จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ 69079343959
฿4,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 16 ก.ค. 2569 ปราจีนบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างเหมาบริการเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ของโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ประจำปีงบประมาณ 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคและให้บริการผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการตรวจประเมินการทำงานของหัวใจและการวินิจฉัยโรคที่ต้องการความละเอียดสูง

ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดหาเครื่อง CT Scan ชนิด Multi-slice Spiral ไม่น้อยกว่า 32 สไลซ์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด เช่น เครื่องฉีดสารทึบรังสี และระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลอิสระ (Workstation) ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการปรับปรุงห้องตรวจให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางรังสีของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ การติดตั้งเครื่อง การบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา รวมถึงการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ รังสีแพทย์ นักรังสีเทคนิค พยาบาลวิชาชีพ และผู้ช่วยเหลือคนไข้ เพื่อให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค วัสดุสิ้นเปลือง (สารทึบรังสี, อุปกรณ์ช่วยชีวิต) และการรายงานผลตรวจภายในเวลาที่กำหนด (กรณีเร่งด่วนภายใน 30 นาที) โดยการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดภายใต้งบประมาณ 4 ล้านบาท

English summary

The Chakrapong Camp Hospital is seeking a service provider for a Computed Tomography (CT) Scan service for the 2025 fiscal year. The project requires a Multi-slice Spiral CT scanner (at least 32 slices) to enhance diagnostic capabilities and patient care. The contractor is responsible for the installation, room renovation according to radiation safety standards, provision of medical personnel (radiologists, radiologic technologists, nurses, and patient assistants), and all medical supplies (including contrast media). The service must be available 24/7. The contract duration is one year (Oct 1, 2026 – Sep 30, 2027) with a budget of 4,000,000 THB. Selection will be based on the lowest price criteria.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้บริการผู้ป่วยทางรังสีวิทยาอย่างครอบคลุม
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจประเมินการทำงานของหัวใจ
  • เพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรค ตรวจหาความรุนแรง และติดตามผลการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาและติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ชนิด Multi-slice Spiral (ไม่น้อยกว่า 32 สไลซ์)
  • ปรับปรุงห้องตรวจและห้องควบคุมให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยทางรังสี
  • จัดหาบุคลากร: รังสีแพทย์, นักรังสีเทคนิค, พยาบาลวิชาชีพ และผู้ช่วยเหลือคนไข้
  • ให้บริการตรวจวินิจฉัยตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน
  • จัดหาวัสดุสิ้นเปลืองและสารทึบรังสี
  • เชื่อมต่อระบบภาพเข้ากับ PACS ของโรงพยาบาล
  • รับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคทั้งหมด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) 32 สไลซ์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ (Phantom, เครื่องฉีดสารทึบรังสี, เครื่องสำรองไฟ 10 kVa)
  • ระบบคอมพิวเตอร์อิสระ (Independent Workstation) พร้อมซอฟต์แวร์วินิจฉัย
  • รายงานผลการตรวจวินิจฉัย (ตามระยะเวลาที่กำหนด)
  • รายงานสรุปข้อมูลการส่งตรวจรายเดือน
  • คู่มือการใช้งานเครื่อง

ระยะเวลาดำเนินการ

1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, และต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance: เครื่องต้องผ่านมาตรฐาน FDA หรือหน่วยงานมาตรฐานจากประเทศผู้ผลิต และต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
  • Experience: ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ผลิตในการนำเสนอเครื่อง
  • Technical Capabilities: ต้องมีวิศวกรที่ผ่านการอบรมการติดตั้งและซ่อมแซมเครื่อง
  • Personnel: ต้องจัดหาบุคลากรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย (รังสีแพทย์, นักรังสีเทคนิค, พยาบาล)

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา (Price) โดยพิจารณาราคารวมต่ำสุดที่อยู่ในวงเงินงบประมาณ 4,000,000 บาท

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องชนิด Multi-slice Spiral CT Scan (ไม่น้อยกว่า 32 สไลซ์/รอบ)
  • กำลังไฟฟ้าสูงสุด 42 kW, หลอดเอกซเรย์ความจุความร้อน 3.5 MHU
  • ความเร็วในการสร้างภาพ 30 ภาพ/วินาที
  • รองรับโปรแกรมลดปริมาณรังสี (Iterative Reconstruction)
  • ระบบคอมพิวเตอร์ Workstation มี RAM ไม่น้อยกว่า 32 GB
  • มาตรฐาน DICOM 3.0 สำหรับรับ-ส่งข้อมูลภาพ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายตามบิลเรียกเก็บเป็นรายเดือน
  • ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ต่อวันของราคางานที่ตกลงกันในสัญญา
  • การประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรเองทั้งหมดหรือไม่? A: ใช่ ต้องจัดหารังสีแพทย์ นักรังสีเทคนิค พยาบาล และผู้ช่วยเหลือคนไข้ตามที่กำหนด
  2. Q: หากเครื่องเสียต้องซ่อมให้เสร็จภายในกี่วัน? A: กรณีทั่วไป 48 ชั่วโมง หากต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ (หลอดเอกซเรย์/Detector) ภายใน 10 วัน
