ประกวดราคาซื้อโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยภายในอาคารศูนย์ราชการฯ โซนซี ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง เช่น ลิฟต์โดยสารและลิฟต์ขนของ รวมถึงเพิ่มจุดควบคุมการเข้า-ออกด้วยระบบวิเคราะห์ใบหน้า (Face Recognition) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของหน่วยงานราชการ
ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดหาและติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 18 ชุด พร้อมอุปกรณ์รับส่งสัญญาณไร้สายสำหรับลิฟต์, อุปกรณ์วิเคราะห์ใบหน้าและควบคุมประตู 8 ชุด, และอุปกรณ์สลับสัญญาณเครือข่าย (PoE+ Switch) 24 ช่อง จำนวน 3 ชุด โดยอุปกรณ์ทั้งหมดต้องสามารถบูรณาการเข้ากับระบบเดิมของ สป.ดศ. ได้แก่ Milestone XProtect Professional+ และอุปกรณ์ของ Megvii (รุ่น MegEye-W4K-E75-W-N0 และ HongTu 3000) ได้อย่างสมบูรณ์ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนงาน ออกแบบระบบ และผ่านการรับรองโดยวิศวกรไฟฟ้าสามัญขึ้นไป พร้อมทั้งมีการรับประกันแบบ On-site Service เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
English summary
The Ministry of Digital Economy and Society (MDES) is initiating a project to enhance the security system of its building at the Government Complex, Zone C. The project aims to extend security coverage to passenger and service elevators and upgrade access control using facial recognition technology. Key deliverables include 18 CCTV cameras with wireless transmission for elevators, 8 facial recognition and access control units, and 3 PoE+ network switches. All new equipment must be fully compatible with existing systems, specifically Milestone XProtect Professional+ and Megvii hardware. The project budget is 2,302,578 THB, with a 180-day implementation period and a mandatory 2-year on-site warranty.
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สป.ดศ.) พื้นที่ส่วนขยายโซนซี ศูนย์ราชการฯ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดหากล้องโทรทัศน์วงจรปิด และอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตูเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานภายในอาคาร
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าออกอาคาร
- เพื่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีความครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ยิ่งขึ้น
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ (18 ชุด) พร้อมอุปกรณ์รับส่งสัญญาณไร้สาย
- จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์วิเคราะห์ใบหน้าและควบคุมประตู (8 ชุด) พร้อมกลอนไฟฟ้าและอุปกรณ์เสริม
- จัดหาและติดตั้ง PoE+ Switch ขนาด 24 ช่อง (3 ชุด)
- เชื่อมต่อระบบใหม่เข้ากับระบบเดิม (Milestone XProtect และ Megvii)
- จัดทำแผนงาน แผนผังการติดตั้ง (As-Built Drawing) และคู่มือการใช้งาน
- ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ (Workshop และ On-the-Job Training)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย (18 ชุด)
- สิทธิ์การใช้งานระบบบันทึกภาพกล้องวงจรปิดแบบรวมศูนย์ (18 สิทธิ์)
- อุปกรณ์รับส่งสัญญาณภาพไร้สายสำหรับลิฟต์ (18 ชุด)
- อุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตู (8 ชุด)
- อุปกรณ์สลับสัญญาณเครือข่าย PoE+ 24 ช่อง (3 ชุด)
- เอกสารแผนผังระบบ (As-Built Drawing) และคู่มือการใช้งาน
- รายงานการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินงานรวม 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- งวดที่ 1: ส่งมอบแผนงานภายใน 30 วัน
- งวดที่ 2: ส่งมอบงานติดตั้งทั้งหมดภายใน 180 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance: ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพ
- Experience: ต้องมีผลงานด้านระบบกล้องวงจรปิด หรือระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท (สัญญาไม่เกิน 5 ปี)
- Technical Capabilities: ต้องมีหัวหน้าบริหารจัดการโครงการ (Project Manager) 1 คน และวิศวกรไฟฟ้า (ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป) 1 คน ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- Personnel: ต้องจัดส่งรายชื่อคณะทำงานและแผนการดำเนินงานภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคา (Lowest Price)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- กล้อง CCTV: ความละเอียดไม่น้อยกว่า 1080p, 25 fps, รองรับ Onvif, H.264, IPv4/IPv6, PoE
- อุปกรณ์วิเคราะห์ใบหน้า: Deep Learning, Anti-Spoofing, ความแม่นยำ 99%, รองรับ 50,000 ใบหน้า, จอแสดงผล 7 นิ้ว
- PoE+ Switch: 24 ช่อง, Power budget ไม่น้อยกว่า 370W, รองรับ SNMP v3, VLAN, และ Link Aggregation
- อุปกรณ์รับส่งสัญญาณลิฟต์: ความถี่ 5 GHz, ความเร็วไม่น้อยกว่า 300 Mbps, มาตรฐาน IP55/IP65
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด (งวดที่ 1 ร้อยละ 15, งวดที่ 2 ร้อยละ 85)
- การรับประกัน: On-site Service ไม่น้อยกว่า 2 ปี (แก้ไขปัญหาภายใน 4 ชม., แล้วเสร็จภายใน 72 ชม.)
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ต่อวันของราคาอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้รับมอบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: อุปกรณ์ที่เสนอต้องรองรับระบบเดิมอะไรบ้าง? ตอบ: ต้องรองรับ Milestone XProtect และอุปกรณ์ Megvii รุ่น MegEye-W4K-E75-W-N0 และ HongTu 3000
- ถาม: วิศวกรที่ประจำโครงการต้องมีระดับใด? ตอบ: ต้องเป็นวิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
- ถาม: การรับประกันเป็นรูปแบบใด? ตอบ: เป็นแบบ On-site Service ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ถาม: หากเกิดเหตุขัดข้อง ต้องเข้าแก้ไขภายในกี่ชั่วโมง? ตอบ: ต้องเข้าแก้ไขภายใน 4 ชั่วโมง และแล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง
- ถาม: อุปกรณ์รับส่งสัญญาณในลิฟต์ต้องรองรับความเร็วเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 300 Mbps
- ถาม: อุปกรณ์วิเคราะห์ใบหน้าต้องรองรับฐานข้อมูลได้เท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 50,000 ใบหน้า
- ถาม: การชำระเงินแบ่งเป็นกี่งวด? ตอบ: 2 งวด (15% และ 85%)
- ถาม: ต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หรือไม่? ตอบ: ต้องมีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ (Workshop/On the Job Training)
- ถาม: อุปกรณ์ PoE Switch ต้องรองรับ Power Budget เท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 370W
- ถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระยะเวลารับประกันได้ ต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องจัดหาอุปกรณ์สำรองที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งทดแทนทันที
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ
ระบบรักษาความปลอดภัยอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๑. ความเป็นมา
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สป.ดศ.) ได้ดำเนินโครงการจัดหาระบบรักษา ความปลอดภัยพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ภายในสำนักงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายโซนซี ศูนย์ราชการฯ โดยได้จัดซื้ออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ ภายในอาคาร เช่น กล้องโทรทัศน์วงจรปิด อุปกรณ์วิเคราะห์ ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตู เป็นต้น นั้น
เนื่องด้วย กล้องโทรทัศน์วงจรปิดตามโครงการข้างต้น ยังไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่ในลิฟต์โดยสารและ ลิฟต์ขนของ อีกทั้งอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตูยังไม่ครอบคลุมประตูต่างๆ ทำให้ไม่สามารถ ควบคุมการเข้าออกได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของอาคารและ บุคลากร
ดังนั้น เพื่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีความสมบูรณ์สามารถบันทึกภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด รวมทั้งควบคุมการเข้าออกได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของหน่วยงานราชการ จึงมี ความจำเป็นต้องจัดหากล้องโทรทัศน์วงจรปิด และอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้า เพิ่มเติม ซึ่งสามารถทำงาน ร่วมกับระบบที่ได้จัดซื้อในโครงการจัดหาระบบรักษาความปลอดภัยพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ภายในสำนักงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายโซนซี ศูนย์ราชการฯ ได้
๒.วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อจัดหากล้องโทรทัศน์วงจรปิด และอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตูเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานภายในอาคาร
๒.๒ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าออกอาคาร
๒.๓ เพื่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีความครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ยิ่งขึ้น
๓. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุในงานครั้งนี้
๒
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมี การกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (๓.๒) การยื่นข้อเสนอโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจ ตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ยังอยู่ในช่วงของ การยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถ ยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓
(๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ
สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา
ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๖) กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
๔
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ซึ่งมีวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างในสัญญาไม่น้อยกว่า ๑ ล้านบาท และเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนภายในประเทศที่สามารถตรวจสอบได้ โดยสัญญาดังกล่าว ต้องดำเนินการมาแล้วไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหนังสือรับรองผลงาน หรือ
สำเนาสัญญาในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ผู้ขายจะต้องเสนอรายละเอียดการดำเนินงานตามโครงการฯ และจัดหาอุปกรณ์ตามรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม โดยอุปกรณ์ที่เสนอต้องเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน และหากเป็นอุปกรณ์ที่ต้องนำเข้า มาจากต่างประเทศจะต้องผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างถูกต้อง และจะต้องแสดงหลักฐานให้กับคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุฯ ในวันส่งมอบพัสดุ โดยมีรายละเอียดการดำเนินการอย่างน้อย ดังนี้
๔.๑ ผู้ขายต้องเสนอรายชื่อหัวหน้าบริหารจัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน ๑ คน และมี วิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป จำนวน ๑ คน ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่ยังไม่ หมดอายุ พร้อมแสดงหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ซึ่งออกผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ของสภาวิศวกร เพื่อรับรองความรู้ความสามารถตามกฎหมาย
พร้อมทั้งจัดส่งรายชื่อคณะทำงานในการดำเนินงาน รายชื่อผู้ประสานงานโครงการ รายละเอียดสถานที่ ติดต่อ ที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ และแผนกำหนดกรอบระยะเวลา (Master Timeline) การดำเนินการติดตั้งระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วนภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๔.๒ ผู้ขายต้องจัดทำแผนการดำเนินงานและแบบแปลน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความ ปลอดภัยอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อเสนอ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาอนุมัติก่อนเริ่มดำเนินการติดตั้ง โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย
- แผนผังจุดติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดในโครงการ ที่แสดงรายละเอียดงานติดตั้ง และวิธีการ ติดตั้งอุปกรณ์และแผนการดำเนินงาน ทั้งหมดในโครงการโดยละเอียด
- แผนผัง และรายละเอียดของระบบไฟฟ้า และระบบสายสัญญาณทั้งหมดของโครงการ
- ไดอะแกรมและแผนผังการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกรายการ (Riser Diagram)
- รายละเอียดและแผนผังการเดินสายสัญญาณต่าง ๆ เช่น สาย LAN สาย Fiber Optic และ สายไฟฟ้าทุกจุดของอุปกรณ์ในโครงการ
ทั้งนี้ แผนผังและแบบแปลนระบบไฟฟ้าทั้งหมดของโครงการ จะต้องได้รับการลงนามรับรองความ ถูกต้องโดยวิศวกรไฟฟ้าตามข้อ ๔.๑ พร้อมทั้งผู้ขายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการติดตั้งสายไฟฟ้าและ สายสัญญาณอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่ผู้ขายมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการติดตั้งนอกเหนือจากที่ เสนอ หรือมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนหน้างาน ผู้ขายจะต้องแจ้งให้ผู้ซื้อหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณา เห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนดำเนินการอย่างน้อย ๕ วันทำการ
๕
๔.๓ ผู้ขายจะต้องจัดหาอุปกรณ์ดำเนินงานตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ อย่างน้อยดังนี้ ๑) กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายในอาคาร สำหรับ ใช้ในงานรักษาความปลอดภัยทั่วไปและงานอื่นๆ (กล้องสำหรับติดตั้งภายในลิฟท์) จำนวน ๑๘ ชุด ๑.๑) มีความละเอียดของภาพสูงสุดไม่น้อยกว่า 1,920x1,080 pixel หรือไม่น้อยกว่า 2,073,600 pixel
๑.๒) มี frame rate ไม่น้อยกว่า ๒๕ ภาพต่อวินาที (frame per second)
๑.๓) ใช้เทคโนโลยี IR-Cut filter หรือ Infrared Cut-off Removable (ICR) สำหรับการ บันทึกภาพได้ทั้ง กลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ
๑.๔) มีความไวแสงน้อยสุด ไม่มากกว่า 0.๑๐ LUX สำหรับการแสดงภาพสี (Color) และ ไม่มากกว่า 0.03 LUX สำหรับการแสดงภาพขาวดำ (Black/White)
๑.๕) มีขนาดตัวรับภาพ (Image Sensor) ไม่น้อยกว่า 1/๓ นิ้ว
๑.๖) มีผลต่างค่าความยาวโฟกัสต่ำสุดกับค่าความยาวโฟกัสสูงสุดไม่น้อยกว่า 4.5 มิลลิเมตร
๑.๗) มีมุมมองภาพแนวนอนไม่น้อยกว่า ๙๐ องศา
๑.๘) สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวอัตโนมัติ (Motion Detection) ได้
๑.๙) สามารถบันทึกเสียงได้
๑.๑๐) สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกต่างของแสงมาก (Wide Dynamic Range หรือ Super Dynamic Range) ได้
๑.๑๑) สามารถส่งสัญญาณภาพ (Streaming) ไปแสดงได้อย่างน้อย 2 แหล่ง
๑.๑๒) ได้รับมาตรฐาน Onvif (Open Network Video Interface Forum)
๑.๑๓) สามารถส่งสัญญาณภาพได้ตามมาตรฐาน H.264 เป็นอย่างน้อย
๑.๑๔) สามารถใช้งานตามโปรโตคอล (Protocol) IPv4 และ IPv6 ได้
๑.๑๕) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ 10/100 Base-T หรือดีกว่า และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน IEEE 802.3af หรือ IEEE 802.3at (Power over Ethernet) ในช่อง เดียวกันได้
๑.๑๖) สามารถใช้งานร่วมกับมาตรฐาน HTTP, HTTPS, “NTP หรือ SNTP”, SNMP V3, RTSP และ IEEE802.1X ได้เป็นอย่างน้อย
๑.๑๗) มีช่องสำหรับบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำแบบ SD Card หรือ MicroSD Card หรือ Mini SD Card
๑.๑๘) ต้องมี Software Development Kit (SDK) หรือ Application Programming Interface (API) ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง
๑.๑๙) ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
๑.๒๐) ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
๑.๒๑) ผู้ผลิตต้องได้รับมาตรฐานด้านการบริหารจัดการหรือบริหารงานที่มีคุณภาพ
๒) สิทธิ์การใช้งานระบบบันทึกภาพกล้องวงจรปิดแบบรวมศูนย์จำนวน ๑๘ สิทธิ์
สามารถเชื่อมต่อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย แบบมุมมองคงที่สำหรับติดตั้งภายใน อาคาร สำหรับใช้ในงานรักษา ความปลอดภัยทั่วไปและงานอื่นๆ ตามข้อ ๑) มายังระบบบันทึกภาพกล้องวงจรปิด แบบรวมศูนย์ของสำนักงานปลัดฯ ได้โดยมีเวอร์ชั่นไม่ต่ำกว่าระบบปัจจุบันที่สำนักงานปลัดใช้งานอยู่ ตามภาคผนวก และเป็นสิทธิ์แบบซื้อขาด
๖
๓) อุปกรณ์รับส่งสัญญาณภาพสำหรับกล้องรายการที่ ๑) จำนวน ๑๘ ชุด
๓.๑) ต้องเป็นชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณเครือข่ายไร้สายประเภท Point-to-Point หรือ Point to-Multipoint โดยทำงานร่วมกันเป็นคู่ (Transmitter และ Receiver) ต่อหนึ่งช่องลิฟต์
๓.๒) ต้องรองรับการทำงานในย่านความถี่ (Frequency) ไม่น้อยกว่า 5 GHz เพื่อหลีกเลี่ยง สัญญาณรบกวน และมีเสาอากาศภายในตัวเครื่องแบบกำหนดทิศทาง (Directional Antenna) ที่มีมุมกระจาย คลื่นแคบ เพื่อลดปัญหาคลื่นสัญญาณสะท้อนกับโครงสร้างเหล็กภายในช่องลิฟต์
๓.๓) มีความเร็วในการรับส่งไม่น้อยกว่า 300 Mbps
๓.๔) สามารถรองรับระยะตามความสูงของอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการฯ ได้(ชั้น B1, B๒ และชั้น ๑-๑๑)
๓.๕) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่ายความเร็ว 10/100 Mbps หรือ 10/100/1000 Mbps (Gigabit Ethernet) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ช่อง
๓.๖) รองรับการจ่ายไฟผ่านสายแลน (Power over Ethernet) ตามมาตรฐาน IEEE 802.3af หรือ IEEE 802.3at หรือ Passive PoE
๓.๗) ได้รับมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำไม่น้อยกว่า IP55 หรือ IP65
๓.๘) ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายจากไฟกระชาก (Surge Protection)
๓.๙) มีชุดขายึดอุปกรณ์สำหรับติดตั้งภายในช่องลิฟต์และต้องจัดหาชุดท่ออ่อนเหล็กถัก เพื่อใช้ร้อยสายสัญญาณและสายไฟบนหลังคาตู้ลิฟต์ทั้งหมด
๓.๑๐) มีเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า ๘๐๐ VA จำนวน ๑ เครื่อง บริเวณ ห้องควบคุมลิฟต์ ที่สามารถสำรองไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า ๑๕ นาที เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง ๓.๑๑) ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับมาตรฐานสากล เช่น UL หรือ CE หรือ EN
๓.๑๒) ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการสำรวจหน้างาน และดำเนินการประสานงานกับ ผู้ดูแลอาคาร รวมถึงบริษัทผู้ให้บริการดูแลบำรุงรักษาลิฟต์ของอาคาร (ถ้ามี) เพื่อเข้าปฏิบัติงานติดตั้งอุปกรณ์ รับส่งสัญญาณไร้สายประจำลิฟต์ ทั้งนี้ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายวิศวกรควบคุมลิฟต์ หรือผู้รับจ้างระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้โครงการดำเนินการได้แล้วเสร็จ โดย สำนักงานปลัดฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ
๔)อุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตูจำนวน ๘ ชุด
๔.๑) ตัวอุปกรณ์ มีกล้องอย่างน้อย 2 MP และมีเลนส์ จำนวน 2 เลนส์ เป็นอย่างน้อย
๔.๒) ตัวอุปกรณ์มีขนาดความหนาไม่มากกว่า 25 mm
๔.๓) ตัวอุปกรณ์สามารถวิเคราะห์ใบหน้าแบบ deep learning
๔.๔) ตัวอุปกรณ์มีฟังก์ชัน Liveness detection หรือ LiveFace detection หรือ Anti-Spoofing โดยไม่สามารถใช้สื่ออื่นแทนการสแกนใบหน้า เช่น รูป หรือ วิดีโอ เป็นต้น
๔.๕) อุปกรณ์มีระยะตรวจจับใบหน้าตั้งแต่ ระยะ 0.5 – 1.3 m
๔.๖) การตรวจจับใบหน้า และสามารถวิเคราะห์ใบหน้าได้โดยใช้เวลา ไม่มากกว่า 1 วินาที เป็นต้นไป ๔.๗) อุปกรณ์ทำงานแบบ Standalone mode สามารถเพิ่มฐานข้อมูลใบหน้าได้ไม่น้อยกว่า 50,000 ใบหน้า
๔.๘) อุปกรณ์ทำงานแบบ Centralized Management Server Mode
๔.๙) รองรับความปลอดภัยการ Access control สามารถทำงาน ได้หลายรูปแบบ ได้แก่ Faceและ Card เป็นอย่างน้อย
๗
๔.๑๐) มีความแม่นยำในการตัวจับใบหน้า (Accuracy) สูงสุด 99 % หรือดีกว่า
๔.๑๑) อุปกรณ์ต้องสามารถพัฒนาโปรแกรมต่อได้โดยมี APIs ให้เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ (System) อื่นได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์ของโปรแกรม
๔.๑๒) ตัวอุปกรณ์สามารถใช้งานได้ในกรณีที่มีแสงน้อย
๔.๑๓) ตัวอุปกรณ์แสดงผลขนาดไม่น้อยกว่า 7 นิ้ว
๔.๑๔) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ 10/100 Base-T หรือดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ช่อง
๔.๑๕) อุปกรณ์รองรับการส่งข้อมูลแบบ USB , Wiegand Interface , RS485 interface ได้เป็นอย่างน้อย
๔.๑๖) อุปกรณ์ต้องมีลำโพงติดตั้งภายในตัวเครื่อง
๔.๑๗) อุปกรณ์สามารถติดตั้งแบบ Wall-mounted หรือ Wall Bracket ได้
๔.๑๘) ในกรณีที่เป็นประตูบานคู่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรองรับการล็อคประตูได้ทั้งหมด
๔.๑๙) มีกลอนไฟฟ้าสำหรับล็อคประตูบานคู่และบานเดี่ยวตามแผนผังอาคาร โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ - วัสดุทำจาก Anodized aluminum หรือดีกว่า
- มีอุปกรณ์ป้องกันการถูกถอดขณะที่กลอนทำงาน
- มี LED แสดงสถานการณ์ทำงานของกลอนแม่เหล็กไฟฟ้า
๔.๒๐) มีอุปกรณ์สำหรับควบคุมประตูในกรณีฉุกเฉิน หรือ ไฟดับ (Emergency Door release) และ release, key switch on/off ในกรณีที่อุปกรณ์ไม่ทำงาน ต้องสามารถปลดล็อกประตูให้สามารถเปิดได้ ๔.๒๑) มีสวิตซ์เปิดประตูสำหรับกดเพื่อปลดล็อคประตู (Exit Push Button Touch Screen) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถต่อพ่วงกับชุดควบคุมระบบเพื่อใช้ในการเปิดประตูจากด้านในได้
๔.๒๒) มีอุปกรณ์ตรวจจับสถานะประตู โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ - สามารถตรวจจับสถานะของประตูว่าขณะนั้นเปิดหรือปิดอยู่และรายงานสถานะนั้น
ไปยังอุปกรณ์ควบคุม - เป็นแบบแปะลอยหรือฝังผนัง
- กรณีถูกตัดสายหรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ประตูถูกเปิด อุปกรณ์ตรวจจับสถานะประตู
ต้องสามารถทำการแจ้งไปยังส่วนกลางได้
๔.๒๓) อุปกรณ์แจ้งเตือนติดตั้งบริเวณประตูเข้า-ออก เพื่อใช้เตือนเวลาประตูถูกเปิดค้างไว้ หรือไม่ปิดประตูและปิดประตูไม่สนิท
๔.๒๔) อุปกรณ์ต้องสามารถใช้งานร่วมกับระบบเดิมที่สำนักงานปลัดฯ ใช้งานอยู่ตามภาคผนวก ได้อย่างสมบูรณ์
๕) อุปกรณ์สลับสัญญาณเครือข่ายแบบจ่ายไฟ POE+ ขนาด 24 ช่อง จำนวน ๓ ชุด
๕.๑) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ 10/100/1000 Base-T หรือดีกว่า และ สามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน IEEE 802.3af หรือ IEEE 802.3at (Power over Ethernet) ในช่องเดียวกันได้ จำนวนไม่น้อยกว่า 24 ช่อง
๕.๒) รองรับการใช้งาน PoE โดยมี Power budget ไม่น้อยกว่า 370 W
๕.๓) มีสัญญาณไฟแสดงสถานะของการทำงานช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่ายทุกช่อง
๕.๔) รองรับ Mac Address ได้ไม่น้อยกว่า 16,000 Mac Address
๕.๕) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Gigabit Ethernet แบบ SFP ความเร็ว 100/1000 หรือ 1G หรือดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 4 ช่อง
๘
๕.๖) อุปกรณ์มีขนาด Switching Capacity ไม่น้อยกว่า 56 Gbps
๕.๗) รองรับการส่งข้อมูลขนาดใหญ่แบบ Jumbo frames 9 KB
๕.๘) สามารถเข้าไปบริหารและจัดการอุปกรณ์ผ่านทางโปรแกรม Web Browser และ Command Line Interface (CLI) หรือ มีฟังก์ชั่นการทำงาน ที่เชื่อมต่อจากภายนอก เช่น ช่อง Console ๕.๙) อุปกรณ์รองรับ SNMP Version 1, Version 2 และ Version 3 เพื่อการดูแลระบบเครือข่าย อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๑๐) สามารถรองรับการทำ Link aggregation แบบได้ทั้งแบบ Static และ Dynamic ได้ตามมาตรฐาน IEEE802.3ad
๕.๑๑) รองรับมาตรฐาน IEEE 802.1Q Virtual LAN (VLAN) ได้ไม่น้อยกว่า 2,048 VLANs และสามารถทํางานแบบ Dynamic VLAN assignment ได้เป็นอย่างน้อย
๕.๑๒) สนับสนุนการทำ Access Control Lists (ACLs)
๕.๑๓) สนับสนุนการทำ spanning tree ตามมาตรฐาน IEEE802.1D, IEEE 802.1s, IEEE802.1w ได้
๕.๑๔) สามารถทำ Static routing บน IPv4 ได้
๕.๑๕) สามารถทำ Port Mirroring หรือ Switched Port Analyzer (SPAN) หรือ Remote Switch Port Analyzer (RSPAN) ได้
๕.๑๖) อุปกรณ์ต้องสามารถติดตั้งบน Rack 19” และทำงานกับระบบไฟฟ้าในประเทศไทย โดยสามารถทำงานได้อย่างปกติที่อุณหภูมิสูงไม่น้อยกว่า 40 องศาเซลเซียส
๕.๑๗) อุปกรณ์ได้รับมาตรฐานด้านคุณภาพ “UL หรือ EN” และ FCC ได้เป็นอย่างน้อย
๔.๔ ผู้ขายต้องติดตั้ง ตั้งค่า ปรับแต่งและทดสอบระบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๔.๔.๑ ผู้ขายต้องดำเนินการเดินสายไฟฟ้า สายสัญญาณ ติดตั้ง ตั้งค่า และต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมของสำนักงานปลัดฯ ตามภาคผนวก
๔.๔.๒ สายไฟฟ้าและสายสัญญาณต่าง ๆ ที่ติดตั้งทั้งภายในและภายนอกอาคาร ให้เดินในรางท่อ หรือรางร้อยสายสำหรับเดินสายไฟฟ้าและสัญญาณหรือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสมโดยผ่านความเห็นชอบ จากผู้ซื้อ หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ โดยห้ามทำการติดตั้งสายไฟฟ้ารวมกับสายสัญญาณภาพ และ สายสัญญาณแต่ละเส้นจะต้องมีแผ่นป้ายกำกับหมายเลขรหัสหรือปลอกสายไฟ ติดกับสายสัญญาณทั้งหัวและท้าย ทุก ๆ เส้น อย่างแข็งแรง
๔.๔.๓ การเดินท่อร้อยสายสัญญาณและสายไฟฟ้าเข้าสู่อุปกรณ์รับส่งสัญญาณไร้สายภายใน ช่องลิฟต์ จะต้องยึดตรึงเข้ากับโครงสร้างผนังของช่องลิฟต์อย่างมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย โดยต้องตรวจสอบ และระวังไม่ให้ระบบท่อหรือสายสัญญาณเกิดการกีดขวาง พาดทับ หรือเสี่ยงต่อการเกี่ยวพาดไปกับสายเดินทาง เคลื่อนที่ (Traveling Cable) เดิมของตู้ลิฟต์โดยเด็ดขาด
