ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศ อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)
โครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศในอุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและทดแทนระบบระบายอากาศเดิมในพื้นที่อับอากาศให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม ขอบเขตงานประกอบด้วยการรื้อถอนตู้ควบคุมมอเตอร์เดิมและติดตั้งตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) ใหม่จำนวน 7 ตู้, รื้อถอนและติดตั้งพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) 14 ชุด, พัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) 12 ชุด พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมลม (Motorized Damper) 26 ชุด, ระบบไฟฟ้าและท่อร้อยสายใหม่ 26 วงจร โดยใช้สายทนไฟ (FRC-XLPE-LSHF) เดินในท่อ RSC, ตู้แยกวงจรไฟฟ้า (Isolator Panel) 26 ชุด, ทางเดิน Catwalk และบันไดสำหรับพัดลมและประตูทางขึ้น-ลงห้อง Low Voltage 7 ชุด รวมถึงการติดตั้งระบบแสงสว่างและซ่อมแซมห้อง Low Voltage 7 ห้อง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์สั่งการระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Module) และอุปกรณ์ตรวจวัดก๊าซพิษ/สภาพแวดล้อม (H2S, CO2, Methane, O2, NO2, อุณหภูมิ, ความชื้น, ความเร็วลม) พร้อมออกแบบพัฒนาส่วนแสดงผลกราฟฟิก (GUI) และโปรแกรมควบคุม (Control Logic) เพื่อเชื่อมต่อและสั่งการระยะไกลผ่านระบบ SCADA เดิมได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการจัดฝึกอบรมและส่งมอบคู่มือและแบบ As-Built Drawing ภายในระยะเวลา 330 วัน
English summary
This project involves the procurement and installation of a ventilation system for the Utility Tunnel at Suvarnabhumi Airport to replace the existing system in a confined space. The scope of work includes dismantling and installing 7 Utility Tunnel Motor Control Center (UTT-MCC) cabinets, 14 supply fans, and 12 exhaust fans, along with 26 motorized dampers, 26 electrical circuits/conduits, 26 isolator electric panels, and catwalks/ladders. It also covers the replacement of 7 fire exit doors for Low Voltage Rooms, repairing and illuminating 7 Low Voltage Rooms, and installing fire alarm control modules and environmental/toxic gas sensors (H2S, CO2, Methane, O2, NO2, temperature, humidity, air velocity). The contractor must design a Graphic User Interface (GUI) and control logic to fully integrate with the existing SCADA system, conduct testing, provide training, and deliver as-built drawings within a 330-day timeframe.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศ อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จำนวน 1 งาน เพื่อทดแทนอุปกรณ์เดิมที่เสื่อมสภาพ
- เพื่อปรับปรุงระบบควบคุมและระบบระบายอากาศในพื้นที่อับอากาศให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมและกฎหมายความปลอดภัยในที่อับอากาศ
- เพื่อเชื่อมต่อระบบควบคุมระบายอากาศเข้ากับระบบ SCADA เดิมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1
- วัตถุประสงค์
ข้อกําหนดรายละเอียดในการจัดหาของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศ อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศ อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จํานวน 1 งาน - มาตรฐานที่กําหนด
2.1 การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม “มาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าในสถานที่ทํางาน พ.ศ. 2557” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือฉบับล่าสุด EIT 022011-14
2.2 การติดตั้งระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเป็นไปตาม “มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับประเทศไทย พ.ศ. 2564” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือฉบับล่าสุด EIT 022001-22
2.3 การติดตั้งระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตาม “มาตรฐาน ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ พ.ศ. 2564” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือฉบับล่าสุด EIT 031001-21
2.4 การออกแบบ และติดตั้งระบบควบคุมควันไฟต้องเป็นไปตาม “มาตรฐานการควบคุมควันไฟ พ.ศ. 2562 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือฉบับล่าสุด EIT 032009-19
2.5 พัดลมระบายอากาศ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน AMCA-211 (Air performance) และ 311 (Sound performance)
2.6 เซอร์กิตเบรกเกอร์ ชนิด Miniature Circuit Breaker : MCB ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 60898 2.7 เซอร์กิตเบรกเกอร์ ชนิด Molded Case Circuit Breaker : MCCB ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 60947-2 2.8 เซอร์กิตเบรกเกอร์ ชนิด Motor Protective Circuit Breaker : MPCB ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน
IEC 60947-2
2.9 ดิจิตอลเพาเวอร์มิเตอร์ (Digital Power Meter : DPM) ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
2.9.1 Power Metering and Monitoring Devices : PMD ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 61557-12 2.9.2 Electromagnetic Compatibility : EMC ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 61000
2.9.3 Electrical Safety ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 61010-1
2.10 สายทนไฟ ชนิดมีเปลือก ตัวนําทองแดง (XLPE) แรงดันไฟฟ้า 0.6/1 กิโลโวลต์ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน
IEC 60502-1
2.11 สายทนไฟ FRC-XLPE/LSHF ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
2.11.1 Flame Retardant ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 2756, IEC/BS EN 60332-1 หรือ IEC/BS
EN 60332-3
60754
2.11.2 Acids Gas Emission ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 2757 เล่ม 1 และ 2 หรือ IEC/BS EN
2.11.3 Smoke Emission ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 2758 หรือ IEC/BS EN 61304-2 2.11.4 Fire Resistant ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก 2755, มอก. 3197 หรือ IEC/BS EN 6387
&
(นายธนพล ลอยเมฆ)
ผู้จัดทําร่างฯ 1
على
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
2
2.12 สายไฟฟ้าหุ้มฉนวน และเปลือกพอลิไวนิลคลอไรด์ ตัวนําทองแดง (NYY) แรงดันไฟฟ้า 450/750 โวลต์ 70 °C ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก 11-2559
2.13 สายไฟฟ้าแกนเดี่ยวไม่มีเปลือก ตัวนําทองแดง ชนิดตัวนําสายแข็ง (THW) แรงดันไฟฟ้า 450/750 โวลต์ 70 °C ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.11-2553
2.14 สายไฟฟ้าแกนเดี่ยวไม่มีเปลือก ตัวนําทองแดง ชนิดตัวนําสายอ่อน (THW-F) แรงดันไฟฟ้า 450/750 โวลต์ 70 °C ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 11-2553
2.15 ท่อร้อยสายไฟ ชนิดโลหะหนา (Rigid Steel Conduit : RSC) ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 770-2533, ANSI C.80.1 หรือ UL6
2.16 สวิตช์ปลดวงจร มือหมุน แบบกันน้ํา (Waterproof Rotary Isolator Switch) ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 60529 (ระดับการป้องกันฝุ่นและน้ํา)
2.17 ประตู (ทางขึ้น-ลง) ห้อง Low Voltage Room ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
2.17.1 ประตูเหล็กทนไฟ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน BS 476 หรือ มอก. 1220-2541
2.17.2 คานผลักประตูหนีไฟ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ANSI A 156.3-2001
2.18 แผ่นกรองอากาศ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
2.18.1 ประสิทธิภาพแผ่นกรอง ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 16890, EN779 หรือ ASHRAE 52.2 2.18.2 แผ่นกรองอากาศ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน UL 900
2.19 ตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel Motor Control Center : UTT-MCC) เป็นไปตาม มาตรฐาน IEC 61439-1/2 (NON TYPE TEST)
2.20 วัสดุ หรืออุปกรณ์ป้องกันการลุกลามของไฟ และควันไฟ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน UL หรือ NFPA 2.21 อุปกรณ์ทุกชนิด ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น มอก., UL, IEC, ANSI, NEC, BS, JIS, TIS, DIN,
ISO หรือ IEEE
2.22 วัสดุหรืออุปกรณ์ที่นํามาติดตั้ง ต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เป็นของเก่าเก็บ และไม่เคยใช้งานมาก่อน - ขอบเขตงาน
งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศ อุโมงค์สาธารณูปโภค (Tunnel Utility) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อทดแทนของเดิม (พื้นที่อับอากาศ) ตามแบบ สรุป.ที่ 13/68 โดยมีรายละเอียดของงานดังนี้
3.1 รื้อถอน และจัดหาพร้อมติดตั้ง ตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel Motor Control Center : UTT-MCC) ที่ติดตั้งในอุโมงค์ สาธารณูปโภค (Utility Tunnel : UTT) จํานวน 7 ตู้
3.2 รื้อถอน และจัดหาพร้อมติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (Ventilation Fan) จํานวน 26 ชุด ประกอบด้วย
3.2.1 พัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) จํานวน 14 ชุด แบ่งเป็น
3.2.1.1 พัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) ขนาดไม่น้อยกว่า 22,250 CMH จํานวน 4 ชุด
3.2.1.2 พัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) ขนาดไม่น้อยกว่า 44,500 CMH จํานวน 10 ชุด 3.2.2 พัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) ขนาดไม่น้อยกว่า 44,500 CMH จํานวน 12 ชุด 3.2.3 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมลม (Motorized Damper) สําหรับพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) และพัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) จํานวน 26 ชุด
3.2.4 รื้อถอน และจัดหาพร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้า (เดินท่อร้อยสายไฟฟ้า) (ใหม่) สําหรับพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) และพัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) จํานวน 26 วงจร
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์)
ผู้จัดทําร่างฯ 2
3
3.2.5 รื้อถอน และจัดหาพร้อมติดตั้งตู้แยกวงจรไฟฟ้า (Isolator Electric Panel) สําหรับพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) และพัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) จํานวน 26 ชุด
3.2.6 จัดหาพร้อมติดตั้งทางเดิน (Catwalk) และบันได สําหรับพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) และพัดลม ระบายอากาศ (Exhaust Fan) จํานวน 26 ชุด
3.3 รื้อถอน และจัดหาพร้อมติดตั้งประตู (ทางขึ้น-ลง) ห้อง Low Voltage Room พร้อมทางเดิน (Catwalk) และ บันได จํานวน 7 ชุด
3.4 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ควบคุม ภายในตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) ที่ประกอบด้วย
3.4.1 อุปกรณ์วงจรควบคุม (Control Circuit) จํานวน 7 ชุด
3.4.2 อุปกรณ์ควบคุมแบบดิจิทัลสําหรับการสั่งงานระยะไกล (Remote Direct Digital Controller Device : DDC) จํานวน 7 ชุด
3.5 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์สั่งการระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Module) จํานวน 7 ชุด 3.6 ซ่อมแซมผนัง พื้น พร้อมทําความสะอาดภายในห้อง Low Voltage Room จํานวน 7 ห้อง 3.7 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบแสงสว่างภายในห้อง Low Voltage Room จํานวน 7 ห้อง
3.8 ออกแบบ ส่วนแสดงผล และควบคุมแบบกราฟฟิก (Graphic User Interface : GUI) สําหรับควบคุม และ แสดงผลการทํางานของอุปกรณ์ภายในตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) ให้สามารถใช้งานร่วมกับ ระบบ SCADA (เดิม) ได้อย่างสมบูรณ์
3.9 ตรวจสอบ และทดสอบการติดตั้งของอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า วงจรควบคุม การสื่อสารข้อมูล การรับ-ส่งสัญญาณ รวมถึงการสั่งงาน และการแสดงผลผ่านระบบ SCADA (เดิม) การทํางานของส่วนแสดงกราฟฟิก (GUI) และลําดับ ตรรกะ (Logic Sequence) ทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถทํางานได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และต้องจัดทํา
รายงานผลการทดสอบ (Test Report)
3.10 จัดฝึกอบรมการตรวจสอบบํารุงรักษา ขั้นตอนการวัดประสิทธิภาพการทํางาน ความพร้อมในการใช้งาน หรือ ข้อแนะนําอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์กับการใช้งาน - คุณสมบัติทางเทคนิค
4.1 พัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) ขนาดไม่น้อยกว่า 22,250 CMH ที่มีคุณสมบัติ
4.1.1 ชนิดของพัดลม
4.1.2 แรงดันไฟฟ้าใช้งาน
4.1.3 กําลังไฟฟ้าใช้งาน
4.1.4 ความดันสถิตภายนอก
4.1.5 ระดับเสียง
4.1.6 วัสดุของ Impeller / Wheel
4.1.7 วัสดุของ Louver Penthouse
4.1.8 ขนาดปากปล่องของพัดลม
: Centrifugal Fan, Double Width, Double Inlet,
Backward Inclined.
: 3 Phase
: ≤2.5 KW.
: ≥0.5 in.wg. (125 Pa)
: ≤74 dB(A) @ ระยะ 1.5 เมตร
: Steel
: Aluminum
: <875 mm. x 875 mm.
4.2 พัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) ขนาดไม่น้อยกว่า 44,500 CMH ที่มีคุณสมบัติ
4.2.1 ชนิดของพัดลม
4.2.2 แรงดันไฟฟ้าใช้งาน
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
: Centrifugal Fan, Double Width, Double Inlet
Backward Inclined.
: 3 Phase
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
4
4.2.3 กําลังไฟฟ้าใช้งาน 4.2.4 ความดันสถิตภายนอก 4.2.5 ระดับเสียง
4.2.6 วัสดุของ Impeller / Wheel
4.2.7 วัสดุของ Louver Penthouse
4.2.8 ขนาดปากปล่องของพัดลม
: ≤11 kW.
: ≥1.00 in.wg. (250 Pa)
: <85 dB(A) @ ระยะ 1.5 เมตร
: Steel
: Aluminum
: <875 mm. x 875 mm.
4.3 พัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) ขนาดไม่น้อยกว่า 44,500 CMH ที่มีคุณสมบัติ
4.3.1 ชนิดพัดลม
4.3.2 แรงดันไฟฟ้าใช้งาน
4.3.3 กําลังไฟฟ้าใช้งาน
4.3.4 ความดันสถิตภายนอก
4.3.5 ระดับเสียง
4.3.6 วัสดุของ Impeller / Wheel
4.3.7 ขนาดปากปล่องของพัดลม
4.4 สาย (Fire Resistant Cable-Cross Linked
ที่มีคุณสมบัติ
4.4.1 ตัวนํา
4.4.2 ฉนวน
4.4.3 เปลือก
4.4.4 แรงดัน
4.4.5 อุณหภูมิใช้งาน
4.4.6 จํานวนแกน - ความต้องการ
: Centrifugal, Roof Fan, Backward Inclined
: 3 Phase
: ≤7.5 kW.
: ≥0.625 in.wg. (155 Pa)
: ≤75 dB(A) @ ระยะ 1.5 เมตร
: Aluminum
: ≤1,625 mm. x 1,625 mm.
Polyethylene-Low Smoke Halogen Free : FRC-XLPE/LSHF)
: ทองแดง (Copper)
: XLPE (Cross-linked Polyethylene)
: LSHF (Low Smoke Halogen Free)
: 0.6/1 kV.
: 90 °C
: 4C/G
ผู้ขายดําเนินการรื้อถอนอุปกรณ์ (เดิม) และจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ (ใหม่) ระบบระบายอากาศอุโมงค์ สาธารณูปโภค (Utility Tunnel) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ตามแบบ สรุป.ที่ 13/68 โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.1 ผู้ขายจะต้องดําเนินการติดตั้งระบบระบายอากาศให้แล้วเสร็จ ตามกลุ่มวงจรที่ควบคุมผ่านตู้ควบคุมมอเตอร์ อุโมงค์สาธารณูปโภค UTT-MCC-01 ถึง UTT-MCC-07 (จํานวน 7 ตู้) โดยที่พัดลมในกลุ่มวงจรนั้น ๆ ต้องสามารถใช้ งานได้ทั้งหมดจึงสามารถดําเนินการติดตั้งในกลุ่มวงจรถัดไปได้ โดยมีขอบเขตการดําเนินการดังนี้
5.1.1 รื้อถอนตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) (เดิม) และจัดหาพร้อมติดตั้งตู้ควบคุม มอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) (ใหม่) พร้อมอุปกรณ์ประกอบดังนี้
5.1.1.1 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์วัดค่า (Measuring Instruments) 5.1.1.2 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์แสดงผล (Indicating Devices) 5.1.1.3 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน (Protection Devices) 5.1.1.4 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบควบคุม (Control System) ประกอบด้วย
5.1.1.4.1 จัดหาพร้อมติดตั้งวงจรควบคุม (Control Circuit) สําหรับควบคุมการทํางานของ พัดลม รวมถึงรับ-ส่งสัญญาณสั่งงาน และสถานะภายในตู้ควบคุม เพื่อให้ระบบสามารถทํางานได้ถูกต้อง ปลอดภัย เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดได้ โดยที่จํานวน ประเภท และพิกัดของอุปกรณ์ควบคุมเป็นไปตามแบบตู้ควบคุมมอเตอร์
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
5
อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) ของแต่ละชุด และต้องสามารถรองรับภาระโหลดเดิม (Existing Load) ได้ครบถ้วน ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะการจ่ายโหลดของระบบ (เดิม) วงจรควบคุมต้องรองรับ รูปแบบการสตาร์ท มอเตอร์แบบตรง (Direct On Line : DOL) ประกอบด้วยอุปกรณ์ป้องกัน และควบคุมที่เหมาะสม รายละเอียดอุปกรณ์ ที่ควบคุมดังนี้
5.1.1.4.1.1 ควบคุมพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) 5.1.1.4.1.2 ควบคุมพัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) 5.1.1.4.1.3 ควบคุมระบบระบายน้ํา (Sump Drain)
5.1.1.4.2 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมดิจิทัลสําหรับสั่งงานระยะไกล (Remote Direct
Digital Controller : DDC) สําหรับสั่งงาน และตรวจสอบสถานะพัดลมผ่านระบบ SCADA รวมถึงประมวลผลสัญญาณ คําสั่ง และข้อมูลการทํางานแบบ Real-Time เพื่อสามารถบริหารจัดการระบบระบายอากาศได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และสามารถเฝ้าระวังเหตุผิดปกติได้อย่างต่อเนื่อง
ชุดควบคุมต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบควบคุมอัตโนมัติ เพื่อสั่งงานพัดลมให้ เปิด/ปิด ได้ ในโหมด Remote และเมื่อได้รับสัญญาณจากระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System) ระบบควบคุมต้องทําการ สั่งงานแทนที่ (Override) คําสั่งอื่นทั้งหมด และสั่งงานให้พัดลมทํางานในโหมดฉุกเฉิน (Emergency Mode) ทันที
หากมีสัญญาณเพิ่มเติมที่จําเป็นต่อความปลอดภัยหรือการควบคุม ผู้ขายต้องดําเนินการ
เพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด
5.1.1.4.3 ผู้ขายต้องเสนอรายละเอียดวัสดุ อุปกรณ์ และหลักการทํางานของชุดควบคุมการ ทํางานของพัดลม รวมถึงงานเดินสายสัญญาณ (Wiring Control) ภายในตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel Motor Control Center : UTT-MCC) ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติ ก่อน ดําเนินการติดตั้ง ทั้งนี้ วัสดุและอุปกรณ์ที่เสนอต้องเป็นไปตามหลักวิศวกรรม มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และต้องรองรับการ ทํางานของระบบควบคุมได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
5.1.2 ดําเนินการรื้อถอนพัดลม (เดิม) และจัดหาพร้อมติดตั้งพัดลม (ใหม่) สําหรับใช้งานในระบบปรับอากาศ และระบายอากาศ (HVAC System) โดยพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) และพัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) ต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน บํารุงรักษา และความเข้ากันได้ของอุปกรณ์
พัดลมต้องมีอัตราการไหลของอากาศ (Airflow) และความดัน (Static Pressure) ไม่น้อยกว่าค่าที่กําหนด โครงสร้างต้องมีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสมกับสภาพการแวดล้อมการใช้งาน และสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่อง ใบพัดผลิตจากวัสดุที่มีน้ําหนักเบาหรือวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และสามารถบํารุงรักษาได้สะดวก
มอเตอร์พัดลมต้องมีฉนวนไฟฟ้าไม่น้อยกว่า Insulation Class F ใบพัดลมต้องผ่านการปรับสมดุลจากโรงงาน ผู้ผลิต ทั้งแบบ Static Balancing และ Dynamic Balancing เพื่อลดการสั่นสะเทือน และยืดอายุการใช้งาน พร้อม จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ประกอบที่จําเป็น เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้อุปกรณ์ประกอบต้องเป็น ของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.1.2.1 Louver Penthouse พัดลมเติมอากาศขนาดไม่น้อยกว่า 22,250 CMH ให้ดําเนินการรื้อถอน และเปลี่ยน Louver Penthouse (ใหม่) ทดแทนของเดิม พัดลมเติมอากาศขนาดไม่น้อยกว่า 44,500 CMH ให้ ดําเนินการซ่อมแซม ปรับปรุง และเปลี่ยนชิ้นส่วนของ Louver Penthouse (เดิม) ตามความจําเป็น เพื่อให้สามารถใช้ งานใกล้เคียงกับสภาพเดิมตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบมากที่สุด โดยต้องสามารถป้องกันฝน และป้องกันสิ่ง แปลกปลอมเข้าสู่ระบบระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้วัสดุหรืออะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมหรือเปลี่ยนทดแทน ต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าของเดิม และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
6
5.1.2.2 ฐานรองรับพัดลม (Fan Base Frame) ที่มีความแข็งแรง สามารถรองรับน้ําหนักของพัดลม มอเตอร์ น้ําหนักของผู้ปฏิบัติงาน และอุปกรณ์ประกอบทั้งหมดได้ โดยต้องออกแบบให้สามารถติดตั้งพัดลมได้อย่าง ถูกต้องตามแนวศูนย์ (Alignment) และสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานได้
5.1.2.3 โครงสร้างรองรับ (Support Structure) ที่มีความแข็งแรง สามารถรองรับน้ําหนัก และแรง กระทําที่เกิดจากการทํางานของพัดลมได้อย่างปลอดภัย โดยต้องออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ติดตั้ง
5.1.2.4 อุปกรณ์จับยัด (Fixing Accessories) ที่จําเป็นสําหรับติดตั้งพัดลม เช่น Anchor Bolt, Nut, Washer หรืออุปกรณ์ยึดจับอื่นที่เหมาะสม โดยอุปกรณ์ดังกล่าวต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถยึดติดพัดลม และ โครงสร้างรองรับได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเป็นไปตามหลักวิศวกรรม เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวหรือคลายตัวระหว่าง
การใช้งาน
5.1.2.5 อุปกรณ์ลดการสั่นสะเทือน (Vibration Isolator) ที่เหมาะสมกับขนาด และน้ําหนักของพัดลม เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือน และเสียงที่เกิดขึ้นจากการทํางานของพัดลมไม่ให้ส่งผลไปยังโครงสร้าง โดยอุปกรณ์ดังกล่าว ต้องสามารถรองรับน้ําหนัก และแรงกระทําได้อย่างเหมาะสม ตามหลักวิศวกรรม
5.1.2.6 อุปกรณ์ควบคุมลม (Motorized Damper) เข้ากับอุปกรณ์ลดเสียง (Duct Silencer) (เดิม) และเชื่อมต่ออุปกรณ์ลดเสียง (Duct Silencer) (เดิม) เข้ากับพัดลมพร้อมทดสอบการทํางานของพัดลม ไม่ให้เกิดการ สั่น หรือเกิดเสียงดัง เมื่อเปิดใช้งานระบบ
5.1.2.7 จัดหาพร้อมติดตั้งทางเดิน (Catwalk) ราวกันตก บันไดขึ้น-ลง และจุดยึดป้องกันการปืน เพื่อ ใช้ในการตรวจสอบ และบํารุงรักษาพัดลมเติมอากาศ (Supply Fan) และพัดลมระบายอากาศ (Exhaust Fan) โครงสร้างทั้งหมดต้องออกแบบ และติดตั้งตามหลักวิศวกรรม และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทํางานบน
ที่สูง
วัสดุโครงสร้างทั้งหมดต้องผลิตจากเหล็กโครงสร้างหรือวัสดุที่มีความแข็งแรงเทียบเท่า และต้องผ่าน การป้องกันสนิมหรือการกัดกร่อนอย่างเหมาะสม หรือวิธีอื่นที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า เพื่อให้มีความแข็งแรงทนทาน
ต่อการกัดกร่อน บันไดแบบพับเก็บได้ต้องสามารถล็อคปิดเมื่อไม่ใช้งาน และเปิดใช้งานได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาต พร้อม ติดตั้งป้ายเตือนอันตรายที่เกี่ยวข้อง
ผู้ขายต้องจัดทําแบบรายละเอียดการติดตั้ง และคํานวณโครงสร้าง โดยต้องแสดงความสามารถในการ รับน้ําหนัก (Structural Load Capacity) ทั้งน้ําหนักคงที่ น้ําหนักจร น้ําหนักจากผู้ปฏิบัติงาน และอุปกรณ์ แบบ และ รายการคํานวณต้องได้รับการรับรองโดยวิศวกรโยธาที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เสนอให้
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อนเริ่มดําเนินการติดตั้ง
5.1.2.8 รื้อถอนท่อร้อยสาย (เดิม) และจัดหาพร้อมติดตั้งเดินท่อร้อยสาย (ใหม่) โดยที่การเดินท่อร้อย สายไฟฟ้าสําหรับพัดลมอุโมงค์เป็นสายชนิดทนไฟ (FRC-XLPE-LSHF) ขนาดของสายไฟฟ้าจากตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์ สาธารณูปโภค (UTT-MCC) ถึงพัดลมอุโมงค์ ต้องมีค่าแรงดันไฟฟ้าตก (Voltage Drop) ไม่เกิน 2% เดินภายในท่อ RSC (พัดลมอุโมงค์แต่ละชุดไม่เดินสายร่วมกันภายในท่อร้อยสายเดียวกัน)
ระบบไฟฟ้าของระบบระบายน้ําให้ใช้อุปกรณ์ และวงจรไฟฟ้า (เดิม) โดยผู้ขายต้องดําเนินการปลด วงจรไฟฟ้าของระบบระบายน้ําออกจากตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) (เดิม) และทําการเชื่อมต่อ วงจรดังกล่าวเข้ากับตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) (ใหม่)