  3. Q: การรายงานผลผู้ป่วยเร่งด่วนต้องใช้เวลานานเท่าใด? A: ภายใน 30 นาที หลังจากกระบวนการสร้างภาพเสร็จสิ้น
  4. Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าหรือไม่? A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างสัญญา
  5. Q: เครื่องต้องรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อใด? A: ต้องรองรับมาตรฐาน DICOM 3.0 เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ PACS ของโรงพยาบาล
  6. Q: การปรับปรุงห้องตรวจใครเป็นผู้รับผิดชอบ? A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการดำเนินการทั้งหมด
  7. Q: ผู้รับจ้างสามารถตรวจผู้ป่วยนอกเหนือจากที่โรงพยาบาลส่งมาได้หรือไม่? A: ไม่ได้ ต้องตรวจเฉพาะผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสั่งเท่านั้น
  8. Q: หากมีการแจ้งเตือนเรื่องความล่าช้าในการรายงานผลกี่ครั้งจะถูกบอกเลิกสัญญา? A: 5 ครั้ง
  9. Q: เครื่องต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใด? A: มาตรฐาน FDA หรือจากประเทศผู้ผลิต และมาตรฐานการป้องกันรังสีของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  10. Q: การจ่ายเงินมีเงื่อนไขอย่างไร? A: โรงพยาบาลจะจ่ายเงินตามบิลเรียกเก็บเป็นรายเดือน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างเหมาบริการเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ปีงบประมาณ 2570

  1. ความเป็นมา
    ของ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์
    แผนกรังสีกรรม โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ มีความต้องการเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เพื่อ บริการทางรังสี และสนับสนุนการทํางานของทีมแพทย์ในด้านการวินิจฉัยโรค
    ละเอียด
  2. วัตถุประสงค์
    ประสิทธิภาพ
    2.1 เพื่อให้บริการผู้ป่วยอย่างครอบคลุม สามารถตรวจประเมินการทํางานของหัวใจได้อย่าง
    2.2 ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค ตรวจหาความรุนแรง ติดตามผลการรักษาได้อย่างมี
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
    กรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
    หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ การบริหารพัสดุภาครัฐกําาหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ โรงพยาบาล ค่ายจักรพงษ์ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ
    กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญา
    ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้
    เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย หนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อ
    เสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อ
    เสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
    อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  4. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    A
  5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํา
    กว่า 1 ล้านบาท
  6. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000.- บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
    รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  7. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่
    เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
    หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
    ประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง
    ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน 90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
    หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
    ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
  8. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า
    สุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
    ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
    ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  9. กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน
    ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี
    คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่ง
    พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
    พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
  10. คุณลักษณะเฉพาะ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) รายละเอียดดังนี้ 1. วัตถุประสงค์การใช้งาน
    ใช้เป็นเครื่องตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา สามารถสร้างภาพเพื่อการวินิจฉัยแบบ
    Axial,Coronal, Oblique reconstruction, CT-Angiography, ภาพสามิติ และการสร้างภาพพิเศษอื่นๆ คุณสมบัติทั่วไป
    เป็นเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิด Muti-stice spiral CT scan สามารถสร้างภาพได้ไม่น้อยกว่า 32 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ (360 องศา) รองรับสแกนแบบ Conventional, Dynamic และ Spiral/Helical modes เครื่องทั้งหมดประกอบด้วยส่วนต่างๆ ไม่น้อยกว่ารายการดังต่อไปนี้
    1.1 เครื่องกําเนิดรังสี (High Voltage X-ray Generator)
    1.2 หลอดเอกซเรย์ (X-ray Tube)
    1.3 อุปกรณ์รับรังสี (Detector)
    1.4 ช่องรับตัวผู้ป่วย (Gentry)
    1.5 เตียงผู้ป่วย (Patient table)
    1.6 ระบบสแกนภาพและการสร้างภาพ (ScanningSystem)
    1.7 ชุดควบคุมการทํางานและระบบคอมพิวเตอร์ (Operetor Console)
    1.8 ใช้กับระบบไฟฟ้า 380 Volts, 3 Phase, 50 Hz.
