ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญา ระยะที่ 2 (I-EA-T Smart Procurement Phase 2)
โครงการนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการพัฒนาระบบในระยะที่ 1 เพื่อสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่ทันสมัยและสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับภาครัฐฉบับล่าสุด วัตถุประสงค์หลักคือการศึกษาและปรับปรุงระบบงานให้รองรับการทำงานในระดับองค์กรได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (Server/Software) เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
ขอบเขตงานครอบคลุมการพัฒนาโมดูลสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบหลักภายในองค์กรและหน่วยงานภายนอกเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติคู่ค้าและสถานะล้มละลาย การพัฒนาระบบติดตามสถานะโครงการและการบริหารความเสี่ยง (KRIs) พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังรวมถึงการบริหารจัดการวัสดุและครุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับระบบบัญชี และการศึกษาความเป็นไปได้ในการทำ Indoor Asset Tracking
ไฮไลท์สำคัญของระยะที่ 2 คือการพัฒนาต้นแบบระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant) ในรูปแบบ Web Application ที่สามารถโต้ตอบภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อให้คำปรึกษาด้านระเบียบพัสดุแก่เจ้าหน้าที่ ช่วยลดความผิดพลาดในการตีความกฎระเบียบ และการสร้าง Dashboard สำหรับผู้บริหารที่แสดงผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำแบบ Real-time เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล
English summary
The I-EA-T Smart Procurement Phase 2 project aims to upgrade the Industrial Estate Authority of Thailand’s procurement system into a fully integrated Digital Procurement Platform. Building on Phase 1, this project focuses on enhancing end-to-end procurement and contract management processes to ensure full compliance with the latest government regulations. Key components include seamless integration with internal ERP/OMS systems and external agencies such as the Department of Business Development and the Comptroller General’s Department. The scope also covers advanced project tracking with risk management (KRIs), comprehensive asset and inventory management, and real-time executive dashboards. A significant innovation in this phase is the development of an AI Assistant prototype (Web Application) capable of processing Thai and English to provide guidance on procurement rules, thereby improving operational efficiency, transparency, and data-driven decision-making across the organization.
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อศึกษาทบทวน วิเคราะห์ และปรับปรุงโมดูลในระยะที่ 1 ให้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบพัสดุล่าสุด
- เพื่อยกระดับระบบสู่ Digital Procurement Platform แบบครบวงจร (End-to-End) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
- เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบภายใน (ERP/OMS) และหน่วยงานภายนอกให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
- เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพย์สินและครุภัณฑ์ ตั้งแต่การจัดหาจนถึงการจำหน่าย
- เพื่อวิเคราะห์การแยกรายละเอียดสินทรัพย์และบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชี
- เพื่อพัฒนาระบบรายงานและ Dashboard แสดงผลการจัดซื้อจัดจ้างแบบ Real-time
ขอบเขตของงาน
- ศึกษาและปรับปรุงระบบงานจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน Server และ Software
- ออกแบบและพัฒนาการเชื่อมโยงระบบ (System Integration) กับระบบ OMS, ERP และหน่วยงานภายนอก (DBD, CGD)
- พัฒนาระบบติดตามสถานะโครงการ การบริหารผู้รับจ้าง และระบบประเมินความเสี่ยงตามตัวชี้วัด (KRIs)
- พัฒนาระบบทะเบียนคู่ค้าที่เชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบคุณสมบัติและสถานะล้มละลาย
- พัฒนาระบบบริหารจัดการวัสดุและครุภัณฑ์ และศึกษาความเป็นไปได้ของระบบ Indoor Asset Tracking
- พัฒนาต้นแบบระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant) รองรับการโต้ตอบภาษาไทย/อังกฤษ ผ่าน Web Application
- ปรับปรุงระบบบริหารสิทธิ์ผู้ใช้งานตามสายงานและหน้าที่ในโครงการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบ (System Analysis and Design)
- ระบบ I-EA-T Smart Procurement Phase 2 ที่ติดตั้งและใช้งานได้จริง
- ระบบเชื่อมโยงข้อมูล (API/Integration) กับระบบ ERP, OMS และหน่วยงานภายนอก
- ระบบบริหารจัดการสินทรัพย์และครุภัณฑ์ที่สมบูรณ์
- ระบบ Dashboard สำหรับผู้บริหารแสดงผลแบบ Real-time
- ต้นแบบระบบ AI Assistant พร้อมคลังความรู้ด้านระเบียบพัสดุ
- คู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ
- รายงานการฝึกอบรมและผลการทดสอบระบบ (UAT)
ระยะเวลาดำเนินการ
ไม่ระบุวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่ชัดในเอกสาร (กรุณาตรวจสอบในประกาศเชิญชวนเพิ่มเติม)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
Extract the following bidder qualification requirements from the document:
- Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์, ลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: -
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบสารสนเทศ การเชื่อมต่อระบบ (System Integration) และเทคโนโลยี AI
- Personnel: -
- Financial: มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก (พิจารณาจากงบการเงินปีล่าสุด), กรณีเป็นนิติบุคคลใหม่หรือต่างชาติ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท ณ วันยื่นข้อเสนอ, หรือมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาคัดเลือกโดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยเกณฑ์การตัดสินมักใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price Performance) ตามระเบียบพัสดุ (รายละเอียดเกณฑ์คะแนนที่ชัดเจนไม่ได้ระบุในส่วนนี้)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบต้องรองรับการทำงานแบบ Web-based Application
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API กับระบบ ERP (SAP/Oracle) และ OMS
- ระบบ AI Assistant ต้องใช้เทคโนโลยี Natural Language Processing (NLP) รองรับภาษาไทย
- ระบบ Dashboard ต้องสามารถประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time และแสดงผลในรูปแบบกราฟิกที่เข้าใจง่าย
- ระบบต้องมีเสถียรภาพ รองรับการขยายตัวของผู้ใช้งานและปริมาณข้อมูลในอนาคต
- มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการบริหารจัดการสิทธิ์ (Role-based Access Control)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินแบ่งตามงวดงานที่กำหนด (Milestone Payments)
- มีค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้าตามอัตราที่ กนอ. กำหนด
- ต้องมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบระยะที่ 2 เน้นการพัฒนาในส่วนใดเป็นพิเศษ? A: เน้นการบูรณาการข้อมูล (Integration) ระหว่างระบบภายในและภายนอก และการนำ AI มาใช้สนับสนุนงาน
- Q: ระบบ AI Assistant ช่วยงานด้านใด? A: ช่วยตอบคำถามและให้คำปรึกษาด้านระเบียบพัสดุและข้อบังคับของ กนอ. ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- Q: มีการตรวจสอบคุณสมบัติคู่ค้าอย่างไร? A: ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมบังคับคดีเพื่อตรวจสอบสถานะและคดีล้มละลาย
- Q: ระบบบริหารสินทรัพย์ครอบคลุมถึงการทำอะไรบ้าง? A: ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหา การควบคุมพัสดุ การบำรุงรักษา ไปจนถึงการจำหน่ายหรือโอนย้าย
- Q: Dashboard ของผู้บริหารแสดงข้อมูลอะไร? A: แสดงสถานะการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญาแบบ Real-time ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ
- Q: ระบบต้องเชื่อมต่อกับระบบบัญชีหรือไม่? A: ใช่ ต้องเชื่อมโยงกับระบบ ERP เพื่อวิเคราะห์การบันทึกบัญชีตามมาตรฐาน
- Q: Indoor Asset Tracking คืออะไรในโครงการนี้? A: เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบติดตามครุภัณฑ์ภายในอาคารเพื่อป้องกันการสูญหาย
- Q: หากเป็นบริษัทต่างชาติสามารถยื่นประมูลได้หรือไม่? A: ได้ แต่ต้องมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อตามเงื่อนไข
- Q: ระบบรองรับการบริหารความเสี่ยงอย่างไร? A: มีโมดูลประเมินความเสี่ยงรายโครงการตามตัวชี้วัด (KRIs) และระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
- Q: การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกมีที่ใดบ้าง? A: อย่างน้อยต้องมีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมบัญชีกลาง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการจ้างพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญา ระยะที่ 2
(I-EA-T Smart Procurement Phase 2)
- ความเป็นมา
ตามที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ดําเนินโครงการพัฒนาระบบ I-EA-T Smart Procurement ระยะที่ 1 เพื่อวางรากฐานระบบดิจิทัลด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญาให้มีมาตรฐาน เดียวกันทั้งองค์กร โดยสามารถรองรับกระบวนการดําเนินงานหลักด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญาได้ ในระดับหนึ่งนั้น
อย่างไรก็ตาม จากผลการใช้งานจริง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และแนว ปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความจําเป็นใน
การเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานหลักขององค์กรและหน่วยงานภายนอก พบว่ายังมีประเด็นที่ต้องศึกษา ทบทวน และพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบมีความครบถ้วน รองรับการดําเนินงานในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถรองรับการขยายตัวของระบบในอนาคต
ในการพัฒนาระบบ I-EA-T Smart Procurement ระยะที่ 2 กนอ. มีเป้าหมายในการยกระดับระบบสู่การ เป็น Digital Procurement Platform ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการ (Integrated Procurement Platform) รองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบสารสนเทศหลักขององค์กรและหน่วยงานภายนอกผ่านมาตรฐานการ เชื่อมโยงข้อมูลที่เหมาะสม สนับสนุนการบริหารจัดการและการตัดสินใจของผู้บริหารด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เป็น ปัจจุบัน และแสดงผลแบบ Real-time พร้อมทั้งยกระดับการกํากับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) การ บริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน ตลอดจนรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: Al) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ลด ขั้นตอนการดําเนินงาน ลดความซ้ําซ้อนของข้อมูล และยกระดับการให้บริการภายในองค์กร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ดังกล่าว จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินการศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงระบบงานในประเด็น สําคัญ ดังต่อไปนี้
1.1 ด้านการศึกษาและปรับปรุงระบบงานจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญา เนื่องจากกฎหมายและ ระเบียบด้านการจัดซื้อจัดจ้างมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานระบบในระยะที่ 1
จึงมีความจําเป็นต้องศึกษาทบทวนและปรับปรุงความต้องการของระบบให้สอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติล่าสุด รวมทั้งวิเคราะห์ความต้องการด้านการใช้งาน (User Requirements) และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เช่น เครื่องแม่ข่าย (Server) เพื่อให้ระบบมีเสถียรภาพ รองรับ ปริมาณข้อมูลและผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนาปรับปรุงระบบนําเข้าข้อมูลงบประมาณ โครงการ และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภายใน การปรับแบบฟอร์มติดตามโครงการ การพัฒนารายงานผู้บริหารให้
งท
leo
ว
จ
13
2
รองรับสายการบังคับบัญชา ตลอดจนการปรับปรุงระบบบริหารสิทธิ์ผู้ใช้งานตามสายงานและหน้าที่ในโครงการ
ล้วนเป็นองค์ประกอบสําคัญในการยกระดับการกํากับติดตามและการควบคุมภายในให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
1.2 ด้านการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ (System Integration) เพื่อให้ข้อมูลด้านงบประมาณ การจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารสัญญา มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ซ้ําซ้อน จําเป็นต้องออกแบบและพัฒนาการ เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานหลักขององค์กร ได้แก่ ระบบ OMS และ ERP รวมทั้งรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับ หน่วยงานภายนอก เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมบัญชีกลางเป็นอย่างน้อย เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบ ข้อมูลคู่ค้าและการกํากับดูแลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ
1.3 ด้านระบบติดตามสถานะโครงการและการบริหารความเสี่ยง จากการดําเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ ผ่านมา พบว่าการติดตามสถานะการส่งมอบงาน การตรวจรับ และการบริหารความเสี่ยงรายโครงการ ยัง จําเป็นต้องมีเครื่องมือที่สามารถแสดงสถานะได้อย่างชัดเจน มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ และสามารถประมวลผล ข้อมูลเพื่อจัดทํารายงานสรุปสําหรับผู้บริหารได้อย่างทันท่วงที การพัฒนาระบบติดตามสถานะโครงการ การบริหาร ผู้รับจ้าง การจัดการเอกสารส่งมอบ และระบบประเมินความเสี่ยงตามตัวชี้วัด (KRIs) จึงเป็นกลไกสําคัญในการลด ความเสี่ยงด้านงบประมาณ ระยะเวลา และคุณภาพของงาน ตลอดจนเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้
1.4 ด้านการบริหารจัดการคู่ค้า เพื่อยกระดับการคัดกรองและประเมินคุณสมบัติของคู่ค้าให้รัดกุมและเป็น ระบบ จําเป็นต้องพัฒนาระบบทะเบียนคู่ค้าที่เชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐานจากระบบ ERP และรองรับการตรวจสอบ คุณสมบัติกับหน่วยงานภายนอก อาทิ กรมบังคับคดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกาศผลคดีล้มละลาย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการทําสัญญากับคู่ค้าที่ขาดคุณสมบัติหรืออยู่ในสถานะต้องห้าม อันจะส่งผล
กระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร
1.5 ด้านการบริหารจัดการวัสดุและครุภัณฑ์ การควบคุมดูแลวัสดุและครุภัณฑ์ให้ถูกต้องครบถ้วน เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ จําเป็นต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ ERP ได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงการศึกษา ความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบติดตามครุภัณฑ์ภายในอาคาร (Indoor Asset Tracking) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุมทรัพย์สินและลดความสูญหาย
1.6 ด้านต้นแบบระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (Al Assistant) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการจัดซื้อ จัดจ้าง ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติของ กนอ. อย่างสะดวกและรวดเร็ว ให้มีการศึกษาความเป็นไปได้และ พัฒนาต้นแบบระบบผู้ช่วยอัจฉริยะในรูปแบบ Web Application ที่สามารถโต้ตอบด้วยข้อความภาษาไทยและ/ หรือภาษาอังกฤษ โดยอ้างอิงจากคลังความรู้ที่ กนอ. จัดเตรียม ทั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงาน ลด ความคลาดเคลื่อนในการตีความระเบียบ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้คําปรึกษาภายในองค์กร ให้ข้อเสนอแนะ/ ข้อคิดเห็น (เบื้องต้น) ประกอบการใช้งานในแต่ละขั้นตอนของระบบ
ง
ler
Way Disne
3
ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาระบบ I-EA-T Smart Procurement ระยะที่ 2 เป็นการต่อยอดจากระยะที่ 1 อย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญาขององค์กรที่มี ความครบถ้วน เชื่อมโยงข้อมูลอย่างบูรณาการ สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลภาครัฐ และรองรับการพัฒนาระบบ ดิจิทัลในอนาคต จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินโครงการตามขอบเขตงานดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร จัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญา การบริหารทรัพยากรขององค์กร และการกํากับดูแลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ สามารถสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อศึกษาทบทวน วิเคราะห์ และยืนยันความต้องการอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงและพัฒนา โมดูลในระยะที่ 1 ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กฎกระทรวง หนังสือเวียน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง ราชการกําหนดอย่างเคร่งครัด
2.2 เพื่อยกระดับระบบจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญาให้เป็น Digital Procurement Platform ที่ รองรับกระบวนการดําเนินงานได้อย่างครบวงจร (End-to-End) มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนการ
ปฏิบัติงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการกํากับติดตามการดําเนินงานขององค์กร
2.3 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบภายในหน่วยงาน และระบบ ของหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนด ลดความ ซ้ําซ้อนของข้อมูล และสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลในภาพรวมขององค์กร
2.4 เพื่อศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพย์สิน ตลอดจนระบบที่เกี่ยวข้อง ให้ สามารถรองรับการบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหา การควบคุม การ บํารุงรักษา ไปจนถึงการจําหน่ายหรือโอนย้าย ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการบริหารงานและการตัดสินใจของผู้บริหารให้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงาน
2.5 วิเคราะห์การแยกรายละเอียดสินทรัพย์เพื่อประกอบการจัดทําทะเบียนสินทรัพย์และวิเคราะห์การ บันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชีได้
2.6 พัฒนารูปแบบและระบบการจัดทํารายงานการดําเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง ตั้งแต่ต้นน้ําจนถึงปลายน้ํา แสดงผลแบบ real time ในรูป Dash board - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
ต
10 vir
9
^
4
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กนอ. ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการดําเนินการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
3.10.1 การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
3.10.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า
นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
3.10.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก
รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (1) ดําเนินการซื้อและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี
การจําหน่ายเอกสารประกวดราคาจ้างจึงจะมีสิทธิในการเข้ายื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าได้
บ
10vir
98
เก
5
ทั้งนี้ กิจการร่วมค้า หมายถึง “กิจการที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะดําเนินการร่วมกันเป็นทางการค้าหรือหากําไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ โดยข้อตกลงนั้นอาจกําหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลักก็ได้
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้ เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันที่ยื่นข้อเสนอเป็นช่วง ระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งอยู่ ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นอยู่ในช่วงของการยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่น แสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
นงบ
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี เงินทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท
(3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ใน บัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป้น ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา
(4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ขอเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
บ
(4.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
lear
m.