5.1.2.9 รื้อถอนตู้แยกวงจรไฟฟ้า (Isolator Electric Panel) (เดิม) และจัดหาพร้อมติดตั้งตู้แยก วงจรไฟฟ้า (Isolator Electric Panel) (ใหม่) ที่สามารถปลดวงจรได้อย่างปลอดภัยในกรณีที่ต้องเข้าตรวจสอบ หรือ บํารุงรักษา พร้อมจัดให้มีแหล่งจ่ายไฟฟ้า 1 เฟส สําหรับใช้งานขณะปลดวงจรหลักแล้ว เพื่อรองรับเครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ระหว่างตรวจสอบ และบํารุงรักษา
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
7
ตู้แยกวงจรไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกต้องติดตั้งระบบสายดินที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และต้องมีวงจร
ตรวจกระแสไฟรั่ว พร้อมไฟแสดงสถานะเมื่อเกิดกระแสไฟรั่ว เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างชัดเจน
ผู้ขายต้องออกแบบวงจรไฟฟ้า และการเชื่อมต่อให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรม และมาตรฐานความ
ปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อนเริ่มดําเนินการติดตั้ง
5.1.3 รื้อถอน และจัดหาพร้อมติดตั้งประตู (ทางขึ้น-ลง) ห้อง Low Voltage Room ประตูหนีไฟ (Fire Exit Door) โดยประตูต้องสามารถเปิดออกจากด้านในได้โดยไม่ใช้กุญแจ (Emergency Exit Function) เพื่อความปลอดภัย ในการอพยพ และต้องรองรับระบบล็อคจากด้านนอกด้วยกุญแจ Master Key เพื่อควบคุมการเข้าออกพื้นที่ โดย โครงสร้างประตู และวงกบต้องออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยเหลือชนิดสามขา (Tripod) สําหรับการ
ช่วยชีวิตในพื้นที่อับอากาศได้อย่างเหมาะสม
ผู้ขายต้องติดตั้งทางเดิน (Catwalk) ราวกันตก และจุดยึดป้องกันปืนบริเวณประตู และพื้นที่ทางลงเพื่อให้ สามารถปฏิบัติงานตรวจสอบ และบํารุงรักษาได้อย่างปลอดภัย รวมถึงต้องปรับปรุงแก้ไขประตูภายในห้อง Low Voltage Room สําหรับลงสู่อุโมงค์ร้อยสายไฟด้านล่าง (Cable Tunnel) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม และ ปลอดภัย
ผู้ขายต้องจัดทําแบบรายละเอียดการติดตั้ง และคํานวณโครงสร้าง โดยต้องแสดงความสามารถในการรับ น้ําหนัก (Structural Load Capacity) ทั้งน้ําหนักคงที่ น้ําหนักจร และน้ําหนักจากผู้ปฏิบัติงาน และอุปกรณ์ แบบ และ รายการคํานวณต้องได้รับการรับรองโดยวิศวกรโยธาที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เสนอให้
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อนเริ่มดําเนินการติดตั้ง
5.1.4 จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์สั่งการระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Module) พร้อม เชื่อมต่อเพื่อทํางานร่วมกับระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Module) ให้พัดลมทั้งหมดทํางานกรณีเกิด
เหตุเพลิงไหม้
5.1.5 ซ่อมแซม และปรับปรุงผนัง พื้น และช่องว่างคอนกรีตภายในห้อง Low Voltage Room ให้มีสภาพ สมบูรณ์ แข็งแรง และมีความต่อเนื่องเช่นเดียวกับโครงสร้างเดิม โดยใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม ทั้งใน ด้านความแข็งแรง การยึดเกาะ และความทนทาน โดยต้องนําเสนอรายละเอียดวัสดุ วิธีการซ่อมแซม ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อนดําเนินการ
5.1.6 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบแสงสว่าง โดยต่อเพิ่มจากระบบไฟฟ้าแสงสว่างเดิมภายในห้อง Low Voltage Room ให้มีค่าความสว่างเป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนด
5.1.7 ทําการทดสอบการทํางานพัดลมแต่ละชุด โดยค่าที่วัดได้ต้องไม่น้อยกว่าค่าที่ออกแบบ พร้อมจัดทํา รายงานผลทดสอบแสดงค่าอ้างอิง และค่าที่วัดได้จริง หากผลทดสอบต่ํากว่าค่าที่กําหนด ผู้ขายต้องปรับแต่งหรือแก้ไข จนสามารถทดสอบได้ตามค่าที่กําหนด
5.2 ผู้ขายต้องดําเนินการเกี่ยวกับระบบควบคุม โดยจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมแบบดิจิทัลสําหรับการสั่งงาน ระยะไกล (Remote Direct Digital Controller Device : DDC) พร้อมเชื่อมต่อกับตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์ สาธารณูปโภค (UTT-MCC) เพื่อให้สามารถควบคุมการทํางานอุปกรณ์ภายในตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC)
และแสดงค่าพารามิเตอร์ทั้งหมดของอุปกรณ์ติดตั้งที่อยู่ภายใน โดยมีขอบเขตงานดังนี้
5.2.1 จัดหา ออกแบบ และติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมแบบดิจิทัลสําหรับการสั่งงานระยะไกล (Remote Direct Digital Controller Device : DDC) ภายในตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) ให้รองรับลําดับ ความสําคัญ (Priority Control) ดังนี้
5.2.1.1 Priority 1 : Local Run ควบคุมพัดลมผ่านสวิตช์หน้าตู้ (MCC) 5.2.1.2 Priority 2 : Remote Run ควบคุมพัดลมผ่านระบบ BAS/SCADA
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
8
00
5.2.1.3 Priority 3 : Emergency / Fire Alarm Run ควบคุมพัดลมผ่านระบบ Fire Alarm System หรือ Temperature Control System (เมื่ออุณหภูมิภายในอุโมงค์เกิน 32 °C)
หมายเหตุ ระบบต้องทํางานตามลําดับความสําคัญโดยอัตโนมัติ โดย Priority 3 Override Priority 1-2 และ เมื่อเหตุฉุกเฉินสิ้นสุด ระบบต้องกลับเข้าสู่ Priority 2 โดยอัตโนมัติ
5.2.2 เชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุมแบบดิจิทัลสําหรับการสั่งงานระยะไกล (Remote Direct Digital Control Device : DDC) เข้ากับ Network Switch ของระบบ SCADA (เดิม) โดยใช้ Modbus TCP/IP และต้องสามารถสื่อสาร กับระบบ SCADA ได้อย่างสมบูรณ์
5.2.3 ผู้ขายต้องทําการเชื่อมต่อสัญญาณควบคุมทั้งหมด
5.2.3.1 สั่งงานพัดลมในแต่ละ LOOP
5.2.3.2 แสดงสถานะ Run / Trip / Fault / Manual / Remote
5.2.3.3 แสดงค่าพารามิเตอร์ เช่น แรงดัน กระแส กําลังไฟฟ้า อุณหภูมิ และค่าที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5.2.4 ดําเนินการ Communication Test หรือ จัดให้มีการทดสอบ และ Function Test สําหรับพัดลมทุก ตัวผ่าน Graphic Interface Unit : GUI ผ่านระบบ SCADA เพื่อยืนยันความถูกต้องของการเชื่อมต่อ และการทํางาน
5.2.5 ผู้ขายต้องพัฒนาส่วนแสดงผล และควบคุมแบบกราฟฟิก (GUI) และโปรแกรมควบคุม ให้มีความ สอดคล้องกับมาตรฐานที่ออกแบบ
5.2.5.1 การออกแบบ ส่วนแสดงผล และควบคุมแบบกราฟฟิก (GUI) ต้องประกอบด้วย
5.2.5.1.1 Digital Input : DI (สถานะ)
5.2.5.1.1.1 Run Status (พัดลมทํางาน)
5.2.5.1.1.2 Stop Status (พัดลมหยุดทํางาน) 5.2.5.1.1.3 Trip / Fault / Overload
5.2.5.1.1.4 Local Mode Active
5.2.5.1.1.5 Remote Mode Active
5.2.5.1.1.6 Emergency Mode Active
5.2.5.1.1.7 Air Flow Switch (ถ้ามี)
5.2.5.1.1.8 Fire Alarm Signal (Input From F/A Panel)
5.2.5.1.2 Digital Output : DO (สั่งงาน)
5.2.5.1.2.1 Fan Start Command
5.2.5.1.2.2 Fan Stop Command
5.2.5.1.2.3 Local / Remote Command
5.2.5.1.2.4 Emergency Run Command (Fire Mode)
5.2.5.1.2.5 Emergency Run Command (Temp Mode)
5.2.5.1.2.6 Reset Fault Command
5.2.5.1.2.7 Bypass Command (DOL Bypass)
5.2.5.1.2.8 Damper Open Command (ถ้ามี)
5.2.5.1.3 Analog Input : Al (รับค่าต่อเนื่อง) ไม่น้อยกว่า 8 Point 5.2.5.1.4 Analog Output : AO (ควบคุมต่อเนื่อง) ไม่น้อยกว่า 8 Point
5.2.5.1.5 Hi Level (Communication)
&
5.2.5.1.5.1 Digital Power Meter
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
9
5.2.5.1.5.2 Energy Meter
5.2.5.1.5.3 Sensor Hydrogen Sulfide (H2S)
5.2.5.1.5.4 Sensor Carbon Dioxide (CO2) 5.2.5.1.5.5 Sensor Oxygen (O2)
5.2.5.1.5.6 Sensor Nitrogen Oxygen (NO2)
5.2.5.1.5.7 Sensor Temperature (oC)
5.2.5.1.5.8 Sensor Humidity (%RH)
5.2.5.1.5.9 Sensor Air Velocity (m/s)
5.2.5.2 การเขียนโปรแกรมควบคุม Control Logic Programming
5.2.5.2.1 โหมดการทํางาน Local / Remote / Emergency
5.2.5.2.2 Startup / Shutdown Sequence
5.2.5.2.3 การอ่านสัญญาณ Analog (Al) / Digital Input (DI) 5.2.5.2.4 การสั่งงาน Digital Output (DO)
5.2.5.2.5 ฟังก์ชันป้องกัน
5.2.5.2.5.1 Over / Under
5.2.5.2.5.2 Phase Sequence
5.2.5.2.5.3 Phase Loss
5.2.5.2.5.4 Unbalanced
5.2.5.2.6 Test Mode
5.2.5.2.7 การสื่อสาร BAS / SCADA
5.2.5.2.7.1 BACnet
5.2.5.2.7.2 Modbus TCP/IP
5.2.5.2.7.3 หรือ Protocol ตามที่ AOT กําหนด
5.2.5.3 ออกแบบ ส่วนแสดงผล และควบคุมแบบกราฟฟิก (GUI) สําหรับควบคุม และแสดงผลการ ทํางานของอุปกรณ์ภายในตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) และเชื่อมต่อเข้ากับ Network Switch
ของระบบ SCADA (เดิม) ได้อย่างสมบูรณ์
5.2.5.4 ข้อมูลส่วนแสดงผล และควบคุมแบบกราฟฟิก (GUI) ต้องแสดง
5.2.5.4.1 สถานะอุปกรณ์
5.2.5.4.2 ค่าพารามิเตอร์ไฟฟ้า
5.2.5.4.3 Alarm/Fault
5.2.5.4.4 Event/Trend สําหรับแต่ละ Loop
5.2.6 การทดสอบ และส่งมอบระบบ
5.2.6.1 Function Test
5.2.6.1.1 พัดลมสามารถ Start/Stop ผ่าน Local/Remote/Emergency/Fire Alarm
5.2.6.1.2 ควบคุมผ่าน BAS/SCADA ได้ 5.2.6.1.3 Feedback Signal ถูกต้อง 5.2.6.1.4 Alarm แสดงผลครบถ้วน 5.2.6.1.5 ค่าแสดงผลตรงกับหน้างาน
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
10
5.2.6.2 Sequency Test
5.2.6.2.1 Auto Start จากสัญญาณอื่น
5.2.6.2.2 Fire Alarm Override
5.2.6.2.3 Interlock กับ MCC (Trip/OL)
5.2.6.3 ทดสอบค่าทางไฟฟ้า และระบบป้องกัน
5.2.6.3.1 ตรวจค่ากระแส แรงดัน การรับค่าจาก Digital Power Meter
5.2.6.3.2 ทดสอบ CT/PT Function
5.2.6.3.3 Communication Test
5.2.6.4 ทดสอบระบบสื่อสาร SCADA-BAS-MCC
5.2.6.5 Network Communication Test
5.2.6.5.1 Ping Test
5.2.6.5.2 Modbus Mapping Test
5.2.6.5.3 BACnet Object Test
5.2.6.5.4 Fail-Safe & Restore Test
5.2.6.6 Performance Test / Run Test
5.2.6.6.1 เดินเครื่องต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง (ตามที่กําหนด)
5.2.6.6.2 จัดทํา Log Sheet รายงานผล
5.3 ผู้ขายต้องดําเนินการจัดหาวัสดุ และอุปกรณ์ประกอบ สําหรับระบบระบายอากาศ (Ventilation System) ต้อง ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าที่ระบุไว้ดังนี้
5.3.1 ตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC)
5.3.1.1 Conductor Type
5.3.1.2 Panel Size
5.3.1.3 Material
5.3.1.4 Thickness
5.3.1.5 Protection Rating
5.3.1.6 Cable Entry : Income/Outgoing
5.3.1.7 Internal Separation
5.3.1.8 Installation Type
5.3.1.9 System Wiring
5.3.1.10 Rated Frequency 5.3.1.11 Control Voltage
5.3.1.12 Rated Current (In)
5.3.1.13 Type of Cabinet
5.3.1.14 Installation
&
(นายธนพล ลอยเมฆ)
ผู้จัดทําร่างฯ 1
: บัสบาร์ ทองแดง (N100%, G50%)
(Bar Painting)
: 1900(W)x1900(H)x600(D)mm.
: Electro - Galvanized Steel (EG)
: Frame 2.0 mm., Cover 2.0 mm.,
Door 2.0 mm.
: IP54
: Bottom
: Form 3B
: Floor Standing / Indoor
: 3 Phase, 4 Wire, TNS
: 50 Hz.
: 200 Vac - 240 Vac
: > 125% x In
: From with Rotary
Handle Interlock
: Floor Mounted (ตั้งพื้น)
(บนแท่นปูนความสูงไม่น้อยกว่า 15 cm.)
على
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
11
5.3.2 lasasianslwn (Digital Power Meter : DPM)
5.3.2.1 Supply Voltage
5.3.2.2 Installation Method
5.3.2.3 Primary Rated
: 400 Vac (L-N) a≈ 690 (L-L)
: Din Rail
: ครอบคลุมโหลด 100%
5.3.2.4 Secondary Rated
: 5 Amp
5.3.2.5 Harmonic
: ≥ 31 th
5.3.2.6 Accuracy Class
: ≥ 0.2
5.3.2.7 Electrical Measurement Requirements
5.3.2.7.1 Current Measurement (11, 12, 13 and In)
5.3.2.7.2 Voltage Measurement (Phase to Phase and Phase to Neutral)
5.3.2.7.3 Frequency Measurement
5.3.2.7.4 Communication Protocol as Modbus TCP/IP
5.3.3 stw (Isolator Electric Panel)
5.3.3.1 Busbar
5.3.3.2 Panel Size
5.3.3.3 Material
5.3.3.4 Thickness
: Main Bar 100 Amp
: 400(W)x500(H)x250(D) mm.
Electro
Galvanized Steel (EG)
: Frame 1.5 mm., Cover 1.5 mm.,
Door 15 mm.
5.3.3.5 Protection Rating
5.3.3.6 Cable Entry Incoming/Outgoing
5.3.3.7 Internal Separator
5.3.3.8 Type
5.3.3.9 Panel Type
: IP55
: Bottom
: Form 3B
: Wall Mounting / Outdoor (nan)
: Double Door
5.3.4 สวิตช์ปลดวงจร แบบมือหมุน กันน้ํา (Enclosed Waterproof Rotary Isolator Switch)
5.3.4.1 Rated Voltage
5.3.4.2 Rated Current
5.3.4.3 Pole
5.3.4.4 Ingress Protection Code
: 400 Vac
: ≥ 115% x In
บ
: 3 Pole (3)
5.3.5 ท่ออ่อนกันน้ํา (Liquid Tight Flexible Metal : LFMC) สําหรับเชื่อมต่อเข้าอุปกรณ์
5.3.5.1 Material
: IP66
ท่อโลหะอ่อนชุบสังกะสี
5.3.5.2 Insulation
5.3.5.3 Protection
5.3.5.4 Structure
5.3.6 แผ่นกรองอากาศชั้นต้น (Pre Filter)
5.3.6.1 Frame
(Galvanized Steel Flexible Conduit)
: โพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC)
: ทนทานต่อรังสี UV
: Interlocked
: Non-Woven Cotton Synthetic Blend
Mixture of Polycotton and
Synthetic Fiber
&
(นายธนพล ลอยเมฆ)
ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
12
5.3.6.2 Filter Media
5.3.6.3 Efficiency
5.3.6.4 Final Pressure Drop 5.3.7 ประตูหนีไฟ (Fire Exit Door)
5.3.7.1 Door Type
5.3.7.2 Fire Resistance Rating
5.3.7.3 Door Thickness
5.3.7.4 Door Leaf Material
5.3.7.5 Core Material
5.3.7.6 Door Frame
5.3.7.7 Access from Outside
5.3.7.8 Egress From Inside
: Moisture Resistant Cardboard
O Moisture Resistant Beverage Board
: G4
: ≥ 250 Pa
: Fire Rated Steel Door
: ≥ 2 ชั่วโมง
: ≥ 50 mm.
: Galvanized Steel Sheet or
Powder Coated Steel
: Insulation core such as Rockwool
: ≥ 1.6 mm.
: กุญแจไข (Master Key)
: คานผลัก
5.3.8 อุปกรณ์ประกอบต้องเป็น ชนิด Galvanized เช่น ข้อต่อ ท่อร้อยสาย Hanger & Support กล่องต่อ สาย น็อต สกรู เพื่อป้องกันการกัดกร่อนในพื้นที่ชื้น
5.4 ผู้ขายต้องจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์สําหรับการตรวจวัดค่าสารอันตราย ก๊าซพิษ และสภาวะแวดล้อมที่อาจ ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ทั้งหมดต้องสามารถแสดงผลแบบ Real-Time และส่ง สัญญาณเข้าสู่ตู้ควบคุม Motor Control Center : MCC และระบบ SCADA เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการ ระบายอากาศหรือดําเนินการอพยพในภาวะฉุกเฉิน อุปกรณ์ตรวจวัดประกอบด้วย
5.4.1 ตรวจวัดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ : Hydrogen Sulfide (H2S)
5.4.2 ตรวจวัดก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ : Carbon Dioxide (CO2)
5.4.3 ตรวจวัดก๊าซมีเทน : Methane (LEL)
5.4.4 ตรวจวัดออกซิเจน : Oxygen (O2)
5.4.5 ตรวจวัดไนโตรเจนออกไซด์ : Nitrogen Oxide (NO2)
5.4.6 ตรวจวัดอุณหภูมิ : Temperature (องศา)
बै
5.4.7 ตรวจวัดความชื่น : Humidity (%RH)
5.4.8 ตรวจวัดความเร็วลม : Air Velocity (m/s)
5.5 ผู้ขายต้องดําเนินการตรวจวัดก๊าซอันตราย (Air Quality & Toxic Gases) ภายในพื้นที่ พร้อมจัดทํารายงานผล การตรวจวัดเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน (Baseline) เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนเริ่มดําเนินงาน (ปรับค่าให้
เหมาะสมกับสภาพหน้างานจริงเพื่อให้อุปกรณ์ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ)
ก๊าซ
ไฮโดรเจนซัลไฟต์ (H2S)
คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ (CO2)
ลําาดับ -
1
2
3
มีเทน (CH4)
4
ออกซิเจน (O2)
5
ไนโตรเจนออกไซด์ (NO2)
&
ค่าปลอดภัย (Safety Range)
TWA ≤ 10 ppm., STEL ≤ 15 ppm
TWA ≤ 5,000 ppm (0.5%)
< 10% LEL
19.5 – 23.5 %Vol
TWA ≤ 3 ppm
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
100 ppm = หมดสติทันที
เกินแล้วอันตราย
40,000 ppm (4%) = อันตรายถึงชีวิต
5 ~ 15% ในอากาศ = ช่วงติดไฟ/ระเบิดได้
< 19.5% = ขาดอากาศหายใจ, > 23.5% = ติดไฟ/ระเบิดง่าย
20 ppm = อันตรายเฉียบพลัน
A
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
13
5.6 ผู้ขายต้องทดสอบการทํางานของอุปกรณ์ ระบบควบคุม และระบบแสดงผล เพื่อยืนยันความถูกต้องตามแบบ และข้อกําหนดทางเทคนิค โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.6.1 ทดสอบวงจรควบคุม (Control Circuit Test) ทดสอบการสั่งงาน (Command) และสัญญาณตอบกลับ (Feedback) ระหว่างอุปกรณ์หน้างาน (Field Devices) กับตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC)
5.6.2 ทดสอบการทํางานของ ส่วนแสดงผล และควบคุมแบบผ่านกราฟฟิก (Graphic User Interface : GUI) และระบบ SCADA ตรวจสอบข้อมูล Real-Time และ Historical Data ให้ตรงกับค่าที่วัดได้จริง
5.6.3 บันทึกค่าพารามิเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกล เช่น แรงดัน, กระแส, กําลังไฟฟ้า Power Factor, ความถี่ รวมถึงค่าทางกลที่จําเป็น
5.6.4 จัดทํารายงานการทดสอบ (Test Report) รวมทั้งบันทึกข้อมูลการทํางาน (Data Logging) เพื่อใช้เป็น ข้อมูลอ้างอิงในการตรวจสอบ และบํารุงรักษา
5.7 ผู้ขายต้องตรวจสอบสภาพ และการทํางานของระบบทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความพร้อมใช้งาน (Availability) และมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กําหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.7.1 ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ และระบบไฟฟ้า รวมถึงพัดลม, ตู้ควบคุม, สายไฟ จุดต่อสาย และระบบสาย ดิน (Earthing)
5.7.2 ทําความสะอาด และบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อยืดอายุการใช้งาน และ ลดความเสี่ยงการขัดข้อง
5.7.3 วัดประสิทธิภาพระบบ เช่น ปริมาณลม, แรงดัน, กระแส และพลังงานไฟฟ้า เพื่อประเมิน Energy
Efficiency
5.7.4 ตรวจสอบความพร้อมของระบบควบคุม และการสื่อสาร รวมถึงการเชื่อมต่อกับ SCADA ให้สามารถ ทํางานได้ต่อเนื่อง
5.7.5 จัดทํารายงานสรุปผลการเชื่อมต่อ SCADA
5.7.6 จัดทํารายงานสรุปผลการตรวจสอบ พร้อมข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงระบบ ให้มีความปลอดภัย และ ประสิทธิภาพสูงสุด
5.8 ผู้ขายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎกระทรวงเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศ พร้อมจัดทําแผน และ รายงานประจําวันตามข้อกําหนด ดังนี้
5.8.1 จัดทําเอกสารประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ตรวจลักษณะ ทางเข้าออก, การระบายอากาศ และอันตรายเฉพาะที่อาจจะเกิดขึ้น (ขาดออกซิเจน/เกินออกซิเจน, ไอ/ก๊าซไวไฟ, สารพิษ, ฝุ่นระเบิด, พลังงานตกค้าง,
ไฟรั่ว)
5.8.2 แต่งตั้งผู้ที่มีบทบาทตามกฎหมาย และตรวจสอบคุณสมบัติ/การอบรม ระบุ ผู้อนุญาต, ผู้ควบคุม ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ช่วยเหลือ/ทีมกู้ภัย ทุกบทบาทต้องผ่านการอบรม
5.8.3 จัดทําแผนกู้ภัย และการสื่อสาร จัดทํา Rescue Plan เฉพาะจุดงาน ระบุวิธีช่วยเหลือ อุปกรณ์ (Tripod/Davit/Winch/SRL Rescue/เปลกู้ภัย/SCBA ตามความเสี่ยง) ช่องทางติดต่อฉุกเฉิน และผู้รับผิดชอบขัดเจน ต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนอนุญาตให้เข้าทํางาน ทดสอบความพร้อม อุปกรณ์การสื่อสาร ก่อนออกใบอนุญาตทุก
ครั้ง
5.8.4 ปฏิบัติตามมาตรฐานแยกพลังงาน และทําให้ปลอดภัย ปิดล็อก-ป้ายทุกแหล่งพลังงานที่เกี่ยวข้อง
5.8.5 ตรวจวัดบรรยากาศก่อนเข้า (Pre-Entry) และระหว่างทํางาน ใช้เครื่องมือที่มีการสอบเทียบ ถูกต้องตาม กฎหมาย และทํา Bump Test เกณฑ์ขั้นต่ํา สารพิษต่ํากว่ามาตรฐาน (ระบุสาร/เกณฑ์ตามผลประเมิน) บันทึกค่า ก่อน
เข้า และขณะทํางาน ลงแบบฟอร์มประจําวัน
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
14
5.8.6 ระบายอากาศ และควบคุมสภาพแวดล้อมขณะทํางาน (ระหว่างปฏิบัติงาน) ใช้ Blower/Exhaust ให้ อากาศหมุนเวียนจนค่าผ่านเกณฑ์ (และรักษาค่าตลอดการปฏิบัติงาน) จัดให้มี การตรวจวัดต่อเนื่อง หรือเป็นระยะตาม ความเสี่ยง โดยมีผู้ช่วยเหลือ (Attendant) ประจําปากทางตลอดเวลา
5.8.7 เตรียม และตรวจสอบอุปกรณ์ Personal Protective Equipment : PPE
5.8.7.1 เครื่องตรวจวัดแก๊ส 4 ค่า พร้อมปั้มสุ่ม/โพรบ ใบสอบเทียบ (ยังไม่หมดอายุ) ตามมาตรฐาน 5.8.7.2 Tripod/Davit + Winch/SRL Rescue, ชุดกู้ภัย, LOTO Set, ป้าย/แผงกัน, ไฟส่องสว่าง 5.8.7.3 PPE ตามผลประเมิน หมวกนิรภัยคาดคาง, แว่น/เฟซชิลด์, ถุงมือ/รองเท้านิรภัย, หน้ากาก กรองไอ/SCBA/SABA เมื่อเสี่ยงขาด O2/สารพิษ, วิทยุสื่อสาร (ชนิด IS เมื่อจําเป็น)
5.8.8 ออกใบอนุญาตเข้าที่อับอากาศ (Work Permit)
และออกใหม่
5.8.8.1 ออกใบ Permit Confined Space ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง โดยผู้มีอํานาจ
5.8.8.2 อายุใบอนุญาต ไม่เกิน 1 วัน เมื่อสภาพเปลี่ยน/หยุดงานนาน เกิดเหตุผิดปกติ ต้องยกเลิก
5.8.9 ข้อปฏิบัติก่อนเริ่ม
5.8.9.1 การประชุมก่อนเริ่มงาน (Toolbox Talk)
5.8.9.1.1 วัตถุประสงค์ : อธิบายงาน, ความเสี่ยง, และมาตรการควบคุม
5.8.9.1.2 ผู้เข้าร่วม : หัวหน้างาน, วิศวกรควบคุมงาน, จป., และทีมปฏิบัติงานทั้งหมด 5.8.9.1.3 หัวข้อ
- ขอบเขตงาน (Scope of Work)
- อันตรายที่คาดว่าจะพบ (Hazard Identification)
- มาตรการควบคุม (Control Measures/PPE)
- บทบาทหน้าที่ของแต่ละคน
- แผนฉุกเฉิน (Emergency Plan)
- วิธีการติดต่อสื่อสาร (วิทยุสื่อสาร (Walkie Talkie)/โทรศัพท์/สัญญามือ/ไฟฉาย) 5.8.9.1.4 บันทึกการประชุม : ทําเอกสารลงชื่อผู้เข้าร่วมทุกคน
5.8.9.2 การชี้แจงก่อนเริ่มงาน (Pre-Job Brief)
5.8.9.2.1 ตรวจสอบใบอนุญาตทํางาน (Work Permit) การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง (Permit
Confined Space, Hot Work, Electrical Work ฯลฯ)
5.8.9.2.2 ตรวจสอบอุปกรณ์
ตรวจสอบอุปกรณ์ (เครื่องมือทํางาน/PPE/อุปกรณ์กู้ภัย/อุปกรณ์ดับเพลิง) - ตรวจสภาพแวดล้อม (การระบายอากาศ ค่าก๊าซ/การกั้นพื้นที่ ป้ายเตือน) - ทวนขั้นตอนการทํางาน (Job Step-by-Step) ให้ทุกคนทราบ
5.8.9.2.3 ตรวจสอบสภาพแวดล้อม
วัดค่าสภาพแวดล้อม ต่อเนื่อง (หรือเป็นระยะถ้าคงที่) และบันทึกเวลา/ค่า - Trigger หยุดงาน อพยพทันที (O2 ไม่อยู่ในช่วง 19.5-23.5%, ไวไฟ ≥ 10% LEL, สารพิษ
เกิน มาตรฐาน, Ventilation/Communication ขัดข้อง, ผู้ปฏิบัติงานมีอากาศผิดปกติ) - คนเฝ้าประตูต้อง ห้ามละทิ้งตําแหน่ง และควบคุม ทะเบียนเข้า-ออก ตลอดเวลา 5.8.9.2.4 ทวนขั้นตอนการทํางาน (Job Step-by-Step) ทุกคนเข้าใจตรงกัน
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
15
5.8.10 เฝ้าระวังต่อเนื่องขณะทํางาน วัดค่าบรรยากาศ ต่อเนื่อง (หรือเป็นระยะถ้าคงที่), รักษาการระบาย อากาศ, เปิดซ่องสื่อสารตลอด, หยุดงานทันทีหากค่าผิดปกติ อาการผิดปกติของผู้ปฏิบัติงาน
5.8.11 เลิกงาน-ถอนกําลังปิดใบอนุญาต ตรวจคน และอุปกรณ์ครบ, ทําความสะอาดพื้นที่, ปลด LOTO อย่างปลอดภัย, ปิดใบอนุญาต และบันทึกผล/เหตุการณ์เพื่อทบทวนปรับปรุง
5.8.12 รายงานประจําวัน และหลักฐานส่งมอบ (เพื่อการตรวจรับ) ผู้ขายต้องจัดส่ง รายงานการปฏิบัติงาน รายวัน อย่างน้อยดังนี้
5.8.12.1 ข้อมูลจุดปฏิบัติงาน/เวลา/รายชื่อบุคลากร และบทบาท
5.8.12.2 สําเนา Permit ที่อนุมัติในวันนั้น
5.8.12.3 บันทึก ค่าก๊าซ/การตรวจวัด ก่อนเข้า และระหว่างทํางาน (แนบรูปจอเครื่องวัดได้)
5.8.12.4 บันทึก Toolbox Talk/Per-Job Brief พร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วม
5.8.12.5 รายงาน LOTO และหลักฐานการยืนยันพลังงานเป็นศูนย์
5.8.12.6 รูปถ่ายการติดตั้ง กั้นพื้นที่ ป้ายเตือน Ventilation/Rescue Setup
5.8.12.7 เหตุการณ์ผิดปกติ/การหยุดงานฉุกเฉิน (ถ้ามี) และการแก้ไข
5.9 ผู้ขายต้องจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องทุ่นแรงที่จําเป็นสําหรับการรื้อถอน เคลื่อนย้าย และติดตั้งอุปกรณ์ ภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยให้เป็นไปตามรายละเอียด และภาพประกอบที่กําหนด และผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทั้งหมดในการดําเนินงานดังกล่าว
5.10 ผู้ขายต้องจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ รวมทั้งผู้ควบคุม และกํากับการทํางานตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ความเสียหายต่อเครื่องจักร อุปกรณ์ และ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ขายทั้งหมด
5.11 ผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์สําหรับปฏิบัติงานในที่อับอากาศ รวมถึงอุปกรณ์กู้ภัยให้ครบถ้วน และเพียงพอต่อการ ใช้งาน โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และความพร้อมของอุปกรณ์ทั้งหมด
5.12 ผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และอุปกรณ์สําหรับปฏิบัติงานในที่อับอากาศที่ผ่านการ ทดสอบ และเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ตามประกาศกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และ หลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานในที่อับอากาศ
5.13 ผู้ขายต้องจัดหาผู้อนุญาต, ผู้ควบคุมงาน, ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ โดยทุกตําแหน่งต้อง ผ่านการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ และหลักสูตรความปลอดภัยในการทํางานในที่อับอากาศ ตามประกาศกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน
5.14 ผู้ขายต้องจัดทําคู่มือการใช้งาน การตรวจสอบ และแนวทางการบํารุงรักษาอุปกรณ์ พร้อมจัดฝึกอบรมให้ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
5.15 ผู้ขายต้องติดตั้ง และเชื่อมต่ออุปกรณ์ตรวจวัดพลังงาน พร้อมจัดทํากราฟฟิกแสดงผล และเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ ระบบ BAS เพื่อแสดงค่าการใช้พลังงานของพัดลมแต่ละชุด รวมถึงพลังงานรวมของแต่ละตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์ สาธารณูปโภค (Utility Tunnel Motor Control Center : UTT-MCC)
5.16 ในกรณีที่วัสดุหรืออุปกรณ์ไม่ได้ระบุคุณลักษณะหรือมาตรฐานไว้ในเอกสารนี้ ผู้ขายต้องเลือกใช้วัสดุหรือ อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานรับรองเป็นที่ยอมรับในระดับสากลหรือระดับชาติ เช่น IEC, UL, ANSI, BS, JIS, DIN, ISO หรือ มอก. (TIS) โดยต้องมีคุณภาพ และสมรรถนะไม่น้อยกว่าวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ระบุไว้ และต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนนํามาใช้งาน
5.17 ผู้ขายต้องจัดทํารายงานบัญชีอุปกรณ์ที่รื้อถอน โดยระบุชนิด ขนาด และจํานวนอย่างครบถ้วน เสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) เพื่อดําเนินการส่งคืนคลังพัสดุ ทสภ.
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
16
- การติดตั้ง
6.1 ผู้ขายต้องทําการสํารวจพื้นที่ติดตั้งจริง และจัดทําแบบ Shop Drawing เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการติดตั้ง รายงานปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถ ติดตั้งได้ หรือมีข้อจํากัดที่ทําให้การติดตั้งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ และการใช้งานในระยะยาว ในกรณีที่ไม่ สามารถติดตั้งได้ตามที่กําหนด ให้เสนอแผนการติดตั้งใหม่ แล้วเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
6.2 การติดตั้งตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (Utility Tunnel Motor Control Center : UTT-MCC)
6.2.1 ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) โดยแสดงรูปแบบ ขนาด โครงสร้าง การจัดวางอุปกรณ์ภายในตู้ และคุณลักษณะทางเทคนิคต่าง ๆ ให้เป็นไปตามข้อกําหนด และ
ນໆ มาตรฐานทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ต้องจัดทําแบบรายละเอียดเพื่อขออนุมัติก่อนดําเนินการติดตั้ง
6.2.2 ผู้ขายต้องนําเสนอรูปแบบการทํางานของตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค (UTT-MCC) อย่าง ครบถ้วน รวมถึงหลักการควบคุม การสั่งงาน การแสดงสถานะ และระบบป้องกันที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจถึงลําดับการ
ทํางานของระบบโดยรวม
6.2.3 ผู้ขายต้องจัดทํารายการวัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้ในการติดตั้ง โดยระบุชนิด ขนาด พิกัดทางไฟฟ้า มาตรฐานที่ เกี่ยวข้อง และตําแหน่งการติดตั้งให้ชัดเจน
6.2.4 ผู้ขายต้องนําเสนอเอกสาร แบบ และรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการผลิต ติดตั้ง และเชื่อมต่ออุปกรณ์
6.3 พัดลม
6.3.1 ตรวจสอบรุ่น และพิกัดของพัดลม ตรวจสอบข้อมูลป้ายชื่ออุปกรณ์ (Nameplate) ให้ตรงตามแบบที่ กําหนด ทั้งในส่วนของกําลังมอเตอร์ อัตราการไหลของลม แรงดันสถิต ความเร็วรอบ และแรงดันไฟฟ้าที่ใช้งาน เพื่อ ยืนยันว่าพัดลมที่ติดตั้งมีคุณลักษณะครบถ้วน
6.3.2 ตรวจสอบสภาพภายนอก และโครงสร้างของพัดลม สภาพตัวเรือน ใบพัด แบริ่ง และฝาครอบต่าง ๆ ให้ มั่นใจว่าไม่มีรอยแตก งอ หรือความเสียหายที่อาจกระทบต่อการทํางาน รวมถึงตรวจสอบว่าชุดฐานรอง และโครงสร้าง ยึดติดตั้งแข็งแรง สามารถรองรับการสั่นสะเทือน และน้ําหนักของพัดลมได้อย่างปลอดภัย
6.3.3 ตรวจสอบตําแหน่ง และแนวการติดตั้งให้ถูกต้องตามแบบ รวมทั้งตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบ Flexible Joint หรืออุปกรณ์ลดการสั่นสะเทือนว่าติดตั้งถูกต้องแน่นหนา และไม่เกินช่องว่างหรือรอยรั่วที่ทําให้ประสิทธิภาพ
ลดลง
6.3.4 ตรวจสอบการเดินสายไฟที่เชื่อมต่อเข้าพัดลม ทั้งวงจรกําลัง วงจรควบคุม และสายดิน ให้ตรงตามแบบ และขนาดพื้นที่หน้าตัดที่กําหนด พร้อมตรวจสอบการรัดสาย การป้องกันสาย และป้ายกํากับสายไฟให้ครบถ้วน รวมถึง ตรวจสอบค่าความต้านทานฉนวน และระบบสายดิน
6.3.5 ตรวจสอบทิศทางการหมุนของใบพัด ก่อนเดินเครื่องเต็มกําลัง ต้องทดสอบการหมุนของใบพัดให้ถูกต้อง ตามทิศทางลมที่ออกแบบไว้ หากพบการหมุนผิดทิศ ต้องดําเนินการแก้ไข (สลับเฟสหรือการเดินสายควบคุมให้ถูกต้อง) ก่อนทําการทดสอบระบบเต็มรูปแบบ
6.3.6 ตรวจสอบสัญญาณสั่งงาน และสัญญาณตอบกลับ ตรวจสอบการรับ-ส่งสัญญาณ Run, Stop, Trip, Alarm และ Feedback ระหว่างพัดลมกับตู้ควบคุม UTT-MCC รวมถึงระบบ SCADA ให้สามารถส่งคําสั่ง และแสดง สถานะได้อย่างถูกต้อง โดยต้องทวนสอบความสัมพันธ์ของวงจร Interlock เพื่อป้องกันการทํางานผิดลําดับ
6.3.7 ตรวจสอบสมรรถนะการทํางานของพัดลม (Running Test) ดําเนินการเดินเครื่องเพื่อทดสอบการ ทํางานจริง ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าของมอเตอร์ เทียบกับค่าพิกัด ตรวจสอบการสั่น เสียงผิดปกติ และอุณหภูมิของแบ วิ่ง รวมทั้งประเมินประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศให้เป็นไปตามที่กําหนด
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
17
6.3.8 ตรวจสอบการทํางานในโหมดต่าง ๆ ของระบบควบคุม การทํางานในโหมด Local และ Remote ว่า สามารถสั่งผ่านปุ่มควบคุมหรือตู้ UTT-MCC ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงทดสอบการเชื่อมต่อระบบ SCADA และการทํางาน ในโหมดฉุกเฉิน (Emergency Mode/Fire Alarm Override) เพื่อยืนยันว่าพัดลมสามารถเริ่มทํางานได้ทันทีเมื่อได้รับ สัญญาณจากระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
6.3.9 ตรวจสอบความครบถ้วนของอุปกรณ์เสริม และองค์ประกอบอื่น Bearing, Terminal Box, จุดต่อสาย และป้ายกํากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน พร้อมใช้งาน และอยู่ในสภาพสมบูรณ์ตามรายการอุปกรณ์ที่ระบุในแบบ
6.4 การติดตั้งพัดลม
6.4.1 ตรวจสอบตําแหน่งการติดตั้งพัดลมให้ตรงตามแบบ โดยพิจารณาทิศทางการไหลของอากาศ ระยะทาง ลมเข้า-ออก
และพื้นที่สําหรับงานบํารุงรักษาให้เพียงพอ พื้นที่ติดตั้งต้องเหมาะสมต่อสภาวะแวดล้อม ไม่ส่งผลกระทบ ต่ออายุการใช้งานของพัดลม และมอเตอร์
6.4.2 ตรวจสอบโครงสร้างรองรับ และจุดยึดพัดลมให้มีความแข็งแรง สามารถรับน้ําหนัก และแรงสั่นสะเทือน ได้ อย่างปลอดภัย ตรวจสอบ Anchor Bolt, โครงสร้างเหล็ก และตําแหน่งติดตั้ง Isolator ให้ตรงตามสเปก เพื่อ ป้องกันแรงสั่นสะเทือนส่งไปยังโครงสร้าง
6.4.3 ตรวจสอบการต่อท่อ และทางลมให้แน่นสนิท ไม่มีการรั่ว พร้อมตรวจสอบการติดตั้งข้อต่อกันสั่น (Flex Connector) ให้เหมาะสม ตรวจสอบแนวท่อไม่บิดเบี้ยว และมีระยะทางตรงก่อน-หลังพัดลมตามมาตรฐาน AMCA/SMACNA เพื่อให้ค่าปริมาณลม และแรงดันเป็นไปตามที่ออกแบบ
6.4.4 ตรวจสอบขนาดสายไฟ ประเภทสาย และวิธีการเดินท่อร้อยสายให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึง ตรวจสอบจุดต่อสาย และมีการต่อลงดิน ระบบต้องมีการป้องกันน้ํา และฝุ่น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการชํารุด หรือไฟฟ้า
ลัดวงจร
6.4.5 ตรวจสอบความเรียบร้อยของมอเตอร์ และใบพัด ความลื่นของการหมุน ไม่มีสิ่งกีดขว้าง และตรวจสอบ ระยะห่างไม่ให้ใบสัมผัสกับ Housing ตรวจสอบความแน่นของสกรูทุกตําแหน่ง รวมถึงตรวจสอบการหมุนสมดุล เบื้องต้นเพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนเมื่อเริ่มเดินเครื่องจริง
6.4.6 ทดสอบการหมุนของพัดลม วัดค่ากระแสไฟฟ้าจริง เทียบกับค่าพิกัดมอเตอร์ ตรวจสอบปริมาณลม ความเร็วลม และแรงดันให้เป็นไปตามแบบ พร้อมตรวจสอบค่าการสั่นสะเทือน และระดับเสียงให้ไม่เกินมาตรฐาน บันทึกผลการทดสอบทั้งหมดเพื่อใช้ประกอบการตรวจรับงาน
6.4.7 ตรวจสอบสัญญาณสั่งงานจาก UTT-MCC/DDC ทั้ง Start-Stop, Fault, Feedback และสัญญาณ Interlock ต่าง ๆ ให้ทํางานถูกต้อง ระบบต้องตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้ ทันที รวมถึงตรวจสอบฟังก์ชัน Reset และ การกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลักทดสอบ
6.5 การติดตั้งระบบไฟฟ้า
6.5.1 การติดตั้งวงจรไฟฟ้ากําลัง (Power Circuit Installation) ที่จ่ายให้มอเตอร์พัดลม โดยเลือกใช้สายไฟ ตามขนาดที่ระบุในแบบ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน ให้รองรับกระแสพิกัดของมอเตอร์ การเดินสายต้องร้อยสาย ภายในท่อร้อยสาย พร้อมติดตั้งป้ายกํากับสายทุกเส้นเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้งาน และบํารุงรักษา
6.5.2 การติดตั้งวงจรควบคุม (Control Circuit Installation) วงจรควบคุมระหว่างพัดลม สายสัญญาณ สั่งงาน (Run/Stop) สัญญาณตอบกลับสถานะ (Feedback) สัญญาณ Trip และสัญญาณเตือนต่าง ๆ การเดินสายต้อง เป็นระเบียบ กรณีสัญญาณ PLC/DDC ต้องใช้สายชนิด Shielded เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน
ๆ
6.5.3 การติดตั้งสายดิน และระบบป้องกัน (Earthing & Protection System) พัดลมต้องมีสายดินที่เชื่อมต่อ กับโครงสร้างโลหะทุกส่วนของอุปกรณ์ โดยค่า Ground Resistance ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนด ตลอดจน ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันที่จําเป็น และตรวจสอบให้วงจรป้องกันสามารถตัดการทํางานได้ถูกต้องเมื่อเกินความผิดปกติ
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
18
6.5.4 การเชื่อมต่อเข้าตู้ควบคุมมอเตอร์ (UTT-MCC Connection) ต่อสายวงจรทั้งหมดเข้าจุดต่อ (Terminal Box) ภายในตู้ UTT-MCC ตามแบบวงจร พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของ Phase Sequence และการจัดกลุ่มสาย อย่างเป็นระบบ ตรวจแรงขันของ Terminal และตรวจสอบตําแหน่งจุดต่อให้ตรงกับ Tag Name ที่กําหนด เพื่อรองรับ
การทํางานกับระบบ SCADA/GUI
6.5.5 การตรวจสอบ และทดสอบวงจรไฟฟ้า (Electric Testing) เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ ต้องดําเนินการทดสอบ ค่าความต้านทานฉนวนของสาย (Insulation Resistance Test), ความต่อเนื่องของสาย (Continuity Test), การทวน สอบวงจรควบคุม (Loop Test) และทดสอบ Phase Rotation เพื่อให้มั่นใจว่าพัดลมสามารถทํางานได้ถูกต้องเมื่อเริ่ม เดินเครื่องจริง
6.5.6 การทดสอบการทํางานของพัดลม (Function & Operation Test) ทดสอบการสั่งงานผ่านโหมด Local และ Remote ตรวจสอบทิศทางการหมุนของใบพัด กระแสเดินเครื่อง การสั่นสะเทือน และการตอบสนองของวงจร ป้องกัน รวมถึงตรวจสอบการแสดงผลสถานะผ่านระบบ SCADA และตรรกะการทํางานในโหมด Emergency / Fire
Alarm Mode
6.5.7 สีของสาย
6.5.7.1 กําหนดให้สีของสายไฟ และสัญลักษณ์ที่ใช้กับระบบไฟฟ้า 1 เฟส 230 โวลต์
6.5.7.1.1 สาย L : น้ําตาล
6.5.7.1.2 สาย N : ฟ้า
6.5.7.1.3 สายดิน PE : เขียวแถบเหลือง
6.5.7.2 กําหนดให้สีของสายไฟฟ้า และสัญลักษณ์ที่ใช้กับระบบไฟฟ้า 3 เฟส 400 โวลต์
:
6.5.7.2.1 สาย L1 : นํ้าตาล
6.5.7.2.2 สาย L2 : ดํา
6.5.7.2.3 สาย L3 : เทา
6.5.7.2.4 สาย N : ฟ้า
6.5.7.2.5 สายดิน PE : เขียวแถบเหลือง
6.5.7.3 สายไฟควบคุมแรงดันต่ํา (Control Circuit Voltage)
6.5.7.3.1 สายที่มีไฟเมื่อเปิดใช้งาน : แดง
6.5.7.3.2 สายกลับ (Return Line) หรือสายที่ไม่มีแรงดันในสถานะปกติ : ดํา
6.5.7.3.3 สายที่ใช้สําหรับการล็อกอินเตอร์ล็อก (Interlock Wiring) : ส้ม
:
6.5.7.4 สายไฟตรง 24 Vdc (ไฟเลี้ยงอุปกรณ์ควบคุม)
6.5.7.4.1 สายบวก : (Positive) : แดง
6.5.7.4.2 สายลบ : (Negative) : ดํา
6.5.7.4.3 สายกราวด์ : เขียว
6.5.7.5 สายไฟสลับ 24 Vac (ไฟเลี้ยงอุปกรณ์ควบคุม)
6.5.7.5.1 สายเฟส : น้ําตาล
6.5.7.5.2 สายนิวทรัล : ฟ้า
6.5.7.6 สายไฟสลับ 230 Vac (ไฟเลี้ยงอุปกรณ์ควบคุม)
6.5.7.6.1 สายเฟส : ส้ม หรือ ม่วง
6.5.7.6.2 สายนิวทรัล : ดําา หรือ เทา
6.5.7.7 สายไฟในวงจรเซนเซอร์หรือสัญญาณ
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
19
6.5.7.7.1 สัญญาณอินพุต : เทา/ขาว
6.5.7.7.2 สัญญาณเอาต์พุต : ชมพู/ม่วง/เหลือง
(โดยที่สายไฟฟ้าที่มีขนาดไม่เกิน 16 sq.mm. สายนิวทรัล และสายกราวด์มีขนาดเท่ากับสายเฟส) เดินในท่อ ร้อยสายชนิด IMC (สําหรับภายในอาคาร) และเดินในท่อ RSC (สําหรับภายนอกอาคารหรือในที่มีความชื้นสูง) จากตู้ โหลดไปจนถึงตู้ควบคุมมอเตอร์ และจากตู้ควบคุมไปยังอุปกรณ์ให้ใกล้ที่สุด โดยส่วนที่ต่อเข้าอุปกรณ์ให้ใช้ท่ออ่อนกัน น้ํา (LFMC) ในการเชื่อม โดยให้ระยะสายมีความยาวไม่เกิน 1.2 เมตร (สําหรับเข้าอุปกรณ์ เข้าตู้ หรือเครื่องจักร)
6.6 การติดตั้งตู้แยกวงจรไฟฟ้า (Isolator Electric Panel) ภายนอกอาคาร (ที่โล่งแจ้ง)
6.6.1 ตู้แยกวงจรไฟฟ้าต้องติดตั้งในตําแหน่งที่ระดับน้ําท่วมไม่ถึง เหมาะสมต่อการใช้งาน และบํารุงรักษา 6.6.2 ตู้ต้องมีหลังคา หรืออุปกรณ์ป้องกัน เพื่อป้องกันน้ําฝน และของเหลวจากภายนอกเข้าสู่ตู้ 6.6.3 โครงสร้างตู้ต้องออกแบบให้ป้องกันการเข้าถึง และการใช้งานโดยบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่ได้รับ
6.6.4 ตู้ต้องติดตั้งอุปกรณ์แสดงสถานะไฟรั่วลงดิน (Earth Leakage) indicator เพื่อแจ้งเตือนความผิดปกติ ของระบไฟฟ้า
อนุญาต
6.6.5 การนําสายไฟเข้าตู้ต้องดําเนินการจากด้านล่างของตู้ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันน้ํา และความชื้น เพื่อ ป้องกันน้ําไหลเข้าสู่ตู้ควบคุม
6.6.6 ต้องมีอุปกรณ์ปลดแยกวงจรไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในการตรวจสอบ และบํารุงรักษา โดยวงจรจ่ายไฟ สําหรับงานตรวจสอบต้องสามารถใช้งานได้เมื่อปลดวงจรพัดลม
ทั้งนี้ ต้องติดตั้งเต้ารับไฟฟ้าแบบกันน้ํา และอุปกรณ์ทั้งหมดต้องเหมาะสมสําหรับติดตั้งภายนอกอาคาร มีระดับ
การป้องกันไม่น้อยกว่า IP66 สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง แสงแดด และมีการซีลปิดอย่างเหมาะสมเพื่อ ป้องกันสัตว์หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ตู้
6.7 ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมลม (Motorized Damper)
6.7.1 ตรวจสอบตําแหน่งติดตั้ง Damper ให้ตรงตามแบบ และทิศทางการไหลของอากาศ หันใบ Damper ให้ สัมพันธ์กับทิศทางลมเพื่อความถูกต้องของการเปิด-ปิด อุปกรณ์ต้องติดตั้งในตําแหน่งที่สามารถเข้าบํารุงรักษาได้ง่าย และไม่มีสิ่งกีดขวางต่อการหมุนของใบ Damper หรือการเคลื่อนที่ของ Actuator
6.7.2 ตรวจสอบโครงสร้างรองรับ Damper ให้มีความแข็งแรง สามารถรับน้ําหนัก และแรงบิดจาก Actuator ได้อย่างปลอดภัย การติดตั้งต้องได้ระดับ แนวท่อไม่บิดหรือเอียงเพื่อลดการรั่วของลม และต้องใช้อุปกรณ์ยึดที่ เหมาะสม เพื่อป้องกันการคลายตัว
6.7.3 ตรวจสอบรอยต่อ Damper กับท่ออุปกรณ์ลดเสียง (Duct Silencer) ไม่มีรอยรั่ว ตรวจสอบซีล และ Gasket ให้เหมาะสมตามแรงดันลม เพื่อให้ประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศเป็นไปตามค่าที่ออกแบบ การจัดแนว ท่อต้องไม่ก่อให้เกิดแรงกดหรือดึงที่ส่งผลต่อโครงสร้างของ Damper หรือ Actuator
6.7.4 ตรวจสอบการเดินสายไฟฟ้า และสายสัญญาณให้เหมาะสมกับประเภทของ Actuator (On- Off/Modulating)
6.7.5 ตรวจสอบการทํางานของ Actuator ให้สามารถเปิด-ปิด ได้เต็มมุม ตรวจสอบทิศทางการหมุน สัญญาณ สั่งงาน (Command) และสัญญาณตอบกลับ (Feedback Position) พร้อมตั้งค่ามุมเปิด-ปิดอย่างเหมาะสม รวมถึง ทดสอบฟังก์ชัน Manual Override และต้องสนองเมื่อมีสัญญาณไฟฟ้าขัดข้อง
6.7.6 ทดสอบการทํางานร่วมกับระบบควบคุมของ Motorized Damper ต่อสัญญาณจากระบบ SCADA, BAS, MCC หรือ DDC ได้ครบถ้วน ตรวจสอบลําดับการทํางานสัมพันธ์กับพัดลม เปิดก่อนพัดลมเริ่มทํางาน รวมถึง ทดสอบ Interlock และ Fire Alarm Mode หรือให้เป็นไปตามที่กําหนด
&
(นายธนพล ลอยเมฆ)
ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์)
ผู้จัดทําร่างฯ 2
20
6.7.7 ต้องเลือก Damper และ Actuator ให้เหมาะสมกับแรงดันลม อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม ต้อง คํานึงถึงแรงบิด (Torque) ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเปิด-ปิดได้เต็มตําแหน่งโดยไม่ติดขัด ออกแบบฐานยึดให้มั่นคงลด แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลต่อกลไก Actuator ต้องออกแบบให้มีพื้นที่เข้าบํารุงรักษา การถอด Actuator, ตรวจใบ Damper และซีล - การทดสอบ
7.1 ผู้ขายต้องจัดทําตารางทดสอบ, แผนการทดสอบ, เอกสารวิธีทดสอบ และข้อแนะนําจากผู้ผลิต ในการทดสอบ วัสดุ และอุปกรณ์ เสนอขออนุมัติต่อผู้ควบคุมงานอย่างน้อย 14 วัน ก่อนดําเนินการทดสอบ
7.2 ผู้ขายต้องทําการทดสอบความเร็วลม ระหว่างพัดลมแต่ละชุด หรือจุดที่คณะกรรมการกําหนด พร้อมรายงานค่า ก๊าซ ที่ประกอบด้วย ออกซิเจน (O2), คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) และสารที่ติดไฟได้ (LEL) (ก่อน-หลังการปรับปรุง)
7.3 ผู้ขายต้องทําการทดสอบฟังก์ชันการทํางานของพัดลมในแต่ละฟังก์ชันการใช้งาน โดยที่ค่าที่ใช้ในการส่งมอบ
งานกําหนดให้ใช้ค่าที่ไม่น้อยกว่าค่าที่ออกแบบ
7.4 อุปกรณ์ และเครื่องมือที่นํามาใช้ในการทดสอบ ผู้ขายจะต้องเป็นผู้จัดหามาทั้งหมด และต้องเป็นอุปกรณ์ที่ได้ มาตรฐาน มีค่าการสอบเทียบระหว่างปีที่ใช้งาน
7.5 หากผลการทดสอบปรากฏว่า การทํางานของระบบใดไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ผู้ขายต้อง ดําเนินการแก้ไขระบบนั้น หรือส่วนที่เกี่ยวข้อง และทําการทดสอบใหม่อีกครั้งโดยมิชักช้า จนกว่าจะแน่ใจว่าระบบ ทั้งหมดสามารถทํางานได้อย่างถูกต้องตามความต้องการของผู้ซื้อ - การฝึกอบรม
ผู้ขายต้องดําเนินการจัดฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ ทอท. โดยต้องเสนอแผน และระยะเวลาการฝึกอบรมให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติ (การฝึกอบรมต้องแล้วเสร็จก่อนวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย) โดยผู้ขายเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด การฝึกอบรมต้องมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 15 คน ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง และ ดําเนินการในรูปแบบบรรยาย และฝึกปฏิบัติจริง โดยมีเนื้อหาดังนี้
8.1 การตรวจสอบ และบํารุงรักษา
8.1.1 หลักการทํางานของระบบ และอุปกรณ์
8.1.2 ขั้นตอนการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งาน 8.1.3 การตรวจสอบรายวัน รายเดือน และรายปี 8.1.4 การบันทึกข้อมูลการบํารุงรักษา
8.2 การวัดประสิทธิภาพระบบ
8.2.1 เครื่องมือ และวิธีการใช้งาน
8.2.2 จุดตรวจวัด และความถี่ในการตรวจวัด 8.2.3 การวิเคราะห์ และประเมินผล
8.3 การใช้งานระบบ
8.3.1 การตรวจสอบก่อนเริ่มเดินเครื่อง
8.3.2 ขั้นตอนการเปิด-ปิด
8.3.3 การตรวจสอบค่าการทํางานของระบบ
8.3.4 การแก้ไขปัญหา
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
21
8.4 ระบบควบคุม และระบบ SCADA
8.4.1 การใช้งานหน้าจอแสดงผล (Graphic Interface Unit : GUI) 8.4.2 การตั้งค่า และปรับค่าพารามิเตอร์ของระบบ
8.4.3 การตรวจสอบ การแจ้งเตือน และการจัดการ Alarm ของระบบ - หนังสือคู่มือหรือเอกสารที่ต้องส่งมอบสิ่งของตามสัญญา 9.1 คู่มือการใช้งาน และบํารุงรักษา จํานวนไม่น้อยกว่า 3
9.1.1 คู่มือการติดตั้ง (Installation Manual)
9.1.2 คู่มือการใช้งาน (Operation Manual) 9.1.3 คู่มือการบํารุงรักษา (Maintenance Manual) 9.1.4 รายการอะไหล่ (Spare Parts List) 9.1.5 ใบรับรอง (Certificate) ของอุปกรณ์ 9.1.6 รายงานการปรับแต่งระบบฯ
9.1.7 รายงานผลการทดสอบอุปกรณ์ทั้งหมด
ชุด ประกอบด้วย
9.1.8 Catalog อุปกรณ์ต่าง ๆ ในงานซื้อพร้อมติดตั้งครั้งนี้
9.1.9 รายงาน Bill of Material (BOM) ของอุปกรณ์ทั้งหมด
9.2 แบบตามที่สร้างจริง (AS-BUILT DRAWING) ในรูปแบบกระดาษ A3 จํานวนไม่น้อยกว่า 3
9.2.1 แบบ Shop Drawing (ของอุปกรณ์ทั้งหมด)
9.2.2 แบบ Installation Drawing (แสดงรายละเอียดการติดตั้ง)
9.2.3 แบบ Wiring Diagram (แผนผังการเดินสายไฟฟ้า)
9.2.4 แบบ Control Logic Diagram (แผนผังการทํางานของระบบควบคุม)
9.2.5 แบบ As-Built Drawing (แสดงรายละเอียดตามที่ติดตั้งจริง)
9.2.6 แบบ Riser Diagram (แผนผังแสดงการเชื่อมต่อระบบในแนวตั้ง) 9.2.7 แบบ Load Schedule (ตารางโหลดไฟฟ้าของอุปกรณ์ทั้งหมด) 9.2.8 แบบ Typical Drawing ที่เกี่ยวข้อง
9.3 ไฟล์ข้อมูล Backup เกี่ยวกับ Program ที่จําเป็น
9.3.1 Logic Diagram
9.3.2 Ladder Diagram
9.3.3 Function Block
9.3.4 Wiring Diagram
9.3.5 Source Code
ชุด ประกอบด้วย
ในงานนี้ทั้งหมด
9.4 External Hard Disk USB 3.0 ขนาดไม่น้อยกว่า 1 TB จํานวน 3 ชุด Back Up ข้อมูลต่าง ๆ โดย AS-BUILT DRAWING ให้อยู่ในโปรแกรม Auto CAD (Save File ในรูปแบบ Auto CAD 2007 ขึ้นไป) และ PDF
File
9.5 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ ในรูปแบบ Excel File ส่งเป็นเอกสารต้นฉบับ 1 ชุด และจัดทําในรูปแบบ Thumb Drive จํานวน 1 ชุด
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
22 - การส่งมอบ
ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุพร้อมติดตั้งตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 330 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - การจ่ายเงิน
ทอท. จะแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 3 งวด ดังนี้
11.1 งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นจํานวนเงินร้อยละ 30 ของมูลค่างานซื้อพร้อมติดตั้งตามสัญญา เมื่อผู้ขายทําการติดตั้งพัด ลมที่ควบคุมผ่านตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค UTT-MCC-01, UTT-MCC-02 และ UTT-MCC-03 ให้ สามารถใช้งานได้ในโหมด Local และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
11.2 งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นจํานวนเงินร้อยละ 30 ของมูลค่างานซื้อพร้อมติดตั้งตามสัญญา เมื่อผู้ขายทําการติดตั้งพัด ลมที่ควบคุมจากตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค UTT-MCC-04, UTT-MCC-05 และ UTT-MCC-06 ให้สามารถ ใช้งานได้ในโหมด Local และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจสอบพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
11.3 งวดที่ 3 จ่ายให้เป็นจํานวนเงินร้อยละ 40 ของมูลค่างานซื้อพร้อมติดตั้งตามสัญญา เมื่อผู้ขายทําการติดตั้งพัด ลมที่ควบคุมผ่านตู้ควบคุมมอเตอร์อุโมงค์สาธารณูปโภค UTT-MCC-07 และระบบควบคุมอัตโนมัติใช้งานได้อย่าง สมบูรณ์แล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว - อัตราค่าปรับ
ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบสิ่งของพร้อมติดตั้งไม่ครบถ้วนตามสัญญา ทอท. จะปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ
0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของมูลค่าพร้อมติดตั้งตามที่ยังไม่ได้รับมอบในแต่ละงวด - การรับประกัน
13.1 ผู้ขายต้องรับประกันความชํารุดบกพร่อง หรือขัดข้องของสิ่งของตามสัญญา เนื่องจากการใช้งานตามปกติ วิสัย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 365 วัน
13.2 กรณีหากพัสดุที่นํามาส่งมอบ เป็นสาเหตุให้ระบบปรับอากาศเกิดข้อขัดข้องในระหว่างการรับประกัน ผู้ขาย จะต้องดําเนินการตรวจซ่อม และแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งจากผู้ซื้อ โดย ไม่คิดมูลค่าแต่ประการใด
หากผู้ขายละเลย, ล่าช้า หรือเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกัน ทอท. จะสงวนสิทธิ์เข้าดําเนินการเอง หรือให้ผู้หนึ่งผู้ใดดําเนินการแทน โดยผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง - เงื่อนไขทั่วไป
14.1 ผู้ขายต้องดําเนินงาน และปฏิบัติงานภายใต้กฎระเบียบของ ทอท.
14.2 โดยผู้ขายจะต้องจัดทําเอกสารเพื่อรายงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ก่อนเริ่มดําเนินการ ประกอบด้วย 14.2.1 สําเนาสัญญาจ้าง ใช้แสดงสิทธิในการเข้าดําเนินงานในพื้นที่ตามขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมาย
14.2.2 หนังสือขออนุญาตเข้าปฏิบัติงาน ระบุพื้นที่ที่ขอเข้าดําเนินงาน ช่วงเวลาการปฏิบัติงาน รายชื่อ ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงวันที่เริ่มต้น และสิ้นสุดของการดําเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อขออนุมัติการเข้าพื้นที่จากหน่วยงาน เจ้าของพื้นที่
14.2.3 แผนความปลอดภัย ก่อนเริ่มงาน โดยมีรายละเอียด
14.2.3.1 การประเมินความเสี่ยง
14.2.3.2 มาตรการป้องกัน และควบคุมความเสี่ยง
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์)
ผู้จัดทําร่างฯ 2
23
14.2.3.3 แผนจัดการเหตุฉุกเฉิน
14.2.3.4 เอกสารแบบฟอร์มความปลอดภัย
14.2.4 ผู้ขายต้องส่งเอกสารรายชื่อบุคลากรทุกคนที่ปฏิบัติงาน พร้อมสําเนาใบอบรม/หนังสือรับรอง คุณสมบัติตามกฎหมาย
14.2.4.1 บัญชีรายชื่อบุคลากร
ตําแหน่ง/หน้าที่
หมายเลขบัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง (เพื่อยืนยันตัวตน) - ประวัติการทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานติดตั้ง
14.2.4.2 ใบรับรองการอบรมด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
อบรมความปลอดภัยทั่วไป (ตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ) - อบรมการทํางานในที่อับอากาศ (Confined Space Training) - อบรมการทํางานบนที่สูง (Working at Height Training)
- อบรมการใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์เฉพาะ
- อบรมการดับเพลิงขั้นต้น และการปฐมพยาบาล
14.2.4.3 ใบแต่งตั้งบุคลากรตามกฎหมาย (ถ้ามี) - ผู้อนุญาต, ผู้ควบคุมงาน, ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ช่วยเหลือ (กู้ภัย) (กรณีที่อับอากาศ)
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ตามที่กฎหมายกําหนด
14.2.4.4 เอกสารประกันแรงงาน และอุบัติเหตุ (ถ้ามี) - หลักฐานการขึ้นทะเบียนประกันสังคม
- สําเนากรมธรรม์ประกับอุบัติเหตุ/เสียชีวิต ครอบคลุมระยะเวลาปฏิบัติงาน
14.2.5 แผนการดําเนินงาน ระบุรายละเอียด และระยะเวลาการดําเนินงานในแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบ และติดตามความก้าวหน้าของงานได้ ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 14.2.6 แบบรายละเอียด แสดงรายละเอียดตําแหน่งการติดตั้งงาน ระบบ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้อง กับข้อกําหนดรายละเอียด และพื้นที่จริง
14.2.7 แบบการติดตั้ง อธิบายขั้นตอนการติดตั้ง วิธีการทํางาน เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อรับรองความ ถูกต้อง และความปลอดภัยของกระบวนการติดตั้ง
14.2.8 แผนความปลอดภัย (ถ้ามี) จัดทําตามข้อกําหนดของกฎหมายความปลอดภัยในการทํางานที่ เกี่ยวข้อง พรบ. ความปลอดภัยฯ รวมถึงแนวปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO/OHSAS
14.2.9 รายชื่อผู้ปฏิบัติงาน ให้ระบุชื่อ-นามสกุล ตําแหน่ง และหมายเลขบัตรประชาชนของผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องในการเข้าพื้นที่ทั้งหมด
14.2.10 ประวัติการอบรม (เฉพาะผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง) หลักสูตรที่สูง การทํางานในที่อับอากาศ ความ ปลอดภัยทางไฟฟ้า เป็นต้น
14.2.11 ประกันภัยงาน ประกันภัยบุคคลที่สาม หรือประกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน ตามที่กําหนดไว้ใน ข้อกําหนดรายละเอียด หรือเป็นไปตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ที่เข้าดําเนินงาน
14.2.12 ข้อมูลอุปกรณ์/สเปกสินค้า เพื่อแสดงว่าวัสดุ อุปกรณ์ หรือระบบที่ติดตั้ง มีคุณสมบัติตรงตาม ข้อกําหนดทางเทคนิค หรือที่ได้เสนอไว้
14.2.13 คู่มือการใช้งาน และติดตั้งอุปกรณ์ โดยเฉพาะสําหรับอุปกรณ์ที่ต้องมีการตั้งค่าพิเศษ หรือมีขั้นตอน การติดตั้งเฉพาะ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้อง และปลอดภัย
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
24
14.2.14 แบบฟอร์มใบอนุญาตทํางาน ให้จัดทํา และกรอกข้อมูลตามรูปแบบของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้สามารถออกใบอนุญาตปฏิบัติงานได้ถูกต้องครบถ้วน
14.2.15 แบบร่างป้ายโครงการ ที่แสดงรูปแบบป้ายที่ต้องจัดทํา พร้อมรายละเอียดเนื้อหาป้าย, ขนาด, วัสดุ 14.2.16 ผู้ขายต้องจัดเตรียมไฟล์ข้อมูลมาตรฐานที่ระบุในข้อ 2 เพื่อใช้ในการตรวจสอบ และอ้างอิงว่าการ ปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกระบุไว้
14.3 ผู้ขายมีความรู้ความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยในการทํางานของหน่วยงานภาครัฐ และ จะต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามกฎหมาย เบื้องต้นดังนี้
14.3.1 พระราชบัญญัติ ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546
14.3.2 พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 กําหนดให้สถานประกอบกิจการ (รวมถึงภาครัฐ) ต้องจัดให้มีระบบความปลอดภัยในการทํางาน เช่น การประเมินความ เสี่ยง การฝึกอบรม การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
14.3.3 พระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ. 2558
14.3.4 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกัน และระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555
14.3.5 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558
14.3.6 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
14.3.7 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562
14.3.8 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูง และที่ลาดชันจากวัสดุกระเด็น ตก หล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564
14.3.9 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้าน และค้ํายัน พ.ศ. 2564
14.3.10 กฎหมาย กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนา มัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. 2564
14.3.11 กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคคลกร หน่วยงาน หรือคณะ บุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัย ในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 (บังคับใช้กับหน่วยงานที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องมีระบบบริหารความปลอดภัย มีแผนฉุกเฉิน การอบรม การรายงานอุบัติเหตุ)
14.3.12 มาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 45001 ใช้เป็นแนวทางในการจัดการอาชีวอนามัย และความ ปลอดภัย (OH&S) ในการจัดการความเสี่ยงโอกาส และการปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และการ เจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการทํางาน (แม้ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่ใช้เป็นเกณฑ์การตรวจประเมินของรัฐ)
14.3.13 แผนความปลอดภัยในการทํางาน Job Safety Analysis (JSA), แผนรับมือเหตุฉุกเฉิน
14.3.14 การอบรมเจ้าหน้าที่ เช่น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหน้างาน หรือระดับบริหารตามขอบข่าย
การปฏิบัติงาน
14.3.15 จัดเตรียมอุปกรณ์ (Personal Protective Equipment : PPE) และอุปกรณ์ป้องกัน ให้เหมาะสม
ตามประเภทของงาน
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
25
14.3.16 การสอบสวนอุบัติเหตุ ต้องมีคณะกรรมการสอบสวนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ 14.3.17 ป้ายเตือน และสัญลักษณ์ ติดตั้งในจุดเสี่ยง
14.3.18 หากผู้ขายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายความปลอดภัย กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หรือ ข้อกําหนดด้านความปลอดภัยที่ผู้ซื้อกําหนดไว้ ผู้ซื้อมีสิทธิ์สั่งให้ผู้ขาย หยุดการปฏิบัติงานชั่วคราวทันที โดยไม่ถือว่า เป็นความผิดหรือความล่าช้าของผู้ซื้อ และผู้ขายยังคงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือผลกระทบที่ เกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกําหนดดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้ขายยังคงเพิกเฉยหรือฝ่าฝืน ผู้ซื้อมีสิทธิ์ดําเนินการตามขั้นตอนในสัญญาจ้าง รวมถึงการ
ยกเลิกสัญญา และเรียกร้องค่าเสียหาย จากผู้ขาย
14.4 การดําเนินงานจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของ ทอท. และข้อบังคับ และคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการ ทํางานสําหรับผู้รับเหมา ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางาน และอาชีวอนามัย
14.5 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป. วิชาชีพ) โดยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง และมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี สําหรับเป็นที่ปรึกษา และ กํากับดูแล และดําเนินงานด้านความปลอดภัย ตามขอบข่ายของสัญญา ต้องอยู่ควบคุมการทํางาน ณ หน้างานในช่วงที่ มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
14.6 ผู้ขายต้องส่งหนังสือรับรองการผ่านการอบรมการทํางานในที่อับอากาศ ตามประกาศกรมสวัสดิการ และ คุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานในที่อับอากาศ
14.7 ผู้ขายต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าเป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ, โรคหัวใจ หรือโรคอื่น ๆ ซึ่งแพทย์เห็นว่าสามารถเข้าทํางานในที่อับอากาศได้ และไม่เป็นอันตราย
14.8 ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ และการฝึกอบรมการปฏิบัติงานในที่สูง 14.9 ผู้ขายเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์สําหรับผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ และอุปกรณ์สําหรับช่วยชีวิตสําหรับผู้ช่วยเหลือ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน
14.10 ต้องมีอุปกรณ์ป้องกัน และตรวจวัดเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย พร้อมดําเนินการฝึกซ้อมแผน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในที่อับอากาศ (Rescue Drill) อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนเริ่มงานจริง
14.11 ผู้ขายต้องจัดทํารายงานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศทุกครั้งที่เข้าปฏิบัติงาน พร้อมแนบรายงานตรวจวัด ก๊าซ, ภาพถ่ายการใช้อุปกรณ์ PPE และแบบฟอร์มอนุญาตทํางาน (Permit) เพื่อส่งให้ คณะกรรมการตรวจสอบภายใน 3 วันทําการหลังปฏิบัติงาน
14.12 ผู้ขายต้องรับผิดชอบในความเสียหายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่งาน อาทิ ตัวอุโมงค์ หรือทรัพย์สินข้างเคียงของ ทอท. หรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. เป็นต้น ในระหว่างการปฏิบัติงานจนหมดพันธะแห่งสัญญา ผู้ขายต้อง รับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าว ด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ซ่อมแซม หรือรื้อถอน ทําให้ใหม่ตามควรแก่กรณีที่ ทอท.
เห็นสมควร โดยผู้ขายไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
14.13 ผู้ขายต้องรับผิดชอบผลที่เกิดจากอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน ทั้งกับสถานที่ สิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน
14.14 ทอท. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ในเอกสารรายงานทุกฉบับ ซึ่งผู้ขายได้จัดทําขึ้น ผู้ขายต้องส่งมอบ สิ่งของดังกล่าวให้ ทอท. เมื่อสิ้นสุดสัญญา และต้องเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของ ทอท. ไว้เป็นความลับ ไม่นําข้อความใน เอกสารเหล่านั้นไปเปิดเผย และ/หรือนําไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น โดยไม่ได้รับการยินยอมจาก ทอท.
14.15 การกระทําใด ๆ ของผู้ขายหรือลูกจ้างของผู้ขาย หากมีผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัย หรือการ ให้บริการ หรือทําให้ ทอท. เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือภาพลักษณ์ ทอท. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที และเรียกค่าเสียหาย ได้อีกด้วย
&
(นายธนพล ลอยเมฆ) ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
26
14.16 ผู้ขายจะต้องประสานงานฝ่ายมาตรฐานความปลอดภัย และอาชีวอนามัย (ผมอ.) เพื่อดําเนินการจัดเตรียม
เอกสารที่เกี่ยวข้องสําหรับขอเข้ารับการฝึกอบรม
14.17 ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และวัสดุสิ้นเปลืองต่าง ๆ ที่ใช้ในการดําเนินงานตลอด ระยะเวลาของสัญญา ตามระเบียบอัตราค่าภาระของ ทอท.
14.18 ผู้ขายต้องรักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ติดตั้ง รวมทั้งบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงให้สะอาดตลอดเวลาระหว่าง ดําเนินการติดตั้ง และก่อนส่งมอบ
- นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของ ทอท.
15.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อค้างคอร์รัปชันของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้าไป เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการคอร์
รัปชันของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
15.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของบริษัท ให้แก่บุคลากรของ ทอท.
ๆ - การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของ ลูกจ้าง รวมถึงดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชน และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม - นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ผู้ขายต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการ คุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการดําเนินการของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด ผู้ขายสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศ และแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. > กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(AOT Personal Data Protection Policy) - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
18.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมาย
18.2 ผู้เสนอราคาต้องได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการ ในการจําหน่ายพัดลมยี่ห้อที่เสนอราคา จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจําหน่ายจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศ หรือ
เจ้าของผลิตภัณฑ์
&
(นายธนพล ลอยเมฆ)
ผู้จัดทําร่างฯ 1
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) ผู้จัดทําร่างฯ 2
27
18.3 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงาน งานซื้อพร้อมติดตั้ง, งานจ้างปรับปรุง หรืองานซ่อมบํารุง ที่เป็นงานระบบไฟฟ้า หรือระบบปรับอากาศ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000.- บาท (สิบล้านบาทถ้วน) และเป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ - เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติวันยื่นเสนอราคา
19.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการ ในการจําหน่ายพัดลมยี่ห้อที่ เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์
หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์
หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิ์จําหน่ายจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศ
19.2 ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงาน งานซื้อพร้อมติดตั้ง, งานจ้างปรับปรุง หรืองานซ่อมบํารุง ที่เป็นงาน ระบบไฟฟ้า หรือระบบปรับอากาศ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000.- บาท (สิบล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ กรณีหนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอ ราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้ง ประทับตราของหน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนาหนังสือสัญญา และสําเนาใบหักภาษี ณ ที่จ่ายของสัญญาที่เสนอ มา เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
19.3 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียด (Data Sheet) ซึ่งแสดงรายละเอียดของ คุณสมบัติทางเทคนิค ตามข้อ 2.5 และข้อ 4 โดยทําเครื่องหมายกํากับ และระบุข้อให้ชัดเจน ทอท. จะพิจารณาเฉพาะ คุณสมบัติเฉพาะ (Specification) ที่ปรากฏอยู่ในแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียด ผู้เสนอราคา ต้องแนบ สําเนาใบรับรองจากบริษัทผู้ผลิต (Manufacture’s Certification) ยืนยันคุณสมบัติเฉพาะที่ขาดไปแต่ละข้อเป็นลาย ลักษณ์อักษร พร้อมลายเซ็นของผู้มีอํานาจ ลงนามว่าผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรง ในกรณีการรับรองคุณสมบัติมีข้อมูล ขัดแย้งกับคุณสมบัติที่กําหนดไว้ในแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียดมาแล้ว และไม่มีข้อชี้แจงที่มีเหตุผลเพีย งพอถึงเหตุแห่งความขัดแย้งนั้น ทอท. จะถือตามแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียด ในกรณีแคตตาล็อก หรือ เอกสารแสดงรายละเอียด มีหลายรุ่น (Model) และ/หรือ Option ผู้เสนอราคาต้องระบุให้ชัดเจนโดยพิมพ์เป็นรายการ ว่าจะส่งมอบรุ่น และ/หรือ Option ใด - หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น - เงื่อนไขอื่น ๆ
ๆ
ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทําใบประมาณราคา ซึ่งแสดงรายละเอียดในแต่ละรายการให้ ทอท.
โดยเร็ว หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท.
ผู้จัดทําร่าง ฯ 1
&
(นายธนพล ลอยเมฆ)
วิศวกรชํานาญการ 7 ส่วนระบบปรับอากาศ ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล
ผู้จัดทําร่าง ๆ 2
(นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์)
วิศวกรอาวุโส 6 ส่วนระบบปรับอากาศ
ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล
QR Code เอกสารประกอบการทํางาน ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ
QR Code : การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติ อย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท
QR Code : คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน
สําหรับผู้รับจ้าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ปรับปรุงครั้งที่ 2
ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
QR Code : บัญชีอัตราค่าภาระการใช้ท่าอากาศยาน ทรัพย์สิน บริการ และความสะดวกต่างๆ ในกิจการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด
(มหาชน) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ประจําปี 2559 (แก้ไขเมื่อ ต.ค. 68)
F
!
ชื่อคู่สัญญา
ชื่อสัญญา
บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
รายกา
หน่วยนับ
จํานวน
อ่านว
ราคาต่อ
เชง
ลําาดับ
(ชื่อ,ยี่ห้อ,ส,ขนาด,แบบ,รุ่น Serial No.) ชิ้น/ชุด
คามBOQ ที่ส่งมอบ
หน่วย
(รวม VAT)
ต่อหน่วย
ราคาสม
ตามจํานวนทีส่งของ
(ไม่รวมVAT)
อาคาร
เลขที่สัญญา
สถานที่ตั้ง
หมายเหตุ
ห้อง
ชั้น
หวยพ
1.แบบภาพถ่ายครุภัณฑ์ให้ตรงกับฝาพับที่ในแบบฟอร์ม File รูปถ่าย จํานวน 1 ชุด
2.กรณีส่งของไม่ตรงตามSpec, จํานวน,ราคา ให้แจ้งเหตุผลในแบบฟอร์ม 9.กรณีเป็นระบบค้องแยกรายละเอียดพร้อมจํานวนและราคา
4.กรณีเป็น Partitiom ให้แจ้งจํานวนเป็นรายชิ้น