    2
  11. คุณสมบัติทางเทคนิค
    2.1 เครื่องกําเนิดรังสี (High Voltage X-ray Genrerator)
    2.1.1 เป็นชนิดให้รังสีแบบต่อเนื่อง (Continuous X-ray beam)
    2.1.2 ให้ค่าพลังงานสูงสุด (Maximum output capacity) ได้ 42 kW
    2.1.3 ให้ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่สูงสุด (Maximum tube current) ได้ 350 mA
    2.1.4 สามารถเลือกความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ให้กับหลอดเอกซเรย์ได้ 4 ระดับ โดยค่าต่ําสุดที่ 80 kV และมีค่าสูงสุดที่ 140 kV
    2.2 หลอดเอกซเรย์ (X-ray Tube)
    2.2.1 มีค่าความจุความร้อนที่ขั้วหลอด (Anode heat storage capacity) สูงสุด 3.5 ล้านหน่วย ความร้อน (MHU)
    2.2.2 มีอัตราการระบายความร้อน (Anode maximum cooling rate) สูงสุด 840 kHU/min. 2.2.3 เป็นชนิด Dual Focal Spot โดยมีขนาดเล็กเท่ากับ 0.8 X 0.5 mm. และมีขนาดใหญ่เท่ากับ
    1.1 x 1.0 mm. ตามมาตรฐาน IEC 60336 : 2005
    2.2.4 มีระบบเพื่อคํานวณและควบคุมปริมาณรังสีที่ใช้ในขณะทําการตรวจผู้ป่วย เพื่อลดปริมาณรังสี ที่ผู้ป่วยจะได้รับโดยอัตโนมัติ ทั้งทางด้าน AP และ Lateral หรือระบบอื่นที่ดีกว่าหรือเทียบเท่า
    2.3 อุปกรณ์รับรังสี (Detector)
    2.3.1 เป็น Muti-Drtactor ชนิด Solid state
    2.3.2 สามารถเลือกจํานวนภาพที่สร้างได้ต่อการหนุน 1 รอบ (360 องศา) ได้ 32 ภาพ
    2.3.3 สามารถเลือกความหนาของส่วนตรวจ (Slices Thickness) ได้หลายค่า
    2.3.4 สามารถเลือกความหนาของส่วน (Slices Thickness) บางสุดได้ 0.625 มิลลิเมตร ในการ สแกนแบบ Axial และ Helical เมื่อสแกนในโหมด 32 slice
    2.3.5 สามารถครอบคลุมการสแกนใน z-direction ได้ 20 มิลลิเมตร
    2.3.6 มีจํานวน Element ในการตรวจจับรังสีเอกซเรย์ ได้ 21,888 Elements
    2.3.7 มีค่า Spatial resolution เท่ากับ 15.4 tp/cm ที่ 0% MTF
    2.4 ช่องรับตัวผู้ป่วย (Gentry)
    2.4.1 มีเส้นผ่านศูนย์กลาง (Aperture diameter) 70 เซนติเมตร
    2.4.2 สามารถเอียงช่องรับตัวผู้ป่วย ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังได้ ด้านละ 30 องศา
    2.4.3 ความเร็วสูงสุดในการสแกนครบ 360 องศา ที่ 0.8 วินาที
    2.4.4 มีแสงไฟเลเซอร์สําหรับการจัดตําแหน่งผู้ป่วย (Leser alignment lights)
    2.4.5 สามารถควบคุมการทํางานทั้งที่ตัวเครื่อง (Gantry) และหน่วยควบคุม (Operator Console) 2.4.6 มีจอแสดงข้อมูลผู้ป่วย ติดตั้งด้านหน้าของช่องรับตัวผู้ป่วย (Gantry)
    2.4.7 มีปุ่มควบคุมการจัดตําแหน่งตรวจโดยอัตโนมัติที่บริเวณ (Gantry)
    2.5 เตียงผู้ป่วย (Patient table)
    2.5.1 มีระยะทางสูงสุดในการสแกนแบบต่อเนื่อง (Scannable range) ได้ 160 เซนติเมตร รองรับ การตรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
    2.5.2 รองรับน้ําหนักสูงสุดได้ 205 กิโลกรัม
    2.6 ระบบสแกนภาพและการสร้างภาพ (ScanningSystem)
    2.6.1 สามารถทําการสแกนแบบต่อเนื่อง (Continuous Helical Scan) เป็นเวลาได้ 120 วินาที 2.6.2 ความเร็วในการสร้างภาพ (Image Reconstruction) ที่มีความเร็ว 30 ภาพต่อวินาที เมื่อ ทํางานร่วมกับโปรแกรม iterative reconstruction
    2.7 ชุดควบคุมการทํางานและระบบคอมพิวเตอร์ (Operetor Console)
    2.7.1 ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
