จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการจัดทำศูนย์การเรียนรู้ อาคารการเรียนรู้ อาคารการเรียนการสอน (อาคาร 3) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KBS SPACE) จำนวน 1 อาคาร (ครั้งที่ 3)

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 69079420038
฿168,345,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 27 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการศูนย์การเรียนรู้อาคารการเรียนการสอน (อาคาร3) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KBS SPACE) เป็นโครงการก่อสร้างอาคารเรียนรู้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ พร้อมใช้งานทันทีเมื่อแล้วเสร็จ มีความมั่นคงถาวร และมีฝีมือการทำงานที่ประณีตละเอียดตามหลักวิชาชีพ

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย: การรื้อถอนสิ่งกีดขวางและปรับพื้นที่, การวางผัง, งานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหล่อ, งานพื้นคอนกรีตทำผิวแกร่ง, งานผนังคอนกรีตสำเร็จรูปและ GRC, งานก่ออิฐและคอนกรีตมวลเบา, งานโลหะ, งานไม้สถาปัตยกรรม, งานป้องกันความชื้นและกันซึม, งานป้องกันความร้อน, งานประตูหน้าต่างทุกประเภท, งานตกแต่งภายในอาคาร (ฉาบปูน ยิปซัม กระเบื้อง พื้นยก ฯลฯ), งานสุขภัณฑ์ และงานป้องกันปลวก

ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานไทย รวมถึงจัดทำเอกสาร Shop Drawing, แผนการปฏิบัติงาน (BAR CHART), ตัวอย่าง Mock-up และผ่านการทดสอบคุณภาพวัสดุจากสถาบันที่กำหนด โดยไม่รวมงานภูมิสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน และงานที่ผู้ว่าจ้างจัดหาเอง การรับประกันผลงานทั่วไป 2 ปี งานพื้นผิวแกร่ง 5 ปี งานกันซึม 10 ปี และงานผนังสำเร็จรูป 1 ปี

English summary

Construction of the Learning Center Building (Building 3) for the Faculty of Business Administration, Kasetsart University (KBS SPACE). The project is located at Kasetsart University, Lat Yao Subdistrict, Chatuchak District, Bangkok. The structure is reinforced concrete. The scope includes demolition, site preparation, exposed architectural concrete, heavy-duty concrete flooring, precast concrete walls, GRC panels, masonry works, metal fabrications, architectural woodwork, waterproofing, thermal protection, doors/windows/glazing, finishes, specialties, and termite control. Excluded from scope are landscape architecture, interior fit-out, and owner-provided items. The contractor must comply with international standards (ACI, ASTM, BS, JIS, etc.) and Thai standards (TISI, EIT), submit shop drawings, bar chart schedules, mock-ups, and material testing reports. General warranty is 2 years; floor hardener 5 years; waterproofing 10 years; precast panels 1 year.

สถานที่ดำเนินการ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้อาคารการเรียนการสอน (อาคาร3) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ มีสภาพพร้อมใช้งานทันทีเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • ให้มีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทำงานที่ประณีตละเอียดและมีความถูกต้องตามหลักวิชาชีพ

ขอบเขตของงาน

  • การรื้อถอนสิ่งกีดขวางในบริเวณที่ก่อสร้าง การปรับพื้นที่ให้ได้ระดับตามแบบ
  • การวางผังและการสำรวจรังวัด
  • การปรับปรุงพื้นที่สำหรับก่อสร้างอาคารและส่วนประกอบอื่นๆ
  • งานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหล่อ (Formwork Exposed Architectural Concrete)
  • งานพื้นผิวขัดมันและขัดเรียบ (Steel Trowel and Smooth Floor Finishing)
  • งานพื้นคอนกรีตทำผิวแกร่งและน้ำยาเคมี (Floor Hardener / Liquid Floor Hardener)
  • งานพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete)
  • งานผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Architectural Concrete)
  • งานผนังคอนกรีตเสริมใยแก้วสำเร็จรูป (GRC)
  • งานหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและรางน้ำ
  • งานก่ออิฐและคอนกรีตมวลเบา (Brick Masonry / AAC)
  • งานโลหะ (Metal Fabrications) - ราวบันได ราวกันตก จมูกบันได
  • งานไม้สถาปัตยกรรม (Architectural Woodwork)
  • งานป้องกันความชื้นและการกันซึม (Damp Proofing and Waterproofing)
  • งานป้องกันความร้อน (Thermal Protection)
  • งานแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต (Aluminum Composite Wall Panels)
  • งานหลังคาโลหะรีดลอน (Sheet Metal Roofing)
  • งานป้องกันไฟและควัน (Fire and Smoke Protection)
  • งานวัสดุยาแนว (Joint Sealants)
  • งานประตูหน้าต่างทุกประเภท (เหล็ก อลูมิเนียม ไม้ อัตโนมัติ ม่านกันไฟ/กันควัน)
  • งานระบบผนังกระจก (Curtain Wall)
  • งานตกแต่ง (Finishes) - ฉาบปูน ยิปซัม กระเบื้อง ฝ้าเพดาน พื้นหิน พื้นยาง พื้นอีพ็อกซี่ พรม พื้นยก ทาสี
  • งานสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ
  • งานพรมดักฝุ่นทางเข้าอาคาร
  • งานป้องกันปลวก (Termite Control)
  • การประสานงานก่อสร้างกับผู้รับเหมาช่วง (งานระบบสุขาภิบาล ไฟฟ้า ปรับอากาศ)
  • การจัดสำนักงานชั่วคราว ถนนชั่วคราว ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาชั่วคราว

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อาคารศูนย์การเรียนรู้ที่แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
  • แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawings) - กระดาษไข A1 จำนวน 1 ชุด พิมพ์เขียว 3 ชุด External Hard Drive (AutoCAD + PDF) 3 ชุด
  • คู่มือการใช้งานและดูแลรักษาอุปกรณ์หลักของระบบต่างๆ จำนวนระบบละ 3 ชุด
  • CD ROM สำหรับการฝึกอบรมการควบคุมการทำงานและบำรุงรักษา
  • หนังสือรับประกันคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งสำหรับวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิด
  • รายการวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในงานก่อสร้าง พร้อมข้อมูลผู้ติดต่อ
  • เอกสารการรับประกันผลิตภัณฑ์ 4 เล่ม (ต้นฉบับ 1 สำเนา 3)
  • กุญแจทั้งหมดพร้อม Master Key System
  • เครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มากับอุปกรณ์
  • การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ว่าจ้างในการใช้งานและดูแลรักษาระบบต่างๆ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาก่อสร้าง: ตามที่ระบุในสัญญา (ไม่ระบุในเอกสาร Specification)
  • แผนการปฏิบัติงานต้องเสนอภายใน 20 วันนับแต่วันที่เซ็นสัญญา
  • แจ้งผู้ควบคุมงานเพื่อส่งมอบงานขั้นต้น (Substantial Completion) อย่างน้อย 30 วันก่อนครบกำหนด
  • นัดหมายผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้างล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
  • เก็บขนย้ายสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวออกภายใน 7 วันหลังผู้ว่าจ้างรับมอบงาน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:

    • ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
    • ต้องมีผลงานการติดตั้งผนังคอนกรีตสำเร็จรูป/GRC อย่างน้อย 1 โครงการ มูลค่าไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าโครงการนี้ พร้อมหนังสือรับรองผลงานจากเจ้าของโครงการ
  • Standards Compliance:

    • ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มอก. (TISI), วสท. (EIT), ACI, ANSI, ASTM, AWS, BS, JIS, UL, AASHTO
    • วัสดุต้องผ่านการทดสอบจากสถาบันที่กำหนด (CU, KU, AIT, KMUTT, KMITL ฯลฯ)
  • Experience:

    • ผู้ติดตั้งระบบพื้นผิวแกร่งต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 5 ปี และมีผลงานมากกว่า 10,000 ตร.ม. ภายใน 5 ปีที่ผ่านมา
    • ผู้ผลิตวัสดุกันซึมต้องมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 10 ปี มีผลงานติดตั้งอ้างอิงในประเทศอย่างน้อย 5 โครงการ พื้นที่มากกว่า 3,000 ตร.ม. ต่อผลงาน
  • Previous Project Cost:

    • ผลงานผนังคอนกรีตสำเร็จรูป/GRC มูลค่าไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าโครงการนี้
  • Technical Capabilities:

    • ต้องมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบกันซึม พื้นผิวแกร่ง ผนังสำเร็จรูป
    • ต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายวัสดุ/อุปกรณ์ของระบบ หรือได้รับการรับรองจากตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์
    • ห้ามผู้รับจ้างหลักซื้อหรือจัดหาวัสดุมาติดตั้งเองในงานระบบพิเศษ
  • Personnel:

    • ต้องมีหัวหน้าคุมงานที่มีความสามารถและประสบการณ์ประจำอยู่ในสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลาอย่างน้อย 1 คน
    • ต้องมีผู้ชำนาญงานวิศวกรรมสำรวจประจำในหน่วยงานก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จงาน
    • ต้องมีวิศวกรของผู้รับจ้างเป็นผู้คำนวณและลงนามรับรองรายการคำนวณความแข็งแรงของระบบผนัง

เกณฑ์การพิจารณา

  • การประเมินจะพิจารณาจากคุณภาพของงานและฝีมือการทำงานตามมาตรฐานหรือหลักวิชาชีพที่ดี
  • ปริมาณงานและมูลค่างานต้องเป็นไปตามที่ระบุในงวดงานหรือเงื่อนไขสัญญา
  • การส่งมอบงานแต่ละงวดต้องแนบหนังสือรับรองการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
  • ต้องผ่านการทดสอบระบบต่างๆ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงเต็มก่อนการรับมอบงาน
  • ต้องผ่านการตรวจสอบงานขั้นต้น (Substantial Completion) และงานขั้นสุดท้าย (Final Completion)
  • ต้องแก้ไขงานที่ต้องแก้ไข (Punch List) ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามสัญญา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหล่อ: ใช้แผ่นวีว่าบอร์ด/แบบเหล็กคุณภาพสูง แบบไม้ใช้ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง บ่มคอนกรีตไม่น้อยกว่า 7 วัน ทาน้ำยาเคลือบ Impregnator 2-3 เที่ยว
  • งานพื้นผิวแกร่ง: Non-Metallic Floor Hardener อัตราไม่ต่ำกว่า 5 kg/m² Hardness Mhos Scale 8.00 รับประกัน 5 ปี
  • งาน Liquid Floor Hardener: Lithium Silicate Water Based Nano VOC < 20 g/L
  • งานผนังคอนกรีตสำเร็จรูป: กำลังอัดไม่น้อยกว่า 280 ksc ที่ 28 วัน ความคลาดเคลื่อน ±3-4 mm รับประกัน 1 ปี
  • งาน GRC: ใยแก้ว AR ZrO2 ≥16% Compressive Strength 60-100 N/mm² Density 2,000-2,200 kg/m³
  • งานก่ออิฐ: อิฐมอญ มอก.77-2545 ชั้นคุณภาพ ค. คอนกรีตบล็อก มอก.57-2560/58-2560
  • งาน AAC: Dry Density 410-700 kg/m³ Fire Rating ≥4 ชม. (BS 476)
  • งานกันซึม: Crystalline Concrete Admixture, Cement-Modified Polymer, Polyurethane Membrane รับประกัน 10 ปี
  • งานราวบันไดกระจก: กระจกเทมเปอร์ 10mm + PVB 1.52mm + กระจกเทมเปอร์ 10mm (Laminated)
  • งานไม้: ความชื้นไม่เกิน 16% อัดน้ำยากันปลวก CCA 8-16 kg/m³
  • งานสี: Red Lead Primer / Zinc Chromate ความหนา 35-40 micron ทาไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ตามงวดงานและงวดเงินที่ระบุในสัญญา
  • ผู้ว่าจ้างมีสิทธิไม่จ่ายเงินงวดเมื่อปริมาณงาน/คุณภาพงานไม่เป็นไปตามเงื่อนไข
  • การรับประกันผลงานทั่วไป: 2 ปี นับจากวันที่ผู้ว่าจ้างตรวจรับมอบงานงวดสุดท้าย
  • การรับประกันงานพื้นผิวแกร่ง/Liquid Floor Hardener: 5 ปี
  • การรับประกันงานกันซึม: 10 ปี
  • การรับประกันงานผนังคอนกรีตสำเร็จรูป/GRC: 1 ปี
  • ค่าปรับ: หากงานไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องเสียค่าปรับ
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดสำนักงานชั่วคราว ไฟฟ้า น้ำประปาชั่วคราว
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าทดสอบวัสดุตามรายการประกอบแบบ
  • การเปลี่ยนแปลงงาน: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดงานโดยตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
  • หากผู้รับจ้างล่าช้าในการจัดทำ Shop Drawing จะขอขยายระยะเวลาไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้รวมงานภูมิสถาปัตยกรรมหรือไม่?
    A: ไม่รวม งานภูมิสถาปัตยกรรมเป็นส่วนที่ไม่รวมในรายการเสนอราคา

  • Q: งานตกแต่งภายในรวมอยู่ในขอบเขตงานหรือไม่?
    A: ไม่รวม งานตกแต่งภายในเป็นส่วนที่ไม่รวมในรายการเสนอราคา

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดสำนักงานชั่วคราวหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องสร้างสำนักงานชั่วคราวสำหรับคณะกรรมการตรวจการจ้าง ที่ปรึกษา และผู้ควบคุมงาน พร้อมระบบปรับอากาศ โทรศัพท์ ไฟฟ้า ฯลฯ

  • Q: ระบบกันซึมหลังคาต้องรับประกันกี่ปี?
    A: ระบบกันซึมต้องรับประกันอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี

  • Q: งานพื้นผิวแกร่ง (Floor Hardener) ต้องใช้อัตราการใช้เท่าไร?
    A: อัตราการใช้อยู่ในระดับ Heavy Duty ต้องไม่ต่ำกว่า 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    A: ต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงาน (BAR CHART) เสนอต่อผู้ควบคุมงานภายใน 20 วันนับแต่วันที่เซ็นสัญญา

  • Q: การทดสอบระบบก่อนส่งมอบงานต้องทำนานเท่าไร?
    A: ต้องทำการทดสอบการทำงานของระบบไฟฟ้าและเครื่องกลทั้งหมดพร้อมกันอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเต็ม

  • Q: งานผนังคอนกรีตสำเร็จรูปต้องมีผลงานอ้างอิงอย่างไร?
    A: ต้องมีผลงานการติดตั้งผนังคอนกรีตสำเร็จรูปอย่างน้อย 1 โครงการ มูลค่าไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าโครงการนี้ พร้อมหนังสือรับรองจากเจ้าของโครงการ

  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ As-Built Drawings กี่ชุด?
    A: กระดาษไข A1 จำนวน 1 ชุด พิมพ์เขียว 3 ชุด พร้อม External Hard Drive สำหรับ AutoCAD และ PDF File 3 ชุด

  • Q: งานป้องกันปลวกต้องทำตามมาตรฐานใด?
    A: ต้องทำตามหมวด 31 31 16 - Termite Control ตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอกำหนด และ รายการประกอบแบบ (SPECIFICATION) งานสถาปตยกรรม
โครงการ
ศูนยการเรียนรูอาคารการเรียนการสอน (อาคาร3)
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร (KBS SPACE)
เจาของโครงการ
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
สารบัญ
01 ขอกำหนดทั่วไป (General Requirements)
หมวด 01 11 00 ขอบเขตของงาน (Summary of Work)
หมวด 01 35 53 ระบบความปลอดภัย (Security Procedures)
หมวด 01 42 19 มาตรฐานอางอิง (Reference Standards)
หมวด 01 45 00 การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
หมวด 01 50 00 สิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราว (Temporary Facilities and Controls) หมวด 01 77 00 การสงมอบงาน (Closeout Procedures)
02 เงื่อนไขสภาพพื้นที่เดิม (Existing Conditions)
หมวด 02 21 00 การสำรวจรังวัด (Surveys)
หมวด 02 23 00 การปรับปรุงบริเวณกอสราง (Site Clearing)
หมวด 02 41 00 การรื้อถอน (Demolition)
03 งานคอนกรีต (Concrete)
หมวด 03 33 01 งานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหลอ (Formwork Exposed Architectural Concrete) หมวด 03 35 02 พื้นผิวขัดมันและขัดเรียบ (Steel Trowel and Smooth Floor Finishing)
หมวด 03 35 16 งานตกแตงพื้นคอนกรีตสำหรับงานหนัก พื้นคอนกรีตทำผิวแกรง และพื้นคอนกรีตทำผิวแกรงชนิดน้ำยา เคมี (Heavy-duty Concrete Floor Finishing ,Floor hardener and Liquid Floor hardener)
หมวด 03 35 33 พื้นคอนกรีตพิมพลาย (Stamped Concrete Finishing)
หมวด 03 45 00 ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Architectural Concrete)
หมวด 03 45 01 ผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูป (Precast Architectural Glass fiber Reinforced Concrete (GRC))
หมวด 03 51 01 หลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Roof Decks)
หมวด 03 51 05 รางน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Gutters)
04 งานกอ และวัสดุกอสราง (Masonry)
หมวด 04 21 13 ผนังกออิฐ (Brick Masonry)
หมวด 04 22 26 ผนังกอคอนกรีตมวลเบาและคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็กสำเร็จรูป
(Autoclaved Aerated Concrete Unit Masonry and Reinforce Autoclaved Concrete Panels) 05 งานโลหะ (Metals)
หมวด 05 50 00 งานโลหะ (Metal Fabrications)
06 งานไมและพลาสติก (Wood, Plastics and Composites)
หมวด 06 40 00 งานไมสำหรับงานสถาปตยกรรม (Architectural Woodwork)
07 งานปองกันความรอนและความชื้น (Thermal and Moisture Protection) หมวด 07 10 00 งานปองกันความชื้น และการกันซึม (Damp proofing and Waterproofing) หมวด 07 20 00 งานปองกันความรอน (Thermal Protection)
หมวด 07 42 43 แผนอลูมิเนียมคอมโพสิต (Aluminum Composite Wall Panels)
หมวด 07 61 00 หลังคาโลหะรีดลอน (Sheet Metal Roofing)
หมวด 07 80 00 วัสดุปองกันไฟและควัน (Fire and Smoke Protection)
หมวด 07 92 00 วัสดุยาแนว (Joint Sealants)
หมวด 07 95 13 วัสดุฝาครอบรอยตออาคาร (Expansion Joint Cover Assemblies)
08 งานประต-ูหนาตาง และกระจก (Openings)
หมวด 08 11 00 ประตูและวงกบเหล็ก (Steel Doors and Frames)
หมวด 08 11 01 ประตูและวงกบเหล็กกันไฟ (Fire Resistance Steel Doors and Frames) หมวด 08 11 16 ประตูและหนาตางวงกบอลูมิเนียม (Aluminum Doors + Windows and Frames) หมวด 08 14 00 ประตูไม (Wood Doors)
หมวด 08 52 00 หนาตางไม (Wood Windows)
หมวด 08 33 23 ประตูเหล็กมวน (Overhead Coiling Doors)
หมวด 08 33 43 มานกันควันอัตโนมัติ (Overhead Coiling Smoke Curtains)
หมวด 08 33 44 มานกันไฟอัตโนมัติ (Overhead Coiling Fire Curtains)
หมวด 08 42 29 ประตูอัตโนมัติ / ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ (Automatic Entrances / Automatic Sliding Doors) หมวด 08 44 00 ระบบผนังกระจก (Curtain Wall and Glazed Assemblies)
หมวด 08 70 00 อุปกรณประตูหนาตาง (Door and Window Hardware)
หมวด 08 80 00 กระจก (Glazing)
หมวด 08 91 00 แผงเกล็ดอลูมิเนียมระบายอากาศและแผงเกล็ดอลูมิเนียมระบายอากาศกันน้ำ (Aluminum Ventilation Louvers / Aluminum Performance Louvers)
09 งานตกแตง (Finishes)
หมวด 09 24 00 งานฉาบปูน (Cement Plastering)
หมวด 09 29 00 งานยิปซัมบอรด (Gypsum Board)
หมวด 09 30 00 งานกระเบื้อง (Tiling)
หมวด 09 51 33 งานฝาเพดานอลูมิเนียม (Aluminum Ceiling)
หมวด 09 54 00 งานฝาเพดานซีเมนตบอรด (Cement Board Ceiling)
หมวด 09 63 40 งานพื้นและผนังบุหิน (Stone Flooring and Facing)
หมวด 09 65 16 งานพื้นกระเบื้องยาง (Vinyl Flooring Work)
หมวด 09 66 05 งานผิวหินลาง กรวดลาง และทรายลาง (Washed Aggregate)
หมวด 09 67 00 งานพื้นผิวโพลียูรีเทน (Polyurethane Flooring (Fluid-applied Flooring)) หมวด 09 67 01 งานพื้นผิวอีพ็อกซี่ (Epoxy Flooring (Fluid-applied Flooring)) หมวด 09 68 00 งานพรม (Carpeting)
หมวด 09 69 00 ระบบพื้นยก (Raised-floor Panel)
หมวด 09 70 00 ผนังหองน้ำสำเร็จรูป
หมวด 09 91 00 งานทาสี (Painting)
10 งานกอสรางพิเศษ (Specialties)
หมวด 10 28 00 สุขภัณฑและอุปกรณประกอบ (Toilet, Bath and Laundry Accessories) หมวด 12 48 13 พรมดักฝุนทางเขาอาคาร (Entrance Floor Mats and Frames) 31 งานดิน (Earthwork)
หมวด 31 31 16 งานปองกันปลวก (Termite Control)
หมวด 01 11 00
ขอบเขตของงาน
(SUMMARY OF WORK)

