จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างการจัดจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศติดตามและประเมินผล โครงการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ระยะที่ 2 (ส่วนขยายเชื่อมต่อกับระบบ ERP ติดตามการเบิกจ่าย) ครั้งที่ 2

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ) 69079482832
฿5,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 24 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศติดตามและประเมินผลโครงการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ระยะที่ ๒ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับกระบวนการบริหารจัดการงบประมาณและการเบิกจ่ายให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยต่อยอดจากระบบเดิมที่ได้วางรากฐานไว้ในระยะที่ 1

ขอบเขตงานสำคัญคือการพัฒนาส่วนต่อขยาย (Extension) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ ERP โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการตรวจสอบเอกสารทางการเงินอัตโนมัติ เพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการคลังและลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) นอกจากนี้ ระบบยังต้องรองรับการติดตามสถานะเอกสารแบบบูรณาการ (Integrated Tracking) ที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะได้แบบ Real-time ซึ่งจะช่วยสร้างฐานข้อมูลทางการเงินที่น่าเชื่อถือสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และการตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหารในอนาคต

ผู้รับจ้างจะต้องศึกษาโครงสร้างระบบเดิมและดำเนินการพัฒนาโดยไม่กระทบต่อข้อมูลหลักเดิม เพื่อให้ระบบใหม่ทำงานร่วมกับระบบเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless Integration) ทั้งในส่วนของฐานข้อมูลโครงการ ระบบรายงานความก้าวหน้า และระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน (Single Sign-On) ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือระบบที่มีความโปร่งใส รวดเร็ว และแม่นยำ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ขอรับการสนับสนุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

English summary

This project involves the development of the second phase of the National Sports Development Fund’s project monitoring and evaluation information system. The primary objective is to enhance budget management and financial disbursement processes by integrating AI-driven automated document verification. The system will serve as an extension to the existing Phase 1 platform, ensuring seamless integration with ERP systems. Key deliverables include an integrated tracking mechanism for real-time document status updates, improved accuracy in financial auditing, and a reliable financial database for data analytics and policy decision-making. The project aims to reduce manual workload, minimize human error, and increase transparency for all stakeholders.

สถานที่ดำเนินการ

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบตรวจสอบเอกสารทางการเงินด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • เพื่อต่อยอดระบบสารสนเทศเดิมให้สามารถติดตามสถานะเอกสารทางการเงินและการอนุมัติงบประมาณได้อย่างบูรณาการ (Integrated Tracking)
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการบริหารจัดการงบประมาณ (Real-time monitoring)
  • เพื่อสร้างฐานข้อมูลทางการเงินที่น่าเชื่อถือสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษาระบบงานระยะที่ 1 เพื่อพัฒนาส่วนต่อขยาย (Extension) ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
  • พัฒนาโมดูลตรวจสอบเอกสารทางการเงินด้วยเทคโนโลยี AI
  • พัฒนาช่องทาง “ส่งเอกสารเบิกจ่าย” เพิ่มเติมในหน้าจอระบบเดิม
  • เชื่อมต่อระบบเข้ากับฐานข้อมูลโครงการเดิมและระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน (Single Sign-On)
  • พัฒนาระบบรายงานและติดตามสถานะเอกสารแบบบูรณาการ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบสารสนเทศที่มีโมดูล AI สำหรับตรวจสอบเอกสารทางการเงิน
  • ระบบติดตามสถานะการเบิกจ่ายงบประมาณแบบบูรณาการ (Integrated Tracking)
  • ฐานข้อมูลกลางด้านการเงินของแต่ละโครงการ
  • คู่มือการใช้งานและเอกสารทางเทคนิคของระบบ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • (ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา โปรดตรวจสอบในเอกสารแนบเพิ่มเติม)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา, ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานการพัฒนาโครงการระบบสารสนเทศ หรือการติดตั้งอุปกรณ์จัดเก็บ/วิเคราะห์ข้อมูล ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาทต่อสัญญา
  • Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท (สัญญาเดียว)
  • Technical Capabilities: ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์และบูรณาการระบบ (System Integration)
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา โปรดตรวจสอบในเอกสารแนบเพิ่มเติม)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ต้องใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจสอบเอกสาร
  • ต้องรองรับการเชื่อมต่อกับระบบ ERP
  • ต้องทำงานร่วมกับระบบเดิม (Phase 1) ได้โดยไม่กระทบโครงสร้างหลัก
  • รองรับระบบ Single Sign-On (SSO)

เงื่อนไขสัญญา

  • (ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา โปรดตรวจสอบในเอกสารแนบเพิ่มเติม)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: ระบบใหม่จะกระทบกับข้อมูลเดิมในระยะที่ 1 หรือไม่? A: ไม่กระทบ เนื่องจากผู้รับจ้างต้องพัฒนาส่วนต่อขยายโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักของระบบเดิม
    2. Q: ระบบรองรับการ Login อย่างไร? A: ใช้ระบบเดิมที่มีอยู่ (Single Sign-On)
    3. Q: AI จะเข้ามาช่วยในส่วนไหนของระบบ? A: ใช้สำหรับตรวจสอบเอกสารทางการเงินโดยอัตโนมัติเพื่อลด Human Error
    4. Q: ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะการเบิกจ่ายได้เมื่อไหร่? A: สามารถตรวจสอบได้แบบ Real-time ผ่านระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่
    5. Q: ผลงานที่ต้องยื่นต้องเป็นงานประเภทใด? A: งานพัฒนาโครงการระบบสารสนเทศ หรือการติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บหรือวิเคราะห์ข้อมูล
    6. Q: มูลค่าผลงานขั้นต่ำที่กำหนดคือเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาทในสัญญาเดียว
    7. Q: ระบบนี้เชื่อมต่อกับระบบใดเป็นหลัก? A: เชื่อมต่อกับระบบติดตามและประเมินผลโครงการเดิม และระบบ ERP ของกองทุนฯ
    8. Q: ใครคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักของระบบนี้? A: ฝ่ายการคลัง กองทุน กกท. และผู้ขอรับการสนับสนุน
    9. Q: การยื่นข้อเสนอในรูปแบบกิจการร่วมค้ามีเงื่อนไขอย่างไร? A: ผู้เข้าร่วมค้าหลักต้องมีสัดส่วนงานและมูลค่าตามสัญญามากกว่ารายอื่น และใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว
    10. Q: ระบบนี้ช่วยลดปัญหาคอขวดได้อย่างไร? A: ลดการใช้บุคลากรในการตรวจสอบเอกสารด้วยมือ โดยเปลี่ยนมาใช้ AI ช่วยตรวจสอบแทน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑.
ขอบเขตการดําเนินงาน (Terms of Reference : TOR)
การจัดจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศติดตามและประเมินผลโครงการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (ส่วนขยายเชื่อมต่อกับระบบ ERP ติดตามการเบิกจ่าย)
หลักการและเหตุผล
ตามแผนยุทธศาสตร์กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗-๒๕๗๐ และแผนงานที่ ๒ การยกระดับดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการกีฬาครบวงจร กองทุนฯ ได้ริเริ่ม โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ ติดตามและประเมินผลโครงการฯ ในระยะที่ ๑ ซึ่งได้วางรากฐานสําคัญในการรวบรวมและติดตาม ความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ ในภาพรวม อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย งบประมาณและการตรวจสอบเอกสารทางการเงินซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของการบริหารจัดการกองทุนฯ
ยังคงประสบปัญหาคอขวด เนื่องจากต้องอาศัยกระบวนการแบบดั้งเดิมที่ใช้บุคลากรในการตรวจสอบเอกสาร จํานวนมาก ทําให้เกิดความล่าช้า มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด และขาดกลไกการติดตามสถานะแบบบูรณาการ ที่มีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณของกองทุนฯ มีความโปร่งใส รวดเร็ว และแม่นยํายิ่งขึ้น ตอบสนองต่อผู้ขอรับการสนับสนุนและสนับสนุนการทํางานของฝ่ายการคลังกองทุน การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก กองทุนฯ จึงเล็งเห็นความจําเป็นในการดําเนิน โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศฯ ระยะที่ ๒ เพื่อต่อยอดและเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิม โดยมุ่งเน้นการนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: Al) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการ “พัฒนาระบบตรวจสอบเอกสารทางการเงิน อัตโนมัติ” พร้อมทั้งสร้าง “กลไกการรายงานและติดตามสถานะเอกสารแบบบูรณาการ”
การพัฒนาระบบในระยะที่ ๒ นี้ จะช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการคลัง เพิ่มความเร็วในการ เบิกจ่ายเงินสนับสนุนโครงการ ยกระดับความถูกต้องแม่นยําในการตรวจสอบเอกสาร และสร้างฐานข้อมูลทาง การเงินที่สามารถนําไปวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายในการพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ตามยุทธศาสตร์ที่กําหนดไว้
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาระบบตรวจสอบเอกสารทางการเงินด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สําหรับ เพิ่มความรวดเร็ว ลดขั้นตอน และยกระดับความแม่นยําในกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณ
๒.๒ เพื่อต่อยอดระบบสารสนเทศเดิมให้สามารถติดตามสถานะเอกสารทางการเงินและการอนุมัติ งบประมาณได้อย่างบูรณาการ (Integrated Tracking) และเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทํางานของฝ่ายการคลัง กองทุน กกท. โดยตรง
๒.๓ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการบริหารจัดการงบประมาณของกองทุนฯ ทําให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะได้แบบ Real-time
๒.๔ เพื่อสร้างฐานข้อมูลทางการเงินจากการดําเนินโครงการที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นระบบ สําหรับสนับสนุนการตรวจสอบ การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหาร

u
๓. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๓.๑ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มีระบบสารสนเทศที่มีโมดูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สําหรับ ตรวจสอบเอกสารทางการเงินและบริหารจัดการงบประมาณ ซึ่งเชื่อมต่อและทํางานร่วมกับระบบติดตาม
และประเมินผลโครงการเดิมได้อย่างสมบูรณ์
๓.๒ กระบวนการตรวจสอบเอกสารทางการเงินและการเบิกจ่ายงบประมาณ มีความรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยํา และโปร่งใสขึ้น สามารถลดระยะเวลาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจาก มนุษย์ (Human Error) ได้อย่างมีนัยสําคัญ
๓.๓ มีฐานข้อมูลกลางด้านการเงินของแต่ละโครงการที่น่าเชื่อถือ สามารถนําไปใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบ และประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ในการจัดสรรงบประมาณในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถติดตามสถานะการเบิกจ่ายได้ชัดเจนขึ้น
๓.๔ ผู้ขอรับการสนับสนุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจและความเชื่อมั่นต่อการดําเนินงานของกองทุนฯ มากขึ้น
๔. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๔.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๔.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๔.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๔.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ
บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๔.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กองทุนพัฒนาการ กีฬาแห่งชาติ กกท. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง
๔.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงจะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้อง
ใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลัก จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลัก
จะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้
v
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
(Electronic
๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (หนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ)๐๔๐๕.๒/ว๔๘ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔) ดังนี้
๔.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจด ทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท

(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
(๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง
แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบ
ธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีที่ได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
(๕.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง
ตัวและงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้
แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
๔.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย
ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชี ธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ธนาคารออกให้แก่ผู้อื่น ข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอหรือวันลงนามในสัญญา ไม่เกิน ๙๐ วัน
๔.๑๒.๓ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๔.๑๒.๑ (๑) (๒) และข้อ ๔.๑๒.๒
ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือ
บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน ตามประกาศ ของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ ครั้ง ทั้งนี้ สําหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กําหนด
๔.๑๒.๔ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทย ตามข้อ ๔.๑๒.๑ (๒) ข้อ ๔.๑๒.๒ และข้อ ๔.๑๒.๓ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญ ชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
๔.๑๒.๕ กรณีตามข้อ ๔.๑๒.๑ - ข้อ ๔.๑๒.๓ ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศ เชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง ตามหมวด ๖ งานจ้างที่ปรึกษา ตามหมวด ๗ และงานจ้าง
/-
ออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ตามหมวด ๘ แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไป
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้ แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
(๔) งานก่อสร้างบํารุงทาง หมายถึง งานก่อสร้างในกรณีที่ทางมีความชํารุดใน ลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อจึงจําเป็นต้องดําเนินการซ่อมแซม หรือบูรณะผิวทางโดยการปะซ่อมจุดที่ชํารุด หรือ กรณีที่ผิวทางชํารุดหรือหลุดร่อนจึงจําเป็นต้องดําเนินการปรับปรุงผิวทางใหม่
(๕) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
(๖) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๒) กรณีงานจ้างบริการ หรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔.๑๓ ผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีผลงานเสร็จสมบูรณ์ในลักษณะการพัฒนาโครงการที่เป็นระบบสารสนเทศ
หรือการติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บหรือวิเคราะห์ข้อมูล ในวงเงินการจ้างไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท สัญญาเดียว และต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคลเอกชนซึ่งมีความน่าเชื่อถือ โดยต้องแนบ สําเนาหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญาหรือใบสั่งซื้อสั่งจ้าง
๕. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้เสนอราคาจะต้องดําเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศติดตามและประเมินผลโครงการกองทุน
พัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ระยะที่ ๒ โดยเป็นการต่อยอดจากระบบเดิม เน้นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการ บริหารจัดการงบประมาณและการตรวจสอบเอกสารทางการเงิน โดยมีรายละเอียดดังนี้
๕.๑ สภาพแวดล้อมระบบเดิมและการบูรณาการ
๕.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องทําการศึกษาระบบงานระยะที่ ๑ (ระบบติดตามและประเมินผลโครงการ) เพื่อดําเนินการพัฒนาส่วนต่อขยาย (Extension) ให้ทํางานร่วมกันเป็นระบบเดียว (Seamless Integration) โดยผู้รับจ้างต้องไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักที่กระทบต่อข้อมูลเดิม แต่ให้ต่อยอดจากทรัพยากรที่มีอยู่
๕.๑.๒ ผลลัพธ์ของระบบฯ ในระยะที่ ๑ ประกอบด้วย

(๑) ฐานข้อมูลโครงการ (Project Database) ใช้ข้อมูลโครงการเดิมเพื่อตรวจสอบ งบประมาณที่ได้รับอนุมัติเทียบกับการเบิกจ่าย
(๒) ระบบรายงานความก้าวหน้า (Progress Update Module) พัฒนาปุ่ม หรือช่องทาง “ส่งเอกสารเบิกจ่าย” เพิ่มเติมในหน้าจอเดิมที่ผู้ใช้งานคุ้นเคย
(๓) ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน (User Management) ใช้ฐานข้อมูลผู้ใช้งานเดิม
และระบบ Login เดิม (Single Sign-On)
تے