ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างบริหารจัดการดูแลระบบเครือข่ายและความปลอดภัยสารสนเทศของกรมสรรพากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
โครงการจ้างบริหารจัดการดูแลระบบเครือข่ายและความปลอดภัยสารสนเทศของกรมสรรพากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรทั่วประเทศ ทั้งสำนักงานสรรพากรภาค พื้นที่ และพื้นที่สาขา รวมถึงการเชื่อมต่อกับหน่วยงานภายนอก เช่น กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการใช้งานระบบภาษีอากรและบริการ e-Service ต่างๆ อาทิ e-Filing, D-MyTax, e-Tax Invoice เป็นต้น
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการเฝ้าระวัง (Monitor) และแก้ไขปัญหาด้านเครือข่ายและความปลอดภัยสารสนเทศของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและโครงข่ายสื่อสาร โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานในรูปแบบ Co-Sourcing ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 30 วันหลังลงนามในสัญญา โดยมีระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 ภายใต้วงเงินงบประมาณ 33,617,000 บาท
English summary
The Revenue Department of Thailand is seeking a contractor for the management and maintenance of its network and information security systems for the 2027 fiscal year. The project aims to ensure the stability and security of the network infrastructure connecting all regional and local tax offices, as well as external government agencies. The scope includes monitoring, troubleshooting, and managing network and security systems to support e-Service platforms (e.g., e-Filing, e-Tax Invoice). The contractor is required to work in a Co-Sourcing model with department staff and provide knowledge transfer. The contract duration is from October 1, 2026, to September 30, 2027, with a budget of 33.617 million THB.
กรมสรรพากรและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้กรมสรรพากรมีระบบเครือข่ายที่มีเสถียรภาพและตอบสนองการใช้งานได้ทันต่อความต้องการ
- เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถบริหารและจัดการดูแลระบบเครือข่ายทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใช้งานบริหารจัดเก็บภาษีและให้บริการประชาชน ทั้งระบบ Internet และ Intranet อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
- เพื่อให้กรมสรรพากรมีการเฝ้าระวังและจัดการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศได้ตลอดเวลา
ขอบเขตของงาน
- บริหารจัดการและดูแลระบบเครือข่าย (Network Management)
- บริหารจัดการและดูแลระบบความปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management)
- ปฏิบัติงานในรูปแบบ Co-Sourcing ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร
- ถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) ให้แก่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร
- เฝ้าระวัง (Monitor) และแก้ไขปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและโครงข่ายสื่อสาร
- ปรับปรุงค่าระบบและเครื่องมือบริหารจัดการเครือข่ายตามเอกสารแนบ 5 ของศูนย์ปฏิบัติการฯ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการทำงาน (Work Plan) ภายใน 30 วันหลังลงนามในสัญญา
- รายงานการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาระบบเครือข่ายและความปลอดภัยสารสนเทศ
- การถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) ให้แก่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร
- ระบบเครือข่ายและระบบความปลอดภัยที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 ตุลาคม 2569 หรือวันที่ลงนามในสัญญา ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 (รวมระยะเวลา 1 ปี)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, และต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องระบุประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ในแต่ละตำแหน่งตามที่กรมฯ กำหนด
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและความปลอดภัยสารสนเทศระดับองค์กร
- Personnel: ต้องระบุชื่อเจ้าหน้าที่ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ (ปี) และใบประกาศนียบัตร (Certificate) สำหรับแต่ละตำแหน่งงาน
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
- พิจารณาจากประสบการณ์และคุณสมบัติของบุคลากรที่เสนอ
- พิจารณาจากแผนการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของกรมสรรพากร
- การประมูลด้วยวิธี e-bidding (ราคาและเงื่อนไขทางเทคนิค)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบต้องรองรับการเชื่อมโยงหน่วยงานภายในกรมสรรพากร (สำนักงานภาค, พื้นที่, พื้นที่สาขา) และหน่วยงานภายนอก
- ระบบต้องรองรับการใช้งาน e-Service เช่น e-Filing, D-MyTax, e-Donation, e-Refund, e-Withholding Tax, VAT Refund for Tourists, E-Registration, e-TAX Invoice & e-Receipt, e-Stamp Duty และ e-Payment
- ต้องมีการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยสารสนเทศตลอดเวลา
เงื่อนไขสัญญา
- ระยะเวลาสัญญา 1 ปี
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 30 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
- การปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: รูปแบบการทำงาน Co-Sourcing คืออะไร? A: คือการที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรโดยตรงเพื่อดูแลระบบ
- Q: ต้องมีการถ่ายทอดความรู้ให้เจ้าหน้าที่หรือไม่? A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) ตลอดระยะเวลาสัญญา
- Q: ระบบที่ต้องดูแลครอบคลุมถึงหน่วยงานใดบ้าง? A: ครอบคลุมสำนักงานสรรพากรภาค, พื้นที่, พื้นที่สาขา และการเชื่อมต่อกับหน่วยงานภายนอก
- Q: ผู้รับจ้างต้องเริ่มงานเมื่อใด? A: เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 หรือวันที่ลงนามในสัญญา
- Q: ต้องจัดทำแผนการทำงานเมื่อใด? A: ต้องจัดทำและส่งแผนการทำงานภายใน 30 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
- Q: ระบบ e-Service ใดบ้างที่ต้องดูแล? A: เช่น e-Filing, D-MyTax, e-Donation, e-Refund, e-Withholding Tax, e-TAX Invoice เป็นต้น
- Q: การเฝ้าระวังระบบต้องทำตลอดเวลาหรือไม่? A: ใช่ ต้องเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาเพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
- Q: ต้องระบุชื่อเจ้าหน้าที่ในวันยื่นข้อเสนอหรือไม่? A: ใช่ ต้องระบุชื่อ คุณสมบัติ ประสบการณ์ และใบประกาศนียบัตรของเจ้าหน้าที่ในแต่ละตำแหน่ง
- Q: หากไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการตามเกณฑ์ สามารถทำอย่างไรได้บ้าง? A: สามารถใช้การขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคารตามเงื่อนไขที่กำหนด
- Q: โครงการนี้เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีใด? A: วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
O
ขอบเขตของงาน
โครงการจ้างบริหารจัดการดูแลระบบเครือข่ายและความปลอดภัยสารสนเทศ ของกรมสรรพากร ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑
กรมสรรพากร มีความประสงค์จะจ้างโครงการจ้างบริหารจัดการดูแลระบบเครือข่ายและความปลอดภัย สารสนเทศของกรมสรรพากร ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding)
๑.๒ ความเป็นมา
เนื่องจากกรมสรรพากรมีระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายเชื่อมโยงหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกรมสรรพากรทุกหน่วยงานตามโครงสร้างกรมสรรพากร ได้แก่ สํานักงานสรรพากรภาค จํานวน ๑๒ แห่ง สํานักงานสรรพากรพื้นที่ จํานวน ๑๑๙ แห่ง และสํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จํานวน ๔๕๐ แห่ง และหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ส่วนการทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร เป็นต้น เพื่อให้บริการข้อมูลระบบภาษีอากรประเภทต่าง ๆ รวมทั้งระบบงานย่อยสําหรับบริหาร จัดการภายในเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ตลอดจนการให้บริการผู้เสียภาษี ด้วยบริการ e-Service เช่น ระบบ e-Filing, ระบบ D-MyTax (Digital MyTax), ระบบ e-Donation, ระบบ e-Refund, ระบบ e-Withholding Tax, ระบบ VAT Refund for Tourists, ระบบ E-Registration, ระบบ e-TAX Invoice & e-Receipt, ระบบ e-Stamp Duty และระบบ e-Payment เป็นต้น ดังนั้น กองเทคโนโลยี สารสนเทศ กรมสรรพากร ซึ่งมีหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายสื่อสาร ระบบความปลอดภัย สารสนเทศ เพื่อให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกรมสรรพากรสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ดังนั้น กรมสรรพากรจึงมีความจําเป็นต้องจัดจ้างบริหารและจัดการดูแลระบบเครือข่าย และความปลอดภัยสารสนเทศของกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่
๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ หรือวันที่ลงนามในสัญญา ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและปลอดภัยของการใช้งานดังกล่าว และเพื่อมิให้ เกิดความเสียหายแก่งานราชการกรมสรรพากร
๑.๓ วัตถุประสงค์
(๑) เพื่อให้กรมสรรพากรมีระบบเครือข่ายที่มีเสถียรภาพและตอบสนองการใช้งานได้ทันต่อความต้องการ (๒) เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถบริหารและจัดการดูแลระบบเครือข่ายทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สําหรับใช้งานบริหารจัดเก็บภาษีและให้บริการประชาชน ทั้งระบบ Internet และ Intranet อย่างต่อเนื่อง
ตลอดเวลา
(๓) เพื่อให้กรมสรรพากรมีการเฝ้าระวังและจัดการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ของกรมสรรพากรได้ตลอดเวลา
๑.๔. วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร จํานวนทั้งสิ้น ๓๓,๖๑๗,๐๐๐.- บาท (สามสิบสามล้านหกแสน เมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
หนึ่งหมื่นเ
๑.๕ ราคากลาง
ราคากลาง จํานวนทั้งสิ้น ๓๓,๖๑๖,๙๘๑.๖๔ บาท (สามสิบสามล้านหกแสนหนึ่งหมื่นหกพัน เก้าร้อยแปดสิบเอ็ดบาทหกสิบสี่สตางค์) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
/๒. คุณสมบัติ…
L
- ๒ -
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
2
drom
که
/๒.๑๒ ผู้ยื่น….
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๒.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็น ช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ๑๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๒.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๒.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า
/งบประมาณ…
- ๔ -
งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร
ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท
เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๒.๑๒.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒.๑๒.๒ ข้อ ๒.๑๒.๓ และข้อ ๒.๑๒.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๒.๑๒.๖ กรณีตามข้อ ๒.๑๒.๑ - ข้อ ๒.๑๒.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ
ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
/๓. หลักฐาน….
ค
<
๓.
หลักฐานการยื่นข้อเสนอ - ๕ -
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติและประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ ในแต่ละตําแหน่ง มาแสดงในวันยื่นเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบ
ดังนี้
ลําดับที่ คุณสมบัติและ ชื่อเจ้าหน้าที่
ประสบการณ์
ระบุหัวข้อให้ ให้คัดลอก ตรงกับที่ คุณลักษณะ
กรมสรรพากร
เฉพาะ
กําหนด ที่กรมสรรพากร
กําหนด
Certificate
ประสบการณ์
บ ได้รับ
ชื่อ วันที่ วันที่
หมดอายุ
(ปี)
ให้ระบุ - ชื่อเจ้าหน้าที่
- วุฒิ การศึกษา
๔. การเสนอราคา
คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทําแผนการ ทํางานตามเอกสารแนบท้ายการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. ขอบเขตของงาน
๕.๑ ข้อกําหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับความต้องการทั่วไป
กรมสรรพากรต้องการจ้างบริหารและจัดการดูแลระบบเครือข่ายและระบบความปลอดภัยสารสนเทศ ทั่วประเทศเพื่อให้การบริหารจัดเก็บภาษีและให้บริการประชาชน ทั้งระบบ Internet และ Intranet เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องตลอดเวลา โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร (Co-Sourcing) พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) ให้เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร ตลอดระยะเวลาของสัญญา
๕.๒ ข้อกําหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับคุณลักษณะเฉพาะของการจ้าง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้
๕.๒.๑ งานด้านการ Monitor เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาระบบเครือข่ายและความปลอดภัย สารสนเทศ ในส่วนโครงข่ายที่เชื่อมโยงใช้งานภายในกรมสรรพากร
(๑) งานด้านการ Monitor เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาระบบเครือข่ายและความปลอดภัย สารสนเทศของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
(๑.๑) ผู้รับจ้างต้องดูแลและปรับปรุงค่าระบบและเครื่องมือบริหารจัดการเครือข่าย และความปลอดภัยสารสนเทศ ตามเอกสารแนบ 5 ของศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยและเฝ้าระวัง ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายสื่อสาร เพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาระบบเครือข่าย และความปลอดภัยสารสนเทศ ว่าสามารถทํางานได้อย่างปกติหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่ วันลงนามในสัญญา
O
ส
< {
/(๑.๒) ผู้รับจ้าง….
ar