๔.๔.๔ ผู้ขายต้องดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย แบบมุมมองคงที่สำหรับ ติดตั้งภายในอาคาร สำหรับใช้ในงานรักษา ความปลอดภัยทั่วไปและงานอื่นๆ จำนวน ๑๘ ชุด จากภายในลิฟต์ ที่ใช้ภายในอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำนวน ๑๘ ตัว โดยสามารถบันทึกภาพได้ตลอด ระยะทางความสูงของลิฟท์ (ชั้น B1, B2 และชั้น 1 – 11) และสามารถเชื่อมโยงการบันทึกภาพของกล้องมายัง ระบบบันทึกภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ สป.ดศ. ใช้งานอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผู้ขายต้องประสานงานและ ได้รับอนุญาตจาก ธพส. ก่อนดำเนินการ
๔.๔.๕ ผู้ขายต้องทำการทดสอบสัญญาณภาพและระบบเครือข่าย โดยการทดสอบการเลื่อนลิฟต์ ไปในทุกชั้น เพื่อยืนยันว่าสัญญาณภาพมีความเสถียรและไม่มีการสูญหายของข้อมูลในทุกขณะของการทำงาน
๙
๔.๔.๖ ผู้ขายต้องติดตั้ง ตั้งค่า ปรับแต่ง และทดสอบอุปกรณ์และระบบทั้งหมดในโครงการ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔.๔.๗ ผู้ขายต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์อื่นใดเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินโครงการสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ซื้อจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๔.๔.๘ ในกรณีที่อุปกรณ์ติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้ง ต้องได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น หรือติดตั้งอุปกรณ์ เพิ่มเติมสำหรับป้องกันความเสียหาย ที่ได้มาตรฐานตามความเหมาะสม
๔.๔.๙ เมื่อติดตั้งอุปกรณ์หรือระบบต่าง ๆ แล้วเสร็จ ผู้ขายต้องดำเนินการจัดส่งแผนผังจุดติดตั้ง อุปกรณ์ต่าง ๆ และไดอะแกรมของระบบทั้งหมดในโครงการฯ ให้แก่ผู้ซื้อ ดังต่อไปนี้
๑) ภาพถ่ายหรือวีดีโอคลิปขั้นตอนการทำงาน และภาพถ่ายผลสำเร็จของงาน
๒) แผนผังการติดตั้งระบบ และอุปกรณ์ทั้งหมดในโครงการ พร้อมผังการเดินสายไฟฟ้า
และสายสัญญาณ, As Built Drawing ที่มีลายมือชื่อของวิศวกรและผู้มีอำนาจของผู้ขาย
ลงนามรับรอง
๓) รายละเอียดวัสดุ อุปกรณ์ พร้อมชื่อ ยี่ห้อ รุ่น ของวัสดุที่ใช้ในโครงการทั้งหมด พร้อม
ระบุหมายเลขประจำเครื่อง หรือ Serial Number และตำแหน่งที่ติดตั้ง
๔) คู่มือการใช้งานพร้อมบัญชีผู้ใช้และรหัสการเข้าถึงอุปกรณ์
๕) เอกสารแสดงว่าได้มีการจัดฝึกอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ
ให้มีความรู้ความสามารถในการควบคุมการใช้งานระบบที่จัดหาในโครงการนี้รวมทั้ง
การดูแลและบำรุงรักษาระบบให้มีประสิทธิภาพ โดยภาคปฏิบัติจะต้องฝึกอบรมแบบ
Workshop และ On The Job Training พร้อมจัดทำคู่มือการใช้งานระบบเป็นภาษาไทย
๕. เงื่อนไขอื่นๆ
๕.๑ กรณีผู้ขายจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนการดำเนินงานหรือแผนผังจุดติดตั้งอุปกรณ์ ทั้งหมด หรือบางส่วนในโครงการฯ ผู้ขายต้องส่งแผนแก้ไขดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ภายใน 5 วันทำการ เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
๕.๒ กรณีผู้ซื้อหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังจุดติดตั้งอุปกรณ์ หรืออื่นๆ ทั้งหมดหรือบางส่วนในโครงการฯ ตามความเหมาะสม ผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ซื้อ หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ และคำวินิจฉัยให้ถือเป็นที่สุด และผู้ขายไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย หรือ ค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากผู้ซื้อทั้งสิ้น
๕.๓ ผู้ซื้อ สงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเพื่อประโยชน์สูงสุดของราชการ ซึ่งการพิจารณานั้นถือว่าสิ้นสุด ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ได้
๕.๔ หากผู้ขายจะเข้าดำเนินการใด ๆ จะต้องแจ้งให้ ผู้ซื้อ หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ เห็นชอบ ก่อนดำเนินการ อย่างน้อย ๕ วันทำการ เพื่ออนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ
๕.๕ ในกรณีที่ผู้ขายเข้าทำการติดตั้งระบบใด ๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ซื้อ หรือคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุฯ แล้วนั้น ผู้ซื้อ มีสิทธิที่จะให้ผู้ขายดำเนินการรื้อถอนระบบต่าง ๆ ที่ได้ติดตั้งไปแล้ว โดยให้ถือเป็น ความรับผิดชอบของผู้ขายทั้งหมด
๕.๖ ผู้ขายต้องส่งมอบลิขสิทธิ์โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่จัดซื้อในครั้งนี้ทั้งหมด ให้เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๕.๗ ห้ามผู้ขายนำเอกสาร ลิขสิทธิ์ หรือข้อมูลใด ๆ ที่ได้รับหรือจัดทำขึ้นในโครงการนี้ไปทำการเผยแพร่ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากผู้ซื้อ โดยผู้ขายจะต้องลงนามในแบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงการ ไม่เปิดเผยข้อมูล (Non Disclosure Agreement : NDA) และหนังสือยอมรับเงื่อนไขนโยบายและแนวปฏิบัติ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๑๐
๕.๘ ผู้ขายต้องปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ การเข้า-ออกพื้นที่ การเดินสายไฟฟ้า การเดิน สายสัญญาณ เป็นต้น ให้เป็นไปตามกฎหรือระเบียบของบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรืออาคาร รวมทั้ง กฎหมายหรือระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
๕.๙ ผู้ขายต้องดำเนินการติดตั้งตามจุดที่ผู้ซื้อหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ กำหนดพร้อมทดสอบ จนสามารถใช้งานได้ดี โดยช่างที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญการเกี่ยวกับงานที่ทำการติดตั้ง หากการติดตั้งใด ๆ ก็ตามไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดและมาตรฐาน ผู้ขายต้องทำการแก้ไขให้ใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มทั้งสิ้น
๕.๑๐ การกระทำการใด ๆ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานรัฐมนตรี โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายโซนซี ศูนย์ราชการฯ ผู้ขาย จะต้องรับผิดชอบการกระทำนั้น ๆ ทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
๕.๑๑ ผู้ขายต้องซ่อมแซมอาคารสถานที่ภายหลังการติดตั้งอุปกรณ์และเดินสายทั้งหมด หรือมีรอยเปรอะเปื้อน อันเนื่องมาจากการติดตั้ง ต้องซ่อมแซมทาสี ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยดังเดิม
๕.๑๒ ผู้ขายต้องรับผิดชอบเรื่องการขนย้ายขยะมูลฝอย และเศษวัสดุ ออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานทุกครั้ง และหากมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขนย้ายขยะมูลฝอย และเศษวัสดุ ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
๕.๑๓ ผู้ขายต้องรับผิดชอบเรื่องการรักษาความปลอดภัยของการปฏิบัติงานภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน ตามกฎระเบียบที่กำหนด และหากมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของการปฏิบัติงาน ภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
๕.๑๔ ในกรณีที่บุคคลภายนอก กล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร เกี่ยวกับงานใด ๆ ตามสัญญานี้ โดยผู้ซื้อไม่ได้แก้ไขดัดแปลงไปจากเดิม ผู้ขายจะต้องดำเนินการทั้งปวง เพื่อให้ การกล่าวอ้าง หรือเรียกร้องดังกล่าว ระงับสิ้นไปโดยเร็ว หากผู้ขายมิอาจกระทำได้ และผู้ซื้อต้องรับผิด ชดใช้ ค่าเสียหาย ต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากผลแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรดังกล่าว ผู้ขายต้องชำระ ค่าเสียหายและค่าใช้จ่าย รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความ แทนผู้ซื้อ ทั้งนี้ผู้ซื้อจะแจ้งให้ผู้ขายทราบ
เป็นลายลักษณ์อักษร ในการกล่าวอ้างหรือเรียกร้องดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
๖. สถานที่ดำเนินงาน
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สป.ดศ.) พื้นที่ส่วนขยายโซนซี ศูนย์ราชการฯ
๗. ระยะเวลาการดำเนินงาน
๑๘๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๘. งบประมาณดำเนินการ
งบประมาณ(ส่วนกลาง) ปี พ.ศ. ๒๕๖๙ จำนวน 2,302,578 บาท (สองล้านสามแสนสองพันห้าร้อย เจ็ดสิบแปดบาทถ้วน)
๙. เงื่อนไขการส่งมอบงานและการชำระเงิน
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะชำระเงินแบ่งเป็น ๒ งวด มีรายละเอียดดังนี้ ให้ผู้ขายส่งมอบรายชื่อบุคลากรและแผนประจำโครงการภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ลงนาม ในสัญญา มีรายละเอียด ดังนี้
๑. ผู้ขายต้องเสนอรายชื่อหัวหน้าบริหารจัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน ๑ คน และ วิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป ประจำโครงการ จำนวน ๑ คน โดยทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลการติดตั้ง และประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง พร้อมรายชื่อคณะทำงานในการดำเนินงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ รักษาความปลอดภัยอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายชื่อ ผู้ประสานงานโครงการ รายละเอียด สถานที่ติดต่อ ที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หมายเลขโทรศัพท์
๑๑
๒. แผนกำหนดระยะเวลาการดำเนินการติดตั้งระบบ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโครงการ
3. แผนการทำงานตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖
งวดที่ 1 : เป็นเงินจำนวนร้อยละ ๑๕ ของวงเงินตามสัญญา โดยให้ส่งมอบงานภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา เมื่อผู้ขายส่งมอบงานต่อไปนี้
๑) แผนผังจุดติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดในโครงการ ที่แสดงรายละเอียดงานติดตั้ง และ
วิธีการติดตั้งอุปกรณ์และแผนการดำเนินงาน ทั้งหมดในโครงการโดยละเอียด
๒) แผนผัง และรายละเอียดของระบบไฟฟ้า และระบบสายสัญญาณทั้งหมดของโครงการ
๓) ไดอะแกรมและแผนผังการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกรายการ (Riser Diagram)
๔) รายละเอียดและแผนผังการเดินสายสัญญาณต่าง ๆ เช่น สาย LAN สาย Fiber Optic
และสายไฟฟ้าทุกจุดของอุปกรณ์ในโครงการ
งวดที่ 2 : เป็นเงินจำนวนร้อยละ ๘๕ ของวงเงินตามสัญญา โดยให้ส่งมอบงานภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา เมื่อผู้ขายส่งมอบรายการอุปกรณ์ที่ติดตั้งให้พร้อมใช้งาน ต่อไปนี้ ๑) กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย แบบมุมมองคงที่ จำนวน ๑๘ ชุด
๒) สิทธิ์การใช้งานระบบบันทึกภาพกล้องวงจรปิดแบบรวมศูนย์ จำนวน ๑๘ สิทธิ์
๓) อุปกรณ์รับส่งสัญญาณภาพ จำนวน ๑๘ ชุด
๔) อุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตู จำนวน ๘ ชุด
๕) อุปกรณ์สลับสัญญาณเครือข่ายแบบจ่ายไฟ POE+ ขนาด ๒๔ ช่อง จำนวน ๓ ชุด
๑๐. การรับประกัน
ผู้ขายจะต้องมีการรับประกันอุปกรณ์ที่จัดหาในโครงการนี้ทั้งหมด ณ สถานที่ติดตั้ง แบบ on-site service เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้อนุมัติให้รับงานงวดสุดท้ายไว้ใช้ใน ราชการแล้ว โดยต้องดำเนินการเข้าแก้ไขอุปกรณ์ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมงนับตั้งแต่ได้รับแจ้งปัญหาเป็น ลายลักษณ์อักษรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรสารและต้องแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับแจ้งปัญหา ทั้งนี้ หากแก้ไขปัญหาไม่แล้วเสร็จผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์สำรองที่มีประสิทธิภาพ เทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งใช้งานทดแทนจนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ ทั้งนี้หากอุปกรณ์ที่ชำรุดไม่สามารถ แก้ไขได้ ผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ใหม่ที่มีคุณลักษณะเทียบเท่าหรือดีกว่า และไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนส่งมอบ ให้ ผู้ซื้อ แทน
ทั้งนี้ตลอดระยะเวลารับประกัน หากการดำเนินโครงการของผู้ขายส่งผลกระทบใดๆ ต่อการใช้งานระบบ ต่างๆ ภายในอาคาร ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
๑๑. ค่าปรับ
๑๑.๑ กรณีผู้ขายส่งมอบพัสดุล่าช้ากว่าที่กำหนดในสัญญาและผู้ซื้อ ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้ขายจะต้อง ชำระค่าปรับให้กับผู้ซื้อเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.2๐ ของราคาอุปกรณ์ที่ยัง ไม่ได้รับมอบ นับถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนกว่าผู้ขายจะส่งมอบอุปกรณ์ให้ผู้ซื้อครบถ้วนตามสัญญา
๑๑.๒ ในกรณีที่ผู้ขายไม่ปฏิบัติตามขอบเขตของงานข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิด ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ซื้อ ผู้ขายต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อ โดยสิ้นเชิงภายในกำหนด 15 (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ซื้อ หากผู้ขายไม่ชดใช้ ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ซื้อมีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าพัสดุที่ต้องชำระ หรือ บังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
๑๒
๑๑.๓ ในกรณีช่วงระยะเวลาการรับประกัน หากผู้ขายไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน กำหนดเวลาตามข้อ ๑๐. ผู้ขายจะต้องชำระค่าปรับให้ผู้ซื้อเป็นรายชั่วโมงในอัตราร้อยละ 0.๐๓๐ ของราคาอุปกรณ์ ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ได้ต่อชั่วโมง ในส่วนที่เกินกว่ากำหนดเวลาขัดข้องข้างต้น เศษของชั่วโมง ให้คิดเป็น ๑ ชั่วโมง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ซื้อทั้งสิ้น
หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าพัสดุที่ต้องชำระหรือหลักประกันการปฏิบัติตาม สัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้ขายยินยอมชำระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตามจำนวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกำหนด 15 (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ซื้อ หากมีเงินค่าพัสดุ ตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด ผู้ซื้อจะคืนให้แก่ผู้ขาย ทั้งหมด
๑๒. เงื่อนไขการจ่ายเงิน
สป.ดศ. จะจ่ายเงินให้ผู้ขายเมื่อผู้ขายส่งมอบงานและดำเนินการตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสำนักงาน ถูกต้อง ครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้พิจารณาตรวจรับงาน และหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ได้อนุมัติรับไว้ใช้ในราชการเรียบร้อยแล้ว
๑๓. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
สป.ดศ. จะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคา
๑๔. หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
๑๕. ข้อสงวนสิทธิ์
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายในวงเงินงบประมาณ ที่ได้รับจัดสรร
๑๓
ภาคผนวก
อุปกรณ์ที่เสนอจะต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์/ระบบเดิมที่สำนักงานปลัดฯ ใช้งานอยู่ได้ โดยมีรายการ อุปกรณ์/ระบบดังนี้
๑. สิทธิ์การใช้งานระบบบันทึกภาพกล้องวงจรปิดแบบรวมศูนย์ ปัจจุบันสำนักงานปลัดฯ ใช้งานระบบ MileStone XProtect Professional+
๒. อุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตู ประกอบด้วย
๒.๑ อุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าและควบคุมประตู ยี่ห้อ Megvii รุ่น MegEye-W4K-E75-W-N0 ๒.๒ อุปกรณ์สำหรับวิเคราะห์ใบหน้าและบริหารจัดการอุปกรณ์วิเคราะห์ใบหน้าแบบรวมศูนย์ ยี่ห้อ Megvii รุ่น HongTu 3000
๒.๓ ระบบลงทะเบียนบุคคลและยานพาหนะสำหรับบุคคลากร บุคคลภายนอก และผู้มาติดต่อราชการ (ระบบที่สำนักงานปลัดฯ ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน)
๒.๔ ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยแบบรวมศูนย์(ระบบที่สำนักงานปลัดฯ ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน)