จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างจ้างปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์เพื่อการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการบริการวิชาการ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 69079475876
฿1,200,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 31 ก.ค. 2569 เชียงใหม่
รายละเอียดการจ้าง

โครงการปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ของสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่เดิมให้มีความยืดหยุ่นและรองรับการใช้งานด้านการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการบริการวิชาการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยขอบเขตงานประกอบด้วยงานปรับปรุงอาคารตามรายการวัสดุและค่าใช้จ่าย (BOQ) รวม 16 หมวดงาน ได้แก่ งานเตรียมงาน, งานรื้อถอน, งานดิน, งานฐานราก, งานคาน, งานพื้นคอนกรีต, งานโครงสร้างเหล็ก, งานมุงหลังคา, งานผนัง, งานติดตั้งประตู-หน้าต่าง, งานพื้น, งานฝ้าเพดาน, งานสี, งานระบบไฟฟ้า, งานระบบประปาและสุขาภิบาล และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่การจัดเตรียมบุคลากร (วิศวกรโยธาและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย) การจัดทำแผนการทำงาน การป้องกันฝุ่นและเสียงระหว่างก่อสร้าง รวมถึงการจัดการขยะและเศษวัสดุอย่างเคร่งครัด เนื่องจากพื้นที่ใกล้เคียงยังมีการใช้งานตามปกติ นอกจากนี้ยังต้องปฏิบัติตามนโยบายการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และ 90 ตามลำดับ) โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน โดยแบ่งการเบิกจ่ายเป็น 3 งวดงาน และมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี

English summary

The Public Policy Institute at Chiang Mai University is seeking a contractor to renovate its multi-purpose building to enhance its capacity for teaching, training, and academic services. The scope of work includes 16 categories of construction, ranging from demolition and structural work to architectural finishing and MEP (Mechanical, Electrical, and Plumbing) systems. The project budget is 1,200,000 THB with a 120-day completion period. The contractor must provide a full-time civil engineer and a safety officer, adhere to local content requirements (60% for materials, 90% for steel), and ensure minimal disruption to ongoing academic activities. A 2-year warranty on workmanship is required.

สถานที่ดำเนินการ

สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการบริการวิชาการ

ขอบเขตของงาน

  • งานเตรียมงานก่อสร้างและงานรื้อถอน
  • งานโครงสร้าง (ฐานราก, คาน, พื้นคอนกรีต, โครงสร้างเหล็ก)
  • งานสถาปัตยกรรม (มุงหลังคา, ผนัง, ประตู-หน้าต่าง, พื้น, ฝ้าเพดาน, งานสี)
  • งานระบบวิศวกรรม (ระบบไฟฟ้า, ระบบประปาและสุขาภิบาล)
  • การบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ก่อสร้าง
  • การจัดการขยะและเศษวัสดุจากการก่อสร้าง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อาคารอเนกประสงค์ที่ปรับปรุงแล้วเสร็จตามแบบและรายการ BOQ
  • แผนการทำงานและแผนการใช้พัสดุ/เหล็กภายในประเทศ
  • รายงานความก้าวหน้าของงานรายสัปดาห์
  • เอกสารส่งมอบงานและรายงานสรุปด้านความปลอดภัย
  • การทำความสะอาดพื้นที่และปรับปรุงพื้นที่ใกล้เคียงให้เรียบร้อย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาการยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 90 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวงแรงงาน
  • Experience: หากมีผลงานปรับปรุงอาคารในลักษณะเดียวกัน ให้ยื่นหนังสือรับรองผลงานมาด้วย
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น เสียง และวัสดุตกหล่นตามมาตรฐาน
  • Personnel:
    • วิศวกรควบคุมงาน (โยธา) 1 คน: ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป)
    • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยโครงการ 1 คน: ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ราคา (Lowest Price)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
  • ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
  • ต้องเป็นไปตามรายการวัสดุและค่าใช้จ่าย (BOQ) 16 หมวดงาน

เงื่อนไขสัญญา

  • การเบิกจ่าย 3 งวด: งวดที่ 1 (15%), งวดที่ 2 (60%), งวดที่ 3 (25%)
  • หลักประกันสัญญา: 5% ของราคาค่าจ้าง
  • ค่าปรับ: 0.10% ต่อวันของมูลค่าสัญญา
  • การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 2 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคอย่างไร? ตอบ: ต้องชำระค่าน้ำ-ค่าไฟตามประกาศมหาวิทยาลัยฯ หรือติดตั้งมิเตอร์แยกโดยเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น
  • ถาม: พื้นที่ก่อสร้างมีการใช้งานอยู่หรือไม่? ตอบ: ใช่ มีการใช้งานโดยนักศึกษาและอาจารย์ ผู้รับจ้างต้องวางแผนงานและป้องกันฝุ่น/เสียงอย่างเคร่งครัด
  • ถาม: หากต้องจ้างช่วงงานบางส่วนทำได้หรือไม่? ตอบ: ต้องได้รับอนุญาตจากสถาบันฯ ก่อน หากฝ่าฝืนมีค่าปรับ 10% ของมูลค่างานจ้างช่วง
  • ถาม: การรับประกันความชำรุดบกพร่องเริ่มนับเมื่อใด? ตอบ: นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • ถาม: หากงานล่าช้ามีมาตรการอย่างไร? ตอบ: ปรับรายวัน 0.10% ของมูลค่าสัญญา และผู้รับจ้างต้องยินยอมให้หักเงินค่าปรับจากค่าจ้าง
  • ถาม: การจัดการขยะในพื้นที่ต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องขนย้ายออกนอกเขตสถาบันฯ ทุกวัน ห้ามสะสมไว้ในพื้นที่
  • ถาม: กรณีสถาบันฯ ต้องการเข้าใช้พื้นที่ก่อนครบกำหนด? ตอบ: ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้เข้าใช้พื้นที่ตามความจำเป็นโดยไม่มีเงื่อนไข
  • ถาม: บุคลากรประจำโครงการต้องยื่นเอกสารเมื่อใด? ตอบ: ภายใน 7 วัน หลังจากทำสัญญา
  • ถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำมูลค่าสุทธิของกิจการได้? ตอบ: สามารถขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคารในอัตรา 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ
  • ถาม: การส่งมอบงานงวดสุดท้ายต้องทำอะไรบ้าง? ตอบ: ต้องทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมดและปรับปรุงพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบให้เรียบร้อย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
โครงการปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์เพื่อการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม
และการบริการวิชาการ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จํานวน 1 รายการ

  1. ความเป็นมาของโครงการ
    สถาบันนโยบายสาธารณะ มีภารกิจหลักด้านการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม การพัฒนาศักยภาพ
    บุคลากร และการให้บริการวิชาการแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในระดับชาติและ นานาชาติ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การดําเนินภารกิจ ดังกล่าวจําเป็นต้องอาศัยพื้นที่การเรียนรู้และพื้นที่จัดกิจกรรมที่มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับรูปแบบการใช้งาน
    ที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสม
    ปัจจุบัน สถาบันนโยบายสาธารณะมีพื้นที่บริเวณอาคารซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม และกิจกรรมทางวิชาการบางรูปแบบยัง ไม่สามารถดําเนินการได้อย่างคล่องตัวเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดจ้างงานจ้างเหมาปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ดังกล่าว
  2. วัตถุประสงค์
    เพื่อปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่
    ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายสินค้า รับจ้างงาน
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สถาบันนโยบาย
    สาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอ
    ราคาได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
    อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.11 หากผู้ยื่นข้อเสนอราคามีผลงานปรับปรุงอาคารก่อสร้างในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียง ให้ยื่น
    หนังสือรับรองผลงานที่ออกจากคู่สัญญาดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นเสนอราคาด้วย
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    (1) กรณีที่กิจการร่วมค้าได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ กิจการร่วมค้าจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา และการเสนอราคาให้เสนอราคาในนาม
    2
    “กิจการร่วมการค้า” ส่วนคุณสมบัติด้านผลงานก่อสร้าง กิจการร่วมค้าดังกล่าวสามารถนําผลงาน ก่อสร้างของผู้เข้าร่วมค้ามาใช้แสดงเป็นผลงานก่อสร้างของกิจการร่วมค้าที่เข้าประกวดราคาได้
    (2) กรณีที่กิจการร่วมค้าไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ นิติบุคคลแต่ละนิติบุคคลที่เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา เว้นแต่ในกรณีที่ กิจการร่วมค้าได้มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรกําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเข้าเสนอราคากับหน่วยงานของรัฐ และแสดงหลักฐาน ดังกล่าวมาพร้อมการยื่นข้อเสนอประกวดราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานก่อสร้างของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานก่อสร้างของ
    กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอได้
    ทั้งนี้ “กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่" หมายความว่า กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียน เป็นนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
    (3) การพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” สถาบันนโยบาย สาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะพิจารณาตามแนวทางของหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยด่วน
    ที่สุด ที่ กค(กวจ) 0405.2/ว 581 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2563 โดยกิจการร่วมค้าที่มีสิทธิในการยื่น
    ข้อเสนอได้แก่
    (3.1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญากรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนด สัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย ทั้งนี้ผู้ร่วมค้าหลักจะต้อง เป็นผู้ร่วมลงทุนมากกว่าร้อยละ 50
    (3.2) งานซื้อหรือจ้าง และงานก่อสร้างกรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้าราย ใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    รายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน
    3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ที่ 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566
    ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่า สุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (เป็นงบแสดง ฐานะทางการเงินประจําปี 2568)
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการายงานงบแสดงฐานะ
    การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา จะพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง
    แสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    3
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นเสนอราคาไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
    หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่
    ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่
    4
    สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่ง ออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) ทั้งนี้ หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้ เป็นไปตามแบบที่กรมบัญชีกลางกําหนด
    (5) กรณีตาม (1) – (4) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
  4. รายละเอียดของงาน
    (5.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
    พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10 พ.ศ.2561)
    (5.3) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการ
    บริหารพัสดุมีผลใช้บังคับ
