ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อสิทธิพร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการข้อมูล Telemetry Observability Pipeline

ธนาคารแห่งประเทศไทย 69079575641
฿13,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความประสงค์จะจัดหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการจัดซื้อสิทธิการใช้งานและติดตั้งระบบบริหารจัดการข้อมูล Telemetry / Observability Pipeline โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างระบบกลางในการจัดการข้อมูล Log ที่มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูง ระบบนี้จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากเครื่องแม่ข่าย อุปกรณ์เครือข่าย และบริการคลาวด์ เพื่อนำมาประมวลผล (Data Processing) เช่น การคัดกรอง การปกปิดข้อมูลสำคัญ (Masking) และการปรับรูปแบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐาน (Normalization) ก่อนจะส่งต่อไปยังระบบปลายทางหลายแห่งพร้อมกัน รวมถึงระบบ SIEM (Splunk) และระบบบันทึกข้อมูล Log แบบศูนย์กลาง (Centralized Log Management) ที่ผู้เสนอราคาต้องจัดหามาพร้อมกันในโครงการนี้

ขอบเขตของงานครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบร่วมกับเจ้าหน้าที่ ธปท. ให้รองรับการทำงานแบบ High Availability (HA) ข้าม 2 ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อป้องกันจุดอ่อนที่อาจทำให้ระบบหยุดชะงัก (No Single Point of Failure) การติดตั้งระบบบนโครงสร้างพื้นฐานแบบ On-premises การเปลี่ยนถ่ายข้อมูลจากระบบเดิม การทดสอบประสิทธิภาพและแผนฉุกเฉิน (DR Test) ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากรทั้งในระดับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบสิทธิการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี และให้บริการบำรุงรักษาแก้ไขปัญหาแบบ 24x7 ตลอดอายุสัญญา เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะสามารถรองรับการสืบค้นข้อมูลทั้งแบบ Real-time และย้อนหลังได้อย่างมีเสถียรภาพ

English summary

The Bank of Thailand (BOT) intends to procure licenses and installation services for a Telemetry / Observability Pipeline system. The project aims to establish a centralized system for collecting, processing, and routing log data from various sources—including servers and cloud services—to multiple destinations. A key component is the implementation of a Centralized Log Management system for data storage, backup, and retrieval. The system must support a minimum data throughput of 500 GB/day and feature a High Availability (HA) architecture across two data centers to ensure resilience. The scope of work includes system design, on-premises installation, data migration, data processing (such as masking and normalization), testing (FAT/Performance/DR), and comprehensive training. The contractor is required to provide a 5-year license and 24x7 maintenance support throughout the contract period.

สถานที่ดำเนินการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อรวบรวมและจัดการส่งต่อข้อมูล Log ไปยังระบบปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อจัดทำระบบบันทึกข้อมูล Log แบบศูนย์กลาง (Centralized Log Management) สำหรับจัดเก็บ สำรอง และสืบค้นข้อมูล
  • เพื่อดำเนินการติดตั้งและเปลี่ยนถ่ายระบบเดิม (Migrate) ให้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานใหม่
  • เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ความมั่นคงปลอดภัย (SOC) และการตรวจสอบย้อนหลัง
  • เพื่อให้มีการบำรุงรักษาและสนับสนุนด้านเทคนิคต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี

ขอบเขตของงาน

  • เสนอสิทธิการใช้งานระบบ Telemetry / Observability Pipeline ระยะเวลา 5 ปี (รองรับ 500 GB/day)
  • เสนอระบบ Centralized Log Management (แบบ Enterprise หรือ Open Source) พร้อมดูแลรักษา 5 ปี
  • จัดหา License Red Hat Enterprise Linux (RHEL) รุ่นล่าสุด กรณีติดตั้งแบบ Virtualization
  • ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบร่วมกับ ธปท. ให้รองรับ High Availability (HA) และ Disaster Recovery (DR)
  • ติดตั้งและตั้งค่าระบบ (Configuration) บน On-premises Infrastructure ของ ธปท.
  • ดำเนินการประมวลผลข้อมูล (Data Processing) เช่น Formatting, Deduplication, Masking และ Parsing
  • ติดตั้ง Agent บนเครื่องแม่ข่ายด้วยวิธีอัตโนมัติ (เช่น BigFix, Ansible หรือ Golden Image)
  • เชื่อมต่อและส่งข้อมูล Log ไปยังระบบ SIEM (Splunk) และระบบปลายทางอื่นๆ
  • ทดสอบระบบประกอบด้วย Functional Acceptance Test, Performance Test และ DR Test
  • จัดฝึกอบรมการบริหารจัดการระบบสำหรับ Administrator และ Analyst
  • จัดทำเอกสารคู่มือการติดตั้ง การใช้งาน และแผนฉุกเฉินกู้คืนระบบ
