ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาตรวจประเมินและรับรอง Organic หน่วยตรวจรับรองภายนอก (ข้าวหอมมะลิอินทรีย์รายเก่ารักษามาตรฐาน โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์
สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๖๙ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ให้ได้มาตรฐาน มกษ. ๙๐๐๐-๒๕๖๔ โดยการจ้างหน่วยงานภายนอก (Outsource) ที่มีความเชี่ยวชาญมาดำเนินการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์แบบรายกลุ่ม จำนวน ๒๐ กลุ่ม รวม ๕๐๐ แปลง ในพื้นที่ ๑๐ อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ
ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การรับข้อมูลเกษตรกร การตรวจประเมินระบบควบคุมภายใน การตรวจประเมินแปลงตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว ไปจนถึงการออกใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว เพื่อตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง ๔ กลุ่ม (๔๘ ชนิด) และโลหะหนัก ๓ ชนิด จำนวนไม่น้อยกว่า ๙๓ ตัวอย่าง เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตมีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าและรายงานสรุปผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบให้สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษตามงวดงานที่กำหนดภายในระยะเวลา ๑๔๐ วัน
English summary
The Sisaket Provincial Agricultural Extension Office is seeking an outsourced service provider to audit and certify organic rice production systems (Standard TAS 9000-2564) for 20 groups, totaling 500 plots across 10 districts in Sisaket province. The project includes internal control system audits, on-site inspections, and laboratory analysis of soil, water, and rice samples for pesticide residues (48 types) and heavy metals (3 types), with a minimum of 93 samples required. The project aims to enhance the quality and value of organic Jasmine rice, with a total duration of 140 days.
พื้นที่ ๑๐ อำเภอ ได้แก่ กันทรารมย์, ขุขันธ์, ขุนหาญ, ปรางค์กู่, ไพรบึง, เมืองศรีสะเกษ, ศรีรัตนะ, วังหิน, ศิลาลาด และอุทุมพรพิสัย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อตรวจประเมินและรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ (Certification audit) ตามมาตรฐาน มกษ. ๙๐๐๐-๒๕๖๔
- เพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างทางการเกษตรและโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว
ขอบเขตของงาน
- ตรวจประเมินระบบควบคุมภายในของกลุ่มเกษตรกร ๒๐ กลุ่ม (๕๐๐ แปลง)
- ตรวจประเมินแปลงข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐาน มกษ. ๙๐๐๐-๒๕๖๔
- สุ่มตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง ๔ กลุ่ม (๔๘ ชนิด) และโลหะหนัก (๓ ชนิด) ในดิน น้ำ และข้าว จำนวนไม่น้อยกว่า ๙๓ ตัวอย่าง
- จัดตั้งคณะทบทวนและออกใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
- จัดทำรายงานความก้าวหน้าประจำเดือนและรายงานสรุปผลการดำเนินงาน
- แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมิน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ทะเบียนเกษตรกรและสรุปผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
- รายงานผลการตรวจประเมินแปลงและแบบบันทึกข้อบกพร่อง
- รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างและโลหะหนัก (ฉบับสมบูรณ์)
- ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์รายกลุ่มและรายแปลง
- ข้อมูลดิจิทัล (USB Flash drive) ประกอบด้วยรายงานและไฟล์ Excel
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการรวม ๑๔๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมด้านการตรวจประเมินและรับรองคุณภาพ
