จำนวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว
    11.ผู้รับจ้างจะต้องให้บุคลากรของผู้รับจ้างมาทำบัตรแสดงตนที่ กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดสัญญาให้ผู้รับจ้างส่งคืนบัตรแสดงตน ที่ฝ่ายความปลอดภัยทันที หากมีการต่ออายุสัญญา ผู้รับจ้าง ต้องจัดทำบัตรแสดงตนใหม่ หากไม่มีการส่ง บัตรหมดอายุคืน กฟผ. จะหักเงินประกันของผู้รับจ้าง ที่ทำไว้กับ กฟผ. ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่าย ในการทำบัตรแสดงตนใหม่ตามจำนวนบัตรที่ไม่ได้ส่งคืน
  8. ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ภายหลังสัญญามีผลใช้บังคับ ผู้รับ จ้างมีสิทธิร้องขอเพิ่มอัตราค่าจ้างเฉพาะค่าแรงของบุคลากรของผู้รับจ้างตามอัตราส่วนต่างของค่าจ้างขั้นต่ำที่ รัฐบาลกำหนดเพิ่มขึ้น ซึ่ง กฟผ. จะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรและเป็นธรรม ทั้งนี้ กฟผ. จะดำเนินการ ปรับเพิ่มค่าทำงานนอกเวลาปกติ และค่าทำงานในวันหยุด ให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย หาก กฟผ. ไม่สามารถตกลงตามที่ร้องขอเพราะเหตุขัดข้องด้านงบประมาณหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้รับจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
  9. ในกรณีที่มีการจ้างงาน โดยจำนวนบุคลากรของผู้รับจ้างเกิน 30 คน ผู้รับจ้างต้องจัดหา ผู้ควบคุมงานระหว่าง กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้าง จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน มาประจำใน กฟผ. โดย ปฏิบัติงานทุกวันในเวลาทำการของ กฟผ. เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมการทำงานของบุคลากรของ ผู้รับจ้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ควบคุมงาน
  10. บุคลากรของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ กฟผ. ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศ ด้านความปลอดภัยของ กฟผ. ในครั้งแรกก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างและผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารระเบียบ การทำงานโดยส่งมอบให้กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้างในวันแรกที่เข้าปฏิบัติงาน
  11. กรณี กฟผ. ให้บุคลากรของผู้รับจ้างทำงานนอกเวลาปกติ ทำงานในวันหยุดที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุดประจำ สัปดาห์วันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. กฟผ. จะจ่ายค่าทำงานนอกเวลาปกติ ค่าทำงานใน วันหยุดให้แก่ผู้รับจ้าง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
    15.1การทำงานนอกเวลาปกติของวันทำงาน กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1.5 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
    9/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
  • คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 88.13 บาท
    15.2 การทำงานในวันหยุด สำหรับเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
  • คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 58.75 บาท
    15.3 การทำงานในวันหยุดนอกเวลาทำงานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 3 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทำงานปกติ
  • คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส. เป็นเงิน ชั่วโมงละ 176.25 บาท
    15.4 ค่าทำงานนอกเวลาปกติกฟผ. จะจ่ายตามชั่วโมงทำงานที่เกิดขึ้นจริงภายในวงเงินค่าทำงานนอก เวลาปกติ
    15.5 การปฏิบัติงานต่างสำนักงาน ต่างท้องที่ (นอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือนอก เขตจังหวัดของหน่วยงานที่จ้าง) รวมถึงการปฏิบัติงานภายในท้องที่ที่จุดปฏิบัติงานมีระยะทางห่างจาก สำนักงานประจำตั้งแต่ 70 กิโลเมตรขึ้นไป กฟผ. จะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 350 บาทต่อคน (ไม่รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในกรณีต้องพักแรม กฟผ. จะจ่ายค่าเช่าที่พักวันละ 600 บาทต่อคน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เว้นแต่ กฟผ. จะจัดที่พักให้หรือการพักแรมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของบุคลากรของผู้รับจ้างที่มี สำนักงานประจำในเขตจังหวัดดังกล่าว
  1. ผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีอื่น ๆ ยกเว้นภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 17. ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน และนำส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุมงานและ บุคลากรของผู้รับจ้างซึ่งปฏิบัติงานตามสัญญานี้ทั้งหมดทุกคนให้กฟผ. ทราบในวันเริ่มงานตามสัญญา ในระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้ควบคุมงานหรือบุคลากรซึ่งปฏิบัติงาน ตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน พร้อมกับส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ควบคุม งานหรือบุคลากรคนใหม่ให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3วัน ก่อนส่งมาปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งนี้ผู้ควบคุม งานหรือบุคลากรคนใหม่จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานบริการ สนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน
    สำหรับหลักฐานเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมงานและบุคลากรของผู้รับจ้างที่ผู้รับจ้างแสดงต่อ กฟผ. นั้น กำหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทำหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ด้วย และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถ เรียกตรวจสอบได้ตลอดอายุสัญญา
    10/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    รายละเอียดราคาคาบริการ (Breakdown)
    รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่า ปวส.
  2. ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร 14,100.00 บาท/คน/เดือน 2. ค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง ……………… บาท/คน/เดือน
    ค่าบริการ (1+2) ……………… บาท/คน/เดือน
    ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ……………… บาท/คน/เดือน
    11/12
    แบบฟอร์มขอบเขตของงาน (TOR) มาตรฐาน
    สำหรับงานจ้างเหมาบริการเพื่อทำงานสนับสนุนการจ่ายค่าทดแทน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อทํางานบริการงานสนับสนุนการจายคาทดแทน
  3. คุณวุฒิการศึกษา ไม่ต่ำกว่า ปวส.
  4. เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  5. มีบุคลิกภาพดีมีอัธยาศัยและมนุษย์สัมพันธ์ดี
  6. ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้
  7. สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี
  8. มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Microsoft Office 7. มีทักษะในการสื่อสาร ทั้งการพูด อ่าน เขียน
  9. สามารถประสานงานและติดตามงานได้เป็นอย่างดี
  10. สามารถเดินทางปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้
  11. ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบความสามารถจาก กฟผ. หรือตัวแทน กฟผ.
    ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
  12. จัดเตรียม และจัดทำใบสำคัญรับเงินค่าทดแทน หรือค่าเสียหาย และหรือเงินช่วยเหลือ 2. ทะเบียนบัญชีการจ่ายเงินค่าทดแทน เงินค่าเสียหายและเงินช่วยเหลือ
  13. จัดทำหนังสือแจ้งนัดผู้มีสิทธิรับเงินค่าทดแทนหรือค่าเสียหายตามระเบียบที่กำหนด 4. ประสานงาน สนับสนุนการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สิน และลงทะเบียนบัญชีการจ่ายเงิน 5. จัดเตรียมและอำนวยความสะดวกสถานที่ สำหรับการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สิน 6. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานจ่ายค่าทดแทน
  14. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจ่ายค่าทดแทน
    12/12
    เอกสารแนบ …..
    ขอกําหนดการรักษาขอมูลที่เปนความลับ
    เอกสารแนบ …
    ขอกําหนดการรักษาขอมูลที่เปนความลับ
    (ถือเปนสวนหนึ่งของสัญญา)

คูสัญญาไดตกลงกัน โดยมีขอความดังตอไปนี้
ขอ 1. คํานิยาม
“ขอมูลที่เปนความลับ” หมายความถึง บรรดาขอความ เอกสาร ขอมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่เปน ของผูใหขอมูล รวมถึงที่อยูในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผูใหขอมูล และไมเปนที่รับรูของสาธารณชนโดยทั่วไป ไมวาจะในรูปแบบที่จับตองไดหรือไม หรือสื่อแบบใด ไมวาจะถูกดัดแปลงแกไขโดยผูรับขอมูลหรือไม และไมวาจะเปดเผย เมื่อใดและอยางไร ใหถือวาเปนความลับ
ขอ 2. การรักษาขอมูลที่เปนความลับ
2.1 ผูรับขอมูลตองรับผิดชอบรักษาขอมูลที่เปนความลับ และเก็บขอมูลความลับไวโดยครบถวน และ อยางเครงครัด ผูรับขอมูลจะตองไมเปดเผย ทําสําเนา หรือทําการอื่นใดทํานองเดียวกันแกบุคคลอื่นไมวาทั้งหมดหรือ บางสวน เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูใหขอมูล
2.2 ผูรับขอมูลตองใชขอมูลที่เปนความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธกับ การดําเนินงานที่มีอยู ระหวางผูใหขอมูลกับผูรับขอมูล โดยผูรับขอมูลตองแจงใหผูใหขอมูลทราบโดยทันทีที่พบการใชหรือการเปดเผยขอมูล ที่เปนความลับโดยไมไดรับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝาฝนขอกําหนดนี้ อีกทั้งผูรับขอมูลจะตองใหความรวมมือกับผูใหขอมูล อยางเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองขอมูลที่เปนความลับ การปองกันการใชขอมูลที่เปนความลับโดยไมไดรับอนุญาต
และการระงับยับยั้งการเผยแพรขอมูลที่เปนความลับออกสูสาธารณะ
2.3 ผูรับขอมูลตองใชมาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาขอมูลที่เปนความลับ เพื่อปองกันมิใหขอมูล ที่เปนความลับถูกนําไปใชโดยมิไดรับอนุญาตหรือถูกเปดเผยแกบุคคลอื่น โดยผูรับขอมูลตองใชมาตรการการเก็บรักษาขอมูล ที่เปนความลับในระดับเดียวกันกับที่ผูรับขอมูลใชกับขอมูลที่เปนความลับของตนเอง ซึ่งตองไมนอยกวาการดูแลที่สมควร
2.4 ผูรับขอมูลตองแจงใหบุคลากร พนักงาน ลูกจาง ที่ปรึกษาของผูรับขอมูล และ/หรือบุคคลภายนอก ที่ตองเกี่ยวของกับขอมูลที่เปนความลับนั้นทราบถึงความเปนความลับและขอจํากัดสิทธิในการใชและการเปดเผยขอมูล ที่เปนความลับ และผูรับขอมูลตองดําเนินการใหบุคคลดังกลาวตองผูกพันดวยสัญญาหรือขอตกลงเปนหนังสือในการรักษาขอมูล ที่เปนความลับโดยมีขอกําหนดเชนเดียวกับหรือไมนอยกวาขอกําหนดและเงื่อนไขในขอกําหนดฉบับนี้ดวย
2.5 ขอมูลที่เปนความลับตามขอกําหนดฉบับนี้ ไมรวมไปถึงขอมูลดังตอไปนี้
(1) ขอมูลที่ ผูใหขอมูล เปดเผยแกสาธารณะ
(2) ขอมูลที่ผูรับขอมูลทราบอยูกอนที่ ผูใหขอมูล จะเปดเผยขอมูลนั้น
(3) ขอมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผูรับขอมูลเอง
(4) ขอมูลที่ตองเปดเผยโดยกฎหมายหรือตามคําสั่งศาล ทั้งนี้ผูรับขอมูลตองมีหนังสือแจงให ผูใหขอมูล ไดรับทราบถึงขอกําหนดหรือคําสั่งดังกลาวพรอมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายคน อยางเปนทางการยื่นตอผูใหขอมูล กอนที่จะดําเนินการเปดเผยขอมูลดังกลาว และในการเปดเผย