  • ให้บริการบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหา (Maintenance) ตลอดระยะเวลา 5 ปี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ครั้งที่ 1: แผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมการสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง และทดสอบ (ภายใน 15 วัน)
  • ครั้งที่ 2: ระบบที่ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน (Go Live), สิทธิการใช้งานปีที่ 1 และเอกสารคู่มือทั้งหมด (ภายใน 120 วัน)
  • ครั้งที่ 3: สิทธิการใช้งานปีที่ 2 และรายงานผลการบำรุงรักษาป้องกัน (PM Report) ของปีที่ 1
  • ครั้งที่ 4: สิทธิการใช้งานปีที่ 3 และรายงานผลการบำรุงรักษาป้องกัน (PM Report) ของปีที่ 2
  • ครั้งที่ 5: สิทธิการใช้งานปีที่ 4 และรายงานผลการบำรุงรักษาป้องกัน (PM Report) ของปีที่ 3
  • ครั้งที่ 6: สิทธิการใช้งานปีที่ 5 และรายงานผลการบำรุงรักษาป้องกัน (PM Report) ของปีที่ 4
  • ครั้งที่ 7: รายงานผลการบำรุงรักษาป้องกัน (PM Report) ของปีที่ 5

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาติดตั้งและดำเนินการให้แล้วเสร็จ: ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาสิทธิการใช้งานและบำรุงรักษา: 5 ปี นับจากวันที่ระบบพร้อมใช้งานจริง (Go Live)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย (Authorized Dealer) ภายใต้เครื่องหมายการค้าของเจ้าของผลิตภัณฑ์ Telemetry / Observability Pipeline ที่เสนอ
  • Standards Compliance: ระบบต้องรองรับการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่ง (Data in Transit) แบบ TLS 1.2 เป็นอย่างน้อย
  • Experience: ต้องมีบุคลากรที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านตามที่กำหนด (ดูในส่วน Personnel)
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: สามารถติดตั้งระบบในรูปแบบ On-premises และรองรับการทำงานบน Container Platform หรือ Virtualization (VM Based) ได้
  • Personnel: ต้องเสนอบุคลากรอย่างน้อย 4 ตำแหน่ง ดังนี้:
    1. Main Contact Person: ผู้ประสานงานและบริหารโครงการ
    2. ผู้เชี่ยวชาญการ Implement ระบบ Telemetry: ต้องมีใบรับรอง (Certificate) จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ อย่างน้อย 1 คน
    3. ผู้เชี่ยวชาญระบบ SIEM (Splunk): มีประสบการณ์ติดตั้งหรือตั้งค่า Log สำหรับ Splunk อย่างน้อย 1 คน
    4. ผู้เชี่ยวชาญระบบ Centralized Log Management: มีประสบการณ์ Implement ระบบบันทึก Log อย่างน้อย 1 คน
      หมายเหตุ: บุคลากรในข้อ 2, 3 และ 4 ต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน

เกณฑ์การพิจารณา

  • การตรวจรับงานแบ่งเป็น 7 ครั้งตามงวดการส่งมอบ
  • ระบบต้องผ่านการทดสอบ Functional Acceptance Test และ Performance Test ตามเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด
  • ระบบต้องผ่านการทดสอบแผนฉุกเฉิน (Disaster Recovery Test)
  • คุณสมบัติทางเทคนิคต้องครบถ้วนตามข้อกำหนด (Technical Specifications) ในข้อ 3.1 และ 3.2

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • รองรับการประมวลผลข้อมูล Log อย่างน้อย 500 GB ต่อวัน
  • สถาปัตยกรรม High Availability (HA) แบบ Active-Active ระหว่าง 2 ศูนย์ข้อมูล
  • มีระบบ Data Buffering รองรับข้อมูลได้ไม่น้อยกว่า 1 วัน เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
  • รองรับการนำเข้าข้อมูลผ่าน Syslog, ODBC/JDBC, API, HTTP Event Collector และ Software Agent (Windows/Linux)
  • ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล: Normalization, Masking, Deduplication, Parsing และ Filtering
  • รองรับการส่งข้อมูลไปยังปลายทางหลายแห่ง (Multiple Destinations) เช่น Splunk, Webhook, File System
  • ระบบ Centralized Log Management ต้องรองรับการสืบค้นแบบ Real-time และ Full-text Search
  • รองรับการบริหารจัดการผ่าน Web Console และระบบควบคุมสิทธิแบบ Role-Based Access Control (RBAC)

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: แบ่งเป็น 6 งวด (งวดที่ 1: 35%, งวดที่ 2-5: งวดละ 15%, งวดที่ 6: 5%)
  • ค่าปรับการส่งมอบสิทธิการใช้งานล่าช้า: ร้อยละ 0.20 ต่อวันของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  • ค่าปรับกรณีผิดสัญญาหรือส่งมอบงานจ้างล่าช้า: ร้อยละ 0.10 ต่อวันของค่าจ้างงวดนั้นๆ (ขั้นต่ำ 100 บาท)
  • ค่าปรับกรณีผิดเงื่อนไข SLA: ร้อยละ 0.035 ต่อชั่วโมง ของจำนวนเงินในงวดนั้นๆ
  • เงื่อนไข SLA: ระบบ Telemetry ต้องแก้ไขให้เสร็จใน 24 ชม. และระบบ Log Management ใน 72 ชม. หลังแจ้งเหตุ
  • การบำรุงรักษา: แบบ 24x7 Onsite หรือ Remote Service เป็นเวลา 5 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบต้องรองรับปริมาณข้อมูล Log สูงสุดเท่าใดต่อวัน? A: ต้องรองรับได้อย่างน้อย 500 GB ต่อวัน
    • Q: ระยะเวลาการบำรุงรักษาและสิทธิการใช้งานครอบคลุมกี่ปี? A: ครอบคลุมระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี
    • Q: หากระบบปลายทางขัดข้อง ข้อมูล Log จะสูญหายหรือไม่? A: ไม่สูญหาย เนื่องจากระบบต้องมีฟังก์ชัน Data Buffering รองรับข้อมูลได้อย่างน้อย 1 วัน
    • Q: ระบบรองรับการติดตั้งบน Cloud หรือไม่? A: ข้อกำหนดระบุให้ติดตั้งในรูปแบบ On-premises บนโครงสร้างพื้นฐานของ ธปท.
    • Q: สามารถใช้ Software แบบ Open Source ได้หรือไม่? A: ได้ สำหรับส่วนของ Centralized Log Management แต่ต้องบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องจ่ายค่า License รายปีให้ผู้ผลิต
    • Q: ระบบรองรับการส่งข้อมูลไปยัง SIEM ยี่ห้อใดบ้าง? A: รองรับ Splunk (ที่ ธปท. ใช้อยู่) และ SIEM อื่นๆ ตามมาตรฐาน Gartner Magic Quadrant 2025
    • Q: การสนับสนุนด้านเทคนิค (Support) เป็นรูปแบบใด? A: เป็นแบบ Premium Support 24x7 ตลอดระยะเวลาสัญญา
    • Q: ต้องมีการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ ธปท. หรือไม่? A: ใช่ ต้องมีการฝึกอบรมทั้งสำหรับผู้ดูแลระบบ (Administrator) และผู้ใช้งาน (Analyst)
    • Q: ระบบสามารถปกปิดข้อมูลสำคัญ (Data Masking) ก่อนส่งต่อได้หรือไม่? A: ได้ เป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักด้าน Data Processing ที่ระบบต้องทำได้
    • Q: หากมีการเปลี่ยนรุ่น Software (Upgrade) จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่? A: ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการ Upgrade เป็นรุ่นล่าสุดตลอดระยะเวลารับประกัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อก ำหนดควำมต้องกำร
ซื้อสิทธิพร้อมติดตั้งระบบบริหำรจัดกำรข้อมูล
Telemetry / Observability Pipeline

  1. วัตถุประสงค์
    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือผู้ซื้อ มีความประสงค์จัดซื้อสิทธิพร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการ ข้อมูล Telemetry / Observability Pipeline เพื่อท าหน้าที่รวบรวม และจัดการส่งต่อข้อมูล Log ไปยังระบบ ปลายทาง รวมถึงเสนอระบบบันทึกข้อมูล Log แบบศูนย์กลาง (Centralized Log Management) ส าหรับจัดเก็บ ส ารองและสืบค้นข้อมูล Log รวมทั้งบริการติดตั้ง เปลี่ยนถ่ายระบบเดิม (Migrate) ดูแลแก้ไขปัญหา ให้ค าแนะน า และการบ ารุงรักษา เพื่อสนับสนุนงานจัดการศูนย์ความมั่นคงปลอดภัย
  2. รำยละเอียดขอบเขตของงำน
    2.1 เสนอสิทธิการใช้งาน ระบบบริหารจัดการข้อมูล (Telemetry / Observability Pipeline) ที่มีความสามารถตาม ความต้องการทางด้านเทคนิค ข้อ 3.1 และสิทธิการใช้งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี โดยเริ่ม นับสิทธิการใช้งานปีที่ 1 นับหลังจากวันที่ระบบติดตั้งพร้อมใช้งานจริง (Go Live) และส าหรับสิทธิการใช้งานในปี ถัดไป ให้เริ่มนับระยะเวลาถัดจากวันสุดท้ายของสิทธิการใช้งานในปีก่อนหน้า
    2.2 เสนอระบบบันทึกข้อมูล Log แบบศูนย์กลาง (Centralized Log Management) ที่มีความสามารถตามความ ต้องการทางด้านเทคนิค ข้อ 3.2 โดยสามารถเสนอระบบพร้อมสิทธิการใช้งาน (Enterprise License) หรือแบบ Open Source (หรือเทียบเท่า โดยไม่ต้องพึ่งพาสิทธิการใช้งานแบบช าระค่าบริการรายปีของผู้ผลิตซอฟต์แวร์) ที่ สามารถติดตั้งใช้งาน ปรับแต่ง และบริหารจัดการระบบได้ ส าหรับการให้บริการสนับสนุน ให้ผู้เสนอราคาเสนอการ ดูแล บ ารุงรักษา แก้ไขปัญหา และให้ค าแนะน า เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ระบบติดตั้งพร้อมใช้ งานจริง (Go Live)
    2.3 กรณีเสนอระบบที่ท างานในรูปแบบ Virtualization (VM Based) ต้องด าเนินการเสนอสิทธิการใช้ระบบปฏิบัติการ Red Hat Enterprise Linux Server รุ่นล่าสุด ตลอดระยะเวลารับประกันตามสัญญา และมีจ านวนสิทธิเพียงพอ ต่อการใช้งานของระบบงาน โดยผู้ซื้อต้องได้รับสิทธิอย่างน้อยดังนี้
    2.3.1 สามารถใช้งานในรุ่นปัจจุบันและรุ่นที่ต ่ากว่าได้ (Downgrade)
    2.3.2 สามารถปรับปรุงโปรแกรมเป็นรุ่นล่าสุดได้ (Update And Upgrade)
    2.3.3 ย้ายสิทธิไปใช้งานกับเครื่องแม่ข่ายอื่นๆ ที่ผู้ซื้อก าหนดได้ (Open License)
    2.3.4 สนับสนุนด้านเทคนิค (Technical Support) โดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์
    หน้า 1/11
    2.4 จัดท าแผนการด าเนินงาน ที่ประกอบด้วยขั้นตอนการด าเนินงานทั้งหมดที่ครอบคลุมการส ารวจ การออกแบบ การ ติดตั้ง การเปลี่ยนถ่ายระบบเดิม (Migrate) การทดสอบ รวมถึงระยะเวลาการด าเนินงาน โดยต้องเสนอแผน ดังกล่าวให้ทางผู้ซื้อเห็นชอบก่อน
    2.5 ด าเนินการออกแบบระบบร่วมกับทีมงานของผู้ซื้อ โดยระบบที่ออกแบบต้องสามารถท างานร่วมกับโครงสร้าง พื้นฐานและระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอทีของผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพตามมาตรฐานที่ดี (Best Practice) ไม่มี Single Point of Failure สามารถฟื้นฟูได้ง่ายและรวดเร็ว รองรับ Disaster Recovery และขยายการให้บริการในอนาคต
    2.6 ด าเนินการติดตั้งระบบบนโครงสร้างพื้นฐานระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ซื้อพร้อมทั้งปรับตั้งค่า (Configuration) ที่ เหมาะสม ตามที่ได้ออกแบบและผลลัพธ์จาก Vulnerability Assessment หรือตามที่ผู้ซื้อเห็นชอบ 2.7 ติดตั้งระบบบริหารจัดการข้อมูล (Telemetry / Observability Pipeline) และตั้งค่าระบบ เพื่อจัดเก็บข้อมูล Log (Ingestion) จากอุปกรณ์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ และบริการคลาวด์ (Cloud Service) เพื่อประมวลผลข้อมูล (Data Processing) และส่งต่อ (Routing) ไปยังระบบงานปลายทางตามรูปแบบที่ผู้ซื้อก าหนด 2.8 สนับสนุนให้สามารถติดตั้ง Agent บนเครื่องแม่ข่าย (Server) ได้โดยวิธีการแบบอัตโนมัติตามที่เห็นชอบร่วมกัน กับผู้ซื้อ เช่นการใช้ Golden Image และติดตั้งผ่าน Automation Tool เช่น BigFix หรือ Ansible เป็นต้น รวมถึงการตั้งค่าการเก็บข้อมูล Log ไปยังระบบตามที่เสนอ
    2.9 ติดตั้งระบบบันทึกข้อมูล Log แบบศูนย์กลาง (Centralized Log Management) และตั้งค่าระบบ เพื่อรับข้อมูล Log จากระบบบริหารจัดการข้อมูลและเก็บข้อมูลบนระบบจัดเก็บข้อมูลประเภท NAS ของผู้ซื้อ ให้สามารถสืบค้น (Search) ข้อมูลแบบ Real Time และย้อนหลังได้
    2.10 ท าการทดสอบ Functional Acceptance Test และทดสอบประสิทธิภาพการท างานของระบบ (Performance Test) และทดสอบแผนฉุกเฉิน (Disaster Recovery) ตามรูปแบบที่ผู้ซื้อก าหนด 2.11 น าเสนอความคืบหน้าและรายงานผลการด าเนินงานอย่างน้อยทุก 1 สัปดาห์ (Weekly Meeting) เป็นอย่าง น้อย ในช่วงระหว่างการติดตั้งระบบ
    2.12 เสนอแผนและจัดฝึกอบรมการบริหารจัดการระบบที่เสนอให้กับผู้ซื้อ โดยเสนอ Course Outline ส าหรับผู้ดูแล ระบบ (Administrator) และส าหรับผู้ใช้งาน (Analyst) ให้มีความรู้และความเข้าใจในระบบที่เสนอมาทั้งหมด 2.13 จัดท าเอกสารและคู่มือในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
    2.13.1 เอกสารแสดงโครงสร้างระบบ ได้แก่ Architecture and System Diagram และส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบที่ได้ออกแบบตามข้อ 2.5
    2.13.2 คู่มือการติดตั้ง (Installation Manual) ตั้งค่าระบบ (Configuration Manual) การบริหารจัดการ ระบบ (Admin Manual) และการใช้งานระบบ (User Manual)
    หน้า 2/11
    2.13.3 เอกสารแสดงผลการทดสอบ Functional Acceptance Test และผลการทดสอบ Performance Test
    2.13.4 เอกสารแผนฉุกเฉินและวิธีการกู้คืนระบบ
  3. ควำมต้องกำรทำงด้ำนเทคนิค
    3.1 ระบบบริหำรจัดกำรข้อมูล (Telemetry / Observability Pipeline) ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 3.1.1 เป็นระบบที่ถูกออกแบบเพื่อส าหรับการท าหน้าที่เป็น Telemetry / Observability Pipeline โดยเฉพาะ
    3.1.2 ระบบที่เสนอต้องรองรับประมวลผลข้อมูลได้อย่างน้อย 500 GB/day ตามรายละเอียดในข้อ 2.1 3.1.3 ระบบต้องติดตั้งในรูปแบบ On-premises โดยสามารถติดตั้งและท างานได้อย่างสมบูรณ์บนโครงสร้าง พื้นฐาน (Infrastructure) ของผู้ซื้อ
    3.1.4 เสนอระบบที่ท างานในรูปแบบ Container Platform หรือ Virtualization (VM Based) 3.1.5 กรณีเสนอระบบที่ท างานในรูปแบบ Virtualization (VM Based) ตามรายละเอียดในข้อ 2.3 จะต้องมี การสนับสนุนการใช้งานแบบ Premium Support (24x7)
    3.1.6 ระบบต้องมีสถาปัตยกรรมแบบ High Availability (HA) เชื่อมต่อระหว่าง 2 Data Centers (DC) โดย • ไม่มี Single Point of Failure และมีกระบวนการฟื้นฟูระบบกลับคืนสภาพเดิม (Recovery) ได้โดย อัตโนมัติหรือใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด
    • ส่วนประมวลผลข้อมูล (Data Processing) ต้องรองรับการท างานรูปแบบ Active-Active 3.1.7 ระบบต้องสามารถตั้งค่าและ Synchronize ข้อมูลการตั้งค่า (Configuration Synchronization) รวมถึงมีการตั้งค่าการคัดลอกข้อมูล (Data Replication ในลักษณะการส่งต่อข้อมูล หรือ Routing Based Replication) เพื่อให้ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกันตลอดเวลา (Data Consistency)
    3.1.8 ระบบต้องรองรับการท า Data Buffering ได้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายในกรณีที่มี ปริมาณข้อมูลส่งเข้ามาพร้อมกันจ านวนมาก (Spike) หรือกรณีที่ระบบปลายทางเกิดความล่าช้า 3.1.9 ระบบต้องรองรับการ Authentication แบบ Local Authentication หรือ SSO หรือ LDAP 3.1.10 ระบบต้องมีการควบคุมสิทธิการเข้าถึงแบบ Role-Based Access Control (RBAC) เพื่อจ ากัดการใช้ งานฟังก์ชันและรายงานต่าง ๆ ในระบบ
    3.1.11 มีการบันทึกข้อมูลประวัติการเข้าใช้งาน (Access Log) การด าเนินงาน (Activity Log) และสามารถส่ง ข้อมูลดังกล่าวให้กับระบบ SIEM (ยี่ห้อ Splunk) ของผู้ซื้อ หรือระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ 3.1.17
    หน้า 3/11
    3.1.12 สามารถน าเข้าข้อมูล Log จากหลายแหล่ง (Multiple Sources) ได้พร้อมกัน โดยวิธีการต่อไปนี้ได้เป็น อย่างน้อย
    3.1.12.1. SYSLOG
    3.1.12.2. Open Database Connectivity (ODBC) Protocol / JDBC (Java Database Connectivity) / Database Connection String หรือ Database Configuration Object 3.1.12.3. Application Programming Interface (API) โดยดึงข้อมูล (Pull) ได้โดยตรงจากต้นทาง 3.1.12.4. Prebuilt Input / Source หรือ Addon / Package ที่พัฒนาหรือรับรองโดยเจ้าของ ผลิตภัณฑ์ ส าหรับเชื่อมต่อเพื่อรับข้อมูล Log จากแหล่งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
    3.1.12.5. HTTP Event Collector
    3.1.12.6. Software Agent ที่เป็นของผลิตภัณฑ์ที่เสนอ ส าหรับใช้เก็บข้อมูล Log ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยรองรับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ Windows, Red Hat และ Ubuntu เป็นอย่างน้อย 3.1.13 ต้องสามารถติดตั้ง Agent ผ่าน Command Line ในรูปแบบของ PowerShell หรือ Bash หรือ CMD ได้ส าหรับระบบปฏิบัติการ Windows และ ในรูปแบบ Shell Script ส าหรับระบบปฏิบัติการ Linux 3.1.14 ระบบต้องมีการแจ้งเตือน Event Source Monitoring ในกรณีไม่ได้รับข้อมูล Log จากระบบต้นทาง (Source)
    3.1.15 ต้องมีความสามารถในการท า Data Processing ดังต่อไปนี้ได้เป็นอย่างน้อย 3.1.15.1. การจัดรูปแบบ (Formatting)
    3.1.15.2. การลบช่องว่าง (Clearing whitespaces)
    3.1.15.3. การก าจัดข้อมูลซ ้าซ้อน (Deduplication)
    3.1.15.4. การลบฟิลด์ (Field Removal)
    3.1.15.5. การปรับข้อมูลให้เป็นมาตรฐาน (Normalization)
    3.1.15.6. การแปลงโครงสร้าง (Parsing)
    3.1.15.7. การปกปิดข้อมูล (Masking)
    3.1.15.8. การแทนที่ (Replacing)
    3.1.15.9. การลบข้อมูล (Removing)
    3.1.16 ระบบต้องมีฟังก์ชัน Preview เพื่อใช้เป็นวิธีการทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องของการตั้งค่า Data Processing
    3.1.17 รองรับการส่งข้อมูล Log ไปยังระบบปลายทางหลายระบบได้พร้อมกัน (Multiple Destination) โดย ไม่จ ากัดจ านวนปลายทาง ด้วยวิธีการดังนี้เป็นอย่างน้อย
    3.1.17.1. TCP JSON
    หน้า 4/11
    3.1.17.2. SYSLOG
    3.1.17.3. File System
    3.1.17.4. Webhook หรือ HTTP
    3.1.18 รองรับการส่งข้อมูล Log ไปยังระบบ SIEM ของผู้ซื้อ และระบบบันทึกข้อมูล Log ที่ศูนย์กลาง (Centralized Log Management) ตามข้อ 3.2 และสามารถรองรับการส่งข้อมูล Log ไปยังผลิตภัณฑ์ SIEM อื่น ๆ เพื่อน าไปใช้งานได้ในอนาคต เช่น ผลิตภัณฑ์SIEM จากรายงาน Magic Quadrant for Security Information and Event Management โดย Gartner ปีค.ศ. 2025 เป็นต้น
    3.1.19 ต้องสามารถประมวลผลและส่งต่อข้อมูลได้ในลักษณะ Near Real-Time
    3.1.20 ส าหรับข้อมูลที่อยู่ระหว่างการรับส่งผ่านเครือข่าย (Data in Transit) ต้องมีการเข้ารหัสแบบ TLS 1.2 เป็นอย่างน้อย
    3.1.21 ต้องสามารถบริหารจัดการ ตั้งค่า ตรวจสอบสถานะ จากระบบบริหารจัดการส่วนกลาง (Centralized Management) จากระบบส่วนกลางเดียวกัน ผ่าน Web Console ดังต่อไปนี้ได้
    3.1.21.1. สามารถแสดงสถานะความพร้อมใช้งาน (Health Check) ของ Agent แต่ละตัวได้ 3.1.21.2. สามารถตั้งค่า Data Processing ได้
    3.1.21.3. สามารถตั้งค่าเพื่อรับข้อมูล (Log Collection) จากแหล่งข้อมูล
    3.1.21.4. สามารถตั้งค่าเพื่อส่งข้อมูล (Data Forwarding) ไปยังระบบปลายทาง
    3.1.21.5. สามารถจัดกลุ่ม Agent ตามลักษณะการตั้งค่าได้
    3.2 ระบบบันทึกข้อมูล Log แบบศูนย์กลำง (Centralized Log Management)
    3.2.1 ต้องเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อท าหน้าที่ Centralized Log Management โดยเฉพาะ (ไม่เป็น ระบบประเภท Endpoint Security หรือ System Monitoring หรือ XDR) และสามารถบริหาร จัดการ วิเคราะห์ และค้นหาข้อมูล Log ได้
    3.2.2 ระบบต้องรองรับการบริหารจัดการวงจรชีวิตข้อมูล Log (Data Lifecycle Management) เช่น การ จัดเก็บ การลบ และการเก็บรักษาข้อมูลตามระยะเวลา
    3.2.3 ระบบที่เสนอต้องรองรับการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างน้อย 500 GB/day
    3.2.4 ระบบต้องรองรับการติดตั้งในรูปแบบ On-premises โดยสามารถติดตั้งและท างานได้อย่างสมบูรณ์บน โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของผู้ซื้อ
    3.2.5 เสนอระบบที่ท างานในรูปแบบ Virtualization (VM Based) ตามรายละเอียดในข้อ 2.3 โดยมีจ านวน 3 Licenses เป็นอย่างน้อย และต้องมีการสนับสนุนการใช้งานแบบ Standard Support (8x5) หรือ Premium Support (24x7)
    หน้า 5/11
    3.2.6 ระบบต้องมีสถาปัตยกรรมแบบ High Availability (HA) เชื่อมต่อระหว่าง 2 Data Centers (DC) โดย • ไม่มีSingle Point of Failure และมีกระบวนการฟื้นฟูระบบกลับคืนสภาพเดิม (Recovery) ได้ โดยอัตโนมัติหรือใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด
    • รองรับการท างานรูปแบบ Active-Active หรือ Active-Standby
    3.2.7 ระบบต้องรองรับการ Authentication แบบ Local Authentication หรือ SSO หรือ LDAP 3.2.8 สามารถเข้าใช้งานระบบและบริหารจัดการผ่าน Web-Based GUI และก าหนดสิทธิการใช้งานและ เข้าถึงข้อมูลได้ในลักษณะ Role-based Access Control (RBAC)
    3.2.9 มีการบันทึกข้อมูลประวัติการเข้าใช้งาน (Access Log) การด าเนินงาน (Activity Log) และสามารถส่ง ข้อมูลดังกล่าวให้กับระบบ SIEM ของผู้ซื้อ หรือระบบบริหารจัดการข้อมูล (Telemetry /
    Observability Pipeline) ข้อ 3.1
    3.2.10 ระบบต้องสามารถ Export Log จากหน้าเว็บเป็นไฟล์CSV ได้เป็นอย่างน้อย
    3.2.11 สามารถตั้งค่าการจัดเก็บข้อมูล Log บน Data Node หรือ Indexer (หรือเทียบเท่า) ได้ 1 วัน และ ส่วนที่เหลือจัดเก็บบนระบบจัดเก็บข้อมูลประเภท NAS ของผู้ซื้อ
    3.2.12 การค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูล (Search and Analytics)
    • สามารถค้นหาข้อมูลในระบบด้วย Keyword, Field, Regular Expressions หรือ Full-Text Search ได้
    • สืบค้นข้อมูล Log บน Hot Tier (หรือเทียบเท่า) ได้แบบ Real-time
    • สืบค้นข้อมูล Log ย้อนหลังบน NAS ได้โดยตรง หรือสามารถ Restore ข้อมูล Log บน NAS เพื่อ มาสืบค้นย้อนหลังได้
    • สามารถสร้างและปรับแก้การแยกวิเคราะห์ข้อมูล (Parsing) ผ่าน Web-Based GUI ได้
  4. คุณสมบัติของผู้เสนอรำคำ
    4.1 ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจ าหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้าของเจ้าของผลิตภัณฑ์ Telemetry / Observability Pipeline ในโครงการนี้
    4.2 คุณสมบัติของบุคลากร ผู้เสนอราคาต้องเสนอบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
    หน้า 6/11
    4.2.1 Main Contact Person เพื่อท าหน้าที่ในการวางแผน บริหารจัดการ ประสานงาน และควบคุมการ ด าเนินโครงการตลอดระยะเวลาสัญญา โดยในกรณีที่มีการด าเนินงานร่วมกับบุคลากรจากต่างประเทศ Main Contact Person ดังกล่าวต้องสามารถสื่อสารและประสานงานได้อย่างชัดเจนและมี ประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาสัญญา โดยสามารถเป็นคนเดียวกันกับข้อ 4.2.2, 4.2.3 หรือ 4.2.4 ข้อใด ข้อหนึ่งได้ทั้งนี้ ให้แสดงประวัติและคุณสมบัติบุคลากร พร้อมทั้งสรุปข้อมูลดังกล่าวในแบบฟอร์มแสดง ประสบการณ์บุคลากร
    4.2.2 บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการ Implement ระบบบริหารจัดการข้อมูล (Telemetry / Observability Pipeline) โดยมีใบรับรอง (Certificate) จากการทดสอบความสามารถ (Certification Exam) ที่ออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญจากเจ้าของผลิตภัณฑ์เช่น Professional Service อย่างน้อย 1 คน โดยแสดงประวัติและคุณสมบัติบุคลากร พร้อมทั้งสรุปข้อมูลดังกล่าวใน แบบฟอร์มแสดงประสบการณ์บุคลากร
    4.2.3 บุคลากรที่มีประสบการณ์ในการ Implement หรือการตั้งค่าการเก็บข้อมูล Log ระบบ SIEM (ยี่ห้อ Splunk) ที่ผู้ซื้อใช้งาน อย่างน้อย 1 คน โดยแสดงประวัติและคุณสมบัติบุคลากร พร้อมทั้งสรุปข้อมูล ดังกล่าวในแบบฟอร์มแสดงประสบการณ์บุคลากร
    4.2.4 บุคลากรในการ Implement ระบบบันทึกข้อมูล Log ที่ศูนย์กลาง (Centralized Log Management) อย่างน้อย 1 คน พร้อมทั้งสรุปข้อมูลในแบบฟอร์มแสดงประสบการณ์บุคลากร 4.2.5 บุคลากรที่เสนอในข้อ 4.2.2, 4.2.3 และ 4.2.4 ต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน
  5. ระยะเวลำด ำเนินกำร
    ต้องด าเนินการตามขอบเขตของงานให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  6. กำรส่งมอบ
    ต้องส่งมอบสิทธิการใช้งานและด าเนินการตามขอบเขตงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ก าหนด โดย แบ่งการส่งมอบงานเป็น 7 ครั้ง ดังนี้
    ครั้งที่ 1 ส่งมอบแผนการด าเนินงานตามข้อ 2.4 ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ครั้งที่ 2 ด าเนินงานตามขอบเขตงาน ข้อ 2.5 - 2.13 ภายใน 120 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา และส่งมอบสิทธิการใช้งานปีที่ 1 โดยเริ่มนับสิทธิการใช้งานหลังจากวันที่ระบบพร้อมใช้งานจริง (Go Live) ครั้งที่ 3 ส่งมอบสิทธิการใช้งานในปีที่ 2 ที่ต่อเนื่องจากสิทธิการใช้งานในปีที่ 1 ภายใน 30 วันก่อนสิทธิการใช้ งานของปีที่ 1 สิ้นสุด และส่งมอบเอกสารรายงานผลการมาด าเนินงานการบ ารุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหา (Preventive Maintenance Report) ตามรอบระยะเวลาตามสิทธิการใช้งานปีที่ 1
    หน้า 7/11
    ครั้งที่ 4 ส่งมอบสิทธิการใช้งานในปีที่ 3 ที่ต่อเนื่องจากสิทธิการใช้งานในปีที่ 2 ภายใน 30 วันก่อนสิทธิการใช้ งานของปีที่ 2 สิ้นสุด และส่งมอบเอกสารรายงานผลการมาด าเนินงานการบ ารุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหา (Preventive Maintenance Report) ตามรอบระยะเวลาตามสิทธิการใช้งานปีที่ 2
    ครั้งที่ 5 ส่งมอบสิทธิการใช้งานในปีที่ 4 ที่ต่อเนื่องจากสิทธิการใช้งานในปีที่ 3 ภายใน 30 วันก่อนสิทธิการใช้ งานของปีที่ 3 สิ้นสุด และส่งมอบเอกสารรายงานผลการมาด าเนินงานการบ ารุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหา (Preventive Maintenance Report) ตามรอบระยะเวลาตามสิทธิการใช้งานปีที่ 3
    ครั้งที่ 6 ส่งมอบสิทธิการใช้งานในปีที่ 5 ที่ต่อเนื่องจากสิทธิการใช้งานในปีที่ 4 ภายใน 30 วันก่อนสิทธิการใช้ งานของปีที่ 4 สิ้นสุด และส่งมอบเอกสารรายงานผลการมาด าเนินงานการบ ารุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหา (Preventive Maintenance Report) ตามรอบระยะเวลาตามสิทธิการใช้งานปีที่ 4
    ครั้งที่ 7 ส่งมอบเอกสารรายงานผลการมาด าเนินงานการบ ารุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหา (Preventive Maintenance Report) ตามรอบระยะเวลาตามสิทธิการใช้งานปีที่ 5
  7. เงื่อนไขกำรช ำระเงิน
    แบ่งช าระเงินเป็น 6 งวด เมื่อคณะกรรมการตรวจรับ รับมอบงานแต่ละครั้งเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ งวดที่ 1 ช าระเงินเป็นจ านวนร้อยละ 35 หลังส่งมอบงานครั้งที่ 1, 2 เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 2 ช าระเงินเป็นจ านวนร้อยละ 15 หลังส่งมอบงานครั้งที่ 3 เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 3 ช าระเงินเป็นจ านวนร้อยละ 15 หลังส่งมอบงานครั้งที่ 4 เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 4 ช าระเงินเป็นจ านวนร้อยละ 15 หลังส่งมอบงานครั้งที่ 5 เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 5 ช าระเงินเป็นจ านวนร้อยละ 15 หลังส่งมอบงานครั้งที่ 6 เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 6 ช าระเงินเป็นจ านวนร้อยละ 5 หลังส่งมอบงานครั้งที่ 7 เรียบร้อยแล้ว
  8. เงื่อนไขกำรปรับ
    8.1 กรณีการส่งมอบสิทธิการใช้งาน ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ นับถัดจาก วันครบก าหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้น าพัสดุมาส่งมอบให้แก่ ธปท. จนถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา 8.2 กรณีระบบมีการท างานผิดพลาดเกินกว่าข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ที่ระบุในข้อ 9.2, 9.3 และ 9.4 ผู้ขาย ยินยอมให้ธปท. ปรับเป็นรายชั่วโมง (เศษของชั่วโมงให้นับเป็น 1 ชั่วโมง) ในอัตราร้อยละ 0.035 ของจ านวนเงินที่ ต้องช าระในงวดนั้น ๆ นับจากเวลาครบก าหนดที่ ธปท. ก าหนดให้ผู้ขายปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา จนถึงเวลาที่ ผู้ขายได้เริ่มด าเนินการซ่อมแซมแก้ไข หรือด าเนินการแล้วเสร็จ แล้วแต่กรณี
    หน้า 8/11
    8.3 กรณีผู้ขายไม่ส่งมอบงาน หรือส่งมอบงานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา หรือส่งมอบงานล่าช้าหรือปฏิบัติผิดสัญญา ประการหนึ่งประการใด ผู้ขายยินยอมให้ ธปท. ปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามขอบเขต งานในงวดนั้น ๆ (ขั้นต ่า 100 บาท) นับตั้งแต่วันที่พ้นก าหนดส่งมอบงานจนถึงวันที่ได้ส่งมอบงานนั้น ๆ ถูกต้อง ครบถ้วนตามสัญญา หรือตั้งแต่วันพ้นก าหนดที่ ธปท. ก าหนดให้ผู้ขายปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา จนถึงวันที่ผู้ขาย ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนและเป็นไปตามสัญญา หรือวันที่ ธปท. บอกเลิกสัญญา แล้วแต่กรณี
  9. เงื่อนไขกำรบ ำรุงรักษำ
    9.1 รับประกัน บ ารุงรักษา และแก้ไขปัญหา โปรแกรม และระบบที่จัดท า แบบ 24x7 Onsite Service หรือแบบ Remote ตามความเห็นชอบของ ธปท. ระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี ตามระยะสิทธิการใช้งาน
    9.2 กรณีระบบบริหารจัดการข้อมูล (Telemetry / Observability Pipeline) ขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ต้องตรวจสอบและแจ้งผลกลับมาให้ทราบภายใน 4 ชั่วโมง นับตั้งแต่ ธปท. แจ้งเหตุ และต้องด าเนินการให้แล้ว เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง หากต้องใช้เวลามากกว่าที่ก าหนดผู้ขายจะต้องแจ้งปัญหา สถานะการแก้ไข และช่วยเหลือ ในการหาแนวทางแก้ไขการใช้งาน โดยหารือร่วมกันกับ ธปท. ได้รับความเห็นชอบจาก ธปท.
    9.3 กรณีระบบบันทึกข้อมูล Log แบบศูนย์กลาง (Centralized Log Management) ขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ ตามปกติ ต้องตรวจสอบและแจ้งผลกลับมาให้ทราบภายใน 4 ชั่วโมง นับตั้งแต่ ธปท. แจ้งเหตุ และต้องด าเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง หากต้องใช้เวลามากกว่าที่ก าหนดผู้ขายจะต้องแจ้งปัญหา สถานะการแก้ไข และ ช่วยเหลือในการหาแนวทางแก้ไขการใช้งาน โดยหารือร่วมกันกับ ธปท. และได้รับความเห็นชอบจาก ธปท.
    9.4 ธปท. สามารถขอค าปรึกษาและรับการแก้ไขปัญหาโดยตรงกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ Telemetry / Observability Pipeline ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และโปรแกรมและระบบที่เสนอต้องได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตลอดระยะเวลาการรับประกัน
    9.5 ให้ค าปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของ ธปท. กรณีมีปัญหาการใช้งาน ตลอดจนการสนับสนุน ปรับแต่งค่า (Configuration) ให้ค าปรึกษาการใช้งาน ตอบปัญหา ตลอดระยะเวลารับประกัน
    9.6 ต้องสรุปจัดท ารายงานผลการมาด าเนินงานการบ ารุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหา (Preventive Maintenance Report) การให้บริการเป็นรายครั้ง เพื่อให้ธปท. ตรวจสอบ ณ สถานที่ใช้งาน ทุก 4 เดือน 9.7 หากผลิตภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลง Licensing Model ภายหลัง ธปท. ยังคงต้องมีสิทธิการใช้งานและได้รับการ สนับสนุนครบถ้วนตามเดิม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถ้าหากอยู่ในระหว่างสัญญากับ ธปท. 9.8 สามารถ Upgrade Software เป็น Version ล่าสุด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาการรับประกัน
    หน้า 9/11
  10. เงื่อนไขอื่น ๆ
    10.1 ผู้เสนอราคาต้องจัดท าตารางอธิบายรายละเอียดเปรียบเทียบ “คุณสมบัติที่เสนอ” กับ “คุณสมบัติที่ ธปท. ก าหนด” ในทุกรายการ ทั้งนี้ สามารถเสนอสิทธิการใช้งานและโปรแกรม ที่มีคุณสมบัติดีกว่าและเห็นว่าเป็น ประโยชน์ให้กับ ธปท. ได้
    10.2 บุคลากรที่เข้าปฏิบัติงานจริงในโครงการ ทางผู้ขายต้องมีการแจ้งชื่อบุคลากรทั้งหมดที่ท าโครงการนี้ให้ทาง ธปท. ทราบก่อนเริ่มโครงการ หากมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังจะต้องแจ้ง ธปท. หรือคณะกรรมการตรวจรับ ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน และได้รับอนุญาตจาก ธปท. หรือคณะกรรมการตรวจรับจึงจะสามารถด าเนินการ เปลี่ยนแปลงได้
    10.3 หากมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของระบบ โปรแกรม สิทธิการใช้งาน การติดตั้ง การแก้ปัญหา หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่ง ไม่ได้ก าหนดในขอบเขตงานนี้ แต่มีความจ าเป็นต้องจัดท าหรือจัดหาเพื่อให้งานแล้วเสร็จตามความต้องการของ ธปท. ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมอีก และต้องมอบให้เป็น กรรมสิทธิ์ของ ธปท. ทั้งหมด
    10.4 ต้องคงราคาเดิมส าหรับการจัดซื้อสิทธิการใช้งานเพิ่มเติมตลอดอายุสัญญา
    10.5 การรักษาข้อมูลความลับ
    ตลอดระยะเวลาที่สัญญา/ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้อยู่ หรือหลังจากสัญญา/ข้อตกลงนี้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้ขาย ต้องถือว่างานตามสัญญา/ข้อตกลงนี้ และบรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่ เกี่ยวข้องกับงานตามสัญญา/ข้อตกลงนี้เป็นความลับ ผู้ขาย รวมถึงบุคลากร หรือผู้ร่วมปฏิบัติงานของผู้ขายจะ เปิดเผยแก่บุคคลอื่น ท าส าเนา หรือท าการอื่นใดท านองเดียวกันโดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก ธปท. มิได้ ผู้ขายต้องใช้ความระมัดระวังในการเก็บและดูแลรักษาดังเช่นวิญญูชนพึงจะกระท า เพื่อไม่ให้ข้อมูลความลับ ดังกล่าวถูกเปิดเผยหรือเผยแพร่ไปยังบุคคลอื่น และจะต้องไม่ใช้ข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียด ดังกล่าวเพื่อการอื่นใดนอกเหนือไปจากการปฏิบัติตามสัญญา/ข้อตกลงนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม
    หากผู้ขาย รวมถึงบุคลากร หรือผู้ร่วมปฏิบัติงานของผู้ขายเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลตลอดจนเอกสารอัน เป็นความลับของ ธปท. ดังกล่าว หรือหากข้อมูลความลับดังกล่าวถูกเปิดเผยหรือเผยแพร่ออกไปโดยบุคคลอื่น ผู้ขายตกลงรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ ธปท. โดยสิ้นเชิง
    10.6 การด าเนินการกรณีเกิด Cyber Incident
    กรณีที่เกิดเหตุการณ์ ภัยคุกคาม ขัดขวาง ปิดกั้น การกระท าหรือการด าเนินการใด ๆ โดยมิชอบ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Incident) ของระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูล คอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ขาย ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ ที่จะเกิด ผลกระทบต่อ ธปท. ให้ผู้ขายด าเนินการดังต่อไปนี้
    หน้า 10/11
    (1) ให้ผู้ขายรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวให้ธปท. ทราบทันทีภายใน 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่ผู้ขายได้ทราบหรือ ตรวจพบการกระท าดังกล่าว เพื่อให้ผู้ขาย พิจารณาและด าเนินการได้รวดเร็วและทันการณ์ (2) ให้ผู้ขายตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และจัดท ารายงานสรุปข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ขายที่ได้รับ ผลกระทบ อย่างน้อยประกอบด้วย วันที่และเวลา เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายหรือแม่ข่าย ข้อมูลที่ได้รับ ผลกระทบ เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น และน าส่งให้กับ ธปท.
    หากผู้ขายละเลยหรือไม่ด าเนินการตามที่ก าหนดดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ธปท. หรือบุคคลอื่นที่มีความ เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้รับความเสียหาย ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกประการ 10.7 การจ้างช่วง
    ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญา/ข้อตกลงนี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การ จ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างแล้ว การที่ผู้ว่าจ้างได้อนุญาตให้จ้างช่วงงานแต่ บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญา/ข้อตกลงนี้ และ ผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดในความผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วง หรือของตัวแทนหรือลูกจ้างของ ผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ
    กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างต้องช าระค่าปรับให้แก่ ผู้ว่าจ้างเป็นจ านวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา/ข้อตกลง ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ ผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา/ข้อตกลง
    ผู้จัดท ำ รติพงศ์ ค าฟู
    ต ำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อ านวยการ ฝทส. วันที่ 6 สิงหาคม 2569
    ผู้ตรวจทำน ศรัณย์ พุทธิขจร ต ำแหน่ง รองผู้อ านวยการ ฝทส. วันที่ 7 สิงหาคม 2569
    หน้า 11/11