  1. นิยาม
    คำนาม คำสรรพนาม ที่ปรากฏในสัญญาและเงื่อนไขแหงสัญญาจางเหมางานกอสราง แบบกอสราง รายการประกอบ แบบกอสราง และเอกสารอื่นๆที่แนบสัญญาทุกฉบับ ใหมีความหมายตามที่ระบุไวในหมวดนี้นอกจากจะมีการระบุเฉพาะ ไวเปนอยางอื่น หรือระบุเพิ่มเติมไวในเงื่อนไขแหงสัญญานี้
    ผูวาจาง หมายถึง เจาของโครงการที่ลงนามในสัญญาหรือตัวแทนที่ไดรับมอบหมาย จาก ผูวาจาง
    ผูควบคุมงาน หมายถึง ตัวแทนของเจาของโครงการที่ไดรับการแตงตั้งใหควบคุมงาน สถาปนิก และวิศวกร หมายถึง สถาปนิก และวิศวกรผูออกแบบ หรือผูควบคุมงาน
    ผูรับจาง หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ลงนามเปนคูสัญญากับผูวาจางรวมถ  ึงตัวแทน หรือลูกจางที่อยูในความรับผิดชอบของผูรับจางตามสัญญานี้
    งานกอสราง หมายถึง งานตางๆที่ระบุในแบบกอสราง รายการประกอบแบบกอสรางและ เอกสารแนบสัญญา รวมทั้งงานประกอบอื่นๆที่เกี่ยวของ
    แบบกอสราง หมายถึง แบบกอสรางทั้งหมดที่ประกอบในการทำสัญญาจางเหมา  และแบบ กอสรางที่มีการเปลี่ยนแปลง แกไข และเพิ่มเติมภายหลัง
    รายการประกอบแบบกอสราง หมายถึง เอกสารรายการแสดงรายละเอียดประกอบแบบกอสราง ควบคุม คุณภาพของวัสดุอุปกรณเทคนิคและขอตกลงตางๆที่เกี่ยวกับงาน
    กอสรางที่มีปรากฏหรือไมมีปรากฏในแบบกอสราง ตามสัญญานี้
    การอนุมัติ หมายถึง การอนุมัติเปนลายลักษณอักษรจากผูมีอำนาจในการอนุมัติ
  2. วัตถุประสงค
    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรมีความประสงคจะกอสรางศูนยการเรียนรูอาคารการเรียนการสอน (อาคาร3) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรโครงการตั้งอยูที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรแขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โครงสรางทั่วไปเปนโครงสรางคอนกรีตเสริมเหล็ก ตามรูปแบบและรายการที่กำหนด โดยมีวัตถุประสงค หลักของการกอสราง เพื่อใหไดผลงานการกอสรางทั้งหมดที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ มีสภาพพรอมที่ใชงานไดทันทีเมื่อการ กอสรางแลวเสร็จ มีความมั่นคงถาวร มีฝมือการทำงานที่ประณีตละเอียดและมีความถูกตองตามหลักวิชาชาง
  3. ขอบเขตของงาน
    งานกอสรางอาคารตามรูปแบบ และรายการประกอบแบบกอสราง โดยมีขอบเขตของงานดังตอไปนี้
    3.1 การรื้อถอนสิ่งกีดขวางในบริเวณที่กอสราง การปรับพื้นที่ ใหไดระดับตามที่ระบุในแบบกอสราง และรายการ ประกอบแบบกอสราง
    3.2 การวางผัง
    3.3 การปรับปรุงพื้นที่สำหรับกอสรางอาคาร และสวนประกอบอื่น ๆ ดังรายละเอียดที่ระบุในแบบและรายการประกอบ แบบทุกประการ
    3.4 งานสาธารณูปโภค งานรั้วภายในโครงการ ตลอดจนงานซอมแซมอาคาร ถนนหรือทางสัญจรโดยรอบบริเวณที่เกิด ชำรุดเสียหาย อันเนื่องมาจากการกอสรางอาคารตามสัญญานี้ใหเรียบรอยตามเดิมทุกประการ
    3.5 สวนประกอบตาง ๆ ภายในโครงการตามรูปแบบ และรายการกำหนด
    3.6 การประสานงานกอสรางกับผูรับเหมาชวง เชน งานระบบสุขาภิบาล งานระบบไฟฟาและสื่อสาร งานระบบปรับ อากาศและระบายอากาศ เปนตน
  4. ราคางานกอสราง
    ราคางานกอสรางใหรวมถึงรายการดังตอไปนี้
    4.1 การเตรียมงาน เตรียมสถานที่ ใหพรอมเพื่อการกอสราง
    4.2 ที่พักคนงาน สำนักงานชั่วคราว ฯลฯ
    4.3 คาขอมิเตอรไฟฟา ประปาชั่วคราว รวมถึงคาน้ำ-ไฟฟาชั่วคราว ตลอดระยะเวลาการกอสราง 4.4 คาวัสดุแรงงาน เครื่องมือ และคาขนสง
    4.5 คาประสานงานกบงานระบบอ ั ื่น ๆ เชน ระบบไฟฟา เปนตน โดยจะตองแยกแตละรายการใหชัดเจน 4.6 คาดำเนินการเกี่ยวกับเทคนิคการกอสราง การปองกันความเสียหายที่จะเกิดกับบุคคลและทรัพยสินทั้งในและนอก สถานที่กอสราง ตลอดจนคาดำเนินการตาง ๆ ที่ผูรับจางจะตองกระทำเพื่อใหงานที่แลวเสร็จสมบูรณรวมถึงคา ประกันภัยตางๆ ตามสัญญา
    4.7 คาใชจายอื่น ๆ ตามเงื่อนไข และขอกำหนดตามสัญญา
    4.8 คาทดสอบวัสดุตาง ๆ ตามรายการประกอบแบบกอสราง (SPECIFICATION) หรือเมื่อผูวาจางประสงคใหทำการ ทดสอบ
  5. สิ่งที่ไมรวมในรายการเสนอราคา
    5.1 งานภูมิสถาปตยกรรม
    5.2 งานตกแตงภายใน
    5.3 งานที่ระบุโดยเจาของโครงการ
  6. การสำรวจตรวจสอบสถานที่กอสราง
    ผูรับจางตองทำการสำรวจตรวจสอบสถานที่กอสรางและบริเวณใกลเคียง จนทราบเปนที่พอใจแลวถึงลักษณะและสภาพ ทั่วไป และขอบเขตสิ่งกอสรางตางๆที่มีอยูสิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลาย สิ่งที่ตองระมัดระวังรักษาไวตลอดจนลูทางเขา-ออก การขนสงวัสดุสิ่งของและคนงาน ความสะดวกและขอขัดของทั้งหลาย การจัดสถานที่ที่จำเปนสำหรับใชในการกอสราง ตามที่ตองการ พรอมทั้งมีความเขาใจอยางดีในการศึกษาวิธีการจดหาโรงงาน ั การจัดทำมาตรการตางๆ เพื่อปองกันไมให เกิดภยันตรายตอสุขภาพ ชีวิต รางกาย ทรัพยสิน จัดทำมาตรการในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม จัดหาวิธีปองกันมิให เกิดปญหาจราจรที่เกิดจากการกอสราง จัดหาวิธีปองกันสาธารณประโยชนตางๆ มิใหเกิดความเสียหาย จัดทำรั้วชั่วคราว และสิ่งกอสรางชวคราว ั่ สามารถทำงานใหแลวเสร็จสมบูรณไดอีกทั้งมีขอมูลที่จำเปนทั้งหลายอันเกี่ยวดวยความเส่ียงภัย ความผันผวนของเหตุการณและเหตุอื่นๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบกระเทือนการทำงานกอสรางนี้เปนอยางดีแลว ไมวากรณีใดๆ ผูรับจางจะยกขออางถึงการที่ตนไมทราบขอเท็จจริงตางๆ เพื่อประโยชนใดๆ ของตนมิได
    —–จบหมวด 01 11 00 —–
    หมวด 01 35 53
    ระบบความปลอดภัย
    (SECURITY PROCEDURES)
  7. การปองกันการบุกรุกที่ขางเคียง
    ผูรับจางตองจำกดขอบเขตการก ั อสราง มิใหเกิดการบุกรุกเขาไปในที่ขางเคียงของผูอื่น และตองจัดใหมีการปองกันดูแลมิ ใหคนงานของตนบุกรุกที่ของผูอื่น รวมทั้งตองจัดใหมีการปองกันความเสียหาย อันอาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งสาธารณูปโภค ตางๆ หรือทรัพยสินและบุคคลในที่ขางเคียง และตองเปนผูออกคาใชจาย คาชดเชย รวมทั้งการแกไขใหคืนดีในเมื่อเกิด การเรียกรองคาเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการกระทำของคนงานของตนในกรณีขางตน
  8. การปองกันบุคคลภายนอก
    ผูรับจางตองไมใหผูที่ไมเกี่ยวของ หรือผูที่ไมไดรับอนุญาตจากผูควบคุมงาน หรือผูวาจางของโครงการไดออกคำสั่งหาม เขาไปในบริเวณกอสรางตลอดระยะเวลากอสราง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ใหผูรับจางออกคำสั่งใหตัวแทนผู รับจาง และยามเฝาบริเวณปฏิบตัิตามขอนี้อยางเครงครัด และเมื่อถึงเวลาเลิกงานกอสรางในแตละวันใหตัวแทนผูรับจาง ดูแลจัดการใหทุกคนออกไปจากสถานที่กอสราง ยกเวนยามเฝาบริเวณ หรือการทำงานลวงเวลาในเวลากลางคืนที่ไดรับ การอนุมัติแลวเทานั้น
  9. การปองกันสิ่งสาธารณูปโภค
    ผูรับจางตองดูแลรักษาสถานที่สาธารณะ และสิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลายใหอยูในสภาพดีใชงานไดตลอดเวลา และตอง รับผิดชอบตอความเสียหายตางๆ ที่เกิดขึ้นตอสถานที่สาธารณะทั้งหลาย หรอสื ิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลายอันเกิดจากการ กอสราง โดยตองชดใชแกไข ซอมแซม ใหคืนดีดังเดิมโดยไมชักชา และผูรับจางเปนผูออกคาใชจายในการนี้ทั้งสิ้น ผูรับ จางจะตองไมทำใหเกิดการกีดขวางทางสัญจรไปมาของบุคคลทั่วไปตลอดระยะเวลากอสราง
  10. การปองกันสิ่งกอสรางที่มีอยูเดิม
    4.1 สิ่งปลูกสรางขางเคียง
    ผูรับจางตองปองกันมิใหเกิดความเสียหายใดๆ แกสิ่งปลูกสรางขางเคียงในระหวางทำการกอสราง หากเกิดความ เสียหายขึ้นผูรับจางจะตองรับผิดชอบแกไขใหคืนสภาพดีดังเดิมโดยไมชักชา ในกรณีที่ผูควบคุมงานเห็นวาการ ปองกันที่ผูรับจางทำไวไมเพียงพอ หรือไมปลอดภัย อาจออกขอกำหนดหรือคำสั่งใหผูรับจางเปลี่ยนแปลง หรือ เพิ่มเติม การปองกันสิ่งปลูกสรางนั้นๆ ไดตามที่เห็นสมควร โดยถือเปนความรับผิดชอบของผูรับจางที่ตองปฏิบัติ ตามคำส่งและออกค ั าใชจายทั้งหมด
    4.2 สิ่งกอสรางใตดิน และสิ่งกอสรางภายในอาคารเดิม
    ผูรับจางตองสำรวจจนเขาใจดีแลววา อาจจะมีสิ่งปลูกสรางที่อยูใตดิน และสิ่งกอสรางภายในอาคารเดิมในบริเวณ กอสราง หรือบริเวณใกลเคียง เชน ทอน้ำประปา ทอระบายน้ำ สายโทรศัพทฐานราก ฯลฯ ซึ่งผูรับจางตอง ระวังรักษาใหอยูในสภาพที่ดีตลอดระยะเวลากอสราง หากเกิดความเสยหายข ี ึ้นผูรับจางตองรับผิดชดใชแกไข
    ซอมแซมใหอยูในสภาพเดิมโดยเร็ว ในกรณีที่กีดขวางการกอสรางจำเปนตองขออนุญาตเคลื่อนยายจาก หนวยงานที่เกี่ยวของ ใหผูรับจางรับผิดชอบดำเนินการเองทั้งหมด โดยเปนคาใชจายของผูรับจางทั้งสนิ้
  11. การดูแล ปองกัน และบำรุงรักษางานกอสราง
    5.1 การดูแลรักษางานกอสราง
    ผูรับจางตองเปนผูรับผิดชอบแตผูเดียวในการระวังดูแลรักษางานกอสรางทั้งหมด รวมทั้งวัสดุ เคร่ืองมือ อุปกรณ ที่นำมาไวในบริเวณกอสราง ตั้งแตเริ่มงานจนกระทั่งผูวาจางรับมอบงานตามที่ผูควบคุมงานออกใบรับรองการ สำเร็จเรียบรอยของงานแลว ในกรณีจำเปนผูรับจางต  องจัดทำเครื่องปองกันความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับ วัสดุอุปกรณและงานกอสราง ไมวาจะเปนการสรางเปนที่คลุม ที่กำบัง รวมทั้งการตั้งเครื่องสูบน้ำปองกันน้ำทวม การปองกันการขีดขวน และอื่นๆ ที่ผูควบคุมงานเห็นวาเหมาะสม
    5.2 การปองกันเพลิงไหม
    ผูรับจางตองจัดใหมีเครื่องดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอ ประจำที่อาคารที่กอสรางทุกชั้น รวมทั้งในโรง เก็บวัสดุ เครื่องมือ และในที่ตางๆ ที่จำเปน มีการปองกันและจัดการอยางเครงครัดตอแหลงเก็บเชื้อเพลิง โดยจัด ใหมีคำเตือนที่เห็นเดนชัดในการนำไฟ หรือวัสดุอื่นที่ทำใหเกิดไฟไดเขาใกลบริเวณดังกลาว
    5.3 ความรับผิดชอบ
    ผูรับจางตองรับผดชอบค ิ าใชจายตางๆ ในการจัดทำการดูแล ปองกัน และบำรุงรักษาดังกลาวขางตนทั้งหมดแต เพียงผูเดียว และตองรับผิดชอบตอความเสียหายอันเกิดแกวัสดุอุปกรณและงานกอสรางทั้งหมดจนกวา ผูวาจาง รับมอบงานกอสรางงวดสุดทายหรืองานกอสรางทั้งหมด
  12. การหลีกเลี่ยงเหตุเดือดรอนรำคาญ
    ในกรณีที่สถาปนิก และวิศวกรเห็นวา งานกอสรางใดนาจะเปนเหตเดุ ือดรอนรำคาญแกผูอยูในบริเวณใกลเคียงกับ สถานที่กอสราง ผูควบคุมงานอาจออกคำสั่งใหผูรับจางทำงานกอสรางนั้น ตามวิธีและในเวลาที่เหมาะสม เพื่อที่จะลด เหตุเดือดรอนรำคาญดังกลาวใหมีนอยที่สุด และใหถือวาผูรับจางไดคิดเผื่อไวแลว ในการทำงานดังกลาวทั้งในเรื่อง ระยะเวลากอสราง และคาใชจายทั้งหมด
  13. ความปลอดภัยในการทำงาน
    ผูรับจางตองจัดใหมีอุปกรณเครื่องมือ เครื่องใชและเครื่องอำนวยความสะดวกทั้งหลายในการทำงาน รวมทั้งจัด ใหมีสภาพการทำงานที่ดีไมเปนอันตรายตอสุขภาพและชีวิตของคนงาน ผูรับจางตองจัดใหมีอุปกรณปองกัน อันตรายตางๆ เชน จัดสรางรั้วกันตกจากที่สูง ทั้งหมดนี้ใหผูควบคุมงานมีอำนาจออกคำสั่งใหผูรับจางจัดทำและ ปรับปรุงแกไขไดตามที่เห็นสมควร และผูรับจางตองรับผิดชอบจัดการเรื่องนี้ใหเปนไปตามกฎหมายที่เกี่ยวของ ประการตลอดระยะเวลากอสราง
  14. การปฐมพยาบาลและอุปกรณชวยชีวิต
    ผูรับจางตองจัดใหมีอุปกรณเครื่องเวชภัณฑในการปฐมพยาบาลและอุปกรณชวยชีวิตตามสมควร หรือตามที่กำหนดไว ในกฎหมายที่เกี่ยวของ ผูรับจางตองจัดใหมีตูยาสามัญประจำบานไวตลอดระยะเวลากอสราง และตองดูแลจัดใหมี เพิ่มเติมพอใชอยูเสมอ
  15. รายงานอุบัติเหตุ
    เมื่อมีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นในบริเวณกอสรางไมวาเหตุนั้นๆ จะมีผลกระทบกระเทอนความก ื าวหนาของงานกอสราง หรือไมก็ตาม ใหตัวแทนผูวาจางรีบรายงานเหตุที่เกิดนั้นๆ ใหผูควบคุมงานทราบในทันใด แลวทำรายงานเปนลายลักษณ อักษรระบุรายละเอียดเหตุการณที่เกิดขึ้นทั้งหมด และใหระบุวา ไดจัดการแกไขเหตุการณนั้นๆ อยางไรบาง รวมทั้งการ ปองกันไมใหเกิดขึ้นอีก
    —–จบหมวด 01 35 53 —–
    หมวด 01 42 19
    มาตรฐานอางอิง
    (REFERENCE STANDARDS)
  16. สถาบันมาตรฐาน (STANDARD INSTITUTE)
    มาตรฐานทั่วไปที่ระบุในแบบกอสราง และรายการประกอบแบบกอสราง เพื่อใชอางอิงหรือเปรียบเทียบ คุณภาพ หรือ ทดสอบวัสดุอุปกรณกอสราง ตลอดจนกรรมวิธีการปฏิบัติวิธีการติดตั้งวัสดุอุปกรณสำหรับงานตามสัญญาในโครงการนี้ ใหถือปฏิบัติตามมาตรฐานของสถาบันดังตอไปนี้
    1.1 มอก. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม)
    1.2 วสท. (วิศวกรรมสถานแหงประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ)
    1.3 AASHTO (AMERICAN ASSOCIATION OF STATE HIGHWAY TRANSPORTATION OFFICIALS) 1.4 ACI (AMERICAN CONCRETE INSTITUTE)
    1.5 ANSI (AMERICAN NATIONAL STANDARDS INSTITUTE)
    1.6 ASTM (AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS)
    1.7 AWS (AMERICAN WELDING SOCIETY)
    1.8 BS (BRITISH STANDARD)
    1.9 JIS (JAPANESE INDUSTRIAL STANDARD)
    1.10 UL (UNDERWRITER LABORATORIES INC.)
    1.11 มาตรฐานอื่นๆ ที่ระบุไวในแบบกอสราง หรือรายการประกอบแบบกอสราง
  17. สถาบันตรวจสอบ (TESTING INSTITUTE)
    ในกรณีทตี่ องทดสอบคุณภาพวัสดุอุปกรณที่ใชในงานกอสรางตามสัญญานี้ อนุมัติใหทดสอบในสถาบันดังตอไปนี้
    2.1 คณะวิศวกรรมศาสตรจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (CU)
    2.2 คณะวิศวกรรมศาสตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร (KU)
    2.3 สถาบันเทคโนโลยีแหงเอเชีย (AIT)
    2.4 กรมวิทยาศาสตรกระทรวงอุตสาหกรรม
    2.5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลา ธนบุรี (KMUTT)
    2.6 สถาบันเทคโนโลยีพระจอดเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง (KMITL)
    2.7 สถาบันอื่น ๆ ที่รับรองโดยผูวาจาง หรือผูออกแบบ
    —–จบหมวด 01 42 19 —–
    หมวด 01 45 00
    การควบคุมคุณภาพ
    (QUALITY CONTROL)
  18. แบบและรายการประกอบแบบ
    1.1 แบบกอสรางและรายการประกอบแบบกอสราง ถือเปนสวนหนึ่งของสัญญา ผูรับจางจะตองเก็บรักษาไวใน สถานที่กอสรางอยางละ 1 ชุด เปนอยางนอย โดยใหอยูในสภาพที่ดีและเปนแบบแกไขครั้งสุดทายเทานั้น 1.2 ระยะ และมาตรฐานตางๆ ใหถือเอาตัวเลขที่ระบุในแบบเปนหลัก (ยกเวนตัวเลขที่เขียนผิดพลาด) หามวัด จากแบบโดยตรง ถามีขอสงสัยใหสอบถามผูควบคุมงาน หรือสถาปนิก และวิศวกร กอนลงมือดำเนินการ กอสรางทุกครั้ง
    1.3 หากมีสวนหนึ่งสวนใดที่แบบและรายการประกอบแบบขัดแยงกันหรือไมชัดเจน ผูรับจางจะตองรีบแจงแก สถาปนิก และวิศวกร เพื่อใหจัดการแกไขขอขัดของนั้นในทันทีที่พบ โดยใหถือคำวินิจฉัยของสถาปนิก และ วิศวกรเปนขอยุติโดยตองไมถือวาเปนการแกไขเปลี่ยนแปลงแบบและรายการแตอยางใด
    1.4 หากพบสวนใดที่ไดระบุไวในแบบ แตมิไดระบุไวในรายการประกอบแบบ หรือที่ไดระบุไวในรายการประกอบแบบ แตมิไดระบุไวในแบบ ใหถือเสมือนวาไดระบุไวทั้งสองที่ หรือถามิไดระบุไวทั้งสองที่แตเพื่อความเรียบรอย สมบูรณของงานกอสราง หรือเพื่อใหถูกตองตามหลักวิชาชางที่ดีสวนดีของงานกอสราง ผูรับจางจะตองรีบ ดำเนินการ โดยไมคิดคาใชจายเพ่มเต ิ ิมจากสัญญาที่ตกลงไว
  19. ระยะตางๆ
    2.1 ระยะที่ปรากฏในแบบกอสราง
    ระยะสำหรับการกอสรางใหถือตัวเลขที่ระบุไวในแบบกอสรางเปนสำคัญ การใชระยะที่วัดจากแผนแบบโดยตรง อาจเกิดความผิดพลาดไดหากมีขอสงสัยในเรื่องระยะใหสอบถามผูควบคุมงานหรือสถาปนิก และวิศวกร เพื่อ พิจารณาตัดสินกอนที่จะดำเนินการในสวนนั้นๆ
    2.2 การแจงระยะในการทำงานรวมกัน
    ในงานกอสรางที่ตองมีงานของผูรับจางชวงของผูรบจั าง หรือผูรับจางอื่นที่ผูวาจางจดหา ั กอนจะเริ่มงานดังกลาว ผูรับจางตองจัดใหมีการตรวจสอบระยะตางๆ ในบริเวณที่กอสรางรวมกันจนเปนที่ทราบและเขาใจดีเสียกอน ใน กรณีนี้ใหถือวาผูรับจางเปนผูรับผดชอบในการให ิ ขนาดระยะตางๆ ที่เปนจริงแกผูรับจางชวงดังกลาว ไมวาจะมี
    ตัวเลขแสดงระยะนั้นๆ ในแบบกอสรางหรือไมก็ตาม ผูรับจางจะตองทำการแก  ไขจนเปนที่พอใจของผูวาจาง , สถาปนิก และวิศวกร โดยจะเรียกรองคาเสียหายตางๆ ไมได
  20. การจัดทำแบบขยาย
    3.1 ผูรับจางจะตองตรวจสอบงานกอสรางกับแบบกอสรางและรายการประกอบแบบตางๆในทุกขั้นตอน หากไมเปนที่ แนชัด หรือมีความจำเปน หรือตามรายการที่ระบุใหจัดทำ SHOP DRAWING ผูรับจางจะตองจัดทำ แบบขยาย หรือแบบรายละเอียด หรือ SHOP DRAWING ในสวนที่จะดำเนินการเสนอตอผูควบคุมงานและสถาปนิก เพื่อ พิจารณาอนุมัติ
    3.2 ผูรับจางจะตองจัดทำแผนงานแสดงระยะเวลาจัดสงแบบเพื่อการพิจารณาเห็นชอบอนุมัติและการจัดสงแบบ จะตองมีระยะเวลาลวงหนาเพยงพอต ี อการพิจารณา กอนการดำเนินงานในสวนนั้นๆตามลำดับขั้นตอน การที่ ผูรับจางจัดทำแบบ SHOP DRAWING ลาชา หรือมีระยะเวลาตรวจสอบไมเพียงพอ จะถือเอาเปนสาเหตุในการ ขอขยายระยะเวลาหรืออางวาเปนปญหาความลาชาในการกอสรางไมได
    3.3 การอนุมัติ SHOP DRAWING โดยผูควบคุมงาน มิไดหมายความวา ผูรับจางไดรับการยกเวนความรับผิดชอบใน การกอสรางสวนนั้นๆ ผูรับจางยังคงตองรับผิดชอบในการแกไขใหเรียบรอยสมบูรณในกรณีที่มีปญหา โดย รบผั ิดชอบทั้งในดานคาใชจายและระยะเวลาที่สูญเสียไป
  21. แผนการปฏิบัติงานและวิธีการทำงาน
    4.1 แผนการปฏิบัติงาน
    ผูรับจางจะตองจัดทำแผนการปฏิบัติงานในรูป BAR CHART และตารางดำเนินงาน (WORK SCHEDULE) แสดง ระยะเวลาและลำดับการดำเนินงานในแตละประเภทของงาน ขณะเดียวกันตองแสดงการปฏิบัติงานรวมและ ประสานงานกับผูรับจางรายอื่นๆ แผนการปฏิบัติงานตองประกอบดวยรายละเอียดดังนี้
    4.1.1 แผนกำหนดวันเริ่มทำงานและวันสิ้นสุดงานของแตละสวนของงานกอสรางโดยละเอียด (BAR CHART)
    4.1.2 แผนกำหนดวันสั่งซื้อ และวันสงเขาสถานท่กีอสรางของวัสดุอุปกรณทุกชนิดที่ตองใชในการกอสรางโดย ละเอียด
    4.1.3 แผนกำหนดจำนวนของพนักงาน ชางแตละประเภท คนงานของผูรับจางแตละเดือน
    4.1.4 แผนกำหนดวันสงวัสดุอุปกรณเขาสถานที่กอสรางของผูรับจางชวงและผูรับจางอื่นที่ผูวาจางจัดหา 4.2 การรวบรวมขอมูลเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน
    ในการจัดทำแผนการปฏิบัติงาน ใหผูรับจางเปนผูรวบรวมขอมูลที่จำเปนตางๆ จากผูรับจางชวงและผูรับจางอื่นๆ เพ่อวางแผนงานให ื รัดกุมที่สุด และในกรณีที่จำเปนผูควบคุมงาน หรือสถาปนิก อาจออกคำสั่งใหผูรับจาง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแผนการปฏิบัติงานใหเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
    4.3 การยื่นเสนอ
    การจัดทำแผนการปฏิบัติงานจะตองทำเสนอตอผูควบคุมงานภายใน 20 วัน นับแตวันที่เซ็นสัญญาจางเหมางาน กอสราง พรอมทั้งใหคำชี้แจงรายละเอียดแกผูควบคุม เพื่อขอรับความเห็นชอบ ทั้งนี้ตัวแทนของผูรับจางจะตอง
    เซ็นชื่อรับรองแผนการปฏิบัติงานนี้และการที่สถาปนิก และวิศวกรไดใหความเห็นชอบในแผนการปฏิบัติงาน หรือการใหรายละเอียดเพิ่มเติม ไมถือวาผูรับจางไดพนจากความรับผิดชอบแตอยางใด
    4.4 การบันทึกการทำงานจรงเทิ ียบกับแผนการปฏิบัติงาน
    ผูรับจางจะตองทำแผนการปฏิบัติงานแสดงใหทุกฝายเห็นชัดเจนในหนวยงานกอสราง และผูรับจางจะตอง บันทึกการทำงานที่เปนจริงเปรียบเทียบกับแผนการปฏิบัติงานที่วางไว เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ ขั้นตอนและการประเมินผลการดำเนินงานไดถูกตอง ตั้งแตเริ่มตนงานจนงานแลวเสร็จสมบูรณ
    4.5 ความรับผิดชอบของผูรับจาง
    ถางานบางสวนที่ผูรับจางปฏิบัติอยู มีสวนเกี่ยวของกับการปฏิบัติงานของผูรับจางชวงและผ  ูรับจางอนื่ ผูรับจาง จะตองจัดเตรียมงานใหสัมพันธกัน ติดตามผลการทำงานกอสรางของผูรับจางชวงและผูรับจางอื่นๆ นั้นอยาง สม่ำเสมอ และในกรณีที่พบวาการกอสรางไมเปนไปตามแผนการปฏิบตัิงานดังกลาว ก็ใหรายงานใหผูควบคุมงาน และผูวาจางทราบเปนลายลักษณอักษรโดยไมชักชา
    4.6 ความเสียหาย
    ถามีขอบกพรองหรือเสียหายอันใดเกิดขึ้นจากความลาชา เนื่องมาจากการไมสนใจติดตามงาน หรือมิไดเตรียม งานไวอยางถูกตอง ผูรับจางจะตองเป  นผูรับผิดชอบแกไขสิ่งบกพรองนั้น โดยผูรับจางจะตองเปนผออกค ู าใชจาย ทั้งสิ้น และจะขอขยายระยะเวลากอสรางตามสัญญาเพิ่มไมไดเวนเส  ียแตวางานที่บกพรองเสียหายนั้นเกิดจาก
    หรือเปนงานในหนาที่โดยตรงของผูรับจางอื่นของผวูาจาง ความรับผิดชอบเหลานั้นจึงจะตกเปนหนาที่ของผู รับจางอื่นนั้น
    4.7 การเปลี่ยนแปลง
    หากผูควบคุมงานเห็นวาจำเปนจะตองจัดปรับปรุงแผนการปฏิบัตงาน ิ เพื่อใหเหมาะสมกับเวลา และเพื่อใหมี ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามความเปนจริง ผูรับจางจะตองจัดทำแผนการปฏิบัติงานใหมสงใหผูควบคุม งานพิจารณาแทนแผนการปฏิบัติงานของเกาทันที
    4.8 การควบคุมบุคคลภายนอก
    ผูรับจางตองควบคุมบุคคลที่ไมเกี่ยวของกับงานกอสรางไมใหเขามาในบริเวณที่กอสรางและผูรับจาง จะตอง รับผิดชอบในการเสียหายที่เกิดขึ้นในทุกกรณี
  22. การประสานงานกันระหวางผูรับจาง ผูรับจางชวง ผูรับจางอื่นที่ผูวาจางจัดหา
    5.1 การใหความสะดวกแกผูรับจางชวงและผูรับจางรายอื่นในการทำงาน
    ผูรับจางตองคิดเผื่อไวแลวในการอำนวยความสะดวกตางๆ แกการทำงานของผูรับจางชวง รวมทั้งผูรับจางรายอื่น ที่ผูวาจางจัดหา เพื่อใหงานกอสรางนี้แลวเสร็จสมบูรณใชงานไดดี ผูรับจางตองอนุญาตใหใชสิ่งตางๆ ในการ ทำงาน เชน นั่งรานที่ผูรับจางมีอยู บันได รอกสงของ ลิฟทขนสง ฯลฯ และตองประสานงานไมใหเกิดการติดขัด ในการใชงานดังกลาว และคิดคาใชจายตามความเหมาะสมและยุติธรรม
    5.2 การใหขอมูลสำหรับงานกอสราง
    ผูรับจางตองรับรขูอมูลความตองการตางๆ ในงานกอสรางที่เกี่ยวของกับงานของผูรบจั างชวงและผูรบจั างรายอื่น เพื่อใหทราบความตองการตางๆ ที่เกี่ยวกับตำแหนง และขนาดระยะตางๆ ที่เปนจริงแกผูรับจางชวงที่กำหนด ผู จัดหาที่กำหนด และผูรับจางรายอื่นที่เจาของโครงการไดจางโดยตรง เพื่อใหสามารถทำงานใหเสร็จสมบูรณ สอดคลองกันไปไดดีการแกไขเปล  ี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดจากความบกพรองของผูรับจางที่ไมใหขอมูลที่ถูกตอง ดังกลาวขางตน ใหผูรับจางเปนผูรับผิดแตผูเดียว
    5.3 การติดตอประสานงานกอสราง
    ผูรับจางตองทำใหแนใจวา งานกอสรางของผูรับจางช  วงและผูรับจางรายอ  ื่นไมเปนเหตุขัดขวางงานกอสร  างให ลาชา ผูรับจางตองร  ับผิดชอบและจัดใหมีการประสานงานติดตอระหวางผูรับจางกบผั ูรับจางชวงและผูรับจางอื่น โดยจัดใหมีแผนงานแสดงขั้นตอนตางๆ ที่วางไวเพื่อใหสอดคลองและเปนไปดวยดีซึ่งกันและกัน ผูรับจางตองวาง แผนการกอสรางทุกระบบอยางละเอียดถี่ถวนและสอดคลองกันเปนอยางดีเพื่อใหงานกอสรางเสรจท็ ัน กำหนดเวลาตามสัญญา
  23. การเตรียมผิวเพื่อตกแตงภายหลัง
    ในพื้นที่บางสวนของอาคาร ที่มีการกำหนดไวในแบบกอสรางใหเตรียมผิวไวสำหรับตกแตงภายหลัง ผูรับจางจะตองลด ระดับและทำการเตรยมผ ี ิวไวใหถูกตองกับวัสดุที่จะนำมาตกแตงผิว การเตรียมผิวจะตองทำดวยความประณีตและตองใช ชางที่มีฝมือดี ในกรณีที่สถาปนิกลงความเห็นวาการเตรียมผิวที่ผูรับจางทำไวไมดีพอหรือไมถูกตองกับวัสดุที่จะนำมา ตกแตงผิว และสั่งใหผูรับจางทำการแกไข ผูรับจางจะตองทำใหใหมจนถูกตองตามหลักวิชาชางที่ดีโดยเปนคาใชจายของ ผูรับจางเอง รวมทั้งจะถือเปนขออางในการขอขยายระยะเวลากอสรางตามสัญญาไมได และผูรับจางจะตองใหความ รวมมือและอำนวยความสะดวกแกผูรับจางงานตกแตงทั้งตำแหนงและระดับ วัสดุตกแตงใดที่ไมไดกำหนดสีวัสดุ ใหผูรับ จางแจงต อผูออกแบบผานผูควบคมงานเพ ุ ื่อขอทราบรายละเอียดของสีและชนิดของผิววัสดุดังกลาว โดยถือวาเปนหนาที่ ที่ ผูรับจางจะตองประมาณเวลาใหถูกตองกับการใชงานของวัสดุแตละประเภท หากเกิดความลาชาผูรับจางจะถือเปน เหตุขอขยายระยะเวลากอสรางตามสัญญาไมได
  24. การเปลี่ยนแปลงงานกอสราง
    7.1 ผูวาจางมีสิทธิสั่งเปลี่ยนแปลง เพิ่มหรือลดงานสวนหนึ่งสวนใดนอกเหนือไปจากแบบกอสราง หรือรายการ ประกอบแบบตามสัญญาไดโดยตกลงเปนลายลักษณอักษรในเรื่องคาใชจายและระยะเวลากอสรางที่เพิ่มขึ้นหรือ ลดลงจากขอตกลงในสัญญา โดยใหยึดถือหลักการคิดราคาดังตอไปนี้
    7.1.1 คิดราคาเปนหนวย ตามใบเสนอราคาของผูรับจางในเอกสารแนบส  ัญญา
    7.1.2 ถารายการที่เปลี่ยนแปลงไมมีแสดงในใบเสนอราคาแนบสัญญา ผวูาจางจะทำการตกลง ราคากับผูรับจาง โดยยึดถือการประเมินราคาที่ยุติธรรมของวัสดุหรือแรงงานนั้น ตามราคาใน ทองตลาดขณะนั้น
    7.2 ผูรับจางเห็นวาแบบหรือคำสั่งใดๆของผูวาจางที่นอกเหนือไปจากแบบ และรายการประกอบแบบตามสัญญาซึ่ง จะตองเสียคาใชจายเพิ่มขึ้น ผูรับจางจะตองแจงให ผูวาจางทราบเปนลายลักษณอักษร เพื่ออนุมัติและผูวาจางได ทำการตกลงในเรื่องราคางานเพมิ่ -ลดเรียบรอยแลว จึงเริ่มดำเนินงานไดยกเวนในกรณีที่การปฏิบตัิงานนั้นๆ อยูใน
    ขอบเขตแหงความรับผิดชอบของผูรับจาง ตามแบบและรายการประกอบแบบตาม หรืออยูในขั้นตอนของแผนการ ปฏิบัติงานที่วิกฤต ใหถือเปนหนาที่ของผูรับจางที่จะตองปฏิบัติงานใหแลวเสร็จตามแผน โดยจะเรียกรองคาจางได เฉพาะงานเพิ่ม-ลด แตจะขอขยายระยะเวลากอสรางตามสัญญาไมได
    7.3 ผูวาจางและสถาปนิกมีสิทธิ์ที่จะสั่งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดวัสดุอุปกรณหรือรูปแบบตามสภาพที่ติดตั้ง ใหไดซึ่ง ประโยชนใชสอยและรูปแบบที่สมบูรณโดยการเปล  ี่ยนแปลงนี้ไมไดทำใหราคากอสรางสูงขึ้น
  25. หัวหนาคุมงานของผูรับจาง
    ผูรับจางจะตองจัดหาตัวแทนของผูวาจางที่มีความสามารถและประสบการณเปนผูมีอำนาจเต็มประจำอยูในสถานที่ กอสรางตลอดเวลาอยางนอย 1 คน เปนตัวแทนของผูรับจางในขณะที่ผูรับจางไมอย ูและเปนผูที่ผูวาจางเห็นชอบแลว คำแนะนำ หรือคำสั่งใดที่ผูวาจางหรือผูควบคุมงาน ไดสั่งแกตัวแทนของผูวาจาง ใหถือเสมือนวาไดสั่งแกผูรับจาง โดยตรง ผูวาจางสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนตัวแทนของ ผูรับจางไดหากเห็นวาไมเหมาะสม
  26. การตรวจงานระหวางกอสราง
    ผูวาจางหรือตัวแทนผูวาจาง สถาปนิก วิศวกร และผูควบคุมงาน มีสิทธิ์เขาไปตรวจงานกอสรางไดตลอดเวลา โดยผูรับ จางจะตองอำนวยความสะดวก เชน บันไดชั่วคราว ทางเดินชั่วคราว ไฟฟาสองสวาง และอื่นๆ ใหเรียบรอยสำหรับการ ตรวจงานกอสราง
  27. การสั่งหยุดงาน
    การกอสรางที่ผิดจากรูปแบบหรือไมไดคุณภาพงานที่ดีผูวาจาง สถาปนิก วิศวกร และผูควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งหยุดงาน ชั่วคราวไดจนกวาผูรับจางจะดำเนินการใหเรียบรอย โดยผูรับจางจะเรียกรองคาเสียหายหรือขอขยายระยะเวลากอสราง ตามสญญาไม ั ได
    —–จบหมวด 01 45 00 —–
    หมวด 01 50 00
    สิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราว
    (TEMPORARY FACILITIES AND CONTROLS)
    ความตองการทั่วไป (General)
  28. สำนักงานชั่วคราว
  1. ผูรับจางจะตองสรางสำนักงานชั่วคราวในบริเวณสถานที่กอสราง สำหรับเปนที่ทำงานทั้งของคณะกรรมการ ตรวจการจาง ที่ปรึกษา และของผูควบคุมงาน แยกกันเปนสัดสวน ประกอบดวย ระบบปรับอากาศ โทรศัพทไฟฟากำลังและแสงสวาง หองน้ำ หองสวม และอุปกรณประกอบสำนักงานที่จำเปน เชน เครื่อง ทำน้ำเย็น โตะกางแบบพรอมที่แขวนแบบ เครื่องถายเอกสาร เครื่องโทรสาร ตูเอกสาร คอมพิวเตอร อินเตอรเน็ตความเร็วสูง หมวกนิรภัย รองเทาบูท เปนตน โดยมีจำนวนตามความเหมาะสมและเพียงพอกับ จำนวนของคณะกรรมการตรวจการจาง ที่ปรึกษาและผูควบคุมงาน
  2. ผูรับจางตองจัดสรางหองประชุมในสำนักงานชั่วคราวสำหรับประชุมในงานกอสราง ขนาดพื้นที่เพียงพอ ประกอบดวย ระบบปรับอากาศ โตะ เกาอี้กระดานพรอมอุปกรณเครื่องเขียน และอุปกรณสนับสนุนการ ประชุมตางๆ เชน คอมพิวเตอรเครื่องฉายภาพ ชุดเครื่องเสียง และอุปกรณอื่นๆ ตามที่ผูควบคุมงาน ตองการ
  3. ผูรับจางตองจัดทำแบบรายละเอียดแสดงการจัดวางตำแหนงสิ่งปลูกสรางชั่วคราว และสำนักงานชั่วคราว ใหผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติกอนสรางอยางนอย 7 วัน และตองเริ่มกอสรางสิ่งปลูกสรางชั่วคราว และ สำนักงานชั่วคราวทันทีเมื่อผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติเรียบรอยแลว ในกรณีถนนชั่วคราว ใหพยายามจัด วางตำแหนงใหตรงกับถนนที่จะกอสรางจริงตามที่แสดงในแบบเทาที่จะเปนไปไดและจะตองจัดลำดับ ตำแหนงสิ่งปลูกสรางชั่วคราวใหสัมพันธกับวิธีการกอสราง รวมทั้งจัดระบบการจราจรทั้งภายในและ ภายนอกหนวยงานใหมีประสิทธิภาพ ไมกอใหเกิดการติดขัดหรือกีดขวางตอการจราจรสวนรวม
  4. ผูรับจางตองจัดใหมีคนงานประจำ เพื่อดูแลความสะอาดทุกวัน และผูรับจางมีหนาที่ซอมแชม ดูแล บำรุงรักษา ใหอยในสภาพใช ู งานไดดีตลอดเวลา
  5. คาใชจายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดใหมีสำนักงานชั่วคราว การขออนุญาต การดูแลรักษาความสะอาด และสิ่งแวดลอม รวมทั้งคาใชจายที่เกิดขึ้นจากการจัดหาและในการใชงานระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวย ความสะดวก คาบำรุง ดูแลรักษา และคนงานประจำ เพื่อดูแลความสะอาด ตลอดจนการเก็บกวาดรื้อถอน ออกไปเมื่อเสร็จงานเปนภาระของผูรับจางทั้งสิ้น
  1. ถนนและทางเดินชั่วคราว ภายในบริเวณกอสราง
  1. ผูรับจางจะตองวางแผนสำหรับการสรางถนนชั่วคราว ทางเขา-ทางออกชั่วคราว สำหรับใชเปนทางขนสง วัสดุกอสรางและอุปกรณกอสรางตางๆ เขาสูบริเวณกอสรางในโครงการ โดยจะตองมีความสอดคลองกับ แผนงานกอสราง และมีการจัดการเรื่องการทำความสะอาดใหทั่วถึง ไมกอใหเกิดความเดือนรอนรำคาญแก พื้นที่และประชาชนในบริเวณกลเคียง เชน มีการปองกันเรื่องฝุนละออง การปองกันเสียงรบกวน
    มีระบบบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ ทั้งนี้ใหเปนไปตามขอกำหนดของกฎหมายและ/หรือขอกำหนดกฎกระทรวง 2) ในกรณีที่จำเปนตองทำเรื่องขออนุญาตตามกฎหมายใหผูรับจางรับผิดชอบดำเนินการใหถูกตอง ผูรับจาง ตองจัดใหมีถนนและทางเดินชั่วคราวในบริเวณกอสรางตามความจำเปน และขั้นตอนตางๆ ของงาน
    กอสรางอาคาร เพื่อใหสามารถเขาถึงบริเวณตางๆ ของงานกอสรางไดทุกแหง และใหมีสภาพที่แข็งแรง ปลอดภัยเหมาะสมกับการทำงานอยูเสมอ เมื่องานกอสรางแลวเสร็จหรือหมดความจำเปนในการใชงานแลว ใหผูรับจางจัดการรื้อถอนออกไป พรอมทั้งซอมแซมปรับปรุงสิ่งตางๆ ที่เสียหายจากการทำถนนและ ทางเดินชั่วคราวดังกลาวใหคืนดีดังเดิมดวย
  2. ผูรับจางจะตองจัดระบบระบายน้ำที่ดีสำหรับสถานที่กอสราง โดยไดรับความเห็นชอบจากผูควบคุมงาน ตลอดระยะเวลาการกอสราง
  3. บรรดาสิ่งกอสรางชั่วคราวใดๆ ในสถานที่กอสรางตลอดจนเศษวัสดุอุปกรณตางๆ ที่ไมใชและ/หรือเหลือใช จากงานกอสราง ผูรับจางจะตองรื้อถอน ขนยายออกจากสถานที่กอสรางและทำใหสถานที่กอสรางและงาน กอสรางสะอาดเรียบรอยกอนสงมอบงาน
  1. แผนการปฏิบัติงาน
  1. แผนการปฏิบัติงาน
    ผูรับจางจะตองจัดทำแผนการปฏิบัติงานและตารางดำเนินงาน (Work Schedule) แสดงระยะเวลาและ ลำดับการดำเนินงานในแตละประเภทของงาน ขณะเดียวกันตองแสดงการปฏิบัติงานรวม และ ประสานงานกับผูรับจางรายอื่นๆ แผนการปฏิบัติงานตองประกอบดวย รายละเอียดดังนี้
    ∙ แผนกำหนดวันเริ่มทำงานและวันสิ้นสุดงานของแตละสวนของงานกอสรางโดย
    ละเอียด
    ∙ แผนกำหนดวันสั่งซื้อและนำเขาบริเวณกอสรางของวัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ
    ทุกชนิดที่จำเปนในการกอสรางโดยละเอียด
    ∙ แผนกำหนดจำนวนชั่วโมงการทำงาน (Man-Hours) ของพนักงาน คนงาน ของผูรับ
    จางโดยละเอียด
    ∙ แผนกำหนดวันสงวัสดุสิ่งของถึงสถานที่กอสราง สำหรับผูรับจางรายอื่นๆ
  2. การรวบรวมขอมูลเพื่อวางแผนงาน
    ในการจัดทำแผนการปฏิบัติงานใหผูรับจางเปนผูรวบรวมขอมูลที่จำเปนตางๆ จากผูรับจางรายอื่นๆ เพื่อ วางแผนงานใหรัดกุมที่สุด และในกรณีที่จำเปนผูควบคุมงานอาจออกคำสั่งใหผูรับจางปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแผนการปฏิบัติงานใหเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
  3. การยื่นเสนอตอผูควบคุมงาน
    การจัดทำแผนการปฏิบัติงานจะตองทำเสนอตอผูควบคุมงาน และผูวาจางภายใน 20 วัน นับแตวันที่เซ็น สัญญาจางเหมางานกอสราง พรอมทั้งใหคำชี้แจงรายละเอียดแกผูควบคุมงาน เพื่อขอรับความเห็นชอบ ทั้งนี้ผูจัดการโครงการของผูรับจางจะตองเซ็นชื่อรับรองแผนการปฏิบตัิงานนี้และการที่ผูควบคุมงานไดให ความเห็นชอบในแผนโครงการนั้นก็ดีหรือการใหรายละเอียดดังกลาวขางตนก็ดีไมถือวาผูรับจางไดพน จากความรับผิดชอบแตอยางใด
  4. การจัดการในหนวยงานกอสราง
    ผูรับจางจะตองทำแผนผังแสดงแผนการปฏิบัติงานไวในหนวยงานกอสราง และผูรับจางจะตองบันทึกการ ทำงานที่เปนจริงเปรียบเทียบกับงานที่ไดวางไวในแผนงานเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบขั้นตอนและ วัดผลการดำเนินงานไดถูกตองตั้งแตเริ่มตนงานจนงานแลวเสร็จสมบูรณ
  5. ความรับผิดชอบของผูรับจาง
    ถางานบางสวนที่ผูรับจางปฏิบัติอยูมีสวนเกี่ยวของกับการปฏิบัติงานของผูรับจางรายอื่น ผูรับจางจะตอง จัดเตรียมงานใหสัมพันธกัน ติดตามผลการทำงานกอสรางของผูรับจางรายอื่นๆ นั้นอยางสม่ำเสมอ และใน กรณีที่พบวาการกอสรางไมเปนไปตามแผนการปฏิบัติงานดังกลาว ใหรายงานใหผูควบคุมงานทราบเปน ลายลักษณอักษรโดยไมชักชา
  6. ความเสียหาย
    ถามีขอบกพรองหรือเสียหายอันใดเกิดขึ้นจากความลาชา เนื่องมาจากการไมสนใจติดตามงานหรือมิได เตรียมงานไวอยางถูกตอง ผูรับจางจะตองเปนผูรับผิดชอบแกไขสิ่งบกพรองนั้น โดยผูรับจางจะตองเปนผู ออกคาใชจายทั้งสิ้น และจะขอตออายุสัญญาเพิ่มไมไดเวนเสียแตวางานที่บกพรองเสียหายนั้นเกิดจาก หรือเปนงานในหนาที่โดยตรงของผูรับจางรายอ  ื่น ความรับผิดชอบเหลานั้นจึงจะตกเปนหนาที่ของผูรับจาง รายนั้น
  7. การเปลี่ยนแปลง
    หากผูควบคุมงานเห็นวาจำเปนจะตองจัดปรับปรุงแผนการปฏิบัติงาน เพื่อใหเหมาะสมกับเวลา และ เพื่อใหมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามความเปนจริง ผูรับจางจะตองจัดทำแผนการปฏิบัติงานใหมสง ใหผควบค ู ุมงานพิจารณาแทนแผนการปฏิบัติงานของเกาทันที
  1. การควบคุมพื้นที่กอสรางและการปองกันการรุกล้ำ
  1. การปองกันการบุกรุกที่ขางเคียง ผูรับจางตองจำกัดขอบเขตการกอสราง และตองปองกันดูแลมิใหลูกจาง ของตนบุกรุกที่ขางเคียงของผูอื่นโดยเด็ดขาด ผูรับจางตองเปนผูออกคาใชจาย คาชดเชย รวมทั้งการแกไข ใหคืนดีเมื่อเกิดการเรียกรองคาเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการกระทำของลูกจางของตนในกรณีที่ไปบุกรุกที่ ขางเคียงหรือพื้นที่ปองกัน
  2. การปองกันบุคคลภายนอก
    ∙ ผูรับจางจะตองกอสรางรั้วชั่วคราว เพื่อปองกันการรุกล้ำของบุคคลภายนอกเขามาในพื้นที่ของ โครงการ รวมทั้งติดตั้งเครื่องปองกันวัสดุตกหลนที่จะเปนอันตรายตอชีวิตหรือสรางความ เสียหายตอทรัพยสินและอาคารขางเคียง โดยไมกีดขวางทางสัญจรสาธารณะโดยมาตรฐานของ รั้วใหมีความสวยงามและมีโครงสรางที่แข็งแรง และสวนรั้วที่กอสรางจะตองเปนไปตามกฎหมาย และหมายรวมถึงขอกำหนด EIA เรื่องการวัสดุปองกันเสยงรบกวนต ี ออาคารขางเคียง
    ∙ ผูรับจางตองปองกันไมใหบุคคลภายนอก หรือผูที่ไมไดรับอนุญาตจากผูควบคุมงานเขาไปใน บริเวณกอสรางตลอดระยะเวลากอสรางทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ผูรับจางตองปฏิบัติ ตามขอนี้อยางเครงครัด เมื่อถึงเวลาเลิกงานกอสรางในแตละวัน ใหผูรับจางตรวจตราใหทุกคน ออกไปจากอาคารที่กอสราง ยกเวนยามรักษาการ หรือการทำงานลวงเวลาของบุคคลที่ไดรับ การอนุมัติแลวเทานั้น
    ∙ ผูรับจางจะตองเปนผูออกคาใชจายในการติดตั้ง ขออนุญาต และคาบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา กอสราง รวมถึงคารื้อถอนเมื่อแลวเสร็จงาน
  1. ไฟฟาและน้ำประปาที่ใชในงานกอสราง
  1. ระบบไฟฟาชั่วคราว
    ผูรับจางตองจัดใหมีระบบไฟฟาชั่วคราวที่ใชในงานกอสราง ทั้งในระบบไฟฟากำลัง และระบบไฟฟาแสง สวางทั่วไปในบริเวณกอสราง โดยผูรับจางเปนผูรับภาระออกคาใชจายทั้งหมด ตั้งแตการขออนุญาตติดตั้ง
    ระบบไฟฟาชั่วคราวจากการไฟฟาฯ รวมทั้งคาใชจายอุปกรณทั้งหลาย คากระแสไฟฟา คาบำรุงรักษา คารื้อถอน และคาใชจายอื่นๆ ที่ตองจัดหาหรือคิดเผื่อไวการจัดใหมีระบบไฟฟาชั่วคราวที่ใชในงาน กอสรางดังกลาวนี้รวมไปถึงสวนที่เปนงานของผูรับจางเอง และในสวนของงานที่เปนของผูรับจางรายอื่น ที่ผูวาจางไดจางโดยตรงอีกดวย โดยผูรับจางแตละรายนี้เปนผูจายเฉพาะคาไฟฟาและคาอุปกรณในสวนที่ ตนใชงานเอง
  2. ความปลอดภัยจากการใชไฟฟ  า
    ผูรับจางตองจัดหาวัสดุอุปกรณและดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟาชั่วคราวที่ใชในงานกอสราง ใหมีความ ปลอดภัยแกชีวิตและทรัพยสิน รวมทั้งมีระบบการปองกันการลัดวงจรและการตัดตอนไฟฟาไดเมื่อเกิด อุบัติเหตุ ทั้งนี้ตองเปนไปตามที่มีกำหนดไวในระเบียบขอบังคับของการไฟฟาฯ และหรือมาตรฐานความ ปลอดภัยตามกฎหมายที่ใชบังคับอยูดวย
  3. ขนาดของกระแสไฟฟา
    ขนาดความตองการกระแสไฟฟาชั่วคราวที่ใชในงานกอสรางดังกลาว ใหเปนความรับผิดชอบของผูรับจาง ที่ตองจัดใหมีเพียงพอกับการใชในสวนของงานขางตน และในสวนงานของผูรับจางรายอื่นที่ทำงานในงาน กอสรางโครงการนี้เพื่อใหงานกอสรางรุดหนาไปไดดวยดีสม่ำเสมอ ผูควบคุมงานอาจออกคำสั่งใหผูรับจาง จัดการแกไขเพิ่มเติมขนาดกระแสไฟฟาชั่วคราวจากการไฟฟาฯ ไดในกรณีที่จำเปน โดยผูรับจางเปนผูรับ ภาระคาใชจายท้งสั ิ้น
  4. น้ำประปาที่ใชในงานกอสราง
    ผูรับจางตองจัดใหมีระบบน้ำประปาชั่วคราว เพื่อใชในงานกอสรางตั้งแตเริ่มงานจนงานแลวเสร็จ โดยผูรับ จางเปนผูรับภาระออกคาใชจายทั้งหมด ตั้งแตการขออนุญาตติดตั้งระบบน้ำประปาจากการประปาฯ รวมทั้งคาใชจายอุปกรณทั้งหลาย คาน้ำประปา คาบำรุงรักษา คารื้อถอน และคาใชจายอื่นๆ ที่ตองจัดหา หรือคิดเผื่อไวการจัดใหมีระบบน้ำประปาชั่วคราวดังกลาวนี้รวมไปถึงสวนที่เปนงานของผูรับจางเอง และ ในสวนของงานที่เปนของผูรับจางรายอื่นที่ผูวาจางไดจางโดยตรงอีกดวย
  1. การประสานงาน
    นับตั้งแตวันลงนามในสัญญาและไดรับมอบพื้นที่สำหรับการกอสรางจากผูวาจางแลว ผูรับจางจะตองรับทราบ วาจะตองเปนผูรับผิดชอบในการประสานงานกับหนวยงานตางๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อใหการกอสราง เปนไปอยางราบรื่น โดยภาระคาใชจายตางๆ เปนความรับผิดชอบของผูรับจางท  ั้งสิ้น
  1. การประสานงานกันระหวางผูรับจางหรือผูรับจางรายอื่นๆ ที่ผูวาจางไดจางโดยตรง
    ผูรับจางตองคิดเผื่อไวแลว ในการอำนวยความสะดวกตางๆ แกการทำงานของผูรับจางรายอื่นๆ ที่ผูวาจาง ไดจางโดยตรง เพื่อใหงานกอสรางนี้แลวเสร็จสมบูรณใชงานไดดีผูรับจางตองอนุญาตใหใชสิ่งตางๆ ในการ ทำงาน เชน นั่งรานที่ผูรับจางมีอยู บันได รอกสงของ ฯลฯ และตองประสานงานไมใหเกิดการติดขัดในการ ใชงานดังกลาว
  2. การใหขอมูลสำหรับงานกอสราง
    ผูรับจางตองรับรูขอมูลความตองการตางๆ ในงานกอสรางที่เกี่ยวของกับงานของผูรับจางรายอื่นๆ ที่ผูวา จางไดจางโดยตรง รวมทั้งผูขายหรือผูผลิต โดยมีผูควบคุมงานเปนผูประสานงาน เพื่อใหทราบความ ตองการตางๆ ที่เกี่ยวกับตำแหนง และขนาดชองเปดในงานคอนกรีตที่ตองเวนเผื่อไวลวงหนา เสาหรือ แทนคอนกรีต ระดับพื้นและความลาดเอียง ฯลฯ ผูรับจางตองใหขนาดระยะตางๆ ที่เปนจริงแกผูรับจาง
    รายที่ผูวาจางไดจางโดยตรง รวมทั้งผูขายหรือผูผลิต เพื่อใหสามารถทำงานใหเสร็จสมบูรณสอดคลองกัน ไปไดดีการแกไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดจากความบกพรองของผูรับจางที่ไมใหขอมูลที่ถูกตองที่กลาว ขางตน ใหผูรับจางเปนผูรับผิดแตผูเดียว
  3. การติดตอประสานงานกอสราง
    ผูรับจางตองทำใหแนใจวา งานกอสรางของผูรับจางรายอื่นๆ ที่ผูวาจางไดจางโดยตรง รวมทั้งผูขายหรือ ผูผลิต ไมเปนเหตุขัดขวางงานกอสรางใหลาชา ผูรับจางตองรับผิดชอบและจัดใหมีการประสานงานติดตอ ระหวางผูรับจางกับผูรับจางอื่นๆ นั้น โดยจัดใหมีแผนงานแสดงขั้นตอนตางๆ ที่วางไวเพื่อใหสอดคลอง และเปนไปดวยดีซึ่งกันและกัน ผูรับจางตองวางแผนการกอสรางทุกระบบในขอบเขตงานของสัญญานี้ อยางละเอียดถี่ถวนและสอดคลองกันเปนอยางดีเพื่อใหงานกอสรางเสร็จทันกำหนดเวลาตามสัญญา แผนงานดังกลาวจะตองไดรับความเห็นชอบจากผูควบคุมงานกอนการดำเนินงาน ในกรณีเกิดขอโตแยงใน การประสานงาน ใหยืดถือคำวินิจฉัยของผควบค ู ุมงานเปนที่สุดแลวปฏิบัติตามโดยเครงครัด
  1. การจัดการที่พักคนงาน
  1. ผูวาจางไมอนุญาตใหกอสรางบานพักคนงานในบริเวณพื้นที่กอสราง โดยผูรับจางจะตองสรางบานพัก คนงาน หองน้ำ หองสวม และสิ่งสาธารณูปโภคที่จำเปนเพียงพอตามกฎหมายที่เกี่ยวของในบริเวณที่ดินที่ผู รับจางจัดหาเอง โดยมีการดูแลใหอยูในสภาพที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ มีการขจัดขยะมูลฝอยเปนประจำ
  2. คาใชจายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดใหมีที่พักคนงาน และการดูแลรักษาความสะอาดและสิ่งแวดลอม ตลอดจนการซอมแซมและบำรุงรักษาใหคงสภาพถูกตองตามกฎหมายที่เกี่ยวของกำหนดไวรวมทั้งการเก็บ กวาดรื้อถอนและเคลื่อนขายออกไปเมื่อเสร็จงานเปนภาระของผูรับจางทั้งสิ้น
    ——— จบหมวด 01 50 00 ———-
    หมวด 01 77 00
    การสงมอบงานและการรับประกัน
    (CLOSEOUT PROCEDURES)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. การสงมอบงาน
  1. การสงมอบงานแตละงวด ใหเปนไปตามการแบงงวดงานและงวดเงินตามที่ระบุในสัญญา ผูวาจางมีสิทธิที่ จะไมจายเงินงวดเมื่อเห็นวา
    ∙ ปริมาณงานและมูลคางานไมเปนไปตามที่ระบุไวในงวดงานหรือเงื่อนไขสัญญา
    ∙ คุณภาพของงานและฝมือการทำงาน ไมไดตามมาตรฐานหรือตามหลักวิชาชางที่ดี
  2. หลักฐานตางๆ ที่ผูรับจางจะตองแนบมาพรอมกับการสงมอบงานแตละงวด
    ∙ หนังสือรับรองการตรวจสอบและอนุมัติงวดงานและงวดเงินจากผูควบคุมงาน
    ∙ รายละเอียดการเบิกเงินงวดระบุงวดงานและงวดเงินตามสัญญา พรอมตารางสรุปเงินที่เบิกไป แลว เงินที่ขอเบิกงวดนี้เงินที่คงเหลือ และงานเพิ่ม-ลด (ถามี)
    ∙ รูปแบบ เชน แปลน รูปดาน รูปตัด และภาพถาย แสดงผลงานกอสรางของงวดนั้นๆ ใหชัดเจน และเขาใจไดงาย
    ∙ ผลการทดสอบตางๆ ของงานงวดนั้นๆ แผนปฏิบัติงาน และอื่นๆ ตามที่ผูควบคุมงานหรือผู วาจางรองขอ
  1. การสงมอบงานงวดสุดทาย
  1. ขั้นตอนการสงมอบงานงวดสุดทาย
    ∙ ผูรับจางจะตองแจงผูควบคุมงานเปนลายลักษณอักษร เพื่อสงมอบงานขั้นตน (Substantial Completion) อยางนอย 30 วันกอนครบกำหนดวันแลวเสร็จตามสัญญา
    ∙ ผูควบคุมงานจะทำบัญชีงานที่ตองแลวเสร็จ (Punch List) ตรวจสอบและทดสอบงานตามบัญชี ดังกลาวจนแลวเสร็จครบถวน แลวจึงออกหนังสือรับรองงานขั้นตน พรอมการจัดทำบัญชีงานที่
    ตองแกไข (List of Defect Work) แจงใหผูรับจางดำเนินการแกไข เพื่อสงมอบงานขั้นสุดทาย
    ใหแลวเสร็จสมบูรณ (Final Completion) ซึ่งผูรับจางจะตองแกไขใหแลวเสร็จภายใน
    ระยะเวลาตามสัญญา
    ∙ เมื่อผูควบคุมงานไดตรวจสอบงานขั้นสุดทายเรียบรอยแลว จึงจะแจงใหผูวาจางและผูออกแบบ รวมกันตรวจรับมอบงานงวดสุดทายตอไป
    ∙ ผูวาจางสงวนสิทธิในการไมรับมอบงาน ในกรณีที่ผูควบคุมงานเห็นวางานบางสวนจะตองมีการ แกไขใหแลวเสร็จสมบูรณภายในระยะเวลาตามสัญญา และหากระยะเวลาดังกลาวเกินจาก
    สัญญาแลว ผูรับจางจะตองเสียคาปรับเนื่องจากงานกอสรางไมแลวเสร็จตามสัญญา
  2. การสงมอบวัสดุอุปกรณและเอกสาร
    ∙ ผูวาจางจะเปนผูกำหนดระบบ Master Key ใหเปนลายลักษณอักษร กอนการสั่งซื้อและตองสง มอบกุญแจทั้งหมดใหผูวาจางทันทีเมื่อผูวาจางรับมอบงานโดยใหจัดเก็บในตูเหล็กที่ไดมาตรฐาน และแยกเปนชุดเปนระบบที่ชัดเจนสะดวกตอการใชงาน ผูรับจางจะตองจัดทำปายแจง รายละเอียดไวกับลูกกุญแจ รวมทั้งมาสเตอรคียและแกรนดมาสเตอรคียหามผูรับจางจำลอง ลูกกุญแจโดยเด็ดขาด ในกรณีผูรับจางทำลูกกุญแจหาย ผูรับจางจะตองดำเนินการเปลี่ยนกุญแจ ชุดนั้นใหม โดยจะคิดคาใชจายเพิ่มไมได
    ∙ เอกสารคูมือสำหรบการใช ั งาน และการดูแลรักษาอุปกรณหลักของระบบตางๆ ของบริษัทผูผลิต และติดตั้งตามที่ผูออกแบบกำหนด จำนวนระบบละ 3 ชุด ผูรับจางจะตองจัดทำเปนรูปเลมใส แฟมปกแข็งที่ไดมาตรฐาน โดยแตละระบบจัดเรียงเปนหมวด ตามตัวอยางดังนี้
    หมวด 1 : การใชงานของระบบ (System Operation)
    หมวด 2 : อุปกรณหลัก
    หมวด 3 : ทอน้ำ วาลว และอื่นๆ
    หมวด 4 : อุปกรณประกอบอื่นๆ
    หมวด 5 : งานไฟฟาและเครื่องกลที่เกี่ยวของ
    ∙ การฝกอบรมเจาหนาที่
    ผูรับจางจะตองจัดหาวิทยากรผูชำนาญงานของบริษัทผูผลิตอุปกรณหลักแตละระบบมาอบรมและ แนะนำใหบุคลากรของผูวาจางรับทราบเกี่ยวกับการใชงาน การดูแลรักษา และอื่นๆ ตามระบุในคูมือ ขางตน จนมีความเขาใจสามารถปฏิบัติงานไดภายหลังสงมอบงานโดยผูรับจางจะตองจัดเตรียม โปรแกรมการบรรยาย การสอนของงานแตละระบบ และเสนอใหผูควบคุมงานหรือผูออกแบบ เห็นชอบ พรอมการจัดทำ CD ROM สำหรับการฝกอบรมในการควบคุมการทำงานและบํารุงรักษา เครื่อง โดยมีรายละเอียดในวีดีโอแสดงภาพการติดตั้งวัสดุและอุปกรณตามตำแหนงและจุดตางๆ ใน สถานที่จริง พรอมทั้งคําอธิบายวิธีการทำงานและการควบคุมระบบ ตลอดจนแผนงาน การบํารุงรักษาระบบตางๆ ทั้งหมดเพื่อใชดูในภายหลัง โดยคาใชจายทั้งหมดใหอยูในความ รับผิดชอบของผูรับจาง
    ∙ ผูรับจางจะตองสงมอบเครื่องมือ และชิ้นสวนอะไหลที่มีมากับอุปกรณหรือตามระบุในสัญญาให ผูวาจางทั้งหมด
    ∙ แบบกอสรางจริง (As-Built Drawings)
    ผูรับจางตองสงมอบแบบกอสรางจริงของทุกหมวดงาน ที่ผานการเห็นชอบจากผูควบคุมงาน เรียบรอยแลว โดยทำเปนกระดาษไข A1 จำนวน 1 ชุด และทำพิมพเขียวจำนวน 3 ชุด พรอม External Hard Drive สำหรับ AutoCAD และ PDF File 3 ชุด พรอมการสงมอบงานงวดสุดทาย ∙ หนังสือรับประกันคุณภาพจากบริษัทผูผลิตหรือผูติดตั้งสำหรับวัสดุอุปกรณทุกชนิดตามสัญญา
    โดยระบุรายชื่อ ที่อยู และหมายเลขโทรศัพทที่ติดตอไดและกำหนดระยะเวลารับประกันตาม สัญญา
    ∙ รายการวัสดุอุปกรณทุกชนิดที่ใชในงานกอสรางนี้ระบุชื่อบริษัท ที่อยู หมายเลขโทรศัพทและ
    ชื่อผูที่ติดตอไดเพื่อสะดวกในการซอมบำรุง หรือสั่งซื้อเพิ่มเติม
    [หากระบุไวในแบบหรือรายการประกอบแบบ ใหผูรับจางจัดเตรียมวัสดุอุปกรณงานตกแตง สถาปตยกรรม อุปกรณซอมบำรุงงานระบบตางๆ เพื่อสำรองในการซอมบำรุงรักษาอาคารในปริมาณ ที่กำหนดตามสัญญา หรือตามความจำเปน ผูรับจางจะตองสงมอบพรอมกับการสงมอบงานงวด สุดทาย]
  3. การทดสอบระบบตางๆ
    การทดสอบในระหวางหรือกอนการรับมอบงาน คาใชจายตางๆเชน คาน้ำที่ใชในการทดสอบ และลางทำ ความสะอาดระบบทอ คาไฟฟาที่ใชในการทดสอบการเดินเครื่องอุปกรณตางๆ การทดสอบดวงโคมไฟฟา คาใชจายในการทดสอบอื่นๆ เพื่อแสดงวาการทำงานของระบบเปนไปอยางถูกตองครบถวนตามสัญญา อยูในสภาพที่สามารถใชงานไดทันทีเมื่อรับมอบงาน ถือเปนสวนหนึ่งของการจัดหาน้ำและไฟฟาชั่วคราว โดยจะตองทำการทดสอบการทำงานของระบบไฟฟาและเครื่องกลทั้งหมดพรอมกันอยางนอย 24 ชั่วโมง เต็ม เพื่อทดสอบความสามารถของระบบตางๆ ทั้งหมดกอนการรับมอบงาน ผูรับจางเปนผูรับผิดชอบ คาใชจายทั้งหมด
  4. การซอมแซมบริเวณโดยรอบสถานที่กอสรางที่เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากการทำงาน ผูรับจางจะตอง ดำเนินการซอมแซมใหเสร็จเรียบรอยกอนการสงมอบงานงวดสุดทาย
  5. การทำความสะอาดอาคาร ผูรับจางจะตองทำความสะอาดอาคารทุกสวนใหเรียบรอย โดยผูวาจางสามารถ ใชงานไดทันทีหลังจากการรับมอบงานแลว การทำความสะอาดบริเวณผูรับจางจะตองกลบเกลี่ยพื้นดินให เรียบรอย เศษวัสดุกอสรางตางๆ และสิ่งปลูกสรางชั่วคราวทั้งหมด จะตองเก็บขนยายออกไปใหพนบริเวณ ภายใน 7 วัน นับตั้งแตวันที่ผูวาจางรับมอบงานเรียบรอยแลว
  6. การปฏิบัตนอกเหน ิ ือจากนี้ใหถือตามขอตกลงเพิ่มเติมระหวางผูรับจางกับผูวาจาง
  1. การสงมอบงาน
    ผูรับจางจะตองนัดหมายผูควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจางลวงหนาอยางนอย 7 วัน โดยกอนการ สงมอบงานผูรับจางจะตองดำเนินการ ดังตอไปนี้
  1. ผูรับจางจะตองเก็บขยะมูลฝอย เศษวัสดุตางๆ ออกจากบริเวณกอสรางและตองปรับระดับพื้นที่รอบบริเวณ ใหเรียบไดระดับตามแบบ
  2. ผูรับจางจะตองทดสอบอุปกรณตางๆ เชน อุปกรณบานเปด อุปกรณล็อค รางเลื่อน ไฟฟาประปา และ อุปกรณเครื่องใชในโครงการนี้จนสามารถใชการไดดีทุกจุด
  3. การปฏิบัตินอกเหนือจากนี้ใหถือตามขอตกลงเพิ่มเติมระหวางผูรับจางกับผูวาจาง
  1. การรับประกันผลงานกอสราง
  1. การรับประกันผลิตภัณฑการติดตั้ง และการทำงานของระบบตางๆ
    หากมิไดระบุเอาไวเปนอยางอื่น ผูรับจางตองรับประกันผลิตภัณฑการติดตั้ง และการทำงานของระบบ ตางๆ วามาสามารถใชงานไดดี 2 ปนับถัดจากวันที่ผูวาจางไดตรวจสอบรับมอบงานงวดสุดทายแลว ระหวางเวลารับประกัน หากผูวาจางตรวจสอบพบวาผูรับจางนำวัสดุอุปกรณที่ไมถูกตอง หรือมีคุณภาพ ต่ำกวาขอกำหนดมาติดตั้ง ตลอดจนงานติดตั้งและการทำงานไมถูกตองหรือเกิดการเสียหายตางๆ ที่ไม ไดมาจากการปกติผูรับจางตองดำเนินการเปลี่ยนหรือแกไขใหถูกตองโดยทันทีในกรณีที่เครื่องจักร วัสดุ อุปกรณตางๆ เกิดชำรุดเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพอันเนื่องมาจากขอผิดพลาดของผูผลิต หรือการติดตั้ง
    ในระหวางเวลารับประกัน ผูรับจางตองดำเนินการเปลี่ยนหรือแกไขใหอยูในสภาพใชงานไดดีเชนเดิม โดย มิชักชา ผูรับจางตองดำเนินการโดยทันทีที่ไดรับแจงเปนลายลักษณอักษรจากผูวาจางตามสัญญา รับประกัน มิฉะนั้นผูวาจางสงวนสิทธิ์ที่จะจัดหาผูอื่นมาดำเนินการ โดยคาใชจายทั้งหมดผูรับจางตองเปน ผูรับผิดชอบ
  2. เอกสารการรับประกันผลิตภัณฑการติดตั้ง และการทำงานของระบบตางๆ
    ผูรับจางตองสงมอบเอกสารการรับประกันผลิตภัณฑการติดตั้ง และการทำงานของระบบตางๆ ในแตละ สวนของงาน แลวจัดทำเขารูปเลมใหเรียบรอยเปนจำนวน 4 เลม แบงเปนตนฉบับ 1 เลม และสำเนา 3 เลม และสงมอบใหผูวาจางในวันสงมอบงาน เงื่อนไขการรับประกันงานอื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่กลาวมานี้ ใหผูรบจั างถือปฏิบัติตามเงื่อนไข การรับประกันของงานนั้นๆ ที่ระบุไวในหมวดงานแตละสวน
    ——— จบหมวด 01 77 00 ———-
    หมวด 02 21 00
    การสำรวจรังวัด
    (SURVEYS)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. การสำรวจพื้นที่กอสราง
  1. ผูรับจางตองดำเนินการตรวจสอบและสำรวจพื้นที่ที่จะทำการกอสรางเพื่อใหรูสภาพตางๆ ของสถานที่ กอสรางหรือบริเวณกอสราง จะไดเปนแนวทางในการพิจารณาทำงาน Site work ตางๆ เชน ทางเขา ทางออก สภาพพื้นที่ที่จะกอสราง สภาพรั้วเดิมโดยรอบ และสภาพอาคารขางเคียง เปนตน
  2. ผูรับจางตองทำการรังวัดสถานที่กอสราง วางผังอาคาร จัดทำระดับอางอิง ตรวจสอบแนวและระยะตางๆ ตามแบบกอสราง ตรวจสอบหลักเขตที่ดินใหถูกตองตามโฉนดที่ดิน พรอมจัดทำรายงานความถูกตอง หรือ ความคลาดเคลื่อนตางๆ ที่แตกตางไปจากแบบกอสรางเปนลายลักษณอักษร ใหผูควบคุมงาน และ ผูออกแบบพิจารณาตรวจสอบและอนุมัติกอนดำเนินงานขั้นตอไป
  3. ผูรับจางตองจัดเตรียมอุปกรณเครื่องมือ เครื่องใชที่ทันสมัย ชางฝมือดีและแรงงานที่เหมาะสมเพียงพอ โดยไดรับความเห็นชอบจากผูควบคุมงานกอน เพื่อการปฏิบัติงานสำรวจรังวัด วางผัง วางระดับ ตรวจสอบ แนวดิ่ง แนวฉาก และระยะตางๆ ของงานกอสราง ดวยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไดผลงานที่ ถูกตองแมนยำตามมาตรฐานที่ดีตั้งแตเริ่มตนงานกอสรางจนงานแลวเสร็จสมบูรณรวมถึงการดูแลรักษา หมุดอางอิงตางๆ ใหอยในสภาพด ู ีและถูกตองตลอดระยะเวลากอสราง
  4. ผูรับจางจะตองทำการสำรวจอาคารขางเคียงโดยรอบบริเวณกอสราง โดยทำการถายรูปสภาพปจจุบันทั้ง ภายนอกและภายในของอาคารขางเคียงทุกหลัง พรอมทำบันทึกไวเปนหลักฐานกอนลงมือทำการกอสราง
    —- จบหมวด 02 21 00 —–
    หมวด 02 23 00
    การปรับปรุงบริเวณกอสราง
    (SITE CLEARING)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. การเตรียมพื้นที่
  1. การปรับพื้นที่ :
    ∙ ทันทีที่ผูรับจางไดเขาครอบครองสถานที่ที่จะกอสราง ใหผูรับจางดำเนินการรื้อ ถอน ปรับ ถาง สิ่งกีดขวางและวัชพืช ตนไมตางๆ ที่มีอยูในบริเวณนั้น ไมวาจะอยูบนดินหรือใตดินซึ่งเปน
    อุปสรรคในการกอสรางออกใหหมด วัสดุสิ่งของ ที่ไดจากการรื้อถอนที่ผูวาจางไมตองการ ให
    ผูรับจางขนยายออกไปจากบริเวณกอสรางทันที
    ∙ หามผูรับจางใชวิธีการขจัดสิ่งกีดขวาง โดยวิธีที่จะกอใหเกิดความเดือดรอนหรืออันตรายใดๆ หรือเปนเหตุใหเกิดความตระหนกแกผูอยูใกลเคียง เชน การเผาไฟ การสุมไฟ เปนตน
    ∙ ผูรับจางตองเปนผูรับผิดชอบในการติดตอหนวยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ในการยายระยะ สาธารณูปโภคตางๆ (ถามี) ที่อาจเปนอุปสรรคหรืออาจเกิดความเสียหายไดในขณะกอสราง
    ทั้งนี้ผูรับจางจะตองแจงผูควบคุมงานทราบลวงหนาและไดรับการอนุมัติจากผูควบคุมงานแลว
    จึงดำเนินการ โดยคาใชจายตางๆ ใหอยูในความรับผิดชอบของผูรับจาง
    ∙ ผูรับจางตองดำเนินการถมปรับระดับพื้นที่ใหเรยบเสมอก ี ันพรอมที่จะดำเนินการกอสรางตอไป ∙ ผูรับจางตองปองกันอันตรายและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตอประชาชน ในระหวางการ
    กอสราง ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตอวัตถุตางๆ เชน รถยนตที่สัญจรไปมา ฯลฯ คาเสียหาย
    ตางๆ ที่เกิดขึ้น ผูรับจางเปนผูออกคาใชจายทั้งสิ้น
  2. การวางผังและการวัดระดับในงานกอสราง :
    ∙ ผูรับจางตองจัดหาผูชำนาญงานวิศวกรรมสำรวจและใหอยูประจำในหนวยงานกอสรางตั้งแต เริ่มตนงานกอสรางจนเสร็จงาน พรอมเครื่องมือและอุปกรณสำหรับการวางผังกอสรางและการ
    วัดระดับหมุดหลักฐานแนวอางอิงในงานกอสราง ระดับอางอิง ±0.00 ใหเปนไปตามแบบ
    ∙ ผูรับจางจะตองตรวจสอบระดับของพื้นที่ในแบบเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อจัดทำระดับ ใหถูกตองตรงตามที่กำหนดในแบบ แลวสงรายละเอียดใหผูควบคุมงานเพื่อขอความเห็นชอบ
    และเมื่อไดรับการอนุมัติจากผูควบคุมงานแลวจึงดำเนินการตอไปได
    ∙ ผูรับจางตองดำเนินการถายระดับจากที่กำหนด มายังหมุดหลักฐานแหงใหมในบริเวณกอสราง หมุดหลักฐานดังกลาวจะตองแข็งแรง ซึ่งอาจเปนการจัดทำขึ้นใหม หรือเลือกเอาสวนของ
    โครงสรางที่อยูใกลเคียงบริเวณกอสราง ทั้งนี้จะตองไดรับการอนุมัติจากผูควบคุมงานดวย
    ∙ ผูรับจางตองเริ่มตนงานกอสรางจากผังกอสรางอาคาร หมุดหลักฐาน และแนวอางอิงที่ไดรับการ อนุมัติจากผูควบคุมงานแลวเทานั้น
    ∙ ผูรับจางตองจัดทำแผนผังหมุดหลักฐาน และแนวอางอิงดังกลาวลงในแบบรายละเอียดผัง บริเวณแลวทำสำเนา 5 ชุด สงใหผูควบคุมงานเก็บไวใชงาน
    ∙ ผูรับจางตองรับผิดชอบแกไขการวางผังกอสราง รวมทั้งระดับและแนวอางอิงตางๆ ในการ กอสรางใหถูกตองและพรอมที่จะใหผควบค ู ุมงานตรวจสอบไดตลอดเวลา
    ∙ ผูรับจางตองเปนผูรับผิดชอบในการวางแนวอางอิงในอาคาร รวมทั้งระดับตางๆ สำหรับใหผู รับจางรายอื่นๆ ทุกรายที่ผูวาจางไดจางโดยตรงในงานกอสรางโครงการนี้ดวย โดยเปนคาใชจาย ของผูรับจางทั้งหมด
    —– จบหมวด 02 23 00 —–
    หมวด 02 41 00
    การรื้อถอน
    (DEMOLITION)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. การรื้อถอนสิ่งปลูกสรางและระบบสาธารณูปโภคเดิมในพื้นที่กอสราง
    ผูรับจางมีหนาที่และรับผิดชอบคาใชจายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อการกอสราง การรื้อถอน และหรือการรื้อยายสิ่งปลูกสราง หรือสิ่งกีดขวางตางๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคเดิมที่เปนอุปสรรคตอการ กอสรางตามผังแสดงขอบเขตการรื้อถอนสิ่งปลูกสรางที่แสดงในเอกสารขอ 15 หมวด 02 41 00 ของเอกสาร ฉบับนี้เพื่อใหการกอสรางดำเนินการไปไดตามแผนการดำเนินงานและแลวเสร็จตามวัตถุประสงคของโครงการ 1) ผูรับจางตองสำรวจและจัดทำแผนการรื้อถอนสิ่งปลูกสรางหรือสิ่งกีดขวางตางๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภค
    เดิมที่เปนอุปสรรคตอการกอสราง นำเสนอผูควบคุมงานเพื่อขอความเห็นชอบกอนดำเนินการ รวมถึง นำเสนอขั้นตอนและวิธีการดำเนินงานรื้อถอน หรือยายอุปสรรคดังกลาวใหชัดเจนและถูกตอง
  1. ผูรับจางจะตองทำงานรื้อถอน โดยยึดถือและปฏิบัติตามขอบัญญัติเรื่องการรื้อถอนอาคารตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยเครงครัด

  2. กรณีสิ่งปลูกสรางหรือสิ่งกีดขวางที่ยังมีการใชงานอยู ผูรับจางจะตองทำการปองกันอันตรายจากการ กอสราง รวมถึงวางแผนและทำการรื้อถอน รื้อยาย โดยไมทำใหผูอาศัยหรือผูใชประโยชนในสิ่งปลูกสราง เหลานั้นเดือดรอนหรือเสียประโยชนโดยผูรับจางอาจจัดเชาอาคารหรือสิ่งปลูกสรางนอกพื้นที่กอสราง เพื่อใหใชประโยชนกอนทำการรื้อถอนหรือรื้อยายก็ได

  3. กอนทำการรื้อถอนหรือรื้อยายระบบสาธารณูปโภคเดิม เชน ไฟฟา น้ำประปา โทรศัพทและสิ่งอำนวย ความสะดวกที่จำเปนตองใชในอาคารหรือสิ่งปลูกสรางเดิมในพื้นที่กอสราง จะตองมั่นใจวาอาคารหรือสิ่ง ปลูกสรางเหลานั้นเลิกใชประโยชนแลว มิฉะนั้นผูรับจางจะตองวางระบบสาธารณูปโภคชั่วคราวใหอาคาร หรือสิ่งปลูกสรางดังกลาวใชงานได

  4. การรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสราง ผูรับจางตองกระทำดวยความระมัดระวังและถูกตองตามหลักวิชาการ รวมถึงมีการจัดทำสิ่งปองกันวัสดุตกหลนที่อาจเกิดจากการทำงานโดยมิไดตั้งใจ ในกรณีที่มีการขนถายเศษ วัสดุลงสูพื้นดิน ตองมีการจัดเตรียมพื้นที่รองรับและมีสิ่งปดลอมปองกันบุคคลที่อาจผานพื้นที่รองรับ

  5. ผูรับจางตองจำกัดขอบเขตการรื้อถอน มิใหเกิดการลวงล้ำบุกรุกเขาไปในที่ขางเคียงนอกบริเวณรื้อถอน และตองจัดใหมีการปองกันดูแลมิใหคนงานของตนบุกรุกที่ของผูอื่น รวมทั้งจัดใหมีการปองกันความ เสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งสาธารณูปโภคตางๆ หรือทรัพยสินและบุคคลในบริเวณขางเคียง โดยผูรับ จางเปนผูออกคาใชจาย คาชดเขย รวมทั้งการแกไขใหคืนดีเมื่อเกิดการเรียกรองคาเสียหายใดๆ ที่เกิดจาก การกระทำของตนในกรณีขางตน

  6. อาคารหรือโครงสรางในสวนที่ตองคงไวหามทำการรื้อถอนแลวทำใหสวนของอาคารที่ตองการคงไวเกิด ความเสียหายไมวาสวนหนึ่งสวนใดหรือทั้งหลังของสวนที่ตองการคงไวและ/หรือโครงสรางของอาคาร ขางเคียง

  7. พื้นและคานรองรับแตละชั้น ตองไมใหรับน้ำหนักบรรทุกจากเครื่องมือ หรือเครื่องจักร หรือเศษอิฐเศษปูน ที่รื้อถอนกองสะสมกันจนทำใหพื้นเกิดการแอนตัว ซึ่งอาจเกิดการพังทลาย

  8. ผนังกออิฐที่รื้อถอนออก ตองระมัดระวังไมใหรบกวนความมั่นคงของผนังที่ตองคงไว 10) ผนังที่ตองคงไวตองปองกันไมใหรับน้ำหนักแรงดันดานขางจากการกองสะสมของเศษอิฐ เศษปูน ที่สะสม กันสูงมากจนทำใหเกิดอันตรายจากผนังพังทลายได

  9. ชองเปดที่มีความเสี่ยงภัยจากคนที่อาจตกลงไป ใหจัดทำราวกั้นหรือทำแผนพื้นปดชองเปดไวเพื่อปองกัน อันตราย

  10. ชิ้นสวนของวัสดุจากการรื้อถอนที่มีขนาดใหญจะตองมีการตัดยอยใหเปนชิ้นที่มีขนาดเล็กลงกอนเคลื่อน ยายลงสูชั้นลาง ชิ้นสวนเหลานี้ตองถูกขนยายลงในลักษณะที่ควบคุมไดหามปลอยวัสดุที่มีขนาดใหญตกลง สูชั้นลางอยางอิสระ

  11. วัสดุที่ไดจากการรื้อถอนทั้งหมดใหเปนกรรมสิทธิ์ของผูวาจาง และใหผูรับจางดำเนินการขนยายไปกองเก็บ ยังที่ที่ผูควบคุมงานกำหนดใหสวนวัสดุที่ผูวาจางไมตองการใหผูรับจางขนยายออกไปจากบริเวณกอสราง โดยตองไดรับการยินยอมเปนลายลักษณอักษรกอนดำเนินการขนยาย คาใชจายทั้งหมดเปนภาระของผู รับจาง

  12. การขนยาย และถมกลับ
    ผูรับจางตองขนยายวัสดุสิ่งของที่รื้อถอนทั้งหมดออกไปจากบริเวณกอสราง รวมถึงสวนของอาคารที่อยู ใตดิน เชน ฐานราก เสาเข็ม บอน้ำ สระน้ำ แทนคอนกรีต รากตนไมและสิ่งกีดขวางงานกอสรางทั้งหลาย ทั้งที่อยูบนดิน และใตดิน พรอมทั้งถมดินกลับใหเรียบรอยตามระดับดินเดิม เพื่อสามารถดำเนินการ กอสรางขั้นตอไป โดยถือเปนภาระและคาใชจายของผูรับจางทั้งสิ้น [คาใชจายในสวนที่มองไมเห็นและ ผูรับจางไมไดเสนอคาราคาเหมารวมไวในสัญญา ใหคิดเปนงานเพิ่มตามความเปนจริง หรือตามการ พิจารณาอนุมัติของผูออกแบบ โดยผูรับจางจะตองมีภาพถาย หรือหลักฐานอื่นที่เชื่อถือไดและมีพยาน จากฝายผูวาจาง หรือผูควบคุมงานตรวจสอบดูแลอยูตลอดเวลา]

  13. ผังแสดงขอบเขตการรื้อถอนสิ่งปลูกสราง

งานเก็บความเรียบรอยบริเวณอาคารคณะบริหารธุรกิจ และอาคารคณะเศรษฐศาสตรโดยผูรับจางจัดเก็บงานใหอยูในสภาพที่ เรียบรอยใชวัสดุชนิดเดียวกันกับสวนของอาคาร ที่ใชอยูเดิม

—-จบหมวด 02 41 00 —-
หมวด 03 33 01
งานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหลอ
(FORMWORK EXPOSED ARCHITECTURAL CONCRETE)
ความตองการทั่วไป (General)

  1. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองทำงานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหลอตามลักษณะการเทคอนกรีตที่กำหนดไวโดยเครงครัด ทั้ง การเตรียม การประกอบ การติดตั้ง การตกแตงผิวแบบหลอ และการเทคอนกรีต รวมถึงการบมคอนกรีต และทิ้งไวจนคอนกรีตแหงแข็งตัวดีแลว จึงทำความสะอาดปดกวาดเศษปูนที่ติดอยูออก แลวทาน้ำยา เคลือบตามที่ระบุในหมวดงานนี้
  2. ผูรับจางตองจัดเตรียมทำแบบ Shop Drawing แสดงรายละเอียดตางๆ ในการแบงแนวรอยตอของแบบ วิธี ยึดแบบและการประกอบติดตั้งแบบหลอตามแบบและรายการประกอบแบบ และการกันน้ำ ตาม วัตถุประสงคของสถาปนิกเพื่อขออนุมัติเห็นชอบกอนดำเนินการ
  3. ผูรับจางตองจัดทำตัวอยางงานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหลอที่ไดแสดงใหเห็นถึงผิวสำเรจตามสภาพจร ็ ิง เมื่อ งานแลวเสร็จนำเสนอตอผูควบคุมงานและสถาปนิกเพื่อขออนุมัติเห็นชอบกอนดำเนินการ
    วัสดุ (Products)
  1. รายละเอียดวัสดุ
  1. แบบหลอคอนกรีตคุณภาพสูง หรือวัสดุอื่นๆ ตามที่กำหนดในแบบและรายการประกอบแบบ หรือ ตามที่ สถาปนิกกำหนด
    ผิวเปลือยเรียบพิเศษ
    ทั่วไปใหใชแผนวีวาบอรด หรือเทียบเทา สวนทองพื้นและกันสาดใหใชแบบเหล็กคุณภาพสูง หรือไมแบบ ดำคุณภาพสูง แบบไมใหใชไดไมเกิน 2 ครั้ง ขอบของแบบทั้งวีวาบอรดและไมแบบตองทาน้ำยากันซึม เพื่อ ปองกันความเสียหายของกรอบทุกดาน กอนนำมาทำแบบใหทาดวยน้ำยาทาแบบ สูตรน้ำ บันไดผิวเปลือย พับผา ค.ส.ล. ทั้งหมดใหใชแบบเหล็กหนา 3 มม. พับขึ้นรูปเปนแบบขั้นบันได
    ผิวเปลือยเรียบพิเศษ มีลายไมแบบ
    ใหเลือกไมแบบไมจริง สำหรับพิมพลาย ยึดกับแบบเหล็กคุณภาพสูง หรือไมแบบดำคุณภาพสูง แบบไมให ใชไดไมเกิน 2 ครั้ง ขอบของแบบทั้งวีวาบอรดและไมแบบตองทาน้ำยากันซึม เพื่อปองกันความเสียหายของ กรอบทุกดาน กอนนำมาทำแบบใหทาดวยน้ำยาทาแบบสูตรน้ำ ใหผูรับจางทำแผงตัวอยางใหผูออกแบบ อนุมัติกอน
    ผิวเปลือยเรียบทั่วไป
    ใหใชไมแบบเหล็ก โดยตองมีความหนาพอสมควรที่จะไมทำใหเกิดการโกงตัวของแผนผิวเปลือยเรียบเมื่อ แกะแบบออกมา ผูวาจางจะเปนผูพิจารณาตามหลักเกณฑที่ตกลงกันวาไดคุณภาพหรือไม โดยผูออกแบบ เปนผูใหความเห็นในเบื้องตน หามทำการฉาบตกแตงกอนเปนอันขาด ในการซอมแซมผิวเปลือยที่ไมได
    คุณภาพเปนเนื้องานที่ละเอียดออน และอาจสรางผลเสียหายอยางมากตองาน ผูวาจางจะเปนผูกำหนด วิธีการแกไขเปนกรณีๆ ไป
  2. วัสดุสำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็ก ใหดูรายละเอียดและใชผลิตภัณฑตามที่ระบุในแบบและรายการ ประกอบแบบหมวดงานวิศวกรรมโครงสราง
  3. น้ำยาเคลือบประเภท Impregnator เปนผลตภิ ัณฑของ
    BELLINZONI STRONG 2000 ของ PIS GROUP
    หรือ LITHOFIN SPLASH STOP ของ ADVANCE MATERIAL SERVICE (AMS) หรือ GECQO NANO SEALER ของ PRO-ACT
    หรือ คุณภาพเทียบเทา
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การติดตั้ง
  1. การเตรียมผิวแบบหลอ (Formwork Preparation) งานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหลอ ตองใชประเภท และขนาดแบบหลอที่มีผิวสำเร็จตรงตามที่กำหนดในแบบหรือตรงตามที่ผูออกแบบตองการ ผูรับจางตอง จัดเตรียม ประกอบ ติดตั้ง และตกแตงผิวแบบหลอ คอนกรีตอยางประณีต เรียบรอย สวยงาม และตองทำ ความสะอาดกอนทำการเทคอนกรีต ทั้งนี้จะตองใหสถาปนิกตรวจสอบเพื่อพิจารณาอนุมัติเห็นชอบกอน ดำเนินการ
  2. การวางตำแหนงปลั๊ก, สวิทซ, ดวงโคม ที่ติดบนเสา, ผนัง หรือฝาเปลือย ตองกำหนดตำแหนงใหแมนยำ ตรงตามตำแหนงงานระบบ โดยเจาะหรือกันชองวาง (SLEEVE AND BLOCK OUT) ในเสา ผนัง คสล. หรือ ฝาเปลือยตาม DETAIL มาตรฐานที่แบบกำหนด
  3. ผิวคอนกรีต (Concrete Surface) งานคอนกรีตเปลือยผิวแบบหลอ ตองดำเนินการอยางประณีตในทุก ขั้นตอน เพื่อใหไดผิวคอนกรีตที่เรียบรอย สวยงาม ตรงตามความตองการของผูออกแบบ โดยหลังจากการ ถอดแบบ ผูออกแบบจะตรวจสอบและพิจารณาคุณภาพของผิวคอนกรีต หากไมไดตรงตามความตองการ ผูรับจางจะตองทุบทิ้งและดำเนินการเทคอนกรีตใหมใหไดคุณภาพของผิวคอนกรีตตรงตามความตองการ ของสถาปนิก
  4. การบมผิวคอนกรีต การบมผิวจะตองบมภายหลังจากที่คอนกรีตแข็งตัวดีแลว โดยการบมใหมีความชื้นอยู ตลอดระยะเวลาไมนอยกวา 7 วันหลังจากการเทคอนกรีต ดวยการใชผากระสอบชุบน้ำคลุมและใชน้ำพน เปนละอองอยางสม่ำเสมอ รวมถึงพยายามหาทางปองกันหลีกเลี่ยงไมใหถูกแสงแดดโดยตรง หรือถูกลมพัด จัด การบมผิวนี้ใหผูรับจางถือเปนสิ่งสำคัญที่จะตองใหการดูแลเปนพิเศษ
  5. หลังจากการบมผิวคอนกรีต และทิ้งไวจนคอนกรีตแหงดีแลว จึงทำความสะอาดปดกวาดเศษปูนที่ติดอยู ออก แลวทาเคลือบผิวดวยน้ำยาเคลือบตามรายละอียดวัสดุขางตน ใหทั่วผิวคอนกรีตอยางนอย 2-3 เที่ยว ตามมาตรฐานผูผลิต
    —- จบหมวด 03 33 01 —-
    หมวด 03 35 02
    พื้นผิวขัดมันและขัดเรียบ
    (STEEL TROWEL AND SMOOTH FLOOR FINISHING)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองจัดหาวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพ และสิ่งที่จำเปนในการทำงานพื้นผิวขัดมันหรือขัดเรียบ ตาม รายละเอียดที่ระบุไวในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ พรอมทั้งจัดหาแรงงาน และชางที่มีฝมือดีมี ความชำนาญงานโดยเฉพาะ มาดำเนินการใหงานแลวเสร็จอยางประณีต เรียบรอย สมบูรณตามกำหนด มาตรฐาน งานพื้นผิวขัดมันหรือขัดเรียบจะตองเปนไปตามหลักวิชาชางที่ดีทั้งนี้ใหรวมถึงการที่จะตอง รับผิดชอบในงานสวนที่เกิดการแตกหัก ราว รั่วซึม บิด โกง งอ บิ่น เปนรอย ขีดขวน เสียหาย และสิ่งอื่นๆ ที่ไมเรียบรอย ไมไดคุณภาพหรือทำใหใชงานไมไดผูควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งใหรื้อถอนโดยผูรับจางจะตอง ซอมแซม แกไข หรือเปลี่ยนใหมใหเรียบรอย ใชงานไดตามปรกติและคาใชจายเป  นของผูรับจางเองทั้งสิ้น
  2. การทำพื้น ค.ส.ล. ผิวขัดมันหรือผิวขัดเรียบ ผูรับจางจะตองดำเนินการทำผิวขัดมันหรือผิวขัดเรียบ ไปพรอมกับการเทคอนกรีตพื้น หามมิใหผูรับจางแยกทำการเทคอนกรีตพื้นทิ้งไวกอนแลวจึงมาทำผิวขัดมัน หรือผิวขัดเรียบในภายหลังเปนอันขาด
  3. การทำพื้น ค.ส.ล. เทปูนทรายปรับระดับทำผิวขัดมันหรือขัดเรียบ ใหผูรับจางดำเนินการทำผิวขัดมันหรือ ขัดเรียบไปพรอมกับการปรับระดับผิวปูนทราย
  4. ผูรับจางจะตองจัดทำแบบ Shop Drawing แสดงวัสดุและรายละเอียดตางๆ ในการแบงแนวพื้นตามแบบ และรายการประกอบแบบ เสนอผูควบคุมงานเพื่อขออนุมัติเห็นชอบ และเสนอผูออกแบบเพื่อตรวจสอบ ความตองการและวัตถุประสงค
    วัสดุ (Products)
  1. รายละเอียดวัสดุ
  1. น้ำ ตองเปนน้ำจืดที่ใส สะอาด ปราศจากสิ่งเจือปนจำพวกแรธาตุกรด ดาง เกลือ น้ำมัน พฤกษธาตุ สารอินทรียและสิ่งสกปรกตางๆ หามใชน้ำจากคูคลอง หรือแหลงอื่นใดกอนไดรับอนุญาต น้ำที่ขุน จะตอง ทำใหใส และตกตะกอนเสียกอนจึงจะนำมาใชงานได
  2. ทราย เปนทรายน้ำจืดที่สะอาด คมแข็ง ปราศจากดิน หรือสิ่งสกปรกเจือปนหรือเคลือบแฝงอยู ขนาดของ เม็ดทรายจะตองมีขนาดใกลเคียงกัน
  3. ปูนซีเมนตใหใชปูนซีเมนตผสม ตามมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม ปูนซีเมนตผสม มอก. 80-2550
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การติดตั้ง
  1. การทำพื้น ค.ส.ล. ผิวขัดมันหรือผิวขัดเรียบ ใหผูรับจางดำเนินการทำผิวขัดมันหรือผิวขัดเรียบไปพรอม กับการเทคอนกรีตพื้น โดยทำการปรับพื้นคอนกรีต ใหไดระดับและความลาดเอียงตามที่กำหนดไวในแบบ ∙ งานทำผิวขัดมัน ใหดำเนินการในขณะที่พื้นคอนกรีตยังไมแข็งตัว ผิวยังหมาดๆ อยู โดยการโรย ผงปูนซีเมนตทับหนาใหทั่ว แลวขัดผิวดวยเกรียงเหล็กจนผิวมันและเรียบเสมอกันโดยทั่ว
    ∙ งานทำผิวขัดเรียบ ใหดำเนินการในขณะที่พื้นคอนกรีตยังไมแข็งตัว ผิวยังหมาดๆ อยู โดยการขัด ผิวดวยเกรียงไมจนผิวเรียบเสมอกันโดยทั่ว
  2. การทำพื้น ค.ส.ล. เทปูนทรายปรับระดับ ทำผิวขัดมันหรือผิวขัดเรียบ ใหผูรับจางดำเนินการทำผิวขัดมัน หรือผิวขัดเรียบไปพรอมกับการเทปูนทรายพื้น โดยทำการปรับพื้นปูนทรายใหไดระดับและความเอียงลาด ตามที่กำหนดไวในแบบ
    ∙ งานทำผิวขัดมัน ใหดำเนินการในขณะที่พื้นปูนทรายยังไมแข็งตัว ผิวยังหมาดๆ อยู โดยการโรย ผงปูนซีเมนตทับหนาใหทั่ว แลวขัดผิวดวยเกรียงเหล็กจนผิวมันและเรียบเสมอกันโดยทั่ว
    ∙ งานทำผิวขัดเรียบ ใหดำเนินการในขณะที่พื้นปูนทรายยังไมแข็งตัว ผิวยังหมาดๆ อยู โดยการขัด ผิวดวยเกรียงไมจนผิวเรียบเสมอกันโดยทั่ว
  3. แบงแนวพื้นเพื่อปองกันการแตกราว ใหไดขนาดรองกวาง 10 มิลลิเมตร และลึก 10 มิลลิเมตร หรือตามที่ กำหนดในแบบ หรือตามแบบ Shop Drawing ที่ไดรับการตรวจสอบและพิจารณาอนุมัติจากผูควบคุมงาน และสถาปนิกแลว
  4. หลังการทำผิวขัดมันหรือผิวขัดเรียบแลวเสร็จประมาณ 24 ชั่วโมง ใหทำการบมพื้นตลอดระยะเวลา 7 วัน โดยการใชผากระสอบชุบน้ำคลุม หรือใชดินเหนียวกอขอบแลวขังน้ำไวใหทั่วบริเวณ
  5. หลังจากครบกำหนด 7 วันแลว จึงเริ่มดำเนินการปูวัสดุอื่นปดทับบนผิวขัดมันหรือขัดเรียบ ตามที่กำหนด ในแบบ
    —- จบหมวด 03 35 02 —-
    หมวด 03 35 16
    งานตกแตงพื้นคอนกรีตสำหรับงานหนัก พื้นคอนกรีตทำผิวแกรง และพื้นคอนกรีตทำผิวแกรงชนิดน้ำยาเคมี HEAVY-DUTY CONCRETE FLOOR FINISHING
    (FLOOR HARDENER AND LIQUID FLOOR HARDENER)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองจัดหาวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝมือและความชำนาญ มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดี ในการทำงานพื้นซีเมนตขัดมันตามแบบและรายการประกอบแบบ พรอมการรับประกันคุณภาพ
  2. ผูรับจางตองจัดทำตัวอยางขนาด 600x600 มิลลิเมตร รวมถึงตัวอยางวัสดุประกอบอยางอื่นที่จำเปนตองใช เสนอตอผ ูควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติกอนการดำเนินการ
  3. ผูรับจางตองจัดทำแบบขยาย และ Shop Drawing แสดงรายละเอียดตางๆ ในการติดตั้งตามแบบกอสราง และรายการประกอบแบบ เสนอตอผูควบคุมงานเพื่อขออนุมัติเห็นชอบ และเสนอผูออกแบบเพื่อตรวจสอบ ความตองการและวัตถุประสงค
  1. ขอบเขตงาน
  1. ผูรับจางตองจัดหาวัสดุแรงงาน และอุปกรณที่จำเปนในการทำพื้นผิวแกรงตามระบุในแบบและรายการ ประกอบแบบ ผูรับจางจะตองจัดสงตัวอยางรายละเอียด พรอมใบรับรองผลการทดสอบคุณภาพวัสดุจาก หนวยงานที่ไดกำหนดไวเสนอตอผูควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติกอนการดำเนินการ
  2. การติดตั้งระบบพื้นผิวแกรง ใหเปนลักษณะเหมารวมเบ็ดเสร็จ ทั้งวัสดุ/อุปกรณและการติดตั้ง โดยบริษัทผู รับจางติดตั้งตองมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการติดตั้งระบบนี้โดยเฉพาะ และเปนตัวแทนจำหนายวัสดุ อุปกรณของระบบดังกลาว หรือผูรับจางติดตั้งที่ไดรับการรับรองจากตัวแทนจำหนายผลิตภัณฑ หามมิให ผูรับจางหลัก (Main Contractor) ซื้อหรือจัดหาวัสดุ/อุปกรณมาดำเนินการติดตั้งเองโดยเด็ดขาด
  3. ผูติดตั้งจะตองเปนผูมีฝมือดีและมีประสบการณการติดตั้งอยางนอย 5 ปโดยตองมีผลงานภายใน ระยะเวลา 5 ปที่ผานมามากกวา 10,000 ตรม.ตอผลงานมาแลวเทานั้น
  1. การอนุมัติ
  1. ผูรับจางตองใหขอมูลผลิตภัณฑรายละเอียดผลิตภัณฑผลการทดสอบ และขอมูลขั้นตอนการติดตั้ง ใหคำแนะนำในขั้นตอนการติดตั้งและเงื่อนไขพิเศษที่ที่ตองระมัดระวัง
  2. ผูรับจางตองจัดทำตัวอยางของวัสดุพื้นคอนกรีตขัดมันทำผิวแกรง 600x600 มิลลิเมตร จำนวนสองชุด ตัวอยาง หรือตามดุลพินิจของผูควบคุมงาน

วัสดุและการดำเนินการ (Products and Executions)

  1. พื้นคอนกรีตทำผิวแกรง (Floor Hardener)
  1. รายละเอียดวัสดุ
    ใหใชเปนวัสดุทำผิวแกรงชนิดไมมีผงโลหะในสวนผสม (Non-Metallic Floor Hardener) ลักษณะเปน มวลหินคละสำเร็จรูป (Premixed Ready to Use) ทีผานการคัดขนาดมาเปนอยางดีและผานการ ทดสอบจากสถาบันที่ไดมาตรฐานในไทยหรือตางประเทศ ตามมาตรฐาน ASTM 944-C99 เปนชนิดมีเฉด สี (Color shade) มีอัตราการใชอยูในระดับ Heavy Duty แตตองไมต่ำกวา 5 กิโลกรัมตอตารางเมตร
  2. วัสดุตองไดมาตรฐานตามขอกำหนด ดังตอไปนี้
    Hardness (Mhos Scale) 8.00
    Polished Stone Value 63 – 68
    Abrasion Resistance ASTM C944
    Control Concrete
  • Wear (Mm) 1.82
  • Loss (GRMS) 18.50
    Floor Hardener
  • Wear (Mm) 0.55
  • Loss (GRMS) 8.30
  1. การติดตั้ง
    ∙ การเตรียมพื้นที่
    ผูรับจางตองจัดหาตัวอยางวัสดุที่ใชแตละชนิด และอุปกรณตางๆ ของวัสดุ Floor Hardener ไม นอยกวา 2 ตัวอยาง รวมถึง Manufacture’s เสนอผูควบคุมงานตรวจสอบเพื่อการอนุมัติตามความ ตองการกอนที่จะนำไปใชงาน
    ∙ การติดตั้ง
    ขั้นตอนที่ 1 : เทคอนกรีตที่ไดมาตรฐาน หิน ทรายละเอียด ปริมาณน้ำที่เหมาะสม ใชเครื่องเขยา คอนกรีตจนกระทั่งมีความหนาแนนที่สุด
    ขั้นตอนที่ 2 : รอคอนกรีตใหมีความแข็งแรงพอที่จะขัดและตกแตงผิวหนาคอนกรีตดวยเครื่องขัดได เพื่อใหแนใจวาไดผิวคอนกรีตที่หนาแนนพอ จากนั้นกำจัดน้ำที่อยูบนผิวหนาออกดวยฟองน้ำ
    ขั้นตอนที่ 3 : โรยผง Hardener 5 Kg/M2 โดยแบงออกเปน 2 สวน โดยแตละขั้นตอนการโรย ดังนี้ การโรยครั้งที่ 1 ใชผง Hardener 2 Kg/M2
    การโรยครั้งที่ 2 ใชผง Hardener 3 Kg/M2
    อนึ่งการโรยครั้งแรกนั้น จะตองเลือกชวงเวลาการโรยที่เหมาะสม เพื่อใหคอนกรีตผิวหนาแหง พอที่จะทำให Hardener จมลงในคอนกรีตพอสมควร
    ขั้นตอนที่ 4 : ใชเครื่องขัดคอนกรีตเพื่ออัดเม็ดของ Hardener ครั้งที่ 1 ใหแนนและฝงตัวลงใน คอนกรีต
    ขั้นตอนที่ 5 : ทำตามขั้นตอนที่ 3 และขั้นตอนที่ 4 จนครบการโรย Hardener 2 ครั้งดังที่ไดแบงไว ขั้นตอนที่ 6 : ทำตามขั้นตอนที่ 4 อีกครั้ง แลวขัดมันครั้งสุดทายดวยเครื่องขัดคอนกรีต
    ขั้นตอนที่ 7 : เมื่อคอนกรีตใกลแข็งตัวใหใชเกรียงเหล็กขัดมันตกแตงผิวและขอบอีกครั้ง ใหไดพื้นผิว ที่สมบูรณ
    ขั้นตอนที่ 8 : การบมตัว ใหใช Clear Acrylic Polymer Solution ทันทีหลังการขัดครั้งสุดทาย ขั้นตอนที่ 9 : การปองกันความเสียหายในกรณีที่ตองมีการกอสรางหลังจากทำ Floor Hardener แลว จะตองทำการปกปองโดยการใชกระดาษลูกฟูกหรือไมอัดเพื่อปองกันการกระแทกที่รุนแรงจาก การติดตั้งเครื่องจักรและการกอสราง
  2. การปองกันหลังการติดตั้ง / การทำความสะอาด
    ผูรับจางจะตองทำความสะอาดทุกแหงที่เกี่ยวของหลังจากการติดตั้ง ดวยความประณีต เรียบรอย กอน การขอความเห็นชอบในการตรวจสอบและสงมอบงาน 
  3. การรับประกัน
    ใหผูรับจางติดตั้งระบบฯ ซึ่งเปนตัวแทนจำหนวยวัสดุ/อุปกรณดังกลาวรวมกับบริษัทผูผลิต แสดงเอกสาร ยืนยันการรับประกันระบบฯ ซึ่งหมายรวมทั้งวัสดุ/อุปกรณ/ชางฝมือแรงงาน รวมถึงการใชงานเปน ระยะเวลา 5 ป
  1. พื้นคอนกรีตทำผิวแกรงชนิดน้ำยาเคมี (Liquid Floor Hardener)
  1. รายละเอียดวัสดุ
    เปนน้ำยาเคลือบผิวแกรงสูตรน้ำ (Water Based) ที่มีสวนผสมของลิเธียมซิลิเกต (Lithium Silicate) โดย เปนโครงสรางชนิด Nano เขาไปทำปฏิกิริยากับฝุนปูนในคอนกรีต (Calcium Hydroxide) ได สารประกอบประเภท Calcium Silicate Hydrate ภายในเนื้อคอนกรีต ทำใหผิวคอนกรีตจับตัวแนนและ แข็งแกรงขึ้น โดยมีคุณสมบัตโดยท ิ ั่วไป ดังนี้ :
    ∙ ไมมีพิษ (Contains no VOCs)
    ∙ ไมมีสารระเหย (Solvent Free)
    ∙ เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม (Environmental Friendly)
    ∙ ทำปฏิกิริยาเร็ว (สามารถใชงานพื้นผิวไดภายใน 30-40 นาที)
    ∙ ทนตอการขัด ถูหรือทำความสะอาด มีอายุการใชงานที่ยาวนาน
    ∙ ไมติดไฟ
  2. วัสดุตองไดมาตรฐานตามขอกำหนด ดังตอไปนี้
    Form : Clear, Water-Like Liquid
    Specific Gravity : 1.05
    Active Content : 6.0%
    Total Solids : 6.0%
    PH : 11.0
    WT/GAL : 8 Lbs.
    Flash Point : Non-Flammable
    Freeze Point : 0oc (32of)
    VOC Content : < 20 G/L
  3. การเตรียมพื้นที่
    ∙ คอนกรีตจะตองมี Compressive Strength > 250 ksc แข็งแรงสม่ำเสมอทั่วพื้นผิว ไมมีน้ำขัง และไมมีการหลุดรอน
    ∙ พื้นผิวคอนกรีตใหมสามารถลงไดทันทีที่ลงเกรียงสุดทายเสร็จหรือหลังการตัด Joint แตตอง กอนลงน้ำยาบม แตถาตองการเพิ่มความเงาใหคอนกร  ีตควรทาหลังจาก 28 วัน
    ∙ คอนกรีตเกา
  4. จะตองทำความสะอาด ลางหรือขัดออกดวยวัสดุและเครื่องที่เหมาะสม ใหปราศจาก คราบหรือสารเคลือบใดๆที่เปนอุปสรรคการซึมของน้ำยาเคลือบผิวแกรงคอนกรีต เชน น้ำยาบม หรือกรณีมีคราบน้ำมัน ใหลางออกดวยน้ำยาลางคราบน้ำมัน (Degreaser) เปนตน และควรมีการทดสอบการซึมโดยการพนน้ำซึ่งหากน้ำสามารถซึมเขาคอนกรีตได ทั่วเสมอกันจะถือวาใชได
  5. ใหขัดพื้นดวย 200 Grit Resin Diamond กอนทำการลงน้ำยาเคลือบผิวแกรงคอนกรีต 3) กรณีที่ลางพื้นดวยน้ำยาที่มีฤทธิ์เปนกรดใหปรับสภาพดวยการลางดวยน้ำกอน
    ∙ ทำความสะอาดผิวและทิ้งไวใหแหงไมมีน้ำคางที่ผิว
  6. การติดตั้ง
    ∙ พนน้ำยา น้ำยาเคลือบผิวแกรงคอนกรีต ดวยอุปกรณพนแรงดันต่ำใหทั่วบริเวณอยางสม่ำเสมอ หลังจากนั้นใชไมกวาดปาดน้ำยาใหทั่วสม่ำเสมอ ใหไดปริมาณการใชที่เหมาะสมและไมมาก เกินไปจนทำใหขังเปนแอง
    ∙ ใช Micro Fiber Pad ที่ทำใหชุมดวยน้ำยาไวกอน เกลี่ยสารที่เปยกอยูใหทั่วพื้นผิวอยาง สม่ำเสมอ ทิ้งไว 15-20 นาที
    ∙ หากพบพื้นสวนใดแหงกอน 15 นาทีใหลงน้ำยาเคลือบผิวแกรงคอนกรีตเพิ่มในจุดนั้น ∙ ใชเครื่องปนเงารอบสูงขัดดวยใบ 800 Grit Resin Diamond เปนครั้งสุดทาย
  7. การปองกันหลังการติดตั้ง / การทำความสะอาด
    ผูรับจางจะตองทำความสะอาดทุกแหงที่เกี่ยวของหลังจากการติดตั้งดวยความประณีต เรียบรอย กอน เสนอผูควบคุมงานตรวจสอบ เพื่อขออนุมัติเห็นชอบและสงมอบงาน
  8. การรับประกัน
    ใหผูรับจางติดตั้งระบบฯ ซึ่งเปนตัวแทนจำหนวยวัสดุ/อุปกรณดังกลาวรวมกับบริษัทผูผลิต แสดงเอกสาร ยืนยันการรับประกันระบบฯ ซึ่งหมายรวมทั้งวัสดุ/อุปกรณ/ชางฝมือแรงงาน รวมถึงการใชงานเปน ระยะเวลา 5 ป
    —- จบหมวด 03 35 16 —-
    หมวด 03 35 33
    พื้นคอนกรีตพิมพลาย
    (Stamped Concrete Finishing)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองจัดหาวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝมือและความชำนาญ มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดี ในการทำงานตามแบบและรายการประกอบแบบ พรอมการรับประกันคุณภาพ
  2. ผูรับจางตองจัดทำตัวอยางขนาด 600x600 มิลลิเมตร รวมถึงตัวอยางวัสดุประกอบอยางอื่นที่จำเปนตองใช เสนอตอผูควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติกอนการดำเนินการ
  3. ผูรับจางตองจัดทำแบบขยาย และ Shop Drawing แสดงรายละเอียดตางๆ ในการติดตั้งตามแบบกอสราง และรายการประกอบแบบ เสนอตอผูควบคุมงานเพื่อขออนุมัติเห็นชอบ และเสนอผูออกแบบเพื่อตรวจสอบ ความตองการและวัตถุประสงค
  1. ขอบเขตงาน
    ผูรับจางตองจัดหาวัสดุแรงงาน และอุปกรณที่จำเปนในการทำพื้นผิวแกรงตามระบุในแบบและรายการ ประกอบแบบ ผูรับจางจะตองจัดสงตัวอยางรายละเอียด พรอมใบรับรองผลการทดสอบคุณภาพวัสดุจาก หนวยงานที่ไดกำหนดไวเสนอตอผูควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติกอนการดำเนินการ
  2. การอนุมัติ
  1. ผูรับจางตองใหขอมูลผลิตภัณฑรายละเอียดผลิตภัณฑผลการทดสอบ และขอมูลขั้นตอนการติดตั้ง ใหคำแนะนำในขั้นตอนการติดตั้งและเงื่อนไขพิเศษที่ที่ตองระมัดระวัง
  2. ผูรับจางตองจัดทำตัวอยางของวัสดุพื้น 600x600 มิลลิเมตร จำนวนสองชุดตัวอยาง หรือตามดุลพินิจของผู ควบคุมงาน
    วัสดุและการดำเนินการ (Products and Executions)
    เปนกรรมวิธีการทำลายพื้นคอนกรีตเปนลวดลายตางๆในขณะที่ยงเปั ยก เคลือบแกรงผิวหนาดวย COLOUR HARDENER และเคลือบผิวสุดทายดวยน้ำยาอะคริลิคผลิตภัณฑที่ใชของ WINFLOR, VISTA INNO, SCG หรือเทียบเทา
    วิธีทำ / การเตรียมพื้นที่
  1. เตรียมพื้นที่สวนที่จะทำ ทั้งนี้ตองมีพื้นคอนกรีต คสล. เดิมอยูแลว โดยตองมีความหนาไมนอยกวา 10 cm. สำหรับลานจอดรถ ถนนบริเวณบาน ลานรอบสระวายน้ำ หรือถนนในสวนที่ตองการรับน้ำหนักมากๆ จะตอมีความหนาไมนอย กวา 15 ซม.
  2. ใหผูรับเหมาเทปูนทรายลงบนพื้นคสล. เดิม และปาดหนาปูนใหเรียบรอยเพื่อปรับระดับ
  3. ใหทิ้งคอนกรีตไวไดระยะเวลาพอสมควร ก็จะโรยสีเคลือบความแข็งแรง (Color Hardener) ตามเฉดสีที่ เลือกไวใหทั่วพื้น และขัดจนสีสม่ำเสมอ
  4. จากนั้นจึงใชแบบพิมพยาง ตามลวดลายที่เลือก พิมพลายบนพื้นผิว ขณะที่ปูนยังไมแข็งตัว จนทั่วบริเวณ คอนกรีต เพื่อใหไดลวดลายตามตองการ
  5. เมื่อผิวคอนกรีตแข็งตัวแลว จะทำการตกแตงและทำความสะอาด และทิ้งไวจนแหง หลังจากนั้นจะทำการ เคลือบน้ำยาอะคริลคเพ ิ ื่อเคลือบผิวทั้งหมด น้ำยาอะคริลิคจะเขาไปอุดรูพรุนบนคอนกรีต เพื่อใหผิวไมซึมซับน้ำ ลดการดูดซับ สิ่งสกปรกตางๆ และงายตอการทำความสะอาด เพิ่มความแข็งแรงของผิวหนาและปองกันยูวีจากแสงแดดไดอยางดีรวมทั้งจะ ทำใหผิวของคอนกรีตพิมพลายดูเขม และมีสีสันสวยงามยิ่งขึ้น
    —- จบหมวด 03 35 33 —-
    หมวด 03 45 00
    ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป
    (PRECAST ARCHITECTURAL CONCRETE)
    ความตองการทั่วไป (General)
  6. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองจัดหาวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพ และสิ่งที่จำเปนในการทำงานผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ตาม รายละเอียดที่ระบุไวในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ พรอมทั้งจัดหาแรงงาน และชางที่มีฝมือดีมี ความชำนาญงานโดยเฉพาะ มาดำเนินการใหงานแลวเสร็จอยางประณีต เรียบรอย สมบูรณตามกำหนด มาตรฐาน งานผนังคอนกรีตสำเร็จรูปตองเปนไปตามหลักวิชาชางที่ดีทั้งนี้ใหรวมถึงการติดตั้งเหล็ก Bracket ที่โครงสรางอาคารเพื่อยึดแผนผนัง การติดตั้งแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูป การเคลือบผิวแผนผนัง และการที่ตองรับผิดชอบในงานสวนที่เกิดการแตกหัก ราว รั่วซึม บิดโกง งอ บิ่น เปนรอย ขีดขวน เสียหาย และสิ่งอื่นๆ ที่ไมเรียบรอย ไมไดคุณภาพ หรือทำใหใชงานไมไดผูควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งใหรื้อถอนหรือทุบทิ้ง โดยผูรับจางตองซอมแซม แกไข หรือติดตั้งใหม ใหเรียบรอย ใชงานไดตามปกติและคาใชจายเปนของผู รับจางเองทั้งสิ้น
  2. เอกสารประกอบการพิจารณาผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ผูผลิตและติดตั้งจะตองเสนอรายละเอียดตางๆ ประกอบดวย กรรมวิธีการผลิต การขนสง การติดตั้ง การปองกันการรั่วซึม และผลงานการติดตั้งผนัง คอนกรีตสำเร็จรูปผสมสีอยางนอย 1 โครงการ โดยมีมูลคาโครงการไมนอยกวารอยละ 50 ของมูลคา โครงการนี้และจะตองมีหนังสือรับรองผลงานจากเจาของโครงการ
  3. ผูรับจางจะตองจัดทำแบบขยาย และ Shop Drawing แสดงวัสดุและรายละเอียดตางๆ ในการประกอบ และติดตั้งผนังคอนกรีตสำเร็จรูปตามแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ เสนอตอผูควบคุมงานเพื่อขอ อนุมัติเห็นชอบ และเสนอผูออกแบบเพื่อตรวจสอบความตองการและวัตถุประสงค
  4. ผูรับจางจะตองจัดทำรายการคำนวณแสดงความแข็งแรงของระบบผนัง ความหนา เหล็กเสริม หูยก รอยตอ ระหวางแผนผนังกับโครงสรางอาคาร คาการแอนตัว อุปกรณการยึด รวมถึงวิธีการประกอบและติดตั้ง ตามที่เสนอ โดยมีวิศวกรของผูรับจางเปนผูคำนวณและลงนามรับรอง เสนอตอผูควบคุมงานเพื่อขออนุมัติ เห็นชอบ และเสนอผูออกแบบเพื่อตรวจสอบความตองการและวัตถุประสงค
  1. ตัวอยาง และ Mock-Up
    ผูรับจางจะตองจัดสงตัวอยางวัสดุแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปที่ไดแสดงใหเห็นถึงสภาพพื้นผิว สีขนาด และ วัสดุอุดยาแนวรอยตอ พรอมทั้งวัสดุประกอบในการติดตั้ง ใหผูควบคุมงานและสถาปนิกตรวจสอบเพื่อการ พิจารณาอนุมัติกอนที่จะดำเนินการผลิตและสงเขามาในบริเวณกอสราง ผูรับจางจะตองจัดทำ Mock-Up ของ แผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ตามรายละเอียดทายหมวด
  2. จัดเก็บวัสดุ
    การเก็บวัสดุแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปจะตองเก็บบนพื้นยกหรือปูพื้น จัดวางใหเปนระเบียบ เรียบรอย มั่นคง การจัดเก็บเรียงซอนกันตองไมสูงเกิน 2 เมตร บริเวณที่เก็บจะตองไมมีสิ่งสกปรก หรือความชื้นที่จะกอใหเกิด ตะไครน้ำหรือรา ทั้งนี้วัสดุแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีสิ่งสกปรกจับแนนหรืออินทรียวัตถุ เชน รา หรือ ตะไครน้ำ หามนำมาใชโดยเด็ดขาด
  3. การรับประกัน
    ผูรับจางจะตองรับประกันคุณภาพผลงานของการติดตั้งผนังคอนกรีตสำเร็จรูปและระบบปองกันการรั่วซึม นับตั้งแตวันที่สงมอบงานเปนระยะเวลาไมนอยกวา 1 ปและจะตองยินยอมเปลี่ยนเปนสวนๆ หรือทั้งชุด ถาหากเกิดจากความบกพรองของวัสดุหรือฝมือการประกอบ เพื่อใหไดคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด โดย ผูรับจางจะตองซอมแซมภายใน 1 เดือนหลังจากไดรับแจง และไมสามารถเรียกคาเสียหายเพิ่มเติมจากผูวาจาง ไดไมวากรณีใดๆ
    วัสดุ (Products)
  4. รายละเอียดวัสดุ
  1. วัสดุงานผนังคอนกรีตสำเร็จรูป
    ∙ คอนกรีต ที่ใชสำหรับผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ผลิตจาก Portland Cement Type III ยกเวน ผนังคอนกรีตสำเร็จรูปผสมสีใหใชปูนซีเมนตขาว เพื่อใหไดสีตามตัวอยางที่สถาปนิกกำหนด
    จะตองมีกำลังอัดไมนอยกวา 280 Ksc. ที่อายุ 28 วัน และจะตองมีกำลังอัดไมนอย กวา 150
    Ksc. ในชวงถอดแบบและเคลื่อนยายแผนผนัง
    ∙ เหล็กเสรมิ และเหล็กรูปพรรณ
  1. เหล็กกลม ขนาดเสนผาศูนยกลาง 6 และ 9 มิลลิเมตร เปนไปตามมาตรฐาน มอก. 20-
    2559 ชนิด SD24 (fy=2,400 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร)
  2. เหล็กขอออย ขนาดเสนผาศูนยกลาง 12 มิลลิเมตรขึ้นไป เปนไปตามมาตรฐาน มอก. 24-
    2559 ชนิด SD40 (fy=4,000 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร)
  3. เหล็กตะแกรง (Wire Mesh) เปนไปตามมาตรฐาน มอก. 737-2549 ชนิดขอออย
    (fy=5,000 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร)
  4. เหล็กรูปพรรณและเหล็กแผน (Flat Bar) เปนไปตามมาตรฐาน ASTM A36 (fy=2,400
    กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร)
    ทั้งนี้เหล็กเสริมคอนกรีตและเหล็กรูปพรรณในบริเวณที่ไมมีคอนกรีตหุม (Covering) ใหใชเหล็กชุบ สังกะสี (Hot-dip Galvanized) ทั้งหมด
    ∙ สีผสมคอนกรีต (Pigments) ที่ใชในการหลอผนังคอนกรีตสำเร็จรูปจะตองเปนสีชนิด Inorganic Oxide Pigments and Non Fading และจะตองผานการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C979
    หรือเทียบเทา
    ∙ น้ำยาปองกันผิวคอนกรีต (Surface Protection of Concrete) จะตองสามารถซึมลงลึกไดไม
    นอยกวา 3 มิลลิเมตร และผานการทดสอบ Class A ของมาตรฐาน DIN 52615 หรือเทียบเทา ∙ วัสดุอุดรอยตอ ใหใช Silicone Sealant และใหใช Polyurethane Sealant (กรณีที่ตองมีการ ทาสี)ซึ่งมี Compatibility กับวัสดุที่มาประกอบกับระบบทั้งหมด และในกรณีที่ตองมีการทา Primer ใหดำเนินการตามมาตรฐานผูผลิต
  1. งานแบบหลอ
    ∙ วัสดุที่ใชในการทำแบบหลอ ตองมีความมั่นคงแข็งแรงไมดูดซึมน้ำ ไมเปนอันตรายตอผิว คอนกรีต
    ∙ แบบหลอจะตองมีรอยตอที่แนบสนิทกัน และปองกันการรั่วซึมของน้ำปูนไดเปนอยางดี ∙ แบบที่ใชจะตองทำใหไดผิวคอนกรีตตรงตามระบุในแบบรูปและรายละเอียดตามรูปแบบทาง สถาปตยกรรม
  2. คาพิกัดความคลาดเคลื่อน
  1. แบบหลอคอนกรีต
    ∙ ความกวาง + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ความยาว + 3 มิลลิเมตร
    ∙ เสนทแยงมุม + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ความยาวเสนทแยงมุมที่ตางกัน + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ระดับแบบดานขาง + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ความเรียบรอยของพื้นแบบหลอ + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ระดับของพื้นแบบหลอ + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ตำแหนงยึดชิ้นสวนติดตั้ง + 5 มิลลิเมตร
    ∙ ความฉากของแบบดานขาง + 1 มิลลิเมตร
  2. ผนังสำเร็จรูป
    ∙ ความกวาง + 4 มิลลิเมตร
    ∙ ความยาว + 4 มิลลิเมตร
    ∙ เสนทแยงมุม + 4 มิลลิเมตร
    ∙ ความหนา + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ตำแหนงยึดชิ้นสวนติดตั้ง + 5 มิลลิเมตร
    ∙ การบิดหรือการผิดรูป + 3 มิลลิเมตร
    ∙ การแอนตัว + L/360 (เมื่อ L คือความยาวของ Member)
    ∙ ความฉากของแผน (วัดที่ความหนา) + 2 มิลลิเมตร
    ∙ ตำแหนงชองเปด + 3 มิลลิเมตร
    ∙ ความเรียบของแผน เฉลี่ยสวนตาง + 3 มิลลิเมตร
  1. การรับน้ำหนักในแนวดิ่ง แรงลม และแรงดานขางอื่นๆ
    ระบบผนังคอนกรีตสำเร็จรูปจะตองออกแบบใหสามารถรับแรงตางๆ ไดตามพระราชบัญญัติหรือ
    เทศบัญญัติหรือขอบัญญัติกรุงเทพมหานคร หรือมาตรฐาน วสท. ในกรณีที่ไมระบุในมาตรฐานขางตน ให ออกแบบตามมาตรฐาน ACI หรือ PCI หรือ PTI หรือ BS ตามความเหมาะสม
    ∙ น้ำหนักในแนวดิ่ง ไดแก น้ำหนักของแผน รวมทั้งน้ำหนักวัสดุอื่นที่ถายลงที่แผนถามี แรงสั่นสะเทือน ใหคิดแรงสั่นสะเทือนเพิ่มอีก 25% ของแรงในแนวดิ่งทั้งหมด
    ∙ แรงดานขาง ไดแก แรงลม (Wind Load) แรงจากการชนของรถยนตและแรงอื่นๆ (ถามี) สำหรับคาการแอนตัวที่ยอมให (Allowable Deflection) เนื่องจากแรงลม ตองไมเกินกวา
    L/240
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การสำรวจ
    ผูรับจางตองกำหนดเสน FFL (Floor Finish Level) และยืนยันเสนที่ใชในการติดตั้ง รวมทั้งกำหนดเสน Offset
  2. การเตรียมงาน
    ผูรับจางตองติดตั้ง Plate ที่โครงสรางและตรวจสอบระยะ Plate รวมทั้งการติดตั้ง Dowel ที่ โครงสราง สำหรับแขวนแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปตามตำแหนงการติดตั้ง Plate ที่โครงสรางตาม Shop Drawing ที่ ไดรับการอนุมัติ
  3. การติดตั้ง
  1. ผูรับจางตองจัดหาและจัดทำนั่งรานหรือบันได สำหรับใชในการติดตั้งแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูป รวมทั้ง จัดหาและจัดทำอุปกรณปองกันวัสดุหลนจากที่สูงและลูกไฟจากการเชื่อม Connector
  2. ผูรับจางตองจัดทำ Shop Drawing สำหรับใชในการติดตั้ง โดยออกแบบและกำหนดวิธีการเชื่อม Connector ตามมาตรฐาน AISC นำเสนอตอผูควบคุมงานเพื่อขออนุมัติกอนดำเนินการติดตั้ง
  3. การติดตั้งผูรับจางจะตองปรับแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูป และทำการเชื่อมใหไดตามแบบที่กำหนด จากนั้น จึงตัดหูยก ทาสีกันสนิม และ Grout ปด Plate แตงผิวแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปทั้งดานนอกและดานใน พรอมท  ั้งแตงขอบแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปกอนทำการอุดแตงแนวรอยตอแผนดวยวัสดุอุดยาแนวรอยตอ ตามระบุ ทั้งนี้ผูรับจางจะตอง Caulking ปด ชองวางระหวางแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปกับโครงสรางให เรียบรอย รวมทั้งจะตองทำความสะอาดบริเวณที่ทำงานใหเรียบรอยหลังการปฏิบัติงานประจำวัน
  1. การตรวจสอบ
    หลังการติดตั้งแผนผนังคอนกรีตสำเร็จรูปตองตรวจสอบระดับ ระนาบ ระยะแผน รอยเชื่อม และทำการ ตกแตงแผน รวมถึง Sealant ใหเรียบรอย
  2. การทำความสะอาดและเคลือบผิว
    หลังจากตรวจสอบการติดตั้งเรียบรอยแลว ผูรับจางจะตองทำความสะอาด เก็บกวาดทั่วบริเวณ รวมทั้งสวน อื่นๆ ของอาคารที่สกปรกเนื่องจากการทำงานใหเรียบรอย ทิ้งไวใหแหงสนิท แลวจึงเคลือบผิวดวยน้ำยาเคลือบ
    ใสประเภท Penetration Sealer อยางนอย 2-3 เที่ยว ตามมาตรฐานผูผลิต หรือทาสีตามรายละเอียดที่ กำหนดไวในแบบและรายการประกอบแบบ หมวดที่ 09 91 00 – งานสีโดยถือปฏิบัติตามที่ระบุใน รายละเอียดผลิตภัณฑและดำเนินการตามมาตรฐานผูผลิตโดยเครงครัด
  3. การขนสง
    ผูรับจางจะตองจัดบรรทุกวัสดุจากโรงงานถึงสถานที่กอสราง สำหรับการยกยายวัสดุจากรถบรรทุกขึ้นแขวน บนอาคารรวมทั้งการกองเก็บใหอยูในความรับผิดชอบของผูรับจาง

—- จบหมวด 03 45 00 —-
หมวด 03 45 01
ผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูป
(PRECAST ARCHITECTURAL GLASS FIBER REINFORCED CONCRETE (GRC))
ความตองการทั่วไป (General)

  1. ความตองการทั่วไป
  1. ขอบเขตของงาน ผูรับจางตองจัดหาวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพและสิ่งที่จำเปนในการทำงานผนังคอนกรีต เสริมใยแกวสำเร็จรูปตามรายละเอียดที่ระบุไวในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ พรอมทั้งจัดหา แรงงานและชางที่มีฝมือดีมีความชำนาญงานโดยเฉพาะ มาดำเนินการใหงานแลวเสร็จอยางประณีต เรียบรอยสมบูรณตามกำหนด โดยมาตรฐานงานผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปจะตองเปนไปตามหลัก วิชาชางที่ดีทั้งนี้ใหรวมถึงงานโครงเหล็ก Support การยึดผนัง GRC เขากับโครงสรางของอาคาร การ เคลือบผิว Finish แผน GRC ตามที่ระบุในแบบ และการที่จะตองรับผิดชอบในงานสวนที่เกิดการ แตกหัก ราว รั่วซึม บิด โกง งอ บิ่น เปนรอยขีดขวน เสียหายและสิ่งอื่นๆ ที่ไมเรียบรอย ไมไดคุณภาพ หรือทำใหใช งานไมไดผูควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งใหรื้อถอนหรือทุบทิ้ง โดยผรูับจางจะตองซอมแซม แกไข หรือติดตั้งใหมให เรียบรอยใชงานไดตามปกติและคาใชจายเปนของผูรับจางเองทั้งสิ้น
  2. เอกสารประกอบการพิจารณาผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูป ผูผลิตและติดตั้งจะตองเสนอรายละเอียด ตางๆ ประกอบดวย กรรมวิธีการผลิต การขนสง การติดตั้ง การปองกันการรั่วซึม และผลงานการติดตั้งผนัง คอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูป ลักษณะเดียวกับที่ใชในโครงการนี้อยางนอย 1 โครงการ โดยมูลคาแตละ โครงการไมนอยกวารอยละ 50 ของมูลคาโครงการนี้และจะตองมีหนังสือรับรองผลงานจากเจาของ โครงการ
  3. แบบขยาย ผูรับจางตองจัดทำแบบขยายและ Shop Drawing แสดงวัสดุและรายละเอียดตางๆ ในการ ประกอบและติดตั้งผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปตามแบบและรายการประกอบแบบ ใหผูควบคุมงานและสถาปนิกตรวจสอบเพื่อการพิจารณาอนุมัติ
  4. รายการคำนวณ ผูรับจางตองจัดทำรายการคำนวณแสดงความแข็งแรงของระบบผนัง ความหนา เหล็ก เสริม หูยก รอยตอระหวางแผนผนังกับโครงสรางอาคาร คาการแอนตัว อุปกรณการยึด รวมถึงวิธีการ ประกอบและติดตั้งตามที่เสนอ โดยมีวิศวกรของผูรับจางเปนผูคำนวณและลงนามรับรองใหผูควบคุมงาน และสถาปนิกตรวจสอบเพื่อการพิจารณาการอนุมัติ
  1. ตัวอยาง
    ผูรับจางตองจัดสงตัวอยางวัสดุแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปที่ไดแสดงใหถึงสภาพพื้นผิว สีขนาด และวัสดุอุดยาแนวรอยตอ พรอมทั้งวัสดุประกอบในการติดตั้งใหผูควบคุมงานและสถาปนิกตรวจสอบเพื่อการ พิจารณาอนุมัติกอนที่จะดำเนินการผลิตและสงเขามาในบริเวณกอสราง
  2. การจัดเก็บวัสดุ
    การเก็บวัสดุแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูป ตองเก็บบนพื้นยกหรือปูพื้นจัดวางใหเปนระเบียบ เรียบรอย มั่นคง การจัดเก็บเรียงซอนกันตองไมสูงเกิน 2 เมตร บริเวณที่เก็บจะตองไมมีสิ่งสกปรกหรือความชื้น ที่จะกอใหเกิดตะไครน้ำหรือรา ทั้งนี้วัสดุผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปที่มีสิ่งสกปรกจับแนน หรือ อินทรียวัตถุ เชน รา หรือตะไครน้ำ หามนำมาใชโดยเด็ดขาด
  3. การรับประกัน
    ผูรับจางตองรับประกันคุณภาพผลงานของการติดตั้งผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปและระบบปองกันการ รั่วซึมนับตั้งแตวันที่สงมอบงานเปนระยะเวลาไมนอยกวา 1 ปและจะตองยินยอมเปลี่ยนเปนสวนๆ หรือทั้งชุด ถาหากเกิดจากความบกพรองของวัสดุหรือฝมือการประกอบ เพื่อใหไดคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด โดย ผูรับจางจะตองซอมแซมภายใน 1 เดือนหลังจากไดรับแจง และไมสามารถเรียกคาเสียหายเพิ่มเติมจากผูวาจาง ไมวากรณีใดๆ
    วัสดุ (Products)
  4. รายละเอียดวัสดุ
  1. คอนกรีต ที่ใชสำหรับผลิตผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปผลิตจาก Portland Cement Type I หรือ III ชนิดสีขาวหรือสีเทาเพื่อใหไดสีตามตัวอยางที่สถาปนิกกำหนด จะตองมีกำลังอัดไมนอยกวา 280 Ksc. ที่ อายุ 28 วัน และจะตองมีกำลังอัดไมนอยกวา 150 Ksc. ในชวงถอดแบบและเคลื่อนยายแผ  นผนัง
  2. ทราย ที่ใชสำหรับผลิตผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปจะตองเปนทรายละเอียดผานตะแกรง No.16 สะอาดปราศจากเศษขยะและใบไม
  3. ที่ใชสำหรับผลิตผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูป จะตองเปนน้ำสะอาดปราศจากความเปนกรดและ ดาง
  4. ใยแกว ที่ใชสำหรับผลิตผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปเปนใยแกวชนิด AR ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้ ∙ สวนผสมของสารเซอรคอเนีย (ZrO2) ไมนอยกวารอยละ 16
    ∙ สวนผสมของสารเซอรคอเนีย (ZrO2) ไมนอยกวารอยละ 16
    ∙ ความหนาแนนประมาณ 2-70 กรัม/ลูกบาศกเซนติเมตร
    ∙ ทนแรงดึงไดไมนอยกวา 185-335x103 ปอนดตอตารางนิ้ว
    ∙ Young’s Modulus ไมนอยกวา 11,400x103 ปอนดตอตารางนิ้ว
    ∙ ขนาดเสนใย 13.5 ±2 มิลลิเมตร
  5. สีผสมคอนกรีต (Pigments) ที่ใชในการหลอผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปจะตองเปนสีชนิด Inorganic Oxide Pigments and Non Fading และจะตองผานการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C979 หรือเทียบเทา
  6. อัตราสวนผสม
    ∙ ปูนซีเมนต : ทราย เทากับ 2:1
    ∙ ใยแกว 5-5.3 % ตอน้ำหนักมอตาร
    ∙ สีผสมคอนกรีต 1-3 % ของน้ำหนักปูนซีเมนต
    ∙ หรือตามผูออกแบบกำหนด
  7. อุดรอยตอ ใหใช Silicone Sealant และใหใช Polyurethane Sealant (กรณีที่ตองมีการทาสี) ซึ่งมี Compatibility กับวัสดุที่มาประกอบกับระบบทั้งหมด และในกรณีที่ตองมีการทา Primer ใหดำเนินการ ตามมาตรฐานผูผลิต
  8. คุณสมบัติของ GRC ที่อายุ 28 วัน (Mechanical Properties)
    ∙ Compressive Strength 60-100 N/mm 2
    ∙ Ultimate Tensile Strength 10-17 N/mm2
    ∙ Ultimate Bending Strength 28-42 N/mm2
    ∙ Interlaminar Shear Strength 2-3 N/mm2
    ∙ In-Plane Strength 8-11 N/mm2
    ∙ Density 2,000-2,200 Kg/m3
  9. วัสดุอุปกรณสำหรับงานติดตั้ง อุปกรณที่ยึดติดแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปกับโครงสราง ตอง เปนโลหะที่แข็งแรง ไมเกิดการสึกกรอน และทาสีกันสนิม
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การขนสง
    ผูรับจางตองจัดบรรทุกวัสดุจากโรงงานถึงสถานที่กอสราง สำหรับการยกยายวัสดุจากรถบรรทุกขึ้นแขวนบน อาคารรวมทั้งการกองเก็บใหอยูในความรับผิดชอบของผูรับจาง
  2. การสำรวจ
    ผูรับจางตองกำหนดเสน FFL (Floor Finish Level) และยืนยันเสนที่ใชในการติดตั้ง รวมทั้งกำหนดเสน Offset และยืนยันเสนที่ใชในการติดตั้ง
  3. การเตรียมงาน
    ผูรับจางตองติดตั้ง Plate ที่โครงสรางและตรวจสอบระยะ Plate สงกับผูรับจางชวง รวมทั้งการติดตั้ง Dowel ที่โครงสรางสำหรับแขวนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปตามตำแหนงการติดตั้ง Plate ที่โครงสรางซึ่งผู รับจางชวงเปนผูกำหนดให
  4. การติดตั้ง
  1. ผูรับจางตองจัดหาและจัดทำนั่งรานหรือบันไดสำหรับใชในการติดตั้งแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกว สำเร็จรูป รวมทั้งจัดหาและจัดทำอุปกรณปองกันวัสดุหลนจากที่สูงและลูกไฟจากการเชื่อม Connector 2) ผูรับจางตองจัดทำ Shop Drawing สำหรับใชในการติดตั้ง โดยออกแบบและกำหนดวิธีการเชื่อม Connector ตามมาตรฐาน AISC นำเสนอตอผูควบคุมงานเพื่อขออนุมัติกอนดำเนินการติดตั้ง 3) ผูรับจางตองปรับแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปและทำการเชื่อมใหไดตามแบบที่กำหนด จากนั้น จึงตัดหูยก ทาสีกันสนิม และ Grout ปด Plate แตงผิวแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปทั้งดานนอก และดานใน พรอมทั้งแตงขอบแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปกอนทำการอุดแตงแนวรอยตอแผน ดวยวัสดุอุดยาแนวรอยตอตามระบุ ทั้งนี้ผูรับจางตอง Caulking ปดชองวางระหวางแผนผนังคอนกรีตเสริม ใยแกวสำเร็จรูปกับโครงสรางใหเรียบรอย รวมทั้งจะตองทำความสะอาดบริเวณที่ทำงานใหเรียบรอยหลัง การปฏิบัติงานประจำวัน
  1. การตรวจสอบ
    หลังการติดตั้งแผนผนังคอนกรีตเสริมใยแกวสำเร็จรูปตองตรวจสอบระดับ ระนาบ ระยะแผน รอยเชื่อม และ ทำการตกแตงแผนรวมถึง Sealant ใหเรียบรอย
  2. การทำความสะอาดและเคลือบผิว
  1. หลังจากตรวจสอบการติดตั้งเรียบรอยแลว ผูรับจางตองทำความสะอาด เก็บกวาดทั่วบริเวณ รวมทั้งสวน อื่นๆ ของอาคารที่สกปรกเนื่องจากการทำงานใหเรียบรอย
  2. ทิ้งไวใหแหงสนิทแลวจึงเคลือบผิวดวยน้ำยาเคลือบใสประเภท Penetration Sealer อยางนอย 2-3 เที่ยว ตามมาตรฐานผูผลิตหรือทาสีตามรายละเอียดที่กำหนดไวในแบบและรายการประกอบแบบ หมวดที่ 09 91 00 – งานสีโดยถือปฏิบัติตามที่ระบุในรายละเอียดผลิตภัณฑและดำเนินการตามมาตรฐานผูผลิตโดย เครงครัด
    —- จบหมวด 03 45 01 —-
    หมวด 03 51 01
    หลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก
    (REINFORCED CONCRETE ROOF DECKS)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
    ผูรับจางจะตองทำการเทคอนกรีตในสวนหลังคา ค.ส.ล. โดยจะตองผสมน้ำยากันซึมลงในสวนผสมของ คอนกรีตตามปริมาณและกรรมวิธีของผูผลิต แลวจึงทำการปรับระดับทำระบบกันซึมและเทปูนทรายเสริม เหล็กหรือคอนกรีตเสริมเหล็กผสมน้ำยากันซึม ปรับระดับใหเอียงลาดไปสูจุดระบายน้ำ ทำผิวสำเร็จและติดตั้ง ฉนวนกันความรอน ตามรายละเอียดที่ระบุไวในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ โดยทั้งหมดใหถือ ปฏิบัติตามที่ระบุในรายละเอียดผลิตภัณฑและดำเนินการตามมาตรฐานผูผลิตโดยเครงครัด
    วัสดุ (Products)
  2. รายละเอียดวัสดุ
  1. งานคอนกรีตเสริมเหล็ก ใหดูรายละเอียดในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ หมวดงานวิศวกรรม โครงสราง
  2. น้ำยากันซึมผสมในคอนกรีต ใหดูรายละเอียดในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ หมวดงาน วิศวกรรมโครงสราง และในหมวด 07 10 00 - งานปองกันความชื้นและระบบกันซึม
  3. ระบบกันซึมหลังคา ค.ส.ล. ใหดูรายละเอียดตามหมวด 07 10 00 - งานปองกันความชื้นและระบบกันซึม 4) ฉนวนกันความรอนสำหร  ับหลังคา ค.ส.ล. ใหดูรายละเอียดตาม หมวด 07 20 00 - ฉนวนกันความรอน
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การติดตั้ง
  1. ผูรับจางจะตองผสมน้ำยากันซึมลงในสวนผสมของคอนกรีต กอนทำการเทคอนกรีตในสวนหลังคา ค.ส.ล. โดยน้ำยากันซึมที่ใชจะตองไดรับการพิจารณาอนุมัติจากผูควบคุมงานและใชปริมาณตามคำแนะนำและ กรรมวิธีของผูผลิต ตามรายละเอียดที่ระบุในหมวดงานวิศวกรรมโครงสราง
  2. หลังจากเทคอนกรีตแลว ใหผูรับจางปร  ับระดับความเอียงลาดของหลังคาไปสูจุดระบายน้ำตามที่กำหนด ใน แบบกอสราง แลวจึงทำการขัดผิวหนาในขณะที่ผิวคอนกรีตยังหมาดๆ อยู หลังจากนั้นอีก 24 ชั่วโมง จึงทำการบมคอนกรีตตลอด 7 วัน จนไดอายุคอนกรีตแลวจึงทำระบบกันซึมตามรายละเอียดที่ระบุใน หมวด 07 10 00 - งานปองกันความชื้นและระบบกนซั ึม
  3. ผูรับจางจะตองทดสอบการรั่วซึม ความบกพรองและปญหาตางๆ ของระบบกันซึมของหลังคาตาม มาตรฐานการใชงานตามความเห็นชอบของผูควบคุมงาน หากพบปญหาใหดำเนินการแกไขใหเรียบรอย 4) สำหรับพื้นทำผิวขัดมัน ใหทำการเทคอนกรีตผสมน้ำยากันซึมเสริมเหล็กตะแกรง 4 มิลลิเมตร @ 200
    มิลลิเมตร# ปรับระดับคอนกรีตใหมีความเอียงลาดไปสูจุดระบายน้ำตามที่กำหนดในแบบกอสราง โดยให ความหนาของคอนกรีตไมนอยกวา 70 มิลลิเมตร และทำผิวขัดมันตัด Joint ทุกๆ พื้นที่ 20 ตารางเมตร ยา
    แนวรองรอยตอดวย Polysulphide Joint Sealant หรือ Polyurethane Joint Sealant หลังจากนั้นจึง โรยกรวดหรือปูแผน Solar Slab ตามรายละเอียดที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ 5) สำหรับพื้นปูวัสดุบุผิว ใหทำการเทปูนทรายผสมน้ำยากันซึมเสริมเหล็กตะแกรง 3 มิลลิเมตร @ 250 มิลลิเมตร# ปรับระดับปูนทรายใหมีความเอียงลาดไปสูจุดระบายน้ำตามที่กำหนดในแบบกอสราง โดยให ความหนาของปูนทรายไมนอยกวา 50 มิลลิเมตร และปูวัสดุบุผิวหรือทำผิวสำเร็จ ตามรายละเอียดที่ระบุใน แบบและรายการประกอบแบบ
  4. ดำเนินการติดตั้งฉนวนกันความรอน ตามรายละเอียดที่ระบุในหมวด 07 20 00 - ฉนวนกันความรอน —- จบหมวด 03 51 01 —-
    หมวด 03 51 05
    รางน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก
    (REINFORCED CONCRETE GUTTERS)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
    ผูรับจางตองทำการเทคอนกรีตในสวนรางน้ำ ค.ส.ล. โดยจะตองผสมน้ำยากันซึมลงในสวนผสมของคอนกรีต ตามปริมาณและกรรมวิธีของผูผลิตแลวจึงทำการปรับระดับทำระบบกันซึม เทปูนทรายผสมน้ำยากันซึม ปรับ ระดับใหมีความเอียงลาดไปสูจุดระบายน้ำ ทำผิวขัดมัน หรือทำผิวสำเร็จ และติดตั้งฉนวนกันความรอน ตาม รายละเอียดที่ระบุไวในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ โดยทั้งหมดใหถือปฏิบัติตามที่ระบุใน รายละเอียดผลิตภัณฑและดำเนินการตามมาตรฐานผูผลิตโดยเครงครัด
    วัสดุ (Products)
  2. รายละเอียดวัสดุ
  1. งานคอนกรีตเสริมเหล็ก ใหดูรายละเอียดในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ หมวดงานวิศวกรรม โครงสราง
  2. น้ำยากันซึมผสมในคอนกรีต ใหดูรายละเอียดในแบบกอสรางและรายการประกอบแบบ หมวดงานวิศวกรรม โครงสราง และในหมวด 07 10 00 - งานปองกันความชื้นและระบบกันซึม
  3. ระบบกันซึมรางน้ำ ค.ส.ล. ใหดูรายละเอียดตามหมวด 07 10 00 – งานปองกันความชื้นและระบบกันซึม 4) ฉนวนกันความรอนสำหรับรางน้ำ ค.ส.ล. ใหดูรายละเอียดตามหมวด 07 20 00 - ฉนวนกันความรอน
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การติดตั้ง
  1. ผูรับจางจะตองผสมน้ำยากันซึมลงในสวนผสมของคอนกรีตกอนทำการเทคอนกรีตในสวนรางน้ำ ค.ส.ล. โดย น้ำยากันซึมที่ใชจะตองไดรับการพิจารณาอนุมัติจากผูควบคุมงาน และใชปริมาณตามคำแนะนำและ กรรมวิธี ของผูผลิตตามรายละเอียดที่ระบุในหมวดงานวิศวกรรมโครงสราง
  2. หลังจากเทคอนกรีตแลว ใหผูรับจางปรับระดับความเอียงลาดของหลังคาไปสูจุดระบายน้ำตามที่กำหนด ใน แบบกอสราง แลวจึงทำการขัดผิวหนาในขณะที่ผิวคอนกรีตยังหมาดๆ อยู หลังจากนั้นอีก 24 ชั่วโมงจึงทำ การบมคอนกรีตตลอด 7 วัน จนไดอายุคอนกรีต แลวจึงทำระบบกันซึมทั้งสวนพื้นและผนังรางน้ำตาม รายละเอียดที่ระบุใน หมวด 07 10 00 – งานปองกันความชื้นและระบบกันซึม
  3. ผูรับจางจะตองทดสอบการรั่วซึม ความบกพรองและปญหาตางๆ ของระบบกันซึมของรางน้ำตามมาตรฐาน การใชงานและตามความเห็นชอบของผูควบคุมงาน หากพบปญหาใหดำเนินการแกไขใหเรียบรอยกอนทำ การเทปูนทรายผสมน้ำยากันซึม ปรับระดับใหมีความเอียงลาดของรางระบายน้ำไปสูจุดระบายน้ำตามที่ กำหนดในแบบกอสราง และทำผิวขัดมันโดยใหไดความหนาของปูนทรายประมาณ 50 มิลลิเมตร และยินยอม ใหมีความหนาสวนที่นอยที่สุดไมนอยกวา 20 มิลลิเมตรตามความเอียงลาด อัตราสวนผสมปูนทรายใหใช ปูนซีเมนต 1 สวน ตอทราย 4 สวนโดยปริมาตร ผสมน้ำยากันซึมลงในปูนทราย สำหรับผนังดานขางของราง
    ระบายน้ำใหฉาบดวยปูนทรายผสมน้ำยากันซึมเชนเดียวกับพื้นรางน้ำ โดยฉาบหนาประมาณ 15 มิลลิเมตร มุมที่ตอกันระหวางพื้นและผนังรางน้ำใหพอกทำผิวเอียง 45 องศา กวางประมาณ 50 มิลลิเมตรและทำผิวขัด มัน
  4. ดำเนินการติดตั้งฉนวนกันความรอนตามรายละเอียดที่ระบุในหมวด 07 20 00 - ฉนวนกันความรอน —- จบหมวด 03 51 05 —-
    หมวด 04 21 13
    ผนังกออิฐ
    (BRICK MASONRY)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางจะตองจัดหาวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝมือและความชำนาญ มีระบบควบคุมคุณภาพใน การกอสรางงานผนังกออิฐ ตามระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
  2. ผูรับจางจะตองจัดสงตัวอยางอิฐที่ใชตามระบุในแบบไมนอยกวา 2 กอน พรอมรายละเอียดของอิฐ และปูนกอ ใหผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติ
  3. ผูรับจางจะตองจัดทำแผงตัวอยางผนังกออิฐใหผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติวิธีการและฝมือการกออิฐ 4) ผูรับจางจะตองจัดสงตัวอยางอิฐไปทดสอบตามมาตรฐาน มอก. โดยมีผูควบคุมงานเปนผูรับรองผลการ ทดสอบ หรือพิจารณาจากผลทดสอบที่เชื่อถือไดของผูผลิตตามความเห็นชอบของผูควบคุมงาน
  4. ผนังกออิฐทั้งหมด หากไมระบุความสูงไวในแบบ ใหกอชนทองคาน หรือทองพื้น หรือชนใตหลังคา เพื่อ ปองกันเสียงระหวางหองและเสียงเหนือฝาเพดาน เชน หองเครื่อง หองน้ำ และชองทอตางๆ
    วัสดุ (Products)
  1. วัสดุ (General requirements)
  1. น้ำ ตองเปนน้ำจืดที่ใส สะอาด ปราศจากสิ่งเจือปนจำพวกแรธาตุกรด ดาง เกลือ น้ำมัน พฤกษธาตุ สารอินทรียและสิ่งสกปรกตางๆ หามใชน้ำจากคูคลอง หรือแหลงอื่นใดกอนไดรับอนุญาต น้ำที่ขุน จะตอง ทำใหใส และตกตะกอนเสียกอนจึงจะนำมาใชงานได
  2. ปูนกอ ใหใชปูนกอสำเร็จรูปคุณสมบัติและชนิดของการใชงาน ใหเปนไปตามมาตรฐาน มอก. 598-2547 3) คอนกรีตบล็อก ตองปราศจากรอยแตกราว หรือมีรองรอยชำรุดที่จะเปนอุปสรรคตอการกอ เปนเหตุให สิ่งกอสรางเกิดการเสียหาย ไมแข็งแรง และตองมีผิวสัมผัสหยาบพอที่จะสามารถยึดจับปูนกอ ฉาบ และปูน แตงไดอยางดีใหเปนไปตามมาตรฐาน มอก. 57-2560 หรือ 58-2560
  3. อิฐบล็อกคอนกรีตตันกอผนัง วัสดุทดแทนอิฐมอญ ใหเปนไปตามมาตรฐาน มอก.2895-2564 กอนตันไมมีรู กลวง ขนาดมาตรฐานกวาง 290x140x70 มิลลิเมตร หรือขนาดตามมาตรฐาน มอก.กำหนด
  4. อิฐมอญ จะตองมีเนื้ออิฐที่เผาสุกขนาดไมเล็กกวา 65x140x40 มิลลิเมตร เนื้อแนน ไมเปนโพรง คุณสมบัติ อื่นตามมาตรฐาน มอก.77-2545 ชั้นคุณภาพ ค. กอใหไดความหนาของผนังตามที่แสดงในแบบ
  5. บล็อกแกว (Glass Block) ใชขนาดและรุนตามระบุในแบบ ใหเปนไปตามมาตรฐาน มอก. 1395-2562 หรือ เทียบเคียง
  6. วัสดุอุดปดรอยตอโครงสรางที่ตองการการกันไฟ ผนังกันไฟ หรือผนังอาคารในบริเวณที่ระบุไวเปนพิเศษ ตองทำการอุดปดวัสดุปองกันไฟและควันลาม เชน รอยตอระหวางผนังกันไฟกับทองพื้น ( Head of Wall Joint ) รอยตอระหวางแผนผนังทนไฟ ( Wall to Wall Joint ) และ รอยตอโครงสราง (Construction
    Joint) ที่ตองการการทนไฟทั้งสิ้น โดยตองใชวัสดุปองกันไฟและควันลาม [ดูรายละเอียดในหมวด 07 80 00 งานปองกันไฟ และควันลาม]
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การติดตั้ง
  1. การผสมปูนกอสำเร็จรูป ใหเปนไปตามกรรมวิธีของผูผลิต ซึ่งไดรับการพิจารณาอนุมัติจากผูควบคุมงานแลว ปูนกอที่ผสมแลวเกินกวา 1 ชั่วโมง หามนำมาใช
  2. แนวปูนกอจะตองหนาประมาณ 1 เซนติเมตร และตองใสปูนกอใหเต็มรอยตอโดยรอบกอนวัสดุกอ การเรียง กอตองกดกอนวัสดุกอและใชเกรียงโลหะปาดปูนสวนเกินออกโดยรอบกอน หามใชปูนกอที่เริ่มแข็งตัว หรือ เศษปูนกอที่เหลือรวงจากการกอมาใชกออีก
  3. ผูรับจางจะตองทำการกอผนังดวยชางฝมือดีมีความชำนาญงานโดยเฉพาะ การกอใหกอสลับแนวและใหได คุณภาพของผนังกอตามมาตรฐานการทนไฟถูกตองตามตำแหนงที่แสดงในแบบและเปนไปตามที่กฎหมาย กำหนด
  4. ผนังกอบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กทุกแหง ผิวหนาของพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กจะตองทำผิวใหหยาบ แลวทำ ความสะอาดและราดน้ำใหเปยกเสียกอนที่จะกอผนัง และโดยเฉพาะการกอผนังริมนอกโดยรอบอาคาร และ โดยรอบหองน้ำและหองที่มีการใชน้ำจะตองเทคอนกรีตเสริมเหล็กตอเนื่องเปนเนื้อเดียวกันกับคอนกรีตพื้น กวางเทากับผนังกอและสูงจากพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก 10 เซนติเมตรกอน จึงกอผนังทับได
  5. ผนังกอชนเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวหนาของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กจะตองทำผิวใหหยาบ แลวทำความ สะอาดและราดน้ำใหเปยกเสียกอนที่จะกอผนังและจะตองยึดดวยเหล็กเสริมขนาดเสนผาศูนยกลาง 6 มิลลิเมตร ยาว 50 เซนติเมตร งอปลายดานที่ฝงในคอนกรีตทุกระยะไมเกิน 60 เซนติเมตร ดวยน้ำยาเคมี Epoxy-Resin ระบบฉีด ตามมาตรฐาน ASTM C882 (Standard Test Method for Bond Strength of Epoxy-Resin Systems Used With Concrete By Slant Shear) เทานั้น โดยไมอนุญาตใหกวนผสมเองที่ หนางาน โดยเสียบเตรียมไวในเสากอนการเทคอนกรีตเสา [ดูรายละเอียดในหมวด 07 80 00 - งานปองกันไฟ และควันลาม]
  6. ใหกอคอนกรีตบล็อกในลักษณะแหงโดยไมจำเปนตองนำไปแชน้ำกอน เวนแตวาตองการทำความสะอาดกอน คอนกรีตบล็อกเทานั้น สวนการกอวัสดุกอประเภทอิฐตางๆ กอนนำอิฐมากอจะตองนำไปแชน้ำใหเปยก เสียกอน ถาไมไดระบุในแบบเปนอยางอื่นใหทำการกอผนังในลักษณะสลับแนวเสมอ
  7. การกอผนังจะตองไดแนว ไดดิ่งและไดระดับ โดยการทิ้งดิ่งและใชเชือกดึงจับระดับทั้ง 2 แนวตลอดเวลาผนัง กอที่กอเปดเปนชองตางๆ เชน ชองทองานระบบ (Duct) สำหรับระบบปรับอากาศ หรือไฟฟา ตองมีขนาด ชองตามที่กำหนดไวและจะตองมีเสาเอ็นและคานทับหลังโดยรอบ
  8. การกอผนังในชวงเดียวกันจะตองกอใหมีความสูงใกลเคียงกัน หามกอผนังสวนหนึ่งสวนใดสูงกวาสวนที่ เหลือเกิน 1 เมตร และผนังกอหากกอไมแลวเสร็จในวันนั้น สวนบนของผนังกอที่กอคางไวจะตองหาสิ่งปก คลุมเพื่อปองก  ันฝน
  9. กอคอนกรีตบล็อกโชวแนวตรงกันตามแนวดิ่ง และแนวนอนทุกๆ 5 กอน จะตองเสียบเหล็ก 2 เสน เสนผาน ศูนยกลาง 9 มิลลิเมตร ตลอดความสูงผนังไมเกิน 2 เมตร และยาวไมเกิน 3 เมตร หรือกอคอนกรีตบล็อกตาม คำแนะนำของผูผลิต โดยไดรับการอนุมัติจากผูควบคุมงาน ชองที่เสียบเหล็กจะตองเทคอนกรีตใหเต็มชอง การตัดคอนกรีตบล็อกจะตองกระทำดวยความประณีต โดยการใชเครื่องมือที่เหมาะสม แตงแนวรองปูนกอให
    สวยงามโดยใชปูนฉาบชนิดละเอียดผนังกอคอนกรีตบล็อก เฉพาะแนวกอนลางสุดที่ติดกับพื้น เวลากอใหผู รับจางกรอกปูนทรายลงในรูหรือในโพรงของกอนคอนกรีตบล็อกใหเต็มและแนนตลอดแนวกอของผนัง 10) ผนังที่กอชนคานคอนกรีตเสริมเหล็กหรือพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก จะตองเวนชองไวประมาณ 10 เซนติเมตร เปนเวลาไมนอยกวา 3 วัน เพื่อใหปูนกอแข็งตัวและทรุดตัวจนไดที่เสียกอน จึงทำการกอใหชนทองคานหรือ ทองพื้นได
  10. เมื่อกอผนังเสร็จเรียบรอยแลวจะตองทำความสะอาดผิวผนังและแนวปูนกอทั้ง 2 ดาน ใหปราศจากเศษปูน กอเกาะติดผนัง เศษปูนที่ตกที่พื้นจะตองเก็บกวาดทิ้งใหหมดทุกครั้งกอนปูนแข็งตัว
  11. ผนังกอที่กอใหมจะตองไมกระทบกระเทือน หรือรับน้ำหนักเปนเวลาไมนอยกวา 3 วัน หลังจากกอผนังเสร็จ เรียบรอยแลว
  12. การกอผนังที่ชนกับทองพื้นโครงสรางอาคาร ซึ่งอาจมีการแอนตัวลงมา เชน พื้นระบบ Post Tension หรือ โครงสรางเหล็ก จะตองเวนชองวางดานบนไวไมนอยกวา 2 เซนติเมตร แลวเสริมวัสดุที่มีความยืดหยุนตัว เชน Closed-Cell Polyethylene Foam หรือแผนยาง แลวอุดดวยวัสดุอุดยาแนวประเภท โพลี่ยูรีเทน หรือ โมดิฟายดซิลิโคนตามขอกำหนดในบทวัสดุอุดยาแนว แตงแนวใหเรียบรอยทั้ง 2 ดาน
  13. การกออิฐแกว (Glass Block) การกอใหยึดถือตามคำแนะนำของผูผลิตอยางเครงครัด โดยไดรับการอนุมัติ จากผูควบคุมงาน การกออิฐแกวจะตองไดระดับทั้งแนวนอนและแนวดิ่ง ทั้งการกอตรงและโคงตามระบุใน แบบ การเวนรองแตละกอนโดยรอบจะตองไมนอยกวา 10 มิลลิเมตร โดยใช Spacer และเสริมเหล็กเสนผาน ศูนยกลาง 6 มิลลิเมตร 2 เสน ตามแนวนอนทุกรอง ตามแนวตั้งทุกรองเวนรอง จะตองแตงแนวและทำความ สะอาดผนังอิฐแกวกอนที่ปูนกอจะแข็งตัว แลวยาแนวดวยวัสดุยาแนวทั้ง 2 ดาน
  1. เสาเอ็น และคานทับหลัง
  1. เสาเอ็น
    มุมผนังกอทุกมุมหรือที่ผนังกอหยุดลอยๆ โดยไมติดเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือบริเวณที่ผนังกอติดกับ วงกบประตู-หนาตางจะตองมีเสาเอ็น ขนาดของเสาเอ็นจะตองไมเล็กกวา 10 เซนติเมตร และมีความกวาง เทากับผนังกอ เสาเอ็นจะตองเสริมดวยเหล็กเสนผาศูนยกลางไมนอยกวา 9 มิลลิเมตร 2 เสน วางอยูใน ตำแหนงแกนกลางของบล็อกชองละเสน ปลายเหล็กแตละขางเจาะยึดติดกับโครงสราง ใหใชน้ำยาเคมี Epoxy-Resin ระบบฉีดตามมาตรฐาน ASTM C882 (Standard Test Method for Bond Strength of
    Epoxy-Resin Systems Used with Concrete) เทานั้น โดยไมอนุญาตใหกวนผสมเองที่หนางาน ภายใน บล็อกกรอกปูนใหเต็ม นอกจากระบุไวในแบบวาเปนอยางอื่น และมีเหล็กปลอกเสนผาศูนยกลาง 6 มิลลิเมตร ระยะหาง 20 เซนติเมตร ผนังกอที่กวางเกินกวา 3.00 เมตร จะตองมีเสาเอ็นแบงครึ่งชวงตลอด ความสูงของผนัง คอนกรีตที่ใชเทเสาเอ็นใหใชคอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับงานเสาเอ็นและทับหลังโดยเฉพาะ โดยใหผูรับจางสงรายละเอียด ใหผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติกอนดำเนินการ [ดูรายละเอียดในหมวด 07 80 00 - งานปองกันไฟ และควันลาม]
  2. คานทับหลัง
    ผนังกอที่กอสูงไมถึงทองคานหรือพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือผนังที่กอชนใตวงกบหนาตาง หรือเหนือ วงกบประตู-หนาตางที่กอผนังทับดานบน จะตองมีคานทับหลังและขนาดจะตองไมเล็กกวาเสาเอ็นตาม ที่ระบุมาแลว โดยคานทับหลังตองสามารถรับน้ำหนักผนังที่กอไดโดยไมทำใหวงกบประตู-หนาตางแอนเสีย รูป ใหสงรายละเอียดการเสริมเหล็กเพื่อขออนุมัติจากผูควบคุมงาน และผนังกอที่สูงเกินกวา 2.50 เมตร จะตองมีคานทับหลังตรงกลางชวงเหล็กเสริมคานทับหลังจะตองตอกับเหล็กที่เสียบไวลวงหนาในเสา คอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับหากตองทำการเจาะเสียบเหล็ก คานทับหลังประเภทเหล็กเสนกลม ใหใชน้ำยา
    เคมีระบบฉีดตามมาตรฐาน ASTM C882 (Standard Test Method for Bond Strength of Epoxy-Resin Systems Used with Concrete) เทานั้น โดยไมอนุญาตใหกวนผสมเองที่หนางาน [ดูรายละเอียดในหมวด 07 80 00 - งานปองกันไฟ และควันลาม]
  3. การเสริมความแข็งแรงของผนังกอ
    ผนังกอที่กวางตอเนื่องเกินกวา 6.00 เมตร และ/หรือผนังกอที่สูงตอเนื่องเกินกวา 5.00 เมตร ใหผูรับจาง จัดทำแบบเพื่อการกอสราง (Shop Drawings) และแสดงรายการคำนวณในการจัดทำเสาและ/หรือคาน คอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อเสริมความแข็งแรงของผนัง โดยคานคอนกรีตเสริมเหล็กดังกลาวจะตองสามารถรับ น้ำหนักผนังกอที่กอทับดานบนไดคาใชจายทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากการนี้ใหถือเปนภาระของผูรับจางทั้งสิ้น และจะถือเปนขออางในการขอตออายุสัญญาไมได
  1. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให
  1. ความคลาดเคลื่อนในแนวดิ่ง ไมเกิน 6 มิลลิเมตร ในแตละชวงผนังกอ 3 เมตร
  2. ความคลาดเคลื่อนในแนวระดับ ไมเกิน 10 มิลลิเมตร ในแตละชวงผนังกอ 6 เมตร
  1. การปองกันหลังการติดตั้ง/ การทำความสะอาด
    เศษปูน เศษอิฐ [หรือคอนกรีตบล็อก] ทุกแหงจะตองเก็บและทำความสะอาดใหเรียบรอยกอนที่ปูนกอจะแหง กรังจนทำความสะอาดยาก การตกแตงรองหรือยาแนวรองผนังกออิฐจะตองประณีตและสวยงาม ผูรับจาง จะตองรักษาผนังกออิฐ [หรือคอนกรีตบล็อก] ใหสะอาด ปราศจากรอยขีดเขียน หรือสกปรกตลอดระยะเวลา กอสราง
    —- จบหมวด 04 21 13 —-
    หมวด 04 22 26
    ผนังกอคอนกรีตมวลเบาและคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็กสำเร็จรูป
    (AUTOCLAVED AERATED CONCRETE UNIT MASONRY
    AND REINFORCED AUTOCLAVED CONCRETE PANELS)
    ความตองการทั่วไป (General)
  2. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองจัดวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝมือและความชำนาญ มีระบบควบคุมคุณภาพในการ กอสรางงานผนังกอคอนกรีตมวลเบาตามระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
  2. ผูรับจางตองจัดสงตัวอยางคอนกรีตมวลเบาที่ใชตามระบุในแบบไมนอยกวา 2 กอน พรอมรายละเอียดของ คอนกรีตมวลเบาและปูนกอใหผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติ
  3. ผูรับจางตองจัดทำแผงตัวอยางงานผนังกอคอนกรีตมวลเบา ใหผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติวิธีการ และฝมือ การกอคอนกรีตมวลเบา
  4. ผูรับจางจะตองจัดสงตัวอยางคอนกรีตมวลเบาไปทดสอบตามมาตรฐาน มอก. โดยมีผูควบคุมงานเปนผูรับรอง ผลการทดสอบ หรือพิจารณาจากผลทดสอบที่เช่อถื ือไดของผูผลิตตามความเห็นชอบของผูควบคุมงาน 2. ขอบเขตงาน
  5. คอนกรีตมวลเบา (AAC / Autoclaved Aerated Concrete unit Masonry)
  6. คอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็กสำเร็จรูป (Reinforce Autoclaved Concrete)
    ∙ แผนผนังคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็ก
    ∙ คอนกรีตมวลเบาชนิดคานทับหลังหรือเสาเอ็นสำเร็จรูป
    ∙ คอนกรีตมวลเบาชนิดเคานเตอรสำเร็จรูป
    ∙ คอนกรีตมวลเบาชนิดผนังกันเสียง
    วัสดุและการดำเนินการ (Products and Execution)
  1. คอนกรีตมวลเบา (AAC : Autoclaved Aerated Concrete Unit Masonry)
  1. รายละเอียดวัสดุ
    ∙ คอนกรีตมวลเบา เปนวัสดุกอผนังมวลเบาที่มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยางสม่ำเสมอในเนื้อ คอนกรีต กอนตันไมมีรูกลวง และทำใหแข็งดวยการอบไอน้ำ [มีชื่อทางการวา “คอนกรีตมวลเบาดวย ฟองอากาศและอบไอน้ำ” (AAC: Autoclaved Aerated Concrete)] ผลิตภัณฑไดรับอนุญาตแสดง เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม เลขที่ มอก. 1505-2541 จากสำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ขนาดมาตรฐาน [สูง 200 มิลลิเมตร ยาว 600 มิลลิเมตร และความหนาตั้งแต 75, 100, 125, 150, 175, 200 และ 250 มิลลิเมตร] ตามกำหนด
  1. ผลิตภัณฑที่ไ
  2. ดรับอนุญาตชั้นคุณภาพ 2 ชนิด 0.5 มีคุณสมบัติที่สำคัญ ดังนี้
  3. ผลิตภัณฑที่ไดรับอนุญาตชั้นคุณภาพ 2 ชนิด 0.5 มีคุณสมบัติที่สำคัญ ดังนี้
    ∙ ความหนาแนนแหง (Dry Density) 410-500 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร
    ∙ คากำลังรับแรงอัด (Compressive Strength, f’c) ไมนอยกวา 20 กิโลกรัม/ตาราง เซนติเมตร
    ∙ คาโมดูลัสยืดหยุน (Modulus of Elasticity, E) ไมนอยกวา 15,000 กิโลกรัม/ตาราง เซนติเมตร
    ∙ อัตราการกันไฟ (Fire Rating) ตามมาตรฐาน BS 476 ไมต่ำกวา 4 ชั่วโมง ที่ความหนา 75 มิลลิเมตร
    ∙ อัตราการดูดกลืนน้ำ (Water Absorption) ไมเกิน 50 % กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร ∙ คาการนำความรอน (Thermal Conductivity) ไมเกิน 0.089 วัตต/เมตร-เคลวิน 3. รายละเอียดของผลิตภัณฑที่ไดรับอนุญาตชั้นคุณภาพ 4 ชนิด 0.7 มีคุณสมบัติที่สำคัญ ดังนี้ ∙ ความหนาแนนแหง (Dry Density) 610-700 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร
    ∙ คากำลังรับแรงอัด (Compressive Strength, f’c) ไมนอยกวา 40 กิโลกรัม/ตาราง เซนติเมตร
    ∙ คาโมดูลัสยืดหยุน (Modulus of Elasticity, E) ไมนอยกวา 17,500 กิโลกรัม/ตาราง เซนติเมตร
    ∙ อัตราการกันไฟ (Fire Rating) ตามมาตรฐาน BS 476 ไมต่ำกวา 4 ชั่วโมง ที่ความหนา 75 มิลลิเมตร
    ∙ อัตราการดูดกลืนน้ำ (Water Absorption) ไมเกิน 50 % กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร ∙ คาการนำความรอน (Thermal Conductivity) ไมเกิน 0.098 วัตต/เมตร-เคลวิน ∙ ปูนกอสำเร็จรูป (Thin Bed Adhesive Mortar) เปนปูนกอบางหรือปูนกาว สำหรับงานกอผนัง คอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะ [มีคากำลังรับแรงอัดที่ 28 วัน ไมต่ำกวา 100 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร คาแรง ยึดเหนี่ยวไมนอยกวา 1.50 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ตามมาตรฐาน ASTM C109 และ C952] ปูนกอตอง
    มีแรงยึดเหนี่ยวสูงเนื้อละเอียดรับแรงไดเร็ว ไมรวนหรือหลุดงาย ใชงานไดโดยไมตองราดน้ำบล็อกกอนกอ ∙ ปูนฉาบสำเร็จรูป (Rendering Mortar) เปนปูนฉาบที่ผลิตขึ้นสำหรับงานคอนกรีตมวลเบา โดยเฉพาะสามารถใชงานไดทันทีเมื่อผสมน้ำ ผสมเสร็จโดยไมตองมีสวนผสมเพิ่มใดอีก [มีคากำลังรับแรงอัด ไมเกิน 50 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร และมีคาแรงยึดเหนี่ยวไมนอยกวา 0.80 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ตามมาตรฐาน ASTM C109 และ C952]
    ∙ คานทับหลังสำเร็จรูป (Lintel) ผลิตภัณฑคอนกรีตมวลเบา ทำการเสริมเหล็ก 2 ชั้น ใชวางลงบน ผนังบล็อกเหนือชองเปดประตูหรือหนาตางทดแทนการหลอทับหลัง ค.ส.ล.วัสดุอุดปดรอยตอโครงสรางที่ ตองการการกันไฟ
    ∙ ผนังกันไฟหรือผนังอาคารในบริเวณที่ระบุไวเปนพิเศษตองทำการอุดปดวัสดุปองกันไฟและควันลาม เชน รอยตอระหวางผนังกันไฟกับทองพื้น ( Head of Wall Joint ) รอยตอระหวางแผนผนังทนไฟ ( Wall to Wall Joint ) และรอยตอโครงสราง (Construction Joint) ที่ตองการการทนไฟทั้งสิ้น โดยตองใช วัสดุปองกันไฟและควันลาม [ดูรายละเอียดในหมวด 07 80 00 - งานปองกันไฟและควันลาม]
  1. การติดตั้ง
    ∙ ทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการกอผนังอิฐมวลเบา แลวกำหนดระยะตีเสนแนวกอใหถูกตอง ใน กรณีผนังกอริมนอกโดยรอบอาคารจะตองเทคอนกรีตเสริมเหล็กตอเนื่องเปนเนื้อเดียวกันกับ คอนกรีตพื้นกวางเทากับผนังกอ และสูงจากพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก 10 เซนติเมตร กอนจึงเริ่มกอ ผนังได
    ∙ เริ่มกอโดยการใชปูนทรายอัตราสวนผสมปูนซีเมนต 1 สวนตอทรายหยาบ 3 สวน วางลงไปตาม แนวที่จะกอเพื่อชวยปรับระดับพื้นใหไดแนวระนาบเดียวกัน แลววางอิฐกอนแรกลงไปบนปูนทราย ใชคอนยางและระดับน้ำชวยจัดใหไดแนวและระดับ
    ∙ เริ่มกออิฐมวลเบากอนตอไปโดยปายปูนกาวบริเวณดานขางของกอนแรกดวยเกรียงกอใหไดความ หนาของปูนประมาณ 3 มิลลิเมตร แลววางอิฐมวลเบากอนตอไปใหชิดกับกอนแรก ใชคอนยาง เคาะใหชิดกัน ตรวจเช็คแนวระดับดวยระดับน้ำในกรณีมีเศษใหตัดกอนอิฐมวลเบาดวยเลื่อยมือ หรือเลื่อยไฟฟา
    ∙ การกออิฐมวลเบาชั้นตอไปใหกอดวยวิธีสลับแนวระหวางแถว โดยใหแนวเหลื่อมกันครึ่งกอน กอ ใหไดแนวทั้งแนวตั้งและแนวนอน ปูนกาวจะตองเต็มตอเนื่องตลอดแนวไมมีรูโพรงและไมหกลน ออกดานขางผนัง
    ∙ ปลายกอนที่กอชนเสาโครงสรางหรือเสาเอ็นจะตองยึดดวยแผน Metal Strap เขากับเสาดวยพุก สกรูทุกระยะ 2 ชั้นของอิฐ หรือเหล็กกลม ∅ 6 มิลลิเมตร ยาวไมนอยกวา 25 เซนติเมตร ที่เสียบ ไวลวงหนา โดยปฏิบัติตามกรรมวิธีของผูผลิต
    ∙ มุมผนังกอที่หยุดลอยๆ หรือผนังที่กอสูงไมชนโครงสราง รวมทั้งผนังกอที่ชนวงกบประตูหนาตาง จะตองมีเสาเอ็นและคานเอ็น คสล. โดยใชเหล็กเสริม 2 เสน เสนผาศูนยกลาง 9 มิลลิเมตร วางอยู ในตำแหนงแกนกลางของบล็อกชองละเสน ปลายเหล็กแตละขางเจาะยึดติดกับโครงสรางดวย น้ำยาเคมี Epoxy-Resin ระบบฉีดตามมาตรฐาน ASTM C882 (Standard Test Method for
    Bond Strength of Epoxy-Resin Systems Used with Concrete) เทานั้น โดยไมอนุญาตให กวนผสมเองที่หนางาน ภายในบล็อกกรอกปูนใหเต็ม นอกจากระบุไวในแบบวาเปนอยางอื่น และ มีเหล็กปลอกเสนผาศูนยกลาง 6 มิลลิเมตร ทุกระยะ 20 เซนติเมตร เหล็กเสาเอ็นจะตองฝงใน คอนกรีตที่เปนโครงสรางหลัก ขนาดเสาเอ็นและคานทับหลัง มีความกวางเทากับความหนาผนังอิฐ มวลเบา สวนความสูงไมนอยกวา 10 เซนติเมตร [ดูรายละเอียดในหมวด 07 80 00 - งานปองกัน ไฟและควันลาม]
    ∙ ผูรับจางตองจัดทำเสาเอ็นและคานทับหลังสำหรับแบงพื้นที่ผนังกอเพื่อใหเกิดความแข็งแรง โดยมี ระยะของเสาเอ็นและคานทับหลังตามที่ผูผลิตแนะนำในคูมือการติดตั้ง ในกรณีใชเสาเอ็นหรือทับ หลังสำเร็จรูปของผูผลิตจะตองสงรายละเอียดใหผูควบคุมงานพิจารณาใหความเห็นชอบกอน ดำเนินการ และหากตองทำการเจาะเสียบเหล็ก คานทับหลัง ประเภทเหล็กเสนกลม ใหใชน้ำยา เคมีระบบฉีดตามมาตรฐาน ASTM C882 (Standard Test Method for Bond Strength of
    Epoxy-Resin Systems Used with Concrete) เทานั้น โดยไมอนุญาตใหกวนผสมเองที่หนางาน [ดูรายละเอียดในหมวด 07 80 00 - งานปองกันไฟและควันลาม]
    ∙ การกอผนังที่ชนกับทองพื้นโครงสรางอาคารซึ่งอาจมีการแอนตัว เชน พื้นระบบ Post Tension
    หรือโครงสรางเหล็ก ใหยึดถือและปฏิบัติตามคูมือการติดตั้งของผูผลิตซึ่งไดรับการพิจารณาอนุมตัิ จากผูควบคุมงานแลว
    ∙ รายละเอียดอื่นๆที่ไมไดกลาวถึง ใหเปนไปตามคูมือการติดตั้งของผูผลิตที่ไดรับการพิจารณาอนุมัติ จากผูควบคุมงานแลว
  2. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให
    ∙ ความคลาดเคลื่อนในแนวดิ่ง ไมเกิน 6 มิลลิเมตร ในแตละชวงผนังกอ 3 เมตร
    ∙ ความคลาดเคลื่อนในแนวระดับ ไมเกิน 10 มิลลิเมตร ในแตละชวงผนังกอ 6 เมตร
  3. การปองกันหลังการติดตั้ง/การทำความสะอาด
    เศษปูน เศษอิฐ หรือคอนกรีตมวลเบาทุกแหงจะตองเก็บและทำความสะอาดใหเรียบรอย กอนที่ปูนกอจะ แหงกรังจนทำความสะอาดยาก การตกแตงรองหรือยาแนวรองผนังกออิฐจะตองประณีตและสวยงาม ผูรับ จางจะตองรักษาผนังกออิฐ [หรือคอนกรีตบล็อก] ใหสะอาด ปราศจากรอยขีดเขียน หรือสกปรกตลอด ระยะเวลากอสราง
  1. คอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็กสำเร็จรูป (Rainforced Autoclaved Concrete Panels)
    แผนผนังคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็ก แบบมีฟองอากาศอบไอน้ำ (AAC : Autoclaved Aerated Reinforced Lightweight Concrete Wall Panel)
  1. รายละเอียดวัสดุ
    ∙ วัสดุแผนผนังมวลเบา : เปนแผนผนังมวลเบาที่มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยางสม่ำเสมอใน เนื้อคอนกรีต ไมมีรูกลวง มีความกวาง 60 เซนติเมตร ความคลาดเคลื่อนของมิติความกวางและ ความหนาไมเกิน +2 มิลลิเมตร ความยาวไมเกิน +5 มิลลิเมตร ผลิตภัณฑไดรับอนุญาตแสดง เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มอก.1505-2541 ทุกแผนตองทำการเสริมเหล็กเสน 2 ชั้น เสนผาศูนยกลางไมเล็กกวา 4 มิลลิเมตร ทำการเชื่อมดวยไฟฟาใหเหล็กละลายติดกัน และทำการ ชุบสีกันสนิมกอนทำการผลิตตามขอกำหนด โดยมีรายละเอียดคุณสมบัติของผลิตภัณฑที่ไดรับ อนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
    ∙ วัสดุปูนกอสำเร็จรูป (Thin Bed Adhesive Mortar) : เปนปูนกอบางหรือปูนกาวสำหรับงานกอ ผนังคอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะ ใชงานไดทันทีเมื่อผสมน้ำสะอาดตามสัดสวนที่กำหนดผสมเสร็จ มีคากำลังรับแรงอัดที่ 28 วัน ไมต่ำกวา 100 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร และ คาแรงยึดเหนี่ยวไม นอยกวา 1.50 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ตามมาตรฐาน ASTM C109 และ C952 ปูนกอตองมี แรงยึดเหนี่ยวสูงเนื้อละเอียดรับแรงไดเร็ว ไมรวน หรือหลุดงาย ใชงานไดโดยไมตองราดน้ำแผน กอน
    ∙ ปูนฉาบสำเร็จรูป (Rendering Mortar) :เปนปูนฉาบที่ผลิตขึ้นสำหรับงานคอนกรีตมวลเบา โดยเฉพาะสามารถใชงานไดทันทีเมื่อผสมน้ำ และเมื่อผสมเสร็จโดยไมตองมีสวนผสมเพิ่มใดอีก มี คากำลังรับแรงอัดไมเกิน 50 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร และมีคาแรงยึดเหนี่ยวไมนอยกวา 0.80 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ตามมาตรฐาน ASTM C109 และ C952 เนื้อละเอียด เหนียวลื่น ฉาบ งาย ไมยอยตัว สามารถฉาบไดบางที่ความหนา 0.5-1.0 เซนติเมตร หลังจากราดน้ำที่ผนังไดโดยไม
    แตกราว
  2. คุณสมบัติแผนผนังมวลเบา :
    ∙ ความหนาแนนแหง (Dry Density) 610-700 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร
    ∙ คากำลังรับแรงอัด (Compressive Strength, f’c) ไมนอยกวา 40 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ คาโมดูลัสยืดหยุน (Modulus of Elasticity, E) ไมนอยกวา 17,500 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ อัตราการทนไฟ (Fire Rating) ตามมาตรฐาน BS 476 ไมต ่ำกวา 4 ชั่วโมง
    ∙ อัตราการดูดกลืนน้ำ (Water Absorption) ไมเกิน 50 % โดยปริมาตร
    ∙ คาการนำความรอน (Thermal Conductivity) ไมเกิน 0.16 วัตต/เมตร-เคลวิน
    ∙ รับแรงลมปลอดภัย ไมนอยกวา 50 กิโลกรัม/ตารางเมตร กรณีใชเปนผนังภายนอก
    ∙ คาการโกงตัวสูงสุด (Deflection) ไมเกิน L/300 เมื่อ L เปนความยาวของแผน
  3. ขั้นตอนการติดตั้ง : ใหติดตั้งตามคำแนะนำของผูผลิตทุกประการ โดยตองติดตั้งตามเอกสารประกอบการ ติดตั้งใหผูควบคุมพิจารณาตามหัวขอดังตอไปนี้
    ∙ ขั้นตอนการติดตั้งแผน
    ∙ ขั้นตอนการติดตั้งแผน กรณีชนขางเสา
    ∙ ขั้นตอนการติดตั้งแผน กรณีชนพื้น Post-tension
    ∙ ขั้นตอนการติดตั้งแผน กรณีชองเปดประตู
    ∙ ขั้นตอนการติดตั้งแผน กรณีเขามุม L และ T
  1. คอนกรีตมวลเบาชนิดคานทับหลังหรือเสาเอ็นสำเร็จรูป (Reinforced Autoclaved Concrete: Lintel Type) 1) รายละเอียดวัสดุ
    เปนคานทับหลังมวลเบาที่มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยางสม่ำเสมอในเนื้อคอนกรีต ไมมีรูกลวง มีความสูงภายใตมาตรฐาน 20 เซนติเมตร ความยาวและความหนาเปนไปตามมาตรฐานผูผลิต โดยกำหนด ความคลาดเคลื่อนของมิติความกวางและความหนาไมเกิน ± 2 มิลลิเมตร ความยาวไมเกิน ± 5 มิลลิเมตร ภายใตมาตรฐาน มอก. 1510-2541 ทุกชิ้นตองทำการเสริมเหล็กเสน 2 ชั้น ทำการเชื่อมดวยไฟฟาใหเหล็ก ละลายติดกันและทำการชุบสีกันสนิมกอนทำการผลิตตามขอกำหนด
  1. คุณสมบัติ :
    ∙ ความหนาแนนแหง (Dry Density) 610-700 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร
    ∙ คากำลังรับแรงอัด (Compressive Strength, f’c) มากกวา 40 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ คาโมดูลัสยืดหยุน (Modulus of Elasticity, E) ไมนอยกวา 17,500 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ อัตราการกันไฟ (Fire Rating) ตามมาตรฐาน BS 476 ไมต่ำกวา 4 ชั่วโมง
    ∙ อัตราการดูดกลืนน้ำ (Water Absorption) ตองไมเกิน 50% โดยปริมาตร
    ∙ คาการนำความรอน (Thermal Conductivity) ไมเกิน 0.16 วัตต/เมตร-เคลวิน
  2. ขั้นตอนการติดตั้ง : ใหติดตั้งตามคำแนะนำของผูผลิตทุกประการ
  1. คอนกรีตมวลเบาชนิดเคานเตอรสำเร็จรูป (Reinforced Autoclaved Concrete: Floor Panel Type) 1) รายละเอียดวัสดุ
    เปนแผนเคานเตอรที่มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยางสม่ำเสมอในเนื้อคอนกรีต ไมมีรูกลวง มีความกวาง มาตรฐาน 56 เซนติเมตร มีความคลาดเคลื่อนของมิติความกวางและความหนาไมเกิน ± 2 มิลลิเมตรความ ยาวไมเกิน ± 5 มิลลิเมตร ทุกแผนตองทำการเสริมเหล็กเสน 2 ชั้น ทำการเชื่อมดวยไฟฟาใหเหล็กละลาย ติดกัน และทำการชุบสีกันสนิมกอนผลิตภายใตมาตรฐานมอก. 1510-2541 โดยมีรายละเอียดคุณสมบัติของ ผลิตภัณฑที่ไดรับอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม ดังนี้
    ∙ ความหนาแนนแหง (Dry Density) 610-700 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร
    ∙ คากำลังรับแรงอัด (Compressive Strength, f’c) มากกวา 40 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ คาโมดูลัสยืดหยุน (Modulus of Elasticity, E) ไมนอยกวา 17,500 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ อัตราการกันไฟ (Fire Rating) ตามมาตรฐาน BS 476 ไมต่ำกวา 4 ชั่วโมง
    ∙ อัตราการดูดกลืนน้ำ (Water Absorption) ตองไมเกิน 50% โดยปริมาตร
    ∙ คาการนำความรอน (Thermal Conductivity) ไมเกิน 0.16 วัตต/เมตร-เคลวิน
    ∙ คารับแรง Live Load ไมนอยกวา 150 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร
  1. ขั้นตอนการติดตั้ง : ใหติดตั้งตามคำแนะนำของผูผลิต โดยตองจัดทำเอกสารประกอบการติดตั้งสงใหผูควบคุม งานพิจารณากอนดำเนินการติดตั้ง
  1. คอนกรีตมวลเบาชนิดผนังกันเสียง (Reinforced Autoclaved Concrete: Sound Barrier Panel Type) 1) รายละเอียดวัสดุ
    เปนแผนคอนกรีตมวลเบาที่มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยางสม่ำเสมอในเนื้อคอนกรีตไมมีรูกลวง มีความ กวางมาตรฐาน 60 เซนติเมตร มีความคลาดเคลื่อนของมิติความกวางและความหนาไมเกิน ± 2 มิลลิเมตร ความยาวไมเกิน ± 5 มิลลิเมตร ผลิตภายใตมาตรฐาน มอก. 1510-2541 ทุกแผนตองทำการเสริมเหล็กเสน 2 ชั้น ทำการเชื่อมดวยไฟฟาใหเหล็กละลายติดกัน และทำการชุบสีกันสนิมกอนทำการผลิตตามขอกำหนด โดยมีรายละเอียดคุณสมบัติของผลิตภัณฑดังนี้
    ∙ ความหนาแนนแหง (Dry Density) 710-800 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร
    ∙ คากำลังรับแรงอัด (Compressive Strength, f’c) มากกวา 40 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ คาโมดูลัสยืดหยุน (Modulus of Elasticity, E) ไมนอยกวา 17,500 กิโลกรัม/ตาราง
    เซนติเมตร
    ∙ อัตราการกันไฟ (Fire Rating) ตามมาตรฐาน BS 476 ไมต่ำกวา 4 ชั่วโมง
    ∙ อัตราการดูดกลืนน้ำ (Water Absorption) ตองไมเกิน 50% โดยปริมาตร
    ∙ คาการนำความรอน (Thermal Conductivity) ไมเกิน 0.16 วัตต/เมตร-เคลวิน
    ∙ คาการรับแรง Wind Load ไมนอยกวา 150 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร
  1. การติดตั้ง (Installation)
    ใหติดตั้งตามคำแนะนำของผูผลิต โดยตองจัดทำเอกสารประกอบการติดตั้งสงใหผูควบคุมงานพิจารณากอน ดำเนินการติดตั้ง
  2. การปองกันหลังการติดตั้ง/ การทำความสะอาด
    เศษปูน เศษอิฐ หรือคอนกรีตมวลเบา ทุกแหงจะตองเก็บและทำความสะอาดใหเรียบรอย กอนที่ปูนกอจะ แหงกรังจนทำความสะอาดยาก การตกแตงรองหรือยาแนวรองผนังกออิฐจะตองประณีตและสวยงาม ผูรับ จางจะตองรักษาผนังกออิฐ [หรือคอนกรีตบล็อก] ใหสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือสกปรกตลอด ระยะเวลากอสราง
    —- จบหมวด 04 22 26 —-
    หมวด 05 50 00
    งานโลหะ
    (METAL FABRICATIONS)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองจัดหาวัสดุอุปกรณที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝมือและความชำนาญ มีระบบควบคุมคุณภาพ ในการ กอสรางงานโลหะ ตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
  2. งานโลหะที่ระบุในแบบสถาปตยกรรม [ระบบปรับอากาศ] [ระบบไฟฟา] [ระบบสุขาภิบาล] [งานภูมิ สถาปตยกรรม] และ [งานตกแตงภายใน] จะตองมีคุณสมบัติสอดคลองตามหมวดนี้
  3. ผูรับจางตองจัดทำแบบขยายและรายละเอียดตางๆ วิธีการติดตั้ง ขั้นตอนการทำงาน ใหผูควบคุมงาน พิจารณาอนุมัติกอนการดำเนินการ
  4. การกองหรือเก็บวัสดุจะตองกระทำดวยความระมัดระวังและเอาใจใสตอการปองกันสนิมที่จะเกิดขึ้น 5) อื่นๆ ตามระบุในแบบ โดยไดรับการอนุมัติจากผูควบคุมงานและตามวัตถุประสงคของผูออกแบบ
    วัสดุ (Products)
  1. ราวบันไดและราวกันตก
  1. ผูรับจางตองดำเนินการติดตั้งดวยชางฝมือดีมีประสบการณซึ่งสามารถแสดงผลงานที่ผานมาใหดูไดและ ทำงานดวยความประณีตใหไดงานที่ปรากฏเรียบรอย สวยงาม มั่นคงแข็งแรง มีรูปลักษณะตามที่แสดงในแบบ 2) ผูรับจางตองจัดทำ Shop Drawings แสดงการติดตั้งราวบันไดและราวกันตกในแตละลักษณะเพื่อขออนุมัติ กอนดำเนินการ
  2. ผูรับจางจะตองเตรียมการติดตั้งฝงชิ้นสวนสำหรับยึดโครงบนไดหร ั ือราวกันตกไวลวงหนาในคอนกรีตให ถูกตองตามวัสดุที่ใชทั้งตำแหนงและจำนวน ความลึกไมนอยกวา 10 เซนติเมตร จากผิวสำเร็จ ความกวาง ใหญกวาเสาของราวที่ใชโดยรอบ 20 มิลลิเมตร หามผูรับจางทำการเคาะหรือสกัดโครงสราง เพื่อการทำงาน ราวบันไดหรือราวกันตก โดยมิไดรับการพิจารณาเห็นชอบจากผูควบคุมงานโดยเด็ดขาด
  3. ราวบันได/ราวกันตกโลหะ ในสวนที่ติดตั้งตามระบบยึดดวยน็อต ใหปฏิบัติตามขอกำหนดงานเหล็กรูปพรรณ ในสวนที่ติดตั้งโดยวิธีเชื่อมจะตองขัดแตงรอยเชื่อมใหเรียบรอย ในบริเวณที่มีการหักมุมใหใชวิธีดัดโคงให สวยงาม
  4. ผูรับจางตองทำตัวอยางวัสดุแสดงการดัดโคงและการแตงรอยเชื่อมใหผูควบคุมงานพิจารณาอนุมัติกอน ดำเนินการ เมื่อเชื่อมเสาของราวเขากับชิ้นสวนที่ฝงไวลวงหนาและผูควบคุมงานตรวจความถูกตองสมบูรณ ของรอยเชื่อมเรียบรอยแลว ใหอุดชองวางรอบเสาราวดวย Non-shrink Nonmetallic Grout กรอกกระทุง ใหเต็ม แลวจึงทำวัสดุตกแตงผิวตามขอกำหนด อุปกรณยึดตางๆ ที่จำเปน เชน Expansion Bolt ตะปู เกลียว พุกตางๆ ใหใชตามความเหมาะสมกับลักษณะงานที่แสดงใน Shop Drawings ปลายทอที่อยูลอยๆ ใหใชแผนวัสดุชนิดเดียวกับทอเชื่อมปดทุกปลาย ขัดรอยแตงเชื่อมใหเรียบรอย
    ∙ ราวบันได/ราวกันตกสแตนเลส บันไดสแตนเลส รวมทั้งทอสแตนเลสอื่นๆ ที่ใชในโครงการนี้ถา ไมไดระบุไวในแบบเปนอยางอื่น ใหใชเหล็กสแตนเลส ผลิตตามมาตรฐาน [JIS G3459 Grade
    [304] ทั้งหมด ผิว Hair Line รวมถึงลวดเชื่อมใหใชเกรดเดียวกัน
    ∙ แบงแยกลักษณะการใชงานและมีขนาดและสีตามที่แสดงในแบบ หรือนำเสนอรูปแบบที่ใกลเคียง ไดแตตองไดรับการอนุมัติจากผูควบควบงานหรือสถาปนิกกอนทุกครั้ง
    ∙ ราวบันได/ราวกันตกเหล็ก ใหใชทอเหล็กกลาประเภทที่ 2 มีคุณสมบัติตาม มอก. 276-2532 ขนาดตามที่แสดงในแบบ พนสีตามขอกำหนดในบทงานสี
    ∙ ราวบันไดและราวกันตกกระจก ใหใชกระจกลามิเนต ความหนาใหเปนไปตามแบบ ในกรณีแบบมี ระบุไวหรือตามมาตรฐานของผูผลิตที่นำเสนอตอผูควบคุมงานและสถาปนิก โดยตองแสดง
    รายการวัสดุและตัวเลขคำนวณคาความปลอดภัยตางๆ ตามมาตรฐานของผูผลิตกระจก แตไมต่ำ กวา ดังตอไปนี้ :
    ราวบันได/ราวกันตกกระจก (มีกรอบ)
    กระจกเทมเปอรใส หนาไมต่ำกวา 10 มิลลิเมตร + PVB Layer หนาไมต่ำกวา 1.52
    มิลลิเมตร + กระจกเทมเปอรใส หนาไมต่ำกวา 10 มิลลิเมตร
    ราวบันได/ราวกันตกกระจก (กระจกเปลือย)
    กระจกเทมเปอรใส หนาไมต่ำกวา 10 มิลลิเมตร + SentryGlass (SGP) หนาไมต่ำกวา
    0.89 มิลลิเมตร + กระจกเทมเปอรใส หนาไมต่ำกวา 10 มิลลิเมตร
  5. การติดตั้งใหเปนไปตามกรรมวิธีของผูผลิต ซึ่งตองไดรับการพิจารณาเห็นชอบจากผูควบคุมงานแลว โดยให สงรายละเอียดการใชในแตละแหงเปนกรณีๆ ไป ในกรณีที่อาคารมีความสูงเพิ่มขึ้นและจำเปนตองมีการเพิ่ม คาความหนากระจกใหผ านคามาตรฐานสามารถรับแรงลม (Wind Load) ไดตามที่กฎหมายกำหนด หาม ติดตั้งกระจกสัมผัสกันทุกกรณีใหรองรับดวยยางแข็ง ประเภท EPDM หรือยางชนิดที่ไมเปนอันตรายตอ กระจกลามิเนต ราวบันไดและราวกันตกกระจกเมื่อติดตั้งเสร็จเรียบรอยแลวจะตองมีความมั่นคงแข็งแรงไม โยกคลอนหรือเกิดรอบขูดขีดใดๆ บนผิวกระจก ขอบทุกดานจะไดรับการเจียรเรียบรอยมาจากโรงงานผูผลิต กระจก
  1. งานสแตนเลส
    แผนสแตนเลสทั้งหมดสำหรับโครงการนี้ถาไมไดระบุไวเปนอยางอื่นในแบบ ใหใชสแตนเลสชั้นคุณภาพ 304 ผิว Hair Line ในสวนที่มองเห็น ในสวนที่มองไมเห็นใหใชผิวธรรมชาติความหนาไมนอยกวา 1.5 มิลลิเมตรการ ประกอบและติดตั้งใหเปนไปตามขอกำหนดในงานเหล็กรูปพรรณ โดยใหสง Shop Drawing เพื่อขออนุมัติกอน ทำการติดตั้ง
  2. จมูกบันได
    ถาไมไดระบุไวในแบบเปนอยางอื่น ใหใชจมูกบันไดอลูมิเนียมขนาด 50 มิลลิเมตร ลึกไมต่ำกวา 20 มิลลิเมตร มี รองกันลื่นขนาด 6 รองมีขาสำหรับยึดปูนทราย การติดตั้งจะตองฝงเดือยยึดของจมูกบันไดเขากับปูนทรายปรับ ระดับของบันไดและเมื่อติดตั้งเสร็จเรียบรอยแลว ระดับผิวบนจมูกบันไดจะตองเสมอกับระดับผิวสำเร็จของลูก นอนบันได ไมวากรณีใดๆ ไมอนุญาตใหมีการตอจมูกบันไดโดยเด็ดขาด และจะตองติดแถบพลาสติกหรือวัสดุอื่น ใดเพื่อปองกันผิวจมูกบันไดมิใหเกิดความเสียหายในขณะทำการกอสราง
  3. ปุมสัมผัสสแตนเลส
    ปุมสัมผัสสแตนเลสสำหรับคนพิการ ใหทำจากสแตนเลสเกรด 316 พรอมกาวอีพ็อกซี่และอุปกรณประกอบการ ติดตั้งทั้งหมด การติดตั้งใหเปนไปตามกรรมวิธีของผูผลิตโดยติดตั้งใหไดตามรูปลักษณะที่แสดงในแบบ [ดู รายละเอียดหมวด 32 17 29 - พื้นผิวตางสัมผัสสำหรับคนพิการ]
  4. งานโลหะอื่นๆ
  1. วัสดุชุบโครเมียม ตองไดมาตรฐานวาดวยการชุบโครเมียม มีความหนาพอเพียงและตองขัดแตงวัสดุนั้นให เรียบรอยกอนทำการชุบ
  2. เหล็กหลอทุกชนิด ชิ้นงานตองเรียบรอย มีขนาดและรูปรางตามแบบขยาย ไมบิด โกง เปนรูโพรง หรือบิ่น 3) เหล็กกลมกลวง เหล็กสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหลี่ยมผืนผากลวง  ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 107-2533 หรือ เทียบเทา
  3. เหล็กฉาก เหล็กรางน้ำ เหล็กรูปตัวไอ เหล็กรูปตัว H ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 1227-2539 หรือเทียบเทา 5) เหล็กแผนเรียบ เหล็กแผนลาย เปนเหล็กแผนผลิตรอน ผลิตตามมาตรฐาน [JIS G3101 SS400] 6) ลวดตาขาย หากไมระบุขนาดในแบบใหใช [ลวดตาขายถักสำเร็จรูปชุบสังกะสีตาสี่เหลี่ยมจัตรุ ัส 1 1/2x1
    1/2 นิ้ว ขนาดลวด 3.2 มิลลิเมตร] หรือตามวัตถุประสงคของผูออกแบบ [เชื่อมติดกับโครงเหล็กกลมกลวง เสนผานศูนยกลาง 50 มิลลิเมตร หนา 3.2 มิลลิเมตร ระยะ 1 500x1 500 มิลลิเมตร หรือตามระบุในแบบ] 7) ตะแกรงเหล็กรางระบายน้ำ หากไมระบุในแบบใหใชตะแกรงสำเร็จรูปชุบสังกะสีขนาดตามระบุในแบบงาน สุขาภิบาล หรือตามวัตถุประสงคของวิศวกรผูออกแบบ
  4. ตะแกรงเหล็กฉีก ขนาด ลาย และรุนตามระบุในแบบ หรือตามวัตถุประสงคของผูออกแบบ
  5. เกลียวฝงในคอนกรีตชนิดยึดดวย Epoxy หรือแบบขยายตัว ของ HILTI หรือเทียบเทา
  6. สีปองกันสนิม เปนสีรองพื้นที่ใชกับงานเหล็ก Red Lead Primer หรือ Zinc Chromate ขณะผิวแหงความ หนาของผิวเคลือบไมนอยกวา 35-40 ไมครอน ทาเคลือบไมนอยกวา 2 ครั้ง หรือ หรือตามระบุในหมวด 09 91 00 - งานทาสีหรือตามที่ตัวแทนผูวาจางใหความเห็นชอบ สีปองกันสนิม ใหใชสีรองพื้นเหล็ก [Red Lead Primer] [หรือสีรองพื้นเหล็กชุบสังกะสี Zinc Chromate] หรือตามระบุในหมวด
    09 91 00 - งานทาสี
  7. ลวดเชื่อมเหล็กไรสนิม ใหใชเบอรเดียวกับเบอรของทอเหล็กไรสนิม เทานั้น
  8. ลวดเชื่อมเหล็ก ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย TIS 49 หรือเทียบเทา
  9. สลักเกลียว แปนเกลียวและแหวนรอง ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย TIS. 291, 171, 258 หรือ เทียบเทา
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การติดตั้ง
  1. การตัดและตอเหล็กรูปพรรณ:
    ∙ วิธีการตัดเหล็กรูปพรรณ ตองใชเครื่องมือที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของเหล็ก หากใชความรอนการ ทำใหเหล็กเย็นตัวจะตองปลอยเหล็กเย็นตัวลงตามธรรมชาติหรือใชน้ำยาพิเศษเพื่อปองกันมิให
    คุณสมบัติของเหล็กบริเวณที่ถูกความรอนเสียคุณภาพไป
    ∙ การตอเหล็ก ใหใชวิธีการเชื่อมดวยลวดไฟฟา หรือกาซ หรือสลักเกลียว ตามแบบที่ระบุหากมิได
    ระบุในแบบ วิธีการตอเหล็กจะตองแจงขออนุมัติจากตัวแทนผูวาจาง
    ∙ การตอเหล็กความยาวที่ยอมใหคลาดเคลื่อนไดวัดโดยเทปเหล็กไมเกิน 2 มิลลิเมตร
    ∙ การเชื่อมเหล็กรูปพรรณตองกระทำดวยความระมัดระวัง ชางเชื่อมมีประสบการณในวิชาชีพ และ ปฏิบัติถูกตองตามมาตรฐานวิชาชาง และวิธีการเชื่อมสอดคลองกับมาตรฐาน AWS ตะกรันรอย เชื่อมตองทำความสะอาดใหถึงเนื้อเหล็กกอนทาสีปองกันสนิม
    ∙ การตอเหล็กรูปพรรณดวยสลักเกลียว ขนาดของรูเจาะตองเหมาะสม ระยะขอบ ระยะเคียงตองได ตามมาตรฐาน AISC
  2. การประกอบและติดตั้งเหล็กรูปพรรณ:
    ∙ เหล็กรูปพรรณที่ประกอบติดตั้งแลวจะตองมีความโกงไมเกิน 1 มิลลิเมตร ในความยาว 1 เมตร ระยะโกง ของโครงสรางที่จำเปนตองเผื่อไวสำหรับการกอสรางจะตองไดรับความเห็นชอบจาก
    ตัวแทนผูวาจาง
    ∙ การประกอบโครงสรางจากโรงงานจะตองไดรับความเห็นชอบจากตัวแทนผูวาจางถึงมาตรฐาน ฝมือ เครื่องมือ และอุปกรณที่โรงงานจะใช
    ∙ การประกอบโครงสราง ณ สถานที่กอสราง การยกติดตั้ง จะตองไดรับความเห็นชอบจากตัวแทนผู วาจางเกี่ยวกับเครื่องมือยก อุปกรณความปลอดภัย ความเหมาะสมของเครื่องมือและแรงงาน
  3. ฐานรองรับหรือจุดยึดโครงเหล็กรูปพรรณ:
    ∙ การยึดและรายละเอียดการยึดโครงเหล็ก จะตองจัดทำแบบขยายและแสดงรายละเอียดวัสดุที่ใช เพื่อใหเหมาะสมกับการติดตั้งจริง
    ∙ ฐานรองแผนเหล็ก จะตองปรับใหไดระดับดวยซีเมนตพิเศษ ไมเปนสนิม และไมหดตัวตามที่ระบุ ใน งานคอนกรีต
    ∙ การฝงสลักเกลียวหรือขอยึดสำหรับแผนเหล็ก จะตองกระทำพรอมการเทคอนกรีต หากใชวิธีการ เจาะ ฝง จะตองอัดดวยซีเมนตพิเศษ หรือใชสลักเกลียวชนิดฝงในคอนกรีตประเภท Anchored Bolts
  4. การปองกันสนิมและทาสีปองกันสนิม:
    ∙ ชิ้นสวนของโครงเหล็กรูปพรรณทุกชนิดตลอดโครงสรางจะตองทาสีปองกันสนิมดวยกรรมวิธีที่ ผูผลิตสีแนะนำ
    ∙ สวนของรอยตอโดยการเชื่อมจะตองลอกคราบตะกรันออก และขัดดวยแปรงลวดใหเห็นเนื้อเหล็ก กอนทาสีปองกันสนิม
    ∙ สวนของสลักเกลียว ใหขันเกลียวใหไดตามที่กำหนด ทำความสะอาดคราบน้ำมันและสวนสกปรก ตางๆ ขัดดวยแปรงเหล็กจนถึงเนื้อเหล็กกอนทาสีปองกันสนิม
    ∙ ทาสีทับหนา ตามรายละเอียดที่กำหนดไวใน [หมวด 09 91 00 -งานทาสี]
  1. การควบคุมคุณภาพในขั้นตอนติดตั้ง
    หากตัวแทนผูวาจางวินิจฉัยวา การทำงานกอสรางของผูวาจางไมมีมาตรฐาน หรือใชชางฝมือเฉพาะอยางไมมี คุณภาพดีพอ ผูรับจางจะตองจัดหาผูเชี่ยวชาญและผูมีประสบการณงานโครงเหล็กรูปพรรณ และบริการทดสอบ เปนวิชาชีพมาทำการทดสอบหรือตรวจสอบความแข็งแรงของชิ้นสวนโครงสร  างหรือรอยตอตางๆ โดยคาใชจาย เปนของผูรับจาง
    —- จบหมวด 05 50 00 —-
    หมวด 06 40 00
    งานไมในงานสถาปตยกรรม
    (ARCHITECTURAL WOODWORK)
    ความตองการทั่วไป (General)
  2. ความตองการทั่วไป
  1. งานในหมวดนี้รวมถึงงานไมโครงสรางและงานไมประกอบตกแตงตางๆ งานชางไมงานโลหะประกอบตางๆ งานติดตั้งประตู-หนาตาง โครงคราว คิ้วไมและบัวตางๆ ดังที่ปรากฏในแบบกอสรางและแบบขยาย รายละเอียดที่อาจมีเพิ่มเติมจากผูวาจาง
  2. ไมทุกชิ้นที่มองเห็นไดดวยตาจะตองไสตกแตงใหเรียบรอยขนาดเทากันสม่ำเสมอ
  3. การเก็บไมผูรับจางจะตองสรางโรงเก็บไมหรือจัดหาที่เก็บซึ่งสามารถปองกันแดด น้ำ น้ำฝน ความชื้น และ ปลวกไดเปนอยางดี และจัดกองเก็บใหเรียบรอย ควรอยูในที่โปรง ลมพัดผานไดและสามารถนำไมเขาเก็บได ทันทีที่นำมาถึงบริเวณกอสราง
  4. ไมทั้งหมดที่ใชในโครงการนี้จะตองมีคุณภาพดีไมมีตาไมหรือกระพี้ไมมีโพรงหรือรอยแตกราว ไมบิดงอและ ขอบกพรองอื่นๆ ที่ทำใหสูญเสียความแข็งแรง และความสวยงาม สำหรับไมที่ใชภายใน ไมปูพื้น ไมตกแตง ตองเปนไมที่นำไปอบใหแหง สวนไมที่ใชภายนอกที่มีความยาวเกินกวาจะนำไปอบไดใหนำไปผึ่งให แหง หามนำไมที่มีความชื้นเกิน 16% มาใชในงานติดตั้งถาวร หากมีการยืดหดตัวภายหลัง ผูรับจางจะตอง แกไขและรับผิดชอบตอความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
  5. ขนาดของไมที่ใชสำหรับกอสรางทั้งหมด (ยกเวนไมสักเมื่อไดตกแตงเสร็จเรียบรอยแลวจะตองมีขนาดเต็ม ตามที่ระบุในแบบ) ยอมใหเสียเนื้อไมเปนคลองเลื่อย และเมื่อไสตกแตงเรียบรอยพรอมที่จะประกอบเขาเปน สวนของอาคารแลวอนุญาตใหขนาดไมลดลงไดไมเกินจากขนาดที่ระบุไวในรายการประกอบแบบนี้ การหด ตวของไม ั จะตองไมทำใหการรับแรงเปลี่ยนแปลงและไมเปนผลเสียตอวัสดุที่อยูติดกัน
    ไมขนาด 1/2” ไสตกแตงแลวเหลือไมเล็กกวา 3/8” “ 1” “ 7/8” “ 1 1/2” “ 1 3/8” “ 2” “ 1 7/8” “ 3” “ 2 3/4” “ 4” “ 3 5/8” “ 5” “ 4 5/8” “ 6” “ 5 5/8” “ 8” “ 7 1/2”
    หมายเหตุ
    ∙ กรณีระบุขนาดไมเปนมิลลิเมตร หรือ เซนติเมตร หมายถึงเปนขนาดไมที่ใสแตงเรียบรอยแลว
    ∙ ความยาวของไมหากมิไดระบุในแบบรูป ใหมีความยาวไมต่ำกวา 3 เมตร
  6. ในกรณีที่ผูควบคุมงานไมมั่นใจเกี่ยวกับชนิดของไมที่สงเขามาใชในงานกอสราง ผูวาจางสามารถสั่งใหผูรับ จางนำตัวอยางไมไปทำการทดสอบเพื่อใหไดไมตามมาตรฐานที่กำหนด โดยคาใชจายเปนของผูรับจาง
    วัสดุ (Products)
  1. รายละเอียดวัสดุ
    ไมทั้งหมดที่นำมาใชในโครงการนี้จะตองมีชั้นคุณภาพที่ดีที่สุดตามมาตรฐาน มอก.423 และ 424 สวนไมสักให ยึดถือตามมาตรฐาน มอก.422 ถาไมไดระบุไวเปนอยางอื่นในแบบกอสรางใหใชไมดังตอไปนี้หรือคุณภาพ เทียบเทา
  1. ไมเนื้อแข็ง ที่ระบุใหตกแตงผิวดวยการทาหรือพนสี
    ไมตะเคียนทอง (Hopea Odorata)
    ไมพยอม (Shorea Talura)
  2. ไมเนื้อแข็ง สำหรับงานโครงสรางหรือในสวนที่ตองการความแข็งแรง
    ไมเต็งภูเขา หรือไมเต็งรัง
    ไมตะเคียนราก ไมตะเคียนทอง
  3. ไมเนื้อแข็ง ที่ระบุใหตกแตงผิวดวยการยอมสี
    ไมมะคา (Afzelia Xylocarpa)
    ไมแดง (Xylia Kerrii)
  4. ไมสัก ตกแตงผิวดวยการยอมสีขับลายไม
    ไมสักทอง (Tectona Grandis)
  5. สำหรับงานโครงคราว
    ไมตะเคียนทอง
  6. ไมอัด ไมอัดชนิดตางๆ ที่ระบุในแบบกอสรางทั้งหมด จะตองเปนไมอัดที่ผลิตไดมาตรฐาน มอก.178 ชั้น คุณภาพที่ 1 ความหนาตามที่แสดงในแบบ โดยใชใหถูกตองกับตำแหนงของผนัง ดังตอไปนี้
    ∙ ไมอัดที่ระบุใหตกแตงผิวดวยการทาหรือพนสีใหใช ไมอัดสักลายภูเขา
    ∙ ไมอัดที่ระบุใหตกแตงผิวดวยการยอมสีขับลายไมใหใชไมอัดสัก
    ∙ ไมอัดที่ระบุใชในสวนของอาคารที่มีความชื้นสูง เชน หองน้ำ ครัว ฯลฯ ใหใชไมอัดชนิด
    ทนความชื้น
  1. การรักษาเนื้อไม
  1. ไมทั้งหมดกอนนำมาใชงาน ใหอัดน้ำยาปองกันปลวกและแมลงตางๆ โดยสอดคลองกับมาตรฐาน มอก.516 ชนิด Waterborne Preservatives บริเวณทั่วไปใหใชอัตราไมต่ำกวา 8 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร (CCA 8) ใน สวนที่สัมผัสกับพื้นดิน หรือน้ำใหอัดในอัตราไมต่ำกวา 16 กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร (CCA 16) หากมีการตัด เลื่อยไมใหทาน้ำยาบริเวณรอยตัดทันทีไมอนุญาตใหใชเศษไมจากแบบหลอคอนกรีตมากอสรางงานไมโครง คราวผนังและฝาเพดาน
  2. การปองกันรักษาเนื้อไมที่ไมไดตกแตงผิวดวยการทาหรือพนสีใหใชน้ำยาเคลือบผิวไมประเภท Impregnator สำหรับไม
  1. เครื่องยึดเหนี่ยวงานไม
  1. การยึดเครื่องทองเหลือง ตะปูเกลียว สลักเกลียว น็อต และเครื่องยึดตางๆ ที่มิไดระบุในแบบกอสรางหรือ รายการประกอบแบบแตเพื่อความมั่นคง แข็งแรง ผูรับจางจะตองจัดหาและติดตั้งเพื่อใหแข็งแรงเรียบรอย โดยเปนคาใชจายของผรูับจางเอง
  2. การยึดดวยตะปูหรือตะปูเกลียว ความยาวของตะปูที่ใชตองไมนอยกวา 2 เทาของความหนาของไมที่ยึดและ ตะปูเกลียวที่ใชขันยึดทุกตัวจะตองใชวิธีซอนหัวตะปูในเนื้อไมเสมอ
  3. การเจาะรูสำหรับตะปูเกลียว สลักเกลียว หรือตอกตะปูเพื่อมิใหไมแตก ขนาดรทู ี่เจาะตองเล็กกวาขนาดตะปู ที่ใช
  4. การยึดดวยตัวน็อต ใหเจาะรูโตกวาขนาดน็อตไมเกิน 10% น็อตทุกตัวจะตองมีแหวนมาตรฐาน หรือสลัก (Split Ring) รองใตแปนเกลียวทุกตัว
  5. สำหรับอาคารที่ตั้งอยูบริเวณริมทะเล น็อต อุปกรณยึดและโลหะอื่น ๆ ที่ใชในสวนภายนอกอาคารทั้งหมด รวมทั้งภายในที่สามารถมองเห็นจะตองใชน็อตชนิดสแตนเลสเกรด 304
  6. โลหะอื่นๆ ที่ใชประกอบในการกอสรางสำหรับงานไมเชน ตะปูตะปูเกลียว น็อต เหล็กฉาก Expansion Bolt ฯลฯ จะตองเปนของใหมหมด ไมเปนสนิม และมีคุณภาพไดมาตรฐาน มอก. ขนาดเปนไปตามความ เหมาะสมกับลกษณะงานท ั ี่จะใชหรือตามความเห็นของผูควบคุมงาน
    การดำเนินการ (Execution)
  1. การติดตั้ง
  1. การเตรียมงานไม ผูรับจางจะตองทำการบังใบลิ้นรองตางๆ ที่จำเปนสำหรบเขาไมไวเรียบรอย ตลอดจน จัดเตรียมเหล็กประกับ สกรูตะปูและอื่นๆ เพื่อใหใชในการประกอบ และอุปกรณตางๆ เหลานี้หากติดตั้งแลว สามารถเห็นดวยตาจะตองจัดจังหวะใหแลดูเรียบรอย ทั้งนี้โดยไดรับการตรวจเห็นชอบจากผูวาจางกอน ติดตั้ง
  2. การประกอบและตอไมเขาไมการติดตั้งยึดโครงสรางทั้งโครงผนังหรือโครงฝาเพดาน จะตองใชชางที่มีฝมือ และความชำนาญโดยเฉพาะ ซึ่งการประกอบการตอและการเขาไมจะตองแนบสนิทเต็มหนาที่ประกบกัน อยางเรียบรอย ตรงรอยตอต องยึดใหแนน มั่นคง แข็งแรง ไดฉากและไดแนว
  3. การตอไม โดยทั่วไปไมอนุญาตใหตอไม เวนแตมีความจำเปนซึ่งตองไดรับอนุมัติจากผูควบคุมงานแลว โดย ผูรับจางจะตองทำอยางประณีต และคำนึงถึงความสวยงามดวย และหามมิใหตอไมในตำแหนงที่เห็นวาเปน จุดอันตรายแมวาการตอไมจะทำไดดีก็ตาม การยึดสลักตลอดจนการใชแหวนรองควรมีความแนนหนาถาวร มั่นคงทุกตำแหนง
  4. รอยตอตางๆ ของโครงสรางไม และรายละเอียดการกอสรางงานไม ถามิไดระบุในแบบกอสรางใหปฏิบัติ ตามมาตรฐานการกอสรางอาคารไมของวิศวกรรมสถานแหงประเทศไทย โดยจะตองขออนุมัติหรือขอ คำแนะนำจากผูวาจางกอนทำการติดตั้ง
  5. การประกอบไมวงกบ ใหใชวิธีเจาะเดือยประกอบเขามุม 45 องศา และยึดดวยตะปูเกลียว การติดตั้งวงกบไม จะตองไดฉาก ไดดิ่ง และมีการปองกันมิใหมุมขอบไมแตกบิ่นและเปนรอยใดๆ ทั้งสิ้น การติดตั้งวงกบไมเขา กับผนังกออิฐฉาบปูน จะตองมีเสาเอ็นทับหลังโดยรอบผิวปูนฉาบที่ตอกับวงกบและเรียบเสมอกัน ใหเซาะรอง ขนาด 5 x 5 มิลลิเมตร สม่ำเสมอตลอดแนวรอยตอของวสดั ุติดตั้งแนววงกบใหสัมพันธกับผิวผนังสำเร็จ หรือ เปนไปตามที่ผูควบคุมงานกำหนดให
  6. การติดตั้งประตู-หนาตางไมเขาในวงกบ ตองใชชางผูชำนาญงานในการติดตั้งโดยเฉพาะ เมื่อเรียบรอยแลว จะตองปดเปดไดสะดวกไมมีการติดขัด หรือเสียดสีกันจนเกิดเสียงดัง เมื่อปดจะตองปดไดสนิท สามารถกันลม และฝนไดเปนอยางดี
  7. หัวตะปูทั้งหมดจะตองฝงและอุดใหเรียบรอย รวมทั้งผิวไมตางๆ ทั้งหมดจะตองขัดดวยกระดาษทราย อุดรูตำหนิแลวขัดใหเรียบรอยกอนทำการตกแตงสีตามที่กำหนด
  8. การติดตั้งผนังภายในประเภทโครงไมหรือโครงโลหะตางๆ ในกรณีดังตอไปนี้
    ∙ ผนังสูงและ/หรือยาวไมถึงโครงสรางเสา คาน พื้นคอนกรีต หรือผนังที่หลุดลอยๆ หรือผนังที่สูง เกินระดับ 3 เมตร หรือผนังตอเนื่องยาวเกินกวา 4.5 เมตร หรือผนังที่ชนวงกบประตู-หนาตาง ผูรับจางจะตองจัดทำ Shop Drawings และแสดงรายการคำนวณในการเสริมเหล็กโครงสราง (Sub-Frame) เพื่อยึดผนังใหแนนหนาแข็งแรง ไมสั่นคลอนและไมแอนเสียรูป โดยยึดหลักความ กวางโครงเหล็กที่เสริมจะตองกวางเทากับโครงคราวผนัง และไดรับการปองกันสนิมพรอมสีทับ หนาตามรายละเอียดที่ระบุในหมวดงานสี เมื่อ Shop Drawings และรายการคำนวณไดรับการ แกไขหรือพิจารณาอนุมัติแลว ผูรับจางจึงจะดำเนินการติดตั้งงานผนังได โดยปฏิบัติตาม Shop Drawings และขอกำหนดในหมวดงานเหล็กรูปพรรณอยางเครงครัด คาใชจายทั้งหลายที่เกิดขึ้น จากการเสริมเหล็ก และเตรียมการทำผนังดังกลาวทั้งหมด ถือเปนภาระของผูรับจางทั้งสิ้น และ จะถือเปนขออ างในการตออายุสัญญาไมได
    ∙ การกั้นผนังทุกชนิด ถาไมไดระบุไวเปนอยางอื่นในแบบกอสราง ใหถือวาเปนผนังกั้นสูงติด โครงสรางคานหรือพื้นคอนกรีตทั้งหมด
  9. บัวเชิงผนังไมจะตองไสปรับแตงใหเรียบรอยตามชนิดและขนาดของไมที่ระบุในแบบหรือรายการประกอบ แบบ และจะตองรอใหงานปูวสดั ุพื้นเสร็จเรียบรอยแลว จึงดำเนินการติดตั้งไดโดยใชกาวยางทาใหทั่วปะติด ผนังและยึดเสริมดวยตะปูเกลียวฝงพุกไนลอนซอนหัวตะปูในเนื้อไมพรอมทั้งอุดหัวตะปูดวยไมชนิดและสี เดียวกับไมบัวเชิงผนังใหดูกลมกลืนกันแลวขัดแตงใหเรียบรอย มุมบัวเชิงผนังทุกมุมใหใชวิธีเขามุม หามใชวิธี ตัดชนเปนอันขาด
  10. ตงไม
    กรณีพื้นไม : ใหติดตั้งตงไมทุกระยะที่กำหนดในแบบรูปหรือ
    ∙ สำหรับพื้นไมเวนรอง : ใหติดตั้งตงไมทุกระยะไมเกิน 0.40 เมตร
    ∙ สำหรับพื้นไมเขาลิ้น : ใหติดตั้งตงไมทุกระยะไมเกิน 0.50 เมตร
    กรณีไมไดกำหนดในรูปแบบถึงชนิดของไมที่ใชทำตง ใหใชไมตะเคียนทองหรือไมเนื้อแข็งอื่นๆที่มีคุณสมบัติ
    เทียบเทาไมตะเคียนทอง
  11. ทั้งหมดใหผานกรรมวิธีทาน้ำยากันปลวก มอด และน้ำมันรักษาเนื้อไม (ตามระบุในรายการทาสี) 12) การตกแตง
    งานไมที่ประกอบติดตั้งเสร็จแลวจะตองแข็งแรง สวนที่มองเห็นจะตองไดรับการอุด แตง และขัดดวย กระดาษทรายใหเรียบรอยและสวยงามแลวจึงทำการทาสีตามระบุในแบบ หากไมระบุใหทำสียอมเนื้อไมตาม สีไมธรรมชาติหรือตามวัตถุประสงคของผูออกแบบ การทาสีไมใหปฏิบัติตามระบุในหมวด 09 91 00 - งาน ทาสีดวยชางที่มีฝมือและความชำนาญในการทาสีไมโดยเฉพาะ
    —- จบหมวด 06 40 00 ——
    หมวด 07 10 00
    งานปองกันความชื้นและการกันซึม
    (DAMP PROOFING AND WATERPROOFING)
    ความตองการทั่วไป (General)
  1. ความตองการทั่วไป
  1. ผูรับจางตองจัดหาวัสดุคาแรง และอุปกรณที่จำเปนในการทำระบบกันซึมและระบบปองกันความชื้นของ สวนตางๆ ของอาคาร สวนประกอบหรือโครงสรางตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ ผูรับจางจะตองจัดสงตัวอยางรายละเอียดพรอมใบรับรองผลการทดสอบคุณภาพวัสดุจากหนวยงานที่ได กำหนดไวและหลักฐานอื่นๆ ตามที่ผูวาจางตองการเพื่อขออนุมัติกอนจะนำไปใชงาน
  2. การติดตั้งระบบปองกันความชื้นและน้ำซึมผานใหเปนลักษณะเหมารวมแบบเบ็ดเสร็จทั้งวัสดุ/อุปกรณและ ติดตั้งโดยบริษัทผูรับจางติดตั้งที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการติดตั้งระบบนี้โดยเฉพาะ และเปนตัวแทน จำหนายวัสดุ/อุปกรณของระบบดังกลาว หรือผูรับจางติดตั้งที่ไดรับการรับรองจากตัวแทนจำหนายผลิตภัณฑ หามมิใหผูรับจางหลัก (Main Contractor) ซื้อหรือจัดหาวัสดุ/อุปกรณมาดำเนินการติดตั้งเองโดยเด็ดขาด
  3. ผูผลิตตองมีประสบการณในการผลิตวัสดุเรื่องงานปองกันความชื้นและการกันซึมไมต่ำกวา 10 ปมีผลงาน ติดตั้งอางอิงภายในประเทศภายในระยะเวลา 5 ปที่ผานมา อยางนอย 5 โครงการที่มีพื้นที่มากกวา 3,000 ตร.ม.ตอผลงาน
  4. ตองไมเปนผูติดตั้ง ที่ดอยคุณภาพ จนทำใหผิว. หลุดรอน โปงพอง แตกราว จนเกิดความเสียหายมาแลว 2. การเสนอรายละเอียด
  5. ผูรับจางจะตองสงรายละเอียด ขอกำหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑที่ใชขอมูลทางเทคนิค ขอแนะนำการติดตั้ง และขอมูลประกอบอื่นๆ ที่จำเปนสำหรับการกอสรางงานระบบปองกันความชื้นตามที่ผูควบคุมงานตองการ เพื่อพิจารณาตรวจสอบ
  6. ผูรับจางตองจัดทำ Shop Drawings เพื่อใหผูควบคุมงานตรวจสอบกอนทำงานระบบปองกันความชื้นโดย แสดงรายละเอียดดังตอไปนี้
    ∙ ตำแหนงการติดตั้งระบบกันซึมในแตละสวนของงาน
    ∙ แบบขยายการติดตั้งระบบกันซึมในแตละสวน เชน ขอบ มุม รอยตอ จุดสิ้นสุดระบบกันซึม การ ซอนทับ ฯลฯ
    ∙ การทำ Flashing และการอุดยาแนวในแตละสวนของงาน
    ∙ แบบขยายอื่นๆ ที่เกี่ยวของหรือจำเปนตามที่ผูควบคุมงานตองการ
  7. หนาที่และความรับผิดชอบของผูรับจางติดตั้งระบบกันซึมกอนการดำเนินงาน เนื่องจากการดำเนินงานเปน ลักษณะเหมารวมแบบเบ็ดเสร็จ ผูรับจางติดตั้งระบบกันซึมและปองกันความชื้นตองเปนผูรับผิดชอบและ รับประกนผลงานภายหล ั ังการติดตั้ง โดยไมมีเงื่อนไขใด ๆ (ยกเวนความเสียหายอันเนื่องจากความผิดพลาดใน การรับน้ำหนักของโครงสราง) ดังนั้น เพื่อใหการติดตั้งระบบฯ เปนไปอยางสมบูรณในทุกพื้นที่ และเพื่อ ปองกันมิใหเกิดปญหาของการรั่วซึมในภายหลัง พื้นผิวที่จะถูกติดตั้งระบบฯ จะตองสมบูรณเรียบรอยทุก ประการ ไมมีรอยแยก ไมมีการรั่วซึม ไมมีสภาพที่จะกอใหเกิดปญหาภายหลัง จึงกำหนดขั้นตอนที่สำคัญ ที่ ผูรับจางติดตั้งระบบฯ ตองดำเนินการเปน 2 ขั้นตอนใหญๆ ดังนี้
    ขั้นตอนที่ 1 : ขั้นตอนของการตรวจสอบและซอมแซมพื้นผิวกอนการติดต้งั
    ขั้นตอนที่ 2 : ขั้นตอนของการติดตั้งระบบกันซึมและปองกันความชื้น
    ขั้นตอนที่ 1 : ขั้นตอนของการตรวจสอบและซอมแซมพื้นผิวกอนการติดตั้ง
    กอนดำเนินการติดตั้ง ใหผูรับจางติดตั้งระบบฯ ตรวจสอบสภาพหนางานจริงทั้งหมดกอนการดำเนินการติดตั้ง ระบบกันซึม พรอมทั้งเสนอวิธีการทดสอบการรั่วซึมของโครงสราง เชน การทดสอบโดยการขังน้ำ โดย กำหนดใหทางผูรับจางหลักเปนผูทดสอบ หากมีจุดบกพรองหรือไมเปนไปตามมาตรฐานที่ดีในงานกอสราง หรือไมเปนไปตามที่ระบุในรูปแบบหรือในขอกำหนด ซึ่งเปนสาเหตุใหเกิดการรั่วซึมหรือปญหาอื่นๆ
    ในภายหลัง กำหนดใหผูรับจางติดตั้งระบบฯ ประสานงานกับผูควบคุมงานทำการซอมแซมพื้นผิวโครงสราง โดย กำหนดใหผูรับจางหลัก (Main Contractor) ทำการทดสอบการรั่วซึมของน้ำหลังจากการซอมแซมใหเรียบรอย สมบูรณกอนการติดตั้งระบบฯ โดยหนาที่ของผูรับจางติดตั้งระบบฯ มีขั้นตอนการดำเนินงานดังตอไปนี้ 1) ทำการตรวจสภาพพื้นผิวและแจงใหผูควบคุมงานและผูรับจางหลัก ใหทราบถึงตำแหนงที่มีปญหาและเงื่อนไข ของปญหา
  8. ทำการกำหนดวิธีการซอมแซมพื้นผิวในแตละตำแหนง
  9. ดำเนินการซอมแซมพ้นผื ิวที่จะติดตั้งระบบกันซึมนั้น ๆ
  10. กำหนดวิธีการทดสอบการรั่วซึมของน้ำภายหลังการซอมแซม โดยผูรับจางหลัก (Main Contractor) เปน ผูดำเนินการทดสอบการรั่วซึมของน้ำ
    โดยคาใชจายในการดำเนินงานทั้งหมดจนกระทั่งเสร็จเรียบรอยสมบูรณเปนของผูรับจางหลัก (Main Contract) โดยไมมีเงื่อนไข หลังจากการติดตั้งระบบเสร็จเรียบรอยใหมีการทดสอบการรั่วซึมของน้ำอีกครั้งหนึ่งกอนสงมอบ งาน และหากมีขอขัดแยงใหผูวาจางเปนผูวินิจฉัย
    หมายเหตุ : ใหผูรับจางติดตั้งระบบฯ ประมาณการคาใชจายและแจงลวงหนา โดยผูควบคุมงานเปนผูพิจารณา กอนยื่นขออนุมัติ
    ขั้นตอนที่ 2 : ขั้นตอนของการติดตั้งระบบกันซึมและปองกันความชื้น
    กอนการอนุมัติผูรับจางตองสงรายละเอียดตามตามขอกำหนดเรื่องการเสนอรายละเอียด ใหผูควบคุมงานอนุมัติ กอนการติดตั้ง โดยหากมิไดระบุใหเปนอยางอื่นในแบบหรือรูปแบบเฉพาะสำหรับงานนั้นๆ ใหใชระบบกันซึมและ การปองกันความชื้นตามประเภทพื้นที่ตามมาตรฐานดังตอไปนี้
  1. พื้น / ผนัง ที่อยูต่ำกวาระดับดิน
    พื้นและผนังชั้นใตดิน / บอลิฟต / บอพกนั ้ำชั้นใตดิน (Drainage sump) / ภายนอกของถังเก็บน้ำที่อยูใตดิน / ภายนอกของบอ บำบัดน้ำเสีย ใหใชระบบกันซึมชนิดตกผลึกในเนื้อคอนกรีต (Crystalline Concrete Admixture) ผสมในคอนกรีตและสำหรับ โครงสรางภายนอกของชั้นใตดินใหติดตั้งระบบกันซึมชนิดแผน (Pre-Applied Waterproof Membrane)
  2. พื้นที่อยูติดกับดิน
    พื้นภายในอาคารที่ติดกับพื้นดินโดยตรง / ถนน / ทางเทา ภายนอกอาคารที่อยูเหนือที่ใชสอยชั้นลาง / รางระบายน้ำพื้น ใหใช ระบบกันซึมชนิดตกผลึกในเน้อคอนกร ื ีต (Crystalline Concrete Admixture) ผสมในคอนกรีตและระบบกันซึมชนิดทา ซีเมนต-โมดิฟาย โพลิเมอร (Cement-Modified Polymer)
  3. พื้นที่เปยกทั่วไปของอาคาร / Wet Area (เฉพาะพื้น)
    หองน้ำ – หองสวม / หอง Janitor / หอง Dirty / หอง AHU / หองเก็บขยะ / หองครัว / พื้นที่ที่มีการติดตั้ง Floor Drain / พื้นที่อื่นๆ ที่มีการกำหนดเฉพาะเปนพื้นที่เปยก หรืออาจมีฝนสาด /ระเบียง ขนาดเล็กที่มีวัสดุปดผิว ใหใชระบบกันซึมชนิดทา ซีเมนต-โมดิฟาย โพลิเมอร (Cement-Modified Polymer) ที่ผิวโครงสราง และตองมี Topping หรือวัสดุปดผิว เชน กระเบื้อง และทาขึ้นมาที่ขอบผนังโดยรอบหองสูง 20 เซนติเมตร จากพื้น
  4. บริเวณผิวภายในถังเก็บน้ำใตดินและบนอาคาร
    ใหใชระบบกันซึมชนิดตกผลึกในเนื้อคอนกรีต (Crystalline Concrete Admixture) ผสมในคอนกรีตและระบบกันซึมชนิดทา ซีเมนต-โมดิฟาย โพลิเมอร (Cement-Modified Polymer)
  5. บริเวณผิวภายในของสระวายน้ำ
    ใหใชระบบกันซึมชนิดตกผลึกในเนื้อคอนกรีต (Crystalline Concrete Admixture) ผสมในคอนกรีตและระบบกันซึมชนิดทา ซีเมนต-โมดิฟาย โพลิเมอร (Cement-Modified Polymer)
  6. บริเวณผิวภายในของบอบำบัดน้ำเสีย / บอพักน้ำเสีย (Sewage Sump)
    ใหใชระบบกันซึมชนิดตกผลึกในเนื้อคอนกรีต (Crystalline Concrete Admixture) ผสมในคอนกรีตและระบบเคลือบอีพ็อกซี่เร ซิน 2 สวนผสม (Modified Flexible Epoxy Coating)
  7. หลังคาดาดฟา / กันสาดค.ส.ล. / รางน้ำค.ส.ล. (ไมมี Finishing)
    ใหใชระบบกันซึมชนิดทาโพลียูรีเทน (Pure Polyurethane Modified – Self Leveling Membrane) 8. หลังคาดาดฟา / ระเบียงค.ส.ล. ขนาดใหญ / กันสาดค.ส.ล. (มี Finishing)
    ใหใชระบบกันซึมชนิดทาโพลียูรีเทน (Solvent Base Polyurethane - Liquid Applied Membrane) 9. พื้นชั้นดาดฟา หรือหลังคา ค.ส.ล. ที่มีการใชงานเปนที่จอดรถ หรือลานจอดเฮลิคอปเตอร ใหใชระบบกันซึมชนิดตกผลึกในเนื้อคอนกรีต (Crystalline Concrete Admixture) ผสมในคอนกรีตและใหใชวัสดุกันซึมแบบ ทา ไมมีรอยตอ ประเภทโพลียูริเทน-โพลียูเรียไฮบริด หรือประเภทโพลียูเรีย คาการรับแรงดึง Tensile Strength ไมต่ำกวา 12 N/mm2 , คาการยืดตัว Elongation ไมต่ำกวา 350% , Abrasion resistance , Fire Classification , Shore D hardness และ คาการรับรอยแตกราว Crack Bridging ไมนอยกวา 3 mm.
    คุณสมบัติยืดหยุนสูง สามารถรับการแตกราวของพื้นคอนกรีตไดชั้น Top Coat ของระบบกันซึมจะตองปองกัน UV และสภาพ อากาศ รวมถึงการเสียดสี,สารเคมีที่ใชทำความสะอาดและการทำความสะอาดดวยเครื่องแรงดันน้ำสงไดู ความหนาของระบบไม ต่ำกวา 2 มม. ติดตั้งโดยผเชู ี่ยวชาญและตามมาตรฐานของผลิตภัณฑและรับประกันอายุการใชงาน ไมนอยกวา 10 ป 10. บริเวณรอยตอคอนกรีตโครงสรางที่ตองสัมผัส หรือเกี่ยวของกับน้ำ
    ใหติดตั้ง Water Stop บริเวณรอยตอคอนกรีต เพื่อกันน้ำรั่วซึมบริเวณโครงสรางสวนใตดิน หรือสวนที่ตองเก็บกักน้ำ หรือสวนที่ คอนกรีตตองสัมผัสน้ำหรือบริเวณที่ทอลอดผานโครงสราง เชน พื้นหองน้ำ, Roof drain บริเวณดาดฟา/หลังคา ∙ PVC Water Stop ใชสำหรับรอยตอคอนกรีตประเภท Expansion Joint หรือ Movement Joint. PVC. Water Stop ใหใชแบบมีรูตรงกลาง (with Center Bulb), Tensile Strength ไมต่ำกวา 120 กก./ซม2, Elongation ไมต่ำ กวา 300% โดยติดตั้งใหเรียบรอย มีการยึดอยางแข็งแรงไมหลุดพับในระหวางการเทคอนกรีต
    ∙ Hydrophilic Polyurethane Rubber, Swelling Water Stop ใชสำหรับรอยตอคอนกรีตประเภท Construction Joint หรือ Contraction Joint หรือบริเวณที่ทอลอดผานโครงสรางที่กักเก็บน้ำหรือสัมผัสน้ำ เชน พื้นหองน้ำ, สระวายน้ำ, Roof drain บริเวณดาดฟา Water Stop