ประกวดราคาจ้างดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างการให้บริการประชาชนด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้โครงการศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center)
โครงการจัดจ้างดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างการให้บริการประชาชนด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้โครงการศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อยกระดับการให้บริการของศูนย์ PDPA Center ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ท่ามกลางความตื่นตัวของประชาชนและการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
ขอบเขตการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก คือ:
- การจัดกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการรับเรื่องร้องเรียน: เป็นการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ ต่างจังหวัด ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน สำหรับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องรวมไม่น้อยกว่า 60 คน มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกรณีศึกษาจริง การวิเคราะห์ผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการกำหนดมาตรฐานการให้บริการ โดยผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่ ห้องพัก ยานพาหนะ อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ อาหาร เครื่องดื่ม วิทยากรผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 คน และบุคลากรสนับสนุนการดำเนินงาน
- การจัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครอง (ฉบับที่ 2): ดำเนินการรวบรวม วิเคราะห์ และจัดหมวดหมู่หนังสือตอบข้อหารือ คำวินิจฉัย คำสั่งทางปกครอง และกฎหมายลำดับรอง เพื่อจัดทำเป็นรูปเล่มฐานข้อมูลอ้างอิงจำนวนไม่น้อยกว่า 100 เล่ม พร้อมจัดทำแนวปฏิบัติ (Compliance Guideline) ในรูปแบบ Do’s & Don’ts และจัดทำสื่อ Infographic สรุปสาระสำคัญไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง
โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ภายใต้งบประมาณ 950,700 บาท โดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price-Performance) ในการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา (สัดส่วนคะแนนเทคนิค ร้อยละ 80 และราคา ร้อยละ 20)
English summary
The project for hiring services to enhance public service in personal data protection under the Public Service Center (PDPA Center) is initiated by the Office of the Personal Data Protection Commission (PDPC). The project aims to systematically manage knowledge, improve consultation and complaint-handling efficiency, and standardize the enforcement of the Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019), especially in the context of emerging AI technologies.
The scope of work consists of two main activities:
- Organizing a Capacity Building and Guideline Development Workshop: A 3-day, 2-night provincial workshop for at least 60 PDPC personnel and stakeholders. The workshop focuses on real-world case studies, AI impacts on data protection, and standardizing public services. The contractor is responsible for securing the venue, accommodation, transportation, catering, equipment, at least two qualified experts/speakers, and support staff.
- Compiling the Compilation of Consultation Responses and Administrative Orders (2nd Edition): Collecting, analyzing, and categorizing PDPA consultation letters, rulings, and administrative orders into a reference book (at least 100 copies). This includes developing compliance guidelines (Do’s & Don’ts) and designing at least 20 infographic summaries.
The total project duration is 120 days from the contract signing date, with an allocated budget of 950,700 Baht (including VAT). The selection process will utilize the Price-Performance method, with a weight of 80% for technical proposals and 20% for price proposals.
ต่างจังหวัด (สำหรับสถานที่จัดกิจกรรมสัมมนา) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สำหรับการส่งมอบงาน)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากข้อหารือ คำวินิจฉัย และคำสั่งทางปกครองภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้เป็นระบบ ถูกต้อง และใช้อ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อจัดทำและเผยแพร่เอกสารวิชาการ แนวทาง และสื่อองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับใช้เป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และประชาชน
- เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อย่างถูกต้อง ลดความคลาดเคลื่อนในการตีความกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการฝ่าฝืน และลดข้อพิพาทหรือเรื่องร้องเรียนที่ป้องกันได้
- เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ในการให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียน และเผยแพร่องค์ความรู้ให้รวดเร็ว ถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับบริบทของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบการบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management: KM) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ยั่งยืน
ขอบเขตของงาน
- กิจกรรมที่ 1: จัดกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน
- จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ ต่างจังหวัด ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน สำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 60 คน
- จัดหาสถานที่ ห้องประชุม ห้องพัก ยานพาหนะ (รถตู้/รถโดยสารปรับอากาศ) และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องฉายภาพ ระบบเสียง และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
- จัดหาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายปกครอง เทคโนโลยี AI หรือการบริหารจัดการข้อร้องเรียน อย่างน้อย 2 คน
- ออกแบบและดำเนินกิจกรรม Workshop ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ครอบคลุมหัวข้อแนวโน้มกฎหมายใหม่, กรณีศึกษาจากคำวินิจฉัย, ผลกระทบของ AI, และการกำหนดมาตรฐานการรับเรื่องร้องเรียน
- จัดทำเอกสารประกอบการบรรยาย กรณีศึกษา แบบทดสอบ Pre-test/Post-test และแบบประเมินผลในรูปแบบรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
- จัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่ม (6 ครั้ง) อาหารกลางวัน (3 มื้อ) และอาหารเย็น (2 มื้อ)
- จัดเตรียมบุคลากรสนับสนุน: เจ้าหน้าที่ประสานงานอย่างน้อย 4 คน, เจ้าหน้าที่เทคนิค/โสตฯ อย่างน้อย 2 คน, เจ้าหน้าที่บันทึกภาพนิ่ง/เคลื่อนไหวอย่างน้อย 2 คน
- จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ 1 ป้าย และของที่ระลึกพร้อมตราสัญลักษณ์ สคส. สำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน
- กิจกรรมที่ 2: จัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ฉบับที่ 2) พร้อมแนวปฏิบัติ
- รวบรวมหนังสือตอบข้อหารือ คำวินิจฉัย คำสั่งทางปกครอง คำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง
- วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่อย่างน้อย 5 ด้าน: หลักทั่วไป, ฐานกฎหมายในการประมวลผล, สิทธิเจ้าของข้อมูล, การร้องเรียน/มาตรการทางปกครอง, และประเด็นอื่น ๆ
- วิเคราะห์รายละเอียดแต่ละประเด็น (ข้อเท็จจริง, ประเด็นปัญหา, ข้อกฎหมาย, เหตุผลการวินิจฉัย, หลักกฎหมาย, ผลของคำสั่ง, แนวทางปฏิบัติ)
- จัดทำบทสรุปย่อแต่ละเรื่อง (ชื่อเรื่อง, ประเด็นสำคัญ, สาระย่อ, หลักกฎหมาย, ข้อควรระวัง, ข้อเสนอแนะ)
- จัดทำแนวปฏิบัติ (Compliance Guideline) ประกอบด้วย Do’s & Don’ts, ตัวอย่างที่ถูกต้อง/ผิดพลาด, ข้อควรระวัง และ FAQ
- จัดทำ Infographic สรุปสาระสำคัญของกฎหมายและข้อหารือไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง
- ออกแบบและจัดพิมพ์รูปเล่ม (ปกหน้า-หลัง, รูปแบบภายใน, ตาราง, แผนภาพ, สารบัญ, ดัชนีค้นหา, QR Code) จำนวนไม่ต่ำกว่า 100 เล่ม
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งวดที่ 1 (ภายใน 20 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา):
- ส่งมอบแผนการดำเนินงานตลอดโครงการ (Work Plan) จำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ที่แก้ไขได้ (MS Office) และแก้ไขไม่ได้ (PDF) บันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่น ๆ จำนวน 1 ชุด
- งวดที่ 2 (ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา):
- ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการรับเรื่องร้องเรียน ณ ต่างจังหวัด ตามขอบเขตงานข้อ 4.1 พร้อมส่งมอบอุปกรณ์และหลักฐานการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
- งวดที่ 3 (ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา):
- ส่งมอบรายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการรับเรื่องร้องเรียน (กิจกรรมข้อ 4.1)
- ส่งมอบเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ฉบับที่ 2) จำนวนไม่น้อยกว่า 100 เล่ม (กิจกรรมข้อ 4.2)
- ส่งมอบรายงานสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการ จำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (MS Office และ PDF) บันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่น ๆ จำนวน 1 ชุด
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- แผนงานโครงการ: ส่งมอบภายใน 20 วัน
- ดำเนินกิจกรรมสัมมนา: ส่งมอบภายใน 90 วัน
- ส่งมอบรูปเล่มและรายงานสรุปผล: ส่งมอบภายใน 120 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพในงานที่รับจ้างดังกล่าว
- ได้ลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งสละสิทธิ์)
- Experience:
- เป็นนิติบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน (ต้องแสดงสำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญา)
- มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมา (หากมีมากกว่า 3 โครงการจะได้คะแนนประเมินสูงสุด)
- Previous Project Cost:
- ไม่ได้กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของผลงานเดี่ยว แต่กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนตามจำนวนโครงการที่เคยทำในรอบ 5 ปี
- Technical Capabilities:
- มีความสามารถในการจัดกิจกรรมสัมมนา/ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และจัดหาที่พัก ยานพาหนะ และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ที่ครบถ้วน
- มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย PDPA การออกแบบรูปเล่มวิชาการ และการผลิตสื่อ Infographic
- Personnel:
- ต้องจัดหาวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายปกครอง เทคโนโลยี AI หรือการบริหารจัดการข้อร้องเรียน อย่างน้อย 2 คน
- ต้องจัดเตรียมบุคลากรสนับสนุน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ประสานงาน (อย่างน้อย 4 คน), เจ้าหน้าที่เทคนิค (อย่างน้อย 2 คน) และเจ้าหน้าที่บันทึกภาพ (อย่างน้อย 2 คน)
- Financial/Net Worth Requirements:
- กรณีจดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ) ในงบการเงินปีล่าสุดที่ได้รับการรับรองเป็น “บวก”
- กรณีจดทะเบียนไม่เกิน 1 ปี (เนื่องจากมูลค่าจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท): ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามเกณฑ์ ว48 ลงวันที่ 20 มกราคม 2568
- กรณีบุคคลธรรมดา: ต้องมีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากคงเหลือไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ไม่น้อยกว่า 237,675 บาท) ออกให้ไม่เกิน 90 วัน
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price-Performance) โดยมีสัดส่วนน้ำหนักคะแนนดังนี้:
- คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ (Technical Proposal): ร้อยละ 80 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านเกณฑ์คะแนนด้านคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จึงจะได้รับการพิจารณาคะแนนด้านราคา
- เกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิค (100 คะแนนเต็ม) แบ่งเป็น:
- แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการรับเรื่องร้องเรียน (น้ำหนักร้อยละ 35)
- แผนและรายละเอียดการจัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครอง (น้ำหนักร้อยละ 35)
- ผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการในรอบ 5 ปี (น้ำหนักร้อยละ 10):
- มากกว่า 3 โครงการ = 100 คะแนน
- 3 โครงการ = 80 คะแนน
- น้อยกว่า 3 โครงการ = 60 คะแนน
- ไม่มีผลงาน = 0 คะแนน
- การนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิคต่อคณะกรรมการฯ (ไม่เกิน 20 นาที)
- คะแนนข้อเสนอด้านราคา (Price Proposal): ร้อยละ 20 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
- ผู้เสนอราคาต่ำสุดจะได้ 100 คะแนนเต็ม รายอื่นได้คะแนนลดหลั่นตามสัดส่วนสูตรคำนวณ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การจัดกิจกรรมสัมมนา (Workshop):
- ระยะเวลา: 3 วัน 2 คืน ณ ต่างจังหวัด
- จำนวนผู้เข้าร่วม: ไม่น้อยกว่า 60 คน (รวมผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ วิทยากร และผู้เกี่ยวข้อง)
- ยานพาหนะ: จัดหารถตู้ หรือรถโดยสารปรับอากาศที่เหมาะสมและปลอดภัย
- อุปกรณ์ในงาน: คอมพิวเตอร์, เครื่องพิมพ์, เครื่องฉายภาพ, ระบบเสียง, ไมโครโฟน, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, กระดาษ และเครื่องเขียน
- อาหาร: อาหารว่างและเครื่องดื่ม 6 ครั้ง, อาหารกลางวัน 3 มื้อ, อาหารเย็น 2 มื้อ
- การประเมินผล: ต้องมีแบบทดสอบ Pre-test และ Post-test รวมถึงแบบประเมินความพึงพอใจพร้อมสรุปผล
- การจัดทำเล่มรวมข้อหารือและแนวปฏิบัติ:
- จำนวนพิมพ์: ไม่ต่ำกว่า 100 เล่ม
- เนื้อหาภายในเล่ม: ต้องวิเคราะห์ข้อเท็จจริง, ประเด็นปัญหา, ข้อกฎหมาย, เหตุผลการวินิจฉัย, หลักกฎหมาย, ผลของคำสั่ง, แนวทางปฏิบัติ (Do’s & Don’ts), ตัวอย่างที่ถูกต้อง/ผิดพลาด และ FAQ
- สื่อประกอบ: จัดทำ Infographic สรุปสาระสำคัญอย่างน้อย 20 เรื่อง บรรจุลงในเล่มและจัดทำในรูปแบบดิจิทัล
- การออกแบบ: ออกแบบปกหน้า-หลัง, รูปแบบจัดวางเนื้อหาภายใน, ตาราง, แผนภาพ, สารบัญ, ดัชนีค้นหา และ QR Code สำหรับเชื่อมโยงข้อมูล
เงื่อนไขสัญญา
- เงื่อนไขการจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 3 งวดงานตามสัดส่วน 20% : 50% : 30% เมื่อส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- อัตราค่าปรับ: ในกรณีที่ทำงานล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญาและยังไม่มีการบอกเลิกสัญญา จะถูกปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าค่าจ้างตามสัญญา
- กรรมสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา: ผลงาน ผลการศึกษา เอกสาร และข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามสัญญานี้ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ห้ามนำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือส่งต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
- การคุ้มครองลิขสิทธิ์: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหาย ค่าปรับ ค่าทนายความทั้งหมด หากมีการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์จากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับงานที่ส่งมอบ
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Compliance): ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด (Lawfulness, Purpose Limitation, Data Minimization, Accuracy, Storage Limitation, Integrity and Confidentiality, Accountability) ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้โครงการนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: กิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ต้องจัดขึ้นที่ใดและมีระยะเวลากี่วัน?
A: จัดขึ้น ณ ต่างจังหวัด เป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน- Q: จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาขั้นต่ำที่กำหนดไว้คือเท่าใด?
A: ต้องมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมไม่น้อยกว่า 60 คน - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรสนับสนุนในกิจกรรมสัมมนาจำนวนเท่าใดบ้าง?
A: ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานอย่างน้อย 4 คน, เจ้าหน้าที่เทคนิคอย่างน้อย 2 คน และเจ้าหน้าที่บันทึกภาพอย่างน้อย 2 คน - Q: หัวข้อการบรรยายในกิจกรรมสัมมนาต้องครอบคลุมเรื่องใดบ้าง?
A: ครอบคลุมแนวโน้มกฎหมายใหม่, แนวปฏิบัติจากคำวินิจฉัย/คำสั่งทางปกครอง, ผลกระทบของ AI ต่อ PDPA, มาตรฐานการรับเรื่องร้องเรียน และการทำ Workshop วิเคราะห์กรณีศึกษาจริง - Q: ระยะเวลาขั้นต่ำในการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในงานสัมมนาคือเท่าใด?
A: ต้องใช้เวลาจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง - Q: เล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครอง (ฉบับที่ 2) ต้องจัดพิมพ์จำนวนกี่เล่ม?
A: ต้องจัดพิมพ์จำนวนไม่ต่ำกว่า 100 เล่ม - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Infographic สรุปสาระสำคัญของกฎหมายและข้อหารือจำนวนกี่เรื่อง?
A: ต้องจัดทำ Infographic ไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง - Q: เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาใช้เกณฑ์ใดและมีสัดส่วนอย่างไร?
A: ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price-Performance) โดยแบ่งเป็นคะแนนเทคนิคร้อยละ 80 และคะแนนราคาร้อยละ 20 - Q: ผู้เสนอราคาต้องได้คะแนนด้านเทคนิคอย่างน้อยเท่าใดจึงจะผ่านเกณฑ์คุณภาพ?
A: ต้องได้คะแนนด้านคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 - Q: หากส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา จะมีอัตราค่าปรับอย่างไร?
A: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญา จนกว่างานจะเสร็จสิ้น
- Q: จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาขั้นต่ำที่กำหนดไว้คือเท่าใด?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Term of Reference)
จัดจ้างดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างการให้บริการประชาชนด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้โครงการศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center)
๑. หลักการและเหตุผล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้หน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชน ตลอดจนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) มีหน้าที่ต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล ขณะเดียวกัน ประชาชนในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความตื่นตัวในการใช้สิทธิตามกฎหมาย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การขอคำปรึกษา การขอคำแนะนำ และการร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลมีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีประเด็นข้อกฎหมายที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับ ดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้จัดตั้งศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้คำปรึกษา รับข้อหารือ รับเรื่องร้องเรียน และอำนวยความสะดวกแก่ ประชาชน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์บริการประชาชนได้ดำเนินการตอบข้อหารือ พิจารณาเรื่อง ร้องเรียน และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย จนก่อให้เกิดองค์ความรู้จากการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย แนวทางการตีความ คำวินิจฉัย และคำสั่งทางปกครองในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและ สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม องค์ความรู้ดังกล่าวยังคงกระจัดกระจายอยู่ในเอกสาร หนังสือโต้ตอบ รายงาน และ ฐานข้อมูลหลายรูปแบบ ทำให้การสืบค้น การอ้างอิง และการนำไปใช้ประโยชน์เป็นไปได้อย่างจำกัด ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้องอาจตีความกฎหมายหรือดำเนินการไม่สอดคล้องกับแนวทางของสำนักงาน ส่งผล ให้เกิดความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และข้อพิพาทที่สามารถป้องกันได้ หากมี
การรวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่องค์ความรู้ในรูปแบบที่เป็นระบบ มีมาตรฐาน และสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ได้จริง จะช่วยลดภาระการตอบข้อหารือซ้ำ เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน และ ยกระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงาน
นอกจากนี้ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ Generative AI ได้ก่อให้เกิดรูปแบบการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและประเด็น ข้อกฎหมายใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโมเดล AI การใช้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ของระบบ การให้บริการผ่านระบบอัตโนมัติ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้การให้คำปรึกษา การพิจารณาเรื่องร้องเรียน และการกำหนดแนวปฏิบัติตามกฎหมายจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ที่ทันสมัย สอดคล้องกับพัฒนาการของเทคโนโลยี และสามารถรองรับประเด็นทางกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการ จัดทำเล่ม รวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครองภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) พร้อมพัฒนาองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยรวบรวม วิเคราะห์
และเรียบเรียง …
-
๒ -
และเรียบเรียงข้อหารือ คำวินิจฉัย และคำสั่งทางปกครองที่มีนัยสำคัญ พร้อมจัดทำแนวปฏิบัติ (Compliance Guideline) และสื่อองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงมาตรฐานสำหรับ บุคลากรของสำนักงาน ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป
การดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับระบบการบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) ของสำนักงานให้มีความเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการให้คำปรึกษาและการพิจารณา เรื่องร้องเรียน ลดความคลาดเคลื่อนในการตีความกฎหมาย ลดข้อพิพาทและการกระทำที่อาจฝ่าฝืน พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปในมาตรฐาน เดียวกันทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจ ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ นโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากข้อหารือ คำวินิจฉัย และคำสั่งทางปกครองภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้มีความ เป็นระบบ ถูกต้อง และสามารถใช้อ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๒ เพื่อจัดทำและเผยแพร่เอกสารวิชาการ แนวทางและสื่อองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และประชาชน
๒.๓ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความคลาดเคลื่อนในการตีความกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการฝ่าฝืนกฎหมาย และ ลดข้อพิพาทหรือเรื่องร้องเรียนที่สามารถป้องกันได้
๒.๔ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ในการ ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียน และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับบริบทของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial Intelligence: AI)
๒.๕ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบการบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้สามารถรองรับการบังคับใช้กฎหมาย การให้บริการ ประชาชน และการพัฒนางานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
๓. กลุ่มเป้าหมาย
๓.๑ บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะบุคลากรของศูนย์บริการ ประชาชน (PDPA Center) และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการให้คำปรึกษา และการรับเรื่องร้องเรียน จำนวน อย่างน้อย ๖๐ คน
๓.๒ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชน ผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคล (Data Controller) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) และผู้ปฏิบัติงาน ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถนำเอกสารวิชาการ เล่มรวมข้อหารือ คำสั่งทางปกครอง ไปใช้เป็น เอกสารอ้างอิงในการปฏิบัติงาน
๓.๓ ประชาชน … -
๓ -
๓.๓ ประชาชน นักวิชาการ สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพ และผู้ที่สนใจด้านการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และใช้ประโยชน์จากเอกสารและสื่อเผยแพร่ของสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๓.๔ ประชาชนผู้มาติดต่อขอรับคำปรึกษา ขอใช้สิทธิ หรือยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ซึ่งจะได้รับบริการที่มีความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
๔. ขอบเขตของงานและวิธีการดำเนินงาน
๔.๑ จัดกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ให้คำปรึกษาและ รับเรื่องร้องเรียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกรณีศึกษาจริง การทบทวนแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยี AI และประเด็นกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่ ตลอดจนกำหนดมาตรฐานการให้บริการและการตอบ ข้อหารือให้มีความสอดคล้องและเป็นแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ลดระยะเวลาการปฏิบัติงาน และยกระดับคุณภาพการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานในภาพรวม จำนวน ไม่น้อยกว่า ๖๐ คน โดยมีระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืน
๔.๑.๑ ดำเนินการจัดหาสถานที่จัดกิจกรรม ห้องประชุม ห้องพัก รถยนต์โดยสาร (รถตู้) รถโดยสาร ปรับอากาศ และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการจัดกิจกรรมให้มีความเหมาะสมและเพียงพอตลอดระยะเวลาการจัด กิจกรรม พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่อง ฉายภาพ ระบบเสียง ไมโครโฟน ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กระดาษ เครื่องเขียน และวัสดุอุปกรณ์อื่นที่ จำเป็นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
๔.๑.๒ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พนักงาน เจ้าหน้าที่ วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เกี่ยวข้อง รวมจำนวนไม่น้อยกว่า ๖๐ คน ๔.๑.๓ จัดให้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายปกครอง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารจัดการข้อร้องเรียน หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า ๒ คน เพื่อบรรยาย ถ่ายทอดองค์ความรู้ และดำเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ โดยมีหัวข้อครอบคลุม อย่างน้อย ดังนี้
๑) แนวโน้มและประเด็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นใหม่
๒) แนวปฏิบัติจากคำวินิจฉัย คำสั่งทางปกครอง และกรณีศึกษาที่สำคัญ
๓) การประยุกต์ใช้และผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ๔) การกำหนดมาตรฐานการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน
๕) การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการวิเคราะห์กรณีศึกษาจากการปฏิบัติงานจริง (Workshop)
๔.๑.๔ ออกแบบและดำเนินกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกำหนดแนวทางการให้บริการประชาชน และการรับเรื่อง ร้องเรียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยใช้ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมง
๔.๑.๕ จัดทำเอกสารประกอบการบรรยาย เอกสารประกอบกรณีศึกษา แบบฝึกปฏิบัติแบบ ประเมินผล และเอกสารประกอบการประชุมในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทุกคน
๔.๑.๖ จัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน วันละ ๒ ครั้ง รวม ๖ ครั้ง ตลอดระยะเวลาการ จัดกิจกรรม
๔.๑.๗ จัดเตรียมอาหารกลางวัน จำนวน ๓ มื้อ และอาหารเย็น จำนวน ๒ มื้อ สำหรับผู้เข้าร่วม กิจกรรม
๔.๑.๘ จัดเตรียม … -
๔ -
๔.๑.๘ จัดเตรียมห้องพักสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลา การจัดกิจกรรม
๔.๑.๙ จัดให้มีบุคลากรสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม ดังนี้ ๑) เจ้าหน้าที่ประสานงานและอำนวยความสะดวก ไม่น้อยกว่า ๔ คน
๒) เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคและโสตทัศนูปกรณ์ไม่น้อยกว่า ๒ คน
๓) เจ้าหน้าที่บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ไม่น้อยกว่า ๒ คน พร้อมส่งมอบไฟล์ ภาพทั้งหมดให้แก่ผู้ว่าจ้าง
๔.๑.๑๐ จัดทำป้ายบอกวัตถุประสงค์ ระยะเวลาการจัดกิจกรรมตามความเหมาะสม จำนวน ๑ ป้าย ๔.๑.๑๑ จัดทำของที่ระลึกที่มีตราสัญลักษณ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ตามรูปแบบที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
๔.๑.๑๒ ดำเนินการประเมินผลการจัดกิจกรรม โดยจัดให้มีแบบทดสอบก่อนและหลังการอบรม (Pre-test และ Post-test) แบบประเมินความพึงพอใจ และสรุปผลการประเมิน
๔.๒ การจัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) พร้อมแนวปฏิบัติในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ที่สำคัญ ในการจัดทำเป็นฐานข้อมูลอ้างอิงที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ให้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อันจะช่วยลดความเสี่ยงในการฝ่าฝืนกฎหมาย ลดจำนวนข้อหารือ ที่มีประเด็นซ้ำ และยกระดับความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง จำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ เล่ม
๔.๒.๑ รวบรวมหนังสือตอบข้อหารือเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้จัดทำไว้
๔.๒.๒ รวบรวมคำวินิจฉัย คำสั่งทางปกครอง คำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และเอกสารทาง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๔.๒.๓ รวบรวมกฎหมายลำดับรองภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
๔.๒.๔ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดและจัดหมวดหมู่ให้เป็นระบบ อย่างน้อยประกอบด้วย
๑) หลักการทั่วไปของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๒) ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล
๓) สิทธิของเจ้าของข้อมูล
๔) การร้องเรียน มาตรการทางปกครอง
๕) ประเด็นอื่นที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
๔.๒.๕ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละประเด็น อย่างน้อยประกอบด้วย
๑) ข้อเท็จจริง
๒) ประเด็นปัญหา
๓) ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๔) เหตุผลในการวินิจฉัย
๕) หลักกฎหมายที่ใช้
๖) ผลของคำสั่ง
๗) แนวทางปฏิบัติที่ควรดำเนินการ
๔.๒.๖ จัดทำบทสรุป … -
๕ -
๔.๒.๖ จัดทำบทสรุปของข้อหารือและคำสั่งแต่ละเรื่อง อย่างน้อยประกอบด้วย
๑) ชื่อเรื่อง
๒) ประเด็นสำคัญ
๓) สาระโดยย่อ
๔) หลักกฎหมาย
๕) ข้อควรระวัง
๖) ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติ
๔.๒.๗ จัดทำแนวปฏิบัติสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อย่างน้อยประกอบด้วย ๑) แนวปฏิบัติที่ควรดำเนินการ (Do)
๒) สิ่งที่ไม่ควรดำเนินการ (Don’t)
๓) ตัวอย่างการปฏิบัติที่ถูกต้อง
๔) ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
๕) ข้อควรระวัง
๖) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
๔.๒.๘ จัดทำ Infographic สรุปสาระสำคัญของกฎหมายและข้อหารือ ไม่น้อยกว่า ๒๐ เรื่อง ๔.๒.๙ ดำเนินการออกแบบรูปเล่มทั้งหมด ประกอบด้วย
๑) ปกหน้า
๒) ปกหลัง
๓) รูปแบบภายใน
๔) ตาราง
๕) แผนภาพ
๖) Infographic
๗) สารบัญ
๘) ดัชนีค้นหา
๙) QR Code เชื่อมโยงข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้ามี)
๕. งบประมาณดำเนินงาน
วงเงิน ๙๕๐,๗๐๐ บาท (เก้าแสนห้าหมื่นเจ็ดร้อยบาทถ้วน) ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
๖. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๖.๑. มีความสามารถตามกฎหมาย
๖.๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๖.๓. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๖.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๖.๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๖.๖. มีคุณสมบัติ… -
๖ -
๖.๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๖.๗. เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพในงานที่รับจ้าง
๖.๘. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
๖.๙. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๖.๑๐. ผู้เสนอราคาต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๖.๑๑. ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน โดยต้องแสดงเอกสารหลักฐานสำเนาหนังสือรับรอง ผลงานหรือสำเนาสัญญาที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอราคา
๖.๑๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (หนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ)๐๔๐๕.๒/ว๔๘ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๘) ดังนี้
๖.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศซึ่ง ได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปีต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดง ค่าเป็นบวก
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจด ทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๒.๙) มูลค่า … -
๗ -
(๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๖.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคาร เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และ หากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอหรือวันลงนามในสัญญา ไม่เกิน ๙๐ วัน
๖.๑๒.๓ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๖.๑๒.๑ (๑) (๒) และข้อ ๖.๑๒.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัท เงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ ธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารกลาง ของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจาก ธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สำหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กำหนด ๖.๑๒.๔ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติ ไทย ตามข้อ ๖.๑๒.๑ (๒) ข้อ ๖.๑๒.๒ และข้อ ๖.๑๒.๓ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์(e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา ๖.๑๒.๕ กรณีตามข้อ ๖.๑๒.๑ – ข้อ ๖.๑๒.๓ ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวน ทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง ตามหมวด ๖ งานจ้างที่ปรึกษา ตามหมวด ๗ และงานจ้างออกแบบ หรือควบคุมงานก่อสร้าง ตามหมวด ๘ แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไป
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลายพ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
(๔) งานก่อสร้างบำรุงทาง หมายถึง งานก่อสร้างในกรณีที่ทางมีความชำรุดในลักษณะเป็น หลุมเป็นบ่อจึงจำเป็นต้องดำเนินการซ่อมแซม หรือบูรณะผิวทางโดยการปะซ่อมจุดที่ชำรุด หรือกรณีที่ผิวทาง ชำรุดหรือหลุดร่อนจึงจำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงผิวทางใหม่
(๕) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
(๖) การซื้ออสังหาริมทรัพย์… -
๘ -
(๖) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๗) กรณีงานจ้างบริการ หรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติพนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๖.๑๓. ข้อยกเว้น
กรณีตามข้อ ๖.๑๒.๑ - ข้อ ๖.๑๒.๔ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
๑) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องตันไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
๗. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องยื่นเอกสารหลักฐานมาพร้อมกับการเสนอราคา โดยแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ
๑.๑. ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติ บุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทจำกัดมหาชน ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(๒) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
๑.๒. ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญา พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(๓) ข้อเสนอทางด้านเทคนิค ที่มีรายละเอียดตามขอบเขตของงาน ข้อ ๔
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบระหว่างข้อเสนอและขอบเขตของงานเพื่อแสดงให้เห็น ว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน
๘. หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคา ตามรายละเอียด ดังนี้
๘.๑ เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยคัดเลือกผู้ยื่นเสนอราคา ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ และพิจารณาเลือกรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุด และจัดลำดับไว้ไม่เกิน ๓ ราย ตัวแปรที่ใช้ในการพิจารณา
๑) ราคาที่เสนอ ร้อยละ ๒๐ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
๒) ข้อเสนอด้าน … -
๙ -
๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ ร้อยละ ๘๐ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
๘.๒ เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพ
กำหนดสัดส่วนของน้ำหนักการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ร้อยละ ๑๐๐ ต้องผ่านเกณฑ์คะแนนด้านคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ และในกรณีที่มีผู้เสนอราคาได้คะแนน เท่ากันหลายราย คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาผู้ที่ได้คะแนน คุณสมบัติและคุณภาพที่เป็น ประโยชน์ต่อโครงการและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด
๘.๓. เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพจะพิจารณาเอกสารหลักฐานของผู้เสนอราคาในข้อเสนอ ด้านคุณสมบัติ ตามข้อ ๖ ก่อน หากถูกต้องครบถ้วนแล้วจึงจะพิจารณารายละเอียดตามขอบเขตของงาน ตามข้อ ๔ โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน) ดังนี้
ตัวแปรที่ใช้ในการพิจารณา
รายละเอียดตามหลักเกณฑ์การให้คะแนนแนบท้าย
๘.๔. ในกรณีที่ผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมเข้าทำสัญญากับสำนักงานฯ ภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาเลือกผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนคุณสมบัติ และคุณภาพที่เป็นประโยชน์ ต่อโครงการและสำนักงานฯ มากที่สุดลำดับถัดไปแทน
เกณฑ์ด้านคุณภาพกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือก ข้อเสนอ ร้อยละ ๑๐๐ โดยจะต้องผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๑) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ ร้อยละ ๘๐
(๑) จัดทําแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกรณีศึกษาจริง การทบทวน แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และประเด็นกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่ ตลอดจนกำหนดมาตรฐาน การให้บริการและการตอบข้อหารือให้มีความสอดคล้องและเป็นแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการประชาชน ลดระยะเวลาการปฏิบัติงาน และยกระดับคุณภาพการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงาน ในภาพรวม น้ำหนักร้อยละ ๓๕ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(๑) นำเสนอแผนการจัดกิจกรรมพัฒนา แนวทางการให้บริการและการรับเรื่อง ร้องเรียนของศูนย์ให้คำปรึกษาและรับ เรื่องร้องเรียน ได้อย่างโดดเด่น ชัดเจน ครบถ้วนทุกประเด็น
๑๐๐
การนำเสนอที่ผู้ยื่นข้อเสนอ นำเสนอมา โดยวิเคราะห์ความ สอดคล้องของแผนงานที่เสนอ สามารถสร้างการเร ียนรู้ วิเคราะห์สถานการณ์ และ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ อย่างมีประสิทธิภาพตาม เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา พร้อมทั้งการนำเสนอข้อเสนอ ทางเทคนิคต่อคณะกรรมการฯ
ผู้ประเมินจะพิจารณา จากการนำเสนอและ เ อ ก ส า ร ท ี ่ ผ ู ้ ยื่ น ข้อเสนอยื่นมา โดย เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ จาก เ อ ก ส า รแ ล ะ ก า ร นำเสนอที่ผู้ยื่นอเสนอ ได้เสนอมา และการ ให้คะแนนคิดจากผู้ที่ นำเสนองานได้ดีที่สุด เรียงลำดับลงมา
(๒) นำเสนอแผนการจัดกิจกรรมพัฒนา แนวทางการให้บริการและการรับเรื่อง ร้องเรียนของศูนย์ให้คำปรึกษาและรับ เรื่องร้องเรียน ได้อย่างชัดเจน ครบถ้วน ทุกประเด็นแต่ไม่โดดเด่น
๘๐
(๓) นำเสนอแผนการจัดกิจกรรมพัฒนา แนวทางการให้บริการและการรับเรื่อง ร้องเรียนของศูนย์ให้คำปรึกษาและรับ เรื่องร้องเรียนได้ไม่ครบถ้วนบาง ประเด็น
๖๐
เกณฑ์การพิจารณา …
- ๑๐ -
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(๔) ไม่มีการนำเสนอแผนการจัด กิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการ และการรับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน
๐
(๒) จัดทําแผนและรายละเอียดการจัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) พร้อมแนวปฏิบัติในการปฏิบัติตาม กฎหมาย เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่สำคัญ ในการจัดทำเป็นฐานข้อมูลอ้างอิงที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อันจะช่วยลดความเสี่ยง ในการฝ่าฝืนกฎหมาย ลดจำนวนข้อหารือที่มีประเด็นซ้ำ และยกระดับความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมาย อย่างถูกต้องน้ำหนักร้อยละ ๓๕ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(๑) จัดทําแผนและรายละเอียดการ จัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและ คำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) พร้อมแนวปฏิบัติในการ ปฏิบัติตามกฎหมาย มีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตามขอบเขตงานที่ กำหนดไว้ได้อย่างโดดเด่น ชัดเจน ครบถ้วนทุกประเด็น
๑๐๐
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โ ด ย ก า รจ ั ด ท ำแ ผ น ก า ร ดำเนินงานและรายละเอียด ให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ ของการจัดกิจกรรมฯ และ ชัดเจน จัดทำเป็นรูปแบบPDF File หรือนำเสนอในรูปแบบ Power Point พร้อมทั้งการ นำเสนอข้อเสนอทางเทคนิค ต่อคณะกรรมการฯ
ผู้ประเมินจะพิจารณา จากเอกสารที่ผู้ยื่น ข้อเสนอยื่นมา โดย เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ จ า ก เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ได้เสนอมา และการให้ คะแนนคิดจากผู้ที่ นำเสนองานได้ดีที่สุด เรียงลำดับลงมา
(๒) จัดทําแผนและรายละเอียดการ จัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและ คำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) พร้อมแนวปฏิบัติในการ ปฏิบัติตามกฎหมาย มีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตามขอบเขตงานที่ กำหนดไว้ได้อย่างชัดเจน ครบถ้วนทุก ประเด็น แต่ไม่โดดเด่น
๘๐
(๓) จัดทําแผนและรายละเอียดการ จัดทำเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและ คำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) พร้อมแนวปฏิบัติในการ ปฏิบัติตามกฎหมาย มีความชัดเจน
๖๐
ครบถ้วน…
-
๑๑ -
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
ครบถ้วน เป็นไปตามขอบเขตงานที่ กำหนดไว้แต่ไม่ครบถ้วนบางประเด็น(๔) ไม่มีการจัดทําจัดทําแผนและ รายละเอียดการจัดทำเล่มรวมสำเนา ตอบข้อหารือและคำสั่งทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) พร้อมแนวปฏิบัติในการปฏิบัติตาม กฎหมาย ที่มีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตามขอบเขตงานที่กำหนดไว้
๐
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิคต่อคณะกรรมการฯ รายละไม่เกิน ๒๐ นาที หลังจากยื่นข้อเสนอ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ยื่นข้อเสนอราคาทุกราย ต้องนำเสนอผลงานตามวัน/เวลา ที่สำนักงานฯ กำหนดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอราคา หากไม่เข้ามาเสนองานตามวันและเวลา ที่กำหนด
๒) ผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ร้อยละ ๑๐
พิจารณาจากผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ ซึ่งพิจารณาจากหนังสือรับรองผลงานหรือเอกสารสัญญา โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(๑) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ มากกว่า ๓ โครงการขึ้นไป
๑๐๐
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา ผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปีที่ผ่าน มา
ผู้ประเมินจะพิจารณา จากเอกสารที่ผู้ยื่น ข้อเสนอยื่นมา โดย เปรียบเทียบจาเอกสาร ที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอ มา และการให้คะแนน คิดจากผู้ที่นำเสนองาน ได้ดีที่สุดเรียงลำดับลง มา
(๒) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ๓ โครงการ
๘๐
(๓) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ น้อยกว่า ๓ โครงการ
๖๐
(๔) ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
๐
๘.๕ เกณฑ์ราคาที่ยื่นเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนัก ร้อยละ ๒๐
เกณฑ์การพิจารณาการที่ให้คะแนนด้านราคา
คะแนน
๑) ผู้เสนอราคาต่ำสุด
๑๐๐
๒) ผู้เสนอราคารายอื่นลำดับรองลงมาจะได้คะแนนตามสัดส่วนจะคิดจากสูตรการคำนวณ ราคาของผู้เสนอรายอื่น – ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด
ดังนี้
ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด
คะแนน ๑๐๐ -
X๑๐๐
-
ในกรณีที่ไม่สามารถ …
-
๑๒ -
-
ในกรณีที่ไม่สามารถคัดเลือกผู้ดำเนินการที่มีคุณสมบัติและราคาที่เหมาะสมได้ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างในครั้งนี้ ทั้งนี้ ผู้เสนอราคา จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้
-
คณะกรรมการฯ จะพิจารณาข้อเสนอด้านคุณภาพของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ คะแนนคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ จึงถือว่าเป็นผู้ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ
-
คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคัดเลือกผู้ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ แล้วจึงมารวมกับคะแนน ด้านราคา หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดไม่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ (น้อยกว่าร้อยละ ๘๐) จะไม่นำคะแนนของผู้เสนอ รายดังกล่าวมาพิจารณารวมกับเกณฑ์ด้านราคา และจะคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ในครั้งนี้
-
ในกรณีที่มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ที่จะพิจารณาเห็นว่า มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูส่วนบุคคล โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
-
ในกรณีที่ผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมเข้าทำสัญญากับสำนักงานฯ ภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการฯ จะพิจารณาเลือกผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนคุณสมบัติ และคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการ และสำนักงานฯ มากที่สุดลำดับถัดไปแทน
-
การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นการสิ้นสุด
๙. ระยะเวลาการส่งมอบงาน
ระยะเวลา ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๑๐. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะชำระเงินให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อมีการส่งมอบงาน เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และตรวจรับเรียบร้อยแล้วโดยมีรายละเอียด ดังนี้
งวด
งานที่ต้องส่งมอบ
ระยะเวลา (วัน)
จ่ายค่าจ้างร้อย ละ
๑- แผนการดำเนินงานตลอดโครงการ ตามรายละเอียด ข้อ ๔ จัดส่งเอกสารจำนวน ๒ ชุด พร้อมไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ปรับแก้ได้ (Ms Office) และปรับแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน ๑ ชุด
ภายใน ๒๐ วัน
นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๒๐
ของวงเงิน
ตามสัญญา
๒ - ดำเนินกิจกรรมพัฒนาแนวทางการให้บริการและการ รับเรื่องร้องเรียนของศูนย์ให้คำปรึกษาและ รับเรื่องร้องเรียนส่งมอบอุปกรณ์สำหรับจัดกิจกรรมฯ ต่างจังหวัด ตามรายละเอียด ข้อ ๔.๑
ภายใน ๙๐ วัน
นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๕๐
ของวงเงิน
ตามสัญญา
- แผนการดำเนินงานตลอดโครงการ ตามรายละเอียด ข้อ ๔ จัดส่งเอกสารจำนวน ๒ ชุด พร้อมไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ปรับแก้ได้ (Ms Office) และปรับแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน ๑ ชุด
งวด ๓ …
- ๑๓ -
งวด
งานที่ต้องส่งมอบ
ระยะเวลา (วัน)
จ่ายค่าจ้างร้อย ละ
๓- ส่งมอบกิจกรรมและรายงานผล ตามรายละเอียด ข้อ ๔.๑
- ส่งมอบเล่มรวมสำเนาตอบข้อหารือและคำสั่งทาง ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๒) ตามรายละเอียด ข้อ ๔.๒
- ส่งมอบสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการ โดยนำส่งเอกสาร จำนวน ๒ ชุด พร้อมไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ปรับแก้ไขได้ (Ms Office) และปรับแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน ๑ ชุด
ภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๓๐
ของวงเงิน
ตามสัญญา
๑๑. อัตราค่าปรับ
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคา ค่าจ้างตามสัญญา จนกว่าผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานเสร็จสิ้นตามสัญญา
๑๒. กรรมสิทธิ์
ทรัพย์สินทางปัญญา ผลงาน ผลการศึกษา เอกสาร ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินงาน ตามสัญญานี้ ไม่ว่าจะจัดเก็บในรูปแบบใด ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปใช้ในกิจการอื่น เผยแพร่ ทำซ้ำ หรือส่งมอบให้แก่บริษัทอื่นมิได้ ยกเว้นแต่จะได้รับ ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น
๑๓. บทคุ้มครองเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานจ้าง ตามสัญญานี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มิได้แก้ไขดัดแปลงไปจากเดิมหรือแก้ไข ดัดแปลงโดยได้รับความยินยอมจากผู้รับจ้างเป็นหนังสือหรือเป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ ผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อให้สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้งานจ้างนั้นต่อไปได้ หากผู้รับจ้างมิอาจกระทำได้และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอกเนื่องจากผล แห่งการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหาย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้ง ค่าฤชา ธรรมเนียม และค่าทนายความแทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะแจ้งผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในเมื่อได้มีการกล่าวอ้างหรือ ใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
๑๔. เงื่อนไขอื่น ๆ …
-
๑๔ -
๑๔. เงื่อนไขอื่น ๆ
๑๔.๑ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คงไว้ซึ่งสิทธิในการปรับปรุงรูปแบบและ แผนการดำเนินงานรวมทั้งปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และผู้เสนอราคาพร้อมแก้ไขตามที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเห็นสมควรเพื่อความเหมาะสมอันเป็นประโยชน์แก่ทาง ราชการ
๑๔.๒ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณา ก่อนดำเนินงาน กรณีมีการประชุมหารือร่วมกันผู้รับจ้างจะต้องเข้าร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตลอดเวลา ก่อนการดำเนินงานทุกครั้งจะต้องเสนอข้อมูลให้สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตรวจสอบ หากมีการแก้ไขจะต้องดำเนินการแก้ไขโดยด่วนและ ให้สำนักงานคณะกรรมการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตรวจสอบอีกครั้ง รวมทั้งก่อนดำเนินการเผยแพร่หรือ จัดกิจกรรมใด ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้ง
๑๔.๓ ผู้รับจ้างจะต้องกรอกแบบ คชจ.๑ (สำหรับคู่สัญญา) และแบบ คชจ.๒ (สำหรับคู่สัญญา) พร้อมลง ลายมือชื่อให้ครบถ้วน โดยใช้แบบฟอร์มตามที่แนบท้ายเอกสารขอบเขตของงานนี้
๑๕. ข้อสงวนสิทธิ์
๑๕.๑ ในกรณีที่ไม่สามารถคัดเลือกผู้ดำเนินการที่มีคุณสมบัติและราคาที่เหมาะสมได้ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างในครั้งนี้ ทั้งนี้ผู้เสนอราคาจะเรียกร้อง ค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้
๑๕.๒. ในกรณีที่มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ที่จะพิจารณาเห็นว่ามี ความเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
๑๖. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในโครงการนี้จะปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังต่อไปนี้ ๑๖.๑. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ (Lawfulness, Fairness and Transparency) ๑๖.๒ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขต และ วัตถุประสงค์ที่สำนักงาน ฯ กำหนด และไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ ของการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลนั้น (Purpose Limitation)
๑๖.๓. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ เกี่ยวข้อง และเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Minimization)
๑๖.๔. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและดำเนินการ ให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันในกรณีที่จำเป็น (Accuracy)
๑๖.๕. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็น (Storage Limitation)
๑๖.๖. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม (Integrity and Confidentiality)
๑๖.๗. ผู้รับจ้าง … -
๑๕ -
๑๖.๗. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการกำหนดหน้าที่ กำหนดความรับผิดชอบ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล (Accountability)
แบบ คชจ.1 (ส ำหรับคู่สัญญำ)
ค่ำใช้จ่ำยในโครงกำร (รำยงวด)
มูลค่ำกำรส่งมอบตำมงวดงำน
ที่
รำยกำร (รำยละเอียดตำม TOR)
จ ำนวน
หน่วยนับ
รำคำ/หน่วย
รำคำกลำง
(คกก.รำคำ
กลำง)
รำคำตำม
ที่เสนอ (บริษัท)
รำคำหลังต่อรอง (ผู้รับจ้ำง/บริษัท)
ร้อยละกำรจ่ำยเงินตำมสัญญำ
งวด 1
งวด 2
งวด 3
งวด 4
รวม
รวมทั้งสิ้น
-
-
-
-
-
-
-
-
-
1
-
2
-
3
-
4
-
5
-
6
-
7
-
8
-
9
-
10
-
งบประมำณที่ได้รับจัดสรร ระบุจ ำนวนเงิน *หมายเหตุจ าแนกแต่ละงวดให้เป็นไปตามสัญญา
งบประมำณตำมสัญญำ ระบุจ ำนวนเงิน
ลงชื่อ………………………………………………………….บริษัท/ผู้มีอ านาจ
(…………………………………….)
- หมำยเหตุ
-
รำคำกลำง หมำยถึง รำคำตำมประมำณในกำรในกำรจัดท ำรำคำกลำง
-
รำคำตำมที่เสนอ หมำยถึง รำคำที่บริษทัเสนอในงำนจัดซื้อจัดจ้ำงนนั้ ๆ
-
รำคำหลังต่อรอง หมำยถึง รำคำที่บริษทัยืนยันรำคำ ภำยหลังกำรต่อรองรำคำ
-
รำคำข้ำงต้นต้องรวมภำษมีูลค่ำเพิ่ม ค่ำธรรมเนยีม และค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ แล้ว
ตัวอย่ำง
ค่ำใช้จ่ำยในโครงกำร (รำยงวด) โครงกำร ส ำนักงำนคณะกรรมกำรคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
มูลค่ำกำรส่งมอบตำมงวดงำน
ที่
รำยกำร (รำยละเอียดตำม TOR)
จ ำนวน
หน่วยนับ
รำคำ/หน่วย
รำคำกลำง
(คกก.รำคำ
กลำง)
รำคำตำม
ที่เสนอ (บริษัท)
รำคำหลังต่อรอง (ผู้รับจ้ำง/บริษัท)
ร้อยละกำรจ่ำยเงินตำมสัญญำ
งวด 1
งวด 2
งวด 3
งวด 4
รวมรวมทั้งสิ้น
880,000.00
880,000.00
878,000.00
858,000.00
111,000.00
166,000.00
415,000.00
166,000.00
858,000.00
1
พัฒนำระบบ
1
ระบบ
600,000.00
600,000.00
600,000.00
580,000.00
58,000.00
116,000.00
290,000.00
116,000.00
580,000.00
2
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะงำนประมวลผลข้อมูล ขนำดใหญ่
1
เครื่อง
30,000.00
30,000.00
28,000.00
28,000.00
28,000.0028,000.00
3
ซอฟท์แวร์ป้องกัน ตรวจจับ
1
สิทธิ์
250,000.00
250,000.00
250,000.00
250,000.00
25,000.00
50,000.00
125,000.00
50,000.00
250,000.00
งบประมำณที่ได้รับจัดสรร 880,000 *หมายเหตุจ าแนกแต่ละงวดให้เป็นไปตามสัญญา
งบประมำณตำมสัญญำ 858,000
ลงชื่อ………………………………………………………….ผู้มีอ านาจ(บริษัท)
(…………………………………….)
- หมำยเหตุ
-
รำคำกลำง หมำยถึง รำคำตำมประมำณในกำรในกำรจัดท ำรำคำกลำง
-
รำคำตำมที่เสนอ หมำยถึง รำคำที่บริษทัเสนอในงำนจัดซื้อจัดจ้ำงนนั้ ๆ
-
รำคำหลังต่อรอง หมำยถึง รำคำที่บริษทัยืนยันรำคำ ภำยหลังกำรต่อรองรำคำ
-
รำคำข้ำงต้นต้องรวมภำษมีูลค่ำเพิ่ม ค่ำธรรมเนยีม และค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ แล้ว
แบบ คชจ.2 (ส ำหรับคู่สัญญำ)
ค่ำใช้จ่ำยในโครงกำร พร้อมรำยละเอียดครุภัณฑ์ตำมกำรส่งมอบงำน
โครงกำร …………………………………………………
สัญญำเลขที่ ………………………………………………… บริษัท …………………………………………………
ผู้รับผิดชอบ/ผู้ดูแลโครงกำร(ส ำนัก/ศูนย์/ฝ่ำย) …………………………………………………
มูลค่ำโครงกำรตำมสัญญำ …………………………………………………
ล ำดับ
โครงกำร
ปีงบประมำณ
รำยละเอียด
ชื่อผลิตภัณฑ/์ยี่ห้อ
รุ่น
S/N
ประเภทครุภัณฑ์
วันที่เริ่มใช้งำน
(กรณีเป็นสิทธิ์เช่ำใช้1 ป)ี
วันที่สุดกำรใช้งำน
(กรณีเป็นสิทธิ์เช่ำใช้1 ป)ี
จ ำนวน
หนว่ ยนบั
รำคำต่อหนว่ ย
มูลค่ำสุทธิ
ภำพประกอบ
(กรณีสินทรัพย์)
ส่งมอบงวด
ข้อใดใน TOR
1.ค่ำใช้จ่ำย…………………………(ค่ำใช้จ่ำยฝึกอบรม,ค่ำใช้จ่ำยเช่ำสิทธิ์กำรใช้งำน,ค่ำใช้จ่ำยค่ำจ้ำงบุคลำกรปฏิบัติงำน,ค่ำใช้จ่ำยเดินทำง,ค่ำเช่ำสถำนที่ เป็นต้น)หมำยเหตุหำกมีค่ำใช้จ่ำยที่เป็นค่ำติดตั้งอุปกรณ์หรือระบบ โปรดระบุว่ำ ค่ำติดตั้งนั้นเป็นค่ำติดตั้งของอุปกรณ์หรือระบบใด
1
2
3
4
รวมค่ำใช้จ่ำย
- สินทรัพย์/ครุภัณฑ์
1
2
3
4
รวมมูลค่ำสินทรัพย์
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
- สินทรัพย์/ครุภัณฑ์
-
หมำยเหตุรำยละเอียดครุภัณฑ/์ค่ำใช้จ่ำยในโครงกำร ตำมกำรส่งมอบ ต้องสอดคล้องกับแบบฟอร์มที่1
ลงชื่อ…………………………………………………………… ผู้มีอ ำนำจ(บริษัท)
(…………………………………………..)
หน้าที่ 1 จาก 2
แบบ คชจ.2 (ส ำหรับคู่สัญญำ)
ตัวอย่ำง
ค่ำใช้จ่ำยในโครงกำร พร้อมรำยละเอียดครุภัณฑ์ตำมกำรส่งมอบงำน
โครงกำร ส ำนักงำนคณะกรรมกำรคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สัญญำเลขที่01/2569 บริษัท บินได้ไกล จ ำกัด
ผู้รับผิดชอบ/ผู้ดูแลโครงกำร(ส ำนัก/ศูนย์/ฝ่ำย) ส ำนักบริหำรกลำง
มูลค่ำโครงกำรตำมสัญญำ 858,000 บำท
ล ำดับ
โครงกำร
ปีงบประมำณ
รำยละเอียด
ชื่อผลิตภัณฑ/์ยี่ห้อ
รุ่น
S/N
ประเภทครุภัณฑ์
วันที่เริ่มใช้งำน
(กรณีเป็นสิทธิ์เช่ำใช้1 ป)ี
วันที่สิ้นสุดกำรใช้งำน
(กรณีเป็นสิทธิ์เช่ำใช้1 ป)ี
จ ำนวน
หนว่ ยนบั
รำคำต่อหนว่ ย
มูลค่ำสุทธิ
ภำพประกอบ
(กรณีสินทรัพย์)
ส่งมอบงวด
ข้อใดใน TOR
1.ค่ำใช้จ่ำย…………………………(ค่ำใช้จ่ำยฝึกอบรม,ค่ำใช้จ่ำยเช่ำสิทธิ์กำรใช้งำน,ค่ำใช้จ่ำยค่ำจ้ำงบุคลำกรปฏิบัติงำน,ค่ำใช้จ่ำยเดินทำง,ค่ำเช่ำสถำนที่ เป็นต้น)หมำยเหตุหำกมีค่ำใช้จ่ำยที่เป็นค่ำติดตั้งอุปกรณ์หรือระบบ โปรดระบุว่ำ ค่ำติดตั้งนั้นเป็นค่ำติดตั้งของอุปกรณ์หรือระบบใด
1
2569
ซอฟท์แวร์ป้องกัน ตรวจจับ
Bitdefender1 พ.ค. 69
29 เม.ย. 70
1
สิทธิ์
250,000.00
250,000.004
4.1
รวมค่ำใช้จ่ำย
250,000.00- สินทรัพย์/ครุภัณฑ์
1
2569
พัฒนาระบบจ้องจับผิด
สินทรัพยืไม่มีตัวตน
1
ระบบ
580,000.00
580,000.004
4.2
2
2569
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะงานประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่
DD
PRO MAX
S/N 12345
ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์1
เครื่อง
28,000.00
28,000.001
4.3
รวมมูลค่ำสินทรัพย์
608,000.00รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
858,000.00 - สินทรัพย์/ครุภัณฑ์
-
หมำยเหตุรำยละเอียดครุภัณฑ/์ค่ำใช้จ่ำยในโครงกำร ตำมกำรส่งมอบ ต้องสอดคล้องกับแบบฟอร์มที่1
ลงชื่อ…………………………………………………………… ผู้มีอ ำนำจ(บริษัท)
(…………………………………………..)
หน้าที่ 2 จาก 2