ประกวดราคาจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ กลุ่มอาคารสำนักงานกลาง และศูนย์แห่งชาติ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในการบำรุงรักษาระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของ สวทช. จำนวน 12 อาคาร เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการ
ขอบเขตงานประกอบด้วยการตรวจสอบและทดสอบอุปกรณ์ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System) ทั้งระบบ อาทิ ตู้ควบคุม (Control Panel), อุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector), อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector), กล่องดึงแจ้งเหตุ (Manual Pull Station) และอุปกรณ์ร่วมอื่นๆ ในระบบ โดยต้องดำเนินการทุก 3 เดือน รวม 4 ครั้งต่อปี นอกจากนี้ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบแยกรายอาคาร พร้อมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบ และต้องมีความพร้อมในการเข้าแก้ไขเหตุฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อได้รับแจ้ง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีผลงานประเภทเดียวกันในสัญญาเดียว มูลค่าไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท และต้องมีศักยภาพในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรที่มีความชำนาญ รวมถึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของ สวทช. อย่างเคร่งครัด โดยการพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ราคาเป็นหลัก
English summary
The National Science and Technology Development Agency (NSTDA) is seeking a contractor for the maintenance of fire alarm systems across 12 buildings, including the Thailand Science Park and Yothi building. The scope of work includes quarterly inspections, testing, and maintenance of fire alarm components such as control panels, smoke/heat detectors, and manual pull stations to ensure operational reliability and safety. The contract duration is 12 months, requiring the contractor to provide emergency repair services within 24 hours. Bidders must demonstrate relevant experience with a single contract value of at least 300,000 THB.
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (ปทุมธานี) และอาคารโยธี (กรุงเทพฯ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อบำรุงรักษาระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ให้พร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้ระบบมีความน่าเชื่อถือและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
- เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ตามที่ออกแบบไว้
- เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและทรัพย์สินของสำนักงานฯ
ขอบเขตของงาน
- ตรวจสอบและทดสอบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทุก 3 เดือน (รวม 4 ครั้งต่อปี)
- ตรวจสอบอุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector) และความร้อน (Heat Detector) ให้ครบทุกโซน
- ทดสอบการทำงานของตู้ควบคุม (Fire Alarm Control Panel) และระบบสำรองไฟฟ้า (Battery)
- ทดสอบการเชื่อมต่อสัญญาณกับระบบ Access Control, ลิฟต์, ระบบปรับอากาศ และพัดลมดูดควัน
- จัดทำรายงานผลการดำเนินงานแยกรายอาคาร (12 เล่ม) พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
- บริการซ่อมแซมฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง
- ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย (Safety) ของ สวทช. เช่น การทำงานบนที่สูง และการป้องกันไฟฟ้าช็อต
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานผลการบำรุงรักษาและทดสอบระบบรายอาคาร (จำนวน 12 เล่ม และไฟล์ USB)
- แผนการดำเนินงาน (ส่งภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
- บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบตลอดระยะเวลา 12 เดือน
ระยะเวลาดำเนินการ
12 เดือน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
- Standards Compliance: ต้องดำเนินการตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานทางเทคนิคของระบบ
- Experience: มีผลงานประเภทเดียวกันในสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี
- Previous Project Cost: มูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 300,000 บาท
- Technical Capabilities: มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทดสอบระบบ (เช่น Smoke Tester, Heat Detector Tester)
- Personnel: มีพนักงานหัวหน้างานเพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยและประสานงาน
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์ราคา (Price-based selection)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบที่ต้องดูแลประกอบด้วยตู้ควบคุมยี่ห้อ NOTIFIER, Cemen, ASENWARE และอุปกรณ์ตรวจจับต่างๆ (Smoke/Heat/Beam Detector) ตามรายละเอียดที่ระบุในข้อ 5.3 ของ TOR
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: แบ่งจ่าย 4 งวด (งวดละ 3 เดือน) หลังตรวจรับงาน
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ต่อวันของมูลค่าสัญญา
- การประกันความชำรุดบกพร่อง: ต้องแก้ไขทันทีเมื่อได้รับแจ้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: การทดสอบระบบต้องทำในช่วงเวลาใด? ตอบ: ต้องทำในช่วงวันหยุดทำการและต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
2. ถาม: หากพบอุปกรณ์เสียหายที่ต้องเปลี่ยนใหม่ ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องแจ้งผู้ว่าจ้างและเสนอราคาค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินการ
3. ถาม: ระยะเวลาในการเข้าซ่อมแซมเมื่อระบบขัดข้องคือเท่าใด? ตอบ: ต้องเข้าดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับแจ้ง
4. ถาม: ต้องทำสัญลักษณ์ที่อุปกรณ์หรือไม่? ตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องทำสัญลักษณ์ที่ตัว Detector ทุกตัวที่ผ่านการทดสอบแล้ว
5. ถาม: รายงานผลการดำเนินงานต้องส่งในรูปแบบใด? ตอบ: ส่งเป็นเล่มเอกสารแยกรายอาคาร (12 เล่ม) และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (USB)
6. ถาม: การทดสอบระบบต้องครอบคลุมระบบใดบ้าง? ตอบ: ครอบคลุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และการเชื่อมต่อกับระบบลิฟต์, Access Control, และระบบระบายอากาศ
7. ถาม: หากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินระหว่างปฏิบัติงานใครรับผิดชอบ? ตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบแก้ไขให้อยู่ในสภาพเดิม
8. ถาม: มีข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยในการทำงานอย่างไร? ตอบ: ต้องมีการประเมินความเสี่ยงและขออนุญาตปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงตามระเบียบของ สวทช.