    2.7.2 มีระบบ Intercom เพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างห้องตรวจและห้องควบคุม 2.7.3 เครื่องคอมพิวเตอร์ควบคุมด้วยหน่วยประมวลผลกลางรุ่นล่าสุดจากโรงงานผู้ผลิต 2.7.4 มีหน่วยความจําชั่วคราว (RAM) 16 GB
    2.7.5 มีขนาดพื้นที่สําหรับเก็บข้อมูล (Total Hard disk) ไม่น้อยกว่า 1 TB
    2.7.6 มีขนาดพื้นที่สําหรับเก็บข้อมูลภาพ (Image Data) 250,000 ภาพ
    2.7.7 มีระบบการเก็บภาพแบบ DVD
    2.7.8 มี LCD Color monitor ที่มีขนาดจอ 19 นิ้ว ที่ความละเอียดในการแสดงภาพ 1280x1024 Pixel จํานวน 2 จอ เพื่อใช้ในการควบคุมเครื่อง และการควบคุมการสร้างภาพ โดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอ
    2.7.9 เลือกความหนาของส่วนตรวจ (Slices Thickness) ได้บางสุด 0.625 มิลลิเมตร
    2.7.10 มีความละเอียดในการสร้างภาพโดยใช้ Reconstruction Matrix ไม่น้อยกว่า 512 x 512
    2.7.11 มีโปรแกรมมาตรฐานในการวัดและแสดงค่าต่างๆ อย่างน้อยดังนี้ Region of interest (ROI),Measurement (Distance,Angle),CT number, Zoom&Pan, Text Annotation
    2.7.12 สามารถส่งภาพไปถ่ายภาพลงบนฟิล์มเอกซเรย์ โดยมีมาตรฐาน DICOM
    2.7.13 มีโปรแกรม Realtime Multiplanar Reconstruction (MPR) สามารถสร้างภาพ
    Sagittal,Coranal,Oblique la Curved
    อัตโนมัติ
    2.7.14 มีโปรแกรม 2D View เพื่อใช้ดูภาพ Axial
    2.7.15 มีโปรแกรม Multi View ที่จะสร้างภาพแบบ Coronal หรือ Sagittal กับ ภาพ Axial โดย
    2.7.16 มีโปรแกรม Maximum and Minimum Intensity Projection (MIP)
    2.7.17 มีโปรแกรม 3D Volume Rendering
    2.7.18 มีโปรแกรมสร้างหลอดเลือด (CT-Angiography)
    2.7.19 มีโปรแกรม Metal Artifact Reduction ชนิดใช้ค่าพลังงานเดียว เพื่อลดสัญญาณรบกวน ขณะทําการตรวจอวัยวะที่มีโลหะ และโปรแกรมเพื่อลดสัญญาณรบกวนขณะทําการตรวจอวัยวะที่มีความ หนาแน่นสูง SmartMAR
    2.7.20 มีโปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ ได้อย่างรวดเร็ววสามารถจัดการภาพ 3 มิติแบบ Real time ได้ 2.7.21 มีโปรแกรมในการสแกนที่ช่วยลดปริมาณรังสีให้กับอวัยวะที่มีความต่อรังสี (Organ Dose Modulation) เช่น บริเวณดวงตา หรือบริเวณหน้าอก
    2e
    2.7.22 มีโปรแกรมทําหน้าที่ลบรูปภาพกระดูก (Bone removal) ทั้งใน MIP และ Volume Rendering หรือโปรแกรมอื่นที่ดีกว่าหรือเทียบเท่า
    2.7.23 มีโปรแกรมปรับค่า mA อัตโนมัติ ตามขนาดของผู้ป่วย ขณะสแกนทั้งแกน X-Y-Z
    2.7.24 มีโปรแกรม Iterative Reconstruction (ASiR) เพื่อช่วยลดปริมาณรังสีในการสแกนได้ โดย สามารถตั้งค่าในการลดปริมาณรังสีได้ก่อนการสแกน
    2.7.25 มีมาตรฐานของ DICOM ที่สามารถรับ และส่งภาพจากระบบคอมพิวเตอร์ของ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบ Network ของโรงพยาบาลได้
    2.8 ระบบคอมพิวเตอร์อิสระ (Independent Workstation) พร้อมซอฟต์แวร์สําหรับประมวลผล และ วินิจฉัย 1 ชุด มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    2.8.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ควบคุมด้วยหน่วยประมวลผลชนิด 64 Bits
    2.8.2 หน่วยประมวลผลกลาง เป็นแบบ Quad Core หรือ Dual Intal Xeon Six Core ความเร็ว ไม่น้อยกว่า 2.5 GHz หรือสูงสุดตามมาตรฐานผู้ผลิต (Intel Xeon E5-1660 v3 Eight Core 3.0 GHz CPU) โดยไม่มีการดัดแปลง
    2.8.3 จอแสดงผลชนิดสี แบบจอแบนเรียบ (Color LCD monitor) ขนาด 19 จํานวน 2 จอ
    2.8.4 มีหน่วยความจําหลัก RAM ขนาดไม่น้อยกว่า 32 GB
    2.8.5 Hard Disk สําหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ในการนิจฉัย ขนาดไม่น้อยกว่า 300 GB จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
    2.8.6 มีชุด DVD-RW สําหรับเก็บข้อมูลลงแผ่น DVD หรือแผ่น CD ได้ พร้อม software Dicom Viewer หรือชื่ออื่นๆ เพื่อใช้ดูภาพจากคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไปที่ไม่มี DICOM viewer software โดยการบันทึก นั้นเป็นชนิด Free License
    2.8.7 สามารถเก็บข้อมูลภาพชนิด DICOM ผ่านช่อง USB โดยใช้ External Harddisk ได้
    2.8.8 มีมาตรฐานของ DICOM 3.0 โดยสามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ PACS ได้ โดยมีมาตรฐานไม่ น้อยกว่า ดังนี้
    2.8.8.1 DICOM Storage (send/Receive)
    2.8.8.2 DICOM print SCU
    2.8.8.3 DICOM Query/Retrieve
    2.8.8.4 มีซอฟต์แวร์สําหรับใช้งานทางด้านวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ไม่น้อยกว่าดังนี้
    2.8.8.4.1 การสร้างภาพระนาบต่างๆ รวมทั้งระบบสามมิติ แบบ 3D-Volume
    Rendering, 3D Shaded Surface Display, Maximum Intensity Projection a Minimum Intensity
    Projection
    2.8.8.4.2 สามารถสร้างภาพระนาบต่างๆ รวมทั้ง 3 มิติได้จากข้อมูลภาพที่ Scan
    มาแล้ว เพื่อแสดงบนจอภาพ (Multiplanar Reconstruction)
    2.8.8.4.3 ซอฟแวร์สําหรับ Fly Through ที่ Colon, Lung และ Vessel
    2.8.8.4.4 มีโปรแกรมเพื่อใช้ตรวจวิเคราะห์พยาธิสภาพในปอด แสดงภาพปอดแบบ
    โปร่งแสง และสร้างภาพก่อนเนื้อแบบ 3 มิติพร้อมทํารายงานผลแบบอัตโนมัติ
  12. อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน
    3.1 Phantom
    3.2 Position accessories
    3.3 เครื่องดูดความชื้น
    3.4 เครื่องฉีดสารทึบรังสี
    3.5 เครื่องสํารองไฟสําหรับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ขนาด 10 kVa
  13. ชุดเงื่อนไขอื่น ๆ
    จํานวน 1 ชุด
    จํานวน 1 ชุด
    จํานวน 2 ชุด
    จํานวน 1 ชุด
    จํานวน 1 ชุด
    4.1 ผู้รับจ้างเสนอรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงและ อุปกรณ์ประกอบเครื่องที่จัดทําโดยผู้ผลิต หรือเจ้าของ ผลิตภัณฑ์เท่านั้น เครื่องที่ติดตั้งต้องผ่านมาตรฐาน FDA หรือหน่วยงานมาตรฐานจากประเทศผู้ผลิต ระบุประเทศผู้ผลิต และมีหลักฐานรับรองการนําเข้าจากสํานักงาน
    คณะกรรมการอาหารและยา
    4.2 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ตามมาตรฐาน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขกําหนด และได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่อง
    กําเนิดรังสีของสํานักงานปรมาณูเพื่อสันติตามกฎกระทรวง
    4.3 เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง มีสมรรถนะในการใช้งานครบทุกประการ ตามรายละเอียด ในคุณลักษณะเฉพาะ พร้อมคู่มือการใช้งานจํานวนอย่างน้อย 1 ชุดต่อเนื่อง มอบให้เจ้าหน้าที่ของกลุ่มงานรังสี วิทยา โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์
    4.4 ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการปรับปรุงห้องตรวจให้เป็นไปตามมาตรฐาน ห้องปฏิบัติการทางรังสีวิทยาในพื้นที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จัดหาให้รวมค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง หรือความ เสียหายที่เกิดขึ้น หรืออาทเกิดขึ้นจากการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง การรื้อถอนเมื่อหมด สัญญา และการเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่นๆ กับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง และ อุปกรณ์ประกอบเครื่อง
    4.5 ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต หรือ ค่าใช้จ่ายอื่นใด ที่เกิดขึ้นในระหว่างสัญญา
    4.6 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งเครื่อง และพร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา
    4.7 ผู้รับจ้างจะให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคผู้ป่วยทุกรายที่แพทย์ประจําหน่วยงานของผู้ว่าจ้างตรวจ โดย ผ่านระบบลงทะเบียนเท่านั้น โดยไม่คิดค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดจากผู้ป่วยทั้งสิ้น และรับผิดชอบต่อความ ปลอดภัยของผู้ป่วยขณะอยู่ในความดูแลขณะรอตรวจ กําลังตรวจ หลังตรวจเสร็จจนกว่าผู้ป่วยจะถูกส่งตัวกลับ
    ให้หน่วยงานของผู้ว่าจ้าง
    A
    4.8 ผู้รับจ้างให้ความร่วมมือในทางเทคนิคของการตรวจเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงภายใต้
    การควบคุมกํากับของรังสีแพทย์ประจําโรงพยาบาลของผู้ว่าจ้าง ตามมาตรฐานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่ง
    ประเทศไทย และให้ความยินยอมตรวจสอบการทํางานได้ตลอดเวลาจากผู้ตรวจรับงานจ้างของผู้ว่าจ้าง
    ตลอดจนดําเนินการตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการผู้ป่วย ตามมาตรฐานของสํานักงานรับรอง
    คุณภาพสถานพยาบาล
    4.9 ผู้รับจ้างจะรักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเคร่งครัด ในการเก็บรักษาความลับของผู้ป่วย โดยไม่
    เปิดเผยข้อมูลทุกรูปแบบให้ผู้ใดทราบ โดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากแพทย์ที่รับผิดชอบ ประจําหน่วยงานของผู้ว่าจ้างหรือผู้ป่วย กรณี Refer คนไข้ ต้องเขียน CD ในรูปแบบมาตรฐาน DICOM พร้อม แสดงสัญลักษณ์บริษัท
    4.10 ผู้รับจ้างจะดําเนินการเชื่อมต่อ และส่งมอบภาพข้อมูลผลการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง ชนิด DICOM ออกไปเก็บยัง Server หรือเครื่องคอมพิวเตอร์อิสระอื่นๆ รวมทั้งสามารถรับส่งภาพเข้าสู่โปรแกรม PACS ของ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ได้ในรูปแบบต่างๆ หรือหน่วยบันทึกข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายในระยะเวลาที่ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ กําหนดมาตรฐาน ดังนี้
    4.10.1 กรณีผู้ป่วยเร่งด่วน Trauma Fast Track Head Injury, Stroke Fast Track จะรายงานผล ภายใน 30 นาที หลังจากกระบวนการสร้างภาพเสร็จสิ้น
    4.10.2 กรณีผู้ป่วยทั่วไป (ไม่เร่งด่วน) รายงานผลภายใน 2 ชั่วโมง (120 นาที) ทั้งนี้ ศูนย์เอกซเรย์
    คอมพิวเตอร์ จะรายงานผลให้หน่วยส่งตรวจภายในระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น
    4.10.3 ถ้าผู้รับจ้างไม่รายงานผลภายในกําหนดเวลา ตามข้อ 4.10.1 - 4.10.2 ผู้ว่าจ้างจะแจ้งเตือน เป็นลายลักษณ์อักษร กรณีที่มีการแจ้งเตือนครบ 5 ครั้ง ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาการบอกเลิกสัญญา
    4.11 ผู้รับจ้างจะให้บริการตรวจวินิจฉัยโรค ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ยกเว้นเหตุเพราะความขัดข้องของผู้ว่าจ้าง ซึ่งจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็น ลายลักษณ์อักษรเท่านั้น
    4.12 ผู้รับจ้างรับผิดชอบในการดูแล ควบคุม กํากับ บํารุงรักษาและซ่อมแซมเครื่อง ให้พร้อมใช้งานได้ ตลอดเวลาและอาจมีอะไหล่สํารองให้เพียงพอ ในกรณีที่เครื่องของผู้รับจ้างไม่สามารถให้บริการได้ ไม่ว่าในกรณี
    ใดๆ จะรับผิดชอบแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับงานของผู้ว่าจ้างทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรทันทีที่ทราบเหตุ กรณีเครื่องชํารุดหรือบกพร่อง ผู้รับจ้างจะจัดหาช่างมาซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จ พร้อมใช้งานต่อภายในเวลา 48 ชั่วโมง ยกเว้นกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ ได้แก่ หลอดเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ Detector จะ ซ่อมแก้ไขให้แล้วเสร็จ พร้อมใช้งานต่อ ภายใน 10 วัน หากไม่สามารถปฏิบัติได้ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับ ตามที่สัญญากําหนด กรณีต้องส่งผู้ตรวจไปวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ภายนอก โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ผู้รับจ้างจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนําส่งและรับกลับด้วยรถพยาบาล ค่าใช้จ่ายใน การส่งตรวจตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วยระหว่างการนําส่ง ขณะตรวจและรับกลับ จนกว่าผู้ป่วย
    จะถูกส่งตัวกลับให้หน่วยงานของผู้ว่าจ้าง
    ตรวจ
    4.13 ผู้รับจ้างไม่ทําการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ป่วยที่ผู้ว่าจ้างไม่ได้สั่งให้
    2e
    วินิจฉัย
    4.14 ผู้รับจ้างรับผิดชอบจัดหา ดังนี้
    4.14.1 ผู้ดําเนินการ 1 คน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ.2545 4.14.2 นักรังสีเทคนิค ผู้มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ปฏิบัติงานตลอดเวลาในขณะที่มีการตรวจ
    4.14.3 พยาบาลวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 1 คน ในเวลาราชการเพื่อดูแลผู้ป่วย
    4.14.4 ผู้ช่วยเหลือคนไข้ไม่น้อยกว่า 1 คน ต่อเวร ตลอด 24 ชั่วโมง
    4.15 ผู้รับจ้างรับผิดชอบในการจัดหารังสีแพทย์ ในการอ่านผลตรวจวินิจฉัยโรคทั้งในเวลาราชการ และ
    นอกเวลาราชการ
    4.16 ผู้รับจ้างรับผิดชอบจัดหาวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในการฉีดสารทึบรังสี เช่น กระบอกฉีดยา เข็มฉีดยา และผู้รับจ้างรับผิดชอบจัดสรรหาสารทึบรังชนิดไม่แตกตัวเป็นไอออน
    และวัสดุอุปกรณ์สําหรับช่วยชีวิตฉุกเฉิน
    เอง
    4.17 ผู้รับจ้างรับผิดชอบรวบรวมข้อมูลการส่งตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย จํานวนและรายการตรวจ รวมทั้งรายละเอียดที่จําเป็นจัดทําเป็นรายงานประจําเดือน เสนอต่อหัวหน้ากลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลค่าย จักรพงษ์ เพื่อประกอบการขอเบิกจ่ายเงินค่าบริการตรวจวินิจฉัยโรค จากโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์
    4.18 กรณีผู้ป่วยแพ้สารทึบรังสี หรือความเสียหายอื่นอันเกิดแก่ผู้ป่วยที่มาใช้บริการกับเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์หรืออันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อ ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    จริง
