จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างงานแบบสำรวจเพื่อการพัฒนา Employee Engagement and Contribution

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย 69079447067
฿663,400 ปีงบ 2569 ประกาศ 27 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อจัดหาที่ปรึกษาภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญในการสำรวจและวิเคราะห์ระดับความผูกพันและความพร้อมในการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement and Contribution) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดระดับความผูกพันในมิติต่างๆ เช่น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ความภาคภูมิใจ และความมุ่งมั่นทุ่มเท รวมถึงประเมินความพึงพอใจต่อปัจจัยการทำงาน และเปรียบเทียบผลลัพธ์กับปีก่อนหน้าเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลง ขอบเขตงานครอบคลุม 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) การศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนงานโดยใช้กรอบ FTPI Workforce Engagement Model และกำหนดกลุ่มเป้าหมายจำแนกตามโครงสร้างองค์กร 2) การสำรวจและจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ที่รองรับทุกอุปกรณ์ด้วยมาตราส่วน Likert Scale 6 ระดับ พร้อมรักษาความลับอย่างเคร่งครัด และ 3) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ทั้งการจำแนกกลุ่มตัวอย่าง การวิเคราะห์แนวโน้มย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 การเปรียบเทียบกับภายนอก (Benchmarking) และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยขับเคลื่อนและผลลัพธ์ เพื่อให้ กพท. ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นกลาง และนำไปใช้กำหนดแผนพัฒนาบุคลากรได้อย่างตรงจุด

English summary

This project is initiated by the Civil Aviation Authority of Thailand (CAAT) to hire an external consultant to conduct the Employee Engagement and Contribution Survey for the year 2026. The objectives are to measure and elevate employee engagement (Acceptance, Pride, Immersion), assess employee satisfaction, and compare results with previous years to track changes. The scope of work is divided into three main phases: 1) Study, Analysis, and Planning using the FTPI Workforce Engagement Model and defining target groups; 2) Survey and Data Collection via a secure online system supporting all devices using a 6-point Likert Scale; and 3) Data Analysis, including demographic segmentation, trend analysis (comparing with data from 2023 onwards), benchmarking, and correlation analysis between engagement drivers and outcomes. This ensures CAAT receives neutral, accurate, and professional insights to effectively design human resource development plans.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อวัดและยกระดับความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) ในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Acceptance) ความภาคภูมิใจในองค์กร (Pride) และความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงาน (Immersion)
  • เพื่อประเมินความพึงพอใจของพนักงานต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา
  • เพื่อเปรียบเทียบผลการสำรวจกับปีที่ผ่านมา เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานเมื่อเทียบกับผลสำรวจในปีที่ผ่านมา

ขอบเขตของงาน

  • ขั้นตอนที่ 1: ศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนการดำเนินงาน
    • ศึกษาและนำกรอบแนวคิด FTPI Workforce Engagement Model มาใช้เป็นพื้นฐาน ครอบคลุมปัจจัยขับเคลื่อน (Engagement Drivers) และผลลัพธ์ความผูกพัน (Engagement Outcomes) ได้แก่ การยอมรับ (Acceptance) ความภาคภูมิใจ (Pride) และความมุ่งมั่นทุ่มเท (Immersion)
    • ออกแบบกรอบการวัดผล (Measurement Framework) ที่เชื่อมโยงตัวชี้วัด ได้แก่ ระดับความผูกพัน (Engagement Index) ระดับความพึงพอใจ (Satisfaction Index) และระดับความมุ่งมั่นทุ่มเท (Contribution)
    • กำหนดวิธีการคำนวณคะแนนและเกณฑ์การแปลผล (ค่าเฉลี่ย Mean, การปรับค่าสเกลเป็นร้อยละ Rescale, เกณฑ์การแปลผล)
    • วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นและกำหนดหัวข้อสำรวจเชิงประเด็น (Pulse Topics) ให้สอดคล้องกับบริบทองค์กร
    • กำหนดกลุ่มเป้าหมายของการสำรวจ โดยจำแนกตาม เพศ, อายุ, Generation, ระยะเวลาการปฏิบัติงาน, ระดับตำแหน่ง, ประเภทการจ้าง และหน่วยงาน
    • จัดทำแผนการดำเนินโครงการ (Work Plan) และแผนการสื่อสาร (Communication Plan)
  • ขั้นตอนที่ 2: การสำรวจและจัดเก็บข้อมูล
    • ออกแบบและจัดทำแบบสำรวจ ประกอบด้วยคำถาม Engagement Outcomes, Engagement Drivers (Pulse Survey) และคำถามปลายเปิด (Open-ended)
    • ใช้มาตราส่วนแบบลิเคิร์ท (Likert Scale) 6 ระดับ (1 = น้อยที่สุด ถึง 6 = มากที่สุด)
    • ดำเนินการสำรวจผ่านระบบออนไลน์ที่รองรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ มีระบบติดตามจำนวนผู้ตอบ และรักษาความลับของผู้ตอบอย่างเคร่งครัด
    • ดำเนินการสื่อสารโครงการเพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วม
    • จัดเก็บข้อมูลและจัดทำฐานข้อมูลผลการสำรวจ (Raw Data) พร้อมคำอธิบายโครงสร้างข้อมูล (Data Dictionary)
  • ขั้นตอนที่ 3: การวิเคราะห์ข้อมูล
    • วิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมระดับความผูกพัน ความพึงพอใจ และความมุ่งมั่นทุ่มเท
    • วิเคราะห์ข้อมูลจำแนกตามกลุ่มตัวอย่าง (เพศ, Generation, อายุ, ระยะเวลาการปฏิบัติงาน, ระดับตำแหน่ง, ประเภทการจ้าง และหน่วยงาน)
    • วิเคราะห์แนวโน้มข้อมูล (Trend Analysis) เปรียบเทียบกับผลการสำรวจย้อนหลังอย่างน้อยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ถึงปัจจุบัน
    • วิเคราะห์เปรียบเทียบกับข้อมูลอ้างอิงภายนอก (Benchmarking) กับอุตสาหกรรมเดียวกัน หน่วยงานใกล้เคียง หรือมาตรฐานสากล
    • วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยขับเคลื่อน (Drivers) และผลลัพธ์ความผูกพัน (Outcomes)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน (Work Plan) และแผนการสื่อสารโครงการ (Communication Plan)
  • เครื่องมือและแบบสำรวจออนไลน์ (Online Survey Tool) ที่รองรับการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ฐานข้อมูลผลการสำรวจดิบ (Raw Data)
  • คำอธิบายโครงสร้างข้อมูล (Data Dictionary)
  • รายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insight Analysis Report) ที่ครอบคลุมการวิเคราะห์ภาพรวม การจำแนกกลุ่มตัวอย่าง การวิเคราะห์แนวโน้มย้อนหลัง การเปรียบเทียบกับภายนอก (Benchmarking) และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยขับเคลื่อน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ไม่ระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่ชัดในเอกสาร (ระบุเพียงเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องเพื่อใช้ในปี พ.ศ. 2569)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • คุณสมบัติทางการเงิน (มูลค่าสุทธิของกิจการ):
    • กรณีจดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ) เป็นบวก ในงบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีจดทะเบียนไม่ถึง 1 ปี หรือยังไม่มีการรายงานงบการเงิน: พิจารณาจากทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
    • กรณีบุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ โดยแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนยื่นข้อเสนอ และต้องแสดงอีกครั้งในวันลงนามสัญญา
    • กรณีมูลค่าสุทธิหรือทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ: สามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินในประเทศ/ต่างประเทศ มูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ (ออกให้ไม่เกิน 90 วันก่อนยื่นข้อเสนอ)
  • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” (Joint Venture):
    • ต้องกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยผู้เข้าร่วมค้าหลักต้องมีสัดส่วนงานหรือมูลค่ามากกว่ารายอื่นทุกราย
    • ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า
    • ต้องลงนามร่วมกันในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (เว้นแต่ข้อตกลงกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลักไว้แล้ว)
  • การขึ้นทะเบียนภาครัฐ:
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ระบุเกณฑ์การประเมินและคัดเลือกอย่างละเอียดในเอกสารชุดนี้

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • กรอบแนวคิดหลัก: ต้องใช้ FTPI Workforce Engagement Model เป็นพื้นฐานในการออกแบบการสำรวจ
  • มิติการวัดผล: ครอบคลุม Engagement Index, Satisfaction Index, และ Contribution (Acceptance, Pride, Immersion)
  • เครื่องมือสำรวจ: แบบสอบถามออนไลน์ (Online Survey) รองรับ Responsive Design (PC & Mobile)
  • มาตราส่วนการวัด: มาตราส่วนลิเคิร์ท (Likert Scale) 6 ระดับ (ระดับ 1 ถึง 6)
  • การรักษาความปลอดภัยข้อมูล: ระบบต้องสามารถรักษาความเป็นความลับของผู้ตอบแบบสำรวจได้อย่างเคร่งครัด
  • การเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง: ต้องสามารถเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป

เงื่อนไขสัญญา

  • ไม่ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงิน ค่าปรับ หรือข้อสัญญาอื่นๆ ในเอกสารชุดนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้ใช้กรอบแนวคิดใดเป็นพื้นฐานในการสำรวจความผูกพันพนักงาน?
    A: ใช้กรอบแนวคิด FTPI Workforce Engagement Model ซึ่งครอบคลุมทั้งปัจจัยขับเคลื่อน (Engagement Drivers) และผลลัพธ์ความผูกพัน (Engagement Outcomes)
    • Q: มิติของผลลัพธ์ความผูกพัน (Engagement Outcomes) ที่ต้องทำการวัดผลมีอะไรบ้าง?
      A: ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การยอมรับ (Acceptance), ความภาคภูมิใจ (Pride), และความมุ่งมั่นทุ่มเท (Immersion)
    • Q: การวัดระดับความคิดเห็นในแบบสำรวจใช้เกณฑ์วัดแบบใด?
      A: ใช้มาตราส่วนแบบลิเคิร์ท (Likert Scale) 6 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 1 (น้อยที่สุด) ถึงระดับ 6 (มากที่สุด)
    • Q: ระบบออนไลน์ที่ใช้ในการสำรวจต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคอย่างไรบ้าง?
      A: ต้องรองรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile) มีระบบติดตามจำนวนผู้ตอบแบบสำรวจ และต้องสามารถรักษาความเป็นความลับของผู้ตอบได้อย่างเคร่งครัด
    • Q: กลุ่มเป้าหมายในการสำรวจต้องสามารถจำแนกข้อมูลตามปัจจัยใดได้บ้าง?
      A: ต้องครอบคลุมการจำแนกตามเพศ, อายุ, Generation, ระยะเวลาการปฏิบัติงาน, ระดับตำแหน่ง, ประเภทการจ้าง, และหน่วยงานสังกัด
    • Q: การวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis) ต้องเปรียบเทียบย้อนหลังไปถึงปีใด?
      A: ต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบกับผลการสำรวจย้อนหลังอย่างน้อยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 จนถึงปัจจุบัน
    • Q: การวิเคราะห์เปรียบเทียบกับข้อมูลอ้างอิงภายนอก (Benchmarking) ต้องครอบคลุมกลุ่มใดบ้าง?
      A: ต้องครอบคลุมหน่วยงานในอุตสาหกรรมเดียวกัน หน่วยงานที่มีลักษณะใกล้เคียง และมาตรฐานระดับสากล (ถ้ามี)
    • Q: นอกจากข้อมูลเชิงปริมาณแล้ว แบบสำรวจต้องรองรับการเก็บข้อมูลประเภทใดอีกบ้าง?
      A: ต้องมีคำถามปลายเปิด (Open-ended questions) เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของพนักงาน
    • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบข้อมูลดิบในรูปแบบใดเมื่อเสร็จสิ้นการสำรวจ?
      A: ต้องส่งมอบฐานข้อมูลผลการสำรวจ (Raw Data) พร้อมคำอธิบายโครงสร้างข้อมูล (Data Dictionary)
    • Q: แผนการดำเนินงานที่ผู้รับจ้างต้องจัดทำในขั้นตอนแรกประกอบด้วยแผนอะไรบ้าง?
      A: ประกอบด้วยแผนการดำเนินงาน (Work Plan) และแผนการสื่อสาร (Communication Plan) เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นอัตราการตอบแบบสำรวจ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR)
งานแบบสํารวจเพื่อการพัฒนา Employee Engagement and Contribution

  1. ความเป็นมา
    สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนา “คน” ซึ่งเป็น หัวใจสําคัญของการขับเคลื่อนและสร้างสรรค์นวัตกรรมในทุกมิติ เพื่อส่งเสริมให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย เชิงกลยุทธ์ได้อย่างยั่งยืน การสร้างและรักษาไว้ซึ่งระดับความผูกพัน (Engagement) และความพร้อม ในการมีส่วนร่วม (Contribution) ของพนักงาน จึงเป็นปัจจัยสําคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพ การดําเนินงาน และสร้างความสําเร็จให้กับองค์กร
    เพื่อให้องค์กรเข้าใจถึงระดับความผูกพันและความพร้อมในการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างลึกซึ้ง และสามารถนําข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการวางแผนและดําเนินการพัฒนาบุคลากรได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพ การสํารวจความคิดเห็นของพนักงานจึงเป็นเครื่องมือที่สําคัญอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม การดําเนินการสํารวจเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นกลาง รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมืออาชีพ เพื่อนําไปสู่แนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนนั้น จําเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากภายนอก
    ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงมีความจําเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกับที่ปรึกษาภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ ในการออกแบบและดําเนินการสํารวจ Employee Engagement โดยเฉพาะ เพื่อสามารถนําเสนอ แนวทางการสํารวจที่เหมาะสม เครื่องมือที่ทันสมัย และกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน ทําให้มั่นใจได้ถึง ความเป็นกลาง ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องของข้อมูลที่ได้รับ นอกจากนี้ ที่ปรึกษายังมีประสบการณ์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลและนําเสนอผลลัพธ์ในเชิงลึก พร้อมทั้งให้คําแนะนําที่เป็นประโยชน์ต่อการกําหนด
    แผนพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานและเป้าหมายขององค์กรอย่างแท้จริง
    โดยได้มีการจัดการสํารวจ และวิเคราะห์ผลเชิงลึกเพื่อยกระดับความผูกพันตามปัจจัยต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน เพื่อพัฒนาความผูกพันของพนักงาน และสะท้อนความคิดเห็นได้อย่างเป็น รูปธรรม โดยจัดสํารวจในลักษณะแบบสอบถาม และชุดคําถามต่าง ๆ ที่ได้มีการวิเคราะห์ความสอดคล้อง ต่อเนื่องกับการดําเนินการปัจจุบันร่วมด้วยแล้ว เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะและแผนการดําเนินการเชิงลึก
    ในแต่ละประเด็นที่สนใจ อีกทั้งยังเป็นส่วนช่วยให้องค์กรสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลง และดําเนินการ ได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการลดอัตราการลาออกและเพิ่มความผูกพัน (Engagement) ของพนักงาน เพื่อให้องค์กรสามารถตอบสนองได้อย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพต่อไป และที่สําคัญที่สุดจะช่วย ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนสร้างความสามัคคีในหมู่พนักงาน เนื่องจาก พนักงานสามารถมีส่วนร่วมในการพูดคุยถึงหัวข้อต่าง ๆ ร่วมกันอย่างสม่ําเสมอ และเมื่อพนักงานมี ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพูดคุยในหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับงาน พวกเขามีแนวโน้ม ที่จะมีประสิทธิภาพในการทํางานที่สูงขึ้นในฐานะทีม
    โดยจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทําให้ได้รับผลตอบรับที่ดีจากพนักงานมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งอัตรา การตอบกลับที่สูงขึ้น ที่แสดงให้เห็นถึงการพร้อมเข้าร่วมในการพัฒนาองค์กร รวมถึงร้อยละความผูกพัน ที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลสําเร็จมาจากการแก้ประเด็นปัญหาที่ตรงจุด และช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงาน ให้ลดลงได้จริง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งในวิธีการลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากร และช่วยให้องค์กรสามารถ
    จัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
    ดังนั้น จึงเห็นสมควรให้ดําเนินการสํารวจระดับความผูกพันของพนักงานอย่างต่อเนื่องในปี 2569 เพื่อนําผลสรุปมาประกอบการสร้างแผนพัฒนาความผูกพันของพนักงาน กพท. และใช้ชุดคําถาม
    ในการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงทีต่อไป
    รา
    ( อัมภิกา ชวนปรีชา )
    ประธานกรรมการ
    Mam
    ( ญาดา ศรีนวล )
    กรรมการ
    ธนาฏ5
    ( ธนาภรณ์ บงกชประภา )
    กรรมการ
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อวัดและยกระดับความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) ในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Acceptance) ความภาคภูมิใจในองค์กร (Pride) และความมุ่งมั่น ทุ่มเทในการทํางาน (Immersion)
    2.2 เพื่อประเมินความพึงพอใจของพนักงานต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานและสามารถ
    นําไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา
    2.3 เปรียบเทียบผลการสํารวจกับปีที่ผ่านมา เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับความผูกพันและ และความพึงพอใจของพนักงานเมื่อเทียบกับผลสํารวจในปีที่ผ่านมา
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ณ วันประกาศ
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็น ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    ( อัมภิกา ชวนปรีชา)
    Alann ( ญาดา ศรีนวล )
    กรรมการ
    ประธานกรรมการ
    ธนากรณ์
    ( ธนาภรณ์ บงกชประภา )
    กรรมการ
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
    (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
    รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (4.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
    แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
    ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
    ไม่เกิน 90 วัน
    (4.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ และ
    บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
    แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
    ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
    ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ
    โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
    ไม่เกิน 90 วัน
    (5) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4(2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
    ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    (6) กรณีตาม ข้อ (1) - ข้อ (5) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    ( อัมภิกา ชวนปรีชา
    )
    ( ญาดา ศรีนวล )
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    เด
    ( ธนาภรณ์ บงกชประภา )
    กรรมการ
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
    มีผลใช้บังคับ
    ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    จัดจ้างฯ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้า รายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบ ในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอสําหรับข้อตกลงฯ
    ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจสําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้
    ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้
    ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
  4. ขอบเขตของงาน
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการโครงการสํารวจความผูกพันและความมุ่งมั่นทุ่มเทของพนักงาน (Employee Engagement and Contribution Survey) ให้ครบถ้วนตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
    ขั้นตอนที่ 1 ศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนการดําเนินงาน
    1.1 ผู้รับจ้างต้องศึกษาและนํากรอบแนวคิด FTPI Workforce Engagement Model มาใช้เป็นพื้นฐาน ในการดําเนินงาน โดยต้องครอบคลุมทั้งปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน (Engagement Drivers) และผลลัพธ์ ความผูกพัน (Engagement Outcomes) อันประกอบด้วย การยอมรับ (Acceptance) ความภาคภูมิใจ (Pride) และความมุ่งมั่นทุ่มเท (Immersion) เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลกับการสํารวจในอดีตได้อย่าง ถูกต้องและต่อเนื่อง
    1.2 ผู้รับจ้างต้องออกแบบกรอบการวัดผล (Measurement Framework) ที่เชื่อมโยงตัวชี้วัดที่สําคัญ ได้แก่ ระดับความผูกพันของพนักงาน (Engagement Index) ระดับความพึงพอใจ (Satisfaction Index) และ
    Nor
    ( อัมภิกา ชวนปรีชา)
    ประธานกรรมการ
    ( ญาดา ศรีนวล )
    กรรมการ
    ธนาภรณ์
    ( ธนาภรณ์ บงกชประภา)
    กรรมการ
    ระดับความมุ่งมั่นทุ่มเท (Contribution) โดยต้องสามารถอธิบายความสัมพันธ์ของตัวแปรดังกล่าวได้อย่างเป็น
    ระบบ
    1.3 ผู้รับจ้างต้องกําหนดวิธีการคํานวณคะแนนและเกณฑ์การแปลผลให้ชัดเจน โดยอย่างน้อยต้อง ประกอบด้วยการคํานวณค่าเฉลี่ย (Mean) การปรับค่าสเกลคะแนนให้อยู่ในรูปของร้อยละ (Rescale) และการ กําหนดเกณฑ์การแปลผลของคะแนน เพื่อให้สามารถสื่อสารผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
    1.4 ผู้รับจ้างต้องวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาที่องค์กรต้องการศึกษา และกําหนด หัวข้อสํารวจเชิงประเด็น (Pulse Topics) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรและสามารถนําไปใช้ประโยชน์ เชิงบริหารได้จริง
    1.5 ผู้รับจ้างต้องร่วมกําหนดกลุ่มเป้าหมายของการสํารวจ โดยต้องครอบคลุมการจําแนกข้อมูลอย่างน้อย ได้แก่ เพศ อายุ Generation ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ระดับตําแหน่ง ประเภทการจ้าง และหน่วยงาน
    1.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินโครงการอย่างเป็นระบบ ซึ่งประกอบด้วยแผนการดําเนินงาน (Work Plan) และแผนการสื่อสาร (Communication Plan) เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายอัตราการตอบ แบบสํารวจได้ตามที่กําหนด
    ขั้นตอนที่ 2 การสํารวจและจัดเก็บข้อมูล
    2.1 ผู้รับจ้างต้องออกแบบและจัดทําแบบสํารวจ โดยต้องประกอบด้วยคําถามในส่วนของ Engagement Outcomes คําถามในส่วนของ Engagement Drivers ตามประเด็นที่สํานักงานกําหนด (Pulse Survey) และ คําถามปลายเปิดเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน โดยแบบสํารวจต้องมีความครอบคลุมเพียงพอสําหรับ
    การวิเคราะห์เชิงลึก
    2.2 แบบสํารวจต้องใช้มาตราส่วนแบบลิเคิร์ท (Likert Scale) 6 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 1 หมายถึง น้อยที่สุด จนถึงระดับ 6 หมายถึง มากที่สุด เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณที่สามารถนําไปวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    2.3 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการสํารวจผ่านระบบออนไลน์ที่รองรับทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เคลื่อนที่ โดยระบบดังกล่าวต้องมีความสะดวกในการใช้งาน มีระบบติดตามจํานวนผู้ตอบแบบสํารวจ และต้อง สามารถรักษาความเป็นความลับของผู้ตอบได้อย่างเคร่งครัด
    2.4 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการสื่อสารโครงการในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ ผู้บริหารและพนักงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการตอบแบบสํารวจ
    2.5 ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บข้อมูลและจัดทําฐานข้อมูลผลการสํารวจ (Raw Data) พร้อมคําอธิบายโครงสร้าง ข้อมูล (Data Dictionary) เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานสามารถนําไปใช้ต่อได้
    ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูล
    3.1 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมของระดับความผูกพัน ระดับความพึงพอใจ และ
    ระดับความมุ่งมั่นทุ่มเทของพนักงานในองค์กร
    3.2 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยจําแนกตามลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เพศ Generation อายุ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ระดับตําแหน่ง ประเภทการจ้าง และหน่วยงาน เพื่อให้สามารถ ระบุความแตกต่างของแต่ละกลุ่มได้
    3.3 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการวิเคราะห์แนวโน้มของข้อมูลโดยเปรียบเทียบกับผลการสํารวจย้อนหลัง อย่างน้อยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 จนถึงปัจจุบัน
    3.4 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับข้อมูลอ้างอิงภายนอก (Benchmarking) โดยต้อง ครอบคลุมหน่วยงานในอุตสาหกรรมเดียวกัน หน่วยงานที่มีลักษณะใกล้เคียง และมาตรฐานระดับสากล (ถ้ามี)
    3.5 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยขับเคลื่อน (Drivers) และผลลัพธ์ ความผูกพัน (Outcomes) เพื่อให้สามารถอธิบายปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันของพนักงานได้
    Dain
    ( อัมภิกา ชวนปรีชา)
    ประธานกรรมการ
    Mo
    ( ญาดา ศรีนวล )
    (
    กรรมการ
    ธนภรณ์
    ( ธนาภรณ์ บงกชประภา )
    กรรมการ