- Standards Compliance: ต้องเป็นหน่วยรับรองมาตรฐานการผลิตพืช (Certification Body: CB) ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025
- Experience: หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี และผู้ตรวจประเมินต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี ในระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
- Personnel: ต้องจัดตั้งคณะผู้ตรวจประเมินอย่างน้อย 3 คน (หัวหน้า 1 คน, ผู้ตรวจ 2 คน) โดยมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำตามที่กำหนดและผ่านการอบรมหลักสูตร Auditor/Lead Auditor (ISO 9001) และหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ (มกษ. 9000-2564)
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด (Lowest Price)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- มาตรฐานการตรวจ: มกษ. ๙๐๐๐-๒๕๖๔
- การวิเคราะห์สารเคมี: ต้องครอบคลุม ๔ กลุ่ม (Organochlorine, Organophosphates, Pyrethroids, Carbamate) รวม ๔๘ ชนิด
- การวิเคราะห์โลหะหนัก: แคดเมียม, ตะกั่ว, สารหนู
- จำนวนตัวอย่าง: ไม่น้อยกว่า ๙๓ ตัวอย่าง
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายเงิน ๓ งวด: งวดที่ ๑ (๓๐%), งวดที่ ๒ (๓๐%), งวดที่ ๓ (๔๐%)
- ความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่อง: ๓๐ วัน นับจากวันที่ได้รับมอบงาน
- งบประมาณ: ๙๖๐,๐๐๐ บาท
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ผู้รับจ้างต้องมีห้องปฏิบัติการเองหรือไม่? A: ต้องมีห้องปฏิบัติการของตนเองที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025
- Q: การตรวจประเมินครอบคลุมกี่แปลง? A: ครอบคลุม ๒๐ กลุ่ม รวม ๕๐๐ แปลง
- Q: สารเคมีที่ต้องตรวจมีกี่ชนิด? A: ตรวจสารเคมี ๔ กลุ่ม รวม ๔๘ ชนิด และโลหะหนัก ๓ ชนิด
- Q: หากเกษตรกรไม่ผ่านการรับรองต้องทำอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องแจ้งสาเหตุที่ไม่สอดคล้องให้จังหวัดศรีสะเกษทราบ
- Q: การส่งมอบงานแบ่งเป็นกี่งวด? A: แบ่งเป็น ๓ งวด ตามความก้าวหน้าของงาน
- Q: ข้อมูลผลการตรวจประเมินเป็นของใคร? A: เป็นกรรมสิทธิ์ของจังหวัดศรีสะเกษ ผู้รับจ้างห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
- Q: หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างไร? A: ปริญญาตรีสาขาเกษตรหรือที่เกี่ยวข้อง
- Q: หากส่งงานไม่ครบตามเป้าหมายจะมีการปรับอย่างไร? A: จะมีการปรับลดปริมาณงานและค่าจ้างลงตามสัดส่วนจริง
- Q: ต้องมีการติดตามนิเทศงานหรือไม่? A: ต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมินทุกเดือน
- Q: รูปแบบการส่งมอบรายงานเป็นอย่างไร? A: รายงานฉบับพิมพ์ ๑ ชุด และไฟล์ข้อมูลใน USB Flash drive ๒ ชิ้น
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) การจ้างเหมาหน่วยงานภายนอก (Outsource) ตรวจประเมินระบบ การผลิตข้าวอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างใน ตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๖๙ กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์
กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ จังหวัดศรีสะเกษ
ขอบเขตของงาน (TOR)
การจ้างเหมาหน่วยงานภายนอก (Outsource) ตรวจประเมินและรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ (Organic)
และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๖๙
กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ จังหวัดศรีสะเกษ
๑. ความเป็นมา
กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอํานาจเจริญมีพื้นที่การเกษตรรวม ๑๒.๗ ล้านไร่ ผลผลิตทางการเกษตรหลัก คือ ข้าวหอมมะลิ มันสําปะหลัง ยางพารา อ้อยโรงงาน พริกหอม กระเทียม เงาะ ทุเรียน โดยมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ไม่ถึงร้อยละ ๑๐ ของพื้นที่ทําการเกษตรทั้งหมด ทั้งนี้ยังพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดแรงจูงใจ รวมถึงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การหลักการปฏิบัติและความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งการขับเคลื่อนด้านเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการตรวจรับรองมาตรฐานทั้งในประเทศและมาตรฐานสากล มีความจําเป็นต้องใช้หน่วยตรวจรับรอง ภายนอก มูลนิธิต่างๆ และภาคีเครือข่ายร่วมดําเนินการภายใต้ข้อจํากัด ด้านงบประมาณ ส่งผลให้ขาดความต่อเนื่อง ในการได้รับการรับรองมาตรฐาน ด้วยเหตุนี้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ จึงได้จัดทํา “โครงการ ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์” เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพิ่ม มูลค่าให้สูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่มั่งคั่ง และมีความสุขที่ยั่งยืนตลอดไป
สํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ มีเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
มีรายได้สูงขึ้น ด้วยการยกระดับการผลิตทางการเกษตรให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม และสนับสนุนให้เกษตรกรผลิต
สินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต จึงร่วม
ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตามแผนปฏิบัติราชการประจําปีของ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ กิจกรรมย่อยที่ ๑ ส่งเสริมการ ผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ มุ่งหวังว่าจะนําไปสู่เป้าหมายในการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน และเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ ตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ (Certification audit) แปลงของ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ตามข้อกําหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : เกษตรอินทรีย์ : การผลิต การแปรรูป แสดง ฉลาก และจําหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ มาตรฐานเลขที่ มกษ. ๙๐๐๐-๒๕๖๔
๒.๒ ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างทางการเกษตรและปริมาณโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ํา
และผลิตภัณฑ์ข้าวจากแปลงผลิตข้าวอินทรีย์ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ
๓. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
เป็นนิติบุคคลที่ดําเนินกิจกรรมด้านการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองคุณภาพ โดยเป็น หน่วยรับรองมาตรฐานการผลิตพืช (Certification Body : CB) ที่ขึ้นทะเบียนหน่วยรับรองมาตรฐานการผลิตพืชกับ
กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
-10-
๓.๒ ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ บุคลากรซึ่งสามารถตรวจสอบได้ และต้องมี โดยได้รับการรับรองความสามารถทางห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน
ห้องปฏิบัติการทดสอบเป็นของตนเอง
ISO/IEC ๑๗๐๒๕ เพื่อทดสอบสารเคมีตกค้างในตัวอย่างผลผลิตที่สุ่มจากแปลงของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ
๓.๓ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว
๓.๔ ผู้รับจ้างต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น และ/หรือต้องไม่เป็นผู้มี ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศประกวดราคาจ้าง
ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
๓.๕ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๖ ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคาในสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคาและ ห้ามทําสัญญาตามที่ กวพ. กําหนด
๓.๗ บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือ แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ
๓.๘ คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่ การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสาม หมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
๓.๔ ผู้เสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๐
ผู้เสนอราคาต้องดําเนินการจัดตั้งคณะผู้ตรวจประเมินที่มีความรู้ความสามารถในขอบข่ายที่ รับจ้างตรวจอย่างน้อย ๓ คน ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน ๑ คน และผู้ตรวจประเมิน ๒ คน โดยคณะ
๑ ผู้ตรวจประเมินแต่ละคณะให้รับผิดชอบตรวจประเมินแบบรายกลุ่ม ไม่เกิน ๑๐ กลุ่ม ทั้งนี้หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน ๑ คน สามารถรับผิดชอบคณะตรวจประเมินได้ไม่เกิน ๒ คณะ โดยมีคุณสมบัติดังนี้
หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ําระดับปริญญาตรีสาขาเกษตรหรือสาขา ที่เกี่ยวข้อง โดยหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ได้รับการอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔) ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจประเมิน/หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO ๙๐๐๑ (Quality Management System : QMS) หรือหลักสูตรเทียบเท่า และผ่านการ อบรมหลักสูตรการรับรองระบบควบคุมภายในแบบกลุ่ม โดยมีประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน/ผู้ตรวจ
ประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ไม่น้อยกว่า ๒ ปี
- ผู้ตรวจประเมิน มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ําระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาขาเกษตร หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔) และผ่านการอบรมหลักสูตร ผู้ตรวจประเมิน/หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO 9001 (Quality Management System : QMS) หรือหลักสูตรเทียบเท่า โดยมีประสบการณ์ในการเป็นผู้ตรวจประเมินเพื่อให้การ รับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ อย่างน้อย ๑ ปี
๓.๑๑ ผู้เสนอราคาต้องสามารถให้การรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยออกใบรับรองระบบ การผลิตข้าวอินทรีย์ (ระยะอินทรีย์) ให้กับเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรที่ผ่านการประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ได้ โดยให้เป็นไปตามหลักการที่สํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กําหนด
-6-
๔. รูปแบบรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะ
๔.๑ ขอบเขตการจ้าง การตรวจประเมินและรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ (Organic) และ ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ แปลงของเกษตรกรที่เข้าร่วม โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัดภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ กิจกรรมย่อยที่ ๑ ส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิ อินทรีย์ กิจกรรมย่อยที่ ๑.๑ รักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มตั้งแต่การรับข้อมูลเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรอง
ด
และสิ้นสุดที่การส่งผลการตรวจประเมินของเกษตรกรทุกแปลงและใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้จังหวัด
ศรีสะเกษ รายละเอียดแปลงดังนี้
๑) อําเภอกันทรารมย์
จํานวน ๒ กลุ่ม ๖๐ แปลง
๒) อําเภอขุขันธ์
จํานวน ๒ กลุ่ม ๖๐ แปลง
๓) อําเภอขุนหาญ
จํานวน ๒ กลุ่ม ๖๐ แปลง
๔) อําเภอปรางค์กู่
จํานวน ๓ กลุ่ม ๙๐ แปลง
๕) อําเภอไพรบึง
จํานวน ๓ กลุ่ม ๙๐ แปลง
๖) อําเภอเมืองศรีสะเกษ
จํานวน ๒ กลุ่ม ๖๐ แปลง
๗) อําเภอวังหิน
จํานวน ๑ กลุ่ม ๓๐ แปลง
๘) อําเภอศรีรัตนะ
จํานวน ๑ กลุ่ม ๓๐ แปลง
๙) อําเภอศิลาลาด
จํานวน ๑ กลุ่ม ๓๐ แปลง
จํานวน ๓ กลุ่ม ๙๐ แปลง
๑๐) อําเภออุทุมพรพิสัย
รวมแปลงเข้ารับการตรวจรับรองทั้งสิ้น จํานวน ๒๐ กลุ่ม 500 แปลง
๔.๑.๑ การตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
การจ้างตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ตามข้อกําหนดของระบบการผลิตข้าว
อินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มกษ. ๙๐๐๐-๒๕๖๔ โดยเริ่มตั้งแต่การรับข้อมูลกลุ่มเกษตรกรที่ยื่นขอ การรับรองและสิ้นสุดที่การส่งผลการตรวจประเมินของเกษตรกรทุกกลุ่มให้สํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษทราบ ตาม
รายละเอียดที่กําหนดไว้ในเอกสารแบบกําหนดการตรวจรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
การตรวจประเมินแบบรายกลุ่ม
ประเมินระบบควบคุมภายใน
๑) แจ้งกําหนดการตรวจประเมินพร้อมนัดวันเข้าทําการตรวจประเมิน
๒) ตรวจประเมินระบบควบคุมภายในของกลุ่มเกษตรกร ตามแบบรายการการตรวจ
๓) ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ของสมาชิกกลุ่ม ตามหลักการตรวจประเมิน ข้าวอินทรีย์ โดยขอบข่ายแหล่งผลิต (ตรวจประเมินแปลง) ให้ดําเนินการตรวจประเมินตามแบบกําหนดการตรวจ รับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และบันทึกข้อบกพร่อง
๔.๑.๒ ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว
สุ่มตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว จํานวนไม่น้อย
กว่า ๙๓ ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้าง ๔ กลุ่ม ( ๔๘ ชนิด) และโลหะหนัก (๓ ชนิด) ประกอบด้วย
๑) สารเคมีในกลุ่ม Organochlorine (จํานวน 4 ชนิด)
๒) สารเคมีในกลุ่ม Organophosphates (จํานวน ๒๓ ชนิด)
-๔-
๓) สารเคมีในกลุ่ม Pyrethroids (จํานวน ๗ ชนิด) ๔) สารเคมีในกลุ่ม Carbamate (จํานวน ๑๐ ชนิด) ๕) โลหะหนัก (แคดเมียม ตะกั่ว และสารหนู)
๔.๑.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดตั้งคณะทบทวน และจัดประชุมทบทวนผลการตรวจประเมินเพื่อให้ การรับรองหรือไม่ให้การรับรอง และออกใบรับรองให้เกษตรกรที่ได้รับการรับรอง ในกรณีที่เกษตรกรไม่ได้รับการ รับรอง (ถ้ามี) ทางผู้รับจ้างต้องดําเนินการแจ้งสาเหตุที่ไม่สอดคล้องให้แก่จังหวัดศรีสะเกษทราบด้วย
ประเมินทุกคณะ
๔.๑.๔ ผู้รับจ้างต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจ
๔.๑.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานความก้าวหน้าประจําเดือนทุกเดือนจนสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดย ต้องรายงานความก้าวหน้าเป็นรายอําเภอในการปฏิบัติงานทุกเดือน นับจากเดือนที่ลงนามในสัญญาจ้าง ตัดยอดทุก วันที่ ๓๐ ของทุกเดือน และส่งให้ถึงสํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่เกินวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป นับจากเดือนที่ ลงนามในสัญญาจ้างจนถึงสิ้นสุดสัญญาจ้าง
๔.๑.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานการติดตามนิเทศการตรวจประเมินประจําทุกเดือนจน สิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยให้รายงานผลและส่งรายงานผลการติดตามนิเทศฯ ไม่เกินวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป
๔.๒ เป้าหมายการจ้าง ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบรายชื่อเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรตามเป้าหมายให้ผู้รับจ้าง ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง ดังนี้
๔.๒.๑ ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบรายกลุ่ม จํานวน ๒๐ กลุ่ม ๔.๒.๒ สุ่มและตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว จากการตรวจ
ประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จํานวนไม่น้อยกว่า 50 ตัวอย่าง
๔.๓ การจัดเก็บข้อมูลผลการดําเนินงานโครงการฯ ดังต่อไปนี้
๔.๓.๑ ระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดเก็บข้อมูลของกลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้งส่งมอบให้จังหวัด ศรีสะเกษโดยเริ่มตั้งแต่ผู้รับจ้างรับข้อมูล กลุ่มเกษตรกร ที่ยื่นขอการรับรองหน่วยตรวจรับรองข้าวอินทรีย์ และสิ้นสุดที่
ผู้รับจ้างทําการส่งผลการตรวจประเมินของกลุ่มเกษตรกรทุกกลุ่ม และผลตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว ให้สํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ดังนี้
ประกอบด้วย
ข้อบกพร่อง
ปริมาณสารเคมีตกค้าง
๑) ทะเบียนเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบรายกลุ่ม
๒) สรุปผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบรายกลุ่ม
๓) รายงานผลการดําเนินงานตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบรายกลุ่ม ๔) ผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ของเกษตรกรที่สุ่มตรวจ
๔.๑) แบบกําหนดการตรวจรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และแบบบันทึก
๔.๒) รายการการตรวจประเมินระบบควบคุมภายใน
๔.๓.๒ การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว
๑) แบบรายงานผลการสุ่มตัวอย่างดิน น้ํา และผลผลิตข้าวเปลือก เพื่อตรวจสอบ
-&-
น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว
ตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว
๒) รายงานฉบับสมบูรณ์การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน
๓) บทสรุปสําหรับผู้บริหารเรื่องการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างใน
๔.๔ วิธีรายงานผลการจัดเก็บข้อมูล ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลในรูปแบบของรายงาน จํานวน ๑ ชุด และ file ข้อมูลในโปรแกรม Excel โดยบันทึกลง USB Flash drive จํานวน ๒ ชิ้น ส่งมอบให้สํานักงานเกษตร
จังหวัดศรีสะเกษ
๔.๕ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดหรือบกพร่องตามที่คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุแจ้งกับผู้รับจ้างให้ทราบ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน และส่งงานที่แก้ไขแล้วให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุดําเนินการตรวจสอบอีกครั้งภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด
๔.๖ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบความครบถ้วนและถูกต้องของผลการตรวจประเมินที่ส่งมอบให้ สํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ
๕. ระยะเวลาดําเนินการ
ระยะเวลาการจ้างเหมาต้องแล้วเสร็จภายใน ๑๔๐ วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง
- ระยะเวลาและการส่งมอบงาน
แบ่งการส่งมอบเป็น ๓ งวด ดังนี้
๓
งวดที่ ๑
๑ ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมินภายใน ๔๐ วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง
นับเป็นผลการดําเนินงานร้อยละ ๓๐ ของงานจ้างตรวจประเมิน
๒.๑.๑ ทะเบียนรายชื่อกลุ่มเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จํานวนไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเป้าหมาย
๑.๑.๒ แผนการตรวจประเมินรายอําเภอแบบรายกลุ่ม
๑.๑.๓ แผนการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมินทุกคณะอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ ของเป้าหมายทั้งหมดที่รับจ้างตรวจ
๖.๑.๔ ผลการตรวจประเมินระบบควบคุมภายในกลุ่มใหม่เพื่อให้การรับรอง (Certification
audit) จํานวนอย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของเป้าหมาย
๒.๑.๕ ข้อมูลการตรวจประเมินแปลงซึ่งเป็นข้อมูลการตรวจตามที่สอดคล้องกับระยะการ เจริญเติบโตของข้าว ตามจํานวนที่ตรวจในข้อ ๖.๑.๔
๒.๑.๖ รายงานผลการประชุมชี้แจงให้ผู้ตรวจประเมินทุกคณะมีความเข้าใจในระบบการตรวจ ประเมิน การจัดทําเอกสารประกอบการตรวจประเมิน และขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระบบงานของหน่วย รับรอง โดยประกอบด้วย ระเบียบวาระการประชุม สถานที่ รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และรายงานการประชุม
๖.๒ งวดที่ ๒ ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมินภายใน ๘๐ วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง นับเป็นผลการดําเนินงานเพิ่มอีกร้อยละ ๓๐ (ผลงานร้อยละ ๖๐) ของงานจ้างตรวจประเมิน
ทั้งหมดของเป้าหมาย
๖.๒.๑ ทะเบียนรายชื่อกลุ่มเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จํานวน
๖.๒.๒ ผลการตรวจประเมินรายอําเภอแบบรายกลุ่ม
๖.๒.๓ ผลการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมินแต่ละคณะ
-b-
๖.๒.๔ ผลการตรวจประเมินระบบควบคุมภายในกลุ่มใหม่เพื่อให้การรับรอง (Certification audit) จํานวนอย่างน้อยร้อยละ 50 ของเป้าหมาย
๖.๒.๕ สรุปความก้าวหน้าการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบรายกลุ่ม ๖.๒.๖ แบบรายงานการสุ่มตัวอย่างดิน น้ํา และผลผลิตข้าว เพื่อตรวจสอบปริมาณสารเคมี
ตกค้าง จํานวนอย่างน้อยร้อยละ ๕๐ ของเป้าหมาย
๖.๓ งวดที่ ๓ ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมิน ภายใน ๑๔๐ วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง นับเป็นผลการดําเนินงานเพิ่มอีกร้อยละ ๔๐ (ผลงานร้อยละ ๑๐๐) ของงานจ้างตรวจประเมิน
๒.๓.๑ สรุปผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
๒.๓.๒ รายงานผลการดําเนินงานตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
๒.๓.๓ ผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ของเกษตรกรที่สุ่มตรวจ
๑) แบบกําหนดการตรวจรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และแบบบันทึกข้อบกพร่อง ๒) รายการการตรวจประเมินระบบควบคุมภายใน
๖.๓.๔ รายงานผลการสุ่มตัวอย่างดิน น้ํา และผลผลิตข้าวเปลือก เพื่อตรวจสอบปริมาณ สารเคมีตกค้าง จํานวนทั้งหมดของเป้าหมาย
๒.๓.๕ รายงานฉบับสมบูรณ์การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และ
๖.๓.๖ บทสรุปสําหรับผู้บริหารเรื่องการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน
ผลิตภัณฑ์ข้าว
น้ํา และผลผลิตข้าวเปลือก
๒.๓.๗ ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์รายกลุ่ม สําหรับกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน และ สําเนาใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์รายแปลง สําหรับสมาชิกกลุ่มที่ผ่านการประเมิน
๒.๓.๘ แบบแจ้งสาเหตุที่เกษตรกรไม่ได้รับการรับรอง (ถ้ามี)
๖.๔ การส่งมอบรายงาน มีเงื่อนไขดังนี้
ในการส่งมอบงานในแต่ละงวดทุกงวดงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดพิมพ์รายงานที่ปรับปรุงล่าสุด โดยมีคําอธิบายประกอบทุกข้อความเพื่อสื่อความหมาย โดยทําการบันทึกข้อมูลลง USB Flash drive จํานวน ๒ ชิ้น โดยผู้รับจ้างจะต้องมีอุปกรณ์สําหรับดําเนินการเอง และ USB Flash drive ดังกล่าว จะต้องใช้งานกับเครื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของสํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๗. กําหนดการจ่ายค่าจ้าง
การจ่ายค่าจ้าง แบ่งเป็น ๓ งวด ดังนี้
๗.๑ งวดที่ ๑ จ่ายค่าจ้างร้อยละ ๓๐ ของสัญญาจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบผลการตรวจประเมิน ตามข้อ ๖.๑ งวดที่ ๑ และผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
๗.๒ งวดที่ ๒ จ่ายค่าจ้างร้อยละ ๓๐ ของสัญญาจ้าง
២
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบผลการตรวจประเมิน
ตามข้อ ๖.๒ งวดที่ ๒ และผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
๗.๓ งวดที่ ๓ จ่ายค่าจ้างร้อยละ ๔๐ ของสัญญาจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบผลการตรวจประเมิน
ตามข้อ ๖.๓ งวดที่ ๓ และผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
-6-
๔. วงเงินในการจ้าง
งบประมาณจากโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๐๙ งบกลุ่ม จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ กิจกรรม ส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ งบประมาณ ๙๖๐,๐๐๐ บาท (เก้าแสนหกหมื่นบาทถ้วน)
๙. กําหนดชํารุดข้อบกพร่อง
ความรับผิดชอบในความชํารุดข้อบกพร่องของงาน กําหนด ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
๑๐. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ทดสอบคุณภาพทางกายภาพ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณ สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลผลิตข้าวเปลือก ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๖๙ งบกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ โดยใช้หลักเกณฑ์พิจารณาจากราคาต่ําสุด
๑๑.
เงื่อนไขอื่น
ๆ
๑๑.๑ ข้อมูลผลการตรวจประเมินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของจังหวัดศรีสะเกษ ผู้รับจ้างไม่สามารถ ทําซ้ํา หรือเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ก่อนได้รับการอนุญาตจากสํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ห้ามมิให้ผู้รับจ้าง ทําสําเนา หรือ คัดลอกข้อมูลดังกล่าวไปกระทําการใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากผู้ว่าจ้างพบว่า มีการกระทํา ดังกล่าว
ผู้รับจ้างยินยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินไม่น้อยกว่าราคาค่าจ้างทั้งหมดที่กําหนดไว้ในสัญญา
๑๑.๒ ผู้รับจ้าง สามารถดําเนินการศึกษาเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างปฏิบัติงานตรวจประเมิน ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมระบบการตรวจสอบ และรับรองระบบการผลิตข้าวของสํานักงานเกษตร จังหวัดศรีสะเกษ และผลการศึกษาดังกล่าว จะต้องเป็นผลงานร่วมของผู้รับจ้างและสํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งนี้ การดําเนินการดังกล่าว จะไม่สามารถเป็นข้ออ้างในการขอเพิ่มวงเงินในการจ้าง พร้อมทั้งต้องไม่เป็นข้ออ้างใน
การปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่สํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กําหนดไว้
ผู้รับจ้างได้ทุกระยะ
๑๑.๓ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการจ้างเหมาฯ จะดําเนินการ ดังนี้
๑) ตรวจติดตามการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเพื่อประเมินความสามารถในการปฏิบัติงานของ
๒) ตรวจติดตามกระบวนการวิเคราะห์คุณภาพของข้าวเปลือกในสถานที่ปฏิบัติงานของ
ผู้รับจ้าง หากพบข้อบกพร่องผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นก่อนการส่งงานงวดที่ ๒
๓) กรณีที่มีการส่งมอบผลการตรวจประเมินไม่ครบตามจํานวนเป้าหมายที่สํานักงานเกษตร จังหวัดศรีสะเกษกําหนด จังหวัดศรีสะเกษจะดําเนินการปรับลดปริมาณงานและจํานวนเงินค่าจ้างลง ตามสัดส่วนที่ ผู้รับจ้างดําเนินการตรวจประเมินจริงโดยการบริหารสัญญาจ้าง ทั้งนี้ การยกเลิกของกลุ่มเกษตรกรจะต้องมีการจัดทํา เอกสารการยกเลิกของกลุ่มเกษตรกร และต้องได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ของสํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ
ที่รับผิดชอบพื้นที่เพื่อประกอบการส่งงานในแต่ละงวดไว้ด้วย
๔) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับจํานวนกลุ่มที่เข้าตรวจและผลการตรวจประเมิน ที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในขอบเขตการจ้างนี้ ให้อยู่ในอํานาจและดุลย
พินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการพิจารณาและนําเสนอผู้มีอํานาจต่อไป
๑๒. สถานที่ดําเนินการ
พื้นที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๐๙ กิจกรรมส่งเสริมการผลิต ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ จํานวน ๑๐ อําเภอ คือ กันทรารมย์ ขุขันธ์ ขุนหาญ ปรางค์กู่ ไพรบึง เมืองศรีสะเกษ ศรีรัตนะ วังหิน ศิลาลาด และอุทุมพรพิสัย
๑๓. หน่วยงานผู้รับผิดชอบดําเนินการ
กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สํานักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ เลขที่ ๔๕๔ ถนนกสิกรรม
ตําบลโพธิ์ อําเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๐๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๔๕๖๑ ๖๘๓๐ โทรสาร ๐ ๔๕๖๑ ๒๕๖๔
(ลงชื่อ)
ประธานกรรมการ
(นายมงคลชัย ชุมโทโล่)
ตําแหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชํานาญการ
(ลงชื่อ)
(นายชนินทร์แก้วคะตา)
กรรมการ
ตําแหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
(ลงชื่อ)
Cy
กรรมการและเลขนุการ
(นายภวิศ บุรินทร์)
ตําแหน่ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชํานาญการ