จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง งานก่อสร้างถนนคอนกรีตจากป้อมประตู1-สี่แยกหน้าอาคาร ZD จำนวน 1 งาน เลขที่ หจฟม-ห.(จ)596/2569

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 69079489947
฿2,700,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 5 ส.ค. 2569 ลำปาง
รายละเอียดการจ้าง

โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตจากป้อมประตู 1 ถึงสี่แยกหน้าอาคาร ZD เป็นโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เนื่องจากถนนเดิมมีสภาพผ่านการใช้งานมานานกว่า 10 ปี ผิวจราจรทรุดตัวเป็นคลื่นและมีความกว้างเพียง 6 เมตร ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันและอาจส่งผลต่อความปลอดภัย กฟผ. จึงกำหนดให้มีการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กใหม่ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น

ขอบเขตของงานเป็นการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ (Lump Sum) ครอบคลุมทั้งค่าวัสดุ ค่าแรงงาน ค่าขนส่ง และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง งานหลักประกอบด้วยการก่อสร้างผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งานรางระบายน้ำข้างถนน งานปรับปรุงบ่อพักและฝาบ่อพักเดิม รวมถึงงานป้ายจราจรและมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องให้ความสำคัญกับการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้พัสดุทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าหรือปริมาณที่ใช้ในสัญญา

ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีประสบการณ์ในงานก่อสร้างอาคารหรือถนน และมีบุคลากรเฉพาะทาง เช่น วิศวกรโยธา และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ตามที่กฎหมายกำหนด การพิจารณาตัดสินจะใช้หลักเกณฑ์ราคาต่ำสุดจากผู้ที่ผ่านคุณสมบัติทางเทคนิค โดยโครงการนี้เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) และมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของงานก่อสร้างในระยะยาว

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) is inviting bids for the construction of a reinforced concrete road from Gate 1 to the intersection in front of Building ZD at Mae Moh Power Plant, Lampang. With a total budget of 2,700,000 THB (including VAT), the project aims to replace the existing 10-year-old road, which has become wavy and narrow (approx. 6 meters wide), compromising safety and operational efficiency.

The scope of work is a comprehensive lump-sum contract covering materials, labor, transportation, and machinery. Key tasks include reinforced concrete road surfacing, drainage system installation, and the improvement of existing manholes and covers. Bidders must comply with Thai domestic content regulations, requiring at least 60% of general construction materials and 90% of steel to be locally manufactured.

Qualified bidders must be registered legal entities in Thailand with proven experience in building or road construction. The project requires specific personnel, including a licensed Civil Engineer and a Safety Officer. Evaluation will be based on the lowest price among technically qualified bidders. The contract includes a price adjustment formula (K-Factor) and a 2-year defect liability period. The project duration is set at 90 days from the commencement notice.

สถานที่ดำเนินการ

บริเวณถนนรั้วประตู 1 - สี่แยกหน้าอาคาร ZD โรงไฟฟ้าแม่เมาะ อําาเภอ แม่เมาะ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรที่ชำรุดและทรุดตัวให้มีความมั่นคงแข็งแรง
  • เพื่อขยายผิวจราจรและก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน
  • เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรของผู้ปฏิบัติงานและยานพาหนะภายในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
  • เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำและบ่อพักในพื้นที่โครงการให้มีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • งานสำรวจและวางผัง (Survey & Layout) ตามจุดมาตรฐานที่ กฟผ. กำหนด
  • งานก่อสร้างผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Road)
  • งานก่อสร้างลานรับรถ คันหิน (Curb) ค.ส.ล. และรางระบายน้ำ
  • งานจัดหาและปรับปรุงบ่อพักเดิมบนผิวจราจร (2 แห่ง) และฝาบ่อพักระบายน้ำเดิม (28 แห่ง)
  • งานจัดหาและติดตั้งป้ายจราจร สัญญาณไฟชั่วคราว และการจัดการจราจรระหว่างก่อสร้าง
  • งานจัดทำแบบสร้างจริง (As-built Drawing) และทำความสะอาดพื้นที่ก่อนส่งมอบ
  • งานจัดหาพัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศตามสัดส่วนที่กำหนดในสัญญา
  • งานซ่อมแซมบริเวณโดยรอบที่เสียหายจากการก่อสร้างให้กลับสู่สภาพเดิม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการทำงานและแผนการใช้พัสดุ/เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ภายใน 15-60 วันหลังเริ่มงาน)
  • รายงานความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค และรูปถ่ายงานก่อสร้างทุกสิ้นเดือน
  • ผลการทดสอบวัสดุและคุณภาพคอนกรีตตามที่กำหนดใน TOR
  • ผลงานงวดที่ 1: เมื่อปฏิบัติงานได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 30
  • ผลงานงวดที่ 2: เมื่อปฏิบัติงานได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 65
  • ผลงานงวดสุดท้าย: งานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา พร้อมแบบ As-built Drawing และทำความสะอาดพื้นที่

ระยะเวลาดำเนินการ

  • เริ่มงาน: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
  • ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด: 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
  • การเสนอแผนงาน: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่จดทะเบียนในประเทศไทย และมีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396
  • Experience: มีผลงานก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างถนน และงานก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่อง ในสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  • Previous Project Cost: ต้องมีผลงานในสัญญาเดียวมูลค่าไม่ต่ำกว่า 700,000.00 บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities: ต้องจัดหาเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์สํารวจที่มีความละเอียดสูงและสภาพดีตามมาตรฐาน
  • Personnel:
    • วิศวกรโยธา (ระดับภาคีขึ้นไป) ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี จำนวน 1 คน
    • ช่างเทคนิค (ปวส. ก่อสร้าง/โยธา) ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี จำนวน 1 คน
    • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ตามกฎกระทรวงกำหนด จำนวน 1 คน

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price Threshold)
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนดของ กฟผ. และเสนอราคารวมต่ำสุด
  • กรณีราคาต่ำผิดปกติ กฟผ. อาจให้ชี้แจงรายละเอียดต้นทุนเพิ่มเติม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • คอนกรีต: กำลังอัดประลัยไม่ต่ำกว่า 240 kg/cm² (Cylinder) ที่อายุ 28 วัน
  • เหล็กเสริม: ตะแกรงเหล็กเส้น (Steel Wire Fabric) หรือเหล็กเส้นตามมาตรฐาน มอก.
  • การบดอัดดิน: ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 80% Standard Modified Proctor
  • รอยต่อถนน: ต้องมีรอยต่อเพื่อขยาย (Expansion Joint) และรอยต่อเพื่อหด (Contraction Joint) พร้อมวัสดุยาแนวตามมาตรฐาน
  • งานสำรวจ: ความคลาดเคลื่อนของระดับ (Leveling) ไม่เกิน 10 มม. ต่อระยะทาง 1 กม.
  • มาตรฐานวัสดุ: ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน และได้มาตรฐาน มอก. หรือเทียบเท่า

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด (งวดที่ 1: 30%, งวดที่ 2: 35%, งวดสุดท้าย: 35%)
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของมูลค่าสัญญา
  • การหักเงินประกันผลงาน (Retention): หักร้อยละ 10 ของเงินที่จ่ายในแต่ละงวด (สามารถใช้หนังสือค้ำประกันธนาคารมาเปลี่ยนคืนได้)
  • ค่าปรับ: กรณีงานล่าช้า ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมด (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี นับถัดจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • สัญญาแบบปรับราคาได้: ใช้สูตรค่า K สำหรับงานทางและงานโครงสร้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: กฟผ. เป็นผู้จัดหาวัสดุใดให้บ้าง? A: กฟผ. เป็นผู้จัดหาคอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างให้ (ตามข้อ 2.1.2.8)
    • Q: ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กในประเทศสัดส่วนเท่าใด? A: ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
    • Q: มีการจ่ายเงินล่วงหน้า (Advance Payment) หรือไม่? A: ไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้าในโครงการนี้
    • Q: ระยะเวลาการรับประกันงานนานเท่าใด? A: รับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
    • Q: สามารถทำงานนอกเวลาทำการ (หลัง 16.00 น.) ได้หรือไม่? A: ได้ แต่ต้องแจ้งและขออนุมัติจากผู้ควบคุมงาน กฟผ. ล่วงหน้า
    • Q: ต้องวางหลักประกันการเสนอราคา (Bid Bond) หรือไม่? A: ไม่ต้องวางหลักประกันการเสนอราคา
    • Q: หากเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ? A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในผลแห่งอุบัติเหตุที่เกิดจากการปฏิบัติงานแต่เพียงฝ่ายเดียว
    • Q: ต้องจัดทำที่พักคนงานในพื้นที่โรงไฟฟ้าหรือไม่? A: กฟผ. ไม่อนุญาตให้ปลูกสร้างที่พักคนงานภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า
    • Q: การหักเงินประกันผลงาน (Retention) สามารถขอคืนได้เมื่อไหร่? A: สามารถขอคืนได้พร้อมการจ่ายเงินงวดสุดท้าย โดยนำหนังสือค้ำประกันธนาคารมามอบให้แทน
    • Q: งานรื้อถอนถนนเดิมอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างหรือไม่? A: ไม่อยู่ในความรับผิดชอบ (กฟผ. ดำเนินการเองตามข้อ 2.1.2.1)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อมูลประชาสัมพันธ์และช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน
ด้านการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินการ
นโยบายต่อต้านการให้หรือรับสินบนเพื่อป้องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบ
จรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ
ช่องทางรับข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียน *
*
การแจ้งข้อคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนทางเว็บไซต์ กฟผ. *
จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ. **

  • ไม่ใช่ช่องทางแสดงความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ
    ซื้อหรือจ้าง/ ร่างประกาศ/ ร่างเอกสารประกวดราคาฯ
    ** กฟผ. จัดทําและเผยแพร่จรรยาบรรณคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าของ กฟผ. ทุกรายมีแนวปฏิบัติในการดําเนิน ธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม การกํากับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติ ตามกฎหมาย และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังมีรายละเอียดระบุใน QR Code จรรยาบรรณคู่ค้า กฟผ.
    "
    ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุ และการบริหาร สัญญาของ กฟผ.
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดําเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุ และการบริหารสัญญา เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง nisuŝuiswaq ulaznisušunsanyayn lån https://www.egat.co.th/privacy-notice-procurement.htrel หรือที่ OR Code ด้านล่าง
    การขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
    กฟผ. มีประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุ และการบริหาร สัญญา เพื่อใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หากเอกสารของท่านที่ต้องส่งมอบให้ กฟผ. มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือ ข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยู่ด้วย ขอให้ท่านขีดฆ่า หรือปกปิด ข้อมูลดังกล่าว ก่อนส่งมอบให้แก่ กฟผ.
    ขอบเขตของงาน (TOR)
    งานก่อสร้างถนนคอนกรีตจากป้อมประตู1-สี่แยกหน้าอาคาร ZD
    ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้าง งานก่อสร้างถนน คอนกรีตจากป้อมประตู 1 สี่แยกหน้าอาคาร ZD จํานวน 1 งาน วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,700,000.00 บาท โดยมีรายละเอียดสาระสําคัญของขอบเขตของงาน (TOR) ดังต่อไปนี้
  1. ความเป็นมา
    1
    เนื่องจาก ถนนเดิม สภาพได้ผ่านการใช้งานมามากกว่า 10 ปี สภาพผิวจราจรปัจจุบันมีการทรุดตัวเป็น คลื่นและผิวจราจรแคบ (กว้างประมาณ 6 เมตร) โรงไฟฟ้าแม่เมาะจึงมีความต้องการ งานก่อสร้างถนน คอนกรีตจากป้อมประตู 1 สี่แยกหน้าอาคาร ZD ให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบันและมีความปลอดภัยของ ผู้ปฏิบัติงาน
  2. วัตถุประสงค์
    กฟผ. มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน งานก่อสร้างถนนคอนกรีตจากป้อมประตู1-สี่แยกหน้าอาคาร ZD รายละเอียด ตามรูปแบบและรายการละเอียด เงื่อนไขข้อกําหนด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบใน การก่อสร้าง ให้ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญาทุกประการ
  3. ขอบเขตของงาน
    งานก่อสร้างถนนคอนกรีตจากป้อมประตู 1 สี่แยกหน้าอาคาร ZD ประกอบด้วย งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดตามแบบรูปและ รายการละเอียด เงื่อนไขข้อกําหนด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้าง ให้ ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญาทุกประการ
    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
    สถานที่ก่อสร้าง : บริเวณถนนรั้วประตู 1 -สี่แยกหน้าอาคาร ZD โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
    อําาเภอ แม่เมาะ จังหวัด ลําปาง
    พิกัด : ละติจูด 18.300085 ลองติจูด 99.745523 99.745523. งานก่อสร้างนี้เป็นสัญญาแบบ สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
  4. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    4.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    “ข้อ 2 คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ”
    4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็น นิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทย ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจ้างก่อสร้างสร้างอาคาร งานก่อสร้างถนน และ งานก่อสร้างที่เกี่ยวเนื่อง ในงานจ้างก่อสร้างครั้งนี้ ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้รับจ้าง ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ ผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ํากว่า 700,000.00บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน)
  5. เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่กําหนดยื่น ข้อเสนอ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์
    5.1 เป็นไปตามข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ เอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    5.2 หลักฐานยืนยันคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอตามที่กําหนดในข้อ 4
    5.2.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ตามข้อ 4.2
    5.2.2 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการทํางานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น
    เอกชน ให้แนบสําเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 4.3
    5.3 เอกสารอื่นๆ
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณา ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
  6. หลักเกณฑ์การเสนอราคา
    6.1 เป็นไปตามข้อ 4. การเสนอราคาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    6.2 ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกรายละเอียดการเสนอราคาในใบเสนอราคาตามที่แนบในเอกสารประกวด ราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องยื่นใบแจ้งปริมาณ งานและราคาและใบบัญชีรายการก่อสร้าง ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    6.3 ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา แบบรูป และรายการละเอียด ฯลฯ ให้ถี่ถ้วน และเข้าใจทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กําหนด
    6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องคํานวณหาปริมาณงาน และจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณงาน ที่เสนอ หากมีข้อสงสัยในปริมาณงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไปตรวจสอบเอง ณ สถานที่ก่อสร้าง ผู้ยื่นข้อเสนอจะ นํามาเป็นข้ออ้างในการขอเบิกค่าใช้จ่ายจาก กฟผ. อีกไม่ได้ เว้นในกรณีที่มีการแก้ไขงานหรือเปลี่ยนแปลง รายละเอียดในแบบ ซึ่ง กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาจ่ายให้หรือหักคืนจากผู้รับจ้าง
    6.5 สําหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ก่อนลงนามในสัญญา กพผ. จะจัดทําแบบแสดงรายการ ปริมาณ งาน และราคา โดยปรับราคาทุกรายการตามอัตราร้อยละที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอราคา โดยเทียบกับราคากลาง ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ และนํารายละเอียดในการปรับจะรบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา ไปเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) 0405.31 232 ลงวันที่ 8 เมษายน 2558

    6.6 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายใน กําหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคา มิได้
  7. หลักประกันการเสนอราคา
  • ไม่มี
  1. หลักเกณฑ์การพิจารณา
    8.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วย
    วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราค” โดยรับราคาผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอรายละเอียด ถูกต้องตามข้อกําหนด กพผ. และมี ราคารวม
    สุด
    8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาให้ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
    ยูน
    8.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ําสุด เสนอราคาต่ําจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดําเนินงาน ตามขอบเขตของงาน (TOR) ได้ กฟผ. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทําให้เชื่อได้ว่า ข้อเสนอสามารถดําเนินการตามขอบเขตของงาน (TCI) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคําชี้แจงไปเป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้อง
    ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ.
  2. กําหนดเวลาแล้วเสร็จ
    ภายในกําหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอ แผนการทํางานให้เป็นที่พอใจแก่ กฟผ. โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทํางานและกําหนดเวลาที่ต้องใช้ในการ ทํางานหลักต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ
    2.1 กรณีสัญญา"ยุเกิน 60 วัน ผู้รับจ้างจะต้องทําตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ, ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ มานําเสนอให้ กฟผ. ตามตัวอย่าง เอาสารแนบท้ายสัญญา (ถ้ามี) ดังนี้
    9.1.1 จัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะ
    ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทําแผนการใช้พัสดุ ผลิตภายในประเทศ
    9.1.2 จัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไป น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล่าที่
    ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 5 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตารางการ จัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
    9.1.3 หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือการใช้เหล็กที่ผลิต
    ภายในประเทศตามที่ได้เคยแจ้งไว้ในแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือแผนการ
    ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างแก้ไขตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตในประเทศหรือแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศส่งให้ กฟผ. พิจารณาก่อน
    การส่งมอบงาน
    ผู้รับจ้างต้องเริ่มทํางานที่รับจ้างภายในกําหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้ เริ่มงาน และจะต้องทํางานให้แล้วเสร็จภายในกําหนด 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้
    เรมงาน
  3. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้ายของงานทั้งหมดตามสัญญา หากมีเหตุชํารุด บกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิด จากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้อง รีบทําการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดย กฟผ. ไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทํา การดังกล่าวภายในกําหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หรือไม่ทําการแก้ไขให้ถูกต้อง เรียบร้อยภายในเวลาที่ กฟผ. กําหนด กฟผ. มีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น โดยผู้รับจ้างต้อง เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
  4. หลักประกันสัญญา
    กําหนดเป็นจํานวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา
  5. การเปลี่ยนแปลงงาน
    กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะทําการแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานจากแบบ และรายการเดิมได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องเลิก สัญญานี้ ราคาที่เปลี่ยนแปลงของการเพิ่มหรือลดงานจะคิดราคาต่อหน่วยในสัญญา ในกรณีที่ไม่มีราคาต่อ หน่วย จะคิดและตกลงราคากันใหม่เพื่อความเหมาะสม
  6. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กฟผ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งบ่วงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงินเป็น จํานวน 3 งวด ดังนี้
    งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
    งวดที่ 2 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 35 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 65 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
    k
    งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 35 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งทําสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ให้แล้วเสร็จ
    ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
    การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กรณีมีเศษสตางค์ กฟผ. อาจจะหักเศษสตางค์ออก และนําไปรวมจ่ายใน
    งวดสุดท้าย
  7. การจ่ายเงินล่วงหน้า
  • ไม่มี
  1. ค่าปรับ
    15.1 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การ จ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ. แล้ว กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วน ผู้รับ จ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์ กฟผ. ในการบอกเลิกสัญญา
    15.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และ กฟผ. ยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นรายวันเป็นจํานวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่จะต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท นับถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลา แล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ กฟผ. ได้ขยายเวลาทํางานให้จนถึงวันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวน
    ค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
  2. การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
    ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ กฟผ. โดยสิ้นเชิงภายในกําหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือ จากเงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
    หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ เงินประกันผลงาน หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชําระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วน ตามจํานวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกําหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น หนังสือจาก กฟผ.
    หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด
    กฟผ. จะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด
  3. การหักเงินประกันผลงาน
    ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กฟผ. จะหักเงินจํานวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายใน
    งวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน
    ในกรณีที่เงินประกันผลงานถูกหักไว้ทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่า 6 เดือน (สําหรับสัญญาที่เป็นราคาต่อหน่วย) หรือ ในกรณีที่เงินประกันผลงานถูกหักไว้ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมด (สําหรับสัญญาที่เป็นราคาเหมา รวม) ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนําหนังสือค้ําประกันของธนาคาร หรือ หนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดยธนาคารภายในประเทศ มามอบให้ กฟผ. เพื่อเป็นหลักประกันแทน กฟผ. จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ําประกันของธนาคารดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่ ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย
  4. มาตรฐานฝีมือช่าง
    18.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมี วิศวกร เพื่อทําหน้าที่ควบคุมงานจ้างในครั้งนี้ โดยจะต้องยื่นหนังสือรับรอง การเป็น วิศวกร พร้อมสําเนาใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพ (กว.) ดังกล่าวที่ยังไม่หมดอายุมาภายใน 15 วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญา
    วิศวกรโยธาที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมสภาวิศวกร
    สาขาวิศวกรรมโยธาระดับภาคีวิศวกร ประสบการณ์ไม่ต่ํากว่า 2 ปี จํานวน 1 คน
    18.2 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสําคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง จากคณะกรรมการกําหนดมาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ของแต่ละ สาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างจํานวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่างดังต่อไปนี้
  • ช่างเทคนิค คุณวุฒิ ปวส. สาขาช่างสํารวจ
    ประสบการณ์ไม่ต่ํากว่า 3 ปี
    จํานวน - คน
  • ช่างเทคนิค คุณวุฒิ ปวส. สาขาช่างก่อสร้าง/โยธา
    ประสบการณ์ไม่ต่ํากว่า 3 ปี
    จํานวน 1 คน
  • จป. ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร
    และการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย
    และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
  1. แผนการทํางาน
    จํานวน 1 คน
    คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทํา แผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีการเข่า หรือกรณี สัญญาอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากําหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเช่า การจ้าง และการจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการ
    ทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
  2. ข้อกําหนดเพิ่มเติม
    20.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม “มาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทํางาน” สําหรับผู้ประกอบการของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (เอกสารแนบ 1 )
    20.2 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3-5) (เอกสารแนบ 2)
    20.3 บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ตามบทบาทของคู่ค้า (เอกสารแนบ 3)
    เงื่อนไขเฉพาะงาน งานก่อสร้างถนนคอนกรีตจากป้อมประตู1-สี่แยกหน้าอาคาร ZD
  3. หมวดงานทั่วไป
    1.1 หลักเกณฑ์ทั่วไป
    1.1.1 กฟผ.อนุญาตให้ผู้รับจ้างดําเนินการก่อสร้างงานนี้ ในเวลาทําการของ กฟผ. เวลา 08.00 น. - 16.00 น. หาก ต้องการทํางานนอกเหนือเวลาดังกล่าวจะต้องขออนุมัติก่อนเริ่มดําเนินการ ผู้รับจ้างอาจขอทํางานก่อสร้างนี้ได้ในวันหยุดงาน หรือเกินเวลาทํางานปกติ ของกฟผ.ได้ โดยผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบล่วงหน้าก่อน
    1.1.2 ก่อนเริ่มงานก่อสร้างส่วนใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบ สัญญาจ้าง แบบก่อสร้างและเอกสารแนบสัญญา ทั้งหมด ให้เข้าใจชัดเจน หากมีข้อสงสัยให้สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษาจาก กฟผ. ก่อน
    1.1.3 ในระหว่างการก่อสร้างมิให้ผู้รับงานทํางานโดยปราศจากแบบก่อสร้างและเอกสารแนบสัญญาห้ามตัวแทนผู้ รับจ้าง หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างระทําโดยพลการ
    1.1.4 กฟผ. มีสิทธิที่จะลดหรือเพิ่มงานหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงาน โดยจะทําการ ตกลงเป็นลาย ลักษณ์อักษรในเรืองราคา และระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปจากสัญญาเดิม
    1.1.5 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานก่อสร้าง ประกอบด้วยแผนการปฏิบัติงาน แผนการใช้เครื่องจักร เครื่องมือ แผน อัตรากําลัง ให้ กฟผ. พิจารณาเห็นชอบก่อนจะเริ่มงาน
    1.1.6 กฟผ. ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะเข้าดําเนินการ หรือมอบพื้นที่บางส่วน ให้กับผู้รับจ้างรายอื่นเมื่อ กฟผ. เห็นว่ามีความ จําเป็นที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติงาน ในสถานที่และเวลาที่ผู้รับจ้างดําเนินการอยู่ โดยไม่เป็นอุปสรรคต่องานหลักของผู้รับจ้าง ผู้รับ
    จ้างจะถือว่าเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหายหรือขอขยายระยะเวลาของสัญญาไม่ได้
    1.1.7 กฟผ. ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะเข้าดําเนินการ หรือมอบพื้นที่บางส่วน ให้กับผู้รับจ้างรายอื่นเมื่อ กฟผ. เห็นว่ามีความ จําเป็นที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติงาน ในสถานที่และเวลาที่ผู้รับจ้างดําเนินการอยู่ โดยไม่เป็นอุปสรรคต่องานหลักของผู้รับจ้าง ผู้รับ
    จ้างจะถือว่าเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหายหรือขอขยายระยะเวลาของสัญญาไม่ได้
    1.2 หลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย
    1.2.1 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานสําหรับ งานจ้างเหมาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (เอกสารแนบท้ายสัญญา) และจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง “ความ
    ปลอดภัยในการทํางานและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
    1.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับเรื่อง “ความปลอดภัยในการทํางาน” รวมทั้ง จะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําและข้อเสนอแนะ หรือข้อกําหนดของผู้ควบคุมงาน วิศวกร หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัย
    ของ กฟผ.
    1.3 หลักเกณฑ์ด้านสิ่งอํานวยความสะดวกชั่วคราว
    1.3.1 โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์
    ผู้รับจ้างจะต้องสร้างโรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ เพื่อเก็บและป้องกันความเสียหายของวัสดุอุปกรณ์ ทุกชนิดที่ นํามาใช้ในงานก่อสร้าง โดยมีขนาดตามความเหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการ โดย กฟผ. จะกําหนดพื้นที่ให้ ทั้งนี้ผู้ รับจ้างจะต้องเสนอแบบให้ ก. พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการก่อสร้าง ทั้งนี้ห้ามผู้รับจ้างนําวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ในงาน ก่อสร้างนี้มาเก็บดังกล่าว หรือ กฟผ.จะกําหนดสถานทีสําหรับเก็บวัสดุและอุปกรณ์ให้
    1.3.2 สํานักงานชั่วคราว (ถ้ามี)
    ผู้รับจ้างจะต้องสร้างสํานักงานชั่วคราวพร้อมระบบปรับอากาศสําหรับเป็นที่ทํางานของ กฟผ. ประกอบด้วย สํานักงาน, ห้องน้ํา ห้องส้วม และอุปกรณ์สํานักงานที่จําเป็น เช่น โต๊ะทํางาน, เก้าอี้, โต๊ะวางแบบ, ตู้เอกสาร, ตู้น้ําดื่มหรือ ตู้เย็น เป็นต้น
    1.3.3 สาธารณูปโภค (ถ้ามี)
    ห้ามผู้รับจ้างหรือลูกจ้างปลูกสร้างที่พัก ร้านค้า ร้านอาหารภายในที่ดินของ กฟผ.เป็นอันขาด
    1.3.4 ป้ายเตือน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้ง ป้ายเตือน สัญญาณไฟ และป้ายจราจรชั่วคราว ในบริเวณที่มีงานก่อสร้าง ข้างถนน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอ รูปแบบ ขนาด ปริมาณ ในการติดตั้งให้ผู้ควบคุมงาน กฟผ. และ/หรือ เจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยของ กฟผ. เห็นชอบและปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด
    1.3.5 การจัดการจราจร
    ในกรณีทงานก่อสร้างเป็นอุปสรรคต่อการสัญจรอาจเปิดให้รถเดินทางเดียวได้โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหา
    ติดตั้ง อุปกรณ์ และเครื่องหมายสัญญาณจราจรเตือนล่วงหน้าและป้องกันอุบัติเหตุ หากการสัญจรไม่สามารถมองเห็นในทิศทาง ตรงกันข้าม ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีพนักงานให้สัญญาณ และจัดการจราจรให้ผ่านโดยสะดวก ในขณะปฏิบัติงาน หาก จําเป็นต้องปิดการจราจรข้างใดข้างหนึ่ง จะต้องได้รับอนุญาตจาก กฟผ. ก่อนและผู้รับจ้างจะต้องจัดทําทางเบี่ยง ให้การจราจร ผ่านได้ตามปกติก่อนที่จะทําการปิดทางเพื่อทําการก่อสร้าง พร้อมทั้งมีการแนะนําและเตือนผู้ใช้ทางเป็นการล่วงหน้า โดยผู้รับ จ้างต้องดูแลและบํารุงรักษาทางเบี่ยงให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี และสะดวกปลอดภัยตลอดเวลาที่ใช้งาน
    ในกรณีที่กล่าวข้างต้นนี้ หากผู้รับจ้างละเลยจนทําให้เกิดอุปสรรคต่อการสัญจรหรือ กฟผ. เห็นว่าไม่สะดวก และปลอดภัย กฟผ. มีสิทธิว่าจ้างผู้อื่นเข้าดําเนินการหรือดําเนินการเอง แล้วคิดค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นจากผู้รับจ้างหากเกิดอุบัติเหตุใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบในผลแห่งอุบัติเหตุนั้นแต่เพียงฝ่าย
    เดียว
    1.3.6 แบบรายละเอียดและฟังแสดงสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว
    ผู้รับจ้างต้องจัดทําแบบผังแสดงการจัดวางตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว ให้ กฟผ.พิจารณาให้ความ เห็นชอบก่อน ในกรณีที่ต้องมีถนนชั่วคราวควรจัดวางตําแหน่งให้ตรงกับถนนที่จะสร้างจริงตามแบบก่อสร้าง และจะต้อง จัดลําดับตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวให้สัมพันธ์กับงานก่อสร้าง รวมทั้งจัดระบบการจราจรทั้งภายในและภายนอกให้มี
    ประสิทธิภาพไม่ก่อให้เกิดการกีดขวางต่องานก่อสร้างและจราจรส่วนรวมภายนอกบริเวณก่อสร้าง
    1.3.7 เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ประกอบงานก่อสร้าง (ถ้ามี)

    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ประกอบงานก่อสร้าง หรืออุปกรณ์เครื่อง แยกต่างๆ หรือ TOWER CRANE ให้ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การติดตั้ง เคลื่อนย้าย รื้อถอน จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟ… ผู้รับจ้างต้องนําวัสดุ เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ประกอบงานก่อสร้าง ใน การประกอบติดตั้งตามสัญญานี้ไปยังโครงการก่อสร้าง ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เป็นวันเริ่มดําเนินการ และ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนที่จะนําวัสดุ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ในการ ประกอบและติดตั้งเข้าไปยังสถานที่ก่อสร้าง
    รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานขับเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับเครื่องจักรที่ผู้รับจ้างจัดหา มา หากพนักงานขับรถหรือควบคุมเครื่องจักรกลของผู้รับจ้าง ที่ กม. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าทํางานด้วยความประมาทขาด ความรับผิดชอบอันจะเป็นสาเหตุ ทําให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือทรัพย์สิน ก. ได้ กฟผ. ขอสงวนสิทธิที่จะแจ้งให้ผู้รับ จ้างทําการตักเตือนหรือให้พนักงานผู้นั้นพ้นจากหน้าที่โดยผู้รับจ้างจะต้องพิจารณาดําเนินการทันที สําหรับผลกระทบใดๆ ที่
    อาจเกิดขึ้น ผู้รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหายจาก : กระ
    1.3.8 การดูแลรักษา
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคนงานประจํา เพื่อดูแลความสะอาดสําหรับสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว มีช่างประจําสําหรับ การบํารุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยและใช้งานได้ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
    1.3.9 ค่าใช้จ่าย
    ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดให้มีสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ การขออนุญาต การดูแลรักษาความ สะอาดและซ่อมบํารุงระบบสาธารณูปโภคต่างๆรวมถึงการรื้อถอนและทําความสะอาดเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นค่าใช้จ่าย
    ของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    1.3.10 รั้วชั่วคราว (ถ้ามี)
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีรัวชั่วคราวรอบบริเวณก่อสร้าง ตามแนวเขตก่อสร้าง หรือที่ระบุในแบบ และต้อง ตรวจสอบให้ถูกต้องตามแบบก่อสร้าง โดยทําด้วยโครงไม้หรือเหล็กและบุด้วยแผ่นสังกะสีสีเขียว หรือแผ่นเหล็กเคลือบสี สูงไม่ ต่ํากว่า 2.00 เมตร จากพื้นดิน มีความมั่นคงแข็งแรง ส่วนที่ติดกับที่สาธารณะและอาคารข้างเคียง จะต้องมีการป้องกันวัสดุตก ลงมาเป็นอันตรายต่อชีวิต หรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่อยู่ข้างเคียง และต้องรักษาซ่อมแซมให้ดีอยู่เสมอตลอด ระยะเวลาก่อสร้าง โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดทําติดตั้ง การขออนุญาตค่าธรรมเนียม ค่าบํารุงรักษา รวมถึง ค่ารื้อถอน
    1.3.11 ถนน ที่จอดรถ และทางเดินชั่วคราว
    1.3.11.1 ถนนและที่จอดรถชั่วคราว
    ในระหว่างที่การก่อสร้างผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทางเข้าออกบริเวณที่ก่อสร้างและที่จอดรถชั่วคราว
    โดยใช้วัสดุที่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกของรถขนส่งได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบระบายน้ําหรือกรีดขวางทาง สัญจร และทางน้ําสาธารณะ ผู้รับจ้างต้องดูแลรักษาทางเข้าออกดังกล่าว ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้างเมื่อ งานก่อสร้างแล้วเสร็จ ให้ปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม
    1.3.11.2 ทางเดินชั่วคราว
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทางเดิมและบันไดชั่วคราวในบริเวณก่อสร้างตามความจําเป็น และตาม
    ขั้นตอนของงานก่อสร้าง เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริเวณต่างๆของงานก่อสร้างได้ทุกแห่ง มีสภาพที่แข็งแรง ปลอดภัย และเมื่อ หมดความจําเป็นให้รื้อถอนออกไป พร้อมทั้งซ่อมแซมส่วนก่อสร้างที่เสียหายให้เรียบร้อย โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    1.3.11.3 การตัดทางเท้า และต่อเชื่อมท่อระบายน้ํา
    ในกรณีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัดทางเท้า ต่อเชื่อมท่อระบายน้ํากับท่อระบาย
    น้ําสาธารณะ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบดําเนินการขออนุญาตต่อทางราชการให้ถูกต้อง โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    1.3.12 ไฟฟ้าและน้ํา ที่ใช้ในงานก่อสร้าง
    1.3.12.1 ระบบไฟชั่วคราว
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจน งานแล้วเสร็จ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบไฟฟ้าชั่วคราว รวมทั้งค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย คากระสไฟฟ้า
    ค่าบํารุงรักษา รวมถึงค่ารื้อถอน
    1.3.12.2 ความปลอดภัยจากการใช้ไฟฟ้าชั่วคราว
  • P
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์และดําเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าชั่วคราวใช้ในงานก่อสร้าง ให้
    ความปลอดภัยโดยทั้งมีระบบการป้องกันการลัดวงจรและการตัดตอนไฟฟ้าได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และเป็นไปตามกฎระเบียบของ
    די
    พื้นที หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    O
    1.3.12.3 ขนาดของกระแสไฟฟ้าชั่วคราว
    ขนาดของกระแสไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างต้องจัด
    ให้มีเพียงพอกับการใช้งานดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้วเสร็จรวมถึงการทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมดก่อนส่งมองงานงวด
    สุดท้าย กฟผ. อาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้างแก้ไขเพิ่มเติมขนาดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวให้เหมาะสมได้ โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
    ทั้งสิ้น
    1.3.12.4 ระบบน้ําประปาชั่วคราว
    รวมถึงการทดสอบระบบน้ําใช้ รวมถึงค่ารื้อถอน
    ภายในพื้นทีของ กฟผ.
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบน้ําประปาชั่วคราว เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้วเสร็จ และระบบสุขาภิบาลทั้งหมดก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้ายโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าบํารุงรักษา
    1.3.12.5 ที่พักคนงาน
    กฟผ. ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างอาคารที่พักคนงาน รวมทั้งไม่อนุญาตให้คนงานเข้าพักอาศัย
    1.4 หลักเกณฑ์ด้านวัสดุและอุปกรณ์
    1.4.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
    1.4.1.1 วัสดุอุปกรณ์ที่ปรากฏอยู่ในแบบก่อสร้างและสัญญา หรือมิได้อยู่ในแบบก่อสร้างและสัญญาก็ดี แต่เป็นส่วนประกอบของการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้างและเพื่อให้เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหามาเพื่อใช้ในงานก่อสร้างนี้ทั้งสิ้น
    1.4.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการส่งมอบตัวอย่างวัสดุต่างๆ ที่จะนํามาใช้ในงานก่อสร้าง ให้ กฟผ. อนุมัติ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนที่จะนําไปใช้งาน โดยต้องระบุรายละเอียดคุณสมบัติของวัสดุให้ชัดเจน รวมทั้งสูงตัวอย่าง
    และ/หรือ แคตตาล็อก เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
    1.4.1.3 ในกรณีวัสดุอุปกรณ์บางอย่างซึ่งใช้ของต่างประเทศ หรือต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตผู้รับจ้าง
    จะต้องจัดการสั่งซื้อล่วงหน้าเพื่อให้ทันการใช้งานตามแผนปฏิบัติงาน
    1.4.2 คุณภาพของวัสดุอุปกรณ์
    วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการก่อสร้างนี้จะต้องเป็นของใหม่ที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน จะต้องมี
    คุณภาพดี ไม่มีรอยชํารุด เสียหาย และถูกต้องตรงตามที่ระบุในแบบก่อสร้างและสัญญา หรือตามที่ได้รับอนุติ
    1.4.3 การตรวจสอบและทดสอบคุณภาพวัสดุอุปกรณ์
    1.4.3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและมีผลการตรวจสอบคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่จะ นํามาใช้ในงานก่อสร้าง โดยสแสดงใบรับรองผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ กฟผ.พิจารณาเพื่อแสดงว่าวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ ได้รับ การตรวจสอบถูกต้องตามมาตรฐานที่ดีแล้ว และ กฟผ. จะไม่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างแต่อย่างใด ค่าใช้จ่าย
    จําเป็นสําหรับการทดสอบวัสดุผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบเองทั้งสิ้น
    0
    1.4.3.2 ในกรณีที่มีข้อกําหนดให้ทดสอบ ให้ผู้รับจ้างนําวัสดุอุปกรณ์นั้นไปทดสอบที่หน่วยราชการ หรือ สถาบันที่ กฟผ.เห็นชอบ ในการทดสอบผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ กฟผ.ทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้อยู่ร่วมในการทดสอบด้วย ในกรณีที่ กฟผ.ได้มีหนังสืออนุญาตให้ตัวแทนของบริษัทผู้ทดสอบ หรือผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์รายใดเข้าไปในบริเวณก่อสร้างเพื่อตรวจสอบ หรือทดสอบ บริเวณก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องให้ความสะดวกกับตัวแทนดังกล่าว
    1.4.3.3 ในกรณีที่จําเป็นต้องตรวจสอบอนุมัติในสนาม ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าอย่าง น้อย 2 วัน ก่อนทํางานนั้นๆ การทดสอบคุณสมบัติหรืองานตามข้อกําหนด ตลอดจนงานทดสอบในสนาม ผู้รับจ้างจะต้อง ดําเนินการเองภายใต้การควบคุมงานของ กฟผ. หรือจัดส่งไปทําการทดสอบกับหน่วยราชการที่ กฟผ. เห็นชอบ ค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น

    1.4.3.4 ในกรณีที่งานหรือวัสดุบางอย่างซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ปรากฏในแบบแต่มิได้มี มาตรฐานควบคุมงานก่อสร้างกําหนดไว้ หรือมิได้มีข้อกําหนดของวัสดุนั้นๆ ไว้ให้ผู้รับจ้างถือปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุม งานก่อสร้าง ของสถาบันใดสถาบันหนึ่งเป็นหลัก หรือในกรณีที่เป็นวัสดุ ให้ใช้วัสดุ ซึ่งมาตรฐานเทียบเท่า หรือไม่ต่ํากว่าใตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของกระทรวงอุตสาหกรรม (มอก.) ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องเสนอมาตรฐานนั้นๆ ขอความเห็นชอบจาก กฟผ.ทุกครั้ง
    1.4.3.5 ก่อนการติดตั้ง วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้าง ดําเนินการติดตั้งก่อน ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนให้ใหม่ทันทีตามคําสั่งของกฟผ. โดยจะขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง หรือคิดราคา เพิ่มมิได้ วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พ้นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ในกรณีที่วัสดุอุปกรณ์นั้นไม่ได้คุณภาพ หรือการติดตั้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตหรือตามหลักวิชาช่างที่ดี
    1.4.4 การขอเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์
    1.4.4.1 กฟผ. จะรับพิจารณาการขอเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์ภายใน 60 วัน หลังจากวันทําสัญญาจ้างหมา ก่อสร้างและ กฟผ. สามารถยืนยันให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ ในสัญญากผู้รับจ้างไม่มีเหตุผลเพียงพอในการขอเทียบเท่า ทั้งนี้จะต้องไม่ใช่เหตุผลที่เกิดจากการทํางานล่าช้าหรือการทํางานบกพร่องของผู้รับจ้าง เช่น การสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับ
    อนุมัติแล้วล่าช้า เป็นต้น
    1.4.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียดการเปรียบเทียบ วัสดุอุปกรณ์ที่ขอเทียบเท่ากับวัสดุตามแบบ/ รายการ เช่น ผลการทดสอบ ราคา การรับประกันที่สามารถยืนยันคุณภาพมาตรฐาน และอื่นๆ ตามที่ กฟผ. ต้องการ เพื่อ ประกอบการพิจารณา นอกจากการใช้งานแล้ว กฟผ. จะพิจารณาเรื่องความสวยงาม ความแข็งแรง ความปลอดภัยเป็นหลัก ให้ ถือคําวินิจฉัยของ กฟผ. เป็นข้อยุติ และ กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์ที่เห็นว่า มีคุณภาพดีกว่า และ ราคาสูงกว่าที่ระบุไว้ได้ เมื่อได้รับอนุมัติให้ใช้วัสดุเทียบเท่าได้แล้วจึงจะใช้ได้ ห้ามใช้วัสดุซึ่งมิได้รับอนุมัติเทียบเท่าก่อนโดย
    เด็ดขาด
    1.4.4.3 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับผลกระทบหรืองานต้องเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการเทียบเท่า รวมถึงหากราคาของวัสดุที่เทียบเท่าต่ํากว่าวัสดุในรายการ ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. หักเงินส่วนที่ขาดไป
    ยบเท่า
    1.4.4.4 ผู้รับจ้างไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หรือเวลาที่สูญเสียไป เนื่องจากการขอใช้วัสดุ
    1.4.4.5 ผู้รับจ้างจะต้องเผื่อระยะเวลาในการพิจารณาการขอใช้วัสดุเทียบเท่า ที่ต้องออกแบบใหม่หรือ ต้องขออนุญาตที่เกี่ยวข้องใหม่ด้วย โดยจะขอขยายระยะเวลาที่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
    1.5 หลักเกณฑ์ด้านคุณภาพงาน
    1.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือ และความชํานาญ มีระบบควบคุมคุณภาพใน การปฏิบัติงานที่ดี มีเครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ สําหรับการก่อสร้างงานต่างๆ ตามระบุในแบบก่อสร้าง และสัญญา
    1.5.2 เอกสารสัญญา
    สัญญา แบบก่อสร้าง และเอกสารแนบสัญญาทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําสําเนาจาก “คู่สัญญาต้นฉบับ เก็บ รักษาไว้ในสถานที่ก่อสร้างอย่างละ 1 ชุด โดยให้อยู่ในสภาพที่ดีสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
    1.5.3 ความคลาดเคลื่อนหรือขาดตกบกพร่อง
    1.5.5.1 หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดของแบบก่อสร้างและสัญญามีความคลาดเคลื่อนหรือขาดตกบกพร่อง ผู้รับ จ้างจะต้องรับแจ้งแก่ กฟผ. เพื่อพิจารณาแก้ไขในทันที พบ โดยให้ถือคําวินิจฉัยของ กพผ. เป็นข้อยุ
    C CA
    1.5.3.2 หากพบส่วนใดที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้าง แต่มิได้ระบุไว้ในสัญญา หรือระบุในสัญญาแต่มิได้ระบุไว้ ในแบบก่อสร้าง ได้ถือว่าได้ระบุไว้ทั้งสองที่ หากมิได้ระบุไว้ทั้งสองที่ แต่เพื่อความมั่นคงแข็งแรง หรือให้ถูกต้องตามมาตรฐาน และตามหลักวิชาช่างที่ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามคําวินิจฉัยของ กทม. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเพิ่มเติม
    15.4 การวางแนว ระยะและระดับต่างๆ
    1.5.4.1 ระยะส่งรับการก่อสร้างให้ถือตัวเลย ระบุไว้ในแบบก่อสร้างเป็นสําคัญ การใช้ระยะวัดจาก แบบโดยตรง อาจเกิดความผิดพลาดได้ หากมีข้อสงสัยในเรื่องระยะให้สอบถาม : เมื่อพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะดําเนินการใน ส่วนนั้นๆ
    1.5.4.2 กฟผ.จะเป็นผู้กําหนดแนว BASE LINE, N-S, E-W และ BENCH MARK ให้ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้ทํา REFERENCE POINTS และระดับต่างๆ รวมทั้งแนวศูนย์ อื่นๆ ที่จําเป็นในการก่อสร้างเองทั้งสิ้น หากปรากฏว่าผู้รับจ้างได้ ทําการก่อสร้างผิดไปจากตําแหน่งที่ระบุไว้ในแบบ และ/หรือ รายละเอียดการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและ จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบก่อสร้าง และ/หรือ รายละเอียดการก่อสร้างทุกประการ โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้
    รับจ้างเองทั้งสิ้น
    1.5.5 การจัดทําแบบ Shop Drawing
    1.5.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องทํา รายละเอียด และรายการ Shop drawing เพื่อขออนุมัติมีระยะเวลาล่วงหน้า เพียงพอต่อการพิจารณา และทยอยส่ง Shop Drawing ตามลําดับขั้นตอนของงานก่อสร้าง การที่ผู้รับจ้างจัดทํา Shop Drawing ล่าช้า หรือมีระยะเวลาตรวจสอบไม่เพียงพอ จะถือเป็นสาเหตุในการขอขยายระยะเวลาไม่ได้
    1.5.5.2 การที่ กฟผ. ได้อนุมัติ Shop drawing ให้ผู้รับจ้างแล้ว มิได้หมายความว่า ผู้รับจ้างได้จะรับการ ยกเว้นความรับผิดชอบในการก่อสร้างส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้างยังคงคงรับผิดการแก้ไขให้ถูกต้อง ในกรณีที่ตรวจพบว่างานก่อสร้าง
    ส่วนนั้นไม่ถูกต้องตามสัญญาในภายหลังโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเพิ่มเติม
    1.5.6 แผนการปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบ และการรายงาน
    1.5.6.1 แผนการปฏิบัติงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงาน และตารางดําเนินงาน (Work schedule) แสดงระยะเวลาและ ลําดับการดําเนินงานแต่ละประเภท ขณะเดียวกันต้องแสดงแผนการปฏิบัติงานร่วมกับผู้รับจ้างอื่นที่ กฟผ.จัดหา (ถ้ามี) อย่าง น้อยจะต้องมีรายละเอียด ดังนี้
    .
    ตารางแผนงานก่อสร้างโดย กําหนดวันเริ่มงานและวันสิ้นสุดงานแต่ละส่วนของงานก่อสร้างโดยละเอียด
  • รายการ Shop Drawing
  • แผนงานจัดส่งวัสดุอุปกรณ์เพื่อขออนุมัติ
    แผนงานความปลอดภัย
    1.5.7 การรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน
    ในการจัดทําแผนการปฏิบัติงาน ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รวบรวมข้อมูลที่จําเป็นต่างๆจากทีมงาน เพื่อวางแผนงานและ ประสานงานกันให้รัดกุมที่สุด กฟผ.อาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนแปลงแผนการปฏิบัติงานบางส่วน เพื่อให้เหมาะสมและมี ประสิทธิภาพได้
    1.5.8 การยืนขออนุมัติแผนการปฏิบัติงาน
    การจัดทําแผนการปฏิบัติงานจะต้องยื่นขออนุมัติต่อ กฟผ. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ลงนามสัญญา พร้อมทั้ง ชี้แจงรายละเอียด ทั้งนี้ผู้รับจ้างหรือตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจะต้องลงนามรับรองแผนการปฏิบัติงานนี้ และการที่ กพ. พิจารณาอนุมัติแผนการปฏิบัติงาน หรือออกคําสั่งเพิ่มเติม มิได้หมายความว่าผู้รับจ้างได้รับการยกเว้นความรับผิดชอบใน แผนการปฏิบัติงานดังกล่าว
    1.5.9 การบันทึกการทํางานจริงเทียบกับแผนการปฏิบัติงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องบันทึกการทํางานที่เป็นจริงเปรียบเทียบกับแผนการปฏิบัติงานที่วางไว้ เพื่อความสะดวกในการ ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานได้ถูกต้องหรือใกล้เคียง ตั้งแต่เริ่มต้นงานจนงานแล้วเสร็จ
    តបរណ៍
    1.5.10 ความรับผิดชอบ
    ถ้างานบางส่วนที่ผู้รับจ้างปฏิบัติอยู่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างอื่น (ถ้ามี) ผู้รับจ้างจะต้อง จัดเตรียมงานให้สัมพันธ์กัน ติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างอื่น อย่างสม่ําเสมอ ในกรณีที่ผู้รับจ้างพบว่าการก่อสร้างไม่
    เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานจะต้องแจ้งให้กฟผ.ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในทันที หากผู้รับจ้างไม่สนใจติดตาม ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นวันแต่งานที่เสียหายนั้นเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รับจ้างอื่นที่ กฟผ. จัดหา การก่อส่วนได้ที่ผิดจากรูปแบบหรือได้คุดคุณภาพงานที่ดี หรือไม่ถูกต้องตามมาตรฐานและวิชาช่างที่ดี กฟผ. มีสิทธิสั่ง หยุดงานบางส่วนหรือทั้งหมดได้ จนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการแก้ไขงานส่วนนั้นให้เรียบร้อยตามความเห็นชอบของ กฟผ. โดย
    จะเรียกร้องค่าเสียหายยายระยะเวลาไม่ได้
    1.5.11 การปรับปรุงแผนการปฏิบัติงาน
    หาก กฟผ.เห็นว่าจะต้องปรับปรุงแผนการปฏิบัติงานบางส่วน เพื่อให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการ
    ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานใหม่ ส่งกฟผ. พิจารณาอนุมัติทันที
    1.5.12 การรายงาน
    เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานและติดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งเอกสารเพื่อเป็น
    หลักฐานแสดงการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างส่งให้ กฟผ.ตรวจสอบ ดังนี้
    1.5.12.1 การทํางานจริงเทียบกับแผนงานก่อสร้างทุกสิ้นเดือน
    1.5.12.2 รายงานความก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคของงานก่อสร้างทุกสิ้นเดือน
    1.5.12.3 รูปถ่ายงานก่อสร้าง แสดงให้เห็นผลงานความก้าวหน้าของงานก่อสร้างทุกส่วน ทุกสิ้นเดือน 1.5.12.4 อื่นๆ ที่ กฟผ. ร้องขอ
    ทั้งนี้ในกรณีที่งานก่อสร้างล่าช้า กฟผ.อาจสั่งการให้ผู้รับจ้างจัดทํารายงานเป็นรายสัปดาห์
    1.5.13 การประชุมระหว่างการก่อสร้าง (Site meeting)
    การประชุมที่ กฟผ. ได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจําในระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องให้ตัวแทนผู้รับจ้างเข้าร่วม ประชุมด้วยทุกครั้ง พร้อมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ และผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีขึ้นในระหว่างการประชุมนั้น
    1.6 หลักเกณฑ์การส่งมอบงาน
    1.6.1 การส่งมอบงานแต่ละงวด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในสัญญาและ กพผ.มีสิทธิที่จะไม่จ่ายเงินในงวดเมื่อ เห็นว่า
    1.6.1.1 ปริมาณงานและมูลค่างานไม่เป็นปตามสัญญา
    1.6.1.2 คุณภาพงานและฝีมือการทํางาน ไม่ได้ตามมาตรฐานหรือตามหลักวิชาช่างที
    1.6.2 หลักฐานต่างๆ ที่ผู้รับจ้างจะต้องแนบมาพร้อมกับการส่งมอบงานแต่ละงวด
    1.6.2.1 รายละเอียดการเบิกเงินงวด พร้อมตารางสรุปเงินที่เบิกไปแล้ว เงินที่ขอเบิกงวดนี้เงินที่คงเหลือ
    และงานเพิ่ม-ลด (ถ้ามี)
    เข้าใจได้ง่าย
    1.6.2.2 รูปแบบ เช่น แปลน รูปด้าน รูปรัด และภาพถ่าย แสดงผลงานก่อสร้างของงวดนี้ให้ชัดเจนและ
    1.6.2.3 ผลการทดสอบต่างๆของงานงวดนี้ แผนปฏิบัติ และอื่นๆ ตามที่ กพผ.ร้องขอ
    1.5.3 กม. สงวนสิทธิ์ในการไม่รับมอบงาน ในกรณีที่เห็นว่างานบางส่วน จะต้องมีการแก้ไขและหากระยะเวลาการ แก้ไขดังกล่าวเกินจากสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องเสียคาปรับเนื่องจากงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา
    1.6.4 การส่งมอบวัสดุอุปกรณ์และเอกสาร
    1.6.4 : แบบสร้างจริง (As-built Draving) จัดเป็นรูปเล่มแยกแต่ละระบบ ประกอบด้วย ต้นฉบับ กระดาษขาว 41 นวน : : สําเนา A1 และ A3 จํานวนขนาดละ 1 ชุด และข้อมูลของแบบดังกล่าวเป็นไหล่คอมพิวเตอร์ รูปแบบ DWG และ PDF จัดเก็บไฟล์ดิจิทัล จํานวน 1 ชุด โดยงานวิศวกรรมโยธา และสาขางานวิศวกรรมระบบทั้งหมดส่งมอบ
    ให้ กฟผ. ก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย แบบสร้างจริงจะต้องมีมาตราส่วนและขนาดเท่ากับแบบคู่สัญญา แสดงอุปกรณ์ ระยะ การติดตั้งวัสดุ อุปกรณ์ในผนัง พื้น หรือกลบฝังใต้ดินให้ถูกต้องตามที่สร้างจริง แสดงส่วนที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่ม-ลด จากแบบ คู่สัญญาอย่างชัด
    1.6.5 การซ่อมแซมบริเวณโดยรอบสถานที่ก่อสร้างที่เกิดความเสียหาย อันเนื่องมาจากการทํางาน ผู้รับจ้างจะต้อง ดาเนินการซ่อมแซมให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
    1.6.6 การทําความสะอาดอาคาร ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดอาคารทุกส่วนให้เรียบร้อยโดย กฟผ.สามารถใช้งาน ได้ทันที หลังจากการรับมอบงานแล้ว ส่วนการทําความสะอาดบริเวณ ผู้รับจ้างจะต้องเก็บขนย้ายออกไปให้พ้นบริเวณ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ.ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
  1. หมวดรายละเอียดงาน
    2.1 ขอบเขตของงาน
    2.1.1 งานที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    2.1.1.1 งานก่อสร้างผิวถนน, สานรับรถ, CURB ค.ส.ล. และรางระบายน้ํา
    2.1.1.2 งานจัดหาและก่อสร้างรางและระบบระบายน้ําข้างลานรับรถ และถนน 2.1.1.3 งานจัดหาและปรับปรุงบ่อพักของเดิมบนผิวจราจร 2 EA. 2.1.1.4 งานจัดหาและปรับปรุงฝาบ่อพักระบายน้ําเดิม 28 EA
    2.1.1.5 งานถนน และสิ่งก่อสร้างก่อสร้างประกอบ (ส่วนเพิ่มเติม)
    2.1.1.6 งานป้ายจราจร สัญญาณไฟชั่วคราว และผู้ให้สัญญาณการจราจร ขณะก่อสร้าง
    2.1.1.7 งานทําความสะอาดถนนก่อนส่งมอบงาน
    2.1.1.8 งานอื่นๆ ที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง รวมทั้งงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานแล้วเสร็จสมบูรณ์
    2.1.2 งานที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    2.1.2.1 งานรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมเช่น ถนนเดิม ที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างถนนพร้อมขนไป 2.1.2.2 งานก่อสร้างชั้นพื้นทางหินคลุก
    2.1.2.3 งานตัดรื้อท่อดับเพลิง
    2.1.2.4 งานรื้อถอนต้นไม้ประดับ วัชพืช ที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างถนนพร้อมขนไปทิ้งบริเวณที่ กทม. กําหนด 2.1.2.5 งานขุดดิน ปรับแต่ง ให้ได้ระดับตามแบบพร้อมขนไปทิ้งบริเวณที กฟผ. กําหนด
    2.1.2.6 งานจัดหาและก่อสร้าง งานโครงสร้าง คสล. ป้องกันท่อร้อยสายไฟของเดิม
    2.1.2.7 งานรื้อถอนป้ายจราจรเดิม
    2.1.2.8 งานจัดหาคอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้าง ( กฟผ.เป็นผู้จัดหา )
    2.1.2.9 งานจัดหาและก่อสร้างบ่อพักและระบบระบายน้ําใหม่
    2.1.2.10 งานจัดหาและปรับปรุงบ่อพักของเดิมบนผิวจราจร
    2.1.2.1.1 งานจัดมาติดตั้ง ป้ายจราจร ตีเส้นจราจร และ ROAD STUD 2.1.2.12 งานซ่อมแซม ทางเท้า สนามหญ้าที่เสียหายจากการก่อสร้างถนน 2.1.2.13 งานสํารวจในงานก่อสร้างทั้งหมด กฟผ. เป็นผู้สนับสนุน
    ทั้งนี้ ขอบเขตของงานที่ระบุไว้ข้างต้นเพียงเพื่อให้ทราบโดยทั่วไป ผู้รับจ้างต้องศึกษาแบบแปลนและ คํานวณปริมาณงานของผู้รับจ้างใหม่ทั้งหมดตามรายละเอียดของแบบก่อสร้าง และควรตรวจสอบสถานที่จริงก่อนที่ จะเสนอราคาและเข้าดําเนินงาน หากเกิดการผิดพลาดผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ. ทั้งสิ้น และหากรายละเอียดของแบบแปลนที่กําหนดคุณสมบัติของวัสดุก่อสร้าง หรือบัญชีแสดงการคํานวณปริมาณงาน ขัดแย้งกันกับรายละเอียดอื่นๆ ให้ผู้รับจ้างยึดถือแบบก่อสร้างและผลประโยชน์ของ กฟผ. เป็นหลัก
    2.2 แบบก่อสร้าง
    2.2.1 แบบก่อสร้าง งานปรับปรุงถนนบริเวณรั้วประตู 1 สีแยกหน้าอาคาร 20 ทั้งหมดจํานวน 21 แผ่น
    แบบเลข : L2-2401-023-03768-02(R) ถึง แบบเลขที่: 12-2017 023-23768-02(5) และ
    Jula: L2-2419-023-03/68-02(R) : avulan?: L2-2421-023-03/68-02(F)
    แบบเลข
    (Chunu 20 „NU) 1Fg wuu Sketch No.1 (otunu 1 MRSA)
  2. หมวดสูตรการปรับราคา (งานทาง)
    สัญญาแบบปรับราคาได้ ในการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งนี้เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้
    โดยให้คํานวณตามสูตรดังนี้
    3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT lugas K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo ใช้สูตร
    3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mit/io + 0.30 At/AO + 0.20 Et/EO + 0.10 Ft/Fo
    3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
    ใช้สูตร K = 0.30 - 0.10 Mit/MO + 0.40 At/AC + 0.10 Et/EO + 0.10 Ft/Fo
    3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบ ด้วยตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (WELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความถึงแผ่นพื้น คอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C. BRIDGE APPROACH) ด้วย
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/to.35 Ct/Co + 0.10 Mit/Mo + 0.15 5/So
    3.5 งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก สําหรับงาน
    ระบายน้ํา (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ํา คอนกรีตเสริมเหล็ก งาน ดาดคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาดคอสะพาน รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มีรูปแบบ และลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็นต้น lügas K = 0.35+0.20 It/lo+0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo+ 0.15 St/So
    3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเพื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C. BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C. BOX CULVERT) หอถังน้ําโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็ก
    และสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

    gps K=0.30+0.10 :/lo + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
    3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเดินข้ามถนน โครงเหล็กสําหรับ ติดตั้งป้าย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะ ล้ายคลึงกัน แต่ไม่ รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายสงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    ใช้สูตร K- 0.25-0.1OIN/10.05 Ct/Co- 0.20 MIU 10+ 0.40 St/So
    ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดย กระทรวงพาณิชย์
    K
    1
    lo
    C:
    Co
    Mit
    Mo
    =
    ESCALATION FACTOR
    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือน ส่งงานแต่ละงวด
  • ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา
    =
    =
    =
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคา เรนส์ ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา
  • ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    =
    =
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและมนต์) ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    St
    =
    So
    =
    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา
    Gr
    =
    Go
    AT
    =
    ||
    ||
    =
    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดของประกวด
    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ลงงานแต่ละงวด
    Ao
    =
    Et
    =
    Ec
    =
    Ft
    =
    Fo
    =
    ACt
    =
    ACO
    PVCt
    =
    PVCO
    =
    GIPt
    =
    GIPO
    =
    PET
    PEO
    W:
    Wo
    =
    =
    =
    =
    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ไยหิน ในเดือนทีส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อซิเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POL YETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY PLOYETHYLENE ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  1. การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุ ก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานาณ
  2. การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญาเดียว กัน จะต้องแยก ค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตร ที่ได้กําหนดไว้
  3. การคํานวณหาค่า K กําหนดให้ให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการ ปัดเศษ และกําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนําผลลัพธ์ไปคุณกับ ตัวเลขคงที หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
  4. ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจาก K ในเดือนเปิดของราคา มากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 49% มาคํานวณปรับเพิ่มหรือลดค่างาน แล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้
  5. กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญาโดยเป็นความผิดของผู้ รับจ้าง ค่า Kตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ลงมอบงานจริง แล้วแต่ว่าคา K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  6. การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน
    ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนํามา ค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงาน
    งวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคํานวณเงินเพิ่มได้ให้ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
  7. ข้อกําหนดทางวิชาการ
    4.1 งานสํารวจ (SURVEY)
    4.1.1 ทั่วไป
    4.1.1.1 กฟผ. จะให้ค่ากําหนดและมอบจุดมาตรฐาน (Datum Points) ที่ กฟผ. จัดทําไว้ให้แก่ผู้รับจ้าง งานสํารวจอื่นๆ ที่จําเป็นในการวางผัง (LAYOUT) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเอง
    4.1.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบค่ากําหนดจุดมาตรฐานทุกจุดที่ กฟผ. ส่งมอบให้ กฟผ. ทราบถ้ามีการ คลาดเคลื่อนไป กฟผ. จะเป็นผู้แก้ไขให้ถูกต้อง
    4.1.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องระวังรักษาจุดมาตรฐานต่างๆ เหล่านี้ไว้ให้อยู่ในสภาพดี ถ้าจําเป็นจะต้อง เคลื่อนย้าย การเคลื่อนย้ายให้กระทําได้โดยคําแนะนําจาก กฟผ. ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายให้เป็นของผู้รับจ้าง
    4.1.1.4 บันทึกการคํานวณและอื่นๆ ที่ผู้รับจ้างทําในการสํารวจ ให้รวบรวมและบันทึกในสภาพที่จะทํา การตรวจสอบได้ แล้วส่งให้ผู้ควบคุมงาน กฟผ. ตรวจสอบหรือให้ความเห็นชอบ
    4.1.1.5 กฟผ. สงวนลิขสิทธิ์ที่จะตรวจสอบงานสํารวจได้ทุกเวลา ถ้าพบว่างานสํารวจไม่ละเอียดไม่ถูกต้อง
    จะสั่งการให้ผู้รับจ้างแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการสํารวจแก้ไขให้เป็นของผู้รับจ้าง
    4.1.2 เครื่องมือและบุคลากรปฏิบัติงานสํารวจ (SURVEY EQUIPMENT AND PERSONNEL)
    4.1.2.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหากล้องสํารวจ เครื่องมือ และวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในงานสํารวจ ให้มีสภาพดีความ ละเอียดสูงพอที่จะทํางานตามที่ กฟผ. ให้ความเห็นชอบและจะต้องจัดหามาทดแทน ซ่อมแซม และปรับปรุงให้มีสภาพ เหมาะสมใหม่ตามที่ กฟผ. ต้องการ
    4.1.2.2 บุคลากรที่จะปฏิบัติงานสํารวจ จะต้องมีความชํานาญเพียงพอ งานสํารวจทุกงานจะกระทําอยู่ ภายใต้ความควบคุมของช่างสํารวจที่เชื่อถือได้ (QUALIFIED SURVEYOR) ซึ่ง กฟผ. ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเท่านั้น
    4.1.3
    ความละเอียด (ACCURACY)
    ความละเอียดของงานสํารวจ จะต้องอยู่ในความคลาดเคลื่อนต่อไปนี้
    Triangulation
    Allowable error of closure
    10 seconds
    Traversing
    Allowable error of closure
    Allowable error of distance
    1/3.000
    1/5,000
    Leveling
    Allowable error for each 1 km. measured
    Forward and backward
    10 mm.
    Allovablc crror for closure
    10xSQR(S) mm.
    Where S is the total distance of leveling expressed in km.
    SQR = (Square Root)
    4.2 งานพื้นที่ทางคอนกรีตเสริมเหล็ก
    4.2.1 ข้อกําหนดงานทั่วไป
    งานนี้ประกอบด้วยการก่อสร้างพื้นทางคอนกรีตเสริมเหล็กบนชั้นดินคันทาง ขึ้นวัสดุคัดเลือกชั้นรองพื้นทาง
    หรือนั่นอื่นใดที่ได้เตรียมไว้และได้รับการตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว โดยให้เป็นไปตามข้อกําหนดนี้และมีความถูกต้องตามแนว ระดับความลาน ๆ และรูปตัดได้แสดงไว้ในแบบ
    4.2.2 วัสดุ
    4.2.2.1 คอนกรีต เป็นตามข้อกําหนดใน “งานคอนกรีต คอนกรีตพื้นทางเป็นคอนกรีตมีกําลังรับแรงอัดไม่
    กว่า 240 ตร.ม. อายุ 28 วัน
    4.2.2.2 เหล็กเสริม เป็นตามข้อกําหนดใน “งานเหล็กเสริมและงานเหล็กรูปพรรณ” ผิวทางคอนกรีตที่ใช้ เหล็กเสริมจะต้องมีแผงลวดตาข่ายหรือตะแกรงเหล็กเส้นและจะต้องมีเหล็กเดือย เหล็กยืด และส่วนประกอบอื่นๆ ทีจําเป็น
    ตามที่ได้กําหนดไว้ในแบบ ปลายแผงลวดตาข่ายหรือตะแกรงเหล็กเส้นจะต้องอยู่ห่างจากขอบของแผงคอนกรีตทุกบ้านไม่เกิน
    50 มม.
  1. แผงลวดตาข่าย (Steel Wire Fabric) แผงลวดตาข่ายจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐาน ของAASHTO M55-81 M50 หรือ ASTM A185-79 ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างแผงลวดเหล็กตาข่ายเชื่อม (Welded Steel Wire Fabric) มาให้ ผู้คุมงานทดสอบรายการรายละเอียดต่างๆ ให้ได้ตามมาตรฐานก่อนที่จะนําในใช้เข้งาน ลวดที่ใช้ต้องมี คุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐานของ AASHTO M32-81 หรือ ASTM A82-79 และขนาดของลวดที่เล็กที่สุดจะนํามาใช้ได้ จะต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าขนาดลวดเบอร์ W1.2 ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางระบุเท่ากับ 3.15 มม. และมีพื้นที่หน้าตัดระบุเท่ากับ 7.74 ตร.มม. ในกรณีที่แผงลวดเหล็กของตาข่ายเชื่อมมีการทาบเหลือม (Lapped Splices) ต้องจัดให้มีการทานเหลื่อม โดยมี ความยาวของการทาบเหลือมในไม่น้อยกว่า 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นลวด และไม่น้อยกว่าระยะเรียงของเส้นลวด ตามขวางในแนวตั้งฉาก (Cross Was) + 50 มม. ปริมาณของลวดเหล็ก ที่คิดคํานวนวณจากพื้นที่หน้าตัดระบุและการจัดระยะ เรียงระหว่างลวดเหล็กในแต่ละทิศทางให้เป็นดังนี้
    ก) ปริมาณของลวดเหล็กในทิศทางตามแนวยาวอย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่า 151.1 ตร.มม./ ม. ข) ปริมาณของลวดเหล็กในทิศทางตามแนวทาง ให้เป็นดังนี้
  • เมื่อระยะระหว่างรอยต่อตามยาว หรือขอบเขตของแผ่นพื้นตอนกรีดเท่ากับ 300เมตรปริมาณ
    ของลวดเหล็กอย่างน้อยที่สุดจะต้องไม่น้อยกว่า 45.3 ตร.มม./ม
  • เมื่อระยะระหว่างรอยต่อตามยาว หรือขอบของแผ่นพื้นคอนกรีตเท่ากับ 3.25 เมตรปริมาณ ของลวดเหล็กอย่างน้อยที่สุดจะต้องไม่น้อยกว่า 49.1 ตร.มม./ม.
    เมื่อระยะระหว่างรอยต่อตามยาว หรือขอบเขตแผ่นพื้นคอนกรีตเท่ากับ 3.50 เมตร ของลวดเหล็กอย่างน้อยที่สุดจะต้องไม่น้อยกว่า 52.9 ตร.มม./ม. ปริมาณของลวดเหล็กอย่างน้อยที่สุดจะต้องไม่น้อยกว่า 52.9 ตร.มม.ม. ปริมาณของลวดเหล็กตามที่ระบุ หมายถึง ปริมาณลวดเหล็กที่คิดต่อความยาวเฉลี่ย 1 เมตรจากความยาว ทั้งหมดระหว่างรอยต่อหรือขอบเขตแผ่นพื้นตอนกรีต จุดเชื่อมของแผงลวดเหล็กตาข่ายเชือมจะต้องมีความแข็งแรง และไม่ หลุดจากกันในระหว่างการขนส่งและการจับวางในขณะทํางาน การหลุดจากจุดเชื่อมในขณะทํางานไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจาก อะไรก็ตามไม่ถือเป็นสาเหตุของการไม่ยอมรับของ (Reject) ถ้าปริมาณจุดเชื่อมที่หลุดต่อแผงลวดเหล็กตาข่าเอือม 1 แผง มี จํานวนไม่เกินร้อยละ 1 ของจํานวนจุดเชื่อมทั้งหมด หรือลวดเหล็กตาข่ายเชื่อมที่มีลักษณะเป็นม้วนจะยอมให้มีปริมาณของ จุดเชื่อมที่หลุดจากกันได้ไม่เกินร้อยละ 1 ของ จุดเชื่อมในพื้นที่ 14 ตารางเมตร นอจากนี้ตลอดความยาวของเส้นลวดเส้นใดเส้น หนึ่งจะยอมให้มีจุดเชื่อมหลุดจากกันได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของจํานวนจุดเชื่อมทั้งหมด ที่ยอมให้หลุดจากกันได้ในแผงลวดตาข่าย นั้นๆ ในขณะที่ทําการวางแผงลวดเหล็กตาข่ายเชื่อม เพื่อก่อสร้างถนนซิเมนต์คอนกรีต แผงลวดเหล็กตาขายเชื่อมจะต้องมี ลักษณะเป็นแผงเรียบ ไม่ม้วนงอหรือบิดเบี้ยวในทุกทิศทาง ความหนาของคอนกรีต ปิดทับแผงลวดเหล็กตาข่ายเชื่อม ให้ถือ ราม ได้แสดงไว้ในแบบเช่นเดียวกับ กรณีของการใช้ตะแกรงเหล็กเส้นเป็นเหล็กเสริมทุกประการ
  1. ตะแกรงเหล็กเส้น เหล็กเส้น ที่จะต้องใช้ทําตะแกรงเหล็ก เส้นจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตาม มาตรฐาน มอก. 20-2527 มอก. 24 - 2527 และ มอก. 211-2527 ขนาด และระยะเรียงตามที่แสดงไว้ในแบบ
  2. เหล็กเดือย และเหล็กยืดเหล็กเดือย จะต้องเป็นเหล็กเส้นกลม ที่มีคุณสมบัติถูกต้องตาม มาตรฐาน มอก. 20-2527 ผิวเรียบ ปราศจากครีบ นั่ง หรือส่วนคดงออื่นๆ ซึ่งจะทําให้เกิดการยึดติดในคอนกรีต ก่อนที่จะ นํามาใช้งาน ครึ่งหนึ่งของความยาวของเหล็กเดือย แต่ละท่อนจะต้องหาด้วยยางแอสฟัลท์ หรือจะใช้สีน้ํามันทาก่อนแล้วหากับ ด้วยจาระบีอีกชั้นหนังก็ได้เหล็กยืดจะต้องเป็นเหล็กข้ออ้อยที่มี คุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐาน มอก. 24-2527
    4.2.3 ปลอกเหล็กเดือย จะต้องเป็นโลหะหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานก่อนจะนํามาใช้งาน ปลอกเหล็กเดือยจะต้องออกแบบให้สวมเดือยเหล็กเข้าไปลีกไม่น้อยกว่า 50 ม.ม. ปลายข้างหนึ่งปิด และขีดปลอกให้ช่องว่าง ภายในจากปลายเหล็ก ร้อย สวยไว้ถึงปลายปลอกเหล็กเกือยข้าง ปิดเป็นระยะ มากับความต้องการของรอยต่อ หรืออย่าง น้อย 25 มม. ปลอกเหล็กเดือยที่จะต้องเป็นแบบที่ไม่โก่ง หรือชํารุดเสียหายในระหว่างการก่อสร้างการจัดวางจะต้องเป็นไป ตามที่กําหนดไว้ในข้อ 10.7 “รอยต่อ” ความหนาของปอกเหล็กเดือยจะต้องหนาไม่น้อยกว่า 2.5 มม.
    4.2.4 วัสดุชั้นรองพื้นทาง ใช้วัสดุรายรองใต้ผิวทางซีเมนต์คอนกรีต ทรายที่ใช้จะต้องเป็นทรายหยาบที่มีเม็ดแข็ง ผ่านตะแกรงขนาด 8.5 มม. ทั้งหมดและผ่านตะแกรงขนาด 0.075 มม. ไม่เกินร้อยละ 10 ในกรณีที่มีกระดาษกันน้ําซึมปูใต้ผิว ทางซีเมนต์คอนกรีต กระดาษกันน้ําซึมจะต้องเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐาน AASHTO M175-55 หรือ เป็นแบบที่ ได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงาน
    4.2.5 วัสดุสําหรับใส่รอยต่อ
  3. วัสดุอุดรอยต่อ (Joint Filler) วัสดุที่ใช้อุดรอยต่อเพื่อขยายจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตาม มาตรฐาน AASHTO M 213-81 หรือ ASTM D 1751-73 และจะต้องเจาะรู้ให้สอดเหล็กเดือยได้ วัสดุอุดรอยต่อแต่ละรอย จะต้องเป็นแผ่นเดียวตลอด มีความยาวและความลึกตามที่ระบุไว้ในแบบ เว้นแต่ ผู้คุมงานจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ ได้รับอนุญาตให้ให้ใช้วัสดุอุดรอยต่อมากกว่า 1 แผนในรอยต่อเดียวกันจะต้องเป็นปลายที่ต่อกันให้แน่นสนิทหรือทําให้ต่อกัน แน่น โดยวิธีการอื่นใดที่ผู้คุมงานเห็นสมควร
  4. วัสดุทารอยต่อ (joint Priner) วัสดุทารอยต่อ จะต้องเป็นวัสดุที่มีความสามารถในการไหลแทรก ซึมเข้าไปในรูพรุนของคอนกรีตได้สูง มีความหนืดในช่วง 30-50 วินาที ที่อุณหภูมิ 25 C ควาหนาแน่นของวัสดุทารอยต่อต้องไม่ สูงกว่า 0.85 กรัม/ลบ./มล. (850 กก./ลบ.ม.) และเมื่อทาทาบทับไปบนผิวคอนกรีตจะต้องแห้งภายใน 24 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 25 - ห้ามใช้วัสดุแอสฟัลท์อิมัลชันเป็นวัสดุทารอยต่อ วัสดุอื่นใดที่จะนํามาใช้เป็นวัสดุหารอยต่อได้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้
    คุมงานก่อนนํามาใช้งาน
  5. สารประกอบยาแนวรอยต่อ (Joint Sealing compound) สารประกอบยาแนวรอยต่อจะต้องมี คุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 479-2526 และได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานก่อนนํามาใช้งาน
    4.2.6 วิธีการก่อสร้าง
    4.2.6.1 การเตรียมชั้นดินกันทางและชั้นรองพื้นทาง ก่อนการตั้งแบบเพื่อเทคอนกรีต ชั้นดินคันทางและ
    យ ขั้นนรองพื้นทางในช่วงที่เทคอนกรีตจะต้องเกลี่ยแต่ง ปรับระดับ และทําการปิดทับให้ได้แนวความลาดระดับและความแนนที่
    ถูกต้องตามแบบโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานก่อนงานทุกชนิดจะต้องปรับปรุงระดับ และแนวทางให้ถูกต้อง จะต้อง ปาดแต่งค้นทางส่วนที่กว้างเลยจากขอบบริเวณที่เทคอนกรีตออกไปเป็นระยะไม่น้อยกว่า 600 มิลลิเมตร หรือตามที่ระบุไว้ใน แบบให้ได้ระดับและแนวด้วย โดยทั่วไปให้เตรียมพื้นที่สําหรับทั้งแบบ เพื่อเทอนกรีตได้ระยะทางอย่างน้อย 50 เมตร ล่วงหน้า ไปจากจุดที่กําลังเทคอนกรีต นอกจากความเห็นชอบจากผู้คุมงานเป็นอย่างอื่น
    4.2.6.2 การเตรียมชั้นทรายรองคอนกรีต ในกรณีที่ต้องใส่ชั้นทรายรองคอนกรีดตามที่ระบุไว้ในแบบทราย รองคอนกรีตต้องสะอาดปราศจากก้อนดินเหนียว หรือสารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อคอนกรีต หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นใด เช่น รากไม้ วัชพืช เป็นต้น ก่อนเทคอนกรีต ต้องเกลียทรายให้เรียบ พันน้ําให้ทรายอิ่มตัว พร้อมทั้งบดอัดให้แน่น ภายหลังการบดอัด ระดับของชั้นทรายต้องไม่มีจุดใดสูงกว่าระดับ กําหนดไว้ในแบบ และไม่มีจุดใดต่ํากว่าระดับที่แบบกําหนดเกิน 10
    มิลลิเมตร
    4.2.7 การตั้งแบบ
    4.2.7.1 ฐานรองรับแบบ ฐานรองรับแบบที่ตั้งอยู่ใต้ชั้นทรายรองคอนกรีตจะต้องมีความแข็งแรงซึ่งเมื่อดอก หมุดยึดแบบ หรือเมื่อวางลืมรองรับแบบแล้ว จะต้องมีความมั่นคนคงแข็งแรงไม่เกิดการขยับตัว และเมื่อลงชั้นทรายรอง คอนกรีตแล้วขอบแบบจะต้องจมลงไปในขั้นทรายอย่างน้อย 20 มิลลิเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้คอนกรีตไหลออกไปนอกแบบ 4.2.7.2 การตั้งแบบล่วงหน้า ก่อนเริ่มเทคอนกรีตแต่ละวันจะต้องสั่งแบบให้เสร็จเรียบร้อยไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของที่จะเทคอนกรีตได้ในวันนั้นๆ ในแต่ละวัน และได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงาน เมื่อถึงเวลาที่จะเริ่มคอนกรีตจะ ต้องสั่งแบบให้เสร็จเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 100 เมตร เว้นแต่ในวันใดที่จะเทคอนกรีตระยะสั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบ
    1004.25 ล่วงหน้าจากงานก่อนในกรณีที่มีผิวจางเกินกว่าข้างละหนึ่งช่องจราจร ให้เทคอนกรีตในของมีค่าระดับสูงสุดไปราคาระดับ ทําสุดตามลําดับทั้งนี้นอกจากผู้คุมงานสั่งการเป็นอย่างอื่น
    A
    4.2.7.3 การตอกยึดแบบ แบบจะต้องยึดแน่นให้อยู่ในตําแหน่งที่ถูกต้อง โดยใช้หมุดไม่น้อยกว่า 3 ตัว ต่อ ความยาว 3 เมตร ปลายทุกปลายของแบบและท่อนให้ตอกหมุดยึดให้แน่น ต้องแบบให้แน่นไม่เคลื่อนที่ หรือเลื่อนหลุด
    แนวของแบบไม่ว่าที่จุดใดก็ตามจะคลาดเคลื่อนไปจากแนวที่กําหนดได้ได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ให้ทําความสะอาดแบบและทา
    น้ํามันทีแบบก่อนเทคอนกรีต
    4.2.7.4 ระดับและแนว ให้ตรวจสอบระดับและและแนวของแบบที่ตั้งไว้ โดยทดลองให้เครื่องปูและเครื่อง แต่งคอนกรีตผ่านไปบนแบบ ถ้าปรากฏว่าแบบที่ตั้งไว้ ฐานรองรับแบบ หรือขั้นทรายใต้แบบไม่มั่นคงแข็งแรงก็ต้องทําการแก้ไข และตรวจสอบใหม่ให้เรียบร้อย ภายหลังจากที่เครื่องปูและเครื่องแต่งคอนกรีตผ่านไปบนแบบแล้ว ขอบบบนของแบบเมื่อ ทดสอบด้วยบรรทัดตรงยาว 3 เมตร คร่อมรอยต่อของแบบตอนใดก็ตาม ระดับจะคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน3 มิลลิเมตร และแนว จะคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตร จากที่ได้ระบุไว้ในแบบ
    4.2.8 สภาพขั้นทรายรองคอนกรีต
    หลังจากตั้งแบบแล้ว ก่อนเทคอนกรีตชั้นทรายที่ตบแต่งไว้แล้วนั้น ในขณะเทคอนกรีตต้องอยู่ในสภาพที่
    เรียบร้อยและมีความชื้นที่พอเหมาะ ห้ามเทคอนกรีตบนชั้นทรายที่มีระดับที่ไม่เรียบไม่แน่นชั้นทรายในขณะที่จะเทคอนกรีต
    แห้งก็ให้พรมน้ําให้ชุ่มห้ามปล่อยให้มีน้ําขังอยู่บนผิวของขั้นทรายหากความจําเป็นอันเนื่องมาจากสภาพดินฟ้า อากาศ ผู้คุมงาน
    อาจจะสั่งให้ให้ความชื้นแก่ทรายล่วงหน้าชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนเทคอนกรีต
    4.2.9 การเทคอนกรีต
    ในขณะที่ทําการเทคอนกรีตจะต้องมีเจ้าหน้าที่ของผู้คุมงาน ควบคุมการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างอย่างใกล้ชิด
    ทุกขั้นตอน จนกว่าจะสิ้นสุดการเทคอนกรีตในแต่ละช่วง ให้เทคอนกรีตลงบนชั้นทรายรองคอนกรีตที่ได้เตรียมไว้แล้ว ห้ามเท คอนกรีตในบริเวณรอบโครงสร้างสาธารณูปโภคอื่นๆ เช่น บ่อพักเป็นต้น จนกว่าจะปรับแนวและระดับของโครงสร้างนั้นๆ ให้ ถูกต้องตามที่กําหนดและใส่วัสดุอุดรอยต่อเมื่อขยายรอบโครงสร้างนั้นๆ เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ในกรณีที่ไม่ได้เทคอนกรีตจาก
    รถผสมคอนกรีตรถกวนคอนกรีตหรือเครื่องมืออื่นใดที่ใช้ขนและเทคอนกรีตซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานแล้วว่าจะต้องมี
    อุปกรณ์ที่จะช่วยให้เทคอนกรีตออกได้โดยไม่เกิดการแยกตัวหรืออัดตัวแน่นเสียก่อน คอนกรีตเสริมเหล็กให้เทเป็น 2 ชั้น ชั้น ล่างจะต้องอัดแต่งให้ได้ระดับที่จะวางเหล็กหรือระดับที่ได้กําหนดไว้ในแบบในกรณีที่จะเทคอนกรีตชั้นเดียว ถ้าวางเหล็กเสริมไว้
    ในตําแหน่ง และระดับเรียบร้อยแล้ว จะต้องจัดตรียมแท่งคอนกรีตหรือเหล็กขาหยั่ง เพื่อหนุนเหล็กไม่ให้แอ่นตัวตลอดแผงของ เหล็กเสริม และร้องได้รับความเห็นจากผู้คุมงานก่อนแท่งคอนกรีตที่ใช้หนุนแผงเหล็กเสริมจะต้องมีกําลังรับแรงอัดแรงอัด เทากับคอนกรีตของหินทาง เมื่อเทคอนกรีตลงไปบนถนนแล้ว ห้ามใช้เครื่องสั่นสะเทือนในการทะลายกองคอนกรีตในการเกลีย
    แต่คอนกรีตให้ใช้เครื่องเกลี่ยตามประเภทและแบบที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว เว้นแต่ผู้มาคุมงาน จะกําหนดให้เป็นอย่างอื่น ให้
    เกลียคอนกรีตที่เทแล้วให้แผ่กระจายอย่างสม่ําเสมอซึ่งเมื่อทําให้ยุบตัวและแต่งเสร็จแล้วจะได้ความหนาไม่น้อยกว่าที่กําหนด
    โดยที่ไม่มีผิวตอนต่ํากว่าระดับที่ต้องการ การนําคอนกรีตมาปรับแต่งเพิ่มเติมจะต้องให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะทําได้ จะใช้คนเกลีย แต่งคอนกรีตที่รอยต่อโดยใช้พลัวก็ได้ แต่ห้ามใช้คราด ห้ามคนงานซึ่งมีดินหรือวัสดุไม่พึงประสงค์อย่างอื่นอยู่ที่รองเท้าเดิน ไป บนคอนกรีตทีเ เสร็จใหม่ๆ การเทคอนกรีตระหว่างรอยต่อตามขวาง 2 รอย จะต้องเทติดต่อกันโดยตลอด เว้นแต่ในกรณี มี
    เหตุสุดวิสัยหรือเหตุฉุกเฉิน การเทคอนกรีตจะต้องเทให้ต่อเนื่องกันตลอดเวลาในระหว่างการเทคอนกรีต ถ้าต้องหยุดรอ คอนกรีตนานเกิน 30 นาที ผู้คุมงานจะสั่งหยุดงาน และสั่งทํารอยตอก่อสร้างตามขวางโดยที่ผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง จะต้องทําให้คอนกรีตยุบตัวมีเนื้อแน่นโดยทั่วถึง และเต็มตลอดผิวหน้าของแบบหล่อ โดยใช้เครื่องสั่นสะเทือนกดลงในคอนกรีต ห้ามกดเครื่องสั่นสะเทือนที่ส่วนต่างๆ ของรอยต่อที่ชั้นทางให้คอนกรีตหรือแบบหล่อและไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ห้ามใช้เครื่อง สั่นสะเทือนตา ณ ที่ใดที่หนึ่งนานเกิน 30 วินาที ถ้าปรากฏว่ามีคอนกรีตกหล่นอยู่บนผิวคอนกรีตที่เสร็จแล้ว หรือคอนกรีต ที่กําลังเทใหม่สั้นเข้าไปในคอนกรีตเก่า ผู้รับจ้างต้องรีบเอาออกทันทีด้วยวิธีวิธีซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้วตามที่ผู้คุมงาน
    เห็นสมควรให้เทคอนกรีตต่อเพื่อขยายและรอยต่อเพื่อพูดให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้แต่อย่าให้กระทบกระเทือนรอยต่อนั้นๆเท คอนกรีตจากทั้งเทลงบนส่วนประกอบรอยบริเวณรอยต่อทุกแห่งยกเว้นที่บริเวณรอยต่อกับคอนกรีตชั่นล่างเริ่มจะแข็งตัว แต่ทั้ง ต้องไม่เกิน 50 นาที ในระหว่างการเทคอนกรีตชั่นบนจะต้องเหมือนกันใหม่ให้เหล็กเสริมเคลื่อน
    4.2.10 การจัดแต่งครั้งแรกและการวางเหล็กเสริม
    4.2.10.1 ในกรณีที่เทคอนกรีตสองขั้น จะต้องอัดแท่งคอนกรีตชั้นล่างตลอดความกว้างให้ได้รูปตัดหลังทาง และตากว่าระดับผิวทางตามที่กําหนดเมื่อเสร็จ เพื่อวางเหล็กเสริม และเพื่อเทคอนกรีตชั้นบนให้ได้ความหนาตามที่ต้องการ การอัดแห่งนี้ให้ใช้เครื่องอัดแต่งคอนกรีต เว้นแต่ผู้ควบคุมงาน จะยินยอมให้ใช้เครื่องมืออื่นก็ได้ หรือยินยอมให้อัด แต่งโดยใช้ แรงคนเฉพาะบางแห่ง เช่นตอนที่ความกว้างเปลี่ยนหรือในกรณีฉุกเฉิน ให้วางแผงลวดเหล็กรูปตาข่ายหรือตะแกรงเหล็กเส้นลง บนผิวหน้าคอนกรีตชั้นล่าง โดยให้มีระยะห่างจากขอบแผ่นคอนกรีตเท่าๆ กัน แผงหรือตะแกรงเหล็กเส้นทิวางต่อกันจะต้องให้
    เหลือมทับกันตามที่ได้กําหนดไว้ในแบบปลายเหล็กเสริมจะต้องอยู่ห่างจากรอยต่อเพื่อขยายตามขวางหรือรอยต่อเพื่อหดไม่เกิน
    50 มิลลิเมตร และจะต้องไม่ยืนรอยต่อนั้นๆ ออกไป ตรงรอยต่อของแผงหรือตะแกรงเหล็กเส้นที่เหลือมทับกับกันให้ผูกด้วย ลวดเพื่อให้ยึดติดแน่นเป็นระยะๆ ห่างไม่เกิน 1 เมตร เหล็กเสริมที่นํามาวางจะต้องไม่เปื้อนดินโคลน หรือวัสดุที่ไม่พึงประสงคือ ย่างอื่น และไม่เป็นสนิมจนทําให้ความยึดเหนียวระหว่างเหล็กกับคอนกรีตเสียไป การต่อตะแกรงเหล็กเส้น หรือต่อเหล็กแต่
    ละเส้นในตะแกรงจะต้องเหลือมทาบกันไม่น้อยกว่า 100 มิลลิเมตร
    4.2.10.2 การอัดแต่งคอนกรีตชั้นเดียว ในกรณีที่จะเทคอนกรีตชั้นเดียวจะต้องจัดเตรียมแห่งคอนกรีต หรือ เหล็กขาหยั่ง เพื่อใช้หนุนเหล็กเสริมไม่ให้แอ่นตลอดแผงของเหล็กเสริมแท่งคอนกรีตที่ใช้ หนุนแผงเหล็กเสริมจะต้องมีกําลังรับ แรงอัดเท่าคอนกรีตพื้นทาง
    4.2.11 รอยต่อ
    รอยต่อต่างๆ จะต้องเป็นประเภทที่แสดงไว้ในแบบและจะต้องก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ ถ้ามีกําหนดไว้ หรือตามที่ผู้คุมกําหนด ก่อนที่จะนําวัสดุสําหรับรอยต่อเข้าติดตั้งในที่ชั้นทางตรงตําแหน่งนั้นๆ จะต้องมีสภาพเรียบร้อย โดย ได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานแล้วให้ใส่วัสดุอุดรอยต่อสําหรับรอยต่อเพื่อขยาย ตลอดแนวโครงสร้าที่ติดกับแผ่นคอนกรีตให้
    เสร็จก่อนที่จะทําการเทคอนกรีตต่อไป
    4.2.11.1 รอยต่อเพื่อขยายตามขวาง วัสดุที่ใช้สําหรับทําเป็น รอยต่อเพื่อขยายตามขวางจะต้องประกอบ นอก ช่องทางที่เทคอนกรีต และจะต้องประกอบให้เสร็จเรียบร้อยก่อนนํามาติดตั้งในแบบวัสดุอุดรอยต่อแต่ละชุดจะต้อง ประกอบด้วยแผงสําหรับยกที่ให้ติดตั้งในที หรือสิ่งที่ได้ความเห็นชอบให้ใช้แทนได้ วัสดุอุด รอยต่อขนาดตามที่กําหนด ปลอก เหล็กเดือยหนาไม่น้อยกว่า 2.5 มิลลิเมตร ทําด้วยโลหะหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานก่อนนํามาใช้และ มีช่องว่างในระหว่างปลายเหล็กเดือยถึง ก้นปลอกไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร เหล็กเดือยซึ่งมีขนาดและความยาวถูกต้องติดตั้งไว้ ตามตําแหน่งที่ต้องการ ปลอกเหล็กเดือยและสิ่งที่ช่วยรองรับและยึดเหล็กเดือยให้มีระยะถูกต้องติดตั้งไว้ที่ปลาย หรือใกล้ปลาย ของเหล็กเดือย แผงสําหรับลูกจะต้องเป็นแผ่นโลหะที่มีความมั่นคงแข็งแรง ตัดให้ได้ตามความลึกรูปตัดหลังทางของแผ่นพื้น คอนกรีต นๆ ส่วนยาวของแผงให้น้อยกว่าความยาวของรอยต่อที่กําหนดประมาณ 10 มิลลิเมตร ส่วนล่างให้เจาะเป็นร่อง ขึ้นมาเท่าทีจําเป็น เพื่อให้ถอดออกได้ และมีส่วนประกอบอย่างอื่นอีกเพื่อให้ออกแผงสําหรับกได้สะดวก ปลอกเหล็กเดือย
    อาจจะแยกเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก หรือติดรวมเป็นส่วนของแผงสําหรับยกก็ได้ให้ทําความสะอาดแผงสําหรับยกปลอกเหล็ก เดือย และทาน้ํามันหล่อลื่นก่อนนําไปใช้งาน ครึ่งหนึ่งของความยามเหล็กเดือยแต่ละท่อนให้ทาด้วยยางแอสฟัลท์หนึ่งชั้น หรือ จะใช้สีน้ํามันทาก่อนแล้วทาทับด้วยจาระบีอีกชั้นหนึ่งก็ได้ หรือวัสดุอื่นใดที่ผู้ควบคุมงานเห็นว่าเหมาะสมที่จะช่วยป้องกันมิให้ คอนกรีตยึดหน่วงปลายเหล็กเดือยนั้น ให้สวมปลอกเหล็กเดือยเข้าที่ปลายเหล็กเดือยข้างที่ทาแล้วทุกปลายแล้วด้วยวัสดุที่
    เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้น้ําปูนไหลเข้าไปในปลอกเหล็กเดือย และช่วยให้เหล็กเดือยอยู่ตรงกลางของปลอกเหล็กเดือยที่

    รองรับและยึดเหล็กจะต้องเป็นแบบและจัดทําไว้ให้สามารถยึดเหล็กเดือยให้อยู่ในแนวที่ถูกต้องทั้งทางถึงละทางราบโดยยอมให้ มีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 1 มิลลิเมตร ต่อระยะ 100 มิลลิเมตร เมื่อส่วนต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกันขอบบนของแผง สําหรับยาจะต้องสูงกว่าขอบบนของแผ่นวัสดุอุดรอยต่อสําเร็จรูปประมาณ 5 มิลลิเมตร วัสดุอุดรอยต่อจะต้องอยู่แนวถึง เมื่อ
    เหล็กเดือยอยู่ในแนวราบผิวหน้าของในวัสดุอุดรอยต่อจะต้องอยู่ในระนาบตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางถนนและยอมให้ คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ในช่วงความกว้างของของจารจร 1 ช่อง เหล็กเดือนทุกอันจะต้องขนานกันและจะต้องสั่ง ฉากรับผิวของแผ่นวัสดุอุดรอยต่อ การติดตั้งส่วนประกอบวัสดุอุดรอยต่อทั้งชุด ให้แผงสําหรับอยู่ทางด้านที่ไม่ได้เท คอนกรีต ขอบบนของวัสดุอุดรอยต่อ จะต้องต่ํากว่าระดับผิว คอนกรีตที่กําหนดไว้ไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ขอบล่างตั้งอยู่บน
    หรือฝังลงไปในชั้นทางเล็กน้อย และจะต้องในแนวดิ่ง ให้ตอกหมุดยึดส่วนประกอบวัสดุอุดรอยต่อทั้งชุดใหม่มั่นคงแข็งแรง และ อยู่ตําแหน่งที่ถูกต้องตลอดเวลาการก่อสร้าง ส่วนประกอบวัสดุอุดรอยต่อและการติดตั้งจะต้องได้รับการตรวจสอบและความ เห็นชอบจากผู้คุมงานก่อนที่จะเริ่มเทคอนกรีต หมุนยึดจะต้องมีรูปตัด และความยาวตามที่ผู้คุมงานเห็นสมควร ถ้าเป็นโลหะรูป ตัว U ความหนาของโลหะนั้นจะต้องไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร หมุดยึดจะต้องยาว 400 มิลลิเมตร หรือมากกว่าถ้าจําเป็นเพื่อ ตอกยึดส่วนประกอบให้มีความมั่นคงแข็งแรง
    4.2.11.2 รอยต่อเพื่อหดตามขวาง รอยต่อเพื่อหดตามแนวขวางนี้ให้ทําขึ้นโดยใช้เลื่อยตัดให้เป็นร่องลงไป จากผิวของคอนกรีต เพื่อทําให้เกิดระนาบที่มีความแข็งแรงน้อยลง รอยต่อแบบนี้จะรวมไปถึงเหล็กเดือยสําหรับถ่ายน้ําหนัก ด้วย ถ้ามีระบุในแบบ
  6. ระนาบที่มีความแข็งแรงน้อยลง การนําร่องสําหรับระนาบดังกว่าวให้ใช้เลื่อยตัดหลังจากที
    คอนกรีตถึงจุดอยู่ตัวแรกเริ่มแล้ว หรือในกรมพิเศษซึ่งได้รับอนุญาตจากผู้คุมงานแล้ว จะทําร่องในขณะที่คอนกรีตยังอ่อนตัวอยู่ หลังจากการกวาดแต่งหน้าผิว และก่อนที่คอนกรีตนั้นใกล้จุดอยู่ตัวแรกเริ่มแนวร่อง จะต้องตั้งฉากกับแนวศูนย์กลางถนน และ จะต้องได้แนวที่ถูกต้อง ซึ่งยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ต่อความกว้างของแผ่นพื้นคอนกรีตนั้น ในกรณีที่แบบระบุ ให้ใช้เลื่อยตัดเซาะร่องทํารอยต่อเพื่อหดห่างกัน 15 เมตร หรือมากกว่า จะต้องใช้เลื่อยตัดทํารอยต่อทุกรอยก่อนที่คอนกรีตจะมี รอยแตกเพราะการหดตัวแต่ก็ต้องไม่นานเกินไปจนกระทั่งคอนกรีตนั้นแข็งตัว อันทําให้แนวรอยตัดคดและคอนกรีตกะเทาะ มากเกินไป โดยปกติให้เริ่มทําการตัดเพื่อทํารอยต่อเพื่อหดในระหว่าง 4-24 ชั่วโมงหลังจากเทคอนกรีตแล้ว ถ้าในแบบระบุไว้ว่า ระยะระหว่างรอยต่อที่ตัดเซาะด้วยเลื่อยห่างกันน้อยกว่า 15 เมตร และปรากฏว่าไม่อาจจะทําการตัดเซาะร่องทํารอยต่อให้ เสร็จ ก่อนทิคอนกรีตจะมีรอยแตกร้าว เพราะการหดตัวได้ในกรีเช่นนี้ให้ทําการตัดรอยต่อที่มีระยะห่างกัน 15-30 เมตร ให้
    เสร็จก่อนที่คอนกรีตจะมีรอยแตกร้าวเพราะการหดตัวและแนวรอยต่อที่อยู่ระหว่างรอยต่อที่ได้ตัดไปแล้วนั้นให้การจัดทําให้ เสร็จก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการบ่มคอนกรีต หรือหลังจากนั้นเล็กน้อย ระยะระหว่างรอยต่อที่จะต้องทําการตัดก่อนขึ้นอยู่กับเหตุ หลายประการโดยระยะห่างนั้น จะต้องอยู่ในช่วงที่พอเหมาะรอยต่อเพื่อหดทุกรอยในช่วงที่อยู่ติดกับพื้นคอนกรีตที่แล้วเสร็จ ให้ รีบเลื่อยตัดตรงแนวรอยต่อที่มีรอยแตกอยู่แล้วหรือรอยต่อก่อสร้างของพื้นคอนกรีตเดิมให้เสร็จก่อน ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่ง
    ไม่สามารถจะรีบเลื่อยตัดเพื่อป้องกันรอยแตกร้าวได้ทัน ก็ให้จัดทําร่องเป็นรอยต่อเพื่อหดก่อนที่คอนกรีตจะถึงจุดอยู่ตัวแรกเริ่ม
    ดังรายละเอียดข้างต้นได้
    ในกรณีที่แบบระบุความกว้างและความลึกของรอยต่อไว้เป็นอย่างอื่น รอยต่อที่ใช้เลื่อยตัดจะต้องลึกไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของความหนาของแผ่นคอนกรีต ความกว้างของรอยต่อจะต้องไม่น้อยกว่า 12 มิลลิเมตร ถ้ารอยต่อนั้นห่างกัน 15 เมตร หรือ
    มากกว่า และไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ถ้ารอยต่อยางกันน้อยกว่า 15 เมตร
    วิริการใดๆ ก็ตามที่ใช้ในการเลื่อยตัดรอยต่อ ถ้าเป็นผลทําให้เกิดรอยแตกร้าวก่อนกําหนดจะต้องรีบปรับปรุงแก้ไขทันที ซึ่งวิธีการแก้ไขอาจจะทําได้โดยการจัดลําดับรอยต่อที่จะทําการเลื่อย หรือระยะเวลาที่เกี่ยวกับการเทคอนกรีต หรือการเอาวัสดุ บ่มคอนกรีตออก รวมทั้งวิธีการเลื่อยตัดรอยต่อด้วย
  7. ชุดอุปกรณ์ถ่ายน้ําหนัก ชุดอุปกรณ์ถ่ายน้ําหนักสําหรับรอยต่อเพื่อหดตามขวางประกอบด้วย เหล็กเดือยไม่มีปลอก อุปกรณ์บังคับระยะ และที่รองรับเหล็กเดือย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานแล้ว และอาจรวมถึง แผงสําหรับยกด้วยหากนํามาใช้ให้ทาเหล็กเดือยครึ่งหนึ่งของความยาวแต่ละท่อนด้วยยางคัทแบตแอสฟัลท์ หรือทาด้วยสีน้ํา มันแล้วเคลือบด้วยจาระบี หรือจะทําด้วยวัสดุอื่นใดที่ผู้คุมงานเห็นว่าเหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้คอนกรีต ยึดหน่วงปลายเหล็ก เรื่อยนั้นที่รองรับต้องสามารถยุคเหล็ก เดือยให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้องทั้งทางวิ่งและทางราบได้ โดยให้มีความคลาดเคลื่อนได้ ไม่เกิน 1 มิลลิเมตร ต่อระยะ 100 มิลลิเมตรให้ติดตั้งชุดอุปกรณ์ถ่ายน้ําหนักและชุดในตําแหน่งที่ถูกต้องโดยให้แนวของเหล็ก
    เลื่อยขนานกับแนวศูนย์กลางถนนและรอกยึดให้มั่นคงแข็งแรงอยู่ในตําแหน่งนั้นตลอดช่วงเวลาของการก่อสร้าง การตั้งชุด
    อุปกรณ์นี้ต้องให้ผู้คุมงานตรวจสอบเห็นชอบเสียก่อนที่จะทําการเทคอนกรีต
    4.2.11.3 รอยต่อตามยาว ต้องก่อสร้างรอยต่อตามยาวให้เป็นไปตามรายละเอียดที่แสดงไว้ในแบบการใช้ แบบหรือใช้เลื่อยตัดให้เป็นร่องเพื่อทําให้เกิดระนาบที่มีความแข็งแรงน้อยลง จะต้องด่าเนินการให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้เรื่อง
    ระนาบที่มีความแข็งแรงน้อยลง เหล็กยึดที่รอยต่อตามยาวต้องวางให้ตั้งได้ฉากกับแนวรอยต่อ และอยู่ในตําแหน่งตามที่ระบุไว้ ในแบบห้ามทาสีหรือทาด้วยยางแอสฟัลท์ ให้ใช้แบบเหล็กแบบรางลิ้นตลอดความยาวของรอยต่อก่อสร้างเหล็กยึดอาจจะขอให้
    ตั้งฉากกับแบบได้ก็ต่อเมื่อได้หล่อคอนกรีตช่องแรกเสร็จหลังจากนั้นให้ดัดให้ตรงอย่างเดิม ก่อนที่จะทําการหล่อแผ่นพื้น
    คอนกรีตในช่องที่อยู่ถัดไป
    4.2.11.4 รอยต่อก่อสร้างตามขวาง รอยต่อก่อสร้างตามขวางให้เป็นแบบต่อชน (Butt Type) หรือเป็นแบบ ลิ้นรางก็ได้และให้มีเหล็กและให้มีเดือยตรงบริเวณที่ทํารอยต่อก่อสร้างตามขวาง รอยต่อก่อสร้างจะทําตรงที่เป็นรอยต่อระหว่าง
    คอนกรีตเก่ากับคอนกรีตใหม่ โดยปกติจะทําตรงที่สิ้นสุดการเทคอนกรีตตลอดช่องความยาวของแผ่นพื้นคอนกรีตแผ่นสุดท้าย ในแต่ละวัน ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินต้องหยุดเทคอนกรีตนานเกินกว่า 30 นาที ให้ทํารอยต่อก่อสร้างตามขวางทันที ห้ามทํารอยต่อ ก่อสร้างตามขวางภายในระยะ 3 เมตร ใกล้กับรอยต่อเพื่อขยาย รอยต่อเพื่อหดหรือระนาบที่มีความแข็งแรงน้อยลง ทั้งที่ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้คุมงาน
    4.2.12 การอัดแต่งครั้งสุดท้าย การทําให้ยุบตัวและการคบแต่งผิวคอนกรีต
    4.2.12.1 การขัดแต่งด้วยเครื่อง หลังจากเทพื้นคอนกรีตชั้นบนเสร็จแล้วให้ปรับอัดแต่งและปาดด้วยเครื่อง แต่งคอนกรีตโดยเร็วที่สุด ผิวคอนกรีตที่ตบแต่งเรียบร้อยแล้ว จะต้องไม่มีเนื้อที่รูพรุน ให้เดินเครื่องแต่งคอนกรีตไปบนพื้นที่แต่ ละตอนในช่วงระยะเวลาที่พอเหมาะเพื่อให้เนื้อคอนกรีตแน่นและมีเนื้อผิวสม่ําเสมออย่าใช้เครื่องแต่งในพื้นที่ตอนหนึ่งตอนใด นานเกินสมควร เครื่องแต่งที่เลื่อนไปบนแบบ จะต้องเลื่อนได้เรียบสม่ําเสมอตรงแนว และไม่มีความคลาดเคลื่อนอันจะเป็นผลให้ ได้ผิวคอนกรีตที่ไม่สม่ําเสมอ
    4.2.12.2 การอัดแต่ด้วยแรงคนในตอนหนังตอนใดที่ความกว้างของแผ่นพื้นคอนกรีตเปลี่ยนหรือในกรณีที เครื่องอัดแท่งคอนกรีตเสีย หรือมีเหตุฉุกเฉินอื่นใด การจัดแต่งคอนกรีตอาจกระทําได้โดยใช้แรงคน หากได้รับความเห็นชอบ จวกผู้คุมงานต้องจัดให้มีที่ปาดคอนกรีตชนิดยก เคลื่อนที่ได้ซึ่งที่ปาดคอนกรีต ต้องมีความยาวมากกว่าความกว้างของแผ่นพื้น คอนกรีตที่จะปาดแต่งไม่น้อยกว่า 600 มิลลิเมตร ที่ปาดคอนกรีตยกเคลื่อนที่ได้นี้ต้องทําด้วยโลหะ หรือวัสดุอื่นใดที่มีความ มั่นคงแข็งแรงที่พอที่จะคงรูปอยู่ให้ ทั้งนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานก่อน ถ้าจําเป็นก็ต้องจัดให้มีที่ปาดอันที่สอง เพื่ออัดแท่งคอนกรีตชั้นลางด้วยการอัดแท่งคอนกรีตให้กระทําโดยยกทีปาดคอนกรีตแบบเฉือนไปมาตาตามแนวขวางไปเรื่อยๆ ในทิศทางเดียวกับทีเทคอนกรีตโดยไม่ต้องยกที่ปาดถ้าจําเป็นก็ให้ปวดได้อีกจนกระทั่งได้เนื้อผิวคอนกรีตที่สม่ําเสมอ และมี
    ผิวหน้าที่ปราศจากรอยพรุน
    4.2.12.3 การแต่งผิวคอนกรีต และการแก้ไขผิวคอนกรีต หลังจากที่ได้อัดแท่งคอนกรีตให้ยุบตัวอัดแน่นดี แล้ว ใช้อุปกรณ์แต่งตัว เช่น ไม้สามเหลี่ยม แต่งต่อจนได้ผิวเรียบและได้ระดับตามแบบอุปกรณ์แต่งตัว ต้องเป็นแบบที่ได้รับ ความเห็นชอบจากผู้คุมงานแล้วต้องระมัดระวังที่จะเริ่มแต่งผิวในช่วงเวลาที่เหมาะสม การแต่งผิวคอนกรีตที่บริเวณรอยต่อ ก่อสร้างตามขวางให้กวาดคอนกรีตส่วนเกิน ซึ่งล้ําเข้าไปในคอนกรีตเก่าที่ได้เทไว้ก่อนแล้วออกให้หมด และปรับระดับให้เสมอ กับคอนกรีตเก่ากอนทิคอนกรีตใหม่จะเริ่มแข็งตัว ในการแต่งผิวคอนกรีตตรงบริเวณรอยต่อจะต้องกระทําด้วยความระมัดระวัง เป็นพิเศษ เพื่อให้ได้รอยต่อที่เรียบทั้งสองข้างของรอยต่อ ในกรณีที่สงสัยว่าการตบแต่งบริเวณรอยต่อยังไม่เรียบร้อยพอ ผู้คุม งานอาจสั่งการให้ตรวจสอบความเรียบร้อยของผิวคอนกรีตทรงบริเวณรอยต่อ โดยใช้บรรทัด ตรงวัดสอบ ในการแต่งผิว คอนกรีตถ้าพบว่า ตอนใดไปก็ให้รีบเสริม และตอนใดสูงไปก็ให้รับปาดออกแล้วจึงอัดผิวอีกครั้งหนึ่ง การแต่งผิวและการแก้ไข ผิวคอนกรีตให้กระทําต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งผิวพื้นคอนกรีตทั้งหมดนั้นเรียบ มีความลาด และความโค้งหลังทางถูกต้อง
    4.2.12.4 การกวาด ไม้กวาดผิวคอนกรีตในช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม้กวาดที่ใช้จะต้องมีคุณภาพ ขนาด และ จัดหาตามแบบหรือตามที่ผู้คุมงานเห็นสมควร ไม้กวาดอันใดชํารุดหรือไม่เหมาะสมต้องเปลี่ยนใหม่ให้ทําการกวาดจากขอบฟัน ข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง โดยแนวที่กวาดและแนวกับกันเล็กน้อย และให้เกิดรอยกวาดบนผิวหน้าสม่ําเสมอ ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร การกวาด จะต้องทําให้แล้วเสร็จก่อนที่คอนกรีตจะอยู่ในสภาพซึ่งเมื่อกว่าจะหลุดออก หรือหยาบเกิน สมควรผิวหน้าที่กวาดเสร็จแล้วจะต้องไม่หยาบมาก ไม่มีรูพรุน หรือไม่สม่ําเสมอ และจะจะต้องอยู่ในสภาพที่ผู้คุมงาน
    เห็นสมควร
    4
    4.2.12.5 การท้าชอบที่รอยต่อ หลังจากที่กวาดคอนกรีตให้เสร็จแล้ว และก่อนที่คอนกรีตนั้นจะเริ่มแข็งตัว ให้ใช้เครื่องมือซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานแล้ว แต่งขอบพื้นคอนกรีตทุกด้านของรอยต่อให้มันมีรัศมี 5 มิลลิเมตร หรือ ตามแบบ ยกเว้นรอยต่อที่ใช้เลื่อยตัด ตอนที่มันนั้นจะต้องมีรัศมีถูกต้องต่อเนื่องกันไปโดยตลอดความยาวของผิวที่เรียบแน่นด้วย มอร์ตา การเลื่อนเครื่องมือในขณะที่แต่งจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อผิวหน้าของแผ่นพื้นคอนกรีตนั้นเกินสมควร รอยต่อทุก
    รอยให้วัดสอบด้วยบรรทัดตรงก่อนที่คอนกรีตนั้นจะแข็งตัว และทําให้การแก้ไขถ้าชอบข้างหนึ่งของรอยต่อสูงกว่าอีกข้างหนึ่ง หรือถ้ารอยต่อสูงหรือต่ํากว่าแผ่นพื้นคอนกรีตที่อยู่ข้างเคียงรอยต่อนั้น
    4.2.13 ความคลาดเคลื่อนของผิวคอนกรีต
    เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้วให้วัดสอบผิวหน้าคอนกรีตทั้งหมดโดยเฉพาะที่รอยต่อนั้นอีกด้วยบรรทัดตรงยาว 3 เมตร การวัดให้วัด ติดต่อกันไปโดยเลื่อนบรรทัดไปทีละ 1.5 เมตร และมีระยะเหลือมกัน 1.5 เมตร ถ้าผิวหน้าตอนใดเมื่อวัดสอบในทิศทางตามยาว ปรากฎว่าไม่สม่ําเสมอ หรือห่างจากขอบบรรทัดวัดสอบเกินกว่า 3.5 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 7 มิลลิเมตร ก็ให้ทําเครื่องหมายไว้ และใช้เครื่องฝนคอนกรีตที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานแล้วรีบฝนออกไปต่ําลงจนกระทั่งความไม่สม่ําเสมอนั้นเหลือไม่เกิน
    3
    3.5 มิลลิเมตร ถ้าผิวหน้าของพื้นคอนกรีตตอนใดไม่สม่ําเสมอ หรือห่างจากขอบบรรทัดทดสอบเกินกว่าว่า 7 มิลลิเมตร ผู้รับ จ้างจะต้องรื้อแผ่นคอนกรีตแผ่นนั้นยาวอย่างน้อย 3 เมตร ตลอดกว้างความหนาของแผ่นพื้นคอนกรีตแผ่นนั้นออก แล้วหล่อ คอนกรีตให้ใหม่โดยให้มีรอยต่อก่อสร้างแขวางตามแบบ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
    4.2.14 การบ่ม
    หลังจากกวาดและแต่งคอนกรีตเสร็จโดยไม่ทําให้ผิวคอนกรีตนั้นเสียหายแล้ว ให้รีบบ่มคอนกรีตวิธีการอย่าง
    หนึ่งอย่างใดตามที่ผู้คุมงานเห็นสมควร ในการบ่มคอนกรีตให้คลุมพื้นคอนกรีตให้เต็มน้ําด้วยวัสดุใช้ประกอบการบ่มคอนกรีต ถ้า
    ปรากฏว่าส่วนใดหลุดออกหรือสูญหายไปในระหว่างที่บ่มจะต้องใส่ปิดให้ใหม่โดยทันที ระหว่างระยะเวลาที่บ่มห้ามปล่อย ผิวหน้าของแผ่นไว้โดยไม่มีสิ่งปกคลุม ในกรณีที่ยังมีน้ําไม่เพียงพอสําหรับการบ่ม หรือมีวัสดุใช้ประกอบการคอนกรีตไว้ที่หน้า งานไม่เพียงพอ ก็ให้หยุดงานคอนกรีตไว้ก่อน ในกรณีที่ปิดคลุมผิวหน้าของแผ่นพื้นคอนกรีตด้วยผ้ากระสอบ หรือผ้าฝ้าย 2 ชั้น หรือใช้ทราย หรือวัสดุอื่นซึ่งดูดน้ําได้มากที่ได้รับความเห็นครบแล้ว จะใช้วัสดุดังกล่าวปิดคลุมไว้ตลอดเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 72 ชั่วโมง ดังกล่าวนี้ให้ใช้น้ําฉีดวัสดุปิดคลุมให้เปียกขึ้นติดกัน ห้ามใช้น้ําเค็มหรือน้ํากร่อยบ่บ่มคอนกรีต อาจจะใช้ตัววัดน้ําไว้บนแผ่นพื้นคอนกรีตโต โดยตลอดเวลา 72 ชั่วโมงแทนก็ได้ ในกรณีที่ใช้สารประกอบอย่างเหลวสําหรับใช้
    เคลือบบ่น สารประกอบนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้คุมงานก่อน
    4.2.15 การรื้อแบบ
    ห้ามซื้อแบบออกจนกว่าคอนกรีตที่หล่อใหม่ได้อยู่ตัวแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง การรื้อระบบ จะต้องระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายต่อแผ่นพื้นคอนกรีตนั้นเมื่อซื้อแบบออกแล้วถ้าพบว่าคอนกรีต ตอนใดผิวหน้าเป็นรูพรุน เล็กน้อยก็ให้แต่งให้เรียบโดยใช้มอร์ตา ซึ่งมีส่วนผสมปูนซีเมนต์ 1 ส่วน และทราย 2 ส่วน โดยน้ําหนัก ถ้าผู้คุมงานพิจารณาเห็น ว่า คอนกรีตตอนใดมีรูพรุนมากเกินสมควรให้ถือว่าแผ่นพื้นคอนกรีตตอนนั้นใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องรื้อออกแล้วหล่อให้ใหม่โดย เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น ส่วนที่รื้อออกนี้ต้องเต็มความหนาและความกว้างและความยาวอย่างน้อย 3 เมตรของแผ่นพื้น คอนกรีต น
    E
    4.2.16 การป้องกันแผ่นพื้นคอนกรีต
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา ติดตั้ง และบํารุงรักษาแผงกั้น และจัดให้มีคนเฝ้าให้สัญญาณมิให้ยวดยานต่างๆ ผ่านไปบนแผ่นพื้น คอนกรีตที่หล่อเสร็จใหม่ๆ จนกว่าแผ่นพื้นพื้นคอนกรีตตอนนั้นจะมีอายุครบและยอมให้การจราจรผ่านได้ ในกรณีที่จําเป็นต้อง เปิดการจราจรให้เล่นทับแผ่นพื้นคอนกรีต รับจ้างจะต้องจัดสร้างที่ข้ามที่เหมาะสม และมั่นคงแข็งแรง สําหรับให้ยวดยานแล ตามได้โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้นในกรณีที่ช่องทางซึ่งเปิดให้การจราจรผ่านได้ติดอยู่กับแผ่นพื้นคอนกรีต หรือ ช่องทางคอนกรีตผู้รับข้างจะต้องจัดหา ติดตั้งรั้วกั้นชั่วคราวที่มั่นคงแข็งแรงเป็นแนวแบ่งช่องทางดังกล่าว และจะต้องดูแลรักษา ทั่วกันนั้นจนกว่าจะเปิดการจราจรได้แล้วจึงรื้อออก รู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนดําเนินการก่อสร้างให้เป็นไปโดยมิให้กีดขวาง
    ช่องทางที่เปิดการจราจรอยู่ ในกรณีที่ระยะระหว่างที่เปิดการจราจรกับบริเวณที่เครื่องจักรของรับบ้างทํางานมีจํากัด ผู้รับจ้าง จะต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมสําหรับขนย้ายวัสดุเข้าออกให้อยู่ภายในบริเวณที่กําลังเทคอนกรีต โดยมิให้ล่วงล้ําเข้าไปใน
    ปี
    ช่องทางเปิดการธราจร แผ่นพื้นพื้นคอนกรีตตอนใดชํารุดเสียหาย อันเนื่องมาจากการจราจรหรือด้วยเหตุอันใดผู้รับจ้างจะต้อง ซ่อมแซมหรือทุบทิ้งแล้วหล่อคอนกรีตให้ใหม่ตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควรก่อนควรตรวจรับครั้งสุดท้าย โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น วิธีการซ่อม ผู้คุมงานจะเป็นผู้กําหนด
    4.2.17 การยาแนวรอยต่อ
    ก่อนที่จะเปิดการจราจรบนผิวคอนกรีตหลังจากที่ได้บ่มคอนกรีตไว้ครบกําหนดเวลาแล้ว ให้รีบหาแนว
    รอยต่อตามยาวและตามขวางทั้งหมดโดยเร็วการเตรียมรอยต่อ ก่อนจะทําการลงสารประกอบขาแนวรอยต่อ รอยต่อจะต้อง แห้งปราศจากฝุ่น กรวด ทราย และจะต้องขัดซีเมนต์ส่วนเกินออกจากผนังรอยต่อให้หมด และเป้าด้วยลมแรงที่แห้งเพื่อให้ สารประกอบยาแนวรอยต่อติดกับผนังรอยต่ออย่างแน่นหนาโดยไม่มีช่องว่างการยาแนวรอยต่อด้วยวัสดุทารอยต่อ ก่อนที่จะลง สารประกอบยาแนวรอยต่อ จะต้องทาผนังรอยต่อด้วยวัสดุทารอยต่อที่เหมาะสมกับสารประกอบยาแนวรอยต่อที่จะใช้ การทา วัสดุทารอยต่อสามารถจะกระทําได้โดยใช้แปรงทา หรือจะใช้เครื่องพ่นพ้นวัตถุหารอยต่อเข้าไปในรอยต่อก็ได้ก่อนที่จะหยอด สารประกอบแนวรอยต่อจะต้องรอให้วัสดุทารอยต่อแห้งสนิทเสียก่อนซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานาน 4-24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพ
    อากาศ
    4.3.17.1 การให้ความร้อนสารประกอบยาแนวรอยต่อ ถังที่จะใช้ต้มสารประกอบยาแนวรอยต่อจะต้องเป็น ถัง 2 ขั้น โดยมีน้ํามันหรือของเหลวอื่นใดเป็นตัวกลางระหว่างขั้น เพื่อให้อุณหภูมิของสารประกอบยาแนวรอยต่อสม่ําเสมอโดย
    ทั่วกันถังต้มสารประกอบยาแนวรอยต่อจะต้องมีเทอร์โมมิเตอร์ติดไว้เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิทั้งขณะต้มและขณะหยอด การทํา
    ให้สารประกอบยาแนวรอยต่อหลอมละลายจะต้องค่อยๆ ทําโดยในระยะแรกจะต้องตัดสารประกอบยาแนวรอยต่อที่อยู่ใน สภาพแข็งให้เป็นชิ้นเล็กๆ ด้วยใบมีดที่ร้อน หรือมีดที่คมและถูด้วยพาราพื้นหลังจากนั้นเอาสารประกอบยาแนวรอยต่อที่ตัดเป็น ชิ้นเล็กๆ ส่วนที่เหลือลงไปในถังต้มทีละน้อยพร้อมกับกวนไปด้วย เมื่อสารประกอบยาแนวรอยต่อ หลอมละลายและมีอุณหภูมิ สูงถึงถึงอุณหภูมิที่จะหยอดได้ก็หยอดลงไปในรอยต่อทันที ควรระมัดระวังอย่าให้อุณหภูมิของสารประกอบยาแนวรอยต่อสูง เกินไปเพราะจะทําให้การประกอบยาแนวรอยต่อเสื่อมคุณคุณภาพ
    4.3.17.2 การหยอดสารประกอบยาแนวรอยต่อ อุณหภูมิในขณะที่หยอดสารประกอบยาแนวรอยต่อให้
    เป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิตสารประกอบยาแนวรอยต่อนั้นๆการหยอดสารประกอบยาแนวรอยต่อจากถังต้มให้กระทําให้
    เสร็จเร็วที่สุด ก่อนเริ่มงานหยอดใหม่ในแต่ละครั้งจะต้องเผาหัวสําหรับหยอดให้ร้อน เพื่อละลายวัสดุเก่าที่เกาะติดอยู่ออกให้
    หมด
    4.3.17.3 การหลอมละลาย สารประกอบยาแนวรอยต่อซึ่งได้นําไปหลอมละลายแล้วปล่อยให้เย็นจน แข็งตัว จะเอามาหลอมละลายใหม่เพื่อใช้งานต่อไปอีกไม่ได้ สารประกอบยาแนวรอยต่อต่อถ้าหลอมละลายแล้วใช้ไม่หมด จะต้องเอาออกทิ้งไป
    4.3.17.4 ระดับของการหยอด ควรหยอดสารประกอบยาแนวรอยต่อให้ต่ํากว่าขอบของรอยต่อเล็กน้อยเพื่อ ป้องกันมิให้สารประกอบยาแนวรอยต่อทะลักล้นขึ้นมาบนผิวคอนกรีต ภายหลังเปิดการจราจรแล้ว
    4.2.18 การเปิดการจราจร
    ห้ามเปิดการจราจรบนแผ่นพื้นคอนกรีตที่สร้างเสร็จจนกว่าจะมีอายุครบ 14 วัน แต่ในกรณีจําเป็นชั้น บริเวณทางแยก และทางเชื่อม เป็นต้นต้น อาจยอมให้เปิดการจราจร ถ้า ค่า าลังรับแรงอัดของคอนกระได้ไม่มากว่า กําหนด ไว้ในแบบ การเปิดการจราจรจะกระทําได้เมื่อได้หยอดสารประกอบการจากรอยต่อเรียบร้อยแล้ว และได้รับอนุญาตจากผู้คุม งานแล้ว
    4.2.19 การก่อสร้างทาง
    การก่อสร้าง,พลทางจะต้องเป็น ปลา รายละเอียดทีแสดง ในแบบเ อ ก่อสร้ าทางเทคอนกรีตตอนได เสร็จ ก็ให้รีบก่อสร้าง,กลีบแต่ง และดําเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับไหล่ทางในตอนนั้นๆไปโดยเร็ว
    4.3 มาตรฐานงานเสาเข็ม
    4.3.1 ข้อกําหนดทั่วไป
    ผู้รับจ้างจะต้องทําการจัดหา คนงาน วัสดุ เครื่องจักร โรงงาน และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆที่จําเป็นและที ต้องการทุกชนิดในการดําเนินงานก่อสร้างเสาเข็ม ตามตําแหน่งในแบบก่อสร้างรวมทั้งทําการทดสอบรวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ นอกเหนือจากรายการประกอบแบบเพื่อเป็นไปตามหลักวิชาการที่เหมาะสม บทกําหนดที่เกี่ยวข้อง และสภาวะต่างๆของ
    สัญญา
    4.3.2 ข้อกําหนดมาตรฐานงาน
    วัสดุมาตรฐานการปฏิบัติงาน การทดสอบให้อ้างอิงมาตรฐานงานเสาเข็ม มยผ. 1106-64
    4.4 งานคอนกรีตสําหรับโครงสร้าง
    4.4.1 ความต้องการทั่วไป
    งานประกอบด้วยการทํางานคอนกรีตสําหรับโครงสร้างให้เสร็จเรียบร้อยถูกต้องตาม
    ข้อกําหนดแบบและสัญญา
    4.4.2 วัสดุ
    วัสดุที่ใช้สําหรับงานคอนกรีต จะต้องประกอบด้วยปูนซิเมนต์ ทราย หินย่อย หรือกรวด และน้ํา
    งมิรายละเอียด ดังนี้
    4.4.2.1 ปูนซีเมนต์ ต้องเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่าปูนซีเมนต์ตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 15 เล่ม 1-2532 และต้องแห้งไม่เกาะตัวเป็นก้อนหรือเป็นเม็ดหยาบ
    4.4.2.2 ทราย ต้องเป็นทรายธรรมชาติหรือทรายเทียม มีลักษณะเป็นเม็ดกลม หรือเป็นก้อนเหลี่ยมแข็ง
    ทนทาน สะอาด ไม่มีสารอินทรีย์เจือปน หรือมีวัสดุอื่นที่ไม่ต้องการเจือปนอยู่ไม่เกินกําหนดดังนี้
    อิน
    เม็ดทรายที่ผ่านตะแกรงเบอร์ 200
    Loss in Soucness Test (ASTM-C 138)
    Fineness Modulus (ASTM-C 136)
    มีอัตราส่วนคละขนาด ดังนี้
    ขนาดตะแกรงร่อน
    ไม่เกินร้อยละ 1.0
    ไม่เกินร้อยละ 4.0
    ไม่เกินร้อยละ 12.0
    ระหว่าง
    2.5-3.0
    ร้อยละโดยน้ําหนักของเม็ดทรายที่ผ่านตะแกรง
    100
    95 - 100
    3/8”
    เบอร์ 4
    เบอร์ 8
    80 - 100
    เบอร์ 16
    50-85
    เบอร์ :0
    25 - 60
    เบอร์ 50
    10-30
    เบอร์ 100
    2-10
    4.4.2.3 ย่อยหรือกรวด ต้องมีลักษณะก้อนกลม หรือก่อนเหลียม ก้อนขนาดด้านยาวต้องไม่เกิน 3 เท่า ของด้านกว้าง ก้อนยาวหรือแบนจะมีปะปนได้ไม่เกินร้อยละ 20 โดยน้ําหนัก ต้องแข็งแกร่ง ไม่ ไม่มีฝุ่น ดิน หรือสิ่งสกปรกเจือ
    ปน ก่อนนําไปใช้ต้องล้างให้สะอาด และปล่อยให้หมาดก่อน
  8. ปริมาณสารเจือปนต้องไม่เกิน
    ดินเหนียว
    ร้อยละ 0.25
    A
    วัตถุ ขนาดละเอียดกว่าจะแกรง 200
    ร้อยละ 1.0
    อินทรียวัตถุ
    ร้อยละ 3
  9. ความแกร่งต้องมีค่าความแกร่งที่ผ่านการทดลองตามวิธีมาตรฐานกําหนด ดังนี้
    Crushing Value
    Impact Value
    Abrasive Value (ASTM-C 131)
    Lcss in Soundness Test (ASTM-C_38)
  10. ขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบที่ใช้กับคอนกรีต
    ชนิดของงานก่อสร้าง
    ฐานราก เสาและคาน
    ผนัง คสล. หนาตั้งแต่ 15 ซม. ขึ้นไป
    ผนัง คสล.หนาตั้งแต่ 10 ซม. ลงมา แผ่นพื้น ครับ คสล. และผนังกั้นห้อง คสล.
    ร้อยละ 35
    ร้อยละ 35
    ร้อยละ 50
    ร้อยละ 12
    ขนาดใหญ่สุด/ซม.
    4
    4
    2
    2
    4.4.2.4 น้ํา น้ําสําหรับผสมคอนกรีตต้องใสสะอาดใช้บริโภคได้ปราศจากน้ํามันกรดต่างๆ สารอิทรีย์และสิ่ง สกปรกอื่นๆ เจือปน
    4.4.2.5 วัสดุผสมเพิ่ม
  11. คอนกรีตในส่วนที่ระบุในแบบหรือเงื่อนไขให้ผสมด้วยน้ายากันซึม ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
    Sika, Grace, Conlite CW., Sealocrete หรือเทียบเท่า
  12. วัสดุผสมเพิ่มอื่นๆ จะต้องเสนอให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบและเห็นชอบก่อนนํามาใช้งาน
    4.4.3 การเก็บรักษา
    4.4.3.1 ปูนซีเมนต์ จะต้องเก็บในสถานที่แห้ง มีหลังคาและผนังคุมมิดชิด ตลอดจนมีที่รองรับสูง จากพื้นดินไม่ต่ํากว่า 0.30 เมตร และมีอากาศถ่ายเทสะดวก
    4.4.3.2 ทราย กรวด หิน จะต้องเก็บในที่ซึ่งมีการป้องกันไม่ให้วัสดุอื่นเข้าปะปนได้ พื้นที่ใช้กองต้องเป็น พื้นที่แข็งปรับระดับเรียบ ระบายน้ําได้สะดวก ทราย หิน และกรวดขนาดเล็กหากเปียกน้ําจะต้องเก็บของ ไว้ให้หมาดน้ําเป็น เวลาไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง ก้อนใช้งาน
    4.4.4 ข้อกําหนดทั่วไป
    4.4.4.1 การเทคอนกรีต ให้ผสมคอนกรีตด้วยเครื่องผสม ซึ่งหมุนด้วยความเร็ว ไม่เกิน 30 รอบต่อนาที จะต้องผสมครั้งหนึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 22 นาที และไม่เกิน 5 นาที เครื่องผสมจะต้องทํากระบะ สําหรับตวงส่วนผสมให้ เรียบร้อย คอนกรีตเมื่อผสมแล้วจะต้องใช้ภายใน 30 นาที หรือภายในกําหนด ระยะการแข็งตัวขั้นต้น (Initial Setting Time) ามน่าคอนกรีต ผสมไว้นานเกินก้าหนดนี้มาใช้งานเป็นอันขาด
    4.4.4.2 คอนกรีตผสมเสร็จ ในกรณีที่กําหนดให้ใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ลําเลียง โดยรถผสมเครื่องเคลื่อนที่ (Truck lixer) จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ดังนี้
  13. คอนกรีตจะต้องมีคุณสมบัติต่างๆ กล่าวคือ อัตราส่วนผสมวัสดุความเหลวความแข็งได้ตามที่
  14. รถสําหรับลําเลียงคอนกรีต จะต้องเป็นรถบรรทุกที่มีตัวถังทําพิเศษเพื่อการนี้สามารถเท คอนกรีตลงในแบบด้วยวิธีการที่เหมาะสมและสะดวกในสถานทีก่อสร้าง
  15. คอนกรีตผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องใช้ภายในระยะเวลาก่อนระยะการแข็งตัวขั้นต้น
    initial Setting Time) ยกเว้นการ การใช้ Retarding Agent
    2.4.1.5 ความเหลวของคอนกรีต เพื่อควบคุมปริมาณน้ําของคอนกรีต ผู้รับจ้างต้องควบคุมความเหลวขอ คอนกรีตซึ่งหาโดยวิธีทดสอบการยุบตัวตามวิธีมาตรฐาน (Slump Test-ASTiC 143) และอายุบตัวไม่เกิน ดังนี้
    ฐานราก
    ชนิดของงาน
    แผ่นพื้น, คาน, ผนัง คสล.
    สากลส
    ค่ายุบตัวสูงสุด
    50 %…
    60 %.
    75 N
    ผนังบางและครีบ คสล.
    ทางถนนและลาน คสล.
    125 มม.
    75 มม.
    4.4.4.4 ส่วนผสมของคอนกรีต คอนกรีตจะต้องใช้อัตราส่วนผสมโดยน้ําหนักให้ได้กําลังอัด ตามกําหนดไว้ ในแบบความแข็งแรงของคอนกรีตใช้กําลังอัดประลัย (Ultimate Compressivve Strength) ของคอนกรีตที่ 7 วัน และ 28 วัน เป็นเกณฑ์ ถ้าหากว่าไม่ได้ระบุในรูปแบบรายการเป็นอย่างอื่นให้ใช้วิธี ทดสอบกําลังอัดประลัย โดยการทดสอบจากแท่ง คอนกรีตรูปทรงกระบอก (Cylinder ASTM C 31) ขนาด 150x300 มิลลิเมตร เมื่อคอนกรีตมีอายุครบ 28 วันแล้ว จะต้องมี กําลังอัดประลัย ไม่น้อยกว่า 175 กก./ชม. 2 โดยมีส่วนผสมคอนกรีต โดยแนะนําสําหรับคอนกรีต 1 ลูกบาศก์เมตร ดังนี้

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทรายหยาบแห้ง
310 กิโลกรัม
430 ลิตร
หินเอย (เบอร์ 1) นํ้าประมาณ
860 ลิตร
160 ลิตร
ส่วนผสมของคอนกรีตโดยแนะนํานี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความผลการคํานวณออกแบบ ส่วนผสม
(Mixed Design) ซึ่งผู้รับจ้างต้องเสนอ พร้อมผลการทดสอบให้ กฟผ. พิจารณาและยินยอม เสียก่อน อย่างไรก็ตามการยอมรับ ผลของงานให้ถือเกณฑ์การทดสอบในสนามเป็นสํานังานคอนกรีตหยาบจะต้องมีส่วนผสม โดยปริมาณ 1 ลบ.ม. ดังนี้
4.4.5 การเทคอนกรีต
ปูนซิเมนต์
ทราย
หิน
270 กิโลกรัม
550 ลิตร
920 ลิตร
4.4.5.1 ก่อนเทคอนกรีต จะต้องตรวจดูแบบหล่อว่าสะอาด แข็งแรงมั่นคงสามารถรับน้ําหนักคอนกรีตเหลว และรับน้ําหนักบรรทุกได้ ตรวจสอบการวางเหล็กเสริมให้ถูกต้องตามแบบหรือรายการจึงจะเทคอนกรีตได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้อง
แจ้งให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง
4.4.5.2 ในการเทคอนกรีต ให้ชั้นหนึ่งๆ ไม่เกิน 150 มิลลิเมตร และจะต้องใช้เครื่องสั่น (Vibrator) คอนกรีตเขย่าให้คอนกรีตแน่นตัวเต็มแบบหล่อ และจับเหล็กแน่น ถ้าหากผู้รับจ้างเทคอนกรีต แล้วเกิดเป็นรูพรุนหรือโพรงอันมี ลักษณะแสดงว่า ไม่มีความแข็งแรงพอผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าว ตามคําวินิจฉัยของผู้ควบคุมงาน ทันที
4.4.5.3 ถ้าการเทคอนกรีตไม่สามารถเหต่อเนื่องจนแล้วเสร็จได้ให้หยุดเทในตําแหน่งตามที่กําหนด ดังนี้

  1. สําหรับเสา ให้เทถึงระดับ 25 มิลลิเมตร จากท้องคาน
  2. สําหรับคาน ให้เทถึงกลางคาน
  3. สําหรับคานใหญ่ ให้ ทรวดเดียวตลอด
  4. สําหรับพื้น ให้เทถึงกลางแผ่น ยกเว้นกันสาดยืนเมื่อเทคอนกรีตต่อจาก หยุดไว้ให้กะเทาะ หน้าคอนกรีตเก่า และแปรงด้วยแปรงรวด ราดน้ําแล้วใช้น้ําผสมปูนซีเมนต์ราดให้ทั่วพื้นที่ๆ จะเต่อ แล้วจึงเทคอนกรีตต่อไป
    ได้
    4.4.6 การบ่มคอนกรีต เมื่อหน้าคอนกรีตหมายแข็ง (Initial Sec) แล้วต้องทําการบ่มคอนกรีตเพื่อปิ้งกันมิให้น้ํา ระเหยออกไป ป้องกันการเปลี่ยนอุณหภูมิเคยรวดเร็ว ป้องกันการเสียหายเนื่องจากฝนและป้องกันมิให้ถูก รบกวน หรือ สะเทือนโดยเฉพาะภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงแรก แล้วทําการบ่มคอนกรีตให้ชุ่มน้ําเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือฟันด้วย น้ํายาเคมี แต่ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงาน ก่อนการบ่มคอนกรีตอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้
    4.4.6.1 ใช้กระสอบคลุม แล้วรดน้ําให้ชุ่ม
    1.4.6.2 การคลุมด้วยทราย สวมเวลา
    4.4.6.3 การกั้นขอบทอง

    4.4.6.4 ใช้สารเคมีผสมในเคลือบผิวคอนกรีต ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
    4.4.7 การทดสอบและนําส่งตัวอย่างวัสดุและคอนกรีต ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาพร้อมทดสอบตัวอย่างวัสดุและ คอนกรีตตามตารางที่กําหนดไว้ ดังนี้
    วัสด
    ปริมาณ
    กําหนดการนําส่งและการทดสอบ
    คอนกรีต
    หินย่อย
    ทราย
    3 ลูก
    40 ลิตร 40 ลิตร
    1
    7
    ทุกวันที่เทคอนกรีต 1 ลูก ทดสอบเมื่ออายุครบ 7 วัน และ 3 ลูก ทดสอบเมื่ออายุ ครบ 28 วัน

    แต่ละครั้งที่เปลี่ยนแปลงแหล่งวัสดุ หรือสั่ง เข้ามาใหม่ แต่ละครั้งที่เปลี่ยนแปลงแหล่งวัสดุ หรือสั่ง เข้ามาใหม่
    4.4.8 ปริมาตรปูนซีเมนต์ขั้นต่ํา ในกรณีที่แบบและเงื่อนไขไม่ได้ระบุคุณสมบัติของคอนกรีตเป็นอย่างอื่น ให้ใช้ ปริมาตรปูนซีเมนต์ขั้นต่ําในคอนกรีตตามตาราง ดังนี้
    กําลังอัดประลัยของแห่ง คอนกรีตทรงกระบอกที่
    28 วัน (kg/cm2)
    175
    ค่าความยุบของคอนกรีต
    SLUM (cm.)
    7.5 = 2.5
    ปริมาตรปูนซีเมนต์ขั้นต่ํา
    (kg/cm2)
    300
    10.0 ± 2.5
    325
    210
    7.5 2.5
    325
    10.0 ± 2.5
    350
    240
    7.5 = 2.5
    350
    10.0 - 2.5
    375
    280
    7.5 = 2.5
    375
    10.0 ± 2.5
    400
    300
    7.5 ± 2.5
    400
    10.0 = 2.5
    425
    320
    7.5 = 2.5
    425
    10.0 2.5
    450
    350
    7.5 ± 2.5
    450
    10.0 2.5
    475
    L
    *ค่าการยุบตัว 7.5 – 2.5 ให้ใช้สําหรับงานฐานราก, พื้น และคาน
    10.0 - 2.5 ใช้สายรับงานเสา ผนัง และครีบ คสล.
    ก เล
    4.5 งานปรับปรุงภูมิทัศน์
    4.5.1 งานทําขอบ ค.ส.ล. ทางเท้า และพื้นผิวทั่วไป
    4.5.1 : การถมดิน
  5. วัสดุ
    “ใช้ทรายถมที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน มีขนาดลดหลั่น : เปอร์เซ็นต์ ผ่าน
    ตะแกรง : 200 ไม่เกิน 12 % มีค่า CBR ไม่น้อยกว่า 50
  6. ในบริเวณที่เป็นสระน้ําเก่า หรือบริเวณที่ระดับต่ํากว่ากําหนด ราย และบดอัดเป็น
    นั้น ๆ ละไม่เกิน 50 ซม. จนกว่าจะถึงระดับที่ต้องการ ความหนาแน่นต่ําสุดในการบดอัดไม่ต่ํากว่า 80 % STANDARD
    MODIFIED PROCTOR
    4.5.2 การวางแนวระดับและการปักผัง
    ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจดูแนวระยะ และระดับที่กําหนดในแบบก่อสร้างให้เรียบร้อยเสียก่อนตามระดับ อ้างอิงต่าง ๆ ควรได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากผู้ออกแบบ หรือ ผู้ควบคุมงาน ว่าถูกต้องเรียบร้อยจึงลงมือทําการได้ ผิวหน้า เนื่องจากความโค้งของแบบจะต้องโค้งอย่างสวยงามไม่หักงอ หรือสะดุ้งจนน่าเกลียด การวางแนวโค้งจะต้องได้รับการ ตรวจสอบและอนุมัติจากผู้ออกแบบเสียก่อนจึงจะทําการเทคอนกรีตได้ การตั้งแบบจะต้องทําอย่างแข็งแรง มิให้บิดโค้งอ่อนตัว ขณะเทคอนกรีตผิวของแบบจะต้องสะอาดเรียบร้อยและควรทาน้ํามันก่อนเทคอนกรีต ก่อนเทคอนกรีตผู้รับจ้างจะต้องตรวจ จากการฝังท่อน้ํา สายไฟและสาธารณูปโภคอื่น ๆ ให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน
    4.5.3 การบดอัด
    ผู้รับจ้างจะต้องทําการบดอัดดินบริเวณที่จะทําทางเท้าและขอบเขตคัน ค.ส.ล ให้ได้ความหนาแน่นไม่น้อย
    กว่า 80 % STANDARD MODIFIED PROCTOR โดยการใช้เครื่องมือกลเสียก่อนแล้วจึงทํางานชิ้นอื่น ๆ ต่อไปได้
    4.5.4 การทํางานพื้นผิวดาดแข็งต่าง ๆ
    ผู้รับจ้างจะต้องทํางานพื้นผิวตาดแข็งต่าง ๆ ให้ตรงตามที่แสดงไว้ ให้พื้นมีลักษณะเรียบ ไม่แอ่นโค้งเป็นที่ ขังน้ําได้ ทิศทางการเลี้ยงสําหรับระบายน้ําให้เป็นไปตามที่แสดงในแบบ ส่วนพื้นผิวที่อยู่ติดกับตัวอาคารให้ทิศทางการระบาย น้ําไหลออกไปจากตัวอาคารเท่านั้น ทางเดินที่เป็นหินต่าง ๆ จะต้องไม่มีส่วนที่เป็นมุมแหลมคม อยู่บนผิวบนของทางเดินอัน อาจจะเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้ และผู้รับจ้างจะต้องรักษาผิวทางเดินที่ปูแล้วมิให้เปรอะเปื้อนปูนทราย ซิเมนต์ หรือสิ่งสกปรกใด ๆ หากปรากฏความสกปรก ดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดให้เรียบร้อยเสมือนผิวปูใหม่ก่อนการรับมอบงาน
    4.5.5 มาตรฐานผิวทรายล้าง
    ทรายที่ใช้ให้ใช้เม็ดทรายหยาบสีน้ําตาลหรือสีตามที่ระบุไว้ในแบบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มม. คละ ขนาด โดยให้ทรายขนาด 3 มม. เป็นหลัก มีทรายขนาดเล็กเป็นตัวช่วยอุดช่องว่างอีกทีหนึ่ง ทรายควรมีลักษณะกลมเกลี้ยงไม่มี มุมเหลี่ยมคม ก่อนใช้ให้ทําการล้างให้สะอาด ปูนที่ใช้ให้ผสมปูนซีเมนต์ขาว ผสมด้วยสีผสมสีน้ําตาล หรือสีตามที่ระบุไว้ใน
    เบญ
    แนวบล๊อก
    4.5.6 มาตรฐานการปูพื้นบล็อก, ปูพื้นสําเร็จรูป ให้เป็นไปตามข้อกําหนดดังนี้
    4.5.6.1 เตรียมพื้นดินเติมโดยเกลีย ปาด ปรับระดับให้เรียบสม่ําเสมอบดอัดให้แน่น
    4.5.6.2 บริเวณขอบของพื้นที่ให้วางขอบคันหินสําเร็จรูป เพื่อกําหนดขอบเขตและป้องกันการแยกตัวของ
    4.5.6.3 การทําชั้นรองพื้นทาง ใช้หินคลุก หรือลูกรัง และบดอัดให้แน่น ควรบดอัดเป็นชั้น ๆ วันหนึ่งควร หนา 4.5 ซม. เพื่อบดอัดให้แน่นทั่วถึงและสม่ําเสมอ ควรพรมน้ําก่อนบดอัดแต่ละชั้นด้วย
    4.5.5.4 ปูแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotexcite) ปูรองบนพื้นดินที่ปรับพื้นไว้แล้ว โดยปูแผ่นใยสังเคราะห์รอง ทรายบริเวณขอบของพื้นที่ที่ต้องการ โดยรอบให้รอยต่อระหว่างแผ่นมีระยะซ้อนทับกันประมาณ 10-15 ซม. และเมื่อขอบ ของแผ่นใยสังเคราะห์รองทราย กินออกมาจากพื้นที่ประมาณ 30 ซม. เพื่อใช้เป็นส่วนพับหุ้มหอทรายในลักษณะตัว 5 จากนั้น เททรายรองพื้นปรับระดับ
    4.5.6.5 นําทรายปรับระดับเทลงบนพื้นหินคลุกที่บดอัดแน่น และ/หรือ ปูนรองให้ทั่ว เพื่อป้องกันพื้นติด เครื่องบดอัด จากนั้นทําการตบอัดด้วยเครื่องบดอัดชนิดสันสะเทือน (Plate Vibrator) ให้แน่นและเรียบสม่ําเสมอ
    4.5.6.6 ใส่ทรายปรับระดับ โดยให้มีความหนาหลังจากมองแล้ว 3-5
    colore!
    1’
    (1 1/
    ב
    t: r
    2.5.6.7.ปูบล็อกทับ ชม ครามลวดลายและสีสันทีกําหนดไว้ แนวบล็อก ทรงและตอบล่อๆลองว่าง
    4.5.5.3 โรยทรายละเอียดลงบนผิวหน้าบล็อก กวาดทรายลงไปในรอยให้เต็ม และอีกส่วนเหลืออยู่บน ผิวหน้า เรื่องสบาย เครื่องบดอัด สั่นสะเทือน 2-3 เขียว
    ประสานรายในของบล็อกกันนาน
    4.5.5.3 กวาดรายเหลือบนผิวหน้าออกให้สะอาด อัตราส่วน ประสม ลาวซึ่งชุบน้ํายาลงบนหน้าบล็อก
    4.5.6.10. ทิ้งไว้ให้แห้ง 4 ชั่วโมง (อย่าให้ถูกน้ําก่อน 6 ชม.) หลังจากนั้นใช้งานได้ทันที (ปูนรองพื้น สําเร็จรูป เป็นวัสดุมวลคละผสมปูนซิเมนต์สําเร็จรูป ช่วยเสริมการรับน้ําหนักของชั้นดินแทนหินคลุก)
    4.5.7 สิ่งประกอบภูมิทัศน์ต่างๆ ให้ผู้รับจ้างดูรายละเอียดแบบ และจะต้องส่งตัวอย่างให้ กฟผ. ตรวจดูและอนุมัติ เสียก่อนจึงจะนําไปดําเนินการก่อสร้างได้ หากผู้รับจ้างใช้วัสดุตกแต่งใดๆ ที่ไม่ตรงกับรูปแบบ และรายการ หรือมิได้ผ่านการ อนุมัติ จาก กฟผ.เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะสั่งซื้อได้ โดยผู้รับจ้างจะไม่คิดมูลค่าใดๆ เพิ่มเติม
    4.5.8 งานระบายน้ํา
    4.5.8.1 ระบบระบายน้ําพื้นผิว
    เป็นการระบายน้ําพื้นผิว ผู้รับจ้างจะต้องปรับผิวพื้นที่ให้ได้ระดับตามที่แสดงในแบบ โดยให้น้ําที่ระบาย จากผิวพื้นทั้งหมดไปลงตามตําแหน่ง ROOF DRAIN หรือระบบระบายน้ําเดิม ตามที่กําหนด
    4.5.9 งานปลูกวัสดุพืชพันธ์ (SOFTSCARE)
    4.5.9.1 การเตรียมทดินปลูกหญ้า
    ในบริเวณที่ปลูกหญ้าให้เตรียมโดยการไถพรวนหรือขุดด้วยจอบลึก 20 ซม. พร้อมทั้งเก็บเศษวัสดุ ขยะ
    มูลฝอย รวมทั้งวัชพืชออกให้หมดก่อนทําการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา 20 ลิตร/ตร.ม. พรวนให้ละเอียดและคลุกเคล้าปุ๋ยให้ทั่ว ก่อนทําการบดอัดด้วยลูกกลิ้ง ให้ได้ความหนาแน่นระหว่าง 50-60 % STANDARD MODIFIED PROCTOR การปรับระดับ
    สนาม อาจใช้ทรายละเอียดโรยเป็นการปรับให้เรียบ แต่ไม่ควรหนาเกิน 2 ซม. ส่วนผสมพิเศษ ในกรณีที่ต้นไม้แต่ละชนิด
    ต้องการเครื่องปลูกที่แตกต่างกันการเพิ่มส่วนของอินทรียวัตถุ ปุ๋ย วัสดุปรับปรุงดินให้ผู้รับจ้างทําเฉพาะดินปลูกชั้นบน โดย
    การควบคุมของผู้ควบคุมงาน
    4.5.9.2 การเตรียมดินปลูกนอกสถานที่
    ผู้รับจ้างอาจเตรียมดินปลูกจากนอกสถานที่ได้ หากสะดวกกว่า โดยเฉพาะกรณีที่มีฝนตกหนัก หรือใน กรณีที่ผู้รับจ้างมีอุปกรณ์ผสมดินพร้อมอยู่นอกสถานที่ในกรณีเช่นนี้ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งแก่ผู้ออกแบบ และ/หรือ ผู้ควบคุมงาน เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งส่งตัวอย่างดินที่ผสมแล้วตามสูตรที่กําหนดให้ 3 ถุง ๆ ละ 500 กรัม หากปรากฏในภายหลัง ว่าการผสมดินดังกล่าวไม่เป็นไปตามสูตร ผู้รับจ้างจะต้องขนดินออกจากบริเวณโดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
    4.5.10 คืนและเครื่องปลูก
    4.5.10.1 ขึ้นบน (Top soil)
    หมายถึง น

    นํามาจากแหล่งภายนอกบริเวณ โดยจะต้องเป็นดินผิวส่วนบนจากท้องนา สวน หรือเชิง เขา ต้องเป็นดินร่วนไม่เหนียวจัด ไม่มีเกลือหรือสารเคมีอื่นใดเจือปน ปราศจากเศษวัชพืช เศษอิฐ หิน คอนกรีต เหล็ก ไม้ แก้วแตก พลาสติก ถุงพลาสติก โลหะ ตลอดจนวัชพืชใดๆ เจือปน มีความขึ้นพอเหมาะ ไม่เหลวเละ หรือแห้งสนิท หรือ ป่นเป็นผง
    4.5.11 ปุ๋ยและเครื่องปรุงดิน
    4.5.11.1 ปุ๋ยเคมี

    ปุ๋ยยูเรีย ใช้ปุ๋ยสูตร 15-0-0 ชนิดเกล็ดผงสีขาวที่สะอาด และแห้ง บรรจุในถุงหรือภาชนะที่มีสภาพ ไนโตรเจนไม่น้อยกว่า 45 % ปุ๋ยเม็ด ใช้ปุ๋ยเมล็ดสีนวลหรือสีเทาตามท้องตลาดทั่วไปสูตร N-P-K 15-15-15 เมล็ดปุ๋ยจะต้อง แห่งปราศจากสิ่งเจือปนอื่นๆ และบรรจุในถุง หรือภาชนะที่เหมาะสมปุ๋ยละลายช้า ใช้ปุ๋ยเมล็ดเคลือบสารละลายช้า (Slots release) สูตร N-P-K 15-15-15 ของออสโมโค้ด หรือเทียบเท่าที่ได้รับการอนุมัติจากผู้ออกแบบ
    4.5.11.2 ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยหมัก
    ปุ๋ยคอก มูลสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ ต้องเป็นปุ๋ยที่เก่าของหมักทิ้งไว้แล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน สะอาดปราศจากเศษอิฐ หิน ไม้ ดิน แก้ว โลหะ ฯลฯ ตลอดจนเศษถุงพลาสติก หญ้า ทาง มูลโค กระบือ อนุญาตให้มี เศษย่างเจือปนได้ไม่เกิน 100% โดยปริมาณ มูลสุกร เป็ด ไก่ มีแกลบเจือปนได้ไม่เกิน 30 % โดยปริมาตร

    ปูนขาว หรือปูนมาลย์ด้วย
    ไม่เกินกว่า 30:1
    ควบคุมงาน
    ปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ปุ๋ย กทม. เบอร์ 901 ในกรณีที่ปุ๋ยมีสภาพความเป็นกรด ให้ทําการปรับสภาพ pH ด้วย
    ปุ๋ยหมัก ใช้ปุ๋ยหมักจากเศษอินทรียวัตถุใดๆ ก็ได้ ที่หมักโดยวิธีแอโรบิค (aerobic) โดยมีอัตราส่วน CN
    อินทรียวัตถุอื่นๆ ต้องเป็นชนิดที่ได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ออกแบบ และ/หรือ ผู้
    4.5.12 วัสดุปรุงดินอื่นๆ

เปลือกถั่ว ใช้เปลือกถั่วลิสงเก่าที่กองหมักไว้แล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน และได้รับการตากแห้งสนิทแล้ว ปราศจากเชื้อรา โรคและแมลง

  • แกลบดํา ใช้แกลบดําจากเปลือกข้าวเผาใหม่สะอาด หยาบ ไม่ปั่นจนเป็นผงละเอียด และเป็นแกลบที่ เผาค้างปีแล้ว จนไม่มีสภาพความเป็นด่าง
    ขุยมะพร้าว ใช้ขุยมะพร้าวที่สะอาดใหม่ ซึ่งเป็นวัตถุที่ใช้ในการอุตสาหกรรม
    อิฐหัก ใช้อิฐหักทีปุ่นใหม่ ขนาดผ่านตะแกรง 12 นิ้วและไม่ผ่านตะแกรง1/8 นิ้ว ไม่มีเศษปูนฉาบ ปูนก่อ หรือคอนกรีตติด อิฐต้องแกร่งไม่ยุ่ย เมื่อถูกน้ํา
  • ทราย ใช้ทรายหยาบ น้ําจืดที่สะอาดเสมอกับทรายผสมคอนกรีต วัสดุต้องเป็นวัสดุที่ได้รับการอนุมัติ จากผู้ออกแบบ และ/หรือ ผู้ควบคุมงาน เป็นลายลักษณ์อักษร
    4.5.13 งานปรับระดับ และการปลูก
    4.5.13.1 การเตรียมหญ้า และการปลูกหญ้า
    การปู ใช้วิธีปูเป็นแผ่น แผ่นหญ้าจะต้องมีขนาด 50x100 ซม. มีความเขียวสดชุ่มชื้น ไม่ขาดริม โหว่กลาง ดินที่ติดมากับหญ้าจะต้องมีความสม่ําเสมอ หญ้าที่เหลืองแห้ง หรือไม่สมบูรณ์ ขาด แหว่ง จะถูกคัดออก
    ผู้รับจ้างควรเตรียมดินสนามให้พร้อมที่จะปูได้ นําหญ้าเข้ามาในบริเวณ หญ้าที่นํามากองไว้เกิน 3 วัน จะ ถูกคัดออกเช่นกัน ก่อนทําการปูจะต้องปรับผิวดินให้เรียบ และรดน้ําให้ชุ่มชื้นแต่ไม่เละ ผิวดินที่เสียหาย หรือถูกซะโดยฝน หรือ นํ้า จะต้องได้รับการปรับผิวหน้าใหม่เสียก่อน
    การปูหญ้า ต้องปูให้รอยขอบต่อแผ่นชิดสนิทและเรียบเสมอกัน ขอบเข้ามุมหรือโค้งจะต้องตัดให้เรียบคม ด้วยมีดหรือกรรไกรที่เหมาะสม เมื่อปูเสร็จแล้วให้รดน้ําให้ชุ่มแล้วใช้ลูกกลิ้งบดให้แผ่นหญ้าแนบแน่นกับผิวดินเดิม
    !
    FOR CONSTRUCTION
    11
    C.:

О:
mendeglarza
ใน ในร
รายการประกอบแบบ และ mm mm
STUNGAN 17:00 1. diluteshorala na tata semRNKASTE 240 TRU
vra esfumakantu 29a feglefiafinačnarsaminan lafı
vizá má trasa manehara 1.30 16
vra esegều Shane Unbiokurencomium istky,
vizat man frome servires
anto quatentede Jingur Kharm, KIG HOND STUÐ PRILLEŠTINE
MENGIKUT 1:40 PL: visa benadeležumeīnu erausztrá
13
sambung: Harrasen zo beliehaara VİDE
• Žučncieuzmanarivača Galereira unerrniņőben, une
Prša bi mm. Bavarskemu malu z tu tulasi
spie » Masturbarumaria Vita wyptammālaimerai is du

Privezaman qandam vinuslubadal van frome SHETTANELEM 5:32 PRL

  • juñecostum quendam eríaedu Imañeraturauffesten
    mahahal ma hea mamahmZA 130 78
    wine, kafazat mà tra weighIS/1, 1.30 TEL
    – Susmańskandalukdominus indidemléliðslumdurmia musare
  • enduradunetustilannað, feinen venoz zidu vaara
    likasana/ha vandensatin Pukudek, Beau
    TÁ EMBER (LAWYE 101 MU
    me : นก Arun)
    Juración
    OIDS
    ruanduku kukeratu vilnasional jurachalybentukmine kalku kulmatu vilnatansku strekundu kuzatmare so m. TímanumhAS
    Puneeth
    TakẾN 10 15 KİANA
    viĶhendren (zaNCY COLPEN), AND PERSONNEJ
    (profes{{hesben csörésentem estrogiemanet igralicruraju viduli comenz suwerons de van Vlienshamučar iðu
    1.1. Boeremasta. Tröpm.devi
    VOIDS
    2 vēruhawafa (kantarcament). Orphan 120d
    arts 140. HarfumeMÁLN

laboransklamenslike vik yborna moCTON DENSITY
ww com fakun turi 100% kidumem to sae fuadshagenen KAN-PARA
– Jobezveden die funestum cum libpmuch seriesheinn Viðvara 622885|| 12-2499-023-03/ba-8200) martstrezantem
burravmannanmırofinansine sanses mazzésna
[ROUND BARS) 38 24. ersatzarmen (semu; de umaskarpurmavir
EVÄTÄNA (DEFORMED HATE SOLO KYLATBED
· biðukaraarwyn was defkam
-ezkioms biðularuarwyn uni241 -7552 enemylimenzovswazāmələ
· TumanŠkatumu sala
fquifiili amiromašim miserabilitu eta
eslaven Bayala teen angkerana superio
11. Pureciseturuschel Juden. Rapala arðanateen haandbeari
samoderne ma shemtunzēleslawaneh odern,8oles.Tanich

  • Bus cume renafikan 171-2553 (19 17-2553) Buduursado (Alya, gara
    mua dan siz molaimeris 3 Laz
  • exklarım biðulursarmywe
    VOIDS
    TOPĒJĀ
    kaköreinda şərulumah untudat Jareckarhun berate vormgeversal Kaiju vrata ve masalaskatu vadensa
    isingkanda
    201 - 2957
    13 memurneringlabus fuangkanan taman) arīkiem
  1. Disperzellankumidam « murtomall i
    1
    OIDS
    20-4

bota) Ja
+
ரவி ர்
This Drawing Use For Construction ESIN
ਪਾਸਲਾਪ ਸਿੰਘ
+

ฟรอนไม
1373–354
VOIDS
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
}{0¥}64
H
mutario ikadanaga-harmerum zu
Taclobemira
1.500
M2RAWER, LE-2402-023-03/68-02(N)| Rev.0
W.
*
Ataru
.1
A
mrz
י
1
mr -
j.
"


|
So…
·
karate sa ramana ya mwanada
KAMI…

1

7
|
!
KALL LAN
Man vogn drivetrania
M.

ܕܫܛ܀
سال مقاله
Legian, Leg
5:
TIT
.
ru
:
rosaw-vu?X
OIDS

እቀ
NICHOL
Orawing eng for Fersteg for
:
“. UT
con invoicateur mutasias
:
1
H
A
I
|
4.1
หน้าต
E
4
|
°
I
SLIT
!
CC
14
14
!
1
!
|
!
RIYAGA
+12 FU
TEP H.
206
เบ

|

I
ล่า รา
14
1
3
1

A
F
PATLETY.
ודי
1.
kulangan nya
|
-”)


:
Li
ין :
J..
| 2009
|
|
:

“A
1.
!
!
:’.”,"।”
!….
;
+
1

LYNN
f!
ชอบ
natasane kadang terdawni
+

AZVATI
→ Japan

|

AL
DEJ
ė
14
…..
…..
…it. - I
L
TI
14

  • ་, - ;"

IN
t
Q
I


D
HK
H
!
انده انتعداد اعد
t
יד.

o
!
:
.:
:
:
!
!
!
į
3
:
}
i
VOIDS
1:0
:
VOIDSBE
¡
:
"
DRERI
!
1
:
: SARTHE
…..
:
:
:
!
I
!..
1

i
!
A
I. P.
产ˊ
1.
י+
4
เอกสารแนบ 1
“มาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน”
สําหรับผู้ประกอบการของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
เอกสารแนบท้ายสัญญาจ้าง
มาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่สําคัญ หน่วยงานหนึ่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีภารกิจ รับผิดชอบผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งไปยังพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลางบางส่วน นับเป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ความ ปลอดภัยในการทํางาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้มงวด และให้ความสําคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตทั้ง ทางตรง ทางอ้อม และอาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติได้ ดังนั้นการเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะของ ผู้ประกอบการทั้งหมด จึงมีความจําเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ อย่างเคร่งครัด
มาตรการด้านความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นมาตรการหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมการ ทํางานของบุคคลภายนอกเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุ อุบัติการณ์ ในการทํางาน เป็นกฎระเบียบของ กฟผ. โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้กําหนดขึ้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานและถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญางานจัดซื้อ-จัดจ้าง ที่หน่วยงานที่ มีความประสงค์ให้บุคคลภายนอกมาดําเนินการ หรือดําเนินกิจกรรมใดๆ ได้กําหนดให้หน่วยงานเจ้าของสัญญาจ้างต้องนําไปเป็น ส่วนประกอบที่สําคัญของสัญญาจ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร กฟผ. และเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการปฏิบัติดังมี ข้อกําหนดต่อไปนี้
ข้อ 2
เงื่อนไขทั่วไป
ข้อ 1 มาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานฯ ฉบับนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจัดซื้อ-จัดจ้าง
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยฯ ฉบับนี้อย่างเคร่งครัด ข้อ 3 ผู้รับจ้างต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายที่ว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัยสภาพแวดล้อมในการทํางาน และกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง กฎความปลอดภัย ระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติงาน และ/หรือ คําสั่งด้านความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าแม่เมาะโดย
ข้อ 4
ข้อ 5
เคร่งครัด
สถานประกอบการที่จดทะเบียนประกอบการแล้ว) และมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ผู้ว่าจ้างต้องแต่งตั้ง “คณะกรรมการ ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ” พร้อมส่งสําเนาเอกสารหลักฐานการ แจ้งรายชื่อคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ต่อหน่วยงานราชการให้กฟผ. ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญากับ กฟผ.
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง คือ
เงื่อนไขด้านความปลอดภัย(Safety Criteria)
ปี กลุ่มที่ 1 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ํา คะแนนรวมน้อยกว่า 40 คะแนน)

  • ไม่ส่งมอบพื้นที
    O ส่งมอบพื้นที่
    D กลุ่มที่ 2 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง คะแนนรวมตั้งแต่ 41-99 คะแนน) ส่งมอบพื้นที 0 ไม่ส่งมอบพื้นที่
    กลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง(คะแนนรวมมากกว่าหรือเท่ากับ 100 คะแนน)
    O ไม่ส่งมอบพื้นที่
    O ส่งมอบพื้นที่
    ข้อ 6 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการและจัดส่งสําเนาเอกสารให้ผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ตามรายละเอียด ดังนี้
    (1) แต่งตั้ง จป.บริหาร พร้อมขึ้นทะเบียนต่อหน่วยงานรัฐ
    (2)
    (3)
    แต่งตั้ง จป.หัวหน้างาน พร้อมขึ้นทะเบียนต่อหน่วยงานรัฐ
    แต่งตั้ง จป.ตามขนาดและประเภทของสถานประกอบการ พร้อมขึ้นทะเบียนต่อหน่วยงานรัฐเพิ่มเติมจาก (1) และ (2) ดังนี้
    ก. จป.ระดับเทคนิค
    ข. จป.ระดับเทคนิคขั้นสูง
    ค. จบ. วิชาชีพ
    ปรับปรุงและจัดพิมพ์เอกสาร วันที่ 14 ตุลาคม 2563
    กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คน แต่ไม่ถึง 50 คน
    กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คน แต่ไม่ถึง 100 คน กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป
    2hz
    (urladısind verset,
    หน้า 1 จาก 15
    เอกสารแนบท้ายสัญญาจ้าง
    “กรณี เจ้าหน้า ความเลอะ
    ยันการทํางาน(ที่ระบุในเอกสารแต่งตั้งขึ้นทะเบียนพื้นที่อื่น
    G ม
    (4)
    (5)
    (6)
    (0
    (8)
    (9)
    แจ้งย้ายขึ้นทะเบียนที่ สด ลําปาง
    สสส.
    กรณีที่มีสัญญาจ้างสองสัญญาจ้างขึ้นไปให้กวนลูกจ้างทุกสัญญารวมกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความ ปลอดภัยในการทํางานตามจํานวนลูกจ้างรวมกันทุกสัญญาตามกําหนดในข้อ 5 และเละสัญญาจ้างต้องแต่งตั้ง จป.หัวหน้างาน เพื่อควบคุมดูแลความปลอดภัยของลูกจ้างตลอดเวลาการทํางาน
    กรณีผู้รับจ้างมีลูกจ้างไม่ครบตามที่กฎหมายกําหนด ต้องจัดให้มีและแต่งตั้งผู้ทําหน้าที่ควบคุมงานและมีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางานตามที่กําหนดในข้อ (5) อควบคุมและดูแลลูกจ้างของผู้ประกอบการให้เกิดความ
    ปลอดภัยในการทํางาน เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการ
    ทํางา
    จัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานโดยมีรายการอย่างน้อย ดังนี้
  • ในงาน เวลาทํางานปกติและเวลาฬิก
  1. วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
  2. หลักเกณฑ์การ : นล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด
    ง. วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
  3. วันลาและหลักเกณฑ์การ
  4. นัยและโทษทางวินัย
  5. การร้องทุกข์
    ข. การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และ 12 เซน พิเศษ
    จัดให้ลูกจ้างทุกคนน่ารับการอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานสําหรับ
    ปฏิบัติทั่วไปและผู้ปฏิบัติงานใหม่ 6 ส
    กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับในที่อับอาการลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมหลักสูตรความปลอดภัยในการทํางาน ในที่อับอากาศ สําหรับผู้อนุญาตผู้ควบคุมงาน ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ช่วยเหลือ (เคน (หน้าที่จากหน่วยงานของกรม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือหน่วยงานฝึกอบรมความปลอดภัยในการทางานในที่อับอากาศที่ขึ้นทะเบียนไว้ กับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรณีนายจ้างเป็นผู้อบรมให้ จะสามารถทํางานนะที่ตั้งของนายจ้างที่ ขออนุญาต..
    เท่าน
    กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (ลูกจ้างซึ่งทําหน้าที่เกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ ซ่อมแซม บํารุงรักษา หรือ ที่อื่นในสถานะเดียวกันกับระบบไฟฟ้า เฟฟ้า หรือ ไฟฟ้าเนินการดังนี้
    v
  6. ผ่านการอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าให้กับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า 4. ผ่านการอบรมความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
    (3) กรณี งานเกี่ยวกับวันจัน
    (10)
    (11)
  7. ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับพื้นจั่น ผู้จัดการวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น 1. “ปั่นจนเข้ามาใช้งาน ต้องสําเนารายการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์สําหรับปั้นจั่น โดยมีควาร
    เครื่องกลเป็นผู้รับรอง พร้อมด้วยภาพถ่ายของวิศวกรขณะทําการทดสอบ และสําเนาใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพ 2 กรรม
    ารรับรถโฟคลิฟท์ ผู้ที่ต้องมานการอบรม : จอดภัยในการทํางานรถยก (ผู้บังคับ (12) กรณีทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายต้องการอบรมความรู้พื้นฐานเดียวกับสารเคมีนั้น
    การ าเนินการก่อนเริ่มงาน
    ให้ผู้รับจ้างแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน และตัวแทนของผู้รับจ้าง ดังนี้
    แต่งตั้งผู้ควบคุมงานเพื่อทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของลูกๆ ของผู้รับจ้างให้เกิดความปลอดภัยตลอดระยะเวลา
    การปฏิบัติงานน
    พระทั้งตัวแทนของผู้รับจ้าง เพื่อหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง
    ปรับปรุงและจัดพิมพ์เอกสาร วันที่ 14 ตุลาคม 2563
    หน้า 2 จาก 15