    งานจ้างปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์เพื่อการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการบริการวิชาการ ของ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการปรับปรุงตัวอาคารเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้เป็นไปตามรูปแบบการ ปรับปรุงงานก่อสร้าง โดยอ้างอิงบัญชีแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่าย หรือ BOQ (Bill of Quantities) แบ่งตามหมวด ดังนี้
    ก. หมวด 1 : งานเตรียมงานก่อสร้าง
    ข. หมวด 2 : งานรื้อถอน
    ค. หมวด 3 : งานดิน
    ง. หมวด 4 : งานฐานราก
    จ. หมวด 5 : งานคาน
  5. หมวด 6 : งานพื้นคอนกรีต
    ช. หมวด 7 : งานโครงสร้างเหล็ก
    ซ. หมวด 8 : งานมุงหลังคา
    ฌ. หมวด 9 : งานผนัง
    ญ. หมวด 10 : งานติดตั้งประตู และหน้าต่าง
    ฎ. หมวด 11 : งานพื้น
    ฎ. หมวด 12 : งานฝ้าเพดาน
    ฐ. หมวด 13 : งานสี
    ฑ. หมวด 14 : งานไฟฟ้า
    ฒ. หมวด 15 : งานระบบประปาและสุขาภิบาล
    ณ. หมวด 16 : อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามรูปแบบรายการงานปรับปรุงอาคาร
    หมายเหตุ : ระหว่างดําเนินการปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์เพื่อการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการบริการ วิชาการ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทางผู้รับจ้างต้องติดตั้งป้ายโครงการ, จัดเตรียมอุปกรณ์ และ
    4
    เครื่องมือให้พร้อม และได้มาตรฐานการปรับปรุงงานก่อสร้างที่สมควร (เช่น ป้ายเตือนการปรับปรุงก่อสร้าง, ไฟส่องสว่าง, อุปกรณ์อํานวยความสะดวกต่างๆ) รวมถึงการดูแลความปลอดภัย, อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
  6. สถานที่ปรับปรุง/ก่อสร้าง : สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  7. ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญากับสถาบันนโยบายสาธารณะ จะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนด ดังต่อไปนี้
    6.1
    จัดเตรียมบุคลากรประจําโครงการและผู้ควบคุมที่มีคุณวุฒิเป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคารและมี
    คุณสมบัติไม่น้อยกว่าที่กําหนด ดังนี้
    6.1.1 วิศวกรควบคุมงาน 1 คน (ประจําโครงการเต็มเวลา)
  • มีประสบการณ์ทํางานในงานตามวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    เป็นวิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาโยธา ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
    6.1.2 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยโครงการ ไม่น้อยกว่า 1 คน (ประจําโครงการเต็มเวลา) โดยต้องมี ประสบการณ์ทํางานในวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    โดยให้ยื่นเอกสารประสบการณ์ในการทํางานตามวิชาชีพ, ใบประกอบวิชาชีพและหนังสือยินยอม ปฏิบัติงานในโครงการบุคลากร ตามข้อ 6.1.1-6.1.5 ภายใน 7 วัน หลังจากทําสัญญา กรณียื่นเอกสารในนาม “กิจการร่วมค้า” ให้ยื่นเสนอบุคลากรร่วมกันในนาม “กิจการร่วมค้า” ได้ ในกรณีที่บุคลากรที่เสนอต่อสถาบันฯ ทํางานไม่เต็มความสามารถ หรือสถาบันฯ พิจารณาแล้วพบว่าเป็นผู้ไม่มีศักยภาพในการทํางานได้ หรือทํางาน แล้วส่งผลเสียหายแก่สถาบันฯ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องยินดีเปลี่ยนบุคลากรดังกล่าวนั้น และ นําเสนอบุคลากรท่านอื่นที่ไม่ต่ํากว่าเงื่อนไขที่กําหนดนี้
    6.2 คู่สัญญาจะต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ตามแบบที่กรมบัญชีกลางกําหนดโดย จะต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานปรับปรุง/ก่อสร้าง เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อย กว่า ร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานปรับปรุง/ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ต่อคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุในงานจ้างปรับปรุง เพื่อทราบภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา
    6.3 คู่สัญญาจะต้องจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ตามแบบที่กรมบัญชีกลางกําหนดโดย จะต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญาต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างปรับปรุง/ก่อสร้าง เพื่อทราบภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามใน
    สัญญา
    6.4 คู่สัญญาต้องชําระค่าสาธารณูปการหรืออื่น ๆ เพื่ออํานวยการก่อสร้าง เช่น ค่าน้ําประปา ค่าไฟฟ้า ค่า ขยะ เป็นต้น ตามประกาศมหาวิทยาลัยฯที่เกี่ยวข้อง และกรณีจะต้องขอใช้น้ําประปา ไฟฟ้า จากหน่วยงาน ภายนอกมหาวิทยาลัยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หน่วยงานนั้น ๆ กําหนด
    6.5 คู่สัญญาจะต้องเสนอขอบเขตและผังการปรับปรุง/ก่อสร้างเพื่อขออนุมัติก่อนดําเนินการ และจัดเตรียม บุคลากรพร้อมเครื่องมือ ระบบป้องกันวัสดุตกหล่น ฝุ่น เสียง และระบบความปลอดภัยอื่น ๆ ระหว่างการ ปรับปรุง/ก่อสร้าง ให้ถูกต้องเป็นไปตามที่สถาบันฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนด พร้อมทั้งจัดทําป้าย โครงการ ป้ายเตือน และอื่น ๆ
    6.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าสํารวจพื้นที่ก่อสร้างและรับทราบในสภาพ และข้อจํากัดของพื้นที่ก่อสร้างก่อนเข้า เสนอราคากับสถาบันฯ ทั้งนี้ หากรายการดังกล่าวข้างต้นขัดแย้ง ไม่สอดคล้องกับรูปแบบรายการของสัญญาจ้าง ให้ดําเนินการปรับปรุง แก้ไข และดําเนินการก่อสร้างให้ครบถ้วนเป็นไปตามสัญญาจ้างฯ ทั้งนี้ หน้าที่ในการปรับ สภาพพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคในงานก่อสร้างทุกรายการเป็นความ รับผิดชอบของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก แบ่งเป็น
    (1) การรื้อถอนวัสดุที่ใช้งานต่อได้ เช่น บานประตู หน้าต่าง กระจก อลูมิเนียม หลอดไฟ สายไฟ หรืออื่น ๆ ให้รื้อถอนด้วยความประณีตและส่งมอบคืนให้แก่สถาบันฯ พร้อมทําทะเบียนส่งคืนวัสดุ
    (2) เศษวัสดุที่สถาบันฯ ไม่ต้องการ วัสดุอื่น ๆ ตามที่สถาบันฯ กําหนด ขยะและสิ่งปฏิกูลออกจาก สถานที่ก่อสร้าง
    5
    ทั้งนี้ การรื้อถอนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และงานอื่น ๆ ซึ่งจําเป็นต้องทําเมื่อเสร็จสมบูรณ์ต้องเป็นหน้าที่ ของผู้ที่ได้รับคัดเลือก ที่จะต้องทําโดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
    6.7 การกั้นขอบเขตพื้นที่ปรับปรุง จะต้องมีความมั่นคงแข็งแรง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ติดตั้งโดยจะต้อง ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อน
    6.8 คู่สัญญาจะต้องส่งสรุปรายงานความก้าวหน้าของงานปรับปรุง/ก่อสร้าง ให้แก่สถาบันฯ ผ่านผู้ควบคุม งาน ทุกสัปดาห์
    6.9 หากเกิดความเสียหายในงานหรืออุปกรณ์ของสถาบันฯที่เกิดชํารุดในขณะปฏิบัติงาน คู่สัญญาจะต้อง รับผิดชอบในการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชํารุดหรือหาอุปกรณ์มาเปลี่ยนใหม่ให้ใช้งานได้ดังเดิม ตลอดระยเวลาการ
    ปรับปรุง/ก่อสร้าง จนถึงครบกําหนดการรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานปรับปรุง/ก่อสร้างสิ้นสุด
    6.10 ในการส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดสถานที่ก่อสร้างทั้งหมดให้แล้วเสร็จสมบูรณ์
    พร้อมทั้งปรับปรุงพื้นที่ใกล้เคียงโครงการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุง/ก่อสร้างทั้งหมดให้เรียบร้อย
    6.11 คู่สัญญาจะต้องจัดทําแผนการทํางานและนําส่งให้สถาบันฯ ณ วันลงนามในสัญญา ทั้งนี้แผนการ ทํางานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา (แบบของแผนการทํางานให้เป็นไปตามที่กรมบัญชีกลางกําหนด)
    เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างใกล้เคียง ยังคงมีการใช้งานโดยนักศึกษา อาจารย์ บุคลากร บุคคลภายนอก ในการ วางแผนการทํางานและแผนการส่งมอบงานโดยละเอียดให้ประสานกับผู้ควบคุมงานและต้องได้รับความ
    เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    6.12 กรณีสถาบันฯ มีความจําเป็นจะต้องจัดจ้าง/จัดซื้อพัสดุอื่นใด ที่อยู่ในส่วนงานต่อเนื่องกับงานจ้าง ปรับปรุง/ก่อสร้างนี้ จากผู้รับจ้างหรือผู้ขายวัสดุ อุปกรณ์รายอื่น เพื่อเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ปรับปรุง/ก่อสร้าง อาคาร ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จะต้องยินยอมให้ผู้รับจ้างหรือผู้ขายรายอื่นเข้าพื้นที่ก่อสร้างและต้องอํานวยความ สะดวกในการเข้าดําเนินงาน รวมไปถึงการวางแผนการทํางานร่วมกับผู้รับจ้างหรือผู้ขายรายอื่นเพื่อให้สามารถ
    เร่งรัดงานปรับปรุงอาคารให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามกําหนดสัญญาทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องลงนามใน หนังสือยินยอมผู้รับจ้าง/ผู้ขายรายอื่นที่เป็นคู่สัญญากับสถาบันฯ เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่
    6.13 กรณี หลังจากการส่งมอบงานในแต่ละงวด หากสถาบันฯ มีความจําเป็นจําเข้าใช้พื้นที่ก่อสร้าง/ ปรับปรุง ที่ส่งมอบงานแล้วดังกล่าวนั้น ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องยินยอมให้สถาบันฯ เข้าใช้พื้นที่ตามความ จําเป็นดังกล่าวโดยไม่มีเงื่อนไข กําหนดการรับประกันความชํารุดบกพร่องของงาน จะนับแต่วันที่คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยจะต้องลงนามในหนังสือยินยอมให้ผู้ว่าจ้างเข้าใจพื้นที่ ตาม แบบฟอร์มที่สถาบันฯกําหนด
  1. ระยะเวลาดําเนินการและกําหนดการแล้วเสร็จ
    7.1 กําหนดแล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    7.2 ระยะเวลาการยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันยื่นเอกสารประกวดราคา
  2. งวดงานและการเบิกจ่ายเงิน
    ดังต่อไปนี้แล้ว
    กําหนดการเบิกจ่ายเงินแบ่งเป็น 3 งวด รายละเอียดดังนี้
    งวดที่ 1 จะจ่ายเงินร้อยละ 15 ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ลงนามในสัญญา และส่งเอกสาร
    (1) แผนการก่อสร้างทั้งโครงการ ประกอบด้วยแผนตามสัญญาจ้าง และแผนงานของผู้รับจ้าง (2) เอกสารแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศของโครงการทั้งหมด
    (3) เอกสารแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศของโครงการทั้งหมด
    (4) รายงานการจัดความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้างตามมาตราฐานความปลอดภัยของกระทรวง
    แรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    แล้วเสร็จถูกต้องตามรายการ ภายในระยะเวลา 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งประกาศผู้ชนะ และแจ้งลงนามใน
    สัญญา
    6
  • งวดที่ 2 จะจ่ายเงินร้อยละ 60 ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการก่อสร้าง/ปรับปรุง ตาม รายละเอียดของงาน หมวดที่ 1-12 ครบถ้วน แล้วเสร็จถูกต้องตามรายการ พร้อมจัดทําเอกสารส่งมอบงานส่งให้ทาง สถาบันฯ ภายในระยะเวลา 70 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 3 จะจ่ายเงินร้อยละ 25 ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการก่อสร้าง/ปรับปรุง ตาม รายละเอียดของงาน หมวดที่ 13-16 ครบถ้วน แล้วเสร็จถูกต้องตามรายการ พร้อมจัดทําเอกสารส่งมอบงานและรายงาน สรุปรวมทั้งหมดด้านความปลอดภัยในการทํางานสําหรับงานก่อสร้าง ตามกฎหมายกระทรวงแรงงานและกฎหมายอื่นที่ เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลา 40 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดที่ 2 แล้วเสร็จ
  1. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของผลงานก่อสร้าง/ปรับปรุง ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัด
    จากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้รับตรวจรับงานงวดสุดท้าย
    กรณีเกิดความชํารุดบกพร่องของผลงานอันเกิดจากความผิดพลาดจากการก่อสร้าง/ปรับปรุง ต้องรีบ
    ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง
  2. ข้อกําหนดการใช้สาธารณูปโภคของสถาบันฯ (เพิ่มเติม)
    10.1 ค่าน้ําประปา และไฟฟ้าคิดราคาเหมาจ่ายตามที่สถาบันฯกําหนด หรือหากต้องมีการติดตั้งมิเตอร์ น้ํา-ไฟ สถานที่และจุดติดตั้งมิเตอร์น้ํา-ไฟ ต้องให้เจ้าหน้าที่ของฝ่ายวิศวกรรมบริการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบ เท่านั้นเป็นผู้ติดตั้งให้ หากผู้รับจ้างฝ่าฝืนดําเนินการติดตั้งเอง ความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบเอง ทั้งสิ้น
    10.2 ผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายขยะออกไปทิ้งนอกเขตอาคารสถาบันฯ ต่อวัน ห้ามมิให้เก็บสะสมไว้ใน บริเวณใดบริเวณนึงของอาคาร และผู้ว่าจ้างให้ข้อกําหนดดังต่อไปนี้
  • ไม่รับมอบงานรายงวดหรือทั้งสัญญา หากพบว่ามีขยะของผู้รับจ้างอยู่ในเขตพื้นที่อาคารสถาบันฯ
    หากผู้ว่าจ้างต้องติดต่อผู้รับจ้างรายอื่นมาดําเนินการขนย้ายขยะของผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างจะหักเงินค่า
    ดําเนินการจ้างขนขยะจากสัญญาของผู้รับจ้างในจํานวนเงินที่ผู้ว่าจ้างกําหนดเอง
    10.3 ผู้รับจ้างจะต้องทําป้ายบอกเตือนอันตรายติดไว้ที่โครงการก่อสร้างอย่างน้อย 2 จุด และทําการ ปิดรอบโครงการก่อสร้าง เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุไม่ให้ออกมาภายนอก ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตราย ส่วนบุคคล เสื้อสะท้อนแสงให้กับผู้ปฏิบัติงานสวมใส่อย่างเหมาะสม
  1. วงเงินงบประมาณในการจัดหา
    ในวงเงิน 1,200,000.00 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)
  2. ราคากลาง
    เป็นจํานวนเงิน 1,200,000.00 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)
  3. อัตราค่าปรับ
    13.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต จากสถาบันฯ สถาบันฯจะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ 10 ของวงเงินของ งานจ้างช่วงนั้น
    13.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้าเกินกว่าระยะเวลางานก่อสร้างที่กําหนดและสถาบัน นโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แจ้งการปรับแล้วผู้รับจ้างจะต้อง
    (1) ชําระค่าปรับจากความล่าช้าในการทํางานตามสัญญาเป็นรายวันในอัตราร้อยละ
    0.10 ของมูลค่าตามสัญญา
    (2) ชําระค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน (ถ้ามี) ให้เป็นไปตามค่าจ้างต่อวันที่สถาบันฯ ได้เบิกจ่ายให้แก่ผู้ควบคุมงานตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
    (3) โดยผู้รับจ้างจะต้องให้ความยินยอมให้หักเงินค่าปรับจากความล่าช้าในการ ทํางานตาม (1) และค่าจ้างควบคุมงาน ตาม (2) ออกจากเงินค่าจ้างก่อสร้าง/ปรับปรุง อย่างไม่มีเงื่อนไข
    7
    นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้าเฉพาะส่วนที่ เกินกว่าจํานวนค่าปรับ ค่าควบคุมงาน และค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย โดยจะต้องลงนามในหนังสือ ยินยอมให้หักเงินค่าใช้จ่ายตามแบบฟอร์มของสถาบันฯ และต้องยื่นพร้อมการยื่นเอกสารข้อเสนอในวัน
    เสนอราคา
  4. การทําสัญญา
    14.1 ผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องตรวจสอบรูปแบบรายการโดยละเอียด และจะต้องส่งใบ แจ้งปริมาณงานและราคา และใบบัญชีรายการก่อสร้างให้ตรงกับรูปแบบและรายละเอียด หลังจาก สิ้นสุดระยะเวลาการอุทธรณ์ผลการเสนอราคา ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ)0405.2/ ว.452 ลงวันที่ 17 กันยายน 2562
    14.2 ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องทําสัญญาจ้างก่อสร้าง/ปรับปรุงกับทางสถาบันฯ ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคา ค่าจ้างที่เสนอราคาได้
    14.3 กรณีสถาบันฯ ไม่ได้รับอนุมัติทางการเงินจากมหาวิทยาลัย ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถ เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายต่างๆกับสถาบันฯ ได้
    14.4 เอกสารเงื่อนไขขอบเขตของงานฉบับนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
  5. หลักเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ : เกณฑ์ราคา


ขอรับรองว่า คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้เป็นไปตาม มาตรา 9 แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งกําหนดไว้ว่า การกําหนด คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะทําการจัดซื้อจัดจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐคํานึงถึงคุณภาพ เทคนิค และ วัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุนั้น และห้ามมิให้กําหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุให้ใกล้เคียง กับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หรือของผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ เว้นแต่พัสดุที่จะทําการจัดซื้อจัดจ้าง ตาม วัตถุประสงค์นั้นมียี่ห้อเดียวหรือจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใด ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้น
ลงชื่อ.
………………ธานกรรมการ
(รศ.ดร.ปิยะพงษ์ บุษบงก์)
x
ลงชื่อ…….
(นางวชิรา ชมภูศรี ปัญสุวรรณ)
…กรรมการ
ลงช
………………
8 กรกฎาคม 2569
(นางสาวธีราภรณ์ คําใจเที่ยง)
…..กรรมการ