ประกวดราคาจ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการปฏิบัติงานนอกสถานที่ จำนวน 39 คัน
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการปฏิบัติงานนอกสถานที่ จำนวน 39 คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางปฏิบัติงานนอกสถานที่ของบุคลากร สวทช. ทั่วประเทศ ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมการจัดหารถยนต์ตู้ปรับอากาศประเภทรถรับจ้างไม่ประจำทางที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด แบ่งเป็นขนาดบรรทุก 9 ที่นั่ง จำนวน 4 คัน และขนาดไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง จำนวน 35 คัน รถทุกคันต้องจดทะเบียนไม่เกิน 10 ปี ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดไม่น้อยกว่า 2,494 CC และมีสีขาวหรือสีบรอนซ์เงิน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉินครบถ้วน เช่น กล้องหน้ารถ ถังดับเพลิง และเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
ผู้ให้บริการต้องจัดหาพนักงานขับรถยนต์ที่มีใบอนุญาตขับขี่และประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี รวมถึงพนักงานจัดตารางการวิ่งงาน (Dispatcher) ที่มีความชำนาญเส้นทางทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาปฏิบัติงานประจำ ณ สวทช. เพื่อประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง การปฏิบัติงานหลักจะอยู่ในวันทำการปกติ (จันทร์-ศุกร์) เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. โดย สวทช. จะจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนแบ่งเป็น 12 งวดเท่าๆ กัน และจะชำระค่าเชื้อเพลิง/ค่าสึกหรอเหมาจ่ายในอัตรากิโลเมตรละ 7 บาท รวมถึงค่าผ่านทางและค่าจอดรถตามที่เกิดขึ้นจริงทุกๆ 15 วัน
English summary
The National Science and Technology Development Agency (NSTDA) is inviting bids for the procurement of air-conditioned passenger van rental services with drivers. The project involves providing 39 vans (4 vans with 9 seats and 35 vans with at least 10 seats) for a 12-month duration to transport NSTDA staff and project personnel for off-site operations nationwide. Eligible vans must be registered for no more than 10 years, powered by a diesel engine of at least 2,494 CC, and fully equipped with standard safety gear including dashcams, fire extinguishers, and GPS tracking. The service provider must also supply qualified drivers with at least 3 years of experience and a dedicated routing coordinator stationed at NSTDA. Payments will be made in 12 equal monthly installments, with fuel and maintenance compensated at a flat rate of 7 Baht/km, and toll/parking fees reimbursed bi-weekly.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดหาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศพร้อมพนักงานขับรถที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน สำหรับรับ-ส่งพนักงานและพนักงานโครงการของ สวทช. ในการปฏิบัติงานนอกสถานที่
- เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและภารกิจนอกสถานที่ของ สวทช. ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร
ขอบเขตของงาน
- จัดหารถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศประเภทรถรับจ้างไม่ประจำทาง จำนวน 39 คัน แบ่งเป็น:
- ขนาดบรรทุก 9 ที่นั่ง จำนวน 4 คัน
- ขนาดบรรทุกไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง จำนวน 35 คัน
- ปฏิบัติงานครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในราชอาณาจักร ระหว่างเวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ทุกวันทำการ (วันจันทร์ถึงวันศุกร์) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
- จัดให้มีพนักงานจัดตารางการวิ่งงาน (Dispatcher) ที่มีความชำนาญเส้นทางทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มาปฏิบัติงานประจำ ณ สวทช. และพร้อมประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง
- ควบคุมดูแลพนักงานขับรถยนต์ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร กฎหมาย และระเบียบความปลอดภัยของ สวทช. อย่างเคร่งครัด
- นำรถยนต์เข้าเช็คระยะทุกๆ 10,000 กิโลเมตร และจัดส่งหลักฐานการตรวจเช็คให้ สวทช. ทุกครั้ง
- จัดเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉินประจำรถทุกคัน เช่น ถังดับเพลิง กล่องยา สายพ่วงแบตเตอรี่ อุปกรณ์ทุบกระจก และกล้องหน้ารถ
- ดำเนินการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือเมื่อได้รับการร้องขอ และตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของพนักงานขับรถทุกคน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศพร้อมใช้งานจำนวน 39 คัน พร้อมเอกสารทะเบียน ภาษี พรบ. และกรมธรรม์ประกันภัยที่ถูกต้อง โดยต้องส่งมอบเอกสารล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนเริ่มงาน
- รายชื่อ รูปถ่าย และเอกสารคุณสมบัติของพนักงานขับรถยนต์ทุกคน
- พนักงานจัดตารางวิ่งงานประจำ ณ สวทช. ตามวันและเวลาทำการ
- แผนการทำงาน (ยื่นภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ยื่นภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
- รายงานผลการตรวจประวัติอาชญากรรมของพนักงานขับรถทุกคน (ส่งมอบภายใน 60 วัน นับจากวันเริ่มเข้าปฏิบัติงาน)
- รายงานผลการสุ่มตรวจสารเสพติดของพนักงานขับรถ
- หลักฐานการนำรถเข้าเช็คระยะทุกๆ 10,000 กิโลเมตร
- รายงานบันทึกเหตุการณ์กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือการฝ่าฝืนกฎจราจร (ภายใน 24 ชั่วโมง)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 12 เดือน
- ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ยื่นภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว
- ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (Net Worth) เป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงินปีล่าสุด หรือมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000,000 บาท (เนื่องจากวงเงินงบประมาณเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท) หรือมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ประมาณ 4,535,537.50 บาท) จากธนาคารภายในประเทศ
- กรณีเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) หากมีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว และสัดส่วนหน้าที่ต้องมากกว่ารายอื่น
- Standards Compliance:
- รถยนต์ทุกคันต้องผ่านการจดทะเบียน ชำระภาษีประจำปี และมี พรบ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถถูกต้องตามกฎหมาย
- ต้องจัดทำประกันภัยภาคสมัครใจคุ้มครองผู้โดยสารบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 50,000 บาท/คน/ครั้ง และเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 100,000 บาท/คน/ครั้ง (ไม่รวม พรบ.)
- ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรทางบก พรบ.การขนส่งทางบก มาตรฐานไอเสียและระดับเสียงตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
- Experience:
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง เป็นสัญญาฉบับเดียวและเป็นผลงานที่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สวทช. เชื่อถือ
- Previous Project Cost:
- มูลค่าผลงานในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 8,000,000.00 บาท (แปดล้านบาทถ้วน)
- Technical Capabilities:
- สามารถจัดหารถตู้โดยสารปรับอากาศสีขาวหรือบรอนซ์เงิน จดทะเบียนไม่เกิน 10 ปี เครื่องยนต์ดีเซลไม่น้อยกว่า 2,494 CC จำนวน 39 คัน (9 ที่นั่ง 4 คัน, >=10 ที่นั่ง 35 คัน)
- รถทุกคันต้องติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน: กล่องยาสามัญ, ถังดับเพลิง AB ขนาด 2-5 ปอนด์, ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง/กรวยจราจร/ไฟกระพริบ, สายพ่วงแบตเตอรี่พร้อมแม่แรงและยางอะไหล่, อุปกรณ์ทุบกระจก, และกล้องหน้ารถ
- Personnel:
- พนักงานขับรถ: อายุ 22-65 ปี มีใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมาย มีประสบการณ์ขับขี่ไม่น้อยกว่า 3 ปี (ได้รับการรับรองจากบริษัท) ประพฤติดี ไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง
- พนักงานจัดตารางวิ่งรถ (Dispatcher): มีประสบการณ์ขับรถไม่ต่ำกว่า 10 ปี มีความรู้ความชำนาญเส้นทางใน กทม. และต่างจังหวัดเป็นอย่างดี
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้ เกณฑ์ราคา (Price Criteria) โดยตัดสินจากราคารวมที่เสนอต่ำที่สุดที่ผ่านคุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิคครบถ้วน
- มีแต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10
- มีแต้มต่อสำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย หากเสนอราคาสูงกว่าผู้เสนอราคาต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ลงทษ
NSTDA
- วัตถุประสงค์
ฝ่ายอาคารสถานที่
สํานักงานกลาง
สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน งานก่อสร้างและสาธารณูปโภค
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569
สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สวทช.” มีความประสงค์จะ จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกและได้ลงนามในสัญญาต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ให้บริการ” เพื่อให้บริการรับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการของ สวทช. รวมทั้งบุคคลอื่นตามที่ สวทช.กําหนดปฏิบัติงานนอกสถานที่ ซึ่งต่อไปนี้รวมเรียกว่า “ผู้โดยสาร” โดยมีรายละเอียดดังนี้ - คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
2.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 2.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับที่ประกวดราคาเป็นสัญญาฉบับเดียวไม่น้อยกว่า
8,000,000.00 บาท (แปดล้านบาทถ้วน) ซึ่งจะต้องเป็นสัญญาเดียวและเป็นผลงานที่แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาไม่เกิน 5 (ห้า) ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ และต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วน ราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมี กฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ โดยต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานในวันยื่นข้อเสนอ - ชนิดรถและเครื่องยนต์
3.1 รถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ ประเภทรถยนต์รับจ้างไม่ประจําทาง จํานวน 39 คัน ที่มีคุณสมบัติดังนี้
3.1.1 ขนาดบรรทุกผู้โดยสารได้ 9 ที่นั่ง จํานวน 4 คัน
3.1.2 ขนาดบรรทุกผู้โดยสารได้ไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง จํานวน 35 คัน
3.1.3 มีขนาดมิติภายนอก ความยาวไม่น้อยกว่า 5,380 มม. ความกว้างไม่น้อยกว่า 1,880 มม. และ
ความสูงไม่น้อยกว่า 2,280 มม.
3.1.4 มีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และสามารถปรับพนักพิงได้
3.1.5 จดทะเบียนไม่เกิน 10 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
3.1.6 ชนิดเครื่องยนต์ดีเซลความจุกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,494 CC.
3.1.7 สีรถจะต้องเป็นสีขาวหรือสีบรอนซ์เงิน
mo
ท
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
1
3.1.8 สภาพรถและการตกแต่ง
3.1.81 ตัวรถภายนอกต้องมีสภาพสะอาด เรียบร้อย ไม่มีรอยบุบ รอยขีดข่วน รอยสนิม หรือ
ความเสียหายทีเห็นได้ชัดเจน สีรถต้องไม่ซีดจาง ไม่ลอกเป็นคราบ
3.1.8.2 ห้องโดยสารภายในต้องสะอาด เรียบร้อย ปราศจากกลิ่นอับชื้น กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นอื่น
ใดที่ก่อให้เกิดความรําคาญ เบาะนั่งต้องไม่ขาด ไม่ฉีกขาด หุ้มด้วยผ้าหรือหนังที่สะอาด
และมีสภาพดี
3.1.8.3 ห้ามตกแต่งรถด้วยสิ่งของส่วนตัวของพนักงานขับรถ เช่น ตุ๊กตา รูปภาพ สติกเกอร์ หรือ
อุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ ที่ไม่จําเป็น โดยรถต้องมีลักษณะเรียบง่าย และเหมาะสมกับการเป็น รถประจําองค์กร ยกเว้นอุปกรณ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 6.5 และสิ่งที่ สวทช. อนุญาตเป็นการเฉพาะ 3.1.8.4 หากนํารถที่มีสภาพไม่เป็นไปตามข้อ 3.1.8.1 ถึงข้อ 3.1.8.3 มาให้บริการ สวทช.สามารถ
สั่งให้หยุดให้บริการรถคันนั้นทันที
3.1.9 ในกรณีที่สวทช. ตรวจสอบและพิจารณาเห็นว่าผู้ให้บริการนํารถยนต์ที่มีขนาด และ คุณลักษณะเฉพาะไม่เป็นไปตามคุณสมบัติที่กําหนด หรือไม่จัดให้มีการประกันภัยตามข้อ 6.2 สวทช. มีสิทธิ์สั่งให้ผู้ให้บริการเปลี่ยนรถยนต์ที่นํามาให้ บริการได้ทันที
4. ขอบเขตการปฏิบัติงาน
4.1 ปฏิบัติงานครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในราชอาณาจักร ระหว่างเวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ทุกวันทําการ
(วันจันทร์ถึงวันศุกร์) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
4.2 กรณีรถยนต์ที่นํามาให้บริการไม่สามารถให้บริการในระหว่างการปฏิบัติงาน ผู้ให้บริการสามารถขอนํา
รถยนต์คันอื่นที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกับรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศที่ให้บริการประจํามาให้บริการ
แทนได้ ทั้งนี้ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งข้อมูล รวมทั้งจัดส่งรูปถ่ายและเอกสารให้แก่สวทช. เพื่อตรวจสอบ
ก่อนให้บริการ
4.3 หากปรากฏว่า พนักงานขับรถยนต์ขาดคุณสมบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดตามที่ระบุไว้ สวทช. มี
สิทธิสั่งการให้ผู้ให้บริการเปลี่ยนพนักงานขับรถยนต์
4.4 ในกรณีที่ผู้ให้บริการมีความประสงค์จะเปลี่ยนพนักงานขับรถยนต์ จะต้องแจ้งต่อ สวทช. ไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนเปลี่ยนพนักงานขับรถยนต์ พร้อมทั้งแสดงหลักฐานคุณสมบัติของพนักงานขับรถยนต์ตามที่
กําหนด
4.5 ผู้ให้บริการต้องนํารถมาให้บริการรับส่งพนักงานและพนักงานโครงการของ สวทช. เพื่อมาปฏิบัติงาน และกลับจากการปฏิบัติงาน นอกเหนือเวลาปฏิบัติงานที่กําหนดแล้วได้ โดยสามารถคิดค่าตอบแทน จากพนักงานโดยตรงได้ไม่เกินเที่ยวละ 35 บาท/คน (ไม่รวมค่าผ่านทาง) ทั้งนี้ผู้ให้บริการอาจใช้ รถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศหรือรถประเภทอื่นตามความเหมาะสมและความปลอดภัยได้
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
mo
2
a
4.6 ผู้ให้บริการต้องจัดให้มีพนักงานจัดตารางการวิ่งงาน ที่มีความชํานาญในเส้นทางเดินทางทั้งในกทม. และต่างจังหวัด เพื่อจัดการเดินรถให้ครอบคลุม เหมาะสม รวดเร็ว และเพียงพอในการให้บริการ กับสวทช. โดยให้มาปฏิบัติงาน ณ สวทช.สวทช. ตามวันและเวลาทําการของสวทช. และพร้อมประสาน
กับพนักงานสวทช. ตลอด 24 ชม.
4.7 พนักงานขับรถต้องศึกษาเส้นทางและเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
4.7.1 พนักงานขับรถต้องรับทราบรายละเอียดการเดินทางจากใบงาน (Work Order) ล่วงหน้าอย่าง น้อย 1 วัน และศึกษาเส้นทาง จุดหมายปลายทาง เวลาที่ต้องออกเดินทาง และเวลาที่ต้องถึง จุดหมายอย่างละเอียด ยกเว้นกรณีที่ต้องให้บริการด่วนหรือฉุกเฉิน
4.7.2 พนักงานขับรถต้องใช้ระบบนําทาง (GPS/แผนที่ออนไลน์) เพื่อวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมและ ประหยัดเวลาที่สุด โดยต้องคํานึงถึงสภาพการจราจร ระยะทาง และเวลาเดินทาง รวมทั้ง เส้นทางสํารอง กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
4.7.3 หากพนักงานขับรถไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง จะต้องแจ้งพนักงานจัดตารางการวิ่งงานทันที เพื่อขอ
คําแนะนํา หรือขอให้จัดพนักงานขับรถท่านอื่นที่มีประสบการณ์ในเส้นทางนั้นมาให้บริการแทน
4.7.4 ห้ามพนักงานขับรถขับรถออกเดินทางโดยไม่ได้ศึกษาเส้นทางล่วงหน้า หรือพึ่งพาการถามทาง ผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง การฝ่าฝืนอาจส่งผลให้ สวทช. สั่งให้เปลี่ยนพนักงานขับรถได้ทันที
5. กรรมสิทธิ์ของรถยนต์
รถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศที่ผู้ให้บริการจะนํามาให้บริการแก่ สวทช. จะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของ ผู้ให้บริการ หรือที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ครอบครองโดยการเช่าซื้อ หรือที่ผู้ให้บริการได้รับมอบสิทธิจากผู้ครอบครอง รถยนต์เพื่ออนุญาตให้นํารถยนต์ดังกล่าวมาให้บริการแก่ สวทช.ได้
6. เงื่อนไขการปฏิบัติงานอื่นๆ
6.1 รถทุกคันจะต้องจดทะเบียนและชําระภาษีประจําปี และ พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้ถูกต้อง ตามกฎหมายตลอดระยะเวลาของการให้บริการ โดยผู้ให้บริการจะต้องจัดส่งสําเนาเอกสารทั้งหมด ประจําปีนั้นต่อ สวทช. ก่อนนํารถยนต์มาให้บริการแก่ สวทช. ไม่น้อยกว่า 3 วัน
6.2 รถทุกคันจะต้องจัดให้มีการประกันภัยตลอดระยะเวลาของการให้บริการ โดยมีความคุ้มครองการจ่าย ค่าสินไหมทดแทนกรณีบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตของผู้โดยสารที่อยู่ในรถยนต์ หรือกําลังขึ้น หรือลงจาก รถยนต์ในอัตราดังนี้
(ก) กรณีบาดเจ็บในวงเงินไม่น้อยกว่า 50,000 บาท ต่อ 1 คน/ครั้ง
(ข) กรณีเสียชีวิตในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ต่อ 1 คน/ครั้ง
วงเงินตาม (ก) และ (ข) จะไม่รวมถึงวงเงินสูงสุดที่ผู้โดยสารหรือทายาทมีสิทธิได้รับตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และผู้ให้บริการต้องส่งมอบสําเนากรมธรรม์ ประกันภัยที่มีเงื่อนไขการประกันภัยตามข้อกําหนดนี้ให้แก่ สวทช. ก่อนเริ่มให้บริการไม่น้อย
กว่า 3 วัน
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
3
0
ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นแก่ร่างกาย ชีวิต หรือทรัพย์สินของผู้โดยสารหรือบุคคลอื่นอัน เนื่องมาจากการให้บริการของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการต้องจัดให้ผู้รับประกันภัยรับผิดชอบและ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้โดยสาร หรือบุคคลอื่นนั้น หรือแก่ทายาทของผู้โดยสารหรือบุคคลอื่น นั้นโดยไม่พลัน และ สวทช.สงวนสิทธิ์ที่จะระงับการจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้ให้บริการไว้เป็นการ ชั่วคราวจนกว่าผู้โดยสาร หรือบุคคลอื่น หรือทายาทของผู้โดยสารหรือบุคคลอื่นนั้นจะได้รับ
การชดใช้ค่าเสียหายจนครบถ้วน
6.3 ผู้ให้บริการจะต้องนํารถยนต์ทุกคัน พร้อมแจ้งหมายเลขทะเบียน รวมทั้งจัดส่งรูปถ่ายของรถยนต์ที่จะ นํามาให้บริการประจําแก่ สวทช. และเอกสารตามที่กําหนดไว้ในข้อ 5 ข้อ 6.1 และข้อ 6.2 ให้ แก่สวทช. ก่อนวันที่ผู้ให้บริการนํารถยนต์มาให้บริการไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อให้สวทช.ตรวจสอบและให้
ความเห็นชอบก่อนเริ่มนํารถยนต์นั้นมาให้บริการ
6.4 รถทุกคันได้รับตรวจสอบสภาพรถยนต์เป็นประจํา หรือก่อนเดินทางไกล สภาพตัวรถปลอดภัยไม่เป็น
อันตรายต่อผู้โดยสารอื่นหรือผู้อื่น
6.5 ผู้ให้บริการต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้ไว้ในรถยนต์ทุกคัน ก่อนวันที่ผู้ให้บริการนํารถยนต์มา ให้บริการไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อให้ สวทช. ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มนํารถยนต์นั้นมา
ให้บริการ
6.5.1 กล่องยาสามัญประจําบ้าน จํานวน 1 ชุด (ต้องไม่มีการนํายาหมดอายุมาใช้ตลอดระยะเวลา
ตามสัญญาจ้าง)
6.5.2 ถังดับเพลิงสามารถดับเพลิงประเภท AB เป็นอย่างน้อย ขนาด 2-5 ปอนด์ จํานวนอย่างน้อย 1
ถัง (ต้องมีสภาพพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง)
6.5.3 เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์อื่นที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง กรวย
จราจรไฟกระพริบ
6.5.4 สายพ่วงแบตเตอรี่ ยางอะไหล่ พร้อมแม่แรง จํานวน 1 ชุด 6.5.5 อุปกรณ์สําหรับการทําลายกระจกกรณีฉุกเฉิน จํานวน 1 ชุด 6.5.6 กล้องหน้ารถเพื่อบันทึกเหตุการณ์ขณะขับขี่ จํานวน 1 ชุด
6.6 ผู้ให้บริการต้องนํารถเข้าเช็คระยะทุกๆ 10,000 กม. และจัดส่งหลักฐานการตรวจเช็คให้แก่ สวทช.
ทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ
2
6.7 ผู้ให้บริการต้องควบคุมดูแลพนักงานขับรถที่ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญานี้ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย คําสั่งของ สวทช. และหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย อย่างเคร่งครัด หาก สวทช. เห็นว่าพนักงาน ขับรถมีความสามารถไม่เหมาะสม ประพฤติตนไปในทางที่เสื่อมเสีย ไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน มีพฤติกรรม ขับรถโดยประมาท ใช้วาจาไม่สุภาพ และอื่นๆ สวทช. มีสิทธิขอเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถของผู้ ให้บริการ และผู้ให้บริการต้องจัดหาพนักงานขับรถมาปฏิบัติหน้าที่แทนทันที โดยผู้ให้บริการต้อง จัดส่งหลักฐานและรายละเอียดของพนักงานขับรถตามที่ได้กําหนดไว้ในสัญญานี้ ให้กับ สวทช. ด้วย 6.8 ผู้ให้บริการดูแลให้ผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยตลอดเวลาที่อยู่ในระหว่างการโดยสาร และในกรณีที่ เกิดอุบัติภัยใดๆ ขึ้นในระหว่างทําการขนส่ง จะต้องช่วยเหลือหรือจัดให้ผู้โดยสารพ้นจากอุบัติภัยนั้น ก่อน ไม่ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
A
Penns
0
6.9 พนักงานขับรถทุกคนต้องปฏิบัติงานด้วยความสุภาพ นอบน้อม และมีกิริยาดี ตลอดเวลาที่ให้บริการ
6.9.1 พนักงานขับรถต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่าง
เคร่งครัด ห้ามขับรถด้วยความเร็วเกินก้าหนด เร่งรถกระชาก เบรกกระทันหัน หรือขับรถใน
ลักษณะที่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสารและผู้ร่วมใช้ถนน
6.9.2 ห้ามพนักงานขับรถแสดงอารมณ์โกรธ หงุดหงิด หรือใช้วาจาไม่สุภาพกับผู้โดยสาร ผู้ขับขี่คนอื่น หรือบุคคลใดๆ ต้องรักษาความสงบและมีสติในทุกสถานการณ์ แม้จะถูกกระทบกระทั่งหรือเจอ สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์
6.9.3 พนักงานขับรถต้องให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ได้แก่ (1) เปิดประตูรถให้ ผู้โดยสารขึ้น-ลงรถ (2) ช่วยยกของหนัก สัมภาระ หรืออุปกรณ์ขึ้น-ลงรถ (3) ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่มีความจําเป็นพิเศษ (4) จัดเก็บสัมภาระในรถให้เรียบร้อยและปลอดภัย 6.9.4 ห้ามพนักงานขับรถใช้โทรศัพท์มือถือ ส่งข้อความ หรือทํากิจกรรมอื่นใดที่ทําให้ขาดสมาธิขณะ ขับรถ ยกเว้นการใช้อุปกรณ์เสริมแฮนด์ฟรีตามกฎหมายกําหนด หรือการใช้ระบบนําทางที่
ติดตั้งไว้ในตําแหน่งที่เหมาะสม
6.9.5 หากพนักงานขับรถฝ่าฝืนกฎจราจรและได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจร ผู้ให้บริการต้อง รับผิดชอบค่าปรับทั้งหมด และต้องรายงานเหตุการณ์ให้ สวทช. ทราบภายใน 24 ชั่วโมง หาก เป็นความผิดร้ายแรง (เช่น ขับรถเร็วเกินกําหนดมาก ฝ่าไฟแดง) สวทช. อาจสั่งให้เปลี่ยน
พนักงานขับรถทันที
6.10 ผู้ให้บริการต้องไม่นํา หรือไม่อนุญาตให้ผู้อื่นนําสิ่งของใดๆ ที่มีกลิ่นรุนแรงที่ก่อความรําคาญต่อ
ผู้โดยสารขึ้นบนรถ เว้นแต่ได้เก็บให้มิดชิดโดยปราศจากกลิ่นนั้น
6.11 ผู้ให้บริการไม่นําดอกไม้เพลิง วัตถุระเบิด หรือวัตถุกัดกร่อนขึ้นบนรถ
6.12 ผู้ให้บริการไม่ถ่ายหรือทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงบนรถ เว้นแต่เป็นการถ่ายหรือทิ้งในบริเวณที่จัดไว้เป็นที่ถ่าย
หรือทิ้งโดยเฉพาะ
6.13 ผู้ให้บริการไม่กระทําการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกํานัล หรือกระทําการลามกอนาจารที่กระทําด้วย
ตนเอง หรือกระทําด้วยสื่อหรือวัสดุอื่นใด อันทําให้ปรากฏความหมายในทํานองเดียวกัน 6.14ผู้ให้บริการไม่สูบบุหรี่หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ในขณะให้บริการขับรถรับ-ส่ง 6.15ผู้ให้บริการต้องจัดให้มีข้อความแสดงชื่อตัว ชื่อสกุล เลขที่ใบอนุญาตของผู้ขับรถ หมายเลขทะเบียนรถ และข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อแจ้งภัยและเหตุร้าย ให้แสดงไว้ในบริเวณที่สามารถเห็นได้ ชัดเจนภายในตัวรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารทุกคัน โดยป้ายข้อความมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นสีขาว ขนาดไม่น้อยกว่า 15 x 25 เซนติเมตร โดยตัวอักษรแสดงชื่อตัว ชื่อ-สกุล ให้ใช้สีดํา ขนาด ตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 1.5 เซนติเมตร เส้นของตัวอักษรหนาไม่น้อยกว่า 0.2 เซนติเมตร ตัวอักษร แสดงเลขที่ใบอนุญาตของผู้ขับรถ และหมายเลขทะเบียนรถ ให้ใช้สีดํา ขนาดตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 0.7 เซนติเมตร เส้นของตัวอักษรหนาไม่น้อยกว่า 0.1 เซนติเมตร
6.16ผู้ให้บริการต้องทําการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือเมื่อสวทช. ร้องขอให้มี
การตรวจสอบเพิ่มเติม และมีรายงานผลการตรวจมาให้ สวทช.
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
mor
5
6.17 ผู้ให้บริการต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของพนักงานขับรถทุกคน พร้อมแจ้งผลต่อ สวทช.
ภายใน 60 วัน นับจากวันเริ่มเข้าปฏิบัติงาน สวทช. ขอสงวนสิทธิ์ใช้ดุลยพินิจพิจารณา กรณีผู้มีประวัติ ประวัติอาชญากรรม
6.18 ผู้ให้บริการต้องทําการชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยงตามวิธีการของ สวทช. 6.19ผู้ให้บริการต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบการทํางาน สภาพรถ พนักงานขับรถ และตรวจ
วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์บันทึกการใช้รถ
6.20 ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดําเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ผู้ว่าจ้างกําหนดขึ้น 6.21 ผู้ให้บริการต้องบันทึกและรายงานเหตุการณ์การฝ่าฝืนแต่ละครั้งให้ สวทช. ทราบภายใน 24 ชั่วโมง 6.22 ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตามกฎด้านความปลอดภัยที่ สวทช. กําหนด และข้อปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม สิ่งที่ต้องปฏิบัติภายในทะเบียนข้อกําหนดตามกฎหมาย และข้อกําหนดอื่นด้านความปลอดภัยและ
สิ่งแวดล้อมดังนี้
- พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
- พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
- กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่ง
ทางบก พ.ศ.2522 - กฎกระทรวงฉบับที่ 53 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่ง
ทางบก พ.ศ.2522 - พระราชบัญญัติจราจรทางบก ฉบับที่ 8 พ.ศ.2551
- ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ประตูทางขึ้น-ลง และประตูฉุกเฉิน สําหรับรถที่ใช้ในการ
ขนส่งผู้โดยสาร พ.ศ.2551 - กฎกระทรวงฉบับที่ 60 (พ.ศ.2552) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.
2522 - ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดแบบคําเตือนและแบบข้อความ
ที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ. 2554 9) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดเครื่องหมายแสดงการห้ ข้ามสูบบุร
พ.ศ.2554 - ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง หลักเกณฑ์การติดตั้งและคุณสมบัติของเข็มขัดนิรภัย
สําหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2553 - ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดแบบเข็มขัดนิรภัยและประเภทของรถตาม
กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่ต้องจัดให้มีเข็มขัดนิรภัย พ.ศ. 2555 - ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมายที่ตัวถังรถที่ใช้ในการขนส่ง
ผู้โดยสารและรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ พ.ศ.2555 - ระดับความเร็วบนเส้นทางหลวงให้อยู่ในดุลยพินิจของ สวทช. กําหนด และบังคับใช้โดยอ้างอิง
ตามที่หน่วยงานราชการก้าหนด - พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. 2535 ตามนัยมาตรา55 และมาตรา64
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
..
- การปรับ
- ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การกําหนดมาตรฐานค่าก๊าซ
คาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอนจากท่อไอเสียรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แก๊สโซลีน
พ.ศ.2550 - ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดมาตรฐานระดับเสียงของ
รถยนต์ พ.ศ.2558 - ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดมาตรฐาน
ค่าควันดําของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด พ.ศ. 2554
หมายเหตุ ให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานคุณภาพอากาศและ เสียง และการใช้ยานพาหนะไม่ให้เกินมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด ตามข้อ 14) – 17) อย่าง
เคร่งครัด
หากผู้ให้บริการผิดเงื่อนไขตามที่กําหนดข้อหนึ่งข้อใด สวทช. จะคิดค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.1 ต่อวัน
- คุณสมบัติของพนักงานขับรถยนต์และพนักงานจัดตารางการวิ่งงาน
8.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 22 ปีและไม่เกินกว่า 65 ปี มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ตามที่กฎหมายกําหนด และมี
ประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยได้รับการรับรองจากบริษัทฯ
8.2 สวมใส่ชุดแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย
8.3 มีความประพฤติดี ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สารกระตุ้นสิ่งเสพติดหรือของมึนเมา
ก่อนหรือขณะปฏิบัติหน้าที่
8.4 ปฏิบัติตามกฎจราจรโดยเคร่งครัด
8.5 ต้องเอาใจใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอื้อเฟื้อ รวมทั้งไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้เกิดแก่
ผู้โดยสารและผู้ร่วมสัญจรในทาง
8.6 มีอุปกรณ์สื่อสารประจําตัวที่สามารถใช้ติดต่อได้ และต้องมีอุปกรณ์เสริมในการสื่อสารเพื่อใช้ในขณะ
ขับขี่
8.7 ต้องไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษความผิดที่ได้กระทํา
โดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
8.8 พนักงานจัดตารางการวิ่งรถ จะต้องมีประสบการณ์การขับรถไม่ต่ํากว่า 10 ปี และมีความรู้ความ
ชํานาญเรื่องถนนและเส้นทางการเดินรถทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดเป็นอย่างดี
8.9 หากมีการร้องเรียนจากผู้โดยสารเกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานขับรถ ผู้ให้บริการต้องดําเนินการ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลให้ สวทช. ภายใน 3 วันทําการ พร้อมแนวทางการแก้ไข
ma
Pamins
a
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
7 - เงื่อนไขด้านความปลอดภัย
9.1 ตรวจสอบหรือบํารุงรักษาสภาพรถยนต์เป็นประจํา 9.2 คนขับต้องมีใบขับขี่รถยนต์ และมีความเชี่ยวชาญในการขับขี่ 9.3 ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง มีสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ชํารุด
9.4 จัดให้มีถังดับเพลิงประจํารถ, อุปกรณ์กรีดกระจก และอุปกรณ์แจ้งเตือนอันตรายขณะรถเสีย
9.5 จัดให้มีอุปกรณ์เตือนอันตรายกรณีรถเสียหรือต้องจอดบนทางเดินรถ เช่น กรวยจราจร ไฟกะพริบ
ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง เป็นต้น
9.6 จัดให้มีข้อความแสดงชื่อตัว ชื่อสกุล เลขที่ใบอนุญาตของผู้ขับรถ หมายเลขทะเบียนรถ และ ข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแจ้งภัยและเหตุร้าย ให้แสดงไว้ในบริเวณที่สามารถเห็น ได้ชัดเจนภายในตัวรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารทุกคัน
ๆ
9.7 ทําการ อันตรายและประเมินความเสี่ยงตามวิธีการของ สวทช.
ทําการชี้อันตราย
9.8 ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดําเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ ผู้ว่าจ้างกําหนดขึ้น - ระยะเวลาดําเนินการ
ระยะเวลาดําเนินการ 12 เดือน - งวดงานและการจ่ายเงิน
สวทช. จะจ่ายค่าบริการแบ่งเป็นจํานวน 12 งวด งวดละเท่าๆ กัน เมื่อผู้ให้บริการปฏิบัติงานตาม ขอบเขตการปฏิบัติงาน ข้อ 4.1 เป็นรายเดือน ภายใน 30 วัน หลังจากได้รับมอบงานและผ่านการตรวจรับจาก คณะกรรมการตรวจพัสดุรับเรียบร้อยแล้ว - เงื่อนไขอื่นๆ
12.1
12.2
สวทช. จะจ่ายค่าผ่านทางและค่าที่จอดรถ ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานจริงในแต่ละวัน ทุก 15 วัน สวทช. จะจ่ายค่าเชื้อเพลิงโดยให้รวมถึงค่าสึกหรอ ค่าล่วงเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าที่พักในกรณี
ปฏิบัติงานต่างจังหวัด ให้กับผู้ให้บริการจากการปฏิบัติจริงในแต่ละวันตามข้อ 4.1 ทุก 15 วัน เป็นการ เหมาจ่ายในอัตรากิโลเมตรละ 7 บาท โดยการเริ่มนับระยะทางเริ่มต้นและสิ้นสุดในแต่ละวัน สวทช. จะเป็นผู้กําหนด (นับระยะทางเริ่มต้นและสิ้นสุด ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย หรือที่โครงการ กลุ่มอาคารสํานักงานใหญ่ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (EECi) ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง
12.3 หากผู้ว่าจ้างมีการใช้งานในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ สวทช. จะจ่ายค่าชดเชย
สําหรับรถบริการ เพิ่มเติมวันละ 1,000.- บาท/คัน
Addition
mã
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
8 - วงเงินงบประมาณ
วงเงินงบประมาณ 18,142,150.00 บาท (สิบแปดล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นสองพันหนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน) - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคา - แผนการดาเนินงาน
ผู้ให้บริการต้องทําแผนการดําเนินงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
mmer
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จํานวน 39 คัน ระยะเวลา 12 เดือน
02
9ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการปฏิบัติงานนอก สถานที่ จำนวน ๓๙ คัน
ตามประกาศ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ลงวันที่ กรกฎาคม ๒๕๖๙
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความ ประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ จำนวน ๓๙ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสาร
ปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและ
พนักงานโครงการปฏิบัติงานนอก
สถานที่ จำนวน ๓๙ คัน
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่ น้อยกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (แปดล้านบาทถ้วน) ซึ่งจะต้องเป็นสัญญาเดียวและเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ (ห้า) ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอและเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ โดยต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานในวันยื่นข้อเสนอ ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนด ทุนจดทะเบียน
(๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้อง มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้อง
มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก
งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.๕)
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้
ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนด ทุนจดทะเบียน
(๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้าน
บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๔) เอกสารอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศประกวดราคา ข้อ ๑.๑
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้
ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายใน ๑๒ เดือน ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานจ้างเหมาบริการรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง พนักงานและพนักงานโครงการปฏิบัติงานนอกสถาน ที่ จำนวน ๓๙ คัน ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อ เสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๙๐๗,๑๐๘.๐๐ บาท (เก้าแสนเจ็ดพันหนึ่งร้อยแปดบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๐๘๐๐๐๐๐๐๑๐ ชื่อ บัญชี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สาขาอุทยานวิทยาศาสตร์ ประเภทสะสมทรัพย์ และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง
หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะ พิจารณาจาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่
เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๑๒ งวด เมื่อผู้รับจ้าง ได้ปฏิบัติงานถูกต้องและครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และสำนักงานได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อย
แล้ว ๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๗๐ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๗๐ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น
ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กรกฎาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
พันธ์จิรา เจริญพิทักษ์
(นางสาวพันธ์จิรา เจริญพิทักษ์)
หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวพันธ์จิรา เจริญพิทักษ์ หัวหน้า
เจ้าหน้าที่พัสดุ