    4.19 กําหนดระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 70
    4.20 กรณีหากไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ทัน ขอสงวนสิทธิ์ที่จะทําสัญญาตามระยะเวลาที่เหลืออยู่
  14. เงื่อนไขเฉพาะ
    5.1 ผู้รับจ้างเป็นผู้ที่ได้รับการอนุญาตให้นําเสนอจากผู้ผลิต โดยมีหนังสือรับรองมาแสดง
    5.2 ผู้รับจ้างจะเชื่อมต่อระบบแสดงภาพตามที่ทางราชการกําหนดได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 5.3 ผู้รับจ้างแสดงหนังสือรับรองว่ามีวิศวกรที่ได้รับการอบรมการติดตั้ง และซ่อมแซมเครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ที่เสนอ
    5.4 ผู้รับจ้างจะดําเนินการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ในพื้นที่ที่โรงพยาบาลกําหนด โดย รับผิดชอบจัดเตรียมและตกแต่งสถานที่เพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ รวมทั้งการป้องกัน อันตรายจากรังสีให้ได้มาตรฐานที่ทางราชการกําหนดโดยการปรับปรุงสถานที่เป็นไปตามรายละเอียดดังนี้
    5.5 ผู้รับจ้างจะปรับปรุงห้องสําหรับติดตั้งและห้องควบคุมเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ให้ได้รับ
    มาตรฐานการป้องกันรังสีตามที่ราชการกําหนด และอยู่ในพื้นที่ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์กําหนดให้เท่านั้น
    5.6 ผู้รับจ้างจะติดตั้งระบบสัญญาณไฟเตือนเมื่อเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ทํางานและระบบป้องกัน
    อันตรายจากรังสีโดยเชื่อต่อกับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
    5.7 ผู้รับจ้างจะดําเนินการให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาทําการตรวจสอบเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
    และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และรับรองความปลอดภัยจาก รังสีโดยกองรังสี และเครื่องมือแพทย์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
    Ave
  15. ระยะเวลาในการส่งมอบพัสดุ
    ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 ถึง 30 ก.ย. 70
  16. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกเกณฑ์ราคาและพิจารณาราคารวมต่ําสุด ซึ่งไม่เกินราคากลาง
  17. วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    วงเงิน 4,000,000.- (สี่ล้านบาทถ้วน)
  18. งวดงาน และการจ่ายเงิน
    โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จะจ่ายตามบิลเรียกเก็บเป็นเดือน
  19. ค่าปรับ
    หากผู้ขายปฏิบัติงานตามขอบเขตของงาน ไม่แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กําหนดในสัญญา ให้มี ค่าปรับโดยมีเกณฑ์ค่าปรับเป็นจํานวนเงิน ร้อยละ 0.10 ของราคางานที่ตกลงกันไว้ในสัญญา และให้ปรับเป็น รายวันโดยการนับระยะเวลาในการปรับให้นับถัดจากวันที่กําหนดแล้วเสร็จตามสัญญาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
    ทั้งสิ้น
  20. การประกันความชํารุดบกพร่อง
    รับประกัน 1 ปี
    เรียน ผอ.รพ.ค่ายจักรพงษ์
  • เห็นควรพิจารณาอนุมัติให้ใช้ร่างขอบเขตของงานดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้
    พ.ต…
    ร.ต.หญิง
    ร.ต.
    ( ศานิตยพล ปูศรี )
    (ภรณ์วิภา ยางทรัพย์ )
    ( พสิณ สมาธิ )
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    อนุมัติ
    พ.อ.
    (อิทธินันท์ โชติช่วง)
    ผอ.รพ.ค่ายจักรพงษ์
    9 ก.ค. ๖๙
    2