9. ถาม: การทดสอบ Detector ต้องทดสอบครบทุกตัวหรือไม่? ตอบ: ใช่ ต้องทดสอบให้ครบทุกโซนและทุกอุปกรณ์
10. ถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดจะโดนค่าปรับอย่างไร? ตอบ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญา
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
สาร เรื่อง : จ้างเหมาบริการบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ กลุ่มอาคารสํานักงานกลาง
NSTDA
และศูนย์แห่งชาติ
สํานักงานกลาง : ฝ่ายอาคารสถานที่
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569
- ความเป็นมา
สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มีความจําเป็นต้องบํารุงรักษาระบบสัญญาณแจ้งเหตุ เพลิงไหม้ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่สําคัญของอาคาร เพื่อให้สามารถตรวจจับและแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยเหตุนี้ สํานักงานฯ จึงมีความประสงค์ จะจ้างเหมาดูแลบํารุงรักษาระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์ เพื่อความ
ปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดแก่ทางสํานักงานฯ โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบํารุงรักษาตามหลักวิชาการและ
มาตรฐานทางเทคนิค พร้อมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ระบบทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี
ความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการใช้งาน - วัตถุประสงค์
เพื่อจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความชํานาญในการบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้สําหรับอาคาร
ของสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จํานวน 12 อาคาร ให้สามารถทํางานได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนด มีอายุการใช้งานตามที่ออกแบบไว้ และเพื่อ ความปลอดภัยของบุคลากรและทรัพย์สินของสํานักงานฯ - สถานที่ตั้งอาคาร
3.1 อาคารสํานักงานกลาง และอาคาร Incubator Wing ตั้งอยู่เลขที่ 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
ถนนพหลโยธิน ตําบลคลองหนึ่ง อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.2 อาคารสราญวิทย์ ตั้งอยู่เลขที่ 118 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตําบลคลองหนึ่ง
อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.3 อาคาร Utility ตั้งอยู่ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตําบลคลองหนึ่ง
อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.4 อาคารโยธี ตั้งอยู่เลขที่ 73/1 ถนนพระรามที่หก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
3.5 อาคาร NECTEC ตั้งอยู่เลขที่ 112 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตําบลคลองหนึ่ง
อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.6 อาคาร NECTEC Pilot Plant ตั้งอยู่เลขที่ 115 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
ตําบลคลองหนึ่ง อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
√
3.7 อาคาร BIOTEC ตั้งอยู่เลขที่ 113 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตําบลคลองหนึ่ง
อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.8 อาคาร BOTEC Pilot Plant และ BSL-2P ตั้งอยู่เลขที่ 117 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
ตําบลคลองหนึ่ง อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.9 อาคาร MTEC ตั้งอยู่เลขที่ 114 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตําบลคลองหนึ่ง
อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.10 อาคาร MTEC Pilot Plant ตั้งอยู่เลขที่ 116 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
ตําบลคลองหนึ่ง อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.11 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ตั้งอยู่เลขที่ 132 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
ตําบลคลองหนึ่ง อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
3.12 อาคาร NANOTEC Pilot Plant ตั้งอยู่เลขที่ 125 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน
ตําบลคลองหนึ่ง อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทยและมีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
จ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในครั้งนี้ ซึ่งจะต้องเป็นสัญญา เดียวและเป็นผลงานที่แล้วเสร็จไม่เกิน 5 (ห้า) ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ โดยมีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 300,000.00 บาท (สามแสนบาทถ้วน) จํานวน 1 (หนึ่ง) ผลงาน โดยแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงาน และต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร
ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่สํานักงานฯ เชื่อถือ - ขอบเขตการดําเนินงาน
5.1 ข้อกําหนดทั่วไป
5.1.1 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ให้ถูกต้องตามหลัก วิศวกรรมของระบบ รวมทั้งต้องตรวจสอบระบบควบคุมอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ระบบ สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องครบถ้วน
5.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบ ทดสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ของอาคารตามที่กําหนด จํานวน 12 อาคาร ประจําทุก 3 เดือน ระยะเวลา 1 ปี รวมทั้งหมด 4 ครั้ง
5.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องเข้าดําเนินการบํารุงรักษาและทดสอบอุปกรณ์ในระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของแต่ละ
อาคารให้ครบถ้วนทุกอุปกรณ์ ภายในกําหนดระยะเวลาของสัญญานี้
5.1.4 การเข้าดําเนินการบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้แต่ละครั้ง ผู้รับจ้างต้องเข้าตรวจและทดสอบ
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Detector) ให้ครบทุกโซน
5.1.5 ผู้รับจ้างเมื่อเข้าทําการทดสอบการทํางานของ Detector แต่ละตัวแล้ว ผู้รับจ้างจะต้อง
ทําสัญลักษณ์ที่ตัว Detector นั้นด้วย
5.1.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานผลการดําเนินการบํารุงรักษาอุปกรณ์ในระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
ภายหลังที่เข้ามาดําเนินการในแต่ละครั้ง โดยให้จัดส่งเอกสารรายงานผลการดําเนินการแยก
ในแต่ละอาคาร รวมจํานวน 12 เล่ม และในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ 1 ชุด (USB) มีรายละเอียด ประกอบไม่น้อยกว่าดังต่อไปนี้
5.1.6.1 วันเวลาที่เข้าดําเนินในแต่ละอาคาร
5.1.6.2 สรุปจํานวนอุปกรณ์ที่ดําเนินการทดสอบในแต่ครั้งของแต่ละอาคาร
5.1.6.3 แบบผังแสดงตําแหน่งอุปกรณ์ที่เข้าดําเนินการทดสอบในแต่ละครั้ง ของแต่ละอาคาร 5.1.6.4 รูปประกอบแสดงภาพขณะที่เข้าดําเนินการในแต่ละอุปกรณ์พอสังเขป
5.1.6.5 ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี)
5.1.7 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดําเนินงานก่อนการดําเนินงาน โดยการทดสอบให้ทําได้เฉพาะในช่วง
วันหยุดทําการ และต้องแจ้งให้สํานักงานทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องให้คําแนะนําแก่ผู้ว่าจ้างในการตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาและหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย
ที่ไม่จําเป็นหรือเป็นอุปสรรคในการดําเนินการ เพื่อให้ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้สามารถใช้งาน ได้อย่างต่อเนื่องและพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
5.1.9 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถตามหน้าที่ในการบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิง
ไหม้และอุปกรณ์ในระบบให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และเชื่อถือได้
5.1.10 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของสํานักงานฯ อันเนื่องมาจาก การดําเนินการดูแลบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของผู้รับจ้าง หากเกิดความเสียหายใดๆ
จากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขให้อยู่ในสภาพเดิม
5.1.11 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ที่จําเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานและพนักงานที่ทํา
หน้าที่เป็นหัวหน้าเพื่อกํากับการดูแลการทํางาน ตลอดจนมีหน้าที่ดูแลในเรื่องความปลอดภัย ในการทํางานและประสานงานกับผู้ว่าจ้างเมื่อมีปัญหาในการทํางาน
5.1.12 ในกรณีที่ผู้รับจ้างตรวจพบว่าอุปกรณ์ภายในระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เสียหายที่มีผลกระทบกับ ระบบฯ โดยไม่สามารถที่จะทําการแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้เป็นปกติ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้ว่าจ้าง ให้ทราบทันที
5.1.13 ในกรณีที่ผู้รับจ้างตรวจพบว่าอุปกรณ์ภายในระบบเสียหาย และไม่สามารถที่จะทําการแก้ไข ให้กลับมาใช้งานได้หรือต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซ่อม ให้ผู้รับจ้างเสนอค่าใช้จ่ายในการซ่อม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวให้สํานักงานฯ ทราบ ก่อนที่จะดําเนินการ
5.1.14 กรณีที่ผู้รับจ้างพบความผิดปกติของระบบหรืออุปกรณ์ผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขโดยทันที
หากการแก้ไขนั้นไม่มีความจําเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่
5.1.15 กรณีที่ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ ผู้รับจ้างจะต้องเข้ามาแก้ไขและซ่อมแซมระบบภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง หรือตามวันเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยผู้ว่าจ้างไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
5.2 รายละเอียดการดาเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ รายละเอียดการดําเนินการไม่น้อยกว่า
รายการดังต่อไปนี้
5.2.1 ตรวจสอบสภาพทั่วไปของตู้ควบคุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ดังนี้
5.2.1.1 ตรวจเช็คหลอดไฟแสดงสถานะการทํางานต่าง ๆ
5.2.1.2 ทําความสะอาดภายในตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้และตู้โมดูลตามชั้นต่าง ๆ
5.2.1.3 ตรวจเช็คแรงดันของแบตเตอรี่
5.2.1.4 ตรวจสอบการชาร์จประจุแบตเตอรี่ ตรวจเช็คสภาพของขั้วแบตเตอรี่
5.2.1.5 ตรวจเช็คสายและจุดต่อของสายที่ต่อเข้ากับจุดต่อสายภายในตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้
5.2.1.6 ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ตรวจจับควัน อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน และกล่องดึง
แจ้งเหตุ
5.2.2 ทดสอบการทํางานของระบบ ดังนี้
5.2.2.1 ทดสอบการแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของทุกโซน รวมทั้งสัญญาณการทํางานของกระดิ่งทุกโซน 5.2.2.2 ทดสอบอุปกรณ์ตรวจจับควันโดยใช้อุปกรณ์ทดสอบตัวจับควัน (Smoke Tester) 5.2.2.3 ทดสอบอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนโดยใช้อุปกรณ์ทดสอบโดยเฉพาะ (Heat Detector
Tester) โดยการเป่าลมร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับชนิดของอุปกรณ์รุ่นนั้นๆ
5.2.2.4 ทดสอบการทํางานกล่องดึงแจ้งเหตุ (Pull Station) และ Key Switch ว่าสามารถทํางาน
ได้ตามปกติ
5.2.2.5 ทดสอบอุปกรณ์ตรวจจับควันแบบ Beam Smoke Detector โดยใช้อุปกรณ์ทดสอบ
โดยเฉพาะ (Beam Detector Tester) ตามวิธีที่เหมาะสมกับชนิดของอุปกรณ์รุ่นนั้น ๆ
5.2.2.6 ทดสอบการทํางานของตู้ควบคุมในสภาวะเกิด Alarm และ Trouble
5.2.2.7 ทดสอบฟังก์ชันการทํางาน Zone Alarm, Sandwich Alarm และ General Alarm ของ
ตู้ควบคุมและการทํางานของกระดิ่งตามโปรแกรมที่ตั้งไว้
5.2.2.8 ทดสอบการทํางานของปุ่มควบคุมต่าง ๆ ของตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้
5.2.2.9 ทดสอบการเชื่อมต่อสัญญาณของผู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ในสภาวะ Alarm กับระบบ Access
Control, ระบบลิฟต์โดยสาร, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ, ระบบพัดลมดูดควัน โถงกลาง ในสภาวะ Alarm
5.2.2.10 ทดสอบการทํางานของระบบสํารองไฟฟ้า (Battery) ของตู้ควบคุมและการเชื่อมต่อ
สัญญาณของตู้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ในสภาวะที่ระบบจ่ายไฟฟ้าหลักของอาคารดับ
5.3 ผู้รับจ้างจะต้องเข้ามาทําการทดสอบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้แบบแบ่งเป็นโซน (Conventional Fire Alarm System) พร้อมทั้งอุปกรณ์ร่วมในระบบที่ติดตั้งอยู่ในแต่ละตามพื้นที่ที่ผู้ว่าจ้างจะกําหนด โดยมีจํานวน
อุปกรณ์ที่ต้องทําการทดสอบอย่างน้อยดังต่อไปนี้
5.3.1 อาคารสํานักงานกลางและอาคาร Incubator Wing
5.3.1.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS-640E)
5.3.1.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1 ชุด
5.3.1.3
Addressable Modules
จํานวน
110 ตัว
5.3.1.4 Smoke Detector
จํานวน
130
ตัว
5.3.1.5 Heat Detector
จํานวน
254
ตัว
5.3.1.6 Manual Pull Station
จํานวน
30
ตัว
5.3.1.7 Key Switch
จํานวน
30
ตัว
5.3.1.8 Alarm Bell
จํานวน
30
ตัว
5.3.2 อาคารสราญวิทย์
5.3.2.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS-640E)
5.3.2.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.2.3
Addressable Modules
จํานวน
157
ตัว
5.3.2.4 Smoke Detector
จํานวน
177
ตัว
5.3.2.5 Heat Detector
จํานวน
45
ตัว
5.3.2.6 Manual Pull Station
จํานวน
29
ตัว
5.3.2.7 Key Switch
จํานวน
29
ตัว
5.3.2.8 Alarm Bell
จํานวน
81
ตัว
5.3.2.9 Strobe Light
จํานวน
82
ตัว
5.3.3 อาคาร Utility House
5.3.3.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ Cemen FA-605)
5.3.3.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
Met
5.3.3.3 Smoke Detector
จํานวน
8
ตัว
5.3.3.4 Heat Detector
จํานวน
4
ตัว
5.3.3.5 Manual Pull Station
จํานวน
1
ตัว
5.3.3.6 Key Switch
จํานวน
1
ตัว
5.3.3.7 Alarm Bell
จํานวน
1
ตัว
5.3.4 อาคาร สวทช.โยธี
5.3.4.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS-320E)
5.3.4.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.4.3
Addressable Modules
จํานวน
52
ตัว
5.3.4.4 Heat Detector
จํานวน
514
ตัว
5.3.4.5 Smoke Detector
จํานวน
79
ตัว
5.3.4.6 Manual Pull Station
จํานวน
28
ตัว
5.3.4.7 Alarm Bell
จํานวน
37
ตัว
5.3.5 อาคาร NECTEC
5.3.5.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS-3030)
5.3.5.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.5.3
Addressable Modules
จํานวน
58
ตัว
5.3.5.4 Heat Detector
จํานวน
300
ตัว
5.3.5.5 Smoke Detector
จํานวน
22 ตัว
5.3.5.6 Manual Pull Station
จํานวน
14
ตัว
5.3.5.7 Alarm Bell
จํานวน
15
ตัว
5.3.5.8 Telephone
จํานวน
4
ตัว
5.3.5.9 Key cwitch
จํานวน
10
ตัว
5.3.6 อาคาร NECTEC Pilot Plant
5.3.6.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS2-320)
5.3.6.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.6.3 Addressable Modules
จํานวน
18
ตัว
5.3.6.4 Heat Detector
จํานวน
21
ตัว
5.3.6.5 Smoke Detector
จํานวน
141
ตัว
5.3.6.6. Manual Pull Station
จํานวน
5
ตัว
5.3.6.7 Alarm Bell
จํานวน
14
ตัว
จํานวน
14
ตัว
5.3.6.8 Alarm Bell
5.3.7 อาคาร BIOTEC
5.3.7.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS-3030)
5.3.7.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.7.3 Smoke Detector
จํานวน
92
ตัว
5.3.7.4 Heat Detector
จํานวน
458
ตัว
5.3.7.5 Manual Pull Station
จํานวน
17
ว
5.3.7.6 Key Switch
จํานวน
17
ตัว
5.3.7.7 Alarm Bell
จํานวน
49
ตัว
5.3.7.8 Beam Detector
จํานวน
3
คู่
08
5.3.8 อาคาร BIOTEC Pilot Plant และ BSL-2P
5.3.8.1 Fire Alarm Control Panel (PILOT PLANT)
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS-320)
5.3.8.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.8.3 Smoke Detector
จํานวน
€5
ตัว
5.3.8.4 Heat Detector
จํานวน
1
ตัว
5.3.8.5 Manual Pull Station
จํานวน
2
ตัว
5.3.8.6 Beam Detector
จํานวน
16
5.3.8.7 Alarm Bell
จํานวน
27
ตัว
5.3.8.8 Fire Alarm Control Panel (BSL-2P)
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell SFP-10UD)
5.3.8.9 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.8.10Alarm panel (หลัง รปภ. อาคาร PILOT)
จํานวน
1
ชุด
5.3.8.11Smoke Detector
จํานวน
22
ตัว
5.3.8.12Manual Pull Station
จํานวน
3
ตัว
5.3.8.13Alarm Bell
จํานวน
دن
ตัว
5.3.9 อาคาร MTEC
5.3.9.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS2-320)
5.3.9.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.9.3 Smoke Detector
จํานวน
20
ตัว
5.3.9.4 Heat Detector
จํานวน
302 ตัว
5.3.9.5 Manual Pull Station
จํานวน
18
ตัว
5.3.9.6 Key Switch
จํานวน
18
ตัว
5.3.9.7 Alarm Bell
จํานวน
22
ตัว
5.3.10 อาคาร MTEC Pilot Plant
5.3.10.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
(ยี่ห้อ CL-9600)
5.3.10.2 Graphic Annunciator
จํานวน
2
ชุด
5.3.10.3 Smoke Detector
จํานวน
123
ตัว
5.3.10.4 Heat Detector
จํานวน
23
ตัว
5.3.10.5 Manual Pull Station
จํานวน
сл
5
ตัว
5.3.10.6 Alarm Bell
จํานวน
21
ตัว
5.3.10.7 Beam Detector
จํานวน
ย
ตัว
5.3.11 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร
5.3.11.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
ยี่ห้อ NOTIFIER by Honeywell NFS2-3030)
5.3.11.2 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.11.3 Addressable Modules
จํานวน
146
ตัว
5.3.11.4 Smoke Detector
จํานวน
185
ตัว
5.3.11.5 Heat Detector
จํานวน
138
ตัว
5.3.11.6 Manual Pull Station
จํานวน
32
ตัว
5.3.11.7 Key Switch
จํานวน
32
ตัว
5.3.11.8 Strobe Light
จํานวน
96
ตัว
5.3.12 อาคาร NANOTEC Pilot Plant
5.3.12.1 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1 ชุด
ยี่ห้อ ASENWARE AW-FP101)
5.3.12.2 Fire Alarm Control Panel
จํานวน
1
ชุด
5.3.12.3 Graphic Annunciator
จํานวน
1
ชุด
5.3.12.4 Smoke Detector
จํานวน
31
ตัว
5.3.12.5 Heat Detector
จํานวน
31
ตัว
5.3.12.6 Manual Pull Station
จํานวน
7
ตัว
5.3.12.7 Bell
จํานวน
4
ตัว
5.3.12.8 Strobe Light
จํานวน
LA
5
ตัว
5.3.12.9 - การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
6.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายอันเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างหรือ
เกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทําไว้ไม่เรียบร้อยหรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้อง
แก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า
6.2 ในกรณีที่ระบบมีปัญหา ต้องมีการซ่อมแซมด่วนทั้งในเวลาทํางานตามปกติและนอกเวลาทํางานสามารถ เรียกใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง จํานวน 2 ครั้งต่อปี และผู้รับจ้างจะต้องให้บริการโดยทันทีและไม่คิดค่าบริการ เพิ่มเติม โดยต้องสามารถเข้ามาดําเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง นับจากได้รับ
แจ้งจากผู้ว่าจ้าง - เงื่อนไขการดําเนินการด้านความปลอดภัย
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่พนักงานของผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในสํานักงานฯ จึงขอกําหนด
เงื่อนไขด้านความปลอดภัยดังนี้
7.1 มีวิธีการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย
7.2 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่นํามาใช้มีสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ชํารุด 7.3 ขออนุญาตปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
7.4 ทําการชี้อันตรายและและประเมินความเสี่ยงตามวิธีการของ สวทช.
7.5 ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดําเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ผู้ว่าจ้างกําหนดขึ้นไว้ใน
“ทะเบียนข้อมูลรายละเอียดความต้องการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สําหรับการจัดซื้อและ
จัดจ้าง” ของสํานักงานฯ ดังนี้
• มาตรการป้องกันอันตราย
ก. ตกจากที่สูง (ทํางานในพื้นที่ปฏิบัติงานที่สูงจากพื้นดิน พื้นอาคาร ตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป)
- สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมกับลักษณะ
การทํางาน - ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการอบรมหรือชี้แจงเกี่ยวกับการทํางานก่อนเริ่มงาน
- มีขั้นตอนการทํางานที่เหมาะสม
- หน่วยงานที่กํากับดูแลต้องตรวจสอบการทํางานเป็นระยะๆ
- ผู้รับจ้างต้องขออนุญาตปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงตามขั้นตอนของ สวทช. ซึ่งต้องได้รับความ
เห็นชอบจาก จป. และได้รับอนุญาตก่อนลงมือทํางาน
ข. ไฟฟ้าช๊อต - สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะการทํางาน
- ติดป้ายเตือนอันตรายขณะทํางาน หรือติดยังอยู่ระหว่างปฏิบัติงานหรือยังไม่แล้วเสร็จ 3) ใช้ Lock Out-Tag Out
- มีขั้นตอนการทํางานที่เหมาะสม
- หน่วยงานที่กํากับดูแลต้องตรวจสอบการทํางานเป็นระยะๆ
ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้ - หากมีงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ ต้องมีการจัดเตรียมถังดับเพลิงและตรวจสอบให้อยู่ใน
สภาพพร้อมใช้งาน - ได้รับการสื่อสารขั้นตอนการอพยพหนีไฟ เส้นทางหนีไฟ จุดรวมพลให้ทราบ
- ระยะเวลาในการส่งมอบ
ผู้รับจ้างจะต้องทําการส่งมอบงานบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ตามสัญญาจ้างให้เป็นที่เรียบร้อย และถูกต้องตามรายการที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยระยะเวลาที่ใช้ในการดําเนินงานทั้งสิ้น 12 เดือน - วงเงินงบประมาณ
งบประมาณในการจ้างเหมาดูแลบํารุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,386,778.00 บาท (หนึ่งล้านสามแสนแปดหมื่นหกพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบแปดบาทถ้วน) ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าภาษีอากรอื่นๆ และ
ค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้เรียบร้อยแล้ว - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก
พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคา
หน้า - งวดงานและเงื่อนไขการชําระเงิน
สํานักงานฯ จะชําระเงินจํานวน 4 งวด ระยะเวลางวดละ 3 เดือน หลังจากผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน และผ่าน การตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว - อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดและเงื่อนไขในสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะต้อง
ชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่าสัญญาจ้าง - แผนการทํางาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา๑.
บัญชีเอกสารส่วนที่
ด
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
- สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……. - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์ข้อมูล……..
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O) (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล…….. - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……..
๓. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล….
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล……
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์……….
….. ขนาดไฟล์……….
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์…
ขนาดไฟล์……..
-๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์……..
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล………
ขนาดไฟล์………
- สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล…… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ขนาดไฟล์
O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……..
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…….
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
๖.
5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
0
ไฟล์ข้อมูล…….
0
ไฟล์ข้อมูล……..
(0
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
0 ๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
0
0
0
ไฟล์ข้อมูล..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล…..
๓.๒
ไฟล์ข้อมูล…..
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
K………..
ไฟล์ข้อมูล…….
๔.๒…….
ไฟล์ข้อมูล……
G………..
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์………….
ขนาดไฟล์………………
++
ขนาดไฟล์……………..
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(……………..บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่ และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ e๑๔๒/๒๕๖๙
การจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ กลุ่มอาคารสำนักงานกลาง และศูนย์แห่งชาติ ตามประกาศ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความ ประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ กลุ่มอาคารสำนักงานกลาง และ ศูนย์แห่งชาติ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเหมาดูแลบำรุงรักษาระบบแจ้ง
เหตุเพลิงไหม้ กลุ่มอาคารสำนักงาน
กลางและศูนย์แห่งชาติ
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง เป็นสัญญา เดียวและเป็นผลงานที่แล้วเสร็จไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ มีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) อย่างน้อย ๑ สัญญา โดยมีสำเนาหนังสือรับรองผลงาน และต้องเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน อื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่สำนักงาน เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน (๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้อง
มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้อง มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร
ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นราย ใหญ่ หรือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.๕)
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนด ทุนจดทะเบียน
(๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้าน บาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างที่ประกวดราคา (๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) เอกสารอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายใน ๑๒ เดือน ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ
งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ
ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะ พิจารณาจาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้
ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ
นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนัก งาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๗๐ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๗๐ แล้วเท่านั้น
๙.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๙.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์
ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
พันธ์จิรา เจริญพิทักษ์
(นางสาวพันธ์จิรา เจริญพิทักษ์)
หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวพันธ์จิรา เจริญพิทักษ์ หัวหน้า
เจ้าหน้าที่พัสดุ