  • 2 -
    ขอมูลดังกลาวผูรับขอมูลจะตองดําเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอใหคุมครองขอมูล ดังกลาวไมใหถูกเปดเผยตอสาธารณะดวย
    (5) เปนการเปดเผยขอมูลโดยไดรับความเห็นชอบจากผูใหขอมูล เปนลายลักษณอักษร กอนที่ผูรับขอมูลจะเปดเผยขอมูลนั้น
    ขอ 3. ทรัพยสินทางปญญา
    ขอกําหนดฉบับนี้ไมมีผลบังคับใชเปนการโอนสิทธิหรือการอนุญาตใหใชสิทธิ(ไมวาโดยตรง หรือโดยออม) ใหแกผูรับขอมูลที่ไดรับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการคา ตราสัญลักษณ รูปประดิษฐอื่นใด ชื่อทางการคา ความลับทางการคา ไมวาจดทะเบียนไวตามกฎหมายหรือไมก็ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผูใหขอมูล ซึ่งอาจมีอยูใน ปรากฏอยู หรือนํามาทําซ้ําไวในเอกสารขอมูลที่เปนความลับ ทั้งนี้ ผูรับขอมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวของกับผูรับขอมูล และ
    เกี่ยวของกับขอมูลที่เปนความลับดังกลาว จะไมยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพยสินทางปญญาใด ๆ ตลอดจนไมนําไปใชโดยไมไดรับการอนุญาตเปนหนังสือจากผูใหขอมูล เกี่ยวกับรายละเอียดขอมูลที่เปนความลับหรือสวนหนึ่ง สวนใดของรายละเอียดดังกลาว
    ขอ 4. การสงคืน ลบ หรือการทําลายขอมูลที่เปนความลับ
    เมื่อการดําเนินงานที่มีอยูระหวางผูใหขอมูลกับผูรับขอมูลเสร็จสิ้นลง ผูรับขอมูลจะตองสงมอบขอมูล ที่เปนความลับและสําเนาของขอมูลที่เปนความลับที่ผูรับขอมูลไดรับไวคืนใหแกผูใหขอมูล ตลอดจนลบหรือทําลายขอมูล ที่เปนความลับที่ถูกจัดเก็บไวในคอมพิวเตอร หรืออุปกรณอื่นใดที่ใชจัดเก็บขอมูล (ถามี) หรือดําเนินการอื่นตามที่ไดรับการแจง เปนหนังสือจากผูใหขอมูล ตลอดจนยุติการใชขอมูลที่เปนความลับที่ไดจากผูใหขอมูลทันที และผูรับขอมูลจะตองรักษา ความลับของขอมูลที่ไดรับจากผูใหขอมูลตลอดไป แมวาการดําเนินงานเสร็จสิ้นลงแลวก็ตาม
    ขอ 5. การชดใชคาเสียหาย
    ในกรณีที่ผูรับขอมูล และ/หรือบุคคลที่ไดรับขอมูลที่เปนความลับตามขอกําหนดนี้ซึ่งอยูในความรับผิดชอบ ดูแลของผูรับขอมูล ฝาฝนขอกําหนดตามขอกําหนดนี้ และกอใหเกิดความเสียหายแกผูใหขอมูล ผูรับขอมูลจะตองชดใช คาเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดใหแกผูใหขอมูล
    ขอ 6. การบังคับใช
    6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังวาสวนใดสวนหนึ่งในขอกําหนดฉบับนี้เปนโมฆะ ใหถือวาขอกําหนด สวนที่เปนโมฆะไมมีผลบังคับในขอกําหนดนี้ และขอกําหนดที่เหลืออยูในขอกําหนดฉบับนี้ ยังคงใชบังคับและมีผลอยูอยางสมบูรณ 6.2 ขอกําหนดฉบับนี้อยูภายใตการบังคับใชและตีความตามกฎหมายไทย
    2
    เอกสารแนบ …..
    ตัวอยางแผนการทํางาน
    3
    เอกสารแนบ …..
    บัญชี 3 เงื่อนไขดานความปลอดภัย(Safety Criteria)
    บัญชี 4 ขอมูลการดําเนินงานดานความปลอดภยของผู ั รับจางที่ตองจัดสง 
    กอนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจาง
    บัญชี 5 แบบประเมินผลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรบจ ัาง
    บัญชี ๓ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
    หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : อค-สช.
    งานที่ว่าจ้าง : งานจ้างเหมาบริการสนับสนุนจ่ายค่าทดแทน
    ระยะเวลาที่ว่าจ้าง : 1 ปี( 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2570)
    การส่งมอบพื้นที่ ⬜ ส่งมอบพื้นที่ ☑ ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่
    กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
    ⚪ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
    ⚪ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) ⚪ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
    ๑. รายละเอียดกิจกรรมด้านความปลอดภัย ที่ต้องด าเนินงานตามกลุ่มงานของผู้รับจ้าง

    ๑.๑ จัดทำแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังนี้
    (๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ
    (๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน
    (๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน
    (๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
    (๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

    ๑.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบต่อ หน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ทำงาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
    ⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด (ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม

    ๑.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่ผ่านการอบรมด้าน อาชีวเวชศาสตร์มีเงื่อนไข ดังนี้
    ⬜ (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปี ปฏิทิน

    ⬜ (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
    ⬜ (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ ทำงานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าทำงานใน ที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนำมาแสดง ต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มดำเนินงานการเข้าทำงานในที่อับอากาศ

    ๑.๔ การค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวน สอบความครบถ้วน และเหมาะสม
    ⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง

    ๑.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
    ⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน

    ๑.๖ จัดส่งข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้ (๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
    (๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกำหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
    (๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
    (๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)

    ๑.๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ดำเนินการ ดังนี้
    ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
    (ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กำหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก

    (ข) การควบคุมการนำสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการนำเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
    (ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้สำหรับส่งคนไปยังสถานที่ทำงาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและ ความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบ ปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
    ⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

    ๑.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ดำเนินการ ดังนี้
    ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ
    ☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมาย และป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

    ๑.๙ ระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
    (ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
    (ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อม มาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
    ☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

    ๑.๑๐ ดำเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่างน้อย ดังนี้
    (๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
    (๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ
    (๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทำงาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
    (๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทำงาน


๑.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ตามแผนที่ กำหนด รวมทั้งจัดทำรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน

๑.๑๓ การขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit) สำหรับงานตามที่กฎหมายกำหนด และงานหรือพื้นที่ที่ มีความเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน และให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างกำกับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สำหรับงาน ดังนี้ (ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ำ
(ซ) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ำ
(ฎ) งานอื่น ๆ ตามความจำเป็น
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ การขออนุญาตเข้าทำงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

๑.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทำงาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้า งานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจดำเนินการตาม ความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
(๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ทำเป็นประจำ
(๖) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน


๑.๑๕ ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ดังนี้
(๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันทีด้วยวาจา โทรศัพท์โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด พอสมควร
(๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าทำ การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดย โทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหาสาเหตุ อุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิดซ้ำ ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมในการ ค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สำหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย ให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
(๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน กำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(๖) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคม และส่งสําเนาหนังสือแจ้งต่อ พนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสำเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๖ ดำเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจำเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (ข) จัดทำแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม
☑ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุ ฉุกเฉินของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

๑.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
(๑) จำนวนลูกจ้างและจำนวนชั่วโมงการทำงาน
(๒) จำนวนการเกิดอุบัติการณ์
(๓) รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย

(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
๒. ชี้บ่งกฎหมาย ระเบียบด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
☑ พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๔๙ 

⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
⬜ กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจ แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๗
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. ๒๕๔๘
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๕๑
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๕๒
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย. และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
⬜ กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………………………………

๒.๒ ระเบียบด้านความปลอดภัยของหน่วยงาน/กฟผ.
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงาน ก่อสร้าง
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่าด้วยข้อกำหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘ ⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………………………………
๓. โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
⬜ หน่วยงานความปลอดภัย
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
⬜ หัวหน้างาน
⬜ ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
เกณฑ์พิจารณาหน่วยงานและบุคลากร
ประเภทกิจการ
จ านวนลูกจ้าง
จป.บริหาร
จป.หัวหน้างาน
จป.วิชาชีพ
จป.เทคนิค ขั้นสูง
จป.เทคนิค
หน่วยงานความ ปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๒) ถึง (๕)
๒ – ๑๙ คน
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
๒๐ – ๔๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
๑ คน
ปฏิบัติงานความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า วันละ ๑ ช.ม.
-
๕๐ – ๙๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
๑ คน
-
-
๑๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
-
๒๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๖) ถึง (๑๔)
๒๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
เกณฑ์พิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
ประเภทกิจการ
จ านวนลูกจ้าง
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐ – ๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๑๐๐ – ๔๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐๐ คนขึ้นไป
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน

๔. คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเบื้องต้นของผู้รับจ้าง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด
(๑) การบริหารจัดการ
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ☑ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่ ⬜ หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัย
(๒) การท างานในที่อับอากาศ
⬜ ผู้อนุญาต ⬜ ผู้ควบคุมงาน ⬜ ผู้ช่วยเหลือ ⬜ ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
⬜ ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายกำหนด
(๓) การท างานเกี่ยวกับรังสี
⬜ การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี
⬜ อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่สำหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
(๔) การท างานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
⬜ อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
⬜ อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
⬜ อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
⬜ อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง
⬜ อบรมวิธีทำงานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานในอุโมงค์
⬜ อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ
⬜ อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนทำลายสิ่งก่อสร้าง
⬜ การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับงานก่อสร้าง

(๕) การท างานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ า
⬜ การทำงานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิด อันตรายได้โดยสภาพ
⬜ อบรมผู้ขับรถยก
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
(๖) การท างานเกี่ยวกับไฟฟ้า
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(๗) การท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
⬜ วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย ⬜ การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๘) การป้องกันและระงับอัคคีภัย
⬜ การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
⬜ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
⬜ ตรวจสมรรถภาพปอด
⬜ ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
⬜ ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
⬜ ตรวจด้านพิษวิทยา
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
⬜ รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
⬜ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต ⬜ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)

๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
⬜ ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
⬜ รางวัลด้านความปลอดภัย
⬜ อื่น ๆ ……………………………………………………………

บันทึกขอตกลงวาดวยการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
(ถือเปนสวนหนึ่งของใบสั่ง/สัญญา)
ทั้งสองฝายไดตกลงกันโดยมีขอความดังตอไปนี้
ขอ 1 คํานิยาม
1.1 หากไมไดมีการกําหนดไวเปนอยางอื่นในบันทึกขอตกลงฉบับนี้ ใหถอยคําในบันทึกขอตกลงฉบับนี้มี ความหมายดังตอไปนี้
“กฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแกไขเพิ่มเติม กฎ ระเบียบ ประกาศ และคําสั่งที่เกี่ยวของกับพระราชบัญญัติคุมครองขอมูล สวนบุคคล พ.ศ. 2562
“การประมวลผลขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช เปดเผย หรือประมวลผลอื่นใดใน ขอมูลสวนบุคคล
“ขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง ขอมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําใหสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได ไมวาทางตรง หรือทางออมแตไมรวมถึงขอมูลของผูถึงแกกรรมโดยเฉพาะ
“เจาของขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาผูที่ขอมูลสวนบุคคลนั้นบงชี้ไปถึง และใหหมาย รวมถึงผูใชอํานาจปกครองที่มีอํานาจกระทําการแทนผูเยาว ผูอนุบาลที่มีอํานาจกระทําการแทนคนไร ความสามารถ หรือผูพิทักษที่มีอํานาจกระทําการแทนคนเสมือนไรความสามารถ
“ผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอํานาจหนาที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคล
“ผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดําเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลตามคําสั่งหรือในนามของผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือ นิติบุคคลซึ่งดําเนินการดังกลาวไมเปนผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล
“หนวยงานกํากับดูแล” หมายถึง สํานักงานคณะกรรมการคุมครองขอมูลสวนบุคคลของประเทศไทย หรือหนวยงานกํากับดูแลอื่นที่เกี่ยวของ
1.2 คําศัพทใด ๆ ที่ไมไดกําหนดนิยามไวในบันทึกขอตกลงฉบับนี้ใหเปนไปตามนิยามที่กฎหมาย คุมครองขอมูลสวนบุคคลกําหนดไว
1.3 เอกสารแนบทายบันทึกขอตกลงฉบับนี้ ถือเปนสวนหนึ่งของบันทึกขอตกลงและมีผลบังคับใช เชนเดียวกับบันทึกขอตกลง การอางอิงใด ๆ ถึงบันทึกขอตกลงฉบับนี้ใหรวมถึงเอกสารแนบทายบันทึกขอตกลง ดวย
ขอ 2 ขอบเขตของขอปฏิบัติ
2.1 บันทึกขอตกลงฉบับนี้ใชบังคับกับการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลภายใตกฎหมายคุมครองขอมูล สวนบุคคลของผูขาย/ผูรับจาง/ที่ปรึกษา (“ผูใหบริการ”) อันเปนการกระทําตามคํารองขอของ กฟผ.
1
2.2 ทั้งสองฝายยอมรับวา เพื่อวัตถุประสงคตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล โดยหลัก กฟผ. เปน ผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล ซึ่งมีอํานาจหนาที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล และผูใหบริการ ดําเนินการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลตามคํารองขอของ กฟผ.
ขอ 3 หนาที่ของผูใหบริการ
3.1 ผูใหบริการจะทําการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลเทาที่จําเปนและเปนไปตามคํารองขอที่เปนลาย ลักษณอักษรของ กฟผ. เทานั้น เวนแตคํารองขอนั้นขัดตอกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุมครองขอมูลสวน บุคคลตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล
3.2 ผูใหบริการจะแจงใหกฟผ. ทราบโดยทันที หากเห็นวาคํารองขอของ กฟผ. ไมเปนไปตามกฎหมาย คุมครองขอมูลสวนบุคคล
3.3 ผูใหบริการจะปฏิบัติตามคํารองขอของ กฟผ. ที่ใหดําเนินการแกไข โอน ลบ หรือประมวลผลขอมูล สวนบุคคลในประการอื่น หรือใหระงับ บรรเทา หรือแกไขการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลโดยปราศจาก อํานาจหรือโดยมิชอบดวยกฎหมายโดยพลัน
3.4 ผูใหบริการจะเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลทั้งหมดเปนความลับ และไมเปดเผยขอมูลสวนบุคคลตอ บุคคลภายนอก เวนแตกฟผ. ตกลงใหมีการเปดเผยหรือเปนการปฏิบัติตามกฎหมาย
ในกรณีที่ผูใหบริการมีความจําเปนตองเปดเผยขอมูลสวนบุคคลโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ตามคําสั่งของ ศาล เจาพนักงานผูปฏิบัติตามกฎหมาย หรือหนวยงานกํากับดูแลตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล ผู ใหบริการจะแจงให กฟผ. ทราบลวงหนาเปนลายลักษณอักษรกอนดําเนินการ พรอมดวยขอกําหนด คําสั่ง หมายศาล และ/หรือหมายคนอยางเปนทางการ เวนแตเปนกรณีที่ไมสามารถแจงใหกฟผ. ทราบลวงหนากอน ดําเนินการได ก็ใหแจงใหทราบโดยไมชักชา
3.5 ผูใหบริการจะใหความชวยเหลือแก กฟผ. ในการปฏิบัติหนาที่ของ กฟผ. ตามที่กฎหมายคุมครอง ขอมูลสวนบุคคลกําหนด
3.6 ผูใหบริการจะแจงใหกฟผ. ทราบโดยทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคุมครองขอมูลสวน บุคคลที่อาจสงผลกระทบตอการใหบริการ
ขอ 4 บุคลากรของผูใหบริการ
4.1 ผูใหบริการจะจํากัดการเขาถึงขอมูลสวนบุคคลอยางเครงครัดโดยใหเขาถึงไดเฉพาะบุคลากรของผู ใหบริการที่จําเปนตองเขาถึงขอมูลสวนบุคคลเพื่อการใหบริการแก กฟผ. เทานั้น
ขอ 5 การตรวจสอบ
5.1 ในกรณีที่ กฟผ. มีการรองขอเปนลายลักษณอักษรไปยังผูใหบริการ ผูใหบริการจะดําเนินการสง มอบขอมูลที่จําเปนทั้งหมดใหแก กฟผ. เพื่อเปนการปฏิบัติหนาที่ตามบันทึกขอตกลงฉบับนี้
5.2 ผูใหบริการจะอนุญาตใหกฟผ. และผูแทนซึ่งเปนบุคคลภายนอกของ กฟผ. เขาตรวจสอบการปฏิบัติ หนาที่ของผู ใหบริการภายใตบันทึกขอตกลงฉบับนี้ โดย กฟผ. จะแจงใหผูใหบริการทราบลวงหนาเปนลาย ลักษณอักษรไมนอยกวา 7 วัน และผูใหบริการจะใหความรวมมือแก กฟผ. และผูแทนของ กฟผ. ในการเขา ตรวจสอบดังกลาวขางตน
2
ขอ 6 การรองเรียนของเจาของขอมูลสวนบุคคลและบุคคลภายนอก และคํารองขอใชสิทธิของ เจาของขอมูลสวนบุคคล
6.1 ผูใหบริการจะใหความรวมมือแก กฟผ. โดยทันทีเพื่อใหกฟผ. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายในกรณี ดังตอไปนี้
(ก) กรณีดําเนินการตามคํารองขอใชสิทธิของเจาของขอมูลสวนบุคคลภายใตกฎหมายคุมครองขอมูล สวนบุคคล
(ข) กรณีดําเนินการตามคําสั่งหรือหนังสือแจงใหกฟผ. ใหขอมูลหรือสงเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ที่ ออกโดยเจาหนาที่ผูมีอํานาจภายใตกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล
6.2 ผูใหบริการจะแจง กฟผ. ทราบโดยไมชักชา เมื่อไดรับคํารองเรียนหรือไดรับแจงใด ๆ ที่เกี่ยวของกับ การประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม หรือที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติหนาที่ของทั้ง สองฝายภายใตกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล
6.3 ผูใหบริการจะแจงใหกฟผ. ทราบภายในระยะเวลา 14 วัน นับแตวันที่ไดรับคํารองขอใชสิทธิจาก เจาของขอมูลสวนบุคคล (ถามี)
6.4 ผูใหบริการจะไมดําเนินการตามคํารองเรียน การแจง การติดตอสื่อสารใด ๆ หรือคํารองขอใชสิทธิ ของเจาของขอมูลสวนบุคคล หากไมไดรับคํารองขอจาก กฟผ. เปนลายลักษณอักษรกอน ทั้งนี้ ผูใหบริการจะ ใหความรวมมือและใหความชวยเหลืออยางเต็มที่แก กฟผ. ในการดําเนินการตามคํารองเรียน การแจง การ ติดตอสื่อสารใด ๆ หรือคํารองขอใชสิทธิของเจาของขอมูลสวนบุคคล
ขอ 7 การสงคืนหรือทําลายขอมูลสวนบุคคล
7.1 ในกรณีที่ กฟผ. รองขอไปยังผูใหบริการเปนลายลักษณอักษร ผูใหบริการตกลงจะดําเนินการสง มอบสําเนาและรายงานการเขาถึงขอมูลสวนบุคคลของผูใหบริการที่อยูในความครอบครองหรือการควบคุมของ ผูใหบริการใหแก กฟผ. ในรูปแบบและชองทางในการสงขอมูลตามที่ กฟผ. รองขอ
7.2 ในกรณีที่การใหบริการสิ้นสุดลงไมวาดวยเหตุผลใด ผูใหบริการจะลบและทําลายขอมูลสวนบุคคล ทั้งหมดที่มีอยูในการครอบครองโดยทันที หรือหากมีคํารองขอเปนลายลักษณอักษรจาก กฟผ. ใหสงคืนขอมูล สวนบุคคล ผูใหบริการจะสงคืนโดยทันที และไมเก็บขอมูลสวนบุคคลไมวาทั้งหมดหรือแคบางสวนที่เกี่ยวของ ไวในความครอบครองหรือการควบคุมของผูใหบริการตอไป
7.3 ในกรณีที่ผูใหบริการจะตองสงคืนหรือทําลายขอมูลหรือเอกสารที่มีขอมูลสวนบุคคลนอกเหนือจาก ระยะเวลาที่กําหนดในบันทึกขอตกลงฉบับนี้เนื่องจากมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งของหนวยงานกํากับ ดูแลหรือหนวยงานราชการ กําหนดใหดําเนินการดังกลาวขางตนนั้น ผูใหบริการตองแจงให กฟผ. ทราบเปน ลายลักษณอักษรถึงขอกําหนดดังกลาว รายละเอียดของขอมูลและเอกสารที่ตองเก็บหรือทําลาย ฐานทาง กฎหมายในการเก็บหรือทําลาย และกําหนดระยะเวลาในการลบหรือทําลายขอมูลสวนบุคคลเมื่อขอกําหนดใน การเก็บขางตนสิ้นสุดลง
7.4 นอกจากกรณีตามขอ 7.3 ผูใหบริการจะแจง กฟผ. และรับรองเปนลายลักษณอักษรวาได ดําเนินการทําลายขอมูลสวนบุคคลภายใน 14 วัน นับแตวันที่ผูใหบริการไดทําลายขอมูลสวนบุคคลเรียบรอย แลว
3
ขอ 8 การประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
8.1 ผูใหบริการจะประมวลผลขอมูลสวนบุคคลตามที่ตกลงภายใตบันทึกขอตกลงฉบับนี้ ทั้งนี้ วัตถุประสงคในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ประเภทของขอมูลสวนบุคคล ประเภทของเจาของขอมูลสวน บุคคล การดําเนินการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล และระยะเวลาในการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลที่ผู ใหบริการดําเนินการประมวลผลเพื่อการใหบริการใหเปนไปตามที่ปรากฏในผนวก 1
ขอ 9 การโอนขอมูลสวนบุคคลไปยังตางประเทศ
9.1 ผูใหบริการจะไมสงหรือโอนขอมูลสวนบุคคลภายใตบันทึกขอตกลงฉบับนี้ ไปยังตางประเทศโดย ไมไดรับอนุญาตเปนลายลักษณอักษรจาก กฟผ.
9.2 ในกรณีที่ไดรับอนุญาตเปนลายลักษณอักษรจาก กฟผ. แลว ผูใหบริการสามารถสงหรือโอนขอมูล สวนบุคคลภายใตบันทึกขอตกลงฉบับนี้ไปยังตางประเทศได ทั้งนี้ การสงหรือโอนขอมูลสวนบุคคลดังกลาว จะตองกระทําภายใตขอกําหนดของกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล และ/หรือ ตามคําสั่งเปนลายลักษณ อักษรของ กฟผ. เทานั้น
ขอ 10 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
10.1 ผูใหบริการจะจัดใหมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกําหนดเพื่อ ปองกันการสูญหาย เขาถึง ใช เปลี่ยนแปลง แกไข หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคล โดยปราศจากอํานาจหรือโดย มิชอบ ทั้งมาตรการเชิงองคกร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) รวมถึงมาตรการปองกันดานการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการปองกัน ดานเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการปองกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ตามความ เหมาะสม
ขอ 11 การละเมิดขอมูลสวนบุคคล
11.1 เมื่อผูใหบริการไดทราบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยวามีการละเมิดขอมูลสวนบุคคล ผูใหบริการจะแจง ให กฟผ. ทราบถึงการละเมิดขอมูลสวนบุคคลดังกลาวโดยไมชักชา และดําเนินการดังตอไปนี้ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแตทราบถึงการละเมิดหรือการรั่วไหลของขอมูลสวนบุคคล
(ก) ใหขอมูลที่จําเปนแก กฟผ. เชน คําอธิบายลักษณะของเหตุละเมิดขอมูลสวนบุคคล ประเภทของ ขอมูลสวนบุคคล จํานวนขอมูลสวนบุคคล เจาของขอมูลสวนบุคคลที่เกี่ยวของ บันทึกรายการ กิจกรรมประมวลผลที่เกี่ยวของ เพื่อให กฟผ. สามารถปฏิบัติหนาที่ภายใตกฎหมายคุมครองขอมูล สวนบุคคลไดอยางมีประสิทธิภาพและทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด รวมถึงขอมูล ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดขอมูลสวนบุคคล และคําอธิบายมาตรการที่ไดดําเนินการ แลวหรือที่จะเสนอใหดําเนินการเพื่อลดผลกระทบและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
(ข) ใหความรวมมืออยางเต็มที่กับ กฟผ. และดําเนินการใด ๆ ตามที่ กฟผ. กําหนด เพื่อชวยในการ ดําเนินการตรวจสอบ บรรเทา และเยียวยาความเสียหายอันเกิดการละเมิดขอมูลสวนบุคคลนั้น
11.2 ผูใหบริการจะไมเปดเผยการละเมิดขอมูลสวนบุคคลใหแกบุคคลอื่นใดทราบโดยไมไดรับอนุญาต เปนลายลักษณอักษรจาก กฟผ. กอน เวนแตกรณีที่เปนการปฏิบัติตามกฎหมาย
4
11.3 ผูใหบริการจะชดใชบรรดาคาเสียหายและคาใชจายที่เกิดขึ้นจริงในการดําเนินการใด ๆ เพื่อ จัดการการละเมิดขอมูลสวนบุคคลใหแก กฟผ. ในกรณีที่ผูใหบริการหรือบุคลากรที่อยูในความรับผิดชอบของ ตนเปนผูกอใหเกิดการละเมิดขอมูลสวนบุคคลดังกลาวนั้น
ขอ 12 คํารับรอง
ผูใหบริการขอรับรอง ดังนี้
12.1 ผูใหบริการหรือบุคคลอื่นใดที่ดําเนินการในนามของผูใหบริการจะปฏิบัติตามกฎหมายคุมครอง ขอมูลสวนบุคคลและกฎหมายอื่นที่ใชบังคับ ขอตกลงตามบันทึกขอตกลงฉบับนี้
12.2 บุคลากรทุกคนของผูใหบริการที่จําเปนตองเขาถึงขอมูลสวนบุคคลในนามของผูใหบริการ เพื่อการ ใหบริการตอ กฟผ. เปนบุคคลที่นาเชื่อถือและไววางใจได
12.3 ผูใหบริการตกลงจัดใหมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอตอ การปฏิบัติตามบันทึกขอตกลงฉบับนี้ เพื่อปองกันการละเมิดขอมูลสวนบุคคล
ขอ 13 การชดใชคาสินไหมทดแทน
13.1 ผูใหบริการจะชดใชและปกปอง (โดยผูใหบริการเปนผูรับผิดชอบคาใชจายที่เกิดขึ้นเอง) กฟผ. รวมทั้งผูรับโอนสิทธิ ผูรับมอบอํานาจ กรรมการ ผูบริหาร เจาหนาที่ ผูแทน และผูปฏิบัติงานของ กฟผ. จาก ความเสียหาย การสูญหาย การเรียกรอง คาเสียหาย ความรับผิด หรือคาใชจายใด ๆ ที่เกิดขึ้นตอ กฟผ. หรือ ในกรณีที่ กฟผ. จะตองรับผิดอันเนื่องมาจากการไมปฏิบัติตามขอตกลงภายใตบันทึกขอตกลงฉบับนี้หรือตาม กฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล หรือการละเมิดคํารับรองของผูใหบริการ หรือกรรมการ ผูบริหาร เจาหนาที่
ผูแทน พนักงาน ตัวแทน ผูใหบริการชวง ผูรับเหมา หรือบุคคลที่เกี่ยวของอื่นของผูใหบริการ ขอ 14 ระยะเวลาและการสิ้นสุดขอตกลง
14.1 บันทึกขอตกลงฉบับนี้มีผลใชบังคับตราบที่ผูใหบริการยังคงประมวลผลหรือเก็บรักษาขอมูลสวน บุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวของไวในความครอบครองหรือการควบคุม
14.2 ขอกําหนดใด ๆ ภายใตบันทึกขอตกลงฉบับนี้ไมวาจะไดระบุโดยชัดแจงหรือโดยนัย ซึ่งควรมีผลใช บังคับหรือยังคงมีผลใชบังคับตอไปถึงแมวาการใหบริการสิ้นสุดลงแลว เพื่อคุมครองขอมูลสวนบุคคลใหมีผลใช บังคับตอไป
14.3 กรณีที่ผูใหบริการไมปฏิบัติตามขอตกลงภายใตบันทึกขอตกลงฉบับนี้ใหถือเปนการฝาฝนขอตกลง อันเปนสาระสําคัญ โดย กฟผ. ไมตองมีความรับผิดหรือมีหนาที่ใด ๆ เพิ่มเติมอีก
ขอ 15 การระงับขอพิพาท
15.1 ในกรณีที่เกิดขอพิพาท หรือการเรียกรองใด ๆ โดยเจาของขอมูลสวนบุคคลหรือหนวยงานกํากับ ดูแลที่เกี่ยวของกับการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลตอฝายหนึ่งฝายใดหรือทั้งสองฝาย ทั้งสองฝายจะแจงใหอีก ฝายหนึ่งทราบถึงขอพิพาทหรือการเรียกรองที่เกิดขึ้น และจะรวมมือกันแกไขปญหาดังกลาวภายในเวลาที่ เหมาะสม
กรณีที่มีปญหาขอพิพาทเกิดขึ้นจากบันทึกขอตกลง หรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกขอตกลง การตีความ บันทึกขอตกลง การผิดขอตกลงหรือการเลิกขอตกลงนั้น ใหทั้งสองแตงตั้งตัวแทนผูรับมอบอํานาจเพื่อเจรจายุติ
5
ขอพิพาทรวมกัน หากผูแทนทั้งสองฝายไมสามารถยุติขอพิพาทดังกลาวไดภายใน 30 วัน นับจากวันที่ไดเริ่มตน เจรจาเพื่อยุติขอพิพาท หรือภายในระยะเวลาที่ไดขยายออกไปตามที่ทั้งสองฝายจะไดตกลงกัน ฝายใดฝายหนึ่ง อาจยื่นคํารองหรือคําฟองตอศาลที่มีเขตอํานาจในประเทศไทย ในระหวางรอคําพิพากษาของศาลทั้งสองฝาย ยังคงตองปฏิบัติหนาที่ของตนตามบันทึกขอตกลงฉบับนี้
6
ผนวก 1 รายละเอียดการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
ลักษณะและวัตถุประสงคของ การประมวลผลขอมูลสวน บุคคล
คูคาเปนผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล เพื่อให กฟผ. สามารถเรียก ตรวจสอบได
ประเภทของขอมูลสวนบุคคล
- ขอมูลสวนบุคคลที่ระบุตัวตนของเจาของขอมูลสวนบุคคล และ ขอมูลการติดตอ เชน ชื่อ วันเดือนปเกิด เพศ ที่อยู ตําแหนง รายละเอียดชองทางการติดตอ อีเมล
ประเภทของเจาของขอมูลสวน บุคคล
ผูปฏิบัติงาน และผูติดตอของคูคาหรือคูสัญญา
การดําเนินการประมวลผล ขอมูลสวนบุคคล
เก็บรวบรวมขอมูล และเปดเผยเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ
ระยะเวลาในการประมวลผล ขอมูลสวนบุคคล
1 มกราคม 2570 - 31 ธันวาคม 2570

7